ย้อนรอย “คดีคลองด่าน” จุดเปลี่ยนการเมืองของ “วัฒนา อัศวเหม”

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576452

08 มิ.ย. 2567

19:15 น.

ย้อนรอย "คดีคลองด่าน" จุดเปลี่ยนการเมืองของ “วัฒนา อัศวเหม”

ย้อนรอย คดีบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน จุดเปลี่ยนของเจ้าพ่อปากน้ำ “วัฒนา อัศวเหม” หนีคดีไป ตปท.15 ปี จนหมดอายุความ

นายวัฒนา อัศวเหม ปรากฏตัวครั้งแรกในรอบ 15 ปีนายวัฒนา อัศวเหม ปรากฏตัวครั้งแรกในรอบ 15 ปี

การปรากฏตัวครั้งแรก ในรอบ 15 ปี ของ นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับ คดีก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ที่หลบ หนีคดี 15 ปี จน คดีขาดอายุความ ถูกจับตาอีกครั้ง

นายวัฒนา อัศวเหม จัดเป็นผู้กว้างขวางทางการเมือง ทั้งสนามการเมืองระดับประเทศ และ สนามการเมืองใน จ.สมุทรปราการ หรือ ปากน้ำ จนได้ ฉายา เจ้าพ่อปากน้ำ แต่แล้วขณะกำลังรุ่งเรือง นายวัฒนา ก็เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ถูกดำเนินคดี และเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ

นายวัฒนา อัศวเหม เคยโดนดำเนินคดีอะไร ที่ทำให้ต้องระเห็จไปต่างแดน คมชัดลึกออนไลน์ ย้อนรอยคดี ดังนี้

โครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน มูลค่ากว่า 23,700 ล้านบาท มี นายวัฒนา อัศวเหม เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในขณะนั้น ตกเป็นจำเลย

  • ปี 2538 โครงการได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ
  • ปี 2540 นายยิ่งพันธ์ มนะสิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในขณะนั้น เซ็นสัญญาโครงการบำบัดนำเสียกับผู้รับเหมา
  • ปี 2542 ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มรู้ และเคลื่อนไหวคัดค้าน
  • จากนั้นมีการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชัน ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ครั้งนั้นมีการชี้มูลความผิดนักการเมือง 3 คน หนึ่งในนั้น คือ นายวัฒนา อัศวเหม โดยถูกกล่าวหาว่า ซื้อที่ดินแล้วนำมาขายต่อให้โครงการสมัยที่ดำรงตำแหน่ง
  • มิ.ย.2550 ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิด นายวัฒนา อัศวเหม ส่งให้อัยการสูงสุด ฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ระบุว่า ใช้อำนาจหน้าที่ขณะเป็น รมช.มหาดไทย บังคับข่มขืนใจ หรือจูงใจให้ราษฎรขายที่ดินให้ และบีบบังคับเจ้าหน้าที่ที่ดินออกโฉนดจำนวน 17 แปลง รวมพื้นที่ 1,900 ไร่ เพื่อนำไปขายให้กรมควบคุมมลพิษ
  • 13 พ.ย.2550 ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ ผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดีทุจริตที่ดินคลองด่าน พร้อมองค์คณะผู้พิพากษารวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์นัดพิจารณาครั้งแรก ในคดีที่ นายวัฒนา อัศวเหม ตกเป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
  • 12 ก.พ.2551 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดสืบพยานโจทก์นัดแรก
  • 17 เม.ย.2551 ไต่สวนพยานจำเลยครั้งสุดท้าย นายวัฒนา อัศวเหม เดินทางมาร่วมการพิจารณาคดี หลังจากขอเลื่อนเข้าไต่สวนมาแล้ว 4 ครั้ง โดยให้เหตุผลว่าป่วย
  • 8 พ.ค.2551 นายวัฒนา อัศวเหม เบิกความต่อศาล ยืนยันความบริสุทธิ์ หากทำผิดจริงให้ลงโทษประหารชีวิต ซึ่งเป็นโทษสูงสุด และยืนยันด้วยว่าในวันพิพากษาจะมาฟังแน่นอน ไม่หลบหนีไปไหน เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด
  • 18 ส.ค.2551 องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดย ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ ผู้พิพากษาอาวุโส เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะ 9 คน อ่านคำพิพากษา
  • ศาลฎีกาฯ มีมติ 8 ต่อ 1 เห็นว่า จำเลยใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางพลี ออกโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย ในนามบริษัท ปาล์มบีช ดิเวลล็อปเม้นท์ จำกัด โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้ลงโทษจำคุก 10 ปี
  • แต่ในวันนั้น นายวัฒนา อัศวเหม ไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงออกหมายจับ เพื่อมารับโทษตามคำพิพากษา กำหนดอายุความ 15 ปี

“วัฒนา อัศวเหม” โผล่อวยพร “สุนทร ปานแสงทอง” ลงสมัคร นายก อบจ.สมุทรปราการ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576449

08 มิ.ย. 2567

18:26 น.

“วัฒนา อัศวเหม” โผล่อวยพร “สุนทร  ปานแสงทอง” ลงสมัคร นายก อบจ.สมุทรปราการ

“วัฒนา อัศวเหม” ปรากฏตัวครั้งแรก หลัง “หนีคดี 15 ปี” จนขาดอายุความ ในงานจัดเลี้ยงแห่งหนึ่ง อวยพร “สุนทร ปานแสงทอง” ลงสมัคร นายก อบจ.สมุทรปราการ

วัฒนา อัศวเหม ปรากฏตัวครั้งแรกวัฒนา อัศวเหม ปรากฏตัวครั้งแรก8 มิ.ย.2567 เพจเฟซบุ๊ก สจ.แดง โพสต์คลิปวิดีโอ ความยาวประมาณ 4 นาที ปรากฏภาพ นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ต้องหา ตามหมายจับคดีก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ที่ หนีคดี 15 ปี จน คดีขาดอายุความ  เป็นภาพในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน

เป็นบรรยากาศงานเลี้ยง โดยนายวัฒนา กล่าวอวยพร นายสุนทร ปานแสงทอง  อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะไป สมัครเป็น นายก อบจ.สมุทรปราการ

นายวัฒนา อัศวเหม ในงานเลี้ยง

โดย นายวัฒนา กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้ทุกคนสนับสนุน นายสุนทร ปานแสงทอง ที่จะสมัครเป็น นายก อบจ.สมุทรปราการ โดยนายวัฒนา จะอยู่เคียงข้างกับนายสุนทรตลอด เพราะอยู่เคียงคู่กันมาตั้งแต่ปี 2518

ชมคลิป : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0S1a84HJbLcUypwo4ydrTsBn4dfPKukfbUaZneeXGqopyyWzmn62eGaTqVzbJBKK8l&id=100009991327945

“ทักษิณ” มวยได้น้ำ โยง “ซูเปอร์ดีล” การเมืองเคลียร์คดี ม.112

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576448

08 มิ.ย. 2567

18:19 น.

"ทักษิณ" มวยได้น้ำ โยง "ซูเปอร์ดีล" การเมืองเคลียร์คดี ม.112

สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทย ในเวลานี้โดนมรสุมรุมเร้าไม่แพ้ พรรคก้าวไกล ที่กำลังถูกพิจารณาคดียุบพรรค โดยเฉพาะคดี ม.112 ที่เป็นประเด็นร้อน และลุ้นกันอย่างระทึกว่า “ทักษิณ” จะหาทางออก และจะวางเกมคลื่นใต้น้ำเรื่องนี้อย่างไร

หากย้อนดูประเด็นที่เป็นมรสุมรุม “เพื่อไทย” ประเด็นแรก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ถูก 40 สว. ยื่นสอยออกจากตำแหน่ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติความเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ และละเมิดมาตรฐานจริยธรรม จากกรณีแต่งตั้ง “พิชิต ชื่นบาน” ทั้งที่รู้ หรือควรรู้อยู่แล้ว ว่าขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม ตามรัฐธรรมนูญ

โดยคดีน่าจะรู้ผลไม่เกินต้นเดือน ก.ค. 67 หลังจากที่นายกฯ เศรษฐา ได้เซ็นคำชี้แจงต่อศาล รธน.ไปแล้วเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ประเด็นที่ 2 หากนายกฯ เศรษฐา ไม่รอด แล้วต้องเปลี่ยนนายกฯ ใหม่ ล้างไพ่ตั้งรัฐบาลใหม่ นายกฯ คนต่อไปน่าจะตกอยู่ที่ “แพทองธาร ชินวัตร” หรือ อุ๊งอิ๊งค์ หรือไม่ แต่ในสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่นิ่ง อุ๊งอิ๊งค์ น่าจะยังไม่พร้อมรับไม้ต่อ และที่สำคัญมีข่าวมาตลอดว่า “คุณหญิงพจมาน” ไม่อยากให้ลูกคนเล็กต้องมาเสี่ยงในเวลานี้

ประเด็นที่ 3 นโยบายเรือธงของพรรคเพื่อไทย เช่น โครงการดิจิทัล วอลเล็ต  10,000 บาท เหมือนจะมีความชัดเจน แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนทั้งหมด รวมทั้งการขึ้นค่าแรง 400 บาท เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย 600 บาท ในปี 2570 ก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด

ประเด็นที่ 4 รัฐบาลเพื่อไทย ภายใต้การบริหารงานของนายเศรษฐา ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศมา 3 ไตรมาสแล้ว แต่ผลงานก็ยังดูเหมือนไม่ประจักษ์ชัดสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน

ประเด็นที่ 5 ปัญหาเอกภาพในพรรคเพื่อไทยเอง และพรรคร่วมรัฐบาล ที่ผ่านมามีปัญหาความเห็นต่างค่อยข้างเยอะ ล่าสุดพรรคร่วมไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้ง นายวิษณุ เครืองาม เป็นที่ปรึกษาของนายกฯ และก่อนหน้านี้ ก็มีนโยบายที่ขัดแย้งกัน  เช่น นโยบายกัญชา ทำให้พรรคภูมิใจไทย ปะทะกับพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชาติ  รวมถึงความขัดแย้งในการแบ่งงานในกระทรวงการคลัง ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เกิดแรงกระเพื่อมระหว่างกัน

ประเด็นที่ 6 นายทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคตัวจริง ถูกฟ้องดำเนินคดี ม.112 ซึ่งประเด็นนี้น่าจะเป็นคดีที่ใหญ่ และหนักที่สุด ซึ่งในมุมการเมือง มาสามารถที่จะบอกได้ว่า คดี ม.112 ของนายทักษิณ นี้จะสรุปจบอย่างไร แต่การที่นายทักษิณ ถูกดำเนินคดี ม.112 มีการผูกโยงถึง “ซูเปอร์ดีล” การเมือง ที่มองว่านายทักษิณ มีการเคลื่อนไหว “เลยธง  – เกินดีล”

หากย้อนกลับไปวันที่ 28-29 พ.ค. 67 อดีตนายกฯ ทักษิณ เลื่อนนัดพบอัยการ หลังมีข่าวยืนยันชัดเจนว่า อัยการจะมีคำสั่งฟ้องคดี ม.112 และจะนำตัวอดีตนายกฯไปยื่นฟ้องต่อศาลทันที โดย นายทักษิณ อ้างเหตุผลในขณะนั้นว่า “ติดโควิด” หลังจากนั้นข่าวคราวของนายทักษิณ ก็เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว จากที่เดินสาย-เลยธง-เป็นข่าวอยู่แทบทุกวัน ก็กลายเป็น “สงบ-สนิท” จนมีกระแสข่าวว่า ทักษิณ หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว

\"ทักษิณ\" มวยได้น้ำ โยง \"ซูเปอร์ดีล\" การเมืองเคลียร์คดี ม.112

ที่ผ่านมา “ทีมงานของอดีตนายกฯ” ทำงานกันอย่างหนัก และมองว่า ไม่ควรหนี หรือถอย แต่ต้องเดินหน้าชน เพราะ

1.มิติกฎหมาย

  • ลากได้ – คือดึงเกมเพื่อดีลใหม่ได้
  • สู้ได้ – เพราะด้วยตัวเนื้อพยานหลักฐาน ยังสู้ได้
  • ประกันได้ เพราะตัว ทักษิณ อดีตนายกฯ ยังอยู่ในอำนาจราชทัณฑ์และคุมประพฤติ มีเหตุอ้างต่อศาลได้เรื่องปล่อยชั่วคราว

2.มิติการเมือง

  • ถ้าขยับเร็วไป หรือด่วนตัดสินใจ จะเสียหายทั้งกระดาน
  • หนีออกนอกประเทศ จะกลายเป็น “ผู้ต้องหาคดีอาญา” เพราะขณะนี้บ้านเมืองไม่ได้อยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร หรือมีการปฏิวัติรัฐประหาร แถมพรรคการเมืองที่ลูกสาวตัวเองเป็นหัวหน้าพรรคยังเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วย ฉะนั้นหากหนี ความชอบธรรมจะต่ำกว่ารอบที่แล้วมาก 

สุดท้ายทุกฝ่ายจึงสรุป ตัดจบด้วยการ “เดินหน้าลุย” โดยฝั่ง ทักษิณ ก็ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของปัญหา นั่นก็คือ “คุยกับคนในดีล” แต่ไม่ยอมคุยผ่านใครแล้ว นัดคุยกับ “เจ้าของดีล” ในฐานะ “ผู้มีอำนาจตัวจริง” ไปเลย

มีข่าวว่า ก่อนเข้าไปคุยกับ “คนในดีล” ท้องฟ้าค่อนข้างมืดคล้ำ และหลังออกจากคุยกับ “คนในดีล” ท้องฟ้าแจ่มใส แดดแรง งานนี้จึงนำมาสู่การปรากฏตัวของ “อดีตนายกฯ” ไปนวดสปาที่ร้านหรูย่านเพลินจิต เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการเผยกำหนดการร่วมงานฉลองอุปสมบท หลานชายของนายกเบี้ยว นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

\"ทักษิณ\" มวยได้น้ำ โยง \"ซูเปอร์ดีล\" การเมืองเคลียร์คดี ม.112

หากอ่านท่าทีของ ทักษิณ อดีตนายกฯ สรุปได้ว่า

  • 1. เคลียร์กับ “เจ้าของดีล” เรียบร้อย ฟ้าใส 
  • 2. ได้รับความมั่นใจมาแบบ เต็มเปี่ยม เกินร้อย 
  • 3. พวก “ขบวนการ 3 ล้ม” หาว่า “เลยธง” คราวนี้เลยย้อนเกล็ด เคลื่อนไหวถี่ยิ่งกว่าเดิม
  • 4. สยบข่าวหลบหนีออกนอกประเทศ และ ปิดเกมข้ออ้างเรื่องป่วยโควิด เพราะเปิดตัวด้วยการไปนวดสปา

18 มิ.ย. 67 อัยการนัดส่งฟ้อง “ทักษิณ” คดี ม.112 หากจะวิเคราะห์แนวทางของคดี มีความเป็นไปได้ 2 ประการ คือ

ประการแรก ไปตามนัดอัยการ อัยการพาตัวไปยื่นฟ้องต่อศาล และศาลประทับรับฟ้อง ให้ประกัน แล้วต่อสู้คดีกันอีก 3 ศาล หรือจนถึงที่สุด หรือ ยอมรับสารภาพ ศาลลงโทษจำคุก แล้วให้รอลงอาญา แต่ตามกฎหมายใหม่จะไม่จบในนัดเดียว เพราะถึงแม้จำเลยจะยอมรับสารภาพ แต่ศาลจะสั่งสืบเสาะพฤติการณ์ก่อน เพื่อประกอบคำวินิจฉัยว่าจะให้รอลงอาญาหรือไม่ อย่างไร

ประการที่ 2 “ทักษิณ” ไม่ไปตามนัดอัยการ ขอเลื่อนอีกรอบ อ้างมีพยานหลักฐานใหม่ที่อาจมีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้ เพื่อดึงเวล และสุดท้ายอัยการสูงสุดอาจสั่งใหม่ “คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง” สรุปว่าวันที่ 18 มิ.ย. นี้ “ขบวนการ 3 ล้ม” จะไม่มีทางได้เห็นอดีตนายกฯ เข้าเรือนจำ
 

\"ทักษิณ\" มวยได้น้ำ โยง \"ซูเปอร์ดีล\" การเมืองเคลียร์คดี ม.112

จัดกำลังตำรวจ 2 หมื่นนาย ดูแลความสงบ เลือก สว. 9 มิ.ย. นี้ กำชับวางตัวเป็นกลาง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576396

07 มิ.ย. 2567

21:26 น.

จัดกำลังตำรวจ 2 หมื่นนาย ดูแลความสงบ เลือก สว. 9 มิ.ย. นี้ กำชับวางตัวเป็นกลาง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดกำลัง 2 หมื่นนาย ดูแลรักษาความปลอดภัย-ความสงบเรียบร้อน เลือก สว.ระดับอำเภอ 9 มิ.ย. นี้ กำชับวางตัวเป็นกลาง

7 มิ.ย. 2567 เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. จัดให้มีการรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. และได้ผ่านพ้นขั้นตอนการรับสมัครดังกล่าวแล้ว โดยในภาพรวมการรับสมัครทั่วประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีผู้มาสมัคร สว. จากทั่วประเทศมากกว่า 48,000 คน ซึ่งขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย และรักษาความสงบเรียบร้อยประจำสถานที่รับสมัคร

จัดกำลังตำรวจ 2 หมื่นนาย ดูแลความสงบ เลือก สว. 9 มิ.ย. นี้ กำชับวางตัวเป็นกลาง

รวมถึงผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมการปฏิบัติดังกล่าวให้เป็นไปตามแผนด้วยดี, ตำรวจทางหลวงในการนำขบวนรถขนส่งบัตรเลือก สว. , เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในการรักษาความปลอดภัยประจำรถขนส่งบัตรของบริษัทไปรษณีย์ไทยและตำรวจพื้นที่ที่มีจุดพักรถในเส้นทางการขนส่งบัตรทุกสาย โดยภารกิจยังคงมีต่อเนื่องจนกระบวนการเลือกในแต่ละระดับจะแล้วเสร็จ

โดยการเลือก สว.ระดับอำเภอ ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 9 มิ.ย. 2567 ได้กำชับการทำหน้าที่ และให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องรายงานความพร้อม หรือหากมีข้อมูลการข่าวที่จำเป็น ขอให้หน่วยได้รายงาน เพื่อวางแผนการปฏิบัติให้เหมาะสม

พล.ต.ท.กรไชย กล่าวอีกว่า ในภารกิจรักษาความปลอดภัยและการรักษาความสงบการเลือก สว.ครั้งนี้ ใช้กำลังตำรวจทั่วประเทศเกือบ 2 หมื่นนาย ได้สั่งการกำชับให้ตำรวจทุกหน่วยปฏิบัติตามอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมทั้งวางตัวเป็นกลาง ตามสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบ.ตร.

จัดกำลังตำรวจ 2 หมื่นนาย ดูแลความสงบ เลือก สว. 9 มิ.ย. นี้ กำชับวางตัวเป็นกลาง

ในส่วนของการจับกุมและการดำเนินคดีผู้กระทำความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก สว. และการกระทำความผิดอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับการเลือก สว.ในทุกระดับ ให้พนักงานสอบสวนประสานการปฏิบัติกับ กกต. ดำเนินการด้วยความรอบคอบ ยึดหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด พร้อมกำชับ บช.สอท., สอบสวนกลาง และ บก.ปอท. ตรวจสอบกระทำความผิดตามกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นบนโซเชียลด้วย

ทั้งนี้ กรณีมีเหตุสำคัญที่เกี่ยวข้อง ให้รายงานมาที่ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทันที

ตำรวจตามแจ รถตู้ “ทักษิณ” ปิดม่าน เลี่ยงออกประตูหลัก หลบทัพนักข่าวหน้าบ้าน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576365

07 มิ.ย. 2567

14:49 น.

ตำรวจตามแจ รถตู้ "ทักษิณ"  ปิดม่าน เลี่ยงออกประตูหลัก หลบทัพนักข่าวหน้าบ้าน

พบ รถตู้ “ทักษิณ” ปิดม่าน เลี่ยงออกประตูหลัก หลบทักนักข่าวหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า ตำรวจตามแจ วิ่งเข้า-ออก รอบบ้านพัก

ความเคลื่อนไหวบริเวณหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังจากที่มีกระแสข่าวว่า คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ และครอบครัว จะเดินทางเข้ามารับประทานอาหารที่บ้านจันทร์สองหล้า​ เพื่อหารือประเด็นต่างๆ​ โดยเฉพาะวันที่ 18 มิถุนายน ที่อัยการนัด นำส่งตัว นายทักษิณ  ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้องต่อศาลในข้อหา​ ม.112  

ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมามีสื่อมวลชนมาปักหลักสังเกตการณ์ พบว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ขณะที่ในช่วงบ่าย มีรถตู้เบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน​ ภษ​ 1414 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนตัว ของนายทักษิณ ที่ใช้ในการเดินทางลงพื้นที่​ โดยด้านข้างปิดม่านทำให้ไม่สามารถเห็นด้านในได้​ ซึ่งรถคันดังกล่าวได้ออกจากประตูบ้านอีกฝั่ง​ คนละที่กับที่สื่อมวลชนปักหลักอยู่​ 

นอกจากนี้ ยังมีรถเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางพลัด วิ่งเข้า-ออก รอบบ้านพัก นายทักษิณ เพื่อสังเกตการณ์​หลายรอบ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายทักษิณ โผล่ร้านนวดสปา โดย “วาสนา นาน่วม” สื่อมวลชนอาวุโสสายทหาร โพสต์ผ่าน X “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี หายโควิดแล้ว มาสปา นวดตัว ย่านเพลินจิต สยบข่าวหนีออกนอกประเทศ ไม่ตอบ 18  มิ.ย. ไปรายงานตัว คดี ม.112 หรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

กกต. มีมติเอกฉันท์ ไม่เลื่อนเลือก สว. ระดับอำเภอ ไม่หวั่นร้องโมฆะ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576361

07 มิ.ย. 2567

14:39 น.

กกต. มีมติเอกฉันท์ ไม่เลื่อนเลือก สว. ระดับอำเภอ ไม่หวั่นร้องโมฆะ

กกต. มีมติเอกฉันท์ ไม่เลื่อนเลือก สว. ระดับอำเภอ กำหนดตามเดิม 9 มิ.ย. นี้ ไม่หวั่นร้องโมฆะ หากศาล รธน. ฟันขัดแย้ง รธน. ยันทำตามที่กฎหมายกำหนด

จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้อง กลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พิจารณาวินิจฉัยประเด็นพ.ร.ป.ว่า ด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 36 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (3) และมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (3) ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีการเลือก สว.ทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่

โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า สำนักงาน กกต. เสนอใช้อำนาจตามมาตรา 35 พ.ร.ป.ว่า ด้วยการได้มาซึ่ง สว. ประกาศเลื่อนการเลือกสว.ที่ระดับอำเภอกำหนดไว้ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ออกไปก่อน เพื่อรอความชัดเจนการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน เนื่องจากมีผู้สมัคร สว. ร้องทั้งต่อ กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน และฟ้องคดีต่อศาลปกครอง

เพราะหาก กกต.ยังคงยืนยันเดินหน้าจัดการเลือก สว.ตามเดิมที่วางไว้ อาจเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งกับตัวผู้สมัคร และ กกต. ทั้งคณะอาจถูกฟ้องให้ชดใช้ค่าเสียหาย เหมือน กกต.ชุดในอดีต โดยที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง สส.โมฆะ และมีการฟ้อง กกต.ให้รับผิดชอบค่าเสียหายมาแล้ว

กกต. มีมติเอกฉันท์ ไม่เลื่อนเลือก สว. ระดับอำเภอ ไม่หวั่นร้องโมฆะ

7 มิ.ย. 2567 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยภายหลังการประชุม กกต. ว่า กกต. มีมติเอกฉันท์ไม่เลื่อนการเลือก สว. เนื่องจากยังไม่มีเหตุจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่จะทำให้การเลือก สว. ต้องเลื่อนออกไป

“หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดหรือแย้ง กกต.ก็ต้องปฏิบัติตาม ไม่หวั่นหากมีคนไปยื่นร้องให้การเลือกสว.เป็นโมฆะ เพราะที่กกต. ดำเนินอยู่จนถึงวันนี้เป็นการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนยืนยันว่า กกต. ไม่ได้ปฏิบัติต่างจากที่กฎหมายกำหนด” นายแสวง กล่าว

กกต. มีมติเอกฉันท์ ไม่เลื่อนเลือก สว. ระดับอำเภอ ไม่หวั่นร้องโมฆะ

เมื่อถามถึงเหตุผลที่ กกต. ยืนยันเดินหน้าจัดเลือก สว.ต่อ ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องชี้ขาด 4 มาตราในกฎหมายดังกล่าว กกต. เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดในอนาคตอย่างไร นายแสวง กล่าวว่า เคยพูดเสมอว่า สิ่งที่เราทำกับผู้สมัคร หรือประชาชน คิดว่าเราทำร่วมกัน คือเราอยากได้ สว.200 คน ตามเวลาที่กฎหมายกำหนด แต่สิ่งที่ กกต.ทำคือการรักษากระบวนการเลือก สว.ให้ได้เป้าหมายอย่างที่เราอยากได้ ระหว่างทางถ้ากระบวนการไม่เรียบร้อย เป้าหมายไม่ต้องพูด กระทบแน่

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้อง 4 มาตราในกฎหมายเลือก สว. เราได้นำมาวิเคราะห์ เมื่อดูเหตุผลรวมๆ แบ่งเป็น

ประเด็นแรก ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า ยังไม่ปรากฏเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การเยียวยาในภายหลัง นี่คือสิ่งที่ระบุในเอกสารข่าวแจกของศาล

ประเด็นที่สอง เหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องดังกล่าว ระบุว่า ยังไม่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามกฎหมาย และยังไม่ถึงวิสัยที่จะสามารถแก้ไขหรือเยียวยาได้ ตามมาตรา 104 แห่งรัฐธรรมนูญ 2560

ประเด็นที่สาม รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 132 กำหนดให้เมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.ป. ทุกฉบับ รวมถึง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. 2561 ที่บังคับใช้อยู่นี้ด้วย เพื่อส่งร่างให้ศาลฎีกา และศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระดูว่า มีประเด็นอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ หรือปฏิบัติไม่ได้ นั่นหมายถึงผ่านขั้นตอนนี้มาแล้ว ผ่านการรับรองตามมาตรา 132 มาชั้นหนึ่งแล้ว

ประเด็นที่สี่ ณ วันนี้เรากำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ออกโดยชอบของรัฐสภา คือการเลือก สว. มันออกมาโดยชอบ ส่วนกรณีข้างหน้าถ้ามีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ กกต.คงใช้อำนาจตามหน้าที่ที่มีในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ขอบคุณ : กรุงเทพธุรกิจ

นายกฯ เซ็นโต้ข้อกล่าวหาคดี แต่งตั้ง “พิชิต” แล้ว คาดส่งให้ศาล รธน. วันนี้ (7 มิ.ย.)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576356

07 มิ.ย. 2567

14:17 น.

นายกฯ เซ็นโต้ข้อกล่าวหาคดี แต่งตั้ง "พิชิต" แล้ว คาดส่งให้ศาล รธน. วันนี้ (7 มิ.ย.)

นายกฯ ลงนามชี้แจงข้อกล่าวหาคดี แต่งตั้ง “พิชิต” แล้ว คาดส่งให้ศาล รธน. วันนี้ (7 มิ.ย.) งดให้ความเห็นหวั่นก้าวล่วงศาลฯ

7 มิ.ย. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการส่งคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหา การแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี ต่อศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะครบกำหนดในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ ว่า ตนเองได้ลงนามไปแล้วเมื่อวานนี้ (6 มิ.ย.) โดยที่นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนได้พูดคุย และตรวจสอบแล้ว

โดยปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงความมั่นใจในคำชี้แจง เพื่อไม่ให้เป็นการก้าวล่วงศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยืนยันว่า คำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหาเสร็จสิ้นแล้ว และคาดว่าจะสามารถส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ในวันนี้ (7 มิ.ย.) หรือทันภายใน 10 มิ.ย. เพราะตนเองได้ลงนามไปแล้ว

 นายกฯ ร่วมลงนามสหรัฐฯ กดดันอิสราเอล-ฮามาส หยุดยิง-ปล่อยตัวประกัน

นอกจากนี้ นายเศรษฐา ยังกล่าวถึงกรณีที่ทำเนียบขาวสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์จากผู้นำ 17 ชาติ รวมถึงประเทศไทย กดดันอิสราเอล-ฮามาส พร้อมเรียกร้องสนับสนุนให้มีการหยุดยิง และการปล่อยตัวประกันอย่างเต็มที่ว่า ประเทศไทยได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ดังกล่าวด้วย

รวมถึงจากการที่ตนเองไปพบกับนายเอ็มมานูแอล มาครง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐฝรั่งเศส จะอาศัยช่วงเวลาที่นานาประเทศ ไปร่วมกันแข่งขันโอลิมปิกที่ปารีส เป็นหมุดหมายของการหยุดยิงในห้วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เพื่อร่วมกันเฉลิมฉลองการแข่งขันกีฬามิตรภาพ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการปล่อยตัวประกัน ถือเป็นขั้นตอนที่ 2 เพราะขั้นตอนแรก จะต้องมีการหยุดยิงชั่วคราวก่อน และรัฐบาลไทย ก็หวังให้เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการหยุดยิง เริ่มการเจรจา และปล่อยตัวประกัน 

เปิดคลิป “ทักษิณ” หายโควิด โผล่สปา-นวดหน้า ร้านประจำ สยบลือหนีออกนอกประเทศ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576327

07 มิ.ย. 2567

11:22 น.

เปิดคลิป "ทักษิณ" หายโควิด โผล่สปา-นวดหน้า ร้านประจำ สยบลือหนีออกนอกประเทศ

หายโควิดแล้ว “ทักษิณ” โผล่นวดหน้าร้ายประจำ สยบข่าวลือบินออกนอกประเทศ อุบตอบ 18  มิ.ย. ไปรายงานตัว คดี ม.112 หรือไม่

7 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าใช้บริการร้านนวดสปา ย่านเพลินจิต หลังจากหายป่วยโควิด 19 ซึ่งก่อนหน้านี้ นายทักษิณ ถูกสั่งฟ้อง คดี ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่ไม่สามารถยื่นฟ้องได้เนื่องจากนายทักษิณ ไม่ได้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด เพราะติดโควิดก่อนจะมีข่าวลือว่า บินหนีออกนอกประเทศ

ล่าสุด มีรายงานจากย่านเพลินจิตว่า นายทักษิณ ยังคงอยู่ในประเทศไทย โดยหลังจากที่หายป่วยโควิดได้เข้าใช้บริการร้านนวดสปาร้านประจำ โดย ทักษิณ ไป สปา นวดหน้า นวดตัว เผย เคยมาที่นี่นานมากแล้ว ตั้งแต่เปิด แต่ก็ต้องไปอยู่เมืองนอก เลยไม่ได้มา

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=399&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2F100018712676796%2Fvideos%2F445785488066455%2F&show_text=false&width=560&t=0

ทั้งนี้ “วาสนา นาน่วม” สื่อมวลชนอาวุโสสายทหาร โพสต์ผ่าน X “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี หายโควิดแล้ว มาสปา นวดตัว ย่านเพลินจิต สยบข่าวหนีออกนอกประเทศ ไม่ตอบ 18  มิ.ย. ไปรายงานตัว คดี ม.112 หรือไม่

จับตามติ กกต. พรุ่งนี้! หวั่นโมฆะ 7 มิ.ย. ส่อเลื่อนเลือก สว. ขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576287

06 มิ.ย. 2567

19:00 น.

จับตามติ กกต. พรุ่งนี้! หวั่นโมฆะ 7 มิ.ย. ส่อเลื่อนเลือก สว. ขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่

จับตา กกต. หารือพรุุ่งนี้ (7 มิ.ย.) หาทางออกปมโดน ศาล รธน. รับคำร้องชี้ขาด 4 มาตราในกฎหมาย เผย 2 ทางเลือก ถ้าเดินหน้าจัดต่อแล้วขัด รธน. ส่อโดนฟ้องให้โมฆะ ถูกเรียกค่าเสียหาย

6 มิ.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งว่าในการประชุมของคณะกรรมการ กกต. จะมีการประชุมวันพรุ่งนี้ (7 มิ.ย.) เพื่อหารือในประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย 4 มาตรา ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.2561 ซึ่งเกี่ยวข้องกับวิธีการเลือก สว.ทั้งระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 107 หรือไม่ โดยคาดว่า สำนักงาน กกต. มีการประเมินข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และจะเสนอทางเลือกให้ กกต. 2 ทางด้วยกัน

มีรายงานว่า ทางเลือกแรก กกต.จะเสนอให้ใช้อำนาจตามมาตรา 35 พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.2561 ประกาศเลื่อนการเลือก สว.ที่ระดับอำเภอกำหนดไว้ในวันที่ 9 มิ.ย. นี้ ออกไปก่อน เพื่อรอความชัดเจนการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายจากศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีการประเมินว่า หาก กกต.ยังคงยืนยันเดินหน้าจัดการเลือก สว.ตามแผนงานเดิมที่วางไว้ ย่อมเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งกับตัวผู้สมัคร และ กกต.

และอาจนำไปสู่การร้องให้การเลือก สว.เป็นโมฆะได้ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่าการที่ทั้ง 4 มาตราของกฎหมายดังกล่าวกำหนดวิธีการเลือกว่า ผู้สมัคร สว.จะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้ แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกิน 1 คะแนน มิได้ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 107 ซึ่งก็จะทำให้ กกต.หนีไม่พ้นการถูกฟ้องให้ชดใช้ค่าเสียหายเหมือนการเลือกตั้งในอดีต

นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ว่า ที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญ เคยวินิจฉัยให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นโมฆะ สิ่งที่ตามมาคือ การฟ้องร้องหาผู้รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ทั้ง กกต. สำนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ต้องสู้คดีกันหลายปี ซึ่งไม่ควรเกิดขึ้นอีก เมื่อขณะนี้ขั้นตอนของการเลือก สว.ยังไม่เกิดขึ้น กระบวนการจัดการเลือกก็ยังอยู่ ผู้สมัครก็ยังถือว่าไม่เสียหาย

ดังนั้น ถ้า กกต.จะมีมติเลื่อนการเลือก สว.รอศาลฯ วินิจฉัยให้ชัดเจนเสียก่อนก็น่าจะเป็นผลดีกว่า เพราะก็คาดว่าไม่น่าเกิน 2 สัปดาห์ นับจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย เนื่องจากสำนักงานฯ ได้รับหนังสือแจ้งจากศาล รธน. ตั้งแต่ 5 มิ.ย. และกำลังเร่งทำคำชี้แจงส่งกลับไปอยู่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุม กกต.ว่าจะเห็นอย่างไร

ส่วนทางเลือกที่สอง สำนักงาน กกต. ยังจะเสนอในทีประชุม กกต.ถึงแนวทางการเลือก สว.ต่อไปหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยทั้ง 4 มาตราไม่ขัดรัฐธรรมนูญว่า ในทางปฎิบัติสำนักงานฯ สามารถเริ่มกระบวนการเลือก สว.ได้ภายใน 7 วัน นับแต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย แต่ถ้าศาล รธน. มีคำวินิจฉัยว่า ขัดรัฐธรรมนูญก็จะต้องมีการไปแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยกันได้มาซึ่งวุฒิสภา 2561 เสียก่อน ซึ่งก็จะใช้เวลานานพอสมควร โดย สว.ชุดปัจจุบัน จะยังคงรักษาการต่อไป
 

สำหรับมาตรา 35 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.2561 กำหนดว่า กรณีที่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ เป็นเหตุให้ไม่สามารถจัดการเลือก ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดหรือระดับประเทศพร้อมกันทั่วราชอาณาจักรตามวันที่คณะกรรมการประกาศกำหนดตามมาตรา 12 (1) อันมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 34 และคณะกรรมการมีมติด้วยคะแนนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ (5 เสียง) ว่าการดำเนินการเลือกต่อไปตามกำหนดวันเดิม จะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมหรือเรียบร้อย คณะกรรมการจะประกาศกำหนดวันเลือกใหม่ก็ได้ ในกรณีที่มีเหตุตามวรรคหนึ่งเกิดขึ้นในระหว่างเวลาเปิดการลงคะแนน คณะกรรมการจะสั่งยกเลิก การเลือก และประกาศกำหนดวันเลือกใหม่ก็ได้

มีรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (7 มิ.ย.) สำนักงาน กกต.จะจัดงานเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงาน กกต.ครบรอบ 26 ปี โดยสำนักงานได้แจ้งนัดหมายสื่อมวลชนว่า ในเวลา 13.30 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. จะแถลงผลงาน กกต.ในโอกาสครบรอบ 26 ปี ซึ่งคาดว่าก็จะได้มีการชี้แจงถึงผลการประชุมในกรณีดังกล่าวด้วย

เริ่ม 1 พ.ค. มาตรการ กระตุ้นเที่ยวเมืองรอง – จัดสัมนา ลดหย่อนภาษีสูงสุด 15,000

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576275

06 มิ.ย. 2567

17:19 น.

เริ่ม 1 พ.ค. มาตรการ กระตุ้นเที่ยวเมืองรอง - จัดสัมนา ลดหย่อนภาษีสูงสุด 15,000

ครม.เคาะ 2 มาตรการภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง ช่วงโลว์ซีซั่นตั้งแต่ 1 พ.ค.-30 พ.ย. นี้ จัดสัมมนาเมืองรองหักรายจ่ายได้ 2 เท่า

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (4 มิ.ย.) เห็นชอบมาตรการทางภาษีกระตุ้นการสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว ในเมืองรองช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (Low Season) เพื่อเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวและจัดสัมมนาในเมืองรอง ในช่วงที่เข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่นของประเทศไทย โดยเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในส่วนของประชาชนและบริษัทที่เป็นนิติบุคคล 

ทั้งนี้คาดว่ามาตรการนี้จะสูญเสียรายได้ตามที่กระทรวงการคลังประเมิน 1,500 ล้านบาท แต่คาดว่ามูลค่าที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจจะได้มากกว่า 1,500 ล้านบาทอย่างแน่นอน

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ครม.มีมติอนุมัติมาตรการทางภาษี เพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวในเมืองรองช่วง Low Season ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 2 มาตรการ ประกอบด้วย 

มาตรการภาษีกระตุ้นสัมมนาในประเทศ

สำหรับนิติบุคคล ให้สามารถนำรายจ่ายค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก ค่าขนส่ง หรือรายจ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องในการอบรมสัมมนาภายในประเทศที่จัดขึ้นให้แก่ลูกจ้าง หรือค่าบริการของผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวเพื่อการอบรมสัมมนาดังกล่าว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. – 30 พ.ย. 2567

โดยสามารถหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ดังนี้

  1. หักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดใน “จังหวัดท่องเที่ยวรอง” หรือในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นใดที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด
  2. หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า สำหรับการอบรมสัมมนาที่จัดในท้องที่อื่นนอกจากท้องที่ตามข้อ 1 
  3. ในกรณีที่การสัมมนาเกิดขึ้นในท้องที่ตามข้อ 1 และข้อ 2 ต่อเนื่องกัน ให้หักรายจ่ายที่สามารถแยกได้ว่าเกิดขึ้นในท้องที่ใดตามข้อ 1 หรือข้อ 2 และถ้าแยกไม่ได้ให้หัก 1.5 เท่าของรายจ่ายตามที่จ่ายจริง

มาตรการภาษีกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรอง

สำหรับบุคคลธรรมดา สามารถนำค่าบริการที่จ่ายให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรม ค่าที่พักโฮมสเตย์ไทยหรือค่าที่พักในสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวใน “จังหวัดท่องเที่ยวรอง” ได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท หักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตั้งแต่ 1 พ.ค. ถึง 30 พ.ย. 2567 ซึ่งเป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (Low Season)

โดยทั้ง 2 มาตรการ ต้องมีใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์และใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) 

“ทั้งนี้เชื่อว่า 2 มาตรการนี้จะตอบโจทย์ 2 อย่างพร้อมๆกัน นั่นคือ กระตุ้นการเที่ยวเมืองรอง และกระตุ้นการเที่ยวในประเทศในช่วง Low Season” นายเผ่าภูมิ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า การดำเนินมาตรการข้างต้นจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ 1,781.25 ล้านบาท ประกอบด้วย การดำเนินมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ ประเภทภาษีเงินได้นิติบุคคลจากการจัดเก็บ 1,200 ล้านบาท โดยคำนวณจากจำนวนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่คาดว่าจะใช้สิทธิ์จำนวน 2,000 ราย ขณะที่ประมาณการค่าใช้จ่ายในการสัมมนารายละ 3 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท

ส่วนมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศสำหรับบุคคลธรรมดาคาดว่าจะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 581.25 ล้านบาท โดยคำนวณจากจำนวนบุคคลธรรมดาที่คาดว่าจะใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี 250,000 ราย