กองกำลังนเรศวร ตั้งอาสาสมัครฯ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กองกำลังนเรศวร ตั้งอาสาสมัครฯ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน

กองกำลังนเรศวร ตั้งอาสาสมัครฯ เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน

กองกำลังนเรศวร ตั้งอาสาสมัครกิจการพลเรือน กองทัพบก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน โดยมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนงานด้านมวลชน เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่ของกองกำลังป้องกันชายแดน และพร้อมที่จะทำความดี ป็นกำลังสำคัญให้กับราชการ

กองกำลังนเรศวรตั้งอาสาสมัครหนุนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงชายแดน ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน  พลตรี อุกฤษฏ์ นุตคำแหง  ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร ได้เดินทางมามอบเครื่องแต่งกาย เสื้อ หมวก ให้กับอาสาสมัครกิจการพลเรือน (กร) กองทัพบก จำนวน 116 คน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นมวลชนกองทัพบก ณ หอประชุมโรงเรียนเทศบาล 3 อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน          

พลตรี อุกฤษฏ์ นุตคำแหง  ผู้บัญชาการกองกำลังนเรศวร เปิดเผยว่า อาสาสมัครกิจการพลเรือน กองทัพบก มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการขับเคลื่อนงานด้านมวลชน เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงในพื้นที่ของกองกำลังป้องกันชายแดน และพร้อมที่จะทำความดี ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก เป็นกำลังสำคัญให้กับส่วนราชการในพื้นที่ในการดำเนินงานด้านความมั่นคง เป็นการสร้างกระบวนการให้ประชาชนในชุมชนตำบลชายแดนเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นเครือข่ายมวลชนด้านกิจการพลเรือน ของกองกำลังป้องกันชายแดน  ซึ่งอาสาสมัครกิจการพลเรือนของกองทัพบกมีภารกิจหน้าที่อีกมากมาย ทั้งเป็นแกนนำในการรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่นำหลักศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานชุมชน และใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปยึดถือปฏิบัติในการดำรงชีวิตประจำวันร่วมกับผู้นำชุมชน ท้องที่ และท้องถิ่นของตน รวมทั้งเป็นกลไกหลักในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ของกองกำลังนเรศวรและหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ ในพื้นที่

ส่งต่อให้กับประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบ ตลอดจนงานด้านการข่าว เช่น การรายงานข่าว แจ้งเบาะแส หรือเหตุการณ์ที่ไม่ปกติ เป็นกำลังหลักในการทำหน้าที่สร้างความเข้าใจต่อทุกภาคส่วนในพื้นที่ด้านความมั่นคง  ทั้งเรื่องยาเสพติด การหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าว สินค้าหนีภาษี การบุกรุกและทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ภัยพิบัติ  ภัยแล้ง น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ประชาชนเดือนร้อน ตามช่องทางการติดต่อสื่อสารที่จัดตั้งขึ้น  เป็นตัวแทนภาคประชาชนสร้างความสัมพันธ์อันดีในการพบปะประชาชนเพื่อสอบถามปัญหาความเดือดร้อน ความเป็นอยู่ และนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการสนับสนุนช่วยเหลือและการปฏิบัติตามภารกิจต่าง ๆ ของกองกำลังนเรศวร  โดยอาสาสมัครกิจการพลเรือน กองทัพบกเหล่านี้ ตั้งขึ้นในพื้นที่หมู่บ้านแนวตะเข็บชายแดน  ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน หมู่บ้านละ 1 คน จำนวน 116 หมู่บ้าน 116 คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อ.ส.ม.และประชาชนทั่วไปในชุมชน.

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

เต็มแล้ว ยอดจองชมฟรี สวนสัตว์เชียงใหม่ 15-30 มิ.ย.63 บรรยากาศสุดคึกคัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เต็มแล้ว ยอดจองชมฟรี สวนสัตว์เชียงใหม่ 15-30 มิ.ย.63 บรรยากาศสุดคึกคัก

เต็มแล้ว ยอดจองชมฟรี สวนสัตว์เชียงใหม่ 15-30 มิ.ย.63 บรรยากาศสุดคึกคัก

เต็มแล้ว ยอดจองชมฟรี สวนสัตว์เชียงใหม่ 15-30 มิ.ย.2563 โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นระยะตามที่จองไว้ล่วงหน้าทำให้บรรยากาศทั่วไปคึกคัก ซึ่งจำกัดให้เข้าชม ได้วันละ 2,000 คนและยังไม่เปิดขายบัตรต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น

วันที่ 21 มิย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าสวนสัตว์ เชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นระยะตามที่จองไว้ล่วงหน้า ในวันนี้เป็นวันหยุด ทำให้บรรยากาศทั่วไปคึกคัก บรรยากาศธรรมชาติฝนไม่ตก ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้บริการตรวจคัดกรองนักท่องเที่ยวอย่างเข้มข้น เพื่อความปลอดภัยในมาตการป้องกันโควิด 19 ในเบื้องต้น

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ บอกว่า นักท่องเที่ยวที่จองบัตรล่วงหน้า ผ่านระบบ Event pop ได้ให้ความสนใจเข้าเที่ยวชมสวนสัตว์ทุกวัน จนยอดจองเต็มหมดทุกวัน ซึ่งทางสวนสัตว์ขอให้สิทธิ์เฉพาะคนที่จองบัตรแล้วเท่านั้น เฉพาะช่วงวันที่ 15 – 30 มิถุนายน นี้ เนื่องจากยังจำกัดนักท่องเที่ยวที่เข้าชมสวนสัตว์ ได้วันละ 2,000 คนและยังไม่เปิดขายบัตรต้องจองล่วงหน้ามาก่อน ถ้าไม่จองมาก่อนจะไม่สามารถเข้าชมสวนสัตว์เชียงใหม่

