สกัด’TH-AI’ ยื่นผู้ตรวจฯชงส่งศาลปกครอง
วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
สกัด’TH-AI’ ยื่นผู้ตรวจฯชงส่งศาลปกครอง
“ศรีสุวรรณ” บุกร้อง ผู้ตรวจการฯ ชงศาลปกครอง ขอให้สั่งระงับโครงการ TH-AI Passport อ้างส่อพิรุธ เอื้อทุนสีน้ำเงิน ด้าน “ไอซ์” ขู่ยื่นป.ป.ช.ตรวจสอบโปรเจกต์ร้อน วงเงิน 1,600 ล้านบาท แก้เกี้ยวเปิดภาพผู้บริหารแพลนบีแล้วถูกสวนกลับ ลั่นไม่สนสัมพันธ์กับใครพร้อมลุยหมด ซัดเวทีรับฟังความเห็นเกณฑ์คนมาเป็นคันรถ ด้าน“ธีระชาติ”แฉทีโออาร์ลอกข้ามกระทรวง บี้”ไชยชนก”พับโครงการคืนเงินกองทุน ดีกว่าดันทะลุหลัง
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการฯ อาคาร C นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบ แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประมูลงานและการดำเนินโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) ของกระทรวงดีอี อันมีข้อพิรุธมากมายหลายประการดังที่กล่าวข้างต้น อันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อประชาชน และไม่เหมาะสมต่อการใช้งบประมาณแผ่นดินที่ไม่ประหยัด ไม่คุ้มค่า อันมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย เพื่อเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครองเพื่อพิจารณามีคำสั่งหรือคำพิพากษาระงับโดรงการดังกล่าว
‘ศรีสุสรรณ’ร้องผู้ตรวจฯปมTH-AI
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากจ้าวกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีนโยบายเพื่อขับเคลื่อนระบบ AI ของประเทศ โดยให้คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ตั้งเรื่องจัดซื้อจัดจ้างโครงการ TH-AI Passport ในวงเงิน 1,650 ล้านบาท ซึ่งในที่สุดได้ผู้ชนะการประมูล คือ “กิจการร่วมค้าทีเอช” ซึ่งเป็นการจับมือกันระหว่าง บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด และ บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยเสนอราคาที่ 1,621ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลางเพียง 29 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าบริษัทผู้ชนะมีความสนิทชิดเชื้อและเกี่ยวพันกับพรรคการเมืองสีน้ำเงินมาอย่างยาวนาน
โครงการดังกล่าวมีข้อพิรุธหลายประการ อาทิ การใช้งบประมาณกว่า 1.6 พันล้านแลกกับการเช่าบริการซอฟต์แวร์ต่างชาติชั่วคราวระยะเวลา 1 ปี ถูกท้วงติงอย่างหนักจากทุก ๆวงการ โดยไม่ยอมที่จะเปลี่ยนแปลง TOR หรือปรับปรุงสัญญาขึ้นมาใหม่ โดยปลัดฯดีอีอ้างว่าโครงการได้มีการลงนามในสัญญาไปแล้ว ส่งผลให้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในTORตามสัญญาได้ ทั้ง ๆ ที่ พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างฯ2560 มาตรา 97(3) ระบุในข้อยกเว้นว่า ทำได้หากแก้ไขเพื่อประโยชน์แก่หน่วยงานของรัฐ หรือประโยชน์สาธารณะ
จี้ส่งศาลปกครองสั่งระงับชั่วคราว
ในขณะที่ในหลาย ๆ ประเทศ เช่น ประเทศสิงคโปร์ทำเรื่องอัปสกิลAI ผ่านโครงการ SkillsFutureโดยรัฐร่วมมือกับมหาวิทยาลัยและบริษัทเทคโนโลยีโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านนายหน้า แถมสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่แจกคอร์ส แต่ประเทศไทยกระทรวงดีอีติดต่อร่วมมือกับเจ้าของเทคโนโลยี AI โดยตรงไม่ได้ ต้องมาเสียค่านายหน้าติดต่อให้แทน ซึ่งอาจมากกว่าต้นทุนเทคโนโลยีมากว่าหลายเท่า ถือได้ว่าเป็นการใช้งบแผ่นดินที่ไม่ประหยัด เพราะคนที่ได้ประโยชน์ไม่ถึง 5 แสนคนเท่านั้น อันมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายด้วย ด้วยเหตุดังกล่าวองค์กรรักชาติฯจึงนำความพร้อมหลักฐานมายื่นร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเป็นกรณีพิเศษ เพื่อยับยั้งโครงการดังกล่าวโยการนำความไปยื่นฟ้องศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลคุ้มครองชั่วคราวและมีคำพิพากษาสั่งระงับโครงการดังกล่าวต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าว
‘ไอซ์’ขู่ยื่นปปช.สกัดTH-AI Passport
ด้าน น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินภายหลังรัฐบาลเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นโครงการ TH-AI Passport ว่า ธงที่คณะกรรมาธิการฯ ยึดมั่นและต้องการสื่อสารมาโดยตลอดคือ ต้องการให้มีการล้มเลิก ยุติ และยกเลิกโครงการดังกล่าวทันที มีข้อเสนอแนะโดยตรงถึง นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะผู้ออกนโยบายว่า แม้ทางปลัดกระทรวงดีอี จะอ้างว่าเป็นผู้ถืออำนาจในการยกเลิกสัญญาหรือไม่ก็ตาม แต่ในความเป็นจริง ฝ่ายการเมืองที่เป็นผู้ออกนโยบายย่อมมีอำนาจที่จะตัดสินใจและสั่งการข้าราชการประจำได้ว่าท่านอยากให้เงิน 1,600 ล้านบาท ท่านยังจะเดินหน้าโครงการนี้ต่อหรือไม่ ตนคิดว่าเป็นอำนาจของฝ่ายการเมืองที่สามารถตัดสินใจและสั่งปลัดได้ว่า ไม่ควรเดินหน้าต่อกับโครงการแบบนี้ ตนขอเสนอทางออกว่า รัฐมนตรีสามารถใช้วิธีพับโครงการ แล้วจ่ายค่าปรับบางส่วนให้แก่บริษัทเอกชน จากนั้นนำเงินงบประมาณที่เหลือทั้งหมดส่งคืนกลับเข้ากองทุน
แนะเสนองบปกติเข้าสภาตรวจสอบ
น.ส.รักชนก ยังระบุอีกว่า หากรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะดำเนินโครงการพัฒนา AI เพื่อประเทศจริง ๆ ควรถอนโครงการนี้ออกจากงบประมาณกองทุน แล้วนำเสนอเข้ามาในระบบงบประมาณปกติ เพื่อให้ผ่านกระบวนการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎรอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ตั้งแต่การเปิดให้ สส.ได้อภิปรายในวาระแรก การพิจารณาอย่างรอบคอบในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ตลอดจนการกลั่นกรองตัดลดงบประมาณส่วนที่ไม่เหมาะสมในชั้นอนุกรรมาธิการ ซึ่งแนวทางนี้จะมีความสง่างามต่อตัวรัฐมนตรีเอง
ปชน.ไม่คิดขวางประเทศได้ใช้AI
น.ส.รักชนก ยืนยันว่าไม่มีใครคิดที่จะขวางอนาคตทางด้านเทคโนโลยี AI ของประเทศ แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือ ตลอดกระบวนการของเงิน 1,600 ล้านบาทนี้ พบความผิดปกติในทุกสิ่งทุกอย่าง จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดรัฐบาลยังจะฝืนเดินหน้าดันทะลุหลังโครงการนี้ต่อไปเพื่ออะไร ส่วนความผิดปกติในเวทีเสวนานั้น บรรยากาศภายในงานมีลักษณะเหมือนถูกตระเตรียมและเกณฑ์คนมาร่วมงานเพื่อฟอกขาวโครงการ ซึ่งหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนที่สุดคือ หลังจากจบงานพบว่ามีการเกณฑ์ผู้เข้าร่วมงานกลับขึ้นรถตู้ที่เหมามาด้วยกัน ซึ่งผิดวิสัยของผู้ที่สนใจเรื่องเทคโนโลยี AI ทั่วไปที่จะเหมารถตู้มาร่วมงานและกลับพร้อมกัน พร้อมแนะนำให้สังคมลองนำรายชื่อของบุคคลที่นั่งตอบคำถามอยู่บนโพเดียมในงานวันนั้น ไปสืบค้นข้อมูลดูอย่างละเอียด ว่ามีความเกี่ยวโยงหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนใด ๆ กับบริษัทที่เป็นเจ้าของสัมปทานจอดิจิทัลและบิลบอร์ดโฆษณาทั่วประเทศหรือไม่ ซึ่งหากไปค้นดูก็จะพบของดี อย่างแน่นอน
ลั่นไม่ว่าใครส่อทุจริตตรวจสอบหมด
สำหรับกรณีที่เมื่อวานนี้ได้ปล่อยภาพผู้บริหารบริษัท Plan B ร่วมงานวันเกิดตระกูลชิดชอบ ก่อนที่จะมีการปล่อยภาพนายปิยบุตร แสงกนกกุล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ จากอีกฝั่งเหมือนกัน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ไม่ว่าคนในพรรคจะมีความสัมพันธ์ในรูปแบบใดกับใครก็ตามสส.กว่า 100คนของพรรคประชาชนยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์เดียวกัน คือเดินหน้าทำงานตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินอย่างเต็มที่และตรงไปตรงมา โดยไม่นำเรื่องส่วนตัวมาพิจารณา ต่อให้บุคคลนั้นจะเป็นญาติ เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนสมัยเรียน มีความสัมพันธ์เป็นบุพการี หรือเป็นใครก็ตามแต่ แต่ถ้ามีพฤติกรรมในการใช้วิธีงบประมาณแผ่นดินไปอย่างส่อทุจริตคอร์รัปชัน หรือเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง กล้าพูดได้เลยว่าจะไม่ไว้หน้าใคร
ถ้าไม่หยุดโครงการ-ขู่ร้องปปช.สอบ
น.ส.รักชนก ยังชวนให้สังคมคิดวิเคราะห์เปรียบเทียบว่า หากกรณีนี้เกิดขึ้นกับ สส. ของพรรคการเมืองอื่น ที่มีภาพถ่ายคู่กับอดีตผู้นำพรรคหรือผู้นำจิตวิญญาณ พวกเขาจะยังยินดีหรือกล้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบความไม่โปร่งใสต่อไปเช่นนี้หรือไม่ แต่สำหรับพรรคประชาชน ขอยืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบต่ออย่างแน่นอน และได้ยื่นคำขาดทิ้งท้ายด้วยว่า “เจอแน่ ถ้าท่านเปิดลงทะเบียนเมื่อไหร่ มีคนลงทะเบียนเมื่อไหร่ ยื่น ป.ป.ช.แน่นอน”
จัดเสวนาเหมือนกับการฟอกขาว
ขณะที่ นายธีระชาติ ก่อตระกูล อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า งานแสวนามื่อวาน (11มิ.ย.69) ถ้างานเหมือนเป็นงานแถลงข่าวมากกว่าเปิดรับฟังความคิดเห็น เพราะขนาดถ่ายทอดสดออนไลน์ยังปิดคอมเมนต์เลย จึงตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการพยายามฟอกขาว คำถามที่ถามไปแล้วไม่ได้ตอบเนื่องจากดูหน้างานเราเห็นอยู่แล้วว่าถูกออกแบบมาว่าให้เราพูดได้น้อยที่สุด สิ่งที่สื่อมวลชนไม่ได้ยิน คนข้างหลังกระซิบกันว่าเปิดโอกาสให้คนอื่นถามบ้าง อย่าเห็นแก่ตัว อย่าถามคนเดียว คำถามที่เราจี้ถามไป 1,500 ล้านบาท ทำไมไม่มีรายละเอียด ซึ่งส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดก็ไม่มีคำตอบ ตัวรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง หรือผู้ที่เคยมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ ก็ตาม บอกว่าโทเคนใช้ได้แบบไม่มีจำกัด แต่เมื่อวานก็บอกว่ามีจำกัด หรือคำถามที่ น.ส.รักชนก เปิดออกมาว่าทำไม TOR ไปเหมือนกับอีกกระทรวงหนึ่ง เราเข้าใจว่ามีการคัดลอกวาง แต่ก็ไม่ควรข้ามกระทรวง
สงสัยทำไมปลัดฯไม่มีอำนาจยกเลิก
“ท่านปลัดบอกว่าอีกหน่อยไม่ควรมีโครงการแบบนี้อีก ซึ่งผมเห็นด้วยมากๆ ว่าไม่ควรมีโครงการแบบนี้อีกแล้วคุณใช้ความสะเพร่ามากๆในการออกแบบ TOR สิ่งที่ท่านปลัดต้องรับผิดชอบ ผมถามเอกชนว่าถ้ามีปัญหายกเลิกได้หรือไม่ แต่ท่านปลัดบอกว่าด้วยอำนาจของท่านปลัดไม่อนุญาต ท่านลืมไปหรือไม่ว่าอำนาจของท่านเป็นอำนาจของท่านหรืออำนาจของประชาชนที่เป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง ท่านทำอะไรก็ได้โดยที่ท่านไม่สนใจรายละเอียดใน TOR เป็นเรื่องที่รับไม่ได้ของคนที่รับผิดชอบอนาคตของประเทศ” นายธีระชาติ กล่าว
สำนักนายกฯใช้งบทำแค่2.4ล้าน
นายธีระชาติ ยังระบุว่า ปัจจุบันทางสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) หรือ OKMD ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีแอปพลิเคชัน AI ในลักษณะเดียวกันกับโครงการ TH-AI Passport ให้ประชาชนสามารถเข้าไปดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรีอยู่แล้วตั้งแต่วันนี้ โดยโครงการของ OKMD ใช้งบประมาณเพียง 2.4 ล้านบาทเท่านั้น เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับโครงการ TH-AI Passport ที่ใช้งบประมาณสูงถึง 1,600 ล้านบาท แต่กลับไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน จึงเห็นได้ชัดว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องรอระบบราชการอีกเป็นปีเพื่อเข้าถึงAI
ปชน.ไม่หนุนโครงการส่อทุจริต
เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ (11มิ.ย.69) นางการดี เลียวไพโรจน์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ไปสอบถามเหมือนกันและให้แนวทาง 3ทาง ทั้งปรับเปลี่ยน ยกเลิกและเดินหน้าต่อ พรรคประชาชนเห็นด้วยกับแนวทางไหน นายธีระชาติ กล่าวว่า การติดกระดุมเม็ดแรกผิดคือส่อทุจริตอยู่แล้ว ตอนนี้สังคมกำลังถูกให้มองว่าของมันดี AI มันดีอย่างนี้ ทำไมพรรคประชาชนถึงเบรก ไม่ให้ประชาชนใช้ ซึ่งเราไม่เคยต่อต้าน AI หรือบอกว่าห้ามไม่ให้ประชาชนใช้ แต่คุณกำลังออกประชาชนเป็นตัวประกันว่าถ้าอยากใช้ต้องช่วยกันดันของที่ทุจริต ซึ่งตนคิดว่าเป็นค่านิยมที่ผิด เราควรดูที่เนื้อหา การบอกว่าพรรคประชาชนกำลังต่อต้าน เป็นเรื่องที่ผิด ตนยังงงว่า ทำไมถึงกล้าทำอะไรที่โจ่งแจ้งขนาดนี้