เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต3 กรกฎาคม 2563 – 08:55 น.

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิตSmartwatch Xfit Lite II (เอ็กซ์ ฟิท ไลท์ ทู)

นาฬิกาอัจฉริยะวัดความดันรุ่นใหม่ล่าสุด 2020 สุดยอดนวัตกรรมที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย สามารถวัดความดันโลหิต วัดค่าความอิ่มตัวออกซิเจนในเลือด วัดอัตราการเต้นของหัวใจ บันทึกการนอนหลับ แทร็คกิ้ง แบบ 24/7 เปลี่ยนรูปภาพพื้นหลังได้  โหมดออกำลังกายพื้นฐาน เชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่นชื่อดังได้มากมาย รองรับภาษาไทยทั้งแอปพลิเคชั่นและตัวนาฬิกา ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน มาพร้อมคู่มือการใช้งานภาษาไทย ออกแบบและผลิตมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ มาตรฐานการกันน้ำ IP67 (สามารถใส่อาบน้ำ ล้างมือ ล้างจานได้) ด้วยฟังก์ชั่นพิเศษเหล่านี้ทำให้ผู้สวมใส่ติดตามผลสุขภาพได้อย่างง่ายดาย    

ผลิตจากวัสดุพรีเมี่ยมคุณภาพสูง รูปร่างทันสมัย โครงสร้างแข็งแรงออกแบบมาให้ไร้รอยต่อ หน้าจอทัชสกรีน IPS ขนาด 1.5 นิ้ว คมชัดสีสันสดใส เลือกรูปแบบการแสดงเวลาได้หลากหลาย เปลี่ยนภาพพื้นหลังได้ สายข้อมือผลิตจากซิลิโคนคุณภาพสูง สัมผัสนุ่มใส่สบาย สามารถเปลี่ยนสายข้อมือจากซิลิโคนเป็นสายแสตนเลสได้ ใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ด้วยอัตราส่วนที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปจึงทำให้ครอบคลุมการใช้งานทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตจริงๆ

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต


คุณสมบัติของ XFit Lite ll  ( เอ็กซ์ ฟิท ไลท์ ทู )
•วัดความดันโลหิต (อัตโนมัติ) 
•วัดอัตราการเต้นของหัวใจเรียลไทม์
•วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด
•วัดการนอนหลับ
•วัดระยะทาง การนับก้าว
•วัดการเผาผลาญแคลอรี่
•เปลี่ยนภาพพื้นหลังหน้าปัดนาฬิกา
•โหมดออกกำลังกาย บอกระยะทาง จับเวลา การเผาผลาญ และอัตราการเต้นของหัวใจ
•ฟังก์ชั่นแจ้งเตือนเป็นภาษาไทย 
•หน้าจอ IPS 1.5 นิ้ว คมชัด สีสันสดใส 
•หน้าจอแสดงผลข้อมูลพื้นฐาน วัน – เวลา สภาพอากาศ นับก้าว แคลอรี่ และ ค่าเฉลี่ย Heart Rate 
•ควบคุมเพลงจาก Smartphone ผ่านนาฬิกา
•กดชัตเตอร์ถ่ายรูปจาก Smartphone ผ่านนาฬิกา
•IP67 กันน้ำได้ลึกสูงสุด 1 เมตร นานสุด 30 นาที
 

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต

ฟังก์ชั่น การวัดความดัน ใช้ Sensor ที่มีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำสูง ในการตรวจวัดความดันโลหิต พัฒนาให้มีความแม่นยำมากถึง 90-95% แล้ว ยังมาพร้อมโปรแกรมวัดความดันโลหิตอัตโนมัติทุกๆ 10, 20, 30, 40, 50 และ 60 นาที ทำให้ผู้สวมใส่สามารถติดตามผลสุขภาพของตนเองได้ละเอียดยิ่งขึ้น 

การวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด แสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีแสงสีแดง เช่นเดียวกับเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดแบบหนีบที่ปลายนิ้ว ทำให้การวัดค่ามีความแม่นยำสูง ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

การวัดค่าอัตราการเต้นของหัวใจ สามารถแสดงผลได้แบบ Real time บนหน้าจอนาฬิกา และนอกจากจะบันทึกเพื่อนำไปวิเคราะห์สถานะสุขภาพ แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ใช้ชิพเซนเชอร์ 2 แกน ประมวลผลทุกอิริยาบทเพื่อเปลี่ยนทุกการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่มาประเมินเป็นจำนวนก้าวและคำนวณแคลอรี่ได้แม่นยำขึ้น 

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต


ฟังก์ชั่นติดตามการนอนหลับ ช่วยประเมินคุณภาพและปริมาณการนอนหลับ พร้อมบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจขณะนอนหลับ สามารถตรวจวัดปริมาณการนอนหลับลึก หลับตื้น และรายละเอียดการนอนอย่างที่คุณไม่เคยรู้มาก่อนเลยทีเดียว 

Tracking 24/7 ระบบที่จะช่วยคำนวนการเผาผลาญแคลอรี่และจำนวนก้าว แสดงผลผ่านหน้าจอนาฬิกาแบบกราฟฟิกสวยงามเพื่อให้ง่ายต่อการมองเห็น เข้าใจง่าย สามารถดูผลคำนวนอย่างละเอียดบนแอปพลิเคชั่น และยังดูสถิติได้ทั้งรายวัน เดือน และปี ได้อีกด้วย

เปลี่ยน Background หน้าจอได้ เลือกการแสดงผลนาฬิกาได้หลากหลายรูปแบบ และยังสามารถเปลี่ยนรูปภาพ Background หน้าจอได้อีกด้วย โดยสามารถเลือกเปลี่ยนรูปภาพที่ถ่ายจะกล้องก็ได้ เปลี่ยนนาฬิกาให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบไม่เหมือนใคร
  

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต

โหมดออกำลังกายพื้นฐาน Walking เดิน / Running วิ่ง / Cycling ขี่จักรยาน / Hiking ปีนเขา ครอบคลุมทุกช่วงอายุ เป็นกีฬาที่ทุกคนสามารถออกกำลังกายได้อย่างง่ายๆ แสดงผลเป็น เวลา / อัตราการเผาผลาญ / ระยะทาง และ อัตราการเต้นของหัวใจ กราฟฟิคอ่านง่าย สีสันสดใส สบายตา 

