SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432898?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

หลังรัฐประหาร 2557 มีผู้ลี้ภัยที่อาศัยประเทศเพื่อนบ้าน เป็นฐานปลุกระดมมวลชนผ่านช่องยูทูบ ถูกอุ้มหายไปแล้ว 8 คน

++
ครึกโครมอีกครั้ง สำหรับผู้ลี้ภัยทางการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อแฟนเพจ “สหภาพนักเรียน นิสิต นักศึกษาแห่งประเทศไทย“ ได้ออกแถลงการณ์ว่า ”วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ คือผู้ลี้ภัยทางการเมืองคนล่าสุดที่ถูกอุ้มหายไปเมื่อวานนี้ เขาไม่ใช่ผู้ลี้ภัยคนแรกที่ตกเป็นเหยื่อการอุ้มหาย และยังมีผู้ลี้ภัยอีกหลายคนที่ต้องใช้ชีวิตภายใต้ชะตากรรมที่ไม่แน่นอน”

          คนเสื้อแดงส่วนใหญ่ไม่รู้จัก “วันเฉลิม” แต่รู้จักเพจ “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” ซึ่งทางฝ่ายความมั่นคงระบุว่า วันเฉลิมเป็นแอดมินเพจดังนี้ และใช้ชีวิตอยู่ในกัมพูชา

          นับแต่ปี 2558 จนถึงปี 2562 มีผู้หลบภัยการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยถึง 8 คน ต่างกรรมต่างวาระ

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

“โกตี๋” หรือสหายหมาน้อย

++
แดงหักแดง
++
ผู้หลบภัยคดีความมั่นคงรายแรกที่สูญหายไปใน สปป.ลาวคือ ดีเจเบียร์หรือดีเจซุนโฮ มีชื่อจริงว่า อิทธิพล สุขแป้น เติบโตมาจากสถานีวิทยุชุมชนรักเชียงใหม่ 51

          ช่วงหลัง ดีเจเบียร์ หันมาคบกับสุรชัย แซ่ด่าน เดินแนวทาง “เปลี่ยนระบอบ” และมุ่งทำกิจกรรม “ใต้ดิน” เป็นหลัก
หลังรัฐประหาร 2557 กลุ่มแดงฮาร์ดคอร์หนีตาย ข้ามโขงไปอยู่ลาว ข้ามพนมดงเร็กไปอยู่เขมร

          ปี 2558 ดีเจเบียร์ใช้ชื่อ “ดีเจซุนโฮ” ร่วมกับ สุรชัย แซ่ด่าน จัดทำคลิปรายการปฏิวัติประเทศไทย และคืนวันหนึ่ง เขาก็ถูกอุ้มหายไป

          สุรชัยเล่าเบื้องหลังว่า มีแดงฮาร์ดบางคนที่หักหลังดีเจซุนโฮ พากองกำลังนิรนามข้ามโขงมาอุ้มไปฆ่าฝั่งขวา

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

สุรชัย แซ่ด่าน

++
จับตายโกตี๋
++
ปี 2559-2560 “โกตี๋ เรดการ์ด” หรือวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ แกนนำวิทยุเสื้อแดงแถวลำลูกกา ใช้นามแฝงว่า “สหายหมาน้อย” จัดรายการวิทยุใต้ดินส่งกระจายเสียงผ่านยูทูบ จากนครหลวงเวียงจันทน์

          ตอนแรก โกตี๋ร่วมงานกับ “ลุงสนามหลวง” หรือ ชูชีพ ชีวะสุทธิ์ ทำวิทยุใต้ดิน “สถานีไทยเสรีเพื่อสาธารณรัฐไทย” แต่ตอนหลังเปลี่ยนเป็น “สหพันธรัฐไท”

          ต่อมา โกตี๋หรือสหายหมาน้อย มีความฮึกเหิม เพราะมีคนเสื้อแดงติดตามรับฟังจำนวนมาก จึงประกาศจัดตั้งกองกำลังปฏิวัติ และเตรียมการลุกฮือทั่วประเทศ

          เวลา 21.45 น. วันที่ 29 ก.ค.2560 มีชายชุดดำบุกมาอุ้มโกตี๋ออกไปจากบ้านพัก ซึ่งลุงสนามหลวง และเพื่อน ได้แจ้งข่าวว่า โกตี๋เสียชีวิตแล้ว

++
ปิดฉากสุรชัย
++
หลังโกตี๋เสียชีวิต กลุ่มสหพันธรัฐไท โดยลุงสนามหลวงและคณะ ได้จัดรายการวิทยุใต้ดินต่อไป ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่ง มี สุรชัย แซ่ด่าน เป็นแกนนำจัดรายการวิทยุใต้ดินเช่นกัน

วันที่ 12 ธ.ค.2561 สุรชัย แซ่ด่าน ประธานกลุ่มแดงสยาม พร้อมคนสนิทสองคนคือ สหายภูชนะ และสหายกาสะลอง ได้หายตัวไปจากบ้านพัก

          ภายหลัง มีการพบศพสหายภูชนะ และสหายกาสะลอง ลอยมาตามลำน้ำโขง และมาติดฝั่งไทย แต่ไม่มีใครพบศพสุรชัย แซ่ด่าน

หายไปไหน แดงลี้ภัยในลาว

ลุงสนามหลวง หรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์

++
อวสานลุงสนามหลวง
++
คืนวันที่ 28 ม.ค.2662 ลุงสนามหลวงหรือชูชีพ ชีวะสุทธิ์ แถลงผ่านรายการสหพันธรัฐไท ขอหยุดการส่งกระจายเสียงทางช่องยูทูบเป็นการชั่วคราว จากนั้น ลุงสนามหลวงกับคนใกล้ชิด 2 คนคือ สหายยังบลัด และสหายข้าวเหนียวมะม่วง ได้เดินทางออกจากลาว เข้าไปพำนักในเวียดนามในฐานะผู้หลบภัย

          วันที่ 9 พ.ค.2562 “เพียงดิน รักไทย” หรือเสน่ห์ ถิ่นแสน ประธานภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนในสหรัฐฯ ได้แจ้งข่าวว่า ตำรวจเวียดนามได้ส่งตัวลุงสนามหลวง และพวก ให้ทางการไทยแล้ว

          อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงไทยได้ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลเรื่องลุงสนามหลวง และพวก ขณะเดียวกัน สถานทูตเวียดนามประจำไทย ก็ไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ

ยอดวิวพุ่ง “ต้นทักษิณ” เพลงผู้ลี้ภัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432881?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ยอดวิวพุ่ง “ต้นทักษิณ” เพลงผู้ลี้ภัย

ยอดวิวพุ่ง "ต้นทักษิณ" เพลงผู้ลี้ภัย

กัมพูชาวันนี้ ไม่ใช่สวรรค์ผู้ลี้ภัย วันชนะ เกิดดี เสื้อแดงเสียงทอง ล่องหนไปไหน ทิ้งไว้แค่ “ต้นทักษิณ” เพลงฮิตติดชาร์ต คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
แม้ไม่มีสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมของคนเสื้อแดง “ตรีชฎา ศรีธาดา” อดีตพิธีกรจอแดง ยังใช้แฟนเพจเฟซบุ๊ก “ตรีชฎา ศรีธาดา แฟนคลับ” สื่อสารติดต่อกับเอฟซีอย่างสม่ำเสมอ

          ต้นเดือน เม.ย.2563 ตรีชฎา นำเพลง “ต้นทักษิณ” ขับร้องโดย วันชนะ เกิดดี มาโพสต์ จนถึงวันนี้ ปรากฏว่า มียอดผู้ชมมากกว่า 2 ล้าน

          สำหรับเพลงต้นทักษิณ “วันชนะ เกิดดี” ได้ปล่อยเพลงนี้สู่อ้อมอกอ้อมใจเอฟซีเสื้อแดง เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2562 พร้อมบอกว่า “ต้นไม้ที่ควรปลูกที่สุดในเวลานี้ เหมาะกับประเทศไทยเป็นต้นไม้วิเศษ คือต้นทักษิณเท่านั้น ปลูกแล้วหายจน”

วันชนะ เกิดดี

          วันนี้ ผู้ร้องเพลงต้นทักษิณ ไม่ได้อยู่ในเมืองไทย แต่หลบลี้ไปอยู่หนไหน ไม่มีใครทราบ

++
วันชนะหายไปไหน
++
ดังที่ทราบกัน วันชนะ เกิดดี พร้อมกับ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง และ นิสิต สินธุไพร ไม่ปรากฏตัวต่อศาลในวันอ่านคำพิพากษาคดีล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน ปี 2552 แกนนำ นปช.กลุ่มนี้หายไปไหน คนเสื้อแดงต่างรู้กันดี

          อย่างไรก็ตาม วันชนะยังใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวสื่อสารกับเอฟซี เขาพยายามหลีกเลี่ยงการแสดงความเห็นทางการเมือง โดยการโพสต์บทเพลงที่เคยร้องไว้

          ย้อนไปช่วงเลือกตั้งปี 2562 วันชนะ เกิดดี ลงสมัคร ส.ส.เขตที่บ้านเกิด-เพชรบุรี สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ  ส่วนคนรู้ใจ-ตรีชฎา ศรีธาดา ลงสมัคร ส.ส.ที่เพชรบูรณ์ แต่พรรคถูกยุบ

          วันชนะเป็นเพื่อนรักร่วมอุดมการณ์กับ “กี้ร์” อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ทั้งคู่เคยหลบหนีไปอยู่ในกัมพูชา หลังเหตุการณ์การสลายการชุมนุมเสื้อแดง พ.ค.2553

          ทั้งคู่ยังแกนนำเสื้อแดงสายนักร้องเสียงทอง ขับกล่อมแฟนๆ แม้ตัวอยู่ห่างไกล

ยอดวิวพุ่ง "ต้นทักษิณ" เพลงผู้ลี้ภัย

เพลงดังยุคโควิด

++
เล่าความหลัง
++
วันที่ 13 ก.ย.2553 เว็บไซต์ไทยอีนิวส์ ได้นำเสนอภาพอริสมันต์และเพื่อนๆ เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่หายตัวไปจากเมืองไทยหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่ราชประสงค์ พร้อมคำบรรยายภาพสั้นๆว่า “ทุกคนสบายดี พร้อมกลับมาสู้ต่อ”

          มีคนสังเกตเห็นภาพติดผนังห้องในคฤหาสน์หรู ที่แกนนำเสื้อแดงพักอาศัยอยู่ในพนมเปญคราวนั้น เป็นภาพผู้หญิง 2 คนคือ “คุณหญิงฮุน เซน นี” และ “คุณหญิงฮุน ซี นาท” น้องสาวของสมเด็จฮุน เซน ผู้ทรงอำนาจสูงสุดในกัมพูชา

          คุณหญิงฮุน เซน นี เจ้าของโรงงานการ์เมนท์ที่ใหญ่ที่สุดในพนมเปญ และธุรกิจด้านการเกษตร

          เมื่อ 10 ปีที่แล้ว คุณหญิงฮุน เซน นี มีธุรกิจในเมืองไทยด้วย จึงเดินทางมากรุงเทพฯ และแถวปริมณฑลบ่อยและได้รู้จักมักคุ้นกับแกนนำ นปช.หลายคน โดยเฉพาะนักร้องเสียงทองอย่างอริสมันต์

          พ.ศ.นี้ กี้ร์ และวันชนะ ไม่เปิดเผยแหล่งกบดาน เหมือนในอดีต

++
เขมรอยู่ยาก
++
เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2563 ดีเอสไอ นำกำลังเข้าจับกุม พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ผู้ต้องหาในคดีบุกรุกอาคารรัฐสภาเมื่อปี 2553 ได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ในพื้นที่หมู่ 7 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร

          พลันที่มีข่าวนี้เผยแพร่ออกไป แฟนคลับเสื้อแดง จึงทราบว่า “เสงี่ยม” กลับมาเมืองไทยแล้ว

หลังรัฐประหาร 2557 นักการเมืองพรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง ไปรวมตัวอยู่ในกรุงพนมเปญ ต่อมา ก่อนแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง บางกลุ่มมุ่งหน้ายุโรป และสหรัฐฯ บางกลุ่มย้ายไป สปป.ลาว

          ในกัมพูชา ก็เหลือกลุ่ม พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ที่หลบเร้นกันอยู่เงียบๆ แต่ปี 2560 “เสงี่ยม” เริ่มกลับจัดรายการวิเคราะห์การเมืองทางยูทูบ ชื่อรายการ “ปฏิวัติประเทศไทย” และรายการ “ชนตรง”

          ปี 2561 มีรายงานข่าวว่า ผู้มีอำนาจในเขมรสั่งให้เสงี่ยมยุติการจัดรายการดังกล่าว หากจะอยู่ในเขมร ต้องหยุดเคลื่อนไหวการเมือง

          เป็นที่ทราบกันดีว่า หลังรัฐประหาร 2557 กัมพูชาไม่ใช่สวรรค์ของผู้ลี้ภัยชาวไทย

“สนธิญาณ”แนะจับตา”พีระพันธุ์” ชี้ “บิ๊กป้อม” แค่หัวหน้า พปชร. ขัดตาทัพหรือไม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432854?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“สนธิญาณ”แนะจับตา”พีระพันธุ์” ชี้ “บิ๊กป้อม” แค่หัวหน้า พปชร. ขัดตาทัพหรือไม่

"สนธิญาณ"แนะจับตา"พีระพันธุ์"  ชี้ "บิ๊กป้อม" แค่หัวหน้า พปชร. ขัดตาทัพหรือไม่

 “สนธิญาณ” แนะจับตา ที่ปรึกษานายกฯ “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” -ชี้ “บิ๊กป้อม” แค่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐขัดตาทัพหรือไม่ ซึ่งช่างประจวบเหมาะกับที่ พล.อ. ประวิตร ให้สัมภาษณ์วันนี้ว่า ไม่พร้อมเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม วิเคราะห์ในรายการ “สนธิญาณ ชัด ครบ จบ จริง” เผยแพร่ผ่านทางเพจ “สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” ในหัวข้อ ทำไม “สมคิด ” ถึงช้ำ  ทำไม”ลุงป้อม” ต้องระวัง “สามมิตร” หรือ “ลุงตู่” เห็นด้วยให้เปลี่ยน “หัวหน้า ” กับ”เลขาฯ”
โดยนายสนธิญาณ วิเคราะห์ว่า พลังประชารัฐ กระแส”กลุ่มสามมิตร”กำลังขึ้นสูง ส่วนจะเป็นกระแสชื่นชมหรือกระแส”ยี้” ก็ว่ากันไป ไม่ว่าใครจะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่”กลุ่มสามมิตร” อย่าง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์  บอกว่าไม่ได้อยู่ ” กลุ่มสามมิตร” มาตั้งแต่ต้น ส่วน”นายสมศักดิ์ เทพสุทิน” ก็บอกว่าไม่มี “กลุ่มสามมิตร” สลายไปแล้ว แต่ในข้อเท็จจริงมี “กลุ่มสามมิตร “มาก่อน ซึ่งคนรู้กันว่า “สามมิตร” คือ “สมคิด ” -“สุริยะ” -“สมศักดิ์ ” 3 คนนี้มารวมตัวกันในช่วง”รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร” ร่วมรัฐบาล ” สมคิด” เป็นนักวิชาการ กระฉับกระเฉง สมองว่องไว “สุริยะ” เป็นนักธุรกิจ ทิศทางท่าทีแบบนักธุรกิจ ” สมศักดิ์ ” นักการเมืองบ้านนอก ตรงไปตรงมา เติบโตตาม “นายมนตรี พงษ์พานิช ” มาเกาะกลุ่มกันจึงเรียกว่า “สามมิตร” ในช่วง”พรรคไทยรักไทย” ต่อมา”พรรคไทยรักไทย” แตกจากการยึดอำนาจในช่วงปี 2549 ของ คมช.

 ในส่วนของ”พรรคพลังประชารัฐ” นายชวน ชูจันทร์ จดแจ้งชื่อตั้งพรรคพลังประชารัฐต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเมื่อ 2 มีนาคม 2561 โดยนายชวน เป็นเพื่อนกับนายสมคิด ซึ่ง”พรรคพลังประชารัฐ” ใครก็รู้ว่าตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชาเป็นนายกฯต่อ ทำให้มีกระแสต้านในเรื่องการสืบทอดอำนาจ ส่วนอีกด้านหนึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จะไม่เป็นนายกฯต่อก็ไม่ได้ สำหรับคนที่มีอุดมการณ์รักชาติ เพราะขณะนั้นมีคนที่จะเป็นายกฯได้ 3 คน คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ,คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์และพล.อ.ประยุทธ์  และ พล.อ. ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯเพราะความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และการแก้ไขปัญหาจากการเข้ายึดอำนาจมีแรงปะทะต่อสู้กันทางการเมือง 29  ก.ย. 2561 เลือกกรรมการบริหารพรรค มีนายอุตตม สาวนายน, สนธิรัตน์สนธิจิรวงษ์, สุวิทย์ เมษินทรีย์ ,กอบศักดิ์ ภูตระกูล เรียกว่า ”  4กุมาร”  ซึ่ง “4 กุมาร” เข้ามาเป็นรัฐมนตรีเศรษฐกิจชุดใหม่ของรัฐบาล คสช. พล.อ. ประยุทธ์ เพราะโล๊ะเอาทีมเศรษฐกิจชุดเก่าของ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล ออกไป

 ทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ นายสมคิด รองนายกฯเศรษฐกิจเป็นคนเลือกเอง 4 คนนี้ เป็นลูกน้องลูกศิษย์คนใกล้ชิดของนายสมคิด การที่สี่คนนี้ออกมาตั้งพรรคต่อให้นายสมคิด ออกมาปฏิเสธก็ไม่มีใครเชื่อว่านายสมคิด ไม่รู้เรื่อง
เป็นไปได้หรือที่ลูกไปทำการเมืองแล้วจะไม่หันมาถามพ่อบ้าง พ่อซึ่งชักชวนลูกซึ่งเป็นนักวิชาการเข้าสู่การเมือง  เมื่อสี่คนเริ่มก่อตั้งพรรคขึ้น ถามว่าทำไมไม่เป็น พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ ทำไมไม่เป็นทหารคนอื่น รู้อยู่แล้วว่าพรรคพลังประชารัฐตั้งขึ้นเพื่อดัน พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ดังนั้นจึงกลัวจะถูกหาว่าเป็น”พรรคทหาร” เป็นพรรคที่จะมาสืบทอดอำนาจ  สำหรับสีคนที่มาก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ เป็น”ละอ่อน”ทางการเมือง ทั้งสี่คนไม่เคยทำงานการเมืองมาก่อน ทำแต่งานวิชาการ ทำธุรกิจ แนวคิดตั้งพรรค
พลังประชารัฐ ที่ต้องการให้เป็นพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ เป็นนักวิชาการ เป็นรัฐมนตรีน้ำดี ผู้คนจะได้สนับสนุน แต่พอจะตั้งพรรคจริงๆ ไม่มีความมั่นใจว่าผลเลือกตั้งจะออกอย่างไร ซึ่งต่างกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เพราะนายธนาธร เดินหน้าทำพรรคชูอุดมการณ์แล้วก็ทำโพล วิเคราะห์ สำรวจลงทำงานพื้นที่อย่างจริงจัง เคลื่อนไหวในเชิงลึกตลอดเวลา นั่นคือ พรรคอนาคตใหม่ ทำในตอนนั้น ซึ่งถ้าไม่ทำแบบนี้ก็จะกลายเป็น”พรรคเฉพาะกิจ”
ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ไม่รู้ว่าจะเดินแบบไหน มีความคิดไปดึง”นักการเมืองเก่า”เข้ามา และหนึ่งในนั้นก็มีการดึง”กลุ่มสามมิตร” เข้ามาโดยเมื่อ วันที่ 25 ก.ย.61 ก่อนจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ มีการจัดงาน”กลุ่มสามมิตร”ใหญ่โต สร้างกระแส”กลุ่มสามมิตร”จะเข้าพรรคพลังประชารัฐ มีเสียง “ยี้ ” ตามมา วันนั้นเปิดตัวออกมาบอกว่ามี 200 กว่าคน คัด ส.ส. เกรดเอมาแล้ว 50 คน เชื่อว่าได้เป็น ส.ส. หมด และยังมีนักการเมืองดาวฤกษ์ และยังมีนักการเมืองท้องถิ่นอีกที่จะมาลงใน”กลุ่มสามมิตร” วันนั้น”กลุ่มสามมิตร”ประกาศว่าได้ ส.ส. ในนาม “กลุ่มสามมิตร” 80 คน จึงเป็นที่มาให้” กลุ่มสามมิตร” เข้ามาอยู่พรรคพลังประชารัฐ
แหล่งข่าวในสายทหาร ไม่มีใครเห็นด้วยที่จะให้”กลุ่มสามมิตร” มาอยู่พรรคพลังประชารัฐ แต่สายของนายสมคิด โดยบทบาทของ”4กุมาร”ซึ่งเป็นลูกน้องของนายสมคิดกับ”กลุ่มสามมิตร” จัดตั้งรัฐบาลในเวลาต่อมาเมื่อผลเลือกตั้งออกมาแพ้พรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะในภาคอีสาน “กลุ่มสามมิตร” เข้ามาสิบกว่าคน จึงมีการเคลื่อนไหว ในขณะที่เสียงปริ่มน้ำมาก ก็เกิดการช่วงชิงตั้งรัฐบาล ต่อมามีการดึงพรรคเล็กมาร่วมตั้งรัฐบาล

 วันนี้”กลุ่มสามมิตร” โดยนายสมศักดิ์ ได้แสดงออกอีกครั้งหนึ่งสนับสนุน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก่อนหน้านั้น นายสมศักดิ์ ก็มาแถลงตัดหน้าว่าจะมีการแถลงข่าวใหญ่ โดยวันที่ 1 มิ.ย. นายไพบูลย์ นิติตะวัน แถลงข่าวใหญ่ 18 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐลาออกเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพรรคพลังประชารัฐ  เป้าทั้งหมดพุ่งมาที่นายสมศักดิ์ และเชื่อมโยงไปยัง พล.อ. ประวิตร ทันที พล.อ. ประวิตร เละ ในขณะที่ วัชระ กรรณิการ์ ซึ่งเป็นคนสนิทของนายสนธิรัตน์  ออกมาแถลงว่า นายสมคิด ไม่เอา”สามมิตร”แล้ว  ทำว่าหอบมา 20 กว่าเสียง เหลือแค่ “สองมิตร”หมดราคา ตอนนี้คนจับตาว่าที่”สามมิตร” เคลื่อนไหวอยู่นี้เพราะต้องการตำแหน่งที่ใฝ่ฝันหรือไม่ เป็นการรู้ทางลม เป็นความเชี่ยวชาญทางการเมืองหรือไม่

“บอกคุณสมศักดิ์และคุณสุริยะ  เมื่อพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี  เดิมพรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อ 3 คน คือ พล.อ.ประยุทธ์ นายสมคิด นายอุตตม สาวนายน แต่ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่เอา  ให้เสนอชื่อ พล.อ. ประยุทธ์ เพียงคนเดียว เป็นความไม่ธรรมดาทางการเมืองของ พล.อ. ประยุทธ์  พอจัดตั้งรัฐบาล รู้ทั้งรู้ว่านายสุริยะ ต้องการคุมกระทรวงพลังงาน แต่รัฐมนตรีพลังงานกับตกเป็นของนายสนธิรัตน์ ขณะเดียวกัน อีกชื่อที่คิดว่าจะเป็นรัฐมนตรีพลังงานก็คือนายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ อดีต กปปส.ซึ่งมีข่าวว่าบิ๊กพลังงาน(ภาคเอกชน) หนุน พล.อ.ประยุทธ์ จึงให้ นายสนธิรัตน์นั่ง  นี่คือความไม่ธรรมดาของ พล.อ.ประยุทธ์  นายสุริยะ จะโวยวายก็เหมือนกลืนเลือด น้ำท่วมปาก พูดไม่ออก”

 การเมืองหลังจากนี้ อีก 41 วัน จะต้องมีการเลือกกรรมการบริการพรรคใหม่ ” 4 กุมาร” โดยนาย อุตตม ประกาศสู้ สู้แน่นอน กรรมการบริหารพรรคไม่ได้ชี้ขาด ส.ส.ต่างหากที่ชี้ขาด ฉะนั้น 41 วันต่อจากนี้ จับตาดูว่า ” สองกลุ่ม”จะสู้กันอย่างไร

“ผมอยากสรุปตอนท้ายว่าพี่น้อง 3 ป. พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.อนุพงษ์ ไม่มีทางว่าทำอะไรแล้วจะไม่คุยกัน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ธรรมดา พี่น้อง 3 ป. ก็ไม่ธรรมดา เพราะพล.อ.ประวิตร  เคยลั่นวาจาว่า พล.อ. ประยุทธ์ ไปเมื่อไหร่ ตนก็ไปเมื่อนั้น  ดังนั้นการเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐของ พล.อ. ประวิตร เที่ยวนี้  จะบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เกี่ยวไม่ได้ เพราะมีหรือ พล.อ. ประยุทธ์กับ พล.อ. ประวิตร ไม่คุยกัน และพล.อ. ประยุทธ์รู้ดีว่า สิ่งที่พล.อ.ประวิตรทำก็เพื่อให้พล.อ.ประยุทธ์ ได้บริหารนำพาบ้านเมืองต่อไป แต่วันนี้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษเยอะ รวมทั้งการเคลื่อนไหวที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน พล.อ. ประวิตร ต้องตั้งหลักให้ดี”
“ให้จับตา ผู้ชายคนที่ชื่อ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ให้ดี เคยลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่สงสัยบ้างหรือว่าทำไมอยู่ๆลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และได้ตำแหน่งสำคัญทั้งสิ้น เป็นประธานศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ธรรมดา  สังเกตเวลานายกตั้งที่ปรึกษาต่างๆทั้งโควิด-19  “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค”อยู่ด้วยทั้งนั้น จับตาชื่อนี้ไว้ให้ดี พล.อ. ประวิตร แค่มาขัดตาทัพหรือไม่  หรือจะเกิดปฏิกริยาในทางการเมืองวันข้างหน้าเพื่อให้ พล.อ. ประยุทธ์ ดูแลบ้านเมืองไปอีกสักพักหนึ่ง จับ ตาดูพี่น้องสองคนนี้แยกกันไม่ออก พล.อ. ประวิตร ยืนยัน ทำทั้งหมดเพื่อ”ลุงตู่”  “ลุงตู่” ไปเมื่อไหร่ตนเองไปเมื่อนั้น ”

ทั้งนี้วันนี้ พล.อ. ประวิตร ออกมาปฏิเสธว่าไม่พร้อมนั่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยเมื่อนักข่าวถามว่า หากสมาชิกพรรคเสนอชื่อ พล.อ. ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรค พร้อมรับหรือไม่ พล.อ. ประวิตร  กล่าวตอบว่า ยังไม่พร้อม

“เหวง” พ้อ ฟลอยด์กับเสื้อแดง ต่างกันฟ้ากับเหว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432843?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“เหวง” พ้อ ฟลอยด์กับเสื้อแดง ต่างกันฟ้ากับเหว

 "เหวง" พ้อ ฟลอยด์กับเสื้อแดง  ต่างกันฟ้ากับเหว

เหวง โตจิราการ ตัดพ้อสังคมไทย ไม่มีใครเห็นใจคนเสื้อแดง ต่างจากชายผิวดำคนหนึ่งถูกฆ่าในสหรัฐ ปลุกกระแส”คนดำมีคุณค่า”

การเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ด้วยน้ำมือของตำรวจอเมริกัน จุดประเด็นร้อนเรื่องการเหยียดผิว ปลุกกระแส #BlackLiveMatter ก่อนนำไปสู่การลุกฮือประท้วงของคนทั้งประเทศ และบานปลายสู่การก่อจลาจล เกิดการขโมยของและทำลายสถานที่ต่างๆ

“เหวง โตจิราการ” แกนนำ นปช.ได้โพสต์เฟซบุ๊กตัดพ้อชะตากรรม “คนเสื้อแดง” ที่แตกต่างกับคนผิวดำชื่อ จอร์จ ฟลอยด์ ราวฟ้ากับเหว

“ความแตกต่างโดยสิ้นเชิง ราวฟ้ากับเหวของลัทธิเกลียดประชาธิปไตยของไทย กับลัทธิเหยียดผิวของอเมริกาไทยลัทธิเกลียดประชาธิปไตย เหี้ยมโหดอำมหิตชั่วช้าเลวทรามยิ่งกว่าลัทธิเหยียดผิวของอเมริกา”

เหวงมองว่า เหตุการณ์ล้อมปราบคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ไม่ต่างจากกรณีจอร์จ ฟลอยด์ ถูกตำรวจฆ่ากลางเมือง

“ไทยเงียบกริบทั้งประเทศ ทั้งยังซ้ำเติมด้วยการเผาบ้านเผาเมือง โดยพวกฆาตกรเพื่อกลบเกลื่อนเบี่ยงเบนเรื่องรุมฆ่าประชาชนกว่าเก้าสิบศพ ตามด้วย“บิ๊กคลีนนิ่งเดย์”เพื่อทำลายล้างหลักฐานทั้งหมดไม่ให้เหลือหลอ”

เหตุการณ์ล้อมยิงล้อมฆ่า ผ่านมาแล้ว 10 ปี แต่คนเสื้อแดงยังไม่ได้รับความยุติธรรม ต่างจากกรณีฟลอยด์ที่ตำรวจมือก่อเหตุถูกจับกุมแล้ว

เหวงไม่เชื่อเรื่องชายชุดดำ ทำนองเดียวกับที่เขาไม่เชื่อกรณีคนผิวดำบางกลุ่มออกมาปล้นสดมภ์ จะมีการจัดตั้งเข้าสร้างสถานการณ์เหมือนกรณีชายชุดดำ

“ของไทย ความยุติธรรมตายสนิทและพวกเผด็จการฆาตกรลอยนวล และอาจก่ออาชญากรรมยึดอำนาจฆ่าประชาชนได้อีกต่อไปในอนาคต ของอเมริกา คนทั่วอเมริกาและคนทั่วโลกร่วมประนามการฆาตกรรม และต่อต้านการเหยียดผิวมุ่งหน้าไปสู่การขจัดการเหยียดผิวให้ได้ ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหวอะไรเช่นนี้”

เหวงไม่ได้อ่านที่จอม เพชรประดับ เขียน และตั้งข้อสังเกตกรณีคนผิวดำ และปมเขื่อง ทำให้คนกลุ่มหนึ่งฉวยโอกาสปล้นสดมภ์ร้านค้า

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432835?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

คนเสื้อแดงในสหรัฐ หวั่นจลาจลสีผิวยืดเยื้อ อเมริกันชนไม่ใช่ความฝัน สำนึกได้ว่าเป็นคนไทย

++
ท่ามกลางเปลวเพลิงและความโกรธแค้นของอเมริกันชน คนไทยจำนวนหนึ่งในลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว พวกเขาเพิ่งผ่านสงครามโควิดมาหมาดๆ ธุรกิจหยุดชงัก ก็ต้องมาเจอสงครามผิวสี

          “Red USA” องค์กรการเมืองของคนไทยฝั่งเสื้อแดง ก่อตั้งในย่านแอลเอมานานนับสิบปี ทำกิจกรรมคู่ขนานกับคนเสื้อเหลืองที่อยู่ในแคลิฟอร์เนียตอนใต้

          วันที่ 3 มิ.ย.2563 ประจวบ เจริญสุข หรือ Kim Lee แกนนำ Red USA ได้โพสต์จุดยืนของแดงมะกันทางแฟนเพจ Prachuab Charoensuk ว่า “ใครก็ตามที่ด่าและประนาม Red USA ว่าน่าสมเพชและทุเรศที่ด่าว่าประเทศตัวเอง โปรดเข้าใจให้ถูกต้องใหม่ Red USA ไม่เคยเกลียดประเทศไทย ไม่เคยรังเกียจและชิงชังประเทศตัวเอง แต่รังเกียจและชิงชังเผด็จการ ขยะแขยงความอยุติธรรมและการกดขี่เอารัดเอาเปรียบประชาชน..”

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

ประจวบ เจริญสุข

          จริงๆแล้ว Red USA อ่อนระโหยโรยแรงไปหลายปีแล้ว แต่เหตุการณ์จลาจลในสหรัฐ อาจทำให้พวกเขาต้องออกมาแสดงทัศนะบางอย่างว่า “…รักและเป็นห่วงประเทศไทยและประชาชนไทย ภายใต้การปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างที่สุด”

          สืบเนื่องจากมีเสียงสะท้อนจากคนไทยบางสีเสื้อ ที่โจมตีสหรัฐฯ แม่แบบของประชาธิปไตย แต่กลับใช้ทหาร-ตำรวจ ทำร้ายประชาชน ความล้มเหลวในการรับมือโควิดของอเมริกันชน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย

          ทุกวันนี้  ประธานเรดยูเอสคือ เชาว์ ซื่อแท้ เจ้าของโพธิสยาม นวดไทย ย่านเบลฟลาวเวอร์ ลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

          เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2562 กลุ่มเรดยูเอสเอ จัดงานอวยพรวันเกิดทักษิณ ชินวัตร โดยมีคนเข้าร่วมไม่ถึง 20 คน ซึ่งปกติ กลุ่มเรดยูเอสเอจัดงาน จะมีคนเข้ามาร่วมประมาณ 150 คน

          วันที่ 13 ต.ค.2562 กลุ่มเรดยูเอสเอ ได้จัดงานพบปะสังสรรค์ ต้อนรับการมาเยือนของ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” และมีการระดมเงินคนละเล็กคนละน้อย สมทบทุนช่วยเหลือในการยังชีพให้แก่สมาชิกกลุ่ม “วงไฟเย็น” ที่มาขอลี้ภัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส

โควิดจลาจล Red USA ครวญ รักเมืองไทย

          ภาพสมาชิกคนเสื้อแดงแอลเอ 7-8 คน ร่วมพูดคุยกับ จรัล ดิษฐาอภิชัย, สุนัย จุลพงศธร และจอม เพชรประดับ ในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ร้านอาหารหรูหรา สะท้อนภาพความล่มสลายของ “องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย” ภายใต้การนำของ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย รัฐบาลยิ่งลักษณ์

มะกันมืดมน “จอม” ฝึกอาวุธ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432792?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

มะกันมืดมน “จอม” ฝึกอาวุธ

มะกันมืดมน "จอม" ฝึกอาวุธ

อนาธิปไตยในสหรัฐ จอม เพชรประดับ จำต้องฝึกอาวุธป้องกันตัวเอง และปกป้องทรัพย์สิน

++
สำนักข่าวบีบีซีไทย ได้สัมภาษณ์คนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐฯ ท่ามกลางสถานการณ์ต้านการเหยียดสีผิว โดยเจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดังในนครชิคาโก เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ย้ายรกรากมาอยู่ที่ในสหรัฐฯ กว่า 40 ปี เหตุจลาจลในขณะนี้ ถือว่าร้ายแรงที่สุด และได้ซ้ำเติมสถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐและวิกฤตโควิด-19 ให้หนักขึ้นไปอีก

          มิหนำซ้ำ การชุมนุมประท้วงต่อต้านการเหยียดสีผิว ยังสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ประกอบการร้านอาหารไทยบางรายที่ต้องหาทางป้องกันร้านด้วยการนำไม้อัดมาตอกปิดกระจกร้าน ป้องกันการโจรกรรมจากผู้ที่ฉวยโอกาสในภาวะชุลมุน

          บางร้านต้องหาแผ่นป้ายที่เขียนข้อความ Black Lives Matter ที่มีความหมายว่า “ชีวิตคนดำมีค่า” ปิดหน้าร้านเพื่อแสดงการสนับสนุนกลุ่มผู้ต่อต้านการเหยียดสีผิว และเป็นการปกป้องทรัพย์สินของพวกเขาเองด้วย

          วันที่ 3 มิ.ย.2563 “จอม เพชรประดับ” สื่อมวลชนอิสระ ฝ่ายประชาธิปไตย ที่เปิดร้านอาหารเล็กๆ อยู่ในแอลเอ แคลิฟอร์เนีย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเล่าเหตุการณ์ความวุ่นวายไร้ระเบียบว่า

          “แอลเอกำลังสับสนอลหม่านเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ Van Nuys ในแอลเอ เมื่อเจ้าของร้านเครื่องดื่มปิดร้านและคอยปกป้องร้านตัวเองด้วยอาวุธของเขาเอง เวลาเดียวกันก็มี คนผิวดำกลุ่มหนึ่งที่ขับรถมาจอดทำทีเหมือนจะเข้ามาที่ร้านทองซึ่งปิดอยู่ แต่ถูกเจ้าของร้านเครื่องดื่มเห็นเข้าจึงบอกว่า ร้านปิดอย่าเข้าไป และเมื่อตำรวจมาถึง พวกคนผิวดำที่จะเข้าไปยังร้านทองก็พากันขับรถหนี แต่ตำรวจกลับจับกุมเจ้าของร้านเครื่องดื่ม เพราะเห็นว่ามีอาวุธ…. แม่งสับสน ดูการทำงานของตำรวจแอลเอ ตอนนี้เต็มไปด้วยความสับสน อลหม่าน ไม่รู้ใครเป็นใครแล้วจริง ๆ ตอนนี้ ตำรวจก็ ช่วยเหลือ ป้องกันอันตรายเกือบไม่ได้เอาเลยจริงๆ”

          ก่อนหน้านั้น วันที่ 2 มิ.ย.2563 จอม เพชรประดับ ได้โพสต์ภาพตัวเองกำลังฝึกการยิงปืน “..ไม่คิด ไม่ฝันมาก่อนว่า วันหนึ่งต้องมาฝึกฝนการยิงปืนเพื่อการอยู่รอดในสังคมอเมริกาในเวลาที่มืดมนแบบนี้”

          วันเดียวกัน จอมโพสต์เพิ่มเติมเกี่ยวกับสิทธิพลเมืองสหรัฐฯ ว่า “กฎหมายอเมริกา ให้สิทธิ์กับพลเมืองในการใช้อาวุธ เพื่อรักษาและปกป้องทรัพย์สิน และตัวเองหากอยู่ในภาวะที่ไม่ปลอดภัย นี่เป็นบัญญัติในรัฐธรรมนูญอเมริกา แรกทีเดียวคิดว่า เมื่อ 400 ปีที่เริ่มก่อตั้งประเทศคงยังเป็นสังคมดิบ ป่าเถื่อนยุคบุกเบิก เข้าใจได้ว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายแบบนี้ แต่ไม่เคยคิดเลยว่า 400 ปีต่อมา กฎหมายข้อนี้ถูกปฎิบัติอย่างจริงจังอีกครั้ง”

มะกันมืดมน "จอม" ฝึกอาวุธ

ร้านอาหารของ “จอม”

          “จอม” ออกจากเมืองไทยไปอยู่สหรัฐได้ 6-7 ปีแล้ว เขาได้รับสถานะผู้ลี้ภัยอย่างสมบูรณ์ในอเมริกา เมื่อปี 2560

          ปัจจุบัน เขาเปิดร้านอาหาร และผลิตรายการสัมภาษณ์บุคคลที่อยู่ในข่าวเด่นประเด็นร้อน ผ่านทางยูทูบจำนวนมาก ผ่านช่อง jom voice ก่อนหน้านี้ จอมเคยคิดจะวางมือจากการทำสื่ออิสระ แต่การเมืองที่ร้อนแรงในเมืองไทย ทำให้เขากลับมาจัดรายการอีกครั้ง

          กลุ่มคนเสื้อแดงในสหรัฐยอมรับว่า จอมทำอาหารเก่ง จึงเริ่มต้นทำงานในครัวตามร้านอาหารไทยที่มีอยู่ดาดดื่นในแคลิฟอร์เนีย ก่อนจะขยับมาเปิดร้านของตัวเองเมื่อปีที่แล้ว

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432782?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง เลือกตั้งซ่อมเมืองลำปาง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า วุ่นเรื่องในพรรค ไม่เร่งเครื่องหาเสียง คล้ายประมาทคู่แข่ง ระวังเจอพลังเงียบ คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
เงียบจนผิดปกติ หลัง “พินิจ จันทรสุรินทร์” ถอนตัวไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง เขต 4 เหลือผู้สมัคร ส.ส.ไม่กี่คน และคนเมืองรถม้าก็คาดการณ์ล่วงหน้าว่า พรรคพลังประชารัฐชนะแล้ว

          นับแต่สุดสัปดาห์ที่แล้ว “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย และแกนนำพรรคฯ ลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค  คือ ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ เดินสายไปทุกอำเภอในเขต 4

          “เสรีพิศุทธ์” มีจุดขายคือ ไม่เอาเผด็จการ จึงพยายามปลุกเร้าให้พลังเงียบออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง เลือกเบอร์ 2 กันให้เยอะๆ

“เสรีพิศุทธ์” หาเสียงหนัก

          ฟากฝั่งพรรคพลังประชารัฐ กลับมีความวุ่นวายภายในพรรค จึงไม่เห็นแกนนำพรรคอย่าง “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ ยกทีมไปหาเสียงในพื้นที่

++
ลุ้นหวยผู้แทน
++
การเลือกตั้ง 24 มี.ค.2562 ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ พรรคเสรีรวมไทย ได้ 2 พันกว่าคะแนน ขณะที่ วัฒนา สิทธิวัง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ได้ 3 หมื่นคะแนน ถ้าเปรียบเหมือนกีฬามวยไทย “วัฒนา” เป็นต่อชนิดไม่มีใครกล้ารอง

          สำหรับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ยังมีความหวังลึกๆ เมื่อพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ให้การสนับสนุนพรรคเสรีรวมไทย

          ตำนาน ส.ส.บ้านนอก บุญเติม จันทะวัฒน์ ผู้ล่วงลับยังเป็นเรื่องโจษขาน เมื่อเลือกตั้งปี 2544 บุญเติม สังกัดพรรคถิ่นไทย ลงสมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 4 ได้เพียง 240 คะแนน ต่อมา เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ผู้ชนะจากพรรคไทยรักไทย ถูกใบแดง และให้การสนับสนุนบุญเติม

          บุญเติมจึงถูกหวยได้เป็น ส.ส.บ้านนอก แบบไม่คาดฝัน ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ ก็แอบลุ้นหวยอยู่เหมือนกัน

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง

“วัฒนา สิทธิวัง” พรรค พปชร. วันเปิดตัว แล้วก็เงียบ

++
หมอรวยเงียบ
++
ด้านผู้สมัคร ส.ส.ตัวเต็งอย่าง “หมอรวย” หรือ วัฒนา สิทธิวัง อดีต ส.อบจ.ลำปาง เขต 1 อ.เกาะคา และอดีตรองประธานสภา อบจ.ลำปาง กลับไม่ค่อยเห็นความเคลื่อนไหวผ่านสื่อท้องถิ่น

          ยกเว้นวันแรกที่ “หมอรวย” ไปสมัคร ส.ส. ก็มี เอกราช ช่างเหล่า ส.ส.บัญชีรายชื่อ, ไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ,บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อม ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ สาย“ผู้กองธรรมนัส” ไปให้กำลังใจอีกหลายคน

          หลังจากนั้นมา สจ.วัฒนา ให้สัมภาษณ์นักข่าวท้องถิ่นว่า “ต้องขอบคุณ พรรคเพื่อไทย ที่เปิดโอกาสให้ครั้งนี้ มีมติไม่ส่งผู้สมัคร ทั้งนี้ตนเองและทีมงานคุณภาพ ต้องขยันพบปะพี่น้องประชาชน 5 อำเภอเขต 4 ลำปาง ในช่วงเวลา 20 กว่าวันนี้”

          หมอรวยยืนยันว่า “ผมมีความพร้อมกว่าเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา เนื่องจากอยู่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล”

ผู้กองการ์ดตก จะพ่ายศึกลำปาง

“ร.อ.ธรรมนัส” จะเอายังไงกับเลือกตั้งลำปาง

          จะว่าไปแล้ว “ผู้กองธรรมนัส” จะประมาท “การ์ดตก” ไม่ได้ เพราะรวมคะแนนเพื่อไทยและอนาคตใหม่(ก้าวไกล) เมื่อเลือกตั้งหนที่แล้ว ประมาณ 6 หมื่นคะแนน

          หากพลังเงียบลุกขึ้นสั่งสอนพรรคใหญ่ หมอรวยอาจเจ็บปวดกว่าหนแรก เนื่องจากรอบนี้ เมื่อสิงห์เฒ่าปล่อยวาง ใครก็ว่า หมอรวยก็นอนมา

          ระยะนี้ ผู้กองธรรมนัสเจอมรสุมการเมืองในพรรค ถ้าดันการ์ดตก หมอรวยพ่ายศึกลำปาง..รับรองเจอรุมกระหน่ำซ้ำเติมแน่

จาก “นิพัทธ์” ถึง “สุชาติ” มาตรฐานตั้งกรรมการองค์กรอิสระอยู่ที่ไหน? #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432759?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

จาก “นิพัทธ์” ถึง “สุชาติ” มาตรฐานตั้งกรรมการองค์กรอิสระอยู่ที่ไหน?

 จาก "นิพัทธ์" ถึง "สุชาติ" มาตรฐานตั้งกรรมการองค์กรอิสระอยู่ที่ไหน?

เจาะประเด็นร้อน : จาก “นิพัทธ์” ถึง “สุชาติ” มาตรฐานตั้งกรรมการองค์กรอิสระอยู่ที่ไหน?

          จากประเด็นการตีความผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. ในยุค คสช.ที่เสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกเป็นกรรมการองค์กรอิสระต่างๆ ว่าสามารถดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระได้หรือไม่นั้น กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในแวดวงกฎหมาย รวมถึงวุฒิสภา / เพราะคณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. กับคณะกรรมการสรรหา กสม. หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตีความเรื่องนี้ไม่เหมือนกัน ทั้งๆ ทีเป็นคุณสมบัติสำคัญที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ในการดำรงตำแหน่งกรรมการองค์กรอิสระทั้งสององค์กร

          เนื่องจากคณะกรรมการสรรหา กรรมการ ป.ป.ช. เห็นชอบให้ นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งมีนบุรี ซึ่งเคยเป็น สนช. เมื่อปี 59-62 ผ่านคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. อีกทั้งวุฒิสภาก็โหวตผ่านให้แล้วด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น

          แต่อีกด้านหนึ่ง คณะกรรมการสรรหา กสม. หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ประชุมนัดแรกไปเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา กลับมีมติเสียงข้างมากว่า พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเคยเป็น สนช.ระหว่างปี 57-62 มีลักษณะต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฯ ทำให้ขาดคุณสมบัติ

          ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการสรรหา กสม. ตีตกชื่อของ พลเอกนิพัทธ์ ก็คือ ตีความว่าเคยดำรงตำแหน่ง สนช. และพ้นจากตำแหน่งมายังไม่ถึง 10 ปี เนื่องจาก สนช.คือตำแหน่งเดียวกับ ส.ส. และ ส.ว.

ประเด็นที่น่าสังเกตก็คือ เนื้อความในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ เหมือนกันทุกประการ กล่าวคือ

กฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 11 กรรมการ ป.ป.ช. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม “เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา”

ส่วน กฎหมาย กสม. มาตรา 10 กรรมการ กสม. ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม “เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะ 10 ปี ก่อนเข้ารับการสรรหา”

ปรากฏว่าคณะกรรมการสรรหา กสม. มองว่า ตำแหน่ง สนช. ก็คือ ส.ส.หรือ ส.ว.นั่นเอง จึงต้องพ้นจากตำแหน่ง 10 ปีก่อน ถึงจะรับตำแหน่งในองค์กรอิสระได้ / แต่คณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช. กลับมองไปอีกแบบ

คำถามคือ มาตรฐานอยู่ตรงไหน หรือเรื่องนี้น่าจะต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลปกครอง

ความเห็นตอนนี้แตกเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายแรกเห็นว่า สนช.ก็คือ ส.ส. และ ส.ว.นั่นเอง จึงไม่น่าจะมีคุณสมบัติเป็นกรรมการองค์กรอิสระ หากยังพ้นตำแหน่งไม่ถึง 10 ปี

หัวขบวนของการตีความแบบนี้ คือ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เหตุผลของนายศรีสุวรรณก็คือ

– ป.ป.ช.เคยมีความเห็นว่า สนช.ถือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 ที่บัญญัติให้ สนช.ทำหน้าที่สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา จึงมีหน้าที่ยื่นแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

– รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 263 ได้บัญญัติว่า ในระหว่างที่ยังไม่มีสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ยังคงทำหน้าที่รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาต่อไป โดยให้การทำหน้าที่สิ้นสุดลงในวันก่อนวันเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรกภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นตามรัฐธรรมนูญนี้

– แนวทางที่นายศรีสุวรรณจะเดินหน้าต่อไป คือยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองชี้ขาด

ส่วนอีกฝ่ายที่มีความเห็นตรงกันข้ามว่า สนช. ไม่ใช่ ส.ส. และ ส.ว. ก็คือ นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอยู่ในฝ่ายเสียงข้างมากที่โหวตรับรองให้ นายสุชาติ เป็นกรรมการ ป.ป.ช.ไปแล้วนั่นเอง

เหตุผลของ ส.ว.สมชาย แสวงการ ก็คือ

– สนช. ไม่ใช่ ส.ส. หรือ ส.ว. แต่ สนช.ทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภาระหว่างช่วงปฏิวัติ

– องค์ประกอบ สนช.ไม่เหมือน ส.ส. และ ส.ว. เพราะ สนช.อนุโลมให้ข้าราชการ ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้พิพากษามาเป็น สนช.ได้ ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติต้องห้ามของ ส.ส. และ ส.ว. คือห้ามเป็นข้าราชการ อีกทั้ง สนช.ไม่ได้เป็นข้าราชการการเมือง แต่คือเจ้าหน้าที่รัฐที่มาทำหน้าที่แทน ส.ส. และ ส.ว. เท่านั้น

– คณะกรรมการสรรหา ป.ป.ช. มีประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครองสูงสุด และตัวแทนจากองค์กรอิสระ ส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย จึงตีความว่า สนช. ไม่ได้เป็น ส.ส. และ ส.ว. ส่วนกรรมการสรรหา กสม. ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นนักกฎหมาย จึงตีความผิด ขณะที่ นายชวน หลีกภัย ประธานใสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นกรรมการสรรหาฯ ขณะโหวตไม่ได้อยู่ในห้องประชุม ส่วนนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน ก็ไม่ได้ลงคะแนน

– รัฐธรรมนูญ 2560 เขียนห้ามไม่ให้เป็น ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญนี้มาเป็น หมายความว่าตั้งแต่นายพรเพชร และ ส.ว. จำนวน 80 ราย ที่มาจาก สนช. ก็หลุดเก้าอี้เลย หากมีการไปร้องศาลรัฐธรรมนูญ แล้วสรุปว่า สนช. เป็น ส.ส. และ ส.ว. ก็ทำให้ทุกคนขาดคุณสมบัติ เชื่อว่าไม่มีทางเป็นไปได้” นายสมชาย กล่าว

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432754?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด

สมศักดิ์ เทพสุทิน ร่างปฏิญญากินเส้นฉบับใหม่ “ไม่เอาสมคิด” เดินหน้าหนุน “ลุงป้อม” เพื่อความอยู่รอด

++
วันหยุดช่วงโควิดคลาย “สมศักดิ์ เทพสุทิน” นัดนักข่าวไปกินก๋วยเตี๋ยว คุยการเมืองไปที่ร้านกินเส้น ตรงข้ามสำนักงาน ป.ป.ช. ย่านสนามบินน้ำ

          เดือน เม.ย.2561 ที่ร้านกินเส้น ของเจ๊เป้า-อนงค์วรรณ เทพสุทิน ได้พบกับ ภิรมย์ พลวิเศษ อดีต ส.ส.นครราชสีมา ผู้มาขายฝันสร้างพรรคการเมือง จนกลายเป็นที่มาของภาพ 3 สหายคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , สมศักดิ์ เทพสุทิน และภิรมย์ พลวิเศษ ผู้ก่อการ “กลุ่มสามมิตร”

อ่านข่าว…   สุริยะทิ้งสมคิด ‘สองมิตร’คิดการใหญ่

เวลานั้น ภิรมย์ พลวิเศษ ทำหน้าที่เสมือนโฆษกกลุ่มสามมิตร คอยกระจายข่าวว่า นักการเมืองกลุ่มโน้นกลุ่มนี้เข้ามาอยู่ในกลุ่มกี่คนบ้างแล้ว

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด

สามมิตร 2561

++
สมคิดไม่ใช่สามมิตร
++
ร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยในตำนาน กลับมาคึกคักอีกหน เมื่อสมศักดิ์ เทพสุทิน นัดนักข่าวไปเคลียร์ปมเรื่องหนุน “บิ๊กป้อม” เป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนใหม่

          สมศักดิ์เปรียบได้กับนักเตะจอมเก๋า จึงอธิบายเรื่องสายสัมพันธ์กับ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สมคิดเคยพูดหลายครั้งว่า ไม่ได้เป็นกลุ่มสามมิตร และที่สำคัญ พวกเขาได้สลายกลุ่มสามมิตรไปแล้ว

          นอกจากการเปิดใจกับนักข่าวแล้ว “สมศักดิ์” ยังออกแถลงการณ์ปฏิญญาร้านกินเส้น แจกแจงเป็นข้อๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค พปชร. และในข้อที่ 4 มีความนัยเกี่ยวกับ “2 กุมาร” ผู้บริหารพรรคหน้าเดิม

          “การปรับโครงสร้างทางการเมือง มิได้หมายความว่าผู้บริหารเดิมจะไม่สามารถกลับมาได้อีก บุคคลที่เข้าใจชาวบ้าน เข้าใจชาวชนบท เข้าใจ ส.ส. ย่อมได้รับคะแนนนิยมในพรรค ทั้งท่านหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค หรือท่านประธานยุทธศาสตร์ของพรรค ก็สามารถกลับเข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดของพรรคได้อีกเช่นกัน”

ปฏิญญากินเส้น เอาป้อมทิ้งสมคิด

สามมิตร 2563

          สมศักดิ์ กำลังจะบอกว่า อุตตม สาวนายน และสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ไม่เข้าใจชาวบ้าน ไม่เข้าใจชาวชนบท และไม่เข้าใจ ส.ส.

++
สามมิตรร่อยหรอ
++
ถ้าจำกันได้ กระบอกเสียงของ “สุริยะ-สมศักดิิ์” พยายามกระจายข่าวว่า กลุ่มสามมิตร มีไพร่พลอยู่ประมาณ 40 คน แต่ตัวเลขจริงๆ มีไม่ถึงเกิน 20 คน

          จะว่าไปแล้ว ผู้สมัคร ส.ส.สายสามมิตร สอบตกเยอะในภาคอีสาน หากไม่ได้ ส.ส.ป้ายแดงจากพิจิตรและพิษณุโลกมาช่วย เสี่ยไก่ชนแห่งสุโขทัย คงเสียศูนย์ โชคดีที่ยังได้ ส.ส.อีสานจากชัยภูมิ, สุรินทร์ และนครราชสีมา มาเสริมอีก 4-5 คน

          ภาคกลาง ที่อยู่ในการดูแลของ “อนุชา นาคาศัย” ก็ร่วงระนาว แถม ส.ส.หน้าใหม่ก็แจ้งเกิดเยอะ สมศักดิ์ต้องออกแรงไปดึง “ส.ส.นกแล” มาเ

          เดิมที กลุ่มสมคิด และ “2 กุมาร” กับกลุ่มสามมิตรเป็นแนวร่วมกัน แต่พักหลังกลับมีปัญหา “อุตตม” ไม่เข้าใจวิธีการดูแล ส.ส. จึงทำให้ “ส.ส.นกแล” ย้ายไปอยู่ขั้วใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ

          อย่างที่รู้กัน ขั้ววิรัช-ส.ส.เฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น ได้สันติ พร้อมพัฒน์ มาเสริมทีม กลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในพรรค

          ด้วยเหตุนี้ “สมศักดิ์-สุริยะ” ก็ต้องเลือกเข้าสวามิภักดิ์บ้านป่ารอยต่อฯ โดยก่อนหน้านั้น ส่ง “เสี่ยแฮงก์ อนุชา” เข้าไปรับใช้ประมุขบ้านใหญ่ล่วงหน้าแล้ว

ไขกลเกม.” 3ป.”บนหมากการเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432755?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ไขกลเกม.” 3ป.”บนหมากการเมือง

ไขกลเกม." 3ป."บนหมากการเมือง

ไขกลเกม.” 3ป.”บนหมากการเมือง ทำไม”ลุงป้อม”ต้องลุยการเมืองเพื่อ”ลุงตู่” อะไรคือวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของ “3 ป.”

กระเเสข่าว “3ป.” (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา)ขยับ”หมากการเมือง”เเบบสะเทือนวงการว่า “ลุงป้อม”จะเคลื่อนตำเเหน่งจาก”ประธานยุทธศาสตร์”พรรคพลังประชารัฐไปเป็น”หัวหน้าพรรค”ที่มีสถานะทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ…

 หลายคนมองว่าเป็น “หมากการเมือง”เพื่อเคลื่อนตัว “พี่ใหญ่”เเห่ง “3ป.”ให้เข้าสู่วงล้อเเห่งอำนาจเพื่อเคลื่อน”พลังประชารัฐ”ต่อยอดอำนาจในวันข้างหน้า

 ส่วน”ขั้วตรงข้าม”อาศัยจังหวะนี้โจมตีว่า เป็นการสืบทอดอำนาจเพื่อหวังบางสิ่งบางอย่าง มิได้ทำเพื่อบ้านเมืองโดยเเท้จริง!

เเต่ความจริงบางมุมในการขยับตัวของ”ลุงป้อม”คราวนี้….หลายคนมิทราบชัดว่าทำไม? “ลุงป้อม”ต้องเปลืองตัว เนื่องจากวันนี้ใครหลายคนทราบดีว่า ตัวจริง เสียงจริงเเห่ง”พปชร.”คือใคร?เเล้วใย ..”ลุงป้อม”ต้องเปิดตัว คำตอบอยู่ที่นี่

 บันไดในการสานฝันของ”ลุงตู่”ที่หวังพบการสลายความขัดเเย้งบน”สงครามสีเสื้อ”เเละ”กลุ่มการเมือง”ที่หวังใช้ชีวิตเเละเลือดเนื้อประชาชนเป็นหนทางเข้าสู่อำนาจเเบบเป็นทางการ หรือแม้กระทั่งการสร้างมวลชนเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้มีความคิดแค่เพียงอยากเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เคยเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่คนไทยต้องเสียเลือด เสียน้ำตาไปไม่รู้เท่าไหร่เพื่อการเข้าสู่อำนาจของคนไม่กี่คน จุดนี้ต่างหากที่ “3 ป.” พยายามจะเปลี่ยนแปลง แก้ไข

 เมื่อวิถีประชาธิปไตยกลับมา..พรรคการเมืองคือตัวเเทนของประชาชนที่เป็นองค์กรหลักทางกฎหมายเพื่อสานภารกิจของ”น้องเล็ก”ใน “3ป.”ให้ลุล่วง เเม้ยามนี้”สงครามสีเสื้อ”จะจางหายไปพอสมควร เเต่ยังมีบางกลุ่มหวังใจว่าจะปลุก”สงครามสีเสื้อ”ให้กลับมาอีกคราว

 พรรคการเมือง คือ องค์กรที่ตอบโจทย์ลดความขัดเเย้งได้ในทุกรูปเเบบ ดังนั้นเมื่อ”พรรคพลังประชารัฐ” คือ พรรคหลักในการจัดตั้ง”เรือเหล็ก”ลุยมรสุม เมื่อ”ลุงตู่” กุมพังงาในฐานะกัปตันเรือทางการบริหารประเทศ “ลุงป้อม”จะเป็นต้นเรือคอยคุมทิศทางทางการเมืองเเละ”ลุงป๊อก”เป็น”สรั่งเรือ”อีกตำเเหน่งที่คอยช่วยเหลือพี่เเละน้อง

 เมื่อพ้นภาวะ คสช.มาระยะหนึ่ง ความวุ่นวายของฝ่ายการเมืองเริ่มขยับตัวในหลากยุทธวิธี การสยบเกมใต้ดินที่หวังปลุกผีสงครามสีเสื้อโดยใช้หลากลีลามาเคลื่อนไหว…การที่จะยุติหลายปัญหายามนี้เเละยามหน้า ต้องใช้กลไกประชาธิปไตยเพื่อให้ทุกภาคส่วนยอมรับเเละเดินหน้าร่วมกัน

 สถานการณ์โลกวันนี้มันเปลี่ยนทุกอย่างไปเกือบหมด หากยังคงเล่นกลเกมการเมืองเเบบไม่รู้จังหวะนั้น..รับรองว่า “ไทยเเลนด์”ล้าหลังเเละตกขบวนโลกในเวลาอันใกล้นี้เป็นเเน่เเท้

 ภาวะเเบบนี้ คนที่ผ่านหลายสมรภูมิเเบบ”ลุงป้อม”นั้น อ่านเกมออกได้ไม่ยาก..เมื่อเวลามาถึง”ลุงป้อม”จึงต้องเตรียมออกตัวมารับหน้าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อใช้อำนาจหน้าที่ทางกฎหมายพรรคการเมืองควบคุมลูกพรรคเเละประสานพรรคอื่นๆในการเดินหน้าประเทศไทยเเบบไร้รอยขัดเเย้ง เเละปล่อยให้”ลุงตู่”กับ”ลุงป๊อก”วางเเผนบริหารประเทศเเบบไม่ต้องกังวลกลเกมการเมืองที่จะมารบกวนสมาธิ…

 ตรงนี้คือคำตอบที่เเท้จริงของ”3ป.”เเละ”พี่ใหญ่เเห่งบูรพาพยัคฆ์”ในการเดินเข้าสู่วงล้อเเห่งอำนาจบนเส้นทางการเมืองไทย

 สิ่งที่จับตากันต่อไปก็คือเมื่อ”ลุงป้อม”เข้าสวมหมวก “หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ”เเล้วนั้น…ใครจะได้ไปต่อกับภารกิจบน”เรือเหล็ก”เพื่อช่วย”ลุงตู่”ฝ่าคลื่นลม

“รัฐมนตรีคนใด”..จะหลุดตำเเหน่ง และใครจะเข้ามาทำหน้าที่”รัฐมนตรี”ทดเเทนเพื่อให้ภารกิจรุดหน้า