Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ธรรมะวันอาทิตย์ : สวดมนต์ทุกวัน ท่านจะมีความสุข โดยพระราชปริชา ญาณมุนี

Posted on December 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696102

ธรรมะวันอาทิตย์ : สวดมนต์ทุกวัน ท่านจะมีความสุข โดยพระราชปริชา ญาณมุนี

ธรรมะวันอาทิตย์ : สวดมนต์ทุกวัน ท่านจะมีความสุข โดยพระราชปริชา ญาณมุนี

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.17 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคทม 2565 วัดบ่อชะเนง อยู่ห่างจากตัวอำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ ทางทิศใต้ ประมาณ 15 กิโลเมตร ถนนสายหัวตะพาน – บ้านขมิ้น อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เป็นวัดสังกัดมหานิกาย โดยมีพระราชปรีชาญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดบ่อชะเนงและเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ มีพระสงฆ์ จำนวน 12 รูป และสามเณร 45 รูป (บวชเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่วัดบ่อชะเนง) แม่ชีไม่มี มรรคนายก 4 คน บนเนื้อที่ 40 ไร่ ปกคลุมไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ เงียบ สงบ ร่มรื่น เหมาะสำหรับ ผู้ที่จะเข้าไปปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิยิ่งนัก 

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่อยู่คู่วัดบ่อชะเนง มาช้านาน ซึ่งพุทธศาสนิกชน ญาติโยม เดินทางเข้าไปกราบนมัสการขอพรเป็นประจำ นั่นก็คือ รูปเหมือน หลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร และพระพุทธรูปอีกจำนวนหนึ่ง  

สำหรับประวัติ หลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่งเขียนระบุไว้ ที่กำแพงปูชีเมนต์ ด้านข้างวิหาร ว่า หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู นามเดิม ขาว โคระถา เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2431 ที่บ้านบ่อชะเนง ต.หนองแก้ว อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ บิดา ชื่อ พั่ว มารดาชื่อ รอด อาชีพทำนา มีพี่น้อง 7 คน หลวงปู่ขาว คนที่ 4 และหลวงปู่ขาวแต่งงานมีธิดา 7 คน การครองเรือนไม่ราบรื่น เพราะภรรยา ไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม เป็นเหตุให้หลวงปู่ขาว เกิดความสลดสังเวช เบื่อหน่ายในชีวิตของการครองเรือน จึงได้ตัดสินใจบวชอย่างสง่างาม ที่วัดบ่อชะเนง

สมัยนั้นเรียกว่า วัดโพธิ์ศรี ในปี พ.ศ.2462 อยู่จำพรรษา 6 พรรษา จึงได้ออกเดินธุดงคกรรมไปที่วัดพระธาตุพนม ลุถึง อุดร หนองคาย ได้พบศึกษา อบรม ปฏิบัติธรรม กับ หลวงปู่มั่น ภูริทตโต ที่ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เมื่อหลวงปู่มั่น อยู่ที่ เชียงใหม่ หลวงปู่ข่าว จึงเดินธุดงคกรรมฐานไปด้วย พักจำพรรษา ตามป่าภูเขาลำเนาไพร ผจญสัตว์ป่า มีช้างใหญ่ เสือโคร่ง เป็นต้น 

แต่หลวงปู่ขาว ไม่ท้อถอย ปฏิบัติธรรมตามปกติ ได้ศึกษาข้ออรรถธรรมกับหลวงปู่มั่นอยู่บ่อยๆ จนภูมิธรรมเต็มจิตใจหมดความสงสัยในธรรมอย่างสิ้นเชิง จึงได้อนุสรณ์ย้อนกลับถิ่นปิตุภูมิมาตุภูมิ เพื่อโปรดญาติโยมและจำพรรษาในอุโบสถวัดบ้านเก่าบ่อ ต.หนองแก้ว อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ ห่างจากวัดบ่อชะเนง ประมาณ 2 กิโลเมตร หลวงปู่ขาว จึงกลับ สกลนคร ในปี พ.ศ.2501หลวงปู่ขาว ท่านได้วิเวกไปตามลำดับ จนถึง วัดถ้ำกลองเพล ท่านเห็นว่า เหมาะสมแก่อัธยาศัย จึงพักประจำอยู่ที่นี่ จนถึงสาระสุดท้าย ของชีวิตท่าน ซึ่งมรณภาพ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2526 สิริรวมอายุได้ 96 ปี 64 พรรษา  

ขณะที่ หลวงปู่ขาว อนาลโย บวชและจำพรรษา อยู่ที่วัดบ่อชะเนง ปี พ.ศ.2462 – 2468 พร้อมด้วย ญาติโยม ชาวบ้าน ได้ทำการก่อสร้างเป็นลักษณะ ก่อด้วยอิฐฉาบดินเหนียว สูตรผสมตามภูมิปัญญาชาวบ้าน หลังคามุงด้วยกระเบื้อง ดินเผา ให้เป็นที่ทำ สังฆกรรมของสงฆ์ จนกลายเป็นอุโบสถหลังใหม่ ปี พ.ศ. 2530 จึงเปลี่ยนเป็น’วิหารหลวงปู่ขาว’ในปัจจุบัน ตั้งอยู่ใกล้กับ อุโบสถ ภายในประดิษฐาน มณฑป บรรรจุ พระบรมสารีรึกธาตุ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้านซ้าย องค์พระประธาน ซึ่งพุทธสนิกชน เดินทางเข้ามากราบนมัสการเป็นประจำ 

ก่อนเดินทางกลับ ควรแวะฟังพระธรรมเทศนา กับ พระราชปริชาญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดบ่อชะเนงและเจ้าคณะจังหวัดอำนาจเจริญ   ซึ่งท่านเทศนาตอนหนึ่งว่า คนที่มาวัดจะมาทำบุญ ฟังธรรมะ คือ ความสุข และมีจำนวนไม่น้อย ที่มาวัด เพราะมีทุกข์ มีทุกข์ 5 ประเภท คือ 1. ครอบครัวไม่มีความสุข ครอบครัวทะเลาะกัน 2. ผิดหวังในชีวิต 3.ลูกไม่เรียนหนังสือ เถียงพ่อ เถียงแม่ 4. เศรษฐกิจไม่พอปากพอท้อง และ 5 มีแล้วไม่พอ

ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอนว่า หน้าที่ทางพระพุทธศาสนาที่เราเป็นชาวพุทธ มี 2 ประการ คือ 1. คันถธุระ ภาคทฤษฎีต้องบังคับให้เรียน และ 2. วิปัสสนาธุระ เรียนภาคทฤษฎี ต้องฝึกภาคปฏิบัติด้วย มีเท่านี้เอง อย่าไปลามปามเครื่องรางของขลังเป็นเพียงที่ระลึกในการสร้างความดีในจิตใจ มีพระประจำกายแล้วก็มีพระประจำใจ มีทั้งนอกทั้งใน จะมีประโยชน์มาก ที่สำคัญ ญาติโยมทั้งหลาย ควรปฏิบัติตามศีล 5 ข้อให้ได้ ซึ่งว่าไว้ คือ 1. ห้ามฆ่าสัตว์ 2.ห้ามลักทรัพย์ 3. ห้ามดื่มสุรา 4 ห้ามพูดเท็จและ 5 ห้ามผิดในกาม

หากทุกคนทำได้ก็จะมีแต่ความสงบสุข อาตมาขอเชิญชวนทุกท่านสวดมนต์ทุกวัน อย่างคำที่ว่า ไหว้พระเป็นยาทา วิปัสสนาเป็นยากิน ทั้งกินทั้งทา ท่านจะมีความสุขสบายมากมายหลายประการ มีความสุขถึงลูกถึงหลานของท่านทั้งหลาย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คึกคักไม่แพ้กัน! แห่เที่ยวนครพนม ขอพรพญานาค-ไหว้พระธาตุประจำวัดเกิด

Posted on December 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696100

คึกคักไม่แพ้กัน! แห่เที่ยวนครพนม ขอพรพญานาค-ไหว้พระธาตุประจำวัดเกิด

คึกคักไม่แพ้กัน! แห่เที่ยวนครพนม ขอพรพญานาค-ไหว้พระธาตุประจำวัดเกิด

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.02 น.

