Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ’เชียงรายคึกคัก อากาศหนาว นทท.แห่แช่น้ำแร่

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699569

'บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ'เชียงรายคึกคัก อากาศหนาว นทท.แห่แช่น้ำแร่

‘บ่อน้ำร้อนผาเสริฐ’เชียงรายคึกคัก อากาศหนาว นทท.แห่แช่น้ำแร่

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.52 น.

วันที่ 21 ธ.ค.65 จากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในระยะนี้โดยมีอุณภูมิต่ำสุดเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 13-16 องศาเซลเซียสส่งผลทำให้ที่บริเวณบ่อน้ำร้อนผาเสริฐ บ้านผาเสริฐ ต.ดอยฮาง อ.เมือง จ.เชียงราย ได้มีนักท่องเที่ยวพากันเดินทางไปท่องเที่ยวกันอย่างคึกคัก ซึ่งปัจจุบันทางเทศบาลตำบลดอยฮางได้มีการปรับภูมิทัศน์ให้มีความสวยและเปิดให้มีบริการแช่และอาบน้ำแร่ โดยมีทั้งแบบสระน้ำกว้าง บ่อแช่ในห้องส่วนตัวและบริการแช่เท้า 

โดยพบว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ แวะเวียนพากันเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมดูความมหัศจรรย์ของปรากฎการณ์ทางธรรมชาติน้ำแร่เดือด หลายคนเลือกที่จะซื้อไข่ไก่ ไข่เป็ด และไข่นกกระทา ซึ่งทางชุมชนมีไว้บริการขายเป็นชะลอม ขนาดเล็ก 20 บาท ขนาดใหญ่ 50 บาท ขณะที่หลายคนก็เลือกที่จะลงแช่สระและแช่น้ำแร่ภายในห้องส่วนตัว โดยสระคิดค่าบริการสำหรับเด็กคนละ 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ส่วนห้องส่วนตัวคนละ 50 บาท หากมา 2 คน ราคา 80 บาท และ 3 คน 100 บาท สำหรับแช่เท้าทางพื้นที่ให้บริการฟรี ซึ่งการแช่น้ำแร่ นอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งการปรับสมดุลของร่างกายและปรับสภาพผิว ยังสร้างความอบอุ่นสามารถบรรเทาและคลายความหนาวจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นในขณะนี้ได้อีกด้วย

นางอามือ ปัญญะโชติกุล เจ้าหน้าที่ด้านบริการบ่อน้ำแร่ผาเสริฐ เทศบาลดอยฮาง กล่าวว่า ในช่างการแพร่ระบาดของโควิด 19 ในระยะ 2-3 ปีทีผ่านมา ทางพื้นที่ปิดให้บริการไปนานมาก โดยนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปก็หายไปด้วย ทำให้พื้นที่ซบเซา แต่มาปีนี้การท่องเที่ยวบริเวณบ่อน้ำร้อนเริ่มกลับมาคึกคัก พอที่จะสร้างรายได้เข้าเทศบาลฯ และสร้างรายได้แก่ชุมชน โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่หลากหลายทั้งคนในพื้นที่ นักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด และชาวต่างชาติ โดยอุณหภูมิของน้ำแร่ที่นี่สูงประมาณ 80 องศาลเซลเซียส แต่ทางเทศบาลตำบลดอยฮางได้จัดระบบน้ำผสมน้ำเย็นไว้บริการเหลืออุณภูมิประมาณ 38 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับการมาแช่หรืออาบน้ำแร่ ยิ่งอากาศหนาวเช่นนี้บ่อน้ำร้อนแห่งนี้ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวๆระวัง! ‘ดีเจดัง’เจอยื่นแก้วให้ดื่ม ไม่ถึง 5 นาที สลบหน้าทิ่ม เลือดออกทุกรูในร่างกาย

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699551

สาวๆระวัง! 'ดีเจดัง'เจอยื่นแก้วให้ดื่ม ไม่ถึง 5 นาที สลบหน้าทิ่ม เลือดออกทุกรูในร่างกาย

สาวๆระวัง! ‘ดีเจดัง’เจอยื่นแก้วให้ดื่ม ไม่ถึง 5 นาที สลบหน้าทิ่ม เลือดออกทุกรูในร่างกาย

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.26 น.

วันที่ 21 ธันวาคม 2565 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ลูกหว้า” อาทิตยา ไชยสิงห์ ดีเจ-พริตตี้ คนดัง ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “โพสต์เตือนเป็นอุทาหรณ์นะคะ หว้าเป็นดีเจเปิดเพลงเสร็จ ลงมาจากบูธมีคนยื่นแก้วให้กิน ด้วยกลัวว่าจะเสียมารยาท เลยหยิบแก้วมากิน ไม่มีอาการเมาอะไรเลย”

“หลังจากนั้นไม่ถึง 5 นาที หว้าก็สลบหน้าทิ่มพื้นล้มแบบทิ้งตัวไม่ได้สติ เลือดกำเดาไหล เข่าแตก จมูกอักเสบ ธาตุไฟแตก เลือดออกทุกรูในร่างกาย โชคดีที่หว้าร่างกายแข็งแรงไม่ค่อยดื่มเหล้า ถ้านอนน้อยดื่มเยอะอาจจะไม่โชคดีแบบนี้ อาจจะช็อกก็ได้”

 “เกิดมาหว้าไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ไม่รู้เขาใส่อะไรลงไปในแก้วให้กิน แต่น่าจะไม่ใช่ของเมา ฤทธิ์มันคล้ายกับยาสลบที่เอาไว้ใช้เวลาผ่าตัดเลย เพราะสลบไปเลย จำอะไรไม่ได้ น่ากลัวมาก ๆ หลังจากนี้จะไม่รับแก้วจากคนแปลกหน้าอีกแล้ว ดีที่ยังฟื้นขึ้นมา โชคดีที่ไม่สลบยาว”

“เตือนเพื่อน ๆ ระวังกันด้วยนะคะ อย่าโดนเหมือนเราเลย จิตตก กลัวมาก ๆ ดีที่มีคนอยู่ด้วย ถ้าอยู่คนเดียวคงโดนอุ้มไปแล้ว น่ากลัวมาก ๆ”

นอกจากนี้เธอยังเข้ามาตอบคอมเมนต์ที่เพื่อนเพิ่มเติมว่า “หากไม่มีการ์ดร้านอยู่ข้างหน้า เธอคงถูกคนที่ยื่นแก้วให้ดื่มอุ้มไปแล้ว”

ขอบคุณภาพ : Atittaya Chaiyasing

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จระเข้’บึงสีไฟ’หนีหนาว! นอนอ้าปากอาบแดด รับไออุ่นริมบ่อเลี้ยง

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699545

จระเข้'บึงสีไฟ'หนีหนาว! นอนอ้าปากอาบแดด รับไออุ่นริมบ่อเลี้ยง

จระเข้’บึงสีไฟ’หนีหนาว! นอนอ้าปากอาบแดด รับไออุ่นริมบ่อเลี้ยง

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.26 น.

