นาฬิกาหรูไม่จบ “ประวิตร” คิดถึงเพื่อนแท้ ซ.ค.คอนเนกชั่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/528856

06 ก.ย. 2565

นาฬิกาหรูไม่จบ “ประวิตร” คิดถึงเพื่อนแท้ ซ.ค.คอนเนกชั่น

ยังไม่จบ “ประวิตร” เล่าเรื่องเพื่อนแท้ชื่อ คราม-ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เซนต์คาเบรียล คอนเนกชั่น เกี่ยวพันกับเรื่องนาฬิกาหรู เพราะเพื่อนป้อมเล่นการเมือง

นาฬิกาหรูยังไม่จบ “ประวิตร” เล่าเรื่องเพื่อนแท้ชื่อ คราม-ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ หนึ่งในเซนต์คาเบรียล คอนเนกชั่น ผู้ร่วมก่อร่างสร้างบ้านป่ารอยต่อฯ

เลือดน้ำเงิน-ขาว “ประวิตร” มีเพื่อนรัก 2 คนคือ เสี่ยคราม และ ม.ร.ว.ปริดิยาธร ซึ่งเกี่ยวพันกับเรื่องนาฬิกาหรู เพราะเพื่อนชื่อ ป้อมเล่นการเมือง

วันที่ 6 ก.ย.2565 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ถูกนักข่าวถามเรื่องกรรมาธิการ ป.ป.ช. เตรียมเชิญ ม.ร.ว.ปริดิยาธร เทวกุล มาชี้แจงปมนาฬิกาหรู โดย พล.อ.ประวิตร ตอบสั้นว่า “มันจบไปแล้ว..มันจบไปแล้ว”

เรื่องนาฬิกาหรูกับบิ๊กป้อมที่ไม่จบ เพราะ ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้แถลงข่าวว่า กมธ.ได้เอกสารบัญชีมรดกของเสี่ยครามมาตรวจสอบ กลับไม่ปรากฏว่า มีนาฬิกาหรูอยู่สักเรือนเดียว และป.ป.ช.ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้

ดังนั้น คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. เตรียมเชิญ ม.ร.ว.ปริดิยาธร เทวกุล ในฐานะผู้จัดการมรดกของเสี่ยคราม-ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ มาให้ข้อมูลในวันที่ 7 ก.ย.2565 

‘เพื่อนแท้-นาฬิกา’

นักข่าวสายทหารต่างทราบดีว่า เสี่ยครามนั้นสนิทลึกซึ้งกับ “ประวิตร” เป็นอย่างมาก ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เวลามีงานปาร์ตี้ที่บ้านบิ๊กป้อม ก็จะเห็นหน้าเสี่ยครามและหม่อมอุ๋ย-ม.ร.ว.ปริดิยาธร เทวกุล เป็นเหมือนเจ้าของงานเลี้ยง

ในหนังสือ “พี่ป้อม พี่ใหญ่ พี่ชายที่แสนดี” ได้มีการบันทึกเรื่องราวเสี่ยคราม-ปัฐวาท สุขศรีวงศ์ ในบทที่ว่าด้วย เป็นเพื่อนแท้ แท้…ที่ไม่เคยทิ้งเพื่อน

พล.อ.ประวิตร กับปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เป็นเพื่อนนักเรียนที่เคยเรียนด้วยกันที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยเป็นเพื่อนรักที่คบหากันมา 60 ปี

“ครอบครัววงษ์สุวรรณ และครอบครัวสุขศรีวงศ์ ต่างสนิทชิดเชื้อกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการทำบุญ เพราะพี่ป้อมและพี่คราม ต่างก็เดินทางในสายบุญด้วยกันมาหลายสิบปี โดยมักจะเดินสายทำบุญ สร้างศาสนสถาน ทอดกฐินและมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กในพื้นที่ต่างๆ และพี่ครามก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดอีกด้วย”

ผู้เรียบเรียงหนังสือเล่มดังกล่าว ยังเล่าว่า “พี่ป้อม พี่ครามนั้นสนิทกันมาก เคยไปกินไปนอนที่บ้านใน กองพล ปตอ.เป็นประจำ เตะฟุตบอลด้วยกัน ลอกการบ้านด้วยกัน กินข้าวฝีมือคุณย่า (สายสนี วงษ์สุวรรณ) ด้วยกัน พี่ป้อมถึงตัวจะเล็ก แต่ใจนักเลงไม่กลัวใครและมีคุณพ่อเป็นทหาร ก็มักจะช่วยเหลือปกป้องเพื่อน ไม่ให้ใครมาข่มเหงรังแก”

กระทั่งในวันที่เพื่อนรักเจ็บไข้ได้ป่วย พล.อ.ประวิตรก็ไม่ทอดทิ้งเพื่อน “..ความผูกพันของเพื่อนทั้งสองคนนี้ มีมากจริงๆ ดูอย่างที่พี่ครามป่วยจนเดินแทบไม่ได้ พี่ป้อมจะกุลีกุจอ ถามไถ่น้อง ๆ ว่ามีหมอเก่ง ๆ ที่ไหน แล้วรีบให้ฝ่าย เสธ. ติดต่อทันที และยังช่วยเหลือดูแลด้วยตัวเอง จนพี่ครามดีขึ้น สองคนนี้เขารักกันเหมือนพี่เหมือนน้อง” 

 พล.อ.ประวิตร และเสี่ยคราม พล.อ.ประวิตร และเสี่ยคราม

‘ซ.ค.คอนเนกชั่น’

บ้านป่ารอยต่อฯ ของ “ประวิตร” ในยุคที่พี่น้อง 3 ป.ยังไม่ได้เข้าสู่ถนนการเมือง ที่แห่งนี้คือ แหล่งรวมพลเพื่อนป้อม หรือ “ซ.ค.คอนเนกชั่น” 

ดังนั้น คณะกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ยุคแรก ๆ จึงเป็นกลุ่มเพื่อนเซนต์คาเบรียล มีบิ๊กป้อม นั่งประธาน ,หม่อมอุ๋ย เป็นรองประธานกรรมการ และปัฐวาท สุขศรีวงศ์ เป็นกรรมการ

ช่วงก่อนรัฐประหาร 2557 มีรายงานข่าวว่า หม่อมอุ๋ยได้เข้ามาตั้งวงเสวนาเรื่องแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่บ้านป่ารอยต่อฯ อยู่บ่อยๆ และได้กลายเป็นแม่ทัพเศรษฐกิจให้ คสช.อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนจะหลีกทางให้กลุ่มสมคิด จาตุศรีพิทักษ์

แม้วันนี้ เสี่ยครามจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ชื่อก็ยังถูกพาดพิงเป็นเจ้าของนาฬิกาหรูให้บิ๊กป้อมยืมใช้ จนบัดนี้เรื่องนาฬิกายืมเพื่อน ก็ยังไม่จบ

นับวาระ นายกฯ 8ปี พล.อ. ประวิตร มีคำตอบแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/kom-daily/528821

06 ก.ย. 2565

นับวาระ นายกฯ 8ปี  พล.อ. ประวิตร มีคำตอบแล้ว

ถอดรหัส พลเอก ประวิตร ไขข้อข้องใจ วาระ นายกฯ 8ปี เริ่มนับจากวันไหน ฟังคำตอบชัดๆ ไม่ต้องรอคำวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญ

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้พลเอกประยุทธ์ หยดปฏิบัติหน้าที่ บิ๊กป้อมในฐานะรักษาการนายก ประเดิมนั่งหัวโต๊ะครม. ด้วยการแก้ระเบียบ ให้รักษาการนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่ ปฏิบัติแทนนายกรัฐมนตรี ในเรื่องสำคัญได้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับครม. โยกยายข้าราชการ หรือการอนุมัติใช้งบประมาณ ซึ่งก่อนแก้ไข เรื่องสำคัญแบบนี้ ต้องได้รับอนุมัติจากนายกรัฐมนตรีก่อน

นอกจากนี้ บิ๊กป้อม ยังลงพื้นที่ ถี่ยิบ มีคิวต่อเนื่องทุกสัปดาห์  
ไม่นั่งเป็นใหญ่อยู่ในทำเนียบ เปลี่ยนบทบาทจากไม่รู้ มาลุย
แบบผิดหูผิดตา เป็นที่มาของวาทะกรรมที่ว่า ใจบันดาลแรง
 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกรัฐมนตรี
แต่เรื่องต่อเนื่องจากปัญหาครบวาระ 8 ปี กำลังบานอีรุงตุงนัง
นักนิติศาสตร์ หลายคนมีความเห็นว่า ในระหว่างรักษาการนายกฯนั้น รัฐธรรมนูญห้ามมิให้แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงทำให้การพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายหลังวันที่ 14 สิงหาคม 65 อาจต้องชะลอการทูลเกล้าฯต่อพระมหากษัตริย์ หรืออาจถูกเพิกถอนก็ได้กลายเป็นปัญหาที่บานออกไปจากเรื่อง 8 ปี  นี่เป็นคำเตือนจากอดีตผู้ใกล้ชิดพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ว่าอย่าเอารัฐธรรมนูญมาเป็นของเล่น 

