สิ้นดาวฉาย “สันติ” หรี่แสง ใต้ทุนเหนือรัฐ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สิ้นดาวฉาย “สันติ” หรี่แสง ใต้ทุนเหนือรัฐ 

สิ้นดาวฉาย "สันติ" หรี่แสง ใต้ทุนเหนือรัฐ 2 กันยายน 2563 – 11:12 น.

สิ้นดาวฉาย “สันติ” หรี่แสง ใต้ทุนเหนือรัฐ  กลุ่มทุนทอดเงาทะมึนปกคลุมไทยคู่ฟ้า “ปรีดี” สิ้นแสงฉาย ดาวฤกษ์ “สันติ” ยังหรี่แสง คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เรือเหล็กของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่รัฐนาวาพิเศษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ สมัยโน้น “ป๋าเปรม” มีบารมีคุ้มครอง “เทคโนแครต” ให้รอดพ้นภัยพาลได้ และนักเลือกตั้งก็อยู่ในแถว 

สมัยนี้ เทคโนแครตเพียวๆ ถูกโดดเดี่ยวกลางวงล้อมเสือสิงห์กระทิงแรด ยกเว้นเทคโนแครต ตัวแทนกลุ่มทุน

สิ้นดาวฉาย "สันติ" หรี่แสง ใต้ทุนเหนือรัฐ 

“ปรีดี ดาวฉาย”

พลันที่มีข่าว “ปรีดี ดาวฉาย” ยื่นใบลาออกจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็มีรายงานข่าว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียก “สันติ พร้อมพัฒน์” รัฐมนตรีช่วยคลัง ในฐานะผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ พูดคุยอย่างเคร่งเครียด  

แน่นอน “เจ้าพ่อมะขามหวาน” สันติ พร้อมพัฒน์ ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของสื่อ เพราะก่อนหน้านี้ มีข่าวสันติค้านปรีดี กรณีแต่งตั้งข้าราชการระดับสูงกลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี 

ลึกๆแล้ว ข้าราชการสายกระทรวงเศรษฐกิจรู้ดีว่า รัฐมนตรีสันติก็แค่หนังหน้าไฟ เพราะตัวจริงเสียงจริงคือ “ทุนเหนือรัฐ” ที่กำลังคืบคลานเข้ามามีอิทธิพลในตึกไทยคู่ฟ้า
++
กรรมนักเลือกตั้ง
++
ด้วยความที่เป็นนักเลือกตั้ง ที่มีภาพลักษณ์เป็นทุนพรรคมาก่อน เมื่อเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยคลัง “สันติ พร้อมพัฒน์” จึงถูกบดบังรัศมีจากเจ้ากระทรวงคนก่อน ที่เป็นสายตรงของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ 

เมื่อ อุตตม สาวนายน ลาออกจากรัฐมนตรีคลัง และโบกมืออำลาตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ถึงคราวที่ “สันติ” จะแจ่มจำรัส ได้ตำแหน่งผู้อำนวยการพรรค  

สันติกลายเป็นมือทำงานคนสำคัญของ “หัวหน้าป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ 

สิ้นดาวฉาย "สันติ" หรี่แสง ใต้ทุนเหนือรัฐ 

สันติ พร้อมพัฒน์

เมื่อวันที่ 28 ส.ค.2563 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เพิ่งควง สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง  และอธิบดีกรมธนารักษ์ เดินทางลงพื้นที่ ต.โนนสมบูรณ์ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น  เพื่อมอบสัญญาเช่าที่ดินตามโครงการธนารักษ์ประชารัฐ ให้ประชาชน 1,100 ราย เว้นจ่ายค่าเช่า 1 ปี  

วันนั้น ทีมงานขอนแก่นนำโดยเอกราช ช่างเหลา มากันพร้อมหน้า รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ก็ไปร่วมงานด้วย 

ในสถานการณ์เรือเหล็ก เผชิญหน้า “วิกฤตศรัทธา” โอกาสที่ “สันติ” จะขยับขึ้นเป็นรัฐมนตรีคลัง คงไม่ใช่เรื่องง่าย  

ยังไง “บิ๊กตู่” ก็ต้องหาเทคโนแครตมาปะหน้าเค้ก เรียกศรัทธาและเชื่อมั่นอีกครั้ง

++
ปริศนาทุนเหนือรัฐ 
++
คอลัมนิสต์ใหญ่ในสำนักสื่อแถวหน้าเมืองไทย ได้รับข้อมูลบางประการว่า สาเหตุหลักที่ “ปรีดี” ถอดใจลาตำแหน่ง ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งกับสันติ พร้อมพัฒน์ ตามที่เป็นข่าว 

หากแต่เป็นการเข้ามาของ “ทุนเหนือรัฐ” ที่เข้ามาแทรกแซงการจัดวางตัวข้าราชการในกระทรวงการคลัง 

สภากาแฟของบิ๊กข้าราชการ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ข้าราชการคนใดอยากได้ตำแหน่ง ต้องวิ่งไปหา “ทุนเหนือรัฐ” 

วันที่เงาทะมึนของกลุ่มทุนปกคลุมไทยคู่ฟ้า “สันติ” ดาวฤกษ์จากเมืองมะขามหวาน ยังต้องหรี่แสง

เปิดรายงานผลสอบ”คดีบอส”ชุด”วิชา”ชี้ มีการร่วมมือสมคบคิดกันอย่างเป็นระบบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดรายงานผลสอบ”คดีบอส”ชุด”วิชา”ชี้ มีการร่วมมือสมคบคิดกันอย่างเป็นระบบ

เปิดรายงานผลสอบ"คดีบอส"ชุด"วิชา"ชี้ มีการร่วมมือสมคบคิดกันอย่างเป็นระบบ1 กันยายน 2563 – 17:48 น.

การตั้งข้อหา การสอบสวน การกลับคำสั่งฟ้องเป็นไม่ฟ้อง การไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ เป็นขบวนการดำเนินคดีนี้ที่เชื่อได้ว่ามีการร่วมมือสมคบคิดกันอย่างเป็นระบบของเจ้าพนักงานในกระบวนการ ยธ.,ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทนายความ มีการสมยอมกันโดยไม่สุจริต

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธานฯ ได้ทำบทสรุปรายงานผลตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายคดีนายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เสียชีวิต เสนอ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีเนื้อหาที่น่าสนใจยิ่ง ดังนี้ ..คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน (ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า “คณะกรรมการ”) ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอาญากับนายวรยุทธ อยู่วิทยา(ซึ่งต่อไปนี้เรียกว่า”ผู้ต้องหา”)แล้ว พบว่า การร่วมมือกันอย่างเป็นระบบของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทนายความ พยาน และบุคคลทั่วไป ในการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการดำเนินคดีจนถึงปัจจุบัน โดยใช้ช่องโหว่ของกฎหมาย ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ใช้อิทธิพลบังคับ และการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย
 

ในชั้นการสอบสวนจากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่แสดงปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดและบ่งชี้สารเสพติดในร่างกาย รายงานการตรวจพิสูจน์หลักฐานเกี่ยวกับความเร็วของรถในขณะเกิดเหตุตลอดจนความพยายามอย่างต่อเนื่องในการช่วยเหลือผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย คณะกรรมการเชื่อว่าผู้ต้องหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ดาบตำรวจวิเซียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ถึงแก่ความตาย
เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๕ การที่ผู้ต้องหาไม่หยุดรถในทันทีหลังจากชนผู้ตาย แต่กลับพาร่างผู้ตายไปไกลกว่หกสิบเมตรและลากรถจักรยานยนต์ของผู้ตายไปไกลกว่าหนึ่งร้อยหกสิบเมตร ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าผู้ต้องหาจะกระทำความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล เพราะวิสัยวิญญูชนเมื่อขับรถชนคนหรือสิ่งใดแล้วย่อมต้องหยุดรถทันทีเพื่อตรวจสอบความเสียหายหรือให้ความช่วยเหลือ แต่ผู้ต้องหาหาทำเช่นนั้นไม่

ความพยายามในการช่วยเหลือผู้ต้องหาให้รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดีเกิดขึ้นทันทีภายหลังจากเกิดเหตุ โดยสารวัตรปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ได้สร้างพยานหลักฐานเท็จโดยการนำตัวลูกจ้างของครอบครัวอยู่วิทยามามอบตัวรับสมอ้างว่าเป็นผู้ขับรถ แม้ต่อมาในวันเดียวกันผู้ต้องหายอมจำนนมามอบตัวต่อพนังนสอบสนกลับให้การภาคเสธโดยอ้างว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะความผิดของผู้ตาย

และผู้ต้องหาเพิ่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว ข้ออ้างอันเป็นเท็จนี้เป็นเหตุให้พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาอันเป็นเท็จและไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อผู้ตายซึ่งตายในทันทีหลังจากถูกชนว่าเป็นผู้ต้องหาร่วม ทั้งที่การตั้งข้อหาจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อบุคคลมีชีวิตอยู่และได้แจ้งข้อหาให้แก่ผู้นั้น อันนำเชื่อว่าการตั้งข้อหาอันเป็นเท็จและไม่ชอบด้วยกฎหมายนี้เกิดจากกรวางแผนของพนักงานสอบสวนและทีมทนายความของผู้ต้องหา โดยกล่าวหาผู้ตายว่าประมาทด้วยเพื่อทำให้รูปคดีเอื้อประโยชน์ต่อการช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาพ้นผิด
 แม้ว่าในเวลาต่อมา พนักงานสอบสวนตั้งข้อหาผู้ต้องหาจำนวน ๕ ข้อหา ได้แก่ ข้อหาขับรถขณะมึนเมาสุรา ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ข้อหาขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ข้อหาขับรถแล้วไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แจ้งเจ้าพนักงาน ข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่กลับไม่ตั้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษทั้งที่มีการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์พบสารแปลกปลอมในร่างกาของผู้ต้องหาที่เชื่อมโยงกับการเสพโคเคนและการดื่มแอลกอฮอล์

นอกจากนี้ ในข้อหาขับรถขณะเมาสุราพนักงานสอบสวนก็ได้รับฟังความเห็นของพยานฝ่ายผู้ต้องหาซึ่งขัดแย้งกับผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์มาเป็นเหตุผลในการสั่งไม่ฟ้องคดี พฤติการณ์ดังกล่าวนี้เชื่อว่าเป็นความพยายามในการช่วยเหลือผู้ต้องหามิให้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา และทำให้รูปคดีเอื้อประโยชน์ต่อการช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาพ้นผิดในคดีนี้ ได้มีการสอบสวนคดีจนเสร็จสิ้นและมีความเห็นทางคดีในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๖ และได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ต้องหาให้กับพนักงานอัยการในวันที่ ๔ มีนาคม๒๕๕๖ จึงเป็นการส่งสำนวนการสอบสวนที่ล่าช้าเกินกำหนดหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีการนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลก่อนครบกำหนดปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นการพิจารณาของพนักงานอัยการ
คณะกรรมการพบว่า ระบบการร้องขอความเป็นธรรมภายใต้ระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ ๒๕๔๗ เปิดช่องให้ฝ่ายผู้ต้องหาใช้เป็นเครื่องมือในการประวิงคดีโดยผู้ต้องหาไม่ต้องยี่นด้วยตนเองและทำให้คดีขาดอายุความ รวมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานอัยการพิจารณาการร้องขอความเป็นธรรมจากต้องหาได้อย่างไม่มีข้อจำกัดในเหตุและจำนวนครั้ง ทั้งยังอนุญาตให้มีการกลับความเห็นหรือคำสั่งฟ้องในคดีอาญาซึ่งสั่งไปแล้วได้
ในคดีนี้ การร้องขอความเป็นธรรมตามระเบียบดังกล่าวจึงถูกใช้เป็นกลไกในการประวิงคดีและเพื่อช่วยเหลือผู้ต้องหาให้ต้องรับโทษตามกฎหมายโดยความร่วมมือของผู้ต้องหา ทีมทนายความ เจ้าหน้ที่ของรัฐ และบุคคลทั่วไป โดยปรากฏว่า มีการยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการเป็นจำนวนถึง  ๑๔ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ เมษาย ๒๕๕๖ ครั้งที่สองเมื่อวันที่ ด๗ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ครั้งที่สามเมื่อวันที่ ๔ กันยาย ๒๕๕๖ ครั้งที่สี่เมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ครั้งที่ห้าเมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๗ ครั้งที่หกเมื่อวันที่ ๒ มินายน ๒๕๕๗ ครั้งที่เจ็ดเมื่อวันที่ ด๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ครั้งที่แปดเมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๕๘ ครั้งที่เก้าเมื่อวันที่ ๑๒ มกรดม ๒๕๕๙ ครั้งที่สิบเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ครั้งที่สิบเอ็ดเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๙ ครั้งที่สิบสอง เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๐ ครั้งที่สิบสามเมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ และครั้งที่สิบสี่เมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ โดยตั้งแต่ครั้งแรกถึงครั้งที่สิบสาม อัยการสูงสุดหรือรองอัยการสูงสุดที่มีอำนาจสั่งคดีร้องขอความเป็นรรมในแต่ละครั้งได้สั่งยุติการร้องขอความ
เป็นธรรม

หลังจากที่ได้มีการสั่งให้มีการสอบสวนเพิ่มติม และได้มีการดำเนินการสอบสวนและชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ การร้องขอความเป็นรรรมกลับเป็นผลสำเร็จในการร้องขอครั้งที่สิบสี่จากการพิจารณาเพียงพยานหลักฐานเดิมที่ได้คยมีการพิจารณาไปแล้วและเห็นว่ามีพิรุธและไม่นำเชื่อถือในการพิจารณาการร้องขอความธรรมในหลายครั้งก่อนหน้า โดยเฉพาะอัยการสูงสุด รวมถึงรองอัยการสูงสุดหลายคน ได้พิจารณาพยานหลักฐานชุดนี้แล้ว แสะมีคำสั่งให้ยุติเรื่องไปก่อนหน้านั้นหลายครั้งหลายครา
การร่วมมือกันอย่างเป็นระบบของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดำรงตำแหนทาการเมือง ทนายความ พยาน และบุคคลทั่วไปในการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในคดีนี้ ปรากฎหลักฐานอย่างชัดเจนว่า มีบุคคลจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันจัดให้รองศาสตราจารย์ ส.ได้พบกับพันตำรวจโท ร. เพื่อนำเสนอวิธีการคำนวณความเร็วใหม่และมีการสอบปากคำพันตำรวจโท ธ. ภายใต้การกำกับของพนักงานอัยการไม่ทราบชื่อเพื่อจัดทำพยานหลักฐานเท็จ โตยแก้ไขวันที่สอบปากคำให้เป็นวันที่ ๒๖ กุมภาพันร์๒๕๕๘ และวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๕๘ สำหรับใช้ในการร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการและต่อคณะกรรมาธิการในเวลาต่อมา โดยการกดดันหรือใช้อิทธิผลบังคับ
ให้พันตำรวจโท ร. ให้การเปลี่ยนความห็นในเรื่องความเร็วของรถผู้ต้องหาในขณะที่ชนผู้ตายจาก ๑๗๗ กิโลมตรต่อชั่วโมง ตามที่ปรากฏในรายงานการพิสูจน์หลักฐานครั้งแรกเป็นความเร็วที่ไม่เกิน ๘๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับผลการคำนวณความเร็วรถของรองศาสตราจารย์ ส. ซึ่งได้มีการตระเตรียมกันไว้ล่วงหน้า โดยไม่ให้โอกาสพันตำรวจโท ร. ตรวจสอบวิธีการคำนวณความเร็วรถของรองศาสตราจารย์ ส. อย่างรอบคอบ แม้ว่าในเวลาต่อมาพันตำรวจโท ร. จะพยายามขอยกเลิกคำให้การภายหลังจากที่ได้ทำการตรวจสอบอย่างรอบคอบจนพบความผิดพลาดของวิธีการคำนวณความเร็วรถของรองศาสตราจารย์ ส. แต่ได้รับการปฏิเสธจากพันตำรวจโท ว. โดยอ้างว่าพนักงานสอบสวนส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการพิจารณาแล้ว 
 อนึ่ง การลงวันที่อันเป็นเท็จดังกล่าวนำเชื่อว่าเป็นไปเพื่อกัน บุคคลบางคนให้ออกจากเรื่องนี้ และเพื่อให้การคำนวณความเร็วรถใหม่ใช้เวลาตามควรเพื่อให้น่าเชื่อถือ การร่วมมือระหว่างทนายความ ผู้ต้องหา ตำวจชั้นผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวน และพนักงานอัยการดังกล่าว ย่อมทำให้การสอบสวนเป็นการสอบสวนที่ไม่สุจริตและไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างชัดแจ้ง
อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการใช้พยานหลักฐานเท็จในการร้องขอความเป็นธรรม ยังไม่ประสบความสำเร็จ ผู้ต้องหา ทีมทนายความ และกลุ่มบุคคลที่มีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหามิให้ต้องรับโทษ ได้ใช้อิทธิพลทางการเมืองกดดันกระบวนการยุติธรรม โดยการร้องขอความเป็นธรรมเมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๙ กับคณะกรรมาธิการที่ประกอบด้วยข้าราชการ ทหาร ตำรวจระดับสูง เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในกระบวนการยุติธรม โดยเมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๙ กรรมาธิการบางคนได้ให้ความเห็นและอ้างพยานหลักฐานเท็จเกี่ยวกับความเร็วรถของผู้ต้องหาที่ตนมีส่วนจัดให้มีการจัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการร้องขอความเป็นธรรมให้กับผู้ต้องหา ความพยายามนี้สอดรับกับแนวทางการทำงานและผลสรุปของคณะทำงานที่จัดตั้งขึ้นโดยคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาการร้องขอความเป็นธรรมและมีกรรมาธิการบางคนเป็นประธานคณะทำงาน แม้ว่ากรรมาธิการหลายคนไม่ประสงค์ให้คณะกรรมาธิการดำเนินการในลักษณะที่ก้าวก่ายการปฏิบัติหน้าที่และใช้ดุลพินิจของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมก็ตามแต่กรรมาธิการผู้นี้ได้ไปเป็นพยนและให้ปากคำสนับสนุนข้ออ้างของผู้ต้องหาในการสอบสวนเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๑ ด้วย

แม้ว่าการร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการจะไม่ประสบความสำเร็จในช่วง ๑๓ ครั้งแรก ฝ่ายผู้ต้องหาก็ยังไม่ลดละความพยยามในการร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการโดยใช้พยานหลักฐานเท็จอีก โดยเมื่อวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๒ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากผู้ต้องหาได้ยื่นร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด ขอให้สอบปากคำเพิ่มเติม พลอากาศโท จ. หรือนาย จ. ในประเด็นความเร็วของรถในขณะที่ผู้ต้องหาขับขี่รถยนต์ว่าขับขี่ด้วยความเร็วเท่าใดและในประเด็นอื่นที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาร้องขอความเป็นธรรมโดยพนักงานอัยการตามลำดับชั้นนั้น อัยการอาวุโส สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีร้องขอความเป็นธรรม ๒ ทำความเห็นให้มีการสอบเพิ่มเติม พลอากาศโท จ. นาย จ. พันตำรวจโท ร. รองศาสตราจารย์ ส. รวมทั้งให้พิจารณารายงานการประชุมคณะกรรมาธิการครั้งที่ ๔๗/๕๙ ในขณะที่อัยการผู้เชี่ยวชาญพิศษ สำนักงานกิจการอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีร้องขอความเป็นธรรม ๒ ทำความเห็นให้ยุติการร้องขอความเป็นธรรม เนื่องจากเห็นว่าพยานหลักฐานที่ผู้ร้องขอความป็นธรรมเสนอไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่อันสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงความเห็นและคำสั่งเดิมได้ ประกอบกับการที่ผู้ต้องหาเคยร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาหลายครั้งอาจเชื่อได้ว่าเป็นการประวิงคดี และผู้ต้องหาซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีคดีมิได้มาร้องขอความเป็นธรรมด้วยตัวเอง

ความเห็นนี้ได้รับการสนับสนุนโดยอัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว รักษาการในตำแหน่งรองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีกิจกรอัยการสูงสุด อย่างไรก็ตาม รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด รักษาการในตำแหน่งอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด กลับมีความเห็นคล้อยตามกับความเห็นของอัยการผู้ทำความเห็นชั้นต้น
 นาย น. อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีศาลสูง รักษาการในตำแหน่งรองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด มีความเห็นเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ให้มีการสอบพยานเพิ่มเติม โดยเจาะจงให้มีการสอบเพิ่มเติมเฉพาะพลอากาศโท จ. และนาย จ. เท่านั้น ซึ่งพยานทั้งสองปากนี้เคยถูกสอบไปแล้วในการร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งก่อนหน้า โดยที่ผู้พิจารณาการร้องขอความเป็นธรรมในแต่ละครั้ง อันได้แก่ รองอัยการสูงสุดหรืออัยการสูงสุดได้เคยพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าเป็นพยานหลักฐานที่มีพิรุธและไม่น่าเชื่อถือ ภายหลังที่อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอญากรุงเทพใต้ ได้มีการสั่งให้พนักงานสอบสวนทำการสอบปากคำเพิ่มตามคำสั่งของนาย น และนาย น. ในฐานะรองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นข้อหาเดียวที่เหลืออยู่เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๓
คณะกรรมการเห็นว่า การใช้อำนาจในการสั่งคดีร้องขอความเป็นธรรม และต่อมาการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาในคตีอาญาของนาย น. ในฐนะรองอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุด เป็นการใช้อำนาจและดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและน่าเชื่อว่ามีเจตนาช่วยเหลือผู้ต้องหามิให้ต้องรับโทษ เพราะเหตุของการเจาะจงให้มีการสอบเพิ่มเติมและรับฟังเฉพาะพลอากาศโท จ. และนาย จ. ซึ่งเป็นพยานเคยถูกสอบไปแล้วในการร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้งก่อนหน้า มิใช่พยานหลักฐานใหม่แต่อย่างใด
นอกจากนั้น ผู้พิจารณาการร้องขอความเป็นธรรมในแต่ละครั้งอันได้แก่ รองอัยการสูงสุดหรืออัยการสูงสุดได้เคยพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าเป็นพยานหลักฐานที่มีพิรุธและไม่น่าเชื่อถือ และนาย น. เชื่อคำพยานพลอกาศโท จ เพียงเพราะเป็นข้าราชการะดับสูงแต่กลับไม่เชื่อเหตุผลและดุลพินิจของอดีตอัยการสูงสุดและรองอัยการสูงสุดที่สั่งให้ยุติการร้องขอความเป็นธรรมในทุกครั้งก่อนหน้า 

อีกทั้งไม่นำพาต่อความเห็นและเหตุผลของพนักงานอัยการผู้ทำความเห็นชั้นต้นที่เสนอให้ยุติการร้องขอความเป็นธรรมที่สอดคล้องกับเหตุผลการยุติความเป็นธรรมทั้งสิบสามครั้งก่อนหน้า การใช้อำนาจสั่งไม่ฟ้องของนาย น. จึงอยู่บนพยานหลักฐานที่ได้มีการพิจารณามาแล้วหลายครั้ง เป็นการกลับดุลพินิจอันเป็นความเห็นของอดีตผู้บังคับบัญชาและอดีตรองอัยการสูงสุดซึ่งทำหน้ที่มาก่อนตนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

ดังนั้นคำพิพากษาศาลฎีกาที่๓๕o๙/๒๕๔๙ ซึ่งวินิจฉัยว่า การใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการต้องอยู่บนรากฐานและอยู่ในกรอบของความสมเหตุสมผล ถึงแม้ว่าพนักงานอัยการจะมีอิสระในการใช้ดุลพินิจเพื่อใช้ในการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน กลั่นกรองคดี แต่ย่อมเป็นความมีอิสระที่มีกรอบของความชอบด้วยกฎหมายและขอบเขตของความสมเหตุสมผล เป็นเหตุผลที่สามารถชี้แจงได้
นอกจากนี้ แม้นาย น. จะได้รับมอบอำนาจจากอัยการสูงสุดให้ปฏิบัติราชการแทนอัยการสูงสุดในการสั่งคดีร้องขอความเป็นธรรม แต่ตามมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ และข้อ ๗ ของระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยการรักษาราชการแทน การปฏิบัติราชการแทน การรักษาการแทนในตำแหน่งของพนักงานอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๔ อัยการสูงสุดในฐานะผู้มอบอำนาจจะต้องกำกับ ติดตามผลการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจ และให้มีอำนาจแนะนำและแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจได้ แม้อัยการสูงสุดจะอ้างว่าการมอบอำนาจให้นาย น. เป็นการมอบอำนาจขาด และได้ทราบเรื่องการสั่งไม่ฟ้องคดีของนาย น. จากการรายงานของสื่อมวลชน แต่อัยการสูงสุดในฐานะผู้มอบอำนาจ ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในการกำกับการปฏิบัติหน้าที่ของนาย น. รองอัยการสูงสุดผู้รับมอบอำนาจได้ การอ้างความไม่รู้ไม่เป็นข้อแก้ตัวและไม่น่าเชื่อถือ  เหตุเพราะการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาอยู่ในความสนใจของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง
ยาวนานและมีการร้องขอความเป็นธรรมมาแล้วถึง ๑๔ ครั้ง และในการพิจารณาการร้องขอความเป็นธรรมครั้งที่ ๑๒ เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๐ อัยการสูงสุดในขณะนั้นได้เรียกสำนวนคดีร้องขอความเป็นธรรมและสำนวนคดีอาญามาพิจรณาสั่งการด้วยตนเองเพราะเห็นว่าคดีอยู่ในความสนใจของสาธารณชนและการพิจารณาอาจจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสังคมที่มีต่อองค์กร โดยมีคำสั่งให้ยุติการร้องขอความเป็นธรรม

ในท้ายที่สุดคณะกรรมการเห็นว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่ชาติในการสั่งไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการมีความบกพร่อง เนื่องจากไม่พิจารณาคำสั่งไม่ฟ้องของนาย น. ด้วยความรอบคอบ การอ้างว่าการออกคำสั่งเกิดจากการพิจารณาสั่งการตามความเห็นของเจ้าพนักงานตำรวจตามลำดับชั้นและเข้าใจว่าเป็นการสั่งคดีความผิดเกี่ยวกับจราจรรรรมดาทั่วไปนั้น เป็นข้ออ้างที่คณะกรมการเห็นว่าฟังไม่ขึ้น ในขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบในฐานะผู้มอบอำนาจ ซึ่งมีหน้าที่ต้องกำกับ ติดตามผลการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจและให้มีอำนาจแนะนำและแก้ไขการปฏิบัติราชการของผู้รับมอบอำนาจ ตามมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗

การมอบอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยมิได้มีการกำกับดูแลติดตามผลการปฏิบัติราชการในคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเช่นนี้ เป็นความบกพร่องที่ทำให้เกิดผลเสียหายแก่การบริหารราชการแผ่นดิน และกระทบ
ต่อความศรัทธาขององค์กร

อนึ่ง เมื่อมีการออกหมายจับผู้ต้องหา ผู้บังคับการกองการต่างประเทศได้แจ้งให้ตำรวจสากลทราบถึงหมายจับผู้ต้องหาเพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี แต่ปรากฏว่าหลังจากการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนั้น บุคคลดังกล่าวได้ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้บังคับการ ประจำกองบัญชาการดำรวจภูธรภาค ๓ นำเชื่อว่าเป็นการโยกย้ายที่มีความไม่ปกติอันสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่โดยถูกต้อง
 ในคดีนี้ คณะกรรมการพบว่า ทนายความของผู้ต้องหามีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดผลของการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา โดยได้ไปพบกับรองศาสตราจารย์ ส. พร้อมกับนาย ช. เพื่อขอให้มีการคำนวณความเร็วรถของผู้ต้องหาใหม่ และยังได้อยู่ร่วมในการจัดให้มีการสอบปากคำพันตำรวจโท ร.เพื่อเปลี่ยนคำให้การเรื่องความเร็วรถด้วย

หลังจากนั้นทนายความของผู้ต้องหาได้รับมอบอำนาจเพื่อร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการและคณะกรรมาธิการเรื่อยมา จนกระทั่งนาย น มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีผู้ต้องหาในการร้องขอความเป็นธรรมครั้งสุดท้ายสำหรับนาย จ. ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญที่ได้ให้การว่า ผู้ต้องหาขับรถด้วยความเร็วโดยประมาณ ๕๐ ถึง ๖๐ กิโลมตรต่อชั่วโมงนั้น คณะกรรมการพบว่า ได้รับการอุปการะจากนาย ช. นอกจากนี้หลังจากที่นาย จ. ถึงแก่ความตายอย่างกระทันหันภายหลังที่ได้มีชื่อปรากฎในข่ว พบว่าโทรศัพท์มือถือของนาย จ. ถูกทำลาย
จากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งปวง คณะกรรมการเห็นว่า การตั้งข้อหา การสอบสวนการร้องขอความเป็นธรรม การกลับคำสั่งฟ้องเป็นสั่งไม่ฟ้อง การไม่แย้งคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ เป็นขบวนการดำเนินคดีที่เชื่อได้ว่ามีการร่วมมือสมคบคิดกันอย่างเป็นระบบของเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทนายความ พยาน และบุคคลทั่วไป รวมทั้งมีการสมยอมกันโดยไม่สุจริตเพื่อหว้งผลเพียงให้ผู้ต้องหาหลุดพ้นจากความรับผิดในทางอาญาทั้งในชั้นพนักงานสอบสวนและในชั้นพนักงานอัการ กระบวนการทั้งสิ้นนี้จึงมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ เป็นไปตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๖๔๖-๖๔๗/๒๕ด คำพิพากษาศาลฎีกา ที่ ๖๔๔๖ /๒๕๘๗ และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๙๓๓๔/๒๕๓๘ ที่ได้วินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานแล้ว

คณะกรรมการจึงมีข้อเสนอ ดังต่อไปนี้
๑ ต้องเริ่มกระบวนการสอบสวนใหม่ให้ถูกต้องในข้อหาที่ยังไม่ขาดอายุความ โดยเฉพาะข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษ ข้อหาขับขี่รถในขณะมาสุราและเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ข้อหากระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
๒. จะต้องการดำเนินการทางวินัยและทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐและบุคคลอื่นที่ร่วมในขบวนการนี้ กล่าวคือ
๒.๑ พนักงานสอบสวนซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนวน
๒.๒ พนักงานอัยการซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
๒.๓ ผู้บังคับบัญชาซึ่งแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่
๒.๔ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐซึ่งแทรกแขงการปฏิบัติหน้าที่
๒.๕ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่
๒.๖ ทนายความซึ่งกระทำผิดกฎหมาย
๒.๗ พยานซึ่งให้การเป็นเท็จ
๒.๘ ตัวการ ผู้ใช้ และผู้สนับสนุนในการกระทำผิดกฎหมายดังกล่าว

ทั้งนี้ คณะกรรมการเห็นว่า พันตำรวจเอก ธ., และรองศาสตราจารย์ ส. ได้สมัครใจให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะพยานหลักฐานทางนิติวิทยศาสตร์ จึงสมควรกันไว้เป็นพยาน และให้ความคุ้มครองพยานในการดำเนินคดีอาญาแก่บุคคลตามข้อ ๒.๑ ถึง ๒.๘
๓. จะต้องมีการดำเนินกรทางจริยธรรม จรรยาบรรณ มรรยาท โดยหน่วยงานหรือองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องต่อบุคคลดังกล่าวตามข้อ ๒.๑ ถึง ๒๘ อย่างจริงจังและเปิดเผยให้สาธารณชนทราบเป็นการทั่วไป เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง
๔. สมควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้บังคับบัญชาผู้มอบอำนาจต้องกำกับ ดูแล แก้ไข เปลี่ยนแปลง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้รับมอบอำนาจให้ถูกต้องตามกฎหมายและจริยธรรม หากผู้บังคับบัญชาละเลยให้ถือว่าเป็นผู้บกพร่องต่อหน้าที่
๕. เนื่องจากคณะกรรมการจะพิจารณาเรื่องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมโดยละเอียด ในชั้นนี้ คณะกรรมการเห็นว่าสมควรเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย และระเบียบในประเด็นต่อไปนี้อย่างเร่งด่วน
๕.๑ แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด ว่ด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการฯ ในเรื่องการร้องขอความเป็นธรรม โดยกำหนดให้การร้องขอความเป็นธรรม ผู้เสียหายหรือผู้ต้องหาต้องมาร้องด้วยตนเอง การร้องขอความเป็นธรรมจะต้องระบุเหตุและพยานหลักฐานให้ครบถ้วน การร้องขอความเป็นธรรมเกินกว่าหนึ่งครั้งจะกระทำได้ต่อเมื่อมีพยานหลักฐานใหม่ที่ไม่เคยนำเสนอมาก่อน
๕.๒ แก้ไขเพิ่มเติมระเบียบคณะกรรมการอัยการ ว่ด้วยการมอบอำนาจ โดยกำหนดให้การมอบอำนาจให้รองอัยการสูงสุดพิจารณาเรื่องขอความเป็นธรรมและการมอบอำนาจในการสั่งไม่ฟ้องต้องเป็นการมอบให้แก่รองอัยการสูงสุดต่างคนกัน และไม่ว่าจะสั่งยุติเรื่องหรือสั่งให้ความเป็นธรรมตามการร้องขออธิบดีอัยการหรือรองอัยการสูงสุดผู้มีอำนาจต้องรายงานให้อัยการสูงสุดทราบทุกกรณี
๕.๓ วางระเบียบในการมอบอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นไปตามมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฯ และในกรณีที่สั่งไม่ฟ้องตามความเห็นของพนักงานอัยการ ให้รายงานต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทราบทุกครั้ง
๕.๔ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาในเรื่องอายุความ ในทำนองเดียวกับพระราชบัญติประกอบรัฐธรรมนูญว่ด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ กล่าวคือ ถ้าผู้ต้องหาหลบหนีในระหว่างถูกดำเนินคดีอาญา และให้ฟ้องคดีโดยไม่ต้องมีตัวผู้ต้องหาได้และมิให้นับระยะเวลาที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยหลบหนีรวมเป็นส่วนหนึ่งของอายุความ
อนึ่ง เนื่องจากการดำเนินการของคณะกรรมการมีระยะเวลาที่จำกัด ประกอบกับมีพยานหลักฐานซึ่งเป็นพยานบุคคลและพยานเอกสารเป็นจำนวนมาก จึงเห็นควรที่จะเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาสั่งการให้ส่งเรื่องนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ คณะกรรมการ ป.ป.ช คณะกรรมการ ป.ป.ท. คณะกรรมการ ป.ป.ง คณะกรรมการอัยการ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ สภาทนายความ เพื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป กับเห็นสมควรดำเนินการให้คดีอาญาในเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ

สายอำนาจ ‘จุฑาทิพย์’สหายโดมปฏิวัติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สายอำนาจ ‘จุฑาทิพย์’สหายโดมปฏิวัติ

  สายอำนาจ 'จุฑาทิพย์'สหายโดมปฏิวัติ 1 กันยายน 2563 – 16:52 น.

ยังกังขา “จุฑาทิพย์” เหลนปู่เตียง ศิริขันธ์ จริงแท้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ อั๋ว จุฑาทิพย์ มาจากสายอำนาจ

++
    ไม่พลาด จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ ประธานสหภาพนักเรียน นิสิตนักศึกษา แห่งประเทศไทย (สนท.) ถูกควบคุมตัวจากหมายจับการชุมนุมเยาวชนปลดแอก ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2563 ซึ่งจนถึงขณะนี้ มีผู้ที่ถูกออกหมายจับจากการชุมนุม 18 ก.ค. รวมแล้ว 15 ราย ติดตามจับกุมได้แล้ว 14 ราย รวมจุฑาทิพย์  คงเหลือเนตรนภา อํานาจส่งเสริม อีกราย ที่อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว 

++
ศิริขันธ์สายอำนาจ
++
    ปลายปี 2563 “จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์” นักศึกษาธรรมศาสตร์ และแกนนำพรรคโดมปฏิวัติ ได้รับฉันทามติจากเพื่อนสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งประธาน สนท.คนที่ 3 ต่อจาก “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ โดยก่อนหน้านั้น เธอทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ สนท.
    ช่วงแฟลชม็อบภาคแรก “อั๋ว” จุฑาทิพย์ พร้อมมิตรสหายจากพรรคโดมปฏิวัติ ธรรมศาสตร์ มีบทบาทในการจัดกิจกรรมประท้วงรัฐบาลประยุทธ์  

 ในโซเชียลเริ่มพูดถึงเธอในฐานะเป็นหลานสาว “เตียง ศิริขันธ์” อดีต ส.ส.สกลนคร และหัวหน้าเสรีไทยสายอีสาน ฉายา”ขุนพลภูพาน”

  สายอำนาจ 'จุฑาทิพย์'สหายโดมปฏิวัติ

                  เตียง ศิริขันธ์ อดีต ส.ส.สกลนคร 

    จริงๆแล้ว “อั๋ว จุฑาทิพย์” ไม่ได้เกี่ยวดองกับเตียง ศิริขันธ์ โดยตรง เพราะเป็น “ศิริขันธ์” คนละสาย 
    จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ เป็นลูกหลานเกษตรกรจาก อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ซึ่งนามสกุล “ศิริขันธ์” นั้น โด่งดังในพื้นที่รอยต่อ อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลฯ และ อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ

  สายอำนาจ 'จุฑาทิพย์'สหายโดมปฏิวัติ

                          อั๋ว ที่บ้านเกิด อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ 


    เนื่องจาก “ธีรชัย ศิริขันธ์” เป็น ส.ส.อุบลราชธานี (สมัย อ.อำนาจเจริญ ยังขึ้นกับ จ.อุบลฯ) และ ส.ส.อำนาจเจริญ อยู่หลายสมัย 
    ธีรชัย ศิริขันธ์ เป็น ส.ส.สมัยสุดท้าย(ปี 2548) ในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย ซึ่งผู้มารับมรดก “ฐานคะแนน” ของธีรชัยคือ สมหญิง บัวบุตร ส.ส.อำนาจเจริญ เขต 1 พรรคเพื่อไทย

  สายอำนาจ 'จุฑาทิพย์'สหายโดมปฏิวัติ

                              ธีระชัย ศิริขันธ์ อดีต ส.ส.อำนาจเจริญ 

++

เหลนปู่เตียง
++
    “อั๋ว” จุฑาทิพย์เคยเล่าว่า ช่วงเรียนมัธยม แม่ได้หนังสือมาเล่มหนึ่ง แล้วพบชื่อคนที่มีนามสกุลเหมือนกันคือ ปู่เตียง (เตียง ศิริขันธ์ ผู้นำเสรีไทยภาคอีสาน) ทางครอบครัวไม่ได้เล่าถึงปู่เตียงอะไรมากมาย
    สำหรับอั๋วนั้น ยอมรับว่า รู้เรื่องราวชีวิตของปู่เตียง ศิริขันธ์ น้อยมาก จนต้องสอบถามจากครอบครัวและญาติ 
    จริงๆแล้ว “อั๋ว” อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมปลาย แต่ครั้งแรกสอบไม่ติด จึงเข้าเรียนที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 
    ปีต่อมา อั๋วซิ่วเข้าธรรมศาสตร์อีก และได้เป็นนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา สมความตั้งใจ 

  สายอำนาจ 'จุฑาทิพย์'สหายโดมปฏิวัติ

                      ชีวิตนักศึกษา ปี 1 ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์


    ในรั้วเหลืองแดง อั๋วเริ่มสนใจกิจกรรมทางการเมือง จึงไปสมัครเข้าพรรคโดมปฏิวัติ และได้ทำงานในสภานักศึกษา ก่อนได้รู้จักเพื่อนที่ทำงานด้านพัฒนาสังคม ซึ่งแนะนำให้ร่วมกิจกรรมต่างๆ จนได้มาทำงานกับ สนท.

  สายอำนาจ 'จุฑาทิพย์'สหายโดมปฏิวัติ

                         มิตรสหายพรรคโดมปฏิวัติ รุ้ง อั๋ว เพนกวิน 


    จะว่าไปแล้ว แกนหลักของแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุมนั้น มาจากพรรคโดมปฏิวัติ ไม่ว่าจะเป็นเพนกวิน ,รุ้ง ปนัสยา และ อั๋ว จุฑาทิพย์
    นับจากวันนี้ คอยจับตาดูบทบาทของ 3 สหายร่วมรบจากพรรคโดมปฏิวัติ

ให้จบที่เธอ “มนัญญา” เสนาบดีสะแกกรัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ให้จบที่เธอ “มนัญญา” เสนาบดีสะแกกรัง

ให้จบที่เธอ "มนัญญา" เสนาบดีสะแกกรัง1 กันยายน 2563 – 15:35 น.

ให้จบที่เธอ “มนัญญา” เสนาบดีสะแกกรัง แบน 3 สารพิษ ให้จบที่รุ่นเธอ ไม่วอกแวก “มนัญญา” รัฐมนตรีบ้านดอนหมื่นแสน 

++
มหากาพย์แบน 3 สารพิษ ยังไม่จบง่ายๆ เมื่อ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไปรับเรื่องจากตัวแทนกลุ่มเกษตรกรให้ทบทวนการใช้สารพาราควอต เพราะมีข้อมูลทางวิชาการว่า ใช้ต่อไปได้ ไม่มีสารตกค้าง 

สำหรับ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ยืนกรานเสียงแข็ง ต้องแบน 3 สารพิษ เพราะกระทรวงสาธารณสุขออกมายืนยันแล้วว่ามีสารตกค้าง 

อ่านข่าว…  ละครสารพิษ “เฉลิมชัย” พลิ้ว นางเอก “มนัญญา” โชว์

ให้จบที่เธอ "มนัญญา" เสนาบดีสะแกกรัง

“พี่เป็นรัฐมนตรีมาปีกว่า ไปมาแทบจะทั่วทุกผืนแผ่นดินไทย ลงพื้นที่มากๆ แล้วไม่ได้ไปแค่เปิดงาน ตัดริบบิ้น พี่ยังไม่เห็นเกษตรกรพูดว่าเดือดร้อน หากรัฐมนตรีแบนสารเคมี ถ้าจะบอกว่าเรื่องของสารเคมีเป็นเรื่องของความซับซ้อน ก็ไปคิดกันเอาเองว่าเรื่องของความซับซ้อนมันเป็นอย่างไร แต่พี่ไม่มีอะไรซับซ้อนค่ะ” 

รมช.มนัญญา ให้สัมภาษณ์สื่อเสียงดังฟังชัด เมื่อเช้าวันที่ 1 ก.ย.2563

ให้จบที่เธอ "มนัญญา" เสนาบดีสะแกกรัง

มนัญญา เพิ่งจัดงานวันเกิด เมื่อต้น ส.ค.นี้
++
รัฐมนตรีสะแกกรัง
++
มนัญญา ไทยเศรษฐ์ เพิ่งฉลองวันเกิดครบรอบ 58 ปี เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2563 จัดโดยลูกๆหลานๆ ธีมงานวัด โดยมีป้ายข้อความว่า “รมช.หญิงแกร่งแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง”
 

มนัญญา ไทยเศรษฐ์ เป็นลูกสาวของพ่อเดชา และแม่ปาลี้ ไทยเศรษฐ์ คหบดีรายใหญ่ใน จ.อุทัยธานี ชีวิตเติบโตมาไม่ต่างกับพี่ชาย เพราะที่บ้านทำเรื่องของการค้าเนื้อวัว-ควาย อยู่ย่านลุ่มน้ำสะแกกรัง 

“เบแหม่ม” หรือมนัญญานั้น นอกจากมีพี่ชายคนรองชื่อชาดาแล้ว เธอยังมีพี่ชายคนโตอีกคนชื่อ “ชัยยศ” แต่วันนี้ เหลืออยู่สองพี่น้อง พี่ชาย-ชาดาจึงรักน้องสาว-มนัญญา คนนี้มาก
 

ให้จบที่เธอ "มนัญญา" เสนาบดีสะแกกรัง

ชาดา-มนัญญา ร้องเพลงงานวันเกิดพี่ชาย

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2563 เป็นวันเกิดของชาดา ไทยเศรษฐ์ ก็จัดกันภายในครอบครัวที่บ้านดอนหมื่นแสน 

“มนัญญา” โพสต์ภาพสองพี่น้องร้องเพลงคลอกัน พร้อมแคปชั่น “ขอบคุณพระเจ้าที่ให้เราเกิดมาเป็นพี่น้องกัน #พี่ข้าใครอย่าแตะ”  

ชาดามีภาพลักษณ์เป็นเจ้าพ่อในสายตาฝ่ายความมั่นคงยุคหนึ่ง และคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ สำหรับชาวลุ่มน้ำสะแกกรัง มองว่าชาดาเป็น “ผู้ดูแลทุกข์สุข” ของชาวบ้าน 
 

ให้จบที่เธอ "มนัญญา" เสนาบดีสะแกกรัง

สองพี่น้องรักกัน

ใครเดือดร้อนก็ตรงไปหา “บ้านดอนหมื่นแสน” ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี บ้านพักของชาดา ก็ได้รับความช่วยเหลือทันที
 

ชาดาเล่นการเมืองท้องถิ่น ระดับเทศบาลอุทัยธานีอยู่ 2 สมัย จึงขยับขึ้นสนามระดับชาติ เป็น ส.ส.อุทัยฯ ในสังกัดพรรคชาติไทย และส่งไม้ต่อให้ “เบแหม่ม” เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลอุทัยธานี จนถึงวาระที่ต้องลาออกมาเป็นเสนาบดีแทนพี่ชาย 

30 ปีที่แล้ว อุทัยธานี มีตระกูลการเมืองหลายซุ้ม แต่ พ.ศ.นี้ เหลืออยู่ “ไทยเศรษฐ์” ตระกูลเดียวที่ยึดการเมืองท้องถิ่น และเก้าอี้ ส.ส.2 ที่นั่งไว้เบ็ดเสร็จ

ทีใครทีมัน “ปวิน” อีโก้ โชว์อัดแอนดรูว์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทีใครทีมัน “ปวิน” อีโก้ โชว์อัดแอนดรูว์

ทีใครทีมัน "ปวิน" อีโก้ โชว์อัดแอนดรูว์1 กันยายน 2563 – 11:59 น.

ทีใครทีมัน “ปวิน” อีโก้ โชว์อัดแอนดรูว์ สงครามปากผู้ลี้ภัยชาวไทย ต่างคนต่างมีอีโก้ “ปวิน” จัดหนัก “แอนดรูว์” นักข่าวสายฮาร์ดคอร์ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
กรณีวิวาทะ “แอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์” ผู้สื่อข่าวอิสระ กับ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการ และเจ้าของเพจตลาดหลวง เป็นเรื่องปกติของนักวิชาการอีโก้จัดรายนี้ 

วันที่ 29 ส.ค.2563 แอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชลล์ อดีตนักข่าวรอยเตอร์ ชาวสก็อต ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีบุคคลนิรนามนำถุงของขวัญที่ภายในมีกล่องใส่ของไปวางไว้ที่หน้าบ้านพักของเขาในประเทศสกอตแลนด์พร้อมกับข้อความที่พิมพ์ว่า “สวัสดีจากประเทศไทย” (Greetings from Thailand!)

อ่านข่าว…  “กลุ่มไทยภักดี” ยื่น 4 ข้อเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นจัดการ “ปวิน” 

อ่านข่าว… ปล่อยตัว“เมียนักข่าวฝรั่ง”หลังสอบปมโพสต์หมิ่นเบื้องสูง
 

ทีใครทีมัน "ปวิน" อีโก้ โชว์อัดแอนดรูว์

แอนดรูว์ นักข่าวสายฮาร์ดคอร์

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อ 22 ก.ค.2559 ตำรวจกองปราบได้ควบคุมตัว นพวรรณ บันลือศิลป์ ภรรยาของ แอนดรูว์ แม็กเกรเกอร์ มาร์แชล ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยว่า อาจจะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและเผยแพร่ภาพที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบัน มาตรา 112 พร้อมค้นบ้านพักและยึดคอมพิวเตอร์ไว้ตรวจสอบ เพื่อหาความเชื่อมโยงถึงแอนดรูว์ 

หลังจากนั้น ตำรวจกองปราบได้ปล่อยตัวภรรยาของแอนดรูว์กลับบ้าน และเธอก็เดินทางไปต่างประเทศ
++
ปั้นน้ำเป็นตัว
++
พลันที่ได้อ่านข่าวของแอนดรูว์ เรื่องเจอการคุกคาม ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธุ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “แอนดรูว์ มาร์แชล โกหกเรื่องทีตัวเองถูกสะกดรอยและมีนินจาส่งถุงมาให้..นี่คือนิสัยของแอนดรูว์ ผู้ลี้ภัยทุกคนโดนขู่หมดแล้ว ตัวเองกลัวราคาตกเลยต้องสร้างเรื่องนี้ขึ้นมา” 

ตอนท้าย ปวินยังแฉพฤติกรรมส่วนตัวของแอนดรูว์ว่า “ที่สำคัญ ในช่วงเดือนที่ผ่านมา แอนดรูว์กลับไปดื่มเหล้าหนัก เมามายหลายวัน สาเหตุทั้งหมดนี้ เชื่อได้ว่า แอนดรูว์แต่งเรื่องขึ้น ซึ่งสร้างความฉิบหายให้กับผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ที่เค้าโดนการขู่จริงๆ” 

มิเพียงแค่นั้น ปวินยังเกรี้ยวกราดใส่ภรรยาของแอนดรูว์ ถึงขั้นใช้คำว่า “ตอแหล”

ทีใครทีมัน "ปวิน" อีโก้ โชว์อัดแอนดรูว์

ปวิน ผู้ทำตัวเป็นศาสดา

++
แผลเก่าปวิน
++
ประมาณเดือน ก.ค.2562 ในกลุ่มผู้ลี้ภัยต่างแดน มีการเสนอข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับของ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” นักวิชาการ มหาวิทยาลัยเกียวโต  

ต่อมา “จอม เพชรประดับ” สื่ออิสระในสหรัฐ ได้แจ้งเบาะแสของปวินผ่านเฟซบุ๊กหลังจากสืบหาข้อมูลจากคนใกล้ชิด สนิทสนม ทั้งในและต่างประเทศ ทุกคนต่างก็อ้างข้อมูลจากเฟซบุ๊กของ Andrew MacGregor Marshall ที่บอกว่า อาจารย์ปวิน สบายดี  

อธิบายจากถ้อยแถลงของแอนดรูว์ก็คือ ปวินสร้างเรื่อง และที่หายตัวไปนั้น ก็แอบไปเที่ยวกับแฟนหนุ่ม 

หลังจากนั้นไม่นาน ปวิน เดินทางไปโผล่ที่สหรัฐ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่า “ตอนประมาณ 04.45 น. ของวันจันทร์ที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมานี้ มีคนร้ายใส่ชุดดำสวมหน้ากาก ได้บุกเข้าไปในห้องนอนที่อพาร์ตเมนต์ ในกรุงโตเกียว และเปิดผ้าห่มฉีดสเปรย์สารเคมีบางอย่างใส่ แล้ววิ่งหนีไป ต่อจากนั้นได้แจ้งให้ตำรวจญี่ปุ่นได้ทราบและดำเนินการสอบสวนต่อไป” 

ฝ่ายแอนดรูว์ ก็แสดงท่าทีที่ไม่เชื่อข้อมูลของปวิน ซึ่งทำให้นักวิชาการปากจัดโกรธแอนดรูว์ มาก 

นี่คือความบาดหมางระหว่างแอนดรูว์กับปวิน จึงเกิดรายการเอาคืนแอนดรูว์ของปวิน

“เทพไท” หลุด ขอโอกาส “อาญาสิทธิ์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เทพไท” หลุด ขอโอกาส “อาญาสิทธิ์”

"เทพไท" หลุด ขอโอกาส "อาญาสิทธิ์"31 สิงหาคม 2563 – 16:05 น.

“เทพไท” หลุด ขอโอกาส “อาญาสิทธิ์” “เทพไท”จะหลุด ส.ส.หรือไม่ วัดใจ กกต. แต่คนที่ไม่รอ นายอำเภอ”อาญาสิทธิ์” พร้อมแล้วจะลงสนาม

++
กรณี เทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ถูกศาลนครศรีธรรมราช ตัดสินพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ในคดีอาญาฐานร่วมกับนายมาโนช เสนพงศ์ นายก อบจ. นครศรีธรรมราช กระทำความผิดในการทุจริตการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ยังมีข้อถกเถียงว่า จะมีผลให้เทพไท ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.หรือไม่ 

มีรายงานข่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะมีการประชุมชี้ขาด ภายในวันจันทร์ที่ 31 ส.ค.2563

อ่านข่าว…  ศึกคนคอน’เทพไท’ เจอสายแข็ง

"เทพไท" หลุด ขอโอกาส "อาญาสิทธิ์"

เทพไท เสนพงศ์
++
นายอำเภอพร้อม
++
ผลการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อ 24 มี.ค.2562 นครศรีธรรมราช เขต 3 (อ.พระพรหม ,อ.เฉลิมพระเกียรติ ,อ.จุฬาภรณ์ และ อ.ชะอวด ) เทพไท เสนพงศ์ ปชป. ได้ 33,310 คะแนน และ อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณพลังประชารัฐ ได้ 28,742 คะแนน  

คะแนนที่แพ้ชนะกันกว่า 5 พันแต้ม จึงทำให้ อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ (ปัจจุบัน อาญาสิทธิ์เป็นนายอำเภอเขาชัยสน) หวังที่จะขอแก้มืออีกครั้ง

"เทพไท" หลุด ขอโอกาส "อาญาสิทธิ์"

อาญาสิทธิ์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ

“อาญาสิทธิ์” เป็นคน อ.จุฬาภรณ์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นข้าราชการฝ่ายปกครองมา 30 ปี เป็นปลัดอำเภอมาหลายอำเภอในจังหวัดภาคใต้และภาคกลาง จนย้ายกลับมา จ.นครศรีธรรมราช เป็นปลัดชะอวด 2 ครั้ง ปลัดอำเภอจุฬาภรณ์ 1 ครั้ง ปลัดอำเภอเฉลิมพระเกียรติ 1 ครั้ง และเป็นเลขานุการรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 ครั้ง 3 ปี  

"เทพไท" หลุด ขอโอกาส "อาญาสิทธิ์"

อาญาสิทธิ์ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ

ก่อนลงสมัคร ส.ส. อาญาสิทธิ์ เป็นนายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และเมื่อกลับเข้ารับราชการใหม่ ก็ได้ย้ายไปเป็นนายอำเภอเขาชัยสน จ.พัทลุง)  

แม้จะมีอายุราชการเหลืออีก 7 ปี แต่อาญาสิทธิ์ อยากจะเป็นผู้แทนของประชาชน เพื่อเข้าไปแก้ไขปัญหาความทุกข์ยากเดือดร้อน จึงหวังที่จะได้รับโอกาสลงสนามอีกหน

ม็อบเด็กเอาไง “คนเสื้อแดง” ข้ามไม่พ้นแม้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ม็อบเด็กเอาไง “คนเสื้อแดง” ข้ามไม่พ้นแม้ว

ม็อบเด็กเอาไง "คนเสื้อแดง" ข้ามไม่พ้นแม้ว31 สิงหาคม 2563 – 13:10 น.

ม็อบเด็กเอาไง “คนเสื้อแดง” ข้ามไม่พ้นแม้ว วิวาทะเสื้อแดง แดงอุดมการณ์ หรือแดงทักษิณ จะเข้าร่วมม็อบประชาชนปลดแอกหรือไม่  
++
เวลานี้ มีประเด็นเกี่ยวกับ “คนเสื้อแดง” อยู่ 2 มุมคือ มุมแรก อานนท์ แสนน่าน จับมือ สุภรณ์ อัตถาวงศ์ ประกาศปลดป้ายหมู่บ้านเสื้อแดง เปลี่ยนเป็นหมู่บ้านวิสาหกิจชุมชน ทั่วประเทศ 

มุมที่สอง ความพยายามดึงคนเสื้อแดงเข้าร่วมการชุมนุมของคณะประชาชนปลดแอก แม้วันนี้ จะมีคนเสื้อแดงบางกลุ่มเข้าร่วมด้วย แต่ก็เป็นกลุ่มแดงอิสระ 

อ่านข่าว…  กลายเป็นตำนาน  “แรมโบ้” ปิดฉากหมู่บ้านเสื้อแดง ครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว (มีคลิป)

ม็อบเด็กเอาไง "คนเสื้อแดง" ข้ามไม่พ้นแม้ว

ธิดา ถาวรเศรษฐ

อย่างเช่น สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ก็เป็นแดงอิสระ แดงก้าวหน้า 

ขณะที่คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ ยังเป็นฐานเสียงของพรรคเพื่อไทย และมีท่าทีวางเฉยต่อการเคลื่อนไหวของคณะประชาชนปลดแอก 
++
แดงอุดมการณ์
++
ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. เป็นคนหนึ่งที่พยายามปฏิเสธความจริงเรื่อง “แดงรักทักษิณ” 

“ความจริงคุณทักษิณเป็นหุ้นส่วนสำคัญในก่อนหน้านี้ อาจารย์ใช้คำนี้ เพราะว่า คนเสื้อแดง จำนวนไม่ใช่น้อยเขาก็รักคุณทักษิณด้วย และที่เฉย ๆ กับคุณทักษิณก็มี กระทั่งชอบน้อยมากหรือไม่ชอบก็มี เพราะว่านิยาม คนเสื้อแดง ก็คือนิยามของคนรักประชาธิปไตยและรักความยุติธรรม” ธิดากล่าว 

คนเสื้อแดงเชิงอุดมการณ์ เหมือนธิดาพูดนั้นมีอยู่จริง และคนเหล่านั้น ก็เป็นแดงอิสระ ที่มีแนวทางการเคลื่อนไหวแตกต่างจาก นปช.

ม็อบเด็กเอาไง "คนเสื้อแดง" ข้ามไม่พ้นแม้ว

ป้ายคนเสื้อแดงในม็อบเยาวชนปลดแอก

ถ้ายังจำกันได้ สุรชัย แซ่ด่าน แกนนำกลุ่มแดงสยาม ยังวิพากษ์ธิดา อย่างรุนแรง กรณีการเรียกร้องให้แก้ไข ม.112 ซึ่งแกนนำ นปช.ในเวลานั้น ไม่เห็นด้วย 

วันนี้ ธิดาพยายามยกแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบายว่า คนเสื้อแดงคือผู้รักประชาธิปไตย ไม่ใช่คนรักทักษิณอย่างเดียว 

“เขาอาจจะรักคุณทักษิณก็ได้ รักคุณธนาธรก็ได้ รักคุณเสรีพิศุทธ์ก็ได้ รักคุณหญิงหน่อยก็ได้ หรือรักใครก็ได้ มันคนบริบทกัน นั่นคืองานการเมือง” 

ม็อบเด็กเอาไง "คนเสื้อแดง" ข้ามไม่พ้นแม้ว

พลังคนเสื้อแดง มาชุมนุมผ่านเครือข่ายเพื่อไทย

ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย รู้อยู่แก่ใจดีว่า ปรากฏการณ์ “แดงทั้งแผ่นดิน” เมื่อปี 2552-2553 พวกเขาเป็นผู้นำพามวลชนจากชนบทเข้าสู่กรุงเทพฯ จึงเลือกที่จะเคลื่อนไหวแบบมีจังหวะก้าว ไม่เต้นตามเกมพรรคก้าวไกล  

แนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แตะหมวด 1 หมวด 2 ของพรรคก้าวไกล ก็ไปในทิศทางเดียวกับม็อบประชาชนปลดแอก  

อาการละล้าละลังของคนเสื้อแดง ก็อยู่ที่การตัดสินใจของทักษิณ ไม่ใช่ธิดา หรือจตุพร

นาแกสะเทือน “สหายแสง” ปลุกภูพานสู้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นาแกสะเทือน “สหายแสง” ปลุกภูพานสู้ 

นาแกสะเทือน "สหายแสง" ปลุกภูพานสู้ 31 สิงหาคม 2563 – 11:00 น.

นาแกสะเทือน “สหายแสง” ปลุกภูพานสู้  ย้อนวันวานสมรภูมิเก่า “สหายแสง” ออนทัวร์ภูพาน เปิดตัว “ลูกสาว” ก้าวสู่นายก อบจ.นครพนม  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
นักเลือกตั้งเป็นคนเดินดิน มีกิเลสตัณหาเหมือนมนุษย์ทั่วไป ไม่ใช่ผู้วิเศษ หรืออภิสิทธิ์ชน  

เรื่องราวของครูบ้านนอกคนหนึ่ง ในวัยหนุ่มกระโจนเข้าสู่สมรภูมิภูพาน ออกจากวนาสู่นาคร เป็นครูนักสู้ ก้าวสู่สมรภูมิเลือกตั้ง สอบตกถึง 3 ครั้ง กว่าจะได้เป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ

อ่านข่าว…  สหายแสง รบ “เด็กพ่อมดดำ”ชิง อบจ.นครพนม

อ่านข่าว…  เรื่องลึกลึก “วีรบุรุษนาแก”-“สหายแสง”
 

นาแกสะเทือน "สหายแสง" ปลุกภูพานสู้ 

สหายแสง พบพี่น้องบ้านนาบัว

จังหวะและโชคชะตาของครูบ้านนอก ได้เป็น ส.ส. 2 สมัย ก็ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ และวันนี้ เขาเป็นรองประธานสภาผู้แทนฯ  

นี่คือชีวิต “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.นครพนม เขต 1 ซึ่งกำลังวางแผนดันลูกสาว “ขวัญ” ศุภพานี โพธิ์สุ ลงสมัครชิง นายก อบจ.นครพนม ในอนาคตอันใกล้นี้
++
นาบัว-เสียงปืนแตก
++
วันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค.2563 ในนาม “สหายแสง” ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนฯ พร้อมด้วยครอบครัว ยกคณะไปเยือนบ้านนาบัว ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม  

บ้านนาบัว ในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของประชาชน ที่นี่เป็นปฐมบท “วันเสียงปืนแตก” เมื่อ 7 ส.ค.2509 เวลานั้น บ้านนาบัว ขึ้นกับ อ.นาแก จ.นครพนม แผ่นดินสีแดงในอดีต 

นาแกสะเทือน "สหายแสง" ปลุกภูพานสู้ 

สหายเก่ารับขวัญสหายแสง

มิตรสหายชาวบ้านนาบัวรู้จักสหายแสงทุกคน เพราะเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว  สหายแสง ได้ทำงานงานมวลชนในพื้นที่ทุ่งหนองขาม อยู่เขตรอยต่อ 3 อำเภอคือ อ.เรณูนคร อ.ปลาปาก และ อ.นาแก หรือที่มีชื่อจัดตั้งว่า “เขตงานราชบุรี”  

ปี 2518 ศุภชัย ระหว่างศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยครูสกลนคร ได้เข้าร่วมขบวนการนักศึกษาต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หลังเหตุการณ์ 6 ต.ค.2519 เพื่อนสนิทชาวนครพนมได้พาหลบหนีเข้าป่า แถว อ.นาแก จ.นครพนม ก่อนถูกส่งตัวขึ้นไปเข้าโรงเรียนการเมือง-การทหารที่ฐานที่มั่นภูพาน 

สหายแสงได้ฝากฝังลูกสาว “ขวัญ” ให้ชาวบ้านนาบัวช่วยสนับสนุน ก่อนจะเดินทางไปเยี่ยมสหายร่วมรบที่หมู่บ้านผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย 

++
พบสหายร่วมรบ
++
หมู่บ้านผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เป็นรูปธรรมของนโยบาย 66/2523 สมัยรัฐบาลเปรม สำหรับการช่วยเหลือสหายที่เข้ามอบตัวต่อทางการ 

สมัยโน้น รัฐบาลเปรม โดยกองทัพภาคที่ 2 จัดสรรที่ดินให้เป็นที่อยู่อาศัย ครอบครัวละ 2 งาน และที่ทำกิน ครอบครัวละ 8-15 ไร่ รวม 403 ครอบครัว 806 คน จำนวน 4 หมู่บ้าน 

นาแกสะเทือน "สหายแสง" ปลุกภูพานสู้ 

บ้านนาบัว หมู่บ้านดาวแดง

บ้านชาติพัฒนาชาติไทย ต.อุ้มเหม้า อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และบ้านสันติสุข ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็น 2 หมู่บ้านที่รองรับสหายจากภูพานโดยตรง 

สหายแสง หรือศุภชัย โพธิ์สุ จึงนัดหมายสหายร่วมรบ มาเจอกันที่โรงเรียนชาติพัฒนาชาติไทย สันติสุข เพื่อแนะนำตัวลูกสาวเตรียมลงสมัครนายก อบจ.นครพนม  

ที่หมู่บ้านแห่งนี้ มีสหายเขตงานราชบุรี ที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับสหายแสงอยู่กันหลายครอบครัว
 สหายแสงหวังให้มิตรสหายสานฝันดัน “ขวัญ” ลูกสาวนั่งเก้าอี้นายก อบจ.นครพนม ให้ได้

นาแกสะเทือน "สหายแสง" ปลุกภูพานสู้ 

ลาวจับ ‘ทิดสี’เน็ตไอดอลการเมืองหวั่นเลียนแบบไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลาวจับ ‘ทิดสี’เน็ตไอดอลการเมืองหวั่นเลียนแบบไทย

ลาวจับ 'ทิดสี'เน็ตไอดอลการเมืองหวั่นเลียนแบบไทย30 สิงหาคม 2563 – 13:50 น.

หวั่นม็อบระบาดข้ามโขง ลาวชิงจับ “เน็ตไอดอลการเมือง” หลังวิพากษ์รัฐเผ็ดร้อน มีแฟนคลับมากมาย

          ช่วงที่เมืองไทย มีการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก ปรากฏว่า ชาวลาวได้ติดตามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ฝั่งไทยอย่างใกล้ชิด

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :  เปิดโฉม ก๊วนเพื่อนโรม พี่เลี้ยงเด็กปลดแอก

          2-3 ปีมานี้ มีคนลาวกลุ่มหนึ่ง ได้ใช้เฟซบุ๊คเป็นเครื่องมือสร้างตัวตน จนกลายเป็น “เน็ตไอดอลการเมือง” ที่วิพากษ์วิจารณ์สังคม รวมถึงภาครัฐ แบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในสังคมลาว

          หลังจากนั้น เน็ตไอดอลเหล่านั้น ก็ลดบทบาทลง เมื่อถูกตำรวจหรือป้องกันความสงบ เรียกไปตักเตือน และมีกรณี “นางหมวย ปากเซ” ที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำเตือน จึงถูกจับกุม และศาลตัดสินจำคุก 5 ปี โทษฐานบ่อนทำลายความมั่นคงแห่งรัฐ

++

ปิดปากทิดสี

++

           เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2563 ตำรวจแขวงจำปาสัก ได้จับกุม “สังขาน พะจันทะวง” เจ้าของแฟนเพจเฟซบุ๊ค sangkhane Phachantavong หรือที่รู้จักกันในนาม “ทิดสี ปากเซ” ที่บ้านพักในหมู่บ้านหลัก 14 เมืองบาเจียงจะเลินสุก แขวงจำปาสัก

          ขณะนี้ ป้องกันความสงบ(ตำรวจ) แขวงจำปาสัก ได้นำตัว “ทิดสี” มาสอบสวนในตัวเมืองปากเซ และยังไม่ได้แถลงรายละเอียดเรื่องการจับกุมตัวเน็ตไอดอลคนดัง

          มีสื่อออนไลน์ลาวบางสำนัก ได้ตีพิมพ์หนังสือขององค์การอัยการ และศาลประชาชน แขวงจำปาสัก ที่กล่าวโทษทิดสี ได้โพสต์วิจารณ์คำพิพากษาของศาล เมื่อ 17 ส.ค.2563 ซึ่งหนังสือฉบับนั้น ได้นำเสนอถึงแผนกแถลงข่าว และโฆษณาของแขวงจำปาสัก ให้ดำเนินการต่อแฟนเพจ sangkhane Phachantavong       

        สันนิษฐานว่า นี่เป็นมูลเหตุการจับกุม “ทิดสี” ชนิดช็อกแฟนคลับของทิดสี

          สังขาน พะจันทะวง หรือทิดสี เป็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ ชอบแสดงทัศนะเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และสังคม พร้อมกับวิจารณ์การทำงานของภาครัฐ

          การไลฟ์เฟซบุ๊คของทิดสีในทุกวัน เปรียบเสมือนเป็น “นักข่าวอิสระ” ที่จะนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาพูดคุย

          ทิดสี หรือสังขาน ก็เหมือนเน็ตไอดอลลาวหลายคน ที่มีชื่อเสียงจากเหตุการณ์เขื่อนแตก ที่แขวงอัตตะปือ แต่เน็ตไอดอลเหล่านั้น ก็ลดบทบาทลงไป หลังถูกตักเตือนจากพรรค/รัฐ

          กรณีที่มีคนลาวพูดถึงมากที่สุดคือ การจับตัว “นางหมวย” ที่ไลฟ์เฟซบุ๊ควิจารณ์เจ้าหน้าที่รัฐอย่างรุนแรง และศาลตัดสินจำคุก 5 ปี ไม่มีลดโทษ

          ระยะหลัง ยังเหลือทิดสีคนเดียว ที่ยังทำตัวเป็น “นักข่าวอิสระ” วิพากษ์สังคม และการเมืองลาว แม้การพูดจาของเขาจะไม่มีท่วงทำนองต่อต้านรัฐ แต่การใช้ภาษาเชิงประชด หรือซ่อนความนัยไว้ ก็ถูกมองว่า ทิดสีกำลังสร้างความปั่นป่วนในสังคมลาว

เขื่อนทีหลัง ‘สมศักดิ์’ สู้ศึก อบจ. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เขื่อนทีหลัง ‘สมศักดิ์’ สู้ศึก อบจ.

เขื่อนทีหลัง 'สมศักดิ์' สู้ศึก อบจ.30 สิงหาคม 2563 – 13:09 น.

น้ำท่วมการเมือง “สมศักดิ์” หิ้วพี่ชาย “เจ๊เป้า” ปลอบขวัญคนสุโขทัย ประมาทไม่ได้ อาจชวดเก้าอี้ นายก อบจ.

           เหตุผู้รับเหมาประมาท จึงทำให้พนังกั้นน้ำในแม่น้ำยมพังทลาย น้ำไหลบ่าท่วม 3 อำเภอ ในพื้นที่ จ.สุโขทัย

           อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “สมศักดิ์” ลงพื้นที่ สุโขทัย เร่งเก็บข้อมูลเอาผิดบริษัทรับเหมา เปิดหน้างานทิ้งไว้ จนน้ำท่วมเสียหาย

           แม้จะเป็นความรับผิดชอบของกรมโยธาและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย แต่ในฐานะรัฐมนตรีคนสุโขทัย สมศักดิ์ เทพสุทิน” จึงต้องลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดน้ำท่วมและให้ความช่วยเหลือแจกถุงยังชีพแก่ประชาชนที่ประสบอุทกภัย

++

เขื่อนแก่งเสือเต้น

++

           สืบเนื่อง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ ไปตรวจเยี่ยมและช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ที่ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เจอผู้สื่อข่าวถามเรื่องโครงการสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น

เขื่อนทีหลัง 'สมศักดิ์' สู้ศึก อบจ. สองพี่น้อง “สมศักดิ์-พรรณสิริ”

           “ผู้กองธรรมนัส” ตอบว่า ตนได้หารือกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรียุติธรรม ว่าถ้าเราจับมือกันแล้วคุยกับประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเอ็นจีโอว่าจะทำได้หรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าทำได้และต้องรีบทำ

           พลันข่าวนี้ออกไป เกิดรายการทัวร์ลงทันที เสียงคัดค้านจากฟากเอ็นจีโอ และชาวบ้านสะเอียบ ดังกระหึ่มอีกครั้ง     

     จริงๆแล้ว เขื่อนแก่งเสือเต้น เป็นของแสลงของรัฐมนตรีสมศักดิ์ เทพสุทิน อยู่แล้ว หากเลี่ยงได้ก็คงไม่พูดเรื่องนี้ด้วยตัวเอง

++

รักษาที่มั่นสุโขทัย

++

           บ้านใหญ่เมืองสุโขทัย มี 2 บ้านคือ บ้านใหญ่ฝ่ายใต้ ก็ต้องตระกูล “เทพสุทิน” อ.ศรีสำโรง ส่วนบ้านใหญ่ฝ่ายเหนือ ต้องยกให้ตระกูล “ลิมปะพันธ์” อ.สวรรคโลก

           เลือกตั้ง 2562 สมศักดิ์เอาชนะยกจังหวัดไม่ได้ เพราะเขต 3 สมเจตน์ ลิมปะพันธ์ พรรคภูมิใจไทย ลูกชายของสมชาติ ลิมปะพันธ์ นายกเทศมนตรีเมืองสวรรคโลก เบียดเข้ามาได้

           บังเอิญน้ำท่วมใหญ่เที่ยวนี้ อ.สวรรคโลก และ อ.ศรีสัชนาลัยเจอน้ำไปเต็มๆ แถมตอนน้ำท่วม ก็ไม่เห็นรัฐมนตรีสมศักดิ์ ลงพื้นที่ ดังนั้น สุดสัปดาห์นี้ สมศักดิ์ จึงลุยเยี่ยมชาวบ้าน

เขื่อนทีหลัง 'สมศักดิ์' สู้ศึก อบจ.

 สมศักดิ์ พา “มนู พุกประเสริฐ” ช่วยชาวบ้านน้ำท่วม

           “ผมเป็นชาวสุโขทัยและเติบโตจากที่นี่ใครจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็ตามว่าน้ำท่วมครั้งนี้ ผมหายไปไหน ก็ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ผมสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งคนสุโขทัยอย่างแน่นอนเพราะทุกคนเหมือนญาติพี่น้องของผม”

            เวลาลงพื้นที่ สมศักดิ์ก็ต้องพา “มนู พุกประเสริฐ” พี่ชายอนงค์วรรณ เทพสุทิน ลงไปพบปะชาวบ้านด้วย            

           มนู พุกประเสริฐ เป็นนายก อบจ.สุโขทัย มา 2 สมัยแล้ว ก่อนจะไปเป็น ส.ส. และให้น้องสาวสมศักดิ์-พรรณสิริ กุลนาถศิริ เป็นนายก อบจ.สุโขทัย สมัยที่แล้ว     

           เลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา สุโขทัย ส.ส.ลดจาก 4 ที่นั่ง เหลือ 3 ที่นั่ง มนูจึงต้องถอยมารอเล่นสนามท้องถิ่น ส่งพรรณสิริ เป็น ส.ส.เขต 1

            เที่ยวนี้ “มนู” มีภารกิจมารักษาที่มั่น “อบจ.สุโขทัย” ซึ่งต้องเจอคู่ปรับเก่าตระกูล “ลิมปะพันธ์” และดาวรุ่งดวงใหม่จากกลุ่มก้าวหน้า