เปิดตัว 6 พยานทำ “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดตัว 6 พยานทำ “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา

เปิดตัว 6 พยานทำ "บอส อยู่วิทยา" รอดทุกข้อหา30 กรกฎาคม 2563 – 08:40 น.

เปิดตัว 6 พยานทำ “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา คำสั่งไม่ฟ้องเด็ดขาดของอัยการในคดี “บอส อยู่วิทยา” รอดทุกข้อหา ทำให้สังคมยังคาใจ โดยเฉพาะการอ้างพยาน 2 ปากที่เพิ่งโผล่มาหลังเหตุการณ์ผ่านไปนานถึง 7 ปี แถมยังยืนยันว่ารถที่ขับมาใช้ความเร็วแค่ 78 กม./ชม. ไม่เกินก


มื่อสำนวนคดีชี้ไปในทางที่ว่า “บอส อยู่วิทยา”  ไม่เมาเพราะไม่ได้ตรวจวัดแอลกอฮอล์หลังเกิดเหตุทันที หนำซ้ำยังอ้างประจักษ์พยานว่า “ขับรถไม่เร็ว” ทำให้ไม่มีช่องเอาผิดในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ส่งผลให้อัยการสั่งไม่ฟ้อง และตำรวจก็ไม่ทำความเห็นแย้ง คดีก็สิ้นสุดในส่วนของตำรวจกับอัยการ

อ่านข่าว…   พลิกปูมมือปราบทุจริต “วิชา มหาคุณ”  ปธ.สอบ “คดีบอส อยู่วิทยา “


จากการตรวจสอบสำนวน “สั่งไม่ฟ้อง” ของอัยการ พบว่ามีการอ้างพยานทั้งหมด 6 ปาก เป็น “ประจักษ์พยาน” (ผู้เห็นเหตุการณ์) 2 ปาก และที่เหลืออีก 4 ปาก เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญ ทำหน้าที่ตรวจสอบความเร็วของรถ


ที่น่าแปลกก็คือ ความเร็วเดิมที่มีการตรวจสอบเอาไว้ในสำนวนแรกที่อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องไปแล้ว ระบุว่านายบอสขับรถมาด้วยความเร็วสูงถึง 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่สำนวนหลังที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง และสั่งสอบเพิ่มพยาน 6 ปาก ระบุความเร็วรถเฟอร์รารี่ (Ferrari) ที่ “บอส อยู่วิทยา” ขับขี่มาเพียง 76-78 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


ทั้งนี้ พยาน 6 ปาก ประกอบด้วย
-พ.ต.ต.ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ (สบ 2) กลุ่มงานตรวจทางเคมีฟิสิกส์ กองพิสูจน์หลักฐาน รายนี้เคยให้การยืนยันว่า นายบอสขับรถเร็วมากกว่า 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนกลับคำให้การในภายหลัง และคำนวณใหม่เหลือไม่ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
 

-พ.ต.ท.สมยศ แอบเนียม อดีตสารวัตรงานช่างเครื่องและตรวจพิสูจน์ กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจจราจร 
โดยในส่วนของพันตำรวจโทสมยศ แอบเนียม ได้มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งติดต่อไปขอสัมภาษณ์ แต่ได้รับการปฏิเสธกลับมา
 

-พ.ต.ท.สุรพล เดชรัตนวิชัย ผู้เชี่ยวชาญของศาลในทางตรวจพิสูจน์เครื่องและอุปกรณ์ส่วนควบของยานยนต์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุบัติเหตุ กองบังคับการตำรวจจราจร เปรียบเทียบความเสียหายรถจากคดีเฉี่ยวชนอื่น ยืนยันไม่ใช่ความเร็ว 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

-รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน / มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

-พล.อ.ท.จักรกฤช ถนอมกุลบุตร ขณะให้การอ้างยศ พล.อ.ต. เป็นประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์
นายจารุชาติ มาดทอง เป็นประจักษ์พยานที่อ้างว่าเห็นเหตุการณ์

ทั้งนี้ “เนชั่นทีวี” พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์ รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ซึ่งเป็น “พยานผู้เชี่ยวชาญ” โดยโทรศัพท์เข้าไปที่เบอร์กลางของ “บัณฑิตวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติสิรินธร ไทย-เยอรมัน” เมื่อมีเจ้าหน้าที่รับ ก็ได้ขอต่อสายไปยัง รศ.สายประสิทธิ์ ปรากฏว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ต่อสายไป ได้แจ้งกลับมายังผู้สื่อข่าว่า อาจารย์สายประสิทธิ์ ไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ และไม่สะดวกที่จะให้เบอร์ติดต่อส่วนตัว และให้ติดต่อไปยังเบอร์โทรศัพท์ของภาควิชาวิศวกรรมการประเมินและความปลอดภัยยานยนต์ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวข่าวโทรไป กลับไม่มีเจ้าหน้าที่รับสาย


ส่วนประจักษ์พยาน 2 ปาก โดยเฉพาะ พล.อ.ท.จักรกฤช พบว่าเป็นทหารอากาศ มีชื่อเรียกในวงการว่า “เสธ.ต้อย” มีความเกี่ยวข้องกับ บริษัท พระพิราพ จำกัด ที่ให้บริการรถลีมูซีนในท่าอากาศยาน โดยเฉพาะดอนเมือง ขณะที่พยานอีกคนที่เป็นพลเรือน คือ นายจารุชาติ มาดทอง แจ้งที่อยู่ที่เทศบาลนครเชียงใหม่

พลิกปูมมือปราบทุจริต “วิชา มหาคุณ” ปธ.สอบ “คดีบอส อยู่วิทยา ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลิกปูมมือปราบทุจริต “วิชา มหาคุณ”  ปธ.สอบ “คดีบอส อยู่วิทยา “

พลิกปูมมือปราบทุจริต "วิชา มหาคุณ"  ปธ.สอบ "คดีบอส อยู่วิทยา "29 กรกฎาคม 2563 – 21:44 น.

ท่ามกลางกระแสสังคมที่เชี่ยวกราก นายกฯเซ็นคำสั่งตั้ง “วิชา มหาคุณ” เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณี บอส-วรยุทธ อยู่วิทยา หลุดคดี .. ทำไมนายกฯ จึงตั้ง”วิชา” เป็นประธานสอบเรื่องนี้ ดูปูมประวัตก็จะได้คำตอบ..

