หนุ่มใต้ใจถึงหอบเงินสด 2 ล้าน ซื้อเจ้าโก้ ควายเผือกสายพันธ์ุดี จากเมืองปากน้ำโพ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445587

หนุ่มใต้ใจถึงหอบเงินสด 2 ล้าน ซื้อเจ้าโก้ ควายเผือกสายพันธ์ุดี จากเมืองปากน้ำโพ

หนุ่มใต้ใจถึงหอบเงินสด 2 ล้าน ซื้อเจ้าโก้ ควายเผือกสายพันธ์ุดี จากเมืองปากน้ำโพ8 ตุลาคม 2563 – 16:54 น.

หนุ่มใต้ใจถึงหอบเงินสด 2 ล้าน ซื้อเจ้าโก้ ควายเผือกสายพันธ์ุดี จากเมืองปากน้ำโพเผยเห็นเจ้าโก้ครั้งแรกก็ชอบถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เที่ยวจีบแรมเดือนสุดท้ายเจ้าของใจอ่อน

วันที่ 8 ต.ค. 2563 ที่ หมู่ 6 ตำบลห้วยน้ำหอม อำเภอลาดยาวจังหวัดนครสวรรค์ นายดำรงค์ศักดิ์ มีกฎ หนุ่มชาวเพชรบุรีหอบเงินสด 2 ล้าน บุกซื้อควายเผือกสายพันธุ์ดี หลังตามจีบมานานกว่าเดือน เจ้าของใจอ่อนยอมขายให้เพื่อนำไปพัฒนาสายพันธุ์ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายสุวิทย์ บูรณะพันธุ์และนางสมนึก รุ่งรัตน์ สองสามีภรรยาชาวลาดยาว เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่ามีการติดต่อซื้อขายกันจริงตามราคาที่ตกลง สืบเนื่องจากตนเองได้นำคลิปเจ้าโก้ควายเผือกอายุ 2 ปี ลงตามสื่อออนไลน์ทำให้มีผู้คนหลากหลายพื้นที่ต่างให้ความสนใจในตัวเจ้าโก้ควายเผือกที่ตนเองและสามีเลี้ยงมานานกว่า 2 ปี

เนื่องจากเจ้าโก้เป็นความเผือกที่มีรูปร่างใหญ่ แม้เพิ่งจะมีอายุแค่ 2 ปี แต่มีความสมบูรณ์และลักษณะที่หายากไม่ว่าจะเป็นเขาและเล็บเท้า ลำตัวจะมีสีขาวอมชมพูและเป็นควายที่เกิดตามธรรมชาติที่ตนเองและสามีเลี้ยงมา จนนายดำรงค์ศักดิ์ เห็น เจ้าโก้ จึงติดต่อมายังตนเองว่าจะมาขอซื้อเจ้าโก้เพื่อนำไปพัฒนาสายพันธุ์ที่จังหวัดเพชรบุรีตอนแรกตนเองและสามีปฎิเสธไป เนื่องจากไม่คิดจะขายเจ้าโก้ไปเพราะตนเองและสามีก็มีใจรักในการเลี้ยงควายอยู่แล้วจนนายดำรงค์ศักดิ์ติดต่อมาตลอดและพูดคุยกันจนนานนับเดือนตนเองเห็นความตั้งใจที่นายดำรงค์ศักดิ์ที่มีใจรักในการเลี้ยงควายและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสายพันธุ์เจ้าโก้จึงใจอ่อนขายเจ้าโก้ไปในราคา 2 ล้านบาท แม้จะมีคนเคยให้ราคาสูงกว่านี้แต่ตนเองก็ไม่ได้คิดจะขายตั้งแต่แรกจนมาเห็นความตั้งใจจึงใจอ่อนยอมขายเจ้าโก้ให้นายดำรงค์ศักดิ์ไป

ผู้สื่อข่าว จึงสอบถามนายดำรงค์ศักดิ์ ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงทุ่มเงินล้านเพื่อมาซื้อเจ้าโก้ ได้รับคำตอบว่าเห็นเจ้าโก้ครั้งแรกก็ชอบถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ เนื่องจากเจ้าโก้มีความสวยงามเข้าตำราควายไทยที่หายากแถมมีสีเผือกยิ่งหายากมากทำให้ตนเองเทียวขอซื้อเจ้าโก้จากเจ้าของ เพื่อนำไปพัฒนาสายพันธุ์ควายไทยให้รุ่นลูกหลานได้รู้จักและรับปากเจ้าของจะเลี้ยงดูเจ้าโก้ให้ดีที่สุดพร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่าไม่คิดว่าตนเองจะได้เป็นเจ้าของความเผือกที่เรียกว่าสวยที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

รณกฤต วรณันวรกุล ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครสวรรค์

จ.เลยประชุมเข้ม เตรียมเปิดแลนด์มารค์แห่งใหม่ “สกายวอล์ค” พระใหญ่ภูคกงิ้วเชียงคาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445523

จ.เลยประชุมเข้ม เตรียมเปิดแลนด์มารค์แห่งใหม่ “สกายวอล์ค” พระใหญ่ภูคกงิ้วเชียงคาน

จ.เลยประชุมเข้ม เตรียมเปิดแลนด์มารค์แห่งใหม่ "สกายวอล์ค" พระใหญ่ภูคกงิ้วเชียงคาน8 ตุลาคม 2563 – 09:22 น.

อ.เมืองเลย จ.เลย ผู้ว่าราชการจังหวัดเรียกประชุมเข้มถกแลนด์มาร์คแห่งใหม่ “สกายวอล์ค” ที่เชียงคาน ก่อนเปิดการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ

เมื่อเวลา 14:30 น.วันที่ 8 ต.ค. 2563 ณ ห้องประชุมภูกระดึง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเลย นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดการประชุมเรื่อง ”สกายวอล์ค” โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน ร่วมด้วย เพื่อพิจารณาถึงการเตรียมเปิดการท่องเที่ยว ”สกายวอล์ค” และถกปัญหาการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและให้ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบทางราชการ

ที่ประชุมได้กล่าวความเป็นมาของ “สกายวอล์ค” ว่าได้มีจุดเริ่มต้นโครงการ คือโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ “สกายวอล์ค”พระใหญ่ภูคกงิ้ว บ้านท่าดีหมี หมู่ 4 ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย แห่งนี้เริ่มขึ้นเมื่อปี 2559 โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยขณะนั้น (นายวิโรจน์ จิวะรังสรรค์) ได้มีแนวคิดที่จะพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ณ บริเวณแห่งนี้มอบให้สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเลย ดำเนินการออกแบบ”สกายวอล์ค” พร้อมทั้งจัดทำประมาณการราคา โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลปากตมเป็นผู้ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ต่อมาปีเดียวกัน สำนักงานโยธาและผังเมืองจังหวัดเลย ได้ของบประมาณแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดประจำปีงบประมาณ 2561 เสนอสำนักงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 รวบรวมเสนอคณะกรรมการบริหาร กลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการพิจารณาให้ความเห็นชอบ 

ต่อมา ในปี 2560 นายคุมพล บรรเทาทุกข์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยขนาดนั้น ได้เข้าชี้แจงงบประมาณต่อคณะอนุกรรมาธิการ และคณะกรรมาธิการเพื่อชี้แจงรายละเอียดของโครงการจึงได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2561 งบพัฒนากลุ่มจังหวัด โครงการสนับสนุนการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 กิจกรรมหลัก คือก่อสร้างสิ่งสนับสนุนจุดขายหรือ Land mark ของสถานที่ท่องเที่ยวกิจกรรมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ”สกายวอล์ค” พระใหญ่ถูกโคกงิ้ว ด้วยงบประมาณ 29,700,000 บาท มีสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเลยเป็นหน่วยดำเนินการ  ตามสัญญาจ้างเลขที่ 5/2561 ลงวันที่ 31 พ.ค. 2561 สิ้นสุดสัญญา  6 ต.ค. 2562 รวมระยะเวลาการก่อสร้าง 480 วันการประชุมร่วมครั้งนี้  ได้ถกปัญหาต่างๆ

โดย ”สกายวอล์ค” ขึ้นทะเบียนกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เรียบร้อยแล้ว เป็นผู้บริหารจัดการ โดยจะให้ อบต.ปากตมฯเป็นผู้ขอใช้ ตามปกติแล้วเมื่อเป็นใช้งบประมาณทางราชการก็ต้องบริการแบบฟรี แต่เมื่อมีรายได้เข้ามาก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ดีและถูกกฎหมายถูกระเบียบ ให้เรียบร้อยทุกๆ ด้านเสียก่อน  โดยให้กรมธนารักษ์รับรองมาก่อน จึงจะสามารถเปิดการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการซึ่งคาดว่าก่อนสิ้นเดือน ต.ค.2563 นี้ 

บุญชู ศรีไตรภพ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เลย

“อ.เฉลิมชัย” ลั่น วัดติโลกอารามต้องยิ่งใหญ่ โลกต้องจดจำ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445399

“อ.เฉลิมชัย” ลั่น วัดติโลกอารามต้องยิ่งใหญ่ โลกต้องจดจำ

"อ.เฉลิมชัย" ลั่น วัดติโลกอารามต้องยิ่งใหญ่ โลกต้องจดจำ

7 ตุลาคม 2563 – 09:26 น.

