โควิด เปลี่ยนชีวิต สาวพีอาร์กลับจากมาเลเซีย หันมาปลูกหญ้าขายรายได้กว่า 30,000 บาท #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

โควิด เปลี่ยนชีวิต สาวพีอาร์กลับจากมาเลเซีย หันมาปลูกหญ้าขายรายได้กว่า 30,000 บาท

โควิด เปลี่ยนชีวิต สาวพีอาร์กลับจากมาเลเซีย หันมาปลูกหญ้าขายรายได้กว่า 30,000 บาท

18 สิงหาคม 2563 – 11:22 น.

โรคระบาดโควิด ทำชีวิตของสาวพีอาร์ ที่ทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย ได้กลับมาอยู่บ้านปรับเปลี่ยนวิถึชีวิตหันมาเป็นเกษตรกร ปลูกหญ้าขาย มีรายได้กว่า 30,000 บาท อยู่แบบสบายไม่อยากจะไปทำงานเมืองนอกอีกแล้ว

นางสาววิราพร ศิริธรรมจักร อาศัยอยู่ที่บ้านหนองโดน ตำบลนาโพธิ์  อ.กุดรัง จังหวัดมหาสารคาม เปิดเผยว่าจากที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ชีวิตเปลี่ยน เพราะก่อนหน้านั้นตนทำงานอยู่ที่ประเทศมาเลเซียประมาณ 3 ปี พอมีการระบาดของโควิด ทำให้ต้องเดินทางกลับมาบ้าน ข้ามแดนมาทางจังหวัดสงขลา กักตัวอยู่ที่ด่าน 14 วัน ถึงได้กลับมาที่บ้านที่กุดรังได้  ในช่วงที่โควิดระบาดก็ไม่สามารถเดินทางไปไหนได้ ก็เริ่มมีความคิดอยากหาอะไรทำที่บ้านจะได้ไม่ต้องเดินทางทำงานไกลๆ อีก        

นางสาววิราพร กล่าวว่า บ้านที่มีที่ดินอยู่ประมาณ 100 ไร่ ปลูกไร่มันสำปะหลัง และไร่อ้อย ขณะเดียวกันปศุสัตว์จังหวัดมหาสารคาม ได้มาแจกท่อนพันธุ์หญ้าเนเปียร์พันธุ์ปากช่อง1 และส่งเสริมให้มีการปลูก ตนเลยเริ่มคิดจะทำงานเกษตรที่บ้าน เพราะไม่รู้ว่าโควิดจะหมดไปเมื่อไร จึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกหญ้าเนเปียร์แทน 30 ไร่ เพราะปลูกครั้งเดียวอยู่ได้ 4-5 ปี ตัดขายได้ตลอดปี ตั้งแต่เดือนครึ่ง สองเดือนครึ่ง สามเดือนครึ่ง ยิ่งนานก็จะให้โปรตีนที่สูงขึ้น ทางเรามียอดสั่งซื้อจากทางปศุสัตว์ โดยทางศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ เราจะนำเอาหญ้ามาบดใส่ถัง 70 กก. ครั้งละ 100 ถังเดือนละ 2 ครั้ง ขายราคาถังละ 105 บาท ตก กก.ละ 1.50 บาท เพื่อเป็นส่วนผสมหลักของอาหารสัตว์ ให้ได้ทั้งวัว ควาย เป็ด ไก่ 

ส่วนต้นพันธุ์ ทางเราขายในราคา ลำละ 1 บาท ยังสามารถขายหญ้าได้จากทางโซเซียล ที่มีสั่งเข้ามาอีกจำนวนหนึ่ง มีทั้งแบบซื้อทั้งต้นเอาไปเลี้ยงสัตว์ หรือแบบบดไปผสมอาหาร และต้องการต้นพันธุ์ไปปลูก ส่วนรายได้ตอนนี้ก็ประมาณ 30,000 บาท ก็อยู่ได้สบายๆ ไม่ต้องทำให้เราต้องคิดไปหางานทำที่ต่างประเทศ และเตรียมขยายพื้นที่ปลูกออกไปอีก 10 ไร่  

จากความสำเร็จเกษตรกรได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิกเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) ที่สำนักงานเกษตรอำเภอกุดรัง และเป็นเกษตรกรต้นแบบเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ขยายผลไปสู่เกษตรกรรายอื่นๆ ต่อไป

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal 18 สิงหาคม 2563 – 10:24 น.