กลับมาปรากฏตามหน้าสื่ออีกครั้ง “วิชา มหาคุณ”  อดีตกรรมการ ป.ป.ช. มือปราบคดีทุจริต (ที่สร้างผลงานทำคดีสำคัญมาหลายคดีทั้งคดีรับจำนำข้าว โดยฟ้องอาญา “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบและยื่นถอดถอนออกจากตำแน่งนายกฯ, คดีโกงโรงพัก 5.8 พันล้าน) เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการ
ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีนายวรยุทธหรือบอส อยู่วิทยา หลุดคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต

“เราถูกหล่อหลอมมาในระบบของบรรพตุลาการว่า ผิดก็เป็นผิด ถูกก็เป็นถูก ปราศจากอคติ ไม่ลำเอียงเพราะความรัก ความกลัว ความโกรธ ความหลง นี่เราชินกับมัน” วิชา เคยให้สัมภาษณ์ไว้กับ”คมชัดลึกออนไลน์ ” เนื่องจากเขาเคยเป็น”ผู้พิพากษา” มาก่อนกับการได้เป็นประธานคณะกรรมการสอบฯกรณี” บอส-อยู่วิทยา” หลุดคดีในครั้งนี้ นายวิชา บอกว่า  “จะตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เร็วที่สุด เรื่องนี้ช้าไม่ได้” 
…”ต้องทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม เพราะความมั่นใจถือว่าสำคัญที่สุดและนำไปสู่ข้อเสนอการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบให้เป็นที่พึ่งหวังของประชาชนได้อย่างแท้จริงต่อไป “
.. ” อย่าลืมว่าประเทศเราคนจนมากกว่าคนรวย ถ้าปล่อยให้คดีฝืนความรู้สึก คนจนพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้”
 

 ปัจจุบัน “วิชา”  อายุ 74 ปี   
– อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และอดีตประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา
 -อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2550
 จบ -นิติศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
      -เนติบัณฑิตไทย
       -รัฐศาสตร์มหาบัณฑิต มหาลัยธรรมศาสตร์
  “วิชา”เริ่มรับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ต่อมาได้โอนไปรับราชการเป็นพนักงานอัยการ จนเป็นอัยการจังหวัดผู้ช่วยจังหวัดกำแพงเพชร ต่อด้วยผู้พิพากษาศาลจังหวัดแพร่, ผู้พิพากษาประจำกระทรวงช่วยทำงานทำเนียบนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เลขานุการส่วนตัวนายกรัฐมนตรี (ธานินทร์ กรัยวิเชียร)
-ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลคดีเด็กและเยาวชนจังหวัดอุบลราชธานี, ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุบลราชธานี, เลขานุการศาลฎีกา 

-ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์, รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค1, รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง, ผู้พิพากษาศาลฎีกา, ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา, ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 2 และประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามลำดับ 

“วิชา “ดำรงตำแหน่งสุดท้ายในราชการศาลยุติธรรม คือ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา 

ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็น กรรมการ ป.ป.ช.

เป็นประธานมูลนิธิต่อต้านการทุจริต  ซึ่งคณะกรรมการจัดการประชุม World Chinese Economic Forum (WCEF) ได้มีหนังสือเชิญให้”วิชา” เดินทางไปรับรางวัลเกียรติยศ “ความเป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างในด้านความยุติธรรมและความเท่าเทียมกัน” (WCEF 2019 Libra Award for Exemplary Leadership in Justice and Equality) โดยพิจารณาจากผลงานด้านการต่อต้านและปราบปรามการทุจริตในประเทศไทย

ปัจจุบันเป็น คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2 29 กรกฎาคม 2563 – 17:33 น.

2 องค์กรนักศึกษา “สนท.-คนป.” ผนึกกำลัง จับตา “ม็อบใหญ่” จะขยายเป็น 14 ตุลา ภาค 2 หรือไม่

++
    แฟลชม็อบภาค 2 ที่กระจายตัวเป็นหย่อมๆ ทั่วประเทศในเวลานี้ พอประมวลที่มาได้ 4 องค์กร
    1.สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศ (สนท.) นำโดย “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ และพรรคโดมปฏิวัติ ธรรมศาสตร์
    เครือของ สนท. จะเชื่อมต่อกับกลุ่มกิจกรรมเก่าๆ ที่เคยร่วมเคลื่อนไหวต้าน คสช. ตั้งแต่ช่วงก่อนเลือกตั้งปี 2562
    2.เครือข่ายนักเรียน นิสิต นักศึกษาเคียงข้างประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (คนป.) ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 9 พ.ค.2563 ซึ่งเกิดมาจากการชุมนุมแฟลชม็อบ ภาคแรก 
    นักเรียน นักศึกษา จากเครือข่ายต่างๆ จึงมารวมตัวกันจัดตั้งองค์กรแบบหลวมๆ 

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

                              กิจกรรมของ คนป.

3.กลุ่มเยาวชนปลดแอก นำโดย  “ฟอร์ด” ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี  อดีตสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ และจัดกิจกรรมวิ่งไล่ลุง 
    จริงๆแล้ว กลุ่มนี้คล้ายกองหน้าเฉพาะกิจ สำหรับการทดลองลงถนนครั้งแรกของแฟลชม็อบ

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

                                สนท. และเยาวชนปลดแอก

4.แนวร่วมนวชีวิน (New life network) เครือข่ายภาคประชาชน และนักเรียน นักศึกษา นำโดย ภูมิวัฒน์ แรงกสิวิทย์ อดีตสมาชิกกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท
  องค์กรนี้ก็มาจากแฟลชม็อบ ภูมิวัฒน์ ก่อตั้งแนวร่วมนวชีวิน (New life network) ประกอบด้วยภาคประชาชน , กลุ่มนักเรียนโรงเรียนนครสวรรค์ , แนวร่วมนิสิต มรภ. นว. เพื่อประชาธิปไตย และ BSRUFreedom (มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา) 
    ที่ฮือฮา แนวร่วมนวชีวิน ได้จัดกิจกรรม “Hamtaro Oak Oak Run” ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และจะจัดที่อนุเสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วงเวียนใหญ่) อีกครั้ง

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

++
ดอกผลรุ่นพี่
++
    แฟลชม็อบบานพร้อมพรักในวันนี้ ก็ต้องพูดถึงการต่อสู้ของรุ่นพี่ ที่เริ่มต้นจากขบวนการประชาธิปไตยใหม่ เมื่อปี 2558 จนมาถึงกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง
    พ.ศ.นี้ รังสิมันต์ โรม และเพื่อนนักกิจกรรม เป็น ส.ส.สังกัดพรรคก้าวไกล รวมถึงอดีตนักกิจกรรมยุคนั้นหลายสิบคนที่ได้เข้าไปทำงานในสภาฯ 
    แต่กลุ่มเพื่อนโรม ยังมีองค์กร “กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย” เป็นสะพานเชื่อมระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง
    เคียงข้างด้วยเครือข่ายเพื่อสิทธิมนุษยชน ที่เป็นพี่เลี้ยงด้านกฎหมายและการสื่อสาร 

++
อิทธิพลจากผู้ลี้ภัย
++
    แนวคิดการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงราก จากกลุ่มผู้ลี้ภัย 112 ผ่านสื่อใหม่อย่างทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ค และยูทูบ ก็มีผลต่อความคิดของเยาวชนคนรุ่นใหม่
    ไม่แปลกที่ในแฟลชม็อบ จะมีเด็กๆบางกลุ่ม ชูป้าย ชูป้าย แสดงออกถึงจุดยืนหนุน “ปวิน-สมศักดิ์”

ยกระดับม็อบ สนท. ผนึก คนป. 14 ตุลา ภาค 2

                   ปวิน-สมศักดิ์ ผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด 


    บรรดาผู้ลี้ภัย 112 ปรากฏว่า “ปวิน-สมศักดิ์” มีอิทธิพลทางความคิดต่อนักเรียน และนักศึกษาที่ออกมาทำกิจกรรมแฟลชม็อบ 


    การเคลื่อนไหวมวลชนบนท้องถนน แฟลชม็อบเสมือนก่อกองไฟเป็นจุดๆ แต่ไม่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ 
    การยกระดับเป็น “ม็อบใหญ่” แบบเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่สุดของแกนนำแฟลชม็อบทั้งหลาย

ชูสองศาสดา ล่อเป้า “อาชีวะ” บทเรียนไม่จำ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชูสองศาสดา ล่อเป้า “อาชีวะ” บทเรียนไม่จำ

ชูสองศาสดา ล่อเป้า "อาชีวะ" บทเรียนไม่จำ29 กรกฎาคม 2563 – 15:46 น.

ชูสองศาสดา ล่อเป้า “อาชีวะ” บทเรียนไม่จำ จากเวที กปท.สู่ กปปส. กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ยืนยันอุดมการณ์เดิม ไม่เอากลุ่มหมิ่นสถาบัน จึงออกมาแสดงพลัง 

++

การปรากฏตัวของ “กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ” ไม่ต้องสืบค้นให้เหนื่อย เพราะพวกเขามาแฟนเพจเฟซบุ๊กอาชีวะช่วยชาติ เป็นเครื่องมือสื่อสารกับเพื่อนร่วมอุดมการณ์ มาแต่ปี 2556 
 

“อาชีวะช่วยชาติ” ปรากฏตัวครั้งแรก ในเวทีชุมนุมของ “กองทัพประชาชนโค่นล้มระบอบทักษิณ” (กปท.) ที่บริเวณสวนลุมพินี เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2556

อ่านข่าว…  “กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ” แถลงการณ์ นัดชุมนุม 30 ก.ค.

ชูสองศาสดา ล่อเป้า "อาชีวะ" บทเรียนไม่จำ

กลุ่มอาชีวะ ในการชุมนุมของ กปปส.


 กปท. เป็นการเคลื่อนไหวโค่นระบอบทักษิณ ภาค 2 ต่อจากองค์การพิทักษ์สยาม ที่ประสบความล้มเหลวในการชุมนุมใหญ่


++
เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์
++
เป้าการชุมนุมของกลุ่มกองทัพประชาชนฯ คือ การต่อต้านรัฐบาล และโค่นล้มระบอบทักษิณ พร้อมคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 
 

ระหว่างการชุมนุม สุทิน ธราทิน แกนนำ กปท.คนหนึ่ง ได้รวบรวมนักเรียนอาชีวะกลุ่มหนึ่ง มาทำหน้าที่การ์ดรักษาความปลอดภัยเวทีชุมนุม 
 

ต่อมา ได้พัฒนาเป็นกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ กระทั่ง สุเทพ เทือกสุบรรณ จัดการชุมนุมต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของพรรคเพื่อไทย แกนนำ กปท. จึงสลายเวทีชุมนุมที่สวนลุมพินี
 

ปลายปี 2556 กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ จึงเคลื่อนขบวนไปร่วมกับกลุ่ม กปปส. โดยทำหน้าที่การ์ดรักษาความปลอดภัย โดยกลุ่มหนึ่งอยู่ที่ประตู 1 สวนลุมพินี และกลุ่มหนึ่งอยู่ที่แจ้งวัฒนะ
 

ตอนที่เข้าร่วมกับ กปปส. กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ได้ออกแถลงการณ์ว่า “ปัจจุบันมีบุคคลบางกลุ่ม ที่ล่วงละเมิด  จาบจ้วง  ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง  ซึ่งเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งชาติ  ไม่สามารถจะยอมรับได้ ดังนั้น จึงมีการรวมตัวตามที่กล่าวไปแล้วนั้น เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์..”
 

เวลานั้น “ตั้ง อาชีวะ” ได้ออกมาโจมตีสถาบัน บนเวทีเสื้อแดง จึงทำให้กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ประกาศตามล่าตัวกลุ่มล้มเจ้า

ชูสองศาสดา ล่อเป้า "อาชีวะ" บทเรียนไม่จำ

กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน

++
ชูสองศาสดา
++
เมื่อเร็วๆ นี้ สมชาย แสวงการ ส.ว. ได้หารือเกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนักศึกษาเยาวชนปลดแอกในที่ประชุมวุฒิสภา โดยตอนหนึ่ง ส.ว.สมชาย บอกว่า กลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นแกนนำไม่ว่าจะเป็น สนท. ที่อาจจะมีเจตนาบริสุทธิ์ แต่กลุ่มที่เข้าไปแอบแฝง มีเบื้องหลังหรือไม่ 
 

คำว่ามีเบื้องหลังหรือไม่ ส.ว.สมชาย ยกตัวอย่างเช่นการให้ล้มล้างระบอบเก่า หรือให้ยกเลิกมาตรา 112 รวมทั้งการใช้ถ้อยความที่หมิ่นเหม่ การดัดแปลงถ้อยคำ การทำรูปเลียนแบบ การหมอบกราบผู้หลบหนีคดี 112 หรือการตั้งกลุ่มรอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส และอีกหลายกรณี 
 

มีข้อน่าสังเกตแฟลชม็อบทั่วประเทศ ในการชุมนุมบางจังหวัด ก็มีคนบางกลุ่มประพฤติตัวดังที่ ส.ว.สมชายกล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะการนำภาพของปวิน ชัชวาลพงศ์พันธุ์ และสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล มาชูเหนือศรีษะ
 

ใครก็ทราบว่า ปวินและสมศักดิ์ มีอุดมการณ์เช่นไร กลุ่มอาชีวะช่วยชาติ ที่มีอุดมการณ์ตรงข้ามกับสองนักวิชาการที่ลี้ภัยคดี 112 จึงต้องออกมาแสดงตัว

วัยวิกฤต “หงา” เสรีชน “วิสา” ฟ้าสีทอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วัยวิกฤต “หงา” เสรีชน “วิสา” ฟ้าสีทอง

วัยวิกฤต "หงา" เสรีชน "วิสา" ฟ้าสีทอง29 กรกฎาคม 2563 – 11:55 น.

วัยวิกฤต “หงา” เสรีชน “วิสา” ฟ้าสีทอง กระแสแฟลชม็อบ ก่อวิวาทะในคนรุ่นเก่า “หงา” เลี้ยวขวา “วิสา” ยังเลี้ยวซ้าย

++
ปรากฏการณ์แฟลชม็อบ นำมาซึ่งความแตกแยกทางความคิดของคนในสังคมไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะคนรุ่นเก่า  

ส่องโซเชียลยามนี้ จะเห็นกระแสโจมตี “หงา” สุรชัย จันทิมาธร ศิลปินแห่งชาติอย่างหนัก สืบเนื่องผู้อาวุโส ได้แสดงทัศนะทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊คต่อเนื่องในช่วงนี้ 

อ่านข่าว…   ถูกทิ้งแล้ว วิสาฟ้าสีทอง

อีกซีกหนึ่งของโลกใบนี้ “วิสา คัญทัพ” ที่พำนักอยู่ในเยอรมันมาหลายปีแล้ว ก็ใช้เฟซบุ๊คเป็นเวทีแสดงออกถึงการสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่

วัยวิกฤต "หงา" เสรีชน "วิสา" ฟ้าสีทอง

“สุรชัย จันทิมาธร” ในวัย 70

“สุรชัย-วิสา” เติบโตมาในแวดวงวรรณกรรมเพื่อชีวิต ยุคสงครามเย็น ระหว่างโลกเสรีกับคอมมิวนิสต์ เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว 

วันนี้ ทั้งคู่ย่างเข้าสู่วัยชรา เด็กๆ เติบโตมาในยุคสมัยดิจิทัล ไม่มีสงครามเย็น แต่มีสงครามทุน
++
เสียงจากผู้เฒ่า
++
วันที่ 28 ก.ค.2563 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์บทบาทในอดีตของ “หงา” และวงคาราวาน ผู้เฒ่าได้เขียนถึงคนรุ่นใหม่ 

“อย่าเย่อหยิ่งทะนงตนคนรุ่นใหม่ ไม่กี่ปีผ่านไปมันก็เก่า ความเป็นคนที่แท้อยู่แก่เรา จะแก่เฒ่าสาวหนุ่มก็กลุ่มคน” 

ก่อนหน้านั้น หงา ผู้ผ่านสมรภูมิรบในวัยหนุ่ม ได้พยายามอธิบาย  

“วีรภาพอาจไม่ใช่สนามรบ บนซากศพมวลชนคนกล้าหาญ วีรภาพนาสวนทบทวนทาน ผู้ทำงานปลูกข้าวให้เรากิน” 

ที่ร้อนแรงในโซเชียล พลันมีการชุมนุมของเยาวชนปลดแอก หงา หรือสหายพันตา อดีตทหารปลดแอกแห่งภูพยัคฆ์ ก็ตั้งคำถาม
 “จะปลดแอกเพื่อใครที่ไหนหนอ ผู้เฒ่ารอร้อรอจนหัวขาว ที่ผ่านมารบกันก็นานยาว เห็นแต่ศพทบท่าวธุลีดิน” 

สมัยอยู่ในป่า เมื่อสหายนำ พคท. มีนโยบายส่งกลุ่มศิลปินเพื่อชีวิต ไปเรียนดนตรีที่เมืองจีน สมาชิกวงคาราวานไปหมด ยกเว้นหงา หรือสหายพันตา เขาอยากอยู่กับชาวไร่ชาวนาที่น่านเหนือมากกว่า เขาจึงสะท้อนไว้ในวันนี้ 

“เหมาเจ๋อตุงนำชาวนาปฏิวัติ ปเทดรัสเซียล้มพระเจ้าหาวเวียดนามกัมพูชาพม่าลาว ขยับก้าวอุ่นๆสู่ทุนนิยม” 

วัยวิกฤต "หงา" เสรีชน "วิสา" ฟ้าสีทอง

“วิสา คัญทัพ” ยังป่วยไข้อยู่ในต่างแดน

++
เสียงจากแดนไกล
++
แม้ “วิสา คัญทัพ” จะเลือกเดินคนละแนวทางการเมืองกับสุรชัย จันทิมาธร แต่ทั้งสองยังมีเยื่อใยความเป็นเพื่อนเหมือนเดิม 

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2563 แฟลชม็อบก่อประกายไฟไหม้ลามทุ่ง วิสา ได้เขียนบทกวีสนับสนุนการต่อสู้ของเยาวชนทันที 

“ประกายไฟไหม้ลามทุ่ง อรุณรุ่งจะเรืองรอง วันที่ฟ้าสีทอง อำไพผ่องจะส่องพราย คืนมืดอันมัวมน จะยืนทนและท้าทาย คุกคามและทำลาย ใช่อยู่ได้นิรันดร ไฟลุกจะไหม้ลาม ทั่วเขตคามทุกนาคร สุริโยจะโคจร สว่างหล้านภาลัย” 

บ่อยครั้งที่วิสา คัญทัพ จะสื่อข่าวส่งความทางเฟซบุ๊ก ถึงการเจ็บไข้ได้ป่วย บางเวลาก็ท้อ เพราะรอคอยการกลับบ้านมานานเกินไปแล้ว แต่พลันที่เห็นประกายไฟของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ก็อดตั้งความหวังไม่ได้ 

“ส่งใจให้นักสู้ทุกผู้คน ไม่ยอมอดทนอำนาจเถื่อน น้ำหยดลงหินดินสะเทือน ภูเขาเคลื่อนเลื่อนลั่นสักวันนึง” 

เนื่องในวันการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส 14 ก.ค. วิสาก็เขียนบทกวีรำลึก 

“อรุณรุ่งอันเรืองรอง ฟ้าสีทองผ่องอำไพ บ้านเราเล่าเมื่อไรหนอฟ้าทองจะรองเรือง” 

วิสายังเฝ้ารอฟ้าสีทองผ่องอำไพ อยู่ทุกวันคืนที่เยอรมัน

พลิกปูม”เนตร นาคสุข”รอง อสส.คนสั่งไม่ฟ้อง”คดีบอส อยู่วิทยา” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลิกปูม”เนตร นาคสุข”รอง อสส.คนสั่งไม่ฟ้อง”คดีบอส อยู่วิทยา”

พลิกปูม"เนตร นาคสุข"รอง อสส.คนสั่งไม่ฟ้อง"คดีบอส อยู่วิทยา"28 กรกฎาคม 2563 – 21:02 น.

เปิดประวัติ”เนตร นาคสุข” รองอัยการสูงสุด คนสั่งไม่ฟ้อง “คดีบอส อยู่วิทยา” เป็นคนเดียวกับไม่อุทธรณ์ “คดีโอ๊ค-พานทองแท้ ฟอกเงิน” 

กรณีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด และนายเนตร นาคสุข  รองอัยการสูงสุด(อธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูงรักษาการในตำแหน่งรองอัยการสูงสุดในขณะนั้น )พิจารณาแล้วได้มีคำสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยา ผู้ต้องหาที่ 1 ฐานกระทำโดยประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา( ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560 มาตรา 4 นั้น

สำหรับนายเนตร จบการศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับสองจากจุฬาฯ และเนติบัณฑิตไทย

ผ่านตำแหน่งสำคัญมา อาทิ  อัยการจังหวัดน่าน,อัยการจังหวัดพิจิตร , รองอธิบดีอัยการภาค 6 , อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครองเชียงใหม่  ขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลสูง จากนั้นเป็นรองอัยการสูงสุด 

เป็นบุคคลเดียวกับที่ผู้ลงนามคำสั่งชี้ขาดไม่อุทธรณ์คดีหมายเลขดำที่ อท.245/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร ข้อหาร่วมกันฟอกเงินและสมคบคบกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 , 9 , 60 และ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ,91 ในคดีร่วมกันฟอกเงิน เงินปล่อยกู้แบงก์กรุงไทยให้กับกฤษดามหานคร จำนวน 10 ล้านบาท

‘บิ๊กอาย’ ศึกษา มายาการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘บิ๊กอาย’ ศึกษา มายาการเมือง

  'บิ๊กอาย' ศึกษา มายาการเมือง28 กรกฎาคม 2563 – 16:15 น.

จะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่? ต้องลุ้น แต่วิทยานิพนธ์ชีวิตหัวข้อ “บิ๊กอาย” ก็น่าศึกษา

++
    30 กว่าปีมานี้ มีเทคโนแครตหรือนักวิชาการ เดินเข้าสู่วงการเมืองมากมาย ตั้งแต่หลัง 14 ตุลา ผ่านมาถึงยุคเปรมาธิปไตย ยุคไทยรักไทย และยุค คสช.
    นักวิชาการไทย ได้เข้าสู่วงจรอำนาจ มีทั้ง 2 แบบคือ เดินไปบนถนนสายแต่งตั้ง และลงไปลุยเลือกตั้ง
    อำนาจหอมหวาน การเมืองเหมือนมายา คนใดพลัดหลงเข้ามาสู่วงจรการเมือง ย่อมถลำลึกเข้าสู่วงจรอำนาจ  

“นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” นักวิชาการจากค่ายนิด้าเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการโจษขานมากที่สุดในเวลานี้ 
  ตั้งแต่ก่อนวันหยุดยาว 4 วัน มีข่าวว่า นฤมล ได้กรอกและส่งแบบประวัติและคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้ว บางกระแสข่าวไปไกลถึงขั้น เธอจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยแรงงาน หรือ จับกัง 2 
  

 มีเหตุผลเดียวที่อาจารย์นฤมล จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ในการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 คือ โฆษกรัฐบาลคนนี้ ได้โผบินออกมาจากกลุ่มอาจารย์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไปเกาะรังใหม่ใหญ่กว่าเดิม
  

   ด้วยนิด้าคอนเนกชั่น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จึงชวน “นฤมล” ให้ลาออกจากการสอนหนังสือ มาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีคลัง (อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์) 
    เมื่อกลุ่มอาจารย์สมคิด รับหน้าเสื่อดูแลพรรคพลังประชารัฐ นฤมลจึงได้ไปร่วมก่อร่างสร้างพรรค และถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 5 ของ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค เหนือกว่าอดีต ส.ส.รุ่นเก๋าหลายคน
    หลังจัดตั้งรัฐบาล นฤมลลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.เพื่อเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

   อาจารย์นฤมลมักใส่ “บิ๊กอาย” ทำให้ขับเน้นดวงตากลมโต สดใสเสมอ จึงได้ฉายาในโลกโซเชียลว่า “โฆษกบิ๊กอาย” 
   ช่วงเป็นโฆษกรัฐบาล นฤมลได้รู้จักนักการเมืองมากขึ้น และเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการ ภายในพรรคพลังประชารัฐ รู้ว่าใครมีอำนาจจริง หรือใครแค่หุ่นเชิด 
   ประกอบกับบุคลิกนักวิชาการหญิง ดูอ่อนหวาน แต่คล่องแคล่วเยี่ยงนักบริหารรุ่นใหม่ และเข้าใจการเมืองแบบไทยๆ ทำให้นฤมลเข้าถึงบ้านป่ารอยต่อ 
    

    เมื่อเข้า “ถ้ำพยัคฆ์บูรพา” ได้ ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตก็มาถึง 
    หากเธอจะได้เป็น “จับกัง 2” ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อำนาจนั้นหอมหวานเสมอ 

เปิดอีกด้าน กมธ.กฎหมายฯ สนช. เคลียร์ปมจุดพลิกคดี “บอส รอดทุกข้อหา” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดอีกด้าน กมธ.กฎหมายฯ สนช. เคลียร์ปมจุดพลิกคดี “บอส รอดทุกข้อหา”

เปิดอีกด้าน กมธ.กฎหมายฯ สนช. เคลียร์ปมจุดพลิกคดี "บอส รอดทุกข้อหา"28 กรกฎาคม 2563 – 14:42 น.

เจาะประเด็นร้อน : เปิดอีกด้าน กมธ.กฎหมายฯ สนช. เคลียร์ปมจุดพลิกคดี “บอส รอดทุกข้อหา”

ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับคดี “บอส รอดทุกข้อหา” ล่าสุดขณะนี้มีความพยายามโยงว่า อาจมีการใช้อำนาจหรืออิทธิพลจากนอกสำนวนการสอบสวน เพื่อเบี่ยงเบนคดีจากที่อัยการเคย “สั่งฟ้อง” เปลี่ยนเป็น “สั่งไม่ฟ้อง” โดยพุ่งเป้าไปที่๊คณะกรรมาธิการการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม และกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า กมธ.กฎหมายฯ สนช.

คณะกรรมาธิการชุดนี้ แต่งตั้งในยุค คสช. ปฏิบัติหน้าที่ระหว่างปี 2557-2562 มี พล.ร.อ. ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ น้องชายของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ และยังมีชื่อ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องของ พลเอกประวิตร อีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมเป็นกรรมาธิการด้วย

เปิดอีกด้าน กมธ.กฎหมายฯ สนช. เคลียร์ปมจุดพลิกคดี "บอส รอดทุกข้อหา"

เรื่องของเรื่องก็คือ ทนายของนายบอส ได้ไปยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับคดีของนายบอส อยู่วิทยา ต่อคณะกรรมาธิการชุดนี้ เมื่อปี 2560 โดยขณะนั้นอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนายบอส อยู่วิทยา ในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และกำลังเร่งดำเนินการตามกระบวนการขอส่งผู้ร้ายข้ามแดน เนื่องจากนายบอส หลบหนีหมายจับไปพำนักในต่างประเทศ

ช่วงนั้นทนายของนายบอส ได้ยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมไปหลายที่ หลายครั้ง ทั้งอัยการสูงสุดเอง และ กมธ.กฎหมายฯ สนช. สุดท้ายอัยการสูงสุดสั่งให้ตำรวจสอบสวนเพิ่ม ทั้งๆ ที่สั่งคดีไปแล้ว จนนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงคำสั่งคดี เป็น “สั่งไม่ฟ้องทุกข้อหา” ในที่สุด

จากจุดนี้เองทำให้มีการโยงกันว่า เครือข่ายของ “บิ๊กป้อม” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ อาจเกี่ยวข้องกับผลของคดีที่เปลี่ยนแปลงไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ค้านสายตาคนไทยทั้งประเทศ โดยอาจมีการใช้อำนาจหรืออิทธิพลของ กมธ. กดดันอัยการและตำรวจหรือไม่

เมื่อวาน พลเรือเอก ดิษฐวัชร ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ได้มอบหมายให้ นายธานี อ่อนละเอียด เลขานุการ กมธ. ชี้แจงเรื่องนี้ในวันที่ 29 หรือ 30 กรกฎาคม

จริงๆ แล้วเรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับ กมธ.กฎหมายฯด้วยเหมือนกัน เพราะขณะนี้มีข้อมูลชัดเจนเพียงว่า ทนายของนายบอสไปยื่นร้องขอความเป็นธรรมกับ กมธ.กฎหมายฯ / แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า ทาง กมธ.กฎหมายฯ ได้ดำเนินการอย่างไรหลังรับเรื่องร้องเรียนไว้แล้ว เช่น ส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุดทันที โดยทำหน้าที่คล้ายไปรษณีย์ เมื่อมีผู้ร้องมา ก็ส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือได้ตั้งคณะอนุ กมธ.ขึ้นมาศึกษาว่าสำนวนคดีมีความไม่เป็นธรรมอย่างไร / ซึ่งหาก กมธ.กฎหมายฯ ทำเพียงแค่ส่งเรื่องต่อไปยังอัยการสูงสุด ก็ต้องถือว่าเป็นการทำหน้าที่ปกติ ไม่ได้พยายามกดดันหรือแทรกแซงการทำงานของอัยการและตำรวจ

และถึงแม้ว่า กมธ.กฎหมายฯ จะตั้งคณะทำงานหรือ อนุ กมธ.ขึ้นมาศึกษาสำนวนคดี และจัดทำรายงานผลการศึกษาส่งให้อัยการสูงสุด ก็ไม่ได้มีผลผูกพันทางกฎหมายว่าอัยการสูงสุดต้องปฏิบัติตาม อีกทั้งเรื่องนี้เป็นการยื่นเรื่องร้องเรียนโดยตรงผ่าน กมธ.กฎหมายฯ ไม่ใช่เรื่องที่เสนอหรือได้รับมอบหมายให้ศึกษาจากที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อทำการศึกษาเสร็จเรียบร้อยก็ไม่มีความจำเป็นต้องนำเข้ารายงานต่อที่ประชุม สนช.

ฉะนั้น การด่วนสรุปจากบางฝ่ายว่าการที่ทนายของนายบอส อยู่วิทยา ยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมต่อ กมธ.กฎหมายฯ กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคดีนั้น ก็อาจเป็นการสันนิษฐานเกินข้อเท็จจริง ฉะนั้นทั้งหมดต้องรอฟังคำแถลงจากอดีต กมธ.ที่ได้รับมอบหมายให้แถลงข่าวใน 1-2 วันนี้

เปิดอีกด้าน กมธ.กฎหมายฯ สนช. เคลียร์ปมจุดพลิกคดี "บอส รอดทุกข้อหา"

สำหรับ กรรมาธิการกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และที่ปรึกษาฯมีจำนวน 29 ท่าน

1.พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ ประธานคณะกรรมาธิการ

2.พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพานิชย์ อดีตผู้ช่วยผบ.ตร. รองประธานคณะกรรมาธิการ

3.ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อดีตอัยการสูงสุด รองประธานคณะกรรมาธิการ

4.พ.ต.ท.พงษ์ชัย วราชิต อดีตประธานกรรมการบริษัท ลิเบอร์ตี้ ประกันภัย รองประธานคณะกรรมาธิการ

5.พล.อ. องอาจ พงษ์ศักดิ์ อดีตสนช.และอดีตสว.จ.กาญจนบุรี โฆษกคณะกรรมาธิการ

6.นายมนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา  ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ

7.พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผบ.ตร.ที่ปรึกษาและกรรมาธิการ

8.พล.อ. เลิศฤทธิ์ เวชสวรรค์ ที่ปรึกษาและกรรมาธิการ

9.พล.ร.อ.กฤษฎา เจริญพานิช เจ้ากรมพระธรรมนูญ หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร ที่ปรึกษาและกรรมาธิการ

10.ศาสตราจารย์พิเศษ กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์ กรรมาธิการ

11.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรรมาธิการ

12.พล.ต.อ. ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม กรรมาธิการ

13.พล.อ. ธนเกียรติ ชอบชื่นชม อดีตผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ กรรมาธิการ

14.นายประมุท สูตะบุตร อดีตผู้พิพากษา กรรมาธิการ

15.ศาสตราจารย์พิเศษภัทรศักดิ์ วรรณแสง ผู้พิพากษาศาลฎีกา กรรมาธิการ

16.นายภาณุ อุทัยรัตน์ อดีตเลขาศอ.บต.  กรรมาธิการ

17.นายฉัตรชัย ปิยะสมบัติกุล กรรมาธิการ

18.พล.ต.ท.วิบูลย์ บางท่าไม้ อดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรรมาธิการ

19.พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตรองผบ.ตร. กรรมาธิการ

20.พล.อ.สมโภชน์ วังแก้ว กรรมาธิการ

21.พล.อ.สุชาติ หนองบัว กรรมาธิการ

22.นางสุวิมล ภูมิสิงหราช กรรมาธิการ

23.พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ อดีตรองผบ.ตร. กรรมาธิการ

24.นายวรพล โสคติยานุรักษ์ อดีตเลขาธิการ กลต. กรรมาธิการ

25.พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรรมาธิการ

26.พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กรรมาธิการ

27.นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี กรรมาธิการ

28.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผบ.ตร. กรรมาธิการ

29.นายธานี อ่อนละเอียด เลขานุการ กรรมาธิการ

รู้จัก ‘เพิ่มพูน’ ใต้ชายคา ‘ชิดชอบ’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รู้จัก ‘เพิ่มพูน’ ใต้ชายคา ‘ชิดชอบ’

รู้จัก 'เพิ่มพูน' ใต้ชายคา 'ชิดชอบ'28 กรกฎาคม 2563 – 13:49 น.

ระเบิดเวลาคดีบอส ตัวละคร “เพิ่มพูน” ก็โผล่มา ทายาทบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เติบใหญ่ในเส้นทางโปลิศ
++
    ประเด็นอัยการสูงสุด ได้ทำการสั่งไม่ฟ้อง “วรยุทธ อยู่วิทยา” ในข้อหาเมาแล้วขับ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง
    ล่าสุด มีตัวละครอีกรายหนึ่งโผล่มาคือ “พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ” ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ลงนามแทน ผบ.ตร. ในการ “ไม่เห็นแย้ง” สรุปเป็นอันคดียุติ

   “พล.ต.ท.เพิ่มพูน” ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีในการไม่เห็นแย้งว่า “ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ทำตามปกติ ไม่มีอะไรเลย”
    สื่อออนไลน์ทุกสำนัก จับประเด็นนี้ไปเล่นข่าว และพาดหัวข่าวว่า “น้องชายเนวิน” ไม่เห็นแย้งคดีบอส วรยุทธ

++

ลูกพ่อชัย
++
    ก่อนปู่ชัย ชิดชอบ จะจากไป ใครที่ไปงานวันเกิดประมุขบ้านศิลาชัย ช่วงต้นเดือน เม.ย. ก็จะพบกับ 3 ทายาท ที่ออกมารับแขกเหรื่อ
    นั่นคือ “เนวิน ชิดชอบ” ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ,“ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม และ “พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ” ผู้ช่วย ผบ.ตร.
    ครั้งหนึ่ง ปู่ชัยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวออนไลน์แห่งหนึ่ง โดยนักข่าวถามว่า “อยากให้ลูกคนไหน เป็น ส.ส.บ้าง”
    ปู่ชัยตอบว่า “ไม่มีแล้ว ไม่มีใครเป็นแล้ว เนวิน เขาก็ไม่เป็น ส.ส.แล้ว มีแต่ใครจะเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตอนนี้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ก็เป็นแล้ว ส่วนอีกคน พล.ต.ท.เพิ่มพูล ก็เป็นนายพล เป็นผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” 

++
รอง ผบ.ตร.
++
    พล.ต.ท.เพิ่มพูน จบการศึกษา นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง รับราชการตำรวจ ตั้งแต่ปี 2527 ที่สำนักงานเลขานุการ กรมตำรวจ ขณะที่พี่ชาย-เนวิน ชิดชอบ ได้เป็น สจ.บุรีรัมย์ 
    ช่วงเนวิน ชิดชอบ เบ่งบารมีในยุครัฐบาลสมัคร “เพิ่มพูน” เป็นผบก.กองตรวจราชการ 2 จต. (จเรตำรวจ) และยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เป็น ผบก.ตม.กทม. (ตรวจคนเข้าเมือง กรุงเทพฯ) 
   เมื่อยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี เพิ่มพูน ถูกเด้งจาก ตม.ไปเป็นอำนวยการจเรตำรวจ 
    ยุค คสช. เพิ่มพูน เป็นจเรตำรวจ (สบ8) ก่อนขยับมารับตำแหน่ง ผช.ผบ.ตร. ในฤดูกาลโยกย้ายปีที่แล้ว
    พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ จะเกษียณอายุ ปี 2564 ถ้าไปส่องดูข่าววงการสีกากี ก็มีข่าวกอสสิปทำนองว่า หลัง  “บิ๊กแป๊ะ”เกษียณอายุราชการ คู่ชิงตำแหน่งผู้นำสีกากีคือ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก นรต.รุ่น 38 กับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข นรต.รุ่น 36 
    ส่วนตำแหน่งรอง ผบ.ตร.ที่ว่าง 2 ตำแหน่งขับเคี่ยวกัน 3 คน ระหว่าง พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ,พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย นรต.รุ่น 38 และ พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เพื่อนร่วมรุ่น นรต.38 
    เป็นธรรมดาของคนนามสกุล “ชิดชอบ” ย่อมจะได้รับการจับตามองจากสังคม ทุกย่างก้าว

หักม้ากลางศึก ก้าวไกลกลัว’กรุง’ เจอท้องถิ่นนิยม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หักม้ากลางศึก ก้าวไกลกลัว’กรุง’ เจอท้องถิ่นนิยม

หักม้ากลางศึก ก้าวไกลกลัว'กรุง' เจอท้องถิ่นนิยม28 กรกฎาคม 2563 – 11:27 น.

ศึกเลือกตั้งซ่อมปากน้ำ ก้าวไกลสะดุด เจอกระแสท้องถิ่นนิยม อดีตส้มหวานต้าน พระเอกกรุงลอยตัว คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย.. ขุนน้ำหมึก

++
    จู่ๆ อำนาจ สถาวรฤทธิ์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 พรรคก้าวไกล ได้แจกข่าวยื่นร้อง กกต. ให้ตรวจสอบช่อง 7 หลังพบว่า มีการนำละครเรื่อง “เพลงรักผาปืนเเตก” ที่มี “กรุง ศรีวิไล” ผู้สมัครในนามพรรคพลังประชารัฐ รับบทเป็นหลวงพ่อสิน ร่วมแสดงอยู่ในละครด้วย มาออกอากาศซ้ำทางช่อง 7 รวมถึงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ช่องทางเว็บไซต์ Bugaboo.tv ทุกวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ เวลา 09.30-11.20 น.
  

 ฝ่ายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ แย้งว่า เป็นเรื่องของช่อง 7 ตนเองไม่ทราบว่ามีการนำละครมารีรัน 

   อันที่จริง สถานการณ์รัฐบาลประยุทธ์ กำลังเพลี่ยงพล้ำ อันเนื่องมาจากกระแสแฟลชม็อบ และกรณีบอสเอฟเฟกต์ น่าจะเป็นผลดีแก่พรรคก้าวไกล แล้วไยแม่ทัพเลือกตั้งซ่อม จึงลุกขึ้นมาโวยประเด็นละครรีรัน

++
ไม่เห็นหัวคนบางบ่อ
++
    เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2563 ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ สมุทรปราการ เขต 5 ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวแถลงว่า “เรียน พ่อแม่พี่น้องประชาชน สมุทรปราการ เขต 5 ผู้สมัคร อิศราวุธ (พีท) ณ น่าน ลงพื้นที่แล้วบอกกับพ่อแม่พี่น้องประชาชน สมุทรปราการ เขต 5 ว่า ทำงานร่วมกับผมนั้น ไม่เป็นความจริงครับ 
เป็นคำแอบอ้างของผู้สมัคร”

    ดังที่รู้กัน คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล มีมติเสียงส่วนใหญ่เลือก “พีท” อิศราวุธ ณ น่าน เป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 ในการเลือกตั้งซ่อมที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 ส.ค.2563 แทนผู้สมัคร ส.ส.คนเก่า

หักม้ากลางศึก ก้าวไกลกลัว'กรุง' เจอท้องถิ่นนิยม

                       พีท คนเขตเทศบาลปากน้ำมาลงสมัคร ส.ส.ที่เขต 5


    ตรัยวรรธน์ อิ่มใจ คนบางบ่อ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 5 ในสีเสื้อส้มตัวเดิม จึงประกาศผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ กับพรรคก้าวไกล
    เรื่องของเรื่อง ธวัชชวิน โกพัฒน์ตา ขาใหญ่ส้มหวานเมืองปากน้ำ ไม่เอาคนท้องถิ่น และดันพวกกันเองคือ “พีท” ที่เป็นคนเขตเทศบาลเมืองปากน้ำ มาลงสมัคร ส.ส.เขต 5 ชายขอบสมุทรปราการ
    ขาใหญ่ส้มปากน้ำบอกว่า ตรัยวรรธน์ ได้ 30,000 กว่าคะแนนนั้น ได้มาจากกระแสแม่เหล็กอย่าง ธนาธร พรรณิการ์ และปิยบุตร ฉะนั้น จะเอาใครมาลงที่เขต 5 ก็ได้

หักม้ากลางศึก ก้าวไกลกลัว'กรุง' เจอท้องถิ่นนิยม

                             ตรัยวรรธน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 พรรคไม่ส่งลงสนามแก้มือ 


    นี่คือโรคเดิมของชาวส้มหวาน อาการไม่เห็นหัวคนท้องถิ่น 
    ปัญหาของก้าวไกลวันนี้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่ใช่ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ  

++
ดาราเดินดิน
++
    ชัยชนะของกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ในสีเสื้อพลังประชารัฐ ปฏิเสธไม่ได้ว่า มาจากกระแสความสงบจบที่ลุงตู่ แต่อีกด้านหนึ่ง ก็ปฏิเสธความเป็นพระเอก “กรุง ศรีวิไล” ไม่ได้
    “กรุง” เป็นคนบางบ่อโดยกำเนิด ความเป็นดารานักแสดง ที่ไม่เคยหายไปจากแวดวงบันเทิงไทย หมดยุคทองหนังไทย พระเอกกรุงก็มาร้องเพลง และเล่นละคร ทำให้การลงพื้นที่หาเสียง ใครๆ ก็อยากเจอ มาพูดคุย มาถ่ายรูปด้วย

หักม้ากลางศึก ก้าวไกลกลัว'กรุง' เจอท้องถิ่นนิยม

                              พระเอกกรุง


    เหนืออื่นใด กรุงสังกัด “กลุ่มสมุทรปราการก้าว” ภายใต้การนำของ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ
    พื้นที่ อ.บางบ่อ อ.บางเสาธง และ อ.บางพลี มีตัวแทนกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ได้แก่ ส.จ.วสันต์ บรรเจิดศิลป์, วิรุฬห์ ศุภพิพัฒน์นายกเทศมนตรีตำบลบางบ่อ ,เอนก สุขสำราญ นายกเทศมนตรีตำบลคลองด่าน, จรินทร์ เอี่ยมยัง ประธานสภาเทศบาลตำบลบางพลีน้อย และเกษม แซ่ลี้ นายกเทศมนตรีตำบลบางเสาธง 
    นี่เป็นทีมงานหลังบ้านอันเข้มแข็งของทีมสมุทรปราการก้าวหน้า