กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ พลิกวิกฤตโควิดเป็นโอกาส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ พลิกวิกฤตโควิดเป็นโอกาส

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ พลิกวิกฤตโควิดเป็นโอกาส

กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ (KRUNGSRI EXCLUSIVE) พลิกวิกฤตโควิดเป็นโอกาส

ในช่วงวิกฤตโควิด-19 แบบนี้หลายฝ่ายคงได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย แต่ผู้บริหารคนเก่งแห่งกรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟอย่าง กนกวรรณ ศุภนันตฤกษ์ ก็สามารถรับมือได้อย่างดี แถมยังเดินหน้าดูแลลูกค้าคนสำคัญอย่าง ไม่ขาดสายในช่วงที่ผ่านมา

โดยจัดกิจกรรมสัมมนาออนไลน์ทางด้านเศรษฐกิจและการเงิน พร้อมขนทัพผู้เชี่ยวชาญชื่อดังระดับแถวหน้ามาให้บริการข้อมูลกับลูกค้าผ่านทางหน้าจอ

อีกทั้งยังใส่ใจจัดส่งเซทของว่างไปให้ทานกันถึงบ้านอีกด้วย แหม! บอกเลยว่างานนี้ยิ้มแก้มปริทั้งคนให้และคนรับเลยจ้า…

สธ.ปรับระบบบริการผู้ป่วยนอกวิถีใหม่ ปลอดภัยทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สธ.ปรับระบบบริการผู้ป่วยนอกวิถีใหม่ ปลอดภัยทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ

สธ.ปรับระบบบริการผู้ป่วยนอกวิถีใหม่ ปลอดภัยทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ

สธ.ปรับระบบบริการผู้ป่วยนอกวิถีใหม่ เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ลดแออัด คัดกรองผ่านแอปพลิเคชันก่อนมาโรงพยาบาล แยกโซนบริการตามความเสี่ยง

วันที่ 18 มิถุนายน 2563 ที่ศูนย์ปฏิบัติการด้านข่าวโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช  รองอธิบดีกรมการแพทย์ แถลงข่าว New normal OPD กรมการแพทย์ ว่า ในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ทำให้มีความจำเป็นต้องมีการปรับระบบบริการทางการแพทย์วิถีใหม่ โดยเฉพาะแผนกผู้ป่วยนอก (OPD) ที่มีผู้ป่วยมาใช้บริการมากที่สุด กระทรวงสาธารณสุข (สธ.)

อ่านข่าว :  ด่วน ไทยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 6 ราย

โดยกรมการแพทย์ร่วมกับภาคีเครือข่าย จึงได้พัฒนาระบบบริการผู้ป่วยนอกวิถีใหม่ เพื่อความปลอดภัยของผู้มารับบริการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน ลดความแออัด ลดระยะเวลารอคอย และลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเสมอภาค ได้รับบริการที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับภาวะความเจ็บป่วยที่แตกต่างกันในแต่ละราย

ในส่วนความปลอดภัยลดโอกาสติดเชื้อของผู้มารับบริการและบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน จะมีการคัดกรองผู้ป่วยก่อนมาโรงพยาบาลผ่านแอปพลิเคชัน มีจุดคัดกรองที่โรงพยาบาล และจัดจุดบริการผู้ป่วยที่อาจติดเชื้อแยกจากผู้ป่วยอื่น เมื่อไปพบแพทย์ที่ห้องตรวจ

จัดสถานที่/ที่นั่งให้มีการเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร มีจุดล้างมือ/ แอลกอฮอล์เจล ผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ต้องสวมหน้ากากอนามัย/หน้ากากผ้าตลอดเวลา ทำความสะอาดจุดเสี่ยงสัมผัสต่างๆ เช่น

ลูกบิดประตู ราวจับ เก้าอี้พักคอย ปุ่มลิฟต์ เครื่องวัดความดันโลหิตด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ฉากพลาสติก ฉากอะคริลิคป้องกันขณะให้บริการ ปรับโครงสร้างและระบบไหลเวียนอากาศให้ถ่ายเทตามมาตรฐานการควบคุมโรค แยกโซนบริการตามความเสี่ยงของผู้ป่วย และใช้ระบบลดการสัมผัสต่างๆ เช่น ประตูอัตโนมัติ การจ่ายเงินผ่าน QR code เป็นต้น

สำหรับการลดความแออัดและลดระยะเวลาการรอคอย โดยจำกัดจำนวนญาติ ไม่ควรเกิน 2 คน (หากไม่จำเป็น) การลงทะเบียน/ตรวจสอบสิทธิ์/นัดเวลาตรวจ online ก่อนมาโรงพยาบาล หรือผ่าน kiosk เมื่อมาถึงโรงพยาบาลแล้ว

มีระบบตรวจรักษาทางไกลสำหรับผู้ป่วยเก่าควบคุมโรคได้ดี การรับยาผ่านช่องทางด่วนในกรณีนัดที่ไม่ต้องพบแพทย์ การรับยาร้านยาใกล้บ้าน การส่งยาทางไปรษณีย์ การรับยาแบบ drive thru หรือ อสม.ส่งยาถึงบ้าน ขึ้นกับความพร้อมของแต่ละหน่วยบริการ

ขณะนี้ ดำเนินการแล้วในโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ และในโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนหลายแห่ง ซึ่งจะมีผลในการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพิ่มความสะดวกรวดเร็วแก่ผู้มารับบริการ

