นายกฯ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา ประดิษฐานชั่วคราว ณ ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา ประดิษฐานชั่วคราว ณ ทำเนียบรัฐบาล

นายกฯ อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา ประดิษฐานชั่วคราว ณ ทำเนียบรัฐบาล

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.59 น.

นายกฯเป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา ประดิษฐานชั่วคราว ณ ทำเนียบรัฐบาล ก่อนนำไปประดิษฐานเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยความเลื่อมใสศรัทธา สะท้อนสายสัมพันธ์พระพุทธศาสนาไทย–ศรีลังกาอย่างแน่นแฟ้น

26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และภริยา เข้าร่วมพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว

โดยมีคณะรัฐมนตรี ได้แก่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

พร้อมด้วย นางเอทิริสิงเห อารัจจิลาเค ศรียานี วิชยันติ เอทิริสิงเห (H.E. Mrs. Edirisinghe Arachchilage Sriyani Wijayanthi Edirisinghe) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธีประมาณ 200 คน โดยบรรยากาศเต็มเปี่ยมไปด้วยความปลื้มปีติและเลื่อมใสศรัทธา


 
ในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุฯ นายกรัฐมนตรีได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นประดิษฐานบนบุษบก ณ บริเวณพิธี และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้อัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์ แห่งเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา หลังจากนั้น สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานสงฆ์ฝ่ายไทย และพระมหาเถระ พัลเลคามะ เหมรัตน นายากา เถโร ประธานสงฆ์ฝ่ายศรีลังกา ซึ่งเป็นผู้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาจากศรีลังกา ได้วางพวงมาลัยดอกไม้สดบูชาพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นนายกรัฐมนตรีวางพวงมาลัยดอกไม้สดและจุดเครื่องทองน้อยบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมถวายธูปเทียนแพ (เปิดกรวยกระทงดอกไม้) หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายธูปเทียนแพสักการะประธานสงฆ์ฝ่ายไทยและฝ่ายศรีลังกา


 
โอกาสนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เพื่อเปิดโอกาสให้คณะรัฐมนตรี ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน ได้ร่วมกราบสักการะและน้อมถวายเป็นพุทธบูชา โดยพิธีฯ ในวันนี้นับเป็นมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนสายธารศรัทธาในพุทธศาสนาลังกาวงศ์ ซึ่งสืบทอดยาวนานกว่า 8 ศตวรรษ อีกทั้งเป็นประจักษ์พยานแห่งความสัมพันธ์ทางจิตวิญญาณอันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับศรีลังกา
 
นอกจากนี้ ยังเป็นหมุดหมายสำคัญสู่การประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช และเชื่อมโยงกับการผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ซึ่งจะสร้างความภาคภูมิใจแก่ประเทศและพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ควบคู่กับการอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระมาปลูกในโอกาสสำคัญ สะท้อนคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม ความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา และความร่วมมืออันยั่งยืนระหว่างสองประเทศ


 
หลังจากนั้น ประธานสงฆ์ฝ่ายศรีลังกาและพระสงฆ์ศรีลังกาเจริญมงคลคาถา ให้พร กล่าวคำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ สวดมนต์ เจริญจิตภาวนา และกล่าวคำอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ประเทศชาติและประชาชน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะได้ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์จำนวน 7 รูป และกรวดน้ำและกราบลาประธานสงฆ์ทั้งสองฝ่าย ก่อนถ่ายภาพร่วมกับแขกผู้มีเกียรติ 
 
ทั้งนี้ พระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาในครั้งประวัติศาสตร์นี้ นับเป็นองค์แทนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลกต่างเคารพสักการะ เชื่อกันว่าเป็นพระบรมธาตุที่ได้รับการสืบทอดและอารักขาอย่างสมบูรณ์จากวัดยาธิลากาลา ราชวรมหาวิหาร วัดโบราณของศรีลังกา ซึ่งเป็นสถานที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราชรูปแรกในสายอัสกิริยา นิกายสยามอุบาลีวงศ์


 
พระบรมสารีริกธาตุ 2 องค์ที่อัญเชิญมาครั้งนี้ มีลักษณะพิเศษอันหายาก คือมีสี 3 สี ได้แก่ สีทองคำ (ทองอุไร)  สีเงินสว่างใส และสีงาช้าง อันเปี่ยมด้วยความงดงามและความเป็นสิริมงคล ซึ่งไม่ค่อยปรากฏว่าจะพบทั้งสามสีในองค์พระบรมสารีริกธาตุ และตรงตามรูปพรรณสัณฐานของพระบรมสารีริกธาตุจากมหาปรินิพพานสูตร  

โดยพระบรมสารีริกธาตุได้ประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ณ ทำเนียบรัฐบาล จนถึงเวลา 17.00 น. ก่อนที่จะถูกอัญเชิญไปยังวัดพระเชตุพนฯ และในวันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 พระบรมสารีริกธาตุจะถูกอัญเชิญไปประดิษฐานเป็นการถาวร ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 1,250 ปี พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช และวันมาฆบูชา พร้อมมีการจัดงานมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ซึ่งจะมีพิธีถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ 11,250 รูป และขบวนแห่ผ้าพระบรมธาตุอันศักดิ์สิทธิ์
 
ในโอกาสนี้ ยังมีการอัญเชิญหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากเมืองอนุราธปุระ ประเทศศรีลังกา ซึ่งเป็นต้นไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่เติบโตมาจากหน่อพระศรีมหาโพธิ์พุทธคยา ปัจจุบันมีอายุกว่า 2,333 ปี โดยจะนำมาปลูก ณ วัดพระมหาธาตุฯ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 800 ปีแห่งสายธารพุทธลังกาวงศ์สู่เมืองนครศรีธรรมราช อันเป็นรากฐานสำคัญของพระพุทธศาสนาในแผ่นดินไทย เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่สะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยและศรีลังกา ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานแห่งพระพุทธศาสนาและมรดกทางจิตวิญญาณร่วมกันของทั้งสองชาติ
 
รัฐบาลขอเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนและประชาชนที่สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมหากุศลครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมฉลองวาระครบรอบ 800 ปีแห่งพุทธลังกาวงศ์สู่เมืองนครศรีธรรมราช ที่เป็นจุดเริ่มต้นแห่งการเผยแพร่พุทธศาสนาลังกาวงศ์บนแผ่นดินไทย

สรรเพชญรายงานตัวสส.สมัยที่2

สรรเพชญรายงานตัวสส.สมัยที่2

สรรเพชญรายงานตัวสส.สมัยที่2

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.54 น.

“สรรเพชญ” รายงานตัวรับตำแหน่ง สส. สมัยที่ 2 เดินหน้าพัฒนาสงขลาทั้งจังหวัด เร่งรัดงานค้างคาเพื่อประชาชน

วันนี้ (26 ก.พ.) นายสรรเพชญ บุญญามณี เข้ารับเอกสารรับรองการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง ณ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ก่อนเดินทางมายังอาคารรัฐสภา เพื่อรายงานตัวในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  จ.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 1 ในนามพรรคภูมิใจไทย อย่างเป็นทางการ

นายสรรเพชญ กล่าวว่า ขอขอบพระคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชนอำเภอเมืองสงขลา ที่ให้ความไว้วางใจเลือกกลับมาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรอีกครั้งเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบสำคัญที่ตนจะทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ สำหรับการทำงานในสมัยนี้ ตนตั้งเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดสงขลาในภาพรวม ให้เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็ง โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับการเติบโต และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับประชาชนทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ โดยจะทำงานประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันศักยภาพของสงขลาให้ก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน จะเร่งรัดติดตามโครงการและปัญหาต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไว้ในสมัยที่ผ่านมาแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ให้เกิดความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาระบบน้ำประปาในอำเภอเมืองสงขลา การผลักดันโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในพื้นที่ รวมถึงการพัฒนาและส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสการจ้างงานให้กับประชาชนใน จ.สงขลา

“ความไว้วางใจที่ได้รับในครั้งนี้ คือพลังสำคัญในการเดินหน้าพัฒนาสงขลาให้เติบโตอย่างมั่นคง ผมจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน และติดตามทุกปัญหาอย่างไม่ทอดทิ้ง เพื่อให้ทุกนโยบายเกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนและจับต้องได้” นายสรรเพชญ กล่าว

015

ศึกศิษย์เก่า ITV ตวงพร ถล่ม มัลลิกา จี้ ชัชชาติ ประกาศตัวลงซ้ำ

ศึกศิษย์เก่า ITV ตวงพร ถล่ม มัลลิกา จี้ ชัชชาติ ประกาศตัวลงซ้ำ

ศึกศิษย์เก่า ITV ตวงพร ถล่ม มัลลิกา จี้ ชัชชาติ ประกาศตัวลงซ้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.27 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 ตวงพร อัศววิไล อดีตผู้ประกาศข่าวไอทีวี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า #จับตาศึกเลือกตั้งผู้ว่ากทม.2569

การเลือกตั้ง“ผู้ว่า กทม.ในครั้งที่ 12 ได้รับความสนใจขึ้นมา
ทันทีเมื่อ ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ประกาศตัวลงชิงตำแหน่ง”ผู้ว่า กทม.” ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ี่ 5 กรกฎาคม
2569 หลังจากที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569

ในฐานะคนกรุงเทพ และเคยทำงานสื่อสารมวลชนกับคุณมัลลิกา ช่วงที่อยู่“ไอทีวี”ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับการตัดสินใจลงสู่“สนามการเมือง”อีกครั้งของเธอ เพราะคุณมัลลิกาเคยเป็น“อดีตเลขานุการรัฐมนตรี“ของพรรคประชาธิปัตย์หลายคน
และเป็นอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ในยุคของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

หลังลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2566 คุณมัลลิกา
เบนเข็มเข้าสู่วงการ Influencer จัด “มัลลิกา วาไรตี้ ทอล์คโชว์”
ทางช่อง TikToK ด้วย“สไตล์การพูด”ที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น
ถึงลูกถึงคน ฟาดมาฟาดกลับ ทั้งภาษาตั้งแต่สมัยพ่อขุน
ภาษาปกติ รวมไป ถึงภาษาท้องถิ่น พร้อมกับขายเครื่องสำอางแบรนด์ Dr.Mallika โดยใช้สโลแกนว่า“เป็นแม่ค้าออนไลน์ที่มี
คำวามรู้ทางการเมืองนิดหน่อย

ดร.มัลลิกา ประกาศตัวลงสมัคร ”ผู้ว่า กทม.“ในนามอิสระ โดย
ระบุว่าเตรียมตัวมาประมาณ 8 เดือนแล้ว และอยู่ระหว่าง
การจัดตั้ง ”กลุ่มเพื่อนมัลลิกา“เบื้องต้นชูการแก้ปัญหา
ฝุ่นPM2.5และการแก้ปัญหาระบบการก่อสร้างในเขตกรุงเทพฯ

การทำการเมืองในลักษณะ“กลุ่มเพื่อน”จะมีลักษณะการอิงกับ
ระบบพวกพ้อง กลุ่มที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด ทำให้เกิด
เครือข่ายการบริหารจัดการงานการเมือง ดังนั้นจึงไม่แปลกใจ
ที่มีข่าวว่าหากคุณมัลลิกาลงสมัคร”ผู้ว่า กทม.“จะมีหนึ่งใน
ผู้ดำเนินรายการช่อง“แนวหน้าออนไลน์“เป็น”รองผู้ว่า กทม.“ด้วย

หากย้อนไปในอดีต “ผู้ว่า กทม.ที่ลงสมัครในนาม”กลุ่ม เช่น
พลตรีจำลอง ศรีเมือง ในนามกลุ่มรวมพลัง ในปี 2528 และปี
2533 , นายพิจิตต รัตตกุล ในนาม“กลุ่มมดงาน”ในปี 2539
นอกจากนั้นเป็นการสมัครในนามพรรคการเมือง เช่น
พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังธรรม พรรคประชากรไทย
และการลงสมัครในนาม“อิสระ”

การมี“ผู้เสนอตัว”เป็น“ผู้สมัครลงชิงชัยในตำแหน่ง“ผู้ว่า กทม.”
หลายคนเป็นเรื่องที่ดี เพราะคนกรุงเทพฯจะได้มี”ตัวเลือก“
มีข่าวว่า“พี่เต้ ไดโนเสาร์“มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ก็สนใจ
จะลงสนาม“ผู้ว่า กทม.”ด้วย

แต่การประกาศตัวลงสมัครไม่ว่าตำแหน่งใดๆก็ไม่ควร“ด้อยค่า”หรือ วิจารณ์“คู่แข่ง”ว่า“ไม่มีผลงาน”หากไม่มีข้อมูลเชิง
ประจักษ์มารองรับ เพราะการเป็น“ผู้ว่า กทม”ไม่สามารถ
ทำงานแบบ One (Wo)Man Show เนื่องจากปัญหาของ กทม.
มีความซับซ้อน เพราะเป็น “เมืองหลวง” เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเมืองและการคมนาคมของประเทศ

ผู้ว่าฯกทม. ต้องกำหนดนโนบายที่ชัดเจน เช่น การบริหารเมือง
โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค สิ่งแวดล้อม
การจัดระเบียบเมืองและความปลอดภัย การศึกษาและสาธารณสุข

กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่รับผิดชอบ 50 เขต กว่า 1,568 ตาราง
กิโลเมตร มีประชากรตามทะเบียนราษฎร์ประมาณ 5.7 ล้านคน
และยังมี“ประชากรแฝง”อีก 10-12 ล้านคน นี่คืองานที่มี Scale
ใหญ่มาก การจัดทีมบริหาร เช่น ทีมรองผู้ว่า กทม.“จึงเป็น
ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาควบคู่กับ ”ตัวผู้สมัครผู้ว่า กทม.“

อีกประมาณ 3 เดือน ก็จะถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง“ผู้ว่า กทม.”
ในวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569

ขณะนี้คุณชัชชาติ สิทธิพันธ์ ยังไม่ประกาศตัวอย่างเป็นทางการ
ว่าจะลงสมัคร ผู้ว่าฯกทม.เป็นสมัยที่ 2 แต่มีแนวโน้มว่าหากลง
สมัคร จะลงสมัครในนาม“อิสระ”เช่นเดิม

โดยส่วนตัวในฐานะ“คนกรุงเทพฯ”เคยใช้บริการร้องเรียนผ่าน
Traffy Fondue ปรากฎว่า ปัญหาได้รับการแก้ไขในเบื้องต้น
แต่ติดปัญหาขั้นตอนทางราชการ เช่น การบังคับใช้กฎหมาย

ส่วนตัวจึงค่อนข้างพึงพอใจการทำงานในวาระแรกของคุณชัชชาติ ช่วงปี 2565-2569 โดยเฉพาะทีมรองผู้ว่ากทม.ทั้ง 4 คน ที่มีบทบาทโดดเด่นมากคือ ผ.ศ.ทวิดา กมลเวช รับผิดชอบงาน
ด้านภัยพิบัติ และสาธารณสุข ในช่วงแผ่นดินไหวใหญ่และ
ตึกสตง.ถล่ม เป็นครั้งหนึ่งที่แสดงถึงศักยภาพที่โดดเด่นของ
“ผู้ว่า กทม.และทีมบริหาร”

อีกเพียง 3 เดือน ผู้ว่าฯชัชชาติก็จะหมดวาระการทำงาน 4 ปี
อยากให้“คุณชัชชาติ”ประกาศตัวให้ชัดเจนว่าจะลงสมัครเป็น
สมัยที่ 2 หรือไม่ เพื่อที่คนกรุงเทพจะได้มี”ทางเลือก“ที่มากขึ้น
ทั้ง”ผู้ที่สานงานต่อ เปลี่ยนคำสัญญาให้เป็นผลงาน“”ผู้ที่จะพลิก
โฉมการทำงาน“หรือ“หรือผู้จะริเริ่มนโยบายใหม่“

สนาม กทม.เดือด! มัลลิกา เช็ก 2 พรรคใหญ่ พบ ปชป.เตรียมส่ง กรณ์ สู้ศึก

สนาม กทม.เดือด! มัลลิกา เช็ก 2 พรรคใหญ่ พบ ปชป.เตรียมส่ง กรณ์ สู้ศึก

สนาม กทม.เดือด! มัลลิกา เช็ก 2 พรรคใหญ่ พบ ปชป.เตรียมส่ง กรณ์ สู้ศึก

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.15 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 ความเคลื่อนไหวการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เริ่มทวีความเข้มข้น ภายหลัง ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เปิดตัวลงสมัครรับเลือกตั้งในนาม “อิสระ” พร้อมประกาศจัดตั้ง “กลุ่มเพื่อนมัลลิกา” เพื่อขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหาคนเมือง โดย ดร.มัลลิกา เปิดเผยกับ “แนวหน้าออนไลน์” ว่า ตนเองได้ซุ่มเตรียมความพร้อมเพื่อศึกนี้มานานกว่า 8 เดือน ตามที่เสนอช่าวไปแล้วนั้น (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว’ ดร.มัลลิกา เปิดใจที่แรก ประกาศลงสมัครผู้ว่ากทม.)

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ดร.มัลลิกา ได้โทรศัพท์สายตรงถึงแกนนำ 2 พรรคการเมืองใหญ่ เพื่อสอบถามถึงทิศทางการส่งผู้สมัคร เพื่อประเมินสถานการณ์ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ โดยได้รับคำตอบที่น่าสนใจ คือ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ยืนยันชัดเจนว่า “ไม่ส่งคนลงสมัคร” ในนามพรรคครั้งนี้ ส่วน พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ส่งสัญญาณรุกหนัก โดยมีรายงานว่าจะส่ง นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคและมือเศรษฐกิจคนสำคัญ ลงชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.เพื่อหวังทวงคืนฐานเสียงสำคัญในเมืองหลวง

เปิดเบื้องลึกอนุทิน ตีกลับ 3 รายชื่อรมต.โควตาเพื่อไทย หลังเลขาฯครม.อธิบายคุณสมบัติ

เปิดเบื้องลึกอนุทิน ตีกลับ 3 รายชื่อรมต.โควตาเพื่อไทย หลังเลขาฯครม.อธิบายคุณสมบัติ

เปิดเบื้องลึกอนุทิน ตีกลับ 3 รายชื่อรมต.โควตาเพื่อไทย หลังเลขาฯครม.อธิบายคุณสมบัติ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.46 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) ส่งรายชื่อบุคคลที่เสนอให้เป็นรัฐมนตรี ให้กับแกนนำพรรคภูมิใจไทย และถูกตีกลับ 3 รายชื่อ ล่าสุด “แนวหน้าออนไลน์” ได้รับการยืนยันว่าข่าวนี้เป็นความจริง โดยแหล่งข่าวระบุว่า ในวันนี้เลขาธิการ ครม.ได้อธิบายข้อกฎหมายเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ รับทราบ โดยเฉพาะประเด็น “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” ตามมาตรา 160(4) ซึ่งหลังจากรับฟัง นายอนุทินได้ตัดสินใจตีกลับรายชื่อที่เสนอมาจากพรรคเพื่อไทย 3 คน คือ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน และ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ทันที (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน)

กกต.ระบุกระบวนการสาธิตการเลือกตั้งจำลองวันที่ 4 มี.ค.นี้ เสี่ยงเข้าข่ายผิดกม.หลายมาตรา

กกต.ระบุกระบวนการสาธิตการเลือกตั้งจำลองวันที่ 4 มี.ค.นี้ เสี่ยงเข้าข่ายผิดกม.หลายมาตรา

กกต.ระบุกระบวนการสาธิตการเลือกตั้งจำลองวันที่ 4 มี.ค.นี้ เสี่ยงเข้าข่ายผิดกม.หลายมาตรา

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.29 น.

กกต.ระบุกระบวนการสาธิตการเลือกตั้งจำลองวันที่ 4 มี.ค.นี้ เสี่ยงเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา ยันมั่นใจรับรองผลใน 17 วัน ไม่กระทบจับโกง 

เมื่อวันที่ 26ก.พ.2569  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าใช้เวลาเพียง 17 วันนับจากวันเลือกตั้งจนถึงประกาศรับรองผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 25 ก.พ.โดยเป็นการรับรองผลทั้งที่ยังคงมีเรื่องที่สังคมตั้งคำถาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนบัตรเลือกตั้งกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ตรงกัน หรือบัตรเขย่ง การจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีBar code และ QR code ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้ว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยตรงและลับ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและอาจทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ รวมทั้งตามกฎหมายกกต.มีเวลาในการพิจารณาเรื่องร้องทุจริตถึง 60 วันนับแต่วันเลือกตั้ง แต่ก็กลับรีบประกาศรับรองผลนั้น

แหล่งข่าวจาก กกต.ระบุว่า ในส่วนการตรวจสอบเรื่องร้องทุจริตนั้น สอบถามสำนักงานฯเร่งดำเนินการอยู่ โดยอยู่ในขั้นตอนของการให้จังหวัดดำเนินการสืบสวนสอบสวน ซึ่งยังไม่แล้วเสร็จ แม้จะมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว แต่หากเขตเลือกตั้งใดมีการทุจริตประชาชน หรือผู้สมัครก็สามารถยื่นร้องคัดค้านได้ภายใน 30 วันนับแต่ประกาศรับรองผล

“เป็นที่น่าสังเกตว่าหลังวันเลือกตั้ง คือ วันที่ 9 ก.พ.จนถึงวันที่25กพ.ในพื้นที่เหล่านี้ไม่มีการร้องเรียนเเจ้งเหตุทุจริตมาที่สำนักงานกกต.เเม้เเต่เขตที่พรรคประชาชนเเพ้การเลือกตั้งก็ตาม ทางสำนักงานฯจึงเสนอให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งในเขตเหล่านี้ ซึ่งกฎหมายก็ยังให้อำนาจ
กกต. ในการตรวจสอบการทุจริตในเวลา
1 ปี”

นอกจากนี้ แหล่งข่าวจาก กกต.ยังระบุด้วยว่าแม้ภาคประชาสังคม นักวิชาการ นักการเมืองบางพรรค อดีต กกต.จะออกมาโจมตีกกต.ในเรื่องของการทำบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง และมีการยื่นฟ้อง กกต.ต่อหลายหน่วยงาน รวมถึงศาลยุติ ธรรมนั้นเห็นว่ากฎหมายเปิดช่องให้ผู้มีส่วนได้เสียหากพบสิ่งผิดปกติสามารถยื่นร้องต่อกกต.ได้ ผู้สมัครรับเลือกตั้งก็สามารถร้องคัดค้านการประกาศผลการเลือกตั้ง หรือร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้อยู่แล้วแต่กลับพบว่า ภาคส่วนต่างๆใช้วิธีไปร้องเรียนหรือยื่นฟ้องดำเนินคดีกับสำนัก งาน กกต.ในกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ สำนักงานฯจะเน้นการชี้แจงข้อกล่าวหาในกระบวนการยุติธรรมและชี้แจงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก

ทั้งนี้ แหล่งข่าวยังระบุด้วยว่ากรณีที่เมื่อวานนี้(25 ก.พ.69)คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)เเละคณะ จัดประชุมเพื่อตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง 2569 มีการเสวนาและจัดกิจกรรมตรวจสอบการจัดการเลือกตั้งของ กกต. โดยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุว่า ในวันที่ 4 มี.ค.69 เวลา 13.30 น.จะสาธิตการเลือกตั้งจำลอง โดยจะใช้บัตรเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะมีรูปร่างคล้ายบัตรเลือกตั้งของ กกต. และจะตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงตัวแทนนักเรียน นักศึกษา เพื่อถอดรหัสว่าบัตรเลือกตั้งแต่ละใบเป็นของใครนั้น น่าพิจารณาว่า บัตรเลือกตั้งจำลองที่ว่านั้นจะมีรูปแบบและคุณลักษณะเช่นเดียวกับบัตรเลือกตั้งของกกต.หรือไม่ โดยเห็นว่าบัตรเลือกตั้ง คือ ทรัพย์เเละเป็นเอกสารทางราชการที่เป็นความลับ หากมีการจำลองขึ้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจผิดกฎ หมาย เรื่องการปลอมแปลงปลอม หรือใช้เอกสารทางราชการปลอมหรือไม่ เเละขั้นตอนการสืบค้นที่จะจำลองนั้นจะตรงกับหลักเกณฑ์ที่ กกต.วางไว้หรือไม่ หากพิสูจน์ได้ว่าการจำลองดังกล่าวไม่มีข้อมูล หลักฐาน เเละกล่าวอ้างลอยๆโดยตั้งสมมติฐานขึ้นเอง ตรงนี้อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายหลายมาตรา

ปัดตีตก สุริยะ-สมศักดิ์ อนุทินย้ำยังไม่ดีลพรรคไหน ลั่นรอบนี้เช็กคุณสมบัติ รมต.เข้ม

ปัดตีตก สุริยะ-สมศักดิ์ อนุทินย้ำยังไม่ดีลพรรคไหน ลั่นรอบนี้เช็กคุณสมบัติ รมต.เข้ม

ปัดตีตก สุริยะ-สมศักดิ์ อนุทินย้ำยังไม่ดีลพรรคไหน ลั่นรอบนี้เช็กคุณสมบัติ รมต.เข้ม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.34 น.

“อนุทิน”ปัดตีตกชื่อ”สุริยะ-สมศักดิ์”นั่งรมต. บอกยังไม่ได้คุย ย้ำคุณสมบัติรัฐมนตรียึดบรรทัดฐานศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยผ่านคดี”ภูมิธรรม-ทวี” ลั่นต้องเข้มข้นขึ้นเยอะ

26 กุมภาพันธ์ 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกระแสข่าวปัดตกรายชื่อ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) จากโควตารัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพราะต้องการให้คนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นรัฐมนตรี ว่า “ไม่มีเลย” เมื่อถามว่า ส่วน 2 บุคคลที่มีรายชื่อจะมีปัญหาหรือไม่ หากมาร่วมรัฐบาล นายอนุทิน กล่าวว่า “ยังไม่ได้คุยกับพรรคไหนเลย ไม่ว่าจะเรื่องของกระทรวง หรือเรื่องอะไรก็ตาม”

เมื่อถามว่า การเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีจะต้องคำนึงถึงเรื่องคุณสมบัติ หลังศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยในคดีของ นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กรณีแทรกแซงการเลือกตั้ง สว.ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แม้ทั้งสองคนจะไม่มีความผิด โดยจะต้องยึดแนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญวางหลักด้วยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “แน่นอน” เมื่อถามย้ำว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวทำให้การตรวจสอบคุณสมบัติต้องเข้มข้นกว่าเดิมใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “เข้มข้นกว่าเดิมเยอะเลย”

โฆษก ภท.โต้กระแสข่าว ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.พท.-วางตัว ครม.

โฆษก ภท.โต้กระแสข่าว ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.พท.-วางตัว ครม.

โฆษก ภท.โต้กระแสข่าว ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.พท.-วางตัว ครม.

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.14 น.

ยังไม่เป็นความจริง! “โฆษกภูมิใจไทย”ออกโรงโต้กระแสข่าว “ปิดดีลตั้งรัฐบาล-ตีกลับ รมต.ค่ายเพื่อไทยเปิดทางรุ่นใหม่-วางตัว ครม.” ย้ำ”อนุทิน”เคยแจ้งรอ กกต.รับรอง สส.ทั้งหมด-ให้การเมืองนิ่งก่อน ถึงจะดำเนินการขั้นต่อไป

26 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย โฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวชี้แจงกรณีกระแสข่าวจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ในส่วนของโควตารัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ถูกตีกลับชื่อรัฐมนตรี ขอเป็นคนรุ่นใหม่ รวมถึงมีการวางตำแหน่งรัฐมนตรีแล้วว่าอยู่กระทรวงนั้นกระทรวงนี้ ว่า ขอยืนยันว่า ยังไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ย้ำจุดยืนว่า การจัดตั้งรัฐบาลจะเกิดขึ้นได้จริง ต่อเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผล สส.อย่างเป็นทางการทั้งหมด และสถานการณ์การเมืองนิ่งเสียก่อน ยังไม่มีปิดดีลล่วงหน้า ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน และกลไกตามกฎหมาย

อามินทร์ เผยไลน์คุยให้กำลังใจธรรมนัส ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว

อามินทร์ เผยไลน์คุยให้กำลังใจธรรมนัส ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว

อามินทร์ เผยไลน์คุยให้กำลังใจธรรมนัส ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.01 น.

อามินทร์ เผยไลน์คุยธรรมนัส ให้กำลังใจกัน ย้ำสส.กล้าธรรม อยู่ตรงไหนก็ได้พร้อมทำงาน ลั่นไม่มีงูเขียว มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคกล้าธรรม เดินทางเข้ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยระบุว่า ตนไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมหลังจากที่ให้ข่าวไปก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับการร่วมรัฐบาลนายอนุทิน 2  และขณะนี้ไม่ได้รับรายงานว่า ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม จะเดินทางเข้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่

เมื่อถามว่า ตั้งแต่ที่ ร้อยเอกธรรมนัส เดินทางกลับมาจากประเทศฟินแลนด์ ได้พูดคุยกันบ้างหรือไม่ นายอามินทร์ กล่าวว่า ได้คุยผ่านไลน์ ต่างคนก็ต่างให้กำลังใจ แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม  และวันนี้ ร้อยเอกธรรมนัส ก็มอบหมายให้ตนมาทำงานตามปกติ และตนได้บอกกับ ร้อยเอกธรรมนัสไป ว่า ตนและเพื่อน สส.อยู่ตรงไหน ก็ได้พร้อมทำงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล 

เมื่อถามว่าขณะนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคกล้าธรรม จะเป็นพรรคฝ่ายค้านแล้วใช่หรือไม่ นายอามินทร์ กล่าวว่า ตนยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนปล่อยให้ผู้ใหญ่คุยดีกว่า ส่วนกระแสข่าวซื้อตัวงูเขียว นายอามินทร์ ยืนยันว่า ไม่มีงูเขียว มีแต่งูบอล (งูหลามบอล)  และมั่นใจว่า  สส. ทั้ง 58 เสียง ของพรรคกล้าธรรม จะไปด้วยกัน เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ ก็เหนื่อยกันมาพอสมควร และ เชื่อว่าร้อยเอกธรรมนัส ดูแล สส.ดี แต่ยอมรับว่าในขณะนี้ ยังไม่ได้พูดคุยซาวด์เสียงกัน 

อย่างไรก็ตาม จนขณะนี้ ในเวลา 14:30 น ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากร้อยเอกธรรมนัส

ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน

ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน

ตีกลับ 3 ชื่อ รมต.เพื่อไทย ภูมิใจไทยจี้ส่งคนรุ่นใหม่เสียบแทน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.30 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคภูมิใจ​ไทย​ (ภท.) ถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรี​ “อนุทิน 2/1” โดยสัดส่วนโควตาของพรรคภูมิใจ​ไทย​ นอกจากกลุ่มดรีมทีมเศรษฐกิจ และกลุ่มบ้านใหญ่แล้ว พบว่า พรรคจะจัดสรรให้กับกลุ่มเลือดแท้ ที่ทำงานให้กับพรรคภูมิใจ​ไทย มาโดยตลอด เข้าไปสอดแทรกใน 19 ที่นั่ง ในสัดส่วนภูมิใจไทย (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ภูมิใจไทย เปิดตัว โอกาสใหม่-พปชร. ทำเสียงทะลุ 292 จับตาดีล งูเขียว ไหลหนุนอนุทิน)

ขณะที่มีรายงานข่าวว่า หลังพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดชื่อรัฐมนตรี ซึ่งประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ , นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ , นายสมศักดิ์ เทพสุทิน , นายประเสริฐ จันทรรวงทอง แต่ปรากฏ​ว่า พรรคภูมิใจไทย ขอตีกลับ เนื่องจากติด 3 ชื่อหลัง และอยากให้พรรคเพื่อไทย ส่งคนรุ่นใหม่มาร่วมเป็นรัฐมนตรี