จ.พะเยา เปิดตัวคณะกรรมการพัฒนาและปรับปรุงวัดติโลกอาราม หรือวัดกลางกว๊านพะเยา ที่กำลังมีโครงการศึกษาความเป็นไปได้และเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ว่าจะให้พัฒนาปรับปรุงหรือไม่ หรือ ปรับปรุงไปในทิศทางใด

วันที่ 6 ตุลาคม 2563 ที่ห้องประชุมภูกามยาว ศาลากลางจังหวัดพะเยาชั้น 5 นายกมล เชียงวงค์ ผวจ.พะเยา, ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม), อ.นคร พงษ์น้อย ผอ.การอุทยานศิลปวัฬชฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ไร่แม่ฟ้าหลวง) อ.เกื้อพงษ์ ชัยดรุณ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เมืองพะเยา และอ.เจริญ มาบุตร จิตกรชำนาญการ กลุ่มจิตรกรรมสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปกร พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ ได้เปิดตัวคณะกรรมการพัฒนาและปรับปรุงวัดติโลกอาราม หรือวัดกลางกว๊านพะเยา ที่กำลังมีโครงการศึกษาความเป็นไปได้และเปิดรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ว่าจะให้พัฒนาปรับปรุงหรือไม่ หรือ ปรับปรุงไปในทิศทางใด 

อ.เฉลิมชัย กล่าวในบางช่วงบางตอนของการประชุมว่า โครงการทั้งหมดที่กำลังเป็นประเด็นร้อนในส่วนของการพัฒนาปรับปรุงวัดติโลกอาราม นั้น ภาพที่วาดออกมานั้นเป็นภาพในจินตนาการ เป็นเพียงแบบร่างคร่าวๆ ว่าถ้าสร้างได้ สร้างสำเร็จก็จะออกมาประมาณนี้ ยังไม่ใช่การตกลงว่าจะสร้างหรือต้องสร้างยังต้องมีขั้นตอนการขอความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนก่อนที่จะลงมือทำ ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้เท่านั้น 

อ.เฉลิมชัย กล่าวต่อไปว่า การสร้างวัดติโลกอาราม นั้นตนไม่ได้ให้งดงามและยิ่งใหญ่เหมือนวัดร่องขุ่น แต่ตั้งใจจะฝากฝีไม้ลายมือให้มันยิ่งใหญ่ งดงาม ทรงคุณค่ายิ่งกว่าวัดร่องขุ่น ให้คนทั้งโลกจดจำด้วยการแต่งแต้มสีสันให้เข้ากับวิถีวัฒนธรรม ขนบประเพณีตลอดจนบรรยากาศของกว๊านพะเยา ไม่ใช่สีขาวโดดๆ แบบวัดร่องขุ่นอย่างแน่นอน “ถ้าไม่ช่วยก็อย่าขวาง ผมจะทำให้วัดติโลกอาราม ให้งดงามและยิ่งใหญ่กว่าวัดร่องขุ่น ให้โลกได้จดจำ ก่อนที่ผมจะลาจากโลกนี้ไป “ อ.เฉลิมชัยกล่าวทิ้งท้าย

ด้าน อ.เจริญ กล่าวว่า ตนเองถูกขอตัวมาช่วยราชการที่ จ.พะเยา เพราะเป็นคนพะเยา ภาพที่เขียนก็เขียนตามจินตนาการของ อ.เฉลิมชัย ที่ต้องการให้วัดติโลกอาราม เป็นตัวแทนของความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาในอดีต ให้สะท้อนภาพปัจจุบัน พร้อมสร้างแลนด์มาร์คให้ผู้คนได้จดจำ ได้มาเที่ยวชม มาไหว้พระ มากิน และใช้เงินในพะเยา เพื่อสร้างฐานรากของเศรษฐกิจให้เข้มแข็งอันจะส่งผลให้เศรษฐกิจภาพรวมของคนพะเยาดีขึ้น “หลังจากที่ออกแบบและเขียนภาพจำลองการสร้างวัดติโลกอารามเสร็จ ผมก็ต้องกลับไปทำงานที่กรมศิลปกรเหมือนเดิม ส่วนจะมีการสร้าง พัฒนาหรือปรับปรุงวัดติโลกอารามหรือไม่ เป็นเรื่องที่ชาวพะเยาจะเป็นคนเลือก ผมก็แค่มาทำตามหน้าที่ทางราชการและในฐานะคนพะเยาคนหนึ่งเท่านั้น“ อ.เจริญ กล่าว 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา 

“เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล” รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445295

“เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล” รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.

"เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล" รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.6 ตุลาคม 2563 – 00:47 น.

“เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล” รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล จำกัด นำโดย นายปภาวิน นิธิเมธาวิน ประธาน และนางสาว ทิพาศิริ จตุรงคสัมฤทธิ์ กรรมการบริหาร เป็นผู้เข้ารับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้วยผลงานด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศ อันเป็นแบบอย่างที่ดี จาก นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 18 ปี พม.

ทั้งนี้ บริษัท เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอลจำกัด ได้มีส่วนร่วมกิจกรรมจิตอาสาในช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 โดยร่วมบริจาคยารักษาโรค ได้แก่ 1. คามอล พาราเซตามอล จำนวน 600,000 เม็ด 2 .คามอล ชนิดน้ำสำหรับเด็ก จำนวน 42,600 ขวด

3. ยาธาตุ น้ำขาว ตราห่านคู่ขนาด 60 มล.จำนวน 5,000 ขวด 4. ยาธาตุน้ำขาวตราห่านคู่ ขนาด 180 มล.จำนวน 3,6000 ขวด รวมมูลค่า 1,148,000 บาท ซึ่งทางบริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้ “โครงการ พม.ห่วงใยสู้ภัยโควิด19 “

#บริษัท เอช.เค. ฟาร์มาซูติคอล จำกัด

#นายปภาวิน นิธิเมธาวิน

#นางสาว ทิพาศิริ จตุรงคสัมฤทธิ์

"เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล" รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.
"เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล" รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.
"เอช.เค.ฟาร์มาซูติคอล" รับโล่ประกาศเกียรติคุณ ด้านการพัฒนาสังคมเป็นเลิศจากพม.

‘บี.กริม-กฟภ.-PEA ENCOM’ผนึกกำลังเพิ่มศักยภาพผู้นำด้านพลังงาน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445296

‘บี.กริม-กฟภ.-PEA ENCOM’ผนึกกำลังเพิ่มศักยภาพผู้นำด้านพลังงาน

'บี.กริม-กฟภ.-PEA ENCOM'ผนึกกำลังเพิ่มศักยภาพผู้นำด้านพลังงาน6 ตุลาคม 2563 – 00:40 น.

บี.กริม ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือกับ กฟภ.และ PEA ENCOM เพิ่มศักยภาพความเป็นผู้นำด้านพลังงาน หวังลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้าน พร้อมมติบอร์ดไฟเขียวขายหุ้นจำนวน 5% มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ให้ PEA ENCOM

BGRIM ร่วมลงนามสัญญาความร่วมมือ กับ กฟภ. และ PEA ENCOM ศึกษาหนุนโอกาสความร่วมมือ ด้านเทคนิค-ด้านการเงิน หวังเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกอบการเอกชน ขยายขอบเขตลูกค้า SPP และเพิ่มโอกาสในการพัฒนาโรงไฟฟ้าประเภท IPS รองรับโอกาสต่อยอดระบบสมาร์ทไมโครกริด หวังลดต้นทุนได้ไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท พร้อมมติบอร์ดไฟเขียวขายหุ้นจำนวน 5% มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ของ บี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) (“BPAM”) ให้ PEA ENCOM

บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ หรือ BGRIM นำโดย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ และนางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เข้าทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ นายสมพงษ์ ปรีเปรม ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ นายเขมรัตน์ ศาสตร์ปรีชา รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“PEA ENCOM”) (บริษัทในเครือของ กฟภ.) เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานกลุ่มบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง กฟภ. โดยวัตถุประสงค์ของความร่วมกันคือจะมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือ ทั้งทางด้านเทคนิคและทางด้านการเงิน เพื่อขยายธุรกิจร่วมกัน อาทิเช่น

การขยายขอบเขตของลูกค้าอุตสาหกรรมของโครงการโรงไฟฟ้าแบบ Small Power Producer (SPP) เป็นวงกว้างขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพโครงการผลิตไฟฟ้าโดยเอกชนที่ผลิตไฟฟ้าใช้เองหรือจำหน่ายให้ลูกค้าตรงโดยไม่ขายเข้าระบบของการไฟฟ้า (Independent Power Supply: IPS) โครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานทดแทน

รวมถึงระบบไมโครกริดและระบบสมาร์ทไมโครกริด (Smart Microgrid) ซึ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพของ บี.กริม เพาเวอร์ ในการเป็นผู้นำด้านพลังงานไฟฟ้า เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน มีโอกาสประหยัดเงินลงทุนในสายส่งและอุปกรณ์อื่นในอนาคตมีมูลค่ารวมไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