สองสามวันที่ผ่านมา จึงมีรายงานข่าวประโคมกันไปทุกสำนักว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดหารือกันวันที่ 8 กันยายนนี้ เพื่อพิจารณาว่า เอกสารหลักฐานที่ได้มา เพียงพอต่อการพิจารณาวินิจฉัยได้แล้วหรือยัง  ไม่บ่อยครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดหารือนอกวาระ  พิเคราะห์กันว่า จำต้องเร่งตัดไฟ ปล่อยเนิ่นนานไป ไฟจะยิ่งลุกลาม ลือกันหนาหูว่าจากมติ5:4 สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่คราวนี้ จะเป็นตรงกันข้าม และมีตัวเลข 6 ต่อ 3 ตามมา ไม่ทันสิ้นเดือนกันยานี้ 

ไทกร พลสุวรรณ อ้างว่าได้รับเอกสาร ที่น่าเชื่อถือว่าเป็นคำชี้แจง ประเด็น นายกฯ8ปี ที่เป็นคุณกับผู้ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่  โดยมีมีกลุ่มทุน และนักการเมืองวิ่งเต้นช่วยเหลือให้พลเอกประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ตั้งวอรูมบัญชาการอยู่ที่อาคารชื่อดังทางการเมืองย่านสุขุมวิท

ไพศาล พืชมงคล ออกมาตั้งคำถามกับ มีชัย ฤชุพันธ์ ว่าจะกล้าบิดเบือน เจตนารมย์ รัฐธรรมนูญมาตรา158 ที่เคยให้สัมภาษณ์ไว้ โดยไม่กลัวผลที่จะตามหรือไม่  แต่คำตอบสุดท้าย กลับตกอยู่ที่พี่ใหญ่ ที่ให้สัมภาษณ์ เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีว่า ให้นายกฯ
กลับมาแก้ปัญหาเอง 

ลาสาวแม่กลอง “ณิชาภา โกวิทานนท์” กปปส.กลับใจ คนเคยรู้จักรังสิมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/528807

06 ก.ย. 2565

ลาสาวแม่กลอง “ณิชาภา โกวิทานนท์” กปปส.กลับใจ คนเคยรู้จักรังสิมา

ลาสาวแม่กลอง “ณิชาภา โกวิทานนท์” กปปส.กลับใจ เสื้อแดงต้านสุดฤทธิ์ ไม่ให้สวมเสื้อเพื่อไทย ย้อนเส้นทางวันวาน เธอเป็นคนเคยรู้จักรังสิมา รอดรัศมี

ลาสาวแม่กลอง “ณิชาภา โกวิทานนท์” กปปส.กลับใจ คงไปไม่ถึงฝั่งฝัน เสื้อแดงต้านสุดฤทธิ์ ไม่ให้สวมเสื้อเพื่อไทย

ศึกแม่กลอง “ณิชาภา โกวิทานนท์” คนเคยรู้จัก รังสิมา รอดรัศมี และเคยเป่านกหวีดร่วมกัน วันนี้ ต้องแยกทางห่างเหิน ตามวิถีการเมือง

กรณี กปปส.กลับใจ ได้รับโอกาสให้เป็นผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคเพื่อไทย กำลังรอบทสรุปสุดท้าย หลังจาก วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย จูงมือ ณิชาภา โกวิทานนท์ มาแถลงข่าวกล่าวคำขอโทษและสำนึกผิดที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น กปปส. 

ณิชาภา โกวิทานนท์ กราบขอโทษคนเสื้อแดง และยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี เธอบอกไม่เคยขึ้นปราศรัย ไม่เคยใช้วาทกรรมใดๆ ในการให้ร้ายอดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองแม้แต่น้อย

ปฏิกิริยาหลังคำขอโทษของสาวแม่กลองคนนี้ ไม่ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น คนเสื้อแดงยังรุมต้านอย่างหนัก

สมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์แสดงความเห็นใจเธอว่า “ผมไม่คิดหวงห้ามพรรคจะรับคนที่เคยเป็น กปปส.มาลงสมัคร มีหลายคนที่เป็นแบบนั้นและกลับมาอีกฝั่งหนึ่ง..”

ตอนท้าย ส.ส.สมคิด ขอให้คนเสื้อแดงอดทนและยอมรับความแตกต่าง ตบท้ายก็ให้กำลังใจว่าอดีต กปปส.สาวอัมพวา ว่า “ขอให้โชคดีนะครับ..ผมจะไปร้องเพลง ลาสาวแม่กลอง..เมื่อมีการเลือกตั้ง”

 สจ.รัก ณิชาภา โกวิทานนท์ ขอโทษคนเสื้อแดงที่เคยเข้าร่วม กปปส.สจ.รัก ณิชาภา โกวิทานนท์ ขอโทษคนเสื้อแดงที่เคยเข้าร่วม กปปส.

‘ผ่าสมรภูมิแม่กลอง’

“ณิชาภา โกวิทานนท์” ไม่ใช่คนหน้าใหม่ในสนามเลือกตั้ง ผันตัวเองจากนักการเมืองถิ่น สู่ผู้สมัคร ส.ส.แม่กลองในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนจะขอโอกาสแก้ตัวในสนามเพื่อไทย


การเลือกตั้ง ส.ส.สมุทรสงคราม ปี 2562 มีความเปลี่ยนแปลงของผลคะแนนที่น่าสนใจ คอการเมืองอาจไม่รู้สึกตื่นเต้นที่เห็น รังสิมา รอดรัศมี เป็น ส.ส.สมุทรสงคราม สมัยที่ 5 ในสีเสื้อประชาธิปัตย์

ลึก ๆแล้ว รังสิมาก็รู้สึกหนาวหัวใจ เมื่อ ส.ส.หลายพรรษาได้ 26,718คะแนน ชนะสุกานดา ปานะสุทธะ พลังประชารัฐที่ได้ 21,868 คะแนน ห่างกันแค่ 4 พันแต้ม

ไม่น่าแปลกใจ ช่วงเลือกตั้งนายก อบจ.สมุทรสงคราม ทีมงานเจ๊รังสิมา ผนึกกำลังกับสุกานดา ปานะสุทธะ อดีตประธานสภา อบจ.สมุทรสงคราม จนสุกานดาได้เป็นนายก อบจ.คนใหม่ แทน พิสิฐ เสือสมิง อดีตนายก อบจ.

ส่วนที่คนตื่นตะลึงจากผลเลือกตั้ง ส.ส.หนที่แล้วคือ ดิเรกฤทธิ์ เล็กสกุล แกนนำเสื้อแดงแม่กลอง สวมเสื้ออนาคตใหม่ลงสนาม ได้ 17,268 คะแนน

ปัจจุบัน ดิเรกฤทธิ์ ถอดเสื้อส้มหันกลับมาสวมเสื้อแดง ครอบครัวเพื่อไทย โดยเข้าร่วมทำกิจกรรมกับณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มากขึ้น

ณิชาภา โกวิทานนท์ หรือชื่อเดิม วาณิชา โกวิทานนท์ พรรคชาติไทยพัฒนา ได้เพียง 6,270 คะแนน ต่ำกว่าที่สภากาแฟแม่กลองวิเคราะห์ไว้

‘สาวอัมพวา’

สมุทรสงครามไม่ใช่เมืองใหญ่ “ณิชาภา โกวิทานนท์” ย่อมรู้จัก รังสิมา รอดรัศมี เพราะสมัยที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ก็เคยอยู่ขั้วเดียวกันกับเจ๊รังสิมา

สจ.รัก-ณิชาภา โกวิทานนท์ อดีต ส.อบจ.สมุทรสงคราม เขต อ.อัมพวาเป็นเจ้าของธุรกิจบ้านพักและรีสอร์ท เริ่มเข้าสู่การเมืองท้องถิ่น เป็นรองนายก อบต.สวนหลวง อ.อัมพวา ก่อนจะลงสมัคร ส.อบจ.แม่กลอง ปี 2555

ว่ากันว่า สจ.รัก กับเจ๊รังสิมา เคยมีความสนิทสนมกันมาก เพราะสมัยโน้น เจ๊รังสิมายังหนุน พิสิฐ เสือสมิง อดีตนายก อบจ.สมุทรสงคราม และอดีตประธานสมาชิกพรรค ปชป.สมุทรสงคราม 

ดังนั้น ช่วงม็อบ กปปส. สจ.รัก-ณิชาภา โกวิทานนท์ จึงได้เข้าร่วมเป่านกหวีดในขบวนมหาประชาชน แต่เลือกตั้งสมัยที่แล้ว สจ.รักต้องกลายเป็นคู่แข่งเจ๊รังสิมา 

ล่าสุด รังสิมา รอดรัศมี แชมป์ 5 สมัย มีความขัดแย้งกับสุกานดา ปานะสุทธะ นายก อบจ.สมุทรสงคราม ปลดบำเพ็ญ รอดรัศมี น้องชายรังสิมา พ้นจากตำแหน่งรองนายก อบจ.

ไม่รู้ว่าผลแห่งความขัดแย้งของเจ๊รังสิมา กับสุกานดา นายก อบจ.แม่กลอง จะสะท้านสะเทือนถึงการเลือกตั้ง ส.ส.สมัยหน้าหรือไม่

เสี่ยงพ่ายส้ม “อุ๊งอิ๊ง” รักษาที่มั่นเมืองเชียงใหม่ พื้นที่อันตราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/528730

05 ก.ย. 2565

เสี่ยงพ่ายส้ม “อุ๊งอิ๊ง” รักษาที่มั่นเมืองเชียงใหม่ พื้นที่อันตราย

“อุ๊งอิ๊ง” ยกทัพไปบ้านเกิดพ่อแม้ว พิทักษ์ที่มั่นเขต 1 เหตุก้าวไกลมาแรง หากเชียงใหม่ไม่ชนะยกจังหวัด เพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งภาคเหนือ ก็ไร้ความหมาย

กลัวแพ้ส้ม “อุ๊งอิ๊ง” ยกทัพไปบ้านเกิดพ่อ สะบัดชัยเชียงใหม่ พิทักษ์ที่มั่นเขต 1 เพราะก้าวไกลมาแรง มีโอกาสเบียดแซง พท.ได้

“อุ๊งอิ๊ง” ตระหนักดีว่า หากเชียงใหม่ไม่ชนะยกจังหวัด ถึงเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งภาคเหนือ ก็ไร้ความหมาย  

วันที่ 9 – 11 ก.ย.2565 อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย จะพาชาวคณะไปจัดกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ตอน “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ เป็นครั้งแรกที่กิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ใช้เวลามากกว่า 1 วัน 

ดูเหมือนพรรคเพื่อไทย จะเน้นการทำกิจกรรมในพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีการวางตัว จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ เขต 3 และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เป็นผู้สมัคร ส.ส.สมัยหน้า

ท็อป-จักรพล ตั้งสุทธิธรรม นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ผู้บริหารกลุ่มเทพพยอมกรุ๊ป, เจ้าของกิจการตลาดสดต้นพยอม และโรงแรมพิงค์พยอม ก้าวสู่ถนนการเมืองภายใต้ร่มเงาของเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

ท็อป จักรพล จัดอยู่ในกลุ่ม ส.ส.คนรุ่นใหม่ระดับดาวเด่นของเพื่อไทย และเติบโตในพรรคเร็วมาก เพียงแค่ ส.ส.สมัยแรก ก็ได้ตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค

เลือกตั้งปี 2562 สนามเขต 1 (อ.เมืองเชียงใหม่) ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ได้45,894 คะแนน เอาชนะศุภรี ฉัตรกันยารัตน์ พรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ 45,120 คะแนน

แกนนำเพื่อไทย ตกใจกับผลการเลือกตั้งครั้งนั้น เพราะทัศนีย์ ตัวแทนบ้านใหญ่บูรณุปกรณ์ และ ส.ส.เชียงใหม่หลายสมัย เฉือนชนะผู้สมัคร ส.ส.หน้าใหม่โนเนมไปแค่ 700 คะแนนเท่านั้น    

ด้วยเหตุนี้ เพื่อไทยจึงไม่ประมาทกระแสก้าวไกล เพราะพฤติกรรมของโหวตเตอร์ในเขตเมืองใหญ่ได้เปลี่ยนไปแล้ว

 ส.ส.ท็อป จักรพล ประชาสัมพันธ์กิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ในเขต อ.เมืองเชียงใหม่ส.ส.ท็อป จักรพล ประชาสัมพันธ์กิจกรรมครอบครัวเพื่อไทย ในเขต อ.เมืองเชียงใหม่

‘สลับเขตสู้ส้ม’

“อุ๊งอิ๊ง” ลูกสาวทักษิณ ไม่กังวลเรื่องฐานเสียงในเขตเลือกตั้งที่อยู่รอบนอก อ.เมืองเชียงใหม่ เชื่อมั่นว่า ทีมงาน ส.ส.เพื่อไทยเชียงใหม่เอาอยู่ 

การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2566 เชียงใหม่ เขต 1 เป็นสมรภูมิที่เพื่อไทยสุ่มเสี่ยงจะพ่ายค่ายสีส้มมาก 

ตอนแรกที่มีการประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.ภาคเหนือ เฉพาะเขต 1 เชียงใหม่ ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ ย้ายจากเขต 1 ไปลงเขต 3 (อ.สันกำแพง และ อ.ดอยสะเก็ด) ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนานา

สืบเนื่องจากเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ ตระกูลบูรณุปกรณ์ เปิดศึกชนตัวแทนเพื่อไทย ร้อนถึงทักษิณ ชินวัตร ต้องเขียนจดหมายมาอ้อนคนเสื้อแดงให้เลือกคนเพื่อไทย ถึงโค่นบ้านใหญ่บูรณุปกรณ์ได้


จริงๆแล้ว เลือกตั้งนายก อบจ.หนนั้น ส.ส.ทัศนีย์ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับญาติในตระกูลบูรณุปกรณ์ ซึ่งเหตุผลของสลับเขต สลับคน น่าจะมาจากเรื่องกลัวแพ้พรรคก้าวไกลมากกว่า

‘ส้มเลือดใหม่’

นับจากวันนี้ไป ครอบครัวเพื่อไทยฉบับ “อุ๊งอิ๊ง” ต้องเผชิญกับแคมเปญก้าวไกล Next ในทุกสมรภูมิ

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2565 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้จัดกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญก้าวไกล Next พร้อมการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคก้าวไกล 9 คน

ที่น่าสนใจคือ เชียงใหม่ เขต 1 เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู และเขต 3 ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล   พลอย-เพชรรัตน์ ใหม่ชมภู นักธุรกิจรุ่นใหม่ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ ได้ลงพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ ในนามตัวแทนกลุ่มเส้นด้าย เชียงใหม่ ทำงานอาสาภาคประชาชนมาร่วม 2 ปีแล้ว

เขต 1 เป็นพื้นที่ที่พรรคก้าวไกลหมายมั่นปั้นมือจะเอาชนะให้ได้ เพราะสมัยที่แล้ว พรรคอนาคตใหม่ แพ้เพื่อไทยไปเพียง 700 กว่าคะแนนเท่านั้น

ส่วนเขต 3 ณัฐพล ลูกชายของสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ และอดีต ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ต้องเจอกับนักการเมืองรุ่นพี่อย่าง ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ 

จะว่าไปแล้ว ก้าวไกลได้ลุ้นจริงๆก็เขต 1 อ.เมืองเชียงใหม่เท่านั้น เพราะดูผลคะแนนย้อนหลัง ปรากฏว่า เขตอื่นๆ เพื่อไทยชนะขาด ทิ้งห่างกัน 2-3 หมื่นแต้ม

ถึงเวลา พล.อ. ประวิตร เคลียร์ปม ปรับครม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/528702

นายหัวไทร

05 ก.ย. 2565

ถึงเวลา พล.อ. ประวิตร เคลียร์ปม  ปรับครม.

