ระวัง… “โรคงูสวัด” โรคเก่าที่กลับมาใหม่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ระวัง… “โรคงูสวัด” โรคเก่าที่กลับมาใหม่

ระวัง... "โรคงูสวัด" โรคเก่าที่กลับมาใหม่22 สิงหาคม 2563 – 00:00 น.

ช่วงนี้จะพบคนไข้มาปรึกษาเรื่อง ตุ่มน้ำ ที่ผิวหนัง เป็นกลุ่ม ๆ เรียงกันเป็นแนว อยู่หลายคน จนเริ่มสงสัยว่างูสวัดมีการระบาดหรือเปล่า แต่งูสวัดเป็นโรคที่อยู่ในตัวผู้ที่เป็นโรคสุกใสแล้ว เมื่อร่างกายภูมิตก อ่อนแอพักผ่อนน้อยเครียดไม่ออกกำลังกายงูสวัดถึงออกมาได้

เพราะฉะนั้นจึงบอกว่ามีการระบาดคงไม่ถูกต้องนัก เลยมาค้นข้อมูลการเกิดโรคนี้ทำให้พบว่า ตัวเลขจากสำนักงานระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา อุบัติการณ์โรคงูสวัดในประเทศไทย มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยสูงสุด คือ กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป สอดคล้องกับข้อมูลจากภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่จัดให้โรคงูสวัดเป็น 1 ใน 3 โรคติดเชื้อที่สำคัญร่วมกับไข้หวัดและปอดบวม  โดยพบได้ราวร้อยละ 20-30 ในประชาชนทั่วไป และเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50 ในผู้ที่มีอายุถึง 85 ปี  และข้อมูลจากสถาบันโรคผิวหนังพบผู้ป่วยงูสวัด ปีละประมาณ 1,000 คน  เรามารู้จักข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้กันดีกว่า

“งูสวัด” เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella Zoster Virus : VZV) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส เมื่อร่างกายได้รับเชื้อชนิดนี้มาครั้งแรก จะก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส เมื่อหายจากอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสบางส่วนจะไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ปมประสาท เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือร่างกายอ่อนแอลง เชื้อไวรัสจะออกมาจากปมประสาทมาทำให้เกิดอาการทางผิวหนัง  

อาการของงูสวัดมี  3 ระยะ คือระยะแรกจะมีไข้ต่ำ ปวดเมื่อย ปวดแสบปวดร้อนตามร่างกายบริเวณที่กำลังจะมีผื่นขึ้นเพราะเส้นประสาทเกิดการอักเสบ  ในระยะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นงูสวัด บางคนจะรู้สึกเสียวแปล็บๆ ตามผิวหนัง  หรือปวดศีรษะอย่างมากบางคนคิดว่า ตัวเองเป็นไมเกรน  ถ้าเป็นที่เส้นประสาทตา จะปวดตา ตาแดง ถ้าเป็นเส้นประสาทหูอาจจะปวดในรูหู จนกระทั่งมีผื่นออกมาเริ่มเข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งจะมีผื่นและเป็นตุ่มแดงขึ้นก่อนและกลายเป็นตุ่มน้ำพองใส และระยะ 3 จะมีการเรียงตัวของผื่นตามแนวเส้นประสาท เส้นประสาทที่พบบ่อยจะเป็นบริเวณ ลำตัวข้างใดข้างหนึ่ง บริเวณใบหน้า เป็นต้น และโดยปกติของคนที่มีภูมิคุ้มกันปกติจะเกิดจากโรคตามแนวเส้นประสาทเพียงข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้น 

“โรคงูสวัด” ติดต่อกันได้จากการหายใจหรือสัมผัสกับตุ่มน้ำใสที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโดยตรงได้เช่นกัน โดยหากผู้ที่ได้รับเชื้อเข้าไปแล้วยังไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อน อาการที่แสดงออกมาก็จะเป็นเพียงโรคอีสุกอีใส  แต่หากเคยเป็นโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อนี้ก็อาจจะเข้าไปหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกายและแสดงอาการเป็นงูสวัดต่อไป เมื่อผู้รับเชื้อมีระบบภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าปกติ ดังนั้นถ้าเป็นงูสวัดควรหลีกเลี่ยงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์และเด็กที่ยังไม่เคยหรือได้รับวัคซีนอีสุกอีใส ในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันต่ำมาก อาทิ ผู้ป่วยโรคเอดส์ โรคมะเร็ง มีโอกาสสูงที่จะเกิดโรคได้ทั้ง 2 ข้างของแนวเส้นประสาท แต่แนวเส้นประสาทเราจะไม่ได้ชนกันเป็นวงรอบตัว ทำให้ความเชื่อที่ว่าถ้าเป็นงูสวัดพันรอบตัวแล้วจะต้องเสียชีวิต จึงไม่เป็นความจริง ส่วนตำแหน่งที่น่ากลัวของการป่วยโรคงูสวัด คือ บริเวณแนวเส้นประสาทที่เลี้ยงใบหน้า เพราะอาจทำให้ตาบอดได้ ดังนั้นถ้ามีผื่นรอบตาจะต้องตรวจภายในดวงตาด้วย ในกลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำและผู้สูงอายุ ภายหลังจากที่หายจากอาการของโรคแล้ว บางครั้งอาจจะมีอาการปวดแปล๊บๆเหมือนไฟช็อตอีกด้วย เรียกว่า post herpetic neuralgia ซึ่งเป็นอาการที่ทรมานมาก อาการอาจจะหายในเวลาเป็นเดือน เป็นปี หรืออาจจะตลอดชีวิตได้ การรักษาบางครั้งหายยากมาก ยาที่รับประทานอาจมีผลข้างเคียงทำให้ง่วงมาก ทำให้เสียคุณภาพชีวิตจึงเป็นที่มาของการฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด อาการปวดเส้นประสาทพบได้ถึงร้อยละ 70-80 ในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป

กลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคงูสวัด ก็คือทุกคนที่เคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใสเพราะเชื้อไวรัสไม่ได้หายไปไหน แต่จะซ่อนตัวอยู่ในร่างกายเราไปตลอดชีวิต แต่กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะป่วยเป็นงูสวัดมีดังนี้ ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป เพราะภูมิต้านทานต่าง ๆ เริ่มเสื่อมถอยลง เปิดโอกาสให้เชื้อไวรัสเข้าโจมตีร่างกายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ในกลุ่มผู้สูงอายุยุคใหม่ ที่ชอบท่องเที่ยว อาจส่งผลให้นอนหลับไม่ตรงเวลา พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือต้องอยู่ในสถานที่ ที่ไม่สะอาดถูกสุขอนามัย ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะให้เกิดโรคง่ายขึ้น ผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ เครียด นอนไม่ค่อยหลับ  รับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ไม่ค่อยออกกำลังกาย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องเข้ารับเคมีบำบัด เป็นต้น    

“โรคงูสวัด”เป็นโรคที่ไม่อันตราย สิ่งที่ห้ามคือการไปพ่นยาที่ใช้ในการเป่าเนื่องจากอาจติดเชื้อแบคทีเรียเพิ่ม และไม่ควรทานยาเขียวให้ขับออกหรือการใช้เสลดพังพอน สำหรับอาหารไม่มีข้อห้ามเป็นพิเศษ แต่ต้องรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ ถูกสุขลักษณะ ไม่รับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หลีกเลี่ยงของหมักดอง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อเพิ่มเติมได้ ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น     

ปัจจุบันประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด  ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการสำแดงของโรคงูสวัด โดยเริ่มใช้ตั้งแต่ปี  2006 โดยวัคซีนนี้มีความเข้มข้นสูงกว่าวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสถึง 14 เท่า ดังนั้นหากไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนไม่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด แต่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสแทน   นอกจากนี้ควรทำความเข้าใจก่อนว่า ถึงแม้จะฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส ก็มีโอกาสที่จะเกิดโรคงูสวัดได้ เพียงแต่อาการจะไม่รุนแรงเท่าคนที่ไม่ได้รับวัคซีน ทั้งนี้กลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด คือผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และเคยเป็นโรคอีสุกอีใสมาก่อนเพราะผู้ป่วยสูงอายุ จะมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป ระยะเวลาของอาการก็จะยาวนานหลายเดือน และอาจมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ง่ายอีกด้วย การป้องกันไม่ให้เกิดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด 

ผศ.พญ.สุวิรากร  ธรรมศักดิ์ 
ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย 

เข้มงวด ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าอาหารสัตว์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เข้มงวด ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าอาหารสัตว์

เข้มงวด ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าอาหารสัตว์21 สิงหาคม 2563 – 21:46 น.

ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าอาหารสัตว์เข้มงวด หวังให้เกษตรกรได้ใช้อาหารสัตว์ที่ผ่านการรับรอง

ปศุสัตว์อำเภอลงพื้นที่ปฎิบัติการตรวจร้านค้าผู้ประกอบการอาหารสัตว์ และมอบใบเกียรติบัตร และกำชับแนะนำร้านขายอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ และยาสัตว์ ที่ปฎิบัติถูกต้องตามกฎหมายแบบบูรณาการและได้รับการรับรองกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

วันนี้ 21 สค.63 นายมงคล เจริญเมือง ปศอ.แม่ลาน้อยรักษาราชการแทน ปศอ.ขุนยวม ร่วมกับ นายสามารถ คงกุล ประมงอำเภอขุนยวม  ลงพื้นที่เข้าตรวจผู้ประกอบการ ร้านขายอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ และยาที่ใช้กับสัตว์ พร้อมมอบใบเกียรติบัตรให้กับร้านขายอาหารสัตว์ที่ปฎิบัติถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 6 ราย  1.ร้านหมูตุ้ยขายอาหารสัตว์ 2.ร้านคลินิคเกษตร 3.ร้านประยูรพานิช 4.สหกรณ์การเกษตร  5.ร้านนิรดา 6.ร้านรุ่งทรัพย์การเกษตร  ในพื้นที่  อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน

โดย นายมงคล เจริญเมือง ปศอ.แม่ลาน้อย เผยว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ ร่วม กรมประมง มีโครงการให้ผู้ประกอบการ ร้านขายอาหารสัตว์ อาหารสัตว์น้ำ และยาสัตว์ ปฎิบัติถูกต้องตามกฎหมาย และจะได้รับการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามโครงการปฎิบัติงานบังคับใช้กฎหมายแบบบูรณาการของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประจำปี 2563 เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้อาหารสัตว์ที่ได้รับการรับรองและถูกต้อง จะทำให้การดูแลสัตว์เลี้ยงได้ดีและทำให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์ไม่ป่วยง่าย และแนะนำให้เกษตรกรซื้ออาหารสัตว์ หรือยารักษาสัตว์ตามร้านค้าที่ปฎิบัติถูกต้องตามกฎหมาย 

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวไฟไหม้แม่ฮ่องสอน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวไฟไหม้แม่ฮ่องสอน

ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน ช่วยเหลือ 7 ครอบครัวไฟไหม้แม่ฮ่องสอน21 สิงหาคม 2563 – 21:44 น.

กิ่งกาชาดแม่สะเรียง ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวเหยื่อไฟไหม้ ขณะที่ร้อย ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน และเครื่องอุปโภคไปมอบช่วยเหลือ

สืบเนื่องจากเมื่อ วันที่ 20 เวลา 14.30น. เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้าน จึงได้มีการระดมกำลัง เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัย กองร้อย อส.แม่สะเรียง ร่วมกับ เจ้าหน้าที่บรรเทาสาธารณภัยเทศบาลแม่ยวม เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 36 เจ้าหน้าที่ ตร.ภูธรท่าตาฝั่ง ชาวบ้าน ร่วมกันเข้าสกัดควบคุมเหตุเพลิงไหม้ โดยนายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง ได้เดินทาง ตรวจพื้นที่เกิดอัคคีภัย พบบ้านเรือนถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหลังและบางส่วนรวม 7 หลังคาเรือน

ต่อมาวันนี้ นายสังคม คัดเชียงแสน นายอำเภอแม่สะเรียง นางวิลาวัลย์ คัดเชียงแสน นายกกิ่งกาชาด อ.แม่สะเรียง พร้อมด้วยสมาชิกกิ่งกาชาด ลงพื้นที่เยี่ยมสร้างขวัญและกำลังใจ พร้อมมอบสิ่งของเครื่องนุ่งห่ม ข้าวสาร  น้ำดื่ม เครื่องอุปโภคบริโภค และมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวราษฏร 7 ครัวเรือน ที่ประสบเหตุอัคคีภัย ครัวเรือนละ 2,000 บาท ณ หมู่บ้านห้วยโผ ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ขณะเดียวกันหลายหน่วยงานได้เดินทางเยี่ยมและให้กำลังใจกับครอบครัวราษฏรที่ประสบอัคคีภัยอย่างต่อเนื่อง

ทางด้าน พ.ต.ท.นิรันดร์ ไชยรัตน์  ผบ.ร้อย ตชด.337 แม่สะเรียง พร้อมด้วย จนท.งานกิจการพลเรือน และ กพ.จิตอาสา ร้อย ตชด.337 ได้นำสิ่งของพระราชทาน และเครื่องอุปโภคไปมอบช่วยเหลือเพื่อบรรเทาทุกข์เบื้องต้น นอกจากนั้นยังมี ธกส. แม่สะเรียง กรมทหารพรานที่ 36 ค่ายเทพสิงห์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองแม่สะเรียง  ได้เข้าเยี่ยมให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ 7 ครอบครัวผู้ประสบอัคคีภัย หากท่านใดมีความประสงค์จะร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องใช้เครื่องอุปโภคบริโภคเครื่องนอนอุปกรณ์ทำครัว ติดต่อบริจาคได้ ตามเบอร์โทรศัพท์ 0817641424 และจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยเร่งด่วนที่สุดต่อไป

ชนานันท์ เง่าสุวรรณ์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดแม่ฮ่องสอน

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประชุมค้นหาต้นแบบหมู่บ้านแต่ละอำเภอ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประชุมค้นหาต้นแบบหมู่บ้านแต่ละอำเภอ

กองทุนแม่ของแผ่นดิน ประชุมค้นหาต้นแบบหมู่บ้านแต่ละอำเภอ21 สิงหาคม 2563 – 21:43 น.

เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย พลังแผ่นดินชนะยาเสพติด จัดประชุมประธานแต่ละโซนระดมทุนจัดทำกิจกรรม ทอดผ้าป่า ขายของที่ระลึก สนับสนุนการกีฬา ค้นหาหมู่บ้านต้นแบบของแต่ละอำเภอไว้ เพื่อรองรับหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ

เครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ ประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย พลังแผ่นดินชนะยาเสพติด จัดประชุมประธานแต่ละโซนระดมทุนจัดทำกิจกรรม ทอดผ้าป่า ขายของที่ระลึก สนับสนุนการกีฬา ค้นหาหมู่บ้านต้นแบบของแต่ละอำเภอไว้ เพื่อรองรับหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ ที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมและศึกษาดูงาน
เชียงใหม่ /ณ ที่ทำการศูนย์ประสานงานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ 10/3 หมู่ 3 ตำบลสันผีเสื้ออำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ พระอธิการชาญชัย กันตะวีโร เจ้าอาวาสวัดร้องอ้อ ที่ปรึกษา/อุปถัมภ์เครือข่าย พร้อมด้วยนายจิรพงศ์ วางวงศ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการสำนักงาน ปปส.ภาค 5 ,นายสว่าง ธาตุอินทร์จันทร์ ประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดเชียงใหม่ และประธานเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน 8 จังหวัดภาคเหนือ ,นางสาวเพียงขวัญ  สงวนศักดิ์  นักพัฒนาชุมชนปฏิบัติการ ผู้ประสานเครือข่าย/ ประธานโซนเหนือ/โซนกลาง/โซนใต้/ เหรัญญิก และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์เครือข่าย กองทุนแม่ของแผ่นดินได้ร่วมกันประชุม ครั้งที่  2 / 2563 เพื่อขับเคลื่อนเครือข่าย กองทุนแม่ของแผ่นดินในปีงบประมาณ 2563 ถึง ปีงบประมาณ 2565 โดยมีสมาชิกฯเข้าร่วมประชุมจำนวน 29 คน

ทั้งนี้ระเบียบวาระการประชุมที่ 1 เนื่องจากเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัด ขาดงบประมาณเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนจึงขอหารือจากคณะกรรมการ ซึ่งถือว่าฝ่ายบริหาร ช่วยกันพิจาณาว่าเห็นสมควรทำ คือ ข้อ 1. ในปี  2563-2564 มีความประสงค์ ให้มีการประกวดหมู่บ้านเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดิน โดยให้ทุกอำเภอเสนอหมู่บ้านเครือข่ายกองทุนแม่ฯ อำเภอละ 1 หมู่บ้าน โดยเครือข่ายจังหวัดจะมอบเงินให้จำนวนหนึ่งเพื่อเตรียมความพร้อม และจะมีเงินรางวัลให้อีกส่วนหนึ่ง ทั่งนี้มีความจำเป็นต้องดำเนินการค้นหาหมู่บ้านต้นแบบของแต่ละอำเภอไว้ เพื่อรองรับหน่วยงานและ องค์กรต่างๆ ที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมและศึกษาดูงาน

ข้อ 2. เนื่องจากเครือข่ายไม่มีโอกาสได้ระดมจากเครือข่ายมานานนับระยะเวลาได้ประมาณ 3 ปี จึงขอหารือ ด้วยมีการเสนอ 3 แนวทาง คือ การจัดทำบุญทอดผ้าป่า การทำเหรียญที่ระลึกกองทุนแม่ การจัดการแข่งขนกีฬา สามัคคี โดยที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็น และเห็นชอบตามข้อเสนอแนะ จัดหาของที่ระลึกจำหน่ายในเครือข่ายและทั่วไป ในราคาไม่แพง โดยจะมีการจัดสรรเงินส่วนหนึ่งให้ผู้จำหน่าย และอีกส่วนหนึ่งนำสมทบ เครือข่ายเพื่อดำเนินการกิจกรรมการขับเคลื่อนเครือข่าย เพื่อเสนอขอสนับสนุนงบประมาณในการจัดกิจกรรมรวมพลร่วมกิจกรรมของเครือข่ายกองทุนแม่ฯจาก ปปส. ภาค 5 ระยะดำเนินการ ตุลาคม – ธันวาคม 2563 โดยที่ประชุมเสนอ ให้ประธานเครือข่ายขอเข้าร่วมประชุม หัวหน้าส่วนพัฒนาชุมชนจังหวัด เพื่อนำเรียนปรึกษา เกี่ยวกับการดำเนินงาน การขับเคลื่อนเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินต่อไป.

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเชียงใหม่

สุดซวย ยาย 77 ปี โดนผึ้งหลวงรุมต่อย ขณะเดินตลาด พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สุดซวย ยาย 77 ปี โดนผึ้งหลวงรุมต่อย ขณะเดินตลาด พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล

สุดซวย ยาย 77 ปี โดนผึ้งหลวงรุมต่อย ขณะเดินตลาด พลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล21 สิงหาคม 2563 – 11:13 น.

ควันไฟจากร้านขายไส้กรอกอีสาน ลอยขึ้นไปรบกวนผึ้งหลวงที่ทำรังเกาะอยู่ที่หลังคาโบสถ์ ของวัดในเรืองศรี อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จนผึ้งหลวงนับพันนับหมื่นตัวแตกรัง บินลงมาไล่ต่อยชาวบ้านที่มาจับจ่ายซื้อของที่บริเวณภายในตลาดนัดของวัด จนต้องหนีกระเจิง

วันที่ 20 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุผึ้งหลวงที่ทำรังเกาะอยู่ที่หลังคาโบสถ์ ของวัดในเรืองศรี หมู่ที่ 1 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ แตกรัง รุมต่อย ผู้ที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดนัด ที่อยู่ภายในบริเวณวัด จนได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายราย และมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บบางรายมีอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบพื้นที่ดังกล่าวเป็นลานขนาดใหญ่ ไว้ให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้ามาตั้งร้านขายของเพื่อเปิดเป็นตลาดนัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายในบริเวณรั้วของวัดในเรืองศรี และอยู่ห่างจากโบสถ์ของวัดประมาณ 30-40 เมตร โดยก่อนเกิดเหตุ ได้มีร้านขายไส้กรอกอีสานมาตั้งร้านที่บริเวณดังกล่าว และทำการก่อไฟเพื่อเตรียมจะย่างไส้กรอก ปรากฏว่า ลมได้เปลี่ยนทิศพัดเอาควันไฟลอยขึ้นไปรบกวนรังผึ้งหลวงที่เกาะอยู่บริเวณหน้าของโบสถ์ จึงทำให้ผึ้งหลวงเกิดแตกรัง และบินลงมาไล่ต่อยชาวบ้านที่กำลังจับจ่ายซื้อของอยู่ที่ตลาดนัดภายในบริเวณวัด จนได้รับบาดเจ็บกันจำนวนหลายราย และต้องพากันวิ่งหนีตายกันอย่างจ้าละหวั่น

ขณะที่คุณยายหลอม เฮ้าปาน อายุ 77 ปี โชคร้ายวิ่งหนีไม่ทัน เนื่องจากขาใช้การได้เพียงข้างเดียวเพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน จนต้องใช้วอคเกอร์หรือที่ช่วยพยุงเดิน ได้ถูกผึ้งหลวงจำนวนกว่า 50 ตัว บินมารุมต่อย จนมีพลเมืองดีและลูกชายช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโรง และหลังจากเจ้าหน้าที่ได้ทำการช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว ก็รีบนำตัวคุณยายส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี เนื่องจากคุณยายยังมีอาการมึนงง ซึม และหายใจขัดตลอดเวลา โดยแพทย์ได้ให้ยาแก้แพ้ และให้นอนเฝ้าระวัง เพื่อสังเกตอาการอยู่ภายในห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน จนกระทั้งเวลา 15.00 น. แพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้

น.ส.พิกุล กาลสกุล อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 หมู่ 1 ต.บ่อรัง อ.วิเชียรบุรี แม่ค้าที่เห็นเหตุการณ์เล่าถึงนาทีที่ผึ้งแตกรังว่า เห็นคนพากันวิ่งหนีมีผึ้งบินตามมาบนหัว สาเหตุควันจากร้านขายไส้กรอกไปรบกวน จนทำให้ผึ้งแตกรังไล่ต่อยผู้คนวิ่งหนีอลหม่าน ร้านไส้กรอกต้องอุ้มลูกวิ่งหนี ขณะที่ยายถูกผึ้งรุมต่อยแต่มีคนมาช่วยโดยการใช้ผ้าคุมยายไว้ เพราะผึ้งไม่ยอมหนี ก่อนพาส่งโรงพยาบาล ส่วนตนวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในรถยนต์

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 3 หมู่ 12 ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นบ้านของคุณยายหลอม เฮ้าปาน ที่ถูกผึ่งต่อย ได้เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุ ได้เดินทางไปตลาดนัดกับลูกชาย เพื่อหาซื้อของใช้ที่จำเป็น โดยขณะเกิดเหตุคุณยายได้นั่งรอลูกชายที่กำลังหาซื้อของอยู่ จู๋ๆรู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบินมาต่อย จึงเอามือปัด แต่มันไม่หนีกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตนเองจึงร้องให้คนช่วยแต่ไม่มีใครช่วย ได้แต่กระโดดไปพร้อมวอคเกอร์ที่ใช้พยุงตัว เนื่องจากคุณยายขาไม่ดี แต่ยังโชคดีที่มีผู้ใจบุญวิ่งเข้ามาช่วย และนำตัวคุณยายส่งรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลท่าโรง ซึ่งยายรู้สึกขอบคุณผู้ที่มาช่วยเป็นอย่างมาก หากไม่มีคนช่วยตนเองอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็เป็นได้

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

สนธิกำลังจับบ้านพักหรู กลางป่าสงวนบนเขาค้อ พบเป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สนธิกำลังจับบ้านพักหรู กลางป่าสงวนบนเขาค้อ พบเป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง

สนธิกำลังจับบ้านพักหรู กลางป่าสงวนบนเขาค้อ พบเป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง21 สิงหาคม 2563 – 11:11 น.

เพชรบูรณ์สนธิกำลัง ป่าไม้ ทหาร และฝ่ายปกครอง ตรวจสอบบ้านพักหรู หลังมีผู้ร้องเรียนอยู่ในเขตป่าสงวน แถมเจ้าของเป็นภรรยาของอดีตข้าราชการระดับสูงในกระทรวง

วันที่ 19 สิงหาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพรและผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 4 พิษณุโลก (ผอ.สจป.4 พิษณุโลก) พร้อมด้วย พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน. นายสมชาย ฉิมแย้ม หัวหน้าพัฒนาป่าไม้อำเภอเขาค้อ นำคณะเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพรร่วมกับเจ้าหน้าที่ ศปป.4 กอ.รมน. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ สจป.4 พิษณุโลก, ทหารจากกองพันทหารม้าที่ 28  กองพลทหารม้าที่ 1 เข้าตรวจสอบบ้านพักตากอากาศบริเวณบ้านเสลียงแห้ง 1 หมู่ที่ 3 ต.สะเดาะพง อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ โดยมี นายเสาวพันธ์ โคตรกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านเสลียงแห้ง1 นำชี้และตรวจสอบ ทั้งนี้เนื่องจากที่มีผู้ร้องเรียนว่า บ้านพักหรูดังกล่าวปลูกสร้างอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาปางก่อ-วังชมภู และอยู่ในแปลงที่ดินราษฎรอาสาสมัคร(รอส.) ก่อนทางกองทัพภาค 3 จะส่งคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้

สำหรับเจ้าของที่ดินรายนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบหลักฐานพบว่า เป็นของภรรยาอดีตข้าราชการระดับสูงกระทรวงหนึ่ง โดยเข้าครอบครองที่ดินตั้งแต่ปี 2553 โดยเจ้าของที่ดินเดิมเป็นอดีต รอส. หลังจากนั้น ได้แบ่งขายให้กับรายอื่นไปส่วนหนึ่งในราคา 3.5 ล้านบาท และยังคงเหลือครอบครองจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือในการจับพิกัดวัดเนื้อที่ได้ประมาณ 5 ไร่ จากการตรวจสอบไม่พบเจ้าของบ้านและผู้ดูแลแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติติงานสำรวจที่ดินโครงการ คทช.เขาค้อมาให้ข้อมูล หลังจากพบข้อมูลว่าที่ดินแปลงนี้อยู่ในบัญชีรายชื่อการแจ้งลงทะเบียนครอบครองที่ดินเพื่อเข้าร่วมจัดสรรที่ดินตามโครงการ คทช. โดยผ่านการรับรองจากคณะอนุกรรมการ คทช.อำเภอและคทช. จังหวัดแล้ว

ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่จึงตรวจวัดแนวเขตที่ดินพบเนื้อที่ราว 5 ไร่เศษ จากนั้นทำการบันทึกการตรวจยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว เพื่อจะรวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ เพื่อให้กล่าวโทษดำเนินคดีเจ้าของบ้านพักหรูและผู้เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนั้นระหว่างตรวจสอบพบว่า กำลังมีการก่อสร้างรีสอร์ทและบ้านพักในพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้อำเภอเขาค้อหาข้อมูลเบื้องต้นพร้อมเตรียมดำเนินการเข้าตรวจสอบต่อไป

บุรฉัตร ศิริวัฒนาเกษม ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดเพชรบูรณ์

“CPS Coffee” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด “โครนัท” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“CPS Coffee” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด “โครนัท”

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"21 สิงหาคม 2563 – 10:27 น.

“CPS Coffee” พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด “โครนัท” (Cronut) ที่ผสมผสานเสน่ห์รสชาติของขนมหวาน 2 ชนิดระหว่างครัวซองต์และโดนัทเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

พร้อมเอาใจเหล่าคนรักเบเกอรี่ให้ได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยของเมนูขนมหวานใหม่ล่าสุดจากร้าน  “CPS Coffee” คอฟฟี่บาร์ดีไซน์เท่จากแบรนด์แฟชั่นชั้นนำ CPS CHAPS ที่เปิดตัวเมนูใหม่อย่าง “โครนัท” (Cronut)  เบเกอรี่ที่เกิดจากไอเดียสุดสร้างสรรค์ที่ผสมผสานขนมหวาน 2 ชนิด ได้แก่ ครัวซองต์และโดนัทเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมให้ลิ้มลองรสชาติแสนอร่อยได้แล้ววันนี้

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

CPS Coffee คอฟฟี่บาร์สุดเท่ในเครือแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทยอย่าง CPS CHAPS ที่พร้อมบริการให้เหล่าคอกาแฟสายแฟชั่นได้มาลิ้มลองเครื่องดื่มเมนูพิเศษที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยฝีมือ CPS Barista และเมนูเบเกอรี่คาวหวานมากมายให้ได้เลือกรับประทาน ท่ามกลางบรรยากาศค่าเฟ่สุดคูลในคอนเซ็ปต์ที่ผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นและความเท่ผ่านการตกแต่งร้านด้วยโทนสีดำและสีคอปเปอร์ที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา แต่ทว่ายังคงความสมาร์ทในแบบฉบับ CPS CHAPS เอาไว้ได้อย่างลงตัว ซึ่งเหมาะเป็นแหล่งไลฟ์สไตล์การกินดื่มสุดชิลล์สำหรับเหล่าหนุ่มสาวแฟชั่นนิสต้ายุคใหม่
    

คุณอภิสิทธิ์ สิงห์สัจจเทศ ผู้อำนวยการแบรนด์ CPS CHAPS กล่าวถึงเมนูใหม่ล่าสุดจากร้าน CPS Coffee ว่า “โครนัท (Cronut) เป็นเมนูใหม่ล่าสุดที่ทาง CPS Coffee ได้รังสรรค์ขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ที่อยากให้เหล่าแฟนๆ CPS Coffee และเหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลองขนมหวานที่แปลกใหม่และมีรสชาติอร่อยกลมกล่อม โดยครั้งนี้เราได้เลือกหยิบ 2 เบเกอรี่สุดฮิตเป็นที่ถูกปากของเหล่าคนรักขนมหวานอยู่แล้ว อย่างครัวซองต์ (Croissant) และโดนัท (Doughnut) มารังสรรค์ขึ้นใหม่ โดยผสมผสานทั้งสองเมนูนี้เข้าด้วยกัน ผ่านกระบวนการทำอย่างพิถีพิถัน อบสดใหม่ในทุกวัน เกิดเป็นเมนูที่แปลกใหม่แต่มีรสชาติที่อร่อยลงตัว ด้วยแป้งครัวซองต์กรอบนอกนุ่มใน สอดไส้ด้วยครีมซอสเนื้อละมุน ท็อปปิ้งด้วยผงโกโก้และถั่วแสนอร่อย โดยมีให้ลิ้มลองถึง 2 รสชาติได้แก่ เดอร์ตี้ ดาร์ค ช็อกโกแลต โครนัท และ วานิลลา เครม คาราเมล โครนัท พร้อมให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มรสชาติความอร่อยของโครนัทได้แล้ววันนี้ที่ CPS Coffee ทุกสาขา”

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

โดยเมนูล่าสุดที่เป็นการผสมผสานของ 2 เมนูเบเกอรี่ยอดนิยมได้แก่ ครัวซองต์ (Croissant) และโดนัท (Doughnut) ซึ่งทาง CPS Coffee ได้ดึงความโดดเด่นของ 2 เมนูนี้มาผสมผสานพร้อมความคิดสร้างสรรค์ เกิดเป็น “โครนัท” (Cronut) สุดยอดเมนูเบเกอรี่แสนอร่อย ที่มีกรรมวิธีการทำอย่างพิถีพิถัน โดยเริ่มจากการนำแป้งครัวซองต์มาวางเป็นชั้นๆ สลับกับเนย (แป้ง-เนย-แป้ง-เนย) จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการทอดแบบโดนัท ซึ่งจะได้แป้งที่มีความกรอบนุ่ม หลังจากนั้นจึงนำเข้าเตาอบตามกรรมวิธีของการทำครัวซองต์ โดยการอบร้อนนี้จะช่วยรีดความมันของเนยออกมา ทำให้ได้ขนมที่มีความมันน้อยกว่าขนมตัวอื่นๆ และหลังจากนั้นจะทำการฉีดไส้เข้าไปในตัวขนม และเคลือบด้านหน้าด้วยซอสแต่ละรสชาติ พร้อมท็อปปิ้งตกแต่งอย่างสวยงาม ซึ่งโครนัทแต่ละชิ้นของ CPS Coffee ผ่านกระบวนการทำออกมาอย่างปราณีต มีความพิถีพิถัน ทำสดใหม่ทุกวัน เพื่อให้ได้รสชาติที่กรอบอร่อยชุ่มฉ่ำด้วยซอสครีม 

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

โดยมี 2 รสชาติให้เลือกรับประทาน ได้แก่ “เดอร์ตี้ ดาร์ค ช็อกโกแลต โครนัท” (Dirty Dark Chocolate Cronut) โครนัทสอดไส้ช็อกโกแลตสุดพรีเมียม ที่ราดด้วยซอสช็อกโกแลต (Chocolate thick sauce) พร้อมโรยด้วยผงโกโก้แท้ 100% ชนิดไม่หวาน ปิดท้ายด้วยการโรยทับด้วยเกล็ดช็อกโกแลตให้รสชาติเข้มข้น ชุ่มฉ่ำ หอมกลิ่นดาร์คช็อกโกแลต และ “วานิลลา ครีม คาราเมล โครนัท” (Vanilla Crème Caramel Cronut) โครนัทสอดไส้ครีมวานิลลาสูตรหวานน้อย ราดด้วยซอสคาราเมล พร้อมท็อปปิ้งด้วยถั่วลิสง (Peanut) ที่ผ่านการอบซอสซอลท์คาราเมล (Salted Caramel) เพื่อตัดรสความหวานของครีม ให้รสชาติที่กลมกล่อมไม่หวานเลี่ยนจนเกินไป

ร่วมลิ้มรสความอร่อยกับเมนูใหม่ล่าสุด  “โครนัท” (Cronut) จากร้าน CPS Coffee กับ 2 รสชาติ ได้แก่ “เดอร์ตี้ ดาร์ค ช็อกโกแลต โครนัท” (Dirty Dark Chocolate Cronut ราคา 150 บาท) และ “วานิลลา ครีม คาราเมล โครนัท” (Vanilla Crème Caramel Cronut ราคา 150 บาท) ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน CPS Coffee ทั้ง 3 สาขา ได้แก่ สาขาเทอมินัล 21 ชั้น M, สาขาไอคอนสยาม ชั้น 1 และ สาขาเซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ชั้น G

"CPS Coffee" พร้อมเสิร์ฟความอร่อยให้เหล่าคนรักเบเกอรี่ได้ลิ้มลอง กับเมนูล่าสุด "โครนัท"

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  20 สิงหาคม 2563 – 15:35 น.

ทวิตเตอร์ ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บริการแจ้งเตือนอัปเดตแหล่งข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ บนทวิตเตอร์เพื่อให้ทุกคนไม่พลาดทุกข่าวสารล่าสุดจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติต่างๆ และการบรรเทาสาธารณภัยในประเทศไทย

เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้อิทธิพลประจำปีและฤดูกาลของมรสุมเขตร้อน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ดินถล่ม ภัยแล้ง ไฟป่า และอื่นๆ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทยในแต่ละปี

ดังนั้นเพื่อขยายขอบข่ายฟีเจอร์การให้บริการแจ้งเตือนของทวิตเตอร์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อให้ทุกคนสามารถติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและเหตุการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ ทวิตเตอร์จึงร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (@DDPMNews), สภากาชาดไทย (@ThaiRedCross) รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ องค์กรไม่แสวงผลกำไร และสื่อมวลชนต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการช่วยจัดการกับเหตุการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  


นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า “ปภ.ในฐานะหน่วยงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของประเทศ ได้มุ่งสร้างแนวทางในการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสาธารณภัยแก่สาธารณชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางทวิตเตอร์ได้มีการพัฒนารูปแบบการใช้งานใหม่ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสาธารณภัย ถือเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อภารกิจในด้านการเตรียมความพร้อมรับมือและป้องกันแก้ไขปัญหาภัยพิบัติในประเทศไทย ซึ่งการใช้งานฟีเจอร์ดังกล่าวจะทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลด้านสาธารณภัยแบบเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลภาครัฐที่เชื่อถือได้  ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างประชาชนและหน่วยงานได้อย่างทันท่วงที และเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนสามารถปฏิบัติตนให้ปลอดภัยจากสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ทั้งยังช่วยให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยอย่างดีที่สุด”

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  


นางสาวมนรวี อำพลพิทยานันท์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะและการให้เพื่อสังคม ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทวิตเตอร์ กล่าวว่า “ความโดดเด่นของทวิตเตอร์คือการเป็นศูนย์รวมของบทสนทนาระดับโลกเรียลไทม์และทันสมัยที่ทำให้ทุกคนทราบว่าในขณะนี้มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้นบ้าง คุณลักษณะที่สำคัญนี้ทำให้ทวิตเตอร์เป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถสื่อสารกันได้ทันเวลาและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเวลามีภัยพิบัติเกิดขึ้น ทีมบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ทั่วโลกเห็นถึงความสำคัญนี้และใช้ทวิตเตอร์ในการติดต่อสื่อสารกับผู้คนในพื้นที่และแบ่งปันข้อมูลแบบเรียลไทม์ในการให้ความช่วยเหลือ การปฏิบัติการกู้ภัย และการตอบสนองกับเหตุฉุกเฉินต่างๆ การเปิดตัวฟีเจอร์การให้บริการนี้จะช่วยต่อยอดความมุ่งมั่นของทวิตเตอร์ในการร่วมมือกับทุกฝ่ายในการให้การสนับสนุนในกรณีฉุกเฉินเมื่อมีสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ ภาคประชาสังคม และบุคคลทั่วไป เพราะการแจ้งเตือนนี้ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลของภัยพิบัติแบบเรียลไทม์และอย่างต่อเนื่อง เช่น ข้อมูลสำคัญล่าสุดบนท้องถนนและระบบสาธารณูปโภคที่ขัดข้อง และยังช่วยสร้างการเข้าถึงโดยตรงระหว่างพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกับทีมกู้ภัย”

ทวิตเตอร์เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่แจ้งเตือนภัยพิบัติต่างๆ  

ฟีเจอร์บริการแจ้งเตือนอัปเดตแหล่งข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ให้บริการการแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญและส่งเสริมข้อมูลการบรรเทาสาธารณภัย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างหรือหลังการเกิดภัยพิบัติและเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลอัปเดตล่าสุดที่เชือถือได้ที่เกี่ยวกับภัยพิบัติและเหตุการณ์ฉุกเฉินจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและสื่อมวลชน โดยเปิดให้บริการเป็นภาษาไทยบนระบบปฏิบัติการ iOS แอนดรอยด์ และ mobile.twitter.com 

ทุกๆ ครั้งที่มีคนค้นหาด้วยคำสำคัญที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ ฟีเจอร์จะแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องและแหล่งข้อมูลความช่วยเหลือบนทวิตเตอร์ การให้บริการแจ้งเตือนนี้จะได้รับการตรวจสอบเป็นระยะโดยทีมงานของทวิตเตอร์เพื่อให้แน่ใจว่าคำสำคัญที่เกี่ยวข้องจะสามารถแสดงผลการค้นหาได้ในทันที ตัวอย่างคำสำคัญที่ใช้ในการค้นหาในฟีเจอร์นี้ เช่น “ภัยพิบัติ”, “น้ำท่วม”, “แผ่นดินไหว” เป็นต้น

นอกจากนั้น ฟีเจอร์บริการแจ้งเตือนอัปเดตแหล่งข้อมูลเรียลไทม์เกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ จะแสดงรายชื่อหน่วยงานภาครัฐและองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ทำงานด้านการรับมือกับภัยพิบัติและการบรรเทาสาธารณภัยในประเทศไทย รวมถึงสื่อมวลชนที่กำลังรายงานข่าวล่าสุดเกี่ยวกับภัยพิบัติธรรมชาติที่เกิดขึ้นในไทย ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถ กดติดตามลิสต์ ดังกล่าว เพื่อค้นหาหน่วยงานที่ต้องการและสามารถติดต่อได้ทันท่วงที

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน20 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

เชียงใหม่ อสม.อาสาม้าเร็วลุยพื้นที่เข้มข้น หลังมีผู้ป่วยไข้เลือดออกในชุมชน พบชุมชนสันป่าข่อยไข้เลือดออกระบาด พระ-เด็ก-เป็นผู้ป่วยแล้ว วอน จนท.แขวง-เทศบาลฯลงพื้นที่ช่วยด้วย

วันที่ 19 ส.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในชุมชนและวัดสันป่าข่อย ต.วัดเกต อ.เมือง จ.เชียงใหม่  อสม.นป่าข่อย นำโดย นางสาวฉวีวรรณ ไชยมณี นำเพื่อน อสม.ร่วมกิจกรรมป้องกันลูกน้ำยุงลาย ช่วยกันดูแลบ้านเรือน วัดให้ปราศจากน้ำขัง ตอนนี้โรคไข้เลือดออกกำลังระบาด ในชุมชน พบผุ้ป่วยแล้ว 5 รายเป็นพระในวัดสันป่าข่อย 1 ราย ชาวบ้านและเด็ก 4 ราย ที่ผ่านมาพบมีการรณรงค์ กันมาตลอด แต่ไม่มีการป้องกัน และลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบ อย่างต่อเนื่องขาดๆหาย ทั้งๆที่เป็นแหล่งโรคไข้เลือดออกเริ่มระบาดแล้ว ทะยอยพบผู้ป่วย ซึ่งชาวชุมชนได้ร้องเรียนผ่านผู้สื่อข่าวให้ทราบถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบลงพื้นที่มาตรวจสอบอย่างต่อเนื่องและเข้มข้นขึ้น และชาวบ้านที่กำลังหวาดผวากับโรคร้ายนี้