โดยเบื้องต้นเป็นส่วนของโครงการโรงไฟฟ้า บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) จำกัด จำนวน 315 ล้านบาท และการให้บริการลูกค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด (บริษัทย่อยของ บี.กริม เพาเวอร์) ได้ถือหุ้น 75% ในบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (เอไออี-เอ็มทีพี) จำกัด (“BPAM”) (เดิมชื่อ บริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด) และมีบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด ถือหุ้นอีก 25% ใน BPAM นั้น ด้วย บี.กริม เพาเวอร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญในการมีหุ้นส่วนทางธุรกิจที่มีศักยภาพที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านระบบสายส่งไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในบริเวณพื้นที่มาบตาพุด

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2563 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด ได้เข้าทำการโอนหุ้นจำนวน 5% ใน BPAM ให้แก่ PEA ENCOM มูลค่าการขายหุ้นรวมจำนวน 200 ล้านบาท ซึ่งภายหลังการโอนหุ้นดังกล่าว จะทำให้ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ เซอร์วิส (แหลมฉบัง) จำกัด ถือหุ้น 70% ใน BPAM

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 10/2563 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563

อย่างไรก็ดีความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นแรงหนุนสำคัญให้แก่บริษัทในการต่อยอดการดำเนินธุรกิจให้มีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ช่วยผลักดันเป้าหมายการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทไปถึง 7,000 เมกะวัตต์ตามที่ตั้งใจไว้ ซึ่งจะช่วยสร้างผลกำไรและเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอต่อไป

'บี.กริม-กฟภ.-PEA ENCOM'ผนึกกำลังเพิ่มศักยภาพผู้นำด้านพลังงาน

อึ้งยายใจบุญเลี้ยงไก่นับร้อยตัว นาน 60 ปี ไม่กิน ไม่ขาย เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445278

อึ้งยายใจบุญเลี้ยงไก่นับร้อยตัว นาน 60 ปี ไม่กิน ไม่ขาย เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน

อึ้งยายใจบุญเลี้ยงไก่นับร้อยตัว นาน 60 ปี ไม่กิน ไม่ขาย เลี้ยงไว้เป็นเพื่อน

5 ตุลาคม 2563 – 17:56 น.

อึ้งยายใจบุญเลี้ยงไก่นับร้อยตัว นาน 60 ปี ไม่กิน ไม่ขาย แต่กลับเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคลายเหงาเหมือนสุนัขและแมวแทน ส่วนลูกหลานทุกคนในบ้านถ้าอยากกินเนื้อไก่ เขาก็จะไปซื้อกินที่ตลาด

5 ต.ค. 63 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปบ้านเลขที่ 112/5 หมู่ 4 บ้านหนองกวาง ต.ลานหอย อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย เนื่องจากทราบว่ามีคุณยายใจบุญเลี้ยงไก่จำนวนนับร้อยตัว โดยไม่เคยฆ่าทำอาหารกิน หรือคิดจะขายให้ใครเพื่อเป็นรายได้เสริมในครอบครัว ตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา แต่กลับเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนคลายเหงาเหมือนสุนัขและแมวแทน

นางประเสริฐ  โกศัย อายุ 80 ปี คุณยายใจบุญดังกล่าว บอกว่า แต่งงานอยู่กินกับ “ครูผาย” อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนฯ มานาน 60 ปีแล้ว ครั้งแรกตั้งแต่แยกครอบครัวมาอยู่กับสามี พ่อแม่ก็ให้เอาไก่พันธุ์พื้นบ้าน ตัวผู้กับตัวเมีย มาเลี้ยงไว้กินเศษข้าวเศษอาหารตอนล้างจาน จากไก่แค่ 2 ตัวเมื่อ 60 ปีก่อน ก็ออกลูกออกหลานมาเรื่อย มีล้มตายไปตามอายุขัยก็จะฝังดินทั้งหมด แต่ปัจจุบันก็เหลืออยู่เป็นร้อยตัว ไม่เคยคิดฆ่าแกง หรือคิดขายให้พ่อค้าแม่ค้า

“เลี้ยงมาตั้งแต่เกิด ฆ่ากินไม่ได้ สงสาร เลี้ยงผูกพันกันแล้ว ยกเว้นไข่ไก่ที่จะเก็บมากิน ส่วนลูกหลานทุกคนในบ้านถ้าอยากกินเนื้อไก่ เขาก็จะไปซื้อกินที่ตลาด เพราะที่เลี้ยงไว้ในบ้านจะไม่ฆ่าเด็ดขาด ปล่อยให้ตายเองตามธรรมชาติแล้วก็ฝังดินเท่านั้น” นางประเสริฐ กล่าว

ภูเบศวร์  ฝ้ายเทศ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.สุโขทัย

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สุดคึกคัก หลังเปิดสระมรกต ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445255

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สุดคึกคัก หลังเปิดสระมรกต ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สุดคึกคัก หลังเปิดสระมรกต ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้5 ตุลาคม 2563 – 13:38 น.

วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน สุดคึกคัก หลังเปิดสระมรกต ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำได้และสามารถนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปนั่งรับประทานได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าไปภายในขุนน้ำนางนอน ซึ่งนี่เป็นกฎระเบียบที่บังคับใช้กับอุทยานแห่งชาติ

วันที่ 4 ต.ค. 2563 วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย หลังจากทดลองเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อวันที่ 26 – 27 ต.ค. 2562 หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ เปิดเผยว่ามีผู้เข้าชม จำนวนมาก จึงมีการกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พ.ย. 2562 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.30 น.ของทุกวัน ต่อมามีการเรียกร้องจากคนในพื้นที่ ว่าอยากให้วนอุทยานอนุญาตให้สามารถลงเล่นน้ำได้

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ณ วนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หลังทราบว่าปัจจุบันได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงไปเล่นน้ำได้ ในโซนด้านล่างของสระมรกตที่จัดเตรียมไว้ให้ และสามารถนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปนั่งรับประทานได้ แต่ไม่อนุญาตให้นำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าไปภายในขุนน้ำนางนอน ซึ่งนี่เป็นกฎระเบียบที่บังคับใช้กับอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ

โดยก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณขุนน้ำนางนอนจะมีจุดลงทะเบียนและคัดกรองโควิด-19 จากเจ้าหน้าที่อุทยาน พร้อมกับแนะนำให้ดูแลบุตรหลานโดยเฉพาะเด็กเล็กที่ลงไปเล่นน้ำ พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวให้ช่วยกันรักษาความสะอาด และเมื่อทานอาหารเสร็จแล้วให้นำขยะต่างๆ ออกไปทิ้งด้านนอกด้วย เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลว่าตั้งแต่เริ่มให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเล่นน้ำในสระมรกตได้จำนวนนักท่องเที่ยวเริ่มมีมากขึ้นเฉลี่ย 2,000 คนต่อวัน   

วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอยนางนอน ท้องที่ ต.โป่งผา เนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ มีจุดบริการนักท่องเที่ยว 2 แห่ง คือ บริเวณถ้ำหลวง บ้านน้ำจำ และบริเวณขุนน้ำนางนอน บ้านจ้อง มีสภาพเป็นพื้นที่ราบระหว่างหุบเขาหินปูนสูงชันเงียบสงบ นักท่องเที่ยวจึงมักนำครอบครัวมานั่งพักผ่อนและทานอาหารร่วมกัน

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

ชาวพะเยาพร้อมใจ ตักบาตรเทโวโรหณะ พระ 108 รูป เนื่องในวันออกพรรษา #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445097

ชาวพะเยาพร้อมใจ ตักบาตรเทโวโรหณะ พระ 108 รูป เนื่องในวันออกพรรษา

ชาวพะเยาพร้อมใจ ตักบาตรเทโวโรหณะ พระ 108 รูป เนื่องในวันออกพรรษา

3 ตุลาคม 2563 – 10:35 น.

ชาวพะเยาพร้อมใจกันตักบาตรเทโวโรหณะ มหาปวารณาออกพรรษา พระสงฆ์ 108 รูปเดินลงบันใดนาคสูงชัน 167 ขั้น ระยะทางเกือบ 1กม.

เช้านี้ (3 ตุลาคม 2563) ที่บริเวณบันไดนาควัดพระธาตุจอมทอง อ.เมือง จ.พะเยา วัดคู่บ้านคู่เมืองพะเยา พ.อ.มนัส  ชมภูกูล รองเสนาธิการ มทบ.34 น.ส.จุฬาสินี โรจนคุณกำจร นายกเทศมนตรีเมืองพะเยาพร้อมส่วนราชการและพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดพะเยาเกือบกว่า 500 คน ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ สามเณร จำนวน 108 รูป โดยยืนเรียงรายลดหลั่นตามบันไดนาค 167 ขั้น

จากบนวัดพระธาตุจอมทองลงมาตามทางลาดตามลำตัวพญานาคสู่ประตูทางเข้าวัดด้านตรงกันข้ามวัดศรีโคมคำ หรือวัดพระเจ้าตนหลวงระยะทางเกือบ 1 กม. ซึ่งพิธีทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะของจังหวัดพะเยา จะจัดบริเวณทางขึ้นบันใดนาควัดพระตุจอมทอง โดยจะทำขึ้นเป็นประจำทุกปีหลังจากที่ออกพรรษา 1 วัน เพื่อระลึกถึงวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จจากสวรรชั้นดาวดึงส์เพื่อโปรดพระมารดาและลงมาสู่โลก และเพื่อสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมที่ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณกาล

คำว่า เทโว ย่อมาจาก เทโวโรหณะ แปลว่า การเสด็จลงจากเทวโลก การตักบาตรเทโว จึงเป็นการระลึกถึงวันที่พระพุทธองค์เสด็จกลับจากการโปรดพระพุทธมารดาในเทวโลก โดยจำพรรษาอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา 1 พรรษา (3 เดือน) และเมื่อออกพรรษาแล้วพระองค์ได้เสด็จกลับยังโลกมนุษย์ ในครั้งนั้นบรรดาพุทธศาสนิกชน ผู้ที่มีความศรัทธาเลื่อมใส เมื่อทราบข่าวต่างพร้อมใจกันไปรอตักบาตร เพื่อรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่น จนถือเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา

คอนเสิร์ตน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เชิญนักไวโอลินชาวจีนบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445060

คอนเสิร์ตน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เชิญนักไวโอลินชาวจีนบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO


คอนเสิร์ตน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เชิญนักไวโอลินชาวจีนบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO
2 ตุลาคม 2563 – 18:38 น.

คอนเสิร์ตน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เชิญนักไวโอลินชาวจีนบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO


มูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โดยความสนับสนุนของบี.กริม, บีดีเอ็มเอส, เมืองไทยประกันภัย, มูลนิธิเอสซีจี และโรงแรมแมนดารินโอเรียนตัล ขอเชิญชมการแสดงคอนเสิร์ตน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รายการ“Germanic Brilliance and Glory” 

คอนเสิร์ตน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เชิญนักไวโอลินชาวจีนบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO


งานนี้เชิญ บิง ฮาน (Bing Han) นักไวโอลินสาวชาวจีนบรรเลงเดี่ยวกับวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO) อำนวยเพลงโดยมิเชล ทิลคิน ผู้อำนวยการด้านดนตรีวง RBSO ชาวเบลเยี่ยม นำเสนอ 2 บทเพลงมาสเตอร์พีซยุคโรแมนติค  คือไวโอลินคอนแชร์โต ในบันไดเสียง อี ไมเนอร์ ของ เฟลิกซ์ เม็นเดลโซห์น  คีตกวีเอกชาวเยอรมันผู้เฉลียวฉลาดขั้นอัจฉริยะ ได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘โมสาร์ท ‘ ของเยอรมัน และซิมโฟนีหมายเลข 1 ของโยฮันเนส บรามส์ หนึ่งในสามคีตกวีผู้ยิ่งใหญ่ อันได้แก่ บาค  เบโธเฟน บรามส์  ซึ่งได้รับการขนานนามว่า The Three Big B’s 
               

ไวโอลินคอนแชร์โตของเม็นเดลโซนห์  เริ่มด้วยทำนองเดี่ยวไวโอลินอันอ้อยสร้อย นำเข้าสู่ทำนองที่สดใส ฟังติดหู บรรเลงสลับกับกลุ่มเครื่องเป่าลมไม้อย่างไพเราะ จับใจ ท่อนที่สอง ทำนองเดี่ยวไวโอลินิ่นอ่อนหวาน ศิลปินเดี่ยวโชว์ฝีมือในแบบต่างๆ อาทิ การเล่นทำนองเดี่ยวด้วยสายคู่พร้อมกันทำให้ไพเราะยิ่งขึ้น        

ดนตรีท่อนสุดท้าย  รวดเร็ว มีชีวิตชีวา ศิลปินเดี่ยวบรรเลงประชันกับวงได้อย่างน่าฟัง  ช่วงคาเด็นซ่า ซึ่งวงจะหยุดบรรเลง เพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินเดี่ยวได้โชว์ฝีมือ กลเม็ดเด็ดพรายเต็มที่ ดนตรีเปี่ยมไปด้วยพลัง  ตื่นตาตื่นใจ  และหวนกลับมาบรรเลงร่วมกันกับวงจนจบลงอย่างอลังการ        

คอนเสิร์ตน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ในหลวง ร.9 เชิญนักไวโอลินชาวจีนบรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO


       
นักวิจารณ์กล่าวว่า ไม่มีบทประพันธ์ชิ้นใดของเม็นเดลโซห์นที่จะแสดงจิตใจอันแจ่มใส ร่าเริงมีเสน่ห์ เทียบเท่ากับงานชิ้นนี้ ถือเป็นหนึ่งใน 5 บทของไวโอลินคอนแชร์โต้ที่นิยมบรรเลงและฟังกันมากที่สุด 


ศิลปินเดี่ยวคือ บิง ฮาน (Bing Han) นักไวโอลินสาวชาวจีน ปัจจุบันเป็นหัวหน้าวง RBSO สำเร็จการศึกษาด้านไวโอลินที่วิทยาลัยดนตรีแห่งกรุงปักกิ่ง และศึกษาด้านการแสดงไวโอลิน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมาสทริสท์ (เนเธอร์แลนด์)  ร่วมงานกับวง RBSO มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 ผลงานล่าสุดเธอได้บรรเลงเดี่ยวกับวง RBSO เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา        

ปิดท้ายรายการด้วยซิมโฟนีหมายเลข 1 ของบรามส์ คีตกวีเอกชาวเยอรมัน  ทำนองหลักและแนวประสานเสียงสร้างสรรค์ได้อย่างงดงาม มีสีสันและรสนิยม แสดงอารมณ์สุดขั้ว  ท่อนช้าโดดเด่นด้วยเสียงปีโอโบในท่วงทำนองที่งดงาม  ท่อนสุดท้ายจะได้ยินทำนองหลักอันไพเราะ สง่างาม คุ้นหู บรรเลงด้วย
        

กลุ่มฮอร์นอย่างโดดเด่น โดยมีกลุ่มเครื่องลมทองเหลืองบรรเลงตอบรับด้วยทำนองต่างๆ  จากนั้นทำนองหลักที่คุ้นหูนี้จะย้อนกลับมาบรรเลงโดยกลุ่มเครื่องสายทั้งวง ให้ความรู้สึกดื่มด่ำ จบลงด้วยการบรรเลงพร้อมกันทั้งวงอย่างยิ่งใหญ่อลังการ
       

การแสดงจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม นี้ เวลา 19.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย บัตรราคา  300, 700, 900, 1200, 1500 บาท

ส่วนลดสำหรับบัตรทุกราคา –ลด 50% สำหรับนักเรียนนักศึกษา –ลด 50% สำหรับผู้มีอายุตั้งแต่ 60ปีขึ้นไป
จำหน่ายบัตรที่ Thaiticketmajor โทร. 02-262-3456  สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานมูลนิธิ RBSO โทร. 02-255 6617-8; 02 255 9191-2
www.rbsothailand.com / Email: rbso@bangkoksymphony.org 

เรือนจำจังหวัดสุโขทัย ดำเนินโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/445046

เรือนจำจังหวัดสุโขทัย ดำเนินโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง

เรือนจำจังหวัดสุโขทัย ดำเนินโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง

2 ตุลาคม 2563 – 15:57 น.

เรือนจำจังหวัดสุโขทัย ดำเนินโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายสุชาติ  ทีคะสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีปิดการฝึกโครงการพระราชทาน โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง เรือนจำจังหวัดสุโขทัย ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานให้มีการฝึกโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง เรือนจำจังหวัดสุโขทัย กรมราชทัณฑ์ ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก

โดยสามารถดำเนินการได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่และมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานความคิด การฝึกวินัย การลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนได้เมื่อพ้นโทษออกไปภายนอก การฝึกโครงการพระราชทาน โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง เรือนจำจังหวัดสุโขทัย กรมราชทัณฑ์ มีผู้เข้ารับการฝึกเป็นผู้ต้องขังชาย 107 คนผู้ต้องขังหญิง 23 คน รวมทั้งสิ้น 130 คน ฝึกอบรมเป็นเวลา 14 วันระหว่างวันที่ 14 กันยายน – 1 ตุลาคม 2563 ซึ่งหลังการฝึกอบรมจะสามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ทั้งสามารถช่วยเหลือประชาชนทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมได้

จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ได้เป็นประธานปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอภัยโทษแก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่มีความประพฤติดี ได้รับการลดหย่อนผ่อนโทษและปล่อยตัว ซึ่งในการพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ ได้มีพระมหากรุณาธิคุณ ให้ปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ ตามมาตรา 7,8,9,10,12 จำนวน 110 คน เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลเหล่านั้น ได้กลับประพฤติตนเป็นพลเมืองดี อันจะเป็นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติสืบไป

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย