SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

การจัดทัพใหม่ของ”กัปตันลุงตู่” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432546?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

การจัดทัพใหม่ของ”กัปตันลุงตู่”

 การจัดทัพใหม่ของ"กัปตันลุงตู่"

คนวงในเวทีการเมืองจับสัญญาณออกมาแล้วว่า หากสถานการณ์ไวรัส”โควิด-19″คลี่คลาย การจัดทัพใหม่ของ”กัปตันลุงตู่”จะบังเกิดขึ้น แล้วก็เกิดกรณีกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออกรวดเดียว 18 คน เปิดช่องให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในพรรคแกนนำรัฐบาลและ ครม.

 “ข่าวลือ” มักมาก่อน”ข่าวจริง” เสมอ

  สุดท้ายวันนี้( 1 มิ.ย.)“พรรคพลังประชารัฐ” แถลงข่าวกรณีกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐแจ้งลาออกรวดเดียว18 คนจากทั้งหมดที่มีจำนวน 34 คน มีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดปัจจุบันทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งกลายเป็น” รักษาการ”รอเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 45 วัน

 ก่อนหน้านี้ “คนวงในเวทีการเมือง” จับสัญญาณออกแล้วว่าหากสถานการณ์ไวรัส”โควิด -19″คลี่คลาย การจัดทัพใหม่ของ”กัปตันลุงตู่”จะบังเกิดขึ้นภายในสิ้นไตรมาสสองและขึ้นไตรมาสสามของปี
นี่คือไทม์ไลน์การล้างไพ่การเมืองใหม่

แน่นอนว่าการล้างไพ่คราวนี้ พรรคพลังประชารัฐจะต้องเสียสละมากสุด โดยเฉพาะใครบางคนที่เป็นแกนนำพรรค แต่ไม่ทำหน้าที่ดูแลลูกพรรค ใครเป็นเสนาบดีแต่ทำหน้าที่ผิดฝาผิดตัวหรือลงไปล้วงลูกแบบมิสมควรกระทำ
เรื่องราวแบบนี้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา น่าจะรับรู้กลเกมทั้งหมด…
และการล้างไพ่ใหม่คือคำตอบ
แน่นอนว่าหลายมุ้งในพรรคพลังประชารัฐนั้น เป็น”การรวมตัวเฉพาะกิจ” บางคนยังอยากไปต่อในนามพรรคนี้ บางคนอยากย้ายออกไปตั้งพรรคใหม่
ดังนั้นการลุกเข้าไปบัญชาการพรรคพลังประชารัฐอย่างเต็มตัวของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรคที่พร้อมไปเป็นหัวหน้าพรรคแทนนายอุตตม สาวนายนนั้น มิใช่เป็นข่าวลือ แต่มันคือข่าวจริงที่มาก่อนเวลาอันควร
“กลุ่มสี่กุมาร”ที่มีสามเก้าอี้เสนาบดี(คลัง,พลังงาน,อุดมศึกษาฯ)รวมทั้งเก้าอี้หัวหน้าพรรค,เลขาธิการพรรค,รองหัวหน้าพรรคไว้ในมือ ภายใต้การกำกับดูแลของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีที่ยังแตะมือกับ”กลุ่มสามมิตร”ไว้ได้

แต่ยามนี้”กลุ่มสี่กุมาร”อาจไม่ใช่คนโปรดของใครบางคนใน”บูรพาพยัคฆ์”แล้ว…
กระแสข่าวว่า พรรคสร้างไทย คือชื่อพรรคใหม่ที่มีกระแสข่าวว่า”กลุ่มสี่กุมาร”จะใช้ชื่อพรรคนี้เดินเกมการเมืองในวันที่ต้องลงจาก”เรือเหล็ก”
เพราะกระแสข่าวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับข้อมูลว่าแกนนำพรรคบางคนไปนัดพบนักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทยด้านโทรคมนาคมในโรงแรมแห่งหนึ่ง

