“วีโว่” ถอย ขัดแย้งอาชีวะม็อบราษฎรป่วน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วีโว่” ถอย ขัดแย้งอาชีวะม็อบราษฎรป่วน (komchadluek.net)

“วีโว่” ถอย ขัดแย้งอาชีวะม็อบราษฎรป่วน

"วีโว่" ถอย ขัดแย้งอาชีวะม็อบราษฎรป่วน

1 ธันวาคม 2563 – 09:20 น.

ม็อบราษฎรวุ่น “โตโต้” สั่งการ์ดวีโว่ถอย เตรียมยกระดับ 500 การ์ด ปล่อยอาชีวะคุมการ์ด 

++
เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2563 ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา “วีโว่” (wevo) ได้สื่อสารผ่าน Piyarat Chongthep ว่า “..ผมได้สั่งให้ wevo ยุติการทำหน้าที่การ์ดให้กับการชุมนุมตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากยังแก้ปัญหา การ์ดหัวรุนแรงไม่ได้”

อ่านข่าว…  “โตโต้” มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ 

เหตุผลที่ทำให้ “โตโต้ ปิยรัฐ” สั่งการ์ดวีโว่ ยุติการปฏิบัติหน้าที่นั้นมาจากประเด็นนี้ “ผมพึ่งได้เห็นคลิปคนที่อ้างว่าเป็นหัวหน้าการ์ด อาชีวะ คนหนึ่ง เดินมาต่อยหน้าทีม wevo เข้าอย่างจัง เพียงแค่เขา(คนโดนทำร้าย) เดินเข้าไป ระงับเหตุความวุ่นวาย ตามหน้าที่ และบอกให้คนที่กำลังโวยวายนั้นใจเย็นๆ ปรากฎว่า นายคนนั้นกลับต่อยหน้าเขาอย่างจัง”        

โตโต้รู้สึกโกรธมาก “ผมได้ให้คนที่โดนทำร้ายไป เข้ารับการตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว และเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งเพ่ง และอาญา”

++
วีโว่ไม่ใช่การ์ด
++
จากเหตุการณ์การซ้อมรัฐประหาร ที่ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า การ์ดอาสา “วีโว่” (wevo) หายไป จึงตามมาด้วยข่าวลือในโซเชียล “ถ้ามีการ์ดอาชีวะ ไม่มีการ์ดวีโว่ ถ้ามีวีโว่ ไม่มีการ์ดอาชีวะ”    

ที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ “วีโว่” กลับมาทำงานตามปกติ แต่ก็เกิดปัญหาความขัดแย้งภายในกลุ่มการ์ดราษฎร     

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ได้ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่า นับจากวันนี้ไป วีโว่จะยุติบทบาทการ์ดม็อบราษฎร    

“วันนี้ ผมคิดว่าเราพร้อมแล้ว กับการเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนจากการทำหน้าที่ การ์ดไปสู่ภารกิจพิเศษ ที่เราสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวของเราเอง”    

ต่อมา โตโต้ได้ให้สัมภาษณ์สื่อทีวีช่องหนึ่งว่า “หลังจากนี้กลุ่ม We Vo จะปรับการทำงานใหม่ จะยกระดับขึ้นไม่ใช่แค่เป็นการ์ดเท่านั้น แต่เราเป็นมากกว่าการ์ด โดยเฉพาะภารกิจพิเศษ เช่น เป็นออแกไนซ์ เป็นสตาฟ เป็นช่างเทคนิค เป็นวิศวกร และ เป็นนักวิจัยให้กับม็อบ ขาดเหลืออะไรเราพร้อมจะทำหน้าที่ตรงนั้นได้ เพราะเรามองว่าตอนนี้การ์ดรักษาความปลอดภัยมีจำนวนเยอะมาก เราจึงต้องลงไปดูในจุดที่มันขาด และภาพรวมทั้งหมด”   

เฉพาะการ์ดวีโว่ (We Vo) เวลานี้ มีกำลังพลประมาณ 500 คน  

++
เสียงอาชีวะ
++
หลังสื่อออนไลน์ เผยแพร่ข่าว “โตโต้” ไม่พอใจกรณีการ์ดวีโว่ ถูกหัวหน้าการ์ดอาชีวะต่อย     

แอดมินเพจฟันเฟืองธนบุรี – Gear Of Red Thonburi โพสต์เฟซบุ๊กว่า “อาชีวะกลุ่มของพวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์วันที่ 29 พ.ย. อย่าเอากลุ่มพวกเราเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องแบบนี้เลย”     

พร้อมติดแฮชแท็กว่า #หยุดโยนความผิดให้อาชีวะ #ประกาศครั้งสุดท้าย    

อีกโพสต์หนึ่ง แอดมินเพจฟันเฟืองธนบุรี แจ้งว่า “กลุ่มของพวกเรา “ฟันเฟืองประชาธิปไตย” ไม่มีใครเป็นแกนนำ และไม่มีใครพูดแทนพวกเราได้ พวกเรามีแค่ตัวแทนแต่ละสายไว้ปรึกษากันคุยงานกันแค่นั้น..ที่สำคัญการ์ดอาชีวะไม่ได้มีกลุ่มเดียว”     

ปัญหาการ์ดราษฎร ที่มาจากหลากหลายกลุ่ม ปัญหาความไม่เข้าในกันและกัน จึงตามมา

สร้างรังใหม่ “หน่อย” ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สร้างรังใหม่ “หน่อย”  ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค (komchadluek.net)

สร้างรังใหม่ “หน่อย”  ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค

สร้างรังใหม่ "หน่อย"  ไปต่อ ช่วย "พวก" ทิ้งพรรค

1 ธันวาคม 2563 – 07:58 น.

ได้เวลาสร้างรังใหม่ ‘คุณหญิงหน่อย’ โบยบิน หา “พวก” ล้างแบรนด์เก่า เขย่าแบรนด์ใหม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ไม่เหนือความคาดหมาย กรณี “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทยแบบตลอดชีพ และทุกตำแหน่งในเพื่อไทยต่อหัวหน้าพรรค เมื่อ 30 พ.ย.2563

อ่านข่าว…  “หน่อย” โดดเดี่ยว บนทางเปลี่ยว

ว่ากันว่า รายงานจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ปมแตกหักสุดท้าย มีอยู่ 2 เรื่อง กรณีการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร จะมีการตั้งทีมชุดใหม่ ไม่เอา “เด็กเจ๊” และการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ไม่อนุญาตให้คุณหญิงสุดารัตน์ ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงแก่นายก อบจ. ที่ลงสมัครในนามพรรค    

หลังจาก “คุณหญิงหน่อย” ลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้ขยับ “สถาบันสร้างไทย” ออกมาขับเคลื่อนทำกิจกรรมทางสังคม    

