หนาวทั้งแผ่นดิน “คุณหญิงอ้อ พจมาน” เดิมพันสูง สู่สงครามครั้งสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529360

11 ก.ย. 2565

หนาวทั้งแผ่นดิน "คุณหญิงอ้อ พจมาน" เดิมพันสูง สู่สงครามครั้งสุดท้าย

เปล่งบารมี “คุณหญิงอ้อ พจมาน” เปิดตัวแม่ทัพตัวจริง บนแผ่นดินชินวัตรเลือกตั้งสมัยหน้า เฉลยภารกิจรัฐบาลปรองดองแห่งชาติ และทักษิณกลับบ้าน คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

เปล่งบารมี “คุณหญิงอ้อ พจมาน” เปิดตัวแม่ทัพตัวจริง บนแผ่นดินเกิดตระกูลชินวัตร ชักธงรบเพื่อไทยแลนด์สไลด์

คุณหญิงอ้อ พจมาน” คือผู้นำทางจิตวิญญาณของเพื่อไทย เลือกตั้ง 2566 เป็นภารกิจครั้งสุดท้าย และทักษิณต้องกลับบ้าน

คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ บินตรงไปปรากฏตัวในกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานา ชาติ จ.เชียงใหม่ เมื่อ 10 ก.ย.2565 กลายเป็นภาพข่าวสะท้านสะเทือนการเมืองไทย

นานมากแล้วที่พจมานแห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า ไม่ได้ปรากฏตัวเข้าร่วมกิจกรรมการเมืองโดยเปิดเผย แถมการเดินทางมาเชียงใหม่เที่ยวนี้ ต้องใช้คำคำว่า มาเหนือยกบ้าน

คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ ,พานทองแท้ ชินวัตร,พินทองทา ชินวัตรและแพทองธาร ชินวัตร พร้อมทั้งเขยใหญ่-เขยเล็ก ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ และปิฎก สุขสวัสดิ์

หลังกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยเสร็จสิ้น อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ได้มาบอกเล่าเหตุการณ์คุณหญิงพจมาน มาร่วมให้กำลังใจด้านหน้าเวทีครอบครัวเพื่อไทย

“วันนี้คุณแม่มา ดีใจ ปกติจะให้ออกงานเป็นเรื่อง impossible…เพราะท่านไม่ชอบมาอยู่แล้ว แต่เมื่อมาจริงๆ ก็ดีใจมาก”

อย่างไรก็ตาม อุ๊งอิ๊ง บทบาทของคุณหญิงอ้อว่า “คุณแม่เป็นกำลังใจที่บ้าน ไม่มาการเมืองแน่นอน..และเป็นกำลังใจที่สำคัญมากๆ เป็นความมั่นคงทางจิตใจของอิ๊ง”

‘ปฏิวัติเพื่อไทย’

ว่ากันตามจริง “คุณหญิงอ้อ พจมาน” ไม่ใช่แค่ความมั่นคงทางจิตใจของลูกสาว คนในเพื่อไทยรู้ดีว่า คุณหญิงจันทร์ส่องหล้า เข้ามาปฏิบัติการรีโนเวทพรรคตั้ง แต่ปลายปี 2563

คุณหญิงอ้อ เปิดหน้าในสนามการเมืองเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีคุณหญิงอ้อ เปิดหน้าในสนามการเมืองเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี

วันที่ 24 ก.ย.2563 คุณหญิงอ้อ นั่งหัวโต๊ะเรียกประชุมแกนนำระดับสูงที่ไว้ใจได้ โดยไม่มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

ขั้นตอนการรีโนเวทพรรค เริ่มจากยุติสภาพพรรค 2 หัว ที่มี สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรค

ในอดีต พรรคไทยรักไทย มีมากกว่า 10 มุ้ง แต่รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ทักษิณ ทำนองเดียวกัน พรรคเพื่อไทยมีหลายมุ้ง ก็ต้องขึ้นต่อคุณหญิงอ้อเพียงคนเดียว

สไตล์คุณหญิงอ้อ ชอบทำงานหลังม่าน มีความเป็นผู้นำสูง ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาเหมือนญาติสนิท และกล้าตัดสินใจ กล้าทุบโต๊ะ

การตัดสินใจมาเปิดตัวที่เชียงใหม่ เพราะที่นี่คือ บ้านเกิดตระกูลชินวัตร และเป็นปฐมบทของแคมเปญ “นายกคนเมือง” เมื่อปี 2544

‘มาแนวปรองดอง’

คุณหญิงอ้อ พจมาน” แตกต่างจากทักษิณ ตรงที่เข้าถึงชนชั้นนำ เพราะชาติตระกูลฝ่ายมารดา และความเป็นลูกนายตำรวจใหญ่

วันเกิดปีนี้ ทักษิณ ชินวัตร ได้จัดทำคลิปวิดีโอ ชื่อ Long distance call บอกเล่าชีวิต ความหวังและความตาย ตอนหนึ่งทักษิณพูดว่า

“ผมอาจจะโง่เรื่องคน..มันผ่านสังคมกรุงเทพฯน้อยไป สังคมของอีลิท (ชนชั้นนำ)น้อยไป เราไม่ได้อยู่ในสังคมอีลิท แม้ฐานะเราอยู่อีลิท แทนที่ไปเข้าสังคมอีลิท ไปเข้าการเมือง เลยกลายเป็นคนซื่อบื้อคนหนึ่ง”

จะว่าไปแล้ว ทักษิณกับคุณหญิงอ้อ มีที่มาต่างกัน คนหนึ่งลูกคนจีนภูธร และอีกคนหนึ่ง มาจากตระกูล “ณ ป้อมเพชร”

มารดาของคุณหญิงอ้อคือ พจนีย์ ณ ป้อมเพชร ลูกสาวของ พ.อ.พร้อม ณ ป้อมเพชร ซึ่งสืบสกุลจากบิดาคือหลวงคลัง (ต่วน) ณ ป้อมเพชร

อย่างไรก็ตาม ต้นตระกูลของคุณหญิงอ้อนั้น คนละสายกับพระยาชัยวิชิตวิศิษฏ์ธรรมธาดา (ขำ) ผู้รับพระราชทานนามสกุล “ณ ป้อมเพชร์” (มีสะกดการันต์) จากรัชกาลที่ 6

ส่วนบิดาของคุณหญิงพจมานคือ พล.ต.ท.เสมอ ดามาพงศ์ อดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ โดยคุณหญิงได้ความเอื้ออารีแก่ผู้คนมาจากมารดา และได้ความเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวมาจากบิดา

คุณหญิงจันทร์ส่องหล้า เคยบอกทักษิณว่า “ฉลาดมากเกินไป” ถึงอยู่เมืองไทยไม่ได้ ซึ่งคำพูดที่แฝงนัยยะการเมืองนี้ สะท้อนวิธีคิดแบบพจมาน จะเน้นปรองดองมากกว่าแตกหัก

ดังนั้น ดีลรัฐบาลแห่งชาติ ที่ไม่มีพรรคก้าวไกล คงจะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งสมัยหน้า และนายกรัฐมนตรี อาจไม่ใช่คนใต้ชายชินวัตร

ม็อบแผ่ว “โตโต้ ปิยรัฐ” ทิ้งการ์ดวีโว่ สวมเสื้อส้มลง ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529205

09 ก.ย. 2565

ม็อบแผ่ว “โตโต้ ปิยรัฐ” ทิ้งการ์ดวีโว่ สวมเสื้อส้มลง ส.ส.

ม็อบแผ่ว “โตโต้ ปิยรัฐ” สวมเสื้อส้มลงสนามเลือกตั้ง หลังอกหักจากกาฬสินธุ์ ลุยบางนา-พระโขนง หวังโหวตเตอร์สามนิ้วอุ้มเข้าสภาฯ ตามเพื่อน ส.ส.โรม

เขียนฝันไว้ข้างฝา “โตโต้ ปิยรัฐ” ลุยสนามเลือกตั้งอีกครั้ง หลังอกหักจากกาฬสินธุ์ หวังโหวตเตอร์สามนิ้วเมืองหลวงอุ้มเข้าสภาฯ

อำลาท้องถนน “โตโต้ ปิยรัฐ” วางมือหัวหน้าการ์ดวีโว่ ส่งต่อภารกิจให้รุ่นน้อง เจ้าตัวมีคดีความติดตัวเพียบ บางคดีสู้ถึงศาลฎีกาแล้ว

วันที่ 9 ก.ย.2565 พรรคก้าวไกล เปิดแคมเปญเลือกตั้ง “ต้องก้าวไกล ให้ไทยก้าวหน้า” พร้อมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ 23 เขต ปรากฏว่า มีชื่ออดีตหัวหน้าการ์ดวีโว่ โตโต้-ปิยรัฐ จงเทพ เป็นผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตบางนา พระโขนง ด้วย

จริงๆแล้ว โตโต้ ปิยรัฐ ได้เตรียมตัวลงสมัคร ส.ส.ตั้งแต่ปลายปี 2564 เมื่อเขาแถลงลาออกจากผู้อำนวยการ We Volunteer (WeVo) หลังก่อตั้งการ์ดวีโว่มาได้ 1 ปี เนื่องจากโตโต้ถูกดำเนินคดีความมั่นคง 31 คดี ในจำนวนนั้นเป็นคดี ม.112 จำนวน 3 คดี และมีบางคดีสู้ถึงชั้นศาลฎีกา

‘เส้นทางซ้ายใหม่’

“โตโต้ ปิยรัฐ” ศรัทธาในการต่อสู้ของคนเสื้อแดง แต่ไม่ชื่นชมแนวทาง นปช.มากนัก จึงหันไปสนับสนุนกลุ่มแดงอิสระ  

ตั้งแต่สมัยเรียนสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ โตโต้ได้ทำกิจกรรมคัดค้านระบบโซตัสในมหาวิทยาลัย 

ปี 2554-2556 โตโต้ได้เข้าไปคลุกวงในขบวนการคนเสื้อแดงปีกแดงตาสว่าง จึงรู้จักสมยศ พฤกษาเกษมสุข และอานนท์ นำภา

หลังเหตุการณ์สลายการชุมนุมเสื้อแดงที่ราชประสงค์ โตโต้ได้เข้าไปช่วยคนเสื้อแดงที่เจอคดีความมั่นคง และปี 2559 โตโต้ เปิดตัวสมาคมเพื่อเพื่อน (FFA) เป็นสมาคมที่อำนวยการช่วยเหลือนักโทษทางความคิด โดยเฉพาะคดี 112 โดยมีตัวเขาเป็นนายกสมาคม และมีอานนท์ นำภา เป็นกรรมการสมาคม

ปี 2560 โตโต้ร่วมกับรังสิมันต์ โรม และอานนท์ นำภา ทำม็อบคนอยากเลือกตั้ง กดดัน คสช.ให้จัดการเลือกตั้งโดยเร็ว โดยมีเจี๊ยบ นครปฐม หรืออมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แกนนำแดงนครปฐม รับบทแม่ยก นำมวลชนเข้าร่วม แต่ม็อบแผ่วจุดไม่ติด

พลันที่ได้กลิ่นเลือกตั้ง ธนาธร-ปิยบุตร ก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ สองสหายโตโต้และโรม เดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคทันที

 โตโต้ ขอลุยสนามเลือกตั้ง เจี๊ยบ นครปฐม ไม่ลง ส.ส.ขออยู่เบื้องหลัง โตโต้ ขอลุยสนามเลือกตั้ง เจี๊ยบ นครปฐม ไม่ลง ส.ส.ขออยู่เบื้องหลัง

‘สู่ถนนเลือกตั้ง’

“โตโต้ ปิยรัฐ” ตัดสินใจกลับบ้านเกิด จ.กาฬสินธุ์ ขณะที่เพื่อนโรม ขอสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ

คนหนุ่มมีอุดมการณ์ ไม่หวั่นกระแสพรรคเพื่อไทย ลงสมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ (อ.เมืองกาฬสินธุ์ อ.ร่องคำ และอ.กมลาไสย) โตโต้รู้ว่าเป็นรอง ส.ส.เก่าจากพรรคเพื่อไทย แต่ก็สู้อย่างเต็มที่ 

ผลเลือกตั้ง ส.ส.กาฬสินธุ์ เป็นไปตามคาดหมาย บุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส.หลายสมัย พรรคเพื่อไทย ได้ 37,532    คะแนน ตามมาด้วย สจ.หมู-วิรัช พิมพะนิตย์  32,275 คะแนน 

ส่วนคนหน้าใหม่ ปิยรัฐ จงเทพ ได้ 17,750 คะแนน ถือว่า ไม่ธรรมดาเลยสำหรับพรรคการเมืองใหม่ สู้ด้วยหัวใจ และสองมือเปล่า

หลังพ่ายเลือกตั้ง โตโต้ยังทำงานในพื้นที่ และยังเกาะเกี่ยวอยู่กับพรรคอนาคตใหม่ กระทั่งมีการยุบพรรค โตโต้ก็ผันตัวมาทำงานการเมืองนอกสภาอีกหน

วันที่โตโต้ประกาศวางมือจากหัวหน้าการ์ดวีโว่ ก็มีสำนักข่าวบางแห่งวิเคราะห์ว่า เขาอาจหวนคืนสังเวียนการเมือง แต่คงเลือกสนามกรุงเทพฯ แทนที่จะกลับไปบ้านเกิด

ดังที่รู้กัน สนามเมืองหลวงเป็นเรื่องของกระแสพรรค ไม่มีปัจจัยเรื่องตัวบุคคล และระบบอุปถัมภ์ 

อีกด้านหนึ่ง เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เคยลงถนนช่วงปี 2563 ได้ข้อสรุปแล้วว่า จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยด้วยกล่องเลือกตั้ง ฉะนั้น โอกาสที่ก้าวไกลจะแลนด์สไลด์ในเมืองใหญ่ก็มีสูง

จะว่าไปแล้ว  ถ้าปี 2562 โตโต้ ปิยะรัฐ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็คงได้เป็น ส.ส.เหมือนรังสิมันต์ โรม ไปแล้ว ไม่ต้องมารอลุ้นสมัยหน้า

ลุยอีสาน “สุดารัตน์” ดูดบ้านใหญ่ ส.เขมราฐ อาจได้แถม ส.ส.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529191

09 ก.ย. 2565

ลุยอีสาน “สุดารัตน์” ดูดบ้านใหญ่ ส.เขมราฐ อาจได้แถม ส.ส.

“สุดารัตน์” จัดทัพเจาะสนามเมืองหลวง-อีสาน หนามยอกอกคนแดนไกล ภาคอีสานมาเงียบๆ ได้ตระกูลโควสุรัตน์ ไทยสร้างไทยอาจได้ ส.ส.อุบลฯ

ขอเป็นทางเลือก “สุดารัตน์” ผู้นำพรรคไทยสร้างไทย จัดทัพเจาะสนามเมืองหลวง-อีสาน เป็นหนามยอกอกคนแดนไกล

“สุดารัตน์” จับมือศิธา ลุย กทม. ภาคอีสานมาเงียบ ๆ ได้ตระกูลโควสุรัตน์ ไทยสร้างไทย อาจมี ส.ส. 1 คนในสภาฯ 

วันที่ 9 ก.ย.2565 ที่ประชุมใหญ่พรรคไทยสร้างไทย มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นหัวหน้าพรรค และน.ต.ศิธา ทิวารี เป็นเลขาธิการพรรค

คุณหญิงสุดารัตน์ ให้สัมภาษณ์แสดงจุดยืนไม่เลือกทั้งฝั่งคนแดนไกล และฝั่งผู้ถืออำนาจในปัจจุบัน 

“เราเป็นทางเลือกใหม่ เรามั่นใจว่าถ้าเลือกเราแล้ว ไม่กลับไปในวงจรอุบาทว์ ที่เลือกฝั่งหนึ่งก็ติดล็อก เรื่องอีกฝั่งหนึ่งก็ติดหล่ม”

การเลือกตั้ง 22 มี.ค.2535 “สุดารัตน์” ลูกสาว สมพล เกยุราพันธุ์ อดีต ส.ส.นครราชสีมา เข้าสู่สมรภูมิเลือกตั้งในนามพรรคพลังธรรม  ปี 2541 ทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย คุณหญิงหน่อยเป็นหนึ่งใน 23 บุคคลที่ร่วมก่อตั้งพรรค และได้ร่วมงานกับพรรคของทักษิณมาจนถึงวันที่ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย

สำหรับพรรคไทยสร้างไทย เป็นภารกิจสุดท้ายของคุณหญิงหน่อย และหวังที่จะลบคำปรามาสของอดีตเพื่อนร่วมพรรคเดิมที่ว่า พรรคใหม่ไปไม่รอด

‘อีสานคือความหวัง’

“สุดารัตน์” เดินสายนำพาทัพไทยสร้างไทย ไปทุกทั่วภาคของประเทศไทย ปรากฏว่า สนามอีสานมีเสียงตอบรับค่อนข้างดี และมีตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่คาดหวังจะเบียดแชมป์เก่าได้

มีข้อน่าสังเกตในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค 11 คน นอกจากจะมีชื่อ ต่อพงษ์ ไชยสาส์น ก็ยังมีชื่อ อดุลย์ นิลเปรม ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี และเป็นน้องชาย อมร นิลเปรม ส.ว.

อดุลย์ นิลเปรม เป็นตัวแทนกลุ่มทุนเมืองอุบลฯ ที่เคยบริหารเทศบาลนครอุบลฯ และเป็นคู่ปรับเกรียง กัลป์ตินันท์ พรรคเพื่อไทย ทั้งในสนามท้องถิ่นและระดับชาติ

สมัยที่แล้ว อดุลย์ลงสมัคร ส.ส.อุบลฯ เขต 1 ในสีเสื้อพลังประชารัฐ โดยพ่าย วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ลูกชายเกรียง ค่ายเพื่อไทย เพียงแค่พันแต้ม

เดิมที อดุลย์ นิลเปรม, สิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต รมช.มหาดไทย และพล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และสิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต ส.ส.อุบลฯ อยู่ทีมเดียวกัน แต่วันนี้ สิทธิชัย-อดุลย์ มาสังกัดไทยสร้างไทย ส่วน พล.ต.อ.ชิดชัย ยังอยู่ค่าย พปชร.

ถ้าสองพี่น้อง อมร-อดุลย์ นิลเปรม ถือธงไทยสร้างไทย ลุยเขต 1 ชนตระกูลกัลป์ตินันท์ ก็มีลุ้นแน่ ๆ แม้ว่าเพื่อไทยจะได้แต้มต่อตรงกระแสพรรค

‘กลุ่มทุน ส.เขมราฐ’

เนื่องจากชื่อ “สุดารัตน์” ยังขายได้ในภาคอีสาน จึงทำให้นักการเมืองท้องถิ่น และอดีตผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคอื่น หันมาร่วมงานกับไทยสร้างไทยมากขึ้น

ปลายเดือน ส.ค.2565 สิทธิชัย โควสุรัตน์ อดีต ส.ส.อุบลฯ 6 สมัย ,อดีต รมช.มหาดไทย และแกนนำกลุ่มวังพญานาค สมัยไทยรักไทย ได้ร่วมคณะกับคุณหญิงหน่อยไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ที่อุดรธานี

สิทธิชัย โควสุรัตน์ และอดุลย์ นิลเปรม อยู่กลุ่มเดียวกัน งานนี้ สิทธิชัยคงรับบทแม่ทัพหลังม่าน และมอบให้อดุลย์ เป็นรองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย

 สิทธิชัย โควสุรัตน์ กลุ่มทุน ส.เขมราฐ ซบคุณหญิงหน่อย สิทธิชัย โควสุรัตน์ กลุ่มทุน ส.เขมราฐ ซบคุณหญิงหน่อย

เสี่ยอี๊ด-สิทธิชัย แห่ง ส.เขมราฐกรุ๊ป ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ขนส่ง การเกษตร และพลังงาน สมัยที่แล้ว ปั้นพี่ชาย เสี่ยอู๊ด-ธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ เป็น ส.ส.เขต 6 (อ.เขมราฐ และ อ.โพธิ์ไทร) พรรคพลังประชารัฐ

ปัจจุบัน เสี่ยอู๊ด-ธนะสิทธิ์ สังกัดพรรคเศรษฐกิจไทย และมีข่าวว่า จะย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทย พร้อมกับ ณัฏฐพล จรัสพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์ และธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส.ตาก 

อีกด้านหนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และกรรมการบริหารพรรคเศรษฐกิจไทย ขู่ว่าจะลงโทษ 3 ส.ส.ที่ขัดมติพรรคในคราวศึกซักฟอก ถึงขั้นจะขับออกจากพรรค

ถ้าเป็นเช่นนั้น เสี่ยอู๊ด-ธนะสิทธิ์ คงต้องหาพรรคใหม่สังกัด และอาจมาอยู่พรรคไทยสร้างไทย ตามน้องชาย-เสี่ยอี๊ด ยกเว้นตระกูลโควสุรัตน์ มีดีลลับอะไรบางอย่างกับทางบ้านใหญ่บุรีรัมย์

โพลล์ ปชป. ได้คนรุ่นใหม่ ลง ส.ส. ตรัง แทน เลขาฯ ชวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/529125

นายหัวไทร

09 ก.ย. 2565

โพลล์ ปชป. ได้คนรุ่นใหม่ ลง ส.ส. ตรัง แทน เลขาฯ ชวน

คนรุ่นใหม่ เมือง ตรัง ได้ลงเลือกตั้ง ส.ส. ปชป. แทนเลขานุการ ประธานสภา ชวน หลีกภัย และมีแนวโน้มแบบเดียวกัน ในหลายพื้นที่

ปัญหาความไม่ลงตัวของการส่งว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งในหลายจังหวัดทางภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) อาทิ พังงา ตรัง นครศรีธรรมราช ซึ่งมีหลายเขตเลือกตั้งที่มีผู้ประสงค์ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ในนามพรรคมากกว่า 1 คน จนเกิดปัญหาการแข่งขันและความขัดแย้งกันเองในหมู่สมาชิกพรรค รวมทั้งแกนนำพรรคที่ต่างฝ่ายต่างให้การสนับสนุนคนของตัวเองลงสมัครในเขต นั้นๆ

       กล่าวสำหรับจังหวัดตรัง บ้านเกิดของนายหัวชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานที่ปรึกษาพรรคปชป. ซึ่งมีปัญหาทับซ้อนกันในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 4 อำเภอกันตัง อำเภอย่านตาขาวบางส่วน และอำเภอสิเกาบางส่วน ซึ่งเป็นพื้นที่เดิมของสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร อดีตสส.ตรัง เขต 4 หลายสมัย แต่ในการเลือกตั้งครั้งหลังสุดจำนวน สส.ตรังลดลงเหลือ3 คน สมบูรณ์ถูกดันให้ลงสมัครในระบบบัญชีรายชื่อ แต่การเลือกตั้งครั้งต่อไปจำนวน สส.จังหวัดตรังกลับเพิ่มมาเป็น 4 คนเหมือนเดิม

คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเขต 4 เดิมได้ถูกตัดแบ่งเป็น 2 ส่วน ไปรวมเป็นเขต 3 และมีน.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ บุตรสาว “โกหน่อ”สมชาย โล่สถาพรพิพิธ อดีตส.ส.ปชป. ได้เป็นสส.ตรังเขต 3 คนปัจจุบัน และแบ่งไปเป็นเขต 2 ของสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรังเขต 2 หลายสมัย

กาญจน์ ตั้งปอง ส.ท. เมืองกันตังกาญจน์ ตั้งปอง ส.ท. เมืองกันตัง

ทั้งโกหน่อ และสุณัฐชา ให้การสนับสนุน “สท.กาญจ์”กาญจน์ ตั้งปอง ส.ท.เมืองกันตัง เด็กหนุ่มรุ่นใหม่ เป็นว่าที่ผู้สมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่สมบูรณ์เองก็ยืนยันว่าจะลงสมัครในนามพรรคเช่นกัน โดยมีสาทิตย์ให้การสนับสนุน ทำให้เกิดความไม่ลงตัว จนนายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลาพรรคปชป. ในฐานะรองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ ต้องออกมายุติปัญหาด้วยการทำโพลล์ สอบถามความเห็นประชาชนในพื้นที่เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าจะเลือกใครลงเป็นผู้สมัครในนามพรรค โดยอ้างว่าได้รับไฟเขียวจากนายชวน , หัวหน้าพรรคปชป. และเลขาธิการพรรคปชป.แล้ว

       ช่วงก่อนทำโพลล์ก็จะปรากฏภาพการเคลื่อนไหวของสมบูรณ์ในพื้นที่ถี่ขึ้น ขึ้นป้ายคู่กับนายหัวชวน โดยสมบูรณ์ยืนยันว่าได้รับไฟเขียวจากนายหัวชวนให้ลงไปทำพื้นที่ แต่เมื่อยังมีปัญหาขัดแย้งก็จบลงด้วยการทำโพลล์ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์

ล่าสุดผลโพลล์ออกมาแล้วเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้และดูแลการวางตัวผู้สมัครส.ส.ของพรรคในพื้นที่ภาคใต้ เปิดเผยว่า ผลโพลล์ของเขต4 ตรัง ทราบผลแล้วว่าใครเป็นผู้แพ้-ชนะ โดยกาญจน์ ตั้งปอง ส.ท.เมืองกันตัง เป็นผู้ชนะสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ซึ่งผลคะแนนออกตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา

เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

 “เอาเป็นว่า มีผู้แพ้กับผู้ชนะ ก็พอนะ ไม่ขอบอกรายละเอียดเรื่องคะแนน โดยกลุ่มตัวอย่างตอบแบบสำรวจทั้งสิ้นจำนวน 6,300 คน และคะแนนทิ้งห่างกันพอสมควร ส่วนเรื่องตัวเลขผลคะแนนผมไม่ขอเปิดเผย เพราะถ้าผมบอกผลคะแนนออกไป จะดูไม่ดีสำหรับคนแพ้” เดชอิศม์ กล่าว

     เดชอิศม์ กล่าวว่า “หลังทราบผลโพลล์ผมได้แจ้งไปยังคู่เคนดิเนต ทั้ง สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล และกาญจน์ ตั้งปอง รวมถึงแจ้งไปยัง หัวหน้าพรรค เลขานุการพรรค และนายชวน หลีกภัย ให้ทราบแล้ว ยอมรับว่าท่าทีของสมบูรณ์ เมื่อทราบผล เขาก็มีความข้องใจอยู่นิดหน่อย แต่ยืนยันว่า ผลโพลล์ยุติธรรม 100% เพราะคนทำไม่มีส่วนได้เสีย และอีกอย่างตนเองไม่ได้รู้จัก สท.กาญจน์ เป็นการส่วนตัว ซึ่งทางนายสมบูรณ์ เมื่อทราบผลแล้ว ก็คงไม่น่าโต้แย้ง ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะตนได้แจ้งกับหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคแล้วว่า หากจะแย้งก็ขอให้แย้งก่อนทำโพลล์ นายเดชอิศม์ระบุ

      นายเดชอิศม์กล่าวด้วยว่า ในสัปดาห์หน้าตนจะเรียกนาย กาญจน์ มาพูดคุยกัน และเข้าประชุมร่วมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.คนอื่นๆด้วย

 ด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ ผู้พ่ายผลโพลล์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “เบื้องต้นได้รับแจ้งมาแล้วว่า นายกาญจน์เป็นผู้ชนะ และฝ่ายจัดทำโพลล์ได้ ส่งผลไปยังหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรคแล้วตามกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่เห็นผลที่ออกมาอย่างเป็นทางการ เพียงแต่ได้รับแจ้งเบื้องต้นว่านายกาญจน์ชนะ แต่มันยังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะกระบวนการสรุปกำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งต่อจากนี้คณะกรรมการบริหารพรรคจะเป็นผู้ดำเนินการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป ตอนนี้ตนอยู่จังหวัดตรังและยังไม่เห็นตัวผลโพลล์ เมื่อถามว่า มีอะไรจะโต้แย้งผลโพลที่ออกมาหรือไม่ นายสมบูรณ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบสั้นๆว่า “อืม…ผมยังไม่เห็น ก็เลยไม่ดีกว่า เดี๋ยวให้เห็นอย่างเป็นทางการก่อน”

สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาฯ

  กล่าวสำหรับการทำโพลล์เขต 4 จังหวัดตรัง ของพรรคประชาธิปัตย์ เดชอิศม์ได้มอบหมายให้คณะทำงานซึ่งเป็นบุคลากรระดับอาจารย์ในสังกัดของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นผู้ดำเนินการออกสำรวจแบบสอบถามประชาชนในเขต 4 ตรัง ประกอบด้วย อำเภอกันตัง อำเภอสิเกาบางส่วน และอำเภอย่านตาขาวบางส่วน รวมจำนวน 6,300 ตัวอย่าง โดยได้ส่งสรุปผลโพลล์รายงานไปยังจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคปชป. และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคปชป.ทราบ และแจ้งให้นายหัวชวนรับทราบแล้วเช่นกัน
 

      พังงาเป็นอีกจังหวัดที่ยังไม่ลงตัว ซึ่งต้องทำโพลล์เช่นกัน เพราะมีผู้เสนอตัวมากกว่า 1 คน คนแรกเป็นอดีตนายกฯอบจ.พังงา ภายใต้การสนับสนุนของจุรินทร์ อีกคนคือ ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำโพลล์

       ส่วนจังหวัดศรีธรรมราช เนื่องจากเขตเลือกตั้งเพิ่มเป็น 9 เขต คณะกรรมการการเลือกตั้ง ต้องแบ่งเขตใหม่ บางเขตจึงยังไม่ชัดเจนว่าอยู่ตรงไหนอย่างไร เช่น โซนหัวไทร ปากพนัง เชียรใหญ่ ชะอวด จุฬาภรณ์ ร่อนพิบูลย์ เฉลิมพระเกียรติ พระพรหม รวมถึงท่าศาลา การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร จึงยังทำไม่ได้ในเขตที่ยังไม่ขัดเจน แต่เขตที่ค่อนข้างชัดเจนแล้ว ประชาธิปัตย์ก็ทยอยเปิดตัวไปแล้ว รวมถึงเขตที่เป็น สส.เก่าด้วย แต่ทราบว่า ประชาธิปัตย์เริ่มทำโพลล์ในเขตที่ยังไม่ลงตัวแล้ว โดยเป็นการคาดการณ์ว่า กกต.น่าจะแบ่งเขตอย่างไร โดยยึดเอาเขตเลือกตั้งเดิม ตั้งแต่สมัยนครศรีธรรมราชมี สส.9 คนเป็นหลักไว้ก่อน ไม่นานคงจะทราบผลโพลล์ แต่ไม่ขอยืนยันตัวบุคคล

ศึกสายเลือด “จุรีพร สินธุไพร” ปลุกเสื้อแดง ชนครอบครัวเพื่อไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529056

08 ก.ย. 2565

ศึกสายเลือด “จุรีพร สินธุไพร” ปลุกเสื้อแดง ชนครอบครัวเพื่อไทย

ศึกคนกันเอง “จุรีพร สินธุไพร” ขนแดงอีสาน ชนครอบครัวเพื่อไทย ออกสตาร์ทโค้งแรกมาแรง เศกสิทธิ์รอทัพ นปช. มาปลุกกระแสแลนด์สไลด์

ศึกคนกันเอง “จุรีพร สินธุไพร” ขนแดงอีสาน ชนครอบครัวเพื่อไทย ประชันเวทีหาเสียงนายก อบจ.ร้อยเอ็ด

“จุรีพร สินธุไพร” ออกสตาร์ทมาแรง ส่วนเศกสิทธิ์ เพื่อไทย คงรอทัพหลวงสายตรงอุ๊งอิ๊ง มาปูพรมปราศรัยโค้งสุดท้าย

ผ่านโค้งแรกไปแล้ว ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด จุรีพร สินธุไพร ออกสตาร์ทมาแรง เปิดเวทีปราศรัยเกือบครบทุกอำเภอ แต่ละเวทีมีคนมาฟังนับพันคน

ส่วนเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ค่ายเพื่อไทย ก็เปิดเวทีปราศรัยย่อยในหลายอำเภอ จับตาโค้งสุดท้าย ทัพหลวงครอบครัวเพื่อไทย เต้น ณัฐวุฒิคงยกทีมมาช่วยเสี่ยเอ


ที่เงียบไปก็คือ ทีมหาเสียงของรัชนี พลซื่อ ที่ยังใช้กลยุทธ์เดินสายไปพบปะฐานเสียง โดยมีสามี-เอกภาพ พลซื่อ เป็นพี่เลี้ยง

เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2565 วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร อดีตแกนนำกลุ่มร้อยเอ็ดรักประชาธิปไตย 51 ได้จัดเวทีรวมพลคนเสื้อแดง สนับสนุนจุรีพร ซึ่งในวันนั้น ก็มีอดีตแกนเสื้อแดง ในจังหวัดใกล้เคียง ได้มาเปิดตัวเป็นทีมงานหาเสียงด้วย

“รวมพลเสื้อแดงอีสาน”

ลำพัง “จุรีพร สินธุไพร” คนเดียว คงจะมาอธิบายความเป็นเสื้อแดงได้ไม่มีใครเชื่อเท่ากับอาศัยปากของน้องชาย ตึ๋ง-วิเชียรชนินทร์

ดังที่รู้กัน เลือกตั้งสมัยที่แล้ว จุรีพรถอดเสื้อแดงไปสวมเสื้อพลังประชารัฐ ส่วนวิเชียรชนินทร์ ยังอยู่กับคนเสื้อแดง แต่หันไปเป็นกองเชียร์พรรคอนาคตใหม่

เมื่อจูลี่-จุรีพร ตัดสินใจสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด จึงลาออกจากกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี และพรรคพลังประชารัฐ กลับมายืนอยู่ข้างคนเสื้อแดงอีกครั้ง

ทั้งจุรีพร และวิเชียรชนินทร์ เติบโตมาก็เห็นพี่ชาย นิสิต สินธุไพร เดินงานการเมืองภาคประชาชน ร่วมกับนักสู้ครูประชาบาล และทนายทองใบ ทองเปาด์ 

ยุคแดงทั้งแผ่นดิน จูลี่-จุรีพร เป็นแกนนำ นปช.แดงพัทยา และวิเชียรชนินทร์ เป็นแกนนำแดงร้อยเอ็ด

สายเลือดสินธุไพร แห่ง อ.พนมไพร ยังไงก็ตัดกันไม่ขาด ตึ๋ง-วิเชียรชนินทร์ จึงอาสาช่วยพี่สาวอีกสักครั้ง

วิเชียรชนินทร์ ปลุกคนเสื้อแดงช่วยพี่สาว-จุรีพร วิเชียรชนินทร์ ปลุกคนเสื้อแดงช่วยพี่สาว-จุรีพร

“ทัพใหญ่ นปช.”

“จุรีพร สินธุไพร” มั่นใจในกองหนุน ทั้งบนดิน และใต้ดิน จึงประกาศสู้พรรคเพื่อไทย แถมไม่หวั่นอิทธิพลกระแสแลนด์สไลด์ จากเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์

ส่วนเสี่ยเอ-เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ขึ้นป้ายหาเสียงคู่กับอุ๊งอิ๊ง ในโซเชียลก็ติดแฮชแท็ก #ร้อยเอ็ดแลนด์สไลด์ #คนกะมักพรรคกะแม่น มองตามรูปการณ์ก็น่าจะกำชัยได้ไม่ยาก

เหนืออื่นใด เสี่ยเอ ได้การสนับสนุนจากเอมอร  สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ภรรยาของนิสิต สินธุไพร และมารดาของจิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด

แม้ศึกนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ครั้งนี้ เสี่ยเอ-เศกสิทธิ์ จะไม่ได้รับการหนุนช่วยจากมังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด แต่ทางพรรคเพื่อไทยคงไม่ปล่อยให้เขาสู้อย่างโดดเดี่ยว

เศกสิทธิ์เป็น ส.ส.ร้อยเอ็ด สมัยแรก วัย 25 ปี พรรคเสื้อความหวังใหม่ จึงสนิทสนมกับจาตุรนต์ ฉายแสง และปี 2544 เสี่ยเอย้ายจากพรรคความหวังใหม่ไปพรรคไทยรักไทย ตามลูกพี่-จาตุรนต์ ฉายแสง 

ปีที่แล้ว เสี่ยเอก็ลาออกจากเพื่อไทย ไปร่วมหัวจมท้ายกับเสี่ยอ๋อย ปั้นพรรคเส้นทางใหม่ แต่เจอกติกาบัตร 2 ใบ เสี่ยอ๋อยก็จูงมือเสี่ยเอ กลับเข้าพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง

คาดหมายว่า ช่วงโค้งสุดท้าย จาตุรนต์ ฉายแสง และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ คงยกทีมมาเปิดเวทีปราศรัยช่วยเสี่ยเอ เหมือนเมื่อเลือกตั้งนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เสี่ยเต้นวิ่งรอกปราศรัย 6 อำเภอ ปลุกกระแสเพื่อไทยแลนด์สไลด์ จนได้รับชัยชนะ

คอการเมืองเมืองร้อยเกิน ประเมินว่า ศึกร้อยเอ็ดแตกต่างจากเมืองน้ำดำ เนื่องจากฝ่ายจุรีพร พลิกเกมดึงคนเสื้อแดงมาหาเสียง และขายความเป็น “สินธุไพร” ตระกูลเสื้อแดงแห่งพนมไพร

ปรากฏการณ์แลนด์สไลด์ อาจไม่เกิดขึ้น ผลแพ้-ชนะ คงทิ้งห่างกันไม่มาก และปัจจัยชี้ขาด น่าจะมาจากทั้งกระแสและกระสุน

เกิดมาจน “สมคิด” นักกลยุทธ์ติดดิน เขียนฝันครั้งสุดท้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/529011

08 ก.ย. 2565

เกิดมาจน “สมคิด” นักกลยุทธ์ติดดิน เขียนฝันครั้งสุดท้าย

ส่องชีวิต “สมคิด” วิถีลูกจีนเยาวราช เบ้าหลอมนักกลยุทธ์ติดดิน เคยเป็นลมใต้ปีกนายทุน-ขุนศึก พ.ศ.นี้ ขอเขียนฝันด้วยตัวเอง สู่สมรภูมิเลือกตั้งสมัยหน้า

ส่องชีวิต “สมคิด” ลูกคนยาก โชคชะตาฟ้าลิขิตได้ทุนไปเรียนเมืองนอก จึงมีโอกาสกลับมารับใช้บ้านเมือง

เพราะเกิดมาจน “สมคิด” เป็นนักการตลาดและนักกลยุทธ์ที่ติดดิน ชอบร้องเพลงคนกับควาย และเปิบข้าว

23 ปีที่แล้ว สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ร่วมวางกลยุทธ์ส่ง ทักษิณ ชินวัตร ถึงฝั่งฝันเป็นนายกรัฐมนตรี และมาถึงวันนี้ ได้เวลาที่เขาจะวางกลยุทธ์ให้ตัวเอง เพื่อไปให้ถึงเก้าอี้นายกฯ 

พ.ศ.นี้ เบื้องแรก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั่งเก้าอี้ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย และชื่อสมคิด จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคในสมรภูมิเลือกตั้งสมัยหน้า

ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนชักชวนให้สมคิด เข้าสู่ถนนการเมือง ตั้งแต่สมัยพรรคพลังธรรม จนถึงพรรคไทยรักไทย 

ปลายปี 2560 สมคิดเปิดใจกับสื่อบางสำนักว่า “ผมเกิดที่เยาวราช ครอบครัวมีพี่น้อง 10 คน ได้เรียนเพราะได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาล จึงรู้ดีว่าคนจนต้องดิ้นรน เมื่อมีโอกาสมา เราต้องตอบสนอง ผมเข้ารับตำแหน่งกระทรวงการคลังครั้งแรก เริ่มนโยบายการคลังเพื่อสังคม ทำธนาคารคนจนแต่ทำไม่จบเพราะมีอุปสรรคเสียก่อน..”

‘ลูกคนยาก’

บรรพบุรุษ “สมคิด” ยากจนข้นแค้น จึงอพยพออกจากบ้านเกิดในอำเภอเท่งไฮ้ มณฑลกวางตุ้ง มาทำมาหากินในเมืองไทย

สมคิดจึงมีชื่อจีนว่า หั่งกวง แซ่จัง และเป็นลูกชายที่ลืมตาดูโลกในวันที่พ่อใกล้ล้มละลาย

ซ้ง-พ่อของสมคิดสู้อดทนทำงานหนัก เก็บหอมรอมริบ กระทั่งพอสะสมเงินทองได้บ้างก็ร่วมกับเพื่อนอีก 4 คน เปิดร้านชื่อสี่ชัย แต่กิจการไม่สู้ดีนัก พอถึงจุดหนึ่งหุ้นส่วนต้องการแยกย้ายกันไปทำกิจการของตัวเอง ในที่สุดก็ปิดกิจการ

ต่อมา ซ้งพยายามดิ้นรน จนในที่สุดสามารถตั้งร้านเตี่ยเซ็งได้สำเร็จ ร้านนี้เดิมอยู่แถววัดเกาะ ครั้นต่อมาถูกไล่รื้อ จึงย้ายไปอยู่แถวตลาดน้อย แต่ร้านเตี่ยเซ็งประสบปัญหาเงินทุนหมุนเวียนไม่พอเพียง ไม่มีสินค้าเข้าร้าน กระทั่งขาดทุนจนต้องล้มละลาย และปิดกิจการในที่สุด

มรสุมลูกใหญ่ที่เกิดจากความล้มเหลวในธุรกิจของพ่อ ทำให้พี่สาว 2 คน พี่ชายอีก 4 คน และน้องสาวอีกหนึ่ง รวมตัวเขาด้วย เป็น 8 ชีวิต ต้องประสบกับความยากลำบาก

“เขาเป็นลูกคนไทยเชื้อสายจีน ที่ถูกเลี้ยงแบบจีนอย่างเข้มข้น บางคนบอกว่าสำเนียงพูดยังสะท้อนภูมิหลังเช่นนั้นด้วย บรรพบุรุษเป็นพ่อค้าธรรมดา ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างตัวในยุคก่อนและหลังสงครามโลกเหมือนคนอื่นๆ…เขาใช้เวลาเพียง 10 ปีเศษ ก้าวจากอาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมดา ๆ ขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีคลังได้”

 สมคิด สลัดบทบาทลมใต้ปีก สู่สมรภูมิเลือกตั้ง ในฐานะแคนดิเดตนายกฯสมคิด สลัดบทบาทลมใต้ปีก สู่สมรภูมิเลือกตั้ง ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ

วิรัตน์ แสงทองคำ เขียนถึงสมคิด ในนิตยสารผู้จัดการ เมื่อครั้งที่คนแซ่จัง เป็นขุนคลัง ในรัฐบาลทักษิณ ปี 2544

ระหว่างที่สมคิด เรียนอยู่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตรงกับช่วง 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519 จึงได้สัมผัสบรรยากาศการเดินขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม 

มีอยู่ครั้งหนึ่ง สมคิดได้เล่าให้นักข่าวมติชนฟังว่า เขาร้องเพลงไม่เป็นเลย แต่ก็ร้องเพลงคนกับควาย และเปิบข้าว กล่อมลูกทั้งสองคน แถมยังบอกว่าเพลงนกสีเหลือง มันร้องยาก เลยร้องได้แค่สองเพลง

‘นักกลยุทธ์ติดดิน’

ชะตาฟ้าลิขิต “สมคิด” และพี่ชายได้มาร่วมงานกับตระกูลโชควัฒนา เขาจึงมีโอกาสเรียนรู้หลักคิดของนายห้างเทียม ผู้ทำการค้าจากสองมือเปล่า ค่อย ๆ เรียนรู้ทีละขั้น สร้างองค์กรจนเติบใหญ่และมั่นคง


หลักคิด 2 ข้อที่สมคิด จดจำมาใช้ในชีวิตและการทำงานคือ “มากคนมากวาสนา และคนตัวเล็กต้องทำให้ใหญ่ แต่คนตัวใหญ่ต้องทำตัวให้เล็ก”

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ที่ได้สมคิดเป็นที่ปรึกษาคู่ใจมานาน การันตีว่าสมคิดเป็นนักการตลาดและนักกลยุทธ์ ที่เข้าใจพฤติกรรมมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่หัวดื้อที่ไม่ฟังใคร และทำงานร่วมกับทุกคนได้ดี

มากคนมากวาสนา..สมคิดจะได้โอกาสวาสนาจากประชาชนหรือไม่ ผลการเลือกตั้งสมัยหน้าคือคำตอบ    

จับตา “ม.รามคำแหง” ประชุม ลุ้นปลด “อธิการบดี” รอบ2 ปมวุฒิการศึกษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/528978

นายหัวไทร

07 ก.ย. 2565

จับตา "ม.รามคำแหง" ประชุม ลุ้นปลด "อธิการบดี" รอบ2 ปมวุฒิการศึกษา

“สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง” ประชุมสมาชิก จับตา วาระพิจารณาสอบจริยธรรม “อธิการบดี” หลังมีประเด็นสงสัยวุฒิการศึกษาปลอม พบทำผิดจริง ถอดถอนรอบ 2

พรุ่งนี้ (8 ก.ย.) นอกจากเรื่องการประชุมนัดพิเศษของศาลรัฐธรรมนูญ ปมคดี 8 ปีนายกรัฐมนตรี แล้ว ยังมีอีกเรื่องที่น่าจับตา คือ ประเด็นการประชุมสภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่คาดว่า จะมีวาระพูดคุยสำคัญๆ โดยเฉพาะการสอบจริยธรรมของ ผศ.ดร.สืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง 

หลัง สภามหาวิทยาลัย รามคำแหงได้รับหนังสื่อร้องเรียน ขอให้ตรวจสอบวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอกของ ผศ.ดร.สืบพงษ์ เนื่องจากไม่พบข้อมูลดังกล่าว จากสถาบันการศึกษาในต่างประเทศที่เจ้าตัวเคยอ้างถึง ซึ่งเป็นหลักฐานการเข้ายื่นสมัครงานในมหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วย 

แต่ดูเหมือนทางด้าน ผศ.ดร.สืบพงษ์ จะมี มีพยานหลักฐานเอกสาร และพยานบุคคล ที่สามารถยืนยันข้อกล่าวหาต่างๆได้ เพราะประชุมครั้งที่ผ่านมา ก็มีการพิจารณาเรื่อง จริยธรรมอธิการบดีรามคำแหง ไปแล้วเช่นกัน ซึ่งมี นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ อาจารย์มหาวิทยาลัย ส่งกำลังใจให้อธิการบดีจำนวนมาก 

ขณะเดียวกันเพื่อความเป็นธรรมแล้ว สภามหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้เจ้าตัวสามารถชี้แจงได้ แต่ไม่อนุญาตให้พยานบุคคลเข้าชี้แจง โดยให้เหตุผลมีเอกสารจำนวนมาก กรรมการสภามหาวิทยาลัยจึงขอเวลาไปศึกษาเอกสารก่อน และนัดประชุมใหม่วันพรุ่งนี้ ( 8 ก.ย.)

เรื่องนี้ไม่เพียงแต่สภามหาวิทยาลัยตรวจสอบ ยังส่งเรื่องให้ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ กพ. หน่วยงานกลางตรวจสอบการรับรองวุฒิการศึกษา ก็ไม่พบหลักสูตรระดับปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยที่ ผศ.ดร.สืบพงษ์ กล่าวอ้าง พร้อมส่งเรื่องให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ตรวจสอบควบคู่ขนานไปด้วย

ทั้งนี้หากตรวจสอบพบว่าการเรียนเป็นเรื่องจริง คาดว่า จะนำมาสู่ขั้นตอนการลงมติถอดถอน ผศ.ดร.สืบพงษ์ พ้นจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง อีกครั้ง ถือเป็นครั้งที่ 2 หลังเมื่อปลายปี2564 เคยถูกปลดไปแล้ว  แต่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเพิกถอนมติสภามหาวิทยาลัย

ที่ผ่านมาพบว่า  ทางสภามหาวิทยาลัยรามคำแหงพยายามตรวจสอบเรื่องต่างๆและสอบจริยธรรมอธิการบดี มาหลายครั้งหลายคราว หากมองในมุมคนนอก ก็เกิดข้อสงสัยถึงความขัดแย้งในองค์กรเดียวกันหรือไม่ มีใครคอยคานอำนาจหรือไม่  


มีรายงานข่าวแจ้งว่า หลักสูตร ปริญญาเอก ที่ ผศ.ดร.สืบพงษ์อ้างว่านั้น เดิมมีอยู่จริง มหาวิทยาลัยที่จบมาก็ยังเปิดสอนอยู่จริง แต่หลักสูตรนี้ได้ปิดตัวลงไปแล้ว ทำให้ ตรวจสอบไม่พบหลักสูตรนี้ในปัจจุบัน 

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ ข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นไร ผลการประชุมจะออกมาทิศทางไหน ต้องลุ้นกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ คาดว่าจะนำผลการตรวจสอบของ กระทรวง อว. มาพิจารณาร่วมกับผลตรวจสอบของ กพ.ด้วย

ไร้วาสนา “สิรภพ สมผล” นักแสดงหนุ่มอกหัก พ่ายสาวเสื้อแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/528966

07 ก.ย. 2565

ไร้วาสนา “สิรภพ สมผล” นักแสดงหนุ่มอกหัก พ่ายสาวเสื้อแดง

แดงตัดแดง “สิรภพ สมผล” นักแสดงหนุ่มอกหัก เพื่อไทยเลือกลูกสาว ส.ส.สกลนคร สายตรงดูไบ ลุยเขตใหม่ ส่วนบ่าวนิก สิรภพ หันไปซบไทยสร้างไทย

แดงตัดแดง “สิรภพ สมผล” นักแสดงหนุ่มโบกมือลาอุ๊งอิ๊ง ซบคุณหญิงหน่อย หลังแกนนำเพื่อไทยเลือกลูกสาว ส.ส.สกลนคร สายตรงดูไบ 

ศึกชิงเขตใหม่สกลนคร “สิรภพ สมผล” ลูกชายแกนนำเสื้อแดงกับ จิรัชยา สัพโส ทายาท ส.ส. สาย นปช. บทสรุปสาวสวยชนะหนุ่มหล่อ

วันที่ 7 ก.ย.2565 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เปิดตัวบ่าวนิก-สิรภพ สมผล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร เขต 1 พรรคไทยสร้างไทย  

บ่าวนิกหรือนิกกี้ สิรภพ สมผล นักแสดงวัยรุ่นชื่อดังในช่วงหลัง ได้ผันตัวไปเล่นการเมืองท้องถิ่น ได้รับเลือกเป็น ส.อบจ.สกลนคร เขต 6 อ.เมืองสกลนคร


ช่วงต้นปี 2565 บ่าวนิก สิรภพ ตัดสินเสนอตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย โดยมีคู่แข่งคือ แจม-จิรัชยา สัพโส ลูกคนเดียวของพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร เขต 3 พรรคเพื่อไทย

สืบเนื่องจากสมรภูมิสกลนคร สมัยหน้า จะมี ส.ส. 7 คน 7 เขต จากเดิม 6 เขต โดยเขตที่เพิ่มขึ้นใหม่ จะอยู่ในพื้นที่ อ.พรรณานิคม, อ.ภูพาน และ อ.กุดบาก

ล่าสุด มีกระแสข่าวว่า แกนนำเพื่อไทย ได้ตัดสินใจเลือกลูกสาวของพัฒนา สัพโส เป็นตัวแทนลงชิงชัยในเขตใหม่(เขต 7) ส่วนบ่าวนิก ก็ได้ยื่นใบลาออกจากเพื่อไทย ไปสังกัดไทยสร้างไทย ย้ายไปลงสมัคร ส.ส.เขต 1 (อ.เมืองสกลนคร)

‘สาวเสื้อแดงพังโคน’

แม้จะเป็นดาราดัง “สิรภพ สมผล” และมีดีกรีเป็น ส.อบจ.สกลนคร แต่ในพรรคเพื่อไทย บ่าวนิกสู้ลูกสาว ส.ส.สายตรงดูไบ ย่อมเสียเปรียบตั้งแต่เสนอตัวลงสนามแล้ว

จิรัชยา สัพโส ลูกสาวคนเดียวของพัฒนา สัพโส ส.ส.สกลนคร เขต 3 พรรคเพื่อไทย ซึ่งตระกูลสัพโส มีญาติพี่น้องมากมายใน ต.ไฮหย่อง อ.พังโคน จึงเป็นฐานเสียงให้พัฒนาตั้งแต่ลงสมัคร ส.ส.สมัยแรก

พัฒนาถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ส.ส.เสื้อแดง เพราะสมัยแดงทั้งแผ่นดิน พัฒนาเป็นคนนำพาชาวบ้านลงไปชุมนุมที่กรุงเทพฯอยู่เป็นประจำ จึงสนิทสนมกับจตุพร พรหมพันธุ์ 

ในวันที่พัฒนา จัดอีเวนท์ครอบครัวเพื่อไทย เพื่อโปรโมตลูกสาว ได้เชิญ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และดาวสภาหลายคนมาร่วมงาน รวมทั้งแกนนำ นปช.สายจตุพร

นอกจากนี้ แจม-จิรัชยา จัดฟุตบอลไฮหย่องคัพ ก็เชิญ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มาเป็นประธานเปิดศึกลูกหนังบ้านนอก

 จรัชยา สัพโส ตัวแทนเพื่อไทย เขตใหม่จรัชยา สัพโส ตัวแทนเพื่อไทย เขตใหม่

‘บ่าวนิกสู้เพื่อพ่อ’

“สิริภพ สมผล” ตกเกณฑ์อกหักจากเพื่อไทยเหมือนพ่อ เพราะปี 2554 ถนอม สมผล อยากลงสมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ถูกร้องขอให้ขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันดับท้าย ๆ

 บ่าวนิก สิรภพ ไม่มีโอกาสได้สวมเสื้อแดงลงสนาม บ่าวนิก สิรภพ ไม่มีโอกาสได้สวมเสื้อแดงลงสนาม

ถนอม สมผล พ่อของนิกกี้หรือบ่าวนิก สิรภพ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ก่อนหน้าปี 2544 เคยลงสมัคร ส.ส.มาหลายครั้ง แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จ

ช่วงปี 2551-2556 ถนอม สมผล แกนนำกลุ่มสกลรักประชาธิปไตย 51ได้นำพาคนเสื้อแดงสกลนครเข้าร่วมการชุมนุมในกรุงเทพฯ และจัดเวทีคนรักทักษิณที่สกลนครอยู่เป็นประจำ

ด้วยเหตุที่ถนอม สมผล เคยเป็น ส.อบจ.สกลนคร เขต อ.เมือง มาหลายสมัย จึงสนับสนุนให้ลูกชายลงสมัคร ส.อบจ.สกลนคร เขต 6 ในนามกลุ่มอิสระ ก็ได้รับชัยชนะ เพราะเป็นพื้นที่ฐานเสียงของถนอม

บ่าวนิก สิรภพ เป็นนักแสดงอิสระ มีผลงานทั้งละคร ซีรีส์ โฆษณา และมิวสิควีดีโอเพลง แม้ในปัจจุบัน บ่าวนิกจะเป็นนักการเมืองท้องถิ่น แต่ก็ยังรับงานการแสดงอยู่เหมือนเดิม


เมื่อได้รับสัญญาณชัดว่า พรรคเพื่อไทยเลือกจรัชยา สัพโส ลงสมัคร ส.ส.ในเขตใหม่ บ่าวนิกก็ตัดสินใจอำลาเพื่อไทย และหันเปิดตัวกับพรรคไทยสร้างไทย

ถนอม สมผล อดีต สจ.สกลนคร และแกนนำเสื้อแดง คงประเมินสถานการณ์แล้วว่า ถ้าไม่ได้สวมเสื้อเพื่อไทย ก็คงต้องเลือกไทยสร้างไทย เพราะตอบคำถามชาวบ้านได้ง่ายกว่าเสื้อสีอื่น

จับตาศึกยึด 3 “จังหวัดชายแดนใต้” ดร.ศิรวัชโชติ หวังล้มแชมป์จากภูมิใจไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/528949

07 ก.ย. 2565

จับตาศึกยึด 3 "จังหวัดชายแดนใต้"  ดร.ศิรวัชโชติ หวังล้มแชมป์จากภูมิใจไทย

จับตาศึกยึด 3 “จังหวัดชายแดนใต้” ดร.ศิรวัชโชติ รัตนมาลา หวังเบียดแทรกขึ้นมานั่งเก้าอี้ ส.ส. ล้มแชมป์จากภูมิใจไทย

  สนาม “การเมือง”เดินเข้าสู่โหมด “เลือกตั้ง” เต็มร้อยแล้ว ทุกพรรคการเมืองจัดทัพรับศึกกันคึกคัก ทยอยเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครกันต่อเนื่อง
แม้รัฐบาลยังคงสาละวนกับคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ของนายกฯ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”  มี “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรี โดยศาลรัฐธรรมนูญนัดปรึกษาหารือกันในวันที่ 8 กันยายนนี้ ก่อนจะวินิจฉัยฐานะของ “พล.อ.ประยุทธ์”

ไม่ว่าช้าหรือเร็ว การเลือกตั้งจะต้องมีขึ้นแน่นอน รัฐบาลและสภาชุดนี้จะครบวาระในวันที่ 24 มี.ค.66 หรือในอีก 7 เดือนข้างหน้า และหลังจากนั้นก็จะต้องมีการ “เลือกตั้ง” ทั่วไปเกิดขึ้น
     กล่าวสำหรับ 3 “จังหวัดชายแดนภาคใต้”  12 ที่นั่ง หลายพรรคการเมืองต่างจ้องยึดพื้นที่ฉะนั้น เวลานี้จึงได้เห็นการจัดกิจกรรมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. และวางตัวบุคคลเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งกันอย่างคึกคัก เจ้าของพื้นที่เดิมไม่ว่าจะเป็นประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ “ประชาชาติ” และ ภูมิใจไทย ต่างก็หวังขยายฐานทั้งนั้น

การเลือกตั้งปี 62 พื้นที่ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส มี ส.ส.ได้ 11 คน “พรรคประชาชาติ”กวาดมาได้เกินครึ่งถึง 6 ที่นั่ง ตามด้วย “พลังประชารัฐ” 3 ที่นั่ง และ “ประชาธิปัตย์”  กับ“ภูมิใจไทย”พรรคละ 1 ที่นั่ง

ส่วนการ “เลือกตั้ง”ครั้งหน้า พื้นที่นี้จะมี ส.ส.เพิ่มขึ้นเป็น 12 คน จาก 12 เขตเลือกตั้ง ถือเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ที่ทุกพรรคการเมืองหมายตา

โดยเฉพาะปัตตานี พื้นที่อัตลักษณ์และจิตวิญญาณของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดพรรคการเมืองต่างๆ วางตัวผู้สมัครและเปิดตัวหาเสียงกันบ้างแล้ว ประชาธิปัตย์เองขาดมือดีอย่าง “อันวาร์ สาและ” เนื่องจากมีปัญหาข้อขัดแย้งทางความคิดกันเองในพรรค แต่ทางพรรคก็หาคนใหม่มาเสริมแล้ว รอเวลาเปิดตัวเป็นทางการ

พื้นที่ เขต 2 จ.ปัตตานี ประกอบด้วย อ.หนองจิก อ.แม่ลาน และ อ.โคกโพธิ์ รอยต่อกับจังหวัดสงขลาเขตนี้ ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมคือ นายอับดุลบาซิม อาบู จาก “พรรคภูมิใจไทย” แน่นอนว่าจะต้องลงรักษาแชมป์ แม้กระแสพรรคจะมาแรงแต่ก็ไม่ง่ายนัก เพราะมีคนหวังโค่นแชมป์อยู่หลายคน และในการเลือกตั้งปี 62 อาบูชนะมาเพียบน้อยนิด

ส่วน “พรรคประชาชาติ” เตรียมส่ง นายมูฮำมัดอารีฟีน จะปะกิยา อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 “พรรคประชาชาติ” ซึ่งในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เมื่อปี 62 คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ตามหลังนายอับดุลบาซิม อาบู ไม่ถึง 500 คะแนน

ดร.ศิรวัชโชติ นักรบทางการเมืองแห่งดินแดนปลายด้ามขวานไทยในวันนี้แสงเจิดจรัสแล้ว เหลือเพียงทำอย่างไรให้ไฟลุกโชนในวันลงคะแนน พรรคต้องเป็นตัวช่วยในการสุมไฟ
 #นายหัวไทร #เลือกตั้ง #จังหวัดชายแดนใต้

สำหรับประวัติ ดร.ศิรวัชโชติ  รัตนมาลา  
การศึกษา   
ปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิตติมศักดิ์    Lnternational University of Morality (IUM)
ปริญญาตรี  สาขาวิชาเกษตรกรรม คณะคุรุศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
ประวัติการทำงาน
ประธานราษฎร์อาสาหมู่บ้าน จังหวัดปัตตานี
หัวหน้ากองทัพราษฎร์รักษาหมู่บ้านหนองจิก 1 จังหวัดปัตตานี
ประธานสมาพันธ์ไทยพุทธ จังหวัดปัตตานี
คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษา ราชภัฏยะลา
ผู้ทรงคุณวุฒิ  เทศบาลบ่อทอง
ประธานลูกเสือชาวบ้าน อำเภอหนองจิก
ผู้จัดการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ บ้านโคกกอ อำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี
ประธานกองทุนช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและกลุ่มเปาะบาง

#นายหัวไทร

สัญญาณรอด “ประยุทธ์” แต่ไปต่อยาก เปรียบรถเก่าตกยุค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/528942

07 ก.ย. 2565

สัญญาณรอด “ประยุทธ์” แต่ไปต่อยาก เปรียบรถเก่าตกยุค

สัญญาณรอด “ประยุทธ์” โยนหินถามทาง ปม 8 ปีนายกฯ เอกสารหลุดเพียบ เกจิการเมืองเปรียบลุงตู่ รถเก่าตกยุค ไม่มีใครขับรถคันนี้ ไปทำศึกชิงทำเนียบ

โยนหินถามทาง “ประยุทธ์” ปม 8 ปีนายกฯ โซเชียลสะพัดเอกสารหลุดความเห็นมีชัย เหมือนทดสอบกระแสสังคม ถ้าได้ไปต่อแค่ปี 2568

“ประยุทธ์” ได้ไปต่อแล้วยังไง เกจิการเมืองเปรียบเหมือนรถเก่าตกยุค จะมีพรรคใดขับรถคันนี้ เพื่อไปให้ถึงปลายทางทำเนียบรัฐบาล

สัปดาห์นี้ จะมีการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนัดพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ย. เพื่อพิจารณาคดีวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหม

อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่ายวันที่ 6 ก.ย.2565 มีการเผยแพร่เอกสารความเห็นของมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ. และหนึ่งในพยานฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ เรื่องปมวาระ 8 ปีนายกฯนั้น เริ่มนับวันที่ 6 เม.ย.2560 ซึ่งเป็นวันที่รัฐธรรมนูญ มีผลบังคับใช้ 

หลังจากนั้น ก็มีคนปล่อยเอกสารการประชุม กรธ.ครั้งที่ 500 ปี 2560 มาตอบโต้ความเห็นอาจารย์มีชัย ในปี 2565 เนื่องจากความเห็นของ กรธ. เห็นพ้องตรงกันว่า ควรนับวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2557 

ขณะเดียวกัน วันที่ 7 ก.ย.2565 ได้มีการเผยแพร่เอกสารอ้างว่าเป็นคำชี้แจงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยระบุว่า การครบวาระ 8 ปี ต้องเริ่มนับจากรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่นับรัฐธรรมนูญ 2557

ที่สำคัญ ในเอกสารของฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ ยังอ้างถึงคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตั้งคณะพิเศษ 7 คน เพื่อศึกษาเรื่องปม 8 ปีนายกฯ ได้ข้อสรุปว่า บทบัญญัติ กำหนดวาระ 8 ปีดังกล่าว หมายถึงนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560 เท่านั้น

มีข้อสังเกตว่า การต่อสู้ในสงครามข่าวสารในโซเชียลว่าด้วยเกมเอกสารปม 8 ปีนายกฯ มาจาก 2 ขั้วการเมือง ระหว่างขั้วจบแล้ว 8 ปี กับขั้วไม่จบได้ไปต่อ

‘เอกสารจริง’

ถ้าเอกสารความเห็นมีชัยเป็นของจริง “ประยุทธ์” รอดจากปม 8 ปี สังคมจะมีปฏิกิริยาอย่างไร บางเสียงบอกว่า เป็นทางออกที่กลางที่สุด เพราะไปต่อได้แค่ 2 ปี

กรณีเอกสารความเห็นปม 8 ปีนายกฯ ของมีชัย หลุดออกมา ทำให้เชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ได้แถลงข่าวด่วนเมื่อบ่ายวันที่ 7 ก.ย.2565

เชาวนะ สรุปว่า ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ให้ตรวจสอบเพื่อให้หาข้อเท็จจริง และเสียใจที่เอกสารรั่วไหล แม้จะยังไม่ทราบที่มาที่ไป แต่กระทบต่อผู้ให้ความเห็นและพาดพิงไปถึงคู่ความในส่วนต่างๆ ของคดีด้วย

จากถ้อยแถลงของเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ จับความได้ว่าเป็นเอกสารจริง เป็นความเห็นของอาจารย์มีชัย    สอดรับกับนักวิชาการบางคนวิเคราะห์ว่า การปล่อยเอกสารหลุดเหมือนต้องการหยั่งกระแสสังคม ถ้าหวยออกมาที่นับหนึ่งปี 2560 พล.อ.ประยุทธ์ ได้ไปต่อแค่ 2 ปี เสียงต่อต้านจะมีมากน้อยเพียงใด

  ปม 8 ปีนายกฯ สัญญาณแรงว่า พล.อ.ประยุทธ์ รอดปม 8 ปีนายกฯ สัญญาณแรงว่า พล.อ.ประยุทธ์ รอด

‘เปลี่ยนตัวเปลี่ยนเกม’

แม้วันนี้ จะไม่มี “ประยุทธ์” ที่ตึกไทยคู่ฟ้า แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในตำแหน่งรักษาการนายกฯ ก็ไม่หักหาญน้ำใจน้องรัก ด้วยการใช้อำนาจปรับ ครม. หรือทำโน่นทำนี่ ตามคำยุแยงของก๊วน ป.พิเศษ

อีกด้านหนึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็โชว์ภาพความเป็นผู้นำ และเร่งลงพื้นที่สร้างผลงานทั้งเรื่องแก้ปัญหาแหล่งน้ำและที่ดินทำกิน เหมือนลุงป้อมมุ่งทำงานมากกว่าเล่นการเมือง 

หลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พี่น้อง 3 ป.คงต้องมาพูดคุยกันอีกทีว่าจะเอายังไง ถ้าไปต่อถึงปี 2568 พล.อ.ประยุทธ์ คงจะอยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกฯคนเดียวของพรรคพลังประชารัฐไม่ได้

เหนืออื่นใด ส.ส.พลังประชารัฐ เฉพาะสายบ้านใหญ่ คงไม่อยากแบกป้ายชื่อลุงตู่ ไปหาเสียง ทั้งที่รู้ว่าจะมีโอกาสได้เป็นนายกฯ รอบใหม่ไม่ครบเทอม

พล.อ.ประวิตร ก็ต้องเตรียมหาแคนดิเดตนายกฯ มาเพิ่มเติมให้ครบ 3 คน ซึ่งมีการพูดถึงไปบ้างแล้ว สำหรับชื่อ ป.ที่ 4 หรือ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

ดังนั้น จึงเริ่มกระแสข่าวเชิงลึกจากบ้านป่ารอยต่อฯว่า ผลคำวินิจฉัยปม 8 ปีนายกฯ น่าจะออกมาว่า เริ่มนับวันที่ 6 เม.ย.2560 และบิ๊กป้อมคาดหวังว่า น้องตู่จะตัดสินใจครั้งสำคัญ ไม่ขอไปต่อ และจบแค่ยุบสภาฯ