ตื่นเถิด ‘ธนาธร’ ปลุกฝัน ‘สว.ประชาชน’ ฝ่าบล็อกโหวตบ้านใหญ่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574749

15 พ.ค. 2567

10:56 น.

ตื่นเถิด ‘ธนาธร’ ปลุกฝัน ‘สว.ประชาชน’ ฝ่าบล็อกโหวตบ้านใหญ่

เลือก สว.ที่ซับซ้อนที่สุดในโลก ธนาธร ปลุกโหวตเตอร์ธรรมชาติ เลือก สว.ประชาชน สกัดเกมบ้านใหญ่ ลุ้น 70 ที่นั่ง รื้อรัฐธรรมนูญ 2560

ธนาธร เดินสายให้ความรู้เรื่องเลือกตั้ง สว.ทั้ง 4 ภาคธนาธร เดินสายให้ความรู้เรื่องเลือกตั้ง สว.ทั้ง 4 ภาค

ค่ายส้ม ธนาธร ปลุกโหวตเตอร์ธรรมชาติ เลือก สว.ประชาชน สกัดเกมบ้านใหญ่ ลุ้น 70 ที่นั่ง รื้อรัฐธรรมนูญ 2560 มรดกระบอบประยุทธ์ 

เริ่มแล้ว มหกรรมเลือกตั้ง สว.ชุดใหม่ 200 คน กติกาซับซ้อนที่สุดในโลก สว.ประชาชน เกิดยาก ส่อเค้าพ่ายบล็อกโหวตบ้านใหญ่

นับหนึ่งสู่ สว.ชุดใหม่ วันที่ 20-24 พ.ค.2567 กกต.จะเปิดรับผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.)ชุดใหม่ โดยผู้สมัครฯ สามารถยื่นใบสมัครได้ในทุกอำเภอทั่วประเทศ

นับแต่ช่วงหลังสงกรานต์เป็นต้นมา ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมกับไอลอว์ รณรงค์ให้ประชาชนสมัคร สว. เพื่อใช้เสียงโหวตเลือก สว.จากภาคประชาชน เข้าไปรื้อโครงสร้าง แก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการสรรหาบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ

สาเหตุที่ธนาธร ต้องเปิดปฏิบัติการ สว.ประชาชน เพราะไม่อยากให้กระบวนการเลือกตั้ง สว.ดำเนินการแบบเงียบๆ ซึ่งจะเข้าทางนักการ เมือง ‘บ้านใหญ่’ ที่เตรียมการบล็อกโหวตเลือก สว.ของกลุ่มตัวเอง

ธนาธร เก็บรับบทเรียนจากเลือกตั้ง สส.ปีที่แล้ว จึงหวังที่จะให้เกิดโหวตเตอร์ธรรมชาติ เพื่อเลือก สว.ชุดใหม่จำนวน 200 คน ตาม 20 กลุ่มอาชีพ ซึ่งจะมีประกาศผลในวันที่ 2 ก.ค.2567

คณะก้าวหน้า วาดหวังที่จะได้ สว.อิสระ ไม่ใช่ตัวแทนบ้านใหญ่ อย่างต้องได้ สว.ชุดใหม่ 70 ที่นั่ง เพื่อปลดล็อกรัฐธรรมนูญ ปี 2560

รื้อระบอบประยุทธ์

ทำไมต้อง สว.ประชาชน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า อธิบายว่า แม้ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ระบอบประยุทธ์ยังอยู่ นั่นคือ รัฐธรรมนูญ ปี 2560 

ที่ผ่านมา การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ทำได้ยากมาก เพราะมี สว.ร่างทรง คสช. 250 คน คอยขวางอยู่ ดังนั้น ในการเลือกตั้ง สว.ชุดใหม่ จึงต้อง สว.อุดมการณ์ประชาธิปไตย อย่างน้อย 70 คนเป็นอย่างต่ำขั้นต่ำ จึงสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้

แม้ว่า สว.ชุดใหม่จะไม่มีอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรี ร่วมกับ สส. เหมือนกับชุดที่แต่งตั้งโดย คสช. แต่อำนาจในด้านอื่นๆ ก็ยังมีอยู่

ไม่ว่าจะเป็นอำนาจพิจารณากฎหมาย ,อำนาจให้ความความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระ และอำนาจตรวจสอบฝ่ายบริหาร

ที่สำคัญ อำนาจพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ยังคงต้องใช้การประชุมร่วมของสองสภา โดยใช้เสียงกึ่งหนึ่ง ในวาระที่ 1-2

รวมถึงต้องใช้เสียงของ สว. อย่างน้อย 1 ใน 3 ร่วมเห็นชอบด้วย เท่ากับว่า หากมี สว. ชุดใหม่ 200 คน จะต้องได้เสียง สว. ที่เห็นชอบอย่างน้อย 67 เสียง 

แม้ว่า สส.จะลงคะแนนเป็นเอกฉันท์ แต่หากไม่มี สว. เห็นชอบ 1 ใน 3 หรือ 67 เสียง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นก็จะตกไป  

ด่านบล็อกโหวต

กูรูการเมืองวิจารณ์กติกาการเลือกตั้ง สว.แบบซับซ้อนที่สุดในโลกว่า การออกแบบที่ให้ผู้สมัครเลือกกันเองในกลุ่มอาชีพ โดยเริ่มต้นจากระดับอำเภอ เป็นการเปิดโอกาสว่า หากเกิดการเกณฑ์คนมาสมัคร สว.จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนเพียงพอที่จะเลือกกันเอง เพื่อให้เข้าไปเป็น 1 ใน 5 คน ในรอบแรก 

ดังนั้น กลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ หากวางแผนแบบเนียนๆ ก็สามารถส่งคนของตัวเองทะลุเข้าไปถึงระดับตัวแทนจังหวัดได้

พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า กล่าวว่าด้วยเงื่อนไขการเข้าไปลงสมัคร และเลือกผู้สมัครกันเองผ่านระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศได้ จะต้องเสียค่าสมัคร สว.คนละ 2,500 บาท และต้องมีอายุ 40 ปีขึ้นไป 

‘เราหวังว่าจะมีผู้สมัครธรรมชาติมากพอ เข้าไปต่อสู้กับเสียงจัดตั้งของบ้านใหญ่ เครือข่ายผู้มีอิทธิพลทางการเมืองและเครือข่ายข้าราชการเกษียณ’

สำหรับยอดผู้สมัคร สส.หรือโหวตเตอร์ธรรมชาติ ที่จะเข้าไปเลือกกันเองนั้น คณะก้าวหน้า ประเมินว่า ควรมีผู้สมัครแห่เข้าไปไม่ต่ำกว่า 50,000-100,000 คน เพื่อเข้าไปทลายฐานคะแนนจัดตั้ง

จากการตรวจสอบในพื้นที่ต่างจังหวัด กลับพบว่า กระแสโหวตเตอร์ ธรรมชาติไม่แรง เหมือนคณะก้าวหน้าคาดหวัง ประชาชนรู้สึกเฉยชาต่อการเลือกตั้ง สว.

ตรงกันข้ามในหลายจังหวัด มีความเคลื่อนไหวของเครือข่ายบ้านใหญ่ ตามแผนบล็อกโหวต สว. จึงประเมินว่า สว.ชุดใหม่ มีแนวโน้มจะมาจากฐานเสียงระบบอุปถัมภ์ อย่างที่มีการออกแบบกติกาไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560

วันนี้พี่ไม่ให้ ‘คำรณวิทย์’ พันธมิตรสีส้มสู้ ‘ชาญ’ ตัวตึงค่ายเพื่อไทย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574724

14 พ.ค. 2567

17:42 น.

วันนี้พี่ไม่ให้ ‘คำรณวิทย์’ พันธมิตรสีส้มสู้ ‘ชาญ’ ตัวตึงค่ายเพื่อไทย

ศึกชิง อบจ.ปทุมธานี คำรณวิทย์ ชนคู่ปรับเก่า ชาญ ค่ายเพื่อไทย วันนี้พี่ไม่ให้ เหตุน้องรักซบค่ายสีน้ำเงิน จับตาทักษิณไปงานบวชเมืองปทุม

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังมั่นใจ แม้พรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุนพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ยังมั่นใจ แม้พรรคเพื่อไทยไม่สนับสนุน

ไปต่อปทุมธานี คำรณวิทย์ ชนคู่ปรับเก่า ชาญ บ้านใหญ่หันมาสวมเสื้อเพื่อไทย วันนี้พี่คนเดิมไม่ให้ เพราะน้องรักขยับใกล้ชิดค่ายสีน้ำเงิน

ศึกชิงเมืองปทุม คำรณวิทย์ มีกองหนุน สจ.-เสื้อแดง เพิ่มเติมด้อมส้ม จับตา 8 มิ.ย.นี้ ทักษิณไปงานบวชลูกชายบ้านใหญ่สายลุงชาญ

การเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 30 มิ.ย.2567 น่าจะได้ข้อสรุปว่า เป็นศึกล้างตาของคู่แข่งคนเดิมจากสมัยที่แล้ว

วันที่ 14 พ.ค.2567 พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตนายก อบจ. ปทุมธานี เดินทางมาลงสมัครนายก อบจ.ปทุมธานี ได้หมายเลข 3 โดยมีกองเชียร์สวมเสื้อส้มและเสื้อแดงมาให้กำลังใจ ประมาณ 300 คน

ศึก อบจ.หนนี้ แจ๊ส คำรณวิทย์ จะใช้สโลแกนในการหาเสียงว่า ‘NEXT ปทุมธานี..ปทุมธานีต้องไปต่อ และต้องไปต่อกับคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง’

ส่วน ชาญ พวงเพ็ชร์ เดินทางมาสมัครวันแรกได้หมายเลข 1 ในนามพรรคเพื่อไทย โดยมี สรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค นำทีม สส. และอดีต สส.มาเชียร์ลุงชาญกันอย่างคึกคัก

เป็นครั้งแรกที่ชาญ พวงเพ็ชร์ ได้สวมเสื้อเพื่อไทยลงสนามแบบเต็มตัว ตรงกันข้ามกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่ไร้เงา สส.และอดีต สส.เพื่อไทยมาเป็นกองหนุนเหมือนสมัยที่แล้ว

รักสีส้มไม่ทิ้งสีแดง

เมื่อพรรคเพื่อไทยหนุนชาญ พวงเพ็ชร์ หลายคนอาจมีคำถาม ใครบ้างที่เป็นผู้สนับสนุนบิ๊กแจ๊ส ในศึกนายก อบจ.ปทุมธานี ครั้งนี้


หลังเลือกตั้ง สส.ปี 2566 บิ๊กแจ๊ส พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ทำงานร่วมกับ สส.ปทุมธานี ตามแนวทางปทุมธานีโมเดล และบิ๊กแจ๊สมีความใกล้ชิดกับ สส.ก้าวไกล ทั้ง 6 คน

ไม่ว่าจะเป็น สรวีย์ ศุภปณิตา, เจษฎา ดนตรีเสนาะ, ชลธิชา แจ้งเร็ว,สกล สุนทรวาณิชย์กิจ, เชตวัน เตือประโคน และ ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์