นครพนมสุดคึกคัก แห่ขอพรพญานาค เส้นทางไหว้พระธาตุประจำวัดเกิด ชมอันซีนธรรมชาติสองฝั่งโขง เส้นทางจักรยานริมโขงยาวที่สุดในไทย ตอกย้ำเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของอีสาน

4 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการท่องเที่ยว ในพื้นที่จังหวัดนครพนม ว่า ช่วงวันหยุดยาวระหว่างวันที่ 3-5 ธันวาคม 2565 สุดคึกคัก มีประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างพากันเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อน หลังสถานการณ์โควิดผ่อนคลาย  

โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ ลานพญาศรีสัตนาคราช สถานที่ประดิษฐานองค์พญาศรีสัตตนาคราช  ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้มีประชาชน นักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพร และขอโชคลาภตามคติความเชื่อศรัทธากันเป็นจำนวนมาก รถทัวร์ รถตู้ ตลอดจนรถยนต์ส่วนตัว จอดแน่นถนนที่ทางเทศบาลเมืองฯจัดไว้รองรับ 

นอกจากนี้ยังมีอีกสถานที่สำคัญคือวัดที่ตั้งขององค์พระธาตุประจำวันเกิด รวม 8 พระธาตุ ตามอำเภอต่างๆ  ได้มีประชาชนนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาท่องเที่ยวกราบไหว้ขอพร ช่วงวันหยุดยาวดังนี้

องค์ที่ 1 คือพระธาตุพนม ตั้งอยู่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม  เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้เกิดวันอาทิตย์ 

องค์ที่ 2 คือพระธาตุเรณูนคร อ.เรณูนคร พระธาตุประจำคนเกิดวันจันทร์ 

องค์ที่ 3 พระธาตุศรีคุณ ประจำคนเกิดวันอังคาร อ.นาแก จ.นครพนม

องค์ที่ 4 พระธาตุมหาชัย ประจำคนเกิดวันพุธกลางวัน อ.ปลาปาก จ.นครพนม 

องค์ที่ 5 พระธาตุมรุกขนคร ประจำคนเกิดวันพุธกลางคืน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม องค์ที่

6 พระธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า จ.นครพนม ประจำคนเกิดวันพฤหัสบดี

องค์ที่ 7 พระธาตุท่าอุเทน ประจำคนเกิดวันศุกร์ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม

องค์ที่ 8 พระธาตุนคร ประจำคนเกิดวันเสาร์ ตั้งอยู่วัดมหาธาตุ เทศบาลเมืองนครพนม โดยในช่วงวันหยุดยาวช่วงนี้ แต่ละวัดที่ตั้งองค์พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำผู้เกิดวันนั้นๆ จะมีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางมากราบไหว้ บริจาคเงินทำบุญ และขอพรมากเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกันยังมีเส้นทางท่องเที่ยวเลียบริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่ยังมีประชาชน นักท่องเที่ยว ให้ความสนใจมาเที่ยวชมธรรมชาติสองฝั่งโขง ตลอดแนวน้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เนื่องจากเป็นจุดที่ มีวิวทิวทัศน์สวยงาม สามารถมองเห็นทิวเขาหินปูน อันสวยงามลงตัวจากฝั่งลาว อีกทั้งยังมีเส้นทางเดินพักผ่อน วิ่งออกกำลังกาย และมีเส้นทางจักรยาน เลียบริมฝั่งแม่น้ำโขงที่สวยงาม และยาวที่สุดในประเทศไทย ให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมสัมผัส 

ส่งผลดีในช่วงวันหยุดยาว ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ถูกจับจองเต็ม ทำให้เศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว กลับมาคึกคักหลังโควิดซา จึงทำให้จังหวัดนครพนมเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของภาคอีสาน ที่เติบโตมากถึง 132 เปอร์เซ็นต์.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาวสัปดาห์นี้! นักท่องเที่ยวถล่มเมืองเลย เงินสะพัดกว่า 94 ล้านบาท

Posted on December 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696099

หยุดยาวสัปดาห์นี้! นักท่องเที่ยวถล่มเมืองเลย เงินสะพัดกว่า 94 ล้านบาท

หยุดยาวสัปดาห์นี้! นักท่องเที่ยวถล่มเมืองเลย เงินสะพัดกว่า 94 ล้านบาท

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.54 น.

4 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหยุดยาววันพ่อแห่งชาติ 3 วันรวมวันหยุดชดเชยนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวยังพื้นที่จังหวัดเลยเต็มทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นจุดชมวิวภูป่าเปาะ อ.หนองหิน ลานคริสต์มาส อ.ภูเรือแก่งคุดคู้ หรือถนนคนเดินบ้านไม้เก่า อ.เชียงคาน จ.เลยตลอดจนยอดภูกระดึง อ.ภูกระดึง มีนักท่องเที่ยวคลาคล่ำสัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็นบนยอดภูพร้อมชมทิวทัศน์ของทะเลหมอก เป็นบรรยากาศที่สวยงามและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก 

ทางด้าน น.ส. สรัสวดี อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่อง ในวันพ่อแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 3-5ธ.ค. 65 (หยุดยาว 3 วัน)  ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประมาณ 44,000 คนสร้างรายได้กระจายในพื้นที่จังหวัดเลยกว่า 94 ล้านบาทเกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่างๆ ของ จ.เลย เพิ่มมากขึ้น 

ททท.เลย ใช้เป็นแคมเปญขายสินค้าทางการท่องเที่ยวประเภทภูเขาและอุทยานแห่งชาติต่างๆ ในพื้นที่ว่า “20 ยอดภู ต้องมาดูที่จังหวัดเลย” ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับจากนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องส่งผลก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยและกระจายรายได้ลงไปสู่ท้องถิ่นและชุมชน ทำให้ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่ จ.เลยเริ่มฟื้นตัวกลับมาคึกคักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

สำหรับจำนวนตัวเลขนักท่องเที่ยวในปี 2562 ก่อนโควิดมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังจังหวัดเลยกว่า 3.6 ล้านคนและเมื่อเทียบกับตั้งแต่ต้นปี 2565 จนถึงปัจจุบัน (เดือนพฤศจิกายน)มีนักท่องเที่ยวทะลุเกือบถึง 3.7 ล้านคนแล้ว ซึ่งหากถึงปลายธันวาคมนี้คาดน่าจะมีตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวแตะที่เกือบ 4 ล้านคน ผู้อำนวยการภูมิภาคฯ ยังกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านเตรียมวางแผนการเดินทาง การจองห้องพักในพื้นที่ต่างๆ

สำหรับช่วงวันหยุดยาวหน้า เนื่องในวันรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความผิดหวังสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ททท.สำนักงานเลย โทร. 042-812812 เฟสบุ๊กแฟนเพจททท.สำนักงานเลย : TAT LOEI Office.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ปางอุ๋ง’แทบแตก! นทท.เต็มต้องนอนในรถ หลั่งไหลเที่ยว’บ้านรักไทย-ทุ่งบัวตอง’

Posted on December 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696094

'ปางอุ๋ง'แทบแตก! นทท.เต็มต้องนอนในรถ หลั่งไหลเที่ยว'บ้านรักไทย-ทุ่งบัวตอง'

‘ปางอุ๋ง’แทบแตก! นทท.เต็มต้องนอนในรถ หลั่งไหลเที่ยว’บ้านรักไทย-ทุ่งบัวตอง’

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.17 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม2565 ที่แหล่งท่องเที่ยวปางอุ๋ง ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นักท่องเที่ยวได้พากันเข้าท่องเที่ยวและพักในปางอุ๋ง และบ้านรวมไทยที่อยู่ติดกัน จนเต็มไม่มีที่พักให้กับคนที่มาทีหลัง ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องหากางเต็นท์นอนเองและบางส่วนต้องอาศัยนอนในรถ ท่ามกลางอุณหภูมิที่เย็นสบาย 17 องศาเซลเซียส

ทางด้านนายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวว่า เชิญชวนนักท่องเที่ยวมาสัมผัสกับบรรยากาศและอากาศที่เย็นสบายที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งทุกพื้นที่ทั้ง 7อำเภอในจังหวัดแม่ฮ่องสอน จะได้สัมผัสกับทะเลหมอกทุกอำเภอโดยเฉพาะเวลาช่องเช้า ที่นักท่องเที่ยวได้ขับรถบนถนนสาย 1095 ปาย-ปางมะผ้า-แม่ฮ่องสอน และถนนสาย 108 แม่สะเรียง-แม่ลาน้อย-ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นถนนสายมังกร มีความสวยงามในการขับรถเที่ยว ซึ่งรวมสองเส้นทางนี้ถึงแม้จะมีโค้งมากถึง4,088โค้งก็ตาม เป็นเส้นทางที่สวยงามและระหว่างทางมีจุดชมวิวและห้องน้ำที่สะอาดคอยบริการนักท่องเที่ยวตลอดเส้นทาง

อย่างไรก็ตามนายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนกล่าวว่า นักท่องเที่ยวทุกท่านที่เดินทางมายังจังหวัดแม่ฮ่องสอนสามารถมารับใบประกาศผู้พิชิตโค้งจำนวน 4,088 โค้ง ได้ที่สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ทุกคน

สำหรับที่ทุ่งบัวตอง เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2565 เวลา 19.10 – 20.55 น. นายธารา ชมสมองเลิศ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่อูคอ นำเจ้าหน้าที่ วนอุทยานทุ่งบัวตอง ร่วมกับหน่วยปฐมพยาบาลทุ่งบัวตอง เครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอขุนยวม, .อส.อ.ขุนยวมที่ 6 ,จนท.อบต.แม่อูคอ ออกลาดตระเวน ดูแลรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าพักที่ทุ่งบัวตองจำนวน 175 คน ยานพาหนะ 248 คัน ส่วนในช่วงกลางวัน มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวที่ทุ่งบัวตองจำนวน 2,489 คน

นายมาโนช กิ่งเมือง หัวหน้าวนอุทยานทุ่งบัวตอง ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า สถิตินักท่องเที่ยว ในส่วนที่วนอุทยานทุ่งบัวตอง บันทึกได้ในห้วงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 ถึงวันที่  3 ธันวาคม 2565 มีดังนี้

นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว บนทุ่งบัวตอง มีจำนวน 81,185  คน , ยานพาหนะรวม  33,270  คัน แยกเป็น นักท่องเที่ยวชาวไทย 77,472 คน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  3,713 คน รถจักรยาน  38  คัน รถจักรยานยนต์  12,270  คัน  รถยนต์  20,275 คัน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นั่งช้างกราบ’หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์’ กาฬสินธุ์เปิดงานยิ่งใหญ่ ห่มผ้าเจดีย์ศรีสัตตราช เที่ยวส่งท้ายปีเก่า

Posted on December 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696076

นั่งช้างกราบ'หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์' กาฬสินธุ์เปิดงานยิ่งใหญ่ ห่มผ้าเจดีย์ศรีสัตตราช เที่ยวส่งท้ายปีเก่า

นั่งช้างกราบ’หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์’ กาฬสินธุ์เปิดงานยิ่งใหญ่ ห่มผ้าเจดีย์ศรีสัตตราช เที่ยวส่งท้ายปีเก่า

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.54 น.

นั่งช้างกราบ’หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์’ กาฬสินธุ์เปิดงานประจำปียิ่งใหญ่ พิธีห่มผ้าเจดีย์ศรีสัตตราช เที่ยวส่งท้ายปีเก่า

4 ธันวาคม 2565 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมา ที่วัดเวฬุวัน ต.นิคม อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ , ผศ.จุรีรัตน์  กอเจริญยศ นายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดงานนมัสการหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ พร้อมด้วย นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ ,นางธนวัน อุ่นเพชรวรากร รองนายกเหล่ากาชาด จ.กาฬสินธุ์ , นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล นายก อบจ.กาฬสินธุ์ , พ.ต.อ.ชินวัตร ศรีสวัสดิ์ รอง ผบก.ภ.จว.กส. นายขัตติยา ชัยมณี วัฒนธรรม จ.กาฬสินธุ์ , นายชัชชัย กลีบมะลิ ผอ.กลุ่มงานยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชน สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.กาฬสินธุ์ 

ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดงานประจำปี ตำบลนิคม ตามโครงการทำดีเพื่อพ่อสานต่อพระราชปณิธาน (ร.9) นมัสการหลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ยลวิถีริมเขื่อนลำปาว ปีที่ 2 โดยมี นางสาวแววตา  นระทัด  นายอำเภอสหัสขันธ์  นายวิญญู ขันผง นายกเทศมนตรีตำบลนิคม  นายพิเชษฐ์ ปรีจิตต์  กำนันตำบลนิคม นำชาวตำบลนิคม  ร่วมให้การต้อนรับ และร่วมพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่

โดยนายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์และคณะ ได้เข้ากราบสักการะพระครูสิทธิวราคม ดร. เจ้าคณะอำเภอสหัสขันธ์ (ธ) เจ้าอาวาสวัดเวฬุวัน ก่อนจะนำคณะผู้ร่วมงานนั่งช้าง 7 เชือก เดินเข้าวัดและรอบเจดีย์พระศรีสัตตราช 3 รอบ ต่อด้วยพิธีห่มผ้าพระเจดีย์ ลอยประทีป ชมการฟ้อนสักการะจากตัวแทนชุมชน กว่า 100 คน พบปะชาวบ้าน เยี่ยมชมสินค้าโอทอป และพิพิธภัณฑ์วัดเวฬุวัน ที่เก็บเรื่องราว หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์ และปฏิปทาหลวงปู่สอ พันธุโล พระเกจิชื่อดังสายกรรมฐาน

นายวิญญู ขันผง นายกเทศมนตรี ต.นิคม กล่าวว่า ในการจัดงาประจำปีวัดเวฬุวัน และเทศบาลตำบลนิคม ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 เป็นการจัดงานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนหลังสถานการณ์โควิด ซึ่งมีกิจกรรมทำบุญตักบาตร กิจกรรมปฏิบัติธรรม ทำวัตรสวดมนต์ ควบคู่กับกิจกรรมสันทนาการและภาคบันเทิง ถือว่าเป็นงานใหญ่ประจำปีที่จัดขึ้นเชิงสัญลักษณ์ในการเปิดเมืองท่องเที่ยวสหัสขันธ์ ช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ที่ถือว่าเป็นไฮซีซั่นของภาคอีสาน รวมถึงอ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ด้วย 

ทั้งนี้ภายในงาน ตั้งแต่วันที่ 3 – 7 ธันวาคมนี้ สามารถเดินทางมาท่องเที่ยว ไหว้พระขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลได้ตลอดทั้งวัน รวมถึงนั่งช้างทำบุญที่จัดขึ้นเป็นพิเศษ

นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผวจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า อำเภอสหัสขันธ์ เป็นเสมือนอัญมณีแห่งการท่องเที่ยว จ.กาฬสินธุ์ มีความพร้อมทั้งด้านภูมิประเทศ มีภูเขา และเขื่อนลำปาวโอบล้อม รวมถึงมีทรัพยากรบุคคล สถาปัตยกรรม แหล่งโบราณสถาน และแหล่งบรรพชีวิน เป็นทั้งจุดท่องเที่ยว จุดเรียนรู้ และพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์   

สำหรับกิจกรรมของวัดเวฬุวันเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่าง บ้าน วัด ราชการ หรือ บวร  ภายใต้โครงการทำความดีเพื่อพ่อสานต่อพระราชปณิธาน รัชกาลที่ 9 เป็นการน้อมนำแนวปรัชญาเของคนเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางดำเนินชีวิตของคนในชุมชน 

นอกจากนี้ในวันที่  6 ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการจัดงานปีนี้คือ การประกวดควายงามกาฬสินธุ์ ครั้งที่ 1 ซึ่งจะจัดขึ้นใน

วันที่ 6  ธันวาคม 2565 เป็นการประกวดควายภายใต้มาตรฐานรับรองโดยกรมปศุสัตว์ สนามแรกของ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งก็อยากให้มาชม มาเชียร์ ให้กำลังใจคนเลี้ยงควายกาฬสินธุ์.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ยืด‘เปิดสถานบันเทิง’ถึงตี4 ทางเลือก‘เศรษฐกิจvsสังคม’

Posted on December 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696044

สกู๊ปแนวหน้า : ยืด‘เปิดสถานบันเทิง’ถึงตี4  ทางเลือก‘เศรษฐกิจvsสังคม’

สกู๊ปแนวหน้า : ยืด‘เปิดสถานบันเทิง’ถึงตี4 ทางเลือก‘เศรษฐกิจvsสังคม’

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.35 น.

เมื่อเอ่ยถึง “ภาคการท่องเที่ยว” ชื่อเสียงของ “ประเทศไทย” นั้นอยู่ใน “จุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลก” ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากกว่าอีกหลายชาติในกลุ่มประเทศระดับเดียวกัน ความเป็นมิตรของผู้คนค่าครองชีพที่ไม่สูงนัก สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หลากหลาย แม้กระทั่ง “การฉลองสังสรรค์ยามค่ำคืน (Nightlife)”ก็เป็นอีกด้านที่ไทยได้รับเสียงกล่าวขานถึงความสนุกสุดเหวี่ยงในสายตาชาวโลก

ในปี 2562 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายก่อนที่ทั้งโลกจะเผชิญสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 และเป็นปีที่ประเทศไทยได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 40 ล้านคน สำนักข่าวชื่อดังของสหรัฐอเมริกาอย่าง “CNN” เสนอรายงานพิเศษ “Best party cities around the world” จัดให้ “กรุงเทพฯ (Bangkok)” เมืองหลวงของไทย เป็น 1 ใน 11 เมืองที่โดดเด่นด้านการสังสรรค์ยามค่ำคืน

นอกจากนั้น หากค้นหาในอินเตอร์เนตว่า “Top 10 Nightlife Countries in the World” หรือ “Top 10 Party Countries in the World”จะพบ เว็บไซต์ต่างประเทศอีกหลายแห่งที่กล่าวถึงประเทศไทยในด้านนี้ อาทิ บทความ “10 Countries With Best Nightlife” โดย SB NRI บริษัทไอทีชื่อดังในอินเดีย กล่าวถึงกรุงเทพฯ ในฐานะหนึ่งในเมืองที่เหมาะกับการสังสรรค์ยามค่ำคืน หรือบทความ “Top 10 party cities in the world” โดย Tropical Sky บริษัททัวร์สัญชาติอังกฤษ ซึ่งนอกจากกรุงเทพฯ แล้วยังมี เกาะพะงัน (Koh Phangan) จ.สุราษฎร์ธานี ติดมาอีกแห่ง

