ล้อมรถ ‘มาร์ค’ ถึง ‘ทอน’ ขัดแย้งไม่รู้จบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448740

ล้อมรถ’มาร์ค’ ถึง ‘ทอน’ขัดแย้งไม่รู้จบ

ล้อมรถ'มาร์ค' ถึง 'ทอน'ขัดแย้งไม่รู้จบ

11 พฤศจิกายน 2563 – 17:02 น.

ล้อมรถมาอีกแล้ว “มาร์ค” เจอเสื้อแดงตามผจญ ถึงคราว “ธนาธร” เจอเสื้อเหลืองบ้าง

++
    สิบกว่าปีมานี้ ความแย้งทางความคิดการเมืองในสังคมไทย ดูจะหาบทจบยาก แม้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการปรองดองสมานฉันท์ออกมากมากมาย
    ปลาย พ.ศ.นี้ การเคลื่อนไหวของ คณะราษฎร ที่ชูธงปฏิรูปสถาบัน ได้ก่อให้ความคิดเห็นแตกแยกเป็น 2 ขั้วชัดเจน 

เมื่อวันที่ 11 พ.ย.2563 สื่อออนไลน์หลายสำนัก ได้นำเสนอข่าวและแพร่คลิปกรณีเหตุชุลมุน มีคนสวมเสื้อเหลืองล้อมรถยนต์คันหนึ่งที่เข้าใจว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาเคลียร์ทางให้รถแล่นผ่านไปได้ โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอะไร

ล้อมรถ'มาร์ค' ถึง 'ทอน'ขัดแย้งไม่รู้จบ

    ก่อนหน้านี้ มีรายงานข่าวว่า “ธนาธร” ในฐานะประธานคณะก้าวหน้า มีกำหนดการลงพื้นที่ช่วยอิสระ หัสดินทร์ ผู้สมัครนายก อบจ.นครศรีธรรมราช หาเสียง 
    ปรากฏว่า ช่วงเช้า มีมวลชนคนเสื้อเหลืองได้มารวมตัวกันที่ด้านหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านถนนอ้อมค่ายวชิราวุธ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มีรถติดเครื่องขยายเสียง เปิดการปราศรัยโจมตีธนาธร ที่สนับสนุนแนวคิดปฏิรูปสถาบัน

ล้อมรถ'มาร์ค' ถึง 'ทอน'ขัดแย้งไม่รู้จบ


    โดยเมื่อวันที่ 10 พ.ย.นี้ ธนาธรลงพื้นที่ย่านวัดพิชัยสงคราม อ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อช่วยผู้สมัครนายก อบจ. และ ผู้สมัคร ส.อบจ.สมุทรปราการ หาเสียง แต่ต้องปรับเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน เนื่องจากมีกลุ่มภาคีประชาชนปกป้องสถาบันรวมตัวกันถือป้ายประท้วง จึงเปลี่ยนไปใช้พื้นที่ อ.บางพลี แทน

++
ซ้ำรอยมาร์ค
++ 
    กรณีการประท้วงแบบธนาธรเจอที่นครศรีธรรมราช ก็เคยเกิดกับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลายครั้งหลายหน
    หาก “อภิสิทธิ์” เดินทางไปราชการทางภาคเหนือ และภาคอีสาน จะได้แรงต้านจากกลุ่มคนเสื้อแดง ถึงขั้นขับมอเตอร์ไซค์ และปิดสี่แยกไฟแดงทุบรถมาแล้ว
    หลังเหตุการณ์การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ อภิสิทธิ์ก็ยังเผชิญหน้าการประท้วงต่อต้านอย่างรุนแรงจากคนเสื้อแดง แม้จะไม่ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้วก็ตาม 
    ต้นปี 2555 มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 อภิสิทธิ์เดินทางไปช่วยหาเสียงแก่ผู้สมัคร ส.ส.ของ ปชป. ที่ อ.ดอยสะเก็ดและ อ.สันกำแพง ระหว่างเดินเคาะประตูบ้าน ทักทายชาวบ้าน ก็มีกลุ่มคนเสื้อแดง พากันเดินตะโกนด่า ขับไล่ตลอดเวลา
    ย้อนไปช่วงปี 2552 มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำพูน ชวน หลีกภัย ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ลำพูน เดินสายช่วยขยัน วิพรหมชัย ผู้สมัคร ส.ส.ประชาธิปัตย์ หาเสียงช่วงหนึ่งได้พักรับประทานอาหารที่บ้านของขยัน เตรียมขึ้นรถไปหาเสียงต่อ ก็ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงจะบุกเข้ามาทำร้าย โดยได้ทุบรถของประธานชวน พร้อมกับปาถุงเลือด โห่ขับไล่ จนโชเฟอร์ต้องรีบขับรถหลบหนี  
    ปรากฏการณ์มวลชนปกป้องสถาบัน ต่อต้าน “ธนาธร” ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในเวลานี้ ในเชิงรูปแบบคล้ายกรณีของ “อภิสิทธิ์” กับคนเสื้อแดง
    เพียงแต่ “เนื้อหา” ในต่อต้านธนาธรของพลังปกป้องสถาบัน ละเอียดอ่อนและสุ่มเสี่ยง 

“อานนท์” ต้นขั้วแบรนด์ “หมู่บ้านเสื้อแดง” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448706

“อานนท์” ต้นขั้วแบรนด์ “หมู่บ้านเสื้อแดง”

"อานนท์" ต้นขั้วแบรนด์ "หมู่บ้านเสื้อแดง"

11 พฤศจิกายน 2563 – 13:22 น.

10 ปีผ่านไป หมู่บ้านเสื้อแดงของ “อานนท์ แสนน่าน” พัฒนาการจากฝ่ายต้านรัฐ มาเป็น “กลุ่มปกป้องสถาบัน”  ++

++
ภาพแห่งความประทับใจของพสกนิกร โดยเฉพาะ “อานนท์ แสนน่าน” ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง ซึ่งได้นำคณะหมู่บ้านเสื้อแดง เข้าเฝ้ารับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ณ ท่าอากาศยานทหาร กองบิน 23 กองทัพอากาศ อ.เมือง จ.อุดรธานี

อ่านข่าว…  “อานนท์ แสนน่าน”เดินหน้าปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ผนึกอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดง”อีสาน-ล้านนา”

"อานนท์" ต้นขั้วแบรนด์ "หมู่บ้านเสื้อแดง"

อานนท์ ต้นตำรับหมู่บ้านเสื้อแดง

ในหลวงรัชกาลที่ 10 พระองค์ทรงมีรับสั่งกับ อานนท์ แสนน่าน ว่า “ยังไงก็ได้ ถ้าเรารักประเทศชาติ ทำให้มันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน ต่อพี่น้องคนไทย รักษาความมั่นคงของประเทศชาติไว้ ทำในสิ่งที่ดี ทำในสิ่งที่ถูก อะไรที่มันผิดๆ ก็อย่าไปยุ่งอย่าไปทำ ดูแลรักษาประเทศ รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์…”    

เช้าวันที่ 11 พ.ย.2563 อานนท์ อัพสเตตัสครั้งสำคัญในชีวิตว่า “อานนท์ แสนน่าน รับสนองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในหลวง ร.10 ขอเป็นหมู่บ้านเสื้อแดงรักษาพระองค์”

++
หมู่บ้านเสื้อแดง 
++
ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งปี 2554 อานนท์ แสนน่าน แกนนำเสื้อแดงอุดรฯ ได้จัดตั้ง “หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย” ที่บ้านเลขที่ 29 ชุมชนพรสวรรค์ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี    

ปี 2553-2554 กิจกรรมปักป้าย “หมู่บ้านเสื้อแดง” อึกทึกครึกโครม เคียงคู่กันไปกับการหาเสียงของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย

ปี 2555-2556 อานนท์ได้ยกระดับเป็น “สมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อ แดงเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” ขยายหมู่บ้านเสื้อแดงไปทั่วประเทศ     

เวลานั้น มีอดีต ส.ส.เพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดงหลายกลุ่ม ได้จัดกิจกรรมเปิดป้ายหมู่บ้านเสื้อแดงบ้าง แต่อานนท์ก็ยืนยืนว่า หมู่บ้านเสื้อแดงต้นตำรับต้องมีอานนท์ แสนน่าน    

"อานนท์" ต้นขั้วแบรนด์ "หมู่บ้านเสื้อแดง"

หมู่บ้านเสื้อแดงปกป้องสถาบัน

อานนท์ ยังจัดตั้งสถานีวิทยุเสียงประชาชน Voice People Radio FM 100.00 MHz และ FM 100.75 MHz พร้อมกับถ่ายทอดสดผ่านทีวีออนไลน์ โดยออกอากาศลิงค์สัญญาณไปทาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคตะวันออก    

22 พ.ค.2557 มีรัฐประหาร ทหารได้ออกคำสั่งยุติกิจกรรมหมู่บ้านเสื้อแดง และส่งทหารเข้ายึดสถานีวิทยุหมู่บ้านเสื้อแดง ของอานนท์ ที่ชุมชนพรสวรรค์     

ช่วงรัฐบาล คสช. อานนท์ใช้ที่ทำการสถานีวิทยุหมู่บ้านเสื้อ แดง เปลี่ยนเป็น “หมู่บ้านเห็ด” โดยเปิดอบรมการเพาะเห็ด ส่งเสริมอาชีพให้ประชาชน     

ปลายปี 2561 อานนท์เตรียมเคลื่อนไหวเปลี่ยนหมู่บ้านเสื้อแดงเป็นหมู่บ้านเพื่อประชาธิปไตย ฝ่ายทหาร-ตำรวจ สกัดแผนการประกาศจัดตั้งหมู่บ้านประชาธิปไตย อานนท์จึงยุติแผนดังกล่าว 

++
หมู่บ้านปกป้องสถาบัน
++    
หลังเลือกตั้ง 2562 อานนท์เคลื่อนไหวจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โครงการ “หมู่บ้านวิสาหกิจชุมชนท้องถิ่น เรารักประเทศไทย” จึงเกิดขึ้นทั่วประเทศ     

วันที่ 7 ต.ค.2563 อานนท์ ร่วมประชุมกับอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน 20 จังหวัด ประกาศจุดยืนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์    

อานนท์และแกนนำหมู่บ้านเสื้อแดง แสดงเจตจำนงยุบและสลายหมู่บ้านเสื้อแดงเข้ามาเป็นเป็นเครือข่าย “รวมไทยสร้างชาติ เรารักประเทศไทย” ทำงานด้วยจิตอาสาเพื่อชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ 

ท้าพิสูจน์ ม็อบราษฎร ขาลงจริงหรือ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448685

ท้าพิสูจน์ ม็อบราษฎร ขาลงจริงหรือ

ท้าพิสูจน์ ม็อบราษฎร ขาลงจริงหรือ

11 พฤศจิกายน 2563 – 10:37 น.

ขาลงหรือขาลาก มวลชนลดจริงหรือไม่? แกนนำม็อบราษฎร เชื่อมาถูกทาง สู้กันเป็นปี ไม่มีถอย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ม็อบลดฮวบ..ม็อบขาลง กลายเป็นคำพาดหัวของสื่อออนไลน์บางสำนัก หลังจากผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ได้รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหน้ายิ้มแย้มและอารมณ์ดี ไม่มีสีหน้าเคร่งเครียด 

ขณะเดียวกัน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงานถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎร ว่า การจัดการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา จำนวนผู้ชุมนุมเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง     

ยังไม่มีปฏิกิริยาจากเหล่าแกนนำม็อบราษฎรต่อประเด็นข่าวดังกล่าวนี้ แต่ส่องไปในเฟซบุ๊กของเครือข่าวกลุ่มราษฎร ก็ไม่มีการตอบโต้ใดๆ    

นอกจาก “กลุ่มนักเรียนเลว” ได้ประกาศนัดชุมนุมในวันเสาร์ที่ 14 พ.ย.2563 เดินขบวนจากกระทรวงศึกษาธิการไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นการเสิร์ฟน้ำจิ้ม ก่อนการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 21 พ.ย.2563 เพื่อยกระดับการเรียกร้องให้เสียงของนักเรียนไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน 

++
ศึกนี้ยืดเยื้อ
++
เนื่องจากการชุมนุมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในปีนี้ แตกต่างจากม็อบพันธมิตรฯ ม็อบ นปช. และม็อบ กปปส. ที่เน้นการนำโดย “เนื้อหา”ที่แหลมคม และอาจดูสุ่มเสี่ยง ไม่ใช่การนำโดยบุคคลหรือคณะบุคคล     

ทนายอานนท์ นำภา บอกว่า นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “หลักการนำมวลชน” ไม่ใช่แกนนำมวลชน    

ลักษณะการชุมนุมจึงเป็น “ม็อบอีเวนทน์” ไม่ใช่ “ม็อบกดดัน” บรรดาคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมการชุมนุมแฟลชม็อบใหม่ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดกับม็อบเด็ก ที่ไปไปไม่สุดขุดไม่ถึง    

ดูเหมือนแกนนำราษฎร ไม่กังวลเรื่อง “จำนวน” ผู้ชุมนุม เพราะยุทธศาสตร์การต่อสู้ ชัดเจนแล้วว่า ต้องยืดเยื้อ    

ทำนองเดียวกัน “ปิยรัฐ จงเทพ” หัวหน้าการ์ดอาสา ได้โพสต์ว่า ”หากแนวทางเราไม่ถูกทาง คนจะลดน้อยถอยลงไปเองโดยอัตโนมัติ แต่หากธงเราชัด แนวเราถูก คนจะหล่อหลอม และเติบโตขึ้น อย่างแน่นอน”

++
รุนแรงคือแพ้
++
ระหว่างทางการนัดชุมนุมมวลชนที่ใช้ “ความถี่” และกระจายไปหลายพื้นที่ สิ่งที่น่าห่วงคือ การเผชิญหน้า และความรุนแรง     

“สลักธรรม โตจิราการ” ลูกชาย นพ.เหวง โตจิราการ และธิดา ถาวรเศรษฐ์ ได้โพสต์เสนอความเห็นเกี่ยวกับการต่อสู้แนวสันติวิธีว่า “…ฝั่งตรงข้ามจะยั่วยุให้ขาดสติเสมอ ด้านหนึ่งฝั่งตรงข้ามจะเล่นกับกระแสว่าพวกสันติวิธีเป็นพวกขี้ขลาด เวลาที่คนกำลังโกรธเพราะถูกเล่นงานซึ่งบั่นทอนการนำของสายสันติวิธีด้วย แล้วพอเกิดการปะทะก็จะคอยโจมตีว่าพวกนักเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นพวกหัวรุนแรงและสร้างความชอบธรรมในการกำจัดขบวนการเคลื่อนไหวครับ”     

ในอีกด้านหนึ่ง นักเคลื่อนไหวสายสันติวิธีต้องทำความเข้าใจกับความเดือดดาลของประชาชนที่ถูกรังแก และช่วยกันกำหนดมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมให้กับประชาชนที่ถูกรังแกด้วยครับ”    

การต่อสู้สันติวิธี ย่อมถูกทดสอบความอดทนอดกลั้น และปฏิเสธไม่ได้ว่า การเล่นประเด็นสุ่มเสี่ยง ย่อมกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามลุกขึ้นตอบโต้    

ม็อบราษฎรจะทนแรงยั่วยุไปได้แค่ไหน หรือราษฎรสายเหยี่ยวจะครอบงำ เอวังก็มาถึงเร็วกว่าที่คิด

ทางวิบาก ‘ธนาธร’ ลุย อบจ.ทั้งรักทั้งชัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448617

ทางวิบาก’ธนาธร’ ลุย อบจ.ทั้งรักทั้งชัง

ทางวิบาก'ธนาธร' ลุย อบจ.ทั้งรักทั้งชัง

10 พฤศจิกายน 2563 – 17:51 น.

ปรากฎการณ์ “สามนิ้ว” ปะทะ “หนักแผ่นดิน” ระหว่างการหาเสียงของธนาธร น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด

++
    ปรากฏการณ์ร้านโรตีโกบัง Rotee-Kobang นครศรีธรรมราช เป็นสิ่งที่คอการเมืองหลายคน คาดคิดไว้ล่วงหน้าบ้างแล้วว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า จะต้องเผชิญเมื่อลงพื้นที่หาเสียง    

ทางวิบาก'ธนาธร' ลุย อบจ.ทั้งรักทั้งชัง

      ธนาธร วิ่งรอกช่วยหาเสียงนายก อบจ.

เดิมทีคณะก้าวหน้า นครศรีธรรมราช ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า คนหนุ่มสาวมาคุยกับพี่เอก ธนาธร วันพุธที่ 11 พ.ย.2563 เวลา 18.00 น. ร้านโรตีโกบัง
  ต่อมา แอดมินแฟนเพจโรตีโกบัง Rotee-Kobang ได้โพสต์ว่า ”ร้านโรตีโกบัง ขออภัย ในกรณีที่มีการกล่าวอ้างทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการใช้พื้นที่ร้าน คุยเรื่องการเมืองทางร้านเป็นเพียงผู้ประกอบการร้านอาหารอิสลามทำมาหากิน ขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองครับ”

ทางวิบาก'ธนาธร' ลุย อบจ.ทั้งรักทั้งชัง
ทางวิบาก'ธนาธร' ลุย อบจ.ทั้งรักทั้งชัง

  ร้านโรตีโกบัง ปิด 3 วัน     

    ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง 2 ขั้ว หรือ “ม็อบต่างรุ่น” การลงพื้นที่ของธนาธร ย่อมเจอกระแสต้านเป็นธรรมดา

++
แนวรบสุดท้าย    
++
    คณะก้าวหน้า โดยการนำของ “ธนาธร-ปิยบุตร” ทุ่มเต็มที่ แปรการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เป็น “เลือกตั้งระดับชาติ”
    จากตอนแรก ที่มีข่าวว่า คณะก้าวหน้า จะส่งแค่ 18-19 จังหวัด แต่เมื่อเสียงปี่กลองดังขึ้น คณะก้าวหน้า ได้ประกาศส่งผู้สมัครนายก อบจ. 41 คน 41 จังหวัด
    “พวกเขาจะเข้ามาเปลี่ยนการเมืองท้องถิ่น จากอิทธิพล อำนาจมืด เอื้อประโยชน์พวกพ้อง ให้เป็นการเมืองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน”
    ธนาธรบอกว่า เลือกตั้ง อบจ. 20 ธันวา เป็นรักษาฐานที่มั่นสุดท้ายของประชาชน ก่อนจะถูกกินรวบทั้งกระดาน 

++
ทั้งรักทั้งชัง
++
    หลังปิดรับสมัครนายก อบจ.ทั่วประเทศ ธนาธร ก็วิ่งรอกช่วยผู้สมัครนายก อบจ.หาเสียง โดยเริ่มจากพื้นที่ภาคกลาง 
    แน่นอน การลงพื้นของธนาธร ย่อมมีทั้ง “คนชูสามนิ้ว” ต้อนรับ และ “คนชูป้ายหนักแผ่นดิน” ต่อต้าน 
    อย่างเมื่อวันที่ 8 พ.ย.2563 ที่บริเวณหน้าตลาดกบินทร์แพน เขตนิคมอุสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ต.นนทรี อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ธนาธร ไปช่วยผู้สมัครนายก อบจ. และสมาชิก อบจ.หาเสียง ก็มีผู้ต่อต้านชูป้ายเขียนว่า “หนักแผ่นดิน” พร้อมตะโกนขับไล่ 
    เหตุการณ์ทำนองนี้ ได้เกิดขึ้นที่สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม โดยธนาธร ก็รับมือกับสถานการณ์นี้ได้ดี ไม่มีเหตุวุ่นวาย

สิบไทยไฟต์ “ธรรมเพชร” ล้างตาซุ้ม “เจ๊เปี๊ยะ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448588

สิบไทยไฟต์ “ธรรมเพชร” ล้างตาซุ้ม “เจ๊เปี๊ยะ”

สิบไทยไฟต์ "ธรรมเพชร" ล้างตาซุ้ม "เจ๊เปี๊ยะ"

10 พฤศจิกายน 2563 – 15:14 น.

ยิ่งกว่าบวกสิบไทยไฟต์ เมื่อ “เจ๊เปี๊ยะ” เดินหน้ายึด อบจ.พัทลุง ตระกูล “ธรรมเพชร” ถอยไม่ได้อีกแล้ว 

++
สังเวียน อบจ.ภาคใต้ ที่น่าติดตามชม ไม่แพ้มวยศึกไทยไฟต์ก็คือ สังเวียนพัทลุง ระหว่าง “ภูมิใจพัทลุง” กับ “พลังพัทลุง” หรือ “เจ๊เปี๊ยะ” กับตระกูล “ธรรมเพชร”

อ่านข่าว…  เจ๊ไม่หยุด “เปี๊ยะ” ลุย พัทลุงโมเดล 

สิบไทยไฟต์ "ธรรมเพชร" ล้างตาซุ้ม "เจ๊เปี๊ยะ"

เจ๊เปี๊ยะนำทีมหาเสียง

เมื่อการเลือกตั้งปี 2562 เจ๊เปี๊ยะ นำทีมภูมิใจไทย เอาชนะตัวแทนตระกูล “ธรรมเพชร” ไปได้ ฉะนั้น การเลือกตั้งนายก อบจ.พัทลุง เที่ยวนี้ ค่ายธรรมเพชรขอเอาคืนบ้าง

++
เจ๊เปี๊ยะลุยเอง
++
“เจ๊เปี๊ยะ” นาที รัชกิจประการ อดีต ส.ส.รายชื่อพรรคภูมิไทย และแม่ทัพภาคใต้ของเนวิน ได้ฟอร์มทีมงาน อบจ.พัทลุง มาตั้งแต่ปีที่แล้ว

“ประธานท็อป” ภุชงค์ วรศรี อดีตประธาน สภา อบจ.พัทลุง เป็นผู้สมัครนายก อบจ.พัทลุง ส่วนรองนายก อบจ.พัทลุงทั้ง 2 คน คือ ประเสริฐ ดำสุด สจ.เขต อ.ตะโหมด และเกษมศักดิ์ เส้งสุ้น สจ.เขต อ.เมืองพัทลุง     

ถ้ายังจำกันได้ การเลือกตั้งนายก อบจ.พัทลุง ปี 2555 “เจ๊เปี๊ยะ” จับมือ “วิสุทธิ์ ธรรมเพชร” น้องชาย สุพัฒน์ ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง หลายสมัย และน้าชาย สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เอาชนะคู่แข่งขาดลอย     

เวลานั้น เจ๊เปี๊ยะยังต้องพึ่งพาตระกูลธรรมเพชร เอาชนะเครือข่าย ปชป.สายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ     

สิบไทยไฟต์ "ธรรมเพชร" ล้างตาซุ้ม "เจ๊เปี๊ยะ"

นายกพร-วิสุทธิ์ ธรรมเพชร

หลัง คสช.ยึดอำนาจ เจ๊เปี๊ยะมีบทบาทในบริษัทพลังประชารัฐสามัคคี พัทลุง และได้รับการสนับสนุนจากเนวิน ชิดชอบ เต็มที่ จึงดึงทีม ส.อบจ.พัทลุง สาย ปชป.มาร่วมงานกับภูมิใจไทย ได้จำนวนหนึ่ง    

ยิ่งชัยชนะในสนามเลือกตั้ง ทีมภูมิใจไทย เอาชนะนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ และสุพัชรี ธรรมเพชร ยิ่งทำให้เจ๊เปี๊ยะมั่นใจว่า สนาม อบจ.ต้องชนะแน่นอน
 

สิบไทยไฟต์ "ธรรมเพชร" ล้างตาซุ้ม "เจ๊เปี๊ยะ"

ภุชงค์ วรศรี ผู้สมัครนายก อบจ.พัทลุง สายเจ๊เปี๊ยะ

++
ขอล้างตา
++
เมื่อการเลือกตั้งท้องถิ่นมาถึง ตระกูล “ธรรมเพชร” จึงได้เวลาชำระแค้นทั้งต้นทั้งดอก “วิสุทธิ์ ธรรมเพชร” อดีตนายก อบจ.พัทลุง ในนาม “พลังพัทลุง” ได้จัดทีมผู้สมัคร ส.อบจ.ครบทุกเขต พร้อมกับออกหาเสียงมาแต่ปีที่แล้วเช่นกัน    

“นายกพร” วิสุทธิ์ ธรรมเพชร พร้อมจะสู้จนนาทีสุดท้าย เพื่อเข้าไปสานต่องานเก่าอีกสมัย    

ทุกวันนี้ สุพัฒน์  ธรรมเพชร ยังไม่ทิ้งการเมือง และกำลังสนุกกับตำแหน่งประธานสหกรณ์โคเนื้อศรีวิชัย (พัทลุง) จำกัด     

ส่วนสุพัชรี ธรรมเพชร หลังสอบตก ก็ไม่ทิ้งพื้นที่ ยังออกพบปะชาวบ้านเหมือนเดิม      

ตระกูลธรรมเพชร ยังแอบลุ้นป้องกันแชมป์ และสางแค้นเก่ากับเจ๊เปี๊ยะ

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ วิกฤติไตรมาส 3 ดิ้นไปก็ไม่ชนะ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448557

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ วิกฤติไตรมาส 3 ดิ้นไปก็ไม่ชนะ

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ  วิกฤติไตรมาส  3  ดิ้นไปก็ไม่ชนะ

10 พฤศจิกายน 2563 – 11:05 น.

ซินแสเข่ง ผ่าดวงวิกฤติ จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ วิกฤติไตรมาส 3 ดิ้นไปก็ไม่ชนะ เพราะเกณฑ์ชะตาผู้นำไม่เสริม เดินหน้าไปก็ตายเปล่า เพราะยุแหย่บ้านเมืองเกินกว่าจะแก้ไข ในภาวะบ้านเมืองวุ่นวาย ใครรับผิดชอบ ผู้รับเคราะห์ประชาชน บ้านเมืองรับเคราะห์เศรษฐกิจพัง

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิกฤติ  จุดจบดวงเมืองดวงประเทศ  วิกฤติไตรมาส  3  ดิ้นไปก็ไม่ชนะ  เพราะเกณท์ชะตาผู้นำไม่อำนวย  ประกอบกับ  ชะตาผู้นำไม่เสริม  เดินหน้าไปก็ตายเปล่า เพราะเหตุยุแหย่บ้านเมืองเกินกว่าจะแก้ไข  ไม่ตายไม่จบ  กับปัญหาดวงผู้นำประเทศ  กับกลุ่มแกนนำราษฏร นักศึกษา  นักเรียน กลุ่มปลดแอกประชาธิปไตย  ล้มสถาบันฯ ในภาวะบ้านเมืองวุ่นวาย ใครรับผิดชอบ  ผู้รับเคราะห์ประชาชน  ถ้าไม่ชนะอะไรที่จะเกิดขึ้น  สองฝ่ายดวงตก  ถลำลึกเยาวชนพร้อมกัน  ตกดวงแตกแยกตายหมู่  ทั้งคณะราษฏร  กลุ่มการเมือง  และเยาวชนที่พฤติกรรมหมิ่นสถาบันฯ  รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ตกดวงแตกแยก  พลัดพราก  และตายจาก  ชนะก็ไม่ได้  แพ้ก็ไม่ได้ บ้านเมืองรับเคราะห์เศรษฐกิจพัง  

“ซินแสเข่ง”  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ  สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  วิเคราะห์ผ่าดวงจุดจบ  ถึงขั้นวิกฤติเพราะ  การกระทำของผู้ก่อการรุนแรง  สร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง  เพราะรอบอายุของผู้ก่อเหตุตกดวงแตกแยกรุนแรงลึกเกินกว่าจะแก้ไข  จนกลายเป็นบาดแผลของประเทศ  ยากจะแก้ไขได้  และถ้าจะเปลี่ยนแปลงประเทศก็ยากที่จะเปลี่ยนได้  เพราะดวงประเทศไทยที่วางฤกษ์ไว้  เป็นดวงประเทศเป็นดวงที่แข็งที่สุด ยากที่จะถอนได้   ฤกษ์ยามที่มีทั้งเจ้าแห่งสัตว์ป่า  และเจ้าแห่งสัตว์น้ำ  มีทั้งดวงของพระเจ้าแผ่นดิน  และดวงแห่งข้าราชการทหาร  ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  จึงทำให้มีความแข็งแกร่งเข้มแข็ง  และต้องมีบทบาทในการปกครองบริหารประเทศ  ตลอดจนดวงของกษัตริย์ที่มีดวงแข็งแกร่งที่เสริมบารมีกัน  และไม่อาจจะล้มได้    

อีกทั้งด้วยบารมีแห่งอดีตกษัตริย์ชาติไทย  และเชื่อว่าความศักดิ์สิทธิ์ของพระสยามเทวาธิราช  ที่ปกปักรักษาคุ้มครองแผ่นดินไทยมานานหลายร้อยปี  ที่เชื่อว่าทำให้ไทยจะอยู่ได้อยู่ยงคงกระพันมาจนตราบถึงทุกวันนี้

“ซินแสเข่ง”  ผ่าดวงวิเคราะห์ราศีกลุ่มผู้ก่อกุลียุค  ที่อาจจะทำให้บ้านเมืองได้รับความเดือดร้อน  วุ่นวาย  สับสน เพราะดวงคนตก ก่อเหตุให้เกิดความไม่เข้าใจ  นุแหย่ ทำทุกสิ่งที่ต้องการให้เป็นไปตามชะตากรรมของตนเอง  เพื่อสร้างความเป็นความตายให้เกิดขึ้น  และอีกทั้งเป็นไปตามวิบากกรรมของผู้บริหารบ้านเมือง   ที่ไม่สามารถคุมอำนาจอยู่ได้  จนก่อให้เกิดเหตุสงครามประชาชน   เพื่อต้องการแย่งชิงอำนาจบริหารบ้านเมือง  ต้องการเปลี่ยนระบบการปกครอง  ต้องการล้มสถาบันฯกษัตริย์  อย่างนี้เรียกว่า กองโจร เพื่อคิดทำลายบ้านเมือง โจรที่ไม่มีความรู้ หรือโจรที่มีความรู้  ซึ่งเชื่อตามศาสตร์ว่าไม่สำเร็จหากโจรที่คิดจะปล้นเมือง หรือคิดจะล้มสถาบันกษัตริย์ ของชาติบ้านเมืองเป็นเรื่องใหผญ่   ต้องดูฤกษ์ดาวโจรก่อน  หรือถ้ากษัตริย์เมื่อคิดจะออกรบ  ก็ต้องดูฤกษ์ดาวมงคล  เพราะยามที่เป็นมงคลก่อนออกทัพจับศึก  ถือฤกษ์งามยามดี  มีชัยไปกว่าครึ่ง  เหมือนนักการเมืองที่คิดจะเป็นใหญ่  หากไม่ดูตัวเองก่อนว่ามีดวงเป็นผู้นำหรือไม่ โอกาศที่จะสำเร็จคงไม่มีโอกาศ  สู้อย่างไรก็ไม่สมหวัง  ทั้งดวงคุณธนาธร  ปิยบุตร ช่อ พรรณิการ์   คนดวงตกทำอะไรก็ไม่ขึ้น  รวมกันมาตายหมู่พร้อมกันมากกว่ารวมทั้งรัฐบาลหากไม่ใช้โอกาศต้องปราบก็ตายเหมือนกัน  เพราะเป็นวาระคราวเคราะห์เดียวกัน  และที่สำคัญรัฐประหารต้องเกิด 

“ซินแสเข่ง”  จึงวิเคราะห์ ไปถึงเหตุของ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่าคณะราษฎร กลุ่มปลดแอก ได้กระทำการในสิ่งที่ไม่บังควรใช้พื้นทีสนามหลวง เป็นสถานที่ประกอบพิธีหลวง  และ เมื่อที่มีการ ปักหมุด ของกลุ่มคณะราษฏร  การทำพิธีกรรมนั้นเหมือนกับเป็นการหมินต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ที่ทำให้มีผล ต่อบ้านเมือง ต่อคณะราษฏรให้ได้รับความเดือดร้อน แตกแยก  ไม่สมหวังวุ่นวาย ในการกระทำ ของกลุ่มคณะราษฎร์  ที่มีต่อผู้กระทำ ต่อประชาชน และต่อแผ่นดินสยาม ถึงไม่ล่มสลาย  แต่ก็ทำให้เกิดความแตกแยกวุ่นวายตายจากเกิดขึ้นในบ้านเมือง

อ่าน “อานนท์” ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448547

อ่าน “อานนท์” ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง

อ่าน "อานนท์" ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง

10 พฤศจิกายน 2563 – 10:25 น.

อ่านความคิด “ทนายอานนท์” แกนนำราษฎร ยึดสันติวิธีจริงหรือไม่? เพ้อฝันเปลี่ยนผ่านอย่างสันติหรือไม่ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
40 กว่าปีที่แล้ว มีวิวาทะในขบวนการประชาชนปีกซ้าย เมื่อมีคนเสนอแนวคิด “การเปลี่ยนผ่านโดยสันติ” ถูกกล่าวหาว่าเป็นแนวคิดเพ้อฝันของชนชั้นกลางที่โลเล เสรี เย่อหยิ่งและไม่ถึงที่สุด 

อ่านข่าว…  แกนนำคณะราษฎร “อานนท์ นำภา” โพสต์รับประนีประนอม หาทางออก

อ่าน "อานนท์" ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง

การปราศรัยที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขา

ชั่วโมงนี้ หลายคนเชื่อว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่โหมดการทดลองทฤษฎีใหม่ “การเปลี่ยนผ่านโดยสันติ” หรือการเปลี่ยนมืออำนาจรัฐโดยไม่มีความรุนแรง     

ล่าสุด “อานนท์ นำภา” โพสต์เฟซบุ๊คด้วยท่าทีท่วงทำนอง “ประนีประนอม” จนกลายเป็นข่าวหน้า 1 นสพ.บางฉบับ
    “ผมยังเห็นความพยายามของทั้งสองฝ่ายที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสียอยู่ ขอให้ทั้งสองฝ่ายหนักแน่นจุดนี้ แล้วหาทางออกไปด้วยกัน”

++
ทนายชาวบ้าน
++
อานนท์ นำภา เข้าเรียนกฎหมายรามคำแหง ปี 2546 สมัยรัฐบาลทักษิณ ขบวนการนักศึกษาและเอ็นจีโอ เคลื่อนไหวเรื่องโครงการท่อก๊าซ ไทย–มาเลย์ และโรงงานไฟฟ้าแถวประจวบฯ    

ปี 2548 กลุ่มนักวิชาการหัวก้าวหน้า เริ่มก่อการวิพากษ์ “ระบอบทักษิณ” ตามมาด้วย “ปรากฏการณ์สนธิ” อานนท์ และเพื่อนนักศึกษารามฯ ก็เข้าร่วมการชุมนุมคนเสื้อเหลือง    

พลันที่กลุ่มพันธมิตรฯ เรียกร้องนายกพระราชทาน อานนท์และเพื่อนนักศึกษา ก็แยกตัวออกมา     

ปลายปี 2549 อานนท์ร่วมกับแจกใบปลิวต้านเผด็จการทหาร และเข้าร่วมเครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหาร      

รัฐประหาร 2557 อานนท์เป็นทนายความ รับทำคดีของคนเสื้อแดง รวมถึงกลุ่มแดงอิสระ(แดงตาสว่าง)    

จากชีวิตทนายเสื้อแดง ก็กลายเป็นนักกิจกรรม ร่วมจัดการชุมนุมต้านรัฐประหาร ร่วมกับ “แม่น้องเกด” และ “พ่อน้องเฌอ” หลังจากนั้น “จ่านิว” และ “โรม” ก็เข้ามาร่วม    

อานนท์ จึงอาวุโสที่สุดในกลุ่มแกนนำคณะราษฎร และพานพบประสบการณ์การเคลื่อนไหวของคนเสื้อเหลือง คนเสื้อแดง และ กปปส. 

อ่าน "อานนท์" ประนีประนอมโลเลหรือลับลวง

อานนท์ เดินสายรับทราบข้อกล่าวหา

++
เปลี่ยนผ่าน
++
อานนท์ นำภา คงคาดไม่ถึงหรอกว่า จากความล้มเหลวในการเดินขบวนจากธรรมศาสตร์ไปทำเนียบรัฐบาล ในนามกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ในปี 2561 จะมีวันนี้..วันที่ม็อบราษฎร เติบโตและสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั้งประเทศ    

เมื่อวันที่ 5 พ.ย.2563 อานนท์โพสต์เฟซบุ๊กว่า “วันนี้เรามีคนรุ่นใหม่ 15-30 ปี ที่เชื่อเรื่องสิทธิเสรีภาพความเสมอภาค มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง แก้รัฐธรรมนูญ อีก 10 ปี เราจะมีคนช่วงอายุนี้ที่เชื่อในเรื่องเดียวกัน สามารถลงสมัคร ส.ส.  และมีคนรุ่น 35+ ปี ที่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้”    

อานนท์จึงเชื่อในทฤษฎีการเปลี่ยนผ่านโดยสันติ “..ภายใน 10 ปีนี้เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างสมบูรณ์”     

นักเคลื่อนไหวใจร้อน อาจไม่พอใจสิ่งที่อานนท์คิด และแอบวิจารณ์ว่า ทนายน้อยไปนอนคุกแล้วมีจิตใจโลเล นี่คือเรื่องปกติของขบวนการประชาชน ที่มีความหลากหลายทางความคิด

ย้ำอีกครั้ง…’บิ๊กบี้’ ยัน ‘รัฐประหาร’ ติดลบ ฮึ่ม ‘ม็อบราษฎร’ อย่าบุกรุก ‘เขตพระราชฐาน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448519

 ย้ำอีกครั้ง…’บิ๊กบี้’ยัน ‘รัฐประหาร’ ติดลบ ฮึ่ม ‘ม็อบราษฎร’ อย่าบุกรุก ‘เขตพระราชฐาน’

 ย้ำอีกครั้ง...'บิ๊กบี้'ยัน 'รัฐประหาร' ติดลบ ฮึ่ม 'ม็อบราษฎร' อย่าบุกรุก 'เขตพระราชฐาน'

9 พฤศจิกายน 2563 – 19:35 น.

 ย้ำอีกครั้ง…’บิ๊กบี้’ ผบ.ทบ.ยัน ‘รัฐประหาร’ ติดลบฮึ่ม ‘ม็อบราษฎร’ อย่าบุกรุก ‘เขตพระราชฐาน’ ระบุ การชุมนุม ‘คณะราษฎร’ พบคลิปขว้างปะทัด ถามกลับ หากโดน ‘วัดพระแก้ว-ศาลหลักเมือง’ ใครรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2563 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึง การส่งกำลังทหารเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลการชุมนุมของกลุ่มราษฎร เมื่อวันที่ 8 พ.ย.  หรือม็อบ 8 พฤศจิกา ว่า เจ้าหน้าที่ที่ไป ไม่ได้ไปในลักษณะการควบคุมฝูงชน เพราะอยู่นอกเครื่องแบบ แต่เจ้าหน้าที่ตรงนั้นที่เป็นข่าวไปอยู่หลังแนวตำรวจ

“ทั้งนี้ผมขอพูดในฐานะที่ดูแลงานด้านความมั่นคง ซึ่งสถานการณ์เมื่อวานนี้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมุ่งไปสู่พระบรมมหาราชวัง ศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว ทั้งหมดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มีใครรับประกันหรือรับผิดชอบได้หรือไม่ ต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้น”พล.อ. ณรงค์พันธ์  ระบุ

ผบ.ทบ. อธิบายอีกว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการเฝ้าระวังป้องกัน ในส่วนของทหารบริเวณนั้น ที่เป็นทหารอยู่บริเวณหลังตำรวจ หากมีมวลชนหลุดแนวตำรวจออกมาก็จะเป็นหน้าที่ของทหารที่จะต้องป้องกัน เพราะในส่วนของการ์ด ที่ดูแลกลุ่มผู้ชุมนุม ก็คุยกันแล้วว่าเป็นการชุมนุมอย่างสงบและสันติ เราพยายามไม่ให้เกิดความรุนแรง ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมและความมั่นคงได้คุยกันมาตลอด

“ถึงแม้การชุมนุมดังกล่าว จะผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ แต่เจ้าหน้าที่ก็ประนีประนอม ไม่ได้ดำเนินคดีทั้งหมด ใครที่ทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการเฉพาะรายบุคคล ในส่วนของการ์ดที่ดูแลรักษาความปลอดภัยก็ต้องยอมรับว่าเขาพยายาม เจรจากับตำรวจ ในสิ่งที่เขาอยากจะกระทำ และยืนยันในเรื่องของการชุมนุมโดยสงบและสันติ” ผบ.ทบ.กล่าว

พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ในขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า มีกลุ่มคน ซึ่งตนได้ย้ำไว้เสมอว่าอย่าให้เกิดความรุนแรง ต้องควบคุมให้ได้ ถ้าเกิดความรุนแรงเมื่อไหร่ประเทศชาติก็จะถอยลงไปอีกที เมื่อวานหากดูจากคลิปหรือข้อมูลต่างๆ ทหารที่ออกไปส่วนนั้น ก็คือช่วยไปดูแลเจ้าหน้าที่อยู่ข้างหลัง หากมีอะไรขึ้นมาทหารจะได้ช่วยตำรวจและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ทหารตรงนั้นกลับได้รับบาดเจ็บเสียเองและที่ได้รับบาดเจ็บก็เพราะว่ามีกลุ่มที่ต้องการสร้างความรุนแรง

“หากเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยไป พวกที่ต้องการสร้างความรุนแรง ก็เข้าไปได้ เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ได้สกรีนคน ซึ่งเราก็เห็นแล้วในคลิปว่าเขาเตรียม สิ่งของที่มีลักษณะคล้ายกับประทัด ที่มีไฟจุด ขว้างข้ามรถบัส ผมถามว่าหากปล่อยไป จะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาหากปาเข้าไปในศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว เกิดความเสียหายใครจะออกมายืนรับผิดชอบ แล้วความรู้สึกของคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศจะเป็นอย่างไร” พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าว

นี่คือสิ่งที่เราต้องช่วยกัน ในส่วนของเจ้าหน้าที่เขาพร้อมอยู่แล้วเพราะอุทิศตนและยอมรับอยู่แล้ว แต่อย่าไปเอาประเด็นนั้นมาเป็นความขัดแย้ง ขอให้มองว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อส่วนรวมและประเทศชาติ จะเกิดอะไรขึ้น หากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ทำตรงนั้น เพียงแต่ว่าสุดท้ายแล้วถือเป็นเรื่องดีที่สุดท้ายแล้วสามารถเจรจากันได้ว่าทำได้แค่ไหน

เมื่อถามว่า สามารถยอมรับได้ขนาดไหนหากมีการบุกรุกพื้นที่เขตพระราชฐานในโอกาสหน้า พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า เขตพระราชฐาน มีลักษณะคล้ายกับบ้าน เราก็ไม่ต้องการให้ใครมาบุกรุก ทุกคนก็รักบ้านตัวเองและครอบครัวตัวเองสิ่งที่ตนพยายามก็คือย้ายเกิดความรุนแรงเพราะสถานการณ์ตอนนี้เรากำลังดีขึ้น จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ประเทศไทยทำได้ดี และที่ตนได้ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมกองกำลังชายแดนก็คือไปเน้นย้ำเรื่องนี้ไม่ให้การ์ดตก

เมื่อถามว่าสถานการณ์การเมืองขณะนี้ยังไม่มีทางออก พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวย้ำว่ามีซึ่งตนได้จำไว้เสมอว่าการเมืองก็ต้องแก้ด้วยการเมืองหากทุกคนมีสติและมองกระจกให้รอบด้าน ว่าควรจะทำอะไร

เมื่อถามว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ดูแลอะไรบ้างพลเอกณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ตนก็ได้รับคำสั่งว่าให้ดูแลตามแนวชายแดนโดยเฉพาะการป้องกันเรื่องโควิด-19 ตนก็รับคำสั่งมา ตามภารกิจหน้าที่ของตน

เมื่อถามว่าในสถานการณ์อากาศนี้บทบาทของทหารคุณเป็นอย่างไร พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่าบทบาทของทหาร ก็เป็นไปตามที่ได้ระบุไว้ทั้งเรื่องงานชายแดนการดูแลประชาชนที่ประสบความเดือดร้อน

เมื่อถามว่ามีการเรียกร้องให้ทำรัฐประหารพล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า รัฐประหารติดลบ

CR: กรุงเทพธุรกิจ

ส่อง 25 ผู้เล่น “เพื่อไทย” ลุยสนาม อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448506

ส่อง 25 ผู้เล่น “เพื่อไทย” ลุยสนาม อบจ.

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

9 พฤศจิกายน 2563 – 16:20 น.

คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยส่ง 25 ผู้เล่น หน้าใหม่หน้าเก่า ชน”ค่ายธนาธร” หลายสิบสนาม

++

วันที่ 9 พ.ย.2563 แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เปิดตัวนโยบายและผู้สมัครนายก อบจ. โดยชูนโยบายใกล้บ้าน ด้วยการนำประสบการณ์ระดับชาติ สู่ความเจริญใกล้บ้านประชาชน ผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ สร้างโอกาสใน 6 ด้าน ได้แก่ ด้านการเดินทาง การขนส่ง , ด้านสุขภาพ , ด้านการศึกษา , ด้านการเกษตรอาหารปลอดภัย และเอสเอ็มอี โอทอป โดยนโยบายทั้ง 6 ด้านมีรากฐานมาจากแนวคิด “คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อจังหวัดของเรา” 

อ่านข่าว…  แม้วอุ้ม “ยิ้ม” ลูกสาว “วิสาร” สู้ศึก อบจ.เชียงราย

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

ส.ว.ก๊อง ลงสนามเชียงใหม่

เดิมที พรรคเพื่อไทยแถลงข่าวว่า จะส่งผู้สมัครนายก อบจ. 29 จังหวัด แต่กรรมการบริหารพรรคได้กลั่นกรองแล้ว เหลือ 25 จังหวัด

++
10 ผู้เล่นอีสาน
++
ภาคอีสาน เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรค แต่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรคแค่ 10 จังหวัด
จ.ชัยภูมิ : สุชีพ เศวตกมล อดีต ส.อบจ.ชัยภูมิ เขต อ.เมือง
จ.มหาสารคาม : ศรีเมือง เจริญศิริ อดีต ส.ว.มหาสารคาม สายตรงคนแดนไกล
จ.หนองคาย : “เสี่ยอัพ” ธนพล ไลละวิทย์มงคล นักธุรกิจขนส่งข้ามชาติ ได้ “พ่อบักเสือ” ประสิทธิ์ จันทาทอง อดีต ส.ส.หนองคาย เป็นพี่เลี้ยง
จ.หนองบัวลำภู : วิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู หลายสมัย    
จ.กาฬสินธุ์ : “ไข่มุก” เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ลูกสาว ยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ หลายสมัย

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ลงสนามเชียงราย

จ.นครพนม : สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม 2 สมัย
จ.อุดรธานี : วิเชียร ขาวขำ อดีตนายก อบจ.อุดรธานี และอดีต ส.ส.อุดรฯ หลายสมัย
จ.อุบลราชธานี : กานต์ กัลป์ตินันท์ อดีตนายก อบจ.อุบลฯ พี่ชาย เกรียง กัลป์ตินันท์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย 
จ.ยโสธร : วิเชียร สมวงค์ อดีต ส.อบจ.ยโสธร เขต อ.คำเขื่อนแก้ว น้องชาย บุญแก้ว สมวงค์ ส.ส.ยโสธร 
จ.มุกดาหาร : พ.ต.ท.ดร.จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์ อดีต ส.ว.มุกดาหาร

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

วิเชียร ขาวขำ ลงสนามอุดรธานี

++
6 ผู้เล่นภาคเหนือ
++
จ.เชียงใหม่ : “ทนายก๊อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร อดีต ส.ว.เชียงใหม่
จ.เชียงราย : “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย ลูกสาว วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย
จ.ลำพูน : อนุสรณ์ วงศ์วรรณ อดีต ส.ส.ลำพูน
จ.น่าน : นพรัตน์ ถาวงศ์ อดีตประธาน ส.อบจ.น่าน 
จ.ลำปาง : ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร อดีต ส.ส.ลำปาง ลูกสาวไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง
จ.แพร่ : อนุวัธ วงศ์วรรณ อดีตนายก อบจ.แพร่ 3 สมัย 

ส่อง 25 ผู้เล่น "เพื่อไทย" ลุยสนาม อบจ.

วิชิต ปลั่งศรีสกุล ลุยสนามประจวบฯ

++
9 ผู้เล่นภาคกลาง
++
จ.สุพรรณบุรี : พล.ต.เทียมศักดิ์ สุขานุยุทธ ประธานคนเสื้อแดงสุพรรณฯ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณฯ พรรคเพื่อไทย
จ.ระยอง : เกรียงไกร กิ่งทอง อดีตผู้สมัคร ส.ส.ระยอง พรรคเพื่อไทย
จ.นครนายก : สิทธิชัย กิตติธเนศวร อดีต ส.ส.นครนายก หลายสมัย
จ.ปราจีนบุรี : เกียรติกร พากเพียรศิลป์ อดีต ส.ส.ปราจีนบุรี
จ.นครปฐม : วินัย วิจิตรโสภณ อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม พรรคไทยรักษาชาติ
จ.สมุทรสงคราม : ธนวุฒิ โมทย์วารีศรี อดีต ส.อบจ.สมุทรสงคราม เขต อ.บางคนที และอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ
จ.สมุทรสาคร : “เฮียโต้” เชาวรินทร์ ชาญสายชล นักธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ส่งออก
จ.ประจวบคีรีขันธ์ : วิชิต ปลั่งศรีสกุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และมือกฎหมายประจำพรรคไทยรักไทย
จ.สิงห์บุรี : สุรสาล ผาสุก อดีต ส.ส.สิงห์บุรี 

“โหมไฟให้ลุกฮือ” ส.ว. -ส.ส. พปชร. เข้าชื่อส่งศาลฯชี้ ร่างแก้ไข รธน. ขัด ก.ม. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/448490

“โหมไฟให้ลุกฮือ” ส.ว. -ส.ส. พปชร. เข้าชื่อส่งศาลฯชี้ ร่างแก้ไข รธน. ขัด ก.ม.  

"โหมไฟให้ลุกฮือ" ส.ว. -ส.ส. พปชร. เข้าชื่อส่งศาลฯชี้ ร่างแก้ไข รธน. ขัด ก.ม.  

9 พฤศจิกายน 2563 – 13:30 น.

1 ใน 3 ข้อเรียกร้องของม็อบ คือ การแก้ไข รธน.ซึ่งมีความเป็นไปได้มากสุดในบรรดา 3 ข้อจึงเปรียบเสมือนเป็น”ช่องระบาย” แรงดันจากม็อบ แต่การที่ ส.ว.-ส.ส.พปชร.กลับเข้าชื่อส่งให้ศาล รธน.ตีความว่าชอบหรือไม่เท่ากับไป”อุดช่องระบาย”ทำให้อุณหภูมิทางการเมืองร้อนขึ้นอีก

กรณีนายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม รวบรวมรายชื่อ ส.ว. 48 คน เข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 3 ใน 7 ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยอ้างว่าหาก ส.ว. ลงมติรับหลักการทั้งที่ญัตติขัดรัฐธรรมนูญ จะทำให้ ส.ว.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อความรอบคอบจึงควรให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเสียก่อน 

สำหรับ 3 ญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย คือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มไอลอว์ โดย ส.ว. ที่เข้าชื่อกัน เห็นว่า แม้จะมีผู้เข้าชื่อเสนอร่างดังกล่าวเกือบแสนคน แต่ตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มไอลอว์มีหน้าที่ดำเนินการหรือไม่ และเป็นองค์กรที่มาจากต่างประเทศหรือไม่ ส่วนอีก 2 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคือ ร่างที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ  

แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไฟเขียวให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่การที่ ส.ว.ที่ผู้ชุมนุมมองว่าเป็น “มือไม้ของรัฐบาล” มาโดยตลอด เข้าชื่อกันให้ศาลรัฐธรรมูญ ชี้ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชอบหรือไม่  อาจทำให้ทางม็อบมองว่า”รู้เห็นเป็นใจกัน” ในการยื้อหรือประวิงเวลาในการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกไป

ยิ่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มไอลอว์ และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทั้งฉบับ เป็นความมุ่งหวังของผู้ชุมนุมอย่างมากด้วยว่า จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามนี้ แต่ ส.ว. กลับเลือกส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเฉพาะ 3 ร่างนี้ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ก็เท่ากับ”ตบหน้าม็อบฉาดใหญ่” ดีๆนี่เอง   

และไม่เพียง ส.ว. เท่านั้น ที่เข้าชื่อกันให้ส่ง 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่กลับปรากฏว่ามี ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ หลายคนเข้าชื่อร่วมด้วยกับ ส.ว.

แม้ว่า นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เชื่อว่าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จะไม่ทำให้การพิจารณาของรัฐสภาเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญสะดุด เพราะสามารถทำพร้อมกันได้เลย ส่วนที่จะส่งศาลรัฐธรรมนูญก็ส่งไปตามระบบ  การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในรัฐสภาก็ยังเดินต่อไปได้  ไม่ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 

แต่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายของรัฐบาล ก็ยอมรับว่า หากศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณา ก็อาจทำให้การพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภาล่าช้าได้ 

การประนีประนอม หันหน้า”สมานฉันท์” ของ 2 ฝ่าย  ฝั่งรัฐบาลและฝั่งตรงข้าม  จึงยังมองไม่เห็น ณ เวลานี้