ตรงนี้คือคำยืนยันที่แนวโน้มสูงยิ่งที่จะเกิดขึ้นว่า”กลุ่มสี่กุมาร”วางแผนการเมืองไว้อีกชั้นหนึ่ง และดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว รวมทั้งยังแตะมือหลายขั้วในสังคมไว้แล้ว หากวันหนึ่งต้องสิ้นสุดการเดินทางกับ”เรือเหล็ก”การเดินต่อบนถนนการเมืองด้วยหนทางใหม่จึงต้องมีและได้วางแผนไว้แต่เนิ่นๆ

แต่จะไปรอดหรือไม่..น่าคิด

ทีมพรพิมล ลาก่อนเพื่อไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432520?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ทีมพรพิมล ลาก่อนเพื่อไทย

ทีมพรพิมล ลาก่อนเพื่อไทย

“ส.ส.ก้อย” สมัยหน้าย้ายบ้านแน่ ทิ้งเสื้อเพื่อไทย เปิดตัว “ทีมพรพิมล” ปูทางสู่ศึกท้องถิ่น เมินแดงลำลูกกาล่างูเห่า

++
ควันหลงการลงมติ พ.ร.ก.กู้เงิน ทั้ง 3 ฉบับ โดยมีการลงมติโดยแยกทีละฉบับ ซึ่ง พ.ร.ก.2 ฉบับแรก พรรคร่วมฝ่ายค้าน มีมติ “งดออกเสียง” เป็นเอกภาพ แต่ พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจฯ ฝ่ายค้านมีมติ “ไม่เห็นด้วย” แต่ก็มี 12 เสียง แสดงตัวงดออกเสียง

          ใน 12 เสียงก็มาจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ และพรรคเพื่อไทยอีก 2 เสียงเจ้าเก่า คือ พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. และ พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี

          แม้ก่อนหน้าวันลงมติ พ.ร.ก.กู้เงิน สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม และประธานวิปรัฐบาล จะออกมาดักคอว่า งูเห่าตกงาน แล้วก็ตาม

ทีม ส.ส.ก้อย ออกงาน

++
  เปิดตัวทีมพรพิมล
++
ต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา “พรพิมล ธรรมสาร” ส.ส.ปทุมธานี เขต 5 ยังโพสต์เฟซบุ๊กอัพเดทความเคลื่อนไหวพบปะชาวบ้านแถว อ.ธัญบุรี และ อ.ลำลูกกา เป็นปกติ

          “ร่วมแจกอาหารปรุงสำเร็จ ยาสามัญประจำบ้าน ณ วัดนิเทศน์ คลองสิบสาม ลำลูกกา เนื่องด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ก้อยอยากจะช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องด้านต่างๆ ได้ให้เกิดประโยชน์สุด สถานการณ์นี้เราจะผ่านไปด้วยกันค่ะ”

          ที่น่าสนใจ ส.ส.ก้อย ติดแฮชแท็ก #เราไม่ทิ้งกัน #ทีมพรพิมล #StandWithPornpimon ไม่มีโลโก้ “พรรคเพื่อไทย”

          สำหรับคำว่า “ทีมพรพิมล” ประกอบด้วย ส.ส.ก้อย ,สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ อดีตที่ปรึกษา รมช.มหาดไทย และ เฉลิมพงษ์ รังสิวัฒนศักดิ์ ส.อบจ.ปทุมธานี เขต 7 อ.ธัญบุรี

          ส.ส.ก้อย ดูจะไม่สนใจมาตรการคาดโทษ จากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี 3 ส.ส.กระทำการฝ่าฝืนมติพรรค ที่ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมของพรรคและไม่ส่งสมัครในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

          น่าสนใจ ส.ส.ก้อย ไม่ติดแฮชแท็ก #สนั่นรักษ์พัฒนา ซึ่งเป็นชื่อกลุ่มเดิมของสามี สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ทีมพรพิมล ลาก่อนเพื่อไทย

          ทีมพรพิมล ส่งสัญญาณชัด..สมัยหน้าเธอย้ายบ้านแน่ แต่ไม่พลังประชารัฐแน่นอน

++
 แดงล่างูเห่า
++
ดังที่เป็นข่าวไปแล้วว่า กลุ่มวิทยุเสื้อแดงในปทุมธานี กลับมาเปิดสถานีวิทยุออนไลน์ นำโดย สมชาติ นาคบรรจง และ ศรรัก ทองชัย ซึ่งเป็นแกนนำเสื้อแดง ย่านลำลูกกา ปทุมธานี

          ทั้งสมชาติ และศรรัก ขยับแสดงพลังต่อต้าน “ส.ส.ก้อย” และได้ยื่นหนังสือถึงหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขอให้พรรคพิจารณาลงโทษ ส.ส.ทรยศหักหลังประชาชน

          ประเด็น “วิทยุเสื้อแดง” คืนชีพนั้น เกี่ยวพันกับการเลือกตั้งท้องถิ่นเมืองปทุมธานี หากใครติดตามฟังรายการวิทยุของพวกเขา ก็จะทราบว่า แดงฮาร์ดคอร์กลุ่มนี้เชียร์ใคร?

          มาถึงวันนี้ ส.ส.ก้อย ไม่เกรงกลัวอิทธิพล “แดงลำลูกกา” เพราะเธอสามารถพูดคุยกับ “เจ้าพ่อแดงปทุม” ตัวจริงได้

ศึกแย่งชามข้าว เช็กชื่อกลุ่มก๊วน “พปชร.” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432497?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ศึกแย่งชามข้าว  เช็กชื่อกลุ่มก๊วน “พปชร.”

ศึกแย่งชามข้าว  เช็กชื่อกลุ่มก๊วน "พปชร."

กลุ่มก๊วนพลังประชารัฐซัดกันนัว ตัวเลขไพร่พลไม่นิ่ง ราคาคุยเยอะ มี “ส.ส.ขาจร” เป็นตัวแปร วิ่งซบมุ้งโน้นมุ้งนี้

++
ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐที่มีภาพแบ่งก๊กแบ่งก๊วนชัดเจนในวันนี้ ก็คาดเดาได้ตั้งแต่วันแรกที่ก่อตั้งพรรคแล้ว

          เนื่องจาก “นักเลือกตั้ง” ที่ไหลมารวมตัวกัน ส่วนมากก็เป็นคนหน้าเดิม ที่เคยสังกัดพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน และพรรคเพื่อไทย สมัยอยู่ใต้ร่มธงทักษิณ ก็แบ่งก๊กแบ่งก๊วนแย่งชามข้าวกันเป็นเรื่องปกติ

          สาเหตุที่กลุ่มก๊วนใน พปชร. เปิดหน้าชกกันเองในวันนี้ เพราะรู้แล้วว่า “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ  จะยังไงก็ไม่เป็นหัวหน้าพรรค แม้บางกลุ่มก๊วนพยายามจะกล่อมให้บิ๊กป้อมยอมรับตำแหน่งนี้ก็ตาม

อ่านข่าว…   “สิระ” ย้ำ “พปชร”หยุดขัดแย้งได้ เพราะบารมี “ลุงป้อม”

บิ๊กป้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ได้ตั้งใจเข้ามาเล่นการเมือง จริงๆไม่อยากเป็นนักการเมือง ต้องการเข้ามาช่วยประเทศ พอดีตกกระไดพลอยโจนมาเรื่อยๆ

ศึกแย่งชามข้าว  เช็กชื่อกลุ่มก๊วน "พปชร."

วันที่กลุ่มสามมิตร พบบิ๊กป้อม

++
 สามมิตรรุก
++
การวางบทบาท “สิระ เจนจาคะ” เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน อัดสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีพลังงาน และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยเกษตรและสหกรณ์ ก็แสดงว่า กลุ่มสามมิตร มีเป้าหมายต้องการ “กระทรวงพลังงาน” ไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค

          กลุ่มสามมิตร มีกำลังอยู่ในมือเท่าไหร่? คำตอบไม่น่าจะเกิน 15 คน เพราะตัวเลข ส.ส.ขาจร มีเยอะ ดังที่รู้กัน ส.ส.พรรษาแรกในพลังประชารัฐ มีเยอะ คนกลุ่มนี้จะวิ่งไปวิ่งมาตามกลุ่มก๊วนต่างๆ

          ชั่วโมงนี้ กลุ่มสามมิตรพยายามทำแนวร่วมกับขั้วหนุนบิ๊กป้อม ประกอบด้วย “กลุ่มวิรัช-เสี่ยเฮ้ง” ,กลุ่ม กทม.(บางปีก) และกลุ่มเพชรบูรณ์ ของสันติ พร้อมพัฒน์

          ลึกๆ แล้ว สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน ก็ไม่ลงรอยกับกลุ่มวิรัช-เสี่ยเฮ้ง แต่ยามนี้ที่ต้องเปิดศึกชิงขุมทองพลังงาน จำต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากขั้วหนุนบ้านป่ารอยต่อฯ

          สองเซียนการเมือง รู้ดีว่า หลังโควิด มีปรับ ครม.แน่ จึงต้องออกแรงขย่มเสียแต่วันนี้

++
   สนธิรัตน์ไม่ถอย
++
หลายคนอาจไม่ทราบว่า สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน รวบรวมไพร่พลไว้จำนวนหนึ่ง มีทั้ง ส.ส.กทม. , ภาคกลาง และภาคใต้ บวกกับกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่มี ส.ส.อยู่ในมือประมาณ 10 กว่าคน

          นับไพร่พลของ “เฮียสน” และ “ผู้กองธรรมนัส” ไม่น่าจะเกิน 25 คน แต่พรรค พปชร. ที่มี ส.ส.หน้าใหม่ ประมาณครึ่งพรรค จึงทำให้เกิด ส.ส.ขาจร หรือนกแล ที่พร้อมจะโยกไปโยกมา วังโน้นวังนี้ ซุ้มโน้นซุ้มนี้

ศึกแย่งชามข้าว  เช็กชื่อกลุ่มก๊วน "พปชร."

“ร.อ.ธรรมนัส” ประชุมกลุ่มก๊วนอีกวันหนึ่ง

          ยกตัวอย่าง ส.ส.ใต้ 13 คน ล้วนเป็นคนหน้าใหม่ กว่าครึ่งถูกดึงไปกลุ่มสามมิตรช่วงแรกๆ แต่ระยะหลัง “เฮียสน” ก็ดึงมาอยู่ในสังกัดได้หลายคน

          ทำนองเดียวกัน ส.ส.ภาคกลาง ที่ปีกเสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น คุยโวว่า อยู่ในมือ 20 คน เอาเข้าจริง “เฮียสน” ก็สอยกลับมาได้นับสิบคนเหมือนกัน

          ตัวเลข ส.ส.ขาจรจึงไม่นิ่งว่า สังกัดมุ้งไหน ซุ้มไหน เรื่องนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รู้ดี จึงพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า “ส.ส.ร้อยกว่าคนอยู่กับผม”

          เฮียสนกับผู้กองธรรมนัสเลยจัดเต็มเหมือนกัน เพราะอ่านใจบิ๊กป้อมออกว่า ไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคแน่ๆ

ถึงเวลากระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432482?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ถึงเวลากระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว

ถึงเวลากระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว 

ถึงเวลากระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว  โดย… ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์

          การประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะ 2 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมานั้น ทำให้ผู้คนต่างคาดหวังว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศจะค่อย ๆ ฟื้นตัว ประชาชนจะกลับมาดำเนินกิจการและทำกิจกรรมต่าง ๆ มากขึ้น ผู้ดำเนินกิจการหลายอย่างที่ต้องปิดตัวไปหรือเปลี่ยนวิธีดำเนินกิจการในระหว่างที่เชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างมากในช่วงเดือนมีนาคมไปจนถึงเมษายนที่ผ่านมา

          ต่างก็หวังว่าเมื่อมีการผ่อนปรนมาตรการในระยะ 2 จะทำให้ทุกอย่างค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ความจริงอาจไม่เป็นอย่างที่หวังไว้  ร้านที่จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคจำนวนหนึ่ง ที่กลับมาเปิดกิจการและต้องมีต้นทุนในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียม วัสดุอุปกรณ์รวมถึงการจ้างลูกจ้าง เป็นต้น กลับต้องเผชิญกับยอดขายที่ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ซึ่งในที่สุด อาจจะไม่คุ้มกับทุนที่ได้ลงไปในช่วงของการกลับมาเปิดกิจการอีกครั้ง ในขณะที่ตามตลาดสด ตลาดนัดต่างๆ ผู้คนก็ยังไม่เข้ามาจับจ่ายอย่างที่เคยเป็นมาแต่ก่อน ทั้งนี้ยังไม่นับรวมธุรกิจสถานบันเทิงยามราตรีที่คงจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะได้รับอนุญาติให้เปิดกิจการได้ และธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่ต้องพึ่งพิงนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ก็คาดว่าอาจจะต้องต้องรอจนกว่าสถานการณ์ในต่างประเทศดีขึ้นแล้วถึงจะฟื้นกลับคืนมาได้บ้าง

          ปัญหาที่ทำให้ธุรกิจการค้าหลายแห่งที่ได้รับการผ่อนปรนระยะสอง ยังคงไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างที่ตั้งใจไว้ ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจาก ประการที่หนึ่ง ผู้คนจำนวนมากยังไม่ไว้วางใจในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าดีขึ้นแล้วจริงหรือไม่ แม้ว่าระยะหลังส่วนใหญ่จะพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในกลุ่มผู้ที่กลับมาจากต่างประเทศที่อยู่ในสถานกักกันของรัฐก็ตาม แต่ตัวอย่างในหลายประเทศที่มีการผ่อนปรนแล้วกลับพบการระบาดภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คนไทยจำนวนมากยังไม่กล้าออกไปใช้บริการในกิจการต่าง ๆ รวมถึงไม่กล้าออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่เปิดให้บริการบ้างแล้ว

 ประการที่สองคือมาตรการควบคุมต่าง ๆ ที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากรู้สึกว่าไม่ได้รับความสะดวกสบายในการไปใช้บริการจากกิจการต่างๆ ที่ได้รับการผ่อนปรนในระยะสอง จึงตัดสินใจยังไม่ไปใช้บริการ เช่น ร้านอาหารที่ต้องนั่งแยกกันแม้ว่าจะมาเป็นครอบครัว ร้านเสริมสวยผู้หญิงและร้านตัดผมสำหรับบุรุษที่ถูกจำกัดกิจกรรม โรงยิมที่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ได้ทุกชนิด เวชกรรมเสริมความงาม เฉพาะเรือนร่าง ผิวพรรณและเลเซอร์ ไม่รวมการเสริมความงามบริเวณใบหน้า เป็นต้น

 ปัญหาประการที่สามคือการขาดกำลังซื้อของผู้คนภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น ตกงาน ขายของไม่ได้ ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ รายได้ตก เป็นต้น ซึ่งคนกลุ่มนี้จำนวนมาก แม้ว่าจะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐตามโครงการต่าง ๆ มากมาย เช่น การจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน ให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ และกลุ่มเกษตรกร รวมถึงการจ่ายเงินเยียวยาให้กับกลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคมที่ถูกเลิกจ้าง เป็นต้น แต่เงินอุดหนุนนี้ก็เป็นเพียงแค่เพื่อประทังชีวิต ไม่ให้ลำบากมากไปกว่านี้เท่านั้น

  ประการที่สี่ คือความไม่มั่นใจของผู้คนที่มีต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ทำให้ไม่กล้าใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้คนที่ยังคงมีรายได้หรือมีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะอยู่รอดได้ในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น กลุ่มผู้ประกอบการที่ยังคงเปิดกิจการได้ตลอดและยังคงมีลูกค้าอยู่พอประมาณ ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ยังคงมีการจ้างงาน กลุ่มข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐที่ยังคงได้รับเงินเดือนอยู่ (แม้ว่าจะไม่มาก) และ กลุ่มลูกจ้างเอกชนที่ไม่โดนตัดเงินเดือนหรือเลิกจ้าง เป็นต้น คนกลุ่มเหล่านี้จำนวนมากไม่กล้าที่จะใช้เงิน เพราะไม่ไว้ใจว่าเหตุการณ์ว่าจะเป็นปกติเมื่อไร และหากเกิดการแพร่ระบาดของโรคในรอบสองขึ้นมา ก็ไม่แน่ใจว่าคราวนี้จะส่งผลกระทบต่อตนเองโดยตรงหรือไม่

การที่กิจการต่าง ๆ ที่ได้รับการผ่อนปรนในระยะสอง ยังไม่สามารถกระเตื้องขึ้นได้นั้น อาจจะสอดคล้องกับ ผลการสำรวจของ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า ประชาชนมากกว่าครึ่งหนึ่งยังไม่เคยใช้บริการของกิจการเหล่านี้เลย
ข้อแรกของการสำรวจ ได้ถามว่า คนไทยได้ออกไปทำกิจกรรมหรือใช้บริการในกิจการต่าง ๆ ที่ได้รับการผ่อนปรนระยะสองหรือไม่ โดยผลการสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 62.08 ระบุว่า ยังไม่เคยเข้าไปในสถานที่หรือทำกิจกรรมตามที่ได้รับการผ่อนปรนเลย รองลงมา ร้อยละ 24.80 ระบุว่า เข้าศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้อยละ 11.61 ระบุว่า ใช้บริการร้านตัดผมชาย ร้านทำผมสตรี ร้อยละ 8.03 ระบุว่า เข้าร้านค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ ร้อยละ 6.20 ระบุว่า เข้าไปนั่งทานอาหารในร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม โรงอาหาร ศูนย์อาหาร ร้อยละ 0.72 ระบุว่า ใช้บริการคลินิกเวชกรรมเสริมความงาม ร้อยละ 0.48 ระบุว่า ใช้บริการโรงยิม ฟิตเนส สถานที่ออกกำลังกายในร่ม ร้อยละ 0.32 ระบุว่า ใช้ห้องประชุมโรงแรม ศูนย์ประชุม ร้อยละ 0.16 ระบุว่า ใช้บริการสระว่ายน้ำสาธารณะ และร้อยละ 0.08 ระบุว่า เข้าห้องสมุดสาธารณะ แกลลอรี่ พิพิธภัณฑ์

เมื่อพิจารณาข้อมูลในเชิงลึกสำหรับกลุ่มที่บอกว่ายังไม่เคยเข้าไปในสถานที่หรือทำกิจกรรมตามที่ได้รับการผ่อนปรนเลยที่มีถึงร้อยละ 62.08 ก็มีข้อน่าสนใจหลายอย่าง เช่น  กลุ่มผู้มีการศึกษาระดับประถมศึกษา (75.58 %) กลุ่มแรงงาน รับจ้างทั่วไป  (72.22 %) และ กลุ่มนักเรียนนักศึกษา (71.43 %) คือกลุ่มที่ยังไม่เคยเข้าไปในสถานที่หรือทำกิจกรรมตามที่ได้รับการผ่อนปรนมากที่สุด ในขณะที่มากกว่า 50 % ของกลุ่มผู้ที่ไม่มีรายได้ไปจนถึงผู้มีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน ก็ยังไม่เคยใช้บริการของกิจการเหล่านี้เช่นกัน

แต่ถ้าจะวิเคราะห์ว่ากลุ่มไหนที่ไปใช้บริการหรือทำกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนปรนระยะสองมากที่สุด  คำตอบคือ กลุ่มคนกรุงเทพ กลุ่มผู้มีอายุระหว่าง 26 – 35 ปี กลุ่มผู้มีการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี กลุ่มผู้มีรายได้สูงกว่า 40,000 บาทต่อเดือน และกลุ่มพนักงานเอกชน โดยระดับการศึกษาที่ยิ่งสูงขึ้นและรายได้ที่ยิ่งมากขึ้นก็จะเคยเข้าไปในสถานที่หรือทำกิจกรรมตามที่ได้รับการผ่อนปรนมากขึ้น

ส่วนข้อที่สองของการสำรวจความคิดเห็นของ “นิด้าโพล” คือ การถามถึงความคิดเห็นของประชาชนกับคำว่า การ์ดตก ของคนในสังคม ตั้งแต่รัฐบาลประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะ 2 พบว่า ร้อยละ 6.12 ระบุว่า คนในสังคม การ์ดตกมาก เพราะ คนในสังคมเริ่มไม่มีการป้องกันตัวเอง ไม่สวมหน้ากากอนามัย ตลาดสด ตลาดนัดไม่จำกัดการเข้า-ออกของผู้ซื้อ รถประจำทางเอกชนบางสายไม่มีการเว้นระยะห่างทางสังคม ร้อยละ 32.99 ระบุว่า คนในสังคม การ์ดค่อนข้างตก เพราะ คนในสังคมขาดความระมัดระวัง ประมาทในการใช้ชีวิต ไม่ค่อยสวมหน้ากากอนามัย เนื่องจากชะล่าใจกับจำนวนของผู้ที่ติดเชื้อที่ลดลงมาก ร้อยละ 27.66 ระบุว่า คนในสังคม การ์ดไม่ค่อยตก เพราะ คนในสังคมส่วนใหญ่ยังให้ความร่วมมือ มีความตระหนักถึงความปลอดภัย         มีการระมัดระวังตัว ป้องกันตัวเองค่อนข้างดี ร้อยละ 29.18 ระบุว่า คนในสังคม การ์ดไม่ตกเลย เพราะ คนในสังคมส่วนใหญ่มีการปฏิบัติตนตามมาตรการของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด มีการเว้นระยะห่างทางสังคม สวมหน้ากากอนามัยเวลาออกนอกบ้านทุกครั้ง

เมื่อเงินหมุนเวียนภายในประเทศไม่คล่อง เศรษฐกิจก็ย่อมเดินหน้าได้ลำบากและส่งผลกระทบเป็นลุกโซ่ ฉะนั้นเพื่อให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศกระเตื้องขึ้นให้ได้ การผ่อนปรนในระยะสามที่จะเริ่มในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 และระยะสี่ที่อาจจะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ควรจะต้องเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การกำหนดมาตรการที่เป็นแรงจุงใจให้เกิดการลงทุนและจ้างงานที่มากขึ้น รวมถึงการจ้างงานในภาครัฐด้วย การลดมาตรการในการกำกับกิจการที่ได้รับการผ่อนปรนให้เปิดกิจการได้ เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายกับผู้มาใช้บริการ การสร้างความมั่นใจในมาตรการด้านสาธารณสุขให้กับสาธารณะ อย่างการบังคับให้สวมหน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้านและลงโทษสถานประกอบการที่ไม่มีเจลล้างมือหรือสบู่ไว้บริการประชาชน ในขณะเดียวกัน ภาครัฐควรต้องกำหนดนโยบายและมาตรการจุงใจกลุ่มผู้ที่ยังมีรายได้อยู่ หรือไม่ได้รับผลกระทบ ฯ มากมายนัก ให้เกิดการจับจ่ายซื้อสินค้า และบริการภายในประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยวภายในประเทศให้มากขึ้น ด้วยโครงการลดหย่อนภาษีให้มากเป็นพิเศษในหลาย ๆ รายการและอาจรวมถึงการลดหย่อนภาษีจากการตรวจสุขภาพประจำปีที่ต้องรวมการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยที่ยังไม่มีอาการด้วย

เจาะประเด็นร้อน 31 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Hello world!

เจาะประเด็นร้อน 30 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Hello world!

เจาะประเด็นร้อน 29 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

เจาะประเด็นร้อน 28 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

เจาะประเด็นร้อน 27 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

เจาะประเด็นร้อน 26 พฤษภาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1