สองพี่น้อง อยากได้ชุดนักเรียนใหม่ ปั่นจักรยานตระเวนขายของหารายได้ก่อนเปิดเทอม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สองพี่น้อง อยากได้ชุดนักเรียนใหม่ ปั่นจักรยานตระเวนขายของหารายได้ก่อนเปิดเทอม

สองพี่น้อง อยากได้ชุดนักเรียนใหม่ ปั่นจักรยานตระเวนขายของหารายได้ก่อนเปิดเทอม26 มิถุนายน 2563 – 09:06 น.

สองพี่น้อง อยากได้ชุดนักเรียนใหม่ ปั่นจักรยานตระเวนขายของหารายได้ก่อนเปิดเทอม เด็กหญิงวัย 12 ปีและน้องชายวัย 10 ขวบ ปั่นรถจักรยานตระเวนเร่ขายน้ำพริกแมงดา บรรจุกระปุกพลาสติก เพื่อหารายได้ซื้อกระเป๋าและเสื้อผ้านักเรียน ให้กับตนเองและน้องก่อนเปิดเทอม

วันที่ 25 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีเด็กหญิงวัย 12 ปี ปั่นรถจักรยานไปตามหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เพื่อตระเวนเร่ขายน้ำพริกแมงดาบรรจุกระปุกพลาสติก เพื่อหารายได้ซื้อกระเป๋าและเสื้อผ้านักเรียน ที่จะเปิดเทอมในอีกไม่กี่วันนี้ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบ ด.ญ.ปภาวดี เช้าโต หรือ น้องปีใหม่ อายุ 12 ปี เด็กหญิงยอดกตัญญูที่กำลังเป็นข่าว และมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอยู่ในขณะนี้ ปัจจุบันกำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนใกล้บ้าน กำลังปั่นจักรยานคู่ใจเร่ขายน้ำพริกแมงดา บรรจุกระปุกพลาสติก ที่ตามบ้านเรือนและอาคารร้านค้าต่างๆ ภายในพื้นที่ ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

สองพี่น้อง อยากได้ชุดนักเรียนใหม่ ปั่นจักรยานตระเวนขายของหารายได้ก่อนเปิดเทอม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ชีวิตรันทด แม่วัย 35 ปี หาเงินเลี้ยงลูก 3 คน เพียงลำพัง ลูกๆ ต้องอดมื้อกินมื้อ

โดย ด.ญ.ปภาวดี เช้าโต หรือน้องปีใหม่ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนอาศัยอยู่กับแม่ ชื่อ น.ส แสงเดือน ศรีอภัย อายุ 35 ปี และน้องอีก 2 คน โดยแม่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ส่วนน้องชายคนกลาง อายุ 10 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเดียวกัน และน้องชายคนเล็ก อายุ 3 ขวบ เรียนอยู่ที่ศูนย์เด็กเล็กของ อบต.ท่าโรง ส่วนพ่อได้แยกทางกับแม่แล้ว ก่อนน้องคนเล็กจะคลอด ทิ้งให้แม่เป็นคนเลี้ยงดูตนและน้องๆ เพียงลำพัง ปัจจุบันตนพอที่จะช่วยแบ่งเบาภาระแม่ได้บ้าง จึงได้ไปรับน้ำพริกแมงดาบรรจุกระปุกจากคนที่รู้จักมาขาย โดยรับมาราคากระปุกละ 30 บาท ตนนำมาเร่ขายต่อในราคากระปุกละ 35 บาท ในแต่ละวันก็จะขายได้ประมาณ 10-15 กระปุก เมื่อหักต้นทุนแล้วตนก็เก็บเงินไว้ เพื่อที่จะนำไปซื้อเสื้อผ้า ซื้อกระเป๋านักเรียนใหม่ เนื่องจากของเดิมเก่าและขาดหมดแล้ว รวมทั้งเก็บเงินสะสมไว้ซื้ออุปกรณ์การเรียนต่างๆ ในระหว่างปี เพราะตนไม่อยากรบกวนเงินจากแม่ เนื่องจากแม่ต้องมีภาระในการดูแลน้องทั้งสองคน ซึ่งเป็นภาระหนักอยู่แล้ว อีกทั้งแม่ต้องมีภาระในการเก็บเงินไว้ซ่อมแซมบ้าน เนื่องจากบ้านได้ทรุดโทรมเป็นอย่างมาก เสาบ้านบางต้นซึ่งใช้ไม้ยูคาก็หักเอียง ฝาบ้านก็ผุพัง เวลาฝนตกก็จะสาดเข้ามาภายในบ้าน ทำให้ข้าวของเครื่องใช้เปียกไปหมด หากเป็นเวลากลางคืนก็แทบจะนอนไม่ได้ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

น้องปีใหม่ ยังเปิดเผยต่ออีกว่า ระหว่างทางที่ปั่นจักรยานไปขายน้ำพริกแมงดา หากพบขวดน้ำ ขวดพลาสติก ก็จะเก็บและนำมารวบรวมไว้ที่บ้าน เพื่อที่จะนำไปขายเพื่อเป็นรายได้จุนเจือครอบครัว หากเปิดเทอมตนอาจจะมีเวลาขายน้ำพริกและเก็บขวดขายลดลง แต่ตนก็จะพยายามแบ่งเวลาเรียน เวลาทำการบ้าน เวลาขายน้ำพริกและเก็บขวด เพื่อที่จะไม่ให้กระทบกับการเรียน เพราะตนรู้สึกสงสารแม่มาก จะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุดโดยมีความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นครู อยากแบ่งปันความรู้แก่บุคคลอื่น และที่สำคัญที่สุดจะได้ดูแลแม่และน้องๆ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

