SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

รู้มั้ย ‘ไตรศุลี’ ลูกบ้านใหญ่ศรีสะเกษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/433089?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

รู้มั้ย ‘ไตรศุลี’ ลูกบ้านใหญ่ศรีสะเกษ

รู้มั้ย 'ไตรศุลี' ลูกบ้านใหญ่ศรีสะเกษ

7 มิถุนายน 2563 – 11:58 น.

“ไตรศุลี” รองโฆษกชุดไหมอีสาน มีใครรู้บ้าง เธอเป็นลูกสาว “บ้านใหญ่” ของจริง เมืองศรีสะเกษ

แม้จะมีแฟนเพจ “กวาง ไตรศุลี ไตรสรณกุล” มาตั้งแต่รับตำแหน่งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แต่น่าจะมีเมื่อวันเสาร์ที่ 6 มิ.ย.2563 ที่ได้เห็น “รองกวาง” ในแบบสาวเก่งเมืองศรีนครลำดวน

เมื่อ “กวาง” หรือไตรศุลี ไตรสรณกุล โพสต์ภาพตัวเองในลุคสาวสวนทุเรียน “ถ้าไม่อร่อยจริง ไม่ลงทุนปีนขนาดนี้ค่ะ คุณพี่เจ้าของสวนท้าให้พิสูจน์คุณภาพ #ทุเรียนภูเขาไฟ กวางเคาะเองกับมือเลยค่ะ ส่วนจะหวาน มัน อร่อยแค่ไหนรอชิมนะคะ แล้วเจอกันใหม่กับ #กวาง #รองโฆษกนักรีวิวนะคะ”

นี่คือนักประชาสัมพันธ์มืออาชีพ และเป็นตัวตนของสาวน้อยจากตระกูลการเมืองท้องถิ่น

ถ้าสังเกตให้ดี ไตรศุลี จะสวมชุดผ้าไหมศรีษะเกษ มาแถลงข่าวอยู่บ่อยๆ นัยว่า เธอต้องการโปรโมตสินค้าอาภรณ์พื้นถิ่น

ล่าสุด “รองกวาง” สวมชุดผ้าไหมจากอำนาจเจริญ น่าจะเป็นทีมงาน “เจ๊รวย” ภูมิใจไทยอำนาจเจริญเป็นผู้สนับสนุนหลัก

“กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เป็นลูกสาวของ วิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ ซึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้มาหลายสมัยแล้ว

ถามว่า “บ้านใหญ่” เมืองศรีสะเกษ อยู่ที่ไหน ตอบได้ทันที ก็คือ “บ้านใหญ่ไตรสรณกุล” นั่นเอง

“วิชิต” เป็นชาว อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จึงมีฐานธุรกิจการเกษตรและการเมืองท้องถิ่น มาแต่สมัยรุ่นเตี่ย “ฮวด ไตรสรณกุล” อดีต ส.จ.ศรีสะเกษ ปี2518

เมื่อปี 2522 เตี่ยฮวดติดปัญหาคุณสมบัติ รัฐธรรมนูญปี 2522 ห้ามคนต่างด้าว เล่นการเมือง ภารกิจของเตี่ย จึงตกมาที่พี่ชาย วีระ ไตรสรณกุล เป็น ส.จ.ศรีสะเกษ จนมาถึงรุ่นของวิชิต โดยเขาได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.ศรีสะเกษ สมัยแรกเมื่อปี 2543

กลยุทธ์ของวิชิต ชูประเด็นความเป็นท้องถิ่นนิยมภายใต้ชื่อ “กลุ่มคนท้องถิ่น” โดยดึงตระกูลการเมืองในศรีสะเกษ มาเป็นรองนายก อบจ. ไล่มาตั้งแต่มานะพันธ์ อังคสกุลเกียรติ น้องชายของ ฉัฐมงคล อังคสกุลเกียรติ นายกเล็กเมืองศรีสะเกษ, วิเชียร ถิระเลิศพานิชย์ ที่มีฐานการเมืองอยู่ชายแดนกันทรลักษ์ และ อภิศักดิ์ แซ่จึง หลานชายของ ปวีณ แซ่จึง อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ (ปัจจุบัน ผ่องศรี แซ่จึง ภรรยาปวีณ เป็น ส.ส.แทน)

การเลือกตั้งทั่วไป ปี 2562 เป็นครั้งแรกที่ “วิชิต” ส่งลูกสาว “กวาง” ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 30

จริงๆแล้ว ตระกูล “ไตรสรณกุล” อยู่ในการเมืองระดับชาติมานานแล้ว “ธีระ ไตรสรณกุล” ลูกชายคนที่2ของเตี่ยฮวด และพี่ชายของวิชิต ก็เป็น ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย มาหลายสมัย

เช่นเดียวกับลูกสาวคนเล็กของเตี่ยฮวด คือ “อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์” ภรรยาของ “นพ.จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์” โดยการเลือกตั้งที่ผ่านมา อุดมลักษณ์ย้ายพรรคจากภูมิใจไทย กลับเพื่อไทย พร้อมดันสามี “จาตุรงค์” สวมเสื้อเพื่อไทย และได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต 4

แม้จะอยู่คนละพรรค แต่เมื่อถึงเลือกตั้งนายก อบจ.ศรีสะเกษ คนการเมืองตระกูลไตรสรณกุล ก็หลอมใจเป็นหนึ่งเดียวหนุนวิชิต ตามภาษิตจีนที่ว่า เลือดข้นกว่าน้ำ

ชีวิตวันเฉลิม ในเงื้อมมือ ‘ฮุนเซน’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/433079?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ชีวิตวันเฉลิม ในเงื้อมมือ ‘ฮุนเซน’

ชีวิตวันเฉลิม ในเงื้อมมือ 'ฮุนเซน'

7 มิถุนายน 2563 – 10:12 น.

โปรย-สมเด็จฮุน เซน เป็นยอดนักกลยุทธ์ นักสิทธิมนุษยชนไทยก็รู้ ไยเรียกร้องให้ผู้นำเขมรรับผิดชอบต่อการหายตัวไปของวันเฉลิม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดย ขุนน้ำหมึก

เหมือนหนังคนละม้วน ปี 2555 แกนนำ นปช. ตบเท้าเข้าไปคารวะสมเด็นฮุน เซน ถึงทำเนียบพนมเปญ และมีการเตะฟุตบอลมิตรภาพระหว่างวีไอพีเขมร กับทีม นปช. ถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมมายังประเทศไทย

มินับ อดิศร เพียงเกษ และวิสา คัญทัพ แต่งเพลงยอยศสมเด็จฮุน เซน ร้องกันบนเวทีทักษิณ ชินวัตร พบเสื้อแดงที่เมืองเสียมเรียบ เปรียบสมเด็จฮุน เซน เป็นสุดยอดผู้นำประชาธิปไตย

ชั่วโมงนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยพลัดถิ่นอย่าง “จอม เพชรประดับ” ออกอาการหงุดหงิดผู้นำเขมรอย่างมาก กรณี “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” ผู้ลี้ภัยการเมืองไทย ถูกอุ้มหายไป เหตุเกิดในกรุงพนมเปญ

“ทำไมฮุนเซน ถึงปล่อยให้ความตายมาเยือนผู้ลี้ภัยการเมืองไทยที่ตัวเองเคยให้การช่วยเหลือคุ้มครอง” จอม สื่อผู้รักประชาธิปไตยตะโกนถามนายกรัฐมนตรีตลอดกาลแห่งกัมพูชา

++

ฮุนเซนเปลี่ยน

++

เที่ยงวันของวันที่ 6 มิ.ย.2563 จอม เพชรประดับ ได้สัมภาษณ์ สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษา Human Right Watch ประจำประเทศไทย ผ่านการไลฟ์สดทางแฟนเพจเฟซบุ๊ค และยูทูบช่อง Jomvoice channel เกี่ยวปฎิบัติการอุ้ม “วันเฉลิม” ในแผ่นดินเขมร

“สุณัย” กล่าวว่า ทั้งไทยและกัมพูชาปิดปากเงียบต่อเรื่องนี้ ทั้งๆที่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีการอุ้มหายในเมืองหลวงกัมพูชาจริง แต่กัมพูชากลับปฎิเสธ ไม่รู้ไม่เห็น ทำให้เชื่อได้ว่านี่เป็นความร่วมมือกันของสองประเทศที่จะส่งนักโทษทางการเมืองระหว่างกัน ซึ่งเป็นการก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศ และจะสร้างความเสียหายต่อกัมพูชามากกว่าไทย

ที่ปรึกษา Human Right Watch ประเมินว่า การที่ผู้ลี้ภัยการเมืองไทยในกัมพูชา ตกเป็นเป้าที่จะถูกอุ้มฆ่าเพราะสมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชาได้เปลี่ยนยุทธศาสตร์ทางการเมืองกับไทย เป็นการให้ความร่วมมือกับรัฐบาลเผด็จการมากกว่าจะให้ความร่วมมือกับฝ่ายประชาธิปไตยของไทยเหมือนที่ผ่านมา

ฮุนเซนเปลี่ยนจุดยืนต่อไทยมา 5-6 ปีแล้ว จอมและสุณัย ไปอยู่ไหนมา..หรือทำใจไม่ได้

++

เปลี่ยนมานานแล้ว

++

ถ้าจำกันได้ ก่อนวันฉลองเอกราช 9 พ.ย.2562 “สม รังสี” อดีตผู้นำฝ่ายค้าน ได้ปลุกระดมมวลชนและวางแผนนัดแรงงานชาวเขมรในไทย ให้ไปรวมตัวแถวชายแดนปอยเปต โดยสม รังสี เตรียมนั่งเครื่องบินจากปารีสมาที่สนามบินสุวรรณภูมิ

เวลานั้น รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สกัดแผนการปลุกระดมมวลชนอดีตผู้นำฝ่ายค้านเขมร ทุกรูปแบบ ตั้งด่านตรวจเข้มจากกรุงเทพฯถึงชายแดน จนสม รังสี ต้องพับแผน ถอยไปอยู่มาเลย์

นี่คือผลพวงจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสมเด็จฮุน เซน กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ฝ่ายประชาธิปไตยไทยหลายองค์กร ต่างให้การสนับสนุนแผนการของสม รังสี แถมเอ็นจีโอไทยบางกลุ่ม ยังเข้าร่วมปลุกระดมแรงงานเขมร ซึ่งหน่วยข่าวความมั่นคงของไทยก็ทราบดี

อันที่จริง แกนนำเสื้อแดงที่หลบภัยอยู่ในเขมร ต่างก็รู้เงื่อนไขดี “หากจะอยู่ ต้องหยุดเคลื่อนไหวการเมือง” คนอย่าง แอนตี้ พิษณุ พรหมสร และ พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัตน์ จึงยุติการใช้สื่อออนไลน์แสดงความเห็นทางการเมือง

ทำไมวันเฉลิม จะไม่รู้เงื่อนไขดังกล่าว..หรือว่า วันเฉลิม พึ่งพานักการเมืองอีกขั้วหนึ่งในเขมร?

จอมเล่า เบื้องหลัง “วันเฉลิม” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/433048?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

จอมเล่า เบื้องหลัง “วันเฉลิม”

จอมเล่า เบื้องหลัง "วันเฉลิม"

“จอม เพชรประดับ” เล่าเรื่องผู้ลี้ภัยในเขมร “วันเฉลิม” ฉลาด เก่งไอที มีแผนทำสื่อต้านเผด็จการทหาร

++
หลังการหายตัวไปของ “ต้า” วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักเคลื่อนไหวต้านเผด็จการไทย “จอม เพชรประดับ” ได้บอกเล่าเรื่องของ “น้องต้า..ที่ผมรู้จัก” ผ่านแฟนเพจ Jom Petchpradab

          “ผมพบน้องต้า วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ครั้งแรกที่เขมร ประมาณกลางเดือนมิถุนายน ปี 2557 หลังรัฐประหารผ่านไปเดือนกว่า เราคุยกันว่า จะออกมาทำสื่อในต่างประเทศด้วยกัน เพื่อต่อต้านเผด็จการในประเทศไทย เพราะยากแล้วที่คนไทยจะมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นนับจากนี้ไป ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะอยู่ในฐานะผู้ลี้ภัย (ยังไม่ถูกตั้งคดีจาก คสช.) น้องต้ากระตือรือล้นมากที่จะทำงานร่วมกัน และไม่กี่วันต่อมา ผมก็ต้องบินไปอเมริกา เพื่อวางแผนรวมพลสื่อมวลชนคนลี้ภัยในต่างประเทศที่อเมริกา จากนั้นก็ไม่ได้เจอกับน้องต้าอีกเลย..”

          เรื่องที่จอมเล่าเรื่องต้า-วันเฉลิมกับขบวนการต่อต้านเผด็จการนั้น ตรงกับที่ “สุรชัย แซ่ด่าน” เล่าผ่านรายการปฏิวัติไทย ทางยูทูบ สมัยอยู่ที่เมืองลาวว่า เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถูกยึดอำนาจ นักการเมืองเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดงไปรวมตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์กลางกรุงพนมเปญ อาทิ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ, สุรชัย แซ่ด่าน, สุนัย จุลพงศธร, สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล, โกตี๋ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, อาจารย์หวาน-สุดา รังกุพันธุ์, วัฒน์ วรรลยางกูร, พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ฯลฯ

จอมเล่า เบื้องหลัง "วันเฉลิม"

วันเฉลิม สมัยอยู่ในเขมร

          จักรภพ เพ็ญแข รับปากจะไปจัดตั้ง”องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย” ที่สหรัฐฯ ภายใต้การนำของ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

          จอมยังเล่าถึงชีวิตของต้า-วันเฉลิม ว่า “น้องต้า ฉลาด ปราดเปรื่อง คล่องและว่องไวโดยเฉพาะด้านไอที แต่เขาก็ไม่ยอมที่จะเข้ามาลี้ภัยการเมืองในอเมริกา ทั้งๆ ที่เขามีโอกาสมากกว่าคนอื่น ทั้งในการเดินทางและมีโอกาสที่จะเลือกไปลี้ภัยในประเทศไหน ก็ได้ถ้าเขาต้องการ แต่ไม่ทราบเหตุ จึงยังปักหลักอยู่ในกัมพูชา”

          หลายปีผ่านมา สถานการณ์ผู้ลี้ภัยในลาว และกัมพูชา ไม่สู้ดี จอมก็เล่าเพิ่มเติมว่า “มีการส่งสัญญาณเตือนไปยังพี่น้องผู้ลี้ภัย ทั้งในลาว และเขมร อยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะในลาว แต่ดูเหมือน น้องต้า ก็ยังมั่นใจถึงความปลอดภัยในเขมร”

จอมเล่า เบื้องหลัง "วันเฉลิม"

ปี 2559 วันเฉลิมไปถ่ายทำสารคดีวงไฟเย็นที่ สปป.ลาว

          หลังจากโกตี๋ สุรชัย แซ่ด่าน และลุงสนามหลวง ถูกอุ้มหายไป จอมติดต่อกับต้า-วันเฉลิม ครั้งสุดท้ายว่า “…เขาบอกจะวางมือทางการเมืองและหันมาทำธุรกิจ โดยใช้กัมพูชาเป็นฐาน เป็นธุรกิจส่งออก เคยชวนผมร่วมด้วย แต่ก็เงียบไป มาทราบอีกทีว่าทำเกษตรแต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ นี่น่าจะเป็นเหตุผลที่เขามั่นใจที่จะอยู่ในเขมรต่อไป เพราะคิดว่า หากวางมือทางการเมืองคือ ลดการทำคลิปวิพากษ์วิจารณ์การเมือง..เขาคงจะปลอดภัยและตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินอยู่ในเขมรได้ ซึ่งปกติแล้ว แต่สุดท้ายก็ผิดคาด..”

          ดูเหมือนว่า จอมไม่ได้เล่าเรื่องวันเฉลิม สร้างแฟนเพจ “กูต้องได้ 100 ล้าน จากทักษิณแน่ๆ” ซึึ่งตำรวจไทยรู้ดีว่า เขาอยู่ในพนมเปญ และเคยเข้าไปตามล่าตัววันเฉลิมในกัมพูชาหลายครั้ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

จอมเล่า เบื้องหลัง "วันเฉลิม"

วันเฉลิม ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งปี 2557

“ปารีณา” กว่าจะเป็น ส.ส. ไม่ง่ายนะ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/433024?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“ปารีณา” กว่าจะเป็น ส.ส.  ไม่ง่ายนะ

"ปารีณา" กว่าจะเป็น ส.ส.  ไม่ง่ายนะ

เป็น ส.ส.ไม่ง่าย “ปารีณา ไกรคุปต์” พิสูจน์แล้ว 4 สมัย วันนี้คนจอมบึง ยังรักเธอ เพราะเป็นคนติดดิน

++
การเลือกตั้งทั่วไป 6 ม.ค.2544 ใช้กติกาใหม่ “เขตเดียว เบอร์เดียว” เกิดปรากฏการณ์ล็อกถล่มที่ราชบุรี เขต 3 (โพธารามและจอมบึง) เมื่อลูกสาวกำนัน ประไพพรรณ เส็งประเสริฐ พรรคประชาธิปัตย์ ล้มสิงห์เฒ่า “ทวี ไกรคุปต์” พรรคไทยรักไทย

          ประไพพรรณ ไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน อาศัยบารมีพ่อ-กำนันคนดัง และทีม ปชป.ราชบุรี หาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน เอาชนะแชมป์เก่าหลายสมัยไปได้

          อีก 4 ปีต่อมา ทวี ไกรคุปต์ ตัดสินส่งลูกสาว “ปารีณา ไกรคุปต์” ลงสนามแทน ในสีเสื้อพรรคไทยรักไทย เหมือนเดิม

"ปารีณา" กว่าจะเป็น ส.ส.  ไม่ง่ายนะ

          ช่วงหาเสียง ทวีได้จัดทำเอกสารแนะนำตัวลูกสาว “เอ๋ ปารีณา” เพื่อฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจชาวโพธาราม และจอมบึง โดยตอนหนึ่ง ทวีบรรยายภาพค่ำคืนแห่งความปราชัย ต้นปี 2544

          “ผมต้องพบความพ่ายแพ้ แพ้ใครมาจากไหน ไม่มีใครรู้จักมาก่อน ค่ำคืนนั้น ผมนั่งดูผลการเลือกตั้งอยู่กับภรรยาและปารีณา ลูกสาวที่เดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา มาเยี่ยมบ้าน นั่งดูอยู่ที่บ้านในตลาดโพธาราม จนถึงเที่ยงคืน โดยไม่มีใครมาหามาเยี่ยมเยือนผมแม้แต่คนเดียว จนแน่ชัดว่าแพ้แน่แล้ว ผมจึงออกจากบ้าน ด้วยความ ว้าเหว่และหม่นหมองเดินทางไปพักที่โรงแรมโกลเด้นท์ซิตี้ราชบุรี พร้อมภรรยาและปารีณา คืนนั้นผมนอนไม่หลับ…”

"ปารีณา" กว่าจะเป็น ส.ส.  ไม่ง่ายนะ

          ช่วงทวีสอบตก ก็ออกพบปะชาวบ้านตามปกติ และตัดสินใจวางตัว “ปารีณา” เป็นทายาททางการเมือง โดยเริ่มชิมลางจากการส่งลูกสาวนักเรียนนอก เข้าประกวด “นางสาวไทย 2544” ซึ่งมีการประกวดรอบสุดท้าย วันที่ 12 พ.ค.2544

          “เอ๋ ปารีณา” สาวโพธาราม ไม่ได้ครองมงกุฏนางสาวไทย แต่ก็ได้รับ 2 รางวัล คือ “ขวัญใจภาคกลาง” และ “นางงามมิตรภาพ” จึงทำให้เธอเป็นที่รู้จักและจดจำได้ง่ายในสายตาชาวบ้าน และในหาเสียง ส.ส.ปี 2548

          สมัยแรกในการหาเสียงเลือกตั้ง ปารีณาได้แจกหนังสือแนะนำตัว มีประวัติของปารีณาเพียงเล็กน้อย และมีประวัติการทำงานของทวี ไกรคุปต์ เสียเป็นส่วนใหญ่ และในเล่มนั้น มีภาพเธอตอนประกวดนางสาวไทยด้วย

"ปารีณา" กว่าจะเป็น ส.ส.  ไม่ง่ายนะ

          ปารีณาจะขึ้นรถกระบะ และนั่งรถซาเล้งตระเวนหาเสียงตามหมู่บ้านเล็กๆ โดยเครือข่ายหัวคะแนนของบิดาเป็นผู้ดำเนินการ

          จริงๆแล้ว ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา แม้ทวีจะไม่ได้เป็น ส.ส. แต่ก็ไม่ทิ้งพื้นที่ ได้ออกไปพบชาวบ้าน โดยมีลูกสาวตามไปเป็นเงาทุกหมู่บ้าน

          “ปารีณาเรียนรู้ได้เร็วและชอบอยากเป็นผู้แทนเหมือนพ่อ ปารีณามีเวลามากกว่าผมมาก และผมอายุมากแล้ว ผมจึง ตัดสินใจมอบหมายให้ปารีณาออกงานเป็นตัวแทนของผม เป็นสายใยอยู่กับพี่น้องแทนผม” ทวี ไกรคุปต์พูดถึงปารีณา

"ปารีณา" กว่าจะเป็น ส.ส.  ไม่ง่ายนะ

ปารีณา 2563 ส.ส.คนรากหญ้า

          ปารีณาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เธอคือทายาท ส.ส.ทวี เพราะได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.มา 4 สมัยติดต่อกัน (ปี 2548,2550,2554,2562)

          ในพื้นที่ อ.จอมบึง พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา แต่ก็เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ มีการทำฟาร์มเลี้ยงสุกร เลี้ยงไก่ ในสายตาประชาชน ปารีณาลงพื้นที่และช่วยงานชาวบ้านตามร้องขอและเป็นกันเอง รวมไปถึงเป็นคนคุยเก่ง ยิ้มเก่ง และทำตัวติดดิน

          ชาวบ้านแถวจอมบึง พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ส.ส.ที่ลงพื้นที่อยู่อย่างสม่ำเสมอก็คือ ปารีณา ไกรคุปต์

ข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 2 รายวันนี้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/433014?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 2 รายวันนี้

ข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 2 รายวันนี้

ศบค. แถลงข่าวสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เปิดเผยข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 2 รายวันนี้ ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ

พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ ศบค. แถลงข่าวสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 6 มิถุนายน 2563 เปิดเผยรายละเอียดสำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย ซึ่งเป็นผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ และเข้ากักตัวที่ศูนย์กักกันรัฐฯ จัดให้ หรือ State Quarantine

รายที่ 1 เดินทางกลับมาจากประเทศรัสเซีย เป็นเพศชายอายุ 22 ปี อาชีพนักศึกษา เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 เข้าพัก State Quarantine ใน จ.ชลบุรี ผลตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 4 มิถุนายน 2563 ขณะนี้รักษาตัวที่ รพ.แห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี

รายที่ 2 เพศชายอายุ 39 ปี อาชีพพนักงานโรงงานแห่งหนึ่งในประเทศคูเวต เดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2563 เข้าพัก State Quarantine ใน กทม. ตรวจครั้งแรกไม่พบเชื้อ ต่อมาตรวจครั้งที่ 2 ผลตรวจยืนยันติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 4 มิถุนายน 2563

ทั้งนี้ทั้ง 2 รายล่าสุด ไม่มีอาการแต่อย่างใด

ข้อมูลผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 2 รายวันนี้

ข้าชื่อ”ทวี”ผู้มากบารมีจอมบึง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/433009?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

ข้าชื่อ”ทวี”ผู้มากบารมีจอมบึง

ข้าชื่อ"ทวี"ผู้มากบารมีจอมบึง

“ทวี ไกรคุปต์” ผู้แทนจอมเก๋า ฝังรากลึกในพื้นที่ อ.จอมบึง มายาวนาน เสมือนบ้านหลังที่ 2  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
วันก่อน วีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เกาะติดการทำงานของกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไปชี้แนวเขตที่ดินของ ทวี ไกรคุปต์ บิดาของ ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี ซึ่งถูกกล่าวหาว่า บุกรุกครอบครองที่ป่าไม้ถาวรที่ป่าสงวนแห่งชาติ บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 9 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี

          พื้นที่ ต.ท่าเคย อยู่ติดเทือกเขาตะนาวศรี และมีเขตติดต่อกับ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ดังที่ทราบกัน ฟาร์มไก่ของ ส.ส.ปารีณา ก็อยู่ในบริเวณเขาสนฟาร์ม หมู่ที่ 6 ต.รางบัว

ข้าชื่อ"ทวี"ผู้มากบารมีจอมบึง

ทวี ยังเดินสายงานศพ ใน อ.จอมบึง ตามปกติ

++
จอมบึงในอดีต
++
คนรุ่นโบราณนานมา คงจำได้ว่า ปี 2513 มีหนังไทยเรื่อง “จอมบึง” เข้าฉายที่โรงหนังเพชรรามา ย่านประตูน้ำ นำแสดงโดย สมบัติ-อรัญญา

          หนังเรื่องจอมบึง สะท้อนภาพชีวิตคนบ้านป่าบ้านดง และการต่อสู้ภัยลัทธิคอมมิวนิสต์ อย่าลืมว่า สมัยโน้น อาณาเขต อ.จอมบึง ทอดยาวถึง ต.สวนผึ้ง ติดเทือกเขาตะนาวศรี

          เดือนตุลาคม 2517 กระทรวงมหาดไทย จึงอนุมัติให้แยก ต.สวนผึ้ง ออกจาก อ.จอมบึง และตั้งเป็นกิ่งอำเภอสวนผึ้ง

          ระหว่างปี 2512-2516 อ.จอมบึง กลายเป็นเขตสีแดง นสพ.ไทยรัฐ ฉบับ 25 ต.ค.2515 พาดหัวข่าวว่า “คอปเตอร์ ทบ.ตก 2 ลำซ้อน โดนยิงขณะบินปฏิบัติการกวาดล้าง ผกค.ที่ราชบุรี”

          กองอำนวยการการป้องกันและปราบปรามคอมมิวนิสต์ (กอ.ปค.) ได้ประกาศให้ จ.ราชบุรี เป็นเขตแทรกซึมของ ผกค.เมื่อปี 2512

          ในวันบ้านเมืองสงบสุข จอมบึง และสวนผึ้ง กลายเป็นทำเลทองของนายหน้าค้าที่ดิน

ข้าชื่อ"ทวี"ผู้มากบารมีจอมบึง

ทวี ไม่เคยทิ้งพื้นที่

++
เจ้าพ่อจอมบึง
++
ทวี ไกรคุปต์ บิดาของปารีณา เป็นชาว อ.โพธาราม จ.ราชบุรี มีเครือญาติมากมายทั้งในสายตระกูล “ไกรคุปต์” และ “จังพานิช” โดยเฉพาะพี่ชายแท้ๆ คือ สวัสดิ์ จังพานิช เคยเป็น ส.จ.ราชบุรี และนายกเทศมนตรีเมืองโพธาราม

          การเลือกตั้ง 22 เม.ย.2522 “ทวี” ตัดสินใจสมัคร ส.ส.โดยไม่สังกัด ขายความเป็นตระกูล “จังพานิช” ในเขต 1 ราชบุรี (บ้านโป่ง,โพธาราม,จอมบึง,บางแพ และ สวนผึ้ง)

          ทวีเป็น ส.ส.สมัยแรก มีบทบาทการเมืองสูง ทั้งในระดับชาติและท้องถิ่น เมื่อมีการเลือกตั้งปี 2526 ทวีสังกัดพรรคชาติไทย ลง ส.ส.เขต 1 ได้เป็น ส.ส.สมัยที่ 2

          สมัยโน้น อ.จอมบึง ยังเป็นถิ่นทุรกันดาร ไม่มีถนนลาดยาง ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสิทธิทำกินในที่ดินตนเอง และขาดระบบชลประทาน

          ส.ส.ทวี ได้เข้าช่วยชาวบ้าน ทั้งการแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคและการต่อสู้เพื่อสิทธิในที่ดินทำกิน จอมบึงจึงกลายเป็น “ฐานเสียง” สำคัญของเขา

          เลือกตั้งปี 2544 เป็นการเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว ทวีลงสมัคร ส.ส.เขต 3 (อ.จอมบึง ยกเว้น ต.รางบัว และ อ.โพธาราม ยกเว้น ต.บ้านฆ้อง และ ต.บ้านสิงห์) พรรคไทยรักไทย พ่ายแพ้ชนิดหักปากกาเซียน

          นับแต่การเลือกตั้งปี 2554 เขต 3 ราชบุรี ได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็น อ.จอมบึง และ อ.โพธาราม ยกเว้น 3 ตำบล ทวีส่งลูกสาว-ปารีณา ลงสมัคร ส.ส. ก็ได้รับเลือกตั้งมาทุกสมัย

          ผลงานของทวี ในพื้นที่ อ.จอมบึง เช่น ถนนลูกรัง ถนนลาดยาง คลองชลประทาน และการขยายเขตไฟฟ้า

แม้ อ.โพธาราม จะมี 19 ตำบล (ตัดแบ่งออกไป 3 ตำบล เหลือ 16 ตำบล) แต่ทวีจะให้น้ำหนัก อ.จอมบึง ที่มี 6 ตำบล 90 หมู่บ้าน เนื่องจากระยะหลัง อ.โพธาราม เป็นฐานเสียงของนักการเมืองหลายพรรค ต่างจาก อ.จอมบึง มีตระกูลเดียวคือ “ไกรคุปต์”

          พักหลัง ทวีมีปัญหาคาใจกับพี่น้องสายโพธาราม “จังพานิช” จึงต้องยึดจอมบึงไว้ให้ได้

บทเรียน”แอนตี้” ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432966?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

บทเรียน”แอนตี้” ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

 บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

“แอนตี้” แดงลี้ภัยในเขมร ผู้จัดรายการตื่นเถิดชาวไทยทางช่องยูทูบ ปิดปากตัวเองมาปีเศษ เพราะเจ้าบ้านขอร้องให้หยุด

ระหว่างปี 2559 – 2561 สถานีวิทยุใต้ดินฝั่ง สปป.ลาว ออกอากาศผ่านช่องยูทูบ ด้วยความคึกคัก ฝั่งกัมพูชากลับมีเพียง 2 สถานีคือ รายการ “ชนตรง” ของ พ.ต.ท.เสงี่ยม สำราญรัตน์ แกนนำ นปช.แถว 2 และรายการ “ตื่นเถิดชาวไทย” ของ แอนตี้-พิษณุ พรหมสร แกนนำคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ

                                                 บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

 บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

กลางปี 2562 หลังการหายตัวไปของสุรชัย แซ่ด่าน และลุงสนามหลวง วิทยุใต้ดินทางฝั่งซ้ายก็ปิดตัวลง แอนตี้-พิษณุ พรหมสร ที่จัดรายการวิทยุใต้ดินร่วมกับ “หนิง ดีเค” แดงตัวแม่ที่อยู่ในยุโรปมานาน

ปรากฏว่า ป้าหนิงได้แจ้งข่าวว่า แอนตี้ขอเลิกจัดรายการตื่นเถิดชาวไทย เนื่องจากเจ้าบ้าน ไม่ยอมให้ใช้เขมรเป็นฐานเคลื่อนไหวทางการเมืองโจมตีรัฐบาลเพื่อนบ้าน

“แอนตี้ พิษณุ” เป็นชาวสันกำแพง จ.เชียงใหม่ มาร่วมเคลื่อนไหวต้านเผด็จการทหาร ร่วมกับกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ที่ท้องสนามหลวง ตั้งแต่ต้นปี 2550 เขาจึงสนิทกับ วราวุธ ฐานังกรณ์ หรือสุชาติ นาคบางไทร

                                                             บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

                                                             แอนตี้ พิษณุ

ระหว่างปี 2550-2551 การชุมนุมต้านรัฐประหารที่ท้องสนามหลวง กลายเป็นแหล่งบ่มเพาะกลุ่มคนที่ต้องการล้มล้างสถาบันฯ

 บทเรียน"แอนตี้" ลี้ภัยในเขมรต้องเงียบ

                                      รายการของแอนตี้

กลางปี 2552 ศาลออกหมายจับ “แอนตี้ พิษณุ” ในข้อหาหมิ่นเบื้องสูง เขาจึงหลบหนีไปอยู่  สปป.ลาว ตามหลัง สุชาติ นาคบางไทร ได้หลบหนีคดี 112 ไปอยู่ทางฝั่งซ้าย

ปลายปี 2553 “สุชาติ” กลับประเทศ และยอมให้ตำรวจจับกุมดำเนินคดี ส่วน “แอนตี้ พิษณุ” ไม่ยอมกลับและเดินทางไปพำนักอยู่ในกัมพูชา

สมัยรัฐบาลฮุนเซน มีสัมพันธ์อันดีกับกลุ่ม นปช. ระหว่างปี 2553-2556 “แอนตี้” ถือตัวเองว่าเป็นแดงอิสระ แดงเปลี่ยนระบอบ จึงไม่ทำกิจกรรมร่วมกับคนเสื้อแดง แอนตี้เลือกที่จะจัดรายการวิทยุใต้ดินกับชูพงศ์ ถี่ถ้วน

ระยะหลัง แอนตี้หันไปพึ่งพาแดงยุโรป อาทิ ป้าวันเพ็ญ สวีเดน และป้าหนิง ดีเค โดยส่วนตัว แอนตี้เคารพสุรชัย แซ่ด่าน และนับถือเป็นศาสดาแห่งการเปลี่ยนแปลงระบอบ

เนื่องจากแอนตี้อยู่ในเขมรมานาน จึงรู้ทิศทางลมดี เมื่อเจ้าบ้านขอร้องให้หยุดจัดรายการตื่นเถิดชาวไทย เขาก็หยุดทันที

“ตู้ปันสุข” เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432956?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

“ตู้ปันสุข” เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

"ตู้ปันสุข" เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

ตู้ปันสุข เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ… โดยชัยวัฒน์  ปานนิล

กรณีศึกษาผ่าน ตู้ปันสุข ที่มีการติดตั้งกันเป็นจำนวนมากตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเอกชนหรือส่วนราชการ พอเวลาผ่านไป สิ่งที่มองเห็นบางอย่างสะท้อนความจริงได้อย่างน่าศึกษา

กรณีของผู้ให้หรือผู้ที่นำสิ่งของมาใส่ในตู้ปันสุข ก็มีหลากหลาย อาจจะแบ่งได้เป็นองค์กรขนาดใหญ่ ก็สามารถกระจายสิ่งของไปได้หลายพื้นที่ มูลนิธิ กลุ่มอาสา ส่วนราชการ ในท้องถิ่น คนกลุ่มนี้มีการนำสิ่งของเป็นจำนวนมากมาใส่ตามตู้ปันสุขหลายจุด แต่ก็เน้นในจุดที่ส่วนราชการเป็นผู้ดูแลหรืออยู่ในสถานที่ปลอดภัย หรือไม่ก็รอแจกให้หมดก่อนแล้วค่อยไป

สำหรับส่วนราชการที่เป็นเจ้าของตู้ก็นำสิ่งของมาใส่ในตู้บ้างหลักจะเป็นการเริ่มต้นให้กับคนอื่นเสียมากกว่า กรณีของผู้มอบสิ่งของผ่านตู้ปันสุข จะแสดงถึงบารมีของเจ้าของตู้ หรือความเกรงใจที่มีต่อเจ้าของตู้เสียมากกว่าจะมองถึงประโยชน์ของผู้ยากไร้ที่ได้รับจากตู้ปันสุข ถ้ามองให้ดีๆ ก็จะเห็นความเชื่อมโยงทางผลประโยชน์ที่ซ่อนอยู่ระหว่างผู้มอบของกับเจ้าของตู้

ในส่วนของผู้ที่มารับสิ่งของจากตู้ปันสุข (ตอนที่ไม่มีนักข่าว) ก็จะเป็นชาวบ้านที่มีความสะดวกในการเดินทาง ชาวบ้านที่ลำบากจริงๆ ไม่มีเวลาเดินมาหยิบขนม 2 ชิ้นที่หน้าที่ว่าการอำเภอหรือหน้าโรงพักแน่นอน

ภาพที่นำเสนอผ่านสื่อบางครั้งก็แปลกใจ คุณยายท่านหนึ่งดูการแต่งกายก็เหมือนขัดสนพอสมควร หยิบเอานม 2 กล่อง แทนที่จะเอาข้าวสาร 5 กก.ที่วางอยู่ใกล้กัน บางคนเดินมาใกล้ตู้ปันสุขเพื่อหยิบปลากระป๋องกับนม

ที่น่าคิดมากกว่านั้นคือ มีการติดกล้องวงจรปิดที่บริเวณตู้ปันสุข เพื่อนำภาพของคนที่มาหยิบเอาสิ่งของแล้วแสดงออกแปลก เช่น ยกมือไหว้ตู้ปันสุข ก้มลงกราบ หรือแอบมาหยิบของตอนไม่มีคน แต่เท่าที่สังเกต ไม่มีคนแอบเอาสิ่งของมาใส่ตู้ปันสุข มีแต่มาอย่างยิ่งใหญ่พร้อมบันทึกภาพและแชร์ในโลกโซเชียลเพื่อประกาศคุณความดี

ในส่วนตัวมองว่า ตู้ปันสุขเป็นเรื่องราวที่ดี หากอยู่ถูกที่ ถูกเวลา แต่เท่าที่เห็นมันไม่ใช่อย่างที่คิด มันเป็นการนำเสนอเพื่อเติมความสุขให้เจ้าของตู้ปันสุข ให้คนที่มอบสิ่งของใส่ในตู้ปันสุข แต่ความสุขนั้นมาไม่ถึงคนที่หยิบของไปจากตู้ปันสุข

นอกจากมุมมองที่มีเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้ให้กับผู้รับ” ที่เหมือนสวรรค์กับนรก ข่าวที่นำเสนอก็แบ่งได้เช่นนั้น ทำอย่างไรตู้ปันสุข ถึงจะปันสุขได้จริง อยากให้ทุกฝ่ายปรับเปลี่ยนกันดู ก่อนอื่นปรับเปลี่ยนสายตาที่มองคนไปมอบของกับสายตาที่มองคนไปหยิบของให้ได้ก่อน แค่นั้นก็เรียกว่า ปันสุข

"ตู้ปันสุข" เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

  "ตู้ปันสุข" เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

  "ตู้ปันสุข" เส้นแบ่งของผู้ให้กับผู้รับ

       

เรื่องเขมร ถาม “จักรภพ” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432939?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

เรื่องเขมร ถาม “จักรภพ”

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

“วันเฉลิม” หายตัวไปในพนมเปญ หลายคนนึกถึง “จักรภพ เพ็ญแข” ผู้เคยใช้ชีวิตอยู่ใต้ร่มเงาฮุนเซนนับสิบปี

++
มีประเด็นร้อนกรณี “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” ผู้ลี้ภัยทางการเมืองชาวไทย ที่มีข่าวว่า ถูกอุ้มหายไปในกัมพูชา ทำให้สื่อมวลชนไทยนึกถึงอดีตรัฐมนตรีหนุ่มผู้มีอุดมการณ์แก่กล้า “จักรภพ เพ็ญแข” ขึ้นมาทันที

          แม้หน่วยข่าวความมั่นคงไทย ยังเชื่อว่า จักรภพ เพ็ญแข ผู้ประสานงานองค์กรเสรีไทย จะอยู่ในกรุงพนมเปญ กัมพูชา แต่ทางการกัมพูชาก็ปฏิเสธตลอด และสื่อเขมรได้รายงานว่า จักรภพออกจากพนมเปญไปอยู่ที่สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2558

          สถานการณ์ในกัมพูชา พ.ศ.นี้ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีความสนิทแนบแน่นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยมาแต่รัฐบาล คสช. จนถึงรัฐบาลปัจจุบัน จึงไม่ยินยอมให้ “แดงลี้ภัย” ใช้กัมพูชาเป็นฐานโจมตีรัฐบาลประยุทธ์

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

จักรภพ เพ็ญแข

          จักรภพ เพ็ญแข ออกจากเมืองไทยมาแต่ปี 2552 หลังยุทธการโค่นอำมาตย์ยกที่ 1 พ่ายแพ้ โดยมาปักหลักอยู่ในพนมเปญ ช่วงปี 2553 ตอนที่แกนนำ นปช.ส่วนหนึ่งแตกทัพมาอยู่เขมร จักรภพก็คอยประสานช่วยเหลือเป็นอย่างดี

          หลังรัฐบาลยิ่งลักษณ์ยึดอำนาจ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตรัฐมนตรีมหาดไทย หนีออกจากเมืองไทย ไปตั้งหลักที่กัมพูชา

          สุรชัย แซ่ด่าน สมัยอยู่ที่เมืองลาว ได้เล่าผ่านรายการปฏิวัติประเทศไทยตอนหนึ่งว่า “ในอพาร์ตเมนต์กลางกรุงพนมเปญ เป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวของผู้รักประชาธิปไตย พวกเราได้ปรึกษาหารือกันเกี่ยวกับแนวทางการต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงที่สุด”

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

          หลังจากนั้น จารุพงศ์ และจักรภพ ได้ไปแถลงการณ์จัดตั้งองค์กรเสรีไทย ที่สหรัฐฯ โดยกลุ่มสุรชัย แซ่ด่าน และโกตี๋ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ เคลื่อนออกจากกัมพูชา ไปอยู่ สปป.ลาว

          เหมือนว่าเวลานั้น ทางฝ่ายกัมพูชา มีข้อเสนอให้กลุ่มแกนนำเสื้อแดงว่า ให้พักอาศัยอยู่ได้ แต่ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองเหมือนช่วงปี 2553-2555

          สุรชัยเคยเล่าว่า แรกๆ ทางจารุพงศ์ และจักรภพ ก็ให้การสนับสนุนกลุ่มแกนนำแดงพลัดถิ่นที่เมืองลาว แต่ผ่านไป 2-3 ปี องค์กรเสรีไทยก็ไม่ได้ช่วยเหลือพวกเขา ต้องดิ้นรนหาเงินหาทองเอง

          จักรภพเร้นกายหายไปในแวดวงธุรกิจสื่อเขมร อีกด้านหนึ่ง องค์กรเสรีไทยก็ล่มสลาย เพราะจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ถอดใจ หมดเงินไปเยอะ แต่ไม่มีความคืบหน้า

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

องค์กรเสรีไทย

          ทางการไทยพยายามหลายครั้ง ที่จะขอให้รัฐบาลกัมพูชาส่ง “นักโทษคดี 112” กลับมาดำเนินคดีในเมืองไทย แต่ทางการกัมพูชาก็ยืนยันว่า บุคคลที่ฝ่ายไทยต้องการตัวนั้น ไม่ได้อยู่ในแผ่นดินกัมพูชาแล้ว

          ระยะหลัง จักรภพกลับมาใช้แฟนเพจเฟซบุ๊ค”จักรภพ เพ็ญแข – Jakrapob Penkair” เขียนวิพากษ์การเมืองไทยอีกครั้ง

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2563 จักรภพ เขียนเรื่อง “พรรคการเมือง” ท่ามกลางกระแสข่าวอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย จะร่วมกันตั้งพรรคการเมืองใหม่

เรื่องเขมร ถาม "จักรภพ"

วันเฉลิมที่มีข่าวถูกอุ้มหายตัวไป

          “ไม่ว่าจะเลือกสังกัดกับฝ่ายใดก็ตาม เรามีหน้าที่จะต้องช่วยพัฒนาระบอบประชาธิปไตยกันทั้งนั้น เพราะระบอบเผด็จการทหาร เผด็จการธุรกิจ เผด็จการขุนนาง และเผด็จการชนชั้นนำทุกชนิด กำลังนำไปสู่ความสิ้นชาติ หรืออาจมีแผ่นดินให้เห็นเป็นภาพลวงตากันอยู่ แต่ไม่มีอำนาจอธิปไตยอย่างแท้จริง”

          อย่างไรก็ตาม จักรภพก็แอบนินทาเพื่อนเก่าว่า “…ถ้าเราเริ่มอะไรต่ำๆ โดยกลัวคนจะครหาว่าสูงเกินไป ชาตินี้และชาติหน้าก็คงจะตกต่ำและแพแตกไปเรื่อย จนอาจจะไหลลงน้ำตกตรงหน้าผาข้างหน้านี้เอง”

จับตาตั้ง “เลขาธิการ ปปง.”คนใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/scoop/432900?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=section_scoop

จับตาตั้ง “เลขาธิการ ปปง.”คนใหม่

จับตาตั้ง "เลขาธิการ ปปง."คนใหม่

นับจากนี้อีกประมาณหนึ่งเดือน คาดว่าจะมีการแต่งตั้ง “เลขาธิการ ปปง. คนใหม่” หลังจากที่ พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์  วืดไม่ได้เป็น แต่คนที่จะมานั่งตำแหน่งนี้อาจต้องคิดหนัก หากมองย้อนไปถึงประวัติของ”เก้าอี้ใหญ่”ตัวนี้

เมื่อไม่นานมานี้ มีข่าวออกมาว่า พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ ปปง. และรักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. จะทำเรื่องโอนกลับไปเป็นข้าราชการตำรวจในตำแหน่งรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) หรือตำแหน่ง” ผู้บัญชาการ”ที่เป็นตำแหน่งเฉพาะตัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  สาเหตุก็น่าจะมาจากการที่ พล.ต.ต. ปรีชา ไม่ได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาให้ดำรงตำแหน่ง”เลขาธิการ ปปง.” ตามที่มีการเสนอชื่อไป จึงขอโอนกลับมาเป็นราชการตำรวจเช่นเดิม

พร้อมกันนั้นก็มี”ข่าวลือ”ออกมาว่า สำนักนายกรัฐมนตรีจะมีการเสนอชื่อ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (รอง ผบช.ส.)โอนสลับตัวกัน ไปดำรงตำแหน่ง รองเลขาธิการ ปปง. ก่อน จากนั้นก็จะเสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อขอความเห็นชอบให้ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ เป็น เลขาธิการ ปปง.ต่อไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการ คาดว่าคงใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือน

สำหรับ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รอง ผบช.ส. นั้น เป็นนักเรียนนายร้อยรุ่น 36 เพื่อนรุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่กำลังจะเกษียณราชการในวันที่ 30 ก.ย.ที่จะถึงนี้ รวมถึงเป็นเพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. ความมั่นคง(มค.) และ พล.ต.อ.สุชาติ  ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. สืบสวนสอบสวน(สส.) อีกด้วย

แต่ถ้าหากมองย้อนไปดูเก้าอี้”เลขาธิการ ปปง.”ก็จะมีคำถามว่า “เก้าอี้เลขาธิการ ปปง.”นี่มันอะไรนักหนา ตำแหน่งนี้ว่างเว้นมานาน ผลัดกัน”รักษาการ”ไปมายาวนานจนทุบทำลายสถิติ

 ในรอบกว่า 6 ปีที่ผ่านมา เก้าอี้เลขาธิการ ปปง. ถูกมองว่ามีปัญหา เป็นเกมช่วงชิงอำนาจในองค์กรตรวจสอบสำคัญที่มีภารกิจหลักด้านการยึดอายัดทรัพย์ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตัดวงจรการเงินผิดกฎหมาย  โดยหลังการคุมอำนาจเบ็ดเสร็จของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในรัฐบาล คสช.ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลผสมที่มี”พรรคพลังประชารัฐ”เป็นแกนนำ ตำแหน่งที่มีปัญหาต่อเนื่องยาวนานหนีไม่พ้น “เลขาธิการ ปปง. ”

 ถนนดินลูกรังหรือเส้นทางขวากหนามบนเส้นทางสาย ปปง.เริ่มต้นขึ้นหลังการเกษียณอายุราชการของพล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ซึ่งย้ายข้ามห้วยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเป็นเลขาธิการ ปปง.พร้อมกับเด้ง พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ ที่ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ปปง.จนครบวาระ 4 ปีแล้วต้องขยับไปเป็นที่ปรึกษาปปง. โดยพ.ต.อ.สีหนาท ถูกโยกไปตบยุงที่สำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นการปิดฉากการเจริญเติบโตของ”ลูกหม้อ ปปง.” นับตั้งแต่นั้นมา ซึ่ง พล.ต.อ.ชัยยะ ได้กุมบังเหียนการบริหารงานใน ปปง.จนครบเกษียณอายุราชการ และต่อมาได้ขยับขึ้นเป็น “ประธานบอร์ด ปปง.”

 ท้าวความไปในระหว่างที่พล.ต.อ.ชัยยะ ยังนั่งบริหารบนเก้าอี้ เลขาธิการปปง. ได้มีการทาบโอน พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสาร รองผู้บัญชาการสำนักงานข้าราชการตำรวจ (รอง ผบช.ก.ตร.) ในภาพการทำงานจะเห็นคนคู่นี้แทบจะเป็นเงาตามตัว และเป็นที่รู้กันดีว่าพล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ นั่งบ่มอาวุโสในตำแหน่งรองเลขาธิการ ปปง.นานถึง 9 เดือน จนได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ ปปง.แต่แล้วก็เหมือนฟ้าผ่า พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ ที่อยู่ในตำแหน่งเพียง 1เดือน 16 วัน ก็ถูก ม. 44 เด้งไปนั่งตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกฯแล้วมีคำสั่งให้พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนกระทั่งมีการแต่งตั้ง พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. มารักษาราชการเลขาธิการ ปปง.อีกตำแหน่งหนึ่งทำงานควบ2 ตำแหน่งจนภารกิจเสร็จสิ้นนายกก็มีคำสั่งยกเลิกการรักษาราชการแทนให้พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ กลับไปปฏิบัติหน้าที่ใน สตช.ตามเดิม

คำสั่งดังกล่าวส่งผลให้ พล.ต.ต.ปรีชา กลับมาเป็นรักษาการเลขาธิการ ปปง.อีกครั้งเริ่มนับตั้งแต่ 2 มี.ค.62 โดยรอบนี้เป็นการรักษาการยาวนานจวบจนผลงานผ่านตา พล.ต.ต.ปรีชาได้รับการเสนอชื่อจากบอร์ด ปปง.ที่มี พล.ต.อ.ชัยยะ เป็นประธานบอร์ด ให้ครม.เห็นชอบเป็นเลขาธิการ ปปง. ชื่อ พล.ต.ต.ปรีชา ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เพียงแต่ขั้นตอนไม่ได้จบที่ ครม.เพราะกฎหมายกำหนดชัดว่าตำแหน่งเลขาธิการ ปปง.ต้องได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วย

ในที่สุดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น กลายเป็นว่า พล.ต.ต.ปรีชา ไม่ผ่านด่านสุดท้าย โดยเมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา ในการประชุมวุฒิสภาวาระลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบ  พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการ ปปง. ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการ ปปง.” หลังจากที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารายงานการตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม และลงคะแนนด้วยวิธีลับ ผลปรากฎว่าวุฒิสภา เสียงข้างมาก  185 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง ขณะที่เสียงเห็นชอบมีเพียง 11 เสียง และไม่ออกเสียง 13 เสียง

แว่วว่า คุณสมบัติที่ไม่ผ่าน สืบเนื่องมาจาก “เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด”ร้องเรียนกันไปมาเมื่อมีเรื่องร้องเรียนเยอะ โดยเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจทุ่มเทชี้แจงแก้ข้อสงสัย ทำให้”ตกม้าตาย”ในด่านสุดท้าย  และทำให้มีข่าวออกมาว่า พล.ต.ต.ปรีชา จะขอโอนกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมกันนั้นก็มี”ข่าวลือ”ว่าจะมีการโอน พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล (รอง ผบช.ส.) มาเป็น “รองเลขาธิการ ปปง.”เพื่อขึ้นเป็น “เลขาธิการ ปปง.”

 แต่คนที่จะมานั่งเก้าอี้ เลขาธิการ ปปง. เก้าอี้ตัวใหญ่ตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ต้องคิดให้หนัก เพราะหากมองย้อนไปดูประวัติคนที่นั่งเก้าอี้ตัวนี้ มักจบไม่ค่อยสวย กว่าจะได้นั่งก็แสนยาก ได้นั่งแล้วก็ถูกเด้งบ้าง นั่งอยู่ได้ไม่นาน