พิจิตรอากาศเย็นช่วงเช้า จระเข้’บึงสีไฟ’หนีหนาว ขึ้นมาอาบแดดในยามรับไออุ่นริมบ่อเลี้ยง อวดโฉมให้นักท่องเที่ยวชมในช่วงฤดูหนาว

21 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่าจากสภาพอากาศหนาวเย็นลงในช่วงเช้า โดยในพื้นที่จังหวัดพิจิตรอุณหภูมิอยู่ที่18- 19 องศาเซลเซียส จากอากาศที่หนาวเย็นดังกล่าว ส่งผลทำให้จระเข้ในบ่อเลี้ยงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่บึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร 

โดยเฉพาะจระเข้ตัวที่มีขนาดเล็กได้ขึ้นมาจากน้ำ นอนอยู่ตามแนวตลิ่งของบ่อน้ำเพื่อมาอาบแดด คลายความหนาว จากอากาศที่อุณหภูมิเย็นลงจนทำให้น้ำมีความเย็นทำให้จระเข้หนีหนาวขึ้นมาบนฝั่ง นอนอาศัยแสงแดดเพื่อคลายความหนาว สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ไปเข้าชมเป็นอย่างมาก เพราะโดยปกติจระเข้มักจะลอยตัวอยู่ในน้ำโผล่มาแค่จมูกให้ได้เห็น แต่การที่จะเห็นจระเข้จำนวนมากขึ้นมาผึ่งแดดนั้นหาโอกาสดูได้ยากจึงเป็นโอกาสดีในช่วงนี้ 

โดย นางสายหยุด เดือนขุนทด แม่ค้าขายของบริเวณบ่อจระเข้ กล่าวว่า ในช่วงฤดูหนาว จระเข้จะขึ้นมาจากน้ำจำนวนมาก เนื่องจากน้ำมีอุณหภูมิที่เย็น จระเข้จึงขึ้นมาจากน้ำและมานอนอาบแดดคลายหนาว จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะที่นักท่องเที่ยว จะได้ชมจระเข้จำนวนมากอย่างใกล้ชิด

สำหรับจระเข้ในบ่อเลี้ยงขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ในบริเวณบึงสีไฟ เป็นบ่อเลี้ยงแบบธรรมชาติ ล่าสุดมีจระเข้อยู่เกือบ 200 ตัวและจะมีการผสมพันธุ์ออกลูกในบ่อเลี้ยงเพิ่มอีก ซึ่งถือว่าบ่อจระเข้แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดพิจิตร ในพื้นที่บึงสีไฟ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อนุโมทนาบุญ! ลูกเมียบริจาคอวัยวะสามี เสียชีวิตสมองตาย ช่วยผู้ป่วย4ราย

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699541

อนุโมทนาบุญ! ลูกเมียบริจาคอวัยวะสามี เสียชีวิตสมองตาย ช่วยผู้ป่วย4ราย

อนุโมทนาบุญ! ลูกเมียบริจาคอวัยวะสามี เสียชีวิตสมองตาย ช่วยผู้ป่วย4ราย

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 07.33 น.

เมียและลูกร่วมบุญกุศลใหญ่ให้สามี ด้วยการบริจาคอวัยวะ ดวงตา และไต ช่วยเหลือ 4 ชีวิตใหม่ หลังสูญเสียสามี ด้วยอาการสมองตาย จากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก นับเป็นรายที่ 4 ของโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ที่นำอวัยวะไปช่วยเหลือผู้ป่วย 54 ราย ให้สามารถมีชีวิตและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

21 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลราชบุรี ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณยกย่องครอบครัวของ นายไชยา พิมพา อายุ 43 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 7 ต.เขาสามสิบหาบ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ผู้วายชนม์ ที่เสียชีวิตจากสภาวะเลือดออกในสมองและสมองตาย

โดยมี นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณยกย่อง นายไชยา พิมพา ผู้เสียชีวิตที่ได้บริจาค อวัยวะมอบชีวิตใหม่ 4 ราย ให้กับทาง น.ส.ณัฐติญา ศรีสังวร อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายไชยา พิมพา พร้อมทั้งมอบพวงหรีดดอกไม้สด เพื่อเป็นการร่วมไว้อาลัยและแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว ของนายไชยา ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวและญาติพี่น้องที่มารอรับศพจากโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีเพื่อนำกลับไปทำพิธีบำเพ็ญกุศลศพยังบ้านเกิดที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

นายแพทย์อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี ได้เป็นผู้แทนสภากาชาดไทย ได้อ่านประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สภานายิกาสภากาชาดไทย มีพระราชเสาวนีโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า “นายไชยา พิมพา ได้บริจาค ดวงตา และไต ให้กับศูนย์รับบริจาคอวัยวะและดวงตาสภากาชาดไทย

ซึ่งสภากาชาดไทยได้นำไปช่วยเหลือกับผู้ป่วยตามเจตนารมณ์แล้ว ขอกุศลกรรมที่ได้บำเพ็ญเพื่อประโยชน์แก่ผู้ป่วย จงเป็นอานิสงส์ดลบันดาลให้ นายไชยา พิมพา ประสบกับความเกษมสำราญในสัมปรายภพชั่วนิรันดร์ และครอบครัวมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงปรารสจากโรคภัยอายุยืนนาน ให้ไว้ ณ วันที่ 14 ธันวาคม 2565”

นายแพทย์ อนุกูล ไทยถานันดร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา นายไชยา พิมพา อายุ 43 ปี ผู้ตายได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมะการักษ์ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ผู้ตายมาด้วยอาการปวดศีรษะ ไม่รู้สึกตัว 3 ชั่วโมง โรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง และไขมันในเส้นเลือดสูง ได้รับการตรวจรักษาและส่งเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองพบว่ามีภาวะเลือดออกในสมองและได้ส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี

ทางคณะแพทย์ได้ทำการผ่าตัดสมองเพื่อช่วยชีวิต เนื่องจากผู้ตายมีโรคประจำตัวและอาการหนักมากและจึงทำให้อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว ภรรยาของผู้ตายและบุตรสาว 2 คน ได้รับทราบข้อมูลและอาการของผู้ตาย ทางทีมพยาบาลผู้ประสานงานการรับบริจาคอวัยวะ ได้ทราบถึงความประสงค์ที่ ภรรยาของนายไชยา พิมพา ผู้ตาย จะบริจาคดวงตาและอวัยวะทุกส่วนที่จะนำประโยชน์ เพื่อไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่สิ้นหวังและยังเป็นการสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ให้กับผู้วายชนม์ในวาระสุดท้ายของชีวิต

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี กล่าวต่อว่า ทางสภากาชาดไทยได้รับบริจาค ไตสองข้าง ดวงตาสองข้าง ให้กับสภากาชาดไทย ซึ่งสภากาชาดไทยได้นำไปช่วยเหลือผู้ป่วย จำนวน 4 ราย ตามเจตนารมณ์แล้ว ตนในฐานะผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ขอเชิดชูเกียรติ นายไชยา พิมพาและครอบครัว ที่ได้สร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ คือการ บริจาคอวัยวะซึ่งถือเป็นการสร้างประโยชน์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เป็นการให้ชีวิตใหม่ให้ผู้ป่วยที่รอคอยการรับบริจาคได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งยังมีโอกาสสร้างประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป

ภายหลังจากที่ทางภรรยา และลูก ของนายไชยา พิมพา ได้ประสงค์บริจาคอวัยวะ ทางทีมแพทย์สภากาชาดไทย พร้อมด้วย ทีมแพทย์ศูนย์เนื้อชีวภาพกรุงเทพฯในพระอุปถัมภ์ฯ จึงได้ผ่าตัดนำอวัยวะที่สามารถนำไปใช้ได้ประกอบด้วย ดวงตา 2 ข้าง ไต อีก 2 ข้าง รวมทั้งหมด 4 ชิ้น นำไปช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังรอการปลูกถ่ายอวัยวะทั้งหมด 4 รายแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างพักฟื้น

นายแพทย์ อนุกูล กล่าวอีกว่า สำหรับนายโสภณ ดิษณะ นับเป็นรายที่ 4 ของโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี รายแรก 14 พ.ย. 65 นายอชิระ กัญญา ชาว จังหวัดสมุทรสงคราม บริจาคอวัยวะช่วยเหลือ 15 ชีวิต รายที่สอง วันที่ 30 พ.ย. 65 นางแสงจันทร์ คุณฮวย อายุ 48 ปี ชาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี บริจาคอวัยวะช่วยเหลือ 18 ชีวิต และนายโสภณ ดิษณะ รายที่ 3 ชาว อ.เมืองราชบุรี บริจาคอวัยวะช่วยเหลือ 17 ชีวิต และ รายที่ 4 คือ นายไชยา พิมพา อายุ 43 ปี ชาว จ.กาญจนบุรี รวมแล้วทั้ง 4 รายสามารถนำอวัยวะไปช่วยเหลือผู้ป่วยได้จำนวน 54 ราย ให้สามารถมีชีวิตและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ส่วนทางด้าน น.ส.ณัฐติญา ศรีสังวร อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของนายไชยา พิมพา กล่าวว่า ก่อนหน้าที่สามีจะเสียชีวิต ยังมีอาการปกติเหมือนคนทั่วไป ร่างกายแข็งแรง ไม่เคยเข้าโรงพยาบาล มีอาชีพเกษตรเลี้ยงแพะ ส่วนตนเองมีอาชีพขายปลาเผา ก็ช่วยกันทำงานหาเลี้ยงชีพ และ บุตรอีก 2 คน ต่อมาสามีบ่นว่ามีอาการปวดหัวมาประมาณ 1 เดือน แล้วไปหาหมอ ก็ได้รับแต่ยามาทานก็ยังไม่ดีขึ้น จนตาปิดมองไม่เห็น 1 ข้าง จึงรีบกลับไปพบหมอที่โรงพยาบาลมะดารักอีกครั้ง โดยหมอได้เขียนใบส่งตัวมาที่โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ซึ่งมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเครื่องมือที่รักษา

จนมาช่วงเช้าของวันที่ 14 ธ.ค.65 ที่ผ่านมา สามีบนว่าปวดหัวเยอะจนทนไม่ไหว จากนั้นสลบไป จึงรีบพาสามีมา ที่ รพ.มะการัก จ.กาญจนบุรี อีกครั้งแพทย์ได้แสกนสมองของนายไชยา พิมพา พบว่าเส้นเลือดในสมองแตก พบว่ามีเลือดออกเยอะ แพทย์จึงรีบส่งตัวมา โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีทันที เมื่อวาถึง แพทย์ได้ทำการตรวจเช็คและแจ้งกับตนว่า “ถ้าไม่ผ่าก็ตาย แต่ถ้าก็สู้ไปด้วยกัน” อาการ ไม่รับรองว่าจะพ้นอันตรายหรือไม่ เพราะอาการหนักมาก เมื่อแพทย์ได้ทำการผ่าตัด และพบว่านายไชยา พิมพา มีภาวะสมองตาย ทางภรรยา และลูก จึงได้ตัดสินใจทำบุญครั้งสุดท้ายให้กับทางสามี ก็เลยตัดสินใจแจ้งความประสงค์บริจาควัยวะที่สามารถนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยได้

น.ส.ณัฐติญา ภรรยา ของนายไชยา กล่าวอีกว่า เมื่อก่อนหน้าประมาณ 2 วัน สามีมาเล่าให้ฟังว่า “ได้ฝันว่าแม่มาหา สงสัยจะมาเอาไปอยู่ด้วย กูไม่ไป ก็บอกแม่ไปว่าจะไปทำบุญให้” จากนั้นก็พากันไปทำบุญที่วัดทั้งครอบครัว แล้วโทรหาไปทางพี่ชาย “ว่าจะไปหาหมอที่ รพ.ราชบุรี ไม้จะรู้จะไม่รู้กลับหรือเปล่า” ซึ่งก็เป็นคำพูดสุดท้ายของนายไชยา และตนก็ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องจริง

น.ส.ณัฐติญา ภรรยา ของนายไชยา กล่าวด้วยว่า ถ้าตนเอาร่างกายของสามีไปเผาอวัยวะที่สำคัญ ที่จะช่วยชีวิตคนอื่นได้ ไม่มีประโยชน์ถ้าเราเอาไปเผา ถ้าเราเอามาบริจาคให้คนที่เขาต้องการ ต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะทำให้คนที่เสียชีวิตได้บุญอันใหญ่หลวง ก็เลยอยากให้สามีได้บุญ ตนอยากถึงคนได้รับการบริจาคอวัยวะ ดวงตา กับ ไต อยากให้รักษาในสิ่งทีได้รับไปให้ดีที่สุด เพราะเป็นสิ่งที่ตนและลูกๆ รักที่สุด

ท้ายนี้ตนก็อยากจะเชิญชวน มาร่วมกันบริจาคอวัยวะเพื่อเป็นการต่อชีวิตใหม่ให้กับผู้ป่วย ถ้าเรานำร่างกลับไปเผาไหม้ไม่มีประโยชน์ ถ้าเราเอาไปให้คนที่เขาต้องการความช่วยเหลือจากเรา เราต่อชีวิตให้คนอื่นจะทำให้ครอบครัวเรามีความสุข ความเจริญ และ คนตายก็ได้บุญอันใหญ่หลวง เป็นเกรียติแก่วงตระกูล

ภายหลังเสร็จพิธี ภรรยา และลูก พร้อมด้วยครอบครัว ได้นำร่างของนายไชยา พิมพา ผู้เสียชีวิตออกจาก นิติเวช โรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี โดยนำร่างอันไร้วิญญาณ ภายหลังจากที่ทางโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรีได้ทำการผ่าตัดนำอวัยวะออกจากร่างกายและนำอวัยวะเทียมเข้าไปทดแทนจากนั้นได้ทำการผ่าตัดตกแต่งศพมอบให้ทางครอบครัว