นางสาวฉวีวรรณ ไชยมณี บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเองเป็นสมาชิก อสม.สันป่าข่อย ได้พร้อมกับเพื่อนร่วมทีม ลงพื้นที่สำรวจแบบว่าเข้มข้นร่วมมือรวมใจ พร้อมรายงานให้หน่วยงานรับผิดชอบ และนำทรายอะเบท ไปใส่ตามที่มีน้ำขัง และคว้ำ ภาชนะที่มีน้ำขัง ตรวจสอบทำลายลูกน้ำยุงลายอันเป็นพาหะ นำเชื้อโรค แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั่วชุมชน หากทางแขวงและเทศบาลมีความเข้มข้นในการลงพื้นที่จะจะสร้างความมั่นใจให้ชาวชุมชนปลอดภัยจากโรคร้ายไข้เลือดออกได้อีกระดับหนึ่ง และขอบคุณ ประพันธ์ บูรณุปกรณ์ อดีต สว.เชียงใหม่ มอบถุงยังชีพให้กับสมาชิก อสม.สันป่าข่อย ที่เสียสละเวลาทำหน้าที่เพื่อส่วนรวมอย่างเข้มแข้ง อดทน.

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่

ซีพี จับมือเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ซีพี จับมือเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม

ซีพี จับมือเครือข่ายกลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม

20 สิงหาคม 2563 – 09:12 น.

ซีพี ผนึกเครือข่าย กลุ่มเกษตรยั่งยืนแม่วากโมเดล มอบกล้าพืชสวน 74,048 กล้า ให้ชาวอำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ สร้างอาชีพใหม่ ทางรอดหลังวิกฤตโควิด-19

วันที่ 19 สค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อโลกตกอยู่ในสถานการณ์ที่ ไม่สามารถควบคุมได้ การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้น หลายคนทั่วโลกไม่ทันตั้งรับ หลายธุรกิจต่างปิดกิจการลงไปภายในระยะเวลาอันสั้น เหตุจากภัยไวรัสโควิด-19 ที่เข้ามาทำราย วิถีชีวิต ระบบเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและหากเรามองให้ครบในทุก มิติ จะเห็นถึง บริบทของสังคมที่ยังต้องการรับความช่วยเหลือ เมื่อมีคนล้ม อีกคนต้องช่วยกันพยุงกันขึ้น ที่มาสู่การเป็นของศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ ในพื้นที่ บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร  อ.แม่แจ่ม  จ.เชียงใหม่  เพื่อการจ้างงานและฟื้นฟูป่า คืนการกลับมาของอาชีพ แก่ชาวบ้านและเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 จากสถานการณ์โควิด -19 ที่ผ่านมาส่งผลให้ชาวบ้านต่างได้ระผลกระทบจากการเลิกจ้างาน เป็นจำนวนมาก ตลอดในระยะเวลา 3 เดือน ที่บ้านแม่วาก ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ซีพีได้มอบศูนย์เพาะชำกล้าไม้ให้เพื่อช่วยเหลือยืนหยัดเคียงข้างคนไทยสู้ภัยโควิด-19 จ้างคนตกงานเข้าทำงานที่ศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฟื้นฟูป่าและเพิ่มพื้นที่สีเขียว

นายบุญลือ ธรรมธนานุรักษ์ นายอำเภอแม่แจ่ม กล่าวว่า ขอบคุณเครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ตระหนักและเล็งเห็นถึงปัญหาของชุมชนภายในพื้นที่ พร้อมทั้งยังเป็นเสมือนตัวช่วยในการขับเคลื่อนผลักดันให้ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง พร้อมเรียนรู้สู่ความยังยืนต่อไปในอนาคต พร้อมรับมือกับสถานการณ์ในวันข้างหน้าซึ่งในวันนี้ได้เกิดการจ้างงานของกลุ่มของเกษตรกรในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยการนำต้นกล้าผักจากโรงเรือนเพาะปลูกมากระจายและส่งมอบให้กับ ชุมชนและผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อสร้างการกลับมาของอาชีพและประกอบการใช้โยชน์ของเกษตรกรต่อไป

นายนนท์ นาคะเสถียร ผู้จัดการทั่วไป หน่วยงานพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐ สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ทางเครือมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนชุมชน สังคม ให้เกษตรกรในพื้นที่มีอาชีพและรายได้ สามารถเลี้ยงดูตนและครอบครัวอย่างมีความสุข หากการช่วยเหลือเยียวยา คือการกลับมาซึ่งความสุขของเกษตรกร เราพร้อมที่จะยืนหยัดเคียงข้าง ชุมชน สังคม ประเทศชาติ ให้เกิดการพัฒนามุ่งสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทางเครือฯ คาดหวังเพียงอยากให้ ชุมชน สามารถพึ่งพาตนเอง มีความเข้มแข็ง เกิดแรงขับเคลื่อนจากภายในมีความเข้าใจร่วมกัน โดยศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางแห่งการขยายพันธ์พืช ฟื้นฟูป่า เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ในชุมชนโดยภายศูนย์เพาะชำกล้าไม้ฯนี้ประกอบไปด้วยโรงเรือนเพาะชำกล้าพันธุ์ไม้จำนวน 4 โรงเรือน ซึ่งสามารถเพาะชำกล้าไม้ ทั้ง ระยะสั้นและระยะยาวได้ถึง 102,500 กล้า/รอบ นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ยังสามารถใช้เป็นพื้นที่อรรถประโยชน์กับชุมชน ที่ได้มาจากการเพาะกล้าพืชผักระยะสั้น เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน และเพื่อการฟื้นฟูป่าเพิ่มการกลับมาของพื้นที่สีเขียว สร้างเศรษฐกิจและ สังคม ชุมชน อันนำมาซึ่งสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่

ฟงหวิน  ศักดิ์อัศวิน ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.เชียงใหม่