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal ตอบรับวิถีชีวิตปกติใหม่ ชูมาตรฐานความปลอดภัยตามหลัก Social Distancing เล็งขยายธุรกิจเพิ่มในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งหัวเมืองใหญ่

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal ตอบรับวิถีชีวิตปกติใหม่ ชูมาตรฐานความปลอดภัยตามหลัก Social Distancing เล็งขยายธุรกิจเพิ่มในกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งหัวเมืองใหญ่ทั้งในรูปแบบลงทุนเอง ร่วมทุน และแฟรนไชส์ เปิดแผนปี 2564 ปูพรมขยายสาขาทั่วประเทศรวมอย่างน้อย 15 แห่ง ตอบรับแนวโน้มตลาดเติบโตสูงหลังโควิด-19 ที่ผู้ปกครองยังคงมีความต้องการให้บุตรหลานได้เรียนว่ายน้ำ ซึ่งถือเป็นทักษะชีวิตอย่างหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้

ดร.พลภัทร และคุณณัฏฐ์วิภา นิติธรรมยง ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กทารกและเด็กเล็กมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทำให้ธุรกิจของ เบบี้ สวิมมิ่ง ต้องหยุดชะงักไปชั่วคราว เนื่องจากไม่สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal

อย่างไรก็ตาม หลังจากรัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลาย บริษัทได้เปิดให้บริการอีกครั้งตามวิถีปกติแบบใหม่ (New Normal) โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัย ความสะอาด และมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่นำบุตรหลานมาใช้บริการ ทั้งนี้ บริษัทเป็นโรงเรียนสอนว่ายน้ำแห่งแรกในประเทศไทยที่นำแอปพลิเคชั่น “หมอชนะ” มาใช้ป้องกันและคัดกรองด้วยการเก็บประวัติการเดินทางและการพบปะผู้คนของคุณครู พนักงาน คุณพ่อคุณแม่และน้องๆ สมาชิกทุกคนล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนเปิดให้บริการหลังโควิด-19 รวมทั้งปรับกิจกรรมการเรียนการสอนว่ายน้ำ ลดการสัมผัสระหว่างครูผู้สอนและนักเรียนในคลาสเรียนว่ายน้ำ จำกัดผู้เรียนในแต่ละคลาส และใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด ทั้งผู้มาใช้บริการ พนักงาน และครูผู้สอนในแต่ละคลาสเรียน เพื่อลดการสัมผัสให้น้อยที่สุด และมีการทำความสะอาดจุดเสี่ยงต่างๆ ทุกๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองเรื่องความสะอาดปลอดภัยในการนำบุตรหลานมาใช้บริการเรียนว่ายน้ำ

Baby Swimming (เบบี้ สวิมมิ่ง) โรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกมาตรฐาน ISO แห่งเดียวในประเทศไทย เปิดแผนธุรกิจในยุค New Normal

“การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เราต้องหยุดให้บริการ แต่เราไม่หยุดที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงการให้บริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วยการ 1) ปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดรับกับวิถีการใช้ชีวิตแบบใหม่ผ่านการประชุม VDO conference กับทีมคุณครูทุกสาขาทุกสัปดาห์ 2) ฝึกอบรมออนไลน์เกี่ยวกับเทคนิคการสอนใหม่ๆ และการให้บริการแก่คุณครูทุกสาขา 3) ปรับปรุงระบบเทคโนโลยีหลังบ้านเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล 4) ปรับปรุงสระว่ายน้ำและบริเวณโดยรอบ และ 5) หาโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อต่อยอดจากธุรกิจเดิม ซึ่งทั้ง 5 อย่างนี้อาจจะทำได้ยากหรือไม่มีเวลาบริหารจัดการอย่างเต็มที่ในช่วงเวลาปกติ” ดร.พลภัทร กล่าว
 
อย่างไรก็ตาม จากความต้องการเพิ่มทักษะด้านการว่ายน้ำของเด็ก และจำนวนโรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารกที่ยังมีจำนวนไม่เพียงพอ หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย บริษัทจะเร่งขยายธุรกิจโรงเรียนสอนว่ายน้ำเด็กและทารก เบบี้ สวิมมิ่ง มากขึ้นใน กรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ทั้งในรูปแบบการลงทุนเอง การร่วมทุน และแฟรนไชส์ โดยตั้งเป้าหมายว่าในปี 2564 จะเปิดสาขาใหม่อีกอย่างน้อย 4 สาขา รวมกับที่เปิดให้บริการแล้วในปัจจุบัน 11 แห่ง เป็นทั้งหมด 15 สาขา โดยใช้งบลงทุนอย่างน้อย 40 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดิน ซึ่งในขณะนี้อยู่ในระหว่างก่อสร้าง 2 สาขา และอีก 2 สาขาอยู่ในระหว่างการออกแบบ

คุณณัฏฐ์วิภา ให้ความเห็นสำหรับผู้ที่สนใจธุรกิจที่เกี่ยวกับเด็กและครอบครัวว่ายังมีแนวโน้มในการเติบโตอีกมาก ถึงแม้อัตราการเกิดใหม่ของเด็กทารกจะลดลง แต่ครอบครัวจะให้ความสำคัญและทุ่มเทในการพัฒนาศักยภาพของเด็กมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มาตรฐานความปลอดภัยและความสะอาดของสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับแม่และเด็กจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคมากยื่งขึ้น สำหรับ เบบี้ สวิมมิ่ง นอกจากแผนการขยายสาขาแล้ว บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจเกี่ยวกับแม่และเด็กเพื่อต่อยอดจากโรงเรียนสอนว่ายน้ำไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรอื่นๆ มากขึ้นด้วย

สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.babyswimmingthailand.com

ชาวบ้านเฮฝนตก หลังทิ้งช่วงมานาน แห่เข้าป่าเก็บเห็ดขายสร้างรายได้เสริม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ชาวบ้านเฮฝนตก หลังทิ้งช่วงมานาน แห่เข้าป่าเก็บเห็ดขายสร้างรายได้เสริม

ชาวบ้านเฮฝนตก หลังทิ้งช่วงมานาน แห่เข้าป่าเก็บเห็ดขายสร้างรายได้เสริม18 สิงหาคม 2563 – 08:44 น.

เพชรบูรณ์ชาวบ้านภูผาแดง เข้าป่าเก็บเห็ดสร้างรายได้เสริม หลังมีฝนตกต่อเนื่องหลายวัน จากนั้นนำมาใส่ถุงแขวนขายบริเวณสองข้างทางถนน ราคาถุงละ 30 – 50 บาท แล้วแต่ชนิดของเห็ด ทำให้มีรายได้เสริมแก่ครอบครัววันละ 500 – 1,000 บาท

วันที่ 16 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าได้มีชาวบ้านบ้านภูผาแดง หมู่ที่ 6 ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้ออกเก็บเห็ดในพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว แล้วนำมาขายบริเวณสองข้างทางถนนสายหล่มสัก – ชุมแพ โดยมีนักท่องเที่ยวและผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวแวะเลือกซื้อหาคึกคัก สร้างรายได้เสริมให้แก่ชาวบ้าน จึงเดินทางไปตรวจสอบพบว่ามีชาวบ้านหลายราย ทำเพิงชั่วคราวและนำเห็ดใส่ถุงห้อยขายอยู่สองข้างทางถนนสายดังกล่าว ช่วงบริเวณหมู่บ้านบ้านภูผาแดง หมู่ที่ 6 ต.ปากช่อง เป็นต้นไป และพบว่ามีรถนักท่องเที่ยวแวะจอดและเลือกซื้อ ทำให้ถนนสายดังกล่าวคึกคักคล้ายกับตลาดนัด

น.ส.ชุติมา คงอยู่ อายุ 31 ปี ชาวบ้านภูผาแดง หมู่ที่ 6 ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่าหลังจากฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ป่ามีเห็ดออกมาเป็นจำนวนมากและหลากหลายชนิด เห็ดระโงก เห็ดผึ้ง เห็ดถ่านไฟ เห็ดแป้ง ตนและชาวบ้านบ้านภูผาแดง จึงได้ออกไปเก็บมาขาย แต่ทั้งนี้จะต้องออกเดินเข้าไปในป่าตั้งแต่เวลาประมาณตี 1 ใช้ไฟฉายส่องหาเห็ดต่างๆ กระทั่งเช้าจึงได้กลับออกมาและมาเลือกและแยกชนิดเห็ด ซึ่งเป็นความชำนาญของชาวบ้านแห่งนี้ ที่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นเห็ดชนิดไหน กินได้หรือไม่ จากนั้นนำมาใส่ถุงแขวนขายบริเวณสองข้างทางถนน ราคาถุงละ 30 – 50 บาท แล้วแต่ชนิดของเห็ด ทำให้มีรายได้เสริมแก่ครอบครัววันละ 500 – 1,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากชาวบ้านบ้านภูผาแดงที่ออกเก็บเห็ดเพื่อนำมาขายแล้ว ก็ยังมีชาวบ้านในอำเภอใกล้เคียงได้เดินทางมาเก็บเห็ดด้วยเพื่อที่จะไม่ต้องซื้อ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย โดยเมื่อได้เห็ดแล้วก็จะนำไปนึ่งจากนั้นก็ใส่ถุงแช่ไว้ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นเพื่อเก็บไว้ทำอาหารได้นานๆ

นิติพงษ์ ศรีสุวรรณ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สุโขทัย ส.ส.พรรณสิริ เน้นย้ำการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขต้องชัดเจน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุโขทัย ส.ส.พรรณสิริ เน้นย้ำการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขต้องชัดเจน

สุโขทัย ส.ส.พรรณสิริ เน้นย้ำการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขต้องชัดเจน17 สิงหาคม 2563 – 17:48 น.