นั่นจึงเป็นที่มาของข้อเสนอ “ขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4” หรือเวลา 04.00 น. ซึ่งจากเดิม สถานบันเทิงที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปร้านอาหาร ผับ บาร์ คาราโอเกะ ไนท์คลับฯลฯ โดยทั่วไปตามกฎหมายให้เปิดได้ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น. แต่หากอยู่ในพื้นที่พิเศษ (Zoning) จะเปิดได้ตั้งแต่เวลา 18.00-01.00 น. ซึ่งเรื่องนี้ในปี 2562 เคยถูกชงโดย พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ทำการศึกษาในหลายพื้นที่ เช่น จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.เชียงใหม่ เมืองพัทยา (จ.ชลบุรี) เป็นต้น

ซึ่งเมื่อเรื่องนี้กลายเป็นข่าว “วิวาทะ” ก็เกิดขึ้นระหว่าง “ฝ่ายสนับสนุน” ที่มองเห็นประโยชน์ด้านเศรษฐกิจจากเม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นในภาคการท่องเที่ยว กับ “ฝ่ายคัดค้าน” ที่มองเห็นผลกระทบทางสังคม โดยเฉพาะอุบัติเหตุบนท้องถนนจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ หรือแม้กระทั่งการทะเลาะวิวาทเนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ขาดสติ ก่อนที่แนวคิดดังกล่าวจะค่อยๆ เงียบหายไป ตามด้วยสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวของไทยซบเซา

กระทั่งเมื่อเดือน พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา แนวคิดการขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงถึง 04.00 น. กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งเริ่มจากในวันที่ 9 พ.ย. 2565 เครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ร้านค้า ร้านอาหาร สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ รวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาล เรียกร้องขยายเวลาเปิดสถานบันเทิงในพื้นที่ท่องเที่ยวเป็นการเฉพาะ อาทิ หาดป่าตอง (จ.ภูเก็ต) เขาหลัก (จ.พังงา) หาดเฉวง-เกาะสมุย (จ.สุราษฎร์ธานี) ถนนข้าวสาร ซอยคาวบอย ย่านพัฒน์พงศ์(กรุงเทพฯ) ฯลฯ

เขมิกา รัตนกุล นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) หนึ่งในผู้ร่วมยื่นข้อเรียกร้อง กล่าวว่า ผู้ประกอบการยินดีปฏิบัติตามหากมีการประกาศมาตรการออกมาชัดเจน รวมถึงต้องมีการควบคุมด้านความปลอดภัย จำนวนผู้ใช้บริการ การจำกัดอายุผู้ใช้ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป อีกทั้งต้องส่งเสริมให้มีจุดเชื่อมต่อกับขนส่งสาธารณะ เน้นการใช้บริการขนส่งสาธารณะ ไม่ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งเพื่อส่งเสริมรายได้ และป้องกันอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ

“อยากให้ทุกฝ่ายมองภาพอย่างเป็นจริงและเป็นธรรม ให้เกิดความสมดุลทั้งด้านสาธารณสุขกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เราลำบากกันมาหลายปีแล้ว นาทีนี้ต้องร่วมด้วยช่วยกันผลักดันมาตรการให้มีการปลดล็อก อนุญาตให้ร้านอาหารและเครื่องดื่ม สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ นอกพื้นที่โซนนิ่งสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงตีสอง จากที่ปัจจุบันเปิดให้บริการได้ถึงแค่เที่ยงคืน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคในปัจจุบัน ส่วนในพื้นที่พิเศษก็ขอให้ได้ขายถึงตีสี่” เขมิกา กล่าว

อีก 2 วันต่อมา ในวันที่ 11 พ.ย. 2565 เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ร่วมกับ เครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับกรุงเทพมหานคร เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เครือข่ายผู้ปกครองในสถานศึกษา เครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุราและภาคีเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่งชุดดำรวมตัวที่ทำเนียบรัฐบาล แสดงจุดยืนคัดค้านแนวคิดดังกล่าว โดย เครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า ประเทศไทยไม่ควรใช้การกินดื่มหรืออบายมุขมาเป็นจุดขาย

“เราควรดึงนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ มีศักยภาพในการจับจ่ายใช้สอยมากกว่าเอาใจนักท่องเที่ยวสายกินดื่ม ซึ่งมีไม่น้อยที่จะตามมาด้วยเซ็กซ์และยาเสพติด ปัญหาความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเช่นกรณีที่มีข่าวนักท่องเที่ยวต้องมาตายเพราะโดนคนเมาแล้วขับชนถูกข่มขืน ทำร้ายร่างกาย จี้ปล้น คือสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญ ควรมุ่งสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวมากกว่าเพิ่มความเสี่ยงให้เขา รวมถึงคนไทยที่จะได้รับผลกระทบด้วย” เครือมาศ กล่าว

ในวันที่ 29 พ.ย. 2565 มีความเคลื่อนไหวจากตัวแทนเครือข่ายคนทำงานด้านเฝ้าระวังอุบัติเหตุบนท้องถนน และเฝ้าระวังผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ ธีระ วัชรปราณีผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และ พรหมมินทร์กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.)คัดค้านแนวคิดเปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 แสดงความเป็นห่วงทั้งการเพิ่มขึ้นของความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ไปจนถึงค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้น

จากนั้นในวันที่ 30 พ.ย. 2565 ตัวแทนฝ่ายธุรกิจกลางคืนและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาทิ วีกฤษ อุ่นอนุโลม รองนายกสมาคมธุรกิจการค้าร้านอาหารกลางคืน และ ธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) ชี้แจงโดยย้ำว่า พื้นที่ที่ผู้ประกอบการขอให้เปิดสถานบันเทิงถึงเวลา 04.00 น. นั้นหมายถึงเฉพาะพื้นที่ย่านท่องเที่ยว ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่พักอาศัยในบริเวณนั้น หรือหากเดินทางจะนิยมใช้บริการแท็กซี่ไม่ได้ขับขี่ยานพาหนะเอง โดยไม่ได้เสนอให้ปิดตี 4 ทั่วประเทศ หรือแม้แต่ทั่วทั้งจังหวัดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ มีกระแสข่าวว่า จะมีการนำข้อเสนอ “เปิดสถานบันเทิงถึงตี 4” เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. 2565 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีเรื่องนี้เข้า ครม. แต่อย่างใด..จึงต้องติดตามดูกันต่อไป!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ผลงานและฝีมือที่ถึงเวลาท้าชิงนายกฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

Posted on December 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696052

รายงานพิเศษ : ผลงานและฝีมือที่ถึงเวลาท้าชิงนายกฯ  จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

รายงานพิเศษ : ผลงานและฝีมือที่ถึงเวลาท้าชิงนายกฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ การประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) หรือ เอเปก 2022 (APEC 2022) ที่ไทยเป็นเจ้าภาพโดยเฉพาะการที่ผู้นำเขตเศรษฐกิจทั้งหมด 21 เขต ได้ลงนาม “เป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว” หรือ Bangkok Goals on Bio-Circular-Green(BCG) Economy โดยมีเป้าหมายสำคัญ 4 ด้าน คือ สนับสนุนการจัดการทุกความท้าทายทางสิ่งแวดล้อม  ต่อยอดการค้าการลงทุนที่ยั่งยืนและครอบคลุม ให้สอดรับกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การใช้และจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และเดินหน้าบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และจัดการของเสียอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมายไม่เหลือทิ้ง หรือซีโรเวท (Zero Waste)

โฟกัสไปที่กระทรวงพาณิชย์ รับผิดชอบโดย นายจุรินทร์ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ซึ่งร่วมมีภารกิจเพื่อชาติหลายช่วงเวลา อย่างเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2565 ที่ห้อง Ballroom Hall 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ กล่าวต้อนรับรัฐมนตรีเอเปก และผู้เข้าร่วมการประชุม ในการประชุมรัฐมนตรีเอเปก ประจําปี 2022 (APEC Ministerial Meeting 2022 : AMM) ร่วมกับ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ

และเน้นไปที่ หัวข้อการค้าและการลงทุน จะเป็นการเปิดโอกาส ให้รัฐมนตรีเอเปกร่วมกันติดตามผลการดําเนินงานที่ผ่านมาของเอเปกตลอดทั้งปี และกําหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานของเอเปกที่รองรับสถานการณ์การค้าโลกในปัจจุบัน โดยให้ความสําคัญกับทุกภาคส่วน ส่งเสริม การค้าการลงทุนที่เปิดกว้าง ยั่งยืน มีพลวัต และมีการเชื่อมโยงกัน

เพียงแค่เวทีเดียวสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) ก็การันตีฝีมือการทำงานระดับโลก ในขณะที่เวทีย่อยอื่นๆ ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะมีความ“มุ่งมั่นและแน่วแน่ในการทำงานให้ประชาชนและประเทศชาติ”

ทั้งยังมีเวทีเล็กจับคู่ค้าขายระหว่างกันอีกหลายเวที ที่ไม่บกพร่อง

ที่สะเทือนปฐพีแต่ถูกใจเกษตรกร คือ เมื่อ 24 พ.ย.2565 – นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯและพาณิชย์ แถลงข่าวการจ่ายเงินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 4 พร้อมด้วยสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยสมาคมชาวนาข้าวไทยและสมาคมส่งเสริมเกษตรกรชาวนาอีสานที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

นโยบายประกันรายได้เกษตรกร ในพืช 5 ชนิด คือ ข้าว มัน ยาง ปาล์มและข้าวโพด ได้เดินหน้ามาถึงปีที่ 4 วันนี้จะ Kickoffการจ่ายเงินส่วนต่างให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว รวมทั้งเริ่มต้นโครงการคู่ขนานหรือมาตรการคู่ขนานที่จะช่วยยกระดับราคาข้าวในตลาดและเริ่มจ่ายเงินไร่ละ 1,000 ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์นำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีใช้เวลาพิจารณาร่วม 2 เดือน วันนี้ผ่านพ้นกระบวนการพิจารณาตามขั้นตอนทั้งหมดครบถ้วนแล้ว ถึงเวลาที่กระทรวงพาณิชย์ในฐานะเจ้าของเรื่องนับหนึ่ง เพื่อแจ้งให้ชาวนาทั่วประเทศได้รับทราบ ซึ่งทำโดยต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปีที่ 1-3 และเข้าสู่ปีสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้ ถือว่ามีความสำคัญเป็นปีพิเศษสุดท้ายของโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว

มีชาวนาได้ประโยชน์ รวม 4,295,294 ครัวเรือน และการจ่ายเงินส่วนต่างข้าว 5 ชนิด รวม 4 ปี เงินส่วนต่างที่บางครอบครัวได้รับสูงสุด ข้าวหอมมะลิ สูงสุด 58,988 บาท/ครัวเรือน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ สูงสุด 60,086 บาท/ครัวเรือน ข้าวหอมปทุมธานี สูงสุด 41,527 บาท/ครัวเรือน ข้าวเปลือกเจ้า เงินส่วนต่างสูงสุด 76,601 บาท/ครัวเรือน และข้าวเปลือกเหนียว เงิน ชดเชยสูงสุด 71,465 บาท/ครัวเรือน

“ส่วนประกันรายได้มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมันข้าวโพดและยางพาราอยู่ในขั้นตอนกระบวนการรอนำเข้าสู่ที่พิจารณาของคณะรัฐมนตรี ส่วนที่กระทรวงพาณิชย์ทำต้นเรื่องเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ รอกระบวนการ สำหรับปาล์มน้ำมันและข้าวโพด ตอนนี้ประกันรายได้และเงินส่วนต่างยังไม่จำเป็น เนื่องจากตอนนี้ข้าวโพดในตลาด ราคา 11-12 บาท/กก. ปาล์มน้ำมัน ประกันที่ 4 บาท/กก. แต่ราคาในตลาด 5-6 บาท เกือบ 7 บาท/กก. มันสำปะหลังประกันที่กิโลละ 2.50 บาท/กก. ตอนนี้กิโลกรัมละ 3 บาทกว่า ยังรอได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินส่วนต่างชดเชย ส่วนยางพาราก็รอกระบวนการพิจารณาของ ครม.ต่อไป”นายจุรินทร์กล่าว

ผลการประกันรายได้ซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ เห็นผลเกษตรกรได้ประโยชน์

คะแนนนิยมจากเกษตรกรทั่วประเทศเทใจให้พรรคประชาธิปัตย์ จนคนในรัฐบาลถึงกับแย่งซีนไปขอแถลงข่าวบ้าง ซึ่ง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ และลูกพรรคก็ใจกว้างพอเพราะเห็นว่าประชาชนได้ประโยชน์จริงๆ และต้องช่วยเหลือกันต่อไป

ส่วนเรื่องการส่งออก นำเงินเข้าประเทศ ทำเคียงคู่กับกระทรวงเกษตรของรัฐมนตรีดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน ตามสโลแกน “เกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด” ได้รับการชื่นชมอย่างทั่วหน้า

สำหรับประวัติของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ นั้น เป็นชาวจังหวัดพังงา จบระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยสำเร็จปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต สาขาบริหารรัฐกิจ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และระดับปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขานโยบายสาธารณะและการวางแผน จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) 

เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีหลายกระทรวง เป็น รมช.พาณิชย์ ปี 2535, รมช.เกษตรและสหกรณ์ ปี 2537, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ปี 2540, รมว.ศึกษาธิการ ปี 2551, รมว.สาธารณสุขปี 2553 ทั้งเป็นรองนายกฯและรมว.พาณิชย์ในรัฐบาลปัจจุบัน

ส่วนงานในสภา เคยเป็นทั้งประธานวิปรัฐบาลในรัฐบาลนายกฯชวน หลีกภัย และประธานวิปฝ่ายค้านหลายสมัย เคยเป็น สส.ดาวรุ่ง และเป็นกรรมาธิการดีเด่นของสภาตั้งแต่เป็น สส.สมัยแรก เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่สามารถนำลูกพรรคฝ่ากระแสคลื่นการเมืองที่สับสนอลหม่านมาได้จนถึงปัจจุบัน

ครบเครื่อง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการต่างประเทศ

ย่อมถึงเวลาท้าชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขโมย‘สายไฟ-สื่อสาร’ อันตรายตกแก่ส่วนรวม

Posted on December 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696033

ขโมย‘สายไฟ-สื่อสาร’ อันตรายตกแก่ส่วนรวม

ขโมย‘สายไฟ-สื่อสาร’ อันตรายตกแก่ส่วนรวม

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ผมเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องแล้ว เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตามจับผู้กระทำผิด ตัดสายไฟไปขาย มันเห็นแก่เงินไม่กี่บาท แต่อันตรายถึงชีวิตคน และขอให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ปัญหา เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับชาวบ้าน”

อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวถึงกรณีคนร้ายลอบขโมยตัดสายไฟที่ถนนโลคัลโรด บริเวณหน้าโรงเรียนอนุบาลวณลักษณ์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ซึ่งตนได้ไปลงพื้นที่เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2565 ตามที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในย่านดังกล่าว เนื่องจากเสาไฟส่องสว่างดับทั้งหมด แต่ที่น่าเป็นห่วงคือมีการทิ้งสายทองแดงเปลือยไว้ หากฝนตกหรือใครเผลอจับเสาไฟอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

เมื่อกล่าวถึงข่าวเหตุลอบขโมยตัดสายไฟฟ้าบ้าง สายสื่อสารบ้างไปขาย จะพบได้ตั้งแต่การลงมือก่อเหตุตามถนนนอกเมือง เนื่องจากไม่มีกล้องวงจรปิดรวมถึงไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรไป-มา จนถึงบางครั้งปรากฏข่าวการลงมือในพื้นที่เมืองอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะถูกจับกุมได้ อาทิ ในเดือน พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา นอกจากกรณีที่รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า หยิบยกมากบอกเล่าแล้ว ยังมีอีกหลายครั้ง ดังนี้

1 พ.ย. 2565 ครั้งนี้คนร้ายไมได้ขโมยตัดสายไฟหรือสายสื่อสาร แต่ลอบถอดน็อตยึดเสาสื่อสารสูง 30 เมตร จนตัวเสาโค่นล้มไปทับรถยนต์บริเวณโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย แต่เคราะห์ดีไม่มีใครได้รับอันตราย เหตุเกิดในพื้นที่ ซอยนิลพาณิชย์ 4 ต.ท่าศาลา อ.เมือง จ.ลพบุรี แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ต้องชมตำรวจ สภ.เมืองลพบุรี เพราะในวันที่ 2 พ.ย. 2565 ก็มีรายงานว่าสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว

8 พ.ย. 2565 เพจเฟซบุ๊ก “ปทุมธานีที่นี่มีแต่เรื่อง” โพสต์ข้อความพร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด คนร้ายก่อเหตุลอบตัดสายไฟของระบบไฟฟ้าส่องสว่างถนนริมคลองห้าฝั่งตะวันตก ม.15 ต.คลองห้าอ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ทำให้ไฟฟ้าส่องสว่างดับมืดมากกว่า2 กิโลเมตร ซึ่ง สามารถ ช่ำชอง สมาชิก อบต.คลองห้า เปิดเผยว่าเหตุครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2565 เวลา 03.41 น. แต่ก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุมาหลายครั้ง มีครั้งหนึ่งที่ตนเองพร้อมผู้ใหญ่บ้านสามารถจับคนร้ายได้ขณะก่อเหตุ นำตัวส่งตำรวจ สภ.คลองห้า ไปแล้วซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในเรือนจำ

12 พ.ย. 2565 ครั้งนี้เป็นเหตุการณ์สุดระทึกราวกับภาพยนตร์แอ็คชั่น ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ คนร้ายอ้างเป็นพนักงานบริษัทผู้ให้บริการระบบสื่อสารมาตรวจสอบและตัดสาย ในย่านท่าดินแดง เขตคลองสาน แต่ชาวบ้านสังเกตเห็นพิรุธจึงพยายามช่วยกันล้อมจับ กลายเป็นฉากไล่ล่าที่คนร้ายใช้มอเตอร์ไซค์พุ่งชนชาวบ้านฝ่าวงล้อมหลบหนีไปได้ เหตุการณ์ครั้งนี้มีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 1 ราย

24 พ.ย. 2565 แม้แต่การนำสายไฟลงดินก็ยังไม่รอดมือโจร ครั้งนี้เหตุเกิดขึ้นที่ถนนคันคลองชลประทาน บริเวณทางเข้าบ้านวังธาร ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และที่ถนนทางเข้าเขื่อนแม่กวงอุดมธารา โดยทั้ง 2 เหตุการณ์ สมยศ อยู่เย็น นายกเทศมนตรีเทศบาลลวงเหนือ เปิดเผยว่า คนร้ายใช้วิธีขุดดินเพื่อดึงสายไฟขึ้นมาตัด ส่งผลให้ไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณดังกล่าวดับ ซึ่งเป็นจุดที่ถนนค่อนข้าวเปลี่ยวและมืด

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ระบุว่า ผู้ใดลักทรัพย์ โดยมีพฤติการณ์ดังนี้ (1) ในเวลากลางคืน (10) ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือถ้าความผิดตามวรรคแรกเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราดังกล่าวแล้วตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป (เช่น ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและเป็นทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์) ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท

นอกจากนั้นยังอาจเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 234 ระบุว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ แก่สิ่งที่ใช้ในการผลิตในการส่งพลังงานไฟฟ้าหรือในการส่งน้ำ จนเป็นเหตุให้ประชาชนขาดความสะดวก หรือน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมาตรา 235 ระบุว่า ผู้ใดกระทำการด้วยประการใดๆ ให้การสื่อสารสาธารณทางไปรษณีย์ ทางโทรเลข ทางโทรศัพท์หรือทางวิทยุขัดข้อง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อีกด้านหนึ่ง ร้านค้าที่รับซื้อสายไฟหรือสายสื่อสารเหล่านี้ จะมีความผิดฐานรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ถ้าความผิดนั้นเข้าลักษณะลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ กรรโชก รีดเอาทรัพย์ ชิงทรัพย์ปล้นทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานรับของโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ท้ายที่สุดนอกจากจะขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดแล้ว ยังอยากฝากไปถึงผู้ที่คิดจะลงมือก่อนเหตุลักษณะนี้ ว่าการลักสายไฟก็ดีหรือสายสื่อสารก็ตาม ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดกับชุมชนหรือสังคมโดยรวม ลองตั้งสติแล้วพิจารณาตามหลัก “ใจเขาใจเรา” ว่า สายไฟถูกตัดจนไฟดับแล้วเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน หรือสายสื่อสารถูกตัดแล้วติดต่อขอความช่วยเหลือยามเกิดเหตุฉุกเฉินไม่ได้หากผู้เคราะห์ร้ายนั้นเป็นคนในครอบครัวจะรู้สึกอย่างไร?

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : ‘โคเวสโตร’มอบพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนแปลงโลก เปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืน

Posted on December 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696026

สกู๊ปพิเศษ : ‘โคเวสโตร’มอบพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนแปลงโลก  เปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืน

สกู๊ปพิเศษ : ‘โคเวสโตร’มอบพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ร่วมเปลี่ยนแปลงโลก เปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“ขยะพลาสติก” เป็นหนึ่งในปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งประเทศต่างๆ ได้พยายามหาวิธีแก้ไขเพื่อให้ปัญหานี้ทุเลาเบาบางลง หรือหมดสิ้นไป แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากพลาสติกเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติทนทาน น้ำหนักเบา และใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ จึงถูกนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในชีวิตประจำวันของมนุษย์

ดังนั้น พลาสติกจำนวนมากมายมหาศาลที่ผ่านการใช้งาน จนกลายเป็นขยะพลาสติก จึงเป็นเรื่องที่ต้องบริหารจัดการให้ดี เพราะหากใช้วิธีการกำจัดที่ไม่ถูกต้อง ก็จะทำให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างปัญหาต่อระบบนิเวศ และยังแตกตัวเป็นไมโครพลาสติกที่ย้อนกลับมาสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ กลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้

ในส่วนของประเทศไทย ก็ประสบกับปัญหาขยะพลาสติกอย่างมากเช่นกัน ซึ่งข้อมูลจาก http://www.worldpopulationreview.com ระบุว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยติดอันดับ 19ของการมีขยะพลาสติกมากที่สุดในโลก คิดเป็นปริมาณ3.53 ล้านตันต่อปี นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีขยะพลาสติกถูกปะปนเข้าไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมคิดเป็น 79% ของปริมาณขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งทั่วโลก

สำหรับปัจจัยที่ทำให้ปัญหาขยะพลาสติกของประเทศไทยยังไม่คลี่คลายนั้น จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลปัญหาขยะพลาสติก โดยสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย พบว่า เป็นผลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีซึ่งสามารถผลิตพลาสติกได้ปริมาณมาก และมีความหลากหลาย ยากแก่การจำแนกชนิดพลาสติกและนำไปรีไซเคิล, พฤติกรรมของผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่คัดแยกขยะรวมถึงนิยมใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ซึ่งมีความสะดวกสบาย, การขยายตัวของบริการซื้อสินค้าและอาหารแบบออนไลน์, การขาดประสิทธิภาพในการจัดการขยะมูลฝอยโดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยว 

นอกจากนี้ ยังรวมถึงขาดการสนับสนุนและขาดโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการรีไซเคิลพลาสติก ทำให้ขยะพลาสติกร้อยละ 75 ของขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นราว 2 ล้านตันต่อปีไม่ถูกนำไปรีไซเคิล โดยต้องกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ แบบถูกต้องตามหลักวิชาการ แบบเทกอง การเผาในที่โล่ง และการเผาแบบผลิตพลังงาน

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้มีความพยายามในการจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยได้กำหนดให้การจัดการขยะเป็นวาระแห่งชาติ มาตั้งแต่ปี 2557 มีการตั้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดให้มีการนำ “ขยะพลาสติกเป้าหมาย” กลับมาใชประโยชน์ร้อยละ 100 ในปี 2573 ซึ่งได้เริ่มจากการยกเลิกพลาสติกหุ้มฝาขวด (Cap seal) และไมโครบีด (Micro-bead)

โดยในช่วงต้นปี 2563 ได้มีการรณรงค์ลด-ละ-เลิกพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวโดยเฉพาะถุงพลาสติก แต่สถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ปริมาณการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Single – Use Plastic) จากบริการส่งอาหาร เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การผลิตพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวโดยรวมในปี 2564 ก็มีแนวโน้มลดลง

ขณะที่ภาครัฐก็ยังคงเดินหน้าเลิกใช้พลาสติก 4 ชนิด ซึ่งล้วนเป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ได้แก่ ถุงพลาสติกแบบบางน้อยกว่า 36 ไมครอน, กล่องโฟมบรรจุอาหาร,แก้วพลาสติกแบบบางน้อยกว่า 100 ไมครอน และหลอดพลาสติก ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากมติคณะรัฐมนตรีในปี 2565 เพื่อให้เป็นไปตามโรดแมปการจัดการขยะพลาสติกของประเทศ

ทั้งนี้ ได้มีหนึ่งตัวอย่างของความพยายามจัดการกับปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทย โดยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตโพลีเมอร์คุณภาพสูง ได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมพลาสติกเพื่อความยั่งยืน kids Lab ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ต้องการมอบพื้นที่นอกห้องเรียนให้กับเด็กไทยในการเรียนรู้เกี่ยวกับความสำคัญของการจัดการขยะพลาสติกอย่างถูกวิธีรวมถึงความรู้เกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน แบบวิธี Learn & Play ให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ในโรงเรียนที่อยู่รอบๆ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

โคเวสโตร มีเป้าหมายว่าศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมพลาสติกฯ แห่งนี้ จะขยายวงกว้างไปสู่เยาวชนรุ่นใหม่ๆ ในจังหวัดอื่นๆ ใกล้เคียง รวมถึงเยาวชนคนรุ่นใหม่ระดับนักเรียนชั้นประถมศึกษา และนิสิตนักศึกษา ที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย ของกรุงเทพฯ ด้วย

เป้าหมายการเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมพลาสติกฯ แห่งนี้ คาดว่าจะมีน้องๆ นักเรียนจากระดับชั้นประถมศึกษาเข้าร่วม Learn & Play จำนวนต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 2-3 กรุ๊ปโดยแต่ละกรุ๊ปสามารถรองรับได้ 30 คน ระยะเวลาเข้าเยี่ยมชมอยู่ที่ 2 ชั่วโมง ต่อกรุ๊ป คิดเป็นต่อปีจะมีเยาวชนคนรุ่นใหม่เข้ามาเยี่ยมชมเรียนรู้ รวมทั้งหมด 400 คน

ภายในศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมพลาสติกฯ มีทั้งหมด 4 โซน ได้แก่ 1.โซนความรู้เกี่ยวกับการเดินทางของขยะพลาสติกและการรีไซเคิลพลาสติก 2.โซนวิธีการจัดการขยะพลาสติก 3.โซนเรียนรู้ว่าจะสามารถนำพลาสติกกลับมาสร้างให้เกิดคุณค่าใหม่ได้อย่างไร และ 4.โซนเรื่องนวัตกรรมของบริษัทเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการรีไซเคิลสินค้าหรือวัสดุที่ใช้แล้วให้สามารถนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อการผลิตสินค้าต่างๆ ใหม่ได้อีกครั้ง

ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้ยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต เราต้องปลูกฝังความคิดที่ถูกต้องเกี่ยวกับความยั่งยืน และเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับพวกเขา และโคเวสโตรมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนพวกเขาในทุกทางที่เราสามารถทำได้ เพราะจุดมุ่งหมายของโคเวสโตร คือ “การสร้างสรรค์เพื่อโลกที่สดใสยิ่งขึ้น”

ดร.ทีโม สลาวินสกี้ กล่าวว่า ความยั่งยืนเป็นองค์ประกอบหลักในพันธกิจของโคเวสโตรและเป็นส่วนสำคัญในกลยุทธ์ของบริษัท ในฐานะที่โคเวสโตรเป็นบริษัทที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและมุ่งสร้างการเติบโตด้วยผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ บริษัทฯ ได้ตั้งเป้าหมายสู่ความยั่งยืนที่ครอบคลุมมากกว่าการดำเนินงานในปัจจุบัน ตัวอย่าง เช่น บริษัทมุ่งบรรลุความเป็นกลางทางสภาพภูมิอากาศภายในปี 2578 และต้องการสร้างให้เกิดการหมุนเวียนอย่างเต็มรูปแบบตลอดห่วงโซ่

“ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนนี้ เป็นมากกว่าแค่คำประกาศและโคเวสโตรได้พิสูจน์ให้เห็นจากหลายโครงการแล้วว่าบริษัท สามารถทำแนวคิดใหม่ๆ ให้กลายเป็นจริงได้ เช่น การพัฒนาพื้นฐานวัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพของโรงงานทุกแห่งอย่างต่อเนื่องและช่วยให้ลูกค้าสามารถออกแบบกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งนวัตกรรม เกือบทั้งหมดของโคเวสโตรพัฒนาขึ้นจากความพยายามในการให้ความสำคัญกับทั้งเศรษฐกิจและระบบนิเวศ เพื่อสร้างประโยชน์ให้สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมความสำเร็จทางธุรกิจของลูกค้า” กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเวสโตร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ในประเทศไทย โคเวสโตรได้ปฏิบัติตามหลักการผลิตที่ยั่งยืนและแสดงจุดยืนด้านความยั่งยืน ของบริษัท โรงงานผลิตในมาบตาพุดได้สนับสนุนวาระนานาชาติด้านความยั่งยืนผ่าน โครงการริเริ่มหลายโครงการ ตัวอย่างเช่น บริษัทฯได้เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นการใช้ไบโอดีเซลสำหรับกิจกรรมทางโลจิสติกส์ภายในโรงงาน, การเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงทดแทนที่ เผาไหม้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้นทำให้สามารถลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ภายในห่วงโซ่คุณค่าได้มากกว่าเดิม, การริเริ่มการผลิตแบบสมดุลมวลสาร ซึ่งโคเวสโตร ได้รับการรับรองจาก ISCC PlusCertificate นอกจากนี้บริษัทกำลังวางแผนการใช้พลังงานหมุนเวียนในกระบวนการผลิตเพื่อลด มลพิษทางน้ำและอากาศอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า ปัญหาขยะพลาสติก เป็นหนึ่งหลายปัญหาสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ที่หลายภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันแก้ไข ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ที่เกี่ยวข้องกับทุกขั้นตอนในการผลิตพลาสติก ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำแผนปฏิบัติการ การรณรงค์ให้เข้าใจถึงปัญหาขยะพลาสติก การดูแลผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และขยะที่เกิดจากกระบวนการผลิต การกำหนดจุดรับและรวบรวมขยะพลาสติก เข้าสู่กระบวนการผลิตเพื่อกลับมาใช้ใหม่

ปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ถือเป็นปัญหาใหญ่ของโลก ที่ยังรอความร่วมมือร่วมใจกันแก้ไขให้ดีขึ้น เพื่อให้โลกใบนี้เป็นโลกที่น่าอยู่สำหรับพวกเราทุกคนต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แตกตื่นทั้งคำชะโนด’งูเขียวมีหงอน’คล้ายพญานาค-‘อ.เจษฎา’ไขคำตอบให้แล้ว

Posted on December 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/696061

แตกตื่นทั้งคำชะโนด'งูเขียวมีหงอน'คล้ายพญานาค-'อ.เจษฎา'ไขคำตอบให้แล้ว

แตกตื่นทั้งคำชะโนด’งูเขียวมีหงอน’คล้ายพญานาค-‘อ.เจษฎา’ไขคำตอบให้แล้ว

วันเสาร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.24 น.

นักท่องเที่ยวแตกตื่นทั้งคำชะโนด!!!! งูเขียวมีหงอนเป็นเกล็ด ชาวบ้านเชื่อเป็นพญานาค ตกจากต้นประดู่ เลื้อยเข้าสำนักหมอดูที่คำชะโนด แม่ค้าขายน้ำเล่าวินาทีแทบช็อคงูตกใส่แขน เหมือนของหนักตกลงพื้นที่ เผยกำลังนำของไปเซ่นไหว้ปู่ฯ ในวังนาคินทร์ หลังถูกหวยติดต่อหลายงวด คนแห่ดูหลังจากเชื่องและไม่ทำร้ายคน แห่ส่องเลขเด็ดธูปมงคล 409 เวลางูตกพื้น 10.39 น.ปีเกิดแม่นางงูตกใส่แขน 2509 หมอดูเจ้าของสถานที่เชื่อท่านมาให้โชควันเสาร์วันมงคลขึ้น 10 ค่ำเดือนอ้าย มีโชคใหญ่เป็นสิบเท่า ขณะที่”อ.เจษฎา”ไขคำตอบเป็นงูหนูแรดนำเข้าจากเวียดนาม

3 ธ.ค.65 แตกตื่นทั้งคำชะโนดแห่ดูงูเขียวมีหงอนคล้ายพญานาคพากันส่องเลขเด็ดลุ้นโชค โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักหมอดูอาจารย์ธเนศ ธาสังสิโม ทางออกลานจอดรถลานบั้งไฟ คำชะโนด บ้านโนนเมือง ต.บ้านม่วง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานีพบงูเขียวมี ขดที่ขื่อหลังคาเมทัลชีสสำนักหมอดู และต่างฮือฮามากขึ้น เมื่องูเขียวตัวนี้มีหงอนคล้ายพญานาค และมาอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์วังนาคินทร์คำชะโนดเสียด้วย ต่อผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สำนักหมอดูอาจารย์ธเนส พบนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าไปถ่ายรูปและส่องงูเขียวมีหงอนจำนวนมาก ยกมือสาธุขอให้มีโชคมีลาภ  โดยงูเขียวตัวนี้สภาพเชื่องทำดุร้าย บางครั้งก็ให้จับได้ และยังเล่นหัวส่ายไปส่ายมา อ้าปากแลบลิ้นเป็นบางครั้ง ขณะนั้นเองมีกระรอกวิ่งมาหางูเขียวมีหงอน เจ้ากระรอกหยุดสักพักแล้วก็วิ่งหนีขึ้นต้นไม้ไปทันที

แม่นิ่ม ภรรยาหมอดูธเนศ บอกว่า วันนี้เวลา 11 โมงเช้ากำลังจะมาเปิดร้าน แม่นางขายน้ำร้านข้าง ๆ วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่ามีงูเขียวตกใส่แขนแล้วเลื้อยเข้าไปในสำนักหมอดู จากนั้นจึงเปิดสำนักมองเข้าไปในร้านก็เห็นงูเขียวขดอยู่บนหลังคาบริเวณขื่อใต้หลังคาเมทัลชีส และเมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นว่างูเขียวมีหงอนด้วย ตกใจมาก ไม่เคยเห็นงูเขียวมีหงอนแบบนี้ ส่วนตัวมีความเชื่อเรื่องพญานาคอยู่แล้ว ท่านคงมาปรากฏว่าตัวเห็น

ขณะที่อาจารย์ธเนศ อายุ 62 ปีหมอดูบอกว่า ตนเองอยู่ที่คำชะโนดมาเป็นสิบๆ ปีเพิ่งเคยเห็นงูมีหงอนประหลาดแบบนี้ ดูแล้วงูตัวนี้เชื่อง ไม่ดุร้าย และวันนี้เป็นมงคล มีพิธีแต่งงานกันเยอะ ขึ้น 10 ค่ำเดือนอ้าย หากมีโชคก็ถือว่าได้โชค 10 เท่าเลยทีเดียวแล้วเรื่องโชคแล้วแต่ดวงของแต่ละคน

นายแดง ด่านละหาน เจ้าของร้านคำชะโนดโฟโต้ บอกว่า สายๆ วันนี้หลังจากได้ยินแม่นางร้องเสียงหลงว่างูเขียวหล่นจากต้นไม้ตกใส่ ลูกน้องภายในร้านจึงรีบไปดูและถ่ายคลิปเอาไว้ ตอนแรกก็คิดว่าเป็นงูเขียวพระอินทร์ธรรมดา แต่สังเกตเห็นมีหงอนบริเวณปลายปาก ตกใจมากเพราะเกิดมาก็เพิ่งเคยเห็น และจากที่ดูแม้งูตัวเล็ก ๆ แต่ยาวมากยาวเกือบ 1 เมตร เท่าที่ดูงูเชื่องไม่ดุร้าย ตั้งแต่เกิดมาตนเองก็เพิ่งเคยเจองูเขียวมีหงอนแบบนี้ ส่วนตัวก็เชื่อเรื่องพญานาคอยู่แล้ว คิดว่าท่านมาปรากฏตัวให้เห็นในช่วงวันหยุดยาวนี้

ทางด้าน นางทองศูนย์ ขันธวิชัย หรือ “แม่นาง” อายุ 54 ปี แม่ค้าขายเครื่องดื่มที่คำชะโนด เปิดเผยว่า วันนี้เวลาประมาณ 10.30 น.ตอนเช้าตนเองกำลังนำเครื่องบวงสรวงไปถวายปู่ศรีสุทโธในวังนาคินทร์ เพราะงวดที่แล้วถูกหวยและถูกติดต่อกันหลายงวด จึงจะนำไปถวายปู่พอเดินมาถึงหน้าสำนักหมอดูอาจารย์ธเนศปรากฎว่างูเขียวตัวนี้หล่นจากต้นประดู่ที่อยู่ข้างๆกับสำนักหมอดูตกใส่ใส่แขนขวา ตนเองก็ตกใจรีบปัดงูลงกับพื้นคอนกรีต แต่เชื่อหรือไม่งูตัวเล็กๆ แต่ได้ยินเสียงหล่นเหมือนของหนักตกจากที่สูง เสียงดัง “ตุ๊บ” เลย วันหน้าหากท่านยังอยู่ก็จะทำดอกไม้เครื่องสักการะมาถวายท่านอยู่ สงสัยปู่ท่านไม่ให้ไปไกลจะมารับเครื่องเซ่นไหว้ใกล้ๆ เลย แม่นางกล่าวตอนท้าย ขณะที่คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ดธูปมงคล จุดธูปได้ 409 ปีเกิดของแม่นาง พ.ศ.2509 และเวลางูเขียวมีหงอนคล้ายพญานาคตกจากต้นไม้ 10.39 น.คอหวยไม่พลาดลุ้นโชคใหญ่กลางเดือนธ.ค.65 นี้

ขณะที่ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ระบุว่าบางคน อาจจะมองมันเป็น “งูศักดิ์สิทธิ์มีหงอน” สาธุๆแต่สำหรับผม มันคือ งูหนูแรด “Rhinoceros ratsnake” นำเข้าจากประเทศเวียดนามครับ

งู rhinoceros ratsnake (ชื่อวิทยาศาสตร์ Gonyosoma boulengeri) หรือ งูหนูแรด หรือ งูแรด หรือ งูจมูกยาวเวียดนาม (Vietnamese longnose snake) เป็นงูที่ไม่มีพิษสปีชีส์หนึ่ง ในวงศ์ Colubridae งูชนิดนี้พบได้ตั้งแต่ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนาม ไปจนถึงตอนใต้ของประเทศจีน มันมีส่วนที่ยื่นยาว เด่น มีเกล็ด อยู่บนด้านหน้าของจมูกของมัน เลยทำให้ถูกเรียกชื่อตามลักษณะนอของแรด

ตัวเต็มวัยของงูหนูแรด มีความยาวจรดปลายหาง 100–160 เซนติเมตร ถ้านับจำนวนเกล็ดที่ด้านหลังของส่วนกลางลำตัว จะนับได้ 19 แถว งูหนูแรด มีถิ่นอาศัยในป่าฝนเขตกึ่งร้อน ที่ระดับความสูง 300 ถึง 1,100 เมตร และมักเป็นหุบเขาที่มีลำธาร ปรกติมันจะอยู่บนต้นไม้ และส่วนใหญ่หากินในเวลากลางคืน ล่าหนูตัวเล็กๆ และสัตว์ฟันแทะอื่นๆ นก และสัตว์มีกระดูกสันหลังอื่นๆ ออกลูกเป็นไข่ และมีฤดูจับคู่ผสมพันธุ์ ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม ออกไข่ 5-10 ฟองต่อครั้ง และหละงจากกกไข่ไว้ 60 วัน ก็จะฟักออกมาเป็นลูกงูขนาดยาว 30–35 ซม. สีเทาอมน้ำตาล และมีขอบสีเข้มอยู่บนเกล็ดด้านหลังบางส่วน

เมื่อโตขึ้น อายุ 12-14 เดือน งูหนูแรดจะเปลี่ยนสีเป็นสีเทา แล้วส่วนมากจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวหรือสีเขียวอมฟ้า เมื่อเป็นตัวเต็มวัยอายุ 24 เดือน 

จากการศึกษาของนักวิจัยมหาวิทยาลัย Bangor University ได้เสนอว่า ส่วนที่ยื่นออกมาจากจมูกของงูนั้น มีไว้สำหรับการผสมพันธุ์ โดยงูตัวผู้อาจจะใช้ต่อสู้กับงูคู่แข่ง แต่การศึกษาอื่นๆ กลับไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ส่วนยื่นจากจมูกนี้ กับการแสดงออกเวลาสืบพันธุ์ ทำให้ยังคงเป็นปริศนาอยู่ว่า หน้าที่ที่แท้จริงนั้นคืออะไรกันแน่

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,931,241 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เปิดชื่อ 5 ประธาน-5 รองประธาน กมธ.สัดส่วนเพื่อไทย
พริษฐ์ ชวนเพื่อนฝ่ายค้าน ลงชื่อสอบ ป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม ซุกหุ้น
ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก.
‘เลขา สมช.’ เชื่อตร.มีมาตรการดูแลบุคคลสำคัญของประเทศ หลัง ทรัมป์ ถูกลอบยิง
กรมฝนหลวงฯ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ รวมทั้งสิ้น 313,602 ราย
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 28 เมษายน 2569
เอ-แป้ง บุกอุทัยธานี ดูขั้นตอนทำน้ำพริกปลาแรดของดีลุ่มน้ำสะแกกรัง
อ. วิเชียร เถาว์มูล ขึ้นรับตำแหน่ง นายกสมาคมนักแต่งเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย
เต๋า สมชาย โชว์หวาน ผงาดคว้าเหรียญ Six Star Finisher ปิดจ๊อบ Boston Marathon 2026 สำเร็จตามฝัน

Recent Posts

  • ญี่ปุ่นทดลองใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ช่วยงานเคลื่อนย้ายสัมภาระที่สนามบินฮาเนดะ
  • ออสเตรียเริ่มพิจารณาคดี ชายวางแผนโจมตีคอนเสิร์ต “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ปี 2024
  • “จิมมี คิมเมล” โต้ปมมุกล้อ “เมลาเนีย ทรัมป์” เป็น”ว่าที่แม่ม่าย” ก่อนเหตุยิงงานเลี้ยงสื่อ
  • ซูเปอร์ยอชต์มหาเศรษฐีรัสเซียพันธมิตร “ปูติน” แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซฉลุย
  • อินโดนีเซียรวบ 13 ผู้ต้องสงสัย ทารุณกรรมเด็กในสถานรับเลี้ยง มัดมือเท้า-ขังห้องแคบ จ่อคุก 5 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d