และเพื่อความสะอาดของธรรมชาติภายในสวนสัตว์จึงไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวขับเข้าชมด้านในทั้งนี้สวสัตว์ มีรถบริการคอยวิ่งนำเที่ยวให้ตลอดทั้งวัน ส่วนแพนด้า อควาเรียม เพนกวิน สวนน้ำ สวนชมนก และโรงหนัง 4 มิติ ยังไม่เปิดให้บริการ และฟรีเฉพาะ ค่าผ่านประตู ค่าใช้จ่ายอื่นเสียตามปกติ ค่าจอดรถยนต์ฝากคันละ 50. บาท รถบริการภายใน ผู้ใหญ่ 40บาท เด็ก(ความสูงไม่เกิน 135 ซ.ม.) 25.บาท

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

บุรีรัมย์ ฮือฮาทุเรียนน้ำแร่ เนื้อคัสตาร์ด เชื่อจะเป็นแหล่งทุเรียนชื่อดังแห่งใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บุรีรัมย์ ฮือฮาทุเรียนน้ำแร่ เนื้อคัสตาร์ด เชื่อจะเป็นแหล่งทุเรียนชื่อดังแห่งใหม่

บุรีรัมย์ ฮือฮาทุเรียนน้ำแร่ เนื้อคัสตาร์ด เชื่อจะเป็นแหล่งทุเรียนชื่อดังแห่งใหม่

ลูกค้ามาจองเกลี้ยงก่อนสุก หลังลูกค้าเคยลิ้มรสทุเรียนแหล่งน้ำแร่อำเภอโนนสุวรรณ มีเอกลักษณ์พิเศษ กลิ่นไม่แรง หอมหวานละมุน เนื้อนุ่มเหมือนคัสตาร์ด นายอำเภอเร่งหนุนเตรียมส่งเสริมรอบด้าน เผยใช้น้ำแร่ธรรมชาติมามาหล่อเลี้ยง เชื่อจะเป็นแหล่งทุเรียนชื่อดังแห่งใหม่

วันที่ 21 มิ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิทธิพันธ์ บุตรศรี นายอำเภอโนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ได้นำเจ้าหน้าที่ กลุ่มส่งเสริมการเกษตร ,กลุ่มส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ และกลุ่มงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน เพื่อหาแนวทางพัฒนา และสร้างองค์ความรู้ให้กับเกษตร

หลังพบว่าผลผลิตทุเรียนในพื้นที่ อ.โนนสุวรรณ ไม่พอต่อความต้องการของตลาด ลูกค้าสั่งจองตั้งแต่ผลยังไม่สุก เนื่องจากผลผลิตทุเรียนที่ปลูกซึ่งอยู่ในแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติ มีคุณภาพสูง

นายมงคลชัย เจริญราช อายุ 28 ปี เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนโนนสุวรรณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะปลูกมันสำปะหลังเป็นอาชีพ แต่ต้องปลูกทุกปี ทั้งยังต้องเสี่ยงกับราคาขึ้น-ลงไม่แน่นอน จึงเริ่มหันมาปลูกทะเรียนจำนวน 10 ไร่ ผ่านไปประมาณ 3-4 เดือน ปีต้นทุเรียนเจริญเติบโตเร็วกว่าที่เคยศึกษาทางอินเตอร์เน็ต จึงตัดสินใจปลูกเพิ่มอีกจนครบ 20 ไร่ หรือกว่า 500 ต้น ของที่ดินที่มีอยู่

นายมงคลชัย บอกด้วยว่า ผลผลิตที่ได้รสชาติทุเรียนจะเป็นเอกลักษณ์เป็นของตัวเองคือ มีกลิ่นไม่แรง รสชาติหวานมัน เนื้อนิ่มเหมือนคัสตาร์ด นุ่มลิ้น ตอนนี้ผลผลิตออกมาประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ ทุเรียนยังไม่สุก แต่มีลูกค้ามาจองไว้หมดแล้ว

สำหรับแหล่งน้ำที่นำมารดต้นทุเรียน เป็นน้ำที่เจาะมาจากใต้ดิน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าพื้นที่ของ อ.โนนสุวรรณ จะเป็นแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติคุณภาพสูง จากผลที่มีหน่วยงานต่างๆเข้ามาสำรวจ คาดว่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทุเรียนที่นี่มีคุณภาพดี

ด้านนายสิทธิพันธ์ บุตรศรี นายอำเภอโนนสุวรรณ กล่าวว่า โดยปกติพื้นที่ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ เป็นแหล่งน้ำแร่ใต้ดิน มีแร่ธาตุสูง มีโรงงานผลิตน้ำแร่มาตั้งผลิตหลายโรง ประชาชนส่วนใหญ่ มีอาชีพทำการเกษตร ปลูกพืชหลากหลายชนิด ต่อมาได้มีเกษตรกรเริ่มนำทุเรียนมาทดลองปลูกกันเอง รายละ 1-2 ไร่ รวมแล้วประมาณ 50 ไร่ แต่กลับได้ผลผลิตดีเกินคาด รสชาติอร่อยแตกต่างจากทุเรียนที่ปลูกในแหล่งอื่น เนื่องจากเกษตรกรเอาน้ำแร่ที่ผุดออกมาจากใต้ดินมารดต้นทุเรียน ตอนนี้มีเกษตรกรปลูกแล้วกว่า 600 ไร่ ได้ผลผลิตแล้วประมาณ 50 ไร่

ถึงเวลานี้เรียกได้ว่าเป็นทุเรียนน้ำแร่แห่งแรก ผลิตออกมาไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ โดยหลังจากนี้จะมีการส่งเสริมองค์ความรู้ อบรมทักษะให้กับเกษตรกร  ตั้งแต่การปลูก การดูแลรักษา รวมถึงการตัดทุเรียนอย่างถูกต้อง

รวมถึงบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มเสน่ห์ สะดวกให้กับลูกค้าที่จะหิ้วไปเป็นของฝาก โดยหลังจากนี้อีกประมาณ 2-3 ปี ทุเรียนน้ำแร่โนนสุวรรณ น่าจะได้ผลผลิตอย่างเต็มที่ และเชื่อว่า อ.โนนสุวรรณ จะเป็นแหล่งผลิตทุเรียนคุณภาพดี เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศอย่างแน่นอน นายสิทธิพันธ์ …กล่าว

