การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง เพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง เพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง เพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี20 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง เพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี เตรียมใช้ระบบจริงวันที่ 4-5 กันยายน 63 นี้

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาแม่สะเรียง แจ้งดับกระแสไฟฟ้าเพื่อทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี เตรียมใช้ระบบจริงวันที่ 4-5 กันยายน 63 นี้ นายศุภชัย เชยชุ่ม หัวหน้าแผนกบริการลูกค้าและการตลาด รักษาการแทน ผู้จัดการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอแม่สะเรียง เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอแม่สะเรียง จะทำการทดสอบระบบจำหน่ายสายส่ง 115 เควี ซึ่งจะมีกำหนดใช้จริงในวันที่ 4-5 กันยายน 2563 จึงต้องดับกระแสไฟฟ้าเพื่อทดสอบระบบจำหน่าย ตั้งแต่ ทางหลวง 108 ช่วง กม. 165 บ้านป่าโปงต่ำ ต.ป่าโปง อ.สบเมย ถึง ทางหลวง 108 ช่วง กม. 178 ปากทางเข้าตำบลป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง  ในวันที่ 19 สิงหาคม 2563 ตั้งแต่เวลา 9.00 – 11.30 น. ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. ในช่วงเวลา 9.00 – 9.30 น. บริเวณพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย จะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้เป็นการชั่วขณะ ระยะเวลาประมาณ 30 นาที

2. ในช่วงเวลา 11.30 – 12.00 น. บริเวณพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย จะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้เป็นการชั่วขณะ ระยะเวลาประมาณ 30 นาที

3. บริเวณทางหลวง 108 ซ้าย-ขวา ตั้งแต่ช่วง กม 165 บ้านป่าโปงต่ำ ตำบลป่าโปง อำเภอสบเมย ถึง ทางหลวง 108 ช่วง กม.178 ปากทางเข้าตำบลป่าแป๋ อ.แม่สะเรียง  ในช่วงเวลา 9.00 – 12.00 น.จะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้เป็นการชั่วคราว ได้แก่ ตำบลป่าโปง อ.สบเมย  ตำบลแม่เหาะ ตำบลป่าแป๋  อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

ทาง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาอำเภอแม่สะเรียง จึงขออภัยในความไม่สะดวกเนื่องจากในช่วงวัน และเวลาดังกล่าวตามรายละเอียด อาจจะมีกระแสไฟฟ้าดับ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทำให้ไฟฟ้าบริเวณพื้นที่อำเภอแม่สะเรียง และอำเภอสบเมย  จ.แม่ฮ่องสอน จะไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค แม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ช้างป่าบุกทำลายไร่ข้าวโพด #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ช้างป่าบุกทำลายไร่ข้าวโพด

แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ช้างป่าบุกทำลายไร่ข้าวโพด

20 สิงหาคม 2563 – 09:11 น.

แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ช้างป่าบุกทำลายไร่ข้าวโพด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยเท้าช้างป่า​มีประมาณ​ 5​ ตัว

ที่อำเภอ​ปาย ว่าที่ร้อยตรีนพรัตน์ ศุภกิจโกศล นายอำเภอปาย​ พร้อม​นายก​องค์การ​บริหารส่ว​น​ตำบล​แม่นาเติง​ รองนายกองค์การ​บริหารส่ว​น​ตำบล​แม่​นาเ​ติง​/รองปลัดองค์​การบริหาร​ส่วน​ตำบล​แม่​เติง​ เจ้าหน้าที่ป่าไม้อุทยาน​แห่งชาติ​ห้วย​น้ำ​ดัง​ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน​ บ้านในของ​ กำลังพล ร้อย อส.อ.ปายที่ 4 เข้าตรวจสอบ​พื้นที่ ตามที่ได้รับแจ้งมีช้างป่าเข้ามาในพื้นที่ทำการเกษตร​ของราษฎรจากการตรวจสอบพื้นที่การเกษตร​ซึ่งพบว่าข้าวไร่และข้าวโพดเสียหายหลายจุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจพบรอยเท้าช้างป่า​มีประมาณ​ 5​ ตัว

จึงได้ประสานหน่วยงานองค์การ​บริหารส่ว​น​ตำบล​แม่นาเติง หน่วยงานป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่​ยว​ข้อง​ เร่งให้การช่วยเหลือชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบตามระเบียบและหาแนวทางปัองกันช้างป่ามิให้เข้ามาสร้างความเสียหายแก่พืชผล ต่อไป​ ณ​ หย่อมบ้านในของ​ หมู่ที่​ 9 ตำบลแม่นาเติง​ ​อำเภอปาย​ จังหวัด​แม่ฮ่องสอน​ จากการเปิดเผยของนายบัญชาฯ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังว่าสำหรับช้างป่าโขลงนี้เดิมถิ่นที่อยู่ของมันอยู่ตามตะเข็บชายแดนหัวน้ำของและหัวน้ำลางซึ่งป่าที่อุดมสมบูรณ์เหมาะสำหรับเป็นที่อยู่ของช้างป่าโดยปกติช้างโขลงนี้จะไม่ค่อยลงมา แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาช้างเหล่านี้ได้เข้ามาลึกมากห่างจากที่อยู่ของมันกว่า 30 กม.เมื่อมันมาพบเห็นไร่ข้าวโพดและข้าวไร่ก็เลยขอกินเสียเลย

เกียรติศักดิ์  รักสัตย์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น19 สิงหาคม 2563 – 15:34 น.

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


หลังจากที่ผ่านช่วงเวลากักตัวและทำงานที่บ้านมาหลายเดือน ทำให้เริ่มอยากออกไปเที่ยวพักผ่อน ล่าสุดหลังจากการคลายล็อกดาวน์ (Lockdown) เชื่อว่าหลายๆ คนคงมีการวางแผนมองหาสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศกับคนในครอบครับและเพื่อนสนิท รีเฟรชตัวเองและดื่มด่ำกับธรรมชาติพร้อมถ่ายรูปอวดผิวสวยลงโซเชียล แต่เราอาจหลีกเลี่ยงปัญหาผิวที่มาพร้อมกับการเดินทางไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง การดื่มน้ำหรือรับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอ ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวอ่อนล้า หมองคล้ำ ไม่สดใส  แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับบล็อกเกอร์สาวด้านความงาม ไลฟ์สไตล์ และแฟชั่น ที่รู้จักกันในนาม ‘GANDAGANDA’ หรือ กานดา สายทุ้ม จัดเวิร์คช็อป ‘แพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกัน เผยเทคนิคอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริปการเดินทาง’ กับผลิตภัณฑ์แบรนด์ ‘ธัญ’ (THANN)