สุโขทัย ส.ส.พรรณสิริ เน้นย้ำการกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขต้องชัดเจน ทั้งนี้จากความเนิ่นนานล่าช้าและไม่ชัดเจนในการกระจายอำนาจและการถ่ายโอน กรรมาธิการฯ จึงมาเปิดเวทีรับฟังความเห็น

ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส. สุโขทัย เขต 1 พลังประชารัฐ รองประธานกรรมาธิการกระจายอำนาจ การปกครองท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ เป็นประธานเปิดการสัมมนา และรับฟังความเห็นเรื่อง ”การกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน ” ณ บ้านหมอรีสอร์ท จังหวัดสุโขทัย ระหว่างวันที่ 14-15 สิงหาคม 2563  การบรรยายพิเศษจาก นายแพทย์ภาณุวัฒน์ ปรนเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดร.ศรีโสภา มีเจริญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา นายบรรณ แก้วฉ่ำ นิติกรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ นางผ่องนภา เนียมน่วม เลขานุการสมาคม อสม.แห่งประเทศไทย มีบุคลากรจากสาธารณสุขจังหวัด รพ.สต. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ อสม.ในจังหวัดสุโขทัย จำนวน 500 คน ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อเป็นข้อมูลเสนอต่อสภาฯ ต่อไป

ดร.พรรณสิริ กล่าวว่าในปัจจุบัน มี รพ.สต.ที่มีความพร้อมราว 70 แห่ถ่ายโอนไปสังกัด อปท.เรียบร้อยแล้วโดยสำนักวิจัยระบบสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ได้ศึกษาวิจัยพบว่ามีคุณภาพที่ดีเป็นต้นแบบได้หลายแห่ง ทั้งนี้จากความเนิ่นนานล่าช้าและไม่ชัดเจนในการกระจายอำนาจและการถ่ายโอน กรรมาธิการฯ จึงมาเปิดเวทีรับฟังความเห็นในวันนี้ และยังได้กล่าวชื่นชมผู้เข้าร่วมสัมนา ที่ทุ่มเททำให้ประเทศไทยก้าวผ่านวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 ได้อย่างดี และมีชื่อเสียงในระดับโลก ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข บังเกิดผลดี รวดเร็ว ว่องไว สอดคล้องกับแผนการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อสะท้อนแนวคิดไปยังผู้เกี่ยวข้องให้ชัดเจนว่า สมควรจะกระจายอำนาจอย่างไร ที่จะทำให้ประชาชนได้เข้าถึงการบริการสุขภาพโดยเร็วและทั่วถึง

ขณะที่นายแพทย์ ภานุวัฒน์ ปานเกตุ รองอธิบดีกรมสนับสนุนการบริการสุขภาพ กล่าวว่า การบริหารจัดการสุขภาพ เป็นภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี และกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักให้ต่อไป  ไม่ว่าจะมีการกระจายอำนาจในรูปแบบใดๆก็ตาม โดยมี อสม.ราว 1,400,000 คน ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อีกทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ก็ให้การสนับสนุนควบคู่กันไป อย่างไรก็ตามการมีกฏหมายรองรับจะทำให้การทำงานได้อย่างเป็นระบบ และง่ายขึ้นในทางปฏิบัติ

ด้านนายบรรณ แก้วฉ่ำ นิติกร อปท.ในฐานะที่ปรึกษากรรมาธิการฯ ได้ให้ข้อมูลการกระจายอำนาจว่า มีตั้งแต่ พ.ศ. 2499 และมีความพยายามให้มีการกระจายแบบก้าวกระโดดในปี 2540 โดยมี พรบ.การกระจายอำนาจ พ.ศ. 2540 และ พรบ.แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจที่ชัดเจน พ.ศ.2542 บังคับใช้ การนี้กำหนดให้ท้องถิ่นจัดบริการสาธารณะด้านการศึกษาและสาธารณสุขไว้ แต่ที่ผ่านมาภารกิจบางอย่างก็ไม่ได้โอนงบประมาณมาให้  จึงขอให้ผู้เข้าร่วมสัมนาช่วยกันนำเสนอว่าควรทำอย่างไร โดยมีหลายแนวคิด เช่น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ ควรถ่ายโอนไปอยู่กับ อบจ. ในส่วน รพสต.ควรจะถ่ายโอนไปสังกัด อบต. เทศบาล หรือ อบจ.และต้องถ่ายโอนทั้งอำนาจ หน้าที่ และงบประมาณ

ทั้งนี้ที่ประชุมส่วนใหญ่มีความเห็นว่ากรณี รพ.สต.ถ่ายโอนไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรจะเป็นองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในด้าน อสม.ก็ทำงานร่วมกับ รพ.สต.อยู่แล้ว แต่มีความเป็นห่วงกรณีผู้นำท้องที่มาจากการเลือกตั้ง นโยบายและการทำงานจะต่อเนื่องหรือไม่ ทั้งนี้ อสม.สุโขทัยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับ รพ.สต. ถ้า รพ.สต.ที่ใดมีความเข้มแข็งจะส่งผลให้ภารกิจการงานสำเร็จเรียบร้อย อสม.ก็พร้อมที่จะเดินหน้าทำงานต่อไป

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์” 

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์" 17 สิงหาคม 2563 – 08:45 น.