โดยที่ทาง ร้านภัณฑโชค ฟิวเนอรัล ได้มอบโรงศพบรรจุร่างของนายไชยา พิมพา พร้อมทั้งนำศพเดินทางจากโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี ไปตั้งบำเพ็ญกุศลศพที่บ้านเกิดใน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติ และ เพื่อนบ้าน ผู้ที่รู้จักมักคุ้นกับทางนายไชยา พิมพา ได้เดินทางมาร่วมแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจอแล้ว! ยายวัย80ปีทิ้งจม.สั่งเสียก่อนหายตัว ลูกสาวโล่งอกโผล่บ้านญาติที่จันทบุรี

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699539

เจอแล้ว! ยายวัย80ปีทิ้งจม.สั่งเสียก่อนหายตัว ลูกสาวโล่งอกโผล่บ้านญาติที่จันทบุรี

เจอแล้ว! ยายวัย80ปีทิ้งจม.สั่งเสียก่อนหายตัว ลูกสาวโล่งอกโผล่บ้านญาติที่จันทบุรี

วันพุธ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 07.27 น.

21 ธันวาคม 2565 จากกรณีนางค่าย สุวรรณมงคล วัย 80 ปี ที่หายตัวออกจากบ้านไปก่อนที่ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ระยอง จะเข้ารับตัวไปบำบัด น.ส.บัวลอย จันทบุตร อายุ 44 ปี บุตรสาว กลับไปบ้านช่วง 8.00 น. พบจดหมายที่นางค่าย ผู้เป็นแม่เขียนไว้เหมือนรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป และเขียนสั่งเสียไว้โดยข้อความระบุว่า 

“แม่รักลูกทุกคน ลูกเขยลูกชาย ลูกสาว รักหมด ลูกไม่…แม่ แม่ไปก่อนลูก แม่ทำผิดแล้วนกและโตแหลมลูกแม่…..อยู่……แม่ไปก่อนทำ แม่ตายตามแต้นะ” 

ซึ่งทำให้ทุกคนเป็นห่วงคาดว่านางค่ายจะคิดสั้น เจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ระยอง อาสากู้ภัยร่วมกตัญญู พร้อมจิตอาสา ระดมหานางค่ายกันทั้งวัน ก็ยังไร้วี่แวว 

คืบหน้าล่าสุด 20 ธ.ค. 65 เวลา 17.51 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.ชัชวาล  เพ็ชรนอก รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้รับแจ้งความจาก น.ส.บัวลอย อายุ 44 ปี ว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 65 เวลา 8.00 น. มารดาตัวเอง (นางค่าย) ได้หายออกจากบ้านไปซึ่งครบ 24 ชม.แล้ว กลัวว่ามารดาจะได้รับอันตราย จึงประสานต่อไปยังห้องวิทยุเพื่อกระจายข้อมูลตามหาหากใครพบเห็นให้ติดต่อกลับทันที

น.ส.บัวลอย เปิดเผยว่า (เมื่อวันที่ 19 .ค.) แม่บอกกับตนว่าไม่อยากอยู่ เพราะแม่ทำผิดนำมีดไปแทงท้ายทอยลูกชาย อยากไปอยู่กับหลานที่แก่งหางแมวจังหวัดจันทบุรี ตนก็เลยบอกแม่ อยากให้มาอยู่ด้วยกัน แต่อยากให้แม่ไปรักษาตัวก่อนจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีก แม่ก็เลยก็เปิดมุ้งไปนอน จนเช้าวันที่ 20 ธ.ค. เวลา 8.00น. ตนเอาอาหารไปแขวนไว้หน้าบ้าน ก็ไม่เจอแม่แล้ว พบเพียงจดหมาย 1 ฉบับเท่านั้น

ต่อมาเวลา 18.00 น. นายปรีชา ถนอมทรัพย์ อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้รับแจ้ง โทรศัพท์จาก น.ส.บัวลอย ว่าพบแม่แล้ว ซึ่งนางค่ายได้ไปโผล่อยู่ที่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี ซึ่งใครมารับนางค่ายไปก็ไม่มีใครรู้ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีคนรับแล้วไปส่ง ตนก็คิดว่าหากนางค่ายไปอยู่กับหลานแล้วสบายใจ ตนก็มองว่าดีจะได้สบายใจได้ทั้ง 2 ฝ่าย ลูกก็จะได้ทำงาน และส่งเงินให้แม่ แม่ก็จะได้มีความสุข แต่ถ้าหากยังมีพฤติกรรมไม่เปลี่ยนก็สามารถติดต่อได้ ทางตนก็พร้อมที่จะช่วยหาทางแก้ไขต่อไป

นางสาวเรวดี จันทเปรมจิตต์ ผู้อำนวยการ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ระยอง กล่าวว่า หลังจากทราบว่า นางค่ายได้อยู่กับญาติที่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี แล้ว จึงให้นายอชิตพล อินทร์ไชย นักสังคมสงเคราะห์ ติดต่อไปทางญาติ เพื่อขอพิกัดที่อยู่ จะได้ทำการเข้าช่วยเหลือตามกระบวนการที่วางแผนไว้ แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากญาติ โดยทางญาติได้มีการปฎิเสธการช่วยเหลือจากภาครัฐทุกกรณี เมื่อเจ้าหน้าที่ถามถึงข้อมูลเพื่อยืนยันว่านางค่าย ได้ไปถึงที่นั่นแล้วจริง กลับไม่ได้รับความร่วมมือใดๆทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามทางศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ระยอง ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อเข้าช่วยเหลือและตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไขปริศนางาหักใน ‘ศึกช้างชนช้าง’ บนเขาใหญ่ด้วยซินโครตรอน

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699530

ไขปริศนางาหักใน 'ศึกช้างชนช้าง' บนเขาใหญ่ด้วยซินโครตรอน

ไขปริศนางาหักใน ‘ศึกช้างชนช้าง’ บนเขาใหญ่ด้วยซินโครตรอน

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 20.53 น.

20 ธ.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือ “หมอล็อต” หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ภาพเดินทางมาส่งมอบตัวอย่างชิ้นส่วนงาหักจากเหตุการณ์ศึกช้างชนช้างบนเขาใหญ่ ให้สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ตรวจวิเคราะห์ พร้อมตัวอย่างดินโป่งจากโป่งเทียมบนเขาใหญ่ เพื่อวิเคราะห์ภาวะทุพโภชนาการของสัตว์ป่า

นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หัวหน้ากลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมคณะ นำตัวอย่างงาจากเหตุการณ์ช้างป่าเขาใหญ่ “พลายทองคำ” ต่อสู้กับ “พลายงาทอง” จนงาหักทั้งกิ่ง ให้สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนตรวจวิเคราะห์ด้วยเทคนิคแสงซินโครตรอน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม 2565 ณ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน

ผศ.ดร.ศุภกร รักใหม่ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ กล่าวว่า “การตรวจวิเคราะห์งาช้างด้วยแสงซินโครตรอนครั้งนี้ เพื่อหาสัดส่วนธาตุองค์ประกอบ และหาสัดส่วนหมู่ฟังก์ชันทางเคมีของสารอินทรีย์ เพื่อบ่งชี้ความแตกต่างขององค์ประกอบกลุ่มสารชีวเคมีภายในงาช้าง รวมถึงหารูพรุนภายในงาช้างด้วยเทคนิคถ่ายภาพเอกซเรย์สามมิติ เพื่อตอบสมมติฐานว่า งาช้างป่าหักง่ายเพราะภาวะทุพโภชนาการหรือไม่ ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลสุขภาพช้างป่าต่อไป”

พร้อมกันนี้นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน ยังได้นำตัวอย่างดินโป่งจากโป่งเทียมบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 7 จุด มาตรวจวิเคราะห์หาแร่ธาตุต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ภาวะทุพโภชนาการของช้างป่า โดยมีข้อสังเกตพบช้างป่าเขาใหญ่หักง่ายมากขึ้น ซึ่งกรณีของพลายทองคำที่งาหักทั้งกิ่งนั้น พบว่ามีงาหักตั้งแต่โคนงาและพบภาวะเหงือกร่นร่วมด้วย

นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมของช้างป่าที่ออกจากป่ามากินขยะหรืออาหารในครัวของชาวบ้าน ซึ่งมักเป็นอาหารรสเค็ม เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เกลือแกง และปลาร้า เป็นต้น จึงตั้งข้อสังเกตว่า ช้างป่าอาจจะขาดแคลนแร่ธาตุบางชนิด การนำดินโป่งมาวิเคราะห์ด้วยแสงซินโครตรอนจะช่วยตอบคำถามได้ว่า แร่ธาตุในโป่งเทียมที่ทำขึ้นนั้นเหมาะสมกับสัตว์ป่าหรือไม่

“แหล่งดินโป่งนอกจากเป็นแหล่งอาหารเสริมให้ช้าง กระทิง วัวแดงแล้ว ยังเป็นห้องพยาบาลให้สัตว์หลายชนิดด้วย เพราะเกลือแร่หลายชนิดก็คือยารักษาโรคใช้ในการควบคุม ลดการติดเชื้อ ไล่แมลง ถ้าเรารู้องค์ประกอบของแร่ธาตุเหล่านี้ ต่อไปถ้าเราจะทำดินโป่ง ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหารเสริมให้สัตว์เท่านั้น แต่ต่อไปจะเป็นห้องพยาบาลให้แก่สัตว์ป่า ซึ่งแหล่งดินโป่งที่ลดน้อยลงเป็นปัจจัยให้ช้างป่าออกนอกเขตอนุรักษ์ เกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า เกิดการทำลายทรัพย์สินและชีวิตประชาชน เกิดความขัดแย้งระหว่างคนและช้างป่า ซึ่งพฤติกรรมการออกนอกพื้นที่ของช้างป่าแสดงถึงห้องครัวของเขาไม่อุดมสมบูรณ์ ดังนั้นข้อมูลจากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนจะนำไปสู่การบริหารจัดการเพื่อผลักดันให้ช้างกลับเข้าป่า การแก้ไขปัญหาช้างป่า นำไปสู่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพต่อไป” นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อนกล่าว

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก ภัทรพล ล็อต มณีอ่อน

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FLotterwildlifevet%2Fposts%2Fpfbid02AGboJMuWBWZ7tEHGK7co8W1sf3H9cwA4RDyxyEdJy8RUXRZvwCKnKUiZmur7nUutl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ททท.ชวนเที่ยวงาน’กำแพงเพชร Retro’ ระหว่าง 23-26 ธ.ค. 65

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699511

ททท.ชวนเที่ยวงาน'กำแพงเพชร Retro' ระหว่าง 23-26 ธ.ค. 65

ททท.ชวนเที่ยวงาน’กำแพงเพชร Retro’ ระหว่าง 23-26 ธ.ค. 65

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.46 น.

ททท. ชวนเที่ยวงาน “กำแพงเพชร Retro” ระหว่าง 23-26 ธ.ค. 65 ณ ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสิริจิตอุทยาน จ.กำแพงเพชร จัดเต็มความสุขย้อนยุคสไตล์ Retro พร้อมกิจกรรมมากมายต่อยอดกระแสการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.65 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนการจัดงาน “กำแพงเพชร Retro” ร่วมกับ จังหวัดกำแพงเพชร , เทศบาลเมืองกำแพงเพชร , สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก จังหวัดกำแพงเพชร และ บริษัท คอม อาร์ต โปรดักชั่น จำกัด โดยจะจัดงานในช่วงวันที่ 23-26 ธันวาคม 2565 เวลา 16.30 – 21.30 น.  ณ บริเวณลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสิริจิตอุทยาน อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวภาคเหนือ (High Season) ดึงอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดกำแพงเพชร ทั้งเชิงธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและวิถีชีวิต นำเสนอเป็นงานสไตล์ Retro พร้อมกิจกรรมและของขวัญมากมาย ชวนนักท่องเที่ยวแวะเข้าร่วมงาน และแวะเดินทางท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ตลอดจนแวะพักภายในจังหวัดกำแพงเพชร

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า “สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศ ในปี 2565 ที่ผ่านมาดีเกินคาด ทั้งจากการประกาศเริ่มต้นฤดูหนาวส่งผลให้แหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือและภาคอีสานกลับมาคึกคักรับลมหนาว ในขณะที่แหล่งท่องเที่ยวในภาคใต้ฝั่งอันดามันและภาคตะวันออก กลับมาสวยงามพร้อมเปิดรับฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนั้นแล้ว การประกาศวันหยุด และแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยว เป็นตัวเร่งอัตราการเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศ รวมทั้งสิ้นกว่า 165 ล้าน คน-ครั้ง สร้างรายได้สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวแล้วไม่น้อยกว่า 7.32 แสนล้านบาท ซึ่งในปี 2566 จะมีโครงการ “365 วัน มหัศจรรย์เมืองไทย เที่ยวได้ทุกวัน” เพื่อกระตุ้นความถี่ในการออกเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศผ่านการสื่อสารประชาสัมพันธ์ และการรวบรวมปฏิทินกิจกรรมประเพณี Event ของทุกภูมิภาคที่เที่ยวได้ทุกวัน”

“ส่วนการจัดงาน “กำแพงเพชร Retro” เป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านการตลาดที่เชื่อมโยงเมืองหลักกับเมืองรอง ซึ่งจังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองรองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว ในฐานะเมืองเก่าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่อดีต และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ช่องเย็น อุทยานแห่งชาติคลองลาน ยอดเขาโมโกจู บ่อน้ำพุร้อนพระร่วง บ่อน้ำสีฟ้า และริมแม่น้ำปิง ที่ส่งมอบวิถีชีวิตท้องถิ่นมาสู่ชุมชนท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังมีวัดที่ศักดิ์สิทธิ์มาให้สักการะมากมาย พร้อมด้วย Soft Power ด้านอาหารที่โดดเด่น เช่น เฉาก๊วยชากังราว บะหมี่ชากังราว แกงขี้เหล็ก กระยาสารท และกล้วยไข่ ททท. จึงได้ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรม “กำแพงเพชร Retro” ระหว่างวันที่ 23-26 ธันวาคมนี้ เวลา 16.30-21.30 น. ณ ลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสิริจิตอุทยาน จังหวัดกำแพงเพชร”

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวอีกว่า “ด้วยแนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวของ ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ “เสน่ห์วันวาน เมืองเหนือ” จึงกำหนด Theme การจัดกิจกรรมเป็นแนวย้อนยุคเน้นบรรยากาศให้เกิดความคิดหวนหาอดีตที่มีความเท่ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่ม Hipster สมัยใหม่ และนักท่องเที่ยววัยเก๋า Active Senior ผสมกับเทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Camping / Glamping มาเป็นจุดขายเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวจังหวัดกำแพงเพชร เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่เหมาะกับการ Check-in โดยแบ่งเป็น 5 โซนหลัก 

ได้แก่ 1. โซน Camp แพงเพชร นำเสนอแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีอุทยาน และบรรยากาศที่เหมาะกับกิจกรรม Camping และนำเสนอกิจกรรมท่องเที่ยวประสบการณ์ใหม่แบบ Soft Adventure เช่น Sup board ให้นักท่องเที่ยวได้มีประสบการณ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ

2. โซน กำแพง Taste ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส Soft Power ด้านอาหารของกำแพงเพชร และอาหารเด็ดจากทั่วประเทศ เช่น เมนู “โคขุนปางศิลาทอง” ที่กำลังมาแรง และ “ส้มตำมงลง” ที่นางงามจากเวทีต่าง ๆ ในกำแพงเพชรมาตำให้ได้ลองชิมกันเป็นพิเศษ รวมถึงอาหารเอกลักษณ์ของแต่ภูมิภาค เช่น ข้าวเปิ๊บ ผัดไทย หมูอบโอ่ง ชาชัก ซาลาเปาทับหลี ข้าวเหนียวมะม่วง ฯลฯ

3. โซน Feel Good – Food Truck คัดเลือกร้าน Food Truck รสเด็ด รถสวย มาให้ชิม

4. โซน Farm สุข นำความสุขในอดีตแบบ Retro ชิงช้าสวรรค์ และม้าหมุน รวมถึงกิจกรรมการมีส่วนร่วมให้นักท่องเที่ยวได้ลุ้นของขวัญปีใหม่ก่อนใคร

5. กิจกรรมบนเวที เรียกได้ว่า ททท. จัดหนักจัดเต็ม ด้วยการนำแฟชั่นโชว์ชุดกำแพงเพชร Retro และวงดนตรีเด็กประถมท้องถิ่นที่ฝีมือเกินตัว ‘ปัทมแบนด์’ และยกขบวนศิลปินมอบความสุข ต้อนรับปีใหม่ด้วย ลิเก Netflix-คณะสองเทพบุตรสุดที่รัก //วง PolyCat // วงจุลโหฬาร // วงสามบาทห้าสิบ // มีนตรา อินทิรา // โตโต้ ธนเดช // วง Only Monday // นัน อนันต์ และใบเฟิร์น สุทธิยา”

ทั้งนี้ งาน “กำแพงเพชร Retro” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 ธันวาคม 2565 เวลา 16.30-21.30 น.ณ บริเวณลานอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยสิริจิตอุทยาน อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โดยเปิดให้เข้าร่วมงานได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีกิจกรรมลุ้นรับรางวัลและของที่ระลึกมากมาย ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/Commartsproduction

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แวะด่วนเลย!! ‘ราดหน้ายายนวล’ ราคาเพียง 10 บาท ขายมานานกว่า 40 ปี

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699502

แวะด่วนเลย!! 'ราดหน้ายายนวล' ราคาเพียง 10 บาท ขายมานานกว่า 40 ปี

แวะด่วนเลย!! ‘ราดหน้ายายนวล’ ราคาเพียง 10 บาท ขายมานานกว่า 40 ปี

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.22 น.

แวะด่วนเลย!! ‘ราดหน้ายายนวล’ ราคาเพียง 10 บาท ขายมานานกว่า 40 ปี ที่หน้าบ้านริมเขื่อน บริเวณหน้าอำเภอหลังเก่า เริ่ม 16.00น.ของทุกวัน วัยรุ่นโพธิ์ทอง ได้ลองลิ้มรสชาติความอร่อย จากรุ่นสู่รุ่น

20 ธ.ค. ต้องลองชิม ความอร่อย ราดหน้า ยายนวล ราคา 10 บาท ที่ขายมานานกว่า40ปี  ที่หน้าบ้านเลขที่  120 หมู่ 5ตำบลอ่างแก้ว อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง หน้าบ้านโคนต้นมะม่วง  ริมเขื่อนแม่น้ำน้อย บริเวณหน้าอำเภอหลังเก่า วัยรุ่นโพธิ์ทอง ได้ลองลิ้มรสชาติความอร่อย จากรุ่นสู่รุ่น ในช่วงเย็นประมาณ 16.00น.ของทุกวัน จะมีชาวบ้าน พาลูกหลานมานั่งรับประทาน ราดหน้ายายนวล จะแบบธรรมดา 10บาท หากใส่ไข่ไก่จะเพิ่ม 5บาท แคปหมู เพิ่ม 5บาท หรือจะเป็นไข่นกกระทา ก็แล้วแต่ชอบ และยังมีเส้นบะหมีกึ่งสำเร็จรูปให้เลือกอีกด้วย ลูกค้าต้องการความพิเศษแบบเส้นหมี่และเส้นบะหมี่รวมกัน แบบจัดเต็มก็ราคาเพียง20บาท

ยายนวล วัย 82 ปี เล่าให้ฟังว่า ได้ขายราดหน้ามานานกว่า 40ปีแล้ว โดยที่ผ่านมานั้นก็ขายของเล่นเด็กควบคู่ไปด้วยกับการขายราดหน้า โดยขายตอนแรกนั้น ขายในราคาชามละ 50 สตางค์ และปรับราคาเรื่อยมาปัจจุบัน ก็ขายอยู่ในราคา 10บาท พิเศษ 20บาท มีทีเด็ดที่ถั่วงอดรวกและน้ำเชื่อมโรยพร้อมกระเทียมเจียวทุกชาม โดยจะเริ่มเตรียมของทำน้ำราดหน้า ผัดเส้นหมี่โดยใช้เตาฟืนเสร็จแล้วตักใส่หม้อเตรียมไว้ไปตั้งยังโต๊ะไม้หน้าบ้านเตรียมขายในเวลา16.00น.จนกระทั้งหมดไปของทุกวัน ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าประจำ วัยรุ่นโพธิ์ทอง ได้ลองลิ้มรสชาติความอร่อย ตั้งแต่รุ่นสู่รุ่น พ่อแม่พาลูกมานั่งรับประทาน หรือยายพาหลานมานั่งรับประทาน กันในช่วยเย็นๆ ไม่พลาดต้องลองชิม ความอร่อย ราดหน้า ยายนวล ราคา 10 บาท.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ก่อนจะมีสมาธิได้ก็ต้องมีสติก่อน ถ้าไม่มีสติจะทำให้ใจสงบไม่ได้’

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699498

'ก่อนจะมีสมาธิได้ก็ต้องมีสติก่อน ถ้าไม่มีสติจะทำให้ใจสงบไม่ได้'

‘ก่อนจะมีสมาธิได้ก็ต้องมีสติก่อน ถ้าไม่มีสติจะทำให้ใจสงบไม่ได้’

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.57 น.

ก่อนจะมีสมาธิได้ก็ต้องมีสติก่อน ถ้าไม่มีสติจะทำให้ใจสงบไม่ได้ ถ้าใจไม่สงบ ไม่นิ่ง ไม่หนักแน่น จะสอนใจให้ปล่อยวางก็ปล่อยไม่ได้ พอสัมผัสรับรู้อะไร จะรักจะชัง จะอยากขึ้นมาทันที ถ้าสัมผัสของชอบก็อยากได้ทันที ถ้าสัมผัสของเกลียดก็อยากจะหนีทันที แต่ถ้ามีสมาธิแล้วจะสอนใจได้ สอนว่าอย่าไปรักอย่าไปชัง อย่าไปชอบอย่าไปเกลียด เพราะจะทำให้ใจกระเพื่อม ไม่สงบจะทุกข์ ถ้าจะรักษาความสงบสุขของใจก็ต้องปล่อยวาง 

ใครจะด่าก็ปล่อยให้ด่าไป ใครจะชมก็ปล่อยให้ชมไป ใครอยากจะทำอะไรก็ปล่อยให้ทำไป ไม่ต้องไปห้าม ไม่ต้องไปอยากให้เขาทำตามที่เราต้องการ ความสุขของใจอยู่ที่การไม่อยากได้อะไร นี่เป็นหน้าที่ของปัญญา จะได้ผลก็ต้องมีสมาธิก่อน 

ใจต้องมีความสงบหนักแน่นก่อน ถ้ายังไม่มีสมาธิใจจะเป็นเหมือนสปริง จะเด้งทันที พอสัมผัสอะไรปั๊บนี้จะเด้งทันที ต้องทำให้สปริงไม่เด้งเสียก่อน พอสัมผัสอะไร เห็นอะไรแล้วกระเพื่อม ก็ใช้ปัญญาพิจารณาให้ปล่อยวาง ก็จะปล่อยทันที 

พอปล่อยแล้วก็จะกลับสู่ความสงบทันที ต่อไปจะไม่ยึดติดกับอะไร ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่าง อะไรจะเกิดก็ปล่อยให้เกิดไป อะไรจะดับก็ปล่อยให้ดับไป เป็นเรื่องปกติของโลก มีเจริญมีเสื่อม ในลาภยศสรรเสริญ ในความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย ไม่สามารถควบคุมบังคับให้เป็นไปตามความต้องการได้ และไม่ควรด้วย เพราะการอยากให้เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ เป็นการสร้างความทุกข์ขึ้นมาในใจ การปล่อยวาง การยอมรับกับสภาพที่เกิดขึ้น ตลอดทุกเวลานาที จะรักษาใจให้อยู่อย่างสงบ ร่มเย็นเป็นสุขไปตลอด เป้าหมายของการปฏิบัติก็คือการปล่อยวาง เพื่อใจจะได้หลุดพ้นจากความวุ่นวายต่างๆ
       
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ ชลบุรี ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

DPU จับมือ depa ขับเคลื่อน‘สมาร์ทแคมปัส สมาร์ทซิตี้’ปั้นเมืองต้นแบบ‘นนทบุรี’ยกระดับศักยภาพการศึกษา-คุณภาพชีวิต

Posted on December 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/699474

DPU จับมือ depa ขับเคลื่อน‘สมาร์ทแคมปัส สมาร์ทซิตี้’ปั้นเมืองต้นแบบ‘นนทบุรี’ยกระดับศักยภาพการศึกษา-คุณภาพชีวิต

DPU จับมือ depa ขับเคลื่อน‘สมาร์ทแคมปัส สมาร์ทซิตี้’ปั้นเมืองต้นแบบ‘นนทบุรี’ยกระดับศักยภาพการศึกษา-คุณภาพชีวิต

วันอังคาร ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 18.18 น.

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จับมือ ดีป้า เดินหน้าขับเคลื่อนเมือง “สมาร์ท ซิตี้” ยกระดับหลักสูตรด้านบริหารภาครัฐดิจิทัล ตั้งเป้าผลิตบุคลากรคุณภาพเชี่ยวชาญงานพัฒนาเมืองอัจฉริยะ วางแผนพลิกโฉม ‘เทศบาลนครนนทบุรี’ เป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะ (Smart City) พร้อมดันจุดแข็ง “สมาร์ท แคมปัส” ยกระดับศักยภาพการศึกษาและคุณภาพชีวิต

ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หรือ DPU เปิดเผยว่า โครงการความร่วมมือระหว่าง DPU กับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) หน่วยงานภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Life-long Learning Ecosystem for Smart City Development) เพื่อเป้าหมายของการยกระดับการเรียนการสอน และ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อีกทั้งยังร่วมพัฒนาหลักสูตรหรือการจัดอบรม เพื่อเพิ่มทักษะให้บุคลากรของหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน

อธิการบดี DPU กล่าวว่า แนวทางในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ประกอบด้วย 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ Efficiency การใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด Sustainability ความยั่งยืนทั้งในแง่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการประหยัดต้นทุน และ Livability คุณภาพชีวิตที่ดีของผู้อยู่อาศัย โดยทางคณะรัฐประศาสนศาสตร์ DPU ได้ร่วมมือกับ depa พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาสมาร์ทซิตี้มาบรรยายพิเศษให้คณาจารย์และนักศึกษา เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเกิดการพัฒนาองค์ความรู้ด้านดิจิทัล และ Smart City มากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น DPU กำลังเดินหน้าโครงการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการยกระดับพื้นที่ให้ก้าวสู่เมืองอัจฉริยะ (Smart City) โดยมี “เทศบาลนครนนทบุรี” เป็นต้นแบบที่จะเริ่มดำเนินการเป็นแห่งแรก

ทั้งนี้ โครงการแรกที่ DPU ทำร่วมกับเทศบาลนครนนทบุรี คือ การศึกษาความต้องการและความคาดหวังของประชาชนต่อบทบาทของเทศบาลนครนนทบุรีในการพัฒนาสู่เมืองอัจฉริยะด้านการดำรงชีวิต (Smart Living City) เพื่อสํารวจความต้องการและความคาดหวังของประชาชน หา Pain Point ที่แท้จริงของคนในพื้นที่ นำไปสู่การวิเคราะห์ปัจจัยและค้นหาแนวทางพัฒนาจากเมืองในปัจจุบันสู่เมืองอัจฉริยะในอนาคต

“ความน่าสนใจของโครงการนี้อยู่ที่คุณภาพชีวิตของผู้คนที่อยู่ในเมืองจะได้รับการยกระดับจากบริการด้านต่าง ๆ  อาทิ การวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับผู้สูงอายุ งานบริการสาธารณสุข ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นต้น โดยมีการนำระบบภูมิสารสนเทศผ่านระบบ Internet (Geography Information System : GIS) มาใช้สำหรับการดูแลและกำหนดสวัสดิการผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง มีการเชื่อมโยงข้อมูลของโรงพยาบาล อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) และผู้นําชุมชน รวมถึงการจัดทําระบบร้องเรียน ร้องทุกข์ออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน ‘นครนนท์’ และเว็บไซต์ที่ประชาชนสามารถใช้สมาร์ทโฟน แจ้งเหตุร้องเรียน ร้องทุกข์ต่าง ๆ โดยไม่ต้องเดินทางมายังสำนักงาน ข้อมูลจะถูกส่งต่อมายังเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการ และสามารถติดตามได้ผ่านจอแสดงผลหรือ Dashboard” ดร.ดาริกา กล่าว

นายสัญญา เศรษฐพิทยากุล ผู้ช่วยรองอธิการบดี สำนักดิจิทัลการศึกษาและบริการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เกิดขึ้นจำเป็นต้องผลักดันทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี รวมถึงบุคลากรที่มีทักษะความรู้ให้เดินไปพร้อมกัน ซึ่ง DPU มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในการยกระดับการศึกษาด้วยเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง โดย DPU ได้รับเลือกให้เป็นมหาวิทยาลัยนำร่องโครงการ Smart Campus 5G ตามมติของคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G แห่งชาติ โดยได้พัฒนาเครือข่าย 5G ให้เร็วและเสถียรทั่วพื้นที่มหาวิทยาลัย และต่อยอดมาเป็นห้องเรียนสุดล้ำ Intelligent Hybrid Classroom ซึ่งเป็นห้องเรียนต้นแบบที่สนับสนุนการเรียนรู้แบบ Active Learning รวมทั้งมีการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้สนับสนุน Learning Engagement Analytics ควบคู่กันทั้งการเรียน On-Site และ Online เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาทั้งผู้เรียนและผู้สอนให้มีประสิทธิภาพ โดยเตรียมเปิดใช้งานในเดือนมกราคมปีหน้า

นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบห้องเรียนต้นแบบให้มีความเชื่อมโยงกับ Metaverse Campus ของมหาวิทยาลัยที่กำลังจะเกิดขึ้น ด้วยการให้นักศึกษาสะสมคะแนน D Point ที่ได้จากกิจกรรม Engagement ต่าง ๆ ในห้องเรียน โดยภายใต้โครงการ Smart Campus 5G  นี้ ยังครอบคลุมถึงการให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากเทคโนโลยี 5G อาทิ พัฒนาระบบ IoT (Internet of Things) สำหรับการจัดการพลังงาน พัฒนา AI Robot สำหรับตรวจตราความปลอดภัย และสร้าง Virtual Space เพื่อต่อยอดการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งในเฟสถัดไป DPU มีแผนจะพัฒนาต่อยอดให้เป็น Innovation Lab ที่กระตุ้นและเสริมแรงให้นักศึกษาได้ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนและสังคม โดยมีพื้นที่มหาวิทยาลัยเป็น Living Sandbox ก่อนที่จะนำไปขยายผลในระดับเมืองและระดับประเทศต่อไป 

“ปัจจุบันนี้ หลายเมืองทั่วโลกให้ความสำคัญในการก้าวเข้าสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะมากขึ้น โดยมองถึงประโยชน์จากการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และการบริหารจัดการเมือง ในฐานะที่ DPU เป็นต้นแบบนำร่องโครงการ Smart Campus 5G จึงมีองค์ความรู้ในการต่อยอดไปสู่การขับเคลื่อนความเป็นเมืองอัจฉริยะ โดยเฉพาะในด้านการผลิตกำลังคนคุณภาพที่เข้าไปทำหน้าที่พัฒนาระบบบริการที่ดี ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นต่อไปได้ในอนาคต” นายสัญญา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,927,704 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

แนวหน้าวาทะเด็ด
'AdvanceBIO' ส่งต่อคุณค่าธุรกิจที่ยั่งยืนสู่ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ตอบทุกโจทย์ธุรกิจสีเขียวปี 2026
โอมุคาเดะ (Omukade) 7/10
คุณแหน 25 เมษายน 2569
รัฐบาลสรุปรอบสัปดาห์ ยกเลิก MOU44 เตรียมเซตกรอบเจรจาใหม่ กาง 5 แนวทางดับไฟใต้
ครั้งแรกกับ หมอลำ กลางเมือง ปลาร้าหมอลำ2026 แซ่บ เซิ้ง อินเดอะซิตี้
เช็กความพร้อมสอบเทียบ อัครนันท์ ส่ง ครูจวง ลุย Surprise Visit
โอ๊ยเล่าเรื่อง : ระยะสร้างรัก (BrandNewLandscape)
อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 25 เมษายน 2569 น้ำมันเบนซิน ดีเซล แต่ละปั๊มลิตรละเท่าไร
อภิสิทธิ์ เชื่อยกเลิก MOU 44 ไร้ปัญหา เหตุ ไม่ได้ใช้งานจริง แนะขั้นตอน กม.ต้องรัดกุม ควบคู่จับตาเขมร

Recent Posts

  • ดร.มัลลิกา ซาบซึ้ง ในหลวง พระราชทาน เครื่องราชฯ ชั้นสายสะพาย
  • นายกฯ วอนสื่ออย่าถามดีเทลโครงการ ‘คนละครึ่งพลัส’ กลัวคนอื่นไม่กล้าทำงาน
  • อนุทิน ลั่นเดินหน้าแลนด์บริดจ์ดึงเงินเข้าประเทศ บอกคนในพื้นที่ต้องเข้าใจเป็นเรื่องของส่วนรวม
  • อดีตทูต นริศโรจน์ ให้คะแนนเต็ม ชั้นเชิงการทูตขั้นเทพของ อนุทิน ต้อนรับ หวังอี้
  • โอ๊ย ไร้สาระ! อนุทิน ลั่นใส่สื่อหลังถูกถาม ปมมีโมเดลส้มใส่กล่องกระจกตั้งห้องทำงาน

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar
 

Loading Comments...
 

    %d