SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

“เทพไท” ยอวาที ลุงป้อมตัวจริง “พปชร.”ไม่แตก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432727?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“เทพไท” ยอวาที ลุงป้อมตัวจริง “พปชร.”ไม่แตก

"เทพไท" ยอวาที ลุงป้อมตัวจริง "พปชร."ไม่แตก

3 มิถุนายน 2563 – 11:30 น.

“เทพไท เสนพงศ์”  ขอฟันธงแบบหลานรักลุง เชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพลังประชารัฐ พรรคจะแข็งแกร่ง

++
นักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นเซเลบใน Twitter ยุคแรกๆ มีผู้ติดตามมากมายคือ เทพไท เสนพงศ์ @Theptai ขณะที่ ส.ส.ส่วนใหญ่ เล่นเฟซบุ๊ก แต่ ส.ส.นครศรีธรรมราชคนนี้ เลือกสื่อสารกับผู้คนผ่านทวิตเตอร์

          เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2563 “เทพไท” ทวีตยาวๆ เรื่อง “ลุงป้อม” ไว้น่าสนใจ และคลายข้อสงสัย สมัยที่มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลช่วงต้นปีนี้ เหตุใดเทพไทจึงประกาศพร้อมที่จะเป็น “องครักษ์พิทักษ์ลุงป้อม”

อ่านข่าว…   เขิน  “บิ๊กป้อม ” ไม่ตอบพร้อมนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค “พปชร.” หรือไม่
สาเหตุที่เทพไท ทวีตเรื่องลุงป้อม เพราะความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรค ปชป. และพรรค พปชร.

          “ความเห็นของผมในครั้งนี้ เป็นความเห็นส่วนตัว ระหว่างลุงกับหลาน ที่มีความรู้สึกดีต่อกัน ผมเป็นนักศึกษา วปอ.ได้ ก็เพราะลุงป้อม ในฐานะนายกสภาฯ เป็นผู้อนุมัติ ความเห็นของผม ไม่ขอล่วงเกินไปยัง พปชร.ใดๆ ทั้งสิ้น ขอย้ำว่า เป็นความสัมพันธ์ทางจิตใจของลุงกับหลานครับ”

          เทพไท เสนพงศ์ แสดงจุดยืนสนับสนุน “ลุงป้อม” เป็นหัวหน้าพรรค พปชร.เต็มที่ ด้วยเหตุผลดังนี้

          1.ลุงป้อมคือ พี่ใหญ่ในสายบูรพาพยัคฆ์ ผู้ทรงอิทธิพลตัวจริง จะเป็นศูนย์กลางอำนาจที่แท้จริง ทั้งลุงตู่ ลุงป๊อกเกรงใจ ไม่กล้าขัดใจลุงป้อม เพราะมีวันนี้ได้ก็เพราะลุงป้อมของผมครับ

          2.ลุงป้อม เป็นหัวหน้าพรรคตัวจริงมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้ออกหน้า การเข้ามาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค มีบารมีเหนือกว่าหัวหน้าพรรคมากมาย การเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง ไม่ใช่เรื่องแปลก

          3.ส.ส.เกือบทุกคนใน พปชร.ขึ้นต่อลุงป้อม เพราะลุงป้อมเป็นคนใจดี หลานๆทุกคน รักลุงมาก ลุงใจถึงพึ่งได้ตัวจริง ยิ่งกว่านักการเมืองบางคนเสียอีก

          4.ใน พปชร. มีหลายกลุ่มหลายก๊ก ถ้าไม่ใช่ลุงป้อมเป็นหัวหน้า คงเอาไม่อยู่ แตกกันยับแน่ๆ เพราะเป็นพรรครวมดาวกระจาย มีนักการเมืองร้อยพ่อพันแม่เข้ามารวมตัวกันในพรรคนี้

          5.ลุงป้อมคนเดียวเท่านั้น ที่คุยกับลุงตู่ได้ และลุงตู่เกรงใจ ส.ส.ใน พปชร.ส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงลุงตู่ การต่อรองทางการเมืองไม่มี ต้องใช้บารมีลุงป้อม ในการต่อรองการเมืองกับลุงตู่ให้กลุ่มตัวเอง

          6.การเลือกตั้งที่ผ่านมา ลุงป้อมคือคนที่ระดมสรรพกำลังทั้งหมดให้กับพรรค ดูแลทั้งอำนาจรัฐ อำนาจเงิน ตั้งแต่ออกสตาร์ท จนถึงโค้งสุดท้ายเข้าเส้นชัย อัดฉีดกันไม่มีคำว่า แผ่วปลายเลย

          7.พปชร. มีสภาพพรรคการเมืองอยู่ได้ทุกวันนี้ เพราะบารมีของลุงป้อมโดยแท้ วันไหนไม่มีลุงป้อม จะเกิดสภาพยุ่งเหมือนยุงตีกัน ลุงป้อมเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริงในวันนี้ เชื่อว่า ทุกอย่างในพรรคจะดีขึ้น

++

          อย่างไรก็ตาม เทพไท เสนพงศ์ ออกตัวก่อนแล้วว่า “ขออนุญาตพูดถึงลุงป้อม ในฐานะที่เคารพนับถือเสมือนญาติผู้ใหญ่ ไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ กลัวว่าจะถูกกล่าวหาว่าไปยุ่งเกี่ยวกับพรรคการเมืองอื่น เสียมารยาททางการเมือง ขอเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างลุงกับหลาน หลานขอยกมือเชียร์ลุงป้อม ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐสุดมือ..”

แม่บ้าน พปชร. “สันติ” คนเดิม เพิ่มเติมคือ”หญิงอ้อ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432716?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

แม่บ้าน พปชร. “สันติ” คนเดิม เพิ่มเติมคือ”หญิงอ้อ”

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

หลายคนอาจร้อง “ยี้” กับชื่อ สันติ พร้อมพัฒน์ แต่ความจริงการเมืองไทย สันติมีคอนเนกชั่นพิเศษ ต่อสายบ้านจันทร์ส่องหล้าได้  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ประมุขคนใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ ไม่ต้องลุ้นกันแล้ว เพราะเสียงสนับสนุน “ลุงป้อม” ล้นเหลือ ฉะนั้น คน พปชร. จึงโฟกัสไปที่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค

          ขานชื่อกันตรงนี้ ก็มี 2 ชื่อคือ สันติ พร้อมพัฒน์ ค่ายมะขามหวาน และอนุชา นาคาศัย ค่ายสามมิตร

          เสี่ยสันติ อาจมีจุดอ่อนตรงที่มีภาพลักษณ์เป็นนักการเมืองพันธุ์เก่า แต่จุดแข็งคือ ใจป๋า ใจป้ำ เหนื่ออื่นใด เสี่ยสันติ รู้จักมักคุ้นกับ “คุณหญิงอ้อ” มานาน

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

          ข่าวลือเรื่องเพื่อไทย จะเป็นกำลังเสริมให้รัฐบาลลุงตู่ 2/2 ก็ฟังหูไว้หู เพราะการเมืองทุกเผ่าพันธุ์ในโลกนี้เหมือนกันหมด “ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร”

++

          ฐานที่มั่นรัชดาวัน
++
เมื่อ 11 ก.พ.2563 “วิรัช รัตนเศรษฐ” ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ได้นัดหมาย ส.ส.พลังประชารัฐ กว่า 100 คน มารับประทานอาหาร ที่อาคารรัชดา ONE ถ.รัชดาภิเษก 32 ตรงข้ามศาลอาญา

          เจ้าภาพตัวจริงคือ สันติ พร้อมพัฒน์ พรั่งพร้อมด้วยกองหนุน ไพบูลย์ นิติตะวัน” รองหัวหน้าพรรค , สุชาติ ชมกลิ่น ประธาน ส.ส.พรรค และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

          วันนั้น “วิรัช” บอกนักข่าวว่า พาเพื่อน ส.ส.มาดูอาคารรัชดาวัน เพราะมีแผนขยายพื้นที่เป็นที่ทำการพรรคพลังประชารัฐอีกแห่ง

          วันที่ 23 เม.ย.2563 แกนนำ พปชร. นำโดยสันติ ,วิรัช และ ส.ส.เฮ้ง ทำการบวงสรวงที่ทำการพรรคแห่งใหม่ อาคารรัชดาวัน ONE ตรงข้ามศาลอาญา ซึ่งรู้กันดีว่า เป็นของตระกูล “พร้อมพัฒน์”

          เมื่อมีการเลือกหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคคนใหม่เสร็จสิ้น พปชร.ก็จะย้ายที่ทำการพรรคจากอาคารปานศรี ถ.รัชดาภิเษก แขวงลาดยาว เขตจตุจักร มาอยู่ที่อาคารรัชดา ONE

          แสดงว่าอาคารเก่าที่ “เฮียสน” จัดหามา อาจแปรสภาพเป็นบ้านหลังใหม่ของ 4 กุมาร และเฮียกวง

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

++

          คนใกล้ตัวคุณหญิงอ้อ
++
สำนักข่าวอิศรา เคยเจาะลึกขุมข่ายธุรกิจของสันติ พร้อมพัฒน์ สมัยเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลสมัคร และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จึงทราบกันดีว่าเสี่ยสันติ เคยทำธุรกิจร่วมกับคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์

          ว่ากันว่า คุณหญิงอ้อไว้วางใจให้บริษัท เจ้าคุณอุตสาหกรรมและการเกษตร จำกัด ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวและเครือญาติของ สันติ กู้ยืมในรูปตั๋วสัญญาใช้เงินลงวันที่ 22 ก.พ.2543 มูลค่าไม่มากไม่น้อย แค่ 160.2 ล้านบาท

          รายชื่อผู้ถือหุ้นบริษัท เจ้าคุณอุตสาหกรรมและการเกษตร จำกัด ล้วนเป็นเครือญาติของเสี่ยสันติ ต่อมา วันที่ 4 ก.พ.2545 บริษัท เจ้าคุณอุตสาหกรรมและการเกษตรฯ เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท รัชดา มิลเลเนี่ยม ทาวเวอร์ จำกัด ประกอบกิจการซื้อขายฝากที่ดินให้แก่บุคคล หรือนิติบุคคล

          ปี 2546 บริษัท บางซื่อ จำกัด ซึ่งมี วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ ภรรยาของสันติ และเครือญาติ เข้าไปถือหุ้น บริษัท เจ้าคุณอุตสาหกรรมและการเกษตร จำกัด (หรือ บริษัท รัชดา มิลเลเนี่ยม ทาวเวอร์ จำกัด)

          คนเพื่อไทยต่างทราบกันดี เลือกตั้งปี 2550,2554 เสี่ยสันติได้แสดงบท “พี่ใหญ่ใจป้ำ” ตามนโยบายคุณหญิงอ้อเป็นอย่างดี

แม่บ้าน พปชร. "สันติ" คนเดิม  เพิ่มเติมคือ"หญิงอ้อ"

++

          เจ้าพ่อมะขามหวาน
++
เสี่ยสันติไม่ใช่คนเมืองมะขามหวานโดยกำเนิด เริ่มเข้ามาทำธุรกิจพัฒนาที่ดินในหลายอำเภอของ จ.เพชรบรูณ์ บุคลิกพูดน้อย แต่ทำเยอะแบบเสี่ยสันติ จึงทำให้เขาหลอมรวม “ตระกูลการเมือง” ในเพชรบูรณ์ มาอยู่ใต้ร่มธงผืนเดียวกัน

          เริ่มจาก “พิมพ์พร” ตัวแทนตระกูลพรพฤฒิพันธุ์ ที่ดูแล อ.เมืองเพชรบรูณ์ และ “จักรัตน์” ตัวแทนตระกูล “พั้วช่วย” ยึดท้องถิ่น อ.หล่มสัก มายาวนาน

          อีกฟากหนึ่ง ก็มอบให้ภรรยา-“วันเพ็ญ” ปักหลักอยู่ที่ อ.ชนแดน, “ส.ส.ดำ-สุรศักดิ์” เหนียวแน่นใน อ.หนองไผ่ และ “เอี่ยม” ตัวแทนตระกูล “ทองใจสด” ผู้มากบารมี อ.วิเชียรบุรี

          หากไม่ใช่คนแบบเสี่ยสันติ ไม่สามารถรวมดาว “เจ้าพ่อ” เมืองมะขามหวานได้แน่นอน

เอาอยู่ “บิ๊กบราเธอร์” คุมเสือสิงห์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432684?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

เอาอยู่ “บิ๊กบราเธอร์” คุมเสือสิงห์

 เอาอยู่ "บิ๊กบราเธอร์"   คุมเสือสิงห์

คนทั้งประเทศ รู้ดีว่า “บิ๊กบราเธอร์” ของพลังประชารัฐคือใคร? ถนนทุกสายบ่ายหน้าไป “บ้านป่ารอยต่อ”

หาก “ติ่งประยุทธ์” มองพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) อย่างตรงความเป็นจริง และไม่หลอกตัวเอง ก็ต้องเข้าใจว่า พรรคนี้คือ ศูนย์รวมเสือสิงห์กระทิงแรด

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พยายามเลี่ยงตอบคำถามกรณีความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ ที่กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคลาออกเกินกึ่งหนึ่ง จนทำให้ อุตตม สาวนายน และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ต้องพ้นสภาพการเป็นหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค เพราะรู้อยู่แก่ใจว่า สักวันต้องมาถึงวันนี้

ประการแรก พรรคพลังประชารัฐ เกิดขึ้นในบริบทการเมืองย้อนยุค “ระบอบประชาธิปไตยแบบไทย” พรรคจึงถูกออกแบบเป็นพรรคกึ่งพลเรือนกึ่งทหาร

ประการที่สอง อดีต ส.ส.จากหลายพรรคที่หลั่งไหลเข้าพลังประชารัฐ ต่างรู้ดีว่า เจ้าของพรรคตัวจริงใจ “ป.ป้อม” ผู้มีบุคลิก “ใจถึง พึ่งได้” มีเมตตากับทุกคน ที่เข้ามาหา ส่วน “อุตตม-สนธิรัตน์” แค่ผู้เล่นคั่นเวลา

ประการที่สาม การเอาชนะคู่แข่งทางการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย หากไม่ใช้บริการ “นักเลือกตั้ง” ที่เคยอยู่ใต้ธงทักษิณ ก็ยากจะเอาชนะในสมรภูมิได้

นัยว่า ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ เข้าบ้านป่ารอยต่อฯทุกวัน รวมถึงวิรัช รัตนเศรษฐ และคนอื่นๆอีกมาก

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แม่ทัพภาคเหนือ ก็ต่อสายถึงบ้านป่ารอยต่อฯ

ยกเว้นกลุ่มสามมิตร นำโดย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ผนึกกำลังอยู่กับสมคิด และกลุ่ม 4 กุมาร

กลุ่มเพชรบูรณ์ ,กลุ่มบ้านริมน้ำ , กลุ่มอัศวเหม, กลุ่มลูกกำนันเซี๊ยะ และกลุ่มปากน้ำโพ ต่างก็มาสังกัดพรรคนี้ เพราะเชื่อในพลังของ “3 ป.”

หลังเลือกตั้งทั่วไป พรรคพลังประชารัฐ ได้ ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ จำนวน 119 คน และในนี้ มี ส.ส.หน้าใหม่ กว่าร้อยละ 40

ช่วงแรกๆ กลุ่มสามมิตรดูเบ่งบานบารมี มีแนวร่วมอย่างกลุ่มเพชรบูรณ์ โดยสมศักดิ์ เทพสุทิน ใช้สิระ เจนจาคะ ไปดึง ส.ส.ภาคใต้มาอยู่ในมุ้ง

นานวันไป สุริยะ และสมศักดิ์ ก็เหนื่อยกับการดูแล “ส.ส.นกแล” กำลังร่อยหรอ จาก 40 คน เหลือแค่ 20 คน

 เอาอยู่ "บิ๊กบราเธอร์"   คุมเสือสิงห์

                                      ส.ส.เฮ้ง และบิ๊กป้อม

กลุ่มวิรัช รัตนเศรษฐ สายตรง “บิ๊กป้อม” กลับมาแรงกว่า โดยมี “ส.ส.เฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี เป็นผู้เดินเกมรวบรวมไพร่พลจากทุกภาคมาขึ้นตรงกับบ้านป่ารอยต่อฯ

                                     เอาอยู่ "บิ๊กบราเธอร์"   คุมเสือสิงห์

                                     วิรัช รัตนเศรษฐ

ระยะหลัง สันติ พร้อมพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มเพชรบูรณ์ ได้แยกตัวจากกลุ่มสามมิตร มาขึ้นตรงบ้านป่ารอยต่อฯ จึงเป็นที่มาของอาคารวัน รัชดาฯ ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐแห่งใหม่

                                       เอาอยู่ "บิ๊กบราเธอร์"   คุมเสือสิงห์

                                        สันติ พร้อมพัฒน์

จริงๆแล้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เตรียมจังหวะก้าวที่เข้ามาคุมพรรคพลังประชารัฐทีละขั้น โดยเริ่มจากเข้ารับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค

“หลังจากที่ผมมาทำหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ส.ส.ของพรรคก็พอใจ เพราะเรารู้จักกันมาตั้งแต่ตอนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และผมก็พอใจบทบาทของ ส.ส.ในพรรคเป็นอย่างมากในการทำหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน สนับสนุนประชาชนให้มีงานทำ โดยทุกคนเมื่อลงพื้นที่กลับมาก็ทำรายงานมาส่ง มี ผบ.ภาค ของพรรคทำหน้าที่คุม ส.ส.แต่ละพื้นที่อยู่”

โปรดสังเกตคำให้สัมภาษณ์ของบิ๊กป้อมข้างต้น ดูเชื่อมั่นในบารมีตัวเอง ไม่มีกลุ่ม ไม่มีก๊วน นับแต่บิ๊กป้อมก็ก้าวมาเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค

“จริงๆแล้วในพรรคไม่มีอะไร ผมไปก็เรียบร้อยทุกที และ 100 กว่าคนก็อยู่กับผม”

เปิดเบื้องลึก…ย้าย “หมอชาญชัย”ไม่เป็นธรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432671?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

เปิดเบื้องลึก…ย้าย “หมอชาญชัย”ไม่เป็นธรรม

เปิดเบื้องลึก...ย้าย "หมอชาญชัย"ไม่เป็นธรรม

#SAVE หมอชาญชัย ว่อนโลกโซเชียล หลังมีคำสั่งย้ายฟ้าผ่านอกฤดูการ เปิดเบื้องลึก…ย้าย “หมอชาญชัย”ไม่เป็นธรรม

#SAVE หมอชาญชัย ว่อนโลกโซเชียล หลังมีคำสั่งย้ายฟ้าผ่านอกฤดูการให้”นายแพทย์ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล“ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขอนแก่น (รพ.ขอนแก่น) ย้ายเข้ากรุมาประจำกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ด้วยข้อหาสุดคลาดสิก”เรียกรับเงินร้อยละ 5 จากบริษัทยาเข้าบัญชีกองทุนพัฒนาโรงพยาบาลขอนแก่น”

เดิม “หมอชาญชัย จันทร์วรชัยกุล” แพทย์ชนบทในวัยละอ่อน อยู่ในกลุ่มก๊วนเดียวกับ  “หมอเกรียง” นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี ผู้ที่จะมานั่งรักษาราชการแทนที่ รพ.ขอนแก่น

แต่พักหลัง “หมอชาญชัย” แยกตัวออกมาตามเส้นทางเดินที่แตกต่างไปจากกลุ่มแพทย์ชนบทบางคน  ทำให้อดีตแพทย์ชนบทคนหนึ่ง ได้เติบโตในหน้าที่ราชการ จนได้มาเป็น “ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์”ระดับจังหวัด

เส้นทางการบริหารโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น ไม่ง่ายนัก เมื่อแรกเข้ามา “หมอชาญชัย” พบว่าโรงพยาบาลขนาดใหญ่ในภาคอีสาน เป็นอับสองรองจากโรงพยาบาลมหาราชที่จังหวัดนครราชสีมา เท่านั้น แต่“ขาดสภาพคล่อง” อย่างหนักหนาสาหัส ชนิดที่เรียกได้ว่า “ติดลบกว่า 400 ล้านบาท”

แหล่งข่าวระดับสูงในมหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ ระบุว่าหมอชาญชัย ได้ออกปากขอความชวยเหลือให้นักวิชาการด้านการเงิน/การบัญชี ที่เก่งเรื่องการเงิน/การบัญชี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาช่วยแก้ไขปัญหา อุดรูรั่ว ขจัดคนโกง เหลือบไรที่เกาะกินโรงพยาบาลขอนแก่น

การต่อสู้เพื่อความถูกต้องและตั้งใจทำงานเพื่อส่วนของ “หมอชาญชัย” หลังจากดึงนักวิชาการด้านการเงิน/การบัญชี ไปช่วยแก้ไขปัญหา สต๊อกยาในห้องยา ในวอร์ด รวมถึงปัญหาการรั่วไหล ปัญหาการคีย์ข้อมูลเบิกเงินจาก สปสช. ทำให้ของที่ซื้อมาในราคาเดิมหน่วยละ 9 บาท  ลดหลงเหลือหน่วยละ 3 บาท ทำให้โรงพยาบาลขอนแก่นประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้ปีละ เกือบ 40 ล้านบาท

วีรกรรรมในครั้งนั้น “หมอชาญชัย” บริหารโรงพยาบาลศูนย์ทำให้ประชาชนได้รับบริการทางการแพทย์ดีขึ้น ทำให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขมีขวัญและกำลังใจทำงานรับใช้ประชาชนดีขึ้น

จากนั้นไม่นาน “หมอชาญชัญ” กลับถูกสั่งย้ายจากรพ.ขอนแก่น ไปเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี

และมีคำสั่งให้นายแพทย์เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ เข้ารับตำแหน่ง รพ.ขอนแก่น แทน ส่งผลให้บุคลากรโรงพยาบาลขอนแก่น ประกอบไปด้วย แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ทั้งโรงพยาบาลกว่า 2,000 คนนัดแต่งดำไว้ทุกข์ คัดค้านการย้าย

เป็นการย้ายชนิดไม่รู้ตัวล่วงหน้า ไปถึงก็เป็นจังหวะดี เปิดตึกผ่าตัดใหม่ เจ้านายเสด็จ เปิดตึกเปล่าๆ ไม่มีเครื่องมือผ่าตัด เจ้านายทรงพระเมตตา ทรงช่วยหาเครื่องมือให้ ทรงงานช่วยเขา จนทำให้ตึกผ่าตัดใหม่มีเครื่องมือผ่าตัด

สุดท้ายมีคำสั่งจาก “นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร” รัฐมนตรรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา สมัยแรก ให้ย้าย หมอชาญชัย กลับมาที่ทำหน้าที่ผอ.โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นตามเดิม

กระทั่งปี2563 มีการส่งบัตรสนเท่ห์ ร้องเรียนหมอชาญชัย กล่าวหาว่าเป็นคนเรียกรับเงินบริษัทยาและมีการตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง สุดท้ายตั้งข้อกล่าวหาผิดวินัยร้ายแรง และแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยขึ้น และถูกย้ายเมื่อวันที่ 1มิ.ย.2563

ข้อกล่าวหาหนึ่งที่เขาถูกร้องเรียนล่าสุด จนถูกสอบวินัยร้ายแรง และมีการรวบรัดตั้งกรรมการสอบวินัย ว่ากันว่า ร้องเรียนโดยกลุ่มแพทย์อ้างชนบท และกรรมการสอบวินัยก็เป็นพวกแพทย์อ้างชนบททั้งสิ้น เข้าทำนอง “คนชง”กับ “คนตรวจสอบ” เป็นกลุ่มเดียวกัน

ข้อกล่าวหาหมอชาญชัย รับเงินทอนค่าซื้อยาจากบริษัทยา แต่ความเป็นจริงกระทรวงสาธารณสุขออกคำสั่งห้ามโรงพยาบาลรับเปอร์เซ็นต์ค่าจดซื้อยาเข้าเป็นเงินบำรุงโรงพยาบาล แต่ในปฏิบัติมีผอ.โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขจำนวนหนึ่ง ยังมีพฤติการณ์รับเงินส่วนแบ่งร้อยละ 5 จากค่าจัดซื้อยา แต่เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่มีหลักฐานอะไรว่าทุจริต คนกลุ่มนี้ยังอยู่รอด ปลอดภัยดี เพราะมีนายใหญ่หนุนหลัง

เพียงชั่วข้ามคืน หลังข่าวย้าย “หมอชาญชัย” พ้นจากตำแหน่งผอ.รพ.ขอนแก่น ถูกสื่อกระพือข่าว ได้สร้างแรงกระเพือมต่อขวัญและกำลังใจของบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงเวลาที่ต้องต่อสู้กับเจ้าวายร้่ายไวรัสโควิด19 เป็นอย่างยิ่ง อนาคตอาจจะเห็นภาพนักรบเสื้อขาวถอดใจลาออก..

 ไม่เพียงเท่านั้น  นักธุรกิจตระกูลอยู่วิทยา นักบุญใจพระผู้บริจาครายใหญ่ให้รพ.ขอนแก่น สั่งทีมงานหยุดการช่วยเหลือทุกอย่างเอาไว้ก่อน หลังรับรู้ข่าวร้าย หมอน้ำดีถูกรังแก

 ว่ากันว่า ประชาคม ชุมชน และมีคนขอนแก่นอีกจำนวนมาก ที่พร้อมจะออกมายืนหยัดเคียงข้าง หมอชาญชัย หมอนำ้ดี ที่ทำเพื่อประเทศชาติและส่วนรวม

งานนี้ถามดัง ๆ ไปถึง “นายกฯตู่” พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา และ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จงคิดให้รอบคอบ อย่าทำตามการเมืองและการเป่าหูเพ็ดทูลของตระกูลส. กลุ่มก๊วนที่แอบอ้างตัวเป็นแพทย์ชนบท ระวังนายกฯและรัฐบาลจะเสียรังวัด เอานะขอบอกๆ

   0กลทิพย์ ใบเงิน0เรียบเรียง

จริงหรือ ไร้เงาก๊กสมคิด “พปชร.”คือสามัคคีธรรม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432586?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

จริงหรือ ไร้เงาก๊กสมคิด “พปชร.”คือสามัคคีธรรม

จริงหรือ ไร้เงาก๊กสมคิด "พปชร."คือสามัคคีธรรม

พลังประชารัฐคืนสู่สามัญ จากเทคโนแครตสู่นักเลือกตั้ง ใต้ร่มเงาบ้านป่ารอยต่อฯ ฤาซ้ำรอย”สามัคคีธรรม”

++
วิจารณ์กันเยอะ หลังกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ปีกหนุนบิ๊กป้อมยกทีมลาออกเกินครึ่ง หวังให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค

          กองเชียร์ลุงตู่รายหนึ่งถึงกับบอกว่า หากไร้กลุ่มสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค สถานะของพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ต่างจากพรรคสามัคคีธรรมคืนชีพ

อ่านข่าว… “สมคิด” ปัดตอบหลังถูกถามตั้งพรรคการเมืองใหม่ บอกที่ลาประชุมเพราะป่วย

ถ้าจำกันได้ กลางปี 2534 “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล แกนนำคณะทหาร รสช. ปีกทัพฟ้า มอบให้ พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ และ น.ต.ฐิติ นาครทรรพ ไปประสานกับพ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ นักการเมืองอาวุโสสายเหนือจัดตั้งพรรคสามัคคีธรรม

ปรากฏว่า พ่อเลี้ยงณรงค์ วงศ์วรรณ ก็กวาดเอานักเลือกตั้งจากหลายพรรคการเมืองมารวมตัวกัน และหลังเลือกตั้งก็ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

          ปี 2562   ตอนที่เปิดตัวพรรคพลังประชารัฐ ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นพรรคทหาร หรือพรรคสามัคคีธรรมคืนชีพ เนื่องจากมีการรวบรวมอดีต ส.ส.จากหลายพรรคการเมืองมาร่วมงานกัน ซึ่งหลังฉากพลังประชารัฐ ก็มีเงาร่างของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

          แต่ก็มีความต่างกับพรรคสามัคคีธรรม ตรงที่มี “แทรกโนแคร็ตการเมือง” ในนาม “เครือข่ายประชารัฐ” นำโดยสมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อุตตม สาวนายน ,สุวิทย์ เมษินทรีย์ และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นผู้ก่อร่างสร้างพรรค

          เครือข่ายประชารัฐ ได้ทำให้ความเป็นพรรคทหารเจือจางลงไปบ้าง ตัวละครหลังม่านลายพรางทั้งหลาย จึงยอมให้อุตตม สาวนายน เป็นหัวหน้าพรรค และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เป็นเลขาธิการพรรค

          คณะกรรมการบริหารพรรคชุดแรก จึงเป็นการผสมผสานเครือข่ายงานประชารัฐกับนักการเมืองอาชีพ

          ระหว่างการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระดับเขี้ยวลากดิน ทราบดีว่า ใครคือเจ้าของพรรคตัวจริง และบ้านหลังไหน เป็นบ้านใหญ่ที่ดูแลผู้สมัคร ส.ส.ได้

          หลังเลือกตั้งบรรดานักเลือกตั้ง จึงจัดแถวจัดทัพแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า และวิ่งไปบ้านใหญ่ ที่เป็นตัวจริงเสียงจริง
สถานภาพของอุตตม และสนธิรัตน์ จึงถูกมองว่า เป็นแค่ “หน้าเค้ก” ในสายตานักเลือกตั้ง
หนึ่งปีผ่านไป ตัวละครหลังม่านเปิดตัวออกมาเป็นผู้เล่นเอง จึงทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำในพรรค มีการตรวจเช็คไพร่พลกันใหม่ จนเหลืออยู่ 4 ก๊กใหญ่

          ก๊กสามมิตร มีสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน มีกำลัง ส.ส.อยู่ในมุ้งประมาณ 20 คน นับรวมกลุ่มกำแพงเพชรสายวราเทพ รัตนากร

          ก๊กวิรัช-ส.ส.เฮ้ง ที่รวบรวม ส.ส.ไว้ในมือมากกว่า 30 คน ผนึกกำลังกับกลุ่มเพชรบูรณ์ และกลุ่มบ้านริมน้ำ
ก๊กผู้กองธรรมนัส ได้เก็บตก ส.ส.ภาคต่างๆ มาไว้ไม่ต่ำกว่า 15 คน
ก๊ก กปปส. นำโดย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ชาญวิทย์ วิภูศิริ และ สกลธี ภัททิยกุล

          เวลานี้ 4 ก๊กใหญ่กำลังผลักดันให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และมองข้ามช็อตถึงการปรับ ครม.แบบยกทิ้ง 3 กุมาร

          หากพลังประชารัฐ ไม่มี“กลุ่มสมคิด” ก็ไม่ต่างอะไรกับพรรคสามัคคีธรรม ที่มี “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล เป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง

กลเกมลึกล้ำ “ธรรมนัส” หักก๊กวิรัช #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432582?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

กลเกมลึกล้ำ “ธรรมนัส” หักก๊กวิรัช

กลเกมลึกล้ำ "ธรรมนัส" หักก๊กวิรัช

เกมยึดอำนาจ “อุตตม-สนธิรัตน์” มีความลึกล้ำ “ผู้กองธรรมนัส” โผล่ถือธงนำ แต่ชื่อ “วิรัช-ส.ส.เฮ้ง” หายไปไหน

++
หลายคนมองภาพ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” นั่งแถลงข่าวเรื่องกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ลาออก 18 คน มีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง ไม่ต่างโฆษกคณะรัฐประหารนั่งอ่านแถลงการณ์ยึดอำนาจ “อุตตม-สนธิรัตน์” สายตรงของสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

          เหมือนทุกอย่างเป็นใจให้ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขยับขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตัวจริงเสียงจริงเสียที

          จริงๆ แล้ว คนในพรรคพลังประชารัฐ ก็รู้มาแต่แรกแล้วว่า บิ๊กป้อมคือ หัวหน้าพรรคหลังม่าน และบ้านป่ารอยต่อฯ เสมือนที่ทำการพรรคแห่งที่ 2

++
ซ่อนปมซ่อนเงื่อน
++
ปมที่นักวิเคราะห์ข่าวการเมืองพูดกันเยอะ กรณี 18 รายชื่อกรรมการ พปชร.ที่ลาออก กว่าร้อยละ 80 เป็น

          กลุ่มผู้กองธรรมนัส และกลุ่มสามมิตร
ไล่รายชื่อกลุ่มผู้กอง ได้แก่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา , สุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร ,ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ,นิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง และบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ

          ส่วนกลุ่มสามมิตร ได้แก่ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,สมศักดิ์ เทพสุทิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ,สุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.อุบลฯ ,นิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ และสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ

          เดิมทีคนรับรู้กันว่า “ผู้ธรรมนัส” เป็นสายตรงของ “บิ๊กป้อม” แต่ตอนหลัง ผู้กองธรรมนัสโผล่ไปหาสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล แถมไปคุยกับสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่กระทรวงพลังงาน

          ภาพตรงข้ามกับกลุ่มสามมิตร แรกที่ก่อตั้งพรรค พปชร. “สุริยะ-สมศักดิ์” อยู่กับสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บางคนยังเข้าใจว่า “สามมิตร” คือ สมคิด สุริยะและสมศักดิ์ เสียด้วยซ้ำไป

          จู่ๆ สุริยะและสมศักดิ์ พาพลพรรคเข้าพบ “บิ๊กป้อม” ที่สภาฯ เมื่อวันก่อน โดยก่อนหน้านั้น อนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท เข้าออกบ้านป่ารอยต่อฯเป็นว่าเล่น

          กลายเป็นว่ากลุ่มสามมิตร จับมือกลุ่มผู้กองธรรมนัส ลาออกจากกรรมการบริหารพรรค ลอยแพก๊กสมคิด

++
“วิรัช-เฮ้ง”หายไปไหน
++
การไม่ปรากฏชื่อ “วิรัช รัตนเศรษฐ” ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ “สุชาติ ชมกลิ่น” ส.ส.ชลบุรี ทำให้เกิดความกังขาในกลุ่มนักข่าวสายพรรคพลังประชารัฐ

          เนื่องจาก “วิรัช-ส.ส.เฮ้ง” เป็นแกนนำกลุ่มหนุนบิ๊กป้อมเป็นหัวหน้าพรรคมาแต่แรกๆ โดยการจัดเลี้ยงโต๊ะจีน ส.ส.กว่า 40 ชีวิตที่ตึกวัน รัชดา ที่มีข่าวว่าจะเป็นที่ทำการพรรคแห่งใหม่

          ระยะหลังๆ ยามที่บิ๊กป้อมไปราชการที่ไหน ก็จะเห็นร่างเงาของ “วิรัช” หรือ “ส.ส.เฮ้ง” ตามไปทุกที่

          แม้จะมีชื่อของ สันติ พร้อมพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ , ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และสัมพันธ์ มะยูโซ้ะ ส.ส.นราธิวาส อยู่ในบัญชี 18 กรรมการบริหารพรรคที่ลาออก ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่ม “วิรัช-ส.ส.เฮ้ง” ยังไงก็ไม่เหมือนมีชื่อเจ้าตัวเอง

          พักหลัง วิรัช รัตนเศรษฐ ก็ตกเป็นเป้าจากการทำงานเกินหน้าที่ประธานวิปรัฐบาล โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ชอบบทบาทของวิรัชมากนัก

          การชิงธงหัก “2 กุมาร” โดยตัดชื่อ “วิรัช-เฮ้ง” ออกไปจากโพย 18 กรรมการบริหารพรรค ถือว่าเกมนี้ลึกล้ำมาก

เปิดข้อบังคับ พปชร. ยึดพรรคง่ายจริงหรือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432570?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

เปิดข้อบังคับ พปชร. ยึดพรรคง่ายจริงหรือ

เปิดข้อบังคับ พปชร. ยึดพรรคง่ายจริงหรือ

เปิดข้อบังคับ พปชร. พบว่า เสียงส่วนใหญ่ที่ใช้โหวตเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ คือ สมาชิกพรรค และ ส.ส. ทำให้กลุ่มที่สนับสนุนนายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตหัวหน้าและอดีตเลขาธิการพรรค ยังมีความหวัง

หลังจากกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐแสดงเจตจำนงลาออก จำนวน 18 คนจากทั้งหมด 34 คน ซึ่งถือว่าเกินครึ่งนั้น ผลที่จะเกิดตามมาไม่ได้มีแค่กรรมการบริหารพรรคเป็นอันสิ้นสภาพยกชุดเท่านั้นแต่ยังมีขั้นตอนตามกฎหมายพรรคการเมืองที่จะเกิดขึ้นอีก นั่นก็คือ การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งเมื่อเปิดดูข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ

( อ่านข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ..ที่นี่ )

ข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนมกราคม 2562 มีประเด็นเกี่ยวกับการพ้นตำแหน่งของกรรมการบริหารพรรคและการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เอาไว้แบบนี้

– การลาออกของกรรมการบริหารพรรคเกินครึ่งหนึ่ง เข้าข้อบังคับพรรค ข้อ 15 (3) กรรมการบริหารพรรคการเมืองทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อกรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด

– ขั้นตอนหลังจากนี้ ให้จัดการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 45 วัน นับตั้งแต่วันที่กรรมการบริหารพรรคพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ แต่ให้กรรมการบริหารพรรคชุดเก่าอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับพรรคข้อ 15 เช่นกัน

– การเลือกตั้งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค เหรัญญิกพรรค นายทะเบียนสมาชิกพรรค และกรรมการบริหารอื่นของพรรคการเมือง ต้องดำเนินการโดยที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง ตามข้อบังคับพรรคข้อ 40

  องค์ประชุมใหญ่พรรคการเมือง เป็นไปตามข้อบังคับพรรคมาตรา 37 ประกอบด้วย

1. กรรมการบริหารพรรคไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด (ชุดที่รักษาการ)

2. ผู้แทนของสาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสาขาพรรคการเมือง ซึ่งในจำนวนนี้จะต้องประกอบด้วยผู้แทนของสาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า  2 สาขาซึ่งมาจากต่างภาคกัน

3. ตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด

4. สมาชิกพรรคการเมือง

องค์ประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง ต้องรวมกันทั้งหมดไม่น้อยกว่า 250 คน การลงมติให้ถือเสียงข้างมาก

เป็นที่น่าสังเกตว่า ข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนมกราคม 2562 เขียนล้อมาจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 จึงมีขั้นตอนและรูปแบบการเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแบบพื้นๆ เท่านั้น ไม่มีข้อกำหนดพิเศษซับซ้อนเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีการให้น้ำหนักคะแนนของโหวตเตอร์แตกต่างกัน เช่น ส.ส. 1 เสียง คิดเป็นคะแนนมากกว่า 1 คะแนน เป็นต้น แต่ของพรรคพลังประชารัฐไม่มีข้อกำหนดพิเศษแบบนั้น

จากข้อบังคับพรรคในลักษณะนี้ ทำให้กลุ่มที่สนับสนุนนายอุตตม สาวนายน และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตหัวหน้าและอดีตเลขาธิการพรรค ยังมีความหวัง เพราะเสียงส่วนใหญ่ที่ใช้โหวตเลือกกรรมการบริหารชุดใหม่ คือ “สมาชิกพรรค” ซึ่งรวมถึง ส.ส.ด้วย ส่วนกรรมการบริหารพรรคเป็นเพียงเสียงส่วนน้อย (มีแค่ 34 คน ขณะที่ ส.ส.มี 119 คน และสมาชิกอีกจำนวนมาก) ขณะที่ผู้แทนสาขาพรรค และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวังก็มีไม่มากนัก เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคตั้งใหม่ ฉะนั้นเสียงที่จะชี้ขาดคือเสียงสมาชิกพรรค รวมทั้ง ส.ส. จุดนี้เองทำให้เกิดปรากฏการณ์งัดข้อ-ประลองกำลัง ระดม ส.ส.โชว์เพาเวอร์กันเป็นระยะในช่วงที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันก็มีบางกลุ่มในพรรคพลังประชารัฐประกาศจะระดมสมาชิกพรรคจากทั่วประเทศให้มาร่วมประชุมใหญ่พรรคกันมากๆ ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคคนใหม่ เพื่อจะได้ลงคะแนนเสียงเลือกฝ่ายที่พวกตนให้การสนับสนุน

มีรายงานล่าสุดจากพรรคพลังประชารัฐว่า สาขาพรรคทั่วประเทศมีราวๆ 4 สาขา และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดมีครบทุกจังหวัด ฉะนั้นโหวตเตอร์กลุ่มนี้ ถ้ามากันครบจะมีราวๆ 80 กว่าคนเท่านั้น ครึ่งหนึ่งก็จะอยู่ที่ 40 กว่าเสียง

ฉะนั้นเสียงส่วนมากในที่ประชุมใหญ่พรรค คือ ส.ส.และสมาชิกพรรค

ชำเเหละ “18 กก.บห.พปชร.” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432568?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ชำเเหละ “18 กก.บห.พปชร.”

ชำเเหละ "18 กก.บห.พปชร."

การแจ้งลาออกของ 18 กก.บห. พปชร.ในวันนี้ แปลว่า เกมล้างขั้ว/เปลี่ยนไพ่/สลับเก้าอี้ในพรรค บังเกิดขึ้นเเล้ว…ชำเเหละ “18 กก.บห.พปชร.”…อยู่ขั้วไหน-สัมพันธ์อย่างไร?

หลังจากนายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐเเถลงข่าวว่า18กรรมการบริหารพรรคจาก 34 คนลาออกทำให้ต้องเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ใน 45วัน เเปลว่า นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคต้องเรียกประชุมวิสามัญพรรคในเวลาดังกล่าว

 กรรมการบริหารพรรคชุดนี้เพิ่งทำหน้าที่ได้ไม่กี่เดือนเเละมีกระเเสข่าวมาเสมอว่าจะมีการเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคโดยเปิดทางให้พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคเข้ามาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคเเละจะกระเทือนต่อการปรับครม.ครั้งหน้า

 เเละมีกระเเสข่าวขับไล่ โจมตีกันเองของสมาชิกพรรคนี้เป็นระยะเพื่อเปิดทางล้างไพ่ภายในพรรคอย่างเป็นทางการ

คณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันมีทั้งสิ้น 34 คนประกอบไปด้วย
1 .นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค
2 .นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รองหัวหน้าพรรค
3 .นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค
4 .นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค
5 .นายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรค
6 .นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค
7 .นายวิเชียร ชวลิต นายทะเบียนสมาชิกพรรค
8 .นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ เหรัญญิกพรรค
9 .นายชวน ชูจันทร์ กรรมการบริหารพรรค
10 .นายอิทธิพล คุณปลื้ม กรรมการบริหารพรรค
11 .นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการบริหารพรรค
12 .นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรค
13 .นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการบริหารพรรค
14 .นายชาญวิทย์ วิภูศิริ กรรมการบริหารพรรค
15 .นายสันติ กีระนันทน์ กรรมการบริหารพรรค
16 .นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรค
17 .นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมการบริหารพรรค
18 .นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กรรมการบริหารพรรค
19 .นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กรรมการบริหารพรรค
20 .นายสมศักดิ์ เทพสุทิน กรรมการบริหารพรรค
21 .นายสุพล ฟองงาม กรรมการบริหารพรรค
22 .นายสันติ พร้อมพัฒน์ กรรมการบริหารพรรค
23 .นายวิรัช รัตนเศรษฐ กรรมการบริหารพรรค
24 .นายสุชาติ ชมกลิ่น กรรมการบริหารพรรค
25 .นายไผ่ ลิกค์ กรรมการบริหารพรรค
26 .นายนิโรธ สุนทรเลขา กรรมการบริหารพรรค
27 .นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ กรรมการบริหารพรรค
28 .นายสกลธี ภัททิยกุล กรรมการบริหารพรรค
29 .นายสัมพันธ์ มะยูโซะ กรรมการบริหารพรรค
30 .นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ กรรมการบริหารพรรค
31 .นางสาวประภาพร อัศวเหม กรรมการบริหารพรรค
32 .นายนิพันธ์ ศิริธร กรรมการบริหารพรรค
33 .ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า กรรมการบริหารพรรค
34 .นายสุรชาติ ศรีบุศกร กรรมการบริหารพรรค

เเละการลาออก18คนในวันนี้ ( 1 มิ.ย.)ของกรรมการบริหารพรรคนั้น ใครเป็นใครบ้าง?เเละอยู่ขั้วใดบ้าง?

บรรทัดจากนี้มีคำตอบ

1.นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังเเละส.ส.บัญชีรายชื่อ (เเกนนำกลุ่ม ส.ส.เพชรบูรณ์)

2.นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เเละส.ส.บัญชีรายชื่อ (เเกนนำกลุ่ม กปปส.)

3.นายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส เเละส.ส.บัญชีรายชื่อ (เเกนนำกลุ่ม กปปส.)

4.นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (สมาชิกกลุ่ม กปปส.)

5.นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ส.ส.กทม.เขต15  (สมาชิกกลุ่ม กปปส. )
6.นายสกลธี ภัทรธิยะกุล รองผู้ว่าฯกทม.  (สมาชิกกลุ่ม กปปส. )

7.นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรมเเละส.ส.บัญชีรายชื่อ ( เเกนนำกลุ่มสามมิตร)
8.สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เเละส.ส.บัญชีรายชื่อ  (เเกนนำกลุ่มสามมิตร)
9.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (กลุ่มสามมิตร)

10.นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ (กลุ่มสามมิตร)
11. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรเเละสหกรณ์ เเละส.ส.พะเยา เขต1 (เเกนนำกลุ่มธรรมนัส)
12 .นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ (สมาชิกกลุ่มธรรมนัส)
13.นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำเเพงเพชร เขต1 (สมาชิกกลุ่มธรรมนัส)

14.นายนิพันธ์ ศิริธร ส.ส.ตรัง เขต1      (สมาชิกกลุ่มธรรมนัส)
15.นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ เขต6  ( สมาชิกกลุ่มสามมิตร / กลุ่มธรรมนัส)
16.นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต3 (สมาชิกกลุ่มสามมิตร /กลุ่มธรรมนัส)
17.นายสุรชาติ ศรีบุศกร ส.ส.พิจิตร เขต3     (สมาชิกกลุ่มสามมิตร/กลุ่มธรรมนัส)
18.นายสัมพันธ์ มะยูโซ้ะ ส.ส.นราธิวาส เขต2  (สมาชิกกลุ่มโคราช แกนนำกลุ่มฯคือนายวิรัช รัตนเศรษฐ)
กรรมการบริหารพรรคบางคนไม่ได้ลงชื่อลาออก เช่นนายอนุชา นาคาศัย รองหัวหน้าพรรคเเละเเกนนำกลุ่มสามมิตร แต่ก็มิได้หมายความว่าจะไม่เอาด้วย หรือเเกนนำกลุ่มโคราชคือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ  ที่ไม่ลงชื่อเพราะที่ผ่านมาหลายครั้งไปขัดเเย้งกับหลายมุ้งในพรรค

   การแจ้งลาออกของ 18 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ในวันนี้ เเปลว่า เกมล้างขั้ว/เปลี่ยนไพ่/สลับเก้าอี้ในพรรคบังเกิดขึ้นเเล้วเเละหากเปลี่ยนได้สำเร็จ ก็มารอดูกันว่าหัวหน้าพรรคเเละเเกนนำพรรคชุดใหม่จะนำพรรคได้ดีกว่า”กลุ่มสี่กุมาร”เเละ”บางมุ้ง”ในพรรคหรือไม่

เช็กบิ๊กป้อม หลอมใจ พปชร. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432564?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

เช็กบิ๊กป้อม หลอมใจ พปชร.

 เช็กบิ๊กป้อม หลอมใจ พปชร.

ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาแรงที่สุด นั่งประมุขพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ ย้อนไทม์ไลน์ บิ๊กป้อมเปิดใจสื่อว่า พร้อมแล้ว

หลังเสร็จศึก พ.ร.ก.กู้เงิน ในสภาฯ เกมเปลี่ยน “หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ” ก็เดินเกมเร็วมาก เมื่อ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวเรื่องกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ แจ้งลาออก 18 คนมีผลทำให้กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง

พลันที่ “ไพบูลย์” แถลงข่าวจบ สื่อมวลชนทั้งประเทศ ก็โฟกัสไปที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์พรรค ซึ่งก่อนหน้านั้น ก็มีข่าวว่า ส.ส.หลายก๊กในพรรคเตรียมหนุนให้บิ๊กป้อม เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แทนอุตตม สาวนายน ที่กลายเป็นรักษาการหัวหน้าพรรค

มีข้อน่าสังเกตว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้นัดเปิดใจกับสื่อยักษ์ใหญ่ 2 ค่าย โดยปกติ “บิ๊กป้อม” ไม่ค่อยให้สัมภาษณ์สื่อแบบเดี่ยวๆ

++

ไม่ปฏิเสธ

++

เมื่อข่าวโควิดจางลง ข่าวเขย่าเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็แทนที่ เพราะมีชื่อของพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะมาคุมพรรคเอง วันที่ 28 พ.ค.2563 บิ๊กป้อมจึงนัดพบสื่อค่ายสีบานเย็น โดยตอบคำถามเกีี่ยวกับเรื่องหัวหน้าพรรค

“เป็นเรื่องของพรรค ในส่วนของผมก็ต้องดูก่อน ยังขอไม่ปฏิเสธและไม่ตอบรับ ทั้งนี้หลังจากที่ผมมาทำหน้าที่เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ส.ส.ของพรรคก็พอใจ เพราะเรารู้จักกันมาตั้งแต่ตอนมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค”

โปรดสังเกตคำว่า “ไม่ปฏิเสธและไม่ตอบรับ” ของบิ๊กป้อม

เมื่อถูกถามว่า พรรคพลังประชารัฐ มีหลายกลุ่มหลายก๊วน ลุงใหญ่ใจดีที่ “เอ๋ ปารีณา”ยืนยันว่า ลุงป้อมน่ารักในสามโลก

“ไม่มีกลุ่ม ไม่มีก๊วน จริงๆแล้ว ในพรรคไม่มีอะไร ผมไปก็เรียบร้อยทุกที และ 100 กว่าคนก็อยู่กับผม” บิ๊กป้อมย้ำ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ก็ไม่เคยถามว่า อยากเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ 

“เรามีเรื่องอื่นคุยกันมากมาย ส่วนเรื่องที่ลือกันว่าผมกับนายกรัฐมนตรี ชอบงอนกันก็ไม่จริง เราคุยกันทุกวัน สำหรับคลื่นใต้น้ำที่ชอบโจมตียอมรับว่า ก็ต้องมีคนชอบและไม่ชอบบ้าง ซึ่งก็แล้วแต่คน ถามว่าผมจะมาเอาตำแหน่งอะไร เพราะไม่ได้คิดอะไร อยู่แบบนี้ก็โอเคแล้ว”

++

ตู่จบ..ป้อมก็จบ

++

ถัดมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ให้สัมภาษณ์ค่ายสีเขียว ก็ต้องเจอคำถามทำนองเดียวกัน หากมีการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการบริหารพรรค จะมีโอกาสที่บางกลุ่มแยกไปตั้งพรรคใหม่บ้างไหม บิ๊กป้อมบอกว่า เชื่อมั่นไม่มีใครไปไหน

หากที่ประชุมใหญ่พรรคพลังประชารัฐ มีมติให้เป็นหัวหน้าพรรค บิ๊กป้อมบอกว่า ขอดูก่อน เพราะไม่ได้ตั้งใจเข้ามาเล่นการเมือง จริงๆไม่อยากเป็นนักการเมือง ต้องการเข้ามาช่วยประเทศ พอดีตกกระไดพลอยโจนมาเรื่อยๆ

“นายกฯ ทำงานฝ่ายบริหารเยอะแยะไปหมด ผมก็ดูแลพรรคการเมือง ช่วยกันทำงานทั้ง 2 คน นายกฯจบ ผมก็จบ ผมไม่เล่น ไม่เอาต่อ ใครมาบอกว่าผมมาแทนนายกฯ ไม่มีแทน ไม่เอา ผมไม่เป็น ผมช่วยนายกฯอย่างเดียว”

ถึงชั่วโมงนี้ สภากาแฟทุกวง ตั้งแต่ตลาดยันโรงแรมหรู ต่างเชื่อว่า พล.อ.ประวิตร จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อสร้างความเอกภาพในพรรค

“จอม” ส่อง มะกันเดือด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432548?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“จอม” ส่อง มะกันเดือด

"จอม" ส่อง มะกันเดือด

ไฟลามทุ่งคอนกรีต “จอม เพชรประดับ” สื่อไทยในสหรัฐ ตั้งคำถาม “ไฟแค้น” ครั้งนี้จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์หรือไม่

++
มาแรงกว่าข่าวโควิดระบาด เมื่อเกิดเหตุการประท้วง ความวุ่นวาย เปลวเพลิง และการปล้นร้านค้า ลุกลามไป ในหลายเมืองใหญ่ในสหรัฐฯ สืบเนื่องจากการประท้วงที่เริ่มต้นในนครมินนีแอโปลิส รัฐมินนิโซตา เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีที่ถูกตำรวจใช้เข่ากดทับที่คอจนเสียชีวิต เมื่อวันจันทร์ที่ 25 พ.ค. 2563

          “จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระที่ใช้ชีวิตอยู่ในลอสแองเจลิส สหรัฐฯ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การประท้วงครั้งนี้ ผ่านแฟนเพจ Jom Petchpradab เมื่อตอนค่ำวันอาทิตย์(เวลาท้องถิ่น) ดังนี้

อ่านข่าว…  จอร์จ ฟลอยด์ บานปลาย มินนิโซตาประกาศภาวะฉุกเฉิน เหตุประท้วงทวีความรุนแรง

“ไฟแห่งความโกรธแค้นของพลเมืองอเมริกาเวลานี้ มีเหตุปัจจัยที่สะสม หมักหมมและแตกต่างกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา และน่าจะกินเวลายาวนาน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญ เกรงว่าพลังของไฟแค้นครั้งนี้ น่าจะนำไปสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของมหาอำนาจอย่างอเมริกา ก็เป็นได้”

"จอม" ส่อง มะกันเดือด

          สหรัฐอเมริกา เป็นแม่แบบแห่งเสรีภาพ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประชาธิปไตย นักสื่อสารมวลชนแบบจอม ที่เลือกทิ้งบ้านเกิดไปปักหลักที่สหรัฐ ย่อมคิดมากเป็นธรรมดา

          สำหรับตำรวจสหรัฐ ผู้ตกเป็นจำเลยสังคม ในมุมมองของจอม “หากความเถื่อน ถ่อย ของตำรวจอเมริกาโดยส่วนมากเป็นแบบนี้ ก็อย่าหวังว่าความโกรธแค้น หรือความชิงชังที่มีต่อตำรวจ รวมถึงต่อรัฐจะหมดไป ตรงกันข้ามจะยิ่งเพิ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นในโลกยุคใหม่ที่มีดวงตาอยู่ทุกหย่อมหญ้า และหากเป็นเช่นนี้ ความเป็นประเทศมหาอำนาจ ก็จะเริ่มเลือนลางกลายจนเป็นอดีตไปในที่สุด ได้แต่หวังว่า ตำรวจอเมริกาที่เป็นแบบนี้เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น”

          อีกประเด็นหนึ่งค่อนข้างแหลมคม จอมได้ตั้งคำถามเกี่ยวกับ “คนดำ” โดยเขาดูคลิปความวุ่นวายจากหลายสถานที่ หลายเหตุการณ์

          “หลายคลิปที่สังเกตุดู คนที่เข้ามาฉวยโอกาสขโมยข้าวของในห้างส่วนใหญ่จะเป็นคนผิวดำส่วนมาก เป็นเพราะอะไรครับ อยากฟังคำอธิบายจากคนที่เกิดและโตในอเมริกาและยังคงเป็นคนอื่น ที่ต่างไปจากคนขาวนะครับ”

          ที่น่าสนใจ จอมแสดงทัศนะไว้วงเล็บแบบยาวๆว่า “คำอธิบายที่ว่าเพราะคนผิวดำถูกกระทำมาโดยตลอด ดูจะไม่ค่อยมีน้ำหนักในระยะ 40 – 50 ปีที่ผ่านมานะผมว่า เพราะคนนอกที่มีความเป็นอื่น ต่างไปจากคนผิวขาวที่เข้ามาในอเมริกา ล้วนถูกกระทำด้วยระบบสังคมทุนนิยมอเมริกามาอย่างหนักหน่วง รวมถึงต้องต่อสู้เพื่อให้พ้นจากความเป็นคนนอก แต่ยังคงเป็นคนอื่น นั่นคือการได้สถานะความเป็นพลเมือง ก็ล้วนต้องสู้ด้วยเอาชีวิตเข้าแลกกันมาทั้งนั้น ขณะที่คนผิวดำในอเมริกาเกิดมาพร้อมกับสถานะและสวัสดิการพื้นฐานที่ไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนด้วยซ้ำ ทำไมถึงยังมีปมเขื่องปรากฎให้เห็นอยู่บ่อยครั้งมากในสังคมอเมริกันทุกวันนี้ ขณะที่ปมเขื่องของคนอเมริกันผิวสีอื่นถึงไม่ปรากฎบ่อยครั้งเหมือนคนผิวดำ…ครับ”

          จอมกำลังพูดถึงคนอเมริกันผิวสี ที่มาจากละตินอเมริกา และเอเชีย รวมถึงคนไทยด้วยที่ปมเขื่องไม่ปรากฏชัดเท่ากับคนผิวดำ