สจ.กลุ่มคนรักปทุม มากกว่า 15 คน อาทิ อารีย์ ใจแคล้ว, ชนภัทร นันทกาวงศ์ และ เฉลิมพงษ์ รังสิวัฒนศักดิ์ รวมถึง สมชาย รังสิวัฒนศักดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองสนั่นรักษ์ และรังสรรค์ นันทกาวงศ์ นายกเทศ มนตรีเมืองบึงยี่โถ

กลุ่มเสื้อแดงลำลูกกา หรือชมรมสื่อมวลชนเพื่อประชาธิปไตย โดยสมชาติ นาคบรรจง, จุติพงษ์ พุ่มมูล, ศรรัก ทองชัย และเล็ก บ้านดอน 


กลุ่มอดีตผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เพื่อไทย จ่ายุทธ-ยุทธศักดิ์ ชูประเสริฐ ที่ปรึกษาพิเศษนายก อบจ.ปทุมธานี  และพรพิมล ธรรมสาร อดีต สส.ปทุมธานี พรรคภูมิใจไทย

กลุ่มอดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ปทุมธานี สิระพงษ์ สิริโพธินันท์ หรือโต นวนคร รองนายก อบจ.ปทุมธานี

หากพรรคก้าวไกล มีมติไม่ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ปทุมธานี ก็เชื่อว่า ด้อมส้มคงเทใจเลือกแจ๊ส เหมือนสมาชิกอนาคตใหม่เลือกแจ๊สสมัยที่แล้ว

นายใหญ่เหยียบเมืองปทุม

ฮือฮาไปทั้งเมืองปทุม เมื่อมีกระแสข่าว ทักษิณ ชินวัตร จะร่วมงานบวชของนายกเบี้ยว ในวันที่ 8 มิ.ย.2567


สส.ฟลุค-มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ สส.ปทุมธานี เขต 5 พรรคเพื่อไทย เป็นคนที่แจ้งข่าวว่า ทักษิณจะเดินทางมาเป็นประธานงานบวชลูกชายคนเล็กของ ‘นายกเบี้ยว’ กฤษฎา หลีนวรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลธัญบุรี 

วันก่อน นายกเบี้ยว และ สส.ฟลุค มนัสนันท์ หลีนวรัตน์ ได้ไปแสดงพลังหนุนชาญ พวงเพ็ชร์ ที่บ้านพักแถว อ.สามโคก 

การเดินทางมาเยือนเมืองปทุมธานีของทักษิณ ย่อมถูกจับตามองว่า เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งนายก อบจ.หรือไม่

อีกด้านหนึ่ง สรวงศ์ เทียนทอง ชี้แจงว่า สาเหตุที่เพื่อไทยแยกทางกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพราะการเลือกตั้ง สส.ปทุมธานี สมัยที่แล้ว บิ๊ก แจ๊สได้ส่งคนใกล้ชิดลงสมัคร สส.ในนามภูมิใจไทย

เฉพาะเขต 1-3 คนของบิ๊กแจ๊สแข่งกับอดีต สส.เพื่อไทยโดยตรง ส่งผลให้มีการตัดคะแนนกันเอง และผู้สมัคร สส.ก้าวไกลได้รับชัยชนะ

ดังนั้น พรรคเพื่อไทย ปทุมธานี จึงมีมติเลือกชาญ พวงเพ็ชร์ เป็นตัวแทนลงสนามนายก อบจ.ปทุมธานี ซึ่งชาญเคยเป็นนายก อบจ.ปทุมธานี ครั้งแรกในนามกลุ่มปทุมรักไทย(พรรคไทยรักไทย)

‘อุ๊งอิ๊ง’ หวังไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574718

14 พ.ค. 2567

16:12 น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ หวังไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030

‘อุ๊งอิ๊ง’ หวังไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride 2030 ชี้แจงปาฐกถาพาดพิง ธปท. เพราะอยากให้มีเป้าหมายคือประชาชน ย้ำรีบเดินขึ้นรถวันก่อน ไม่ได้หนีสื่อ แต่มีงานไปต่อ

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว บนเวที The Celebration : Right to love ว่า นับเป็นความพยายามของพรรคเพื่อไทย ในการผลักดันกฎหมายความเท่าเทียมของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ เมื่อ 23 ปีที่แล้วตั้งแต่รัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร พรรคไทยรักไทย ปี 2544 แต่ในยุคนั้นยังมีเสียงประชาชนต่อต้าน ไล่มาจนถึงรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แล้วมาสำเร็จในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมแล้ว และเชื่อว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในปีนี้ ซึ่งจะเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกคน เพราะถือเป็นความสำเร็จของทุกคนไม่ใช่คนใดคนหนึ่ง และอยากให้มาร่วมกันฉลองความคาดหวังว่าประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน World Pride ในปี2030  ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะไปให้ถึง ซึ่งงานในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ชาวต่างชาติได้รับรู้ 

ส่วนร่าง พ.ร.บ.รับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออก ทางเพศสภาพและคุณลักษณะทางเพศ ที่จะให้สิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ เปลี่ยนคำนำหน้านามให้ตรงกับเพศสภาพได้ ซึ่งจะผ่านการพิจารณา และประกาศใช้ก่อนจัดงานWorld Pride 2030 หรือไม่นั้น นางสาวแพทองธาร คาดหวังว่าจะผ่านกฎหมายได้ทัน แต่ก็ยังจะต้องผลักดัน เรื่องยุติการเลือกปฏิบัติและความเท่าเทียมในด้านอื่นคู่ขนานไปด้วย

นางสาวแพทองธาร ยังตอบคำถามถึงกรณีปาฐกถาวิจารณ์ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า มีวัตถุประสงค์อยากให้รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายร่วมกันคือประชาชน เพราะถ้าหากมีเป้าหมายร่วมกันจะสามารถทำงานจนทะลุเป้าหมายได้ ซึ่งความเดือดร้อนของประชาชนรวมถึงความเป็นอยู่ ต้องเป็นเป้าหมายร่วมกัน ทั้งนี้ ในฐานะหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน 

หลังสัมภาษณ์เสร็จ นางสาวแพทองธาร ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า วันนี้จะเดินช้าๆ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดว่าวิ่งหนีนักข่าว ซึ่งวันนั้นนักข่าวก็รู้ว่าตนรีบ เพราะมีงานต่อ ตนต้องรีบเดิน และผู้สื่อข่าวก็เดินตามมา ซึ่งที่ผ่านมาตนไม่เคยหนีนักข่าวเลย พร้อมกับย้อนถามกลับว่า “หนีได้เหรอ”

ศึกกัญชา ‘เนวิน’ ซุ่มเงียบ สายเขียวขาลง ‘นายใหญ่’ กระชับอำนาจ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574701

14 พ.ค. 2567

14:09 น.

ศึกกัญชา ‘เนวิน’ ซุ่มเงียบ สายเขียวขาลง ‘นายใหญ่’ กระชับอำนาจ

ศึกกัญชาธิปไตย เนวิน ครูใหญ่ซุ่มเงียบ นายใหญ่กระชับอำนาจ ดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด พท.โกยแต้มปราบยาบ้า เบรกสายเขียว

สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กับภารกิจคืนกัญชา เป็นยาเสพติดแบบอ่อนสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข กับภารกิจคืนกัญชา เป็นยาเสพติดแบบอ่อน

ศึกในพรรคร่วม เนวิน ครูใหญ่ซุ่มเงียบ ลูกน้องนายใหญ่ ขยับดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด พท.ชิงโกยแต้มปราบยาบ้า เบรกสายเขียวเสรี

กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กรณีตัดตอนกัญชาเสรี พรรคครูใหญ่-พรรคนายใหญ่ สัมพันธ์ไม่เหมือนเดิม อุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้เสมอ

พลันที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงสาธารณ สุข เร่งแก้ไขประกาศกระทรวง เพื่อให้กัญชากลับเป็นยาเสพติด ประ เภท 5 ทำเอา อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

อย่าลืมว่า นโยบายกัญชาเสรีของพรรคภูมิใจไทย มาจากคนต้นเรื่องคือ เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่เมืองบุรีรัมย์ ที่ลงทุนลงแรงขายแนวคิดกัญชาแก้จน มาตั้งแต่ปี 2561 

หากเรื่องดึงกัญชากลับเป็นยาเสพติด เกิดขึ้นสมัยรัฐบาลประยุทธ์ ครูใหญ่บุรีรัมย์ไม่ยอมถอยแน่ๆ แต่บังเอิญว่า วันนี้นายใหญ่บ้านจันทร์ส่องหล้า บารมีเหลือล้น ยากที่ค่ายสีน้ำเงินจะก่อการแข็งข้อ 

เสี่ยหนู จึงได้แต่พูดเบาๆว่า “ตอนนี้ เราไม่ได้ดูกระทรวงสาธารณสุขแล้ว เราต้องให้เกียรติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนปัจจุบัน”

ย้อนไปเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2565 รัฐมนตรีสาธารณสุข สมัยประกาศออกประกาศปลดล็อก ‘กัญชาไม่เป็นยาเสพติดประเภท 5’ 

จังหวะนั้น มี สว.คนหนึ่งเสนอให้ปิดช่องสุญญากาศกัญชาเสรี ขอให้ รมว.สาธารณสุข ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยปี 2542 ประกาศให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม เพื่อคุ้มครองเด็กเยาวชน และสังคม 

แม้เวลานั้น สาธารณสุขจะมีการออกประกาศห้ามไม่ให้มีการใช้กัญชา เพื่อการสันทนาการ และใช้ในพื้นที่สาธารณะ แต่ความเป็นจริงคือ พบการใช้เพื่อการสันทนาการ เยาวชนสามารถเข้าถึงกัญชาได้ง่าย

ผ่านไปการปลดล็อกกัญชาไปเกือบ 2 ปี ปรากฏว่า กระแสสังคมส่วนใหญ่เรียกร้องให้ดึงกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง


ความฝันสายเขียว

นโยบายกัญชา สมัยรัฐบาลประยุทธ์ ย่อมแตกต่างจากสมัยรัฐบาลเศรษฐา เพราะชั่วโมงนี้ นายใหญ่บ้านจันทร์ส่องหล้า ได้เข้ามากระชับอำนาจ พร้อมปรับทัศนคติพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค

หลัง อนุทิน ชาญวีรกูล สมัยที่เป็น รมว.สาธารณสุข ปลดล็อคกัญชากลางปี 2565 เนวิน ชิดชอบ ก็เดินหน้าปลุกกระแสกัญชาแก้จน สร้างแนวร่วมสายเขียวในพื้นที่ทั่วประเทศ

ถ้าจำกันได้ ช่วงหลังสงกรานต์ปี 2562 ครูใหญ่เนวิน เป็นโต้โผจัดงาน พันธุ์บุรีรัมย์ ที่สนามช้างฯ เซอร์กิต แถลงชัดเจนว่า “ผมเชื่อว่ากัญชาไม่เพียงแต่รักษาโรค แต่ยังเป็นพืชแก้จนที่เปลี่ยนชีวิตคนไทยได้…”

เมื่อค่ายสีน้ำเงินปลดล็อกกัญชาสำเร็จ กลับมีเสียงสะท้อนจากประชาชนกรณีเยาวชนติดยาเสพติดเพิ่มขึ้น รวมถึงการใช้กัญชาเชิงสันทนาการ จนทำให้วิสาหกิจกัญชาเพื่อการแพทย์กลับไม่มีใครพูดถึงมากนัก

เรื่องจริงอีกประการหนึ่ง ช่วงหาเสียงเลือกตั้งปีที่แล้ว ผู้สมัคร สส.ค่ายภูมิใจไทยในภาคอีสาน ไม่มีใครนำเอาเรื่องนโยบายกัญชามาหาเสียงเหมือนปี 2562 เพราะพวกเขารู้ว่า ชาวบ้านไม่ชอบเรื่องกัญชาเสรี

คืนกัญชาเป็น Soft Drug

อัพเดตความคืบหน้าการดึงกัญชากลับมาเป็นยาเสพติด สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามแนวนโยบายรัฐบาล จะให้กัญชาเป็น Soft Drug หรือยาเสพติดแบบอ่อน

เนื่องจากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 ที่ลงนามตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.2565 มีการกำหนดพืชหลายชนิดที่เป็น Soft Drug เช่น เห็ดขี้ควาย พืชฝิ่น

แนวคิด Soft Drug หมายถึงว่า ไม่ใช่ห้ามเสียทั้งหมด ส่วนไหนจะเป็นเพื่อการแพทย์และสุขภาพก็ต้องคุยกัน ส่วนที่รัฐบาลจะทำคือป้องกันความเสียหายและอันตรายที่เกิดขึ้นเด็กและเยาวชน


ฝั่ง ประสิทธิชัย หนูนวล เลขาธิการเครือข่ายเขียนอนาคตกัญชาไทย ได้ขยับเคลื่อนไหวคัดค้านการนำกัญชากลับเป็นยาเสพติด โดะจะเข้าพบสมศักดิ์ เทพสุทิน เพื่อหารือถึงข้อเสนอของเครือข่ายฯ ในการให้รัฐบาลศึกษาผลกระทบจากกัญชาเทียบเคียงกับเหล้า บุหรี่ 

หากรัฐบาลเพื่อไทย ยังยืนยันนำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด พลพรรคสายเขียวจะนัดชุมนุมใหญ่หน้าทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 9 มิ.ย.2567 ซึ่งเป็นวันครบ 2 ปีของการปลดล็อกกัญชา

นายกฯ เผย ครม. เห็นชอบ 514 ลบ. 18 โครงการ ภาคกลางตอนล่าง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574696

14 พ.ค. 2567

13:23 น.

นายกฯ เผย ครม. เห็นชอบ 514 ลบ. 18 โครงการ ภาคกลางตอนล่าง

นายกฯ เผย ครม. เห็นชอบหลักการงบ 514 ลบ. 18 โครงการ ภาคกลางตอนล่าง ค่าแรง 400 บาททั่วประเทศ เตรียมประกาศเดือน ก.ย. – ต.ค.นี้ ‘กฎษฎา’ ลาออก ไม่มีความขัดแย้ง เล็งจัดทัวร์นกขมิ้นโคราช ปลายเดือน มิ.ย.

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี ภายใต้แนวคิด “ฐานเศรษฐกิจสีเขียว การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์” ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง เสนอขออนุมัติงบประมาณสำหรับโครงการพัฒนาพื้นที่ 18 โครงการ ประกอบไปด้วยการพัฒนาเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้า พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวท้องถิ่น รวมไปถึงโครงสร้างระบบระบายน้ำและป้องกันอุทกภัย รวมเงินกว่า 514 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วย โครงการที่เสนอโดยจังหวัดและกลุ่มจังหวัด 10 โครงการ 246 ล้านบาท และโครงการที่เป็นข้อเสนอของคณะกรรมการบูรณาการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือ กรอ.จำนวน 8 โครงการ วงเงิน 268 ล้านบาท โดยให้ใช้งบประมาณประจำปีงบประมาณ 2567 และงบกลาง เพื่อดำเนินการต่อไป 

นอกจากนั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รับทราบความคืบหน้าการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทเท่ากันทั่วประเทศ โดยจะมีผลใช้บังคับภายในกันยายน – ตุลาคม 2567 นี้ และการยกเว้นการตรวจลงตราประเภท EEC Visa สำหรับแรงงานต่างชาติ สูงสุด 10 ปี และลดอัตราภาษีเงินได้ เป็นร้อยละ 17 เพื่อเป็นแนวทางการให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ และการพัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล หรือ EEC-d พร้อมยังเห็นชอบการแก้ไขกฎหมายการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT 7% สำหรับสินค้าที่สั่งซื้อออนไลน์นำเข้าจากต่างประเทศที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของไทย และป้องกันการทุ่มตลาดจากสินค้าราคาถูกนอกประเทศ 

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงกรณีที่นายกฤษฎา จีนะวิจารณ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นหนังสือชี้แจงการลาออกจากตำแหน่งถึงนายกรัฐมนตรี ที่ระบุว่านายพิชัย ชุณหะวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ให้เกียรติกันในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมว่า ได้เห็นจดหมายดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าไม่มีความขัดแย้งใดๆ และอาจเป็นความเข้าใจผิดในการแบ่งงาน เพราะยังมีภารกิจอื่นที่นายกฤษฎา สามารถช่วยเหลือได้ แต่นายกฤษฎาได้ตัดสินใจไปแล้ว และยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีฯ ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเสนอการแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่ 

นายกรัฐมนตรี ยังเปิดเผยด้วยว่า หลังจากนี้ จะมีการจัดทัวร์นกขมิ้น เพื่อตรวจราชการในจังหวัดอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง หลังได้นำร่องตรวจราชการที่จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรีมาแล้ว ระหว่างวันที่ 10-12 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อให้สามารถเห็นปัญหาจริงในพื้นที่ และทำให้เข้าใจปัญหาได้อย่างถ่องแท้ พร้อมย้ำด้วยว่า ปลายเดือนมิถุนายน หรือต้นเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีการจัดประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรครั้งต่อไปที่จังหวัดนครราชสีมา 

ส่วนรายการนายกรัฐมนตรีพบประชาชนนั้น นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ขณะนี้ คณทำงานกำลังดำเนินการเตรียมตัวกัน ซึ่งคาดว่า จะเป็นช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ หรือต้นเดือนมิถุนายน หลังตนเดินทางกลับจากต่างประเทศ ซึ่งน่าจะมีเรื่องที่สามารถมาเล่าให้ประชาชนฟังได้

สภาฯ เร่งปรับพื้นที่ ต้นไม้ล้ม – ประตูกระจกแตก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574683

14 พ.ค. 2567

11:19 น.

สภาฯ เร่งปรับพื้นที่ ต้นไม้ล้ม - ประตูกระจกแตก

สภาฯ เร่งปรับพื้นที่ หลังฝนถล่ม ต้นไม้ล้ม ประตูกระจกร่วงแตก แอร์กลับมาใช้งานได้ปกติแล้ว เจ้าหน้าที่เร่งปรับพื้นที่เข้าสู่สภาวะปกติ

หลังจากเมื่อวานนี้ฝนตกลงมาอย่างหนัก ลมกระโชกแรงมาก จนต้นไม้ในอาคารรัฐสภาฝั่งสภาผู้แทนราษฎร และบริเวณใกล้กับโรงอาหารฝั่งวุฒิสภาล้มขวางทางเดิน มีประตูร่วงแตกในอาคารวุฒิสภา

เช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ทยอยตัดกิ่งต้นไม้ที่ล้มทับตัวอาคารบางส่วนออกไป พบว่าสลิงที่ยึดเกาะต้นไม้กับพื้นหลุดออกมาเป็นสาเหตุทำให้ต้นไม้ล้มทับตัวอาคาร เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเคลื่อนย้ายและขุดต้นไม้ใหญ่ออกไป พร้อมปรับพื้นที่ให้เข้าสู่ภาวะปกติ

ขณะที่กระจกบานประตูที่แตกร้าวจนหลุดออกมาทั้งบาน บริเวณชั้น 9 และชั้น 10 ของอาคารรัฐสภาฝั่งวุฒิสภา เจ้าหน้าที่เก็บกวาดเศษกระจก และเข้าซ่อมแซมเพื่อให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ส่วนเครื่องปรับอากาศภายในอาคารรัฐสภาที่ระบบแอร์เสียเมื่อวานนี้ เช้าวันนี้ สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว

ปมไม่ให้เกียรติ ‘กฤษฎา’ เขย่ากระทรวงการคลัง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574681

14 พ.ค. 2567

11:04 น.

ปมไม่ให้เกียรติ ‘กฤษฎา’ เขย่ากระทรวงการคลัง

หนังสือลาออกของ ‘กฤษฎา จีนะวิจารณะ’ ระบุถึง รมว.คลัง ว่า ไม่ให้เกียรติในการปฏิบัติงาน เบื้องต้น ‘พิชัย’ ยังปฏิเสธตอบคำถามถึงเรื่องนี้

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยื่นหนังสือชี้แจงการลาออกจากตำแหน่งถึงนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่านายพิชัย ชุณหะวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไม่ให้เกียรติกันในการปฏิบัติงานอย่างเหมาะสมว่า ไม่สามารถตอบสั้น ๆ ได้ และขออนุญาตว่า หากจะตอบต้องมีเวลา

นายพิชัย ยังปฏิเสธที่จะชี้แจงด้วยว่า จะใช้เวลากี่วันในการชี้แจง และจะกระทบต่อการทำงานในกระทรวงการคลังหรือไม่ ส่วนได้มีการอ่านเนื้อหาในจดหมายของนายกฤษฎาแล้วหรือไม่นั้น นายพิชัย ปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าได้อ่านแล้วหรือไม่ เพียงแต่ระบุว่า สามารถเข้าใจได้ว่า การทำงานต้องมีเหตุและผล 

นายพิชัย ยังกล่าวถึงการนัดหารือร่วมกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ผู้ว่า ธปท.ว่า ใกล้ได้เวลานัดหมายแล้ว พร้อมยืนยันว่า ทุกอย่างสามารถพูดคุยได้

ส่วนนายเผ่าภูมิ​ โรจนสกุล​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง​ กล่าวว่า เห็นจากตามข่าวเท่านั้น ซึ่งต้องให้เกียรติ และต้องไปสอบถามนายกฤษฎา​ เพราะไม่สามารถให้ความเห็นเรื่องดังกล่าวได้ แต่ในการแบ่งงานนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้น ได้เชิญรัฐมนตรีช่วย ทั้ง 3 คนไปหารือร่วมกันด้วย พร้อมยืนยันว่า ส่วนตัวไม่ได้มีความขัดแย้งกับนายกฤษฎา​ และรู้จักกันมาตั้งแต่ตนทำงานอยู่ที่สำนักงานเศรษฐ​กิจ​การคลัง หรือ​ สศค.​ แล้วกว่า 10 ปี 

นายเผ่าภูมิ​ ยังกล่าวถึงกรณีที่กระทรวง​การคลัง​ เตรียมนัดหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ผู้ว่า ธปท.ว่า จะต้องไปสอบถามนายพิชัย​ ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ ซึ่งหากจะมีการนัดหมาย ผู้ที่จะต้องไปพูดคุย คือ นายพิชัย และนายจุลพันธ์​ อมรวิวัฒน์​ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง​

ฝนถล่มสภาฯหมื่นล้าน ต้นไม้ใหญ่หักล้ม เสียหายหนัก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574658

13 พ.ค. 2567

19:31 น.

ฝนถล่มสภาฯหมื่นล้าน  ต้นไม้ใหญ่หักล้ม เสียหายหนัก

ฝนถล่มทั่วกรุงเทพฯ “สภาฯ” หมื่นล้าน โดนด้วย พบประตูกระจก หลุดแตกเสียหายหนัก แม้มีลวดสลิงค้ำยันต้นไม้ไว้หลายเส้นแต่ไม่สามารถรั้งต้นไม้ดังกล่าวไว้ได้ ทำให้ล้มขวางทางเดิน  

เจ้าหน้าที่พยายามใช้ลวดสลิงค้ำยันต้นไม้ ที่อาคารรัฐสภาเจ้าหน้าที่พยายามใช้ลวดสลิงค้ำยันต้นไม้ ที่อาคารรัฐสภา

จากพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ฝนตกกระจายทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ประกอบกับมีลมกระโชกแรง

ปรากฎว่าเวลาประมาณ 15.00 น. ที่อาคารรัฐสภา มีฝนตกลงมาอย่างหนัก ประกอบกับมีลมกระโชกแรง สร้างความเสียหายให้แก่ต้นไม้ใหญ่ที่ปลูกไว้บริเวณริมทางเดินในตัวอาคาร ฝั่งสภาผู้แทนราษฎร และฝั่งวุฒิสภา แม้มีลวดสลิงค้ำยันต้นไม้ไว้หลายเส้นแต่ไม่สามารถรั้งต้นไม้ดังกล่าวไว้ได้ ทำให้ล้มขวางทางเดิน  

ต้นไม้ล้มขวางทางเดินต้นไม้ล้มขวางทางเดิน

โดยพบว่ามีต้นไม้ใหญ่ล้มลงแล้ว 2 ต้น และมีอีกหลายต้นที่เอนลง ส่อว่าจะล้มอีกเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าบานประตูกระจก บริเวณทางเข้าออกอาคารชั้น9ของอาคารรัฐแตก เนื่องจากลมแรงจนทำให้ประตูทั้งบานหลุดล้มลงไปบนพื้น และกระจกแตกร้าวอีกด้วย

ผ่าซุ้ม รทสช. ‘พีระพันธุ์’ นอมินีขุนศึกพึ่ง ‘บ้านใหญ่’ ไม่เอานายทุน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574648

13 พ.ค. 2567

16:56 น.

ผ่าซุ้ม รทสช. ‘พีระพันธุ์’ นอมินีขุนศึกพึ่ง ‘บ้านใหญ่’ ไม่เอานายทุน

ชำแหละ รทสช. พีระพันธุ์ กอดดีเอ็นลุงตู่ บ้านใหญ่ ฝั่งบูรพา-ปักษ์ใต้แตกต่างไม่แตกแยก วัดใจบิ๊กสปอนเซอร์สมัยหน้าไปต่อหรือไม่

อนาคต รทสช. อยู่ที่พีระพันธุ์ และเอกนัฏ จะไปต่อแบบไหนอนาคต รทสช. อยู่ที่พีระพันธุ์ และเอกนัฏ จะไปต่อแบบไหน

ผ่าซุ้ม รทสช. พีระพันธุ์ กอดดีเอ็นลุงตู่ บ้านใหญ่ ฝั่งบูรพา-ปักษ์ใต้แตกต่างไม่แตกแยก วัดใจบิ๊กสปอนเซอร์สมัยหน้าไปต่อหรือไม่ 

ชำแหละพรรค รทสช. มรดกการเมืองลุงตู่ กำเนิดจากนายทุน-ขุนศึก และบ้านใหญ่ ไม่ต่างจากพรรคเฉพาะกิจสายสีเขียวในอดีต 

ครม.สัญจรเมืองเพชรบุรี เป็นคิวของพรรครวมไทยสร้างชาติ เนื่องจาก สส.เพชรบุรี 2 คน จากทั้งหมด 3 คน สังกัดพรรค รสทช.

ดังนั้น พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. และเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค จึงนัดประชุมสัมมนาพรรคฯ ที่โรงแรมเดอะรีเจ้นท์ ชะอำบีชรีสอร์ท เมื่อ 12 พ.ค.2567

ขณะที่พรรค รทสช.มีปัญหาวุ่นๆ หลังจาก กฤษฎา จีนะวิจารณะ ลาออกจากตำแหน่ง รมช.คลัง และเตรียมลาออกจากสมาชิกพรรค รทสช.ภายในสัปดาห์นี้ 

ก่อนหน้านั้น สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค รทสช. ได้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคไปแล้วเช่นกัน

การขยับลาออกของกฤษฎา และสุพัฒนพงษ์ ทำให้มีการวิเคราะห์ทำนองว่า สปอนเซอร์ใหญ่ เตรียมถอนตัว และพรรค รทสช.ในอนาคต อาจแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ 

สำหรับ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค รทสช. ยืนยันไร้ปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในพรรค ไม่มีก๊กไม่มีซุ้ม

“ผมเคยบอกแล้ว ถ้ามีพีระพันธุ์ ก็ต้องมีเอกนัฏ ถ้ามีเอกนัฏ ก็ต้องมีก็ต้องพีระพันธุ์ เราทำงานเหมือนเป็นคนเดียวกัน”

อย่างทราบกัน พรรครวมไทยสร้าง ถือกำเนิดมาเพื่อรองรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเวทีเลือกตั้ง สส.ปีที่แล้ว จึงเปรียบเหมือนพรรคสืบทอดอำนาจ คสช. โดยมีกลุ่มทุนเป็นสปอนเซอร์ใหญ่ 

องค์ประกอบของ รทสช. ที่มีทั้งตัวแทนลุงตู่ กลุ่มทุน และสส.บ้านใหญ่ จึงถูกเรียกขานว่า พรรคนายทุน-ขุนศึก-บ้านใหญ่

ซุ้มนายทุนขุนศึก

พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีต สส.ที่ย้ายมาจากพรรค ปชป. และเป็นคนที่ พล.อ.ประยุทธ์ มอบให้ดำเนินการจัดตั้งพรรค รทสช.

ในพรรค รทสช. กลุ่มก๊วนใหญ่ที่สุดนำโดย พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ประกอบด้วย วิทยา แก้วภราดัย ,จุติ ไกรฤกษ์ ,ชัชวาลล์ คงอุดม ,หิมาลัย ผิวพรรณ, ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ,ธนกร วังบุญคงชนะ และดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง   

ส่วนใหญ่เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ยกเว้น หิมาลัย ผิวพรรณ ที่หัวหน้าพีระพันธุ์ แต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการพรรค แทนมาดามออย พิชชารัตน์ 

สำหรับตัวแทนสปอนเซอร์คือ สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, มล.ชโยทิต กฤดากร และ พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ รวมถึง กฤษฎา จีนะวิจารณะ อดีต รมช.คลัง ที่ได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ในโควตากลุ่มทุนใหญ่

รอยร้าวเริ่มชัดขึ้นระหว่างตัวแทนขุนศึกกับนายทุน กรณีกฤษฎาลาออกจาก รมช.คลัง และการปลดมาดามออย 

พลพรรคบ้านใหญ่

มังกรเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น หวนกลับมานั่ง รมช.พาณิชย์ เพราะพักหลัง เสี่ยเฮ้งได้ทำงานใกล้ชิดกับขิง เอกนัฏ และ สส.ปักษ์ใต้มากขึ้น จึงได้รับการสนับสนุนให้เป็นรัฐมนตรี

รวมถึงการปรากฏตัวของ พิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ตัวแทนกลุ่มทุนที่เดินทางไปร่วมคณะกับเสี่ยเฮ้งอยู่บ่อยครั้ง 

ขุมกำลังของเสี่ยเฮ้ง ได้แก่ จิรวุฒิ สิงโตทอง สส.ชลบุรี และ ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ สส.บัญชีรายชื่อ ,ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี และ อภิชาติ แก้วโกศล สส.เพชรบุรี 

นอกจากนี้ ยังมี สส.ภาคตะวันตก อย่าง อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี,กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี และ พท.สินธพ แก้วพิจิตร สส.นครปฐม

สำหรับซุ้มบ้านใหญ่ปักษ์ใต้ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นผู้ประสานงาน ซึ่งสส.ในภาคใต้ 14 ที่นั่ง ประกอบด้วยกลุ่มลูกหมี ชุมพล จุลใส อดีต สส.ชุมพร พันธมิตรกับกลุ่มพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว นายก อบจ.สุราษฏร์ธานี 

กลุ่มลูกหมี ชุมพล จุลใส ที่มี สส.ปักษ์ใต้ในมือมากกว่าทุกซุ้ม เป็นผู้สนับสนุนให้ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นั่ง รมว.อุตสาหกรรม 

นอกจากนี้ ยังกลุ่มชุมพล กาญจนะ อดีต สส.สุราษฏร์ธานี และกลุ่มวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายก อบจ.พัทลุง ซึ่งไม่นับรวม สส.เขตอีก 3-4 คน ที่ไม่ได้สังกัดซุ้มไหน

อนาคตของพรรค รทสช. ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มบ้านใหญ่ ที่มี สส.เขตอยู่ในซุ้มว่า จะเดินหน้าไปอย่างไร หากสปอนเซอร์รายใหญ่ถอนตัว

กกต. เคาะวันสมัคร สว. 20 – 24 พ.ค.นี้ เลือกระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ ภายใน มิ.ย.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/574639

13 พ.ค. 2567

15:21 น.

กกต. เคาะวันสมัคร สว. 20 - 24 พ.ค.นี้ เลือกระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ ภายใน มิ.ย.

กกต. เคาะวันสมัคร สว. 20 – 24 พ.ค.นี้ เลือกระดับอำเภอ 9 มิ.ย. ระดับจังหวัด 16 มิ.ย. ระดับประเทศ 26 มิ.ย. รับใบสมัครได้ที่สำนักงานเขต ที่ว่าการอำเภอ ทั่วประเทศ

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกำหนดวันเลือกและวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2567 โดยกำหนดวันรับสมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา ตั้งแต่วันที่ 20 – 24 พฤษภาคม 2567 ระหว่างเวลา 08.30- 16.30 น. ที่สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกระดับอำเภอกำหนด ไม่เว้นวันหยุดราชการ

กำหนดวันเลือกสมาชิกวุฒิสภา

  • 9 มิถุนายน 2567 เลือกระดับอำเภอ
  • 16 มิถุนายน 2567 เลือกระดับจังหวัด 
  • 26 มิถุนายน 2567 เลือกระดับประเทศ

โดยสำนักงาน กกต. จะส่งประกาศนี้ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาโดยเร็วต่อไป

สำหรับผู้ที่ประสงค์สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาจะสมัครได้เพียงกลุ่มเดียว อำเภอเดียว และจะถอนการสมัครไม่ได้ โดยสามารถติดต่อขอรับใบสมัคร (สว. 2) พร้อมแบบข้อมูลแนะนำตัว (สว. 3) และแบบหนังสือรับรองความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ หรือทำงานในกลุ่มที่สมัคร (สว. 4) ด้วยตนเอง ได้ที่สำนักทะเบียนอำเภอ (ที่ว่าการอำเภอ ทุกแห่ง และสำนักทะเบียนท้องถิ่นสำหรับ กรุงเทพมหานคร (สำนักงานเขต)