ภาพ/ข่าว ธีรยุทธ ชำนาญกอง ผู้สื่อข่าวจังหวัดบุรีรัมย์

เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ลงพื้นที่ จ.พะเยา หารือแนวทางพัฒนากิจการลูกเสือ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ลงพื้นที่ จ.พะเยา หารือแนวทางพัฒนากิจการลูกเสือ

เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ลงพื้นที่ จ.พะเยา หารือแนวทางพัฒนากิจการลูกเสือ

ดร.ธีรพงษ์ สารแสน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ลงพื้นที่ จ.พะเยา หารือแนวทางพัฒนากิจการลูกเสือ

วันนี้ (21 มิถุนายน 2563 ) ดร.ธีรพงษ์ สารแสน รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ นายวิวัฒน์ อ้นน่วม ที่ปรึกษาสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ ว่าที่ ร.ต.สมปวง วิมาโร ผอ.ส่วนอำนวยการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ และนายวานิตย์ ลืมงาม ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.กลุ่มอำนวยการศึกษาธิการภาค 10 ลงพื้นที่จังหวัดพะเยา เพื่อเยี่ยมชมกิจกรรมลูกเสือและค่ายลูกเสือจังหวัดพะเยาเพื่อหารือแนวทางการพัฒนากิจการลูกเสือ ร่วมกับผู้บริหารการศึกษา ผู้แทนกรรมการลูกเสือจังหวัด วิทยากรทางการลูกเสือและผู้เกี่ยวข้อง ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1. โดยมี ประถม เชื้อหมอ ผอ. สพป.พย.2 และนายวัชระ ศรีคำตัน ผู้ตรวจการลูกเสือ สำนักงานลูกเสือแห่งชาติ พร้อมคณะให้การต้อนรับ

ดร.ธีรพงษ์ กล่าวว่า การมาตรวจเยี่ยมกิจการลูกเสือและค่ายลุกเสือในจังหวัดพะเยาในครั้งนี้ เพื่อที่จะ ได้ร่วมหารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนากิจการลูกเสือ – ค่ายลูกเสือ ให้สามารถบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์ต่อกิจการลูกเสือในจังหวัดพะเยา ให้มีความพร้อมสำหรับในการจัดการชุมนุมลูกเสือ หารายได้เพื่อช่วยเหลือหรือนำเงินเข้ามาช่วยเหลือกิจการลูกเสือได้

ดร.ธีรพงษ์ กล่าวต่อไปว่าที่สำคัญเป็นแหล่งเรียนรู้ ตลอดจนเป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของเด็กและเยาวชน รวมทั้งประชาชนในการทำกิจกรรมต่างๆ หลังเสร็จสิ้นข้อหารือได้ไปทำพิธีสักการะบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ผู้ให้กำเนิดลูกเสือไทย ณ ค่ายลูกเสือจังหวัดพะเยา อ.แม่ใจ ก่อนที่จะเดินทางไปราชการต่อในพื้นที่จังหวัดลำปางต่อไป  

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

ใน รพ. ก็ไม่เว้น แม่นอนเฝ้าลูกสาวป่วย ถูกขโมยกระเป๋าเงินกลางดึกขณะหลับ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ใน รพ. ก็ไม่เว้น แม่นอนเฝ้าลูกสาวป่วย ถูกขโมยกระเป๋าเงินกลางดึกขณะหลับ

ใน รพ. ก็ไม่เว้น แม่นอนเฝ้าลูกสาวป่วย ถูกขโมยกระเป๋าเงินกลางดึกขณะหลับ

ใน รพ. ก็ไม่เว้น แม่นอนเฝ้าลูกสาวป่วย ถูกขโมยกระเป๋าเงินกลางดึกขณะหลับ เตือนญาติผู้ป่วย มีมิจฉาชีพแอบแฝงตัวอยู่ในโรงพยาบาล ให้ระวังทรัพย์สินถูกขโมย หลังถูกขโมยกระเป๋าพร้อมเงินหายไปกลางดึก