อาทิ ‘ตาฮิเตียน ลากูน แอนด์ แอลป์ มิเนรัล วอเตอร์ เฟซ มิสต์’ (Tahitian Lagoon & Alps Mineral Water Face Mist), ‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง แฟเชียล มาส์ก’ (Eastern Orchard Intensive Hydrating Facial Mask), ‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ แฟเชี่ยล ซันสกรีน’ (Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++), ‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด ชาวเวอร์ เจล’ (Eastern Orchard shower gel) และ ‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด บอดี้ มิลค์’ (Eastern Orchard body milk),  โดยมีเซเลบริตี้สาวสวยร่วมทำกิจกรรม อาทิ ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, อภินรา ศรีกาญจนา และ ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ ที่ โรงแรมอวานี สุขุมวิท กรุงเทพฯ

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

กานดา สายทุ้ม กูรูด้านความสวยงามและท่องเที่ยว ได้แนะทริคท่องเที่ยวอวดผิวสวย พร้อมแนะไอเทมสำหรับการดูแลผิวตนเองขณะเดินทางท่องเที่ยว ว่า ‘การเดินทางท่องเที่ยวนั้นก็ถือว่าเป็นการพักผ่อนอีกทางหนึ่ง ทำให้เราได้สัมผัสประสบการณ์และได้เปิดมุมมองใหม่ให้กับชีวิต การเดินทางท่องเที่ยวนำพาเราให้ได้เจอกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเราได้อีกทางหนึ่ง การเลือกที่พักก็เป็นสิ่งสำคัญ เน้นความรู้สึกแบบอยู่สบายตรงตามสไตล์ที่เราชอบที่สุด ซึ่งอาจพิจารณาจากบรรยากาศ วิวห้องพัก อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ  รวมถึงพิจารณาสภาพอากาศด้วย เพราะแต่ละสถานที่ก็มีสภาพอากาศที่ต่างกัน การแต่งกายก็ย่อมต่างกัน ล้วนมีผลต่อการจัดเตรียมเสื้อผ้ารวมรวมถึงเครื่องสำอาง เพื่อดูแลผิวพรรณขณะท่องเที่ยวอีกด้วย ส่วนการดูแลผิวพรรณนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ถือว่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่เราต้องดูแลผิวเราให้มีสุขภาพดีที่สุดก่อน เมื่อผิวแข็งแรงก็จะง่ายต่อการดูแล ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวก็สามารถดูแลผิวเพิ่มเติมมากขึ้นได้ เช่น หากไปทริปที่เจอแสงแดดมากๆ ก็ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด เพื่อป้องกันรังสียูวีและผิวคล้ำเสียจากแสงแดด หากเป็นประเภทกันน้ำ (Water Resistant) ได้จะดีมาก เพราะไม่ต้องกังวลว่าครีมกันแดดที่ทาจะละลายไปกับน้ำหรือเหงื่อ ระหว่างวันก็สามารถใช้สเปรย์น้ำแร่ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และคลายความอ่อนล้าให้กับผิว นอกจากนี้เรายังสามารถคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทางท่องเที่ยวได้ระหว่างการอาบน้ำด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ เพื่อคืนความสดชื่นได้ทั้งร่างกายและจิตใจอีกด้วย ส่วนเรื่องการแต่งกายเราควรคำนึงถึงสถานที่ที่จะไปเป็นหลัก อย่างเช่น หากไปทะเลก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้าบางเบา แห้งง่าย ถ้าไปภูเขาก็ควรเลือกเสื้อผ้าที่เน้นความคล่องตัวสูง หรืออาจจะมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าพื้นเมืองให้มีความกลมกลืนกับสถานที่และวัฒนธรรมท้องถิ่นของเมืองนั้นๆ นอกจากนี้เราควรให้ความสำคัญกับรองเท้าที่สวมใส่ด้วย เพราะระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวนั้น ส่วนใหญ่เรามักจะมีกิจกรรมและสถานที่ให้เราได้ออกไปสำรวจหลายแห่ง อาจต้องเดินมากเป็นพิเศษ ดังนั้นการเลือกใส่รองเท้าที่สวมใส่สบายนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแค่ใส่แล้วดูดี แต่ต้องมาพร้อมกับความสบายด้วย ส่วนเทคนิคการถ่ายรูปนั้นนอกจากแสงที่ดีจะช่วยให้รูปออกมาสวยดูดีแล้ว การจัดองค์ประกอบของร่างกาย และท่าทางก็สามารถช่วยให้รูปออกมาสวยได้เช่นกัน อย่างเช่น การโพสท่าถ่ายรูปไม่ควรห่อตัวหรือทำหลังค่อม หรือยืนตรงๆลำตัวแข็งทื่อ เพราะจะทำให้รูปเราถ่ายออกไม่สวย ควรปล่อยตัวตามสบาย อย่าเกร็ง อาจจะมีการพอยท์เท้า มองซ้ายบ้าง มองขวาบ้าง เอียงตัวไปด้านใดด้านนึ่ง หรือถ้าใครที่รู้ว่ามุมไหนตัวเองที่ถ่ายรูปออกมาสวยก็สามารถใช้ได้เหมือนกันเพียง และใช้มุมกล้องช่วยในการชูจุดเด่น อำพรางจุดด้อยของเรานอกจากนี้กิจกรรมที่เราทำขณะท่องเที่ยวก็มีส่วนช่วยให้ทริปนั้นสนุกสนาน และได้รูปที่สวยงามด้วยเช่นกัน อย่างไปทะเลก็อาจจะมีกิจกรรมดำน้ำ พายเรือคายัก ไปภูเขาก็อาจจะมีกิจกรรมเดินป่า เดินชมเมืองสวยๆ หรือไม่ก็อาจจะหาคาเฟ่เก๋ๆ ไว้นั่งพัก กิจกรรมเหล่านี้ล้วนช่วยเพิ่มสีสันให้กับการท่องเที่ยวมากขึ้น ทำให้มีรูปสวยๆ ไว้คอยโพสในโซเชียล สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศที่ชอบไป คือ จังหวัดเชียงใหม่ ไปขึ้นภูเขาเข้าป่า เพราะอากาศดี มีลำธาร น้ำใส ต้นไม้สีเขียวๆ ที่พักก็เรียบง่าย สะอาด อาหารอร่อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน’
 

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

‘ธัญ’ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม โดยปัจจุบันมีกว่า 90 สาขา รวมถึงสปาอีก 15 แห่งใน 3 ทวีป ได้แก่ เอเชีย อเมริกา และยุโรป โดยผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ในครั้งนี้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลและฟื้นฟูสุขภาพผิวให้คงความชุ่มชื้น พร้อมเสริมเกราะปกป้องผิวจากแสงแดด ซึ่งประกอบไปด้วย ตาฮิเตียน ลากูน แอนด์ แอลป์ มิเนรัล วอเตอร์ เฟซ มิสต์ (Tahitian Lagoon & Alps Mineral Water Face Mist) ขนาด 60 มล. ราคา 650 บาท สเปรย์น้ำแร่บริสุทธิ์จากธรรมชาติที่รวม 2 คุณประโยชน์ของน้ำแร่ธรรมชาติจากเทือกเขาแอลป์และอ่าววงแหวนปะการัง หมู่เกาะตาฮิติ โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการเติมเต็มความชุ่มชื้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ (Anti-oxidant) ทรงประสิทธิภาพ ช่วยฟื้นฟูและปกป้องเซลล์ผิวจากความแห้งกร้าน ทั้งยังช่วยลดอาการระคายเคือง, น้ำสกัดจากดอกลาเวนเดอร์ออแกนิค (Organic lavender water) บรรเทาอาการอักเสบของผิว และมีคุณสมบัติเป็นสารแอนตี้แบคทีเรีย (Anti-bacteria) และสารสกัดจากชาเขียว (Green tea extract) ปกป้องผิวจากมลภาวะ พร้อมคืนความมีชีวิตชีวาสู่ผิว 

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง แฟเชียล มาส์ก’ (Eastern Orchard intensive hydrating facial mask) ราคา 1,050 บาท ไบโอเซลลูโลสมาส์ก มาส์กรักษ์ที่ผลิตจากน้ำมะพร้าวธรรมชาติ 100% แผ่นมาส์กจึงมีความละเอียดถึง 20-50 นาโนเมตร แนบสนิทได้ทุกพื้นผิวบนหน้า ผ่านการทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์พบว่าค่าความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้น 39%** ทันทีที่ใช้ โดยผิวยังคงความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น 10.4%** แม้เวลาผ่านไป 8 ชั่วโมง และสีผิวกระจ่างใสขึ้น 12.6%*** อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาตินานาชนิดที่มอบความชุ่มชื้น คืนความกระจ่างใสสู่ผิว อาทิ สารสกัดจากชาเขียวออร์แกนิก (Organic green tea extract) อุดมด้วยสารด้วยสารโพลิฟีนอล (Polyphenol) ทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์, สารสกัดจากสับปะรดออร์แกนิก (Organic pineapple extract) อุดมด้วยวิตามิน ซี และเอ็มไซน์โบรมีเลน (Bromelain) บรรเทาความแห้งกร้าน และกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว, ไฮยาลูรอน (Hyaluronic acid) และสารสกัดจากทรีฮาโลส (Trehalose) เติมเต็มความชุ่มชื้น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิว นอกจากนี้ยังเสริมประสิทธิภาพการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึกด้วยวิตามินเอ และ AHA ในรูปแบบไลโพโซม (Phopolipid Bilayer) ซึมสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก เพื่อผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ 
(**ทดสอบด้วยเครื่อง Corneometer กับกลุ่มอาสาสมัครอายุ 22 – 55 ปี จำนวน 20 คน / ***ทดสอบด้วยเครื่อง Colorimeter กับกลุ่มอาสาสมัครอายุ 22 – 55 ปี จำนวน 20 คน)

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ แฟเชียล ซันสกรีน’ (Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++) ขนาด 40g ราคา 1,200 บาท เสริมเกราะปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB พร้อมรับมือกับปัญหาริ้วรอย และผิวคล้ำเสียจากแสงแดด ด้วยเนื้อครีมที่มอบสัมผัสแห้งสบาย ไม่มันวาว ไม่ทิ้งคราบขาวไว้บนใบหน้า ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ดีแม้ผิวเปียกน้ำ (Water Resistant) กันน้ำ กันเหงื่อ อุดมด้วยสารสกัดธรรมชาติที่มอบคุณค่าการบำรุงด้วยส่วนผสมธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดอนุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract), น้ำมันสกัดจากเมล็ดแบล็คเคอร์แรนท์ (Blackcurrant seed oil) และสารสกัดจากบอลลูนไวน์ (Balloon vine extract) ลดอาการระคายเคือง และทำหน้าที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นท์, น้ำมันสกัดจากเมล็ดชาออแกนิค (Organic camellia seed oil) ปรับสภาพผิวให้กระชับ เรียบเนียน, อุดมด้วยสารแอนตี้ออกซิเด้นท์ ปกป้องและลดอาการอักเสบของผิว, น้ำมันสกัดจากเมล็ดดอกทานตะวัน (Sunflower seed oil) และน้ำมันสกัดจากดอกคำฝอย (Safflower seed oil) เติมเต็มความชุ่มชื้น เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว, สารสกัดจากโรสแมรี่ (Rosemary extract) ลดเลือนริ้วรอย และจุดด่างดำ

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด ชาวเวอร์ เจล (Eastern Orchard shower gel) ขนาด 320 มล. ราคา 650 บาท ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวสูตรอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว ทำให้ผิวนุ่มสะอาดและมีสุขภาพดี ช่วยปรับสมดุลความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิว อุดมไปด้วยวิตามินอี ในน้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) ที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเด้นซ์ทรงประสิทธิภาพ, น้ำมันเมล็ดองุ่นออแกนิค (Organic Grape Seed Oil) ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสของผิว, น้ำมันอาร์แกน (Argan Oil) ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวพร้อมป้องกันการระคายเคือง  


อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด บอดี้ มิลค์ (Eastern Orchard body milk) ขนาด 320 มล. ราคา 850 บาท ครีมบำรุงผิวกายอุดมด้วยวิตามินอีจากน้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ, น้ำมันดอกอีฟนิ่งพริมโรส ออแกนิค (Organic Evening Primrose)  และน้ำมันอาร์แกนออแกนิค (Organic Argan Oils) ช่วยบำรุงผิวให้นุ่มชุ่มชื้นและลดการระคายเคือง

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


สำหรับบรรยากาศในการเวิร์คช็อปเต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยให้เกียรติมาร่วมเผยไอเท็มเด็ดและเคล็ดลับการดูแลผิวตนเองขณะเดินทางท่องเที่ยว เริ่มที่สาวยิ้มสวย ธัญวรรณ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เผยว่า ช่วงที่ล็อกดาวน์ก็ไม่ได้ไปไหนเลย แต่พอหลังจากคลายล็อกดาวน์แล้ว ทริปแรกที่มีโอกาสได้ไป คือ เกาะสมุย ซึ่งไปกับเพื่อนๆ อยากบอกว่าทะเลที่สมุยสวยมาก สวยไม่แพ้ทะเลในต่างประเทศเลย และมีสถานที่สวยๆ ให้ถ่ายรูปหลายที่ เวลาถ่ายรูปจะมีเทคนิคการถ่ายรูปแบบมุมเสย ซึ่งหลายคนอาจคิดว่าการถ่ายรูปมุมเสยนั้นจะทำให้หน้าบานหรือหน้าใหญ่ แต่จริงๆแล้วการถ่ายรูปมุมเสยนั้นช่วยให้ช่วงลำตัวเราดูยาว สูง ทำให้ภาพที่ได้ออกมาดูสวย และที่สำคัญเราต้องมีความมั่นใจในรูปร่างและชุดที่สวมใส่แบบที่เป็นตัวเรา การเตรียมตัวไปเที่ยวทริปนี้ก็จะมีไอเทมที่จะขาดไม่ได้อย่างอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันแสงแดดเช่น แว่นตากันแดด หมวก และครีมกันแดด เวลาส่วนใหญ่เอยมักใช้ไปกับกิจกรรมกลางแจ้ง ทำให้ผิวแห้งขาดน้ำได้ง่าย บวกกับเอยเป็นคนที่ผิวค่อนข้างแห้ง จึงต้องเตรียมครีมทาผิวและสเปรย์น้ำแร่ติดไปด้วย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และไม่ลืมที่จะดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยน้ำที่ร่างกายเราเสียไป’
    

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

ถัดมาที่สาวเวิร์กกิ้งวูเมน อภินรา ศรีกาญจนา เล่าว่า ‘เวลาไปเที่ยวหากไปกับครอบครัวก็มักจะเลือกไปเที่ยวสถานที่ที่เป็นแหล่งประวัติศาสตร์ แต่ถ้าไปกับเพื่อนก็จะเน้นที่มีกิจกรรมเยอะๆ หรือถ้าไปกับพี่น้องที่มีแต่ผู้หญิงก็จะยิ่งสนุกไปใหญ่ เพราะเราจะได้ช่วยกันเลือกชุด จัดกระเป๋า เตรียมเครื่องประดับ รวมถึงเลือกครีมบำรุงผิวให้เหมาะกับแต่ละสถานที่ เนื่องจากสภาพอากาศแต่ละที่ที่จะไปก็ค่อนข้างแตกต่างกัน ส่วนตัวเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายมากเลยยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ ส่วนไอเทมที่ขาดไม่ได้และต้องมีติดกระเป๋าไว้ทุกทริป คือ มาส์กหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว โดยจะใช้หลังจากทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือก่อนนอน เพื่อเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวให้พร้อมสำหรับวันต่อไป ที่สำคัญแผ่นมาส์กนี้ยังสามารถย่อยสลายได้เองอีกด้วย นอกจากจะไม่เป็นการสร้างขยะแล้วยังเป็นแผ่นมาส์กรักโลกอีกด้วย  หลังจากคลาย ล็อกดาวน์ก็มีโอกาสไปเที่ยวเกาะช้างกับเพื่อนๆ ทริปนี้ถือว่าสนุกมาก เพราะมีกิจกรรมที่หลากหลาย ได้ไปดำน้ำตื้นดูปะการัง (Snorkeling) พายคายัก ว่ายน้ำ ทานอาหารทะเล นอกจากสนุกแล้วการเที่ยวในประเทศยังถือว่ามีส่วนช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในประเทศด้วย ส่วนทริคการถ่ายรูปให้สวยสำหรับเราคือควรรู้มุมสวยของตัวเองและมุมที่สวยที่สุดของสถานที่นั้นๆ ด้วย’
    

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น

ปิดท้ายที่สาวผิวสวย ชมพูนุท โรจน์ศิริรัตน์ เผยว่า ‘ทุกครั้งเมื่อถึงเวลาที่จะต้องออกทริปก็จะให้ความสำคัญกับลุคและไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นหลัก ส่วนตัวจะมีแบบแผนในการเตรียมตัวและจัดกระเป๋าที่ค่อนข้างเป๊ะมาก เริ่มตั้งแต่การเลือกสถานที่ที่เราจะไป พักที่ใด โรงแรมสไตล์ไหน ไปกี่วัน เราก็จะเสิร์ชหาข้อมูลที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวเตรียมไว้ก่อนที่จะเดินทาง ดูมุมถ่ายรูป ดูสีสันของเมือง ดูสภาพอากาศ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวเตรียมชุดให้ตัวเองได้สวยที่สุด โดยจะจัดเตรียมชุดไล่เรียงไปตามจำนวนวันที่จะต้องไป วันนี้ไปสถานที่ไหนบ้าง ชุดที่จะต้องใส่ ต้องลุคไหน สีไหน ธีมแบบไหน อาจจะเตรียมไปห้าชุด สิบชุด หากเรามีการเตรียมตัวที่ดีก็จะทำให้การท่องเที่ยวนั้นสนุกสนานมากขึ้น และที่สำคัญเราควรคำนึงถึงสภาพอากาศของสถานที่ที่เราจะไปด้วยว่าเป็นแบบไหน อย่างไปทะเลแน่นอนว่าต้องเจอกับแสงแดด ดังนั้นก็ไม่ลืมที่จะต้องเตรียมครีมกันแดด สเปรย์น้ำแร่  รวมทั้งเจลอาบน้ำ ครีมบำรุงผิวก็มีส่วนช่วยให้ผิวสวยได้ สามารถสร้างความมั่นใจได้ตลอดทริป ส่วนการถ่ายรูปเราก็ชอบถ่ายรูปคู่กับวิวสวยๆ ไม่ค่อยชอบการถ่ายแบบพอร์ทเทรต ช่วงหลังจากที่คลายล็อกดาวน์ก็ได้ไปเที่ยวในประเทศมา 2-3 ที่ สถานที่ที่ชอบมากที่สุดก็คือทะเลที่จังหวัดกระบี่ ถือว่ามีความเป็นธรรมชาติที่สวยงาม น้ำทะเลสวยใสมาก ขอบอกเลยว่าอยากให้ทุกคนได้ไปเที่ยวทะเลกระบี่กันค่ะ’

ธัญ (THANN) ชวนแพ็คกระเป๋าเราเที่ยวด้วยกันอวดผิวสวยแบบไม่มีโทรมตลอดทริป พร้อมแนะมุมโพสท่าถ่ายรูปลงโซเชียลให้โดดเด่น


สัมผัสผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอย่างสุขภาพดี ด้วยผลิตภัณฑ์ ตาฮิเตียน ลากูน แอนด์ แอลป์ มิเนรัล วอเตอร์ เฟซ มิสต์ (Tahitian Lagoon & Alps Mineral Water Face Mist) ขนาด 60 มล. ราคา 650 บาท, ‘อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด อินเทนซีฟ ไฮเดรติ้ง แฟเชียล มาส์ก’ (Eastern Orchard intensive hydrating facial mask) ราคา 1,050 บาท และ ‘เวรี่ วอเตอร์ รีซิสแทนต์ แฟเชียล ซันสกรีน’ (Very water resistant facial sunscreen SPF50 PA++++) ขนาด 40 มล. ราคา 1,200 บาท,อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด ชาวเวอร์ เจล (Eastern Orchard shower gel) ขนาด 320 มล. ราคา 650 บาท และ อีสเทิร์น ออร์เชิร์ด บอดี้ มิลค์ (Eastern Orchard body milk) ขนาด 320 มล. ราคา 850 บาท ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์ http://www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ‘ธัญ’ (THANN) ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามดิส คัฟเวอรี่ ,ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) และสาขาถนนกลาง (ย่านเมืองเก่า) จังหวัดภูเก็ต

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง19 สิงหาคม 2563 – 09:15 น.

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง มีทั้งความเสี่ยง ความอันตราย ไม่ว่าฝนจะตกถนนจะลื่น ก็ต้องเสี่ยงขับรถจักรยานยนต์ฝ่าถนนที่มีแต่โคลน ไปสอนเด็กๆ

นางสาวศุภรดา ล้านกันทา หรือ ครูเก๋ อายุ 35 ปี จบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นครูสอนโรงเรียนผาขวางวิทยา หมู่ที่ 13 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มากว่า 7 ปี ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 300 กว่าคน และมีโรงเรียนลูกอีก 2 สาขา คือ สาขาบ้านแคววัวดำ และสาขาบ้านลอบือ นักเรียนส่วนใหญ่ เป็นชาวเขาเผ่ามูเซอ อาข่า และกะเหรี่ยง ตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนผาขวางวิทยา มีเขตบริการ 13 หย่อมบ้านได้แก่ บ้านพนาสวรรค์, บ้านห้วยหลุ, บ้านสามเส้า, บ้านอาดี่, บ้านอาเกอะ, บ้านป่าแล, บ้านลอบือ, บ้านจะสอป่า, บ้านห้วยสักกอง,  บ้านออบเสือแหวน, บ้านหมอผี, บ้านแคววัวดำ และบ้านลอซา สภาพชุมชนมีลักษณะเป็นชุมชนแบบชนเผ่า คนในชุมชนให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับการจัดกิจกรรมและให้ความร่วมมือในด้านอื่นๆ เป็นอย่างดี เช่น การสร้างโรงอาหาร  และการสร้างรั้วโรงเรียนซึ่งเป็นรั้วลวดหนามที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ครูเก๋ ได้เล่าเรื่องราวหน้าที่ ที่เธอต้องเผชิญกับความท้าทายในแต่ละวัน มีทั้งความเสี่ยง ความอันตราย ของคนที่ต้องไปอยู่บนดอยเพียงลำพัง ที่คนในเมืองอย่างเราๆ อาจจะไม่เคยได้สัมผัส ผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องห่างบ้าน อยู่ไกลพ่อแม่และเพื่อน ขึ้นไปอยู่บนดอย จนทำให้บางครั้งอาจไม่ได้รับอ้อมกอดของคนที่คุ้นเคย บางวันแทบไม่ได้ยินเสียงกัน เพราะบนดอยไม่มีสัญญาณมือถือ มีเพียงเสียงสัตว์ป่าและบ้านพักครูหลังน้อยๆ คอยเป็นเพื่อนยามค่ำคืน อากาศบนดอยเวลาหนาวก็หนาวกว่าใคร หน้าฝนแต่ละทีไม่อยากพูดถึงถนนได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ดินสไล เวลาจะไปสอนโรงเรียนสาขาบ้านลอบือ ทุกๆ วัน

ครูเก๋และครูสมพรจะขับรถจักรยานยนต์เพื่อไปสอนเด็กๆ ไม่ว่าฝนจะตกถนนจะลื่น ครูเก๋และครูสมพรต้องเสี่ยงขับรถจักรยานยนต์ฝ่าถนนที่มีแต่โคลน ไปสอนเด็กๆ เหมือนในเกมส์ที่เขาเล่นกันเลยครูเก๋กล่าวไม่มีแสตนอิน ไม่ใช้ตัวแสดงแทน พลาดคือเจ็บ ไม่ว่าจะมีอุปสรรคแค่ไหนเราต้องควบคุมรถให้ไปถึงจุดหมายให้ได้เพราะมีนักเรียนรอเรียนกับเราอยู่ นี่คือชีวิตจริงของครูเก๋และครูสมพร แต่ในบางครั้งก็จะมีครูผู้ชายไปประจำแทนที่สาขาลอบือ สาขาลอบือ อยู่ห่างจากโรงเรียนแม่ 9 กม. ส่วนโรงเรียนผาขวางวิทยาอยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย 45 กม.

โรงเรียนผาขวางวิทยา เป็นโรงเรียนแม่มีครูและบุคลากรทางการศึกษา 28 คน ส่วนสาขาบ้านแคววัวดำ มีครูและบุคลากรทางการศึกษา 3 คน สาขาบ้านลอบือ มีครูและบุคลาการทางการศึกษา 2 คนและยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ส่วนชีวิตการเป็นอยู่ของนักเรียนที่ไม่สามารถเดินทางไป-กลับ ระหว่าง โรงเรียนกับบ้านเนื่องจากบ้านอยู่ห่างไกลจากโรงเรียนและการเดินทางลำบากก็จะต้องพักที่โรงเรียน ซึ่งปัจจุบันนักเรียนยังขาดแคลนอาหารต้องขอรับบริจาคข้าวสารจากวัด ได้เดือนละ 4 กระสอบแต่เด็กๆใช้ 2 กระสอบต่อสัปดาห์จึงไม่เพียงพอต่อจำนวนเด็กที่นอนประจำที่โรงเรียน ครูเก๋ใช้ชีวิตสมถะอยู่กับเด็กดอยกินกับเด็กดอย ไม่ใช่สอนแค่ในห้องเรียน แต่เธอชอบพาเด็กๆไปเรียนรู้นอกห้องเรียนเสมอ เธอเข้าใจและเข้าถึงเด็กๆรวมถึงผู้ปกครองด้วย บ่อยครั้งที่ครูเก๋จะได้รับความเอ็นดูจากผู้ปกครองของเด็กๆ ที่แวะเวียนมาดูแล และแบ่งปันอาหารการกิน

เปิดชีวิตครูดอย ในถิ่นทุรกันดาร แต่ละวันต้องเจออะไรบ้าง

บัณฑิตย์  พันธ์พลากร ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงราย

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ “งานอุ้มพระดำน้ำ” ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ “งานอุ้มพระดำน้ำ” ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก19 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

เพชรบูรณ์ เตรียมจัดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประเพณีที่แปลก และมีอยู่เพียงแห่งเดียวในโลกขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ชมขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ การแข่งขันเรือพายทวนน้ำ และเทศกาลอาหารอร่อยแล้ว พร้อมการแสดง แสง สี เสียง ตามตำนานประวัติความเป็นมาของพระพุทธมหาธรรมราชา

วันที่ 18 สิงหาคม 2563 นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ นายเสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ นายสบธนา อั๋นประเสริฐ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก และนางเยาวภา โตสงวน วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ และเทศกาลอาหารอร่อย ประจำปี 2563 ณ บริเวณหอวัฒนธรรมนครบาลเพชรบูรณ์ สำหรับงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ หรือพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา พระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ลงสรงน้ำ เป็นประเพณีที่แปลกและมีอยู่เพียงแห่งเดียวในโลก ที่ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ทำสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณนานกว่า 400 ปี โดยได้กำหนดจัดขึ้นในช่วงเทศกาลสารทไทยของทุกปี ซึ่งในปีนี้กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 – 20 กันยายน 2563 รวม 6 วัน 6 คืน โดยวันที่ 15 กันยายน เวลา 18.00 น.จะมีนักเรียน นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน ชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 2,563 คน มารำถวายหน้าพระพุทธมหาธรรมราชาจำลององค์ใหญ่ ณ พุทธอุทยานเพชบุระ และในวันที่ 16 กันยายน เวลา 17.00 น.นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ จะทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาจากวัดไตรภูมิมาประดิษฐานบนราชรถบุษบก ที่ตกแต่งประดับประดาด้วยโคมไฟอย่างสวยงาม แห่ไปตามถนนสายต่างๆ รอบๆ เขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมกับขบวนแห่ตามโบราณประเพณี เพื่อให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการะบูชา

และเช้าวันที่ 17 กันยายน ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเป็นวันสารทไทย และเป็นวันสำคัญของงาน นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ จะทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชามาประดิษฐานบนเรือบุษบก ออกแห่ทางน้ำที่ในแม่น้ำป่าสัก บริเวณท่าน้ำหน้าวัดไตรภูมิ เพื่อเดินทางไปประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ณ ที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ซึ่งเป็นบริเวณที่ตามตำนานได้เล่าสืบทอดกันมาว่า มีชาวบ้านที่ไปทอดแหหาปลา พบพระพุทธมหาธรรมราชากำลังดำผุดดำว่ายอยู่ จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในปีนี้นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จะเดินทางมาเป็นประธานในพิธี

ส่วนการประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งมีศักดิ์เทียบเท่ากับพ่อเมืองในสมัยโบราณ จะเป็นผู้อุ้มพระพุทธมหาธรรมราชาลงดำน้ำ พร้อมกับเสนาบดีทั้ง 4 คือ ฝ่ายเวียง ฝ่ายวัง ฝ่ายคลัง ฝ่ายนา โดยมีพระสงฆ์ 9 รูป สวดชัยมงคลคาถา โดยการประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำจะหันหน้าไปทางทิศเหนือ 3 ครั้ง และทิศใต้ 3 ครั้ง เพื่อขออำนาจบารมีให้ พระพุทธมหาธรรมราชา ช่วยดลบันดาลให้ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข ฝนตกต้องตามฤดูกาล และหลังจากประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำเสร็จ จะมีการโยนเครื่องเส่นถวาย ซึ่งเป็นข้าวต้มมัด กระยาสารท และข้าวตอก ดอกไม้ ให้ประชาชนที่มาร่วมในพิธีแย่งชิงกัน เพื่อเป็นศิริมงคล

และในช่วงบ่าย จะจัดให้มีการประกวดเรือพายสวยงาม และการแข่งขันเรือพายทวนน้ำ ส่วนในช่วงกลางคืน จะจัดให้มีงานเทศกาลอาหารอร่อยจากอำเภอต่างๆ และการแสดงแสงสีเสียงหรือไลท์แอนท์ซาวด์ ตามตำนานประวัติความเป็นมาของพระพุทธมหาธรรมราชา พร้อมมหรสพสมโภชน์อีกมากมาย

เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก
เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก
เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก
เตรียมจัดอย่างยิ่งใหญ่ "งานอุ้มพระดำน้ำ" ประเพณีที่แปลกมีแห่งเดียวในโลก

ชัยวัฒน์ ปานนิล / บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สุโขทัย อพท.4 สร้างคนรุ่นใหม่ ให้เข้าใจภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุโขทัย อพท.4 สร้างคนรุ่นใหม่ ให้เข้าใจภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น

สุโขทัย อพท.4 สร้างคนรุ่นใหม่ ให้เข้าใจภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น19 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

สุโขทัย อพท.4 สร้างคนรุ่นใหม่ ให้เข้าใจภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยพัฒนานักสื่อความหมายเยาวชน ฝึกการเป็นนักเล่าเรื่อง หรือนักสื่อความหมายที่ดี

นายประครอง สายจันทร์ ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษอุทยานประวัติสุโขทัย-ศรีสัชนาลัย-กำแพงเพชร (อพท.4) ร่วมกับโรงเรียนศรีอินทราทิตย์พิทยาคม เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับทางความสามารถของพื้นที่ ขับเคลื่อนเมืองสร้างสรรค์จังหวัดสุโขทัย พัฒนานักสื่อความหมายเยาวชน ฝึกการเป็นนักเล่าเรื่อง หรือนักสื่อความหมายที่ดี เชื่อมโยงนำเสนอเรื่องราวในท้องถิ่นโดยเข้าถึงธรรมชาติและวัฒนธรรม จึงบูรณาการการดำเนินกิจกรรมร่วมกับโรงเรียนพื้นที่ตำบลเมืองเก่า อ.เมืองสุโขทัย จ.สุโขทัย ตามแผนงานโครงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและทุนทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรม เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

มีนายณรงค์ชัย โตอินทร์ มัคคุเทศก์เชี่ยวชาญมรดกโลก มาความรู้ ด้านการสื่อความหมายเพื่อความยั่งยืน ภายใต้หัวข้อหลัก การนำเที่ยวและจิตบริการ ทรัพยากรการท่องเที่ยวในท้องถิ่นและการประเมินแหล่งทรัพยากร การออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เจ้าบ้านเล่าเรื่อง ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ ได้สร้างการทำงานเป็นทีมเรียนรู้ทรัพยากรการท่องเที่ยวบ้านตนเอง เรียนรู้การฝึกเล่าเรื่องเส้นทางท่องเที่ยวในพื้นที่รอบอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ระยะเวลาในการอบรมจำนวน 2 วัน มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนวันละ 90 คน

ศรีสุดา ชัยวงศ์ศรีอรุณ  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดสุโขทัย

นักเรียนเพชรบูรณ์ แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อต้านเผด็จการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

นักเรียนเพชรบูรณ์ แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อต้านเผด็จการ

นักเรียนเพชรบูรณ์ แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อต้านเผด็จการ18 สิงหาคม 2563 – 20:47 น.

นักเรียนมัธยมจังหวัดเพชรบูรณ์ แสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้วต่อต้านเผด็จการ หลังเคารพธงชาติก่อนแยกย้ายเข้าเรียนตามปกติ

วันที่ 18 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการนัดหมายผ่าโลกโซเชียลเพื่อแสดงออกทางสังคม โดยการแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เหนือศีรษะ ของเยาวชนในเขตอำเภอหนองไผ่ ด้วยข้อความ ขอเชิญชวนพี่น้องชาวชมพูฟ้า แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ต่อต้านเผด็จการ ในวันอังคารที่18 สิงหาคม ขณะที่เพลงชาติขึ้นพร้อมๆ กัน เพื่อแสดงถึงการต่อต้านของเยาวชนคนรุ่นเรา อย่าให้พวกครูทั้งหลายมากดขี่เรา เพียงเพราะเราแสดงสัญลักษณ์นี้ ถ้าเราจะเสียคะแนนด้วยเรื่องแค่นี้  ก็อย่าเป็นเลยผู้ฝึกสอนคน และรูปภาพแสดงข้อความเชิญชวน

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดตามสถานการณ์ในช่วงเช้าที่มีการจัดกิจกรรมหน้าเสาธงของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอหนองไผ่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นเป้าหมาย พอถึงเวลา 08.00 น. ก็ได้มีการจัดกิจกรรมตามปกติ หลังเสร็จสิ้นกิจกรรม ก่อนแยกแถวเข้าชั้นเรียนได้มีนักเรียนจำนวนหนึ่งชูมือขึ้นเหนือศีรษะพร้อมแสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว แล้วก็เอามือลงก่อนแยกย้ายเข้าชั้นเรียนตามปกติ โดยผู้สื่อข่าวได้ทำการถ่ายภาพจากระยะไกล เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดว่าเป็นการสมคบคิดกับนักเรียนที่แสดงสัญลักษณ์ แต่ในขณะถ่ายภาพได้มีครูของโรงเรียนดังกล่าวเข้ามาซักถามว่า เป็นใคร มาจากไหน ผู้สื่อข่าวจึงได้แนะนำตัวและแสดงเจตนาของการเข้ามาถ่ายภาพ หลังพูดคุยกันทราบว่า ครูท่านดังกล่าวเข้าใจว่า การแสดงสัญลักษณ์ชู 3 นิ้ว เป็นการแสดงออกที่จาบจ้างต่อสถานบัน โดยส่วนตัวเข้าใจว่า นักเรียนไม่ควรแสดงออกเช่นนั้น ตนเองรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และตลอดเวลาที่เป็นครูก็ได้สั่งสอนลูกศิษย์ให้รักและห่วงแหนต่อสถาบันทั้ง 3 ตลอดมา

นอกจากนั้นยังมีรายงานว่า มีโรงเรียนขนาดใหญ่ในตัวจังหวัดมีนักเรียนแสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ขณะร้องเพลงชาติ ในช่วงจัดกิจกรรมหน้าเสาธงเช่นเดียวกัน ในขณะรายงานข่าวมีอย่างน้อย 2 โรงเรียน ในจังหวัดเพชรบูรณ์ที่มีการแสดงสัญลักษณ์ดังกล่าวในช่วงเช้าที่ผ่านมา

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

ทหารพราน ที่ 36 เร่งเปิดเส้นทางสัญจรให้ชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทหารพราน ที่ 36 เร่งเปิดเส้นทางสัญจรให้ชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อน

ทหารพราน ที่ 36 เร่งเปิดเส้นทางสัญจรให้ชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อน18 สิงหาคม 2563 – 20:32 น.

ทหารพราน ที่ 36 เร่งเปิดเส้นทางสัญจรให้ชาวบ้านบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ปิดทับเส้นทางหลายจุด

ทหารพราน 36 ลงพื้นที่มีดินสไลด์ปิดทับเส้นทางเข้า-ออกหมู่บ้าน ช่วยเปิดเส้นทางเดินรถ บรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน พร้อมเปิดสายด่วนช่วยเหลือราษฏร 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ได้เห็นถึงความยากลำบาก จึงได้ จัดชุดบรรเทาสาธารณภัย เข้าสำรวจเส้นทาง บ้านแม่ละ – บ้านแม่ปุ๋น  เนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ปิดทับเส้นทางหลายจุด

จึงได้ร่วมกับผู้นำชุมชน ราษฎรในพื้นที่ปรับปรุงเปิดเส้นทาง เพื่อให้รถสามารถสัญจรไปมาได้ ซึ่งขณะสำรวจในพื้นที่ยังมีฝนตกหนัก เจ้าหน้าที่จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และรายงานให้ทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเหตุภัยธรรมชาติ สามารถขอความช่วยเหลือจากกรมทหารพรานที่ 36 ได้ที่ เบอร์โทรศัพท์ 053-681300 ทางหน่วยจะจัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเข้าช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค แม่ฮ่องสอน

เชียงใหม่ป่วยไข้เลือดออก 1,726 ราย ดับ 1 ราย ระดม อสม.-ม้าเร็วลงพื้นทีทำลายลูกน้ำยุง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ป่วยไข้เลือดออก 1,726 ราย ดับ 1 ราย ระดม อสม.-ม้าเร็วลงพื้นทีทำลายลูกน้ำยุง

เชียงใหม่ป่วยไข้เลือดออก 1,726 ราย ดับ 1 ราย ระดม อสม.-ม้าเร็วลงพื้นทีทำลายลูกน้ำยุง18 สิงหาคม 2563 – 13:15 น.

เชียงใหม่ล่าสุดพบผู้ป่วยไข้เลือดออก 1,726 ราย ดับ 1 ราย ขณะที่ อสม.ม้าเร็ว ระดมลงชุมชนทำลายลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง

วันที่ 17 ส.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณชุมชนบ้านใหม่ แขวงกาวิละ เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ มีเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ และกลุ่ม อสม.และกลุ่มอาสาม้าเร็ว ได้ระดม กำลังลงพื้นที่ ออกทำลายลูกน้ำยุงลาย อันเป็นพาหะ โรคไข้เลือดออก แม้ว่าจะยังไม่มีการระบาดของโรคก็ตามเพื่อป้องกันไว้ก่อน และให้ความรู้แก่ชาวชุมชนให้ตระหนักถึงโรคร้าย โดยมี อสม.และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงใหม่ ผู้นำชุมชน ลงพื้นที่จำนวนมากปูพรมทำลายลูกน้ำยุงลาย

และทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เตือนระวังไข้เลือดออกระบาด ประเทศไทย มีการคาดการณ์มาตั้งแต่ต้นปี 2563 แล้วว่า จะมีการระบาดหนัก ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝนเป็นช่วงระบาดของโรคไข้เลือดออก จึงต้องดำเนินการและติดตามสถานการณ์ของโรคไข้เลือดออกอย่างใกล้ชิด จากการเฝ้าระวังและการวิเคราะห์ทางระบาดวิทยาของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม – 17 สิงหาคม 2563 ของจังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ป่วยไข้เลือดออก จำนวน 1,726 ราย พบผู้เสียชีวิต 1 คน อำเภอที่มีอัตราป่วยโรคไข้เลือดออกมากที่สุด 3 อันดับ ได้แก่ อ.สันททราย อ.หางดง และอ.แม่แตง ตามลำดับ ย้ำเตือนประชาชนว่า โรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่พบได้ในทุกกลุ่มอายุ ประชาชนควรสังเกตอาการของตนเองและคนในครอบครัว หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน และไข้นานเกินกว่า 2 วัน อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อรับการวินิจฉัย เพราะหากเข้ามารับการวินิจฉัยช้า อาจเป็นเหตุสำคัญทำให้มีภาวะแทรกซ้อนและเป็นปัจจัยที่ทำให้เสียชีวิตได้

ทั้งนี้ขอแนะนำให้ประชาชนทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคอ้วน เบาหวาน และความดันโลหิตสูง เป็นต้น ป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัดโดยยึดหลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง และ 3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ จะสามารถป้องกัน ทั้ง 3 โรคในคราวเดียวกัน คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.โรคไข้ปวดข้อยุงลาย

หากพบแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายที่ไม่สามารถกำจัดได้ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขหรือ อสม. ในเขตพื้นที่ของท่าน เพื่อดำเนินการกำจัดต่อไป สำหรับการกำจัดยุงลายตัวเต็มวัยภายในบ้าน และการป้องกันไม่ให้ยุงกัดโดยใช้ยาทากันยุง นอนกางมุ้ง รวมทั้งการเลี้ยงปลาหางนกยุง การใช้ทรายทีมีฟอส และขัดทำความสะอาดภาชนะสำหรับกักเก็บน้ำ ทุก 7 วัน จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่ 

สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยา จัดงาน “คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยา จัดงาน “คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา”

สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยา จัดงาน "คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา"

18 สิงหาคม 2563 – 12:59 น.

สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยา จัดงาน “คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา” ปลุกจิตสำนึกความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมให้แรงงาน

วันนี้ (18 สิงหาคม 2563 ) ที่ศาลาประชาคม จ.พะเยา นายอภิญญา สุจริตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ได้เดินทางมาเปิดงาน “คลายทุกข์ยุคโควิด ฟื้นฟูเศรษฐกิจเมืองพะเยา” ภายใต้กิจกรรม “ปลุกจิตสำนึกด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับแรงงาน” โดยมีนายกมล เชียงวงค์ ผู้ว่าราชการ จ.พะเยา, นายชัยวัฒน์ อางคาสัย สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.พะเยาและแรงงานทั้งในและนอกระบบของจังหวัดพะเยากว่า 400 คนให้การต้อนรับ

นายอภิญญา เปิดเผยว่า การจัดงานครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้แรงงานนอกระบบ และแรงงานในสถานประกอบกิจการได้มีความรู้ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน และปลุกจิตสำนึกที่ดีด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน ทำให้แรงงานมีความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยที่ดี รวมถึงการพัฒนาเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มสร้างความเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ตลอดจนกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมด้านความปลอดภัย และกระตุ้นให้กลุ่มอาชีพแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบการ และผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบกิจการให้เกิดจิตสำนึกด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และในขณะเดียวกันมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้า เกิดการหมุนเวียนด้านเศรษฐกิจภายในจังหวัดหลังจากการคลายมาตรการการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อเป็นการฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจของจังหวัดพะเยา  

นายอภิญญา กล่าวต่อไปว่า กิจกรรมในวันนี้ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดพะเยา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายกมล เชียงวงค์ ได้อนุมัติโครงการสร้างคุณค่าและพัฒนาคุณภาพชีวิต ภายใต้อัตลักษณ์และวิถีคนพะเยา กิจกรรมพลังประชารัฐพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน กิจกรรมย่อยปลุกจิตสำนึกด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้กับแรงงาน ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วย ชมรมแรงงานนอกระบบจังหวัดพะเยา ศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบตำบล เครือข่ายกลุ่มอาชีพในเขตเทศบาลเมืองพะเยา เครือข่ายผู้ประกันตนมาตรา 40 อาสาสมัครแรงงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการ และแรงงานในสถานประกอบกิจการ จำนวน 400 คนเศษ โดยมีการจัดนิทรรศการ ผลงาน และนำสินค้าของผู้ประกอบการและกลุ่มแรงงานนอกระบบมาจำหน่ายอีกด้วย 

นพพร ทาทาน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พะเยา