นิพนธ์ ลาออก จากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงเวลา ปรับครม. ใหญ่ ในกำมือพี่ใหญ่ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เช้าวันที่ 5 กันยายน นิพนธ์ บุญญามณี ได้แสดงสปิริตด้วยการลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังสำนักงาน ปปช.ส่งสำนวนฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กรณีไม่เบิกจ่ายให้บริษัทที่ชนะการประมูลรถอเนกประสงค์ของ อบจ.สงขลา หลังตรวจสอบพบว่ามีการสมยอมราคา (ฮั้วประมูล) โดยทางจังหวัดสงขลาสั่งให้ชะลอการจ่าย แต่ ปปช.กลับมองว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (ม.157) ตามประมวลกฎหมายอาญา


       “นิพนธ์” จึงตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเมื่อคดีเข้าสู่ขบวนการพิจารณาของศาล

    นี่ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นการถอยไปตั้งหลักในช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม เป็นการแสดงสปีริต เมื่อคดีเข้าสู่ขบวนการพิจารณาของศาลแล้ว

เมื่อนิพนธ์ลาออก ทำให้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในโควต้าของพรรคประชาธิปัตย์ว่างลง 1 ตำแหน่ง ซึ่งก่อนหน้านี้มีตำแหน่งรัฐมนตรีว่างลงแล้วสองตำแหน่ง คือการปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยเกษตร และปลด ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยแรงงาน และยังมีกรณีศาลสั่งให้ “กนกวรรณ วิลาวัลย์” หยุดปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยศึกษา ในโควต้าของพรรคภูมิใจไทย


      เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน อาจจะถึงเวลาปรับคณะรัฐมนตรีแทนตำแหน่งที่ว่างลง เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพียงแต่ถ้าจะปรับครม.จะปรับเพียง 3-4 ตำแหน่ง หรือปรับใหญ่ เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า


     ถ้าปรับเฉพาะแทนตำแหน่งที่ว่างลง พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องไปคนคนใหม่มาแทนนิพนธ์ พลังประชารัฐก็ต้องไปหาคนมาแทน ร.อ.ธรรมนัส และแทน ดร.นฤมล ถึงเวลาที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะต้องคิด-ตัดสินใจ ส่วนพรรคภูมิใจไทย จะใช้โอกาสนี้ปรับ กนกวรรณ วิลาวัณย์ ออกจากตำแหน่งไปเลยหรือไม่ ในเมื่อศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้ว

กล่าวสำหรับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยึดหลักอาวุโส และธรรมเนียมทางการเมือง จึงน่าจะถึงเวลาของ “ชินวรณ์ บุณยะเกียรติ์ รองประธานวิปรัฐบาล เพราะนอกจากอาวุโสแล้ว ยังมีคุณวุฒิ วัยวุฒิที่เหมาะสม แต่ก็ไม่ควรมองข้าม “เดชอิศม์ ขาวทอง” ที่เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคใต้อยู่ เพียงแต่ด้อยอาวุโสทางการเมือง เพราะเพิ่งเป็น สส.สมัยแรก ลำดับบัญชีน่าจะยังไม่ถึง


     กล่าวสำหรับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว นอกจากหาคนแทนนิพนธ์แล้ว น่าจะสั่นไหวไปถึงกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วย เพราะมี “คลื่นใต้น้ำ” กดดันให้มีการเปลี่ยนตัว เพราะมองว่า “จุติ ไกรฤกษ์” ไม่เวิร์ค ไม่มีแอ็คชั่นอะไรที่น่าประทับใจในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ทั้งๆที่เป็นกระทรวงหลักในการดูแลชีวิตมนุษย์ แต่กลับเป็นกระทรวงที่สงบนิ่ง แถมในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ “จุติ”ก็โดนอ่วม ไม่นอนทำการบ้านอยู่ 1 คืน จึงมาตอบญัตติไม่ไว้วางใจในอีกวันต่อมา


      คงจำกันได้ว่า 1 วันก่อนลงมติไว้ใจ มีการวิ่งล็อบบี้จากระดับรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ท่านหนึ่ง เพื่อล้มจุติ เพียงแต่แผนนี้ไม่สำเร็จเท่านั้นเอง


     “ในพรรคมีการพูดกันมากแล้ว บอกให้ปรับตัว ทำงานเชิงรุก ก็ยังไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลง” เสียงบ่นมาจากหลังพระแม่ธรณีบีบมวยผม

      ส่วนพรรคภูมิใจไทย ถ้าคิดจะปรับเปลี่ยนไปเลยในเวลาเดียวกัน ก็ทีเสียงจาก “อุทิน ชาญวีระกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาเบาๆแล้ว เตรียมดัน “เสี่ย บ.” ขึ้นเสียบแทน


     ในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จะปรับเพิ่มเข้ามาเพียงสองตำแหน่ง หรือจะเอาใครออก ก็น่าติดตาม สส.สายใต้ 14 คน ก็ออกแรงมาหลายรอบแล้วเพื่อให้มีรัฐมนตรีในภาคใต้ในโควต้าพลังประชารัฐ แต่ยังไม่เคยประสบความสำเร็จ ทั้งๆที่ สส.สายใต้จงรักภักดีต่อ “นายป้อม นายตู่” ทุกคน แถมยังมี “ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ” ขึ้นมาเป็น สส.อีกคน ก็ถือว่าเป็น สส.สายใต้ ที่เคารพนับถือ “ลุงตู่” ที่รับใช้แบบถวายหัว


      ฤา…จะถึงเวลา “ดร.แด็ก” นั่งเป็นรัฐมนตรี และหรือได้เวลา ดร.นฤมลรีเทอร์น แต่ที่น่าจะอ่อนไหวที่สุดคือ “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รัฐมนตรีกระทรวงดีอีเอส และน่าจะถึงเวลาของสส.สายปากน้ำแล้ว ที่มีบ้านใหญ่ “ชนม์สวัสดี อัศวเหม” กุมบังเหียนอยู่ ลุงป้อมก็เคยรับปากแล้วว่าปากน้ำต้องมีรัฐมนตรี


     ช่วงเวลานี้อำนาจอยู่ในมือลุงป้อมแล้ว สิ่งที่เคยขอลุงตู่ไว้แล้วไม่ได้ ก็ได้เวลาใช้อำนาจที่มีอยู่จัดการได้…ใช่ไหม อ.แหม่ม

คนหลังม่านหนุน “ประวิตร” ปรับใหญ่ล้างบาง สมนาคุณหัวหน้าซุ้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/528695

05 ก.ย. 2565

คนหลังม่านหนุน “ประวิตร” ปรับใหญ่ล้างบาง สมนาคุณหัวหน้าซุ้ม

คนหลังม่านเชียร์ “ประวิตร” ปรับใหญ่ล้างบางสายประยุทธ์ จัดสรรเก้าอี้ให้สมนาคุณซุ้มบ้านใหญ่ พี่ใหญ่ใจแข็งไม่ปรับ หลังเก้าอี้ รมต.ว่าง 4 ตำแหน่ง

วัดใจอีกครั้ง “ประวิตร” ปรับ ครม.หรือไม่ หลัง นิพนธ์ บุญญามณี ทิ้ง รมช.มหาดไทย รวมแล้วเก้าอี้ รมต.ว่างอยู่ 4 ตำแหน่ง

ขาใหญ่หลังม่านเชียร์ “ประวิตร” ปรับใหญ่ล้างบางสายประยุทธ์ จัดสรรเก้าอี้ให้สมนาคุณซุ้มบ้านใหญ่ มัดใจไม่ให้ทิ้ง พปชร.

ข่าวร้อนในเช้าวันจันทร์ที่ 5 ก.ย.2565 หนีไม่พ้นกรณีของ นิพนธ์ บุญญามณี ได้แจ้งขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี เนื่องจาก ป.ป.ช.มีมติฟ้องคดีอาญา เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่ง นายก อบจ.สงขลา 

มีข้อสังเกตว่า การลาออกจากเก้าอี้ รมช.มหาดไทย ของนิพนธ์เกิดขึ้นก่อนหน้าศาลรัฐธรรมนูญ นัดแถลงคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ว่าด้วยความเป็นรัฐมนตรีของนิพนธ์ ในวันที่ 14 ก.ย. 2565 

ในมติทางการเมือง หลังนิพนธ์ลาออกจาก รมช.มหาดไทย ก็เท่ากับในรัฐบาลประยุทธ์ มีตำแหน่งรัฐมนตรีว่างลงมากกว่า 1 ตำแหน่ง หากนับรวมกรณีของ กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ที่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และสองเก้าอี้รัฐมนตรีในโควต้าพลังประชารัฐ ที่ว่างมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ใน จ.กระบี่ ได้ตอบคำถามกรณีนิพนธ์ ลาออกจาก รมช.มหาดไทย จะมีการ ปรับ ครม.หรือไม่

“เดี๋ยวดูก่อน ผมเป็นรักษาการนายกฯ ไม่สามารถปรับ ครม.ได้ ต้องรอให้การตัดสินออกมาก่อน หากนายกฯ อยู่ต่อ นายกฯ ก็จะมาทำเอง” 

พี่ใหญ่ป้อมพูดย้ำกับนักข่าวว่า “ไม่ปรับๆ” หลังถูกจี้ถามเรื่องเก้าอี้ รมต.ที่ว่าง อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ 

  ระหว่างลงพื้นที่กระบี่ พล.อ.ประวิตร ยืนยันไม่ปรับ ครม. ระหว่างลงพื้นที่กระบี่ พล.อ.ประวิตร ยืนยันไม่ปรับ ครม.

