ดูดเด็กนายเด็กลุง “เนวิน” สยายปีกเสริมทัพชาดา ยึดเมืองสองแคว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534434

ขุนน้ำหมึก

26 ต.ค. 2565

ดูดเด็กนายเด็กลุง “เนวิน” สยายปีกเสริมทัพชาดา ยึดเมืองสองแคว

ยึดพิษณุโลก “เนวิน” สยายปีกเหนือตอนล่าง สู่เป้าหมาย 120 เสียง ผนึก ชาดา ไทยเศรษฐ์ ดูด ส.ส.คนแดนไกล ดึงเด็กลุงป้อม ปั้นดาวดวงใหม่ จัดทัพหวังชนะยกจังหวัด

ลุยพิษณุโลก “เนวิน” สยายปีกเหนือตอนล่าง ผนึก ชาดา ไทยเศรษฐ์ กวาดเก้าอี้ ส.ส.เติมเต็ม ที่ขาดหายในเหนือตอนบน

ครูใหญ่มาเอง “เนวิน” จัดทัพเมืองสองแคว ทั้งคนเก่าคนใหม่ นิยม ช่างพินิจ, นคร มาฉิม และอนุชา น้อยวงศ์ พร้อมรบครบเครื่องกว่าสมัยที่แล้ว

ไม่เพียงแค่สนามพิจิตรที่ครูใหญ่ เนวิน ชิดชอบ เข้ามาจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.แบบหวังชนะยกจังหวัด สนามพิษณุโลก ก็เป็นพื้นที่เป้าหมายของค่ายภูมิใจไทย

การเลือกตั้งปี 2562 ครูใหญ่เนวิน มอบให้ชาดา ไทยเศรษฐ์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง และภาคเหนือตอนล่าง ก็ได้ ส.ส.มา 3 ที่นั่งจากอุทัยธานี และนครสวรรค์

มาถึงวันนี้ พรรคภูมิใจไทย วางเป้าหมายเพิ่มเก้าอี้ ส.ส.ในเหนือตอนล่าง โดยมอบให้เสี่ยประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ดูแลสนามพิจิตร เป้าหมาย 3 ที่นั่ง

ส่วนครูใหญ่เนวิน ก็ขยับไปที่สนามพิษณุโลก ที่มี ส.ส. 5 ที่นั่ง เฉพาะหน้าค่ายสีน้ำเงิน ได้ ส.ส. 2 คนมาอยู่ในสังกัดเรียบร้อยแล้ว

คนแรก นิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก 4 สมัย ที่อยู่กับทักษิณ ชินวัตร มาตั้งแต่ไทยรักไทย จนถึงเพื่อไทย สมัยหน้า ขอมาสานฝันกับครูใหญ่บุรีรัมย์

คนที่สอง อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พลังประชารัฐ สมัยแรก และเป็น ส.ส.มุสลิมปาทานคนแรกของเมืองสองแคว ตัดสินใจอำลาสมศักดิ์ เทพสุทิน มาร่วมงานกับชาดา ไทยเศรษฐ์ มุสลิมปาทานลุ่มน้ำสะแกกรัง 

‘บ้านใหญ่บางระกำ’

“เนวิน” ประสบความสำเร็จในการคว้าตัว นิยม ช่างพินิจ ส.ส.ระดับเกรด A+ มาสวมเสื้อภูมิใจไทย ทำเอาคนแดนไกลโกรธควันออกหู เพราะปีก่อน นิยมยังไปเยี่ยมนายใหญ่ที่ดูไบ พร้อมทีม ส.ส.อีสาน

นิยม ช่างพินิจ เจ้าของบริษัทช่างพินิจ เอ็นจิเนียริ่ง (2539) มีฐานเสียงอยู่ใน อ.บางระกำ และ อ.บางกระทุ่ม ลงสมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 4 กี่ครั้งก็ชนะคู่แข่งขาดลอย 

ปลายปี 2563 นิยมส่งหลานสาว ยลดา ช่างพินิจ ลงสมัครนายก อบจ.พิษณุโลก ตอนแรกใช้ชื่อทีมเพื่อไทย แต่โดนห้ามใช้ จึงเปลี่ยนมาเป็นทีมคนรักพิษณุโลก แพ้นายก อบจ.คนเก่า แต่ก็ได้มา 1.4 แสนคะแนน 

ส่วนเขต 1 อ.เมืองพิษณุโลก ครูใหญ่เนวินเลือก ปาล์ม-บวรเดช หล้าแหล่ง ทายาทรุ่น 2 ของห้างทองวันจันทร์ ร้านทองเก่าแก่ที่สุดในเมืองสองแคว

สมัยที่แล้ว ปาล์ม บวรเดช ลงสมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคไทยรักษาชาติ แต่พรรคถูกยุบไปก่อน และเคยสมัครชิงนายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก ก็พ่ายแชมป์ผูกขาด เปรมฤดี ชามพูนท ไปแค่ 200 คะแนน 

นัยว่า เขต 1 พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย มีผู้เสนอตัวอีก 2 คนคือ อนุชิต โมลา กำนันบ้านกร่าง สายชาดา ไทยเศรษฐ์ กับ เกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล(ย้ายมาภูมิใจไทยแล้ว) 

ในที่สุด ครูใหญ่เนวิน เลือกคนรุ่นใหม่เจ้าของร้านทอง ลงชน หมออ๋อง-ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 

 ครูใหญ่เนวิน ภูมิใจเสนอ ปาล์ม ลูกเจ้าของร้านทอง ลงสมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 ครูใหญ่เนวิน ภูมิใจเสนอ ปาล์ม ลูกเจ้าของร้านทอง ลงสมัคร ส.ส.พิษณุโลก เขต 1

‘ลาลุงป้อม’

งานวันเกิด “เนวิน” มี ส.ส.พลังประชารัฐ ไปอวยพรครูใหญ่ 8 คน และหนึ่งในนั้นคือ อนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 อ.วังทอง และ อ.เนินมะปราง

อนุชา มุสลิมปาทาน ที่มีฟาร์มปศุสัตว์อยู่ที่ อ.เมืองพิษณุโลก และไปสร้างฐานการเมืองที่ อ.เนินมะปราง

จริง ๆ แล้ว เขตนี้เป็นพื้นที่ของ จุติ ไกรฤกษ์ พรรค ปชป. แต่สมัยที่แล้ว จุติให้มือขวา พงษ์มนู ทองหนัก ลงสมัคร ส.ส.แทน และพ่ายอนุชาแบบฉิวเฉียด

ว่ากันว่า จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมฯ อาจจะกลับมาลงสมัคร ส.ส.เขต 3 ในสมัยหน้า แต่จะเป็นพรรค ปชป. หรือพรรคอื่น ต้องติดตามต่อไป

ส่วนที่เขต 5 อ.นครไทย คนหน้าเก่า นคร มาฉิม อดีต ส.ส.ที่แจ้งเกิดกับ ปชป. แต่สมัยที่แล้ว ไปสวมเสื้อเพื่อไทย แล้วสอบตก ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัวในพื้นที่แล้ว นครจะลงสมัคร ส.ส.ในนามภูมิใจไทย ขอล้างตากับ มานัส อ่อนอ้าย ส.ส.สมัยแรก พปชร.

หากเป็นไปตามแผนของครูใหญ่เนวิน ค่ายสีน้ำเงิน น่าจะได้ ส.ส. 4 ที่นั่งจาก 5 ที่นั่งในสนามเมืองสองแคว 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ        โดย … ขุนน้ำหมึก

ป้อมซวย “ทักษิณ” โยนบาปตากใบ จวกบีอาร์เอ็นอยากหล่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534392

ขุนน้ำหมึก

26 ต.ค. 2565

ป้อมซวย “ทักษิณ” โยนบาปตากใบ จวกบีอาร์เอ็นอยากหล่อ

สลายชุมนุมตากใบ “ทักษิณ” โยนไปที่ พล.อ.ประวิตร แฉข้อมูลใหม่เหตุรุนแรงเป็นแผนทหารปูทางสู่รัฐประหาร 49 ฉุนบีอาร์เอ็น จะเอาผิดตัวเองเรื่องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

รอยแผลตากใบ “ทักษิณ” โยนไปที่ พล.อ.ประวิตร ผบ.ทบ.สมัยนั้น แถมแฉข้อมูลลับสันติบาลมาเลย์ เหตุสลายชุมนุมตากใบ เป็นแผนล้มรัฐบาลไทยรักไทย

“ทักษิณ” ฉุนแกนนำบีอาร์เอ็น จะเอาผิดเรื่องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หยันบีอาร์เอ็นอยากหล่อ ดีแต่พูด รู้จักพวกต้มยำกุ้งในมาเลย์ทุกกลุ่ม

วันที่ 25 ต.ค.2565 ทักษิณ ชินวัตร หรือ โทนี่ วู้ดซัม มาขายหนังสือชีวประวัติตัวเองในแคร์คลับเฮาส์ แต่ช่วงท้ายรายการ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ได้เข้ามาถามทักษิณ ถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เนื่องในวาระครบรอบ 18 ปี    

จากปากคำของทักษิณ ในฐานะนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ได้โยนไปที่ความรับผิดชอบของทหาร ฝ่ายปฏิบัติการในพื้นที่ และปีนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น ผบ.ทบ.    

“ต้องถามท่านรองนายกฯ (พล.อ.ประวิตร) ในฐานะที่เป็นอดีต ผบ.ทบ.ตอนนั้น ซึ่งท่านรู้เรื่องทหารดี ท่านจะชดเชยอย่างไร รัฐบาลกู้เงินมาเยอะ จะชดเชยอะไรก็ว่าไป เขามีหน้าที่ ผมไม่มีหน้าที่อะไรแล้ว”

มิเพียงเท่านั้น ทักษิณยังอ้างเรื่องข้อมูลใหม่ว่า การสลายการชุมนุมที่ตากใบนั้น “ทหารเขาพล็อตจะล้มผมตั้งแต่วันนั้นแล้ว หลังจากนั้นมีพันธมิตรฯออกมา”

วันถัดมา นักข่าวเจอหน้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ก็สอบถามเรื่องดังกล่าวข้างต้น พล.อ.ประวิตร ก็ตอบสั้น ๆ ว่า “ตากใบให้ไปถามทักษิณ ทักษิณรู้เรื่อง” 

พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่าตอนนั้นเป็น ผบ.ทบ. (เป็น ผบ.ทบ.ได้ 25 วัน) แต่อยากรู้เรื่องตากใบอย่างละเอียด ต้องไปถามอดีตนายกฯทักษิณ 

  ทักษิณ พูดเรื่องตากใบ ด้วยความเคร่งเครียด ทักษิณ พูดเรื่องตากใบ ด้วยความเคร่งเครียด

‘เรื่องลับตากใบ’

“ทักษิณ” ขออภัยชาวมุสลิมในกรณีตากใบ แต่ไม่ขอรับผิดชอบเหตุสลายการชุมนุม เพราะนายกรัฐมนตรี มิอาจล้วงลูกไปถึงการปฏิบัติการของทหารที่รับผิดชอบสถานการณ์ในวันนั้น

เหตุการณ์ความรุนแรงที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2547 เริ่มต้นจากการชาวบ้านชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านจำนวน 6 คนที่ถูกจับกุมตัว ที่ด้านหน้าโรงพักตากใบ

ต่อมา ทหารทำการปิดล้อมพื้นที่และสลายการชุมนุม มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 85 คน และถูกจับกุมประมาณ 1,300 คน 

ช่วงเกิดเหตุวันนั้น ทักษิณไปตีกอล์ฟ ก็ได้รับรายงานเรื่องเหตุการณ์ตากใบจาก พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 สมัยนั้น 

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสั่งการโดยทหาร ผมไม่รู้ใครสั่งการยังไง ตัดตอนตั้งแต่สลายการชุมนุมที่หน้าโรงพักตากใบ และทหารรับช่วงไป ตอนนั้นรู้แค่นั้น” ทักษิณโยนความรับผิดชอบไปที่กองทัพภาคที่ 4 

มิหนำซ้ำ ทักษิณยังเล่าเรื่องสันติบาลมาเลย์ให้ข้อมูลว่า แผนการสลายชุมนุมจนทำให้ชาวบ้านตายและบาดเจ็บ เป็นแผนการของฝ่ายทหารที่ต้องการโค่นล้มเขา

“ …คนที่มาพูดกับผมที่เจอที่เยอรมนี เขารู้ว่าทหาร พร้อมจะล้มผมตั้งแต่วันนั้น เขาพร้อมจะล้มผม และมีพันธมิตรฯ ออกมา” 

‘หยามบีอาร์เอ็น’

พลันที่มีกระแสข่าวขบวนการบีอาร์เอ็น จะเอาผิดเรื่องฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ “ทักษิณ” ฉุนขาด แถมหยันบีอาร์เอ็น อยากหล่อ อยากโก้

เนื่องในครบรอบ 18 ปี เหตุการณ์ตากใบ ขบวนการบีอาร์เอ็น ออกแถลงการณ์เรื่องการสลายการชุมนุมที่ตากใบ เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และเรียกร้องให้ดำเนินคดีในศาลอาญาระหว่างประเทศ มีการระบุถึงอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. และ พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 

“..ล้างเผ่าพันธุ์ ไม่มีใครคิดบ้าขนาดนั้นหรอก เรื่องนี้เกิดเหตุการณ์ขึ้น การรักษาความสงบต้องมี แต่ความผิดพลาดเกิดขึ้นจากการลำเลียงคนที่ผิดหลัก ซึ่งนอกเหนือความควบคุม”

ทักษิณยังวิจารณ์ขบวนการบีอาร์เอ็นที่ออกเคลื่อนไหวเรื่องนี้ว่า “บีอาร์เอ็นก็พูดเอาหล่อ วันนี้กลัวจะไม่หล่อ ผมก็ไปพบพวกนี้ พบมาหลายคนแล้วที่มาเลเซีย ร้านต้มยำกุ้งผมไปมาหมดแล้ว ผมบุกหมด ผมไม่กลัวตายอยู่แล้ว”

สรุปเหตุการณ์ตากใบ ยังเป็นบาดแผลทางการเมืองของทักษิณ และพรรคเพื่อไทย จากวันนั้นถึงวันนี้ คนชายแดนใต้ ก็ยังไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อไทย
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ       โดย … ขุนน้ำหมีก

ปิดดีลอำมาตย์ “ทักษิณ” พึ่ง “พจมาน” รัฐบาลผสม พท.-พปชร.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534321

25 ต.ค. 2565

ปิดดีลอำมาตย์ “ทักษิณ” พึ่ง “พจมาน” รัฐบาลผสม พท.-พปชร.

เกมจับขั้ว “ทักษิณ” อยากกลับบ้านเลี้ยงหลาน พท.แตะมือ พปชร. คนแดนไกลสรุปบทเรียนลี้ภัย เหตุเข้าไม่ถึงอีลิต(elite) ส่องกระจกก็เห็นแต่ “พจมาน” ผู้เข้าถึงอีลิต

เกมจับขั้ว “ทักษิณ” อยากกลับบ้านมาเลี้ยงหลาน เพื่อไทยแบไต๋แตะมือพลังประชารัฐ ตั้งรัฐบาลใหม่แบบมีเงื่อนไข

“ทักษิณ” ยอมรับตัวเองโง่ เข้าไม่ถึงชนชั้นนำ จึงถูกรัฐประหาร กลายเป็นผู้ลี้ภัย 16 ปี จากนี้ไปจะฟังคุณหญิงพจมาน ไม่ยอมโง่ซ้ำสอง

ค่ำวันอังคารที่ 25 ต.ค.2565 ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ วู้ดซั่ม จะมารีวิวหนังสือThaksin Shinawatra: Theory and Thought ในแคร์คลับเฮาส์ ที่ขายดิบขายดีในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ 

เชื่อว่า ต้องมีคนฟังทางบ้านถามประเด็นการเมืองร้อนๆ อันเนื่องจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยพร้อมจับมือพรรคพลังประชารัฐ โดยมีเงื่อนไขไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

ตอนหลัง ประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ต้องมาชี้แจงว่า ยังเร็วเกินไป ที่จะประกาศว่าจะจับมือกับใครตั้งรัฐบาล และยังไม่ถึงเวลา 

ส.ส.เพื่อไทยจะพูดแบบไหน อย่างไร ก็ไม่มีใครให้ความสำคัญเท่ากับการจับสัญญาณจากนายห้างหรือเถ้าแก่ ผ่านหนังสือ Thaksin Shinawatra Theory and Thought

บทที่ว่าด้วย Family Is Eternal ทักษิณตอบคำถามที่ว่าเมื่อยืนมองกระจก แล้วนึกเห็นใคร “เห็นคุณหญิง เพราะสงสารคุณหญิง ผมตัดสินใจอยากกลับเมืองไทย เพราะว่าคุณหญิงรับภาระแทนผมไว้เยอะ สงสารเขา”

กับคำถามเดียวกัน เวลาทักษิณมองกระจกแล้วนึกถึงคู่ชีวิต คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ตอบว่า “…เพราะคำพูดที่เคยเตือน แล้วท่านคงจำได้ดี และตอนนี้ ท่านคงเข้าใจแล้ว และคงรู้สึกเศร้า และอยากให้ท่านกลับมาเลี้ยงหลาน”

คำพูดที่เคยเตือนนั้นคืออะไร จึงทำให้ทักษิณส่องกระจกคราใด ก็นึกเห็นแต่ใบหน้าคุณหญิงพจมาน 
 

  ทักษิณ ส่องกระจกคราวใด ก็เห็นแต่ใบหน้าคุณหญิงพจมานทักษิณ ส่องกระจกคราวใด ก็เห็นแต่ใบหน้าคุณหญิงพจมาน

‘อย่ากลัวแลนด์สไลด์’

เกมแห่งอำนาจ “ทักษิณ” เคยพูดว่า “การเมืองเป็น zero sum games” ในอนาคต เขาไม่อยากเห็นเกมแบบนี้ เพราะอยากกลับไปเลี้ยงหลาน 


เนื่องจากเกมที่มีผลรวมเป็นศูนย์ (zero-sum games) เป็นเกมที่ผลรวมของผู้ชนะมีค่าเท่ากับผลรวมความเสียหายที่ผู้แพ้ได้รับ ผู้ชนะได้หมด ผู้เสียจะสูญเสียไปทั้งหมด 

ย้อนไปเมื่อวันที่ 26 ก.ค.2565 ทักษิณ ชินวัตร เผยแพร่คลิปในวันคล้ายวันเกิด ครบรอบ 73 ปี ผ่านทางเว็บไซต์ Thaksinofficial มีการสัมภาษณ์ทักษิณเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางชีวิต และครอบครัว

ตอนหนึ่ง ทักษิณได้สื่อสารถึงฝ่ายตรงข้ามเป็นหลัก เหมือนจะบอกว่า อย่ากังวล หากพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งหน้า

“การเมืองเป็น zero sum games ถ้าเราสุข เขาจะทุกข์ ถ้าเราทุกข์ เขาจะสุข..ดูผมไม่ทุกข์ 16 ปีแล้วนะ ไม่ทุกข์ ชีวิตต้องดำเนินต่อไป คนที่รักเราจะได้มีความสุขไปด้วย”

สรุปจากคลิปนั้น ทักษิณต้องการ 1.อยากกลับเมืองไทย คิดถึงอนาคตของหลาน 2.ให้อภัยศัตรูหรือคู่ปรปักษ์ทางการเมือง 3.สงสารคุณหญิงพจมาน ที่ต้องแบกทุกเรื่อง 

‘บทเรียนคนโง่’

“ทักษิณ” เคยเล่าหลายครั้งผ่านแคร์คลับเฮาส์ว่า สาเหตุที่เขาถูกยึดอำนาจ จนต้องมาใช้ชีวิตอยู่นอกประเทศ เพราะเขาเป็นคนซื่อบื้อ คนโง่ ไม่ได้เข้าไปหากลุ่มชนชั้นสูง หรือกลุ่มอำมาตย์

ในหนังสือThaksin Shinawatra : Theory and Thought บทที่ชื่อว่า The Fool เมื่อถูกถามว่า คุณรู้สึกว่าตัวเองโง่เรื่องอะไรมากที่สุด 

ทักษิณตอบว่า “ผมอาจจะโง่เรื่องคน ประสบการณ์ ชีวิตผมเป็นคนบ้านนอก ชีวิตเราง่ายๆ เราอยู่บ้านนอก”

ทายาทลูกจีนเมืองเหนือ เข้ามาโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แล้วก็ไปเรียนหนังสือเมืองนอก กลับมาก้มหน้าก้มตาทำมาหากิน สู้สร้างสู้ด้วยตัวเอง จนกลายเป็นไทคูนสื่อสาร

“ชีวิตมันก้าวกระโดด มันผ่านสังคมกรุงเทพฯน้อยไป ผ่านสังคมของอีลิตน้อยไป มีแต่สังคมทหาร ตำรวจ สังคม ธุรกิจ ไม่กว้างเท่าไหร่ นายแบงก์ต่างๆ ก็รู้จักไม่เท่าไหร่ เราก็เลยไม่ได้อยู่ในสังคมอีลิต ถึงแม้ฐานะเราอยู่ในอีลิต แต่ในสังคมอีลิต เราไม่มี อันนั้นคือความโง่”

สังคมอีลิตหรือชนชั้นสูง ในสายตาของทักษิณ ก็ไม่ต่างจากวาทกรรมของแกนนำ นปช. ว่าด้วยเรื่องไพร่กับอำมาตย์ 

ตรงกันข้าม คุณหญิงพจมานกลับเป็นคนที่เข้าถึงสังคมชนชั้นสูง และเคยเตือนทักษิณในบางเรื่อง แต่ก็ไม่ทันการณ์ จึงต้องหลบหนีออกจากไทยไปใช้ชีวิตต่างแดนนาน 16 ปี

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ    โดย … ขุนน้ำหมึก

อำนวย นวลทอง ขันอาสา “ประชาธิปัตย์” เปลี่ยนการเมืองจังหวัดตรัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/534299

นายหัวไทร

25 ต.ค. 2565

อำนวย นวลทอง ขันอาสา "ประชาธิปัตย์" เปลี่ยนการเมืองจังหวัดตรัง

เปิดประวัติ อำนวย นวลทอง อดีตประธานสภาเขตพญาไท เส้นทางสู่ ว่าที่ “ผู้สมัครส.ส.” เขต 3 จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์

อำนวย นวลทอง ขันอาสาเปลี่ยนการเมืองใน จ.ตรัง    กล่าวถึง “อำนวย นวลทอง” พี่น้องชาวละมอ อ.นาโยง จ.ตรังคงรู้จักกันดี เพราะเขาถือกำเนิดบนผืนแผ่นดินแห่งนี้ โตที่นี้ และเรียนจบการศึกษาระดับมัธยมปลายจากโรงเรียนระดับจังหวัด การศึกษาระบบ แพ้คัดออก อำนวยสอบเข้ามหาวิทยาลัยเปิดไม่ได้ เขาจึงบ่ายหน้าเข้าเมืองหลวง เข้าสู่ระบบการศึกษา “ตลาดวิชา” เป็นลูกพ่อขุนในรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง

“ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความ” หอบความเขลาจากบ้านนอก เข้ามาหาความหมายในเมืองหลวง อำนวยพบว่า ยังมีปัญหาอีกมากมายที่สั่งสมบ่มเพาะอยู่ในสังคมไทย สังคมแห่งความเหลื่อมล้ำ สังคมแห่งการเอารัดเอาเปรียบ แม้แต่การศึกษาก็ยังไม่เท่าเทียมกัน

ระหว่างศึกษาอำนวยกระโดดเข้าสู่เวทีกิจกรรมนักศึกษา ทำกิจกรรมแนวบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และการเมือง ออกค่ายอาสา ร่วมเวทีเรียกร้องความเป็นธรรมในนามองค์กรนักศึกษา ชื่อเสียงของอำนวยเป็นที่รู้จักกันของระดับนำของนักศึกษากลุ่มหัวก้าวหน้าในระดับนำ

อำนวยเป็นนักศึกษากิจกรรมรุ่นเดียวกับ นิพนธ์ บุญญามณี  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รุ่นเดียวกับ “วิสูตร สุจิรกุล” อดีตนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง สมชาย โล่สภาพิพิธ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์

จบการศึกษาระดับปริญญาตรี อำนวยเข้าสู่ระบบราชการในกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมการจัดจำหน่ายน้ำตาลทราย จากนั้นได้ลาออกมาทำงานภาคเอกชนและทำธุรกิจส่วนตัว โดยเข้าไปทำงานในบริษัท หมากหอมเยาวราช ของนายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้มีโอกาสได้รู้จักกับ ดร.พิจิตต รัตตกุล อดีตผู้ว่าฯกทม. “อำนวย” ยังเป็นหนึ่งในคณะทำงานรณรงค์หาเสียงให้กับเดโช สวนานนท์ ร.ท.เชาวลิต เตชะไพบูลย์ และ ร.ต.ฉลาด
วรฉัตร

“อำนวย”กระโดดเข้าสู่เวทีการเมืองในยุคที่สังคมกำลังเปิดทางให้กับคนรุ่นใหม่ อำนวยได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ในช่วงวัยหนุ่ม ด้วยหวังว่า ตำแหน่งทางการเมืองจะช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้ “อำนวย” ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานสภาเขตพญาไทถึงสองสมัย และเป็นคณะทำงานของกลุ่มยุวประชาธิปัตย์ เป็นกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ สาขาพญาไท

อำนวยยังวาดฝันว่า วันหนึ่งจะก้าวสู่การเมืองระดับชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างการเมืองได้มากกว่าการเมืองท้องถิ่น แต่เมืองเหลียวซ้ายมองขวา บ้านเกิดของตัวเองก็ยังมีปัญหาอีกมากที่ควรได้รับการแก้ไข รวมถึงการปูทางไปสู่ความเป็นเมืองท่องเที่ยว สร้างสังคมอุดมธรรม สังคมสร้างสุข

อำนวยตัดสินใจครั้งสำคัญอีกครั้ง ทิ้งสิ่งที่สร้างและมีอยู่ในเมืองหลวง บอกภรรยาเก็บกระเป้ากลับละมอบ้านเกิด และเริ่มต้นทำในสิ่งที่ฝัน เดินตามพ่อ “เศรษฐกิจพอเพียง” กับที่ดินแปลงมรดก พร้อมขยายแนวคิดไปยังชาวบ้าน เดินหน้าสร้างความอยู่รอด และอยู่เย็นเป็นสุขในชุมชน

การทำงานแบบปัจเจกก็มีข้อจำกัด “อำนวย”ฝันไกลไปกว่านั้น ฝันว่าเมื่อสนามการเมืองท้องถิ่นในบ้านเกิดเปิด “อำนวย”ลงชิงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลละมอ แต่การเมืองนอกระบบเข้ามาโจมตี ทำให้อำนวยพ่ายไปเพียงไม่กี่คะแนน

วันนี้ชายนักสู้ ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ประชาธิปไตย ล้นไปด้วยประสบการณ์ ผ่านการศึกษา เรียนรู้ ทั้งในระบบและนอกระบบ มาอย่างท่วมท้น พร้อมจะลงสู้ศึกชิงเก้าอี้ ผู้สมัครส.ส.เขต 3 จ.ตรัง ศึกคนกันเองกำลังจะระเบิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งของคนประชาธิปัตย์ในจังหวัดตรัง

“ผมพร้อม ทีมงานพร้อม” อำนวยกล่าวอย่างมั่นใจในการเปิดศึกกับคนกันเอง แพ้-ชนะไปว่ากันในสนามเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นคนชี้ขาด แต่งานนี้ “อำนวย” สู้ไม่มีถอย

แกะรอย “อันวาร์ สาและ” คนดีลุงป้อม แง้มประตูบ้านป่ารอยต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534283

ขุนน้ำหมึก

25 ต.ค. 2565

แกะรอย “อันวาร์ สาและ” คนดีลุงป้อม แง้มประตูบ้านป่ารอยต่อ

ส่องสนามปัตตานี “อันวาร์ สาและ” คนดีของลุงป้อม พี่ใหญ่บ้านป่ารอยต่อ ไม่กังวลคำครหารับใช้เผด็จการ ขอแต่พรรคนั้นทำงานเพื่อประชาชน และรับเงื่อนไข 3 ข้อได้

สะเทือนปลายด้ามขวาน “อันวาร์ สาและ” ส.ส.คนดัง ถูกลุงป้อม พี่ใหญ่บ้านป่ารอยต่อฯ เรียกหากลางงานกฐินปัตตานี หลัง ปชป. ไม่ส่งลงสนามเดิม

“อันวาร์ สาและ” ไลฟ์เฟซบุ๊กไขข้องใจเรื่องซบ พปชร. ไม่กังวลคำครหารับใช้เผด็จการ ขอแต่พรรคนั้นทำประโยชน์เพื่อประชาชน และรับเงื่อนไข 3 ข้อได้

เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2565 อันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ได้ไลฟ์คุยกับอันวาร์ ผ่านเพจ Anwar Salaeh ในหัวข้อ บิ๊กป้อมตาม ส.ส.อันวาร์ เพื่อตอบข้อข้องใจของชาวปัตตานี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 ต.ค.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี เดินทางไปทอดกฐินสามัคคีที่วัดช้างให้ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พร้อมพูดถึงการวางตัวผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี แถมเอ่ยปากอยากพบอันวาร์ สาและ เพราะเป็นคนดีมีความสามารถ

เพียงแค่ลุงป้อมพูดลอย ๆ ไม่ต้องมีใครถาม แวดวงการเมืองปลายด้ามขวานก็ลือลั่นสนั่นทุกร้านน้ำชา

สรุปจากปากคำอันวาร์ในไลฟ์เฟซบุ๊ค ประเด็นข้อหารับใช้เผด็จการ อันวาร์กล่าวว่า หลักของเขา ไม่มีพรรคไหนประกาศตัวว่าเป็นพรรคเผด็จการ หากพรรคไหนอยู่เคียงข้างประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน ก็สามารถร่วมงานกันได้ 

อย่างไรก็ตาม อันวาร์ ได้บอกเงื่อนไข 3 ข้อคือ 1.ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2.การฟื้นฟูปัญหาการประมงในพื้นที่และเกี่ยวข้องกับประมงทั้ง 22 จังหวัด 3.ต้องผลักดันอุตสาหกรรมฮาลาลให้เกิดขึ้นให้ได้ หากพลังประชารัฐ หรือพรรคใดรับเงื่อนไขนี้ ก็ได้ใจเขาไปแน่นอน

 ส.ส.อันวาร์ ไลฟ์ตอบคำถามกรณีจะเข้าพลังประชารัฐ ส.ส.อันวาร์ ไลฟ์ตอบคำถามกรณีจะเข้าพลังประชารัฐ

‘เขามาจากไหน’

 “อันวาร์ สาและ” เกิดที่ ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี บุตรของเอกชัย-เจะลีเมาะ สาและ ในวัยเยาว์จบการศึกษาที่โรงเรียนวรคามินอนุสรณ์ และโรงเรียนเดชะปัตตนยานุกูล จ. ปัตตานี ก่อนเข้ากรุงเทพฯ มาเรียนจบบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาการตลาด รามคำแหง ได้ทำงานฝ่ายการตลาดในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ 

ต่อมา ทางครอบครัวจะเรียกตัวอันวาร์กลับปัตตานี เพื่อไปสานต่อกิจการรับเหมาถมที่และก่อสร้างของครอบครัว


ระหว่างทำธุรกิจในบ้านเกิด ถูกแกนนำกลุ่มวาดะห์ทาบทามอันวาร์ลงสมัคร ส.ส.ปัตตานี พรรคความหวังใหม่ ปี 2538 เนื่องจากปู่และบิดาของอันวาร์ เคยเป็นกำนัน ต.สะบารัง แต่เขาก็ไม่ได้สมัคร ส.ส.

ปี 2544 อันวาร์ เตรียมตัวจะสมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 3 แต่บิดารับปากญาติผู้ใหญ่ที่ขอลงสมัครก่อน อันวาร์ก็เลยไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.อีก

ปี 2548 พรรคประชาธิปัตย์ติดต่ออันวาร์ขอให้ลงสนามเลือกตั้ง เขาจึงตัดสินใจลงสมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 1 และได้รับเลือกเป็น ส.ส.ปัตตานี สมัยแรก

หลังเจอข้อหาเป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค ปชป. ก็มีข่าวว่า อันวาร์จะไปสังกัดพรรคประชาชาติ แต่จากข้อมูลในพื้นที่กลับพบว่า ทีมงานอันวาร์กลับอยากทำงานร่วมกับพรรคที่มีแนวโน้มจะได้เป็นรัฐบาลมากกว่า

‘สนามปัตตานี’

“อันวาร์ สาและ” ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ปัตตานี สมัยที่ 4 ในสีเสื้อ ปชป. และเป็น ส.ส.ชายแดนใต้เพียงหนึ่งเดียวของพรรค 

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปัตตานี ปี 2562 เฉพาะเขต 1 (อ.เมืองปัตตานี และ อ.ยะหริ่ง) อันวาร์ สาและ พรรค ปชป.ได้ 19,883 คะแนน, วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ 15,233 คะแนน, สนิท นาแว 13,614 คะแนน พรรคชาติไทยพัฒนา และบัณฑิต อับดุลบุตร 13,487 คะแนน 

สำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้า นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ปชป.ได้เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคในพื้นที่ 4 จังหวัด ครบทั้ง 14 เขตแล้ว

สนามเลือกตั้งปัตตานี เขต 1 พรรค ปชป.ได้วางตัว สนิท นาแว แทน ส.ส.อันวาร์ สาและ โดยสนิท นาแว เคยเป็นนายก อบต.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ก่อนจะลาออกจากตำแหน่งมาลงสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อชาติไทยพัฒนา 

มีรายงานข่าวว่า พ.ญ.เพชรดาว โต๊ะมีนา ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้เปิดตัวจะลงสมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 1 ในสมัยหน้า จึงทำให้อุณหภูมิการเมืองในปัตตานีร้อนแรงขึ้นอีกเท่าตัว

อันวาร์ สาและ ที่มีแนวโน้มจะสวมเสื้อบ้านป่ารอยต่อฯ จะต้องเจอทั้งคนหน้าใหม่ ปชป. และหมอจอย เพชรดาว แห่งค่ายสีน้ำเงิน ในการเลือกตั้งปี 2566

คอลัมน์  …  ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก

ยาใจคนใต้ “ประยุทธ์” กดดันเด็กลุงป้อม ชูนายกฯคนละครึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534213

ขุนน้ำหมึก

24 ต.ค. 2565

ยาใจคนใต้ “ประยุทธ์” กดดันเด็กลุงป้อม ชูนายกฯคนละครึ่ง

ขวัญใจคนทักษิณ “ประยุทธ์” มีแต้มต่อเหนือ กดดัน ส.ส.พลังประชารัฐ สายใต้ คิดแคมเปญหาเสียงตู่-ป้อม นายกฯคนละครึ่ง ผิดกับ ส.ส.ภาคอื่น อยากทิ้งตู่ชูป้อม

ขวัญใจคนทักษิณ “ประยุทธ์” มีแต้มต่อ ส.ส.พลังประชารัฐสายใต้ จึงคิดสูตรนายกฯคนละครึ่ง ผิดกับ ส.ส.ภาคอื่น ที่อยากชูป้อมมากกว่าตู่

3 ปีก่อน กระแส “ประยุทธ์” ฉุดนักการเมืองหน้าใหม่เข้าสภาฯ ไม่มีใครคาดคิด แชมป์เก่า ปชป. จะปราชัยรายจังหวัด ไม่ต่างเสาไฟฟ้าล้ม
 

นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจชาวปักษ์ใต้ เรื่องคนที่ใช่ พรรคที่ชอบของคนใต้ สำรวจ 17-20 ต.ค.2565 พบว่า คนที่ใช่อันดับ 1 คือ พล.อ.ประยุทธ์ ร้อยละ 23.94 เพราะซื่อสัตย์ สุจริต มีความเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ

ส่วนพรรคที่ชอบ ก็ยังเป็นพรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 1 ร้อยละ 27.49 พรรคพลังประชารัฐ หล่นไปอยู่อันดับ 3 ร้อยละ 12.09 
    

เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 คนปักษ์ใต้เทใจเลือกผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ก็ด้วยเหตุเดียวกับผลสำรวจนิด้าโพล ชอบลุงตู่ ซื่อสัตย์ และรักสถาบันฯ

ก่อนหน้านิด้าโพลแถลงเพียงวันเดียว รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราชให้สัมภาษณ์สื่อว่า คนใต้ยังรักและศรัทธา พล.อ.ประยุทธ์ และเชื่อมั่นพรรค พปชร. พร้อมกันนั้น รงค์ยังคิดแคมเปญหาเสียง “หมดลุงตู่ สู่ลุงป้อม” หมายถึงเป็นนายกฯ คนละ 2 ปี 

ข้อเสนอของ ส.ส.รงค์ จึงถูกวิจารณ์ว่า  เป็นสูตรนายกฯคนละครึ่ง แต่แกนนำพรรคระดับสุชาติ ชมกลิ่น ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้แล้ว พรรคยังไม่มีแคมเปญอะไรทั้งสิ้น

‘เช็กอาการ ส.ส.ใต้’

13 ส.ส.ใต้ ที่เหลืออยู่ในปัจจบัน หากลงสมัคร ส.ส.สมัยหน้า โดยไม่ชู “ประยุทธ์” เสี่ยงสอบตกสูงมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่ระยะนี้ ส.ส.ใต้จะให้สัมภาษณ์เรื่องอนาคตของพรรคถี่ขึ้น

หลังเลือกตั้งปี 2562 พลังประชารัฐ มี ส.ส.ภาคใต้ 13 คน ตอนหลังได้เพิ่มมาอีก 1 คน จากการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช และเมื่อไม่นานมานี้ มี ส.ส.สงขลา ลาออกไปสมัครนายกเทศมนตรีนครสงขลา 1 คน ก็กลับมาเหลือ 13 คนเท่าเดิม

นครศรีธรรมราช พปชร. มี ส.ส. 4 คน ได้แก่ รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส. เขต 1, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง เขต 2, อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เขต 3 และสายัณห์ ยุติธรรม ส.ส. เขต 4 ก็เจอศึกหนัก เมื่อพรรค ปชป.จัดทัพใหม่ ขนบ้านใหญ่ลงสู้ แถมภูมิใจไทย ก็เอาจริงในหลายเขต

สงขลา เหลืออยู่ 3 คน ศาสตรา ศรีปาน เขต 2, พยม พรหมเพชร เขต 3 และ ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี เขต 4 ส่วนวันชัย ปริญญาศิริ ลาออกไปเล่นการเมืองท้องถิ่น

เที่ยวหน้า ทั้งเดชอิศว์ ขาวทอง ขุนพล ปชป. และพิพัฒน์ รัชกิจประการ แม่ทัพค่ายสีน้ำเงิน จัดเต็ม ส่งผู้สมัคร ส.ส.เกรดเอ ลงสนามสงขลา ส.ส.นกแล ค่ายลุงป้อมเห็นทีจะฝ่าด่าน 2 พรรคขาใหญ่กลับเข้าสภาลำบาก

ฝั่งอันดามันก็เงียบกริบ ทั้ง นิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง เขต 1, สุทา ประทีป ณ ถลาง ส.ส.ภูเก็ต เขต 1 และนัทธี ถิ่นสาคู  ส.ส.ภูเก็ต เขต 2

ปลายด้ามขวาน สนามนราธิวาส ก็มีเรื่องระหองระแหงกัน ระหว่างวัชระ ยาวอหะซัน นราธิวาส เขต 1 กับสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส เขต 2  แถมมีข่าวตระกูลยาวอหะซัน จะย้ายพรรคอีกต่าง

ที่ยะลา เขต 1 อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ก็โดดเดี่ยวในดง ปชป. และประชาชาติ สมัยที่แล้วขี่กระแสลุงตู่เข้าสภาฯ สมัยหน้า ไม่รู้ว่าลุงตู่จะเอาอยู่มั้ย

‘ฝากไว้กับป้อม’

บทเรียนจากเลือกตั้งซ่อมสงขลา และชุมพร เป็นตัวอย่างไม่ชู “ประยุทธ์” แต่หันไปปั้นลุงป้อม พปชร.ก็พ่ายทั้งสองเขต

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีแรงงาน ในฐานะ ผอ.พปชร. ไม่ขอให้ความเห็นกรณี ส.ส.ใต้ ชูแคมเปญหมดลุงตู่ สู่ลุงป้อม ในการหาเสียงครั้งต่อไป คงต้องรอการประชุมใหญ่ของพรรค ในวันที่ 27 ต.ค.2565

จากข้อสังเกตนิด้าโพล คนปักษ์ใต้ส่วนใหญ่ยังมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นคนที่ใช่ แต่พรรค พปชร.โดยการนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังเป็นพรรคที่ชอบรองลงมาจาก ปชป. และเพื่อไทย

  ภารกิจลุงป้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคที่ภาคใต้ ภารกิจลุงป้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคที่ภาคใต้

ผลการสำรวจของนิด้าโพลครั้งนี้ สะท้อนว่า คนใต้ยังมีความระแวงแคลงใจในตัวลุงป้อม ซึ่ง ส.ส.นครศรีธรรมราช ก็จับอารมณ์คนในพื้นที่ได้ จึงคิดสูตรนายกฯคนละครึ่ง 
 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ      โดย … ขุนน้ำหมึก 

ศึกเลือกตั้งพื้นที่ สงขลา ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ แย่งเจ้าถิ่น พลังประชารัฐ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/534203

นายหัวไทร

24 ต.ค. 2565

ศึกเลือกตั้งพื้นที่ สงขลา ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ แย่งเจ้าถิ่น พลังประชารัฐ

เลือกตั้งครั้งหน้า เขต 2 สงขลา เจองานหนัก เจ้าถิ่นจากพลังประชารัฐ ต้องสู้กับเลือดใหม่ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย

วัดดวงศึกชิง ส.ส.เขต 2 สงขลา ล้วนเลือดใหม่ ทั้ง “ประชาธิปัตย์ภูมิใจไทย”รุมถล่ม “ศาสตรา”

วันก่อนได้กล่าวถึงเขตเลือกตั้งที่ 1 สงขลาไปแล้ว ซึ่งโดยสรุปในเวลานี้จะเป็นการช่วงชิงกัน 3 คน ระหว่าง “น้องเพชญ บุญญามณี” ลูกชายของ “นิพนธ์ บุญญามณี”รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กับประสงค์ บุรีรักษ์ นายกฯแบน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง และเจือ ราชสีห์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ กรณีตัดสินใจลงเขต และย้ายพรรค

ขอกล่าวถึงเขต 2 สงขลา ซึ่งเป็นเขตชานเมืองของนครหาดใหญ่ เขตนี้เจ้าของเก้าอี้เดิมคือ “ศาสตรา ศรีปาน” จากพรรคพลังประชารัฐ เป็นเด็กปั้นของผู้การฯชาติ เป็นลูกชายของเจ้าของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในหาดใหญ่

“ปั้นได้ก็ทุบทิ้งได้
การเลือกตั้งครั้งหน้า พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล เพื่อนร่วมรุ่นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินออกจากพรรคพลังประชารัฐ ไปสังกัดพรรคสร้างอนาคตไทย ของ “อุตตม สาวนายน” แล้ว และจะลงสมัครรับเลือกตั้งในเขต 2 ของสงขลา ซึ่งหมายถึงลงชนกับเด็กปั้นของตัวเอง

ต้องเข้าใจว่า ผู้การฯชาติเป็นคนเกิดพัทลุง แต่มาเติมโตทางราชในจังหวัดสงขลา อยู่กับค่ายคอหงส์มานาน กว้างขวาง รู้จักคนมาก เคยได้รับเลือกเป็น ส.ส.สงขลาในย่านนี้มาหนึ่งสมัยในสังกัดค่ายทานตะวัน “ความหวังใหม่” เฉียดๆจะได้เป็นรัฐมนตรีมาหลายครั้ง มีชื่อติดโผมาตลอด น้อยเนื้อต่ำใจกับลุงป้อม ที่มองไม่เห็นหัวเลยย้ายพรรคหนี

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าถิ่นเก่า ประกาศขอคืนพื้นที่ยึดเขตนี้คืนด้วยการส่ง “นิพัฒน์ อุดมอักษร” ลงสมัครรับเลือกตั้งเขตนี้ ถามว่าแล้วนิพัฒน์คือใคร จากการสืบค้นพบข้อมูลในการแนะนะตัวกับสมาชิกพรรคในวันประชุมสาขาพรรคที่หาดใหญ่

นิพัฒน์ อุดมอักษร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์นิพัฒน์ อุดมอักษร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์


“ผมเองเป็นชาวหาดใหญ่โดยกำเนิด เกิดที่นี่ เรียนที่นี่ ทำงานที่นี่ เห็นการเปลี่ยนแปลงของเมืองหาดใหญ่มาโดยตลอด ที่ผ่านมานอกเหนือจากการทำธุรกิจในนามบริษัท เอนกการช่าง จำกัด ผู้นำการผลิตเครื่องจักรกลเกษตรแล้ว ก็ยังทำงานส่วนรวมมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันยังทำหน้าที่นายกสมาคมเอสเอ็มอีจังหวัดสงขลา นายกสโมสรไลออนส์หาดใหญ่ เป็นที่ปรึกษา กรรมการชมรม สมาคม มูลนิธิฯ อีกหลายตำแหน่ง ซึ่งเป็นงานที่ทำด้วยใจเหมือนดั่งคำสอนป๋าเปรม ที่ชาวสงขลาได้ยินเป็นประจำว่า “เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน”

ในทางการเมือง “นิพัฒน์”เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์มานานแล้ว และได้เข้ามาทำงานกับพรรคครั้งแรกในการเลือกตั้งนายกอบจ.สงขลา เมื่อปลายปี 62 ร่วมทีมฝ่ายบริหารในตำแหน่งเลขานุการฯ กับไพเจน มากสุวรรณ์ ผู้สมัครนายกอบจ.สงขลา ทีมพรรคประชาธิปัตย์

ภายหลังชนะการเลือกตั้งก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่อำเภอหาดใหญ่โดยเฉพาะ และเป็นผู้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นนั่นคือ โครงการก่อสร้างสกายวอล์คและหอชมเมืองหาดใหญ่

โครงการดังกล่าว อบจ.ได้ผู้ชนะการประมูลที่ 10.5 ล้านบาท ขณะนี้เริ่มศึกษาออกแบบแล้ว โครงการนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คิดจะทำก็ทำได้ทันที พื้นที่บนเขาคอหงส์ ครอบคลุมหลายหน่วยงาน มีทั้งเขตป่าไม้ เขตทหาร ส่วนราชการ ท้องถิ่น การศึกษาออกแบบต้องทำอย่างรัดกุม

“ผมได้เข้าไปดูพื้นที่ตั้งแต่เริ่มรับตำแหน่งหลายคนอาจไม่ทราบว่าการขอใช้พื้นที่เขตทหารนั้นทำได้ยาก ที่ผ่านมาได้เข้าไปพูดคุยเพื่อขอใช้พื้นที่กับแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการ มทบ.42 ค่ายเสนาณรงค์”

อีกหนึ่งโครงการใหญ่คือการจัดทำห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ณ อาคารมูลนิธิหอสมุดประชาชนหาดใหญ่ (หอสมุดซุนยัดเซน) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยอบจ.สงขลา ได้เช่าที่ดินเพื่อที่จะทำการก่อสร้างศูนย์เรียนรู้สำหรับเด็กๆ เยาวชน ตลอดจนถึงประชาชนทั่วไป ได้ค้นคว้าหาความรู้ การอบรมคอมพิวเตอร์ การสอนการขายสินค้าผ่านออนไลน์ เป็นศูนย์เรียนรู้ในรูปแบบใหม่ทันสมัยใช้ได้ทุกคน โดยโครงการนี้ก็กำลังจะเริ่มแล้วเช่นกัน

โครงการอื่นๆ ยังมีมากมาย ไมว่าจะเป็นการของบจากการยางแห่งประเทศไทย มาสร้างสนามฟุตซอลแก่โรงเรียนศรีนครมูลนิธิ จำนวน 8 แสนบาท และซื้อรองเท้าบู๊ทยางพาราแจกจ่ายแก่เกษตรกรอีก 8 แสนบาท การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากสถานการณ์โควิด-19 ภายใต้ขอบเขตและอำนานหน้าที่ของอบจ.ที่สามารถทำได้ ที่ผ่านมาเน้นการลงมือทำ เน้นการลงพื้นที่ มากกว่าการสร้างภาพสร้างกระแส

นิพัฒน์ถือเป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ เลือดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะเข้ามารับช่วงภารกิจเพื่อชาติต่อจากคนรุ่นก่อน เพื่อให้พรรคได้สืบทอดเจตนารมณ์ของผู้ก่อตั้ง และเป็นสถานบันทางการเมือง

เขต 2 สงขลา นอกจากประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ สร้างอนาคตไทยแล้ว พรรคภูมิใจไทย ก็หมายมั่นปั้นมือส่ง “ฉัตรชัย ชูแก้ว” หรือ“ทนายหมู” ลงชิงด้วยความหวัง และหวังกระแสจาก “ไพร พัฒโน” จากเขต 3 โซนใข่แดงของหาดใหญ่มาช่วยด้วย

ฉัตรชัย ชูแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สงขลา พรรคภูมิใจไทยฉัตรชัย ชูแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 สงขลา พรรคภูมิใจไทย
กล่าวถึงทนายหมู นอกจากมีอาชีพเป็นทนายความแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา (พิพัฒน์ รัชกิจประการ) จากพรรคภูมิใจไทยด้วย ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคภูมิใจไทยหมายมั่นปั่นมือว่า สงขลาจะต้องเพิ่มจาก 1 เป็น 3 หรือ 4 และเขต 2 ก็เป็นเขตเป้าหมาย

ทั้งนี้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 พรรคภูมิใจไทย มีส.ส.1 ที่นั่งคือนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส่วนที่เหลือเป็นของพรรคพลังประชารัฐ 4 ที่นั่งและพรรคประชาธิปัตย์ 3 ต้องเกาะติดศึกชิง 9 ที่นั่งของสงขลา พรรคไหน ใครจะเข้าวิน

ศึกเมืองสิงห์ “ชัยวุฒิ” ใต้ปีกซ้อภรณี ไล่บี้ทีมพายัพเสื้อแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534185

ขุนน้ำหมึก

24 ต.ค. 2565

ศึกเมืองสิงห์ “ชัยวุฒิ” ใต้ปีกซ้อภรณี ไล่บี้ทีมพายัพเสื้อแดง

บ้านใหญ่เมืองสิงห์ “ชัยวุฒิ” ลูกชายซ้อภรณี แม่ยกลุงตู่สู้ไม่ถอย สมัยหน้าเจอคู่แค้นแดงบางระจัน พายัพ ปั้นเกตุ ส่งเจ๊บุ๋ม คู่ชีวิตลงสนาม แต่แกนนำ พท.ยังไม่รับรอง

ศึกบางระจัน “ชัยวุฒิ” ทายาทซ้อภรณี บ้านใหญ่เมืองสิงห์ เปิดศึกดวลกับค่ายทักษิณ ผลัดกันแพ้-ชนะ สมัยหน้า ค่ายเพื่อไทยยังไม่เคาะคู่ชีวิต พายัพ ปั้นเกตุ 

ซ้อภรณีมารดา “ชัยวุฒิ” แม่ยกลุงตู่ตัวจริง จุดยืนชัดเจนต้านระบอบทักษิณ สู้มาแต่สมัยเสื้อเหลือง จนถึง กปปส.

วันที่ 24 ต.ค.2565 ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจเเละสังคม (ดีอีเอส) พร้อมมารดา ภรณี ธนาคมานุสรณ์ และน้องชาย โชติวุฒิ ให้การต้อนรับพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม  พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ลงพื้นที่ จ.สิงห์บุรี ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วม

ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาถึงสนามกีฬา อบจ.สิงห์บุรี ซ้อภรณีได้เข้าไปสวมกวดนายกฯประยุทธ์ ในฐานะแม่ยกลุงตู่ตัวจริง


ถ้าจำกันได้ วันที่ 1 ต.ค.2565 ซ้อภรณี และเพื่อนๆในนามกลุ่มคนรักลุงตู่ ได้รวมตัวกันรำแก้บน ที่ศาลหลักเมือง จ.สิงห์บุรี ภายหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ไปต่อ

ซ้อภรณี ไม่ได้เป็นเพียงมารดาของรัฐมนตรีดีอีเอส และ ส.ส.สิงห์บุรี หากแต่เป็นนักปั้นฝีมือฉกาจ ปั้นทั้งนักการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ ในนามบ้านใหญ่ร้านทองแม่กิมลี้

‘บ้านใหญ่เมืองสิงห์’

ซ้อภรณีคือลมใต้ปีกของ “ชัยวุฒิ” มาตั้งแต่ปี 2544 สู้กับพายัพ ปั้นเกตุ ค่ายทักษิณมาอย่างดุเดือด สมัยหน้า ซ้อภรณีก็ต้องปะทะกับคนเสื้อแดงอีกรอบ

ตระกูลธนาคมานุสรณ์ ทำมาค้าขายในเมืองสิงห์มายาวนาน มีทั้งร้านทองแม่กิมลี้ ,เคเบิ้ลสิงห์บุรี และร้านอุปกรณ์ไฟฟ้า

แม่ภรณี ธนาคมานุสรณ์ ทายาทแม่กิมลี้ บริหารธุรกิจในตระกูลจนเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้ มิเพียงเท่านั้น ซ้อภรณี ยังสนับสนุน ณรงค์ศักดิ์ วิงวอน นายกเทศ มนตรีเมืองสิงห์บุรี และศุภวัฒน์ เทียนถาวร นายก อบจ.สิงห์บุรี 

เป็นที่ทราบกันดีว่า ตระกูลเทียนถาวร และธนาคมานุสรณ์ เป็นเครือญาติกัน และเป็นพันธมิตรทางการเมือง ทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับชาติ

ปี 2544 สิงห์บุรี มี 2 เขตเลือกตั้ง และได้ ส.ส.หน้าใหม่ทั้งคู่คือ เขต 1 ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ และพายัพ ปั้นเกตุ พรรคไทยรักไทย

ถัดจากนั้น สิงห์บุรี ก็เหลือเขตเดียว ทำให้ชัยวุฒิ และพายัพ ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ ชัยวุฒิเองก็ย้ายไปชาติไทย แล้วกลับมา ปชป. ก่อนจอดป้ายที่พลังประชารัฐ

ปี 2562 ชัยวุฒิ ลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ สวมเสื้อ พปชร. ส่วนแม่ภรณี พาลูกชายโชนวุฒิ ลง ส.ส.เขตคว่ำ สุรสาล ผาสุข อดีต ส.ส.เพื่อไทย สายเสื้อแดง เข้าสภาฯ ทั้งสองพี่น้อง

‘เสื้อแดงเมืองสิงห์’

คู่ปรับซ้อภรณี และ “ชัยวุฒิ” บ้านใหญ่เมืองสิงห์ ก็คือ พายัพ ปั้นเกตุ ลูกทุ่งบางระจัน ที่ผันตัวเองเป็นแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน

ปี 2548 กระแสทักษิณมาแรง พายัพชนะชัยวุฒิ ถัดมาปี 2550 ชัยวุฒิย้ายไปพรรคชาติไทย เอาชนะพายัพได้

ชาติไทยถูกยุบ ชัยวุฒิถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี  ปี 2552 มีเลือกตั้งซ่อม โชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ สวมเสื้อ ปชป. เอาชนะพายัพไปได้

ปี 2554 พายัพลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และปั้น สุรสาล ผาสุข แกนนำเสื้อแดงสิงห์บุรี ขี่กระแสยิ่งลักษณ์เอาชนะคนในตระกูลแม่กิมลี้ไปได้

สมัยรัฐบาลประยุทธ์ เผชิญวิบากกรรมคดี นปช. พายัพต้องหยุดเส้นทางการเมือง และปลายปี 2563 พายัพก็ช่วย สุรสาล ผาสุข หาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.สิงห์บุรี แต่ก็พ่ายทีมบ้านใหญ่สิงห์บุรี

ทุกวันนี้ พายัพประกาศชัดว่า จะส่งภรรยา เจ๊บุ๋ม-นิชดา ปั้นเกตุตันติรักษ์ ลงสมัคร ส.ส.สิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ทางพรรคก็ยังไม่รับรองอย่างเป็นทางการ

 พายัพ ปั้นเกตุ ดันภรรยา ลงสนาม ส.ส.สิงห์บุรี รอเพื่อไทยรับรอง พายัพ ปั้นเกตุ ดันภรรยา ลงสนาม ส.ส.สิงห์บุรี รอเพื่อไทยรับรอง

อีกด้านหนึ่ง สุรสาล ผาสุข อดีต ส.ส.สิงห์บุรี ที่พายัพเคยหนุนจนได้เป็นผู้แทนฯ ก็อยากลงสมัคร ส.ส. ขอทำศึกล้างตากับบ้านใหญ่แม่กิมลี้อีกรอบ

ไม่ทราบว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยมีเหตุผลใด จึงไม่ประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.สิงห์บุรี ปล่อยให้คนกันเองทั้งพายัพ และสุรสาล ต้องลุ้นกันต่อไป 

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ         โดย … ขุนน้ำหมึก

“อาวุธปืน” เกลื่อนเมือง “บิ๊กเด่น” โยนติ้วบัญชาการ กวาดล้างขั้นเด็ดขาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/534152

หนึ่งตะวัน พันดาว

24 ต.ค. 2565

"อาวุธปืน" เกลื่อนเมือง "บิ๊กเด่น" โยนติ้วบัญชาการ กวาดล้างขั้นเด็ดขาด

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคมส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

กลายเป็น..“โรคเลื่อน” จัดทัพ “นายพันสีกากี” ระดับ “รองผู้การ ยัน สารวัตร” วาระประจำปี 2565 กำหนดเดิมให้เสร็จสรรพ 30 พ.ย.65 ตั้งแท่นขยายออกไปจนถึง 31 ธ.ค.65 เสนอที่ประชุม “ก.ตร.” เห็นชอบ 27 ต.ค.นี้..ด้วยเหตุผลการแต่งตั้งเกี่ยวพันกันหลายพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยของ“กองบัญชาการตำรวจนครบาล” และกำลังพลจากกองบัญชาการอื่นๆ..OO

เหตุเพราะ..ต้องจัดกำลังพลเกือบ 20,000 นาย ดูแลรับผิดชอบการประชุม สุดยอดผู้นำเอเปค 2022 ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.ที่จะถึงนี้..หวั่น “เปลี่ยนม้ากลางศึก” อาจส่งผลกระทบสำคัญต่อภารกิจสำคัญระดับโลก ด้วยประการละนี้..อย่าคิดมาก..OO

ผลพ่วง..เหตุการณ์ ส.ต.อ.ปัญญา คำราบ อดีต ผบ.หมู่ ป.สภ.นาวัง จ.หนองบัวลำภู ก่อเหตุโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ “ฆ่าผู้บริสุทธิ์” ใช้มืดพร้าไล่ฟันหัวเด็ก ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.อุทัยสวรรค์ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู คลุ้มคลั่ง..จ่อยิงครูเจ้าหน้าที่ดับสยอง..OO

หนำซ้ำ..ไล่ฆ่า “ชาวบ้าน-ผู้บริสุทธิ์”ระหว่างทางอย่างโหดเหี้ยม 36 ศพ ก่อน..ปิดชีพตัวเองพร้อมลูกเมีย สังเวยความบ้าคลั่งจากพิษความเครียดและยาเสพติด..กลายเป็น..อุทาหรณ์ความสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ “ประชาชน-คนไทย” บันทึกจดจำ บาดแผลโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่หลวง เหตุ..เพราะ “ผู้เกี่ยวข้อง” แก้ปัญหาไม่ถูกจุด เกาไม่ถูกที่คัน..OO

สอดคล้อง..เสียงสะท้อนประชาชน “นิด้าโพล” สุ่มสำรวจความคิดเห็น“ปัญหายาเสพติด” ร้อยละ 48.63 หาซื้อได้ง่าย รองลงมา ร้อยละ 48.02 กฎหมายยาเสพติดอ่อนแอเกินไป ร้อยละ 31.83 มาตรการการปราบปรามไม่มีประสิทธิภาพ..OO

หนำซ้ำ..ร้อยละ 30.92 ผู้บังคับใช้กฎหมายหย่อนยาน ร้อยละ 26.56 สภาพทางสังคม ร้อยละ 26.49 นโยบายของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ25.42 มาตรการการป้องกันไม่มีประสิทธิภาพ ร้อยละ 21.30 ผู้เสพไม่มีจิตสำนึกเอง ร้อยละ 20.31 สภาพทางเศรษฐกิจทำให้คนเสพยาเพิ่มขึ้น..OO

ไฮไลต์..ความคิดเห็นต่อประมวลกฎหมายยาเสพติด “ผู้เสพ..คือ..ผู้ป่วย” ส่วนใหญ่ ร้อยละ 50.15 ไม่เห็นด้วย ระบุ ควรมีบทลงโทษเพื่อป้องกันผู้เสพหน้าใหม่ เกรงผู้เสพอาจผันตัวกลายเป็นผู้ค้า ผสมโรง..ผู้เสพไม่มีความตั้งใจเข้ารับการบำบัดรักษาตั้งแต่ต้น อาจหวนกลับติดยาซ้ำ..ควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ..นี่คือ..เสียงสะท้อน สังคมความเป็นจริง..OO

ถึงเวลา..“ผู้เกี่ยวข้อง”ทั้งหลายแหล่ ต้องระดมความคิดสังคายนา “ยกเครื่อง” ถอดบทเรียน..ทบทวนมาตรการ “ป้องกัน-ปราบปราม-บำบัด”อย่างจริงจัง หยุดยั้งรากเหง้าปัญหา เร่งถอดชนวน“ระเบิดเวลา” กระจายเกลื่อนกลาด ฝังรากลึกในสังคม “ชนบท-คนเมือง”ก่อน..สายเกินแก้..OO

จัดทัพ..พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.โยนติ้วบัญชาการ “แม่ทัพ-นายกอง-ผู้บัญชาการ-ผู้การจังหวัด” คุมเข้ม “นักสืบ-มือปราบ” ปูพรมกวาดล้าง “ยาเสพติด-อาวุธปืน” อาญาสิทธิ์ “หัวหน้าหน่วย”หย่อนยาน เมินคำสั่งปล่อยปละละเลย หนีไม่พ้นความผิด..OO

อุดช่องโหว่..พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร.หวั่น..ประวัติศาสตร์“สังหารหมู่” ซ้ำรอย เดินหน้า ขับเคลื่อนยุทธวิธี “หนี-ซ่อน-สู้” รับมือภัยร้ายใน “สถาบันการศึกษา-พื้นที่สาธารณะ-ชุมชน” บัญชาการ “ตำรวจชุมชนสัมพันธ์”แต่ละโรงพักลงพื้นที่ “เสริมทักษะ-ความรู้” ป้องกันภัยร้ายไม่คาดฝัน ป้องกันความสูญเสีย “บาดเจ็บ-ล้มตาย”ในยามที่ภัยมาเยือน..OO

รับบทบาท..“หัวเรือใหญ่” พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.1 บก.ทท.1 นำทีม ขับเคลื่อนองค์ความรู้ภาคประชาชน ทักษะยุทธวิธีเอาตัวรอด “หนี-ซ่อน-สู้” พ้นภัย “เหตุด่วน-เหตุร้าย” ตามโครงการเตรียมพร้อมรับมือลดเหตุรุนแรงในสังคม ตามสถาบันการศึกษา และพื้นที่สาธารณะ..OO

ออกสตาร์ท..พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.ในฐานะหัวหน้าชุดปฏิบัติการ 5 ศปอส.ตร.(PCT 5) รับบทบาท “หัวหมู่ทะลวงฟัน” นำทีม ประสาน พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 สนธิกำลัง พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.ภ. 8 พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8..OO

เปิดฉาก..ทลายคลังแสง “ช่างแอร์ในตำนาน” นายอภิสิทธิ์ มั่งมี กลางเมืองสุราษฎร์ธานี  ชอบอวดอาวุธปืนบน“โลกออนไลน์” ยึดอาวุธปืนบานเบอะ กำราบ “พวกโชว์ออฟ” ซ้ำยังเดินหน้า..นำทีม ปิดล้อมรังผู้ค้าและผู้ซื้ออาวุธปืนในโซเชียล “ยูทูบ” 4 จุด ย่าน “หนองจอก-คลองสามวา กรุงเทพฯ-อ.แกลง จ.ระยอง” ผู้ต้องหา 4 ราย ยึดอาวุธปืน เครื่องกระสุนจำนวนมาก หยุดยั้ง..เหตุร้ายได้เปราะหนึ่ง..OO

ปัดกวาด..“ขยะใต้พรม” พล.ต.ต.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผบก.ภ.จว.ระนอง หลัง..ตำแหน่ง “ผู้นำหน่วย”ไม่รีรอปัดบ้านตัวเอง ขจัดเนื้อร้ายทำลายภาพลักษณ์องค์กร สั่งดำเนินคดีเฉียบขาด ด.ต.ธปณัฐ จันทับ ผบ.หมู่ สส.สภ.ราชกรูด จ.ระนอง ผู้ต้องหาฉกอาวุธปืนหลวง 7 กระบอก จากคลังโรงพัก ทั้ง..“วินัย-อาญา” ขยายผลเจอ “2 ตำรวจ 2 พลเรือน” ติดร่างแหพัวพัว หนีไม่พ้นความผิด..OO

จัดแถว..บัญชาการ ระดมพลตรวจปัสสาวะ หาสารยาเสพติดผู้ใต้บังคับบัญชา ในสังกัด 684 นาย จากยอดเต็ม 714 นาย ไม่เจอใคร“ฉี่ม่วง” เปิดฉาก..ปัดกวาดบ้านตัวเอง ยุคนี้..“นิ้วไหนร้าย” ตัดทิ้งสถานเดียว..OO

ตื่นตัว..“ปัดกวาดบ้าน”ตัวเอง พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงษ์ ผกก.สภ.เมืองปากเกร็ด จ.นนทบุรี ตรวจเช็กอาวุธปืนในคลังโรงพัก แต่ไม่ทันการณ์ล่องหายกว่า 150 กระบอก ที่แท้..ฝีมือ ด.ต.เชาวลิต พุ่มขจร ผบ.หมู่ ป.สภ.ปากเกร็ด “ฉกปืนหลวง” ขายใช้หนี้พนัน เรื่องแดง..เตรียมเผ่นหนี  โดนรวบตัวก่อนหนีข้ามฝั่งประเทศลาว..OO

หนีไม่พ้นความรับผิดชอบ..“3 สีกากี”โรงพักปากเกร็ด พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณ ผู้กำกับการ พ.ต.ท.สุเนตร์ สีชำนาญ รองผู้กำกับการปราบปราม พ.ต.ต.พรรษา จิวรรักษ์ สารวัตรอำนวยการ ถูกประกาศิต พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 ลงดาบเด้งเข้ากรุ ศปก.บช.ภ.1 ฐานหย่อนยานไม่สอดส่องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา “เปิดแผลประจานความเน่าแฟะ” จุดประกาย ถึงเวลา..ต้องจัดระบบตรวจสอบคลังอาวุธทั่วประเทศ อุดช่องโหว่ “อาวุธหลวง”อันตรธานสูญหาย กันครั้งใหญ่..OO

ไม่นิ่งดูดาย..พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบช.ภ.3 พลัน..ทราบข่าว“มิจฉาชีพ”ปลอมไลน์ พล.ต.ต.พรชัย ชะลอเดช ผบก.ภ.จ.หนองคาย สมัยดำรงตำแหน่ง รอง ผบก.น.9 อ้างตัวเป็น “นายเวร ผบ.ตร” สามารถวิ่งเต้นตำแหน่งเก้าอี้  “สารวัตร” ในภาคอีสาน โชคดีตำรวจหลายนายไม่หลงเชื่อโอนเงินค่าช่วยเหลือ จนเรื่องแดง ที่แท้..ฝีมือ “มิจฉาชีพ” สวมรอยแอบอ้าง..OO

บัญชาการ..พล.ต.ต.สายเพชร ศรีสังข์ รอง ผบช.ภ.3 ผนึกกำลัง พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3 แกะรอยไล่ล่าจนรู้ตัว “มิจฉาชีพตัวแสบ” ลากคอ นายกานพล กองมงคล ขณะกบดานห้องเช่า อ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่..OO

ประวัติแสบสัน..ก่อเหตุโชกโชน ปี 55 โดนตำรวจกองปราบจับกุม ศาลตัดสินจำคุก 2 ปี 8 เดือน ปี 62 หลอกผู้เสียหายเข้านักเรียนนายสิบตำรวจ โดนตำรวจ สน.ท่าข้าม จับกุม ตัดสินจำคุก 1 ปี ในพื้นที่ สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี โดนจำคุก 4 เดือน พ้นโทษไม่เข็ดหลาบ ก่อเหตุต้มตุ๋น สุดท้ายหนีไม่รอดจนมุม ชดใช้กรรมที่ก่อ..อุทาหรณ์ “สีกากีนักวิ่งเต้น”..OO

ฮึกเหิม..วายร้ายเมืองกรุง สวมวิญญาณ “ตีนแมว”ย่องเบากลางดึก ยกเค้า 2 หมู่บ้านในท้องที่ สน.หลักสอง หลายสิบหลัง ยัง..ลอยนวลสบายเฉิบ แถม..ไม่เกรงกลัว “นักสืบ-มือปราบ”นครบาล..ยุคนี้ ย้อนรอย..หวังก่อเหตุซ้ำ เจ้าของตื่นเจอโวยวายปีนกำแพงเผ่นหนีหายวับ ฝากรบกวน “มือปราบพระกาฬ”พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.นำทีม ปัดเป่าคลายทุกข์ที “ชาวบ้าน”หวาดผวาภัยร้าย “โจรเมืองหลวง”..OO..สวัสดี

หนึ่งตะวัน พันดาว

ลาวยกย่อง “โตโน่” ผู้สร้างประวัติศาสตร์ ลอยน้ำข้ามโขง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/534138

23 ต.ค. 2565

ลาวยกย่อง "โตโน่" ผู้สร้างประวัติศาสตร์ ลอยน้ำข้ามโขง

แขวงคำม่วนยกย่อง “โตโน่” ผู้สร้างประวัติศาสตร์ว่ายน้ำ(ลอยน้ำ)ข้ามโขง สร้างบุญกุศล สร้างมิตรภาพ คนลาวเทใจให้โตโน่เต็มร้อย ร่วมบริจาคมากกว่า 400 ล้านกีบ

ดังสะท้านฝั่งซ้าย “โตโน่” ได้รับเกียรติอย่างสูงจากแขวงคำม่วน คนแรกผู้สร้างประวัติศาสตร์ว่ายน้ำข้ามโขง สร้างกุศลยิ่งใหญ่ สร้างมิตรภาพแน่นแฟ้น

คนลาวทั้งประเทศพร้อมใจยกย่อง “โตโน่” เป็นฮีโร่ และร่วมบริจาคสมทบมากกว่า 400 ล้านกีบ

ควันหลงจากกรณี โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ว่ายข้ามแม่น้ำโขง ในโครงการ One Man And The River หนึ่งคนว่าย หลายคนให้ ระยะทางกว่า 15 กิโลเมตร เพื่อหารายได้ช่วยโรงพยาบาลนครพนมและโรงพยาบาลแขวงคำม่วน เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2565 มีเรื่องให้โจษขานกันอีกมาก ทั้งบวกและลบในฝั่งไทย

สำหรับฝั่ง สปป.ลาว กระแสตอบรับกิจกรรมกรรม หนึ่งคนลอย(ว่าย) หลายคนให้ ไปในทางบวกอย่างเดียว ทางการลาวยกย่อง “โตโน่” เป็นบุคคลแรกในประวัติศาสตร์ที่ลอยน้ำข้ามโขง เพื่อหาทุนช่วยเหลือแก่ รพ.ทั้งสองประเทศ

ตอนเที่ยง(22 ต.ค.2565) โตโน่ ว่ายน้ำมาถึงวัดพระธาตุสีโคดตะบอง เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน โดยมีชาวลาวมารอต้อนรับอย่างล้นหลาม พร้อมเสียงตะโกนเรียกชื่อ “โตโน่ๆๆๆ” ดังก้องลำน้ำโขง

ต่อมา โตโน่ได้เปิดใจบนเวทีรับรองของทางการแขวงคำม่วน ตอนหนึ่งว่า ขณะว่ายน้ำใกล้ถึงฝั่งลาว แว่นตาถูกไอร้อน ทำให้มองไม่เห็นคนบนฝั่ง แต่ได้ยินเสียงดังมาก พอขึ้นบนฝั่ง ก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า จะมีพี่น้องชาวลาว มารอให้กำลังใจมากมายขนาดนี้

  • ‘กอดแรกจากคนลาว’

ทันทีที่ขึ้นมาจากน้ำโขง “โตโน่” ได้รับการโอบกอดจากคนลาว พร้อมคำพูด “ขอบใจเด้อๆๆ” ซึ่งได้มีชาวลาวชื่อ Sing Sinthavong ถ่ายภาพไว้ และมีคนนำโพสต์ในเฟซบุ๊คว่าด้วยสเตตัสอ้อมกอดแรกจากคนลาว

ทางการแขวงคำม่วน จัดพิธีต้อนรับโตโน่ และมอบใบประกาศเกียรติคุณทางการแขวงคำม่วน จัดพิธีต้อนรับโตโน่ และมอบใบประกาศเกียรติคุณ

ภายหลังทราบว่า ผู้ชายที่กอดโตโน่คือ ท่านพันทะจิด อินทิลาด นักธุรกิจลาว และท่านแก้วอุดม ลอดทำมะวง ผอ.โรงหมอแขวงคำม่วน

ก่อนที่โตโน่ จะว่ายน้ำข้ามกลับมาฝั่งนครพนม ทางการแขวงคำม่วน ได้จัดงานต้อนรับโตโน่ และคณะอย่างเป็นทางการที่โรงแรม Riveria เทศบาลเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน โดยท่านแก้วอุดอน บุดสิงขอน รองเจ้าแขวงคำม่วน ได้เป็นตัวแทนคนลาวกล่าวต้อนรับ และมอบใบย่องยอ(ใบประกาศเกียรติคุณ)แก่โตโน่

ท่านแก้วอุดอนกล่าวว่า โตโน่ ได้เป็นบุคคลสำคัญที่มีความมานะ มีจิตเมตตาสร้างแรงบันดาลใจให้แก่สังคม และเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ ในการสร้างกิจกรรมว่ายน้ำข้ามโขง (ภาษาลาวเขียนว่า ลอยน้ำข้ามโขง) ระหว่างฝั่ง อ.เมืองนครพนม และเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน

ส่วนภาคเอกชนผู้เข้าร่วมกิจกรรมของโตโน่ ประกอบด้วยรุ่งอาลุนขนส่งด่วน, Lanexang Media และโรงแรม Riveria ท่าแขก โดยการประสานงานของท่านพันทะจิด อินทิลาด

ขณะเดียวกัน ทางฝั่งลาว ได้เปิดรับการบริจาคเช่นกัน และยอดเงินบริจาคทางฝั่ง สปป.ลาว เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 22 ต.ค.2565 จำนวน 415 ล้านกีบ เฉพาะยอดบริจาคผ่านรุ่งอาลุนขนส่งด่วน 168 ล้านกีบ

  • ‘เพื่อการแพทย์ลาว’

ช่วงวันที่ 7 ก.ย.2565 “โตโน่” ได้เดินทางมาเยี่ยมยามแขวงคำม่วน โดยเข้าไปพบท่านแก้วอุดม ลอดทำมะวง ผอ.โรงหมอแขวงคำม่วน เพื่อรับทราบถึงความต้องการของคณะแพทย์ชาวลาว

วันนั้น ท่านแก้วอุดม แพทย์และพยาบาล ได้ให้การต้อนรับโตโน่ พร้อมพาเข้าชมโรงหมอขนาดกลาง ที่มีผู้ป่วย 150 คนต่อวัน และในจำนวนนี้นี้ มีผู้ป่วยหนัก 8-10 คน

ผอ.โรงหมอแขวง บอกว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลนมีหลายอย่าง สิ่งที่ต้องการอย่างเร่งด่วนคือ ใช้เครื่องช่วยหายใจ เพราะเครื่องช่วยหายใจ ที่มีอยู่เป็นแบบมือบีบ โดยทางโรงหมอจะนำเงินที่ได้รับบริจาค มาจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจอัตโนมัติที่ทันสมัยขึ้น และจะช่วยผ่อนแรงบุคลากรทางการแพทย์

ระหว่างที่โตโน่อยู่บนฝั่งลาว เมื่อ 22 ต.ค.นี้ ได้แวะไปเยี่ยมโรงหมอแขวงคำม่วน และได้รับการต้อนรับจากแพทย์และพยาบาลอย่างอบอุ่น