ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เคาะอถิปราย ‘แถลงนโยบาย’ 30 ชั่วโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557985

07 ก.ย. 2566

ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เคาะอถิปราย 'แถลงนโยบาย' 30 ชั่วโมง

ฝายค้านรับปาก ไม่ใช้เวที ‘แถลงนโยบาย’ รัฐบาล ซ้อมฝีปากอภิปรายไม่ไว้วางใจ วิปสามฝ่ายเคาะเวลาอภิปรายรวม 30 ชั่่วโมง

กำหนดการแถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา ของรัฐบาลเศรษฐา วันจันทร์ที่ 11 กันยายนนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 176  บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาและชี้แจงการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐตามมาตรา 75 โดยไม่มีการลงมติความไว้วางใจทั้งนี้ ภายใน 15 วันนับแต่วันเข้ารับหน้าที่  ถือเป็นโอกาสอันดีที่ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคก้าวไกลจะได้ จะใช้เป็นเวทีลับฝีปาก

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย หรือวิป 3 ฝ่าย ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาว่า จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 กันยายนนี้ ใช้เวลาการอภิปรายรวมทั้งสิ้น 29 ชั่วโมง บวก 1 ชั่วโมง สำหรับประธานควบคุมการประชุม

โดยแบ่งเป็นคณะรัฐมนตรี สำหรับการแถลงนโยบาย และชี้แจงข้อซักถาม 5 ชั่วโมง / สส.พรรคร่วมรัฐบาล 5 ชั่วโมง / สมาชิกวุฒิสภา 5 ชั่วโมง / และ สส.ฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมง โดยจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป แต่จะไม่เกิน 24.00 น.ของแต่ละวัน เนื่องจากในวันพุธที่ 13 กันยายน คณะรัฐมนตรี จะมีการประชุมอย่างเป็นทางการนัดแรกที่ทำเนียบรัฐบาล 

ส่วนเรื่องที่นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะว่าที่ประธานวิปรัฐบาลกังวลฝ่ายค้านจะใช้เวทีการแถลงนโยบายรัฐบาล เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ประธานรัฐสภา ระบุว่า ฝ่ายค้าน ได้ยืนยันต่อที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายแล้วว่า จะอยู่ในกรอบการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล  จะไม่เป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และฝ่ายค้านย้ำแล้วว่า จะทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ

‘สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย’ เข้าพบ ‘วันนอร์-พรเพชร’ ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557979

07 ก.ย. 2566

'สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย' เข้าพบ 'วันนอร์-พรเพชร' ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน

‘สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย’ เข้าพบ ‘วันนอร์-พรเพชร’ ชง 4 ข้อ มีส่วนร่วมทำงานเพื่อคุณประโยชน์แก่สังคม ด้าน ‘ปธ.สภา’ เตรียมฟื้นกองทุนดูแลสุขภาพอดีตสมาชิก

สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย อาทิ นายอนันตชัย คุณานันทกุล นายกสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล ดร.ศรีเมือง เจริญศิริ นายวัชระ ประภาพัฒน์ นายปรพล อดิเรกสาร และคณะกรรมการสมาคม เข้าพบนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานรัฐสภา และ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา

นายอนันตชัย เสนอ 4 เรื่อง ต่อประธานรัฐสภาพิจารณา ประกอบด้วย

1. ขอพิจารณาอนุญาตให้ใช้ห้องประชุมรัฐสภาประจำทุกเดือน

2. ขอให้สมาคมฯ เป็นองค์กรการร่วมงานของสมาชิกรัฐสภาทั้งในอดีตและสมาชิกรัฐสภาปัจจุบัน 

3. สมาคมฯ ขอร่วมกับรัฐสภาในการจัดประชุมสัมมนาเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกฎหมายไทย 

4. ขอให้สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทยมีส่วนร่วมเป็นคณะกรรมาธิการกองทุนสมาชิกรัฐสภา

'สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย' เข้าพบ 'วันนอร์-พรเพชร' ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน

ประธานรัฐสภา กล่าวชื่นชมว่า เป็นสิ่งที่ดีมากมีการจัดตั้งสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทยขึ้น เพื่อให้เป็นศูนย์รวบรวมอดีตสมาชิกที่อยู่แต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัด โดยให้สมาคมเป็นผู้ประสานงาน ทั้งอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตสมาชิกวุฒิสภา พร้อมกันนี้ ประธานรัฐสภา มีความเห็นใจอดีตสมาชิกรัฐสภาที่ยังขาดกองทุนในการดูแลในช่วงเจ็บป่วย ซึ่งในอนาคตอาจมีการพิจารณาให้มีกองทุนกลับมาเพื่อดูแลความเดือดร้อน ในเบื้องต้นด้านสุขภาพ ให้กับอดีตสมาชิกรัฐสภาไทยต่อไป

สำหรับสมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2563 เพื่อเป็นศูนย์รวมของสมาชิกในอดีตและปัจจุบันของสมาชิกรัฐสภา ต้องการเสริมสร้างความรัก สามัคคี รวบรวมบุคลากรที่ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมกันทำคุณประโยชน์ให้แก่สังคมส่วนรวม

'สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย' เข้าพบ 'วันนอร์-พรเพชร' ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน
'สมาคมสมาชิกรัฐสภาไทย' เข้าพบ 'วันนอร์-พรเพชร' ชง 4 ข้อ ขอมีส่วนร่วมทำงาน

รองประธานสภาฯ แจง ‘หมิว สิริลภัส’ ห่อ อาหาร กลับบ้าน ไม่ผิด เหลือเยอะ แจกได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557977

07 ก.ย. 2566

รองประธานสภาฯ แจง 'หมิว สิริลภัส' ห่อ อาหาร กลับบ้าน ไม่ผิด เหลือเยอะ แจกได้

รองประธานสภาฯ แจง สส. ห่อ อาหาร กลับบ้าน ได้ ไม่ผิด หลังเกิดดราม่า ‘หมิว สิริลภัส’ ย้ำ หากเหลือมาก ใส่ห่อฝากเพื่อน-ญาติ-ทีมงานได้ เพื่อไม่ให้เหนื่อย ขนไปบริจาคตามที่ต่างๆ

จากประเด็นดราม่า เมื่อมี สส.ท่านหนึ่ง แอบถ่ายภาพ “หมิว สิริลภัส” น.ส.สิริลภัส กองตระการ สส.กทม. พรรคก้าวไกล ขณะกำลังตักอาหาร ห้องอาหารรัฐสภา กลับบ้าน และแขวนประจานว่า “พบเห็นอดีตดาราสาว ลักลอบนำอาหารสภากลับบ้าน” ทำให้เจ้าตัว ต้องออกมาชี้แจง ยืนยันเป็นการใช้สิทธิ์ที่มี ขณะที่ล่าสุด รองประธานสภาฯ “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” ยืนยัน ห่ออาหารกลับบ้านได้ไม่ผิด

ดราม่า สส.ก้าวไกล หมิว สิริลภัส ห่ออาหารกลับบ้านดราม่า สส.ก้าวไกล หมิว สิริลภัส ห่ออาหารกลับบ้าน

นายประเสริฐพงศ์ ศรนุวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้หารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงถึงกติกาการใช้ห้องอาหาร สส.กรณี สส. พรรคก้าวไกล “หมิว สิริลภัส” ถูก สส.ชาย จากพรรคการเมืองหนึ่ง แอบถ่ายภาพ ไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย จึงขอให้ประธาน กำชับต่อที่ประชุมด้วย

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานการประชุม ชี้แจง ว่า สส.สามารถนำอาหารกลับบ้านหลังเลิกประชุมได้ และปัจจุบันยังมีห้องทำงานส่วนตัว ซึ่งอาจมีผู้ช่วย สส., ผู้ติดตาม สส., ก็สามารถให้ผู้ช่วย หรือผู้ติดตาม นำอาหารไปให้ สส.ที่ห้องได้ หรือ สส.จะนำอาหารไปให้ทีมงานรับประทานได้เช่นกัน

พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ

ทั้งนี้ หากปิดประชุมแล้ว อาหารยังเหลือเยอะ ซึ่งปกติเจ้าหน้าที่ ก็จะนำไปบริจาคตามหน่วยงานต่างๆ ซึ่งบริจาคเท่าไรก็เหลือ จนเน่า รับประทานไม่ทัน ไม่มีที่เก็บ จึงคิดว่า ไม่มีกฎหมายห้ามไม่ให้นำอาหารกลับบ้าน และจากนี้ไป หากตอนเย็นอาหารเหลือ เจ้าหน้าที่จะนำใส่ถุงให้ สส. และข้าราชการรัฐสภา นำกลับไปรับประทานที่บ้านได้ เพื่อไม่ให้เหลือทิ้ง เพราะหากจะนำไปบริจาค ก็เหนื่อยที่จะใช้คน หรือรถ ขนไปที่ต่างๆ ดังนั้น หากเหลือก็สามารถใส่ถุงให้ สส. หรือเจ้าหน้าที่ นำกลับบ้านได้ และหาก สส.มีญาติ มีเพื่อน มีทีมงานอยู่ในห้องทำงาน ก็สามารถนำไปเผื่อได้

                ดราม่า สส.ก้าวไกล หมิว สิริลภัส ห่ออาหารกลับบ้านดราม่า สส.ก้าวไกล หมิว สิริลภัส ห่ออาหารกลับบ้าน

นอกจากนี้ กรณีปัญหาที่จอดรถ สส. ที่มีการร้องเรียนว่า มีการจอดรถซ้อนคัน ไม่จอดรถเข้าที่จอด รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานการประชุม ชี้แจงว่า ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (8 ส.ค. 2566) เป็นต้นไป สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จะจัดระเบียบลานจอดรถ ให้ สส.จอดรถตามช่องจอดรถของตนเอง ซึ่งจะมี 535 ช่อง และหากมีผู้อื่นมาจอดในช่องของ สส.คนอื่น ก็จะถูกล็อกล้อ และห้าม สส.จอดซ้อนคัน 

ขึ้น ‘เงินเดือน’ ‘กำนัน’ – ‘ผู้ใหญ่บ้าน’ มีผล 1 ตุลาคมนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557965

07 ก.ย. 2566

ขึ้น 'เงินเดือน' 'กำนัน' - 'ผู้ใหญ่บ้าน' มีผล 1 ตุลาคมนี้

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศปรับขึ้น ‘เงินเดือน’ ค่าตอบแทนตำแหน่ง ‘กำนัน’ – ผู้ใหญ่บ้าน’ อีก 2,000 บาท มีผลตั้งแต่ 1 ต.ค. 2566 เป็นต้นไป

การปรับเพิ่มเงินเดือน ค่าตอบแทนตำแหน่งไม่เฉพาะ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เท่านั้น แต่ยังรวมถึง สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และแพทย์ประจำตำบล ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 6 ตุลาคม 2566 เป็นผลงานของ พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เวปไซด์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศปรับเพิ่มค่าตอบแทน เงินเดือน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯ มีผล วันที่ 1 ตุลาคม 2566  ทำให้ค่าตอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งตามประกาศ สำหรับตำแหน่งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เพิ่มขึ้น 2,000 บาท สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เพิ่มขึ้น 1,000 บาท  จากอัตราเงินตอบแทน ที่กฎหมายกำหนด 

อัตราเงินตอบแทนตำแหน่ง (เดิม) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯอัตราเงินตอบแทนตำแหน่ง (เดิม) กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯ

ส่วนการเลื่อนขั้นเงินเดือนเงินตอบแทน ตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนันผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ้ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ในรอบปีงบประมาณหนึ่ง ๆจะเลื่อนได้ไม่เกินสองขั้น โดยมีเงินตอบแทนตำแหน่งขั้นละสามร้อยบาท และให้ได้รับการเลื่อนสองขั้นติดต่อกันไม่เกินสองครั้ง

โดยการเลื่อนขั้นเงินตอบแทนจะต้องจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

‘ก้าวไกล’ ข้องใจ ‘เงินดิจิทัล 10,000’ คำว่า ‘blockchain’ หายไปไหน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557947

06 ก.ย. 2566

'ก้าวไกล' ข้องใจ 'เงินดิจิทัล 10,000' คำว่า 'blockchain' หายไปไหน

‘ก้าวไกล’ อ่านตัวแถลงนโยบาย ‘เงินดิจิทัล 10,000’ งง คำว่า blockchain หายไปไหน เตรียมจี้และตรวจสอบแหล่งที่มาเงิน มอง ปชช. อาจเสียผลประโยชน์ 100 บาท ไม่เท่า 100 เหรียญ

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ นโบาย “เงินดิจิทัล 10,000” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในตัวแถลงนโยบายดังกล่าว เท่าที่เห็นนั้น ยังไม่มีรายละเอียดอะไรมากมาย แต่มีข้อสังเกตคือ คำว่า blockchain หายไปแล้ว ก็สอดคล้องกับที่กระทรวงการคลังมีแหล่งข่าวเปิดเผยออกมาว่า อาจจะไม่ได้ทำ blockchain แล้ว 
 

เรื่องสำคัญที่สุดของตัว “ดิจิทัลวอลเล็ต” คือ แหล่งที่มาของเงิน จะเอาเงินมาจากไหน เพราะลำพังจะจัดการตัวงบประมาณอาจจะทำไม่ได้ ไม่สามารถที่จะหาเงินสดในระยะเวลาสั้นๆไม่เกิน 2 ไตรมาสแรก ให้มาได้จำนวน 560,000 ล้านบาท แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้นแหล่งเงินที่มาอื่นๆ ก็ต้องเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลต้องมาสอบถามรัฐบาลเช่นเดียวกันว่า จะเอาเงินมาจากไหน จะกลายเป็นภาระทางการค้า หนี้สาธารณะ หรือไม่ 
 

น.ส.ศิริกัญญา ระบุต่อว่า หากทำได้ แล้วเงิน 1 บาทในดิจิทัลวอลเล็ต อาจจะไม่เท่ากับ 1 บาทในชีวิตจริง นั่นคือ ผลเสียที่มันจะเกิดขึ้นกับประชาชน ถ้าเอาไปแลกคืนไม่ได้ทันทีหรือหาแหล่งเงินไม่ได้มาทั้ง 560,000 ล้านบาท ร้านค้าอาจจะคิดว่า หากเอาไปแลกลำบาก ไม่รู้ว่าจะแลกได้เมื่อไหร่ เป็นต้น ประชาชนอาจจะต้องเสียผลประโยชน์ 10,000 บาทที่รัฐบาลเตรียมไว้ในกระเป๋าตังค์ของเรา เช่น ใช้ไม่หมด หรือ สมมุติจ่ายเป็นเงินบาท จ่ายแค่ 100 แต่ถ้าเป็นเหรียญดิจิทัล อาจจะเสีย 150 เหรียญ ก็จะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบกับประชาชนโดยตรง

สว.วันชัย ออกโรงเชียร์รัฐบาล ‘เพื่อไทย ‘ – นายกฯเศรษฐา อยู่ครบ 4 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557946

06 ก.ย. 2566

สว.วันชัย  ออกโรงเชียร์รัฐบาล 'เพื่อไทย ' - นายกฯเศรษฐา อยู่ครบ  4  ปี

สมาชิกวุฒิสภา   วันชัย สอนศิริ เชียร์ให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทย และ เศรษฐา ทวีสิน อยู่ให้ครบ 4 ปี กระตุ้นให้เร่งทำงาน สร้างการยอมรับจากประชาชน เปรียบเปรยหมดยุค ” แผลเก่า” ก้าวมาสู่ยุค “มนต์รักสีชมพู” เชื่อการประกาศทุ่มเททั้งชีวิต ทั้งจิตใจ ของ “เศรษฐา ”  จะเป็นความหวังสังคมไทย

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา  ( สว. ) เปิดเผยว่า   ขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลชุดนี้  ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย   ซึ่งมีนายเศรษฐา ทวีสิน  เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่จนครบวาระ 4 ปี  ต้องเร่งทำงาน มีผลงานให้ประชาชนยอมรับ ลดข้อครหาต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับฝ่ายค้านให้ได้ เพราะหากมีการเลือกตั้งใหม่ หรือเกิดการยุบสภา ฝ่ายค้านก็อาจจะเอาชนะได้ 

 “ใครที่ยังติดหล่ม ดูหนังเรื่องเก่า ดูแต่เรื่อง ‘แผลเก่า’ ก็จะตกยุคตกสมัย เพราะตอนนี้จะต้องดูภาพยนต์เรื่อง  “มนต์รักสีชมพู”   ภาพยนต์เรื่องนี้ อำนวยการสร้างโดยหลายฝ่าย ซึ่งผู้กำกับไม่ได้อยู่ที่โรงพยาบาล และเป็นภาคสุดท้ายที่ตอนจบสวยงามตามท้องเรื่อง ที่ใครก็คาดไม่ถึงว่า การต่อสู้ตลอด 20 ปี จะจบลงเช่นนี้ และนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศแล้วว่า จะทุ่มเททั้งชีวิต ทั้งจิตใจ และ ทั้งอนาคต จึงเชื่อว่า จะประสบความสำเร็จ  จะเป็นความหวังใหม่ของสังคมไทย เพราะแม้แต่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จะมาดำรงตำแหน่ง ดาวราหูก็ยังต้องย้ายออกไป  ส่วนยุค คสช.ได้จบลงตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ส.ค.  ที่ผ่านมา ที่รัฐสภา มีมติให้นายเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี  ดังนั้น ใครที่ยังตามเรื่องการรัฐประหารอยู่ จึงถือว่า ตกยุค หรือถ้าจะมีอีกก็เป็นเพราะรัฐบาลนี้ที่จะแตกแยก หรือไม่มีผลงานจนประชาชนออกมาต่อต้าน”

เขา  กล่าวว่า   ความเห็นต่างที่เกิดขึ้นในสังคม  มีทุกยุคทุกสมัย แต่ปัญหาของพรรคก้าวไกลนั้น ไม่ใช่ปัญหาความแตกแยก เพราะความแตกแยกจะมีลักษณะเหมือนความขัดแย้งสีเสื้อเหลือง-แดง แต่ความเห็นต่างของพรรคก้าวไกลนั้น เป็นความเห็นต่าง ที่จำเป็นจะต้องมี แต่เชื่อว่า ถ้ารัฐบาลมีผลงานที่ประชาชนยอมรับ ความเห็นต่างก็จะเบาบางลง เสียงของพรรคก้าวไกล ก็จะเป็นเพียงเสียงจากไกล ๆ ไม่กระหึ่ม นายวันชัย กล่าว 

‘ศิริกัญญา’ 1 ในผู้อภิปราย เผย ‘ก้าวไกล’ จัดหนักแน่ ทุกนโยบายรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557945

06 ก.ย. 2566

'ศิริกัญญา' 1 ในผู้อภิปราย เผย 'ก้าวไกล' จัดหนักแน่ ทุกนโยบายรัฐบาล

‘ศิริกัญญา’ เผย ‘ก้าวไกล’ จัดหนักรัฐบาลแถลงนโยบาย 11 ก.ย. อ่านตัวแถลง เกิดคำถามมาก ประเทศไปทางไหน ทวงถามสัญญาที่หาเสียงแน่

พรรคก้าวไกล เตรียมพร้อมอภิปรายการแถลงนโยบายรัฐบาล “เศรษฐา” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเป็น 1 ในผู้ลุกขึ้นจี้ถาม เผยหากเปิดรายชื่อคนอื่นๆมา ต้องคุ้นกันทั้งนั้น แต่ว่ารอบนี้จะเปิดโอกาสให้ สส.หน้าใหม่ ได้ใช้เป็นเวทีแสดงความสามารถด้วย โดยเฉพาะทาง สส.บัญชีรายชื่อ หลายคนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่พรรคคัดเลือกมา รวมถึง สส.เขตหน้าใหม่ ที่กำลังต้องการการแสดงความสามารถที่จะวิเคราะห์วิจารณ์นโยบาย
 

น.ส.ศิริกัญญา ยอมรับ พรรคก้าวไกลเตรียมจัดหนักทุกนโยบายของรัฐบาล จัดหนักแบบพิเศษหมด เนื่องจากพออ่านตัวแถลงนโยบาย ก็เกิดคำถามขึ้นมามากว่า หนึ่ง ตกลงจะพาประเทศไปทางไหนกันแน่ ไม่มีการตั้งเป้าหมายอะไรชัดเจน สอง นโยบายที่เคยหาเสียงเอาไว้ ยังไม่เห็นมาปรากฏในการแถลงนโยบาย ใช้คำกว้างใช้คำลอยๆ รับรอง พรรคก้าวไกลจัดหนักในเรื่องที่จะต้องทวงถามสัญญาแน่นอน สาม ยังมีอีกหลายนโยบายที่อาจจะเคยหาซื้อหรือไม่เคยหาเสียงก็ดี แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนของประเทศที่จะต้องเสนอให้รัฐบาลใหม่ นำไปทำด้วย 

ย้ำอีกครั้ง 3 เรื่องดังกล่าว “เตรียมจัดหนัก จัดเต็มในทุกๆเรื่อง” รวมถึงความถนัดและประชาชนอาจจะเฝ้ารอคาดหวัง คือ การปฏิรูปกองทัพ รัฐธรรมนูญ ความมั่นคงต่างๆ รับรองมาเต็มแน่นอน แต่ว่ารอบนี้เรื่องเศรษฐกิจก็อาจจะเป็นเรื่องที่เรื่องใหญ่ที่ประชาชนก็เฝ้าคอยอยู่ว่ารัฐบาลจะทำอะไร เราก็จะมีอีกชุดนึงเพิ่มด้วย

‘วราวุธ’ เข้าพม.วันแรก ลั่นเตรียมสานต่องานที่พรรคเคยทำไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557937

06 ก.ย. 2566

'วราวุธ' เข้าพม.วันแรก ลั่นเตรียมสานต่องานที่พรรคเคยทำไว้

‘วราวุธ’ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พม. เตรียมสานต่องานพ่อบรรหาร และพรรคชาติไทยพัฒนาเคยทำไว้ เร่งแก้ปัญหาสังคมเชื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในเร็ววัน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำ กระทรวง ฯ ได้แก่ ศาลพระภูมิ ศาลกรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร องค์พระประชาบดี ก่อนเข้าห้องทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

รมว.พม.เข้า สักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวงรมว.พม.เข้า สักการะสิ่งศักดิ์ประจำกระทรวง

โดยภายในห้องทำงานได้มีการนำชุดโต๊ะทำงาน ชุดรับแขก และชุดโต๊ะอาหาร มาจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยภายในห้องทำงานของนายวราวุธ มีรูปถ่ายครอบครัว ศิลปอาชา ประดับอยู่อยู่ทุกมุมห้อง บนโต๊ะทำงานเป็นรูปถ่ายนายบรรหารกำลังหอมแก้มนายวราวุธ ซึ่งนายวราวุธอธิบายถึงที่มาที่ไปของรูปนี้ว่า เป็นช่วงสมัยที่ตนอายุ 12 ปีและต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ แต่ นายบรรหารไม่ได้มาส่ง เนื่องจาก เป็นวันที่เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมวันแรก

รูปบรรหารหอมแก้มท๊อปวราวุธในวัยเด็กรูปบรรหารหอมแก้มท๊อปวราวุธในวัยเด็ก

รัฐมนตรีพม. กล่าวว่า ดีใจที่จะได้มาสานต่องาน ซึ่งบิดาหรือนายบรรหา ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรคชาติไทยพัฒนาเคยทำไว้ ตนจะได้มาดูแลประชาชนคนไทยทั้ง 66 ล้านคน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเยาวชนผู้สูงอายุ กลุ่มสตรี กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้พิการและกลุ่มความหลากหลายทางเพศ เราจะได้มีโอกาสทำงาน ดึงความร่วมมือศักยภาพของทุกคนเพื่อให้ทุกคนยืนอยู่ในสังคมอย่างมีเกียรติมีศรีและเท่าเทียมกัน

ท็อป วราวุธ เข้าพม.วันแรกท็อป วราวุธ เข้าพม.วันแรก

นายวราวุธ กล่าวว่า การทำงานในกระทรวงพม.ไม่ได้มีเรื่องใดเรื่องเดียวที่เป็นเรื่องด่วน เพราะมีหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอกกระทรวง ที่เราจะต้องมาช่วยกันแก้ปัญหาของประชาชน วันนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว ปัญหาการเกิดต่ำ ซึ่งจะทำให้อนาคตประเทศไทยขาดแคลนแรงงานและกลุ่มคนที่เป็นสมองขึ้นมาพัฒนาประเทศ จึงถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เราจะต้องมาแก้ปัญหา กลุ่มผู้พิการที่เราจะต้องดึงศักยภาพของเขาให้มาเป็นกำลังของสังคมไทย

รมว.พม.เข้ากระทรวงวันแรกรมว.พม.เข้ากระทรวงวันแรก

อย่างไรก็ตามกระทรวงพม.มีบทบาทอย่างมากในการพัฒนาโครงสร้างหลักของสังคมไทยทั้งสถาบันครอบครัวและคนทุกๆกลุ่ม โดยข้าราชการของกระทรวงพม. มีอยู่ทั่วประเทศ แต่งบประมาณที่ได้รับนั้นกลับสวนทางกับปริมาณภารกิจที่กระทรวงพม.ต้องดูแลประชาชนทั้งประเทศ เพราะหัวใจสำคัญที่หน่วยงานราชการจะขับเคลื่อนไปได้ต้องอาศัยงบประมาณประจำปี ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่าวันที่ 1 ตุลาคม 2566 นี้คงจะไม่สามารถใช้งบประมาณปี 67 ได้ทัน จึงถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ภายในกระทรวงที่จะต้องเตรียมจัดทำงบประมาณ ปี 67 เพื่อนำเข้าสู่สภาในวาระต่อไปให้เร็วที่สุด

ส่วนกรณีการแก้ปัญหาเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลที่แล้ว นายวราวุธ เปิดเผยว่า ปัญหาเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุนั้น ขอให้ผู้สูงอายุอย่าเพิ่งตระหนกตกใจ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทุกมาตราการเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน กระทรวงพม.เพียงกระทรวงเดียวคงไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องปรึกษากับหน่วยงานต่างๆกระทรวงอื่นๆ เนื่องจากมีขั้นตอนในการพิจารณา และที่สำคัญ เมื่อคุยกันเสร็จแล้วต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ตนจึงคิดว่าต้องใช้เวลาอีกสักพักใหญ่ กว่าจะได้ความชัดเจน ว่ามาตราการใหม่จะเป็นอย่างไรและหากสิ่งใดที่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ก็ขอให้มั่นใจว่า กระทรวงพม. เราจะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ขอให้สบายใจได้ว่า ตอนนี้ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