นายแพทย์สกานต์ บุนนาคผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กล่าวว่า สำหรับการแยกโซนบริการตามความเสี่ยง จะแบ่งเป็นคลินิกทั่วไปที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อต่ำ(สีเขียว) เช่น คลินิกโรคเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูงคลินิกที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อสูง(สีแดง) เช่น คลินิกโรคทางเดินหายใจ และคลินิกผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย(สีเหลือง) เช่น คลินิกโรคมะเร็ง คลินิกปลูกถ่ายอวัยวะ หรือผู้ป่วยรับยากดภูมิคุ้มกัน ทุกโซนจัดการตามมาตรฐานการควบคุมโรค และจัดบริการที่แตกต่างกันตามสภาวะของผู้ป่วย

สธ.ปรับระบบบริการผู้ป่วยนอกวิถีใหม่ ปลอดภัยทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ
สธ.ปรับระบบบริการผู้ป่วยนอกวิถีใหม่ ปลอดภัยทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ
สธ.ปรับระบบบริการผู้ป่วยนอกวิถีใหม่ ปลอดภัยทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ
สธ.ปรับระบบบริการผู้ป่วยนอกวิถีใหม่ ปลอดภัยทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ

ชาวบ้านโวยซื้อบ้านจัดสรรราคาเป็นล้านอยู่ได้ไม่กี่ปี”บ้านทรุดร้าว”ถามความรับผิดชอบ ให้ฟ้องศาลเอา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านโวยซื้อบ้านจัดสรรราคาเป็นล้านอยู่ได้ไม่กี่ปี”บ้านทรุดร้าว”ถามความรับผิดชอบ ให้ฟ้องศาลเอา

ชาวบ้านโวยซื้อบ้านจัดสรรราคาเป็นล้านอยู่ได้ไม่กี่ปี"บ้านทรุดร้าว"ถามความรับผิดชอบ ให้ฟ้องศาลเอา

ชาวบ้านโวยซื้อบ้านจัดสรรราคาเป็นล้านอยู่ได้ไม่กี่ปี”บ้านทรุดร้าว”ถามความรับผิดชอบ ให้ฟ้องศาลเอา ชาวบ้านสุดทนร้องสื่อช่วย

วันที่ 17 มิ.ย.2563 ผู้สื่อข่าวได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านในโครงการหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลอุทัย หมู่ 12 อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา  ว่าซื้อบ้านได้ไม่กี่ปี ตัวบ้านทรุดทำให้เกิดรอยแตกร้าวทั้งหลัง  แจ้งให้โครงการมาซ่อมแซมก็ไม่หาย แต่มีรอยร้าวเพิ่มเติมอีกมากกว่า 30 หลังคาเรือน ขอดูแบบแปลนว่าโครงสร้างได้มาตรฐาน หรือเปล่า ก็ไม่มีให้   อ้างว่าเลยกำหนดรับประกันระยะเวลา 5 ปี ทั้งที่ยังไม่ถึง เคยร้อง สคบ.แต่ยังไม่คืบ ล่าสุดเทศบาลนัดไกล่เกลี่ย ไล่ไปฟ้องศาล ชาวบ้านสุดช้ำทำงานหาเช้ากินค่ำ ซื้อบ้านราคาเป็นล้านต้องมานั่งผ่อนเสียดอกเบี้ยยังไม่พอ   ยังต้องหาเงินมาซ่อมบ้านเอง  แถมต้องจ้างทนายฟ้องศาลอีก

สอบถามน.ส.ยุพิน นิลพฤกษ์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 /153   หมู่ 12 ต.อุทัย  อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้ซื้อบ้านหลังนี้ไว้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2557  ในราคา 9  แสนกว่าบาท  ผ่อนชำระ เดือนละ 8,100 บาท ระยะเวลา 25 ปี รวมต้นและดอก เกือบๆสองล้านบาท เข้าอยู่ได้ประมาณ 2 ปี บ้านเกิดทรุดร้าวแจ้งโครงการให้ทราบโครงการก็มาตอกเสาเข็มให้ใหม่ แต่พออยู่ไปสักพัก ก็เกิดรอยร้าวขึ้นอีกจนฝาผนังตัวบ้าน แตกแยกออกจากันจนมองทะลุเห็นด้านนอก แจ้งโครงการให้มาซ่อมให้ก็เงียบเฉยไม่มาซ่อมให้  จึงเอาเทปกาวไปแปะปิดรอยแตกร้าวเอาไว้เพื่อไม่ให้ยุ่งบินเข้ามาในบ้านได้ เมื่อสอบถามเพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ก็บอกว่าเจอปัญหาเดียวกัน   จึงได้ปรึกษากับนางสาวชลิตา  คงสุข  ประธานกรรมการนิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร รวมตัวกันร้องสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2562  

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2563  มีหนังสือจากเทศบาลตำบลอุทัย ตามคำสั่งของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ระหว่างชาวบ้าน 34 คน กับ ตัวแทนโครงการหมู่บ้านจัดสรร โดยแต่งตั้งให้ คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)ประจำเทศบาลตำบลอุทัย มีอำนาจหน้าที่ในการไกล่เกลี่ย ในวันที่ 16 มิถุนายน 2563 เวลา 10.00 น. ณ อาคารหลังโดมเอนกประสงค์ สำนักงานเทศบาลตำบลอุทัย  ซึ่งทางโครงการหมู่บ้านจัดสรร ได้ส่งนายเอกนรินทร์  หนูมี ทนายความ และเจ้าหน้าที่โครงการหมู่บ้านจัดสรร เป็นตัวแทน ซึ่งการเจรจาทางชาวบ้านบอกว่า ต้องการให้เจ้าของโครงการออกมารับผิดชอบ โดยอ้างว่ารูปแบบ ระบบการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน ไม่ทราบว่าทางเทศบาลได้มีการตรวจสอบหรือไม่   เพราะชาวบ้านขอดูแบบการก่อสร้างก็ไม่มีให้ชาวบ้านดู อ้างว่าได้ทำลายไปแล้ว เพราะหมดอายุการเก็บรักษา  ชาวบ้านกว่า 30 หลัง ถามว่าบ้านที่ทรุดร้าว  ต้องรอให้มันพังทลายลงมาก่อนใช่ไหม   ทางตัวแทนโครงการหมู่บ้านจัดสรร ได้บอกแต่เพียงว่าให้ดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย หากศาลว่าอย่างไร ทางโครงการก็ยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ แล้วชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ จะหาเงินที่ไหนไปสู้คดี เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม

ด้านนายปฏิพัทธ์ ราชเจริญ  อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43/135 หมู่ 12 ต.อุทัย  อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า บ้านตนก็มีปัญหาแบบเดียวกัน  ซึ่งตนซื้อบ้านมาปีแรกก็ทรุดร้าวแล้ว แรกๆโครงการก็มาซ่อมแซมให้  หลังๆมาแตกร้าวทั้งหลัง แจ้งโครงการแล้วยังเงียบเฉย  คิดว่าเป็นที่ระบบการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้บ้านทรุด แตกร้าวเสียหายได้มากขนาดนี้ และไม่ได้เป็นแค่บ้านเดียว  แต่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่า 30 หลัง จึงอยากขอความเห็นใจจากเจ้าของโครงการให้เห็นใจชาวบ้านตาดำๆที่หาเช้ากินค่ำ หวังมีบ้านไว้อยู่ในยามแก่เฒ่า ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใช้แรงงานที่ทำงานในโรงงาน แค่ผ่อนก็จะแย่อยู่แล้ว ยังต้องมาซ่อมแซมบ้านทรุดร้าวอีก คงแย่แน่

เกียรติยศ  ศรีสกุล  ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

“บิ๊กป้อม”ขึ้นเหนือลงพื้นที่ลำปาง ติดตามสถานการณ์แก้ปัญหาภัยแล้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“บิ๊กป้อม”ขึ้นเหนือลงพื้นที่ลำปาง ติดตามสถานการณ์แก้ปัญหาภัยแล้ง

"บิ๊กป้อม"ขึ้นเหนือลงพื้นที่ลำปาง ติดตามสถานการณ์แก้ปัญหาภัยแล้ง

“บิ๊กป้อม”ขึ้นเหนือลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ยกลำปาง ต้นแบบแก้ปัญหาภัยแล้ง ติดตามการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ .

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2563 เวลา 08.30 น. โดยพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่จังหวัดลำปาง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำและการแก้ไขปัญหาภัยแล้งตามมาตรการของกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ณ ห้องประชุมอาลัมภางค์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดลำปาง โดยมีนายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวต้อนรับและรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ และการให้ความช่วยเหลือภัยแล้ง ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) บรรยายสรุปการดำเนินการตามมาตรการโครงการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของ กอนช.

จากนั้นรองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะ เดินทางต่อไปยังโรงเรียนสบปราบพิทยาคม อ.สบปราบ จ.ลำปาง เพื่อเร่งรัดและติดตามการบริหารจัดการน้ำและการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการแก้ปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ โดยมีผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ จากอำเภอสบปราบ เถิน แม่พริก มาให้การต้อนรับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมารัฐบาลมอบหมายให้ กอนช. กำหนดมาตรการและพื้นที่เป้าหมายในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้มากที่สุด ซึ่งจังหวัดลำปางเป็นเป็นหนึ่งในแผนเฝ้าระวังการขาดแคลนน้ำด้วย ทั้งนี้ จากข้อมูลของ กอนช.พบว่า จ.ลำปางอยู่ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ และมีไม้ผลยืนต้นที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงกว่า 19,000 ไร่ แต่ด้วยความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำทำให้ปัจจุบันไม่มีพื้นที่ประกาศภัยแล้งเลย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเตรียมความพร้อมรับมือล่วงหน้าที่รัฐบาล โดยได้จัดสรรงบกลางแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เฝ้าระวังขาดแคลนน้ำทั่วประเทศ ซึ่ง จ.ลำปางได้รับการสนับสนุนจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติมได้แก่ การขุดเจาะบ่อบาดาลซ่อมแซมระบบประปา วางท่อน้ำดิบ จัดหาแหล่งน้ำผิวดิน รวม 76 แห่ง ขณะที่เดียวกัน กอนช.ได้เร่งเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเข้าฤดูฝน โดยได้รับงบกลางเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในจังหวัดลำปาง 133 แห่ง เช่น การขุดลอกแม่น้ำวัง การทำเขื่อนป้องกันตลิ่งที่อำเภอเถิน และได้รับงบประมาณด้านน้ำในปี 2563 อีก 52 แห่ง วงเงินกว่า 726 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อม ของหน่วยงานต่างๆ อีกกว่า 20 โครงการ ที่ต้องเร่งขับเคลื่อนให้สามารถแก้ปัญหาเรื่องน้ำโดยเร็ว.

ทั้งนี้พลเอกประวิตร กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า แม้ว่าพื้นที่จังหวัดลำปางจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งมากนักก็ตาม แต่รัฐบาลภายใต้การดำเนินงานของ กอนช.ยังคงมีมาตรการที่ยังต้องเดินหน้าต่อ และได้หมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบริหารจัดการน้ำให้สามารถดูแลประชาชนในทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง ดังนี้ 1. มอบการประปาส่วนภูมิภาคและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เร่งขยายเขตการจ่ายน้ำพร้อมจัดทำแหล่งน้ำสำรอง เพื่ออุปโภคบริโภคให้ทั่วถึงชุมชน พื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจ พร้อมควบคุมคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยกับประชาชนด้วย 2. มอบกรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำและจัดสรรน้ำให้ครอบคลุมถึงเขตลุ่มน้ำวังตอนล่าง เพื่อสนับสนุนความต้องการใช้น้ำทั้งการอุปโภค-บริโภค การเกษตร การรักษาระบบนิเวศ และกิจกรรมอื่น ๆ 3. มอบกรมป่าไม้และกรมอุทยานฯ ดูแลเรื่องไฟป่า ทำฝายต้นน้ำ รวมทั้งการปลูกป่า ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาเป็นแหล่งต้นน้ำโดยเร็ว 4. มอบหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งขับเคลื่อนโครงการสำคัญและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในจังหวัดลำปางกว่า 20 แห่ง เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบรรลุเป้าหมายตามแผนแม่บทน้ำ 20 ปี ซึ่งรัฐบาลขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และขอให้คำมั่นแก่ประชาชนว่าเราจะเดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตให้อย่างดีที่สุด และหากท่านมีความต้องการ หรือเดือดร้อน เรามีกลไกการทำงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำและอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด ที่จะสะท้อนปัญหาและนำมาช่วยกันคิด ช่วยกันแก้ไขร่วมกัน เชื่อมั่นว่าปัญหาเรื่องน้ำจะหมดไปอย่างแน่นอน.

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำปาง

ขอขอบคุณภาพข่าว.สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลำปาง

นทท.เริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจ.หนองคายหลังผ่อนคลายระยะ4 แต่ยังคงคัดกรองเข้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นทท.เริ่มเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวจ.หนองคายหลังผ่อนคลายระยะ4 แต่ยังคงคัดกรองเข้ม

18 มิถุนายน 2563 – 11:38 น.

หนองคาย บรรยากาศท่องเที่ยว นทท.เริ่มทยอยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหลังผ่อนคลายระยะ4 แต่ยังเข้มตาม มาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่วนโรงแรมพร้อมรับการกลับมาของ นทท.

บรรยากาศแหล่งท่องเที่ยว ที่บริเวณจุดชมวิวสกายวอล์ก วัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย ซึ่งเป็นจุดชมวิวพื้นกระจกใสสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามของแม่น้ำโขง และฝั่ง สปป.ลาว   หลังจากมีการผ่อนคลาย ระยะ 4 ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด  เดินทางมาทำบุญและท่องเที่ยวชมวิวสัมผัสกับธรรมชาติ หลังจาก มาตรการให้กักตัวอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ  และรัฐบาลได้มีการผ่อนคลายระยะ4 เพื่อให้ประชาชนออกจากบ้านได้  ต่างพากันเดินทางมาท่องเที่ยว แต่ก็ได้มีการป้องกันตัวเองตามมาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่วนใหญ่มากันแบบครอบครัว

           ถ้ำเพียงดิน ก็เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดหนองคาย ที่เปิดให้นักท่องเที่ยว ไปทำบุญและเข้าไปชมภายในถ้ำ แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก ด้านวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง ได้เตรียมความพร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกด้าน มีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เนื่องจากจะมีชาวหนองคายและนักท่องเที่ยวมาทำบุญและกราบนมัสการขอพรหลวงพ่อพระใสอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวขอพรให้โรคโควิด-19 ให้หายและหมดไปจากประเทศไทย จะได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติ

ในส่วนของโรงแรม  หลังจากที่ผู้กักตัวได้ออกไปเป็นรอบสุดท้าย ทางโรงแรมก็ได้ทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื่อ  เพื่อรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยว โดยเน้นความปลอดภัยของทุกคนตามมาตรการการป้องกันการแพร่ของไวรัสโควิด-19  โดยได้จัดจุดคัดกรองเอาไว้ที่บริเวณด้านหน้าของโรงแรม จุดล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ วัดอุณหภูมิ เช็คอิน และสแกนแอปไทยชนะก่อนเข้าพักในโรงแรม ซึ่งนักท่องเที่ยวได้มีการจองที่พักไว้ล่วงหน้าเพื่อรอมาตรการผ่อนคลายในระยะ 5 อีกรอบ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากเงียบหายไปนาน

ภาพ/ข่าว  พันธลภ  แสงทอง ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.หนองคาย

https://embed.komchadluek.net/api/embeded/434269/34691

สวนสัตว์เชียงใหม่เข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 3 หมื่นแต่รับได้วันละ 2 พันคน คัดกรองเข้ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สวนสัตว์เชียงใหม่เข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 3 หมื่นแต่รับได้วันละ 2 พันคน คัดกรองเข้ม

สวนสัตว์เชียงใหม่เข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 3 หมื่นแต่รับได้วันละ 2 พันคน คัดกรองเข้ม

สวนสัตว์เชียงใหม่เข้าชมฟรี ยอดจองทะลุ 3 หมื่นคน แต่รับได้วันละ 2 พันคน คัดกรองเข้มข้น ควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 Zoo New Normal

วันที่ 18 มิถุนายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไปในวันนี้ บริเวณหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่มีเจ้าหน้าที่คัดกรองนักท่องเที่ยว ที่หลั่งไหลเข้ามาชมกันเป็นจำนวนมาก ภายหลังจากที่องค์การสวนสัตว์ได้ประกาศปิดสวนสัตว์ในสังกัดทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลาเกือบ 3 เดือน ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แถลงข่าว การเปิดสวนสัตว์ให้ประชาชนเข้าชมฟรี ทั่วประเทศทั้ง 6 แห่ง คือ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี, สวนสัตว์เชียงใหม่ ,สวนสัตว์นครราชสีมา ,สวนสัตว์สงขลา ,สวนสัตว์ขอนแก่น และ สวนสัตว์อุบลราชธานี โดยกำหนดเปิดตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน ถึง 30 มิถุนายน 2563 เพื่อเป็นการคืนความสุข ให้แก่ประชาชนโดยทาง นายสุริยา แสงพงค์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ได้มอบหมายให้สวนสัตว์ ทั้ง 6 แห่ง ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตลอดจนถึงการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด และเข้มงวด

นายวุฒิชัย ม่วงมัน ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ กล่าวว่า วันนี้ (วันที่ 18 มิถุนายน 2563) สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวจองตั๋วฟรีล่วงหน้าผ่าน http://www.chiangmaizoo.com และ Application “Eventpop” ซึ่งบรรยากาศเช้านี้ได้มีนักท่องเที่ยวมาลงทะเบียนกันอย่างคึกคัก ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายมาตลอดทั้งวันหลังจากนั้นได้มีการเปิดการเข้าชมสวนสัตว์วิถีใหม่ หรือ Zoo New Normal ในส่วนของมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สวนสัตว์เชียงใหม่ปฏิบัติอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ด้านหน้าประตูทางเข้าสวนสัตว์เชียงใหม่ผ่านจุดคัดกรอง การลงทะเบียนเข้า-ออกผ่านแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” รวมทั้งมาตรการในการเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อลดอัตราความเสี่ยงในการสัมผัสโรค เช่นบริเวณการจำหน่ายบัตรเข้าชมสวนสัตว์ การนั่งรถบริการ การชมสัตว์บริเวณด้านหน้าส่วนจัดแสดงสัตว์ตามจุดต่างๆ ภายในสวนสัตว์ตลอดจนถึงการทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และเจลแอลกอฮอล์ในบริเวณที่นักท่องเที่ยงใช้บริการ เช่น ห้องน้ำ เป็นต้น

สำหรับยอดจองการเข้าชมล่วงหน้าของสวนสัตว์เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15-30 มิถุนายน 2563 นั้น ณ วันนี้ มียอดจองถึง 3 หมื่นคน ทะยอยเข้าชมกันแล้วทั้งนี้สวนสัตว์เชียงใหม่ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่สวนสัตว์เชียงใหม่ ในฐานะสวนสัตว์แห่งความสุขของคนเชียงใหม่ และนักท่องเที่ยวทั่วโลกผู้มาเยือน Chinagmai zoo: Zoo of Happiness สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 053-221179 ต่อ 215 หรือ http://www.chiangmaizoo.com ได้ทุกวันในเวลาราชการ.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน. และคณะฯ ตรวจติดตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน. และคณะฯ ตรวจติดตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง

17 มิถุนายน 2563 – 21:40 น.

รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน. และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง พร้อมมอบข้าวสาร แอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย ให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19      

วันนี้ (17 มิ.ย.63) ที่ศูนย์การเรียนรู้เกษตรอินทรีย์บ้านกระถิน ตำบลสิบเอ็ดศอก อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พล.ต.วรวุฒิ แสงทอง รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน. พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามการปฏิบัติงานโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง และชุดชุมชนสัมพันธ์ (ขุนด่าน) โดยมี พ.อ.เฉลิม เนียมช่วย รองผอ.กอ.รมน.จ.ฉะเชิงเทรา บรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าว 

จากนั้นคณะตรวจติดตามฯเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์บ้านกระถินโดยมีนางชลิตา ไทยแก่น ประธานสมาพันธ์เกษตรอินทรีย์จังหวัดฉะเชิงเทรา บรรยายถึงที่มา และอธิบายการปฏิบัติงานของแต่ละฐานเรียนรู้ ซึ่งในแต่ะละฐานประชาชนจะได้รับความรู้ สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิต และส่งเสริมอาชีพของตนเองได้ และในโอกาสเดียวกันนี้ รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน.และคณะฯ ได้ร่วมกันปล่อยปลาน้ำจืด ลงสู่ลำน้ำ และพบปะผู้เข้ารับการอบรม พร้อมมอบข้าวสาร อาหารแห้ง แอลกอฮอล์ และหน้ากากอนามัย ให้แก่ผู้เข้าอบรมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงโควิด-19

พล.ต.วรวุฒิ แสงทอง รองผู้อำนวยการศูนย์การปฏิบัติที่ 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(รอง ผอ.ศปป.1 กอ.รมน.) กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการสานไทยใจหนึ่งเดียว สร้างความสามัคคี ปรองดอง และชุดชุมชนสัมพันธ์ (ขุนด่าน) ที่ทาง กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ส่งเสริมการเรียนรู้วิธีการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ความปรองดองสมานฉันท์ และให้เกิดความร่วมมือในการขับเคลื่อนแนวทางการรักษาความมั่นคง ผ่านกิจกรรมของศูนย์เรียนรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ประจำตำบล และให้ขยายผลออกไปในวงกว้าง พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาอาชีพให้เหมาะสมกับสภาพแต่ละพื้นที่ โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง อันจะส่งผลให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขอย่างยั่งยืน

สราวุฒิ บุญสร้าง ผู้สื่อข่าวภูมิภาคฉะเชิงเทรา 

แม่สะเรียงเข้มป้องกันไข้เลือดออก หลังมีผู้ป่วยมากสุดในจังหวัด ขณะแม่ฮ่องสอนลำดับ 2 ในประเทศ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แม่สะเรียงเข้มป้องกันไข้เลือดออก หลังมีผู้ป่วยมากสุดในจังหวัด ขณะแม่ฮ่องสอนลำดับ 2 ในประเทศ

แม่สะเรียงเข้มป้องกันไข้เลือดออก หลังมีผู้ป่วยมากสุดในจังหวัด ขณะแม่ฮ่องสอนลำดับ 2 ในประเทศ

แม่สะเรียงเข้มป้องกันไข้เลือดออก หลังมีผู้ป่วยมากสุดในจังหวัด ขณะแม่ฮ่องสอนลำดับ 2 ในประเทศ ย้ำให้ประชาชนทุกคน เฝ้าระวัง ป้องกัน ปฏิบัติตามมาตรการ 3 ก. อย่างเคร่งครัด คือ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

วันนี้ นายสังคม​ คัดเชียงแสน​ นายอำเภอแม่สะเรียง เป็นประธานเปิดกิจกรรมณรงค์ควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออกเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเมืองยวมใต้​ โดยมีโรงพยาบาลแม่สะเรียง​ สำนักงานเทศบาลเมืองยวมใต้​ หน่วยป้องกันและควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 112 แม่สะเรียง​ ชมรม​ อสม.​เขตโรงพยาบาลแม่สะเรียง​ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน​ ผู้นำชุมชนตำบลแม่สะเรียง​ จิตอาสาและประชาชนในพื้นที่หมู่บ้านจอมแจ้ง​ เข้าร่วมรณรงค์กำจัดลูกน้ำยุงลายร่วมกัน ณ ทต.เมืองยวมใต้ ต.แม่สะเรียง  อ.แม่สะเรียง  จ.แม่ฮ่องสอน เน้นย้ำให้ประชาชนทุกคน เฝ้าระวัง ป้องกัน ปฏิบัติตามมาตรการ 3 ก. อย่างเคร่งครัด คือ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

สาธารณสุขอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ล่าสุดพบผู้ป่วยสะสม จำนวน 137 ราย สูงสุดที่ตำบลแม่เหาะ 66 ราย รองลงมาตำบลบ้านกาศ 27 ราย ตำบลแม่สะเรียง 26 ราย ตำบลแม่ยวม 8 ราย ตำบลแม่คง 6 ราย ตำบลป่าแป๋ 3 ราย ตำบลเสาหิน 1 ราย พบผู้ป่วยใหม่ บริเวณบ้านแพะ ตำบลแม่สะเรียง และบ้านโป่ง ตำบลบ้านกาศ และจากภาพรวม จังหวัดแม่ฮ่องสอนพบผู้ป่วยไข้เลือดออก 283 ราย เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลแม่สะเรียง และ เทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ ได้จัดกิจกรรม Kick Off โครงการป้องกันโรคไข้เลือดออก ในเขตเทศบาลตำบลแม่สะเรียง 9 ชุมชน ร่วมกับ ชมรม อาสาสมัครเทศบาลตำบลแม่สะเรียง ผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานชุมชน หน่วยควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลง ได้ลงพื้นที่ฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย รณรงค์ และออกสำรวจภาชนะที่มีน้ำขัง พร้อมแจกทรายอะเบทและเอกสารความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออกในการป้องกันตนเองให้กับคนในชุมชน หากประชาชนท่านใดมีความประสงค์ต้องการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุงลายในบริเวณบ้านหรือใกล้เคียง สามารถแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ของเทศบาลได้ทันที

แม้ว่าจะมีการฉีดพ่นสารเคมีกำจัดยุง แต่ยังคงเน้นย้ำให้ประชาชนทุกคน เฝ้าระวัง ป้องกัน ปฏิบัติตามมาตรการ 3 ก. อย่างเคร่งครัด คือ เก็บบ้านให้สะอาด เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานการณ์โรคไข้เลือดออกของอำเภอแม่สะเรียงได้เกิดระบาดอย่างมาก จึงมีการรณรงค์ป้องกันและควบคุมอย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกเป็นวงกว้าง สถิติผู้ป่วยไข้เลือดออกแม่สะเรียง เป็นที่ 1 ของจังหวัด ล่าสุด 137 ราย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นลำดับที่ 2 ของประเทศ 283 ราย เทศบาล อสม. กระจายกำลังลงพื้นที่กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายอย่างต่อเนื่อง

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ โดย อ.ไชยแสง กิระชัยวณิช

ปีที่แล้วพา เจ้แขก วัลยา ครองลาภเจริญ ไปสอนเชฟโรงแรมเคมปินสกี้ เมืองเซี่ยเหมิน ทำอาหารรสชาติไทยแท้ ในงานเทศกาลอาหารไทย จัดโดยสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ เมืองเซี่ยเหมิน ได้รับความนิยมจากคนจีนเซี่ยเหมินมาก

เช้าพาเจ้แขกไปเดินตลาดสดเซี่ยเหมิน  ชมวัตถุดิบที่ชาวจีนซื้อไปทำอาหาร ที่เจ้แขกชอบมากคือ บะจ่างมีให้กินตลอดปี  บะจ่างโบราณใส่เครื่องเยอะ หมูผัดผงพะโล้ ไข่เค็ม เกาลัด แปะก๊วย ยังมีบะจ่างทะเลใส่เนื้อปลา กุ้งสด หอย กินกันจนอิ่ม

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

เทศกาลไหว้บะจ่างปีนี้ เจ้แขกทำบะจ่างใส่เครื่องเยอะสูตรเซี่ยเหมิน ใช้ข้าวเหนียวเขี้ยวงูจากเชียงราย แช่น้ำให้นุ่มนำไปผัดกับไช้โป้วฝอย กระเทียมถั่วลิสง ให้เม็ดข้าวเหนียวเป็นยางใส แล้วห่อด้วยใบไผ่จากเมืองจีนสามชั้น

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                          ไข่แดงเค็ม

เจ้แขกใช้หมูสะโพกหมักพริกไทยป่นตรามือ ผงพะโล้ตรามือ ให้เนื้อนุ่ม แปะก๊วยสด เกาลัดต้ม กุ้งแห้ง กุนเชียงทอด เห็ดหอมผัดน้ำมัน ไข่แดงเค็ม เผือกกวน ครบเครื่องบะจ่างจีนโบราณ ห่อใบไผ่มัดด้วยเชือกให้แน่น ต้มจนบะจ่างสุก

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                                       ข้าวเหนียวผัดถั่วลิสง

บะจ่างเจ้แขกสูตรเซี่ยเหมิน เครื่องเยอะกินได้เต็มอิ่ม หมูหมักผงพะโล้สุกแล้วหอมมาก ข้าวเหนียวผัดไช้โป้วกระเทียมถั่วลิสง เม็ดนุ่มจนแทบละลายติดกัน กลิ่นหอมใบไผ่เมืองจีน ทำให้บะจ่างอร่อยยิ่งขึ้น กินบะจ่างโบราณลูกเดียวอิ่มทั้งวัน

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                              หมูหมักพะโล้

เซี่ยเหมินมีการแข่งขันทำบะจ่างทุกปี เป็นประเพณีสร้างความสามัคคี ความสนุกสนาน คนสูงอายุถ่ายทอดให้ลูกหลาน แม้แต่กีจั่ง บะจ่างลูกเล็กใช้ข้าวเหนียวแช่น้ำด่างห่อใบไผ่ ต้มแล้วข้าวเหนียวละลาย เดี๋ยวนี้ใส่ไส้เผือกกวนให้กินด้วย

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                            เผือกกวน

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                                               เทศกาลห่อบะจ่าง

บะจ่างเจ้แขก ทำสดทุกวันขายที่ แม็คโคร สาขาบางบอน ตั้งแต่วันที่ 20-25 มิถุนายน 2563 และที่ร้าน ข้าวขาหมูเจ้แขก หลังสถานีดับเพลิง เทศบาลนครสมุทรสาคร ซอยนรสิงห์ 1 บะจ่างไข่เดี่ยว 50 บาท ไข่คู่ 60 บาท บะจ่างทะเล 80 บาท บะจ่างเป๋าฮื้อ 60 บะจ่างปูนิ่ม 120 บาท สั่งจอง โทร.08-1988-2489, 08-6340-5419 

บะจ่างเจ้แขก ครบเครื่องจีนโบราณ

                               บะจ่างทะเล

ครัวลอยฟ้า บะจ่างทะเล
    เจ้แขก ทำบะจ่างทะเล ใส่กุ้งหอยปูปลาอัดมาเต็มห่อ ให้ได้กินซีฟู้ดสดๆ
    เครื่องปรุง
    1.ข้าวเหนียวเขี้ยวงู                             4  ก.ก.
    2.ไช้โป้ว-กระเทียม-ถั่วลิสง                   4  ขีด
    3.แปะก้วย-เกาลัดต้ม                           4  ขีด
    4.เห็ดหอม-กุ้งแห้ง                              4  ขีด
    5.ไข่แดงเค็ม                                    10  ฟอง
    6.ซีอิ๊วขาวฮาเดย์                                2  ช้อนโต๊ะ
    7.พริกไทยป่นตรามือ                           4  ขีด
    8.เนื้อปลา-หมึก-กุ้ง-หอยนิวซีแลนด์        1  จาน
    9.ใบไผ่เมืองจีน                                  5  มัด
    วิธีทำ
    1.แช่ข้าวเหนียวให้นุ่มผัดกับกระเทียมถั่วไช้โป้วพริกไทย
    2.ตักข้าวเหนียวใส่ใบไผ่วางเครื่องปรุงข้างบนห่อมัดให้แน่น
    3.ใส่เครื่องทะเลข้างบนห่อใบไผ่อัดให้แน่น
    4.ต้มบะจ่างให้สุกเป็นบะจ่างทะเล

บะจ่างทะเล 80 บาท บะจ่างเป๋าฮื้อ 60 บาท บะจ่างปูนิ่มผัดผงกะหรี่ 120 บาท

20-25 มิถุนายน 2563 ไปซื้อกินได้ที่แม็คโคร สาขาบางบอน และที่ร้าน ข้าวขาหมูเจ้แขก หลังสถานีดับเพลิง เทศบาลนครสมุทรสาคร ซอยนรสิงห์ 1

สั่งจองโทร.081-988-2489, 086-340-5419

“ให้ชุมชนนำความคิด” สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ “โน้ต” ไอยย์รัศ สิทธิพูล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ให้ชุมชนนำความคิด” สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ “โน้ต” ไอยย์รัศ สิทธิพูล

"ให้ชุมชนนำความคิด" สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ "โน้ต" ไอยย์รัศ สิทธิพูล

“ให้ชุมชนนำความคิด” สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ “โน้ต” ไอยย์รัศ สิทธิพูล

          การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียต่อชีวิตผู้คนจำนวนมหาศาลทั่วโลก ยังส่งผลกระทบต่อผู้คนในทุกด้าน ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สังคม และวิถีชีวิต ทุกวันนี้แม้สถานการณ์จะมีแนวโน้มดีขึ้นในประเทศไทย เริ่มทำการผ่อนคลายล็อกดาวน์ แต่วิถีชีวิตของผู้คนก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว มีคนตกงานจำนวนมาก ต้องกลับบ้านหาอะไรใหม่ๆ ทำเพื่อเลี้ยงชีพ


          ไอยย์รัศ สิทธิพูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โน้ตเอเบิ้ล แบงค์คอก จำกัด บริษัทที่ปรึกษาด้านการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ชั้นนำของไทย ที่มีประสบการณ์ในวงการพีอาร์มากว่าสิบปี กล่าวว่า เมื่อเกิดวิกฤติครั้งใหญ่อย่างการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ตอนนี้  ทำให้เราต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องรีเซ็ตระบบอะไรใหม่ ๆ ที่ผ่านมาเราพึ่งการท่องเที่ยวต่างประเทศมากไป และวิถีชีวิตคนเมือง มีความเจริญเป็นกระจุก ขาดความยั่งยืน ขาดการเข้าถึงคุณภาพชีวิตที่ดี ถึงเวลาที่เราต้องกลับไปสื่อสารชุมชน สร้างการท่องเที่ยวชุมชน สร้างธุรกิจรากหญ้า ให้คนกลับไปพัฒนาความเจริญชุมชน


          ปัจจุบันเราดีใจมากที่ได้มีส่วนร่วมสื่อสาร ชุมชนต้นแบบ พิพิธภัณฑ์ชุมชนมีชีวิต อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ของ คุณขาบ- สุทธิพงษ์ สุริยะ ฟู้ดสไตลิสต์ระดับแนวหน้าของไทย ที่ตั้งใจฟื้นคืนความสุขของบ้านเกิด สร้างรายได้ให้ชุมชนด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาเป็นชุมชนแห่งการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้างซิกเนเจอร์ของแบรนด์ สร้างสินค้าทำของที่ระลึก เราได้มีส่วนช่วยในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จัก และเดินทางมาเรียนรู้โมเดลการพัฒนาชุมชนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ส่งข่าวพีอาร์ เชิญสื่อมวลชนมาทำข่าว การใช้อินฟลูเอ็นเซอร์มาช่วยกระจายการรับรู้ และแชร์ออกไป เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นเศรษฐกิจ และมีการสื่อสารออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นหลักในการสื่อสารคือ

"ให้ชุมชนนำความคิด" สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ "โน้ต" ไอยย์รัศ สิทธิพูล


          โดยเน้นเครื่องมือในการสื่อสารแบบออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถเข้าถึงเป้าหมายทุกกลุ่มได้อย่างรวดเร็ว การสื่อสารจะช่วยให้คนรู้จักเรามากขึ้น รวมถึงคนที่มีความสนใจหรือชอบในแบบเดียวกับเรา ก็จะได้เข้ามาหาเรา และสร้างการพัฒนาไปด้วยกัน ดังนั้นการสื่อสารที่ดีจะช่วยสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และการตระหนักรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การร่วมมือกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติอย่างยั่งยืนต่อไป โลกหมุนด้วยการสื่อสาร จึงเป็นเรื่องที่สามารถพัฒนาโลก เปลี่ยนโลก จะให้ดีขึ้น หรือเลวร้าย เราเชื่อมั่นว่า เรามีตัวอย่างให้เห็นมากมาย สามารถติดตามผลงาน บริษัท โน้ตเอเบิ้ล แบงค์คอก จำกัด ได้ที่ http://www.notablebangkok.com

"ให้ชุมชนนำความคิด" สื่อสารรูปแบบใหม่ สไตล์ "โน้ต" ไอยย์รัศ สิทธิพูล