“ล้างบางสายตู่”


“ประวิตร” มีอำนาจเต็มในฐานะรักษาการนายกฯ ที่สามารถปรับ ครม.ได้ และพี่ใหญ่ป้อม คงจะใช้อำนาจการปรับ ครม. เพื่อจัดทัพ พปชร. ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม

เหตุที่มีกระแสข่าว ปรับ ครม.อันร้อนแรงในช่วงนี้ ก็เพราะมีขาใหญ่หลังม่านบางคน ต้องการให้เกิดการปรับ ครม. ชนิดล้างบาง โดยให้พี่ป้อมโละทิ้งรัฐมนตรีสายประยุทธ์ และนำเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงใหญ่มาสมนาคุณหัวหน้าซุ้ม และพรรคสาขาของบ้านป่ารอยต่อฯ 

กลยุทธ์การปรับ ครม.เอาใจหัวหน้าซุ้มบ้านใหญ่ ก็เพื่อตรึง ส.ส.เกรดเอให้อยู่กับ พปชร.ต่อไป เพราะช่วงปลายเดือน ก.ย.นี้ จะเป็นช่วงที่ ส.ส.สามารถลาออกจากพรรคเดิมไปสังกัดพรรคใหม่ โดยไม่ต้องมีการเลือกตั้งซ่อม 

ฉะนั้น ซุ้มบ้านใหญ่ใน พปชร.บางจังหวัด ก็พร้อมจะเปลี่ยนสีเสื้อได้ทันที หากไม่มีการปรับ ครม.เพื่อสมนาคุณบ้านใหญ่ 

ว่ากันว่า 2 ตำแหน่งคือ รมช.เกษตรฯ และ รมช.แรงงาน ที่ว่างมานานแล้ว ไม่ใช่เป้าหมายของซุ้มบ้านใหญ่ พปชร. ถ้าบิ๊กป้อมคิดจะปรับ ครม. ต้องปรับใหญ่ ไม่ใช่ปรับทดแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่

‘เก้าอี้ดนตรี’

ท่าทีของ “ประวิตร” ที่ยืนยันจะไม่ปรับ ครม. พรรคร่วมรัฐบาลอย่างประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทย ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของรักษาการนายกฯ

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก็ถือโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยว่าศึกษาธิการ เช่นเดียวกับ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังมีโควตารัฐมนตรีช่วยมหาดไทยอยู่ ส่วนจะเลือกใครเข้ามาแทนตำแหน่ง ย่อมเป็นเรื่องภายในของสองพรรคดังกล่าว

เวลานี้ ในส่วนของภูมิใจไทย ก็มีโยนชื่อ นภินทร ศรีสรรพางค์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีผู้ช่วยรัฐมนตรีท่องเที่ยว และกีฬา, บุญลือ ประเสริฐโสภา ส.ส.ราชบุรี และชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี เป็นแคนดิเดตที่จะเข้ามานั่งเก้าอี้ รมช.ศึกษาฯ แทนกนกวรรณ

นภินทร และบุญลือนั้นอยู่ในโควตาภาคตะวันตก ที่มีสรอรรถ กลิ่นประทุม เป็นแกนนำ แต่มีข่าวว่า เสี่ยนภินทร เจ้าของตลาดศรีเมือง ราชบุรี ก็มาแรงตามประสาคนใจถึงพึ่งได้

อย่างไรก็ตาม แกนนำภูมิใจไทย จะต้องรับฟังเสียงจากตระกูลวิลาวัลย์ ที่เสนอชื่อ ชยุต ภุมมะกาญจนะ เป็นตัวแทนบ้านใหญ่ปราจีนฯ

สำหรับ ปชป.คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะแกนนำพรรค ปชป. รู้ล่วงหน้ามาระยะหนึ่งแล้วว่า นิพนธ์จะทิ้งเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่งผู้ที่จะมาเป็น รมช.มหาดไทยคนใหม่ ต้องตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ทวงคืนปักษ์ใต้

“นิพนธ์ บุญญามณี” ลุ้น “ศาลรัฐธรรมนูญ” 14ก.ย.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/527592

นายหัวไทร

05 ก.ย. 2565

"นิพนธ์ บุญญามณี" ลุ้น "ศาลรัฐธรรมนูญ" 14ก.ย.นี้

“ศาลรัฐธรรมนูญ” นัด “นิพนธ์ บุญญามณี” ฟังคำวินิจฉัย คดี “ฮั้วประมูล” อบจ.”สงขลา” 14 กันยายนนี้ พ้นตำแหน่งรัฐมนตรี หรือไม่

วันที่ 14 กันยายน เวลา 15.00 น.ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัย “นิพนธ์ บุญญามณี” รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย กรณีที่ตัวแทนพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ยื่นเรื่องให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร (ชวน หลีกภัย) ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (8) หรือไม่

จากกรณีเคยถูก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งให้พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1528/2564 ลงวันที่ 25 มิ.ย. 2564 และเป็นกรณีที่ผู้ถูกร้องเป็นผู้เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ทำให้ผู้ถูกร้องเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (8) อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6)  
ครั้งนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ตามมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 และสั่งว่านายนิพนธ์ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ระหว่างรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

เอกสารข่าวสารของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้อภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยแล้วเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือ และลงมติ และอ่านคำวินิจฉัยให้คู่กรณีฟัง ในวันพุธที่ 14 ก.ย. 2565 เวลา 15.00 น.

ต้นเรื่องก็มาจากการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกฯอบจ.สงขลาในการปกป้องงบประมาณแผ่นดินอันเป็นเงินภาษีประชาชน แต่ถูกมองว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา


      เรื่องนี้ “นิพนธ์”สู้ยิบตา เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของทางจังหวัดในฐานะผู้บังคับบัญชา ชะลอการจ่ายเงินให้กับบริษัท พลวิศว์ เทคพลัส จำกัด ผู้ชนะการประมูลรถอเนกประสงค์ซ่อมบำรุงทางของ อบจ.สงขลา เหตุที่ไม่เบิกจ่ายเนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีการฮั้วประมูล คดีฮั้วประมูล ตำรวจก็ออกหมายจับหมดแล้ว และติดตามจับกุมได้แล้วบางคน ผู้ต้องหาบางคนหลบหนีไปต่างประเทศ ศาลก็ออกหมายจับแบบ “ไม่มีอายุความ” เพราะผู้ต้องหาหลบหนี ระหว่างหลบหนีไม่นับเป็นอายุความ

แม้ศาลปกครองสูงสุดจะสั่งให้ อบจ.สงขลาจ่ายเงินให้กับบริษัทคู่สัญญาไปแล้ว แต่ในทางอาญา สำนวนอยู่ที่ ปปช. โดยก่อนหน้านี้อัยการสูงสุดได้สั่งไม่ฟ้องไปแล้ว เนื่องจากสำนวนอ่อน และ ปปช.ก็ไม่สามารถหาหลักฐานมาเพิ่มได้ เพื่อให้สำนวนสมบูรณ์ขึ้น
       ปปช.จึงมีมติฟ้องเอง เคยนัดส่งฟ้องเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม แต่นายนิพนธ์ติดราชการ เดินทางไปมอบโฉนดที่ดินให้ชาวบ้านที่นครพนม ซึ่งนัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายนิพนธ์ได้ส่ง “วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์” อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่รับเป็นทนายความแก้ต่างให้ไปยื่นคำร้องขอเลื่อนการรายงานตัวเพื่อส่งฟ้องเป็นวันที่ 5 กันยายนที่จะถึงนี้

       ซึ่งนายนิพนธ์ ยืนยันว่าวันที่ 5 กันยายนนี้ “เจอกันที่ศาลแน่นอน” เพราะเป็นคนส่งทนายความไปนัดเอง และพร้อมสู้คดีในชั้นศาล นายวสันต์ก็ได้อ่านเอกสารที่มีอยู่ทั้งหมดแล้ว จึงรับว่าความแก้ต่างคดีให้
 
     ในสำนวนของ ปปช.ได้ร้องขอให้ศาลสั่งให้นายนิพนธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย จึงต้องลุ้นกันว่าวันที่ 5 กันยายน ศาลจะรับคำฟ้องของ ปปช.หรือไม่ และหลังรับคำฟ้องแล้วจะสั่งให้นายนิพนธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
     ย้ำว่าคดีที่ ปปช.นัดส่งฟ้องในวันที่ 5 กันยายนนั้น ไม่ใช่คดีทุจริต และนายนิพนธ์ไม่เคยโดยสอบสวน หรือโดนฟ้องในคดีทุจริต แต่เป็นคดีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตาม ม.157 ตามประมวลกฎหมายอาญาเท่านั้น และเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

      ส่วนคดีในศาลรัฐธรรมนูญที่ศาลนัดอ่านคำวินิจฉัยว่า การถูกสั่งปลดจากตำแหน่งนายกฯอบจ.สงขลา หลังจากพ้นตำแหน่งมาแล้วสองปี และมานั่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาว่าอย่างไร แต่ถ้าพิจารณากันโดยเนื้อแท้ นายนิพนธ์ไม่ได้มีเจตนาทุจริต หรือประพฤติมิชอบแต่อย่างใด

      แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และเป็นไป ถือเป็นวิบากกรรมของคนทำงานอย่างขยันขันแข็งของ “นิพนธ์ บุญญามณี” นักปฏิบัติการขับเคลื่อนสังคม

ปฏิบัติการ “ลับ-ลวง-พราง” นายพลสีกากี ตกขบวนรถด่วน หักปากกาเซียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/song-tum-ruat/528647

หนึ่งตะวัน พันดาว

05 ก.ย. 2565

ปฏิบัติการ "ลับ-ลวง-พราง" นายพลสีกากี ตกขบวนรถด่วน หักปากกาเซียน

ผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี “หนึ่งตะวัน พันดาว” สอดส่องสังคม ส่องกล้องข้าราชการ “กระทรวง-ทบวง-กรม” คนในเครื่องแบบ

จัดทัพ..“นายพลสีกากี” ผ่านฉลุยม้วนเดียวจบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการ นายกรัฐมนตรี รับไม้ต่อนั่งหัวโต๊ะประชุม คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)ประทับตรา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ นั่งเก้าอี้  “ผบ.ตร.คนที่ 13” แทน พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข เกษียณราชการ 30 กันยาฯนี้..OO

เสร็จสรรพ..นั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) จัดทัพ “นายพลสีกากี” 254 ตำแหน่ง ระดับ รอง ผบ.ตร.ว่าง 4 ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.6 ตำแหน่ง หมุนเวียนเก้าอี้ 1 ตำแหน่ง ผบช.16 ตำแหน่ง สลับสับเปลี่ยนเก้าอี้ 7 ตำแหน่ง  รอง ผบช.40 ตำแหน่ง สลับสับเปลี่ยนเก้าอี้ 23 ตำแหน่ง  ผบก.86 ตำแหน่ง สลับสับเปลี่ยนเก้าอี้ 71 ตำแหน่ง ยุค..เปลี่ยนผ่าน “อำนาจเปลี่ยนมือ”..OO

ผ่านฉลุย..บัญชีเก่า สัญญาใจ พี่น้อง  “คนใกล้ชิดขั้วอำนาจ”ยอมถอยปล่อยวาง “เขย่าโผนายพล” ขยับปรับเปลี่ยน “ตำแหน่ง” หลังเจรจาปรับแก้ “บางตำแหน่ง”ลงตัว ด้วยบารมี “พี่ใหญ่”เคาะระฆังไฟเขียว..OO

ขับเคี่ยว..จนนาทีสุดท้าย เก้าอี้  “รอง ผบ.ตร.” 4 ตำแหน่ง เข้าวิน  “4 ผู้ช่วย ผบ.ตร.” พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ได้โควตาอาวุโส พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ได้ไฟเขียววางตัว พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ได้แรงผลักดัน “พิทักษ์ 1” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล  “ฝีไม้ลายมือ-ผลงานประจักษ์” แถม..ได้แรงหนุนเบียดคู่แข่งตกขอบ..OO

ฮือฮา..ไฮไลต์  “หักปากกาเซียน” ทุกสำนัก..เก้าอี้ ผบช.น.แทน พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ขยับขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร.เดิมที  “อำนาจนอกรั้ว”จัดวางตัว พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.นั่งเก้าอี้  “คนใกล้ชิดขั้วอำนาจ”ตีตกชวดตำแหน่ง ด้วยเหตุผลเบื้องลึกอะไรบางอย่าง ผู้มีอำนาจ  “เก่า-ใหม่” วางตัว พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผบช.ภ.1 เสียบแทน..OO

นาทีสุดท้าย..เปลี่ยนตัวจัดวาง พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 กลายเป็น“ม้ามืด”คว้าเก้าอี้  “แม่ทัพนครบาล”ไปครอบครอง หลัง..พ่ายแรงเบียด พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สกพ.เสียบเก้าอี้ เล่นเอา..“ม้าเต็ง”มึนตึบ เจอ..ยุทธการ “ลับ-ลวง-พราง”..OO

ส่องกล้อง..ตรวจแถว “ขุนพลนครบาล” เสริมทัพ “แม่ทัพคนใหม่” จัดวางพล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว  ผบก.สปพ. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์  ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ ผบก.รน.ขยับขึ้นตำแหน่ง รอง ผบช.น..OO

ปรับทัพ..“ผู้การเมืองหลวง”สลับสับเปลี่ยนเก้าอี้ พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น. 1 โยกมานั่งเก้าอี้ ผบก.น.7 แทน พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ที่เกษียณอายุราชการ จัดวาง พ.ต.อ.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา รอง ผบก.น.7 รั้งเก้าอี้ ผบก.น.1 ขยับ พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ รอง ผบก.น.3 นั่งเก้าอี้ ผบก.น.3 แทน พล.ต.ต.พลฑิต ไชยรส  เลื่อนตำแหน่งนั่งเก้าอี้ รองจเรตำรวจ..00

จัดวาง.. พ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัศน์ รอง ผบก.น.4 รับไม้ต่อ พล.ต.ต.พรชัย ขจรกลิ่น  ผบก.น.4 ที่ขยับนั่งเก้าอี้ รอง ผบช.กมค. พ.ต.อ.ธวัชชัย ควรจินดาสนอง รอง ผบก.น.5 เสียบเก้าอี้ ผบก.น.1 แทน พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ขยับออกนอกหน่วยนั่งเก้าอี้ รอง ผบช.ภ.9..OO

โยกสลับ.. พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท ผบก.อคฝ.นั่งเก้าอี้ ผบก.น.6 แทน พล.ต.ต.สรเสริญ ใช้สถิตย์ ที่เกษียณอายุราชการ เปิดทาง พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ รอง ผบก.น.9 นั่งเก้าอี้  “ผู้การฯ”บริหารจัดการ “ม็อบเมืองหลวง”..OO

คืนถิ่น..ดึง “ฉลามจ๋อ”พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 กลับถิ่นเก้าอี้นั่งเก้าอี้  “ผบก.สส.บช.น.” เสริมทัพ..กวาดล้างโจรเมืองกรุง ขยับ พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น.นั่งเก้าอี้ “ผู้การฯ” แทน โชว์ฝีไม้ลายมือ ดูแลทุกข์สุข “ชาวบ้าน-ร้านตลาด” ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก  อย่าให้แพ้ฝีไม้ลายมือ “ผู้การคนเก่า”..ตบท้าย ขยับ พ.ต.อ.ภานพ วรธนัชชากุล รอง ผบก.สปพ.นั่งเก้าอี้ ผบก.สปพ.เสริมทัพ “แม่ทัพนครบาลคนใหม่”..กาลเวลา บทพิสูจน์ฝีไม้ลายมือ..OO

ต้านไม่อยู่..พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.“วิ่งสู้ฟัด”ต่อวีซ่าไม่ผ่าน โดนขยับขึ้น “ผู้ช่วย ผบ.ตร.” เปิดทาง พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา รอง ผบช.ก.ข้ามห้วยนั่งเก้าอี้“ผบช.ไซเบอร์ “ จัดวาง พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ผบก.ปคม.เสริมทัพนั่งเก้าอี้  “รอง ผบช.สอท.” ปะองค์ทรงเครื่อง รั้งเก้าอี้  “ผบ.ป้ายแดง”ปีหน้า..OO

แหวกหมุด..“กฎเหล็กปีเดียว” พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบช.ก.ขยับขึ้น  “รองจเรตำรวจ” พล.ต.ต.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ รอง ผบช.สตม.คว้าเก้าอี้ “ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร”..OO

รอเก้อ..ปล่อย พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง  ผบช.สตม. พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์-พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ-พล.ต.ต.สยาม บุญสม 3 รอง ผบช.น.ตกขบวน “รถด่วน” นั่งตาปริบๆ..OO

สมหวังเสียที ..พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รอง ผบช.สตม.โฆษกใหญ่ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” อกหักผิดหวัง ตกขบวนหลายครั้งหลายครา เที่ยวนี้..เกาะรถไฟเที่ยวสุดท้าย นั่งเก้าอี้ “ผบช.สกพ.” บริหารจัดการกำลังพล “สีกากี”..OO

ไม่สะดุดหยุดนิ่ง..เดือนสุดท้าย ก่อนอำลาชีวิตราชการ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์  รอง ผบ.ตร.นำทีม ผนึกกำลัง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2 แกะรอยไล่ล่าทีมสังหาร “ทนายต้อย” นายมานพ เสถียรเขตต์ หมอความชื่อดัง อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ ภายในปั้มน้ำมัน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง รวบตัว “มือปืน”นายปิติ นิชรัตน์  หนีกบดานเมืองกรุง เค้นสอบล่า “ทีมสังหาร-ผู้บงการ” ชื่อชั้น-ฝีไม้ลายมือ อีกไม่นานได้ยลโฉม..ปิดฉากคดี..OO

เช่นเดียวกับ..พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร.เดินหน้าสานงานชิ้นสุดท้าย  “ขับเคลื่อนแผนแม่บทพัฒนาทรัพยากรบุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” (Royal Thai Police HRD Blueprint) โยนติ้วบัญชาการ “ผู้เกี่ยวข้อง”จัดทดสอบความรู้ด้านวิชาชีพตำรวจและความรู้ทางกฎหมายสายอำนวยการ..OO

จับนายตำรวจ..ระดับ “รองผู้กำกับ”ลงมา ทดสอบความความรู้ ตั้งแต่ หลักการและบทบาทฝ่ายอำนวยการ “งานกำลังพลและสวัสดิการ-งานงบประมาณและการเงิน-งานส่งกำลังบำรุง-งานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร-งานยุทธศาสตร์และแผน-งานสารบรรณ-งานวินัย“..OO

ดีเดย์..15 กันยาฯ วัดไอคิวบุคลากร “กองบัญชาการ-กองบังคับการ” ในสังกัด “สำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” กองบัญชาการตำรวจนครบาล-กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ต่อด้วย 16 กันยาฯ คิว กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ถึงกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 -กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง- กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว- กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด-สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง..OO

ตามด้วย.. กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน-สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ- สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร-กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี-กองบัญชาการศึกษา-โรงพยาบาลตำรวจ..เสริมทักษะขับเคลื่อนองค์กร-หน่วยงาน..OO

ตีแสกหน้า..ชุดเฉพาะกิจ “กรมการปกครอง” ร่วมกับ “กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน” เปิดยุทธการ “ตีท้ายครัว” บุกทลายผับดัง กลางเมทองเชียงราย เจอนักเที่ยวอายุต่ำกว่า 20 ปี กว่า 300 คน เปิดแผลประจานความเน่าแฟะ ตบหน้า “สีกากี”ฉาดใหญ่ สั่นสะท้าน..OO

ไม่รู้เหมือนกัน..เหตุผลอันใด พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จ.เชียงราย ลงดาบเด้ง  พ.ต.อ.กิตติพงษ์ สุขวัฒนพันธ์  ผกก.สภ.เมืองเชียงราย เข้ากรุง ศปก.บก.ภ.จ.เชียงราย “โดดเดี่ยวเดียวดาย”  ไร้ชื่อ “4 เสือโรงพัก” ใคร..รู้ช่วยตอบที หรือว่า ทั้งหมด “ลากิจ-ลาป่วย”..OO..สวัสดี 

หนึ่งตะวัน พันดาว

ลุยกระบี่ “ประวิตร” เจองานหิน ลุ้นเด็กเสี่ยเฮ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/528632

04 ก.ย. 2565

ลุยกระบี่ "ประวิตร" เจองานหิน ลุ้นเด็กเสี่ยเฮ้ง

ใจบันดาลแรง “ประวิตร” ลุยกระบี่ โชว์บารมีผู้นำตัวจริง เจาะสนามอันดามัน ลุ้นเด็กเสี่ยเฮ้ง สู้เบอร์ใหญ่ ปชป.-ภท. เกจิการเมืองชี้ พปชร.เจอโจทย์ยาก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ใจบันดาลแรง “ประวิตร” ลุยกระบี่ เจอทีมเสี่ยเฮ้ง นำชาวบ้านมาต้อนรับเช่นเคย เจาะสนามอันดามัน พบ พปชร.เป็นนักมวยใหม่ ไม่เจนสนาม

ประวิตร” ขอคุมสมรภูมิภาคใต้ จันทรนี้ไปกระบี่ จันทร์โน้นไปนราธิวาส ทั้งสองสนาม ล้วนแต่เป็นเด็กซุ้มมังกรน้ำเค็ม

เหมือนมวยฟอร์มสด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี มีแผนการจะลงพื้นที่ตรวจราชการต่างจังหวัด ทุกวันจันทร์ตลอดทั้งเดือน ก.ย. 2565

วันที่ 5 ก.ย.2565 ลงพื้นที่ จ.กระบี่, วันที่ 12 ก.ย. ลงพื้นที่ จ.ตาก และวันที่ 19 ก.ย. ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส เพื่อติดตามการบริหารจัดการเรื่องน้ำและที่ดิน

สำหรับคิวตรวจราชการเมืองกระบี่ พล.อ.ประวิตร จะไปติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.เมืองกระบี่ และมอบหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์ สปก.4-01 แก่ประชาชนจำนวน 50 ราย

ในมิติทางการเมือง สมรภูมิกระบี่ สมัยที่แล้ว ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ สอบตกหมดทั้ง 2 เขต หลังจากนั้น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สมัยเป็น รมช.เกษตรฯ พยายามมาสร้างฐานการเมืองในกลุ่มเกษตรกรชาวสวนปาล์ม แต่ก็พ้นจากเก้าอี้รัฐมนตรีไปเสียก่อน

เมื่อเดือน เม.ย.2565 พรรคพลังประชารัฐ ได้เปิดตัว สรวิศทชากร เลขานุกิจ เป็นผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ เขต 2 โดยการสนับสนุนของ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน

สุขาติ ชมกลิ่น กับผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ พปชร.สุขาติ ชมกลิ่น กับผู้สมัคร ส.ส.กระบี่ พปชร.

  • ‘สายพลังเฮ้ง’

ภาคใต้เป็นโจทย์ยากของ “ประวิตร” ในวันที่กระแสลุงตู่ไม่เหมือนเดิม ด้วยเหตุนี้ บิ๊กป้อมจึงต้องลงดูแล 14 ส.ส.ใต้ด้วยตัวเอง

สัปดาห์นี้ พล.อ.ประวิตร มาที่ จ.กระบี่ และวันจันทร์ที่ 19 ก.ย.นี้ ก็จะไป จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ความหวังของพลังประชารัฐ

สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส เขต 2 สายตรงเสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น กำลังมาแรง และอาจเป็นแกนหลักเมืองนราธิวาส แทนตระกูลยาวอหะซัน

หันมาที่สนามกระบี่ สรวิศทชากร เลขานุกิจ คณะทำงานของ รมว.แรงงาน ได้เปิดศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ เขต 2 ต.เขาดิน อ.เขาพนม จ.กระบี่ ซึ่งมีเกษตรกรชาวสวนปาล์มเป็นฐานเสียง

ฉะนั้น วันที่ พล.อ.ประวิตร เดินทางไปกระบี่ สรวิศทชากร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของ พปชร. จึงจะนำชาวบ้านจากหลายพื้นที่ไปยื่นหนังสือขอให้ช่วยเหลือเรื่องความเดือดร้อนในที่ดินทำกินต่อรักษาการนายกฯ

  • ‘ศึกกระบี่’

สองสัปดาห์ก่อน “ประวิตร” คงได้ข่าวพรรคภูมิใจไทย ยกทัพใหญ่ไปเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.กระบี่อย่างคึกคัก แต่หากเปรียบเทียบกับผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ดูท่าเสี่ยเฮ้งจะต้องออกแรงอีกหลายเท่าตัว