วันที่ 20 มิ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีผู้ใช้เฟสบุครายหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “แจ้งโปรดทราบทุกคนที่อยู่ใน ช่วยกันแชร์ไปเลย #โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ตอนนี้มีมิจฉาชีพแอบแฝงตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพราะฉะนั้นทุกคนเก็บของมีค่า ไว้ให้ดีๆ ณ วันที่18 เวลา ประมาณตี 1-3. กว่าๆกระเป๋าเงินของแม่หาย แชร์วนไป  ตึกอายุกรรมหญิง 2 ใครพบเห็นแจ้งได้ วิ่งเข้าไปเอากระเป๋าแล้วก็วิ่งขึ้นชั้น 2 ผู้ต้องสงสัย” พร้อมกันนี้ ได้โพสต์คลิปวีดีโอซึ่งคาดว่า เป็นผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ชายสวมเสื้อแขนสั้นลายขวางสีเหลืองดำ กางเกงขายาวสีดำ เดินอยู่ภายในตึกในช่วงเวลาดังกล่าว จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบนางนิด จันทา อายุ 44 ปี ที่อยู่ หมู่ 16 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2563 ที่ผ่านมาตนได้พาลูกสาวมานอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพชรบูรณ์ เบื้องต้นแพทย์ให้นอนรักษาอยู่ที่ตึกอายุรกรรมหญิง 2 ในคืนแรกที่ตนนอนเฝ้าลูกสาวนั้น ตนได้นอนกับพื้นข้างเตียงลูกสาว โดยเอากระเป๋าสะพายซึ่งใส่โทรศัพท์มือถือและกระเป๋าเงินซึ่งมีเงินอยู่ประมาณ 4 พันกว่าบาท วางไว้แนบกับตัว แต่ไม่ได้คล้องตัวไว้ และได้นอนหลับตั้งแต่เวลาประมาณเที่ยงคืน มารู้สึกตัวอีกทีตอนประมาณตี 3 ก็พบว่ากระเป๋าสะพายได้หายไปแล้ว จึงได้ปลุกลูกสาวและไปแจ้งพยาบาลที่อยู่ประจำตึกให้ช่วยกันค้นหาแต่ก็ไม่พบ กระทั่งวันรุ่งขึ้น มีคนไปพบกระเป๋าวางอยู่บนชั้น 2 ของตึกดังกล่าว แต่เงินและโทรศัพท์คนร้ายได้เอาไปทิ้งไว้แต่กระเป๋าสะพาย ตนและลูกสาวจึงไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล ก็พบชายต้องสงสัยเดินวนเวียนอยู่บริเวณตึกที่ลูกสาวนอนรักษาตัวอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว จากนั้นจึงเดินทางไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ให้มาตรวจสอบและสืบสวนหาคนร้ายเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านว่าที่ร้อยตรีหญิง รัชดาภรณ์ จันทา กล่าวว่า หลังจากแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วขณะนี้ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้ ทั้ง ๆ ที่เห็นหน้าชัดเจน ตนจึงตัดสินใจโพสต์ข้อความดังกล่าวในเฟสบุค เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในโรงพยาบาลได้ระมัดระวังตัว เพราะอาจจะไปก่อเหตุอีกก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ตนอยากจะวิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาให้ได้โดยเร็ว ไม่เช่นนั้นคนร้ายรายนี้อาจจะไปก่อเหตุกับญาติและคนไข้รายอื่นก็เป็นได้

ชัยวัฒน์ ปานนิล ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

รมช.ศึกษาฯ ลงเยี่ยมพื้นที่ เผยพร้อมผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารมีมหาวิทยาลัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รมช.ศึกษาฯ ลงเยี่ยมพื้นที่ เผยพร้อมผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารมีมหาวิทยาลัย

รมช.ศึกษาฯ ลงเยี่ยมพื้นที่ เผยพร้อมผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารมีมหาวิทยาลัย

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาและมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมุกดาหาร และพร้อมผลักดันให้จังหวัดมุกดาหารมีมหาวิทยา

วันนี้ (20 มิ.ย.63) เวลา 13.30 น. ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษาและมอบนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ณ ศาลาอเนกประสงค์ สำนักงานการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดมุกดาหาร เพื่อตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนและติดตามภารกิจของ สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. ภายใต้สถานการณ์โรคแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีการคัดกรองวัดอุณหภูมิร่างกายผู้ลงทะเบียนแขกผู้มีเกียรติ ครู และบุคลากรทางการศึกษา  ตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโควิด-19

โดยนายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร กล่าวต้อนรับ  นายธนากร ดอนเหนือ รองเลขาธิการ กศน. และนายภัทร ภัทรกุลบดินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด มุกดาหาร กล่าวรายงานๆ โดย รมช.ศร. พร้อมคณะ ได้รับชมวีดิทัศน์สรุปผลการดำเนินงานของสำนักงาน กศน.จังหวัดมุกดาหาร , วีดิทัศน์เสนอผลงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยรมช.ศร. พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ กศน. การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (Onsite-Onair-Online) การจัดการศึกษาต่อเนื่อง (การค้าออนไลน์) การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย (ห้องสมุดดิจิทัล) กิจกรรมศูนย์ฝึกมุกดาหาร หรือ ศฝช.มุกดาหาร กิจกรรมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน หรือ สช. 

นายภัทร ภัทรกุลบดินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงาน กศน.จังหวัด มุกดาหาร กล่าวว่า สำนักงาน กศน. จังหวัดมุกดาหาร มีสถานศึกษาในสังกัด จำนวน 8 แห่ง ในการดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามภารกิจงาน โดยดำเนินการภายใต้สถานการณ์โรค ระบาดโควิด-19 (COVID-19) ดังนี้ การจัดการเรียนการสอนนอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดการเรียนการสอนด้วย Google Classroom โดยจัดเป็นห้องเรียนออนไลน์  การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ภายใต้สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 มีการนำนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ Brand กศน. โดยใช้เทคโนโลยีการบริหารจัดการ การค้าออนไลน์ ผ่านทาง Facebook Group “กศน. New Normal” ช่องทางเพจ และ Facebook ทำให้ผลิตภัณฑ์ Brand กศน. ได้มีการเผยแพร่ ประชาชนสามารถจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ของตนเองได้เพิ่มขึ้น มีรายได้สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้

และการจัดการศึกษาตามอัธยาศัย ภายใต้สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 สำนักงาน กศน.จังหวัดมุกดาหาร ได้ส่งเสริมการอ่านออนไลน์ โดยการใช้ QR Code ผู้รับบริการสามารถอ่านได้ทุกที่ ทุกเวลา และห้องสมุดประชาชน ทั้ง 8 แห่ง ได้ผลักดันให้ เป็นแหล่งรวบรวมความรู้สำหรับประชาชนทุกช่วงวัย มีการเชื่อมโยงข้อมูลแหล่งเรียนรู้ระหว่างห้องสมุดประชาชนทั้ง 8 แห่ง พร้อมทั้งวางแผนดำเนินโครงการ “มุกดาหารเมืองนักอ่าน” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีการอ่านเพิ่มมากขึ้น และปรับปรุงบ้านหนังสือชุมชนให้เป็นห้องสมุดชาวบ้าน ที่อ่านหนังสือของชุมชน โดยความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ในการร่วมมือสนับสนุนทำให้ประชาชนรักการอ่านเพิ่มขึ้นจากการปรับรูปแบบการเรียนการสอนทั้ง 3 แบบ ทำให้ผู้เรียนและผู้รับบริการการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา

ดร.กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้รับการรายงานจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารแล้ว จะได้นำเรื่องความต้องการของพี่น้องชาวจังหวัดมุกดาหาร ในเรื่องความต้องการให้มีมหาวิทยาลัยเป็นของชาวมุกดาหาร ไปนำเสนอใน ครม.  ดังนั้นเพื่อให้เป็นการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ จะได้สั่งการให้ท่านผู้ว่า ฯ ได้ทำหนังสือไปยังที่กระทรวง อว. แล้วจะไปขับเคลื่อนนำมหาวิทยาลัย เพื่อคนจังหวัดมุกดาหารให้ และในขณะเดียวกันต้องเตรียมความพร้อมที่จะให้กระทรวงศึกษาธิการ เข้าไปขับเคลื่อนการศึกษา ในระดับที่ยังมีผู้ที่จบการศึกษาบางระดับยังไม่ถึง 50 %  โดย กศน. จะเข้าไปสร้างเสริมให้และเพิ่มเติมในการศึกษาพื้นฐาน ในเรื่องของการศึกษาอาชีพ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ในส่วนอื่นที่เกี่ยวกับ สพฐ. จะให้ สพฐ. ร่วมด้วยช่วยกันทำการสำรวจในมิติของการศึกษาของคนมุกดาหาร จะตั้งใจทำให้อย่างเต็มที่เพื่อชาวมุกดาหาร และได้มอบนโยบาย ว้าว “ WOW ” ด้วยกัน ซึ่งในวันนี้ถือว่าเป็นการที่รัฐมนตรีลงพื้นที่ มาฟังปัญหา มาติดตาม และรับทราบปัญหา จากตาต่อตา และใจต่อใจ และมาดูกำลังใจ สิ่งใดที่จะเป็นประโยชน์กับชาวมุกดาหาร ในเรื่องของการมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ กศน.ตำบล นี่คือระดับล่าง ที่อยู่ใกล้ชิดของพี่น้องประชาชนมากที่สุด ได้ทำงานเพิ่มศักยภาพ ดิฉันยินดีทำให้เต็มที่จนถึงระดับของจังหวัด และในทุกส่วนที่ กศน. จะมีบุคคลร่วมได้ เราจะทำเต็มที่ ดร.กนกวรรณกล่าว..

อนุศักดิ์ เสาวภา  แสนวิเศษ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดมุกดาหาร

พลังประชารัฐ เฮลั่นหลังผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนำคู่แข่ง รอ กกต.ประกาศผล. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

พลังประชารัฐ เฮลั่นหลังผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนำคู่แข่ง รอ กกต.ประกาศผล.

พลังประชารัฐ เฮลั่นหลังผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนำคู่แข่ง รอ กกต.ประกาศผล.

พลังประชารัฐ เฮลั่นหลังผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการนำคู่แข่ง รอกกต.ประกาศผล

ตลอดทั้งในวันนี้ของการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 4 ลำปาง ทั้งในเขตพื้นที่ อ.เกาะคา อ.เสริมงาม อ.สบปราบ อ.เถิน และ อ.แม่พริก ได้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิค่อนข้างอย่างคึกคัก ถึงแม้ประชาชนจะต้องปรับตัวกับการเลือกตั้งแบบ New Normal ที่เพิ่มมาตรการในการคัดกรองป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19.

ล่าสุดผลการเลือกตั้ง สส.ลำปาง เขต 4 แทนตำแหน่งที่ว่าง อย่างไม่เป็นทางการ ในวันที่ 20 มิถุนายน 2563 สรุปได้ดังนี้ หมายเลข 1 นายวัฒนา สิทธิวัง พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนน 61,980 คะแนน หมายเลข 2 ร.ต.ท. สมบูรณ์ กล้าผจญ พรรคเสรีรวมไทย ได้คะแนน 37,869 คะแนน หมายเลข 3 นายอำพล คำศรีวรรณ พรรคพลังท้องถิ่นไท ได้คะแนน 245 คะแนน หมายเลข 4 นายองอาจ สินอนันต์เศรษฐ์ พรรคไทรักธรรม ได้คะแนน 241 คะแนน หมายเลข 5 นางสาว ปทิตตา ชัยมูลชื่น พรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้คะแนน 2,177 คะแนน และซึ่งเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายวัฒนา สิทธิวัง พรรคพลังประชารัฐ ได้รับเลือกและมีคะแนนทิ้งห่างกว่า 24,111 คะแนน

อย่างไรก็ตามทางด้านร้อยเอกธรรมนัส พรมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทีม สส.พรรคพลังประชารัฐพร้อมทีมงานจึงได้ร่วมกันทำการแถลงถึงความสำเร็จในศึกเลือกตั้งในครั้งนี้ หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ.

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำปาง

“ยายแอ๊ด”ผู้ทรนงนอนซอกห้องเช่า มีคนใจบุญยื่นมือมาช่วยค่าเช่าแล้ว แต่ยังไร้หน่วยงานรัฐเหลียวแล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ยายแอ๊ด”ผู้ทรนงนอนซอกห้องเช่า มีคนใจบุญยื่นมือมาช่วยค่าเช่าแล้ว แต่ยังไร้หน่วยงานรัฐเหลียวแล

"ยายแอ๊ด"ผู้ทรนงนอนซอกห้องเช่า มีคนใจบุญยื่นมือมาช่วยค่าเช่าแล้ว แต่ยังไร้หน่วยงานรัฐเหลียวแล

“ยายแอ๊ด”ผู้ทรนงนอนซอกห้องเช่า มีคนใจบุญยื่นมือมาช่วยค่าเช่าแล้ว แต่ยังไร้หน่วยงานรัฐเหลียวแล เปรยอยากได้บัตรประชาชนเพื่อรับสวัสดิการของรัฐ