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นพื้นฐาน ควบคุม Smartphone ได้ผ่านนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นการกด Shutter กล้องถ่ายรูป หรือ ควบคุมเพลงเยอร์ โหมดฟังเพลงผ่านแอพ Joox Spotify Apple Music ระบบแจ้งเตือนจาก Smartphone ผ่านนาฬิกา แสดงผลเป็นภาษาไทย สามารถใช้งานได้ยาวนาน 3-15 วัน ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ระบบการชาร์จแบบ Magnetic หัวแม่เหล็ก เพื่อป้องกันความเสียหายการชาร์จสลับขั้ว เชื่อมต่อสะดวก

สำหรับ Xfit Lite ll จะเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Happy Sports ซึ่งสามารถบันทึกค่าการวัดและกิจกรรมต่างๆ แสดงผลรายวัน เดือน และปี สามารถเชื่อมด้วยสัญญาณ Bluetooth 4.0 เชื่อมต่อได้ทั้ง Android และ iOS อย่างง่ายดาย

เปิดตัวแล้ว Smartwatch นาฬิกาอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต


มีสีตัวเรือนให้เลือกทั้งหมด 3 สี คือ สีดำ บรอนซ์ ชมพู และมีสายให้เลือก 2 แบบคือ สายซิลิโคน และสแตนเลส ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย คุณสมบัติอัดแน่นเกินราคา มีความคุ้มค่า จึงช่วยการันตีได้เป็นอย่างดีว่า Xfit Lite II สินค้าแบรนด์ไทยผ่านการรองรับมาตรฐานสากลนั้นจะเข้ามาเป็น นาฬิกาอัจฉริยะที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน

พร้อมรับประกันคุณภาพจากศูนย์และตัวแทนจำหน่ายประเทศไทย 1 ปีเต็ม PROMOTION สุดพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว จากราคาปกติ 5,000 บาท เหลือเพียงแค่ 1,990 บาท เท่านั้น แถม สายสแตนเลส ฟรี 1 เส้น สั่งซื้อสินค้า https://www.xfitwatch.com/product/liteII/ สนใจติดต่อ – สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่  โทร. 02-026-3581 http://www.xfitwatch.com   Line : @xfit Facebook 

เผยกลเม็ดเคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี ของ 3 ผู้เฒ่าชาวอุทัยธานี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เผยกลเม็ดเคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี ของ 3 ผู้เฒ่าชาวอุทัยธานี

เผยกลเม็ดเคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี ของ 3 ผู้เฒ่าชาวอุทัยธานี2 กรกฎาคม 2563 – 15:55 น.

เผยกลเม็ดเคล็ดลับอายุยืนเกิน 100 ปี ของ 3 ผู้เฒ่าชาวอุทัยธานี โดยทั้งสามคน ได้เผยว่าตอนที่เป็นหนุ่มสาวนั้นมีเคล็ดลับก็คือกินน้ำพริกกับผักต้มเป็นหลัก เพราะในสมัยก่อนนั้นอาหารที่เป็นหลักก็คือน้ำพริกนั่นเอง

วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 14.00 น. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้สำรวจผู้สูงอายุในพื้นที่จังหวัดอุทัยธานี ว่ามีคนอายุ 100 ปี พบว่าขณะนี้ในจังหวัดอุทัยธานีมีคนอายุนับร้อยปีถึง 3 คน จึงได้จัดทำโครงการออกเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุในพื้นที่เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยมี นายธนิศร์ วงศ์ปิยะสถิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี และจิตอาสาพระราชทาน รุดเข้าเยี่ยม นางประไพ พลชาลี อายุ 103 ปี ที่อยู่ ตำบลดอนขวาง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานีคนที่สองคือ นางเสนาะ กล่ำทวี อายุ 100 ปี ที่อยู่ ตำบลดอนขวาง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานีและอีกหนึ่งคนคือนายจรูญ พัวพงษ์  อายุ 101 ปี ที่อยู่ ตำบลหนองเต่า อำเอเมือง จังหวัดอุทัยธานี

โดยคุณตาและยายทั้งสามคน ได้เผยว่าตอนที่เป็นหนุ่มสาวนั้นมีเคล็ดลับก็คือกินน้ำพริกกับผักต้มเป็นหลัก เพราะในสมัยก่อนนั้นอาหารที่เป็นหลักก็คือน้ำพริกนั่นเอง ซึ่งรองผู้ว่าราชการและส่วนราชการที่มาเยี่ยมนั้นต่างก็ทึ่งว่าตาและยายนั้นอายุยืนมากและที่สำคัญคุณตาและยายนั้นพึ่งจะมีอาการหลงๆ ลืมๆ มีปัญหาเกี่ยวกับสายตาแต่ก็ยังคงช่วยตัวเองเวลาหยิบจับสิ่งของได้เป็นอย่างดี แต่บางรายก็มีอาการหูตึงหรือไม่ได้ยินบ้างแล้วติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ขณะเดียวกันทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดและส่วนราชการได้มอบสิ่งของให้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคุณตา-คุณยาย อายุ 100 ปี และจะทำการสำรวจให้ครบทั้ง 8 อำเภอในจังหวัดอุทัยธานี เพื่อมอบสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันได้กับผู้สูงอายุ

นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.อุทัยธานี

พ่อเมืองระยองลุยน้ำ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เร่งช่วยเหลือแปดพันครัวเรือน (คลิป) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พ่อเมืองระยองลุยน้ำ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เร่งช่วยเหลือแปดพันครัวเรือน (คลิป)

2 กรกฎาคม 2563 – 13:58 น.

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลทับมา อ.เมืองระยอง พบประชาชนเดือดร้อนถูกน้ำท่วมกว่า 8,000 ครัวเรือน กำชับชลประทานจังหวัด เร่งสูบน้ำระบายออกให้เร็วที่สุด

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ตำบลทับมา บริเวณพื้นที่ ม.3 บ้านหนองมะหาด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมหนักสุด ซึ่งมีโครงการบ้านจัดสรรจำนวนมาก จากการติดตามที่บริเวณสะพานหมู่บ้านกรุงไทย พบปริมาณน้ำท่วมสูง 70 ซม.รถเล็กไม่สามารถสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้านได้ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือท้องแบนมารับส่งประชาชน และผู้ปกครองที่พาบุตรหลานเดินทางไป-กลับโรงเรียนในวันเปิดเทอมวันแรก ขณะที่ผู้ปกครองบางราย ต้องยอมให้บุตรหลานขาดเรียน เนื่องจากไม่สามารถพาออกไปส่งโรงเรียนได้ นอกจากนี้ภายในโครงการบ้านศักดิ์ทิพย์ หมู่บ้านแดนใหม่วิลล่า และหมู่บ้านสวนแก้ว ซึ่งอยู่ติดริมคลองทับมา ก็ได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วมสูงเช่นกัน  เนื่องจากเป็นพื้นที่ต่ำ ระดับน้ำอยู่ที่ 70 ซม.โดยทางเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง และเทศบาลตำบลทับมา ได้นำถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด ไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมดังกล่าว

นายสุรศักดิ์ เจริญศิริโชติ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยอง ประสบปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ กำลังสำรวจพื้นที่ความเสียหาย ม.3 ต.ทับมา อ.เมืองระยอง เป็นพื้นที่ถูกท่วมหนักสุด มีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 8,000 ครัวเรือน ได้มอบหมายให้ชลประทานจังหวัดระยอง เร่งสูบน้ำออกลงทะเลเร็วที่สุด ซึ่ง เครื่องสูบน้ำ 5 เครื่องสูบได้ 25 ล้าน ลบ.ม.ต่อวินาที ขณะนี้ลดลงเรื่อยๆ จากเดิมอยู่ที่ 70-80 ซม.น้ำลดลงกว่า 10 ซม.แล้ว ซึ่งสาเหตุที่ทำให้น้ำท่วมหนัก เนื่องจากมีฝนตกสะสมมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 29-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ปริมาณฝนตกเฉลี่ยวันละ 150 มิลลิเมตร จึงทำให้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ตำบลทับมอย่างรวดเร็ว และเป็นพื้นที่ต่ำที่เคยถูกท่วมมาแล้ว ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ระดับน้ำบริเวณสะพานหมู่บ้านกรุงไทย พบว่าน้ำระบายออกทำได้น้อย เนื่องจากปริมาณน้ำในคลองทับมามีระดับที่สูง ประกอบกับวันนี้มีน้ำทะเลหนุนด้วย จึงเห็นว่าปริมาณน้ำทรงตัวลดลงแค่ 10 ซม.เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทางชลประทานจังหวัดระยอง เร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุดแล้ว.ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

อัจฉรา วิเศษศรี ผู้สื่อข่าวจังหวัดระยอง

ท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่ “สไตล์ New Normal” 9 เส้นทาง 20 จังหวัด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่ “สไตล์ New Normal” 9 เส้นทาง 20 จังหวัด

ท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่ "สไตล์ New Normal" 9 เส้นทาง 20 จังหวัด2 กรกฎาคม 2563 – 11:53 น.

ท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่”สไตล์ New Normal” 9 เส้นทาง 20 จังหวัด ตามโครงการ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”

สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ ต้อนรับสื่อมวลชน และบริษัททัวร์ จาก 20 จังหวัดภาคอีสาน ท่องเที่ยวศรีสะเกษ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม 2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”  

นางวาสิตา น้อยพรหม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษ, นายสุรพล ตั้งคณสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคอีสานตอนล่าง2 และคณะสมาชิกในจังหวัดศรีสะเกษ ได้ร่วมให้การต้อนรับคณะของ นายมรกต สุดดี ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นางวสุมน เนตรเจริญ นายกสมาคมการค่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน ( สอทอ. ) พร้อมคณะสื่อมวลชนจาก 20 จังหวัดภาคอีสาน และสื่อมวลชนจากส่วนกลาง จากหลายๆ สำนัก และยังมีเจ้าของ บริษัท ผู้ประกอบการในด้านธุรกิจการท่องเที่ยว บริษัททัวร์ กว่า 50 คน ได้เดินทางมาเยือนจังหวัดศรีสะเกษ ตามโครงการ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ”  ที่จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 26 – 28 มิถุนายน 2563 ด้วยคาราวานจากจังหวัดขอนแกน ผ่านจังหวัดร้อยเอ็ด และมุ่งสู่ดินแดนทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

โดยในวันแรกที่เดินทางมาถึง 26 มิถุนายน 2563 ได้เข้าร่วมพิธีเปิดงาน เทสกาลทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการจัดงาน การแสดงผลไม้ที่ปลุกได้ในจังหวัดศรีสะเกษ บนผืนดินแห่งลาวาของภูเขาไฟ ที่ดับไปแล้วกว่าพันปี แต่ยังทิ้งแร่ธาตุอันสำคัญต่อการเจริญเติบโตของผลไม้นานาชนิด อธิ ลำไย ละมุด มังคุด ลิ้นจี่ ลองกอง อินทผาลัม เรียกได้ว่า ประเทศไทยปลูกไม้ผลชนิดใดได้ จังหวัดศรีสะเกษ ปลูกได้ ให้ผลดีด้วย และโดยเฉพาะ ราชาแห่งผลไม้อย่างทุเรียน ก็สามารถปลูกได้ และให้ผลดีด้วย กับความโดดเด่นเฉพาะตัวของทุเรียนดินภูเขาไฟ ที่หวานน้อย เนื้อกรอบนอก นุ่มใน ละมุนลิ้น กลิ่นไม่ฉุน จึงทำให้ใครๆ ก็อยากที่จะมาทานทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ จากนั้น ได้เดินทางไปชมประเพณีอันสำคัญๆ แหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนนิยมไปกันหากเดินทางมาจังหวัดศรีสะเกษ อาทิ การเดินทางไปกราบไหว้ขอพร หลวงพ่อตาตน ที่วัดสำโรงเกียรติ อำเภอขุนหาญ ชมการร่ายรำกับเพลงภาษาถิ่นของชนเผ่าเขมร 1 ใน  4 เผ่า ของคนศรีสะเกษ คือ เผ่าส่วย เขมร ลาว และเยอ จากนั้นไปชมสวนทุเรียนของลุงเวียง เกษตรกรผู้ประสบผลสำเร็จกับการลูกทุเรียนอันดับ1 ของจังหวัดศรีสะเกษ ลองลิ้มชิมทุเรียนภูเขาไฟที่อร่อยที่สุดในโลก โดยมี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ มาร่วมต้อนรับที่สวนทุเรียนลุงเวียงด้วย จากนั้นเดินทางไปชมความงามของธรรมชาติ บนหน้าผาพญากูปรี สัตว์ป่าที่มีลักษณะคล้ายวัวป่าในตำนานเมื่อสมัยยังมีป่าแถบนี้ที่อุดมสมบูรณ์ ก่อนที่จะเดินทางไปกราบสรีระสังขารขององค์หลวงปู่สรวง เทวดาเดินดิน ที่ มณฑปหลวงปู่สรวง ในวัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ ก่อนที่จะมาพักค้างคืนที่ตัวเมืองศรีสะเกษ และรุ่งเช้าของวันอาทิตย์ ได้เดินทางไปร่วมประเพณีของชนเผ่าลาว ในการถือประเพณี สวมโสร่ง นุ่งซิ่น ผ้าไทย มาใส่บาตร ไหว้พระธาตุสุพรรณหงส์ ลงเที่ยวตลาดโบราณพื้นบ้าน ที่ วัดพระธาตุสุพรรณหงส์ บ้านหว้าน ตำบลน้ำคำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จากนั้นก็ได้เดินทางไปชมความวิจิตร งดงามของ ถ้ำวังบาดาล อันเป็นที่อยู่ของ พญานาคาธิบดี ทั้ง 4 ตระกูล ของพญานาค ในพุทธประวัติ ของพระพุทธเจ้า ที่ภพหนึ่งได้ถือกำเนิดมาเป็นพญานาค เพื่อการบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จอรหันต์ ซึ่งวัดนี้ก็คือ วัดป่าศรีมงคงนัตนาราม บ้านสิม ตำบลโคกจาน อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนที่จะมาจบลงที่การเดินทางมาชมปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ กราบสรีระสังขารขององค์หลวงปู่เครื่อง สุภัทโท เทพเจ้าอีสานใต้ ผู้มีเมตตา และเป็นผู้ที่นิมิตเห็นพระนาคปรกพันปีอยู่ใจกลางปราสาทวัดสระกำแพงใหญ่ ร่วมชมและสนุกกับการต้อนรับของกลุ่มแม่บ้าน ในการรำต้อนรับคณะ

โดย นางวาสิตา น้อยพรหม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวว่า วันนี้จังหวัดศรีสะเกษ กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ กับชื่อเสียงของทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ซึ่งคณะ “มินิคาราวานซ่อมสร้างการท่องเที่ยวไทยในอีสาน โปรแกรม2 ไดโนเสาร์ คิดถึง ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ” ซึ่งมีทั้งสื่อมวลชนจาก 20 จังหวัดภาคอีวาน และส่วนกลาง เดินทางมาพร้อมกับ บริษัททัวร์ ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เพื่อมาสำรวจตลาดการท่องเที่ยว ในช่วงเปิดหลังโควิด และเมื่อทุกคนได้มาสัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว วัด ผลไม้ อื่นๆ ตามเส้นทางที่สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวได้เลือกสรรนำทัวร์ใน 3 วัน 2 คืน นี้ ต่างเกิดความประทับใจเป็นอันมาก โดยเฉพาะ นายมรกต สุดดี ผู้อำนวยการกองตลาดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการ ททท.ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, นางวสุมน เนตรเจริญ นายกสมาคมการค่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีสาน (สอทอ.) ที่ร่วมเดินทางมาด้วยตนเอง ได้เกิดความร่วมมือในด้านการท่องเที่ยวภาคอีสานที่นำนักท่องเที่ยว ผ่านการประชาสัมพันธ์ในครั้งนี้ เดินทางมาจังหวัดศรีสะเกษในโอกาสต่อไปเชื่อมโยงเข้ากับภาคอีสานทั้ง 20 จังหวัด เพราะหากนำนักท่องเที่ยวเฉพาะคนอีสาน ใน 20 จังหวัด แลกเปลี่ยนด้านการท่องเที่ยวกันได้ครบ เราแทบจะต้องไปพึ่งชาวต่างชาติเลย เพราะในช่วงสถานการณ์โควิดเช่นนี้ เราต้องนำไทยเที่ยวไทย นำคนอีสานเที่ยวอีสานให้ครบทุกจังหวัด เพื่อเศรษฐกิจของคนอีสานจะได้ดีขึ้นตลอดไป

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ

สาวกเดอะค็อปสุพรรณบุรี แห่แก้บนเทพกล้วยหงส์แดงฉลองแชมป์ยิ่งใหญ่ (ชมคลิป) #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สาวกเดอะค็อปสุพรรณบุรี แห่แก้บนเทพกล้วยหงส์แดงฉลองแชมป์ยิ่งใหญ่ (ชมคลิป)

2 กรกฎาคม 2563 – 10:44 น.

สาวกเดอะค็อปแห่แก้บนเทพกล้วยหงส์แดงฉลองแชมป์ยิ่งใหญ่

สาวกเดอะค็อปสุพรรณบุรี แห่แก้บนเทพกล้วย ฉลองแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ ทั้งขบวนแห่แตรวง นางรำ เทพธิดาหงส์แดง นักรบผู้กล้าขี่ม้า คุ้มกันถ้วยจำลอง สลักปีแชมป์ 2019/2020 เพื่อให้สมกับการรอยคอยมานาน 30 ปี ณ แอนฟิลด์สวนกล้วย ถิ่นหงส์แดง สุพรรณบุรี

จากการที่ “เดอะ ค็อป” ในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้รวมตัวกันเพื่อแห่ฉลองแชมป์ ไปล่วงหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยสุพรรณบุรี อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี (ด้านหลังวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร) เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีการนำถ้วยพรีเมียร์ลีกจำลอง รวมถึงรถแห่ที่ดัดแปลงมาจากรถปั่นสามล้อมาใช้ในงานนี้อีกด้วย ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปอย่างคึกคัก ฉลองก่อนไม่รอแล้วนะ

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ล่าสุด วันที่ 1 ก.ค. 2563 นายสุจินต์ วาจากิจ นายอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เดินชูถ้วยจำลองนำขบวนแฟนบอลหงส์แดงสุพรรณบุรีที่ได้นัดรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อเป็นการฉลองแชมป์อย่างเป็นทางการ ที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วยจังหวัดสุพรรณบุรี แลนด์มาร์ค แอนฟิลด์สุพรรณบุรี  พร้อมด้วยแฟนคลับหงส์แดงสวมชุดสโมสรลิเวอร์พูลร่วมขบวนแห่อย่างสนุกสนาน

ด้านนายอานนท์ รักผล ประธานศูนย์อนุรักษ์พันธุ์กล้วย จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่าตนเป็นแฟนบอลหงส์แดงมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบสโมสรลิเวอร์พูล มาตั้งแต่เรียนมัธยม ติดตามเชียร์ทุกนัด และลุ้นให้ลิเวอร์พูลได้แชมป์ต่างๆ ครองความยิ่งใหญ่เหมือนในอดีต แม้แต่ในสวนอนุรักษ์พันธุ์กล้วยสุพรรณบุรี ตนยังสร้างจุดถ่ายรูปเซลฟี่ตามจุดต่างๆ มีรูปปั้น เป็นรูปกล้วยในท่าอิริยาบถต่างๆ พร้อมกับมีรูปเทพกล้วยหงส์แดง ชูถ้วยแชมป์ไว้ล่วงหน้าเลย

ซึ่งนอกจากแฟนหงส์สุพรรณบุรี จะรวมตัวกันที่นี่ ส่งแรงใจเชียร์ในนัดที่เหลือแล้ว ยังมีการแซวกันว่าจะไปบนกับ เทพกล้วยหงส์แดง ว่าถ้าได้แชมป์อย่างเป็นทางการ จะแก้บนแตรวง ฉลองชัย จัดชุดใหญ่ให้เลย ซึ่งหลังจากอึดอัดและรอคอยมากว่า 2 เดือนช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด จึงออกมาเป็นงานพิธีฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล ฤดูกาล 2019/2020 แฟนบอลใส่เสื้อหงส์แดงนัดรวมตัวกันมา วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 มีการเลี้ยงอาหาร เครื่องดื่ม ให้กับแฟนหงส์แดงที่มาร่วมฉลองแชมป์ได้รับประทานฟรีทุกร้านในสวนกล้วยสุพรรณบุรีแบบไม่อั้น มีขบวนแตรวงแห่นางรำ เทพธิดาหงส์แดง ขบวนธงสโมสรลิเวอร์พูล ขบวนจักรยานสีแดง ขบวนม้าศึก ขบวนชุดนักรบโบราณคุ้มกันถ้วยจำลอง ขบวนเกวียนเชิญถ้วยแชมป์ ไปตั้งไว้ที่เทพกล้วยหงส์แดง เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปใว้เป็นที่ระลึก นอกจากนี้ยังมีหุ่นนักเตะทีมสโมสรลิเวอร์พูลชุดแชมป์ปีนี้ ตั้งไว้ตามจุดต่างๆในสวนกล้วย โดยมีนายวโรดม ปัญจมาวัฒนา แชมป์แฟนพันธุ์แท้สโมสรลิเวอร์พูล ปี2558 นำแฟนบอลหงส์สุพรรณบุรี สลักปีแชมป์ 2019/2020 ไว้ที่ฐานถ้วยจำลองเทพกล้วยหงส์แดงชูถ้วยและนำแก้บนด้วยอาหารคาว-หวานสีแดง อาทิ น้ำแดง เย็นตาโฟ หมี่กรอบ ชมพู่แดง ร้องเพลงเชียร์ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกร่วมกันบนสะพาน ซอยเท้าชูถ้วยพร้อมจุดพลุอย่างยิ่งใหญ่ บรรยากาศคึกคักเป็นไปด้วยความสนุกสนาน ซึ่งมีการคุมเข้มแฟนบอลก่อนเข้างานทุกคน ต้องผ่านการตรวจวัดไข้และล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อสม.เพื่อความปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19

ภาพ/ข่าว  ภัทรพล  พรมพัก  มงคล  สว่างศรี  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุพรรณบุรี

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435805/36505/news

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/435805/36506/news

วอนขอเงินคืน! แม่เมืองคอนแจ้งตร.ลูกชายสติไม่ดีขโมย ATM กดเงิน120,000หว่านแจกทั่วเมือง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วอนขอเงินคืน! แม่เมืองคอนแจ้งตร.ลูกชายสติไม่ดีขโมย ATM กดเงิน120,000หว่านแจกทั่วเมือง

วอนขอเงินคืน! แม่เมืองคอนแจ้งตร.ลูกชายสติไม่ดีขโมย ATM กดเงิน120,000หว่านแจกทั่วเมือง2 กรกฎาคม 2563 – 08:55 น.

วอนขอเงินคืน!! แม่เมืองคอนวัย 55 ปีแจ้งความลูกชายสติไม่สมประกอบขโมยบัตรเอทีเอ็มกดเงิน 120,000 หว่านแจกทั่วเมือง แต่จนถึงวันนี้ไม่มีใครนำเงินมาคืนแม้แต่บาทเดียว  เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินก้อนสุดท้ายของชีวิต

(1 ก.ค.) น.ส.ไอลดา อร่ามศักดิ์ อายุ 23 ปี ร้องเรียนศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช เพื่อขอความช่วยเหลือนางบุญเรือง อร่ามผศักดิ์ อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นป้า อยู่บ้านเลขที่ 16/1 หมู่ 6 หน้าวัดทุ่งแย้ ต.โพธิ์เสด็จ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากนายเทวฤทธิ์ รอดภัย อายุ 27 ปี บุตรชายนางบุญเรือง ที่สติไม่สมประกอบได้ขโมยบัตรเอทีเอ็มธนาคารออมสิน สาขาตลาดหัวอิฐไปกดเงินในบัญชีจำนวน 120,000 บาทก่อนนำไปโปรยหว่านในตลาดหัวอิฐและ บขส.นครศรีธรรมราช ทำให้มีผู้คนหลายคนตามเก็บเงินเอาไป

น.ส.ไอลดา อร่ามศักดิ์ กล่าวว่า ตามปกตินางบุญเรือง ป้าของอาศัยอยู่กับสามีและนายเทวฤทธิ์ รอดภัย บุตร โดยนางบุญเรือง ทำงานนับจ้างและพยายามเก็บออมเงินไว้ใช้จ่ายในช่วงบั่นปลายชีวิต จนเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2563 ที่ผานมานายเทมวฤทธิ์ บุตรชายที่สติไม่สมประกอบได้ขโมยบัตรเอทีเอ็มแอบไปกดเงินจากบัญชีธนาคารออมสิน สาขาตลาดหัวอิฐจำนวน 6 ครั้งๆ ละ 20,000 บาท รวม 120,000 บาท เหลือเงินติดในบัญชีเพียง 788 บาท จากนั้นนายเทวฤทธิ์ บุตรชายได้นำเงิน 120,000 บาทไปโปรยหว่านในตลาดหัวอิฐ และ บขส.นครศรีธรรมราช โดยมีผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ตามเก็บเงินเอาไปจนหมด หลังทราบเรื่องนางบุญเรือง ได้ไปแจ้งความกับ พ.ต.ท.ยิ่งยง ช่วยกิจ พนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เป็นหลักฐานเพื่อให้ช่วยสอบสวนสืบสวนติดตามเงินทั้งหมดคืนด้วย

“ตนสงสารป้าบุญเรือง เป็นอย่างมาก จึงนำเรื่องไปโพสต์ในโลกโซเชี่ยลโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศคอน ซึ่งมีสมาชิกเกือบ 5 แสนคนวิงวอนให้คนที่เก็บเงินที่นายเทวฤทธิ์ โปรยหว่านในตลาดหัวอิฐและ บขส.นครศรีธรรมราชมาคืน แต่จนถึงวันนี้ไม่มีใครนำเงินมาคืนแม้แต่บาทเดียว  เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินก้อนสุดท้ายของคุณป่าบุญเรือง หลังขากนี้ไม่รู่ว่าแก่อาศัยกินอยู่กันอย่างไร”ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

น.ส.ไอลดา อร่ามศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนได้ไปขอดูภาพกล้องวงจรปิดของเทศบาลนคร นครศรีธรรมราช แต่ทางเทศบาลแจ้งว่าช่วงเกิดเหตุนายเทวฤทธิ์ นำเงินมาโปรยหว่านไฟฟ้าดับพอดี กล้องจึงไม่สามารถจับภาพเหตุการณ์ไว้ได้  ส่วนในจุดตลาดหัวอิฐ แม้กล้องวงจรผิดจะจับภาพไว้ได้แต่ก็ไม่ชัดว่าใครเป็นใครที่เก็บเงินบ้าง จึงร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช และหากเจ้าของบ้านเรือนในละแวกที่เกิดเหตุ หรือใครที่สามารถถ่ายคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ ขอความกรุณาส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. ด้วยเพื่อเป็นหลักฐานในการสอบสวนสืบสวนติดตามเงินคืนให้ป้าบุญเรือง และตนกราบวิงวอนผู้ที่เก็บเงินทุกคนได้โปรดเห็นใจและสงสารป่าบุญเรือง ด้วย หากต้องการคืนเงินสามารถคืนเงินผ่านศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.โทร. 081-6761299 หรือติดต่อป้าบุญเรือง โดยตรงได้ที่ โทร 062-2131526 น.ส.ไอลดา กล่าวในที่สุด.

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

ลูกจ้างพยาบาล รพ.ขอนแก่น บุกทวงสัญญา ร้องขอบรรจุเป็นข้าราชการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ลูกจ้างพยาบาล รพ.ขอนแก่น บุกทวงสัญญา ร้องขอบรรจุเป็นข้าราชการ

ลูกจ้างพยาบาล รพ.ขอนแก่น บุกทวงสัญญา ร้องขอบรรจุเป็นข้าราชการ1 กรกฎาคม 2563 – 18:08 น.

ลูกจ้างพยาบาล รพ.ขอนแก่น 197 คน ปฏิบัติงานเป็นด่านหน้าในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 ร้องศูนย์ดำรงธรรมฯ เรียกร้องขอบรรจุเป็นข้าราชการ ตามมติ ครม. 7 เม.ย.2563

เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 1 ก.ค.2563 ที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น นายธีรวัฒน์ บุตรราช อายุ 27 ปี ลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ฝ่ายปฏิบัติการ รพ.ขอนแก่น พร้อมด้วยลูกจ้างชั่วคราวพยาบาลวิชาชีพรพ.ขอนแก่น ประมาณ 10 คน ได้เข้ายื่นหนังสือกับ นายกิติพงษ์ เบี้ยวโกฎิ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมม จ.ขอนแก่น เพื่อขอความเป็นธรรมให้พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายคาบ ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลขอนแก่น มีสิทธิคัดเลือกเป็นข้าราชการตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ ให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี 7 เม.ย. 2563  โดยวิธีการคัดเลือกด้วยกรณีที่มีเหตุผลพิเศษ พร้อมเอกสารที่อ้างถึงมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 7 เม.ย. 2563 หนังสือ ก.พ.ด่วนที่สุด ที่ นร. 1008.3.3 /28 ลงวันที่ 3 เม.ย. 2563 และเอกสารแสดงรายชื่อพยาบาลวิชาชีพ ลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายคาบ ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลขอนแก่น จำนวน 197 คน

นายธีรวัฒน์ บุตรราช ลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ ฝ่ายปฏิบัติการ รพ.ขอนแก่น กล่าวว่า สาเหตุที่ได้มายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 เม.ย.2563 คณะรัฐมนตรีมีมติจัดสรรอัตราบรรจุข้าราชการแก่พนักงานราชการ ลูกจ้างชั่วคราว (รายเดือน) สังกัดกระทรวงสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานเป็นด่านหน้าในสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 จำนวน 38,105 อัตรา ใน24 สายงาน ในส่วนพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายคาบ ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลขอนแก่นปฏิบัติงานไม่ต่างจากพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับบรรจุและปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ในขณะเกิดสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นคุณสมบัติตรงตามคณะรัฐมนตรี เรื่อง การขออนุมัติอัตราราชการตั้งใหม่เพื่อรองรับภาวะฉุกเฉินโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ด้วยเหตุนี้พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายคาบ เห็นว่าการบรรจุข้าราชการตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2563  ครั้งนี้มีเพียงตำแหน่งบางกลุ่มเท่านั้นที่มีสิทธิ์คัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการได้แก่พนักงานราชการ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนตามที่ปรากฏในหนังสือ ก.พ.ด่วนที่สุด ที่ นร. 1008.3.3 / 28 ลงวันที่ 3 เม.ย. 2563 ส่วนพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายคาบ ที่มีประมาณ 197 คน จะไม่มีสิทธิ์ได้รับการคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตามมติคณะรัฐมนตรีทั้งที่ปฏิบัติหน้าที่ด่านหน้าท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตของโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและตามเจตนารมณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องการมอบขวัญและกำลังใจแก่บุคลากรสาธารณสุขที่กำลังต่อสู้กับโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 โดยการอนุมัติให้มีการบรรจุเป็นข้าราชการแต่ในทางกลับกันพยาบาลลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายคาบกับถูกตัดสิทธิ์ไม่สามารถคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการได้ ดังนั้น พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายคาบ ที่ปฏิบัติงานใน รพ.ขอนแก่น จึงขอเสนอเพื่อพิจารณาดำเนินการขอให้พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายคาบ ที่มีประมาณ 197 คน มีสิทธิคัดเลือกได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 7 เม.ย. 2563  เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ด้านนายกิติพงษ์  เบี้ยวโกฎิ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมม จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เมื่อได้รับหนังสือขอความเป็นธรรมจากพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวรายวันและรายคาบ ที่ปฏิบัติงานใน รพ.ขอนแก่น แล้วจะรีบดำเนินการรวบรวมรายชื่อทำเป็นหนังสือยื่นให้ ผวจ.ขอนแก่น เพื่อนำรายชื่อแจ้งไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดำเนินการต่อไป

นิติกรณ์ ฝางมาลา ผู้สื่อข่าวจังหวัดขอนแก่น

เรียนฟรี.. คนล้นคลาส “สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ” กับ 3 เชฟดัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เรียนฟรี.. คนล้นคลาส “สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ” กับ 3 เชฟดัง

เรียนฟรี.. คนล้นคลาส "สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ" กับ 3 เชฟดัง1 กรกฎาคม 2563 – 17:25 น.

เรียนฟรี.. คนล้นคลาส “สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ” กับ 3 เชฟดัง ติวเข้ม สร้างตัวกับเมนู delivery จัดอีกรอบ 22 ก.ค.นี้

บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด เริ่มหลักสูตรที่สาม “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” ในโครงการ “สิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ” ช่วยเสริมทักษะให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 นำไปต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ดูแลครอบครัว ในงานมี 3 เชฟดัง “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เจ้าของรางวัลมิชลิน 2 ดาว จากร้าน R.HAAN

 “เชฟป้อม” ธนรักษ์ ชูโต เชฟกะทะเหล็กอาหารจีน และ “เชฟปิ๊ก” สรมย์เวท ธีระพจน์ ครีเอทีฟเชฟ จากร้าน EST. 33 มาลงมือสอนด้วยตัวเอง พร้อมให้ความรู้ด้านการเพิ่มมูลค่าของอาหารเดลิเวอรี่เพื่อตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป

โดยเมื่อเรียนจบคอร์สสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ทันที โดยได้รับการตอบรับจากผู้สนใจสมัครร่วมโครงการอย่างท่วมท้น ทั้งนี้หลักสูตร “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” จะจัดอีกครั้งในวันที่ 22 ก.ค. 2563

หลังจากที่บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มีนโยบายเร่งด่วนในการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด-19 ด้วยการเร่งจ้างงานและสร้างอาชีพ ผ่านโครงการสิงห์อาสาทั่วประเทศ ทั้งการจ้างงานเร่งด่วนผ่านโครงการสิงห์อาสาใน 3 ภูมิภาค ในการร่วมเป็นอาสาสมัครดูแลท้องถิ่นตัวเองทั่วประเทศ คือ โครงการสิงห์อาสาสู้ไฟป่า, โครงการสิงห์อาสาสู้ภัยแล้ง และ โครงการสิงห์อาสาสู้น้ำท่วมติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2563 ที่ศูนย์นวัตกรรมด้านอาหาร Food Innovations Center จ.ปทุมธานี สิงห์อาสา โดย บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี ได้จัดอบรมต่อเนื่องหลักสูตรที่สาม “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” ครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ “สิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ” ในกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านอาหาร

สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งได้รับเกียรติจาก 4 เชฟชื่อดัง คือ “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เจ้าของรางวัลมิชลิน 2 ดาว จากร้าน R.HAAN “เชฟป้อม” ธนรักษ์ ชูโต เชฟกะทะเหล็กอาหารจีน “เชฟบุ๊ค” บุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต และ “เชฟปิ๊ก” สรมย์เวท ธีระพจน์ ครีเอทีฟเชฟ จากร้าน EST. 33 ร่วมวางหลักสูตร

โดยหลักสูตร “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” จัดให้มีการอบรมทำอาหารในหัวข้อ Authentic Thai Fusion จาก “เชฟปิ๊ก สรมย์เวท ธีระพจน์” ครีเอทีฟเชฟ จากร้าน EST. 33 ดีกรีแชมป์การแข่งขันอาหารระดับนานาชาติ ที่มาเปิดเคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อยและน่ารับประทาน ในเมนูอาหารไทยยอดนิยมต่างๆ

ต่อด้วยในช่วงบ่ายบรรยายและสาธิตการทำอาหาร จากกูรูอาหารไทยชื่อดัง “เชฟชุมพล แจ้งไพร” เชฟรางวัลมิชลิน 2 ดาว จากร้าน R.HAAN โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมอบรมที่มาจากหลากหลายอาชีพ ด้วยความตั้งใจที่จะเรียนรู้เพื่อนำไปต่อยอดอาชีพต่อไป

ซึ่งในหลักสูตรนอกจากการให้ความสำคัญกับอาหารแล้ว ยังได้ให้ความรู้ในเรื่องการเพิ่มมูลค่าอาหาร เทคนิคการมัดใจกลุ่มลูกค้าที่นำมาซึ่งลูกค้าประจำของร้าน รวมถึงการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายทางเดลิเวอรี่ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจอาหารในปัจจุบันที่ผู้บริโภคนิยมใช้บริการสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่มากขึ้น

สำหรับโครงการ “สิงห์อาสาอบรมสร้างอาชีพ” ในกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านอาหาร สู่การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ประกอบด้วย 3 หลักสูตร ได้แก่ “10 เมนูยอดนิยม อร่อยง่ายๆ”, “เครื่องดื่มร้อน เย็น เต็มสูตร” และ “สร้างตัวกับเมนูเดลิเวอรี่” ซึ่งทั้งสามหลักสูตร จะจัดต่อเนื่องจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม

ผู้สนใจสามารถติดตามและสมัครร่วมโครงการได้ที่เฟสบุ๊ค : Singha R-SA สิงห์อาสา จากนั้นจะจัดอบรมในกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านงานช่าง และกลุ่มทักษะวิชาชีพทางด้านการเกษตร ต่อไป

โดยหากนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ได้ดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั่วประเทศ ในรูปแบบต่างๆ เป็นมูลค่าการช่วยเหลือรวมกว่า 200 ล้านบาท

เรียนฟรี.. คนล้นคลาส "สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ" กับ 3 เชฟดัง
เรียนฟรี.. คนล้นคลาส "สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ" กับ 3 เชฟดัง
เรียนฟรี.. คนล้นคลาส "สิงห์อาสา-สร้างอาชีพ" กับ 3 เชฟดัง

ปศุสัตว์อำเภอ สุ่มตรวจสอบนมโรงเรียน กำชับเข้มงวดก่อนส่งให้เด็กดื่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ปศุสัตว์อำเภอ สุ่มตรวจสอบนมโรงเรียน กำชับเข้มงวดก่อนส่งให้เด็กดื่ม

ปศุสัตว์อำเภอ สุ่มตรวจสอบนมโรงเรียน กำชับเข้มงวดก่อนส่งให้เด็กดื่ม1 กรกฎาคม 2563 – 16:27 น.

ปศุสัตว์แม่ลาน้อย สุ่มตรวจสอบติดตามนมโรงเรียนตามโครงการอาหาร เสริม(นม)โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2563 วันแรกของการเปิดเรียน

วันนี้ 1 ก.ค. 2563 นายมงคล เจริญเมือง ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย พร้อมด้วยนาย ไชยยศ แจ้งใจ เจ้าพนักงานสัตวบาลโครงการหลวงแม่ลาน้อย ลงพื้นที่ติดตามผลการจัดส่งนมโรง เรียนตามโครงการอาหาร เสริม (นม) โรงเรียน ประจำปีการศึกษา 2563 ในวันแรกของการเปิดภาคเรียน ตามแผนการตรวจติดตามคุณภาพน้ำนมโครงการอาหารเสริม ของ อบต.ท่าผาปุ้ม จัดส่งให้โรงเรียน บ้านแม่เตี๋ย ม.5 และโรงเรียนบ้านท่าผาปุ้ม ม.4 ตำบลท่าผาปุ้ม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

นายมงคล เจริญเมือง ปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อย เปิดเผยว่า การออกตรวจในครั้งนี้ เป็นการตรวจสอบคุณภาพของนมโรงเรียนและให้คำแนะนำให้เจ้าหน้าที่ อบต.ที่รับผิดชอบในการตรวจสอบคุณภาพของนมหลังการตรวจรับก่อนที่จะให้เด็กดื่มกิน ซึ่งจะได้ดำเนินการตรวจทุกเดือนเพื่อป้องกันไม่ให้มีนมเสีย ที่ผ่านมายังไม่พบปัญหา ซึ่งทางท้องถิ่นและโรงเรียนให้ความสำคัญกับการตรวจคุณภาพนม อย่างเต็มที่ทำให้เด็กได้รับนมที่ดีมีคุณภาพ

โดยทางปศุสัตว์อำเภอแม่ลาน้อยได้กำชับเจ้าหน้าที่ของ โรงเรียน และ อบต.ท่าผาปุ้ม ให้เข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพของนมโรงเรียน เพื่อให้เด็กนักเรียนได้ดื่มนมที่มีคุณภาพ มีโภชนาการที่ดี ที่สำคัญจะต้องไม่มีเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากนมที่ไม่ได้คุณภาพและไม่ปลอดภัย ซึ่งในหลายพื้นที่ ที่ผ่านมาพบปัญหาในเรื่องคุณภาพของนมโรงเรียนติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ธรรมาภิบาลชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบการถมดินรุกแม่น้ำท่าจีน หลังมีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ธรรมาภิบาลชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบการถมดินรุกแม่น้ำท่าจีน หลังมีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อ

ธรรมาภิบาลชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบการถมดินรุกแม่น้ำท่าจีน หลังมีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อ1 กรกฎาคม 2563 – 13:29 น.

ธรรมาภิบาลชัยนาท ลงพื้นที่ตรวจสอบการถมดินรุกแม่น้ำท่าจีน หลังมีประชาชนร้องเรียนผ่านสื่อ เจ้าของที่ดินยืนยันเป็นที่ดินของครอบครัว ที่อาศัยทำกิน มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า มีเอกสารสิทธิ์ สค.1 ครอบครอง แต่มีคนเข้าใจผิด คิดว่าที่ดินของตนเป็นที่สาธารณะ

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากประชาชน ว่ามีการถมดิน รุกล้ำลงไปในแม่น้ำท่าจีน (สายเก่า) ในพื้นที่ ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา จ.ชัยนาท จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พร้อมกับนายจุมพฎ เจตน์จันทร์ กรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดชัยนาท และนายสายัญ ดวงประทีป ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.สามง่ามท่าโบสถ์ โดยพบว่า บริเวณริมถนนเลียบแม่น้ำท่าจีน (สายเก่า) ม.5 ต.สามง่ามท่าโบสถ์ อ.หันคา มีเครื่องจักรกล กำลังขุดดิน บนที่ดินประมาณ 20 ไร่ และมีการก่อสร้างทำคันดิน เลียบลำแม่น้ำท่าจีนสายเก่า เป็นทางยาวกว่า 200 เมตร กว้างประมาณ 4 เมตร จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่ามีการปักหมุดเขตที่ดิน ล้อมรอบพื้นที่ และมีการขุดดินในพื้นที่ ขึ้นไปทำคันดินเลียบแม่น้ำ โดยคันดินดังกล่าว ยังอยู่ในเขตหลักหมุด ไม่มีการรุกล้ำลงไปในแม่น้ำ ตามที่มีการร้องเรียน

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

จากการสอบถาม น.ส.กิติวรรณ ดอกกุหลาบ อายุ 62 ปี เจ้าของที่ดิน  ให้ข้อมูลว่า ที่ดินดังกล่าว เป็นที่ดินของครอบครัว ที่อาศัยทำกิน มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า มีเอกสารสิทธิ์ สค.1 ครอบครอง เมื่อที่ดินส่งต่อมาถึงรุ่นตน จึงได้มีการขอออกโฉนด อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต่อมาเกิดน้ำท่วม จึงปล่อยที่ดินทิ้งร้าง แต่เพราะที่ดินอยู่ติดกับลำน้ำเก่า จึงมีคนเข้าใจผิด คิดว่าที่ดินของตนเป็นที่สาธารณะ เมื่อตนเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ จึงมักจะมีคนร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการ ว่าตนนำที่ดินสาธารณะมาออกโฉนด ทำให้หน่วยราชการต้องลงมาตรวจสอบที่ดินของตนอยู่บ่อยครั้ง ขอยืนยันว่า ที่ดินนี้เป็นที่ดินของตนที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง ส่วนเรื่องการทำคันดินในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นแนวเขตและป้องกันน้ำท่วมในอนาคต โดยก่อนที่จะสร้างคันดิน ได้มีการประสานไปยังสำนักงานที่ดินอำเภอหันคา ให้มาตรวจสอบ ปักหมุดแนวเขตที่ดินเรียบร้อยแล้ว โดยได้ขุดดินในที่ดินของตน ขึ้นมาทำคันดินตามแนวเขต ไม่ได้รุกล้ำลงไปในลำแม่น้ำอย่างแน่นอน

ด้านนายสายัญ ดวงประทีป ผู้ใหญ่บ้าน ม.5 ต.สามง่ามท่าโบสถ์  กล่าวว่า จากการตรวจสอบที่ดินดังกล่าว พบว่าเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ และการขุดดินขึ้นมาถม เพื่อทำคันดิน ก็ยังอยู่ในเขตที่ดินของเจ้าของที่ ยังไม่มีการรุกล้ำลงไปในแม่น้ำท่าจีน (สายเก่า) ตามที่มีผู้ร้องเรียนไปยังสื่อมวลชน แต่อย่างใด    

ข่าว/ภาพ  ชฎารัฐ จันทร์พาหิรกิจ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.ชัยนาท