แม้วอุ้ม “ยิ้ม” ลูกสาว “วิสาร” สู้ศึก อบจ. เชียงราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447328

แม้วอุ้ม “ยิ้ม” ลูกสาว “วิสาร” สู้ศึก อบจ.เชียงราย

แม้วอุ้ม "ยิ้ม" ลูกสาว "วิสาร" สู้ศึก อบจ.เชียงราย

28 ตุลาคม 2563 – 10:50 น.

‘วิสาร’ ปลื้มสุดๆ ‘ทักษิณ’ ติวเข้มลูกสาว ‘วิสาระดี’ ชิงเก้าอี้นายก อบจ.เชียงราย  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หลังทราบข่าวบิดา-วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ใช้มีดกรีดแขนกลางที่ประชุมรัฐสภาช่วงท้ายการอภิปราย เพื่อประท้วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

อ่านข่าว…  ยิ้ม ขออาสาลุย อบจ.เชียงราย
    

แม้วอุ้ม "ยิ้ม" ลูกสาว "วิสาร" สู้ศึก อบจ.เชียงราย

วิสาร กับวิสาระดี ลุ้นนายก อบจ.เชียงราย

“ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว บอกเล่าเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเธอไม่ได้ดูทีวี แต่ทราบข่าวจากสามี-จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่    

ตอนหนึ่ง ยิ้มเล่าเบื้องหลังว่า เหตุใดบิดาจึงกรีดแขนว่า “พอได้คุยถึงทราบว่าคุณพ่ออึดอัด อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ได้ให้ความสำคัญกับสภาและฟังน้องๆ นักศึกษาอย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำอย่างที่เป็นอยู่ และคุณพ่อผ่านเหตุการณ์ที่รัฐใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมมาหลายครั้ง ท่านไม่อยากเห็นน้องๆ ต้องโดนทำร้ายอีกเหมือนที่ผ่านๆมา”    

ตอนท้าย ยิ้มบอกว่า “ในฐานะลูกสาวยิ้มรู้สึกภูมิใจในตัวคุณพ่อมากที่สุด ที่เลือกยืนอยู่เคียงข้างประชาชน จากใจลูกสาวถึงคุณพ่อ”

++
กุนซือชื่อลุงแม้ว
++
“วิสาร เตชะธีราวัฒน์” เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า มีฐานเสียงอยู่ที่ อ.พาน จ.เชียงราย เริ่มต้นจากเปิดสำนักงานทนายความ รับปรึกษางานด้านกฎหมาย จนชาวบ้านเรียกขาน “หมอความชาวบ้าน” เป็น ส.ส.ปี 2529 สังกัดหลายพรรค    

เลือกตั้งปี 2544 วิสารกับยงยุทธ ติยะไพรัช ทิ้ง ปชป. และตบเท้านำ ส.ส.ภาคเหนือมาหนุน “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรี    

การเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงราย ปลายปีนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” หนุนยงยุทธแตะมือวิสาร ดัน “ยิ้ม” สะใภ้ของ สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ลงสนามนายก อบจ.เชียงราย 
    

แม้วอุ้ม "ยิ้ม" ลูกสาว "วิสาร" สู้ศึก อบจ.เชียงราย

ทักษิณ วิดีโอคอลติวเข้ม ยิ้ม วิสาระดี

ยิ้ม วิสาระดี เปิดตัวแต่ไก่โห่ ในฐานะผู้อำนวยการสโมสรสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด ทำให้เธอกลายเป็นขวัญใจคนรุ่นใหม่เชียงราย    

เมื่อวันที่ 18 ต.ค.2563 วิสาระดีโพสต์ขอบคุณ “ทักษิณ” ที่โทรมาให้กำลังใจ และแนะนำ “ทีมเจียงฮายยิ้มได้”    

“ขอบคุณคุณลุงมากๆ เลยนะคะ ที่อุตส่าห์ส่งกำลังใจมาให้ แม้ตัวอยู่ไกลแต่หัวใจไม่เคยทิ้งพี่น้องประชาชนเลยจริงๆ ..”    

ทักษิณได้ให้ข้อคิดแก่สาวยิ้มว่า “1.ให้คิดถึงปัญหาปากท้องของชาวบ้านเป็นอันดับแรก 2.การเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับประเทศต้องเชื่อมโยงกันเพื่อประสานงาน 3.ปรับตัวให้เร็วทันยุคสมัย รับมือให้ทันกับโลกโซเชียล ถ้าไม่อยากถูก disrupt…”    

ยิ้มลูกสาวของวิสาร ได้กองหนุนจาก “ติยะไพรัช” บวก “ชินวัตร” จึงมีแต้มต่อคู่แข่ง
 

แม้วอุ้ม "ยิ้ม" ลูกสาว "วิสาร" สู้ศึก อบจ.เชียงราย

สจ.นก และ สจ.เล็ก คู่แข่งทีมวิสาระดี

++
สจ.นกสู้ไม่ถอย
++
เพื่อไทยอีกสายหนึ่ง ที่ไม่มีโอกาสได้ใช้โลโก้พรรคคือ “ส.จ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ส.อบจ.เชียงราย เขต อ.เทิง พร้อมแล้วสำหรับศึกชิงเก้าอี้นายก อบจ.เชียงราย    

ตระกูล “วันไชยธนวงศ์” มีฐานเสียงหลักอยู่ใน อ.เทิง และ อ.พญาเม็งราย โดยมี “สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์” เป็น ส.ส.เชียงราย มาแต่ปี 2535/2 สังกัดพรรคชาติพัฒนา ก่อนจะย้ายมาสังกัดไทยรักไทย    

สมบูรณ์ มีลูกชายลูกสาวเป็นนักการเมืองท้องถิ่นคือ “ส.จ.เล็ก” สุธีระพงศ์ วันไชยธนวงศ์ ประธานสภา อบจ.เชียงราย และ “ส.จ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์     

ส่วน “รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์” ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย มีศักดิ์เป็นหลานของสมบูรณ์ จึงต้องช่วย ส.จ.นก ให้ไปถึงฝั่งฝัน 

จับตาม็อบยกระดับหลังเส้นตาย”บิ๊กตู่”ไม่ลาออก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447320

จับตาม็อบยกระดับหลังเส้นตาย”บิ๊กตู่”ไม่ลาออก

จับตาม็อบยกระดับหลังเส้นตาย"บิ๊กตู่"ไม่ลาออก

28 ตุลาคม 2563 – 09:14 น.

จับตาม็อบยกระดับหลังเส้นตาย”บิ๊กตู่”ไม่ลาออก

ผ่านไปแล้ว 2 วันเต็มๆ ของการอภิปรายแบบไม่ลงมติของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญมาตรา165 ดูเหมือนคำตอบจะไม่ตรงโจทย์ของกลุ่มผู้ชุมนุม

อ่านข่าว…   ท่าทีรัฐบาลบิ๊กตู่ ถอยแต่ไม่หนี รอนาทีรุกกลับ

โจทย์ข้อใหญ่ของผู้ชุมนุมคือ นายกฯลาออก ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับประชาชน และปฏิรูปสถาบัน

โจทย์ข้อแรกนายกฯไม่ได้ตอบชัดว่าจะลาออก เพียงให้เหตุผลว่าหากลาออกแล้วการเมืองจะถึงทางตัน และยังต้องใช้กติกาเดิมในการเลือกนายกฯในสภาโดยมี ส.ว.เข้ามาเกี่ยวข้องอีก

ประเด็นต่อมาเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สภายังยึดเอา 6 ญัตติของฝ่ายค้านและรัฐบาลอยู่ โดยไม่แตะหมวด1 และหมวด2  ซึ่งของรัฐบาลก็จะแก้มาตรา256  ก่อนจะนำไปสู่การเลือกตั้ง สสร.มายกร่างใหม่ 

ส่วนประเด็นการปฏิรูปสถาบัน ไม่ได้มีการพูดถึงมากนัก เพราะสภายังตีกรอบไม่ให้ก้าวล่วงสถาบัน โจทย์ข้อนี้จึงยังไม่มีการหยิบยกขึ้นมา

ฉะนั้นในสภา 2 วัน จะมีแค่ 2เ รื่องคือ นายกฯลาออกและแก้รัฐธรรมนูญ 

เมื่อสรุปภาพรวมแล้ว การอภิปรายในสภา  2  วัน  ยังไม่ถือว่าตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุม เพียงแต่ในสภามีแนวคิดในการตั้งคณะกรรมการสมาฉันท์ขึ้นมาเท่านั้นเอง

ส่วนประเด็นที่ยังคลุมเครือคือ หากนายกฯลาออกต้องไปถามประชามติ หรือการแก้รัฐธรรมนูญต้องไปทำประชามติ ซึ่งเป็นความพยายามในการซื้อเวลาหรือยื้อเวลาเท่าที่จะทำได้

ในเมื่อรัฐสภาไม่ตอบโจทย์หรือข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม ทั้ง 3 ข้อ ไม่ได้ตามนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมเองก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับรัฐสภา ตรงกันข้ามรัฐสภาก็ไม่ได้หาทางออกให้กับประเทศตามความต้องการของกลุ่มผู้ชุมนุม

ฉะนั้นในเมื่อทุกอย่างไม่ได้ตามข้อเรียกร้อง ฉากต่อไปต้องจับตาดูว่า ม็อบที่บอกว่าจะยกระดับ จะยกระดับเช่นไร จะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ และรัฐบาลจะใช้มาตรการอะไรมารับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุม 

เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ม็อบไม่ได้หยุดที่ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ม็อบเลยไปถึงการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน และการที่ม็อบบุกสถานทูตเยอรมันเพื่อให้ตรวจสอบการใช้พระราชอำนาจนอกพรมแดน ถือเป็นการชุมนุมครั้งแรกในประเทศไทยที่แสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนต่อสถาบัน 

จากนี้ไปการเมืองจะแรงขึ้นความวุ่นวายจะตามมา เมื่อสองฝ่ายไม่ยอมซึ่งกันและกันและเมื่อรัฐสภาไม่สามารถหาทางออกได้ ให้ระวังบ้านเมืองจะไปถึงทางตัน

มาแล้ว ผรท.ป้องสถาบัน จากอีสานถึงใต้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447273

มาแล้ว ผรท.ป้องสถาบัน จากอีสานถึงใต้

 มาแล้ว ผรท.ป้องสถาบัน จากอีสานถึงใต้

27 ตุลาคม 2563 – 16:55 น.

อดีตสหายอีสาน-ใต้ รวมพลังปกป้องสถาบันฯ ปัดฝุ่น ผรท.สายเสื้อเหลือง

การชุมนุมของกลุ่มพลังมวลชนเสื้อเหลืองในต่างจังหวัด เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ปรากฏว่า ได้มี “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” (ผรท.) หรืออดีตสมาชิกและแนวร่วมของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ได้ร่วมทำกิจกรรมปกป้องสถาบันฯ ด้วย

เช้าวันที่ 27 ต.ค.2563 ที่หน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร สหายบัญชา (สมบูรณ์ สุพรรณฝ่าย) ได้รวบรวมแกนนำ ผรท.ภาคอีสานเหนือ 7 จังหวัด มาชุมนุมและอ่านแถลงการณ์ประกาศจุดยืนประณามการจาบจ้วงล่วงละเมิด อาฆาตมาด ร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และคัดค้านการใช้ความรุนแรงในการเคลื่อนไหวชุมนุมมวลชน    

 มาแล้ว ผรท.ป้องสถาบัน จากอีสานถึงใต้

                          สหายบัญชา นำแกนนำ ผรท.อีสาน แสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน 

อดีตสหายอีสานกลุ่มนี้ เคยมีบทบาทในการปกป้องสถาบันฯ มาแล้วในนาม “กลุ่มพลังธรรมาธิปไตย” (กองทัพปลดแอกประชาชนเพื่อประชาธิปไตย) เมื่อปี 2556
    ส.บัญชา และแกนนำ ผรท.อีสานอีกหลายคน ได้จัดตั้งกลุ่มพลังธรรมาธิปไตย โดยมีจุดยืนต้านทุนสามานย์ และสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
    กลุ่ม ผรท.ปกป้องสถาบันฯ ได้เดินเดินทัพทางไกลต่อสู้กอบกู้เอกราช เริ่มต้นที่บ้านกุดนาแก้ว ต.ภูฝ้าย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ มาปักหลักชุมนุมที่ท้องสนามหลวง นานแรมเดือน
    ต่อมา กลุ่มพลังธรรมาธิปไตย ได้ร่วมกับกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ชุมนุมและเดินขบวนขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์

 มาแล้ว ผรท.ป้องสถาบัน จากอีสานถึงใต้

                 การเคลื่อนไหวในอดีตของกลุ่มพลังธรรมาธิปไตย

นอกจากนี้ กลุ่มพลังธรรมาธิปไตย ยังเคยระดมพลปกป้องศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อกลางปี 2556

 มาแล้ว ผรท.ป้องสถาบัน จากอีสานถึงใต้

                     สมบูรณ์ สุพรรณฝ่าย หรือ ส.บัญชา เมื่อปี 2556

    เมื่อสถานการณ์การเมืองร้อนแรง มีการจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน ผรท.อีสาน หรือกลุ่มพลังธรรมาธิปไตย จึงมาชุมนุมแสดงพลังที่หน้าศาลากลางจังหวัดสกลนคร
    วันเดียวกัน (27 ต.ค.63) ที่โรงเรียนบ้านลำทับ ต.ลำทับ อ.ลำทับ จ.กระบี่ กฤษฎีกา มณีมัย หรือ สหายเฟิร์น ผู้ประสานงานผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาคใต้ ได้นำสมาชิกผู้ร่วมพัฒนาภาคใต้ 5 จังหวัด จำนวน 1 พันกว่าคน ออกมารวมตัวแสดงพลังจุดยืนเพื่อต่อสู้และปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่ถูกกลุ่มนักการเมือง พรรคการเมือง และกลุ่มนักศึกษาที่มีความเห็นต่าง จาบจ้วงคิดจะล้มล้างสถาบัน ซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นศูนย์รวมจิตใจของพวงชนชาวไทย

 มาแล้ว ผรท.ป้องสถาบัน จากอีสานถึงใต้

                   ผรท.ภาคใต้ แสดงพลังปกป้องสถาบันฯ 

ปชป.เดือด “ลูกหมี-ลูกช้าง” ชน “พรมาลัย” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447234

ปชป.เดือด “ลูกหมี-ลูกช้าง” ชน “พรมาลัย”

ปชป.เดือด "ลูกหมี-ลูกช้าง" ชน "พรมาลัย"

27 ตุลาคม 2563 – 12:51 น.

ปชป.เดือด “ลูกหมี-ลูกช้าง” ชน “พรมาลัย” ศึกคนกันเองค่าย ปชป. สะท้านทะเลชุมพร “จุลใสแฟมิลี่” ชน “พรมาลัย” ผู้แทนเก่า 

++
การเลือกตั้งนายก อบจ.ชุมพร เหมือนรีแมตช์ศึกคนกันเอง เมื่อ ศิริศักดิ์ อ่อนละมัย หรือ “พรมาลัย” อดีต ส.ส.ชุมพร 6 สมัย พรรคประชาธิปัตย์ ลงสนามชนกับ นพพร อุสิทธิ์ ตัวแทนตระกูล “จุลใส” 

อ่านข่าว…  ส่อง ‘ลูกช้าง’ บนทางวิบาก พรรคลุงกำนัน
 

ปชป.เดือด "ลูกหมี-ลูกช้าง" ชน "พรมาลัย"

ลูกหมี ชุมพล จุลใส

ปี 2555 สมรภูมินายก อบจ.ชุมพร “พรมาลัย” พ่าย “ลูกช้าง” สุพล จุลใส ที่ลงสนามในนาม ปชป.    

สำหรับปีนี้ คณะกรรมการบริหารพรรค ปชป. มีมติไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ. ลงสมัครในนามพรรค กรณีที่จังหวัดนั้น  มีคนของพรรคแข่งกันเอง สนามชุมพร จึงไม่มีตัวแทนพรรคเหมือนหนที่แล้ว

++
จุลใสแฟมิลี่
++
เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว นพพร อุสิทธิ์ ว่าที่ผู้สมัครตำแหน่งนายก อบจ.ชุมพร พร้อมเปิดศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง “ทีมพลังชุมพร” ที่ ต.วังไผ่ อ.เมือง จ.ชุมพร เมื่อ 20 ต.ค.2563     

“นายกโต้ง” นพพร อุสิทธิ์ อดีตประธานสภา อบจ.ชุมพร 3 สมัย เป็นสามีของ “นายกเปี้ยว” สุจิตรา อุสิทธิ์ นายก อบต.นาสัก ซึ่งเป็นน้องสาว “ลูกหมี” สุพล จุลใส ส.ส.ชุมพร เขต 3 พรรค รปช. และเป็นพี่สาว “ลูกช้าง” ชุมพล จุลใส  ส.ส.ชุมพร เขต 2 พรรค ปชป.    

ปชป.เดือด "ลูกหมี-ลูกช้าง" ชน "พรมาลัย"

ลูกช้าง สุพล จุลใส

“นพพร” เกิดใน อ.ท่าแซะ แต่ไปแต่งงานกับตระกูลดัง “จุลใส” แห่ง อ.สวี จึงได้เป็น ส.อบจ.ชุมพร โดยการสนับสนุน ส.ส.ลูกหมี ตั้งแต่ปี 2547 และเป็นประธานสภา อบจ.ชุมพร    

จุลใสแฟมิลี่ ต้องดันนายกโต้งสุดกำลัง ให้เป็นนายก อบจ.ชุมพร เพื่อรักษาฐานการเมืองท้องถิ่น

++
เปลี่ยนชุมพร 
++  

เดิมที “พรมาลัย” หรือศิริศักดิ์ อ่อนละมัย หวังจะได้ใช้ป้าย ปชป. ลงหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ.ชุมพร แต่สุดท้ายก็วืด เมื่อกรรมการบริหารพรรคมีมติไม่ส่งตัวแทนพรรคลงสนามชุมพร

ปชป.เดือด "ลูกหมี-ลูกช้าง" ชน "พรมาลัย"

นายกโต้ง    

บังเอิญศึก อบจ.ชุมพร หนที่แล้ว สุเทพ เทือกสุบรรณ ยังเป็นเลขาธิการพรรค ปชป. “ลูกช้าง” สุพล จุลใส เลยไปสวมเสื้อ ปชป.แข่งกับศิริศักดิ์ หรือ พรมาลัย     

ย้อนกลับไปดูผลคะแนนปี 2555 สุพล ได้ 122,290 คะแนน ส่วนศิริศักดิ์ ได้  84,693 คะแนน แต่คราวนี้ ทั้งสองค่ายไม่มีสิทธิ์ใช้ชื่อพรรค    

“นายกโต้ง” จึงใช้กลุ่มพลังชุมพร และศิริศักดิ์ คงใช้ “ชุมพร…ต้องเดินหน้า” โดยมีลูกชาย สราวุธ อ่อนละมัย ส.ส.ชุมพร เขต 1 พรรค ปชป.เป็นกองหนุน 

ปชป.เดือด "ลูกหมี-ลูกช้าง" ชน "พรมาลัย"

พรมาลัย

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447231

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

27 ตุลาคม 2563 – 11:57 น.

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ การชุมนุมของราษฎร ยังไม่จบง่ายๆ เพราะนี่คือ ศึกชิงพื้นที่อุดมการณ์   คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
การเคลื่อนพลยามวิกาลครั้งแรก ไปทำเนียบรัฐบาล อาจวุ่นวายบ้าง แต่ครั้งที่ 2 ไปสถานทูตเยอรมนี ดูจะราบรื่นกว่า มีรถเครื่องเสียงมากขึ้น

การเดินขบวนเมื่อคืนวันที่ 26 ต.ค.2563 มีผู้เข้าร่วมมากกว่าทุกครั้ง และร้อยละ 80 เป็นเยาวชนคนรุ่นใหม่

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

มายด์ มหานคร แกนนำคณะราษฎร    

แม้ว่าจะมีคำขวัญว่า “ทุกคนคือแกนนำ” แต่ก็ปฏิเสธ “ผู้นำ” ไม่ได้ อย่างการเดินขบวนครั้งล่าสุด “มายด์” ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล แกนนำกลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย มีบทบาทโดดเด่น    

“มายด์” นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ได้เข้าร่วมทำกิจกรรมแฟลชม็อบ ร่วมกับเพื่อนนักศึกษาต่างสถาบันฯ ก่อตั้ง “เครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” (คนป.)     

ที่ชาวแฟลชม็อบรู้จักเธอมากขึ้น จากการที่ “กลุ่มมหานครเพื่อประชาธิปไตย” เข้าร่วมจัดกิจกรรม “เสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย ร่วมกันขับไล่จอมวายร้าย” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อต้นเดือน ส.ค.2563    

ทุกวันนี้ “มายด์” จะเป็นเงาของนักกิจกรรมรุ่นพี่อย่าง “ลูกเกด” ชลธิชา แจ้งเร็ว

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

ทีมงานการ์ดอาสา
++ 
ลืมภาพม็อบเดิม
++
การเคลื่อนพลไปสถานทูตเยอรมนี ยังมีข้อน่าสังเกตเกี่ยวกับบทบาทของ WeVo หรือ We volunteer การ์ดอาสา ที่มีมากกว่า 200 คน    

การ์ดอาสา  WeVo เป็นนักศึกษาล้วนๆ ไม่ใช่การ์ดแบบเดิม ที่ฝ่ายตำรวจ-ทหาร คุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นนักรบศรีวิชัย, การ์ด นปช. และการ์ด กปปส.    

“โตโต้” ปิยรัฐ จงเทพ หัวหน้าการ์ดอาสา ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ค เมื่อวันที่ 25 ต.ค.2563 เกี่ยวกับกายภาพของม็อบราษฎรว่า     

“คุณต้องลบภาพม็อบแบบเดิมในหัวคุณทิ้งไปเลย ภาพแบบที่ทั้งชีวิตนี้คุณเคยเห็น เคยสัมผัสมา คุณลืมมันไปได้เลย เวลานี้สิ่งที่คุณเห็นอยู่คือ ม็อบธรรมชาติเกือบ 100% ที่เหลือ ที่มีการชี้นำจากเพจหลักหลายๆเพจนั้น ไม่มีการนำในระดับบุคคลจริง ทำให้ ในพื้นที่การชุมนุมจึงตอบโจทย์ #ทุกคนคือแกนนำ”
    

ศึกชิงพื้นที่ ม็อบไม่ใช่ม็อบ

รถเคลื่อนที่เร็วของการ์ดอาสา

โตโต้ขยายภาพคำว่า “ม็อบธรรมชาติ” ว่า “ที่สำคัญมันคือม็อบธรรมชาติ ที่ผู้คนต่างออกมาด้วยอุดมการณ์ของแต่ละคน ใครใคร่ทำอะไร ใคร่พูดอะไร มันคือสิ่งที่เราต้องทำใจยอมรับ  และนี้คือสิ่งที่รัฐบาลกลัวที่สุด”    

สิ่งหนึ่งที่หัวหน้าการ์ดอาสาระวังมากที่สุดคือ มือที่สาม ตัวละครปริศนา ตัวป่วนม็อบทุกม็อบ

++
ศึกนี้ยืดเยื้อ
++
เกษียร เตชะพีระ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ได้มีข้อเสนอต่อการเคลื่อนไหวของคณะราษฎร ไว้น่าสนใจ    

“การต่อสู้รณรงค์ทางการเมืองไม่ใช่สงครามการทหาร ที่จะแบ่งฝั่งตั้งแถวตบเท้ายกทัพเข้าต่อตีกันในสมรภูมิ เป้าหมายของการต่อสู้รณรงค์ทางการเมืองจึงไม่ใช่ทำร้ายฆ่าฟันฝ่ายตรงข้ามให้บาดเจ็บล้มตาย และก็ไม่ใช่การยึดพื้นที่แบบการทหาร แต่คือการยึดครองใจ”     

อาจารย์เกษียร ใช้คำว่า “การต่อสู้รณรงค์ทางการเมือง” แทนม็อบในรูปแบบเดิมๆ   

10 กว่าปีที่ผ่านมา คนไทยจะคุ้นเคยกับ “ม็อบกดดัน” และ “ม็อบแตกหัก” แต่แฟลชม็อบของเด็กไทย มีอะไรหลายอย่างที่ต่างจากในอดีต    

นี่คือ สงครามชิงพื้นที่ “อุดมการณ์” ไม่ใช่สงครามการทหาร ต้องชิงพื้นที่ ยึดโน่น ยึดนี่ 

ท่าทีรัฐบาลบิ๊กตู่ ถอยแต่ไม่หนี รอนาทีรุกกลับ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447219

ท่าทีรัฐบาลบิ๊กตู่ ถอยแต่ไม่หนี รอนาทีรุกกลับ

ท่าทีรัฐบาลบิ๊กตู่ ถอยแต่ไม่หนี รอนาทีรุกกลับ

27 ตุลาคม 2563 – 10:09 น.

ท่าทีรัฐบาลบิ๊กตู่ ถอยแต่ไม่หนี รอนาทีรุกกลับ

ผ่านไป 1 วันเต็มๆ ของการประชุมรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา165 ที่รัฐบาลเป็นฝ่ายเสนอ เพื่อหาทางออกทางการเมืองใน 3 ประเด็นที่รัฐบาลได้ยื่นญัตติเข้าไป

สิ่งที่พูดกันมากที่สุดคือ ข้อเสนอให้ นายกฯลาออก และการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีประเด็นการเคลื่อนไหวของม็อบผสมโรงเข้าไป

ที่น่าสนใจคือ ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แสดงความเห็นอยู่ 2 ประเด็นคือ เรื่องการลาออก และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

โดยพล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า รัฐบาลได้หารือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อ6ตุลาคมที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเริ่มแก้ไขได้ในเดือนพ.ย. จะแล่วเสร็จสามวาระเดือนธันวาคมแต่ต้องไปลงประชามติเสียก่อน

“นี้ชี้ให้เห็นว่าผมมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

พล.อ.ประยุทธ์ เน้นย้ำในที่ประชุมสภา 

ส่วนประเด็นการลาออก นายกฯได้ชี้แจงว่า “กรณีนายกฯ ลาอออกจากตำแหน่ง จะเกิดอะไรบ้าง ได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายแล้ว ถ้านากยฯ ลาออก ครม.ต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ และเลือกนายกฯ ใหม่จากที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งต้องใช้ทั้งเสียง ส.ส. และ ส.ว.ด้วย ต้องมีมติเสียงกึ่งหนึ่ง  ดังนั้นต้องมี ส.ว.มาร่วมเลือกนายกฯด้วย ส่วนกรณีการยุบสภา พ้นจากตำแหน่งทั้งคณะเหมือนกัน สมาชิกภาพของ ส.ส.ก็ต้องสิ้นสุดลงเช่นกัน ตนจึงไม่แน่ใจว่าท่านต้องการหรือไม่ ต้องการอะไรตรงนี้ “

หมายความว่า หากนายกฯลาออกทั้งๆ ที่ยังไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็ยังจะต้องใช้กติกาเดิมในการเลือกนายกฯ กติกาเดิมคือต้องใช้เสียงของ ส.ว.ด้วย ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมต้องการปิดสวิตช์ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ 

ซึ่งประเด็นนี้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯอธิบายเพิ่มเติมว่า หากนายกฯลาออกจะต้องไปเลือกนายกฯใหม่ตามรัฐธรรมนูญมาตรา172 ซึ่งจะต้องใช้ชื่อนายกฯในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ยกเว้นชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ กับชื่อ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 

แต่ปัญหาก็คือจะต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งคือ 366 เสียง ซึ่งเฉพาะเสียง ส.ส.ฝ่ายค้านไม่พอแน่นอน จะต้องใช้เสียง ส.ว.ด้วย หรือหากเป็นไปได้ ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลจะจับมือกันโหวตเลือกนายกฯ ตัวแทนจากฝ่ายค้านก็ดูเหมือนว่า พรรคพลังประชารัฐจะไม่เอาด้วย

ฉะนั้นจากเหตุผลที่ได้อภิปรายกันในสภา ประเด็นแรก เรื่องการแก่ไขรัฐธรรมนูญนั้น สภาจะพิจารณาเฉพาะ6ญัตติเท่านั้น แต่ผู้ชุมนุมต้องการให้นำญัตติของประชาชนมาพิจารณา ตั้งสสร.ยกร่างใหม่และไม่ยกเว้นหมวด1และหมวด2 ตรงนี้เห็นต่างกันระหว่างรัฐบาลกับผู้ชุมนุม

ส่วนประเด็นนายกฯลาออก ก็ยังใช้กติกาเดิม ผู่ชุมนุมจะไม่ยอมรับแน่นอน สุดท้ายนายกฯได้ถามสภาว่า หากยุบสภา จะพร้อมหรือไม่  

โดยประเด็นยุบสภาเป็นอีกทางออกแต่ไม่มีการรับประกันว่ายุบสภาแล้วยังไปเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญเดิม ผู้ชุมนุมจะยุติหรือไม่เพราะไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้อง

นั้นท่าทีของรัฐบาลในสภาตลอด1วันที่ผ่านมา เสมือนว่ารัฐบาลถอยให้หนึ่งก้าว พยายามดึงปัญหาเข้าสภาทั้งเรื่องลาออกและการแก้รัฐธรรมนูญ

แต่การถอยของรัฐบาลไม่ได้เป็นการหนี ยังรอจังหวะที่จะรุกกลับหากมีการเปิดเงื่อนไขการปฏิรูปสถาบัน เมื่อนั้นรัฐบาลจะมีความชอบธรรมในการใช้ไม้แข็งจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

มาแล้ว “ทนายนกเขา” คปท.ภาค 2 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447172

มาแล้ว “ทนายนกเขา” คปท.ภาค 2

มาแล้ว "ทนายนกเขา" คปท.ภาค 2

26 ตุลาคม 2563 – 16:03 น.

หายหน้าไปนาน “ทนายนกเขา” นำมวลชนปกป้องสถาบันฯ จับตาการกลับมาของ คปท.ภาค 2 

++
บ่ายโมง วันที่ 26 ต.ค.2563 บริเวณด้านหน้าสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี ประจำประเทศไทย กลุ่มประชาชนคนไทย นำโดย “ทนายนกเขา” นิติธร ล้ำเหลือ และ “ตั้ม” พิชิต ไชยมงคล เดินทางมาพร้อมมวลชนสวมเสื้อสีเหลือง เพื่อยื่นหนังสือชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทย อันมีการจาบจ้วงล่วงมะเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่รักและเคารพ และเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ 

อ่านข่าว…   “ทนายนกเขา”พร้อมด้วยมวลชนคนเสื้อเหลือง รวมตัวหน้าสถานทูตเยอรมันเพื่อทำการยื่นหนังสือ

มาแล้ว "ทนายนกเขา" คปท.ภาค 2

ตั้ม พิชิต ไชยมงคล

หลังจากยื่นหนังสือเสร็จ “ทนายนกเขา” และ “ตั้ม” มีการปราศรัยกันเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายกันกลับ และไม่ปักหลักรอกลุ่มราษฎรที่จะเคลื่อนขบวนในเวลา 17.00 น. 
    

ก่อนหน้าการเดินทางมาสถานทูตเยอรมัน แฟนเพจ คปท. ได้แจ้งข่าวสารแก่มวลชนให้มาพบกันตามวันเวลาดังกล่าว และทิ้งท้ายไว้ด้วยสโลแกน “แล้วพบกัน รองเท้าผ้าใบ กับใจถึงๆ”
++
คปท.ภาค 2
++
“ตั้ม” พิชิต ไชยมงคล ได้ออกมาชี้แจงในนาม “กลุ่มประชาชนคนไทย” ผ่านแฟนเพจ คปท. ถึงสาเหตุการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
    

มาแล้ว "ทนายนกเขา" คปท.ภาค 2

พลังปกป้องสถาบัน

“ทางกลุ่มติดตามสถานการณ์การชุมนุมมาโดยตลอด  และมีความกังวลอย่างยิ่งต่อการที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องบางกลุ่มกำลังจะดึงสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เข้าสู่เวทีความขัดแย้งภายในประเทศไทย  อันเกิดจากความพยายามต่อสู้ช่วงชิงอำนาจทางการเมือง เนื่องมาจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของผู้นำของกลุ่ม ซึ่งรวมถึงการดึงเอาสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือด้วย  เรายืนยันว่าไม่ได้ออกมาเพื่อปกป้องรัฐบาล ส่วนเรื่องการแก้ไขบทบัญญัติรัฐธรรมนูญฯ อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาในรัฐสภาแล้ว ซึ่งเราร่วมติดตามอย่างใกล้ชิด”    

นอกจากนี้ กลุ่มประชาชนคนไทย  ยังไม่ต้องการให้การชุมนุมทางการเมืองไปกระทบสัมพันธไมตรีอันดีอย่างยาวนานของทั้ง 2 ประเทศ  
    

มาแล้ว "ทนายนกเขา" คปท.ภาค 2

ทนายนกเขา ในภารกิจใหม่

“ทนายนกเขา” มีชื่อเสียงในการเคลื่อนไหวมวลชนบนท้องถนนช่วงปี 2556-2557 ในนาม “เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)     

คปท. ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 10 ต.ค.2556 โดยเป็นการแตกตัวแยกออกมาจากกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) ซึ่งวันที่ 7 ต.ค.ปีเดียวกัน กปท.ได้เคลื่อนย้ายที่ชุมนุมจากสวนลุมพินี มาล้อมรอบทำเนียบรัฐบาล     

คปท.มีแกนนำ คือ อุทัย ยอดมณี นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง (อศ.มร.)สมัยนั้น และ นิติธร ล้ำเหลือ ทนายความแห่งสภาทนายความแห่งประเทศไทย โดยทั้งคู่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน 

ชิ่งม็อบ “เอก-ช่อ” ทัวร์หาเสียง อบจ. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447168

ชิ่งม็อบ “เอก-ช่อ” ทัวร์หาเสียง อบจ.

ชิ่งม็อบ "เอก-ช่อ" ทัวร์หาเสียง อบจ.

26 ตุลาคม 2563 – 15:05 น.

ชิ่งม็อบ “เอก-ช่อ” ทัวร์หาเสียง อบจ. ฉวยจังหวะกระแสม็อบปลดแอก “ธนาธร” ผนึก “ช่อ” ลุยภาคเหนือหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. 

++
หลังไปปรากฏตัวแบบลับๆล่อๆ ในม็อบราษฎร อยู่สองสามวัน แกนนำคณะก้าวหน้า ก็ไปโผล่ที่ภาคเหนือ     

“เสี่ยเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เดินทางไปเปิดตัวว่าที่นายก อบจ.พะเยา และแพร่ ก่อนจะล่องลงมาทางภาคเหนือตอนล่าง

อ่านข่าว…  2 พยัคฆ์ ปักธง 3 อบจ.เหนือ

ชิ่งม็อบ "เอก-ช่อ" ทัวร์หาเสียง อบจ.

ธนาธร พาแกนนำแดงภาคเหนือ หาเสียงที่อุตรดิตถ์

ฝ่าย “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ก็ไปนครสวรรค์ และตาก หาเสียงช่วยผู้สมัครนายก อบจ.    

นัยว่า ธนาธรฝันจะชนะในสนามท้องถิ่นมากถึง 20 จังหวัด เพราะกระแสม็อบปลดแอก จะช่วยให้คนเลือกคณะก้าวหน้า
++
ปั้นเพื่อนตู่
++
วันที่ 25 ต.ค.2563 “ธนาธร” ลุยภาคเหนือตอนล่าง เริ่มจากสนามอุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นสนามแห่งความหวังของเขา    

ปัณณวัฒน์ นาคมูล ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. อุตรดิตถ์ คณะก้าวหน้า เป็นอดีตแกนนำ นปช.ภาคเหนือตอนล่าง และเคยเป็นทีมงานของ ส.ส.เพื่อไทย เมืองลับแล    

เดิม “ปัณณวัฒน์” ชื่อ “จเร นาคมูล” อดีตนักกิจกรรมรามคำแหง และเป็นเพื่อนรักของจตุพร พรหมพันธุ์ ฉะนั้น ช่วงแดงทั้งแผ่นดิน ปัณณวัฒน์จึงเป็นแม่ทัพเสื้อแดงคนสำคัญ เคียงข้างจตุพร    

พลันที่ “ธนาธร” ตั้งพรรคอนาคตใหม่ ปัณณวัฒน์ ก็ทิ้งเพื่อนตู่มาร่วมงานกับอนาคตใหม่ และเสนอตัวลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.เมืองลับแล
    

ชิ่งม็อบ "เอก-ช่อ" ทัวร์หาเสียง อบจ.

ช่อไปเปิดตัว “ทนายฮั้ว” ที่นครสวรรค์

ส่วนที่สนามพิษณุโลก ธนาธร เปิดตัว ณชพล พลอาสา ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.พิษณุโลก โดยณชพล เป็นประธานชมรมถ่ายภาพพิษณุโลก Welovefoto และเจ้าของเพจสอนถ่ายภาพ X22 Studio 
++
ทนายคนยาก
++ 
วันที่ 25 ต.ค.2563 “ช่อ” พรรณิการ์ วานิช เดินทางมาปากน้ำโพ เปิดตัว “ทนายฮั้ว” ศรัญ ฤกษ์อัตการ ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ. นครสวรรค์     

ทนายฮั้วเป็นนักกฎหมายที่ช่วยเหลือประชาชนทั่วไป และเคยลงสมัคร ส.ส.นครสวรรค์ เขต 1 แต่สอบตก
    

ชิ่งม็อบ "เอก-ช่อ" ทัวร์หาเสียง อบจ.

หาเสียงที่ จ.ตาก

จากปากน้ำโพ “ช่อ” เดินทางไปเมืองตาก ร่วมกับ คริษฐ์ ปานเนียม ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.ตาก คณะก้าวหน้า ไปพบกับพี่น้องชาติพันธุ์ลีซอที่ดอยห้วยทู่ เพื่อศึกษาโมเดลการท่องเที่ยวชุมชนที่จัดการโดยชุมชนอย่างเข้มแข็งและเป็นระบบ     

กระแสแฟลชม็อบไล่ประยุทธ์ในต่างจังหวัด ล้วนสร้างความมั่นใจให้ทีมงานคณะก้าวหน้าว่า ผู้สมัครนายก อบจ. แม้จะหน้าใหม่ ไม่มีบารมี แต่ก็จะสามารถล้มแชมป์เก่าได้

จับตาวาระครม. ชงตั้งอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่าด่านข่าวลือเซ้งลี้เก้าอี้หลายร้อยล้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447147

จับตาวาระครม. ชงตั้งอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่าด่านข่าวลือเซ้งลี้เก้าอี้หลายร้อยล้าน

จับตาวาระครม. ชงตั้งอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่าด่านข่าวลือเซ้งลี้เก้าอี้หลายร้อยล้าน

26 ตุลาคม 2563 – 13:02 น.

จับตาวาระครม. ชงตั้งอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่าด่านข่าวลือเซ้งลี้เก้าอี้หลายร้อยล้าน


ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดสำคัญในวันที่ 27 ตุลาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะมีการเสนอการแต่งตั้งอธิบดีกรมชลประทานคนใหม่ 

แต่ก่อนที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสกรณ์ จะนำรายชื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ก็ปรากฎมีข่าวพูดกันทั้งกระทรวงฯว่ามีข้าราชการระดับสูงวิ่งเต้นจะขึ้นเป็นอธิบดีกรมชลประทาน ด้วยวงเงินสูงถึง 500 ล้านบาท  ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมากว่า ในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะปล่อยให้มีเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร

ที่สำคัญคือตำแหน่งอธิบดี เงินเดือนไม่ถึงแสนบาท จะเอาเงินจำนวนหลายร้อยล้านบาทมาซื้อเก้าอี้เพื่ออะไร แล้วจะเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน คนอย่าง นายเฉลิมชัย จะปล่อยให้เกิดเรื่องเช่นว่านี้ได้หรือ

และกระบวนการคัดเลือกคนจะดำรงตำแหน่งสูงของกระทรวงเกษตรฯนั้น มีหลักเกณฑ์และขั้นตอนเพื่อความโปร่งใสอยู่แล้ว โดยสร้างคณะกรรมการจะเป็นดังนี้ 
A. การคัดเลือก ต.บริหารสูง (ตำแหน่งว่าง)
1. อธิบดีกรมชลประทาน 
2. อธิบดีกรมการข้าว 

B. กระบวนการ
1. คกก. ประชุมพิจารณาหลักเกณฑ์ : วันที่ 07 ต.ค. 63
2. แจ้งประกาศให้ส่วนราชการในสังกัด กษ. ทราบ : วันที่ 07 -09 ต.ค.63
3. ส่วนราชการเสนอรายชื่อมายังกระทรวง (2 ชื่อ/ตำแหน่ง) : วันที่ 12-16 ต.ค. 63
4. คกก. พิจารณาคัดเลือก : วันที่ 20 ต.ค. 63
5. รมว.กษ. เสนอ ครม. พิจารณา : วันที่ 27 ต.ค.63 

C. คกก.คัดเลือกฯ ประกอบด้วย
1. นายทองเปลว กองจันทร์ [ปลัดกระทรวง] : ประธาน
2. นางสุทธิลักษณ์ เอื้อจิตรถาวร [ผู้แทน ก.พ. ใน อ.ก.พ. กระทรวง] : กรรมการ
3. นางสาวปาริชาติ เพชรวงศ์  [ผู้ทรงฯ ด้านกฎหมายใน อ.ก.พ. กระทรวง] : กรรมการ
4. นายสรวิศ ธานีโต [อธิบดีกรมปศุสัตว์] ผู้แทน อ.ก.พ. กระทรวง : กรรมการ
5. หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของตำแหน่ง : กรรมการ
6. นายครองศักดิ์ สงรักษา [ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ สป.กษ.] : เลขานุการฯ
ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลย ที่คนจะเป็นอธิบดีกรมใหญ่ จะวิ่งเต้นผ่านคนใกล้ชิดรัฐมนตรี แล้วสมหวังได้ดังใจ

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกระทรวงเกษตรฯได้ให้ข้อมูลว่า กรมประทาน เป็นกรมใหญ่ และมีงบประมาณมากพอที่จะทำให้ข้าราชการจับมือกับนายทุนเพื่อให้ได้เป็นอธิบดีแล้วผูกขาดโครงการต่างๆ ของกรมชลประทานให้กับพ่อค้ารายเดียว

กรมชลประทานเป็นงานที่เกี่ยวกับระบบท่อ ดังนั้นจึงมีนายทุนที่ผลิตท่อ ยอมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อให้คนของตัวเองได้เป็นอธิบดี เพราะเมื่อสามารถผูกขาดขายท่อให้กับกรมชลประทาน 15 ปี จะได้ผลตอบแทนมากกว่าเงินที่จ่ายเพื่อซื้อเก้าอี้ จึงยอมลงทุน ทั้งนี้อาจจะมีคำถามว่าปัจจุบันนี้มีการเปิดประมูลแบบอีบิดดิ้ง มีความโปร่งใส แต่ทุกอย่างก็ล็อกสเปคล็อกผู้รับเหมาได้ทั้งนั้น และในกรมชลประทานเห็นว่ามีการล็อกสเปคท่อเชื่อมคู่ ซึ่งมีผู้ผลิตรายใหญ่เข้าคุณสมบัตินี้

แหล่งข่าวกล่าวว่า ให้จับตาการประชุมครม.วันที่ 27 ตุลาคม เพราะเมื่อกระบวนการสรรหาจบลง รมว.เกษตรฯจะนำรายชื่อเข้าขออนุมัติ เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ทราบเรื่องนี้แล้ว จะยอมอนุมัติตามคำขอของกระทรวงเกษตรฯหรือไม่ 

“แม้ว” มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/447139

“แม้ว” มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

"แม้ว" มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

26 ตุลาคม 2563 – 11:14 น.

“แม้ว” มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง ม็อบเด็กไม่ใช่ม็อบแดง “ทักษิณ” และน้องสาว จึงมีความสุข เฝ้ามองม็อบอยู่แดนไกล  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
น่าจะเป็นภาพชุดครอบครัวคนแดนไกล ที่พร้อมหน้าพร้อมตาที่สุด เมื่อ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร เผยแพร่ภาพดินเนอร์ร่วมโต๊ะกับ 3 อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย เมื่อ 24 ต.ค.2563

อ่านข่าว…  หนอนบ่อนไส้ ปูดข้อมูลลับระดับแกนนำใจกลางม็อบหรือไม่

"แม้ว" มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

“อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Ing Shinawatra ว่า Family dinner ออกมาทานข้าวเย็น (ร้านโปรด) นอกบ้านครั้งแรกตั้งแต่มาถึง #ingxdubai    

สำหรับผู้ร่วมโต๊ะดินเนอร์ในนครดูไบวันนั้น ประกอบด้วยอุ๊งอิ๊ง ,ปิฏก สุขสวัสดิ์ (สามีอุ๊งอิ๊ง) ,ทักษิณ ชินวัตร, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ,สมชาย วงศ์สวัสดิ์ และเยาวภา วงศ์สวัสดิ์     

ที่น่าสนใจ นอกเหนือไปจากภาพ 3 อดีตนายกรัฐมนตรี ก็ยังมีภาพเต็มๆ ของ “เจ๊แดง” เยาวภา เป็นครั้งแรก หลังจากมีข่าวว่า เจ๊แดงหลบไปอยู่แดนไกลเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
++
นปช.สายดูไบ
++
การเคลื่อนไหวม็อบราษฎรมาถึงวันนี้ กล่าวได้ว่า มีคนเสื้อแดงร่วมการชุมนุมน้อยมาก หากแต่เป็นเรื่องของ “คนรุ่นใหม่” Gen Y Gen Z ซึ่งอาจจะมีกลุ่มลุงๆป้าๆ เสื้อแดงไม่กี่ร้อยคนที่คอยให้กำลังใจเด็ก    

ไม่ต้องพูดถึง นปช. องค์กรที่มีแต่ “หัว” แถมแกนนำ นปช. ก็ไร้เอกภาพมาปีกว่าแล้ว    

“ธิดา ถาวรเศรษฐ” อดีตประธาน นปช. และทีมงานสื่อออนไลน์ UDD news ยังขับเคลื่อนหนุนการชุมนุมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่อเนื่อง    

ธิดาเรียกร้องให้คนเสื้อแดงเข้าร่วมการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยสมบูรณ์ โดยใช้คำว่า “คนเสื้อแดงเป็นสหายร่วมศึกกับเยาวชน”     

"แม้ว" มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

ขณะที่ “จตุพร พรหมพันธุ์” ประธาน  นปช. ยังเฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk เกือบทุกวัน โดยแสดงทัศนะตรงไปตรงมาต่อม็อบราษฎร     

ดูเหมือนว่า แกนนำม็อบราษฎร จะมอง “เดอะตู่” ด้วยสายตาแปลกๆ และไม่นับเป็นพวก    

มิหนำซ้ำ จตุพรกำลังวางบทบาทที่ถอยห่างออกจาก “ชินวัตร” ตรงกันข้ามกับธิดา ที่ยังมีภาพเป็น นปช.สายดูไบอยู่

++
แคร์ม็อบเด็ก
++
ท่ามกลางความคึกคักของม็อบเยาวชน ปรากฏว่า “คนเดือนตุลา” ที่เคยมีบทบาททางการเมืองสมัยไทยรักไทยเฟื่องฟู กลับถูกฝ่ายความมั่นคง จับตามอง    

บังเอิญว่า “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช และ “อ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย เพิ่งจัดตั้ง “กลุ่มแคร์” ได้ไม่ถึงปี จึงตกเป็นเป้าของหน่วยข่าวกรอง    

"แม้ว" มีสุข ม็อบปลุกตาสว่าง

ทั้งหมอมิ้ง และอ้วน มักตกเป็นข่าวใต้ดินอยู่บ่อยๆ นับแต่ช่วงเหตุการณ์พฤษภา 2553 และการชุมนุมของม็อบราษฎรหนนี้ก็เช่นเดียวกัน    

บวกกับมิตรสหายของหมอมิ้งที่เข้าไปดูแล “วอยช์ทีวี” ซึ่งฝ่ายความมั่นคง มองว่า เป็นกระบอกเสียงของม็อบเด็ก    

หลังการสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน กลุ่มแคร์ ได้อาสาขอเป็นตัวกลาง ในการประสานความช่วยเหลือกับทุกภาคส่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ จากการสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้น     

นอกจากนี้ กลุ่มแคร์ยังเรียกร้องให้เข้าหน้าที่รัฐ หยุดใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่ชุมนุมกันโดยสันติวิธี และสนับสนุนให้มีการพูดคุยกัน     

นามของคน เงาของไม้ ไม่ทำอะไร คนก็ระแวงอยู่แล้ว แต่นี่จัดตั้งกลุ่มแคร์เคลื่อนการเมือง ก็หนีไม่พ้นตกเป็น “ตัวละครปริศนา” หลังม่านม็อบ