(20 มิ.ย.2563) นายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปสอบติดตามความคืบหน้าในการช่วยเหลือ นางสมปรารถนา กลั่นมาลัย หรือ “หรือยายแอ๊ด” อายุ 71 ปี ที่ขออาศัยซุกหัวนอนในซอกขนาด 1.5 x 2 เมตรหน้าห้องเช่าเลขที่  4/575 ภายในหมู่บ้านการเคหะชุมชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนพัฒนาการคูขวาง  ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช  ซึ่งในจุดดังกล่าวมีห้องเช่าอยู่ 2 ห้องเลขที่ 4/474 และ 4/475  ทั้ง 2 ห้องไม่มีคนอยู่ และเจ้าของห้องได้ล็อคกุญแจด้านหน้าอย่างแน่นหนา และจากการตรวจสอบพบว่านางสมปรารถนา หรือ “ยายแอ๊ด” ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน เนื่องจากหลบหนีออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 12 ปี ก่อนจะมาได้สามีชาวนครศรีธรรมราช และล่าสุดเช่าห้องเลขที่ 4/474 อยู่อาศัยกับสามีซึ่งมีอาชีพขายวุ้น แต่สามีล้มป่วยเป็นโรคมะเร็งตับเสียชีวิตเมื่อปี 2557 ทำให้คุณยายแอ๊ดซึ่งไม่มีลูกหลานหรือญาติ ๆเลย  และไม่สามารถหาเงินค่าเช่าห้องเดือนละ 1,500 บาทได้ จึงต้องออกจากห้องเช่าและขอทำเพิกพักอาศัยซุกหัวนอนอยู่หน้าห้องเช่าเลขที่ 4/475 ใกล้ ๆ กับห้องเลขที่ 4/474 อย่างน่าเวทนาสงสารเพราะมีสภาพยิ่งกว่าสุนัขหรือแมวเสียอีก

เมื่อไปถึงพบนางสมปรารถนา หรือ “ยายแอ๊ด” สวมเสื้อคอกระเช่าเก่า ๆ สีดำคาดชมพู นุ่งผ้าพถุงเก่า ๆ ลายใบไม้ ร่างกายรูปผอม หน้าตาซีดเซียวนั่งอยู่กับลูกแมวสีดำตัวหนึ่งบริเวณหน้าบ้านของเพื่อนบ้านที่อนุญาติให้ยายแอ๊ดมาอาบน้ำจากก๊อกน้ำหน้าบ้านและให้ยายแอ๊ดช่วยดูแลทำความสะอาดบ้านให้ในช่วงที่เจ้าของบ้านไม่อยู่บ้านเดินทางไปทำสวนปาล์มที่ ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช  ในเบื้องต้นทราบว่าตั้งแต่นายไพฑูรย์ อินทศิลา มาเยี่ยมพร้อมมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 1,000 บาท พร้อมหม้อหุงข้าวไฟฟ้า 1 ใบเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2563 ที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีหน่วยงานราชการใด ๆ เข้ามาติดต่อช่วยเหลือแม้แต่น้อย  ในขณะที่มีเพื่อนบ้านหลายคนมาเยี่ยมยายแอ๊ด  ให้ข้อมูลแม้จะเป็นข่าวทางสื่อมวลชนไปบ้างแล้วแต่ยังไม่เห็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องทุกระดับเข้ามาช่วยเหลือแต่อย่างใด คงจะเป็นเพราะเห็นว่ายายแอ๊ด ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารใด ๆ ที่ยืนยันว่ายายแอ๊ดเป็นคนไทยก็เป็นได้

นางสมปรารถนา หรือ “ยายแอ๊ด” กล่าวว่า ยังไม่มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือใด ๆ เลย  โดยสิ่งที่ตนอยากให้ช่วยเหลือมากที่สุดคือเรื่องที่อยู่อาศัยและต้องการจะอยู่ห้องเช่าห้องเดิมที่เคยอาศัยอยู่กับสามี เนื่องจากก่อนเสียชีวิตสามีบอกว่า “แม่อย่าทิ้งพ่อไปไหนนะแม้พ่อจะตายไปแล้วแต่พอจะอยู่ที่ห้องเช่าห้องเดิม” ซึ่งหากหน่วยราชการจะมารับไปอยู่บ้านผู้ยากไร้ หรือบ้านพักคนชรา ตนยอมตายไม่ไปอย่างเด็ดขาดและขออยู่ในสภาพอย่างนี้ตลอดไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ และตนยังสามารถหากินได้ เรื่องอาหารการกินไม่มีปัญหาตนไม่ยอมอดตายหรอก แต่ปัญหาคือตนไม่มีปัญญาหาเงินเช่าบ้านเดือน 1,500 เท่านั้นจึงต้องทนอยู่ในสภาพเช่นนี้