สองพี่น้อง อยากได้ชุดนักเรียนใหม่ ปั่นจักรยานตระเวนขายของหารายได้ก่อนเปิดเทอม

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

เปิดแล้ว อินทผาลัม บ้านสวนวนัส กำแพงเพชร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดแล้ว อินทผาลัม บ้านสวนวนัส กำแพงเพชร

เปิดแล้ว อินทผาลัม บ้านสวนวนัส  กำแพงเพชร26 มิถุนายน 2563 – 00:27 น.

เปิดแล้ว อินทผาลัม บ้านสวนวนัส กำแพงเพชร

25 มิถุนายน 2563 วันนี้มีความคึกคักที่สวนอินทผาลัม บ้านสวนวนัส ของกำนัน ห้อย หรือกำนันสมชาย ตั้งนิยม พี่ชายของ นายชัยยศ ตั้งนิยม หนุ่มชาวไร่อ้อย สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร ความพิเศษตรงที่สวนวนัส ได้เปิดให้ประชาชนผู้ที่สนใจ ได้เข้าชมและ ชิม ช้อป  เนื่องจากผลของอินทผลัม สุกงอมเต็มที่ รสชาติหวานอร่อยจับใจ ได้เวลาเก็บเกี่ยว ซึ่งทางเจ้าของสวนได้เปิดขายเป็นวันแรก ขายในราคาพิเศษ กิโลกรัมละ 400 บาท เพื่อให้ชาวกำแพงเพชรได้ชิมผลอินทผลัม เนื่องจากปกติจะมีราคาที่สูง และในพื้นที่ต่างจังหวัดแบบบ้านเราจะหารับประทานได้ยาก แล้วที่สวนแห่งนี้นับเป็นสวนแห่งแรก ของจังหวัดกำแพงเพชร ที่เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 

ทางเจ้าของสวน ยังได้รับเกียรติจาก นายเชาวลิตร แสงอุทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร และ นางสาวสุพัตรา คล้ายทิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร รวมทั้ง นายสุนทร รัตนากร  นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร นายรังสรรค์ สบายเมือง ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดกำแพงเพชร และผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรคลองลาน พ.ต.อ.ไพโรจน์ บุญยะภาส  และเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร โดยมีนายสดุดี พุทธัง นายอำเภอคลองขลุง นำทีมให้การต้อนรับ เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกของอินทผลัมนั้นอยู่ในพื้นที่อำเภอคลองขลุง บ้านหนองโสน หมู่ที่ 3 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร 

นอกจากจะได้เดินชมสวนอินทผลัมแล้ว ยังมีสวนมะละกอ และทุเรียน มะพร้าว มะนาว เพาะปลูกในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งเจ้าของสวนบอกว่ายึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ที่สวนแห่งนี้ ซึ่งสวนอินทผาลัมต้องใช้ระยะเวลา 3-4 ปีถึงจะได้ผลผลิต ซึ่งตั้งแต่ต้นพันธุ์รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลเพาะปลูกมีมูลค่าที่สูงจึงได้นำพืชชนิดอื่นมาปลูกเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้กับพืชหลักคืออินทผลัม ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นางสาวสุพัตรา คล้ายทิมรองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยหลังจากเดินชมสวนและทดลองรับประทานผลของอินทผลัมแล้ว บอกว่าจังหวัดกำแพงเพชร นอกจากจะมีพืชสวนคือกล้วยไข่ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดกำแพงเพชรที่มีชื่อเสียง มาจนถึงวันนี้อินทผลัมได้รับความนิยมจากเกษตรกรที่เริ่มหันมาปลูก กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะที่สวนแห่งนี้ ได้ทดลองรับประทานแล้วปรากฏว่าผลอินทผลัมมีความสวยงามและมีรสชาติอร่อยหวานกรอบ 

แม้ว่าอากาศจะร้อนแต่ว่า “กำนันห้อย” หรือว่ากำนันสมชาย ตั้งนิยม ก็พาคณะของท่านผู้ว่านและประชาชนที่เข้าชมสวน ได้ชิมรสชาติของอินทผลัมก่อนที่จะร่วมกันช็อปในกิโลกรัมละ 400 บาทเท่านั้น หากท่านใดสนใจกำนันห้อยก็บอกว่า เดินทางมาที่สวนได้ มาทดลองชิมผลไม้มหัศจรรย์ของต่างประเทศ ที่กำลังได้รับความสนใจและกำลังจะเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัดกำแพงเพชรอีกชนิดหนึ่ง  พร้อมทั้งเปิดใจที่จะให้ความรู้กับผู้ที่จะทำสวนอินทผลัมรายใหม่ ที่จะขาดความเข้าใจซึ่งต้องใส่ใจและมีความตั้งใจจริงๆ ถึงจะได้ผลผลิตมากกว่าที่จะขาดทุน เพราะหลายรายต้องผิดหวังที่ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้เลย 

สำหรับ ผลอินทผลัม พันธุ์บาฮี จะมีสีทองเหลืองอร่าม รสชาติหวาน กรอบ อร่อย ชื่นฉ่ำใจ-ให้พลังงานสูง ช่วยบำรุงร่างกายที่อ่อนล้า-ไม่มีคอเลสเตอรอล และไขมันต่ำ-เส้นใยอาหารสูง ช่วยลดอาการท้องผูก และระบบขับถ่าย-บำรุงเม็ดเลือด ป้องกันการเป็นโรคโลหิตจาง-อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แคลเซียม และธาตุเหล็ก-ลดระดับน้ำตาลในเลือด บรรเทาอาการของโรคเบาหวาน เพราะน้ำตาลในอินทผลัมเป็นน้ำตาลที่มีประโยชน์-ช่วยส่งเสริมสุขภาพของลูกในครรภ์ และช่วยเสริมสร้างน้ำนมให้คุณแม่ สอบถามเส้นทางไปสวน ได้ที่โทร 062-829 2949 – 064-464 9165

ก.ช.ภ.จ.สุโขทัย มีมติช่วยเหลือเกษตรกรศรีสัชนาลัย ที่ประสบภัยแล้งวงเงินกว่า 3 ล้าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ก.ช.ภ.จ.สุโขทัย มีมติช่วยเหลือเกษตรกรศรีสัชนาลัย ที่ประสบภัยแล้งวงเงินกว่า 3 ล้าน

ก.ช.ภ.จ.สุโขทัย มีมติช่วยเหลือเกษตรกรศรีสัชนาลัย ที่ประสบภัยแล้งวงเงินกว่า 3 ล้าน26 มิถุนายน 2563 – 00:24 น.

ก.ช.ภ.จ.สุโขทัย มีมติช่วยเหลือเกษตรกรศรีสัชนาลัย ที่ประสบภัยแล้งวงเงินกว่า 3 ล้าน มีเกษตรกรได้รับความเสียหายจำนวน 7 หมู่บ้าน เกษตรกร 748 ราย พื้นที่เสียหาย 1,853.50 ไร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ก.ช.ภ.จ.) จังหวัดสุโขทัย ครั้งที่ 3/2563 ณ อาคารฝึกอบบรมเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดสุโขทัย โดยนายพูลทรัพย์ สมบูรณ์ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นประธานการประชุม และนายเนตร สมบัติ พร้อมคณะกรรมการฯ ร่วมประชุมพิจารณาให้ความเห็นชอบช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ด้านพืช 1 อำเภอ คือ อ.ศรีสัชนาลัย จำนวน 7 หมู่บ้าน เกษตรกร 748 ราย พื้นที่เสียหาย 1,853.50 ไร่ ที่ประชุมมีมติให้ความช่วยเหลือเกษตรกรดังกล่าว วงเงินขอรับความช่วยเหลือ 3,132,415 บาท โดยใช้วงเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด

นายเนตร สมบัติ เกษตรจังหวัดสุโขทัย กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ด้านพืช อันเนื่องมาจากสภาพอากาศแห้งแล้ง เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2563 ส่งผลให้เกิดสภาวะการขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรเป็นเวลานาน ทำให้พื้นที่การเกษตร (ทุเรียน ลองกอง กาแฟ) ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย ได้รับความเสียหาย 1,853.50 ไร่

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

ซึ่งตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2562 กรณีพื้นที่ทำการเพาะปลูกมีพืชตายหรือเสียหายโดยสิ้นเชิง ให้ช่วยเหลือตามจำนวนพื้นที่เพาะปลูกที่เสียหายจริง ไม่เกินรายละ 30 ไร่ ในอัตรา ดังนี้ 1) ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท 2) พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท และ 3) พืชสวนและอื่นๆ อัตราไร่ละ 1,690 บาท

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็นเป็นสุข #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็นเป็นสุข

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็นเป็นสุข25 มิถุนายน 2563 – 22:51 น.

สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดอุตรดิตถ์ประกวดหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็นเป็นสุข

   ที่บ้านท่ามะปราง หมู่ที่ 1 ตำบลพญาแมน อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์นายสมเกียรติ พูลสุขเสริม รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในการคัดสรรหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” และกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2563 โดยนางสาวนิตยาวรรณ เลื่อนลอย พัฒนาการจังหวัดอุตรดิตถ์พร้อมคณะกรรมการคัดสรรฯ จำนวน 12 ท่าน เพื่อให้ผู้ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน และเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในส่วนกลาง ในการนี้ นายปรีชา สมชัย นายอำเภอพิชัย มอบหมายให้ นางมงคล ขอร้อง ปลัดอำเภอหัวหน้างานบริหารงานปกครองอำเภอพิชัย พร้อมด้วยนางบุณฑริกา ยอดไพบูลย์ พัฒนาการอำเภอพิชัย หัวหน้าส่วนราชการอำเภอพิชัย เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอพิชัย กลุ่ม/องค์กร ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ ร่วมให้การต้อนรับ ระหว่างวันที่ 24 มิถุนายน – 10 กรกฏาคม 2563 ในพื้นที่ 9 อำเภอ จังหวัดอุตรดิตถ์

เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้นำชุมชนที่มีผลงานดีเด่น การจัดการความรู้และพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ในกระบวนการบริหารจัดการ ใน 4 ประเภท ได้แก่1.หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” ดีเด่น
2.ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนดีเด่น (ผู้นำ อช.) ดีเด่น ชาย และหญิง 3.กลุ่ม/องค์กรชุมชนแกนหลักสำคัญในการพัฒนาหมู่บ้านดีเด่น 4.ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับตำบล (ศอช.ต.) ดีเด่นโดยกิจกรรมวันนี้ คณะกรรมการคัดสรรฯ จำนวน 12 คน ลงพื้นที่อำเภอพิชัย ซึ่งมีกิจกรรมคัดสรรฯ ดังนี้ 1.หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านท่ามะปราง หมูที่ 1 ตำบลพญาแมน 2.ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนดีเด่น (ผู้นำ อช.) ดีเด่น ฝ่ายชาย คือ นายศรายุทธ คำสวน และฝ่ายหญิง คือ นางสายรุ้ง คำสวน ผู้นำ อช. ตำบลพญาแมน 3.กลุ่ม/องค์กรชุมชน ได้แก่ กลุ่มสัมมาชีพทำน้ำพริกท่ามะปราง หมู่ที่ 1 ตำบลพญาแมน 4.ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับตำบล(ศอช.ต.) ได้แก่ ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนตำบลพญาแมนติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

และเวลา 13.30 น. นายสมเกียรติ พูลสุขเสริม รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ประธานคณะกรรมการคัดสรรหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง “อยู่เย็น เป็นสุข” และกิจกรรมพัฒนาชุมชนดีเด่น ระดับจังหวัด ประจำปี 2563 พร้อมคณะกรรมการคัดสรรฯ จำนวน 12 คน ลงพื้นที่อำเภอทองแสนขัน ซึ่งมีกิจกรรมคัดสรรฯ ดังนี้ 1.หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงบ้านเนินหินแดง หมูที่ 8 ตำบลป่าคาย 2.ผู้นำอาสาพัฒนาชุมชนดีเด่น (ผู้นำ อช.) ดีเด่น ฝ่ายชาย คือ นายฮ๊อต ทุมลา ผู้นำ อช.ตำบลผักขวง และฝ่ายหญิง คือ นางสาวสุพาพร เพ็ชรศรี ผู้นำ อช. ตำบลป่าคาย 3.กลุ่ม/องค์กรชุมชน ได้แก่ กองทุนแม่ของแผ่นดินบ้านเนินหินแดง หมู่ที่ 8 ตำบลป่าคาย 4.ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนระดับตำบล(ศอช.ต.) ได้แก่ ศูนย์ประสานงานองค์การชุมชนตำบลน้ำพี้
โดยมี นายสาโรช ภัทรชานนท์ นายอำเภอทองแสนขัน กล่าวให้การต้อนรับ พร้อมด้วยเจ้าอาวาสวัดนาลับแลง และพัฒนาการอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน กลุ่มองค์กร และประชาชนบ้านเนินหินแดงฯ ร่วมให้ข้อมูลพร้อมนำเยี่ยมชมกิจกรรมแก่คณะกรรมการฯ ณ บ้านเนินหินแดง หมู่ที่ 8 ตำบลป่าคาย อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

เขื่อนสิริกิติ์ มอบตู้ความดันลบ7 ตู้ผ่านทาง สสจ.อุตรดิตถ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เขื่อนสิริกิติ์ มอบตู้ความดันลบ7 ตู้ผ่านทาง สสจ.อุตรดิตถ์

เขื่อนสิริกิติ์ มอบตู้ความดันลบ7 ตู้ผ่านทาง สสจ.อุตรดิตถ์25 มิถุนายน 2563 – 22:51 น.

เขื่อนสิริกิติ์ อุตรดิตถ์มอบตู้ความดันลบ7 ตู้ผ่านทาง สสจ.อุตรดิตถ์

ที่ บริเวณสันเขื่อนสิริกิติ์​ต.ผาเลือด​ อ.ท่าปลา​ จ.อุตรดิตถ์​ นายวรพจน์​ วรพงษ์​ ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์​และคณะผู้บริหารเขื่อนสิริกิติ์​ได้มอบตู้ความดันลบ​ให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อรับมอบตู้เก็บสิ่งส่งตรวจความดันลบ (Negative pressure) จำนวน 7 ตู้  โดยทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนสิริกิติ์ได้จัดทำตู้ความดันลบเพื่อนำ มอบให้กับโรงพยาบาลในจังหวัดอุตรดิตถ์ 10 แห่ง เพื่อสู้วิกฤต COVID-19 ช่วยลดความเสี่ยงจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

     โดยมีนายแพทย์เกษม ตั้งเกษมสำราญ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วย นายแพทย์เสรี นพรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลท่าปลา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลน้ำปาด ร่วมรับมอบจาก นายวรพจน์ วรพงษ์ ผู้อำนวยการเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ตัวแทนจาก กฟผ. ให้ความสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) กฟผ. เขื่อนสิริกิติ์ มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมของและเทคโนโลยี ได้ให้สนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ ผลิตตู้เก็บสิ่งส่งตรวจความดันลบ ลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ ใช้เก็บผลตรวจคัดกรองของผู้ป่วยตามโรงพยาบาลได้อย่างปลอดภัยซึ่งทางเขื่อนสิรริกิติ์ ได้มอบตู้ความดันลบให้กับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ไปแล้ว จำนวน 2 ตู้ โยมอบให้กับโรงพยาบาลพิชัยกับ และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุตรดิตถ์ ทั้งนี้เพื่อลดความเสี่ยงของบุคลากรทางการแพทย์จากการสัมผัสสารคัดหลังของผู้ป่วย

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธฺ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

รมต.ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียน การสอน และติดตามภารกิจ กศน. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมต.ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียน การสอน และติดตามภารกิจ กศน.

รมต.ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียน การสอน และติดตามภารกิจ กศน.25 มิถุนายน 2563 – 22:51 น.

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียน การสอน และติดตามภารกิจ กศน. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ภายใต้สถานการณ์โรคระบาด COVID 19 ณ สำนักงาน กศน.จังหวัดอุตรดิตถ์

   ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายและแนวทางการดำเนินการจัดการเรียน การสอน พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการการจัดการเรียน การสอน ภายใต้สถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ทั้งการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Onsite-Onair-Online) การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย (ห้องสมุดดิจิทัล) และผลการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชนจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยได้เยี่ยมชมนิทรรศการของ กศน.อำเภอต่าง ๆ โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงแนวนโยบายการจัดการศึกษาของ กศน.ช่วง COVID-19 โดยเน้นนโยบายของรัฐบาลและของกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนโยบาย 6 WOW

ซึ่งเน้นตั้งแต่การพัฒนาคน โดยพัฒนาที่ครูในเรื่องขวัญกำลังใจ รวมถึงสถานที่ ห้องสมุด และนวัตกรรมในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 นี้ แม้จะเป็นวิกฤต แต่ถือเป็นโอกาสของคน กศน. อีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งคน กศน. คือ ครูและบุคลากรพิเศษที่ทำงานได้ทุกสภาวะ ไม่มีวันหยุดในการเรียนรู้ และการพัฒนาเรื่องการศึกษา โดยได้พัฒนาเรื่องการศึกษาออนไลน์ เว็บไซต์ ระบบ Google Classroom ระบบที่นำเทคโนโลยีมาสร้างนวัตกรรม เพื่อช่วยในการเสริมสร้างการเรียนรู้ ทั้งในมิติของการศึกษาที่เป็นในหลักสูตรพื้นฐาน การศึกษาต่อเนื่องและเชื่อมไปยังเรื่องของอาชีพที่หลากหลาย ภายใต้กรอบที่ว่า กศน. อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน จึงต้องเน้นเรื่องปากท้องชีวิตความเป็นอยู่ของประชา ชนไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ต้องเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา รวมทั้งคนไทยที่อยู่ต่างประเทศ ที่มีความประสงค์เรียนออนไลน์อย่างเป็นระบบ ก็จะได้มีวุฒิการศึกษาที่เป็นการศึกษาของไทย

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นอกจากนี้ จะเสริมสร้างความเข้มแข็งในเรื่องผลิตภัณฑ์ ให้เป็นแบรนด์ที่เป็นที่ยอมรับของคนไทยและต่างชาติ ให้เทียบเท่ากับแบรนด์ดัง หรือเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ของรัฐบาลที่ส่งเสริมกันอยู่ในขณะนี้สำหรับสถานศึกษาเอกชนในจังหวัดอุตรดิตถ์มีโรงเรียนในระบบ 10 โรงเรียน แยกเป็น 2 ประเภท ได้แก่โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ 1 โรงเรียน โรงเรียนสามัญปกติ จำนวน 9 โรงเรียน ส่วนการศึกษานอกระบบ มีจำนวน 20 โรงเรียน มีผู้เรียนเกือบ 1 หมื่นคน

ณัฐวัฒน์  ราชประสิทธฺ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดอุตรดิตถ์

ระทึก เกิดพายุงวงช้าง หน้าเกาะห้อง กระบี่ โชคช่วยจนท.ขับเรือผ่านไปก่อนแล้ว หวิดโดนดูด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ระทึก เกิดพายุงวงช้าง หน้าเกาะห้อง กระบี่ โชคช่วยจนท.ขับเรือผ่านไปก่อนแล้ว หวิดโดนดูด

ระทึก เกิดพายุงวงช้าง หน้าเกาะห้อง กระบี่ โชคช่วยจนท.ขับเรือผ่านไปก่อนแล้ว หวิดโดนดูด25 มิถุนายน 2563 – 22:51 น.

ระทึก เกิดพายุงวงช้าง หน้าเกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งสามารถมองเห็นจากชายหาดเกาะห้อง ได้อย่างชัดเจน

เวลา 17.15 น.วันที่ 25 มิ.ย.63 ได้เกิดปรากฏการณ์พายุงวงช้างขนาดใหญ่ โผล่กลางทะเลกระบี่ บริเวณหน้าหมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ ซึ่งสามารถมองเห็นจากชายหาดเกาะห้อง ได้อย่างชัดเจน

ระทึก เกิดพายุงวงช้าง หน้าเกาะห้อง กระบี่ โชคช่วยจนท.ขับเรือผ่านไปก่อนแล้ว หวิดโดนดูด

นายจำเป็น ผอมภักดี หน.หน่วยพิทักษ์หมู่เกาะห้อง อช.ธารโบกขรณี จ.กระบี่ ได้บันทึกคลิปวิดีโอเอาไว้ได้ขณะยืนอยู่ชายหาดเกาะห้อง สร้างความตื่นเต้น ปนระทึกแก่เจ้าหน้าที่ เนื่องจากเป็นเวลาเดียวกับที่ จนท.อุทยานฯขับเรือผ่านออกไปพอดี นอกจากนี้เป็นปรากฏการณ์ที่หาดูยากเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยพายุงวงช้างหมุนน้ำทะเลเป็นเกลียวพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า แต่ไม่มีรายงานความเสียหายเกิดขึ้นแต่อย่างใด เนื่องจากที่เกิดพายุงวงช้างเกิดกลางทะเลติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

นายจำเป็น กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.15 น.ที่ผ่านมา ขณะที่ตน พร้อม จนท.ประจำเกาะห้อง ยืนอยู่บริเวณชายหาดเกาะห้อง หลังจากที่ส่ง จนท.ขึ้นเรือกลับฝั่ง เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับเกิดมีเมฆฝนหนาแน่น ดำทะมึน ฝนใกล้จะตกก็ได้เห็นพายุวงช้างปรากฏขึ้นมา 1 ลูก ที่กลางทะเล หน้าเกาะห้อง โดยพายุงวงช้างลูกดังกล่าวได้เคลื่อนตัวจากทิศใต้ผ่านหน้าเกาะห้องไปทางทิศเหนือ ประมาณ10 นาทีสลายตัวก่อนถึงฝั่ง และเกิดฝนตกโชคดีที่เรือเจ้าหน้าที่ขับผ่านไปพอดี จึงไม่มีใครได้รับอันตราย ท่ามกลางการลุ้นระทึก ของ จนท.ที่ยืนอยู่หน้าหาดเกาะห้อง

ข่าว/ภาพ บัญฑิต รอดเกิด ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. กระบี่

แปลกแต่จริง หมู-แมว-หมา เพื่อนรักต่างสายพันธุ์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แปลกแต่จริง หมู-แมว-หมา เพื่อนรักต่างสายพันธุ์

แปลกแต่จริง หมู-แมว-หมา เพื่อนรักต่างสายพันธุ์25 มิถุนายน 2563 – 22:50 น.

แปลกแต่จริง หมู-แมว-หมา เพื่อนรักต่างสายพันธุ์ ความน่ารักของเจ้าถุงทองหมูแคระน้ำหนักกว่า 100 กิโลกรัม ที่มีเพื่อนรักต่างสายพันธุ์เป็นแมวและหมา ด้านเจ้าของเผยซื้อหมูแคระมาคู่ละ5,000บาทพอเลี้ยงนานวันตัวใหญ่มาก

วันที่ 25 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวราย ความน่ารักของเพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์ ที่วิ่งเล่นอยู่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 72/6 ถนนทรัพย์สิน ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง  ที่เป็นหมูแคระแต่ไม่แคระ เป็นหมูตัวใหญ่ที่มีน้ำหนักตัวกว่า100 กิโลกรัม มีชื่อว่าเจ้าถุงทอง เป็นหมูเพศเมีย อายุ 3 ปี ที่มีเพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์เป็นเจ้าแมวเหมียว มีชื่อว่าเจ้าบุญมี  แมวไทยเพศผู้ สีน้ำตาลเทา อายุ 1 ปี 6 เดือน ที่เวลาเดินเล่นออกไปไหนก็จะพบว่า เจ้าบุญมี จะไปนั่งเล่นนอนเล่นอยู่บนหลังหมูเจ้าถุงทองตลอดเวลา โดยที่เจ้าถุงทองนั้นชอบเดินเที่ยว โดยจะมีเพื่อน ชื่อว่า จีน่า เป็นสุนัขพันธุ์อเมริกันพิทบูล เพศเมีย อายุ 2 ปี  ที่มีความรักความผูกพันธุ์เดินเล่นไปไหนไปกัน และกินอาหารร่วมกันโดยมีเจ้าแมวเหมียว ที่ชอบขึ้นไปนั่งเล่น นอนเล่นอยู่บนหลังหมู

ด้าน นางสาวพรพิมล  ต่ายวิจิตร อายุ 48 ปี เจ้าของ เล่าให้ฟังว่า ได้ซื้อหมูแคระมาจำนวน 1 คู่ 2 ตัว ในราคา 5,000 บาท แต่หมูได้ตายไป 1 ตัว เหลือเพียงเจ้าถุงทอง หมูเพศเมียเพียงตัวเดียว แล้วก็เลี้ยงมานาน 3 ปีแล้ว เจ้าถุงทองก็ตัวก็ใหญ่ขึ้นมาตลอด ตอนนี้น้ำหนักกว่า100 กิโลกรัมแล้ว ถึงจะไม่ใช้หมูแคระ ดังที่ต้องการ แต่ด้วยความรักความผูกพันธุ์ ที่เลี้ยงมานาน  บวกกับความแสนรู้และน่ารักของเจ้าถุงทอง ตนเองก็ดูแลเป็นอย่างดี  

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

แล้วจะปล่อยให้เล่นอยู่กับหมาและแมวที่บ้านจนเป็นเพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละวันที่ปล่อยเจ้าถุงทองออกจากกรง มาเดินเล่น ก็ไม่พลาดที่เพื่อนซึ้ แมว เจ้าบุญมี ต้องกระโดดขี่หลังนั่งเล่น  ซึ่งเจ้าถุงทองก็ชอบออกไปเดินเล่นกับเจ้าจีน่า ที่เป็นหมาอเมริกันพิทบูล  โดยจะวิ่งเล่นและกินขนมอาหารร่วมกัน อยู่บริเวณหน้าบ้านตนเอง ซึ่งตนเองประทับใจ ความน่ารักของเจ้าหมูและเพื่อนซี้ต่างสายพันธุ์

ภาพ/ข่าว : ศุภเสกข์  แสงตระการ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค  จ.อ่างทอง

เลย เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.8 บ้านเรือนกระจกหน้าต่างเสียงดัง สิ่งปลูกสร้างสั่นไหว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เลย  เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.8 บ้านเรือนกระจกหน้าต่างเสียงดัง สิ่งปลูกสร้างสั่นไหว

เลย  เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.8 บ้านเรือนกระจกหน้าต่างเสียงดัง สิ่งปลูกสร้างสั่นไหว25 มิถุนายน 2563 – 22:50 น.

เลย  เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 3.8 บ้านเรือนกระจกหน้าต่างเสียงดัง สิ่งปลูกสร้างสั่นไหว

เมื่อเวลา 21.37 น.วันที่ 25  มิ.ย.2563  ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา  ว่า    เครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา  ตั้งอยู่ที่ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำหมานตอนบน ต.น้ำหมาน อ.เมืองเลย จ.เลย  ส่งสัญญาณว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.8  ที่ความลึก 5 กม . มีศูนย์กลางอยู่ที่ อ.เมืองเลย จ.เลย    และมีประชาชนพื้นที่ต่างๆของ จ. เลย  แจ้งถึงแรงสั่นสะเทือนว่ามีความสั่นสะเทือนที่  บ้านหนองผักก้าม  หมู่ 13 ต.เมือง   อ.เมืองเลย ถึง ความรู้สึกบ้านเดี่ยว 1 ชั้น รู้สึกเหมือนคนจับบ้านเขย่า หน้าต่างกระจกมีเสียงดังเหมือนมีคนเคาะหรือทุบ ส่วน ต. กุดป่อง (เขตเทศบาลเมืองเลย)   และ   ต.ชัยพฤกษ์    อ.เมืองเลย บ้านเดี่ยวมากกว่า 1 ชั้น 2 ชั้น เตียงสั่น พื้นสั่น หอพักภูกระดึง มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย หอพัก อพพาร์ทเมนท์ แฟลต แมนชั่น รู้สึกตึกสั้นไหว  เสียงดังแรงสั่นจนรู้สึกได้ 

ประชาชนแจ้งอีกว่า มีพื้นที่ได้รับแรงสั้นสะเทือนอีกคือ  หมู่ 5  บ้านห้วยทรายคำ หมู่ 9  ต.นาแขม  อ.เมืองเลย  บ้านสั่นสะเทือน  มีเสียงดัง เหมืองแรงยางรถบรรทุกพลิกคว่ำเช่นเดียวกับติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

บ้านนาสี ต.จอมศรี อ.เชียงคาน และ พื้นที่ อ.ท่าลี่  ก็รู้สึกได้เช่นกัน    และครั้งนี้น่าจะมีความรุนแรงมากกว่าทุกๆครั้งที่มีศูนย์จากที่ จ. เลย   ขณะนี้ทางราชการ ฝ่ายปกครองป้องกัน  ฝ่ายความมั่นคง  และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  เร่งออกไปสำรวจบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบเป็นการด่วนแล้ว

บุญชู  ศรีไตรภพ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก

สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก25 มิถุนายน 2563 – 16:52 น.

สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จักเป็นที่ซุกหัวนอน

25 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บ้านเลขที่ 103/3 หมู่ 3 ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย มีชายหนุ่มอายุ 32 ปี ถูกภรรยาทิ้ง จนต้องเร่ร่อนหางานทำต่างจังหวัด และหอบหิ้วลูกสาวตัวน้อย 2 คน มาขอพักอาศัยอยู่ด้วยนาน 3 เดือนแล้ว เพราะไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน และลูกๆ ก็ต้องเข้าโรงเรียน เสื้อผ้าก็ไม่มีใส่ อยากให้หน่วยงานรัฐและผู้ใจบุญช่วยเหลือ จึงไปตรวจสอบและพบ น.ส.จำเรียง ขำคำ อายุ 34 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมกับเด็กๆที่มาขออาศัยอยู่ด้วย

น.ส.จำเรียง บอกว่า พ่อ-ลูกที่มาขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านด้วย คือ นายบัณฑิตย์ ท้วมเรือง หรือบาส อายุ 32 ปี กับลูกสาว 2 คน คนโตอายุ 7 ขวบ และคนเล็กอายุ 5 ขวบ มาขออยู่ด้วยตั้งแต่เดือนมีนาคม ช่วงโรคโควิดระบาด มาจาก จ.นครสวรรค์ ไม่มีอะไรติดตัวมาเลย มีแค่เสื้อผ้าเก่าๆ คนละ 2 ชุด จึงไปขอจากเพื่อนบ้านมาให้ใส่

“ฉันเป็นสะใภ้ญาติของอดีตภรรยาของนายบาส อาศัยอยู่กับสามีและลูกชายอีก 2 คน มีอาชีพทำไร่และรับจ้างทั่วไป ตอนนี้มีนายบาสกับลูกสาวมาอยู่ด้วย ก็รวมเป็น 7 คนที่อยู่บ้านหลังเดียวกัน ทั้งหมดกางมุ้งนอนในบ้าน ยกเว้นนายบาสที่เขาเกรงใจ จึงอาศัยหลับนอนนอกชานหน้าบ้าน บางทีก็นอนเปลใต้ถุนบ้าน สงสารลูกๆ ของนายบาส บางทีก็อดข้าว ได้กินแต่นมคนละกล่อง และกลัวจะไม่ได้เรียนหนังสือ จึงไม่อยากให้พากันเร่ร่อนไปไหนอีก” น.ส.จำเรียง กล่าวด้วยความห่วงใย

ด้านนายบาส ซึ่งเพิ่งกลับจากหาของป่าบนเขา เล่าชีวิตรันทดให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตนเองมาอาศัยอยู่บ้านภรรยาที่ ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน จนเมื่อ 3-4 ปีก่อนเขาทิ้งเราไป จึงต้องหอบลูกเร่ร่อนไปหางานทำเป็นช่างเชื่อมอยู่ที่ จ.ตาก และนครสวรรค์ พอหมดงานจ้างไม่รู้จะไปไหน ชีวิตไม่เหลือใคร เลยต้องบากหน้าพาลูกมาขออยู่กับญาติของอดีตภรรยา โดยตัวเองอาศัยหลับนอนตรงนอกชานหน้าบ้าน และนอนเปลใต้ถุนบ้านเป็นส่วนใหญ่ ไม่กล้าเข้าไปนอนในบ้าน เพราะเกรงใจเขา

สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก

ติดตามข่าวสาร “คมชัดลีก” ผ่าน Line official

“ผมช่วยทำงานทุกอย่าง เพื่อตอบแทนความเมตตาเจ้าของบ้าน ที่ให้ผมกับลูกอาศัยอยู่ด้วย ตอนนี้ก็รับจ้างปลูกมันสำปะหลัง ได้เงินมาก็ช่วยเป็นค่ากับข้าว แต่งานก็ไม่มีบ่อยนัก ว่างๆก็เลยขึ้นเขาเข้าป่าไปเก็บเห็ดเผาะ เห็ดโคน ผักหวาน จับอึ่งอ่าง เอามากิน ถ้าได้มากก็ขาย ชีวิตนี้ไม่เคยห่างลูก และไม่คิดจะมีครอบครัวใหม่ อยู่แบบนี้สบายใจกว่า” นายบาส กล่าว

ขณะที่เพื่อนบ้านและญาติๆของอดีตภรรยา ต่างก็บอกว่า นายบาสเป็นคนดี ขยันสู้งานสารพัด และรักลูกๆ ไปรับจ้างทำงานที่ไหนก็เอาลูกไปด้วย เพราะห่วงไม่มีคนดูแล ชีวิตลำบากมาก เพื่อนบ้านและญาติๆของอดีตภรรยา จึงคอยช่วยเหลือแบ่งปันกันตามกำลังที่พอจะทำได้ เพราะสงสารเด็กๆ ทั้ง 2 คน

สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก

นายประเทือง นาราสิริวิมล นายกเทศมนตรีตำบลตลิ่งชัน กล่าวว่า หลังทราบเรื่องราวชีวิตของนายบาสกับลูกสาว ทางหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที และเตรียมช่วยเหลือให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือในโรงเรียนใกล้บ้าน ส่วนนายบาสทางเทศบาลตำบลตลิ่งชันก็จะรับเข้าทำงาน เพื่อให้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง และมีรายได้เลี้ยงดูลูกทั้ง 2 คน สำหรับเรื่องที่อยู่อาศัยถาวร ก็จะพูดคุยกับญาติของอดีตภรรยา และหารือหน่วยงานเกี่ยวข้อง ร่วมกันช่วยเหลือต่อไป

สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก

อย่างไรก็ตาม ผู้ใจบุญที่อยากช่วยเหลือนายบาสกับลูกสาว สามารถส่งสิ่งของจำเป็น เสื้อผ้า ชุดนักเรียน ฯลฯ ถึงนายบัณฑิตย์ ท้วมเรือง (บาส) บ้านเลขที่ 103/3 หมู่ 3 ต.ตลิ่งชัน อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย หรือสอบถาม น.ส.จำเรียง (เจ้าของบ้าน) โทร. 098-772-8510

สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก
สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก
สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก
สุดรันทน หนุ่มวัย 32 ไร้บ้าน-เมียทิ้ง หอบลูกสาวเร่หางาน อาศัยนอนเปลใต้ถุนบ้านคนรู้จัก

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย