ปรับ ครม. ทั้งที เอาดี ๆ หน่อย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปรับ ครม. ทั้งที เอาดี ๆ หน่อย

ปรับ ครม. ทั้งที เอาดี ๆ หน่อย27 กรกฎาคม 2563 – 18:10 น.

ปรับ ครม. ทั้งที เอาดี ๆ หน่อย โดย ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์

เมื่อวันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม 2563 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “ทีมเศรษฐกิจ ครม. ใหม่” โดยผลการสำรวจที่ออกมาไม่ได้เหนือความคาดหมายและก็ไม่แตกต่างใด ๆ จากการวิพากษ์วิจารณ์ในหน้าสื่อทั้งกระแสหลักและ social media ซึ่งผลที่ออกมาคือคนไทยส่วนใหญ่ต้องการคนนอกพรรคการเมืองเข้ามาดำรงตำแหน่งทั้ง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ หรือ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ (ร้อยละ 55.33) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (ร้อยละ 51.59) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน (ร้อยละ 48.17) ในขณะที่การสนับสนุนนักการเมืองมาคุมงานด้านเศรษฐกิจในตำแหน่ง รองนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ร้อยละ 23.45 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ที่ ร้อยละ 25.52 และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน อยู่ที่ ร้อยละ 27.11

เมื่อวิเคราะห์จากข้อมูลเชิงลึกพบว่าทุกกลุ่มภูมิภาค อายุ การศึกษา อาชีพและรายได้ สนับสนุนคนนอกพรรคการเมืองเข้ามาคุมงานเศรษฐกิจของประเทศ โดยกลุ่มที่แสดงการสนับสนุนคนนอกพรรคการเมืองเข้ามาดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทั้งสามตำแหน่ง ที่มีอัตราส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยค่อนข้างมาก คือกลุ่มคนกรุงเทพ กลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 26 – 35 ปี กลุ่มผู้มีการศึกษาระดับปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี กลุ่มข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มผู้ทำงานบริษัทเอกชน กลุ่มอาชีพอิสระ และกลุ่มผู้มีรายได้ตั้งแต่ 20,000 บาทขึ้นไป 

สรุปสั้น ๆ คือคนไทยส่วนใหญ่ไม่ไว้ใจนักการเมืองมาคุมงานด้านเศรษฐกิจและพลังงานของประเทศ ฉะนั้นการปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องมีความระมัดระวังไม่ให้มีเสียงยี้ตามมาภายหลัง อย่างไรก็ตาม ในอีกมุมหนึ่งนายกรัฐมนตรีก็ต้องคำนึงถึงเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรด้วย เพราะการเมืองในเชิงปริมาณนั้น หากขาดเสียงสนับสนุนในสภาหรือหากเกิดกบฏในกลุ่ม สส. ฝ่ายรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ก็ไม่สามารถอยู่ได้และอาจต้องลาออกหรือยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกตั้งใหม่
เมื่อตรวจสอบดูรายชื่อผู้คนนอกพรรคการเมืองที่คาดว่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นคุณปรีดี ดาวฉาย ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือ คุณสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็เชื่อว่าไม่น่าจะมีข้อสงสัยใด ๆ หรือมีเสียงยี้ตามมา แม้ว่าอาจจะไม่เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วไปก็ตาม ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็คงคิดว่าอย่างน้อยที่สุดรัฐมนตรีใหม่ในกระทรวงเศรษฐกิจทั้งสองคนไม่ใช่นักการเมือง ก็น่าจะบริหารงานเศรษฐกิจโดยปราศจากแรงกดดันหรือผลประโยชน์ทางการเมืองได้ในระดับหนึ่ง
การที่พลเอกประยุทธ์สามารถบรรลุความตั้งใจในการเอาคนนอกพรรคการเมืองเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ได้นั้น ต้องบอกว่าเป็นการใช้กลยุทธ์ทางการเมืองที่ 3 ป. ดำเนินการได้อย่างเป็นขั้นตอน ในการกดดันกลุ่ม 2 ส. คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน และกลุ่มอื่น ๆ ในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยอมถอยและปล่อยให้การปรับ ครม. เป็นอำนาจของนายก ฯ

แต่นายกพลเอกประยุทธ์เองก็ยอมถอยก้าวหนึ่งด้วยการแบกหน้าไปเจรจากับกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้ยอมแลกกระทรวงแรงงานกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. คนใหม่จะได้ ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ จากพรรครวมพลังประชาชาติไทย เข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งบุคลากรในวงการอุดมศึกษา ค่อนข้างพอใจในตัวเลือกนี้มากกว่าที่จะได้ นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการ พปชร. หรือ นายสุชาติ ชมกลิ่นรองหัวหน้า พปชร. รวมถึงนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล
ส่วน นายอนุชา และ นายสุชาติ จะได้ตำแหน่งใด ๆ ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชาชนก็อาจจะไม่ค่อยสนใจมากนักเพราะเข้าใจดีว่าเป็นการแบ่งปันอำนาจตามการเมืองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา แต่เมื่อเข้าดำรงตำแหน่งแล้วก็ควรทำงานให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ก็แล้วกัน

ในขณะที่อีกหนึ่งคนที่ข่าวยังสับสนว่าจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ หรือเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงใดคือ นางนฤมล ซึ่งไม่ว่าจะได้รับตำแหน่งใดก็ตามใน ครม. รับรองได้ว่าจะเป็นเป้าในการถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดในกลุ่มรัฐมนตรีใหม่ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อ นักวิชาการ ส.ส. ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ขนาดแค่มีข่าวว่าจะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของ พปชร. ก็โดนถล่มและถูกตั้งคำถามมากมายในเรื่องความสามารถและความเหมาะสม เช่น นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความสงสัยว่าจะไหวหรือ “เพราะถ้าพิจารณาจากการที่นางนฤมลที่ทำหน้าที่โฆษกของรัฐบาลเป็นเวลา 1 ปีเศษ การทำงานที่ปรากฏต่อสาธารณชนก็คือไม่ต่างจากรัฐบาลชุดนี้ไม่มีโฆษก”
แม้กระทั่ง ผลสำรวจของนิด้าโพลเมื่อ วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 44.44 ระบุว่านางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐเพราะ ยังขาดประสบการณ์การทำงานทางด้านเศรษฐกิจ ผลงานยังไม่มีความโดดเด่นเท่าที่ควร และการทำงานยังสู้หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนเดิมไม่ได้ โดย ล่าสุดนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยบูรพา ได้ออกมาเตือนพลเอกประยุทธ์เรื่องการสนับสนุนให้ นางนฤมล เป็นรัฐมนตรี ว่าจะทำให้สังคมจะตั้งคำถามและหัวเราะเยาะอย่างสิ้นหวังและจะสร้างความไม่พอใจในกลุ่ม สส. พปชร. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สส. แบบเขต ที่ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาฐานเสียงของตนเองและของพรรค ฯจนทำให้ไม่มีเวลาเดินตามผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อความก้าวหน้าทางการเมือง แต่ในทางตรงกันข้ามสส. สมัยแรกที่ไม่มีผลงานและไม่มีเสียง สส. สนับสนุนในพรรค ฯ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคเห็นหน้าบ่อย ๆกลับได้ดี ได้เป็นรัฐมนตรี นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีคำวิจารณ์ที่เกี่ยวกับผลงานการเป็นโฆษกรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพและมีส่วนที่ทำให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ และกลุ่มสี่กุมาร ต้องออกจากรัฐบาลและ พปชร. ทั้ง ๆ ที่เคยอุ้มชูกันมาก่อน

รับรองได้เลยว่าในการปรับ ครม. ครั้งนี้ หากมีชื่อรัฐมนตรีหน้าใหม่ที่สังคมตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถและความเหมาะสม กระแสวิพากษ์วิจารณ์จะยาวเป็นหางว่าว แน่ ๆ ผู้สนับสนุน ทั้งหลายก็อย่าลืมแจกพระรอดให้รัฐมนตรีหน้าใหม่และนายกรัฐมนตรีด้วยก็แล้วกัน…หวังว่าคงอยู่รอดครบเทอมนะ 

ผู้การชาติ ผนึก “หิมาลัย” ชน ปชป.สงขลา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ผู้การชาติ ผนึก “หิมาลัย” ชน ปชป.สงขลา

ผู้การชาติ ผนึก "หิมาลัย" ชน ปชป.สงขลา27 กรกฎาคม 2563 – 15:40 น.

ผู้การชาติ ผนึก “หิมาลัย” ชน ปชป.สงขลา เดือดแน่ 4 ส.ส.สงขลา ดัน “ไพเจน” ชน “ผู้การชาติ” ที่มี “เสธ.หิมาลัย” และไพร พัฒโน อยู่เบื้องหลัง

++
ยิ่งกว่าศึกชนโค เดิมพันเงินล้าน เมื่อพรรคพลังประชารัฐ ท้ารบพรรคประชาธิปัตย์ ชิงเก้าอี้นายก อบจ.สงขลา
 

เดิมทีค่ายประชาธิปัตย์  “พี่หลวงคร” พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี อดีตผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดตัวหาเสียงว่าที่นายก อบจ.สงขลา แต่เดินไปได้สักพัก “พี่หลวงคร” เกิดอาการถอดใจ ขอกลับไปเล่นสนามเล็กคือ เทศบาลนครหาดใหญ่ 

อ่านข่าว…  ฉีกปฎิญญา “นายกชาย” ทิ้ง ส.ส. ชน”ผู้การชาติ” 

ผู้การชาติ ผนึก "หิมาลัย" ชน ปชป.สงขลา

“นิพนธ์” และ “ถาวร” เปิดตัว “ไพเจน” ลงนายก อบจ.สงขลา

“นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา ปชป. จึงโยนหินถามทางว่า จะลาออกจากผู้แทน ไปสมัครนายก อบจ.สงขลา แต่ผู้ใหญ่ในพรรค ร้องขอไว้ จึงเปลี่ยนมาเป็นว่าที่ร้อยตรี ไพรเจน มากสุวรรณ์ นายกสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนมหาวชิราวุธ สงขลา และอดีตรองอธิบดีกรมชลประทาน ลงป้องกันแชมป์


++
4 สหาย ปชป.
++
เมื่อวันที่ 26 ก.ค.2563 ที่โรงแรมต้นอ้อยแกรนด์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ประชาธิปัตย์สงขลา เปิดตัว “ไพเจน มากสุวรรณ์” ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.สงขลา ซึ่งลำพังชื่อ “ไพรเจน” นั้น ยังใหม่มากสำหรับเวทีการเมืองท้องสงขลา
 

ที่ฮือฮามากที่สุดคือ การรวมตัวครั้งประวัติศาสตร์ของ 4 ส.ส.สงขลาคือ นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ,ถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ,เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา เขต 5 และ พล.ต.ต สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.สงขลา เขต 8 
 

นัยว่า ศึก อบจ.สงขลาเที่ยวนี้ จะแพ้ไม่ได้ มิเช่นนั้นแล้ว ปชป.จะไม่มีที่ยืนในภาคใต้ตอนล่าง

ผู้การชาติ ผนึก "หิมาลัย" ชน ปชป.สงขลา

++
แนวร่วมไพร-หิมาลัย
++
ฟากพรรคพลังประชารัฐ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2563 พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.สงขลา ได้จัดประชุมใหญ่เตรียมการเลือกตั้ง
 

ปรากฏว่า ไพร พัฒโน อดีตนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ และหิมาลัย ผิวพรรณ อดีตนายทหารคนดัง พร้อม 3 ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ อาทิ พยม พรหมเพชร, ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี และศาสตรา ศรีปาน เข้าร่วมประชุมคึกคัก


“ผู้การชาติ” เคยเป็นผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 5 (สงขลา) และผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 43 จังหวัดนราธิวาส จึงมีเพื่อนพ้องน้องพี่มากมาย 
 

รวมถึง “เสธ.หิมาลัย” หิมาลัย ผิวพรรณ ที่อาสาจัดทีมหาเสียงช่วยผู้การชาติ โดยประสานกับ “ประมุขบ้านป่ารอยต่อ” เรียบร้อยแล้ว
 

เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2563 ผู้การชาติ และ “เสธ.หิมาลัย” ได้พาไพร พัฒโน เข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เพื่อพูดคุยเรื่องเลือกตั้งท้องถิ่น โดยไพรหันหลังให้กับพรรค ปชป. พร้อมจะสนับสนุนผู้การชาติ  
 

ผู้การชาติ ผนึก "หิมาลัย" ชน ปชป.สงขลา

“ผู้การชาติ” และ “เสธ.หิมาลัย” ประชุมทีมงาน

แม้เลือกตั้งทั่วไป พรรคพลังประชารัฐ จะเจาะมาได้ 4 เขต สร้างความปราชัยให้ ปชป.ชนิดหักปากกาเซียน แต่เลือกตั้งนายก อบจ. “ผู้การชาติ” รู้ว่าเป็นรอง จึงออกเดินหาเสียงตั้งแต่ปีที่แล้ว
 

“แอ๊ด คาราบาว” มิตรสหายของผู้การชาติ ยกวงคาราบาวมาแสดงคอนเสิร์ตงานการกุศล 5 อำเภอ ไปอำเภอไหน แอ๊ดก็บอกคนสงขลาเลือกผู้การชาติ
 

ยิ่งกว่ามวยถูกคู่ โคชนเงินล้าน รับประกันไม่มีเกี้ยเซี้ย สู้จริง เจ็บจริง ระหว่างผู้การชาติ กับไพเจน

หน่วยงานไหนเกี่ยวข้อง “กระบวนการยุติธรรมไทย” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

หน่วยงานไหนเกี่ยวข้อง “กระบวนการยุติธรรมไทย”

หน่วยงานไหนเกี่ยวข้อง  "กระบวนการยุติธรรมไทย" 27 กรกฎาคม 2563 – 15:23 น.

เปิดข้อมูล หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน

จากกรณีที่ อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจเครือกระทิงแดง ในทุกข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลเพิกถอนหมายจับในคดีขับรถชนตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 

และยิ่งปรากฏเอกสาร สำนวน และเอกสารจากภาควิชาพยาธิวิทยา ที่ระบุข้อมูล สารเสพติดที่อยู่ในร่างกายของนายวรยุทธ อยู่วิทยา ทั้งสารอัลพาโซแลม , โคเคน และรวมถึงสำนวนในคดีที่ระบุ พยานที่เห็นเหตุการณ์รถจักรยานยนต์ ของตำรวจ เลี้ยวตัดหน้า และความเร็วของรถยนต์นายบอส อยู่วิทยา ยิ่งก่อนหน้านี้ อัยการได้เคยสั่งฟ้องคดีแล้ว แต่มาทำสั่งให้ตำรวจสอบเพิ่ม จนอัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วกระแสสังคมพุ่งเป้าไปที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ และสำนักงานอัยการ ซึ่งล่าสุดทั้ง 2 หน่วยงาน ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนเรื่องดังกล่าวนี้แล้ว หากพบความผิดปกติ ก็สามารถเอาผิด อัยการที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ และได้รื้อเรื่องนี้มาพิจารณาใหม่ได้ แต่ถ้าผลสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ ก็จะเป็นการประทับตราความถูกต้องชอบธรรม ให้กับ ขบวนการสั่งไม่ฟ้อง ในคดีนี้ต่อไป

วันนี้ ทางคมชัดลึก จึงได้ขอนำหน่วยงาน ใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับ “กระบวนการยุติธรรม” ที่ประชาชน อย่างเราๆจะได้เข้าใจ ถ้าหากวันหนึ่งเป็นคดีความขึ้นมาจะได้รู้ว่า หน่วยงานแต่ละหน่วยทำอะไร อย่างไร

หน่วยงาน ที่ 1. ตำรวจ   ซึ่งถือเป็นหน่วยงานแรกของกระบวนการยุติธรรม เมื่อมีการกระทำผิดอาญาเกิดขึ้น ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำผิดต้องรีบไปแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ณ สถานีตำรวจท้องที่ ที่การกระทำผิดนั้นเกิดขึ้น เช่น เหตุเกิดที่ อ.เมือง จ.นนทบุรี  ต้องไปแจ้งที่ สภ.อ.เมืองนนทบุรี  ในการแจ้งความนี้ ผู้เสียหายต้องเล่ารายละเอียดเหตุการณ์ ขั้นตอนการกระทำผิด ให้พนักงานสอบสวนฟังโดยกล่าวหาว่า เมื่อวัน เดือน ปี เวลาใด มีการกระทำผิดอะไรเกิดขึ้น เหตุเกิดที่ไหน และต้องการจะให้ผู้กระทำผิดนั้นได้รับโทษ พนักงานสอบสวนก็จะบันทึกหลักฐานการแจ้งความ รับคำร้องทุกข์ ไว้ในสมุดประจำวันเกี่ยวกับคดี และดำเนินการสอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป หากมีพยานบุคคลคนรู้เห็นเหตุการณ์ ให้นำพยาน ไปด้วย

เมื่อ ตำรวจสืบสวนจันกุมผู้กระทำผิดหรือผู้ต้องหาได้แล้ว ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะแจ้งให้ญาติหรือผู้ที่ไว้วางใจทราบว่าตนถูกจับและถูกควบคุมตัวอยู่ ณ ที่ใด , สิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความสองต่อสอง , สิทธิที่จะได้รับการเยี่ยมตามสมควร, สิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาลทันทีเมื่อเจ็บป่วย ในระหว่างสอบสวนผู้ต้องหาจะถูกควบคุมที่โรงพัก 48 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ผู้ต้องหาถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน ถ้าไม่ขอประกันตัว พนักงานสอบสวนก็จะส่งผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาล ญาติของผู้ต้องหาหรือผู้เกี่ยวข้องสามารถติดต่อขอประกันตัวผู้ต้องหาได้ที่ งานประชาสัมพันธ์ของศาล

เมื่อ พนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้น ก็จะส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมทำความเห็น ควรสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ กรณีผู้ต้องหาประกันตัวในชั้นสอบสวน พนักงานสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนฯส่งพนักงานอัยการ ผู้ต้องหาหรือผู้เกี่ยวข้องสามารถขอประกันตัวต่อได้ที่สำนักงานอัยการ คล้ายกับการประกันตัวที่ตำรวจ ( ผู้ต้องหา คือ บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดอาญา แต่ยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล, จำเลย คือ ผู้ต้องหา ที่ถูกฟ้องต่อศาลแล้ว )

หน่วยงานที่ 2. อัยการ หรือ ทนายแผ่นดิน

อัยการ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๘ ให้อำนาจ พนักงานอัยการ และ ผู้เสียหายหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้ โดยถือหลักของประเทศอังกฤษว่า .. ใครก็เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาได้ .. ( Anyone may prosecute )

กรณี ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาต่อศาล ( ผู้เสียหายฟ้องศาลเอง ไม่แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ ) ศาลจะไต่สวนมูลฟ้องก่อนว่าเรื่องที่ฟ้องนั้นมีมูลความจริงหรือไม่ เมื่อไต่สวนแล้วศาลเห็นว่า น่าจะมีความผิดเกิดขึ้นจริง และ จำเลยเป็นผู้กระทำผิด ศาลก็จะประทับฟ้องไว้พิจารณา หากศาลเห็นว่าไม่มีมูลความผิด หรือมีมูลความผิด แต่จำเลยไม่ใช่ผู้กระทำผิด หรือเป็นการกลั่นแกล้งฟ้องกันเอง ศาลก็จะพิพากษายกฟ้อง

กรณี พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาต่อศาล ( ผู้เสียหาย แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ) เมื่อพนักงานสอบสวนรับแจ้งความและทำสำนวนการสอบสวนเสร็จแล้ว ก็จะส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมผู้ต้องหาไปยังพนักงานอัยการ พนักงานอัยการก็จะพิจารณากลั่นกรองคดีจากสำนวนการสอบสวน แล้วจะมีคำสั่งในคดี ฟ้องหรือไม่ฟ้องผู้ต้องหา เมื่อพนักงานอัยการฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล ศาลจะประทับฟ้องโดยจะไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ก็ได้ (ในทางปฏิบัติศาลมักจะไม่ไต่สวน เพราะถือว่ามีการสอบสวนกลั่นกรอง ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน และชั้นอัยการ กันมาก่อนแล้ว) เมื่อพนักงานอัยการฟ้องผู้ต้องหาต่อศาลแล้ว ฐานะของผู้ต้องหาจะเปลี่ยนไปเป็น จำเลย

หน่วยงานที่ 3. ศาล ศาลยุติธรรม การพิจารณาพิพากษาคดีอาญาของศาลไทย ใช้ระบบกล่าวหา (Accusatorail System) ซึ่งมีลักษณะเป็นการต่อสู้คดีกันระหว่าง โจทก์ กับ จำเลย โดยโจทก์มีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย ส่วนจำเลยก็มีสิทธิต่อสู้คดีว่าตนเองไม่ได้กระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง และมีสิทธินำสืบพยานหลักฐาน เพื่อหักล้างข้อกล่าวหานั้นได้

การพิจารณาพิพากษาคดีอาญาของศาล เริ่มตั้งแต่ โจทก์ไปยื่นฟ้องคดีต่อศาล ซึ่งอาจจะเป็นอัยการหรือผู้เสียหายฟ้องเอง เมื่อศาลประทับฟ้องแล้ว ศาลจะนัดจำเลยมาสอบคำให้การ เรียกว่า วันนัดชี้ เมื่อถึงวันนัดชี้ คู่ความจะต้องมาศาล ถ้าเป็นคดีที่พนักงานอัยการฟ้อง ต้องนำผู้ต้องหามาด้วยในตอนฟ้อง ( ถือว่าวันที่พนักงานอัยการฟ้อง เป็นวันชี้สองสถานด้วย ) ในวันนัดชี้ดังกล่าว ศาลท่านจะอ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยฟัง แล้วจะถามจำเลยว่า รับสารภาพ หรือ ปฏิเสธ

กรณี จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจะตัดสินในวันนั้นและจะปราณีลดโทษให้จำเลยไม่เกินครึ่งหนึ่ง และศาลจะสั่งงดสืบพยาน เว้นแต่คดีที่มีโทษจำคุกอย่างต่ำ ตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไป แม้จำเลยจะรับสารภาพศาลก็ยังต้องสืบพยานประกอบ เพื่อฟังให้แน่ชัดว่าจำเลยกระทำผิดจริง

กรณี จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลจะนัดสืบพยานโจทก์ และจำเลยต่อไป โดยจะสืบพยานโจทก์ก่อน โดยทั่วไปแล้วผู้เสียหายจะเป็นพยานโจทก์ปากแรก เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วจึงจะสืบพยานจำเลย และเมื่อศาลได้สืบพยานทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยเสร็จแล้ว ศาลก็จะพิจารณาพิพากษาตัดสินไปตามรูปคดี ตามความหนักเบาแห่งการกระทำผิด และอ่านคำพิพากษาให้ทั้ง โจทก์ – จำเลย ฟังในศาล

หน่วยงานที่ 4. ราชทัณฑ์ (เรือนจำ) เมื่อคดีถึงที่สุด ( ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วคู่ความไม่ อุทธรณ์ – ฎีกา ) ก็ต้องบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดนั้น เช่นพิพากษาให้ยกฟ้อง ถ้าจำเลยถูกขังอยู่ที่เรือนจำ ศาลก็จะออกหมายปล่อยจำเลยให้พ้นข้อหาได้รับอิสรภาพไป ถ้าพิพากษาลงโทษจำคุกก็จะจำคุกจำเลยตามคำพิพากษาของศาล (ฐานะของจำเลยจะเปลี่ยนเป็น ผู้ต้องขัง) ระหว่างที่ถูกจำคุก ผู้ต้องขังจะได้รับการแก้ไขปรับปรุงความประพฤติ เพื่อให้สามารถกลับสู่สังคมได้ตามปกติหลังจากพ้นโทษแล้ว และไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

หน่วยงานที่ 5. คุมประพฤติ  การคุมประพฤติ เป็นมาตรการทางกฎหมายที่ ใช้แทน การลงโทษทางอาญาแก่ผู้กระทำผิด เพื่อให้โอกาสแก่ผู้กระทำผิดสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้เช่นเดิม ภายใต้การสอดส่องดูแลของเจ้าพนักงาน ที่เรียกว่า พนักงานคุมประพฤติ การคุมประพฤติมีจุดมุ่งหมายเพื่อ ปรับปรุงแก้ไขผู้กระทำผิดในคดีเล็กๆน้อยๆ ให้กลับตนเป็นพลเมืองดี โดยให้ผู้กระทำผิดซึ่งเรียกว่า ผู้ถูกคุมความประพฤติ นั้น ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด ถ้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือไม่ปรับปรุงแก้ไขตนเองให้เป็นพลเมืองดี ศาลอาจเปลี่ยนแปลงคำสั่งเป็นลงโทษในสถานหนักต่อไปได้

ลักษณะงานและบทบาทหน้าที่ของสำนักงานคุมประพฤติ โดยสรุป ดังนี้.-

– การสืบเสาะและพินิจ… เป็นขั้นตอนก่อนศาลพิพากษา โดยศาลจะมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติทำการรวบรวมข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับจำเลย ตลอดจนสภาพความผิดและพฤติการณ์แห่งคดี นำมาประมวลแล้วรายงานต่อศาล เพื่อศาลจะได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบดุลพินิจในการพิจารณาพิพากษาว่า จะลงโทษจำเลยในสถานใด หรือสมควรให้ใช้วิธีการคุมประพฤติหรือไม่ อย่างไร

– การควบคุมและสอดส่อง… เป็นขั้นตอนภายหลังศาลพิพากษาให้รอการลงโทษหรือรอการกำหนดโทษ และกำหนดเงื่อนไขคุมความประพฤติจำเลยไว้ โดยให้พนักงานคุมประพฤติเป็นผู้คอยช่วยเหลือ แนะนำ ตักเตือนในเรื่องนิสัยและความประพฤติ การประกอบอาชีพและอื่นๆ เพื่อให้ผู้ถูกคุมความประพฤติมีโอกาสได้แก้ไขปรับปรุงตนเองให้เป็นพลเมืองดีต่อไป (โทษทางอาญา คือ ประหารชีวิต – จำคุก – กักขัง – ปรับ – และริบทรัพย์สิน)

หน่วยงานที่ 6. ทนายความ

ทนายความ กับ ผู้ต้องหา

จำเลย ในระบบกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งเป็นการต่อสู้คดีกันระหว่าง โจทก์ กับ จำเลย นั้น ทนายความได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือให้ ผู้ต้องหา และจำเลย ได้ใช้สิทธิต่อสู้คดีอย่างถูกต้องและเป็นธรรมตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ผู้ต้องหาหรือจำเลยอาจจะว่าจ้างทนายความโดยจ่ายค่าตอบแทนให้ตามแต่จะตกลงกันเอง หากจำเลยไม่มีทนายความ ศาลจะจัดหาให้ (รัฐจัดหาทนายความให้โดยรัฐเป็นผู้จ่ายค่าตอบแทนตามที่กฎหมายกำหนด)

ทนายความ กับ ผู้เสียหาย

– ในชั้นสอบสวนของตำรวจ ผู้เสียหาย สามารถปรึกษาทนายความ เพื่อแนะนำการให้ถ้อยคำต่อพนักงานสอบสวน หรือ อ้างพยานหลักฐานต่างๆให้รัดกุมมากขึ้น

– ในชั้นอัยการและศาล ผู้เสียหาย สามารถแต่งตั้งทนายความ เพื่อยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ ฟ้องคดีอาญาต่อศาลจนกว่าคดีจะเสร็จเด็ดขาดได้

กรณี ผู้เสียหายฟ้องศาลด้วยตนเอง ( ไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรม คือ ตำรวจ และอัยการ ) ผู้เสียหาย สามารถแต่งตั้งทนายความให้เป็นผู้ช่วยเหลือ ในการเป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญาต่อศาล ได้

กรมราชทัณฑ์ 

ฮ่องกงชิดซ้ายม็อบแฮมทาโร่จะไปสู่หนใด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฮ่องกงชิดซ้ายม็อบแฮมทาโร่จะไปสู่หนใด

ฮ่องกงชิดซ้ายม็อบแฮมทาโร่จะไปสู่หนใด27 กรกฎาคม 2563 – 13:45 น.

ฮ่องกงชิดซ้ายม็อบแฮมทาโร่จะไปสู่หนใด จากฮ่องกงโมเดล สู่ม็อบแฮมทาโร่ พรมแดนใหม่ของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย   ++

++
กิจกรรมวิ่งเป็นวงกลม พร้อมร้องเพลงแฮมทาโร่ ของแนวร่วมนวชีวิน (New life Network) ที่หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา จบไปด้วยความครึกครื้นของเยาวชนคนหนุ่มสาว
 

“เอ้า ออกมาวิ่ง วิ่งนะวิ่งนะแฮมทาโร่ ตื่นออกจากรัง วิ่งนะวิ่งนะแฮมทาโร่ ของอร่อยที่สุดก็คือ…. (ไฮ่ เซโน๊ะ!) ภาษีประชาชน (ยุบสภา!!!)..” กลายเป็นเพลงดังแห่งยุคสมัยไปในทันที

อ่านข่าว… นักเรียน- นักศึกษา- เยาวชน วิ่งร้องเพลง ‘แฮมทาโร่ยุบสภา’รอบอนุสาวรีย์ฯ

ฮ่องกงชิดซ้ายม็อบแฮมทาโร่จะไปสู่หนใด

ภาพ : แนวร่วมนวชีวิน

แนวร่วมนวชีวิน จะมีความต่างจากกลุ่มเยาวชนปลดแอก ในแง่กลุ่มผู้ประสานงานส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนมัธยม และเติบโตมาจากเครือข่ายการศึกษาเพื่อความเป็นไท 
 

ดังนั้น รูปแบบการเคลื่อนไหวจึงไม่มีปราศรัย ไม่มีเวที แต่เน้นกิจกรรมสร้างสรรค์ 


++
ม็อบ The New Frontier
++
ผู้เฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวของแนวร่วมนวชีวิน มองว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไทย กำลังเข้าสู่พรมแดนใหม่ (New Frontier)
 

แนวคิด The New Frontier หรือพรมแดนใหม่ของโลกการสื่อสาร ที่เป็นมากกว่าการโฆษณา จากไลฟ์สไตล์และการแสดงออกถึงความเป็นตัวตนของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตามพัฒนาการของเทคโนโลยี
 

ฉะนั้น คนรุ่นใหม่จะชุมนุม ก็ออกไอเดีย นัดวันเวลา ติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์  ไม่ต้องมีการจัดตั้ง ไม่ต้องมีค่ารถ ไม่ต้องเตรียมเสบียง และไม่ต้องจัดหาเวที แสงสีเสียง
 

การประเมินม็อบวัยใส ในแบบของแนวร่วมนวชีวิน จึงต้องเรียนรู้และเข้าใจไลฟ์สไตล์คนยุคนี้
 

มีคำถามจากผู้ใหญ่บางคนว่า การแสดงออกทางการเมืองในโลกออนไลน์ จะแปรเป็นการเคลื่อนไหวในโลกความเป็นจริงอย่างไร
 

ฮ่องกงชิดซ้ายม็อบแฮมทาโร่จะไปสู่หนใด

ภาพ : แนวร่วมนวชีวิน

“ม็อบแฮมทาโร่” ที่วิ่งรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก็คือคำตอบ คือแพลตฟอร์มที่จะนำผลงานเหล่านั้นในอินเตอร์เน็ตเข้ามาสู่โลกจริง

++
คนเดือนตุลาเฝ้ามอง
++
คนรุ่น 14 ตุลา ที่ไปเฝ้าดูม็อบแฮมทาโร่ เมื่อวันอาทิตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตไว้อย่างน่าสนใจ “แกนนำที่จัดคือนักเรียน สาระ วิธีการ อารมณ์ของม็อบก็เป็นแบบเด็กวัยรุ่น คือสนุก สดชื่น รื่นรมย์…แต่สาระ ข้อเสนอก็ชู 3 ประเด็นชัดเจนโดยเฉพาะยุบสภา”
 

ผู้ชุมนุมกว่า 80% คือเด็กนักเรียน  บ้างก็มาเป็นกลุ่ม บ้างก็มากับพ่อแม่ 
 

“องค์ประกอบผู้ชุมนุมของแฟลชม็อบวันนี้ จึงแตกต่างจากม็อบใหญ่เหลือง-แดง ในรอบสิบปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ”
 

ฮ่องกงชิดซ้ายม็อบแฮมทาโร่จะไปสู่หนใด

ภาพ : แนวร่วมนวชีวิน

“ฉะนั้นบรรยากาศ สีสัน เทคนิค วิธีการสื่อสาร รวมถึงกลยุทธ์ ลูกเล่น จึงแตกต่างกัน ระดับที่ว่าคนรุ่นเก่าจะเอากฎเกณฑ์ มาตรฐานแบบเดิมไปชั่ง ตวง วัดม็อบสมัยนี้ไม่ได้ และถ้าทำอย่างนั้น ก็ยากที่จะเข้าใจ ผู้ชุมนุมเยาวชนเหล่านี้ว่า พวกเขากำลังทำอะไรและจะนำไปสู่อะไร”
 

แฟลชม็อบ ภาค 2 จึงมีภาพการชุมนุม 2 รูปแบบคือ การตั้งเวทีปราศรัยแบบเยาวชนปลดแอก หรือกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ของแนวร่วมนวชีวิน
 

เป้าหมายเบื้องต้นของพวกเขาคือ ยุบสภา และประยุทธ์ถอย แต่เป้าหมายที่สูงกว่านี้ ดูสุ่มเสี่ยง

“คาวาลลิโน เซอร์วิส” นำเข้า-ขาย-ซ่อม เฟอร์รารี่ “บอส อยู่วิทยา” ถือหุ้น 10% #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“คาวาลลิโน เซอร์วิส” นำเข้า-ขาย-ซ่อม เฟอร์รารี่ “บอส อยู่วิทยา” ถือหุ้น 10%

 "คาวาลลิโน เซอร์วิส" นำเข้า-ขาย-ซ่อม เฟอร์รารี่ "บอส อยู่วิทยา" ถือหุ้น 10%27 กรกฎาคม 2563 – 11:06 น.

เจาะประเด็นร้อน ผ่าข้อมูล “คาวาลลิโน เซอร์วิส” นำเข้า-ขาย-ซ่อม เฟอร์รารี่ “บอส วรยุทธ อยู่วิทยา” ถือหุ้น 10%

ความคืบหน้ากรณีอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ “บอส” หลังก่อเหตุขับรถหรูไปชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่งาน ป. สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 ต่อมา “บอส อยู่วิทยา” ได้หลบหนีคดี และการยื่นร้องใช้เวลายาวนานจนมามีเอกสารและการนำเสนอข่าวเมื่อวานนี้ (24 ก.ค.) ว่า คดีจบลงแล้ว โดยไม่มีการยื่นฟ้องแก่ใคร ทำให้ “บอส อยู่วิทยา” สามารถกลับประเทศไทยได้ ขณะที่ กลุ่มธุรกิจ TCP ออกเอกสารชี้แจง ระบุว่า คุณวรยุทธ อยู่วิทยา ไม่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับกลุ่มธุรกิจ TCP

1.สยาม เบฟเวอเรจ จำกัด  สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้น 33.00 (0.33%) มูลค่าหุ้น 2584.41 บาท

2.สยามไวเบอรี่โฮลดิ้ง จำกัดสถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่ 5 จำนวนหุ้น 9,962.00 (2.93%)  มูลค่าหุ้น 24,262,426.08 บาท

3.เกรท ดีไซน์  แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่  3 จำนวนหุ้น 30,000.00 (30.00%)  มูลค่าหุ้น -1,451,822.96 บาท

4.สยามแอร์เน็ท จำกัด สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่ 5 จำนวนหุ้น 4,167.00(0.24%)  มูลค่าหุ้น 223,987.22บาท

5.คาวาลลิโน เซอร์วิส จำกัด สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่  7 จำนวน 20,000.00 (10.00%)  มูลค่าหุ้น 2,658,317.11 บาท

6.คาวาลิโน มอเตอร์ จำกัด สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่  7 จำนวนหุ้น 30,000.00 (10.00%)  มูลค่าหุ้น 16,751,582.86 บาท

7.เรียล โฟคัส จำกัด สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่  4 จำนวนหุ้น80.00(8.00%)  มูลค่าหุ้น 296,146.72 บาท

8.ผลไม้ชายฝั่ง จำกัด สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่  5 จำนวนหุ้น 10.00 (1.00 %)  มูลค่าหุ้น -7,497.02 บาท

9.ชายฝั่งอาหารทะเล จำกัด สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่  5 จำนวนหุ้น 10.00 (1.00%)  มูลค่าหุ้น -1,26,268.60 บาท

10.น้ำผลไม้ชายทะเล จำกัด สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่  5 จำนวนหุ้น 10.00 (1.00%)  มูลค่าหุ้น 47,135.02 บาท 6.คาวาลิโน มอเตอร์ จำกัด สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่  ถือหุ้นลำดับที่  7 จำนวนหุ้น 30,000.00 (10.00%)  มูลค่าหุ้น 16,751,582.86 บาท

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : เช็กลิสต์ บอส อยู่วิทยา ถือหุ้น 10 บริษัท เคลียร์ TCP แจงวุ่นไม่เกี่ยวข้อง

 "คาวาลลิโน เซอร์วิส" นำเข้า-ขาย-ซ่อม เฟอร์รารี่ "บอส อยู่วิทยา" ถือหุ้น 10%

ทางทีมข่าว คมชัดลึก ได้ตรวจสอบเชิงลึก รายบริษัท ก็พบข้อมูลที่น่าสนใจ อาทิ บริษัท คาวาลลิโน เซอร์วิส จำกัด Cavallino Services Co.,LTD  ซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 บริษัท ที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส เป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น สถานะนิติบุคคล:ยังดำเนินการอยู่ ประกอบกิจการ นำเข้า จำหน่ายรถยนต์ ซ่อมรถยนต์ เฟอร์รารี่

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายเฉลิม อยู่วิทยา ประธานบริษัทคาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเมื่อ  22 ก.ย.2554 ซึ่งบริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ ผู้นำเข้ารถยนต์เฟอร์รารี่ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยได้จัดงานเปิดตัวโชว์รูมอย่างเป็นทางการ และศูนย์บริการขนาดใหญ่เป็นอาคาร 2 ชั้นริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ พร้อมลุยตลาดซูเปอร์คาร์เต็มรูปแบบ เน้นบริการหลังการขาย

คาวาลลิโน เล็งเห็นถึงแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ขยายตัวมากขึ้น ทำให้การลงทุนสร้างโชว์รูม และศูนย์บริการขนาดใหญ่เพื่อให้สามารถรองรับรถยนต์เฟอร์รารี่ที่มีอยู่ในบ้านเรากว่า 350 คันในปัจจุบัน(ปี 2554) และในอนาคตที่เพิ่มขึ้นได้อย่างพอเพียงนั้นอยู่ในแผนงานของเราตั้งแต่ต้น เรามุ่งเน้นในด้านการให้บริการที่ได้มาตรฐานเฟอร์รารี่ทั่วโลก ซึ่งคณะผู้บริหารของคาวาลลิโน มอเตอร์ นั้นพร้อมให้ความมั่นใจต่อทุกท่านในการรักษาภาพลักษณ์และการบริการที่ได้มาตรฐานของเฟอร์รารี่อย่างแท้จริง”

บริษัท ที่ตั้งอยู่ที่ 2124 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงห้วยขวาง เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ แจ้งประกอบการธุรกิจ การบำรุงรักษาและการซ่อมระบบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ โดยมีวัตถุประสงค์ ให้บริการซ่อมรถยนต์

มีรายชื่อกรรมการ ทั้งหมด 7 คน ประกอบด้วย นายเฉลิม อยู่วิทยา , นายวุฒา ภิรมย์ภักดี , ม.ล.กอกฤษต กฤดากร ,นายวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี , นายวาริท อยู่วิทยา , นางนันทมาลี ภิรมย์ภักดี , นายวรยุทธ อยู่วิทยา

 "คาวาลลิโน เซอร์วิส" นำเข้า-ขาย-ซ่อม เฟอร์รารี่ "บอส อยู่วิทยา" ถือหุ้น 10%

ขณะรายชื่อผู้ถือหุ้น มี 7 คน ที่แจ้งในที่ประชุมผู้ถือหุ้นวันที่30 เม.ย.2562  มีจำนวนหุ้นทั้งหมด 200,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 100 บาท

1. นายวุฒา ภิรมย์ภักดี ถือหุ้นสัดส่วน  24% จำนวน 48,000 หุ้น มูลค่าหุ้น 4,800,000 บาท

2. นายเฉลิม อยู่วิทยา ถือหุ้นสัดส่วน  21% จำนวน 42,000 หุ้น มูลค่าหุ้น 4,200,000 บาท

3. นายวรวุฒิ ภิรมย์ภักดี ถือหุ้นสัดส่วน  15% จำนวน 30,000 หุ้น มูลค่าหุ้น 3,000,000 บาท

4. ม.ล.กอกฤษต กฤดากร ถือหุ้นสัดส่วน  10% จำนวน 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้น 2,000,000 บาท

5. นางนันทมาลี ภิรมย์ภักดี ถือหุ้นสัดส่วน  10% จำนวน 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้น 2,000,000 บาท

6. นายวรยุทธ อยู่วิทยา ถือหุ้นสัดส่วน  10% จำนวน 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้น 2,000,000 บาท

7. นายวาริท อยู่วิทยา  ถือหุ้นสัดส่วน  10% จำนวน 20,000 หุ้น มูลค่าหุ้น 2,000,000 บาท

ส่วนผลประกอบการของบริษัท พบว่า 5 ปีหลัง 2557-2561

ปี 2557  ขาดทุนสะสม 20,287,297

ปี 2558  ขาดทุนสะสม 20,639,961.87 บาท

ปี 2559 ขาดทุนสะสม 14,493,349.02 บาท

ปี 2560 ขาดทุนสะสม 5,381,305.44 บาท

ปี 2561 กำไรสะสม  6,483,171.08 บาท

นอกจากนี้แล้ว เรายังพบว่า นอกจากนายวรยุทธ อยู่วิทยา จะเป็นกรรมการ และผู้ถือหุ้นอยู่ 10%  ก็ยังพบว่า นายวรยุทธ ยังเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ในบริษัท อีกด้วย

 "คาวาลลิโน เซอร์วิส" นำเข้า-ขาย-ซ่อม เฟอร์รารี่ "บอส อยู่วิทยา" ถือหุ้น 10%

พี่มีแต่ให้ “ทักษิณ” รักแจ๊ส ปลุกปลดแอกปทุม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พี่มีแต่ให้ “ทักษิณ” รักแจ๊ส ปลุกปลดแอกปทุม

พี่มีแต่ให้ "ทักษิณ" รักแจ๊ส ปลุกปลดแอกปทุม27 กรกฎาคม 2563 – 10:50 น.

พี่มีแต่ให้ “ทักษิณ” รักแจ๊ส ปลุกปลดแอกปทุม ทักษิณมาแล้ว โฟนอินหนุน “บิ๊กแจ๊ส” ปลุกเสื้อแดงยึดปทุมธานี ล้ม “ป๋าชาญ” ค่ายเนวิน 

++
วันเกิดทักษิณปีนี้ มีเซอร์ไพร์ซจนได้ เมื่อกลุ่มคนเสื้อแดงปทุมธานี ในนาม SCTV channel จัดงานอวยพรวันคล้ายวันเกิด นายกในดวงใจ-ทักษิณชินวัตร ที่ตลาดมหาลาภ คลอง 4(ลาดสวาย) อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมี “พล.ต.ท.คำรณวิทย์  ธูปกระจ่าง” เป็นประธาน
 

ช่วงหัวค่ำวันที่ 26 ก.ค.2563 สื่อสื่อแดง SCTV channel ได้แพร่ภาพสด “พล.ต.ท.คำรณวิทย์” ได้ต่อโทรศัพท์ถึงคนแดนไกลที่ดูไบ 

อ่านข่าว…   แม้ว โฟนอินหนุน นายกฯ แจ๊ส 100% พร้อมช่วยให้คนปทุมธานีสบายขึ้น

พี่มีแต่ให้ "ทักษิณ" รักแจ๊ส ปลุกปลดแอกปทุม

“บิ๊กแจ๊ส” ว่าที่ผู้สมัครชิงนายก อบจ.ปทุมธานี

“ทักษิณ” ทักทายกับคนเสื้อแดงประมาณ 5-6 นาที สรุปใจความได้ว่า ขอสนับสนุน “บิ๊กแจ๊ส” เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี “ขอเชียร์ 100%”
 

“แจ๊สถนัดความมั่นคง ผมถนัดทางเศรษฐกิจ จึงต้องช่วยกัน”
 

แปลกใจเล็กๆ เนื่องจากทักษิณไม่ใช้วิธีการโฟนอินเชิงการเมืองมานานหลายปีแล้ว ปีที่แล้ว ทักษิณพยายามเลี่ยงไม่พูดเรื่องการเมือง แต่ก็กลับมาหนุน “น้องแจ๊ส” เหมือนจะหมอบ แต่ไม่หยุด
++
พี่เลี้ยงชื่อทักษิณ
++
“บิ๊กแจ๊ส” เปิดตัวท้าชิงเก้าอี้นายก อบจ.ปทุมธานี มาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว
 

วันที่ 14 ก.ค.2562 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ในนามประธานมูลนิธิมงคล-จงกล ธูปกระจ่าง ได้ร่วมงานอวยพรวันเกิดมารดาของนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 
 

พี่มีแต่ให้ "ทักษิณ" รักแจ๊ส ปลุกปลดแอกปทุม

คนเสื้อแดงปทุม จัดงานวันเกิดทักษิณ

บิ๊กแจ๊สพูดเวทีงานเลี้ยงวันเกิดว่า “ผมได้ไปพบท่านทักษิณ ชินวัตร มา โดยท่านได้ให้ผมลงสมัครชิงนายก อบจ.ปทุมธานี โดยกระแสพรรคอนาคตใหม่นั้นดีมาก ให้ผมลงในนามพรรคอนาคตใหม่ แล้วท่านจะช่วยให้พรรคเพื่อไทยสนับสนุนให้เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี ทำจังหวัดปทุมธานีให้เจริญ ผมบอกว่าไม่ได้ ถ้าผมทิ้งท่านทักษิณ ทิ้งพรรคเพื่อไทย ผมก็เลวเต็มที ถือว่าผมไม่รักษาสัจจะ ผิดคำพูดไม่มีความกตัญญู ผมจึงขอลงในนามพรรคเพื่อไทย ท่านก็ตกลง…”
 

ตอนที่บิ๊กแจ๊สพูด เป็นช่วงหลังเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 กระแสพรรคอนาคตใหม่ในเมืองปทุมมาแรงเหนือความคาดหมาย และได้ ส.ส. 1 คน (ปัจจุบัน ส.ส.คนนั้นย้ายไปพรรคภูมิใจไทยแล้ว) 
 

ถัดมา วันที่ 22 ส.ค.2562 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ จัดงานเปิดตัวทีมนายก อบจ.ปทุมธานี ในนามกลุ่มคนรักปทุม (เพื่อไทย) ที่ศูนย์ประชุม ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต
 

วันนั้น บิ๊กแจ๊สพูดว่า “ทางพรรคเพื่อไทย ส่งตัวแทนพรรคมาร่วมเป็นสักขีพยาน ถือเป็นตัวแทนจากพี่ที่อยู่แดนไกล ทุกคนคงทราบว่าหมายถึงใคร ซึ่งผมไม่ปฏิเสธ และที่มาได้จนถึงทุกวันนี้ท่านก็รับรู้ตลอด” และอ้างคำพูดทักษิณที่ว่า “คุณเดินหน้า เอาประชาธิปไตยร่วมกับพรรคอนาคตใหม่มาสู่ปทุมธานี” 

พี่มีแต่ให้ "ทักษิณ" รักแจ๊ส ปลุกปลดแอกปทุม

“ทักษิณ” โฟนอินการเมืองเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีนี้

++
แดงปทุมหนุน
++
ปลายปี 2561 แกนนำวิทยุคนเสื้อแดงปทุมธานีอย่าง สมชาติ นาคบรรจง, จุติพงษ์ พุ่มมูล, ศรรัก ทองชัย และเล็ก บ้านดอน ได้เปิดตัว “ชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย” อาคารชั่วคราวชั้น 2 ตลาดมหาลาภ คลอง 4 ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
 

ชมรมสื่อสีแดงยุคใหม่ ได้รับการสนับสนุนจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง และปีที่แล้ว พวกเขาได้ทำทีวีออนไลน์หรือจอแดงยุคดิจิตอล ในชื่อ SCTV 
       

ชั่วโมงนี้ ศรรัก ทองชัย หรือศรรักษ์ มาลัยทอง ,เล็ก บ้านดอน อดีตประธาน กวป. และสมชาติ นาคบรรจง ประกาศหนุน “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง เป็นนายก อบจ.ปทุมธานี
 

อดีตแกนนำวิทยุเสื้อแดง จึงเป็นแม่งานจัดงานวันเกิดทักษิณ และเปิดโอกาสให้ทักษิณโฟนอินมาปลุกคนเสื้อแดงอีกครั้ง

มนต์การเมือง’เต็งเส่ง’ ลุยเลือกตั้ง ปกป้องกองทัพ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มนต์การเมือง’เต็งเส่ง’ ลุยเลือกตั้ง ปกป้องกองทัพ

 มนต์การเมือง'เต็งเส่ง' ลุยเลือกตั้ง ปกป้องกองทัพ 26 กรกฎาคม 2563 – 13:47 น.

โซเชียลไทยปั่นข่าวเต็งเส่งบวช แท้จริงแล้ว อดีตประธานาธิบดีเมียนมา ยังหลงกลิ่นการเมือง

++
    ท่ามกลางสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอกและเสียงขับไล่รัฐบาลประยุทธ์ 
    จู่ๆ ในโซเชียลคนไทย ก็แชร์เรื่อง นายพลเต็งเส่ง อดีตประธานาธิบดีสหภาพเมียนมา เล่นการเมืองถือเป็นพลเรือน ออกบวช เป็นพระมหาพุทธะเต็งเส่งบวรธรรม ผู้มีความสุข สงบ เย็น ในร่มกาสาวพัสตร์

 มนต์การเมือง'เต็งเส่ง' ลุยเลือกตั้ง ปกป้องกองทัพ

ความนัยของผู้โพสต์เรื่องดังกล่าว ตั้งใจจะนำเรื่องอดีตเผด็จการทหารเมียนมา มาเปรียบเทียบกับ “3 ป.” เมืองไทย ปรากฏว่ามีแชร์โพสต์เต็งเส่งบวชไปมากมาย
    

ย้อนไปการเลือกตั้งทั่วไปของเมียนมา เมื่อ 12 พ.ย.2558 ปรากฏว่า พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ชนะถล่มทลาย ได้ที่นั่งใน 2 สภา รวม 364 ที่นั่ง
ส่วนพรรคสหภาพเพื่อความสามัคคีและการพัฒนา(USDP) พ่ายแพ้ยับ ได้รวม 2 สภา 40 ที่นั่ง 

ราวเดือน เม.ย.2559 หลังประธานาธิบดีคนใหม่จากพรรค NLD เข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ “อูเต็ง เส่ง” อดีตประธานาธิบดี จึงเข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ที่วัดธรรมติปาติ นอกเมืองปิ่นอูลวิน ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ เป็นเวลา 5 วัน

เมื่อ 21 พ.ค.2562 อดีตประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ได้อุปสมบทเป็นครั้งที่ 2 ที่วัดธรรมติปาติ เมืองปิ่นอูลวิน วัดที่เคยอุปสมบทมาแล้วเมื่อปี 2559 เป็นเวลา 5 วันเหมือนเดิม

ต้นปี 2563 แฟนเพจ Khurtai Maisoong ได้โพสต์เรื่องฤดูกาลหาเสียง เริ่มขึ้นแล้ว โดยพรรค USDP จัดให้อูเต็ง เส่ง ผู้ก่อพรรค ได้พบกับตัวแทนพรรคทั่วประเทศ 3,200 คน ที่กรุงเนปิดอว์
วันนั้น อูเต็ง เส่ง กล่าวกับตัวแทนพรรคทั่วประเทศว่า เมียนมากำลังเผชิญกับนักล่าอาณานิคมยุคใหม่ ในคราบของประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน และขอให้เลือก ส.ส.ที่มีอุดมการณ์ปกป้องพุทธศาสนาและกองทัพ 

แนวคิดและอุดมการณ์ของพรรค USDP ก็เป็นเช่นอูเต็ง เส่ง ประกาศไว้ ต้องปกป้องพุทธศาสนา และกองทัพเมียนมา 
 เมื่อวันที่ 20 เม.ย.2563 เป็นวันเกิดของอูเต็ง เส่ง อายุครบ 75 ปี ซึ่งปลายปีนี้ เต็ง เส่งยังต้องนำทัพสมาชิกพรรค USDP ลงสู่สมรภูมิเลือกตั้ง
  

 มนต์การเมือง'เต็งเส่ง' ลุยเลือกตั้ง ปกป้องกองทัพ

 กกต.เมียนมา ประกาศแล้วให้วันที่ 8 พ.ย.2563 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไป 

เจาะเอฟซีแม้ว แม่ยกเด็กปลดแอก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เจาะเอฟซีแม้ว แม่ยกเด็กปลดแอก

 เจาะเอฟซีแม้ว แม่ยกเด็กปลดแอก26 กรกฎาคม 2563 – 12:08 น.

“หนูเป็นกองหน้า ป้าเป็นกองหนุน” ป้ายคำขวัญของเอฟซีชินวัตร มีม็อบเด็กที่ไหน ป้าไปที่นั่น

++
    วันเสาร์ที่ 25 ก.ค. 2563 มีความเคลื่อนไหวไล่รัฐบาลประยุทธ์อยู่ 2-3 จุดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
    มีความน่าสนใจ ที่ลานหน้าหอชมเมือง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งมีการตั้งเวทีปราศรัยของกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยแกนนำปากน้ำ ประกาศขีดเส้นตายให้รัฐบาลลาออกภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนมีการยกระดับการชุมนุม
    น่าสังเกตว่า กลุ่มผู้ชุมนุมกว่าร้อยละ 70 เป็นคนเสื้อแดงสูงวัย เป็นกลุ่มคนรักทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ 

 เจาะเอฟซีแม้ว แม่ยกเด็กปลดแอก

วันเดียวกัน “กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย” นำโดย ภัทรพล ธนเดชพรเลิศ หรือ ไก่ บิ๊กแมน จัดกิจกรรมใส่ดำไว้ทุกข์ประเทศไทย เดินไล่โจรปล้นชาติ ตั้งแต่แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ ถนนราชปรารภ เลี้ยวซ้ายถนนราชวิถี เกาะพญาไท และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
    

กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย ก็เป็นคนเสื้อแดงที่แยกตัวออกมาจากกลุ่มเส้นทางสีแดงของฟอร์ด 
    ทั้งแม่ยกเยาวชนปลดแอก และกลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย ก็คือ “เอฟซีชินวัตร” ที่รักและศรัทธาสองพี่น้อง “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” พร้อมกับให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทย
    วันที่ 25 ก.ค.2562 เหล่าเอฟซีชินวัตร ใช้ชื่อองค์กรว่า “พลังประชาธิปไตย ไร้พรมแดน” และ “กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย” โดยจัดกิจกรรมรวมใจเป็นหนึ่งเดียว จุดเทียนนำแสงสว่างสู่สภาของประชาชน ที่ทำการรัฐสภาชั่วคราวหน้าทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ
    กิจกรรมดังกล่าว ยังเป็นการอวยพรวันเกิดล่วงหน้าให้คนแดนไกลเมื่อปีที่แล้ว

 เจาะเอฟซีแม้ว แม่ยกเด็กปลดแอก

++

กองหนุนเด็ก
++
    กลุ่มคนรักแม้ว ไม่ได้จำนวนมากมายอะไร แต่พวกเขาเกาะเกี่ยวเหนียวแน่น และไม่เคยหยุดการเคลื่อนไหว ตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน
    สมัยที่ “รังสิมันต์ โรม” เคลื่อนไหวต้าน คสช. คนเสื้อแดงสูงวัยกลุ่มนี้ก็ไปร่วมชูป้าย แสดงพลังเคียงข้างนักศึกษา หรือตอนที่ “โรม” ทำม็อบคนอยากเลือกตั้ง ทั้งป้า ทั้งลุงได้ระดมกำลังมาช่วยเกือบ 500 คน
    ปลายปีที่แล้ว กลุ่มเลือกข้างประชาธิปไตย นำโดยไก่ บิ๊กแมน ได้ปักหลักชุมนุมไล่ประยุทธ์ ทุกวันอาทิตย์ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้านหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา แต่ช่วงหลังๆ ก็เลิกราไป 
++
ไม่สน นปช.
++
    ระหว่างที่แกนนำ นปช. 2 ปีกคือ ปีกธิดา ถาวรเศรษฐ กับ ปีกจตุพร พรหมพันธุ์ เปิดวิวาทะกับคนกันเอง กรณีม็อบเยาวชนปลดแอก คนเสื้อแดงในนามพลังประชาธิปไตย ไร้พรมแดน ก็ออกเดินสายไปร่วมชุมนุมกับเด็กๆ
    ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่แหลมแท่น ชลบุรี ,รังสิต ปทุมธานี, ม.เกษตรศาสตร์ ฯลฯ 
    ช่วงเดือน มิ.ย.2563 กลุ่มเพนกวิน และเครือข่าย สนท. ออกเคลื่อนไหวกรณีตามหา “วันเฉลิม” บรรดาป้าๆลุงๆ เหล่านี้ก็ไปให้กำลังใจทุกสถานที่
    รวมถึงกิจกรรมรำลึก 24 มิ.ย. โดยกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตยจัดขึ้น เหล่าเอฟซีชินวัตรก็ไปร่วม พร้อมทำกิจกรรมกับเด็กๆ ด้วยความสนุกสนาน
    ความหวังของแดงสูงวัย จึงฝากไว้ที่กลุ่มเยาวชนปลดแอก เพราะคนเสื้อแดงในปัจจุบัน ไร้การนำ และไร้พลังที่เข้มแข็งเหมือนในอดีต

มากับ’ดวง’อยู่บางบอน ไม่ได้’อยู่วิทยา’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มากับ’ดวง’อยู่บางบอน ไม่ได้’อยู่วิทยา’

มากับ'ดวง'อยู่บางบอน ไม่ได้'อยู่วิทยา'26 กรกฎาคม 2563 – 10:00 น.

“อยู่วิทยา”เอฟเฟกต์ เดือดร้อนถึง “อยู่บำรุง” ตามไปส่องบ้านริมคลอง “ดวง” สบายดีอยู่หรือ?

++
    ”อย่าโยงมั่ว ผมผ่านขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมครบถ้วน ไม่เหมือนกัน อย่ามายุ่ง”
    ปกติหน้าฟีดเฟซบุ๊ค “ดวง อยู่บำรุง” ของ พ.ต.ท.ดวง อยู่บำรุง สารวัตรฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ไม่ค่อยโพสต์เรื่องส่วนตัวมากนัก แต่ครั้งนี้ คงรับไม่ไหว เพราะชาวโซเชียลนำคดีเก่าของ “สารวัตรดวง” ไปเปรียบเทียบกรณีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเจ้าของธุรกิจกระทิงแดง ผู้ต้องหาในคดีขับรถหรูเฟอร์รารี ชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ เสียชีวิตแล้วหลบหนี 

มิเพียงเท่านั้น พี่ชาย “วัน อยู่บำรุง” ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Wan Ubumrung ว่า “อย่าเอาคดีอยู่วิทยา มาเทียบกับอยู่บำรุง น้องชายผม พ.ต.ท.ดวง อยู่บำรุง ต้องติดคุกในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อยู่เป็นปี ระหว่างสู้คดี สุดท้ายศาลยกฟ้อง เพราะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ตระกูลผมสู้คดีตามสิทธิตามกระบวนการยุติธรรมของไทย อย่าสนุกปากกันให้มากนัก”   

มากับ'ดวง'อยู่บางบอน ไม่ได้'อยู่วิทยา'

 ต่อมา ส.ส.วัน ยังไลฟ์เฟซบุ๊คอธิบายเรื่องคดีความของสารวัตรดวง กับคดีของบอส-วรยุทธ เสียยาวเหยียด

มากับ'ดวง'อยู่บางบอน ไม่ได้'อยู่วิทยา'

                                  ส.ส.วัน ไม่ทน คนหยามตระกูลอยู่บำรุง 

++
มากับดวง
++
    เมื่อวันที่ 12 เม.ย.2563 ที่บ้านริมคลอง ซอยหลังวัดบางบอนครอบครัว “อยู่บำรุง” ได้ร่วมแสดงความยินดีกับลูกชายคนเล็ก-พ.ต.ท.ดวง อยู่บำรุง โดยมีการอัพคลิป ร.ต.อ.เฉลิม และอาจารย์ลำเนา จะติดยศให้กับ พ.ต.ท.ดวง คนละข้าง 

มากับ'ดวง'อยู่บางบอน ไม่ได้'อยู่วิทยา'

                                           พ่อเหลิม ติดยศให้ลูกดวง 


    ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้อ่านหนังสือแต่งตั้ง พ.ต.ต.ดวง เป็น “พ.ต.ท.ดวง” ที่ลงนามโดย พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.2563
    คนในบ้านริมคลอง รู้ดีว่า เฉลิมรักลูกชายคนสุดท้องมาก และวาดหวังจะให้รับราชการทหาร ซึ่งในที่สุด ฝันก็เป็นจริง 
    ที่มาของยศ “ร้อยตรี” ของดวงนั้น มีทั้งวิบาก มีทั้งกรรม เพราะเคยได้รับยศร้อยตรี แต่ก็ถูกคำสั่งพักราชการทหาร เพราะติดบ่วงคดีสังหารดาบยิ้ม
     หลังการเลือกตั้ง 2544 พรรคความหวังใหม่ ควบรวมกับพรรคไทยรักไทย ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสมัยนั้น ให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม แต่ไม่รับเฉลิมเข้ามาทำงานร่วมคณะรัฐบาล
    เดือน เม.ย.2544 พล.อ.ชวลิต ลงนามอนุมัติให้ “ดวง” เข้าเป็นนายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการ รมว.กลาโหม ของ พล.ต.ศรชัย มนตริวัต เลขานุการ รมว.กลาโหม 
    วันที่ 8 มิ.ย.2544 ได้รับการประดับยศ “ร้อยตรี” จากมือของ พล.อ.ชวลิต ต่อมา ร.ต.ดวง ย้ายไปรับราชการที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.)
    ปลายปี 2544 พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประชา รมช.กลาโหม ขณะนั้น ออกคำสั่งพักราชการ ร.ต.ดวง เพราะตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่าคนตาย
    ในเรื่องคดีเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย ครอบครัว “อยู่บำรุง” สู้เต็มที่ เพื่อหักล้างพยานทุกปากยืนยันว่า ร.ต.ดวง เป็นคนสังหาร “ดาบยิ้ม” แต่พยานทั้งหมดเบิกความขัดแย้งกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ศาลจึงยกฟ้อง เพราะพยานทั้งหมดเบิกความเท็จ
    คดีความสิ้นสุดในวันที่ 26 มีนาคม 2547 ไม่มีใครที่จะอุทธรณ์กัน คดีก็ยุติ “ดวง” จึงเป็นผู้บริสุทธิ์

++
พ่อขีดเส้นทางชีวิต
++
    แม้ดวงจะพ้นบ่วงคดีดาบยิ้ม แต่ก็ยังเข้ากลับรับราชการไม่ได้ ตราบจนกระทั่งเกิดรัฐประหาร 2549 ทักษิณ ต้องไประเหเร่ร่อนอยู่ในต่างแดน
    เมื่อสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีกลาโหม จึงมีหนังสือคำสั่งแต่งตั้ง “ร.ต.ดวง” ที่สำนักเลขานุการ รมว.กลาโหม
    จากนั้น ร.ต.ดวง ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บังคับหมวด กองร้อยสารวัตรทหาร กองพันสารวัตรทหาร สารวัตรยุทธบริการทหาร สังกัดกระทรวงกลาโหม ในยุคที่พรรคเพื่อไทย เป็นรัฐบาล และเฉลิม เป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลด้านความมั่นคง
    วันที่ 27 ก.ค.2555 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. (ขณะนั้น) ได้มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงกลาโหม กรณีโอนข้าราชการ เพื่อให้ ร.ท.ดวง อยู่บำรุง สังกัดกระทรวงกลาโหม ไปสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีการโอนย้ายมาเป็นรองสารวัตรศูนย์ฝึกอบรม กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รอง สว.ศฝร.บช.น.) ยศ “ร้อยตำรวจเอก” 
    

วันที่ 6 มิ.ย.2560 ร.ต.อ.ดวง ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง จากนายเวรผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 4 (ยศ ร.ต.อ.) เป็น สารวัตรฝ่ายอำนวยการ ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร (ยศ พ.ต.ต.)

มากับ'ดวง'อยู่บางบอน ไม่ได้'อยู่วิทยา'


    คนใกล้ชิดครอบครัวอยู่บำรุง จะรู้ว่า “พ่อเหลิม” รักลูกดวงมากที่สุด และทุ่มเททุกอย่าง เพื่อลูกชายได้กลับมารับราชการตำรวจอีกครั้ง

เรดยูเอสเอ อวยพร “แม้ว” 71 ปี ไม่มีเสื่อม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เรดยูเอสเอ อวยพร “แม้ว” 71 ปี ไม่มีเสื่อม

เรดยูเอสเอ อวยพร "แม้ว" 71 ปี ไม่มีเสื่อม25 กรกฎาคม 2563 – 17:10 น.

71 ปี “ทักษิณ” กลุ่ม Red USA จัดงานวันเกิดให้ เชื่อมั่นนายใหญ่ ไม่เปลี่ยนจุดยืน

ท่ามกลางกระแสม็อบปลดแอก แนวร่วมเสื้อแดงระดับนักวิชาการ เชียร์เด็กๆ สุดใจขาดดิ้น แถมกระแนะกระแหนขบวนการคนเสื้อแดง พาดพิงไปถึงทักษิณ ชินวัตร ทำนองเป็นตัวการทำขบวนเสื้อแดงพัง

นักวิชาการมองว่า สาเหตุที่เสื้อแดงถดถอย เพราะทักษิณสู้ไม่จริง จึงทำให้แกนนำ นปช.บางคนกลายเป็นสลิ่ม

ตรงกันข้าม คนเสื้อแดงในเมืองลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา พวกเขายังจงรักภักดีกับทักษิณ

วันที่ 26 ก.ค. 2563 ครบรอบวันเกิด 71 ปี ของทักษิณ ชินวัตร กลุ่ม Red USA จึงจัดงานฉลองแบบเงียบๆ ที่แอลเอ มีการเป่าเค้กและโพสต์ภาพลงแฟนเพจ Red USA

ส่วน “สุนัย จุลพงศธร” จัดรายการพิเศษทางช่องยูทูบ อวยพรวันเกิดนายใหญ่ ย้ำว่า “คนทั้งแผ่นดินตาสว่างมากขึ้น” ในค่ำคืน 25 ก.ค.2563

เรดยูเอสเอ อวยพร "แม้ว" 71 ปี ไม่มีเสื่อม

71 ปียังไหว

เมื่อวันเกิดปีที่แล้ว “ทักษิณ ชินวัตร” โฟนอินไปหากลุ่ม Red USA ที่มีฐานที่อยู่ในแอลเอ สหรัฐฯ

ทักษิณบอกว่า “ทุกวันนี้ผมคิดอย่างเดียวว่า เป็นหนี้ประชาชน เพราะประชาชนรักและห่วงใย ส่วนพรรคเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็จะชนะตลอด ถึงแม้จะถูกโกง ยังถือว่า ทำได้ดีมาก แต้มสูงสุดแล้ว กำลังใจเหล่านี้ทำให้ผมอยู่ได้”

นี่คือคำพูดเมื่อปีที่แล้ว แต่หลังจากนั้น ทักษิณก็เก็บตัวเงียบ มีแต่ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ออกมาตอบโต้ ป.ป.ช.เมื่อวันก่อน

ในแฟนเพจ Prachuab Charoensuk ของประจวบ เจริญสุข แกนนำ Red USA ได้โพสต์เมื่อ 14 ก.ค.2563 โดยนำภาพ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” พบคนเสื้อแดงแอลเอ ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง

จะว่าไปแล้ว ทักษิณไปพบกับคนเสื้อแดงในนามกลุ่ม Red USA ที่แอลเอบ่อยครั้ง แต่แปลกที่ปีนี้ โควิดระบาด พี่น้องตระกูลชินวัตร จะเสี่ยงเดินทางเข้าสหรัฐฯอย่างนั้นหรือ

เรดยูเอสเอ อวยพร "แม้ว" 71 ปี ไม่มีเสื่อม

สุนัยคึกคัก

ปกติคนเสื้อแดงในสหรัฐฯ จะเคลื่อนไหวทำกิจกรรมทางการเมือง ในนามกลุ่ม Red USA โดยแกนนำชื่อ “เชาว์ ซื่อแท้” จะเป็นผู้ประสานงาน และจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านเพจ Red USA-Thai Voice International

สุนัย จุลพงศธร อดีต ส.ส. สังกัดพรรคเพื่อไทย ก็ได้มาอาศัยอยู่กับกลุ่ม Red USA ยึดอาชีพวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองผ่านช่องยูทูบ มีรายได้เลี้ยงตัวเอง

สุนัยต้องรอนแรมมาเป็นผู้ลี้ภัยในสหรัฐ เพราะไปเคลื่อนไหวกับกลุ่มตาสว่าง ที่มี สุรชัย แซ่ด่าน เป็นหัวแถว

ยิ่งในสถานการณ์แฟลชม็อบวันนี้ สุนัยได้จัดรายการวิเคราะห์การเมืองทุกวัน และโจมตีรัฐบาลประยุทธ์ต่อเนื่อง

สุนัยพยายามอธิบายให้แนวร่วม นปช.รู้ว่า ทักษิณไม่ได้ถอย ไม่ได้ทิ้งคนเสื้อแดง แต่จำต้องปรับยุทธวิธีการต่อสู้ เพื่อไม่ให้ฝ่ายอำมาตย์มุ่งทำลายครอบครัวของนายใหญ่

คนเสื้อแดงในสหรัฐฯ จะมีการเคลื่อนไหวไล่ประยุทธ์ ที่กงศุลไทยในนิวยอร์ค แต่กิจกรรมในแอลเอ ไม่มีกิจกรรมอะไร