“ชัยธวัช” ยัน 9 มิ.ย. เดินหน้าดึงเกมสู้คดียุบก้าวไกล ย้ำ ไม่จับมือเพื่อไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576255

06 มิ.ย. 2567

14:59 น.

"ชัยธวัช" ยัน 9 มิ.ย. เดินหน้าดึงเกมสู้คดียุบก้าวไกล ย้ำ ไม่จับมือเพื่อไทย

“ชัยธวัช” หัวหน้าพรรคก้าวไกล หวังศาล รธน.เปิดไต่สวนคดียุบพรรค ยังไม่มองไกลถึงการต่อต้านหากถูกยุบ – ยืนยันก้าวไกลจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล “เป็นไปไม่ได้”

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวภายหลังที่พรรคฯ ได้ยื่นแก้ไขข้อกล่าวหาในคดีการล้มล้างการปกครองต่อศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว โดยหวังว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะเปิดโอกาสให้มีการไต่สวน ซึ่งพรรคฯ ได้ยื่นคำร้องขอเปิดไต่สวน และบัญชีพยานไปแล้ว จึงขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลฯ จะดำเนินการต่ออย่างไร ซึ่งการเปิดไต่สวน หรือเรียกพยานเพิ่มเติมก็ต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลทั้งหมด 
 

นายชัยธวัช ยังยืนยันด้วยว่า ในวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายนนี้ พรรคฯ จะยังคงเดินหน้าแถลงแนวทางการต่อสู้คดีดังกล่าวเช่นเดิม เพื่อชี้แจงว่า พรรคก้าวไกล ได้ต่อสู้ในประเด็นไหนอย่างไรบ้าง ตามรายละเอียดในคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหา โดยจะไม่ให้กระทบต่อกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมเห็นว่า หากทุกอย่างเป็นไปตามหลักกฎกมาย หลักนิติรัฐ ศาลรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องกังวลใด ๆ 

ส่วนผู้สนับสนุนพรรคฯ มีท่าทีอย่างไรต่อคดีที่เกิดขึ้นนั้น นายชัยธวัช เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ประชาชนให้กำลังใจ ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรค และยังคงสนับสนุนพรรคก้าวไกลต่อไป 

ส่วนสุดท้ายแล้วหากศาลมีคำสั่งยุบพรรคฯ แล้วเกิดการออกมาต่อต้านนั้น นายชัยธวัช ขออย่าเพิ่งคิดไปไหนถึงขนาดนั้น และขอรอดูคำวินิจฉัยก่อน 

นายชัยธวัช ยังกล่าวถึงกรณีที่นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา ออกมาระบุมีขบวนการล้มรัฐบาล ยุบก้าวไกล และขวางการเลือก สว.ว่า ได้ติดตามตามกระแสข่าวดังกล่าว แต่ไม่ได้ทราบข้อเท็จจริง และเห็นว่า บรรยากาศทางการเมืองดังกล่าวจะกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง และกระทบหลายฝ่าย โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน ก็จะส่งกระทบได้ 

ส่วนจะเกิดการพลิกขั้ว เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี หรือพรรคก้าวไกล จะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น นายชัยธวัช ยืนยันว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะพรรคฯ มองไปข้างหน้า ไม่ได้คิดเรื่องผลประโยชน์เฉพาะหน้า และสภาพแวดล้อมการเมืองเช่นนี้ ต่อให้ตั้งรัฐบาลได้ ก็อาจบริหารไม่ได้ และที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยก็ไม่เคยมาทาบทามใด ๆ 

กทม. แถลงปม ลู่วิ่ง 7.5 แสน ยันไม่ได้กำหนดราคาเอง อิงตามข้อมูลครั้งก่อน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576228

06 มิ.ย. 2567

12:00 น.

กทม. แถลงปม ลู่วิ่ง 7.5 แสน ยันไม่ได้กำหนดราคาเอง อิงตามข้อมูลครั้งก่อน

กทม. แถลง ปมงบจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายใน 2 ศูนย์ ลู่วิ่ง 7.5 แสน ยืนยันกรุงเทพมหานครไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคาเอง มีการอ้างอิงข้อมูลของการจัดซื้อครั้งก่อน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายจักรพันธ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเพทมหานคร , นายศานนท์ หวังสร้างยุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค ผู้พัฒนา act ai .co.th ร่วมแถลงข่าวชี้แจงกระบวนการตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องออกกำลังกายในศูนย์กีฬาวชิรเบญจทัศ และศูนย์กีฬาวารีภิรมย์ ที่มีการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 10 ล้านบาท 

นายชัชชาติ เปิดเผยว่า พึ่งทราบเรื่องเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งเมื่อ 2 เดือนก่อน สตง. มีการสุ่มตรวจ เพราะมีข้อร้องเรียน จึงให้ตรวจสอบได้ตามปกติ

นายชัชชาติ ยอมรับว่ามีการซื้อราคาสูงกว่าปกติ แต่ก็เป็นไปตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ปี 2560 มีการทำ TOR ผ่านขบวนการ e-bidding เรียบร้อยแล้ว 

อย่างไรก็ตาม กทม.ได้มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันการทุจริต หรือ คปท. เข้ามาตรวจสอบและทำงานคู่ขนานกัน พร้อมยอมรับว่ามีเรื่องที่ไม่โปร่งใสอยู่บ้าง และพร้อมจะตรวจสอบและปรับปรุง ถ้าอธิบายไม่ได้ตัวเองจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง

ยืนยันว่าฝ่ายบริหารไม่เคยสั่งการให้กระทำความผิด หากพบว่ามีการทุจริตจะดำเนินการตามกฎหมายเต็มที่ “ยืนยันผมโปร่งใส เหมือนตอนนี้ยืนแก้ผ้าให้ดูเลย” นายชัชชาติ กล่าว

ส่วนการป้องกันการทุจริตของ กทม. เป็นลักษณะ 4+1 โดยแยกส่วนทำงานฝ่ายบริการข้าราชการประจำ และ สภา โดยอันดับแรกคือเรื่องร่างบัญญัติงบประมาณ

ต่อมาจะเข้าสู่สภาโดยมี คณะกรรมการ 50 ท่าน ช่วยกันตรวจสอบ ก่อนที่ต่อมาจะใช้ พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ในการตั้งราคากลาง ท้ายที่สุดจะเข้าสู่การตรวจสอบโดยภาคเอกชน ผ่าน ACTAI ที่ให้ประชาชนร่วมกันตรวจสอบ นอกจากนี้จะมีการตรวจสอบโครงการอื่นด้วย 

ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ถ้าดูข้อมูลจาก actai พบว่า ผู้ชนะการประกวดราคา มีการทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครมาตั้งแต่ปี มี.ค. 2565 ซึ่งเป็นผู้บริหารชุดก่อน และมีการทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 2565 ก่อนที่คณะบริหารชุดปัจจุบันจะเข้ามาทำงานในเดือน มิ.ย. 2565 โดยผู้ชนะการประกวดราคาทำงานกับ กทม. มาก่อนแล้ว โดยราคาลู่วิ่งอยู่ที่ประมาณ 600,000 บาท ในตอนนั้น
 

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครไม่ได้เป็นผู้กำหนดราคากลาง เป็นราคาที่เคยซื้อมาแล้วในครั้งก่อนมาตั้งเป็นฐาน พร้อมยืนยันว่า การจัดซื้อฯ ดังกล่าวไม่เกี่ยวกับผู้ว่าฯ คนก่อน (พลตำรวจเอก อัศวิน ขวัญเมือง) เพราะการดำเนินการต่างๆ และงบประมาณที่ใช้ในการจัดซื้อเป็นงบประมาณปี 2566 ทุกอย่างจะต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

ด้าน นายสมบูรณ์ หอมนาน รองปลัด กทม. อธิบายเพิ่มเติมในส่วนของการสืบราคาว่า  กระบวนการสืบราคาเป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างปี 2560 ได้บัญญัติไว้ว่า ต้องสำรวจราคาตามท้องตลาด ไม่น้อยกว่า 3 บริษัท จากนั้นมีคณะกรรมการกำหนดราคากลาง ในแต่ละรายการจัดซื้อ ซึ่งแต่งตั้งตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ และตัวบุคคล ซึ่งจะไม่ตรงกันในแต่ละโครงการ แต่ทั้งนี้ หากตรวจสอบพบการกระทำผิด หรือการทุจริตจริง ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายไม่ละเว้น

ทั้งนี้ ในส่วนของการร่วมตรวจสอบ สังเกตุการณ์เบื้องต้นนั้น ผศ.ดร.ต่อภัสสร์ ยมนาค กล่าวว่า actai.co เป็นหนึ่งในช่องทางที่มีการพัฒนาร่วมกันกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมให้ภาคประชาชนในการตรวจสอบความโปร่งใสของการจัดซื้อจัดจ้างในหน่วยงานรัฐ โดยทุกโครงการจะมีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น รายละเอียดการประกวดราคาของบริษัทผู้รับเหมา ราคากลาง รายละเอียดโครงการ งบประมาณที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ ให้ประชาชนรับทราบอย่างละเอียด โดยข้อมูลทั้งหมดได้รับการสนับสนุนและอ้างอิงจากกรมบัญชีกลาง

12 มิ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาดวินิจฉัย ยุบก้าวไกล เตือน พรรคงดแสดงความเห็น

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576157

05 มิ.ย. 2567

12:49 น.

12 มิ.ย. ศาลรัฐธรรมนูญ นัดชี้ขาดวินิจฉัย ยุบก้าวไกล เตือน พรรคงดแสดงความเห็น

ศาลรัฐธรรมนูญ เตือน ‘ก้าวไกล’ ไม่สมควรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดี ชี้ อาจกระทบต่อการดำเนินกระบวนการพิจารณาของศาล 12 มิ.ย.67

วันที่ 5 มิ.ย.67 มีรายงานว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมปรึกษาคดีกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ร้อง) โดยนายทะเบียนพรรคการเมือง ยื่นคำร้องตอนนี้มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคก้าวไกล (ผู้ถูกร้อง) มีพฤติกรรมกระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิบัติต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) (2) 

ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 จึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญจากยุบพรรคก้าวไกล เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และห้ามมิให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง วันนี้มีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ภายในกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรค ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง

อย่างไรก็ตามพรรคก้าวไกลยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา 3 ครั้ง ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาทั้ง 3 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาในวันที่ 2 มิ.ย.2567 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ

โดยผลการพิจารณาพรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 4 มิ.ย.2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหารวมไว้ในสำนวน ส่งสำเนาคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาให้ กกต. ทราบ ไหนกำหนดนัดพิจารณาต่อไปในวันที่ 12 มิ.ย.2567

ทั้งนี้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ก็มีคำวินิจฉัย คู่กรณีไม่สมควรแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีที่เป็นการชี้นำสังคมอันอาจกระทบต่อการดำเนินกระบวนการพิจารณาของศาล

อุ๊งอิ๊งค์ ลั่นให้ยอมรับ วิษณุ เหตุหาก เศรษฐา อยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576149

05 มิ.ย. 2567

11:23 น.

อุ๊งอิ๊งค์ ลั่นให้ยอมรับ วิษณุ เหตุหาก เศรษฐา อยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้

ประชุม พรรคเพื่อไทย ไร้ ‘นายกฯเศรษฐา’ ร่วม ‘อุ๊งอิ๊งค์’ ตอบปม ‘วิษณุ’ นั่งที่ปรึกษา วอน สส. ยอมรับ ลั่น เศรษฐา อยู่ไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ( 4 มิ.ย.) พรรคเพื่อไทย มีการประชุม สส.มีนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และประธาน สส.พรรค พท. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยมีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค และนายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว และเลขาธิการพรรค พร้อม สส.ของพรรคเข้าร่วมการประชุม  แต่ นายเศรษฐา นายกฯ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมพรรค เนื่องจากติดภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล 

ในที่ประชุม น.ส.แพทองธาร ได้เน้นย้ำให้ ส.ส. ร่วมอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 อย่างเข้มแข็ง แม้หัวหน้าพรรค จะไม่ได้เป็น สส.แต่จะเป็นกำลังใจให้ ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า สส.ของพรรค ไม่สบายใจกับการแต่งตั้ง นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นั้น 

น.ส.แพทองธา กล่าวในที่ประชุมว่า ขอให้สบายใจ เพราะ นายวิษณุ เข้ามาช่วยงานรัฐบาลด้วยความตั้งใจ โดยก่อนหน้านี้ ก็ทำงานกับรัฐบาลไทยรักไทย มาก่อน และนายวิษณุ ก็เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ จึงขอให้ สส.ยอมรับ และเข้าใจ เพื่อให้เราสามารถเดินไปข้างหน้าได้ เพราะรัฐบาล ต้องการสร้างผลงานขับเคลื่อนนโยบาย เรื่องระเบียบราชการการบริหารราชการเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องที่ปรึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ เมื่อเรามีคนเก่งมาร่วมงานจึงเป็นเรื่องที่ดี จึงขอให้ทุกคนเข้าใจไปในแนวทางเดียวกัน และขอให้สามัคคีกัน ช่วยกันสนับสนุนของนายเศรษฐา

นอกจากนี้ เราต้องร่วมมือกัน จึงจะฝ่าฟันปัญหาไปได้ เพราะหาก นายกรัฐมนตรี อยู่ไม่ได้ พรรคร่วมก็อยู่ไม่ได้ สภาฯ ก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้น อะไรที่สร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาลได้ก็ขอให้ช่วยกัน และถ้าใครไม่สบายใจอะไรก็สามารถที่จะมาพูดคุยกันได้ โดยในส่วนของ สส. ไม่ได้มีใครลุกขึ้นพูดในประเด็นนี้

นายกฯ ขอให้เวลา ‘วิษณุ’ ดูคำชี้แจง ศาลรธน.ก่อนส่งศาล 10 มิ.ย.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576144

05 มิ.ย. 2567

10:47 น.

นายกฯ ขอให้เวลา 'วิษณุ' ดูคำชี้แจง ศาลรธน.ก่อนส่งศาล 10 มิ.ย.

นายกฯ ขอให้เวลา “วิษณุ” ดูคำชี้แจง ศาลรธน.ก่อนส่งศาล 10 มิ.ย.นี้ ชี้อยู่ระหว่างปรับแก้ รับ สส.บางส่วนอาจไม่พอใจ หลังตั้งนั่งที่ปรึกษา ปัดเลี่ยงเข้าพรรคทำช่องว่างมากขึ้น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญหลัง 40 สว.ยื่นร้องกรณีแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรี โดยระบุว่า ตนยังไม่ได้ประชุมร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด ซึ่งนายวิษณุประชุมกับทีมงานและต้องให้เวลานายวิษณุดูในรายละเอียด โดยจะครบกำหนดที่จะต้องส่งคำชี้แจงในวันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2567

เมื่อถามว่าเวลานี้ยังกังวลเรื่องอะไรหรือไม่  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องกังวลไม่ต้องถาม กังวลทุกเรื่อง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับแก้คำชี้แจง

ส่วนกรณีที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวในที่ประชุมพรรค โดยให้สส.สนับสนุนนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจมีบางส่วนไม่พอใจการแต่งตั้งนายวิษณุเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา ระบุว่า ตนได้ติดตามจากที่สื่อมวลชนได้รายงาน พร้อมยืนยันว่า ตนไม่ได้หลีกเลี่ยงจะไม่เข้าพรรค ซึ่งหากว่างตนจะเข้าตลอดและขณะนี้อยู่ระหว่างการปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งก็ยังไม่มีเรื่องอะไร แต่หากสภาเปิดแล้วก็คงจะเข้าไปอยู่ที่สภาทุกวันพฤหัสบดีเหมือนเดิม และหากว่างก็จะเข้าไปประชุมพรรคในวันอังคารเพื่อจะได้มีเวลาพบปะกับสส.

ส่วนเรื่องที่น.ส.แพทองธารพูด ตนได้ติดตามจากการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ซึ่งก็เป็นธรรมดาที่จะพอใจบ้างไม่พอใจบ้าง แต่เชื่อว่าคำอธิบายชัดเจน

เมื่อถามว่าหากนายกรัฐมนตรีเข้าไปชี้แจงด้วยตนเองจะทำให้สส.สบายใจมากกว่าให้คนอื่นพูด นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เป็นอีกแนวคิดหนึ่ง หากว่างมีเวลาก็จะเข้าไป หากมีคำถามก็จะชี้แจงต่อไปเรื่อยๆ เหมือนกับคำถามที่ถามแล้วถามอีก ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ตนต้องชี้แจง ตนไม่ได้คิดอะไรมาก เข้าใจว่าหากมีการถามซ้ำแสดงว่ามีความกังวลอยู่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของตนที่ต้องพยายามอธิบาย

เมื่อถามย้ำว่าจะยิ่งเป็นช่องว่างระหว่างนายกรัฐมนตรีกับสส.ในพรรคมากขึ้นหรือไม่ นายเศรษฐา ปฏิเสธว่าไม่ เนื่องจากตนลงพื้นที่เยอะ ส่วนไหนที่พูดรู้เรื่องกันแล้วมันก็รู้เรื่อง แต่ก็เป็นเรื่องของการอยู่ร่วมกันก็ไม่ได้สบายใจในทุกเรื่องเสมอไป แต่เรื่องที่สบายใจอาจจะ 80 เรื่องที่ไม่สบายใจอาจจะ 20 เราก็ต้องทำให้เรื่องไม่สบายใจลดลงไปเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นหน้าที่อยู่แล้วที่ต้องพยายามทำต่อไปเพื่อให้ความกระจ่างกับคนที่ทำงานด้วยกัน  ส่วนเรื่องของการลงพื้นที่และทีมงานที่เข้ามาพูดคุยแนะนำปัญหาของประชาชนตนก็รับฟังมาโดยตลอดทั้งผ่านทีมงานและรับฟังเอง

ส่วนในอนาคตจะมีการพูดคุยกับสส.เป็นกลุ่มภาคหรือไม่ นายเศรษฐา ระบุว่า ทำอยู่แล้วซึ่งบางทีทำอยู่ก็ไม่ได้บอกกับสื่อ โดยนำนโยบายต่างๆไปพูดคุยกับสส.ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคใดมานั่งฟังความคิดเห็นเพื่อปรับนโยบายให้ตรงกับความต้องการของประชาชน เพราะสส.คือตัวแทนของประชาชน

“พิธา” เผย 8 ประเด็นข้อต่อสู้ยุบพรรคก้าวไกล นัดแถลงใหญ่ 9 มิ.ย. นี้

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576110

04 มิ.ย. 2567

18:12 น.

"พิธา" เผย 8 ประเด็นข้อต่อสู้ยุบพรรคก้าวไกล นัดแถลงใหญ่ 9 มิ.ย. นี้

“พิธา” เผย 8 ประเด็นข้อต่อสู้ยุบพรรคก้าวไกล นัดแถลงใหญ่ 9 มิ.ย. นี้ ด้าน “ชัยธวัช” เผย ส่งคำชี้แจงกว่า 100 หน้า ให้ศาล รธน. แล้ว หวังต่อสู้ทุกเม็ดให้ถึงที่สุด

4 มิ.ย. 2567 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงประเด็นการต่อสู้คดียุบพรรค ว่า ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายทำงานเต็มที่ทำคำชี้แจงต่อศาลรับธรรมนูญ โดยวันที่ 9 มิ.ย. 2567 จะมีการแถลงใหญ่ที่พรรค ซึ่งเตรียมคำชี้แจงไว้ 8 ประเด็น เช่น 1.ขอบเขตอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ 2.ข้อกฎหมายในมาตรา 92,93 ที่เหลือจะแถลงเพิ่มเติม วันที่ 9 มิ.ย.

นายพิธา ยืนยันว่า กกต. ยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรคครั้งนี้ เป็นคนละคดีกับเมื่อ ม.ค. 67 ดังนั้น ผลของคำวินิจฉัยศาลรับธรรมนูญคราวก่อน ไม่ผูกพันกันกับคดีนี้

\"พิธา\" เผย 8 ประเด็นข้อต่อสู้ยุบพรรคก้าวไกล นัดแถลงใหญ่ 9 มิ.ย. นี้

ด้าน นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวด้วยว่า ทีมกฎหมายพรรคได้จัดทำคำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ กกต. ยื่นคำร้องให้ยุบพรรคก้าวไกลเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อค่ำวานนี้ ชนิดไม่ได้หลับไม่ได้นอน ก่อนที่เมื่อเช้าวันนี้ได้ส่งคำชี้แจงไปที่ศาลรัฐธรรมนูญแล้ว โดยคำชี้แจงมีจำนวน 100 กว่าหน้า และได้ทำสำเนา 10 ชุด เพื่อมอบให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

การต่อสู้คดียุบพรรคก้าวไกล เราวางประเด็น ต่อสู้ไว้หลายระดับมาก ตั้งแต่ภาพใหญ่ และค่อยๆย่อยลงมา เดี๋ยวรอคุณพิธา แถลงวันที่ 9 มิถุนายน  และจะมีการเผยแพร่เอกสารการต่อสู้ เอกสารหลายร้อยหน้า คำชี้แจง เอกสารประกอบ เราสู้ทุกมุมทุกเหลี่ยมประตู ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง นับจากตรงนี้ พรรคก้าวไกลจะยื่นคำร้องขอให้มีการไต่สวน และสืบพยานเพิ่มขึ้นอีก

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล

“สุดท้ายต้องรอฟังศาลรัฐธรรมนูญ มีความเห็นอนุญาตให้ไต่สวนเพิ่มเติม เรียกพยานเอกสารหลักฐาน ได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร  ถ้าเปิดให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ น่าจะมีการไต่สวน แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า ข้อเท็จจริงเท่านี้เพียงพอแล้ว  ก็ไม่ต้องไต่สวน” นายชัยธวัช กล่าว

หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวอีกว่า ผู้บริหารพรรคเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ ตอนนี้เร็วไปที่จะหาพรรคใหม่ เรายังต่อสู้อย่างเต็มที่ และคิดว่าไม่สมเหตุสมผลที่จะยุบก้าวไกล แม้ว่าจะมีคำวินิจฉัย ก่อนหน้านี้เป็นไปตามมาตรา 49 เป็นคดีที่วินิจฉัยคนละประเด็นกัน เพียงเพื่อให้หยุดการกระทำ ดังนั้นการพิจารณาข้อเท็จจริง การวางหลักกฎหมายวินิจฉัยคดีใหม่ ซึ่งมีความมุ่งหมายร้ายแรง ในการยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมือง เป็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคดีก่อนหน้านั้น

‘เศรษฐา มั่นใจ’ ทักษิณ ยังอยู่ไทยไม่หนีออกนอกประเทศ เชื่อพร้อมสู้คดี 112

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576075

04 มิ.ย. 2567

13:45 น.

'เศรษฐา มั่นใจ' ทักษิณ ยังอยู่ไทยไม่หนีออกนอกประเทศ เชื่อพร้อมสู้คดี 112

‘เศรษฐา’ มั่นใจ ‘ทักษิณ’ ยังอยู่ในไทยไม่หนีออกนอกประเทศ เชื่อพร้อมสู้คดี ม.112 ยันไม่มีสัญญาใจกับอดีตผู้นำ

4 พ.ค.2567 “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ว่า ผมเคยบอกไปแล้ว และไม่อยากตอบเรื่องนี้อีก ส่วนที่มีการเชื่อมโยงไปถึง “นายทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะถูกสั่งฟ้องในคดีนี้ด้วยนายเศรษฐา ย้ำเหมือนเดิมว่า พูดไปเยอะแล้ว ขอไม่พูดเรื่องนี้ครับ

เมื่อถามว่าจะซ้ำรอยกับกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จนสุดท้ายต้องสูญเสียอำนาจ นายเศรษฐา ระบุว่า จุดยืนชัดเจนครับ ผมพูดไปแล้วเรื่องนี้

เมื่อถามว่านอกจาก นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีแล้ว มีสัญญาใจกับใครอีกหรือไม่ โดยเฉพาะผู้นำในอดีต นายเศรษฐา ได้หัวเราะ ก่อนกล่าวว่า ผมไม่มีสัญญาใจกับทุกท่านในอดีต แต่เรามาตรงนี้เรามาช่วยประเทศ ใครเสนออะไรดีดีผมก็น้อมรับ เพราะตนไม่เคยไม่รับฟัง แต่ขีดจำกัดการเป็นนายกรัฐมนตรีในวันนี้กับ 17 ปีที่ผ่านมามันก็มีขีดจำกัดที่แตกต่างกันไป เรื่องต่างๆ มันก็ต่างกันไป แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว

ถ้าใครมีข้อแนะนำดีๆ ใครมีข้อติเราควรจะรับฟัง เพราะถ้าได้ยินเสียงที่ตัวเองอยากได้ยินตลอดก็จะไม่มีการพัฒนา แต่ส่วนตัวตนมั่นใจว่าที่มาอยู่ตรงนี้ได้ ผมทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว และไม่เลือกอยากได้ยินเฉพาะเสียงที่ตนอยากได้ยิน เพราะเสียงที่เราไม่อยากได้ยินอาจจะเป็นเสียงที่ประเสริฐที่สุด ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปรับปรุง ไม่ว่าเสียงนั้นมาจากนายกฯ ทักษิณ นายกฯ อนันต์ ปันยารชุน  หรือ นายกฯ ชวน หลีกภัย ถ้าเป็นเรื่องที่ตนคิดว่า เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันตนก็รับฟังนำไปแก้ไขปรับปรุง

เมื่อถามว่าสัญญาใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหรือไม่ นายเศรษฐา เชื่อว่า ใจต่อใจที่ผมมีต่อท่านนายกฯ ประยุทธ์ ผมว่าชัดเจนว่าจุดมุ่งหมายเราเดียวกัน ท่านฝากบ้านเมืองไว้ให้ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ต่อจากท่านคนที่ 29 ก็พยายามจะดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด

วิธีการที่เราทำงานแน่นอนว่าแบล็คกราวน์ของแต่ละท่าน ก็แตกต่างกันไป ตนมาจากภาคธุรกิจ ท่านมาจากฝ่ายความมั่นคง ตนจึงเชื่อว่า วิธีการหรือแนวทางต่างกันแต่จุดมุ่งหมายเดียวกัน เพราะตนมั่นใจว่าท่านเองก็มีความปรารถนาดีกับบ้านเมือง วิธีการทำงานอาจจะแตกต่างกันไป แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือจุดมุ่งหมาย

เมื่อถามว่านายทักษิณยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อซักครู่ที่ผ่านมาได้เจอกับน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะบุตรสาวของนายทักษิณ ก็บอกว่า ท่านสบายดี

ผมจึงมั่นใจว่าท่านไม่ได้ออกนอกประเทศ และตนคิดว่าท่านก็พร้อมสู้ และท่านไปอยู่ต่างประเทศมา 17 ปีแล้ว มันนานพอแล้วละครับ และวันนี้ท่านก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว และเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นขวากหนามที่มันต้องเข้ามา ก็ว่ากันไป ตนพูดแทนท่านไม่ได้ แต่คิดว่าท่านคงไม่คิดจะไปไหนหรอกครับ

‘วิษณุ​’ ปัด นั่งที่ปรึกษานายกฯ​ แลกเปลี่ยนไตฟรี​ รพ.​พระราม​ 9

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576070

04 มิ.ย. 2567

13:26 น.

'วิษณุ​' ปัด นั่งที่ปรึกษานายกฯ​ แลกเปลี่ยนไตฟรี​ รพ.​พระราม​ 9

‘วิษณุ​’ ปัด​ นั่งที่ปรึกษาของนายกฯ​ แลกเปลี่ยนไตฟรี​ รพ.​พระราม​ 9 เผย​ ครม.นัดแรกนายกฯ​ ยังไม่มอบหมายงานพิเศษ​ ชี้​ ยังไม่เห็นคำร้องเศรษ​ฐา​ แจงปม​ 40 สว.​ ก่อนส่งศาล​รัฐธรรมนูญ​

นายวิษณุ​ เครือ​งาม​ ที่ปรึ​กษาของ​นายก​รัฐมนตรี​ กล่าวภายหลังการประชุม​คณะ​รัฐมนตรี​  ว่า​ บรรยากาศการประชุมในวันนี้ยังไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องปรึกษาตนเอง​ โดยเลขาคณะรัฐมนตรี​ ​ก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองได้เรียบร้อยดี​ และในการประชุมคณะรัฐมนตรี​ นายก​รัฐมนตรี​ ก็ได้ให้นโยบายการประชุมไม่ให้มีวาระจร​เข้ายังที่ประชุม​

เมื่อถามว่าได้ดูคำชี้แจงของนายกรัฐมนตรี​ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ​ แล้วหรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ จะมีการส่งให้ตนในวันนี้​ แต่ยังไม่ได้ดู​ เพราะไม่รีบส่ง​ เนื่องจากจะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ​ให้ทันวันที่​ 7 มิถุนายน​นี้​ 

ส่วนได้มีการพูดคุยกับเลขาคณะรัฐมนตรี​ เกี่ยวกับการทำคำชี้แจงดังกล่าวหรือไม่​ นายวิษณุ​ กล่าวว่า​ ไม่รู้​ ตนยังไม่ได้ดู​เลย​ ซึ่งเดี๋ยวจะเข้าไปดู​ เพราะจะมีการส่งมาให้ตนในวันนี้​ และไม่ทราบว่าตนเองจะต้องดูคำชี้แจงคนเดียว​ หรือร่วมกับเลขาคณะรัฐมนตรี​หรือไม่​  ซึ่งขณะนี้คำชี้แจงยังมาไม่ถึงตนเอง​

ส่วนการประชุมคณะ​รัฐมนตรี​วันนี้​ นายกรัฐมนตรี​ได้มีการฝากงานอะไรหรือไม่​ นาย​วิษณุ​ กล่าวว่าไม่ได้ฝากตนเอง​ แต่ฝากที่ประชุมคณะ​รัฐมนตรี​ เพราะครม.เขาก็รู้ว่าเรื่องไหนเกี่ยวกับใครคนนั้นก็ไปจัดการ​ ส่วนเรื่องรายละเอียดให้ทางโฆษกรัฐบาลเป็นผู้แถลง 

อย่างไรก็ตาม​ นายวิษณุ​ ระบุว่า​ จะเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีทุกวันอังคารแต่ของเว้นการประชุมคณะรัฐมนตรี​สัญจรต่างจังหวัด​ ส่วนห้องทำงานตนได้เข้าไปดูแล้วเรียบร้อยดีไม่มีปัญหา​ เป็นห้องทำงานเดิมของรองเลขาธิการ​คณะรัฐมนตรี​ ที่เกษียณอายุ​ราชการ​

เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่านายวิษณุ​ รับมาช่วยงานรัฐบาล​ โดยมีเงื่อนไขว่าจะได้รับการเปลี่ยนไต​ ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า​ นายวิษณุ​ ระบุว่า​ ไม่มี​ ไม่จริง ​เพราะตนไม่เปลี่ยนไต​ ตนบอกกับหมอแล้ว​ และหมอก็เห็นด้วยว่ายังไม่ควรจะเปลี่ยนไต​ เพราะการเปลี่ยนไต​ทำให้ต้องกินยากดภูมิ​ต้านทาน​ ซึ่งเมื่อสักครู่ตนได้พูดคุยกับนายภูมิธรรม​ เวช​ย​ชัย​  รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พาณิชย์​ ว่าต้องกินยากดภูมิต้านทาน ซึ่งคนเราเมื่อภูมิต้านทานลด​ลง​ โรคอื่นก็แทรกได้ง่าย​ 

นอกจากนี้​ การที่จะหาไตมาให้แมตไม่ใช่เรื่องง่าย​ แต่ในกรณีของนายภูมิธรรม​นั้นได้​ เพราะเป็นไตของลูก​ แต่ส่วนตนไม่อยากเอาไตลูก​  ทุกวันนี้ก็อยู่สบายปกติดี​ ตนก็ฟอกไตทุกวันเป็นระเบียบเรียบร้อย​ดี​ แต่อยากยุ่งนิดหน่อยตรงที่วันอังคารต้องคื่นเช้า​ เพราะปกติถ้าอยู่บ้านตนจะตื่นประมาณเที่ยง ๆ บ่าย ๆ ​

ปัดทะเลาะ ‘สมศักดิ์’ ย้ำนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด ยันไร้ทะเลาะ ‘อนุทิน’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576071

04 มิ.ย. 2567

13:24 น.

ปัดทะเลาะ 'สมศักดิ์' ย้ำนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด ยันไร้ทะเลาะ 'อนุทิน'

“สมศักดิ์” ย้ำนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด เตรียมออกกฎกระทรวงเปิดช่องใช้ทางการแพทย์ เตรียมกอดคอ “อนุทิน” โชว์สื่อ ยันไม่ได้ทะเลาะกัน

4 มิ.ย.2567 “นายสมศักดิ์ เทพสุทิน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณี “นายอนุทิน ชาญวีรกุล” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สอบถามกรณีนำ “กัญชา” กลับเข้าในบัญชียาเสพติดว่า กฎหมายเดิมมีอยู่แล้วสามารถประกาศใช้ได้เลย เพราะมีข้อห้ามไว้หมดแล้ว เพียงแต่ต้องออกไปเป็นกฎกระทรวง ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้

หากยึดตามนโยบายของรัฐบาล เน้นเรื่องการแพทย์ สุขภาพ เศรษฐกิจ แต่หากต้องออกเป็นกฎหมายใหม่ ไม่เป็นยาเสพติดแต่เป็นพืช “กัญชา” ต้องไปออกเป็นกฎกระทรวง ข้อห้ามว่าสิ่งไหนทำไม่ได้ เช่น การสันทนาการ แต่นโยบายของนายกรัฐมนตรีระบุให้ “กัญชา” เป็นยาเสพติด แต่หากจะใช้ด้านการแพทย์หรือนำไปผสมเครื่องดื่มอาหารต่างๆ ต้องทำเรื่องขออนุญาตอยู่แล้ว เพราะมองได้ว่าเป็นเรื่องทางเศรษฐกิจ

ส่วนแนวโน้มจะจัดเป็นโซนให้เหมือนกับต่างประเทศนั้น นายสมศักดิ์ กล่าวว่า อะไรที่ขออนุญาตมา หากทำได้ก็จะทำให้ ส่วนกฎหมายกัญชง “กัญชา” ที่ค้างอยู่ในสภา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสามารถเดินหน้าต่อได้ เพียงแต่เราไม่อยากให้เกิดเกียร์ว่าง เพราะปัจจุบันนี้กัญชาสามารถทำได้ทุกอย่าง ทั้งนี้ได้หารือกับแพทย์ภายในกระทรวงสาธารณสุขแล้ว ซึ่งมีบางส่วนกังวลว่า

เราจะไม่เปิดโอกาสให้ทำได้ แต่ได้ยืนยันไปแล้วว่าจะเปิดโอกาส แต่จะต้องมีการขออนุญาต และการออกเป็นกฎกระทรวงจะต้องทำประชาพิจารณ์ ทั้งนี้อยากให้จบเป็นเรื่องๆ อย่าเพิ่งไปผูกโยงกับประเด็นอื่น เช่น การห้ามสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่าเอามาเปรียบเทียบกัน มองว่าเป็นเนื่องเบาปัญญาที่เอามาเปรียบเทียบกัน ซึ่งตนมองว่าทำเรื่องที่อยู่ใกล้มือก่อน

นายสมศักดิ์ ยืนยันว่าไม่ได้ทะเลาะหรืองอนกันกับนายอนุทิน วันหลังเจอจะกอดคอกันให้ดู เพราะความปรารถนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนกรณีที่คนในพรรคภูมิใจไทยออกมาท้วงติงนั้น ตนคงไม่เข้าไปโต้ตอบเพราะมีหลายความคิดเห็น แต่มองว่าไม่ประกาศให้เป็นยาเสพติดแล้วออกกฎกระทรวงว่าอะไร ทำได้หรือไม่ได้ จะจบไวมากกว่าการออกกฎหมายให้ “กัญชา” เป็นพืช เพราะต้องไปออกข้อห้ามต่างๆ เพิ่มเติม ซึ่งมันจะยุ่งยาก

เมื่อถามว่า พร้อมรับม็อบสายเขียวหรือไม่? นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ม็อบใครก็ไม่อยากเจอ ลงทุน อะไรไป แล้วก็แค่มาขออนุญาต หากดำเนินการได้ก็ดำเนินการไป เราไม่ได้ปิดกั้น

‘วิษณุ’ เตรียมตรวจร่างแก้ข้อกล่าวหานายกฯ ก่อนส่งศาล รธน. 4 มิ.ย.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/576053

04 มิ.ย. 2567

11:23 น.

'วิษณุ' เตรียมตรวจร่างแก้ข้อกล่าวหานายกฯ ก่อนส่งศาล รธน. 4 มิ.ย.

‘วิษณุ’ เตรียมตรวจร่างแก้ข้อกล่าวหานายกฯ ก่อนส่งศาล รธน.-ยังไม่รู้ชะตาต้องช่วยงานรัฐบาลนานหรือไม่ – ขู่สายต้านจาก พท.ต้านมากก็ไม่อยู่

นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการกลับมาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ในฐานะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรีว่า ตนเองเคยเข้าออกทำเนียบรัฐบาลมา 30 ปีแล้ว จึงไม่มีอะไรแปลกใหม่ หรือตื่นเต้น ซึ่งการทำหน้าที่ก็จะต้องรอการมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี แต่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรีได้ หรือประเด็นอื่น ๆ ที่นายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่ง โดยจะทำหน้าที่เหมือนกับกรณีที่นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติก่อนเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 

ส่วนนายกรัฐมนตรี  ได้ให้ตรวจทานร่างคำชี้แจงแก้ไขข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญกรณีการแต่งตั้งนายพิชิตแล้วหรือไม่นั้น นายวิษณุ เปิดเผยว่า เป็นธรรมดาและหนีไม่พ้น ซึ่งต้องมีแน่นอน และขณะนี้ ทีมงานของนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงนายพิชิต ได้ยกร่างร่างแรกเสร็จแล้ว โดยคาดว่า ตนเองจะได้ตรวจทานก่อนในวันนี้ (4 พ.ค.) เพื่อให้นายกรัฐมนตรี ลงนามและส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้ทันภายในวันที่ 7-8 มิถุนายนนี้ พร้อมปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดถึงกรณีที่ตนเองออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า นายกรัฐมนตรี ยังมีช่องทางที่่นายกรัฐมนตรี จะสามารถสู้คดีได้ เพราะจะเสียรูปคดี และ

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการวิเคราะห์ในการรับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีที่ฝ่าวิกฤตสุขภาพมาทำหน้าที่ โดยยอมรับว่า ตนเองก็คิดหนักเหมือนคนไม่เจียมตัว แต่เห็นใจนายกรัฐมนตรี จึงคิดว่า จะมาช่วยสักระยะหนึ่ง ไม่น่าจะทำให้ตนเองเกิดอันตราย หรือเกิดผลเสียต่อประเทศชาติ และประเทศชาติต้องการคนช่วยแก้ปัญหาให้รัฐบาลในบางเรื่องที่รัฐบาลมีข้อสงสัย ตนเองไม่ได้ต้องการเงิน หรือเกียรติยศ แต่เป็นการลดเกียรติจากอดีตรองนายกรัฐมนตรี มาเป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ต้องมีเหตุใดน่าตื่นเต้น เพราะเป็นเพียงที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และไม่ใช่ที่ปรึกษาทางการเมือง และส่วนใหญ่จะทำงานที่บ้านพัก เข้าทำเนียบรัฐบาลเฉพาะวันอังคารเท่านั้น 

ส่วนการมาช่วยงานครั้งนี้ จะมาช่วยจนครบวาระของรัฐบาล หรือจะมาช่วยเป็นบางภารกิจนั้น นายวิษณุ เปิดเผยว่า อนาคตตนเองยังไม่ทราบ แต่เท่าที่พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี คือ การมาช่วยเป็นบางภารกิจ แต่บางภารกิจ หากมีหลายบางก็อาจจะเพิ่มขึ้นอีก

ส่วนจะช่วยแก้ไขการติดขัดการดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตด้วยหรือไม่นั้น นายวิษณุ ปฏิเสธว่า นายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยระบุถึงเรื่องดังกล่าว 

ส่วนการมาช่วยงานในครั้งนี้จะเป็นเหมือนการลงเรือแป๊ะต่อหรือไม่นั้น นายวิษณู ปฏิเสธว่า ”ไม่ใช่ เป็นคนละแป๊ะ เพราะแป๊ะขึ้นเรือไปแล้ว แต่กลายเป็นเศรษฐี ไม่ใช่เรือแป๊ะ” โดยไม่ขอเปรียบว่า เรือในครั้งนี้จะเป็นเรืออะไร เพราะตนไม่ได้ร่วมรัฐบาล 

ส่วนก่อนหน้านี้ที่นายวิษณุ เคยเตือรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ระวังสนิทเกิดจากเนื้อในเรือเหล็กมาแล้ว และรัฐบาลชุดนี้ จะต้องระวังอะไรหรือไม่นั้น นายวิษณุ ปฏิเสธไม่ขอเตือน และเชื่อว่า ฝ่ายการเมืองจะรู้กันเอง และเตือนกันเอง 

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงการดำเนินการนิรโทษกรรมของรัฐบาล โดยเห็นว่า รัฐบาลไม่ได้พยายาม แต่สภาผู้แทนราษฎร พยายามดำเนินการ แต่ก็จะต้องเสนอมาให้รัฐบาลพิจารณา ซึ่งขณะนี้ ยังไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ และเห็นว่า หากรัฐบาลเห็นว่าเรื่องดังกล่าวมีความจำเป็น ก็สามารถเสนอร่างกฎหมายประกบกับร่างกฎหมายที่ สส.จะเสนอมาก็ได้ และไม่ขอให้ความเห็นว่า การดำเนินการดังกล่าวจะมีโอกาสรวมความผิดที่เกี่ยวข้องกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วยหรือไม่ 

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกระแสต่อต้านในพรรคเพื่อไทยถึงการมาทำหน้าที่ของตนเองว่า ตนเองไม่เดือดร้อน ต้านมาก ๆ ตนเองก็ไม่อยู่ จึงไม่แปลก เพราะตนก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาเช่นเดียวกัน เพราะหากตนไม่ได้รับตำแหน่งนี้ ทุกวันอังคารตนเองก็พักผ่อนอยู่ที่บ้าน พร้อมปฏิเสธที่จะประเมินว่า การมาช่วยงานครั้งนี้ จะทำให้รัฐบาลสามารถอยู่ครบเทอมได้หรือไม่ เพราะเป็นฝีมือของรัฐบาล