สถาบันสร้างไทย ถูกออกแบบให้เหมือนคลังสมอง คิดเพื่ออนาคต และปลายทางก็จะเป็นพรรคการเมืองใหม่ของคุณหญิงหน่อย 

++
ผู้ช่วยหาเสียง
++
เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ได้ใช้เฟซบุ๊ก Seksit Vainiyompong บอกเล่าเรื่องคุณหญิงสุดารัตน์ลาออกจากพรรคเพื่อไทย เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.2563     

“ผมเคารพการตัดสินใจ และผมก็ไม่ถามถึงเหตุผลเพราะเชื่อว่าคุณหญิงคงตัดสินใจดีแล้ว”    

เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ เป็นที่ปรึกษาของ มังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่ลงสนามป้องกันแชมป์ในนามกลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด และคุณหญิงสุดารัตน์ มาหาเสียงช่วย 2 ครั้งแล้ว    

ตามกำหนดเดิม วันที่ 2 ธ.ค.2563 คุณหญิงหน่อย จะมาหาเสียงที่ร้อยเอ็ดอีก     

“คุณหญิงถามว่าตอนนี้ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังจะให้มาช่วยหาเสียงให้กลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ดตามกำหนดการรึไม่?  ผมก็ยังยืนยันว่ายังอยากให้มาช่วยเหมือนเดิม”    

“เศกสิทธิ์” บอกว่า แม้จะไม่ได้มาในนามของสมาชิกพรรคเพื่อไทย แต่พวกเขาในนามสมาชิกพรรคเพื่อไทย ก็ยังเคารพคุณหญิงสุดารัตน์เหมือนเดิม     

แสดงว่า คุณหญิงสุดารัตน์ยึดหลัก “พวกมาก่อนพรรค” เมื่อลาออกจากเพื่อไทยแล้ว ก็ยิ่งต้องหาพวกให้เยอะๆ 

++
สร้างไทยใหม่
++
นับแต่ “3 กุมาร” ของทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช, ภูมิธรรม เวชยชัย และ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ก่อตั้งกลุ่มแคร์ มาซับพอร์ตพรรคเพื่อไทย คุณหญิงสุดารัตน์ก็รู้ชะตากรรมตัวเอง    

จริงๆ แล้ว คุณหญิงสุดารัตน์ และ ส.ส.กรุงเทพฯ ต่างรับรู้ได้ถึงกระแสความตื่นตัวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยดูเคลื่อนตัวช้า ทำให้พรรคก้าวไกล เก็บเกี่ยวดอกผลเกมการเมืองบนท้องถนนไปได้เต็มๆ     

คุณหญิงหน่อยสุกงอมมาหลายเดือนแล้ว จึงได้แสดงออกถึงการเป็น “เพื่อไทย” ที่ไม่มีทักษิณ    

ก่อนหน้านั้น คุณหญิงหน่อยได้มอบให้ อุดมเดช รัตนเสถียร ได้จัดเตรียมพรรคใหม่ไว้แล้ว ซึ่งในข่าวระบุว่า โภคิน พลกุล ,พงศ์เทพ เทพกาญจนา และกิตติรัตน์ ณ ระนอง จะขอร่วมขบวนไปกับเรือลำใหม่    

จะชื่อสร้างไทยหรือไม่ ก็คงไม่นานเกินรอ ได้เห็นโฉมหน้าพรรคใหม่ ที่ขายแบรนด์สุดารัตน์ ไม่ใช่ทักษิณ

“ศรีเมือง” คนสนิท “แม้ว” ล้างตา “อุดรพิมพ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ศรีเมือง” คนสนิท “แม้ว”  ล้างตา “อุดรพิมพ์” (komchadluek.net)

“ศรีเมือง” คนสนิท “แม้ว”  ล้างตา “อุดรพิมพ์”

"ศรีเมือง" คนสนิท "แม้ว"  ล้างตา "อุดรพิมพ์"

30 พฤศจิกายน 2563 – 16:13 น.

ศึกสารคาม “ศรีเมือง” คนสนิททักษิณ ทำศึกล้างตาตระกูล “อุดรพิมพ์” ลุ้นชวดนายก อบจ. 3 หนซ้อนหรือไม่?

++
สนามเลือกตั้งนายก อบจ.มหาสารคาม ปี 2563 มีความน่าสนใจ ตรงที่นักการเมืองดังชื่อ “ศรีเมือง เจริญศิริ” จะตามล่าฝันสำเร็จหรือไม่?

อ่านข่าว…  ศึกสารคาม เพื่อแม้วป่วน

"ศรีเมือง" คนสนิท "แม้ว"  ล้างตา "อุดรพิมพ์"

ศรีเมือง พร้อมทีมงานเพื่อไทย    

เนื่องจากการเลือกตั้งนายก อบจ.มหาสารคาม 2 ครั้งที่ผ่านมา ตระกูล “เจริญศิริ” ประสบความล้มเหลว พ่ายแพ้แก่ตระกูล “อุดรพิมพ์”     

การลงเลือกตั้งชิงเก้าอี้นายก อบจ.หนนี้ของ “ศรีเมือง” จึงมีความสำคัญยิ่ง เขาจะล้างตาสำเร็จ หรือทำแฮตทริกพ่าย 3 หนซ้อน    

เอ่ยชื่อ “ศรีเมือง เจริญศิริ” ต้องตามมาด้วยคำว่า “คนสนิททักษิณ ชินวัตร”    

ปี 2543 ศรีเมือง อดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ สายโทรคมนาคม ได้รับเลือกตั้งเป็น สว.มหาสารคาม และเป็นประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม     

ในสภาสูง ทุกคนทราบดีว่า ศรีเมืองเป็นสายตรงทักษิณ นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น  ต่อมา ศรีเมืองเป็นกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน และรัฐมนตรีศึกษาธิการ ในยุครัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนที่จะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี จากคดียุบพรรคพลังประชาชน 

"ศรีเมือง" คนสนิท "แม้ว"  ล้างตา "อุดรพิมพ์"

คมคาย สู้คนเดียว ไม่มีพี่เลี้ยง

++
ภรรยาพ่าย-ลูกชายแพ้
++
ปี 2551 ศรีเมือง ส่งภรรยา รังสิมา เจริญศิริ อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.มหาสารคาม    

ส่วนคู่แข่งคือ ยิ่งยศ อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคามหลายสมัย และอยู่กับการเมืองท้องถิ่นมานานกว่า 20 ปี เรียกว่า มี อบจ.เป็นบ้านหลังที่ 2     

ผลเลือกตั้ง ยิ่งยศ อุดรพิมพ์ ชนะรังสิมา เจริญศิริ ขาดลอย มีคะแนนทิ้งห่างนับแสนคะแนน    