พรรคภูมิใจไทย วางตัวทีเด็ดทั้งเขต 1 โกหนึ่ง-กิตติ กิตติธรกุล เลขานุการนายก อบจ.กระบี่, เขต 2 สจ.ม้อ-ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ อดีต ส.อบจ.กระบี่ เขต อ.อ่าวลึก และเขต 3 โกสุทธิ์-สฤษฏพงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่

ด้านพรรคประชาธิปัตย์ แชมป์เก่าก็ไม่ยอมถอย ได้จัดวางตัวผู้สมัครไว้แข็งแกร่ง เขต 1 โกเคี่ยง ธนวัช ภูเก้าล้วน ลูกชายอดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่, เขต 2 สาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ และเขต 3 พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลูกสาวพิเชษฐ์ พันธุ์วิชาติกุล

เฉพาะเขต 2 (อ.อ่าวลึก, อ.ปลายพระยา และ อ.เขาพนม) สรวิศทชากร เลขานุกิจ ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ต้องเจอ สาคร เกี่ยวข้อง ส.ส.กระบี่ หลายสมัย พรรค ปชป. ตามด้วย สจ.ม้อ-ถิรเดช ตั้งมั่นก่อกิจ พรรคภูมิใจไทย

เซียนการเมืองแถวอ่าวลึก ประเมินเบื้องต้น เด็กเสี่ยเฮ้ง แทบไม่มีทางสู้ตระกูลเกี่ยวข้องได้เลย หากพลังประชารัฐ ต้องการปักธงที่เมืองกระบี่ คงต้องหาผู้สมัคร ส.ส.ที่มีทีเด็ดมากกว่านี้

ฤาค่ายพลังประชารัฐ อาจมีตัวผู้สมัครเบอร์เต็งรออยู่ ก็ต้องรอติดตามวันที่ลุงป้อมไปเยือนกระบี่

“พระวินัย” ไม่ห้าม พระออกกำลังกาย แต่อย่าโชว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/528624

เปรียญ12

04 ก.ย. 2565

"พระวินัย" ไม่ห้าม พระออกกำลังกาย แต่อย่าโชว์

ดราม่าวงการพระพุทธศาสนา หลังโพสต์ภาพภิกษุสามเณร ในห้องฟิตเนส ขณะที่ “พระวินัย” ไม่ห้ามพระออกกำลังกาย แต่อย่าโชว์

เว็บเพจ วิพากษ์ วิจารณ์กันเยอะ หลังจากเพจข่าวสารพุทธศาสนา โพสต์ภาพ พระสงฆ์ออกกำลังกาย ในห้องฟิตเนส โดยมีนักวิทยาศาสตร์ สุขภาพ เป็นเทรนเนอร์ดูแลใกล้ชิด ทั้งนี้้เพื่อแก้โรคอ้วน น้ำหนักเกิน 

บางคนว่าแบบนี้ไม่เหมาะสม สำหรับ พระ-เณร  

บางคน(และพระบางรูป) ว่าควรทำแต่อย่าประเจิดประเจ้อ ชาวบ้านอาจเสียความศรัทธาได้ เพราะชาวพุทธ นอกจากเลื่อมใสพระธรรมคำสอน ของพระแล้ว ยังศรัทธาในสมณสารูปด้วย 

อันที่จริงโรคอ้วนของพระเณร ที่เป็นนักเรียน โรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญ (ทั่วประเทศมี 403 ร.ร. นักเรียนประมาณ 30,000 รูป) ซึ่งส่วนมากตั้งในวัดที่อยู่ในจังหวัดภาคเหนือ  อีสานนั้น อยู่ในสายตาผู้ใหญ่ที่ให้การอุปถัมภ์ และท่านแสดงความเป็นห่วง นักเรียนพระเณร ที่ส่วนมากเป็นชนเผ่าว่าจะเป็นโรคขาดอาหาร(เพราะผอม) จึงส่งเสริมให้ฉันน้ำนม แต่ความอ้วนเข้ามาแทน ร่างกายไม่แข็งแรง จึงแนะนำให้มีห้องฟิตเนสใน รร. ทั้งหลาย 

เรื่องนี้ผมทราบมาหลายปีแล้ว แต่ไม่เป็นข่าว เพราะฝึกกันในห้องยิมของ รร . 

ถ้าดูพระวินัยจะพบว่าการออกกำลังของพระเณร ไม่มีข้อห้ามกลับส่งเสริมให้ออกกำลังทางอ้อม คือ ต้องออกบิณฑบาตรเนืองนิตย์ทุกเช้า เหมือนเอาบุญไปส่งให้ถึงหน้าบ้านของประชาชน ขึ้นอยู่กับคนนั้นๆจะรับบุญหรือไม่ บิณฑบาตรเป็นการเดินออกกำลังกายแต่เช้า 

การกวาดลานวัดของพระเณรนั้น เป็นหน้าที่ ที่พระเณรในวัดต้องปฏิบัติ นับเป็นการออกกำลังกายทางอ้อม 

การกวาดวัด ส่วนมากใช้ไม้กวาดด้ามยาว ส่วนตัวไม้กวาดเป็นทางมะพร้าว ภาษาวัด(โบราณ) เรียกไม้กราด กวาดแล้วมีเสียงดังแกรกๆ  (พื้นคอนกรีต)วัดไทยในสหรัฐอเมริกา ถูกคนท้องถิ่นร้องเรียน ว่า เสียงกวาดวัดทุกเช้าเย็นนั้นมีเสียงดัง รบกวน ก่อความรำคาญให้เพื่อนบ้าน ทางวัดจึงต้องลดเสียงลง กวาดเบาๆ  

ส่วนการแกว่งแขน หรือยกตัวขึ้นลงบ่อยๆ ที่วงกบประตู(ไม้) ย่อมทำได้เป็นการเฉพาะตัว

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโรคอ้วน นั้น เกิดจากกิน(ฉันอาหาร) มาก ไป หรือบางทีอาหารไม่ครบ 5 หมู่ กินแล้ว ทำให้เกิดง่วง เหงา หาว นอน จึงต้องเช้าเอน (หลัง) ฉันเพลนอน เย็นพักผ่อน ทำให้การเรียน การปฏิบัติธรรม ไม่เกิดมรรคผล เท่าที่ควร 

พระพุทธองค์ จึงทรงแนะการฉันอาหาร และการสำรวมไว้ 3 หลัก(ไม่ให้อ้วน ง่วงนอน และเป็นโรค) 

1) โภชเน มัตตัญญุตา รู้จักประมาณในการ บริโภค อาหาร เรื่องนี้อาจารย์ วศิน อินทสระ อ้างอรรกถาจารย์ โดยขยายความว่า ภิกษุพิจารณาแล้วว่าฉันอาหารไม่ใช่เพื่อเล่นสนุกสนาน ไม่ใช่เพื่อมัวเมา ไม่ใช่ เพื่อตกแต่งงดงาม แต่เพื่อดำรงรูปขันธ์ เพื่อกำจัดการเบียดเบียน(ของโรค) และเพื่ออนุเคราะห์พรหมจรรย์ เพื่อกำจัดเวทนาเก่า ไม่ให้เวทนาใหม่เกิด ช่วยให้กายดำเนินไปแบบไม่มีโทษ ความผาสุกก็เกิดขึ้น 

นี้เรียกว่า โภชเน มัตตัญญุตา 

2) อินทรีย์สังวร จะให้ข้อที่ 1 ส่งผลในทางบวก ภิกษุต้องมีอินทรีย์สังวร คือ สำรวม ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ 

เรื่องอาหารต้องสำรวมลิ้นอย่าให้ติดใน รสชาติ อาหารก็แล้วกัน ถ้าสำรวมลิ้นได้ โภชเน มัตตัญุตา ก็บรรลุผล 

3) ชาคริยานุโยค คือ ประกอบความเพียรเสมอ ไม่เห็นแก่หลับ แก่นอน

คนมีความเพียรย่อมมีงานทำเสมอ จึงไม่ค่อยมีเวลากิน เวลานนอน 

ท่านว่า 3 หลักนี้เป็นหมวดธรรมชื่ออปัณณกปฏิปทา แปลว่า ข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด ไม่มีโทษ ถ้าทำสมบูรณ์ก็ช่วยเปิดช่องทางให้เห็นมรรค ทางไปเพื่อกำจัดกิเลสาสวะ ชีวิตมีความสุข อาพาธน้อย 

เป็นตัวอย่างอันดีของนักบวชผู้ประพฤติธรรม และเพื่ออนุเคราะห์คนรุ่นหลังอีกด้วย 

สรุปว่า ออกกำลังกายไม่ผิด แต่อย่าให้โลดโผนเหมือนสำนักเส้าหลิน ก็แล้วกัน 

อามิตตะพุทธ