สำหรับเรื่องความมั่นคงของมนุษย์ เชื่อมโยงไปถึงเรื่องครอบครัวรัฐมนตรีจะมีนโยบายอย่างไร นายวราวุธพูดถึงภาพรวมว่า การที่มีสภาพสังคมที่อบอุ่นจากการที่มีครอบครัวอบอุ่นนั้น จะเป็นการคืนแนวทางของพรรคชาติไทยพัฒนาที่เป็นการคืนลูกหลานให้กับครอบครัว และเราจะคืนครอบครัวให้กับชุมชนและจะคืนชุมชนเหล่านั้นให้กับสังคมของแผ่นดินไทยของพวกเรา เพื่อให้มีความอบอุ่นใกล้ชิดและมีความเข้าใจถึงกลไกลของสังคมอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อวันก่อนตนก็ได้ไปกราบแม่แจ่มใส ศิลปอาชา และพี่สาว คือนางสาวกัญจนา ศิลปอาชา เพราะหากไม่มีสองคนนี้ คงไม่มีวราวุธ ความกตัญญูรู้คุณ มีสัจจะ มีคุณค่า ในสังคมไทยเป็นบริบทที่มีมาช้านาน หากสังคมไทย ครอบครัว มีความอบอุ่นแข็งแรงตนก็เชื่อว่าหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทยจะลดน้อยถอยลงไปในที่สุด

ภารกิจของกระทรวงพม.ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนทุกเรื่อง เริ่มต้นตั้งแต่ปัญหาเด็กและปัญหาแต่ละช่วงวัยจนถึงผู้สูงอายุ ซึ่งเราก็ต้องพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ ให้เป็นผู้ที่เต็มไปด้วยประสบการณ์ มีวิชาความรู้เพื่อนำมาเป็นกำลังสำคัญมาเป็นกำลังของสังคม โดย กระทรวงมีศูนย์บริบาลของผู้สูงอายุ รวมไปถึงภาคเอกชนให้ความสำคัญให้การบริการกับผู้สูงอายุเหล่านี้ ซึ่งเรานะต้องเร่งทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว แต่จะบอกว่าเป็นผลภายใน 3-6 เดือนหรือไม่นั้น ก็ต้องเรียนว่า ปัญหาของกระทรวงพม.ไม่ใช่จะแก้ได้ภายใน3-6เดือน หรือ1ปี แต่เป็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ปรับเปลี่ยนกระบวนความคิด การทำงาน ดังนั้นคงไม่สามารถเห็นผลได้โดนเร็ว แต่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและเห็นพัฒนาการภายใน3-6เดือน อย่างแน่นอน 

นายวราวุธ เปิดเผยด้วยว่าการเข้ากระทรวงพม.วันนี้เป็นวันแรก ไม่ได้ถือฤกษ์อะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่รับทราบว่า เป็นวันดี กับคนที่เกิดปีฉลู ส่วนของดีที่นำติดตัว มาเข้ารับตำแหน่งรมว.พมว่า สิ่งที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลา 2 สิ่งคือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ ซึ่งเป็นพระที่พ่อบรรหาร ศิลปะอาชาพกติดตัวอยู่ตลอดเวลาในช่วงที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ อีกองค์คือ พญาครุฑ พระอาจารย์วรา ซึ่งเป็นของแม่แจ่มใส มอบให้ติดตัว เป็น 2 สิ่งที่นำติดตัวมาโดยตลอด ถือว่าไปไหน มีพ่อกับแม่ อยู่กับเราตลอดเวลา ทำให้อบอุ่น เปรียบเสมือนเป็นสถาบันครอบครัว

พระร่วงโรจนฤทธิ์ ของนายบรรหาร ที่นายวราวุธห้อยคอติดตัวพระร่วงโรจนฤทธิ์ ของนายบรรหาร ที่นายวราวุธห้อยคอติดตัว

‘รมว.เกษตรฯ’ รับข้อเสนอแก้ปัญหาราคา ‘กุ้ง’ กลางสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557925

06 ก.ย. 2566

'รมว.เกษตรฯ' รับข้อเสนอแก้ปัญหาราคา 'กุ้ง' กลางสภา

สส.สงขลา ยื่นหนังสือ ‘รมว.เกษตรฯ’ กลางที่ประชุมสภา ขอช่วยแก้ปัญหาราคา ‘กุ้ง’ ตกต่ำ หลังเกษตรกรร้องเรียนจำนวนมาก

ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรการพิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำของนายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา เขต2 พรรคพลังประชารัฐ  ซึ่งมีญัตติในเรื่องเดียวกันของสมาชิกอีก 10 ญัตติ ร่วมพิจารณาด้วย

นายศาสตรา ศรีปาน สส.สงขลา พรรครวมไทยสร้างชาติ หนึ่งในสมาชิกที่ร่วมอภิปรายการแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำ ได้ยื่นหนังสือให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้เข้าร่วมรับฟังปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งด้วยตนเองในสภาฯ

นาย ศาสตรา บอกว่า การมาฟังการอภิปรายทำให้ได้รับรู้ปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ และคาดหวังให้ ร.อ.ธรรมนัส  รมว.เกษตรฯ เร่งแก้ไขราคากุ้งตกต่ำให้เป็นรูปธรรม จึงขอยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อยู่ในที่ประชุม

สำหรับญัตติ การแก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำค้างการพิจารณามาจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากพรรคก้าวไกลเสนอนับองค์ประชุมระหว่างการพิจารณา ปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบ

บิ๊กทิน พบ บิ๊กเหวียง ขอคำชี้แนะปฏิบัติงานรมว.กลาโหม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/557929

06 ก.ย. 2566

บิ๊กทิน พบ บิ๊กเหวียง ขอคำชี้แนะปฏิบัติงานรมว.กลาโหม

สุทิน คลังแสง เข้าพบ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร ขอคำชี้แนะการทำงานรมว.กลาโหม ย้ำให้ยึดหลักการให้เกียรติกองทัพ แสดงเจตนาที่ชัดเจนมาทำประโยชน์ให้กองทัพ


ที่สโมสรราชพฤกษ์ นายสุทิน คลังแสง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าพบ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีต รมว.กลาโหม และอดีต ผบ.ทบ. เพื่อขอคำชี้แนะในการปฏิบัติหน้าที่  ทั้งนี้ พล.อ.เชษฐา ได้มอบพระพุทธโสธร แสดงความยินดีแก่นายสุทินด้วย 

บิ๊กทิน พบ บิ๊กเหวียง ขอคำชี้แนะปฏิบัติงานรมว.กลาโหม

ภายหลังการหารือประมาณ 40 นาที นายสุทิน กล่าวว่า วันนี้มาพบผู้ใหญ่ในกองทัพ และท่านมีความเมตาให้กำลังใจ และแสดงความเชื่อมั่นว่าตนจะทำได้ อีกทั้งยังมองว่าการเป็นพลเรือนไม่ใช่อุปสรรค หากเราสนใจที่จะหาความรู้ ทำความเข้าใจ เรื่องในกองทัพ ก็จะทำได้ พล.อ.เชษฐา ได้ย้ำว่าให้ยึดหลักการให้เกียรติกองทัพ แสดงเจตนาที่ชัดเจนว่าเข้ามาทำประโยชน์ให้กองทัพ ไม่แสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งทหารจะรับได้ และท่านก็เชื่อว่าตนเป็นคนแบบนั้น  ยอมรับว่านโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภา มีเรื่องของกองทัพหลายเรื่อง ไม่ใช้คำว่าปฏิรูป โดยนายกรัฐมนตรีให้ใช้คำว่าพัฒนาร่วมกันกับกองทัพ  ส่วนจะพัฒนาไปในทิศทางใดจะมีการแถลงต่อรัฐสภา

เมื่อถามว่า พล.อ.เชษฐา ได้แนะนำวิธีรับมือกับทหารเกเรหรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า  พล.อ.เชษฐา มั่นใจว่าไม่มีทหารเกเร ถ้ามีตนก็ไม่หนักใจ ทำงานได้กับคนทุกประเภทอยู่แล้ว เน้นส่งเสริมคนดีให้ทำงาน

ต่อข้อถามว่า มั่นใจว่าจะสามารถนำพา และพัฒนากองทัพไปได้หรือไม่  นายสุทิน  กล่าวว่า กองทัพเขาพัฒนาอยู่แล้ว ไม่ได้ย่ำอยู่กับที่ เพียงแต่เราเอามุมการเมืองเข้าไปเติม ก็ไปได้ ที่ผ่านมาได้สัมผัสกับทหารหลายรุ่น ตั้งแต่ทหารผู้ใหญ่ ทหารหนุ่ม หลังจากนี้ก็จะเป็นทหารอีกระดับหนึ่ง ซึ่งจะเป็นรุ่นที่สำคัญ  ทำงานให้กับกองทัพ  ปัจจุบันทหารเป็นคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผู้บัญชาการเหล่าทัพ  มีวิธีคิด แนวคิด และบุคลิกใหม่ๆ 

บิ๊กทิน พบ บิ๊กเหวียง ขอคำชี้แนะปฏิบัติงานรมว.กลาโหม

ทางด้านพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เปิดเผยว่า ในวันนี้ไม่ได้มีการพูดคุยลงรายละเอียดมากนัก ส่วนประสบการณ์การทำงานในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เมียนมาร์นั้น ก็ยังไม่ได้คุย พูดคุยกันในภาพกว้าง เพราะนายสุทินยังไม่ได้เข้าทำงาน ตนได้ ให้กำลังใจ เพราะเรื่องกำลังใจถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่อย่างนั้นเขาจะล้มซะก่อน นอกจากนั้นก็ช่วยฝาก ให้ดูแลน้องๆในกองทัพด้วย