ปี 2554 ศรีเมือง ขอทำศึกล้างตา ส่งลูกชาย ชนาวีร์ เจริญศิริ ลงแข่งกับ คมคาย อุดรพิมพ์ ภรรยา ยิ่งยศ อดีตนายก อบจ.มหาสารคาม ปรากฏว่า ตระกูลเจริญศิริ พ่ายซ้ำเป็นหนที่สอง

++
ศรีเมืองทุ่มทุนสู้
++
การเลือกตั้งนายก อบจ.มหาสารคาม ปี 2563 คมคาย อุดรพิมพ์ ลงป้องกันแชมป์ โดยไม่มีสามี-ยิ่งยศ เป็นพี่เลี้ยง เนื่องจากอดีตนายก อบจ.มหาสารคาม ประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตก เสียชีวิต    

เที่ยวนี้ คมคาย ไม่ได้สวมเสื้อภูมิใจไทย เหมือนปี 2554 เธอลงอิสระ โดยทีมงาน ส.อบจ.ชุดเดิม     

แม้เลือกตั้ง ส.ส.มหาสารคาม ทีมของคมคาย ในสีเสื้อภูมิใจไทยจะพ่ายเรียบ แต่ก็เชื่อว่า ฐานเสียงท้องถิ่น เธอยังเหนียวแน่น    

ขณะที่ “ศรีเมือง” มาในนามพรรคเพื่อไทย พร้อมประกาศรายชื่อคณผู้บริหาร อบจ.มหาสารคาม ประกอบด้วย ประยุทธ์ ศิริพาณิชย์, ประวัติ ทองสมบูรณ์, สุรจิตร ยนต์ตระกูล, พลพัฒน์ จรัสเสถียร และ รัฐ คลังแสง     

ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ตระกูลการเมืองของเพื่อไทย มหาสารคาม พร้อมใจกันสนับสนุนศรีเมือง    

อย่างไรก็ตาม ศรีเมือง ก็เจอคู่แข่งฐานเสียงเดียวกันคือ ทองหล่อ พลโคตร ทีมมหาสารคามพัฒนา    

“ทองหล่อ” อดีต ส.ส.มหาสารคาม พรรคไทยรักไทย 2 สมัย อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง     

เดิมทีทองหล่อ เคยแสดงตัวว่า จะลงสมัครนายก อบจ.มหาสารคาม ในสีเสื้ออนาคตใหม่ แต่หลังพรรคสีส้มถูกยุบ ทองหล่อก็ฟอร์มทีมสู้เอง โดยไม่สังกัดพรรค

แค้นแดนไกล “สมชาย” ลุย เพื่อไทยแท้-เทียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แค้นแดนไกล “สมชาย” ลุย เพื่อไทยแท้-เทียม (komchadluek.net)

แค้นแดนไกล “สมชาย” ลุย เพื่อไทยแท้-เทียม

แค้นแดนไกล "สมชาย" ลุย เพื่อไทยแท้-เทียม

30 พฤศจิกายน 2563 – 12:53 น.

คนกันเองยังไม่จบ “สมชาย” การันตี “สว.ก๊อง” ของแท้ สะท้อนศึก อบจ.เชียงใหม่ คนแดนไกลสั่งห้ามแพ้

++
กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ดึง “จตุพร พรหมพันธุ์” มาแก้เกมของแท้-ของเทียม ตะลุยปราศรัย 42 เวที ทำเอาฝ่ายพรรคเพื่อไทย ต้องตอบโต้บ้าง

อ่านข่าว…   

แค้นแดนไกล "สมชาย" ลุย เพื่อไทยแท้-เทียม

สมชาย การันตี สว.ก๊อง

เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2563 สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี จึงชวน “เดียร์” ขัตติยา สวัสดิผล และ “แซนด์” ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย พิชัย เลิศพงษ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ บริเวณถนนคนเดินท่าแพ     

“สมชาย” ย้ำว่า พิชัยทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด ทั้งยังมีความซื่อสัตย์สุจริต ยึดมั่นในประชาธิปไตย มาเป็นนายก  อบจ.เชียงใหม่

++
ภาพจำคนเมือง
++
นับแต่ทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ตระกูล “บูรณุปกรณ์” ก็ยืนเคียงข้างตระกูล “ชินวัตร” มาโดยตลอด    

แม้การเลือกตั้งทั่วไป 2562 บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ ไม่ได้เปิดหน้ามาช่วยเพื่อไทย แต่หลานสาว ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ก็ยังสวมเสื้อเพื่อไทยลงสนาม

แค้นแดนไกล "สมชาย" ลุย เพื่อไทยแท้-เทียม

สมชาย นำทีมลงเดินหาเสียงตลาดท่าแพ    

ส.ส.เชียงใหม่หลายคนที่ใกล้ชิดบุญเลิศ ก็ไม่ได้แปรพักตร์ไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่ระหว่างการหาเสียงเลือกผู้แทนฯ หนที่แล้ว กลับมีข่าวลือว่า บุญเลิศย้ายค่ายไปแล้ว    

ขณะที่ “สว.ก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ไม่เคยเปิดตัวว่าเป็นคนของเพื่อไทยมาก่อน เพิ่งมาเริ่มสตาร์ทหาเสียงและแนะนำตัวเมื่อกลางปีที่แล้ว    

ด้วยเหตุนี้ สมชาย คนใกล้ชิดเจ๊แดง จึงต้องออกโรงมาการันตี “สว.ก๊อง” ว่านี่คือ เพื่อไทยแท้  

++
เกมเดอะตู่
++
ใครเลยจะคาดคิดว่า “ตู่” จตุพร พรหมพันธุ์ ลงทุนไปงัดข้อมูลเก่าสมัยรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ 2560 มาเล่าใหม่ในเวทีหาเสียงนายก อบจ.เชียงใหม่     

แถมวาดภาพ “บุญเลิศ” ให้เป็นนักสู้ประชาธิปไตย ยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย จนติดคุก 1 เดือน 

แค้นแดนไกล "สมชาย" ลุย เพื่อไทยแท้-เทียม

จตุพร เคียงข้างบุญเลิศ    

กรณีดังกล่าว วรชัย เหมะ อดีตแกนนำ นปช. ต้องออกมาตอบโต้เพื่อนเก่าอย่างจตุพร ในประเด็นพรรคเพื่อไทย ทอดทิ้งบุญเลิศ นักสู้เพื่อประชาธิปไตย    

“การกล่าวอ้างเพื่อโจมตีใส่ร้ายป้ายสีฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น เป็นกลยุทธ์การต่อสู้เพื่อดึงคะแนนเสียงให้กับตนเอง เพราะดูได้จากพฤติกรรมที่ส่อให้เห็นว่าใครไปร่วมกับเผด็จการ”    

วรชัยสรุปว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างอดีตผู้สมัครพรรคเพื่อไทย กับพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย    

พูดง่ายๆ สงคราม อบจ.เชียงใหม่ สะท้อนว่า “คนแดนไกล” ไม่ยอมปล่อยให้บุญเลิศลอยนวล แค้นนี้ต้องชำระ

อบจ. อำพราง พรรครัฐบาล ไม่เปิดหน้าชก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อบจ.อำพราง พรรครัฐบาล ไม่เปิดหน้าชก (komchadluek.net)

อบจ.อำพราง พรรครัฐบาล ไม่เปิดหน้าชก

อบจ.อำพราง  พรรครัฐบาล  ไม่เปิดหน้าชก

29 พฤศจิกายน 2563 – 19:30 น.

บิ๊กป้อม-เสี่ยหนู ไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ. แต่ส่องเจอสายเครือญาติแกนนำพรรครัฐบาลเพียบ

พักนี้เห็น “พรรคเพื่อไทย” จัดทีมปราศรัยออกไปต่างจังหวัด ราวกับเทศกาลเลือกตั้ง ส.ส. รวมถึง “คณะก้าวหน้า” โดย 3 สหาย “ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ” แยกกันเดินสายหาเสียงอย่างคึกคัก

อ่านข่าว : อบจ.เป็นเหตุ ‘ตู่’ ชน ‘เจ๊แดง’

พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 25 จังหวัด รวมถึงผู้สมัครที่ขอใช้โลโก้พรรคอีก 4-5 จังหวัด และคณะก้าวหน้า ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 42 จังหวัด

อบจ.อำพราง  พรรครัฐบาล  ไม่เปิดหน้าชก

อัครเดช ลูกชาย เอี่ยม ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์

ตรงกันข้ามกับซีกพรรคร่วมรัฐบาล ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆในศึกเลือกตั้งท้องถิ่น

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้ประชุมกรรมการบริหารพรรค และมีมติไม่ส่งผู้สมัครลงในนามพรรคพลังประชารัฐ และห้ามนำรูป พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปใช้หาเสียง

อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แจ้งว่า พรรคไม่อนุญาตให้นำโลโก้ของพรรคไปใช้หาเสียงเลือกตั้ง นายก อบจ. และ สมาชิกสภาท้องถิ่น

แล้วในความเป็นจริง ผู้สมัครนายก อบจ.หลายสิบจังหวัด ล้วนเป็นเครือญาติแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล

++

เงาพลังประชารัฐ

++

ผู้สมัครนายก อบจ.หลายสิบจังหวัด เมื่อตรวจสอบประวัติแล้ว ก็รู้ทันทีว่า สังกัดพรรคไหน โดยเฉพาะพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพลังประชารัฐ

พะเยา : อัครา พรหมเผ่า น้องชาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ลงสมัครในนามกลุ่มฮักพะเยา

เพชรบูรณ์ : “นายกด๊อยซ์” อัครเดช ทองใจสด อดีตนายก อบจ.เพชรบูรณ์ 5 สมัย ลูกชาย เอี่ยม ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ประกาศลงสมัครอิสระ ไม่สังกัดพรรค

กำแพงเพชร : สุนทร รัตนากร อดีตนายก อบจ.กำแพงเพชร พี่ชาย วราเทพ รัตนากร แกนนำกลุ่มชากังราว พรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครในนาม “ทีมหมอทร”

ชัยนาท : อนุสรณ์ นาคาศัย อดีตนายก อบจ.ชัยนาท น้องชาย อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงสมัครอิสระ แถมไม่มีคู่แข่ง

ราชบุรี : วิวัฒน์ นิติกาญจนา สามี บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครในนามกลุ่มพัฒนาราชบุรี

ชลบุรี : วิทยา คุณปลื้ม พี่ชาย อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวัฒนธรรม พรรคพลังประชารัฐ ลงสมัครในนามเรารักชลบุรี

++

เงาภูมิใจไทย

++

ทำนองเดียวกันกับพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่า “อนุทิน” จะยืนยันว่า พรรคไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ. แต่ดูชื่อ/นามสกุล ก็รู้ว่าสังกัดพรรคไหน

นครพนม : ศุพานี โพธิ์สุ ลูกสาว ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครอิสระ

บุรีรัมย์ : ภูษิต เล็กอุดากร หลานชาย เนวิน ชิดชอบ ลงสมัครในนาม “เราเพื่อนเนวิน เนวินเพื่อนเรา”

อบจ.อำพราง  พรรครัฐบาล  ไม่เปิดหน้าชก

แว่นฟ้า ทองศรี ภรรยา ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย

บึงกาฬ : แว่นฟ้า ทองศรี ภรรยา ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครในนาม “กลุ่มนครนาคา”

นครราชสีมา : ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยา วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยพาณิชย์ พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครในนาม “กลุ่มสร้างโคราชโฉมใหม่”

อบจ.อำพราง  พรรครัฐบาล  ไม่เปิดหน้าชก

ศุภพานี ลูกสาว ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ

ปราจีนบุรี : สุนทร วิลาวัลย์ บิดา กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยศึกษา พรรคภูมิใจไทย ลงสมัครอิสระ

 นี่คือหนังตัวอย่างที่สะท้อนตัวตนผู้สมัครนายก อบจ. ซึ่งประกาศว่า ไม่สังกัดพรรค แต่ก็เป็นเครือญาติแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล

ศึกสาคร ลูก ‘เฮียม้อ’ อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกสาคร ลูก ‘เฮียม้อ’ อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า (komchadluek.net)

ศึกสาคร ลูก ‘เฮียม้อ’ อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

29 พฤศจิกายน 2563 – 13:05 น.

มหาชัยกลายเป็นถิ่น “เสื้อส้ม” ผสม “เสื้อแดง” ตระกูลใหญ่ “เฮียม้อ” จะรักษาแชมป์ไว้ได้หรือไม่?

พลันที่พรรคเพื่อไทย ยกทัพใหญ่ไปปราศรัยหาเสียงที่บริเวณริมเขื่อนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ก็ส่งผลให้ “โต้” เชาวรินทร์ ชาญสายชล ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรสาคร หมายเลข 1 ได้รับความสนใจคนเมืองสมุทรทันที

อ่านข่าว :   บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน

ทัพใหญ่เพื่อไทย ที่ยกขบวนไปปราศรัยวันนั้น นำโดย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และพงศ์เทพ เทพกาญจนา

“เฉลิม” ในฐานะแม่ทัพฝั่งธนฯ และเขตบางบอน ก็เป็นรอยต่อกับสมุทรสาคร จึงต้องไปดูแลพื้นที่ปริมณฑล ส่วน “พงศ์เทพ” ถือว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขคนมหาชัย

พงศ์เทพเป็นลูกชายของ สุรินทร์ เทพกาญจนา นักธุรกิจประมงและอดีต ส.ส.มหาชัย 2 สมัย

50 ปีที่แล้ว สุรินทร์เล่นการเมืองท้องถิ่น เป็นนายกเทศมนตรี ก่อนจะเป็น ส.ส. และรัฐมนตรีอุตสาหกรรม สมัยรัฐบาลคึกฤทธิ์

++

4 ตัวเต็ง

++

คนมหาชัยประเมินว่า สังเวียนเลือกตั้ง นายก อบจ.สมุทรสาคร หนนี้ สูสีคู่คี่กว่าในอดีต เพราะมีผู้สมัครหน้าใหม่ มีความสด และพี่เลี้ยงที่ดี หวังโค่นแชมป์เก่า “บ้านใหญ่มหาชัย”

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

ปลัดแต ลูกชายเฮีอม้อ

ตัวเต็งหน้าใหม่ ประกอบด้วย หมายเลข 1 เชาวรินทร์ ชาญสายชล อดีตรอง นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ สังกัดพรรคเพื่อไทย

หมายเลข 2 ไพศาล สำราญทรัพย์ อดีตรอง ผวจ.สมุทรสาคร ลงในนามทีมรักษ์สาคร

หมายเลข 4 อวยชัย จาตุรพันธ์ นักธุรกิจด้านการค้าอาหารและรับจัดร้านค้า สังกัดคณะก้าวหน้า

ส่วนทีมคนทำงาน “เฮียม้อ” มณฑล ไกรวัตนุสสรณ์ วัย 81 ปี อดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร ส่งลูกชาย “ปลัดแต” อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ อดีตที่ปรึกษาอดีตนายก อบจ.สมุทรสาคร ลงสนาม เพื่อป้องกันแชมป์

สนามมหาชัย จึงกลายเป็น 3 รุม 1 หรือ 2 รุม 1 หรือคนหน้าใหม่สู้คนหน้าเก่า

++

ทายาทเฮียม้อ

++

หนที่แล้ว “เฮียม้อ” ลงสนาม ด้วยแรงหนุนจากเพื่อไทย และคนเสื้อแดงมหาชัย อ้อมน้อย และกระทุ่มแบน แต่มาถึงคราว “ปลัดแต” ท่าทางจะเหนื่อยเอาการ

เนื่องจากเสื้อแดงส่วนใหญ่ไปหนุน “เสื้อส้ม” แถมค่ายเพื่อไทยส่งคนลงสนามเอง

การเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรสาคร ปี 2562 ตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์” ย้ายจากค่ายเพื่อไทย ไปสังกัดค่ายชาติไทยพัฒนา เจอกระแส “ธนาธร” ทำให้ค่ายเฮียม้อสอบตกยกจังหวัด

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

เฉลิม เปิดปราศรัยใหญ่ที่มหาชัย

ผู้สมัคร ส.ส.โนเนมจากพรรคอนาคตใหม่ ได้เป็น ส.ส. 2 เขต และอีกเขตหนึ่ง ตกเป็นของพลังประชารัฐ

ด้วยมั่นใจในฐานเสียงคนรุ่นใหม่ คณะก้าวหน้าของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จึงมีความหวังที่จะโค่นบ้านใหญ่มหาชัย 

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ก็หวังเบียดแทรก เพราะฐานคนเสื้อแดงพลัดถิ่นในอ้อมน้อย กระทุ่มแบน ยังทรงพลังอยู่

ศึก อบจ.สมุทรสาคร ในสถานการณ์ม็อบราษฎร น่าจับตายิ่ง จะเกิดปรากฎการณ์ “ล็อคถล่ม” เหมือนตอนเลือก ส.ส.อีกหรือไม่

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้าอวยชัย ค่ายก้าวหน้า

ศึกสาคร ลูก 'เฮียม้อ' อ่วม เจอ พท.-ก้าวหน้า

อวยชัย ค่ายก้าวหน้า

พงศ์เทพ ลงพื้นที่หาเสียง ช่วยผู้สมัครนายก อบจ.ค่ายเพื่อไทย

อบจ. เป็นเหตุ ‘ตู่’ ชน ‘เจ๊แดง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อบจ.เป็นเหตุ ‘ตู่’ ชน ‘เจ๊แดง’ (komchadluek.net)

อบจ.เป็นเหตุ ‘ตู่’ ชน ‘เจ๊แดง’

อบจ.เป็นเหตุ 'ตู่' ชน 'เจ๊แดง'

29 พฤศจิกายน 2563 – 10:35 น.

อบจ.เชียงใหม่เดือด “จตุพร” เปิดหน้าเชียร์เสี่ยบุญเลิศ ไม่เกรงใจ “สมชาย” ยาใจเจ๊แดง ช่วยคนเพื่อไทยเต็มที่…คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ถ้ามองอย่างเซียน สนามเลือกตั้งนายก อบจ.ทั้ง 76 จังหวัด ต้องยกให้สังเวียนเชียงใหม่ ระหว่าง “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” กับ “พิชัย เลิศพงษ์อดิศร” เป็นคู่เอกของประเทศ

อ่านข่าว : บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน

เนื่องจากทั้งคู่ ต่างก็เป็นนักมวยค่ายเดียวกัน แต่สถานการณ์การเมืองยุค คสช. ทำให้ทั้งคู่ต้องแข่งขันกันเอง โดย “บุญเลิศ” อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ กลับไปใช้ชื่อค่ายเดิม “กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม”

อบจ.เป็นเหตุ 'ตู่' ชน 'เจ๊แดง'

จตุพร เคียงข้างเสี่ยบุญเลิศหาเสียง

ส่วน “พิชัย” หรือ “ชูชัย” ได้รับโอกาสสวมเสื้อพรรคเพื่อไทย เป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. เป็นคนแรก

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2563 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นำทีมเพื่อไทยไปปราศรัยใหญ่ ที่ลานพลาซ่า สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี หาเสียงช่วย “พิชัย” ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

วันนั้น สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และสามีเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงด้วย

วันที่ 28 พ.ย.2563 จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.เดินทางไปช่วยหาเสียงให้ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ หัวหน้ากลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ท่ามกลางความประหลาดใจของคนเสื้อแดงหรือสมาชิกเพื่อไทย

++

ช่วยพ่อเลี้ยง

++

ทุกเวทีปราศรัยของกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ที่มี “ตู่ จตุพร” ขึ้นเวทีจะต้องมีข้อความในฉากหลังว่า “เหตุประชามติรัฐธรรมนูญ 60 ผมติดคุก 1 เดือน หยุดปฏิบัติหน้าที่ร่วม 2 ปี ไม่ซัดทอดใคร? หัวใจเกินร้อย”

จตุพร พรหมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์สื่อถึงเหตุผลการช่วยปราศรัยหาเสียงให้กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม เพราะซาบซึ้งใจในความเป็นนักสู้ประชาธิปไตยของ “บุญเลิศ” อดีตนายก อบจ.เชียงใหม่ ที่ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา 44 ปลดออกจากตำแหน่ง แล้วยังถูกติดคุก 1 เดือน (ระหว่างรอการประกันตัว) กรณีรณรงค์ประชามติรัฐธรรมนูญ 2560 จึงต้องมาช่วยงานการเมืองกัน

อบจ.เป็นเหตุ 'ตู่' ชน 'เจ๊แดง'

สมชาย  ไปช่วยพิชัยหาเสียงที่เชียงใหม่

คนเชียงใหม่หลายคนอาจลืมกรณีดังกล่าวนี้ไปแล้ว จตุพร จึงต้องเดินทางขึ้นเพื่อฟื้นความจำเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว

คอการเมืองแถวล้านนาทราบดีว่า “คนแดนไกล” หมายมั่นปั้นมือที่จะยึดครองเก้าอี้นายก อบจ.เชียงใหม่ และเชียงราย ให้ได้

เหนืออื่นใด บุญเลิศตกเป็นเป้าโจมตีจากคนเสื้อแดงว่า แปรพักตร์ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ทั้งที่หลานสาว-ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ยังเป็น ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย

มิหนำซ้ำ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เป็นเสมือนตัวแทน “คนแดนไกล” ทั้งสามพี่น้อง ได้เปิดหน้าหาเสียงช่วย “พิชัย” เต็มตัว เพื่อตอกย้ำว่า พิชัยคือของจริง

ดังนั้น ตู่ จตุพร จึงต้องมีภารกิจพิเศษ ตีตั๋วเครื่องบินมาเชียงใหม่อย่างเร่งด่วน

++

คนกันเอง

++

20 กว่าปีที่แล้ว ตระกูล “บูรณุปกรณ์” จะใช้ “ร้านทัศนาภรณ์” ริมถนนเชียงใหม่-สันกำแพง เป็นกองบัญชาการการเมือง

จากปกรณ์ บูรณุปกรณ์ (ผู้ล่วงลับ) ส่งไม้ต่อมาถึงบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ในวันนี้

ปกรณ์เป็นผู้ก่อตั้ง “กลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม” สมัยที่เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ 2 สมัย(ปี 2541-2543)

ปี 2544 ปกรณ์เป็น ส.ส.เชียงใหม่ พรรคไทยรักไทย บุญเลิศก็สืบทอดตำแหน่งนายกเล็กเชียงใหม่

อบจ.เป็นเหตุ 'ตู่' ชน 'เจ๊แดง'

ทุกเวทีหาเสียงต้องมีข้อความนี้เป็นฉากหลัง

ปกรณ์ไม่หยุดการขยายอาณาจักรการเมือง จึงปั้นหลาน 2 คนคือ “กุ้ง” ทัศนีย์ และ “ไก่” ทัศนัย ลูกของพรทัศน์ บูรณุปกรณ์ และผ่องศรี บูรณุปกรณ์ เล่นการเมืองท้องถิ่น

ปี 2546 ปกรณ์ส่งหลานสาว-ทัศนีย์ ไปยึดเทศบาลตำบลช้างเผือก และเป็นนายกเทศมนตรีหญิงคนแรกของเทศบาลแห่งนี้

ปี 2551 บุญเลิศขยับไปยึดที่มั่น อบจ.เชียงใหม่ และดันหลานชาย- ทัศนัย เป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่แทน

ปี 2554 ทัศนีย์ ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.เชียงใหม่ เขต 1 เป็นครั้งแรก หลังปกรณ์เสียชีวิต ทัศนีย์ก็เป็นทายาททางการเมือง

จากปี 2544 จนถึงปี 2555 “บูรณุปกรณ์” เติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงหนุนจาก “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

สถานการณ์การเมืองเปลี่ยน ความสัมพันธ์ระหว่าง “บูรณุปกรณ์” กับเจ๊แดง” ก็เปลี่ยน จึงต้องเกิดศึกคนกันเองในวันนี้

‘โตโต้” มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘โตโต้” มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ (komchadluek.net)

‘โตโต้” มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

'โตโต้" มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

28 พฤศจิกายน 2563 – 16:21 น.

การ์ดวงแตก อาชีวะแยกทางนักศึกษา “โตโต้” แจงไม่แตก ไม่ถอย แต่มีแผนแบ่งเวรกันอารักขาม็อบ

++
    ควันหลงจากการซ้อมรัฐประหาร ที่ห้าแยกลาดพร้าว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่า การ์ดอาสา “วีโว่” (wevo) หายไป จึงตามมาด้วยข่าวลือในโซเชียล
    “ถ้ามีการ์ดอาชีวะ ไม่มีการ์ดวีโว่ ถ้ามีวีโว่ ไม่มีการ์ดอาชีวะ”
    ปัญหาความขัดแย้งภายในกลุ่มการ์ดราษฎร เริ่มมีข่าวมาแต่เหตุการณ์การ์ดอาชีวะปะทะคนเสื้อเหลืองที่เกียกกาย
    กระแสหนึ่งบอกว่า อาชีวะไม่พอใจ “โตโต้” แกนนำการ์ดอาชีวะ ที่ลอยแพการ์ดอาชีวะให้ชนกับคนเสื้อเหลือง
    อีกกระแสหนึ่ง การ์ดวีโว่ที่ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา รู้สึกว่า เด็กอาชีวะหัวดื้อ ชอบความรุนแรง และคุมยาก จึงไม่อยากร่วมงานด้วย

++
เสียงโตโต้
++
    ในฐานะผู้นำการ์ดวีโว่ “โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ ทราบข่าวดังกล่าว รู้สึกไม่สบาย จึงโพสต์เฟซบุ๊คแจ้งมวลชนให้รู้ว่า การ์ดวีโว่ไม่ได้ถอย ไม่ได้หายไปไหน
    “…เมื่อวานพอผมออกจากคุก ก็กลับมาปั่นกระแส ทำลาย กันต่อ อย่างชัดเจน คือ มีการปล่อยข่าว ว่า wevo ไม่เอาอาชีวะ ไม่ทำงานกับอาชีวะ”
    โตโต้ ได้อธิบายถึงที่มาของการ์ด wevo ก็มาจากสายอาชีวะ
    “..wevo เกิดมาจากกลุ่มนักเรียนสายอาชีวะ และวิศวกร wevo ก่อตั้งโดยกลุ่มสามพระจอมปกป้องประชาธิปไตย ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่คือ ช่างเทคนิค และ นศ. วิศวะ จากสถาบันพระจอมเกล้า จนวันนี้จึงเปิดรับความหลากหลายเข้ามา..”

    จริงๆแล้ว การ์ดนับสิบกลุ่ม ล้วนมาจากสายอาชีวะโดยส่วนใหญ่ เพียงแต่หลายกลุ่ม ไม่ได้ใช้ชื่ออาชีวะนำหน้า หรือยึดติดกับชื่อสถาบัน

'โตโต้" มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

                   โตโต้ยันการ์ดวีโว่ ยังไม่ถอย 

++
แบ่งงานกันทำ
++
    หัวหน้าการ์ด “โตโต้” ได้แจกแจงถึงแนวคิดจัดระเบียบการ์ดอาสา ที่มีกำลังพลนับพันคน
    “ผมเดาว่ากระแสข่าวที่ออกไปว่า wevo ไม่เอาอาชีวะ ก็อันเนื่องมาจาก  ทางwevo เคยมีการพูดคุยกันถึงทิศทางการทำงานในช่วงหลังนี้ ด้วยข้อดีที่เห็นว่ามีกลุ่มการ์ดเพิ่มจำนวนขึ้นมาก เราจึงคิดว่า wevo จะขยับทีมงานไปอยู่ในจุดที่เป็นมากกว่าการ์ด คือ เราถนัดงานด้านวิศวะ และงานทางเทคนิค”  

'โตโต้" มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

                       การ์ดอาชีวะ ยังยืนหยัดเคียงข้างม็อบ

 อีกด้านหนึ่ง โตโต้มองว่า การ์ดเยอะ ควรใช้วิธีผลัดเวรกันเข้ามาอารักขาม็อบน่าจะดีกว่า 

'โตโต้" มีคำตอบการ์ดวีโว่-อาชีวะ

                  การ์ดอาชีวะ เพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน  

 “เรามีแผนจะประสานขอความร่วมมือกับการ์ดกลุ่มต่างๆให้ แบ่งเวรการทำหน้าที่ แบ่งงานให้ชัดเจน หากมีการชุมนุมใหญ่ต่อเนื่อง วันต่อวัน หรือ วันเว้นวัน เราต้องมาแบ่งให้ชัด เพื่อให้ทีมงานของแต่ละกลุ่มได้พักผ่อน และตระเตรียมข้าวของให้พร้อมเสมอเช่น วันนี้ wevo รับผิดชอบไปเลย อีกวันก็ กลุ่ม A  และวันต่อมา ก็ กลุ่ม B เวียนกันไปอย่างนี้จะเข้ากับสภาพการณ์ในเวลานี้ มากกว่า”  
    โตโต้ย้ำว่า ฝ่ายตรงข้ามพยายามแทรกซึมเข้ามาสร้างความแตกแยกในกลุ่มการ์ด และเกือบทำสำเร็จ กรณียิงการ์ดอาชีวะ จนกลายเป็นข่าวใหญ่

‘รุ้ง’ ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘รุ้ง’ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน (komchadluek.net)

‘รุ้ง’ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน

'รุ้ง'ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน

28 พฤศจิกายน 2563 – 14:42 น.

ดราม่า “รุ้ง บีบีซี” จากเด็กเรียน สู่ผู้นำพรรคโดมปฏิวัติ และแกนนำคณะราษฎรยุค Gen Z

++
    สื่อสังคมออนไลน์ ถกเถียงกันเยอะ กรณีรายการ “ถามตรงกับจอมขวัญ” ทางช่องไทยรัฐทีวี ประเด็น “พ.ร.บ.จัดระเบียบทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 2561” ระหว่าง อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กับ ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มราษฎร 
    ดูเหมือนว่า “รุ้ง ปนัสยา” จะเจอเสียงวิพากษ์จากฝ่ายตรงข้ามหนัก แต่เสียงวิจารณ์จากฝ่ายเดียวกัน ก็มีไม่น้อย
    ก่อนหน้านี้ โครงการ 100 Women ของบีบีซีมุ่งนำเสนอเรื่องราวของผู้หญิงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างขึ้นในสังคมในห้วงเวลาแห่งความวุ่นวายจากวิกฤตโรคโควิด-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “สตรีผู้นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลง”
    “รุ้ง ปนัสยา” ก็เป็น 1 ใน 100 คน เธอคือผู้ที่ขึ้นอ่าน “ประกาศกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฉบับที่ 1” เสนอข้อเรียกร้อง 10 ข้อ บนเวทีชุมนุม “ธรรมศาสตร์จะไม่ทน” เมื่อวันที่ 10 ส.ค.2563 ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์
    นอกจากนี้ เธอยังถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมอีกหลายคดี

++
ลูกคนชั้นกลาง
++
    หลังสมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ ลงมติเลือก ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หัวหน้าพรรคคนที่ 3 “รุ้ง” ได้โพสต์ความในใจผ่านเฟซบุ๊คว่า 
    “เราต้องขอเล่าประวัติส่วนตัวของตนเองเสียก่อน เราเป็นลูกคนสุดท้อง ของครอบครัวที่เป็นชนชั้นกลางในกรุงเทพมหานคร จุดเปลี่ยนสำคัญที่ออกมาเคลื่อนไหว เริ่มมาจากการที่มีเพื่อนที่เรารักมากนั้นฐานะทางการเงินของครอบครัวไม่ค่อยจะสู้ดีนัก ต้องกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เวลาในแต่ละวันหมดไปกับการใช้บริการขนส่งสาธารณะวันละ 4-5 ชั่วโมง ในการเดินทางไปกลับจากบ้านมายังมหาวิทยาลัย ไม่สามารถไปเที่ยวสังสรรค์กับหมู่เพื่อนได้บ่อยครั้ง หากจะไปแต่ละครั้งต้องเก็บเงินนานมาก ยามป่วยก็ต้องไปโรงพยาบาลรัฐ ที่ต้องใช้เวลาในการรอรับบริการในการรักษานาน ทำให้เรารู้สึกว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำอยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด”
    รุ้งเกิด พ.ศ.2541 เศรษฐกิจฟองสบู่แตก เรียนประถมตอนรัฐประหาร 2549 เรียนมัธยมปลายช่วงรัฐประหาร 2557
    อานิสงส์จากการได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สหรัฐ ทำให้เธอกล้าแสดงออกมากขึ้นและปรับตัวเข้ากับสังคมได้มากขึ้น
    ตอนเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย รุ้งเริ่มค้นคว้าและศึกษาเกี่ยวกับรัฐประหารในประเทศไทย เธอมักจะพูดคุยกับเพื่อนเกี่ยวกับเรื่องการเมืองไทย กระทั่งสอบได้คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

'รุ้ง'ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน

                               รุ้ง แกนนำหลักของราษฎร

++
โดมปฏิวัติ
++
    การได้เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคโดมปฏิวัติ ทำให้รุ้งสนใจการเมืองเชิงลึกมากขึ้น และกลายเป็น 3 สหายคือ “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์, “ณัฐ” ณัฐชนน ไพโรจน์ และ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล

'รุ้ง'ราษฎร จากโดมปฏิวัติ สู่ท้องถนน

                       สามสหายพรรคโดมปฏิวัติ

    วันที่ 10 ส.ค.2563 เป็นวันที่ “รุ้ง ปนัสยา” นักศึกษาปีที่ 3 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ธรรมศาสตร์ ต้องจดจำไปตลอดชีวิต เมื่อเธอขึ้นเวทีอ่านแถลงการณ์ 10 ข้อ ปฏิรูปสถาบันฯ
    หลังจากวันนั้น ชื่อของ “รุ้ง” ในฐานะแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม – United Front of Thammasat and Demonstration ก็โด่งดังไปทั้งประเทศ

ศึกราษฎร ‘อีเวนท์ม็อบ’ ไร้ ‘แนวร่วม’ ก็ชนะยาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกราษฎร’อีเวนท์ม็อบ’ ไร้ ‘แนวร่วม’ ก็ชนะยาก (komchadluek.net)

ศึกราษฎร’อีเวนท์ม็อบ’ ไร้ ‘แนวร่วม’ ก็ชนะยาก

 ศึกราษฎร'อีเวนท์ม็อบ' ไร้ 'แนวร่วม' ก็ชนะยาก

28 พฤศจิกายน 2563 – 12:31 น.

นอกทุ่งฝัน ม็อบราษฎร มีฟู มีฟุบ มวลชนมีลด มีเพิ่ม ยึดกุมสันติวิธี ก็ต้องทำใจยืดเยื้อ คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

++
    หลังเกิดเหตุรุนแรงในวันที่มีการชุมนุมใหญ่ หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ แกนนำราษฎรได้นัดหมายกันอีกครั้งในเย็นวันศุกร์ ที่ห้าแยกลาดพร้าว
    การชุมนุมในลักษณะอีเวนท์งานบันเทิงผสมการเมือง จึงบังเกิดขึ้น เพื่อผ่อนคลายสถานการณ์ เกรงว่า “พลเมืองม็อบ” จะหายไป
    รูปแบบม็อบเฟสติวัลนี่แหละ ที่เกษียร เตชะพีระ นักวิชาการคนเดือนตุลา เคยบอกว่า “เป้าหมายของการต่อสู้รณรงค์ทางการเมือง” หรือ “ไม่ใช่การยึดพื้นที่แบบการทหาร แต่คือการยึดครองใจ”
    จะว่าไปแล้ว การรณรงค์การเมืองแบบนี้ ก็ไม่ถูกใจคนรุ่นใหม่ใจร้อน ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ววัน
    “อานนท์ นำภา” จึงต้องออกมาปลุกปลอบราษฎรทั้งหลายว่า “  ผมว่าเรามาไกลมากก็จริง และอาจจะไกลพอที่จะทำอะไรบางอย่างแล้ว แต่สิ่งที่ขาดคือ จังหวะ..”
    จริงๆแล้ว ไม่ใช่จังหวะ หากแต่เป็น “จำนวน” การชุมนุมมวลชน ซึ่งยังไม่มากพอที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแบบอาหรับสปริง

++
แนวร่วมต้องมี
++
    หลายวันก่อน เกษียร เตชะพีระ ได้ออกโรงเตือนแกนนำม็อบราษฎรว่าด้วยประเด็นการแสวงหาแนวร่วม
    “…ถ้ากำลังต่อสู้ทางการเมือง ก็ควรระมัดระวังไม่ให้มันไปทำลายแนวร่วม โดดเดี่ยวตัวเอง”
    ข้างฝ่าย “พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” นักวิชาการคนเดือนตุลาเหมือนกัน ก็มีความเห็นว่า “..ขยายแนวร่วม แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เดิมเป็นกลยุทธ์ที่พรรคคอมมิวนิสต์ใช้เพื่อโดดเดี่ยวศัตรูด้วยการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มการเมืองอื่น ๆ”

     สำหรับขบวนเยาวชนในนามคณะราษฎร ไม่ใช่องค์กรจัดตั้งทางการ มีแกนนำชัดเจนที่สามารถบังคับกลยุทธ์ของสมาชิกอย่างมีวินัยทั่วถึง “ขยายแนวร่วม แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” จึงใช้กับพวกเขาไม่ได้    
    “พิชิต” ยังเชื่อว่า ขบวนเยาวชนเป็น “มวลชนอินทรีย์” organic mass ที่ไม่มีแกนนำ “..ผู้มาชุมนุมก็ไม่ใช่ผู้ตามแต่มีส่วนร่วม ริเริ่ม พัฒนาอย่างเป็นไปเองในปฏิบัติการต่าง ๆ ภายใต้กรอบสันติวิธี” 
    โดยข้อเท็จจริง ใครก็รู้ว่า คณะราษฎร มี “เสนาธิการ” และมีทีมที่ปรึกษาชุดใหญ่ ไม่ได้เกิดจากราษฎรเพียวๆ 

++
คำเตือนจากผู้ใหญ่
++
    “ภัควดี วีระภาสพงษ์” นักวิชาการอีกคนหนึ่งที่ไปร่วมอีเวนท์ม็อบที่ห้าแยกลาดพร้าว โพสต์เฟซบุ๊คว่า “การต่อสู้ครั้งนี้ยาวแน่ มันต้องมีตึงมีผ่อน มีจริงจังมีเฮฮา มีเฟื่องมีฟุบ (ตอนฟุบนี่แหละน่ากลัวสุด ต้องประคองใจหล่อเลี้ยงกันไปให้ได้) ..คนที่คิดว่าต้องยกระดับ (ซึ่งไม่รู้ว่าคืออะไร) แล้วรีบๆ ชนะ ช่วยวางถุงกาวหรือตื่นจากฝันในทุ่งลาเวนเดอร์ก่อน”


 ศึกราษฎร'อีเวนท์ม็อบ' ไร้ 'แนวร่วม' ก็ชนะยาก

 การต่อสู้ที่ยึดสันติวิธีอย่างเข้มงวด จะต้องรู้จักการรอคอย และอดทน โดยเฉพาะประเด็นการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ จะต้องเปิดพื้นที่พูดคุยกันให้ได้
    “จะเปิดพื้นที่ให้ได้ก็ต้องใช้สันติวิธีหรือการไม่ใช้ความรุนแรง. เมื่อไรเกิดความรุนแรงขึ้นมา มันจะกลับไปปิดปากการพูดคุยเรื่องนี้อีกไม่ว่าทางตรงทางอ้อม”
    ภัควดี วีระภาสพงษ์ ส่งเสียงดังๆ ถึงราษฎรทุกคนที่เข้าร่วมการชุมนุมทุกเวที