               “อีกเรื่องที่อยากให้ช่วยเหลือคือช่วยติดต่อประสานงานเกี่ยวกับการทำบัตรประจำตัวประชาชนให้ตน เพราะตนเป็นคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ พูดไทยชัดเจนและเรียนหนังสือไทยอ่านออกเขียนได้ แต่ตนหนีออกจากบ้านพ่อแม่บุญธรรมเมื่ออายุ 12 ปี มารับจ้างทำงานที่ จ.สุราษฏร์ธานี สงขลา และนครศรีธรรมราช ก่อนจะมาได้สามีชาวนครศรีธรรมราช เช่าบ้านอาศัยอยู่ด้วยกันจนสามีเสียชีวิตเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา สำหรับภูมิลำเนาเดิมของตนอยู่แถววัดรวก ใกล้อู่รถ ขสมก.ไทยประดิษฐ์ ไม่แน่ใจว่าเอกสารหลักฐานเดิมหรือสูติบัตรตนติดที่เขตบางกอกน้อยหรือเขตบางพลัด โดยพ่อแม่บุญธรรมของตนชื่อนายประยรู ,นางอนงค์ เยาวลักษณ์  ซึ่งพ่อบุญธรรมเป็นข้าราชการกรมบัญชีกลาง โดยตอนเรียนชั้นประถม ฯตนเคยแอบเปิดตู้เอกสารพบเอกสาร ระบุชื่อพ่อแม่ที่แท้จจริงของตนคือนายทวีศักดิ์ ,นางเกียว ส่วนพ่อแม่บุญธรรมส่งเสียให้ตนเรียนจนจบ ป.6 ก่อนที่ตนจะหนีออกจากบ้านไม่ติดต่อกลับไปอีกเลย ในปัจจุบันเข้าใจว่าพ่อแม่บุญธรรมอาจจะเสียชีวิตหมดแล้ว แต่พี่บุญธรรมชื่อฐานันดร์ เยาวลักษณ์ น่าจะยังมีชีวิตอยู่  หากมีหน่วยงานใด หรือใครสามารถช่วยติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าทิ่ทะเบียนราษฎร์เขตบางกอกน้อยหรือบางพลัด ขอให้ช่วยตนด้วย ตนจะได้มีหลักฐานในการขอทำบัตรประชาชน เป็นคนไทยที่สมบูรณ์เสียทีแม้จะมีชีวิตในโลกนี้ไม่กี่ปีก็ตาม  อย่างน้อยจะได้รับเบี้ยยังชีพคนชรา บัตรสวัสดิการคนจนและสิทธิในการรักษาพยาบาลได้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีข้าราชการในกรุงเทพมหานครท่านหนึ่งชื่อ “คุณสมิตรา”ได้โทรศัพท์ประสานงานมายังนายไพฑูรย์ อินทศิลา เพื่อขอรับผิดชอบจ่ายค่าเช่าบ้านให้ยายแอ๊ดเดือนละ 1,500 บาททุกเดือนจนกว่ายายแอ๊ดจะเสียชีวิต โดยนายไพฑูรย์ ได้ให้ยายแอ๊ด คุยโทรศัพท์กับ “คุณสมิตรา” ข้าราชการใจบุญ ซึ่งยายแอ๊ดยืนยันว่าหากจะเช่าบ้านก็จะขอเช่าหลังเดิมเลขที่ 4/474  หรือเลขที่ 4/475 ที่ตัวเองทำเพิกพักอยู่หน้าห้องเช่า เพราะผูกพันกับบริเวณนี้และในปัจจุบันได้เลี้ยงแมวไว้ 1 ตัวชื่อ “เจ้าสมุทร” และนกเขาชวา อีก 1 ตัวชื่อ“โต้ง”ไว้เป็นเพื่อนตายและจะพูดคุยปรับทุกข์กับแมวและนกเขาชวาเป็นประจำ ซึ่งการที่คุณสุมิตรา แสดงความประสงค์ช่วยเหลือจ่ายค่าเช่าบ้านให้ทุกเดือน ๆละ 1,500 บาท ตนขอขอบพระคุณเป็นอย่างมาก ขอให้คุณสุมิตรา มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

               นายไพฑูรย์ อินทศิลา จึงนำยายแอ๊ด เดินทางไปหาเจ้าของห้องเช่าเลขที่ 4/474  มีบ้านอยู่ด้านติดถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยทราบว่าแท้จริงห้องเช่าห้องดังกล่าวเป็นของน้องชายซึ่งอยู่ต่างจังหวัด จึงได้โทรประสานงานขอเช่าห้อง ๆ เดิมให้ยายแอ๊ดอยู่อาศัย แต่เจ้าของห้องเช้าไม่ยอมให้เช่าโดยบอกว่ากำลังจะขายห้องดังกล่าวแล้วจึงไม่ให้ใครเช่าอีกแล้ว สร้างความผิดหวังให้กับยายแอ๊ดเป็นอย่างมาก ในที่สุดยายแอ๊ด ได้ขอเปลี่ยนมาเช่าห้องเลขที่ 4/475 ซึ่งอยู่ติดกันและยายแอ๊ดทำเพิกพักอยู่ในซอกหน้าบ้านอยู่แล้ว แต่ปรากฏว่าเจ้าของห้องจะให้เช่าเดือนละ 2,000 บาท ประกอบกับเจ้าของห้องเช่าล้มป่วยนอนพักรักษาตัวที่ รพ.มหาราช จึงยังไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ ซึ่งจะได้ติดต่อประสานงานอีกครั้งหนึ่ง  ผู้ที่ต้องการช่วยเหลือนางสมปรารถนา หรือ “ยายแอ๊ด” สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลและช่วยเหลือได้ที่ นายไพฑูรย์ อินทศิลา ประธานศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร/ไลน์ 081-6761299.

ภาพ/คลิป  ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช

ยุทธนะ  เตมะศิริ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.นครศรีธรรมราช

อสม.จ.ตากเจ๋ง ลุยค้นหากลุ่มเสี่ยงโควิด-19 กว่า 1.5 แสนหลังคาเรือน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

อสม.จ.ตากเจ๋ง ลุยค้นหากลุ่มเสี่ยงโควิด-19 กว่า 1.5 แสนหลังคาเรือน

อสม.จ.ตากเจ๋ง ลุยค้นหากลุ่มเสี่ยงโควิด-19 กว่า 1.5 แสนหลังคาเรือน

นักรบด่านหน้าเจ๋ง อสม.จ.ตากลุยค้นหากลุ่มเสี่ยงโควิด-19 กว่า 1.5 แสนหลังคาเรือน พิกัด เขตชายแดนไทย-เมียนมา “สาธิต” รมช.สธ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมพร้อมชื่นชม

วันที่ 20 มิถุนายน 2563 ที่ จ.ตาก ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายธนิตพล ไชยนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขและคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม)ด่านหน้าเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคโควิด 19 ในพื้นที่เขตชายแดนไทย-เมียนมา พร้อมมอบเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ป้องกันโรค

ดร.สาธิต กล่าวว่า งานเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคโควิด 19 ของประเทศไทยได้ผลดี มาจากความร่วมมือร่วมใจทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ฝ่ายความมั่นคง ต่างประเทศ ท้องถิ่น ประชาชน และฝ่ายสนับสนุนที่สำคัญคือ อสม. กว่า 1ล้านคน ที่เสียสละเป็นด่านหน้าทำงานเชิงรุกเคาะประตูบ้านครัวเรือนที่รับผิดชอบ แจ้งข่าวและให้ความรู้ คัดกรองกลุ่มเสี่ยง และส่งต่อเข้ารักษา จนผลงานเป็นที่ประจักษ์ระดับโลก ได้รับคำชื่นชมจากองค์การอนามัยโลกว่าปัจจัยสำคัญที่ต่อสู้โควิด 19 สำเร็จ ปัจจัยหนึ่งคือ อสม.

สำหรับจังหวัดตาก เป็นพื้นที่ที่มีความจำเพาะทั้งสภาพภูมิประเทศ เป็นพื้นที่สูงและความยากลำบากในการเข้าถึงบริการของประชาชน แต่ด้วยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและ อสม. ทำให้การคัดกรองโรคมีประสิทธิภาพ ไม่พบการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 แม้จะมีความเสี่ยงสูงจากการเข้าออกของประชาชนประเทศเพื่อนบ้าน /นักท่องเที่ยว โดยมีด่านคัดกรองหลัก 4 จุดคือด่านตรวจวังเจ้า แม่สลิด วังประจบ ห้วยหินฝน ตั้งแต่ 26 มีนาคม –17 มิถุนายน 2563 คัดกรองผู้เดินทาง 419,931 คน และด่านพรมแดนไทย – เมียนมา คัดกรองรวม 299 คนรับตัวไว้ที่ Local Quarantine ทั้งหมด

ปัจจุบันพบผู้ติดเชื้อโควิด19 สะสม 3 ราย รักษาหายทั้งหมด มีผู้เข้าเกณฑ์สอบสวน (PUI)132 ราย ตรวจไม่พบเชื้อ มีผู้สัมผัสใกล้ชิด (Contact case) 45 รายติดตามครบกำหนด 14 วันทุกราย และมีผู้ที่มีความเสี่ยงกักกันอยู่ที่บ้านและต้องถูกติดตาม โดยอสม.และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข 19,118 ราย นอกจากนี้ อสม.ได้ออกเคาะประตูบ้านเพื่อให้ความรู้และค้นหากลุ่มเสี่ยงอีก 151,501 หลังคาเรือน

“ขอบคุณ อสม.ทั่วประเทศ ค่าตอบแทนและสวัสดิการที่จะเพิ่มเติมตามมา เป็นผลจากการทำงานหนักเป็นที่ประจักษ์ระดับโลก ขอให้เดินหน้าต่อสู้กับโรคโควิด 19 ให้สำเร็จ ให้ตัวเลขผู้ป่วยเป็นศูนย์ สร้างความเชื่อมั่นทางสาธารณสุข ช่วยสร้างโอกาสด้านเศรษฐกิจและสังคม จากการค้า การลงทุน การท่องเที่ยวต่อไป” ดร.สาธิต กล่าว

อสม.จ.ตากเจ๋ง ลุยค้นหากลุ่มเสี่ยงโควิด-19 กว่า 1.5 แสนหลังคาเรือน
อสม.จ.ตากเจ๋ง ลุยค้นหากลุ่มเสี่ยงโควิด-19 กว่า 1.5 แสนหลังคาเรือน

บรรยากาศนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 4 ลำปาง คึกคักปชช.เข้าร่วมสังเกตุการณ์อย่างคับคั่ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บรรยากาศนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 4 ลำปาง คึกคักปชช.เข้าร่วมสังเกตุการณ์อย่างคับคั่ง

บรรยากาศนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 4 ลำปาง คึกคักปชช.เข้าร่วมสังเกตุการณ์อย่างคับคั่ง

บรรยากาศการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งซ่อม สส.เขต 4 ลำปาง คึกคักประชาชนสนใจเข้าร่วมสังเกตุการณ์อย่างคับคั่ง

เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.2563 เวลา17.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 386 หน่วย ในพื้นที่เขต 4 ทั้ง 5 อำเภอ ประกอบด้วย เกาะคา เสริมงาม สบปราบ เถิน และแม่พริก ได้ทยอยปิดหีบเลือกตั้งตามเวลาที่กำหนด และจัดเตรียมอุปกรณ์ในการนับคะแนน ซึ่งจะนับที่หน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วย จากนั้นจะนำส่งเทศบาล อบต.ในพื้นที่ ส่งต่อให้ที่ว่าการอำเภอนั้นๆ เพื่อรวบรวมส่งต่อมายังศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง เขต 4 ณ ที่ว่าการอำเภอสบปราบ ประกาศผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เขต 4 ทั้ง 5 อำเภอ

สำหรับในบรรยากาศของการนับคะแนน มีผู้มาสังเกตการณ์ไม่มากนัก โดยเจ้าหน้าที่ได้นับคะแนนต่อเนื่อง ซึ่งคะแนนของนายวัฒนา สิทธิวัง เบอร์ 1 จากพรรคพลังประชารัฐ และ ร.ต.ท.สมบูรณ์ กล้าผจญ เบอร์ 2 จากพรรคเสรีรวมไทย ค่อนข้างสูสีกันมาก นอกจากนั้นจะมีคะแนนของ น.ส.ปทิตตา ชัยมูลชื่น เบอร์ 5 พรรคเศรษฐกิจใหม่ มาแบบประปราย ซึ่งการนับคะแนนเสร็จสิ้นภายใน 1 ชั่วโมง คาดว่าจะทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการไม่เกิน 20.00 น.

ทั้งนี้ หากทราบคะแนนแล้ว 90 เปอร์เซ็น ทางพรรคพลังประชารัฐ นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ได้เตรียมแถลงข่าวผลการเลือกตั้ง ณ ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งของพรรค อ.เกาะคา จ.ลำปาง ในเวลา 19.00 น.

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดลำปาง