ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย “สุลักษณ์ ศิวรักษ์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  “สุลักษณ์  ศิวรักษ์” (komchadluek.net)

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  “สุลักษณ์  ศิวรักษ์”

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  "สุลักษณ์  ศิวรักษ์"

27 พฤศจิกายน 2563 – 14:33 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  “สุลักษณ์  ศิวรักษ์”  นักเขียน ปรัชญา ขึ้นเวทีม็อบราษฏร  สร้างจุดเปลี่ยนชีวิตในบั้นปลาย  อาจทำให้เส้นทางชีวิตล่มสลายได้

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  หลังขึ้นเวทีม็อบล้มเจ้า  “ส.ศิวรักษ์”  นักเขียน ปรัชญา  หนุนกลุ่มราษฏร  พลิกชีวิต ล่มตอนแก่  วัย  87 ปี  เตือนอย่ายุแหย่สร้างความแตกแยก  ทำร้ายตนเอง  คิดในทางลบ  อาจสร้างปัญหาความวุ่นวายให้เกิดขึ้น  ก่อให้เกิดความสับสนไม่เข้าใจ  กับสังคม  สร้างความไม่ปรองดอง ขัดแย้ง สับสน  แตกแยก อย่าใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง จะทำให้ สาดซัด  ล่มสลาย  ทั้งที่ในดวงชะตา  ในบั้นปลายนั้น  มีความมั่นคง  ส่งผลในอำนาจบารมี  แต่ต้องระวัง  ถ้าใช้ในทาขึ้งที่ผิด  ต้องคิดจนตัวตาย

อาจารย์ ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง หรือซินแสเข่ง ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์ พยากรณ์แห่งประเทศไทย ผ่าดวงวิกฤติชีวิตบั้นปลาย  “สุลักษณ์  ศิวรักษ์”  หรือ “ส. ศิวรักษ์”  วัย  87  ปี  นักเขียน  นักปรัชญา  นักคิด  นักวิชาการ  ที่มีอิทธิพล  ที่ได้รับสมญานามว่า  ปัญญาชนแห่งสยาม  ขึนเวทีม็อบราษฏร  สร้างจุดเปลี่ยนชีวิตในบั้นปลาย  อาจทำให้เส้นทางชีวิตล่มสลายได้ จากความคิด ที่ก่อให้เกิดการ ปะทะ  สร้างความแตกแยกให้สังคมไทย  เพราะในดวงชะตานั้น  มีดวงของความแตกแยก  วุ่นวาย  สับสน  ก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ  สร้างความคิด  แตกแยก  สับสน  เหตุเพราะใช้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง  อาจจะทำให้คิดผิดล่มสลายจนตัวตาย  ทั้งที่ดวงชะตานั้น  มีความเป็นปูชนียยุคคล  ที่จะให้คนรุ่นหลังได้บันทึกในความทรงจำได้  แต่ต้องในทางที่สร้างสรรค์  แต่ดวงชะตาที่สร้างความขัดแย้ง  ทำให้คิดตรงกันข้ามกับสังคมในบางครั้ง  จนกลายเป็นเรื่องของความไม่ปรองดอง  แตกแยกให้เกิดขึ้น

ซินแสเข่ง  กล่าวเพิ่มเติมว่าความจริงแล้ว  ในดวงชะตาของท่าน  มีเรื่องความคิดที่เบียดเบียนตนเองให้เดือดเนื้อร้อนใจ  ต้องปล่อยวาง  เพราะในดวงของท่าน   เป็นผู้มีอำนาจ  มีบารมี  ไปจนถึงช่วงระหว่างบั้นปลายของชีวิต  จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต  หากใช้ความคิดไปในทางสมานฉันท์  ท่านจะได้บทจารึกที่ทำให้ประชาชนคนไทย  และคนรุ่นหลังได้จดจำไปในทางที่เป็นมงคล  หากท่านใช้ความคิดไปในทางที่ผิดทำลาย  ก็จะเป็นอัปมงคลชีวิตไปชั่วกาลนาน  เพราะในดวงชะตาของท่านนั้นเป็นบุคคลที่มีครูบาอาจารย์อยู่ในตนเอง เป็นบุคคลที่สามารถถ่ายทอดความรู้  ความสามารถได้ดี  เป็นเอกลักษณ์บุคคล   เป็นคนเก่งคนสู้ชีวิต  เป็นบุคคลที่จะทำให้มีคนเคารพนับถือและกล่าวถึงไปชั่วชีวิตในความเป็นปูชนียบุคคล  ซินแสเข่ง  กล่าวในที่สุด

ศึกบางระจัน “สมชาย” มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกบางระจัน “สมชาย” มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่ (komchadluek.net)

ศึกบางระจัน “สมชาย” มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

27 พฤศจิกายน 2563 – 12:17 น.

เพื่อไทยไม่ทิ้งสนามเล็ก “สมชาย” ลุยหาเสียงเคียงคู่ “พายัพ” หวังล้างอายค่ายพลังประชารัฐ

++
ในรอบ 20 ปีมานี้ อบจ.สิงห์บุรี ตกอยู่ในเงื้อมตระกูล “เทียนถาวร” สมกับเป็น “บ้านใหญ่เมืองสิงห์” โดยศุภวัฒน์ เทียนถาวร เป็นนายก อบจ. 2 สมัย ก่อนวางมือจากท้องถิ่นไปเป็น ส.ว.สิงห์บุรี

อ่านข่าว…  “สมชาย” โผล่ ปลุกคนล้านนา สานฝัน “เจ๊แดง”

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

อดีตนายกฯ สมชาย หาเสียงช่วยสุรสาล อดีต ส.ส.สิงห์บุรี

สรกฤช เทียนถาวร มารับไม้ต่อเป็นนายก อบจ.สิงห์บุรี มาอีก 2 สมัย แต่ปีนี้ สรกฤชไม่ลงสนาม มอบให้ศุภวัฒน์ กลับมานำทีมลงชิงชัยเก้าอี้อีกสมัย    

มองตามรูปเกมการเมืองท้องถิ่น ตระกูล “เทียนถาวร” ก็คงนอนมา แต่สถานการณ์พลิกผัน เมื่อ “สุรสาล ผาสุก” อดีต ส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขอลงสนามท้องถิ่น    

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.2563 สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นำทีมเพื่อไทยลงมาช่วยหาเสียงให้กับ “สุรสาล” ทำให้สนามเล็กๆอย่างสิงห์บุรี มีสีสันและน่าจับตา

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

พายัพ ปั้นเกตุ นำอดีตนายกฯ สมชาย หาเสียง

++
สายเสื้อแดง
++
ทุกวันนี้ หมายเลข 4 สุรสาล ผาสุข ผู้สมัครนายก อบจ.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย จะเดินเคาะประตูบ้าน โดยมี “พายัพ ปั้นเกตุ” อดีต ส.ส.สิงห์บุรี เดินเคียงคู่ไปทุกหมู่บ้าน    

เลือกตั้งปี 2554 สุรสาล ผาสุข ลาออกจากราชการมาลงเล่นการเมือง และได้เป็น ส.ส.สิงห์บุรี สังกัดพรรคเพื่อไทย    

สุรสาล มีพี่เลี้ยงชื่อ พายัพ ปั้นเกตุ  อดีต ส.ส.สิงห์บุรี รวมถึงพี่สาว คือ บุญเตือน เหี้ยมจ่าง ส.อบต.สิงห์บุรี เขต อ.อินทร์บุรี และประเสริฐ เหี้ยมจ่าง พี่เขย อดีตกำนันต.ชีน้ำร้าย และปัจจุบันเป็นนายก อบต.ชีน้ำร้าย    

เลือกตั้งปี 2562 สุรสาลพ่ายเลือกตั้ง แต่ก็ได้ 39,085 คะแนน พ่ายคู่ปรับคนเดิม โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 48,970 คะแนน 

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

ส.ว.ตุ้ม อดีตนายก อบจ.สิงห์บุรี ออกหาเสียง

++
บ้านใหญ่ 2 ตระกูล
++
หมายเลข 2 ศุภวัฒน์ เทียนถาวร สังกัดกลุ่มสิงห์บุรีคนดีเมืองน่าอยู่ หรือที่คนเมืองสิงห์เรียกว่า “สว.ตุ้ม” อดีต สว.สิงห์บุรี น้องชาย สรกฤช เทียนถาวร อดีตนายก อบจ.สิงห์บุรี ต้องลงมาแทนพี่ชาย ที่มีปัญหาสุขภาพ จึงส่งต่อให้น้องชาย    

ตระกูลการเมืองในสิงห์บุรี มีอยู่ 2 ตระกูลคือ “เทียนถาวร” และ “ธนาคมานุสรณ์” ที่เป็นเครือญาติกัน และแบ่งเวทีกันเล่น     

ศึกบางระจัน "สมชาย" มาแล้ว สนามเล็กคนใหญ่

ทนายอู๊ด คณะก้าวหน้า

ภรณี ธนาคมานุสรณ์ ทายาทร้านทองแม่กิมลี้ สิงห์บุรี เป็นมารดา ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.สิงห์บุรี พรรคพลังประชารัฐ     

ซ้อภรณีแห่งร้านทองแม่กิมลี้ ก็เป็นแนวร่วมกับตระกูล “เทียนถาวร” ทั้งสนามท้องถิ่นและระดับชาติ    

ผู้สมัครนายก อบจ.อีกรายที่น่าจับตาคือหมายเลข 3 “ทนายอู๊ด” สุรชัย บุญลือ คณะก้าวหน้า ประธานสภาทนายความจังหวัดสิงห์บุรี และประธานอาสากู้ภัยวัฒนะสิงห์บุรี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งสิงห์บุรี     

สรุปแล้ว ศึกท้องถิ่นแว่นแคว้นแดนบางระจัน ก็เป็นสงครามตัวแทน 3 ก๊กการเมืองใหญ่ เพื่อไทย ก้าวหน้า และพลังประชารัฐ

ส่องอีสาน “ธนาธร” ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่องอีสาน “ธนาธร” ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน (komchadluek.net)

ส่องอีสาน “ธนาธร” ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

ส่องอีสาน "ธนาธร" ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

27 พฤศจิกายน 2563 – 09:00 น.

สงคราม อบจ. ‘ธนาธร’ ลุยอีสาน เขย่าฐาน “คนแดนไกล” วัดความภักดีต่อแบรนด์เดิม คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การเลือกตั้งท้องถิ่นในสถานการณ์การเมืองท้องถนน ยังเคลื่อนไม่หยุด กลุ่มราษฎรในส่วนกลาง และต่างจังหวัด มีนัดทำกิจกรรมต่อเนื่อง ย่อมส่งผลสะเทือนต่อการหาเสียงของผู้สมัครนายก อบจ.ไม่น้อย

ดังที่ทราบกัน มีเพียงคณะก้าวหน้า และพรรคเพื่อไทย ที่เปิดหน้าสู้ ไม่ต้องใช้ชื่อกลุ่มอำพรางชื่อพรรค

อ่านข่าว…  มากันครบ “บ้านใหญ่” ไม่ตายทายท้า “ธนาธร”

ส่องอีสาน "ธนาธร" ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

ธนาธร ไปหาเสียงที่หนองบัวลำภู

สมรภูมิอีสาน เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่จะพิสูจน์ความนิยมระหว่างใหม่กับเก่า “ธนาธร” กับ “ทักษิณ”

++
โหนกระแสราษฎร
++
ดูเหมือนว่า คณะก้าวหน้า จะยกทีมส่วนกลางลุยหาเสียงหนักกว่าเพื่อไทย

อย่างวันที่ 26 พ.ย.2563 ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ไปช่วยหาเสียงให้กับ สมเกียรติ เชษฐสุมน ผู้สมัครนายก อบจ.หนองบัวลำภู ที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู

ส่วน ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ไปหาเสียงช่วย สถาพร ว่องสัธนพงษ์ ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในหลายอำเภอ

เลยไปทางอุบลราชธานี พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย เชษฐา ไชยสัตย์ ผู้สมัคร อบจ.อุบลฯ ในนามคณะก้าวหน้า ไปหาเสียงแถว อ.เขื่องใน 

ส่องอีสาน "ธนาธร" ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

ปิยบุตร หาเสียงที่ร้อยเอ็ด

คณะก้าวหน้าหวังปลุกกระแสคนรุ่นใหม่อีสาน ให้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงการเมืองท้องถิ่น 

++
ขายแบรนด์เดิม
++
คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติส่งผู้สมัครนายก อบจ. 25 จังหวัด ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ให้ความสำคัญกับท้องถิ่น นับแต่มีการตั้งพรรคในเครือข่ายทักษิณ ชินวัตร ไม่ว่าจะเป็นไทยรักไทย พลังประชาชน และเพื่อไทย    

การเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งก่อน “ทักษิณ” จะปล่อยให้เป็นเรื่องของ ส.ส.ในพื้นที่แข่งกันเอง ไม่มีมติพรรค แต่ปีนี้ พรรคเพื่อไทยรู้ดีว่า คณะก้าวหน้า เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในอนาคตอันใกล้นี้ จึงต้องส่งผู้สมัครในนามพรรค    

สนามเลือกตั้ง ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทยยังได้ ส.ส.เขตมาเป็นกอบเป็นกำ เพราะกินบุญเก่าสมัยไทยรักไทย และชื่อทักษิณ ชินวัตร ยังขายได้    

หากการเลือกตั้งท้องถิ่นเที่ยวนี้ ปล่อยให้คณะก้าวหน้ายึด อบจ.ไปได้สัก 2-3 จังหวัด คงเป็นเรื่องใหญ่     

ส่องอีสาน "ธนาธร" ตีที่มั่น เพื่อไทยสะท้าน

อดิศร ยกทีมใหญ่ไปหาเสียงที่นครพนม

แม้ว่าทีมหาเสียงชุดใหญ่อย่าง สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ยังไม่ลงไปหาเสียงในอีสาน แต่ก็มีทีมจากส่วนกลางลงไปช่วยผู้สมัครนายก อบจ.บางจังหวัด    

อย่างเช่น อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะหัวหน้าทีมรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น ลงพื้นที่หนองคาย ไปช่วยหาเสียงให้กับธนพล ไลละวิทย์มงคล ผู้สมัครนายก อบจ.หนองคาย     

อดิศร เพียงเกษ ,วรชัย เหมะ ,นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงช่วย สมชอบ นิติพจน์ ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม    

คาดว่าต้น ธ.ค.นี้ ทัพใหญ่เพื่อไทย คงลุยหนัก เพื่อรักษาฐานเสียงเดิมไว้ 

คู่เอกหอยใหญ่ ‘ชุมพล’ ปชป. ดวล ‘กำนันศักดิ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

คู่เอกหอยใหญ่’ชุมพล’ ปชป. ดวล ‘กำนันศักดิ์’ (komchadluek.net)

คู่เอกหอยใหญ่’ชุมพล’ ปชป. ดวล ‘กำนันศักดิ์’

คู่เอกหอยใหญ่'ชุมพล' ปชป. ดวล 'กำนันศักดิ์'

26 พฤศจิกายน 2563 – 17:31 น.

อบจ.เมืองคนดี คนกันเอง “ชุมพล” สวมเสื้อ ปชป. ชิงดำ “กำนันศักดิ์” คนรักเสื้อสีฟ้า

++
    ส่องสนามท้องถิ่นภาคใต้ อบจ.สุราษฎร์ธานี มีงบประมาณกว่าปีละ 1,400 ล้านบาท และเป็น อบจ.ที่ได้รับเงินภาษีมูลค่าเพิ่มมากเป็นอันดับ 2 ของภาคใต้ รองจาก จ.ภูเก็ต 
    ฤดูเลือกตั้งปี 2563 อบจ.เมืองคนดี จึงมีผู้สมัครนายก อบจ.มากถึง 7 คน แต่คัดเอาเฉพาะตัวเต็ง ก็มีแค่ 2 คน ที่อยู่ในฟากฝ่ายเดียวกัน
    ส่วนหมายเลข 3 มนตรี เพชรขุ้ม อายุ 57 ปี อดีตนายก อบจ.สุราษฎร์ธานีนั้น คงยากที่จะมีเรื่องล้มช้าง เหมือนปี 2552 

++
สวมเสื้อ ปชป.
++
    ดูเหมือนว่า ก่อนหน้านั้น คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จะมีมติส่งผู้สมัครนายก อบจ. เพียง 2 จังหวัดคือ สงขลา และสตูล
    สำหรับกรณีของ “ชุมพล กาญจนะ” อดีต ส.ส.สุราษฏร์ธานี ,ที่ปรึกษาคณะกรรมการกระจายอำนาจพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศตัวชัดเจนว่า ลงสนามในนาม ปชป. ได้หมายเลข 2

คู่เอกหอยใหญ่'ชุมพล' ปชป. ดวล 'กำนันศักดิ์'

                  ชุมพล พร้อมทีมงาน

    มิหนำซ้ำ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ปชป.ยังเดินทางไปช่วยหาเสียง เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากเหล่าแม่ยกสีฟ้า
    จริงๆแล้ว ชุมพลปูทางหาเสียงมาแต่กลางปีที่แล้ว หลังจากส่งลูกสาว-วชิราภรณ์ กาญจนะ เป็น ส.ส.สุราษฎร์ เขต 3 (บ้านนาสาร,เวียงสระ และกาญจนดิษฐ์ บางตำบล)
    ชุมพลลงเล่นการเมืองท้องถิ่น เริ่มจากกรรมการสุขาภิบาล จนได้เป็น ส.จ. เมื่อปี 2528 กระทั่งปี 2535 ชุมพลลงเล่นการเมืองระดับชาติ ในสีเสื้อ ปชป. และได้เป็น ส.ส.สมัยแรก

++
คนรักเสื้อสีฟ้า
++ 
    คอการเมืองเมืองหอยใหญ่ ต่างยกให้ “กำนันศักดิ์” พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว หมายเลข 6 กลุ่มคนรักสุราษฏร์ เป็นเต็งสอง ที่มีโอกาสเบียดเต็งหนึ่งอย่างชุมพล

คู่เอกหอยใหญ่'ชุมพล' ปชป. ดวล 'กำนันศักดิ์'

                             กำนันศักดิ์ พร้อมทีมงาน

    “พงษ์ศักดิ์” อดีตกำนัน ต.ทุ่งกง อ.กาญจนดิษฐ์ และอดีตนายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จ.สุราษฎร์ธานี ควบคู่กับการทำธุรกิจเพาะเลี้ยงหอยแครงและหอยนางรม
    กำนันศักดิ์เป็นผู้ริเริ่มโครงการท่องเที่ยวชมฟาร์มหอยนางรม ในพื้นที่บ้านกระแจะแดะ ต.ท่าทองใหม่ อ.กาญจนดิษฐ์
    กำนันศักดิ์ เคยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบจ.สุราษฎร์ เขต อ.กาญจนดิษฐ์ แต่เจอร้องเรียน ต้องเลือกตั้งซ่อม นงเยาว์ จ่าแก้ว ภรรยาลงสมัครแทน ก็ยังได้เป็น ส.อบจ.สุราษฎร์  
    คนแถวกาญจนดิษฐ์ รู้ดีว่า กำนันศักดิ์เป็นหัวคะแนนของ ปชป.ในพื้นที่เลือกตั้งเขต 1 และเขต 2
    กำนันศักดิ์ จึงมีความสนิทสนมกับตระกูล “ศรีบุศยกาญจน์” และ “นิลวัชรมณี” 
    ไม่ว่าชุมพล หรือกำนันศักดิ์ ใครชนะ? อบจ.เมืองหอยใหญ่ก็ยังอยู่ในเครือข่าย ปชป. เหมือนสมัยที่แล้ว

ราษฎรป่วน สันติวิธีคนดื้อ “รุนแรง” พาเสื่อม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ราษฎรป่วน สันติวิธีคนดื้อ “รุนแรง” พาเสื่อม (komchadluek.net)

ราษฎรป่วน สันติวิธีคนดื้อ “รุนแรง” พาเสื่อม

ราษฎรป่วน สันติวิธีคนดื้อ "รุนแรง" พาเสื่อม

26 พฤศจิกายน 2563 – 13:03 น.

5 เดือน ม็อบราษฎร แกนนำหัวดื้อ “เลยธง” พาขบวนมวลชนไปสู่จุดเสี่ยงแตกหัก 

++
เหตุการณ์ความรุนแรงภายในม็อบราษฎร 2 ครั้ง มีความเหมือนและความต่าง     

ครั้งแรก การ์ดอาชีวะปะทะคนเสื้อเหลือง ที่แยกเกียกกาย จนนำสู่ข้อเสนอจากอาชีวะบางคน ร้องขอให้แกนนำม็อบราษฎร ลดการปราศรัยจาบจ้วงเบื้องสูง ด้วยภาษาหยาบคาย 

อ่านข่าว…  ฟันเฟืองเจ็บ เสียง “เฮียบุ๊ง” ปริศนาการ์ดสองหน้า

เนื่องจากคำพูดเหล่านั้นได้ไปกระตุ้นอารมณ์อีกฝ่ายหนึ่ง ให้โกรธแค้น ผู้ที่รับเคราะห์ก็คือ การ์ดในแนวหน้า    

ครั้งที่สอง การ์ดอาชีวะยิงกันเอง หลังเลิกการชุมนุมที่หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สาเหตุมาจากนักเรียนอาชีวะมารวมตัวกันแบบหลวมๆ ติดอีโก้เรื่องสถาบัน    

เรื่องราวเหล่านี้ แกนนำม็อบราษฎร ไม่ค่อยสนใจใยดีมากนัก เพราะยึดหลัก “ทุกคนคือแกนนำ” และปล่อยให้ “ผู้ใหญ่” บางคนเข้าไปเคลียร์

++
แกนนำลอยตัว
++
เมื่อแกนนำม็อบราษฎร ประกาศเดินหน้าทะลุเพดาน เป้าหมายการเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง จึงพุ่งไปที่สถาบันเบื้องสูง และมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นจะบุกสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ จึงถูกหมายเรียกข้อหา ม.112     

“เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ส่วนตัวผมไม่ห่วงอะไรเลย ห่วงแต่บ้านเมืองเราว่าจะเสื่อมลงไปอีกเพราะการใช้กฎหมายนี้”    

ทำนองเดียวกัน “อานนท์ นำภา” ก็โพสต์ว่า “ชีวิตมันไม่ยินดียินร้ายกับเรื่องพวกนี้แล้ว ปล่อยวาง และปล่อยผ่านเหมือนนั่งจิบเบียร์ฟังเพลงบลูในผับแถวถนนพระอาทิตย์”     

แกนนำม็อบราษฎร ท่องแต่คำว่า “การชุมนุม 5 เดือนที่ผ่านไป เราสะสมชัยชนะขึ้นมาเรื่อยๆ  หรือเรายกระดับจากม็อบมุ้งมิ๊งไปแล้ว” 

++
แกนนำหวาดกลัว
++
นับแต่การชุมนุมใหญ่หน้ารัฐสภา เกิดเหตุปะทะกัน ส่งผลให้ฝ่ายราษฎรบาดเจ็บไปหลายราย ทำให้แกนม็อบราษฎร อย่าง อานนท์ นำภา, ไผ่ ดาวดิน, รุ้ง ปนัสยา, เพนกวิน, ไมค์ จาดนอก, เกด ชลธิชา ฯลฯ ระมัดระวังตัวกันมากขึ้น มีความกังวลในเรื่องความปลอดภัย    

การเดินทางไปแต่ละพื้นที่ชุมนุม มีการ์ดรักษาความปลอดภัยรายล้อมรอบตัว จึงมี “ผู้ใหญ่” ฝ่ายประชาธิปไตย เสนอตัวนำการ์ดมืออาชีพมาดูแลแกนนำ    

อีกด้านหนึ่ง แกนนำม็อบราษฎร เริ่มหวาดระแวง “การ์ดอาชีวะ” อย่างเช่น “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร ระบายผ่านเฟซบุ๊กว่า “การ์ดหลายๆกลุ่ม ทะเลาะกัน ไม่ถูกกัน ในส่วนนี้ไม่มีใครอาสาจัดการ เราก็พยายามจะประสานรอยร้าวให้”    

บังเอิญ “เฮียบุ๊ง” ไม่ใช่แกนนำปัญญาชนที่ชอบสร้างภาพ จึงพูดตรงๆ ที่ยอมรับว่า “การ์ดทะเลาะกัน” เพราะมาจากร้อยพ่อพันแม่    

“..ที่แก้ไม่ได้เลยก็คือการ์ดอาชีวะ กุยอมรับว่ากุไม่สามารถเข้าถึงความเป็นอาชีวะได้เลยแม้แต่นิดเดียว อาชีวะพอรวมตัวกันจะมีความยึดมั่นถือมั่นที่กุพยายามจะเข้าใจแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จ”     

ยิ่งการชุมนุมนานวันไป ก็ยิ่งเต็มไปด้วยความขัดแย้งแตกแยก และอาจนำไปสู่ภาวะอนาธิปไตย 

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง “เฮียบุ๊ง” ปริศนาการ์ดสองหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง “เฮียบุ๊ง” ปริศนาการ์ดสองหน้า (komchadluek.net)

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง “เฮียบุ๊ง” ปริศนาการ์ดสองหน้า

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า

26 พฤศจิกายน 2563 – 11:15 น.

การ์ดสองหน้า ตัวละครปริศนา ก่อเหตุรุนแรงในม็อบราษฎร เท็จจริงอย่างไร “ขาใหญ่การ์ดอาชีวะ” รู้ลึก รู้ดีที่สุด คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เหตุปาระเบิดปิงปอง และยิงปืนที่บริเวณ Avenue รัชโยธิน หน้าแมคโดนัลด์ หลังม็อบราษฎร ประกาศยุติการชุมนุม การ์ดอาชีวะ 1 ราย ได้รับบาดเจ็บ และผู้ก่อเหตุก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน    

นัยว่า การ์ดอาชีวะที่ถูกยิงนั้น สังกัดฟันเฟืองปทุมธานี ซึ่งเป็นเครือข่ายของกลุ่มฟันเฟืองธนบุรี 

อ่านข่าว… การ์ดแดง “สมบัติ” เจ้าเก่า อย่าหาทิ้ง “เพนกวิน”

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า

เฮียบุ๊ง หรือปกรณ์

หลังเกิดเหตุ สมบัติ ทองย้อย การ์ดเสื้อแดงให้สัมภาษณ์สื่อทำนองว่า เป็นเรื่องของการ์ดอาชีวะ แต่ยังไม่สรุปไม่ได้ว่า สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร?    

ขณะที่ “เฮียบุ๊ง” ปกรณ์ พรชีวางกูร นักเคลื่อนไหวทางการเมืองฝ่ายสนับสนุนม็อบราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กว่า “เมิงเชื่อกุหรือยัง ที่กุเคยบอกไว้ว่ามันมีคนมาซื้อตัวอาชีวะฝั่งเรา กระสุน 5 นัดเมื่อคืน เมิงถามตัวเองสิ ว่าได้คำตอบหรือยัง”     

ประเด็น “ซื้อตัวอาชีวะ” มีการพูดถึงในกลุ่มแนวร่วมม็อบราษฎรมาระยะหนึ่งแล้ว หลังมีข่าวการประกาศถอนตัวของอาชีวะบางคน     

จริงๆแล้ว “เฮียบุ๊ง” ก็รู้ดีว่า มีความขัดแย้งภายในการ์ดอาสา ที่มากันแบบร้อยพ่อพันแม่ ไม่สามารถตรวจสอบประวัติกันได้หมดทุกคน 

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า

การ์ดอาชีวะ ประกาศรวมพลได้สองสามวัน เกิดเหตุยิงกัน

++
สัญญาณรุนแรง
++
แอดมินเพจฟันเฟืองธนบุรี – Gear Of Red Thonburi ได้สรุปเหตุการณ์ภายหลังการ์ดอาชีวะถูกยิงว่า “..ผู้ก่อเหตุแฝงตัวเข้ามานานแล้ว และหาจังหวะก่อเหตุ แต่ไม่ใช่คนทั้งหมดของกลุ่มดังกล่าว”    

นับแต่เกิดเหตุปะทะกันระหว่างการ์ดอาชีวะ กับคนเสื้อเหลืองกลุ่มหนึ่งที่แยกเกียกกาย ได้มีเสียงเรียกร้องจากการ์ดอาชีวะขอให้แกนนำราษฎร ลดการพูดปราศรัยที่จะไปปลุกเร้าให้ฝ่ายตรงข้ามมาระบายความโกรธแค้นที่การ์ด    

อีกด้านหนึ่ง การ์ดอาชีวะรู้สึกน้อยใจ ไม่ได้รับการดูแลเรื่องอุปกรณ์ป้องกันตัวเอง ต่างจากการ์ดอาสาบางกลุ่มที่ได้รับเงินบริจาคมากมาย มีเครื่องป้องกันครบ    

ด้วยเหตุนี้ จึงมี “ผู้ใหญ่” เข้ามาจัดขบวนทัพการ์ดใหม่ ให้เป็นองค์กรการ์ดภาคีเพื่อประชาชน เพื่อให้มีความเป็นเอกภาพ

ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า
ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า
ฟันเฟืองเจ็บ เสียง "เฮียบุ๊ง" ปริศนาการ์ดสองหน้า

การ์ดหลากหลายกลุ่ม

++
การ์ดเยอะเรื่องแยะ
++
ในการชุมนุมที่หน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ นับว่าเป็นครั้งแรกของการ์ดภาคีเพื่อประชาชน 
แอดมินเพจ iLaw ได้ทำการสำรวจกลุ่ม “การ์ดอาสา” ที่มาปฏิบัติหน้าที่วันนั้นมีมาถึง 12 ทีม
ทีมพิราบขาว 60 คนโดยเป็นหนึ่งในภาคีการ์ดเพื่อประชาชน 
การ์ดมวลชน 80-100 คน ทำงานร่วมกับการ์ดเสื้อแดง มีสัญลักษณ์เป็นผ้าพันคอสีชมพู
การ์ดเสื้อแดง ประมาณ 500 คน ทำงานร่วมกับ การ์ดมวลชน
การ์ดอาสา Mayhem 50-60 คน ทำงานร่วมกับ We Volunteer 
We Volunteer 200-300 คน 
การ์ดปลดแอก ประมาณ 120 คน
การ์ดราษฎร 60 คน ทำงานประสานกับการ์ดปลดแอกเป็นหลัก
การ์ดเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี 12 คน
การ์ดอาชีวะ (ปลอกแขนฟันเฟืองประชาธิปไตย) ระบุจำนวนไม่ได้ 
องค์กรบอดี้การ์ด สเปเชี่ยล ฟอร์ส นำโดย ‘ครูพลาม’ อดีตครูฝึกหน่วยรบพิเศษ มากกว่า 100 ค
อาชีวะพิทักษ์ประชาชน 40-50 คน (หรือคนส่วนใหญ่จะเรียกว่า “กลุ่มอาชีวะรุ่นใหญ่”)
เฟืองน้ำเงินเพื่อเสรีภาพ 20 คน โดยจะทำงานประสานกับกลุ่มการ์ดอาชีวะพิทักษ์ประชาชน 
เนื่องจากเป็นการ์ดอาสา มาจากหลายสำนัก ปัญหาการสื่อสารกันเองภายในกลุ่มการ์ดเป็นเรื่องน่าปวดหัวยิ่งนัก

ศึกระนอง วัดบารมี ‘ฮั้งเพ้ง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศึกระนอง วัดบารมี ‘ฮั้งเพ้ง’ (komchadluek.net)

ศึกระนอง วัดบารมี ‘ฮั้งเพ้ง’

ศึกระนอง วัดบารมี 'ฮั้งเพ้ง'

25 พฤศจิกายน 2563 – 17:25 น.

ระนองไร้เงา ปชป. กลายเป็น “ศึกฮั้งเพ้ง” น่าจับตา “หิมาลัย ผิวพรรณ” โผล่แถวชายฝั่งอันดามัน

++
    การเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองฝน 8 แดด 4 อาจดูเงียบๆไปหน่อย เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ลงชิงชัย เหมือน 2 สมัยที่ผ่านมา
    ผู้สมัครนายก อบจ.ระนอง ที่น่าจับตามองมีอยู่ 2 ทีมคือหมายเลข 1 “ธนกร  บริสุทธิญาณี”  ทีมรวมพลังระนอง และหมายเลข 2 “ชัยพัฒน์  เศรษฐยุกานนท์”  สังกัดทีมระนองก้าวหน้า    

ในรอบ 20 ปีมานี้ เมืองระนอง แบ่งพื้นที่การเมืองเป็น 2 ระดับ หากเลือกตั้ง ส.ส. ก็ต้องยกให้ ปชป. แต่เลือกตั้งท้องถิ่น ก็ยี่ห้อ “ฮั้งเพ้ง”
    เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 “เอ” คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ลูกชายเสี่ยฮั้งเพ้ง พรรคภูมิใจไทย ชนะวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนอง 8 สมัย 
    นี่กระมัง ที่ปีนี้สนามเลือกตั้ง อบจ.ระนอง ไร้เงา ปชป.

ศึกระนอง วัดบารมี 'ฮั้งเพ้ง'

                               แผ่นพับหาเสียงสมัยนายกฯ ฮั้งเพ้ง

++
ตำนานฮั้งเพ้ง
++
    บดินทร์ ฉัตรมาลีรัตน์ ฉายา “ราชาลูกชิ้นไทย” ซึ่งเป็นคนระนองโดยกำเนิด ดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายลูกชิ้นหมูฮั้งเพ้ง และลูกชิ้นเนื้อแชมป์ มาตั้งแต่ปี 2527
    เสี่ยลูกชิ้นฮั้งเพ้ง บดินทร์ตั้ง “กลุ่มระนองก้าวหน้า” ลงสนามการเมืองท้องถิ่น เป็นนายก อบจ.ระนอง 3 สมัย 
    ปี 2551 เสี่ยฮั้งเพ้ง ส่งไม้ต่อให้ “เสี่ยเอ” คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ คุมทัพระนองก้าวหน้า ลงป้องกันแชมป์ แต่ดันพ่าย นภา นทีทอง จากพรรค ปชป.
    ปี 2555 “เสี่ยเอ” พากลุ่มระนองก้าวหน้า สางแค้นเอาชนะนภา นทีทอง ได้เป็นนายก อบจ.ระนอง จนเรียกกันติดปากว่า “นายกเอ” 

++
ศึกคนกันเอง
++
    กลุ่มระนองก้าวหน้า มาถึงยุค “โกชัย” ชัยพัฒน์  เศรษฐยุกานนท์ อดีตเลขานุการนายก อบจ.ระนอง สมัยนายกฯฮั้งเพ้ง เป็นตัวแทนลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.
    ตระกูลของ “โกชัย” เป็นเจ้าของธุรกิจเหมืองแร่ ,ร้านค้าปลีกในตลาดเทศบาล ,ปั๊มน้ำมัน รวมถึงธุรกิจพัฒนาที่ดิน

ศึกระนอง วัดบารมี 'ฮั้งเพ้ง'

                    โกชัย หัวหน้าทีมระนองก้าวหน้า

    โกชัยเล่นการเมืองท้องถิ่นมานาน และได้เป็น ส.ว.ระนอง อยู่ระยะสั้นๆ ปี 2555 คงกฤษแต่งตั้งโกชัย เป็นรองนายก อบจ.ระนอง กำกับดูแลเรื่องการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
    ส่วนคู่แข่งโกชัยคือ “สจ.อิทธิ์” ธนากร บริสุทธิญาณี  อดีตรองประธานสภา อบจ.ระนอง ทายาทเจ้าของธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ 
    “สจ.อิทธิ์” ตั้งกลุ่มรวมพลังระนอง มีสัญลักษณ์ประจำกลุ่มคือ รูปคน 3 คนจับมือกัน หมายถึงตัวแทนจาก 3 พรรค คือ 1.ประชาธิปัตย์ 2.ภูมิใจไทย 3.พลังประชารัฐ มีวงกลมล้อมรอบหมายถึงความกลมเกลียว ทำประโยชน์ให้ชาวระนอง 

ศึกระนอง วัดบารมี 'ฮั้งเพ้ง'

                     สจ.อิทธิ์ ทีมรวมพลังระนอง 

    ที่น่าสนใจ วันสมัครรับเลือกตั้ง หิมาลัย ผิวพรรณ เดินทางมามอบช่อดอกไม้ แสดงความยินดีกับ สจ.อิทธิ์ ผู้สมัครนายก อบจ.ระนอง ที่ได้เบอร์ 1 

นวพล 63 “ป๋าชู วัดเศวต” จอมยุทธ์ “สาธุ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นวพล63 “ป๋าชู วัดเศวต” จอมยุทธ์ “สาธุ” (komchadluek.net)

นวพล63 “ป๋าชู วัดเศวต” จอมยุทธ์ “สาธุ”

นวพล63 "ป๋าชู วัดเศวต" จอมยุทธ์ "สาธุ"

25 พฤศจิกายน 2563 – 16:01 น.

มาแล้ว “ป๋าชู วัดเศวต” ชื่อนี้ เสี่ยโป้ยังหลบ ผนึกกำลัง “สาธุ” เจ้าเก่า ระดมพลคนปกป้องสถาบันฯ

+++
การปรากฏตัวของ “คณะพลังแผ่นดินสยาม” นำโดย สาธุ อนุโมทามิ,บัญชา ปานนิวัฒน์ และสุเมธ ตระกูลวุ่นหนู ในวันที่คณะราษฎรเตรียมจะเดินทางไปสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ถือว่า ไม่ใช่เรื่องปกติแน่

นวพล63 "ป๋าชู วัดเศวต" จอมยุทธ์ "สาธุ"

ป๋าชู และอาชีวะปกป้องสถาบัน    

สำหรับ 3 แกนนำกลุ่มพลังแผ่นดินสยาม นักข่าวที่เกาะติดม็อบราษฎร อาจจะคุ้นกับ “เม่น”สุเมธ ตระกูลวุ่นหนู  อดีตหัวหน้ากลุ่มนักรบองค์ดำ ที่วันนี้ รับบทแกนนำศูนย์กลางประสานงาน นักศึกษา อาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.)    

ส่วนอีก 2 รายคือ สาธุ อนุโมทามิ และบัญชา ปานนิวัฒน์ อาจผ่านหูผ่านตามาบ้าง ในหน้าข่าวการเมืองช่วงก่อนเลือกตั้ง 2562

++
คนดังคนบันเทิง
++    
แวดวงศิลปินตลก จะรู้จักชื่อ บัญชา ปานนิวัฒน์ หรือ “ป๋าชู วัดเศวต” เป็นอย่างดี ในฐานะหัวหน้าข่าวอาชญากรรม หนังสือพิมพ์กะฉ่อนดอทคอม และประธาน อปพร.เขตคลองสาน    

“ภารกิจพรุ่งนี้เช้า 10.00 น เริ่มการพูดถึงความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จนถึง 12.00 น. หลังจากนั้น เราจะยุติการชุมนุม แล้วจะเดินทางไปรอรับเสด็จที่สวนลุมพินี..ตามนี้นะครับพี่ๆน้องๆทุกท่าน”    

“ป๋าชู” โพสต์ในเฟซบุ๊ก บัญชา ปานนิวัฒน์ ตอนกลางดึกวันที่ 24 พ.ย.2563 เมื่อทราบข่าวว่า ม็อบราษฎร เปลี่ยนแผนไปธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่     

นวพล63 "ป๋าชู วัดเศวต" จอมยุทธ์ "สาธุ"

กลุ่มพลังแผ่นดินสยาม

ย้อนไปเมื่อเดือน ม.ค.2562 “จ่านิว” สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง นัดยกระดับการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตย     

ปรากฏว่า “ป๋าชู วัดเศวต” ได้นำกลุ่มคนฝั่งธนรักสันติ รวมตัวอ่านแถลงการณ์ “ไม่เอาคนอยากเลือกตั้ง” ที่ใต้สะพานสาทร ฝั่งธนบุรี โดยเรียกร้องให้ “จ่านิว” กับพวกหยุดการชุมนุมเรียกร้องกดดันให้รัฐบาลประยุทธ์    

นั่นเป็นครั้งแรกที่ชื่อของ “ป๋าชู” ปรากฏในหน้าข่าวการเมือง เพราะปกติ ป๋าชูจะมีข่าวในแวดวงบันเทิง และจิตอาสาเสียมากกว่า  

นวพล63 "ป๋าชู วัดเศวต" จอมยุทธ์ "สาธุ"

สาธุ ผู้ก่อตั้งพรรคราชสีห์ไทย

++
ปริศนา ‘สาธุ’
++
สำหรับ “สาธุ อนุโมทามิ” ในแวดวงการเมือง ถือว่าเป็น “จอมยุทธ์พรรคเล็ก” เพราะรวบรวมเพื่อนพ้องน้องตั้งพรรคการเมืองหลายพรรคแล้ว    

ก่อนเลือกตั้งปี 2562 ได้ก่อตั้งพรรคพลังไทยดี แต่ไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส. และล่าสุด สาธุเพิ่งตั้งพรรคราชสีห์ไทย     

สาธุมีชื่อเดิม “วิโรจน์ พูลสุข” ประธานสภาองค์กรวิทยุและโทรทัศน์ท้องถิ่นแห่งชาติ
 
ปี 2550 วิโรจน์เป็นแกนนำเครือข่ายองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย เคลื่อนไหวผลักดันให้มีการบรรจุคำว่า “ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ” ในรัฐธรรมนูญ 2550    

หลังรัฐประหาร 2557 วิโรจน์เปลี่ยนชื่อเป็น “สาธุ” พร้อมกับรับตำแหน่งประธานเครือข่ายคนไทยรักชาติ และเลขาธิการเครือข่ายพสกนิกรไทย     

ก.ย.2561 สาธุได้ประชุมจัดตั้ง พรรคพลังไทยดี ชื่อย่อ “พพทด.” แต่ไม่ได้ส่งผู้สมัคร ส.ส.     

ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง สาธุเดินสายหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.สังกัดกลุ่มบ้านริมน้ำ ของสุชาติ ตันเจริญ ทั้งในพื้นที่ฉะเชิงเทรา และยโสธร    

ติดตามกันดูต่อไปว่า กลุ่มพลังแผ่นดินสยาม จะก้าวไปสู่จุดไหน ในสถานการณ์ม็อบราษฎรคึกคะนอง

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง “นันทิดา” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง “นันทิดา” (komchadluek.net)

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง “นันทิดา”

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

25 พฤศจิกายน 2563 – 11:18 น.

ปากน้ำสะเทือน สงครามตัวแทน “อัศวเหม-จึงรุ่งเรืองกิจ” ชิงเก้าอี้นายก อบจ. กลางกระแสม็อบสามนิ้ว คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
สมุทรปราการ เป็นอีกสนามหนึ่งที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ มิใช่แค่ชายขอบเมืองหลวง หากแต่ยังเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ ระหว่างการเมืองเก่า กับการเมืองใหม่    

ท้องถิ่นเมืองปากน้ำ อยู่ภายใต้การบริหารงานของตระกูล “อัศวเหม” มา 9 ปี หลังจากการเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรปราการ ครั้งหลังสุดเมื่อปี 2554

อ่านข่าว… ศึกปากน้ำ “ทอน” ส่อถอย “นันทิดา” มาแล้ว

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

ป้ายหาเสียงของ “ตู่ นันทิดา”

ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ในนามกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ชนะอำนวย รัศมิทัต อดีตนายก อบจ. และภัทรวดี อภิเด่นนภาลัย ค่ายเพื่อไทย    

การเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 สร้างปรากฏใหม่ให้คนปากน้ำ เมื่อตระกูล “อัศวเหม” ที่พ่ายเครือข่ายของทักษิณ ชินวัตร มาแต่เลือกตั้งปี 2544 จนถึงปี 2554 กลับผงาดยึดเก้าอี้ ส.ส.ปากน้ำ 6 ที่นั่ง ในสีเสื้อพรรคพลังประชารัฐ ขณะที่พรรคเพื่อไทยพ่ายหมด     

อีกปรากฎการณ์หนึ่งที่น่าจับตาคือ กระแสธนาธร ทำให้พรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ได้ 1 ที่นั่ง คือ วุฒินันท์ บุญชู เขต 4 ส่วนผู้สมัคร ส.ส.เขตอื่น แม้สอบตก แต่ได้คะแนนเฉลี่ยเขตละ 3 หมื่นคะแนน    

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งซ่อม ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2563 กรุง ศรีวิไล พรรคพลังประชารัฐชนะขาด และผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ไม่ถึง 2 หมื่นคะแนน    

ดังนั้น การเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรปราการ ปีนี้ จึงมีผู้สมัครตัวเต็งอยู่ 3 คนคือ หมายเลข 1 นันทิดา แก้วบัวสาย กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า , หมายเลข 4 อำนวย รัศมิทัต กลุ่มรวมพลังสมุทรปราการ และหมายเลข 5 ธัชชัย เมตโต คณะก้าวหน้า 

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

เธอมาเพื่อการเปลี่ยนแปลงของอัศวเหม

++
บ้านใหญ่ ‘อัศวเหม’
++
มังกรปากน้ำ วัฒนา อัศวเหม มีบุตรชาย 3 คนคือ พิบูลย์ อัศวเหม, พูลผล อัศวเหม และชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ซึ่งพูนพล เป็น ส.ส.สมุทรปราการ 3 สมัย (เสียชีวิตแล้ว)    

แม่ทัพใหญ่ของอัศวเหม คือ “เสี่ยเอ๋” ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ตามมาด้วย ประภาพร อัศวเหม (ภรรยาพูลผล) และอัครวัฒน์ อัศวเหม ส.ส.สมุทรปราการ (หลานชายวัฒนา)     

วันที่ 1 ต.ค.2563 ชนม์สวัสดิ์ประธานหอการค้า จ.สมุทร ปราการ มอบให้นันทิดา แก้วบัวสาย รองประธานหอการค้า จ.สมุทรปราการ ไปเปิดงาน “ประเพณีรับบัว” ที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งวันนั้นเหมือนเป็นการเปิดตัว “นันทิดา” ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.สมุทรปราการ    

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

ป้ายหาเสียงของก้าวหน้า ชูธนาธร เรียกคะแนน

เสี่ยเอ๋รู้ดีว่า การเมืองท้องถิ่นไม่เหมือนเก่า จึงพยายามปั้นลูกหลานรุ่นที่ 3 ของอัศวเหม เข้าสู่ถนนการเมือง การเลือกนันทิดา ลงสมัครนายก อบจ.ปากน้ำ ก็หวังจะดึงฐานเสียงคนรุ่นใหม่     

ก่อนหน้านั้น เสี่ยเอ๋ได้ลงทุนทำทีมลูกหนังสมุทรปราการซิตี้ และส่งเสริมเยาวชนให้มาสนใจอี-สปอร์ตมากขึ้น    

พูดง่ายๆ เสี่ยเอ๋กำลังนำเอา “บุรีรัมย์โมเดล” มาใช้ในปากน้ำ 

++
ธนาธรลุยเอง
++ 
ว่ากันตามตรง ป้ายหาเสียงของคณะก้าวหน้าทั่วเมืองปากน้ำ มองผ่านๆ นึกว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลงสมัครนายก อบจ.สมุทรปราการ    

เนื่องจากทุกป้ายหาเสียงของ ธัชชัย เมตโต ผู้สมัครนายก อบจ. สมุทรปราการ จะมีภาพของธนาธรประกบคู่ตัวธัชชัย รวมถึงผู้สมัคร ส.อบจ. ก็ยังใช้ภาพธนาธรประกบภาพตัวเอง    

“ธัชชัย” ไม่ใช่คนเด่นคนดัง เป็นชาวสมุทรปราการโดยกำเนิด เกิดที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ ประกอบธุรกิจส่วนตัว โดยเปิดบริษัทเทรดดิ้ง เกี่ยวกับอะไหล่เครื่องจักรกล     

จะว่าไปแล้ว ตระกูล “จึงรุ่งเรืองกิจ” และบริษัท ไทยซัมมิทโอโตพาร์ท อินดัสตรี จำกัด ปักหลักอยู่ในแถบทุ่งบางพลี บางโฉลง บางเสาธง มานานกว่า 20 ปี     

เขย่าบ้านใหญ่ คณะธนาธร ท้าชิง "นันทิดา"

ทีมธนาธร เพื่อคนปากน้ำ

10 ปีที่แล้ว เจ๊สมพร ลงทุนสร้างสโมสรฟุตบอลไทยซัมมิท

สมุทรปราการ เป็นตัวแทนของสมาคมกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ลงแข่งขันในโปรวินเชียลลีก และคว้าแชมป์ ได้สิทธิเลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 แต่ปัญหาเยอะ ทั้งเรื่องสนาม และระบบการแข่งขัน เจ๊สมพรเลยประกาศยุบสโมสร     

ระหว่างการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 “ธนาธร-ปิยบุตร” จัดกิจ กรรม “อนาคตเมืองสมุทร ในมือคนสมุทรปราการ” ที่แอท เลค สตูดิโอ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ    

นั่นคือการส่งสัญญาณว่า “จึงรุ่งเรืองกิจ” ขอท้ารบ “อัศวเหม” ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน (komchadluek.net)

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง “หน่อย” หนุน

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง "หน่อย" หนุน

24 พฤศจิกายน 2563 – 15:31 น.

ศึกท้องถิ่นร้อยเอ็ด เพื่อไทยไม่ส่ง “มังกร” แชมป์เก่าลงสนาม “คุณหญิงหน่อย” มาการันตียี่ห้อเพื่อไทย

++
มีเรื่องประหลาดๆ ของพรรคเพื่อไทย ในการส่งผู้สมัครนายก อบจ.ทั่วประเทศ เมื่อคณะกรรมการบริหารพรรค มีมติส่ง 25 จังหวัด แต่ก็มีผู้สมัครนายก อบจ.หลายจังหวัด ที่พรรคไม่ได้ประกาศว่า ลงสมัครในนามพรรค แต่กลับใช้โลโก้พรรคหาเสียง

อ่านข่าว…   เอ๊ะยังไง “หน่อย” โผล่นครพนม 

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง "หน่อย" หนุน

คุณหญิงสุดารัตน์ การันตีมังกร คนเพื่อไทย

ตัวอย่างกรณี “มังกร ยนต์ตระกูล” อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในนามกลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด และไม่ได้อยู่ใน 25 รายชื่อ กลับใช้โลโก้พรรคหาเสียง    

ต่อมา เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ได้ชี้แจงว่า ผู้สมัครของกลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด ได้รับอนุมัติและยินยอมจากทางพรรคเพื่อไทย ให้ใช้ชื่อและโลโก้ของพรรคในการเลือกตั้ง อบจ.ร้อยเอ็ดในครั้งนี้ ไม่ได้มีการแอบอ้างอะไรทั้งสิ้น    

เมื่อวันที่ 17 พ.ย.2563 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้เดินทางมาหาเสียงช่วย “มังกร” และมีการถ่ายภาพ “คุณหญิงหน่อย” ชูมือมังกร กลางทุ่งนาอีกต่างหาก    

เหมือนการันตีอีกครั้ง มังกรเป็นคนเพื่อไทยแน่นอน ไม่ได้จับมือกับนักการเมืองต่างพรรค    

ตอนแรก ดูเหมือนว่า มังกรจะวางมือ และส่งไม้ต่อให้ “เสี่ยเอ” เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ที่ออกสตาร์ทหาเสียงไปแล้ว จู่ๆ เสี่ยมังกร เปลี่ยนใจกลับลงสนามป้องกันแชมป์แบบกระทันหัน

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง "หน่อย" หนุน

ไม่หายไปไหน ยังเดินหาเสียงแถวอีสาน

++
สามก๊กร้อยเอ็ด
++
20 ปีมานี้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนอยู่ใน 3 ก๊กการเมืองร้อยเอ็ด    

ก๊กยนต์ตระกูล นำโดย มังกร ยนต์ตระกูล ดีลเลอร์ขายรถรายใหญ่ภาคอีสาน (โตโยต้าร้อยเอ็ด และโตโยต้าสาเกตนคร) เคยเป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด 1 สมัย ในนามพรรคชาติไทย ปี 2548       

ปี 2550 มังกรย้ายมาอยู่ค่ายทักษิณ เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชาชน ลำดับที่ 7 เขตอีสานตอนล่าง แต่คะแนนไม่ถึง     

บ่งึดจักเม็ด พรรคไม่ส่ง "หน่อย" หนุน

เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ และคุณหญิงสุดารัตน์

ปี 2551 มังกร ลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในนามกลุ่มพลังประชาชน101 โดยมี ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน สนับสนุน    

ปีนั้น มังกร ในฐานะอดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคชาติไทย เจรจากับตระกูล “จุรีมาศ” สำเร็จ ยอมเป็นพันธมิตรการเมือง ไม่ส่งคนลงสมัครนายก อบจ.    

ในแง่ส่วนตัว มังกร เป็นลูกเขย พรศักดิ์ ไวนิยมพงศ์ นักการเมืองท้องถิ่น อ.ธวัชบุรี จึงมีศักดิ์เป็นน้องเขย “เสี่ยเอ” เศก สิทธิ์  ไวนิยมพงศ์     

ก๊กจุรีมาศ “เสี่ยไก่” ทินกร จุรีมาศ เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ในยุคที่ทักษิณยังไม่เล่นการเมือง     

ในสนามใหญ่ ตระกูล “จุรีมาศ” ภักดีต่อพรรคชาติไทยไม่เปลี่ยนแปลง และปักหลักสู้กับกระแสทักษิณในร้อยเอ็ดมา 3-4 สมัย    

เลือกตั้ง 2562 “เสี่ยแกละ” อนุรักษ์ จุรีมาศ น้องชายเสี่ยไก่ กลับมาเป็น ส.ส.อีกหน  

ก๊กพลซื่อ นำโดย เอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ที่เคยส่งภรรยา-รัชนี พลซื่อ เป็นนายก อบจ.ร้อยเอ็ด มาแล้ว 1 สมัย     

เอกภาพ เป็นสายตรงกลุ่มวังพญานาค มีความใกล้ชิดกับพินิจ จารุสมบัติ และเลือกตั้งหนล่าสุด เอกภาพ และรัชนี ยกทีมมาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ     

เลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด หนนี้ เอกภาพ ลงสมัครนายก อบจ.เอง ทำศึกล้างกับมังกร ยนต์ตระกูล     

เมื่อปี 2555 ผลเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด มังกร ยนต์ตระกูล ได้ 189,838 คะแนน ,รัชนี พลซื่อ ได้ 170,242 คะแนน และทินกร จุรีมาศ ได้ 153,693 คะแนน     

สำหรับปีนี้ ตระกูล “จุรีมาศ” ไม่ลงสนาม และไม่ต้องถามว่า “จุรีมาศ” จะเป็นพันธมิตรกับก๊กใดในร้อยเอ็ด