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์”  สะท้อนถึงความเป็น “ที่สุดของที่สุด” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยงและการบริการ ซึ่งมาจากจากการให้เรตติ้ง และการรีวิวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์

     
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล มีความยินดีที่จะประกาศว่าโรงแรมและรีสอร์ตในเครือ 6 แห่งในประเทศไทยและเวียดนาม ได้รับรางวัล “ทราเวลเลอร์ส ชอยซ์” จากทริปแอดไวเซอร์ อวอร์ดส ปี 2020  รางวัลทราเวลเลอร์ส ชอยส์ สะท้อนถึงความเป็น “ที่สุดของที่สุด” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยงและการบริการ ซึ่งมาจากจากการให้เรตติ้ง และการรีวิวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกในเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนของความคิดเห็น และประสบการณ์จริงของผู้เข้าพักในโรงแรม มากกว่าการตัดสินของคณะกรรมการใดๆ

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์" 

ในหัวข้อ “ดีที่สุดของประเทศไทย” โรงแรมในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล 3 แห่งติดอยู่ใน 25 อันดับแรกของโรงแรมและรีสอร์ตที่ดีที่สุดในประเทศไทย ได้แก่ โรงแรมวนาเบลล์, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น รีสอร์ท เกาะสมุย, เรเนซองส์ ภูเก็ต รีสอร์ท แอนด์ สปา และ เลอ เมอริเดียน เชียงราย รีสอร์ท โดยโรงแรมอันยอดเยี่ยมทั้ง 3 โรงแรม ได้คะแนนจากทริปแอดไวเซอร์ สูงอย่างต่อเนื่องด้วยคะแนน 4.5 จาก 5 คะแนน
          

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์" 

เช่นเดียวกับในหัวข้อ “ดีที่สุดของเวียดนาม” โรงแรมในเครือแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล 3 แห่ง ก็ติดอยู่ในโรงแรมและรีสอร์ตที่ดีที่สุดของเวียดนามใน 25 อันดับแรก ได้แก่ เจดับบลิว แมริออท โฮเทล ฮานอย ซึ่งได้คะแนนเต็ม 5 คะแนน ตามมาด้วย เจดับบลิว แมริออท ฟูก๊วก เอมเมอรัลด์ เบย์ รีสอร์ต แอนด์ สปา และเลอ เมอริเดียน ไซง่อน โดยทั้ง 2 แห่งได้คะแนน 4.5 จาก 5 คะแนน
           

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์" 

โรงแรมและรีสอร์ทที่ได้รับรางวัล “ทราเวลเลอร์ส ชอยส์” ของทริปแอดไวเซอร์ อวอร์ดส ปี 2020 ถือเป็นตัวแทนของโรงแรมและรีสอร์ตชั้นนำ 10% ของโรงแรมและรีสอร์ททั่วโลก ซึ่งแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของโรงแรมเหล่านี้ และขอขอบคุณผู้เข้าพักสำหรับความคิดเห็นอันยอดเยี่ยม
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงแรม และรีสอร์ทของแมริออท อินเตอร์เนชั่นแนลที่ได้รับรางวัลทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.marriott.com

เครือแมริออทฯ ฉลองรางวัลที่สุดของที่สุด "ทราเวลเลอร์ส ชอยส์" 

การประชุมสามัญใหญ่ชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ปปช.แม่ฮ่องสอน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

การประชุมสามัญใหญ่ชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ปปช.แม่ฮ่องสอน

การประชุมสามัญใหญ่ชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต ปปช.แม่ฮ่องสอน16 สิงหาคม 2563 – 18:41 น.

สำนักงาน ป.ป.ช. คาดหวังให้ชุมชนเกิดจิตพอเพียงต้านทุจริต โดยร่วมกันมุ่งพัฒนาชุมชนให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยการประยุกต์และบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

สำนักงาน ป.ป.ช. คาดหวังให้ชุมชนเกิดจิตพอเพียงต้านทุจริต โดยร่วมกันมุ่งพัฒนาชุมชนให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยการประยุกต์และบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้ากับการสร้างความโปร่งใส การแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม ตระหนักรู้และใฝ่รู้ปัญหาการทุจริต

นายฉัตรชัย วีระเชวงกุล ผอ. สำนักงาน ปปช.ประจำจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานในการ ประชุมสามัญใหญ่ชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตแม่ฮ่องสอนเพื่อปลูกฝังวิธีคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม รวมทั้งไม่ทนต่อการทุจริต  แก่โค้ช คณะกรรมการ สมาชิกชมรม STRONG  จิตพอเพียงต้านทุจริต ปปช.แม่ฮ่องสอน ประชาชนและเยาวชน และดำเนินกิจกรรม A4 มีผู้เข้าร่วมประมาณ 120 คน พร้อมได้เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นแทนคณะกรรมชุดเก่าที่จะหมดวาระ  ณ ห้องประชุมโรงแรมอิมพีเรียล แม่ฮ่องสอน รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

โดยมีนายประมินทร์ วัฒนวารี ประธานชมรม STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริตแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ด้วยสำนักงาน ป.ป.ช. ได้กำหนดให้ดำเนินโครงการ STRONG – จิตพอเพียงต้านทุจริต มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันการป้องการทุจริตเชิงรุกด้วยการสร้างเสริมให้บุคคลและชุมชนมีจิตพอเพียงต้านทุจริตด้วยกรอบ STRONG ได้ปลูกฝังวิธีคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม รวมทั้งความละอายในการทำทุจริตและไม่ทนต่อการทุจริตแก่ประชาชนและทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นโครงการที่มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 (พ.ศ.2560 – 2564) และทางชมรม ฯ ได้ดำเนินการ และวางแผนการดำเนินการตามบทบัญญัติของธรรมนูญชมรม และกิจกรรม ตั้งแต่ A1-A3 และได้นำเสนอผลงานของชมรมฯ สำหรับโครงการปีงบประมาณ 2562-2563 ที่ผ่านมา ส่วนกิจกรรม A4 ได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการต้านทุจริต ว่าการทุจริตถือเป็นพฤติกรรมที่นอกจากจะผิดกฎหมายและทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศแล้ว ยังเป็นพฤติกรรมที่ผิดจริยธรรม ไม่ได้รับการยอมรับจากสังคม

ทั้งนี้ นายฉัตรชัย วีระเชวงกุล ผอ. ปปช. แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า หากได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนของสังคมไทย ประชาชนไทยจะมีความตื่นตัวต่อการทุจริตมากขึ้น มีการให้ความสนใจต่อข่าวสารและตระหนักถึงผลกระทบของการทุจริตที่มีต่อประเทศมากขึ้น มีการแสดงออกซึ่งการต่อต้านการทุจริตทั้งในชีวิตประจำวันและการแสดงออกผ่านสื่อสาธารณะและสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ประชาชนในแต่ละช่วงวัยได้รับกระบวนการกล่อมเกลาทางสังคม จะเริ่มเรียนรู้การปรับเปลี่ยนฐานความคิดที่ทำให้สามารถแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวมได้

วัฒนธรรมทางสังคมที่มีฐานอยู่บนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจะหล่อหลอมให้ประชาชนไม่กระทำการทุจริตเนื่องจากมีพื้นฐานจิตที่พอเพียง มีความละอายต่อการทุจริตประพฤติมิชอบ และ ไม่ยอมให้ผู้อื่นกระทำการทุจริตอันส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อสังคมส่วนรวม ตระหนักรู้และใฝ่รู้ปัญหาการทุจริต รวมทั้งร่วมกันพัฒนาชุมชนให้มีความเอื้ออาทรบนพื้นฐานของจริยธรรมและจิตพอเพียง อีกทั้งเกิดการป้องปรามการทุจริตในชุมชน ส่งผลให้การทุจริตเกิดได้ยากมากขึ้น ตลอดจนเกิดเครือข่ายชุมชนจิตพอเพียงต้านทุจริต และเป็นแกนนำสร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริตต่อไป

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคแม่ฮ่องสอน

กรมชลฯปัจฉิมนิเทศ หลังออกแบบ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน แม่ฮอดห้วย แม่ป่าไผ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กรมชลฯปัจฉิมนิเทศ หลังออกแบบ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน แม่ฮอดห้วย แม่ป่าไผ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

กรมชลฯปัจฉิมนิเทศ หลังออกแบบ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน แม่ฮอดห้วย แม่ป่าไผ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ16 สิงหาคม 2563 – 11:16 น.

กรมชลฯ ปัจฉิมนิเทศ หลังออกแบบ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน แม่ฮอดห้วยแม่ป่าไผ่ อันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่ อ.จอมทองฮอดมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ก่อนสรุปเสนอ ครม.เพื่อเดินหน้าก่อสร้าง

วันที่ 14 ส.ค. 2563 ที่ห้องประชุมสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่ นายณัฐวุฒิ นากสุก ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 1 เป็นประธานเปิดงานประชุมปัจฉิมนิเทศ งานสำรวจ ออกแบบโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 3 โครงการคือ อ่างเก็บน้ำแม่ปอน อำเภอจอมทอง อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด อ.ฮอดและอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ อ.ฮอด จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายพิเชษฐ์ ศุภฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน เป็นผู้กล่าวรายงาน มีประชาชนในเขตพื้นที่ที่มีส่วนได้เสียเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนมาก 

นายพิเชษฐ์ ศุภฤกษ์ ผู้อำนวยการสำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้ว่าจ้าง กิจการร่วมค้า ดับเบิ้ลยู เอฟ โอ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท วิศวชาญ 2002 จำกัด, บริษัท ฟรอนเทียร์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแทนท์ส จำกัด และบริษัท องศา คอนซัลแตนท์ จำกัด ดำเนินการงานสำรวจ ออกแบบโครงการฯโดยกรมชลประทานเร่งรัดการออกแบบ “อ่างเก็บน้ำแม่ปอน อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่” ให้แล้วเสร็จภายใน 330 วันเพื่อให้ได้ก่อสร้างได้โดยเร็ว

สำหรับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ปอน เป็นเขื่อนดินถมแกนดินเหนียวแบบแบ่งโซน มีความจุอ่างฯ 2.03 ล้าน ลบ.ม มีพื้นที่รับประโยชน์ 4,267.54 ไร่ อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด เป็นเขื่อนดินถมแกนดินเหนียวแบบแบ่งโซนเหมือนอ่างเก็บน้ำแม่ปอน ความจุอ่างฯ 3.31 ล้าน ลบ.ม มีพื้นที่รับประโยชน์ 4,442 ไร่ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียว ความจุอ่างฯ 20.41 ล้าน ลบ.ม มีพื้นที่รับประโยชน์ 6,683 ไร่ทั้งนี้จะมีการดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ก่อน ภายในปี 2564 โดยจะดำเนินการก่อสร้างถนนและบ้านพัก แคมป์คนงานก่อสร้างก่อน เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่อยู่ในเขตพื้นที่ของกรมป่าไม้การขอใช้ประโยชน์ในการดำเนินการก่อสร้างทำได้เร็วกว่าอีก 2 อ่างซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่กรมอุทยาน สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาในการขอใช้พื้นที่ประมาณ 1-2 ปี โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มสร้างได้ในปีถัดไป ผอ.สำนักออกแบบวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม กรมชลประทาน กล่าวและชี้แจง

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะก่อสร้างได้ ต้องดำเนินการเสนอโครงการต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป รวมถึงคณะรัฐมนตรี ก่อนจะถึงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อเตรียมการก่อสร้าง ในส่วนของอ่างเก็บน้ำแม่ปอน คาดว่าใช้งบประมาณเตรียมการและก่อสร้างประมาณ 341 ล้านบาทอ่างเก็บน้ำแม่ฮอด 525 ล้านบาท และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ 716 ล้านบาท อาจจะต้องใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 3 ปีปัจจุบันโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีจำนวน 3,372 โครงการ แบ่งเป็น โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 3,106 โครงการ โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จำนวน 96 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อม จำนวน 170 โครงการ โดยจังหวัดเชียงใหม่มีโครงการที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนและเตรียมความพร้อม จำนวน 27 โครงการ ซึ่งอ่างเก็บน้ำแม่ปอน อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ อ่างเก็บน้ำแม่ฮอด อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ป่าไผ่ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ เป็น 3 โครงการ ที่อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อการก่อสร้างในขั้นตอนต่อไป .

ฟงหวิน ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่

สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ รณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ รณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน

สถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ รณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน16 สิงหาคม 2563 – 11:15 น.

โครงการรณรงค์ปลูกหญ้าแฝกปี 2563 เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันพระราชสมภพ ครบ 88 พรรษา ณ โครงการสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตรป่าไม้ สิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านแปกแซม จ.เชียงใหม่

ณ โครงการสถานีสาธิตและถ่ายทอดการเกษตรป่าไม้ สิ่งแวดล้อม อันเนื่องมาจากพระราชดำริบ้านแปกแซม อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ นำโดยนายธีร์รรัฐ ไชยเทพ ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินเชียงใหม่ พร้อมด้วยหัวหน้าชุดปฏิบัติการประสานงานและคุ้มครองป้องกันชุมชนโครงการสถานีสาธิตฯ เกษตรอำเภอเวียงแหง ปศุสัตว์อำเภอเวียงแหง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และ การศึกษาตามอัธยาศัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเปียงหลวง กำนันผู้ใหญ่บ้าน คณะครู นักเรียน เกษตรกรบ้านกองแหะ ได้ร่วมกันเปิดงานโครงการรณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ปี 2563 เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันพระราชสมภพ ครบ 88 พรรษา เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ร่วมโครงการกว่า 200 คน

กรมพัฒนาที่ดินมีภารกิจด้าน การพัฒนาฟื้นฟูทรัพยากรดินจะมีผลโดยตรงต่อการพัฒนาการเกษตร  มีความมุ่งมั่นที่จะให้มีการพัฒนา  และอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อเป็นรากฐานของการทำการเกษตรในระยะยาว ในด้านการชะล้างพังทลายของดิน สภาพผิวหน้าดินที่ถูกกัดเซาะ ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ทำการเกษตร การใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำ จึงเป็นวิธีการใช้เทคโนโลยีแบบง่าย ๆ เกษตรกรสามารถดำเนินการได้เอง ทั้งยังไม่ต้องดูแลรักษาหลังการปลูกมากนัก และประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีอื่น ๆ นอกจากนั้น ยังเป็นการปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น

การจัดงานโครงการรณรงค์ปลูกหญ้าแฝก ปี 2563 ในครั้งนี้ขอขอบคุณทุกภาคส่วน  ที่มีส่วนร่วมในการจัดงานให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  จัดงานครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้มาร่วมงาน ในการนำความรู้ที่ได้รับไปปฏิบัติเป็นแบบอย่าง และปรับใช้ในพื้นที่  พร้อมทั้งนำไปเผยแพร่แก่เกษตรกรรายอื่น ๆ ต่อไป

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ ครั้งที่ 1 สร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ ครั้งที่ 1 สร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง

ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ ครั้งที่ 1 สร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง

16 สิงหาคม 2563 – 11:15 น.

สำนักงานชลประทานที่ 2 ประชุมโครงการ “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” ครั้งที่ 1 สร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง

เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยดร.สมจิต อำนาจศาล ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 2 เป็นประธานในการประชุมโครงการ “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” ครั้งที่ 1 ซึ่งโครงการ “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” เป็นการสร้างเครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่าแม่น้ำวัง ในเขตเทศบาลเมืองลำปาง โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง ทำการติดตามสถานการณ์น้ำ ตรวจสอบข้อมูล แจ้งรายงานข้อมูลสถานการณ์น้ำในพื้นที่ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบภัยและผู้ได้ผลกระทบทางด้านน้ำ

โดยมี อาสา “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” ที่ร่วมโครงการ จำนวน 25 คน เข้ารับฟังการบรรยายเรื่อง การบริหารจัดการน้ำและการติดตามสถานการณ์น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันน้ำหลากและน้ำแล้ง พร้อมทั้งร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างอาสา “ฅนเมืองรถม้า อาสาผ่อน้ำ” และเจ้าหน้าที่สำนักงานชลประทานที่ 2 ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา ตำบลบ้านแลง อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

จากนั้นในช่วงบ่ายได้ลงพื้นที่ดูงานภาคสนามในเขตพื้นที่เฝ้าระวังภัย ณ จุดเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำวัง ลดผลกระทบความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป.

อัมรินทร์ วะนะวิเชียร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำปาง

แถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 มีสาวงามร่วมประกวด 15 คน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 มีสาวงามร่วมประกวด 15 คน

แถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 มีสาวงามร่วมประกวด 15 คน14 สิงหาคม 2563 – 17:16 น.

จังหวัดกำแพงเพชรแถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 โดยมีสาวงามเข้าร่วมประกวดกว่า 15 คน

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรมชากังราวริเวอร์วิว จังหวัดกำแพงเพชร นายเทวัญ หุตะเสวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพช 2020 โดยมีนางวิลาวรรณ ตั้งตัวดี โปรวิเชี่ยวไดเรคเตอร์ ผู้ถือลิขสิทธิ์จัดการประกวด มิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 กล่าวรายงาน ร่วมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ/หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ/ นายอำเภอ / นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร/ นายกเทศมนตรีเมืองกำแพงเพชร/ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการแถลงข่าวการจัดการประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพช 2020

จังหวัดกำแพงเพชร ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจและเป็นเมืองของการลงทุนจังหวัดกำแพงเพชรถือว่าเป็นอีก 1 จังหวัดที่มีศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างสูง ถึงแม้ว่าจังหวัดกำแพงเพชรของเราติดอยู่ใน 55 จังหวัดเมืองรอง เป็น 1 ใน 16 จังหวัดภาคเหนือที่ไม่ได้เป็นจังหวัดกลุ่มเป้าหมายหลักของนักท่องเที่ยว การประกวดมิสแกรนด์กำแพงเพชร 2020 ในปีนี้ จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะช่วยส่งเสริมต้นการท่องเที่ยว และทำให้ประชาชนทั่วไปรู้จักจังหวัดกำแพงเพชรมากยิ่งขึ้น เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับจังหวัดกำแพงเพชรองค์กรมิสแกรนด์กำแพงเพชรของเราพยายามที่จะเฟ้นหาสาวงามที่มีความสวยความมั่นใจและความสมารถ เพื่อเป็นตัวแทนสาวงามจากจังหวัดกำแพงเพชร ไปสร้างชื่อเสียงบนเวทีมิแกรนด์ไทยแลนด์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าสายสะพายของจังหวัดกำแพงเพชร ของเราเป็นสายสะพายสายที่แข็ง เข้าในรอบลึกๆ ในทุกๆ ปี และได้รับตำแหน่งเกือบทุกปี

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชรให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นำไปสู่กรเสริมสร้างรายได้เพิ่มขึ้นแก่ประชาชนในพื้นที่ สำหรับการจัดการประกวด มิสแกรนด์ กำแพงเพชร ประจำปี 2563 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 สิงหาคม 2563 – 15 สิงหาคม 2563 ณ โรงแรมชากังราว ริเวอร์วิว อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร

วิทยา จตุรภาค ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดกำแพงเพชร