Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เผยเรื่องราว! ชายปวดหัวเรื้อรังนับปี กินพาราบรรเทา ก่อนพบเป็นเนื้องอกในสมอง

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695553

เผยเรื่องราว! ชายปวดหัวเรื้อรังนับปี กินพาราบรรเทา ก่อนพบเป็นเนื้องอกในสมอง

เผยเรื่องราว! ชายปวดหัวเรื้อรังนับปี กินพาราบรรเทา ก่อนพบเป็นเนื้องอกในสมอง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.48 น.

วันที่ 1 ธันวาคม 2565 นพ.อารักษ์ วงศ์วรชาติ ผู้อำนวยการ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ เผยเรื่องราวกรณีตัวอย่าง หลังชายวัย 60 ปีคนหนึ่ง ปวดหัวเรื้อรังมานับปี ก่อนจะพบว่าเป็นเนื้องอกในสมอง โดยระบุว่า

กรณีตัวอย่าง ปวดหัวเรื้อรังกว่า1ปี ตรวจพบเป็นเนื้องอกในสมอง

ผู้ป่วยชายอายุ 60 ปี เศษ ให้ประวัติ ปวดศีรษะต่อเนื่องมากว่า 1 ปี  ในระหว่างนั้นกินยาแก้ปวดพารา พอได้บรรเทา คิดว่าตนเองปวดหัวจากภาวะเครียด หรือการทำงานที่เหนื่อยล้า พอนานวันอาการปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องกินยาพาราบ่อยขึ้น ถี่ขึ้น ต่อมาเริ่มมีตาพร่ามัว และสังเกตตนเอง เวลาปวดหัวมักมีอาการหูอื้อตามมาด้วย ไปหาหมอที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แนะนำให้ส่งพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหู คอ จมูกที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ 

แพทย์ได้ตรวจอาการเบื้องต้น สงสัยอาจมีความผิดปกติทางสมอง จึงส่งตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง พบเป็นเนื้องอกในสมอง ขนาดประมาณ 2 เซนติเมตร จึงส่งปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ระบบประสาท ที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ 
แพทย์สั่งให้รับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล ทันที วางแผนผ่าตัด การผ่าตัดเนื้องอกในสมอง ต้องใช้ทักษะและประสบการณ์ระดับสูงของแพทย์ รวมถึงทีมงาน ไม่เพียงแต่ทำให้อาการปวดหัว อาการผิดปกติอื่นๆทางสมองหายเป็นปกติ จะต้องไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆตามมา หากก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่ ยิ่งอาจมีผลกระทบต่อร่างกายมากเท่านั้น  ใช้เวลาผ่าตัดกว่า 2 ชั่วโมง สำเร็จด้วยดี

หลังผ่าตัด ไม่มีแขนขาอ่อนแรง ไม่ปวดศีรษะ ตามองเห็นชัดดี อาการหูอื้อลดลง จนหายเกือบเป็นปกติ ปวดหัวเรื้อรัง มีอาการตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน พูดลำบาก พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง อย่าละเลย รีบปรึกษาแพทย์ #ทีมโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Farak.wongworachat%2Fposts%2Fpfbid02E4yYVEL5oR4z68aDok4smfFTMwqEe8WUFFt5BuumjcnL5LLwM6h1FhWq9dC19Eiwl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนลาวข้ามโขงเข้าหนองคายเนืองแน่นซื้อสินค้าท่องเที่ยวช่วงฉลองวันชาติ 2 ธันวา

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695551

คนลาวข้ามโขงเข้าหนองคายเนืองแน่นซื้อสินค้าท่องเที่ยวช่วงฉลองวันชาติ 2 ธันวา

คนลาวข้ามโขงเข้าหนองคายเนืองแน่นซื้อสินค้าท่องเที่ยวช่วงฉลองวันชาติ 2 ธันวา

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.39 น.

วันที่ 1 ธ.ค.65 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย บรรยากาศคึกคักเป็นอย่างมาก โดยพบว่ามีคนลาว ชาวต่างชาติ นักท่องเที่ยว เดินทางเข้าประเทศด้านจังหวัดหนองคายกันอย่างเนืองแน่น ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย และตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย ได้อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ ทั้งการตรวจสอบเอกสารเดินทาง กระเป๋าสัมภาระ และการตรวจโรค ซึ่งการเดินทางในช่วงนี้ถือว่ามีจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศมากกว่าทุกช่วง เพราะเป็นช่วงฉลองวันชาติ สปป.ลาว 2 ธันวาคมของทุกปี ชาวลาวจะนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เตรียมนำกลับไปฉลองวันชาติ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้เน้นย้ำในการเดินทางเข้าประเทศ ห้ามนำสิ่งของต้องห้าม ต้องกำกัด สิ่งผิดกฎหมาย และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เข้าประเทศ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เริ่มออกสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไทยแล้ว ‘พุทรานม 100 ล้าน’ บ้านโพนคำม่วง

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695536

เริ่มออกสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไทยแล้ว 'พุทรานม 100 ล้าน' บ้านโพนคำม่วง

เริ่มออกสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไทยแล้ว ‘พุทรานม 100 ล้าน’ บ้านโพนคำม่วง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.46 น.

“พุทรานม 100 ล้านบ้านโพน” หรือ “พุทรากางมุ้งบ้านโพน” อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เริ่มออกสู่ตลาดสู่ผู้บริโภคทั่วไทยแล้ว เกษตรกรเริ่มเก็บผลผลิตหัวปีจำหน่าย ขณะที่ลูกค้าทยอยมาอุดหนุนไม่ขาดสาย ด้านนายกเทศมนตรีตำบลโพนระบุ เป็นสินค้าภาคการเกษตรประจำถิ่นผู้ไท ที่สร้างรายได้เสริมจากการจำหน่ายผ้าไหมแพรวาบ้านโพน ตั้งเป้ายอดขายปีนี้มูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท

วันที่ 1 ธ.ค.65 ที่สวนพุทราบ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นายนิพนธ์ อิงภู นายกเทศมนตรีตำบลโพน พร้อมสื่อมวลชน “มุดมุ้ง” เข้าติดตามการเจริญเติบโตของผลพุทราสายพันธุ์ “พุทรานมบ้านโพน” ที่กำลังได้อายุเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกสู่ตลาดเต็มที่ช่วงกลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไป

ขณะที่บริเวณท้องทุ่งสองฝั่งถนนสายบ้านโพน-คำม่วง-สามชัยจะพบว่าขาวละลานตาด้วยสวนพุทรา ที่เกษตรกรได้ “กางมุ้ง” เพื่อป้องกันเพลี้ย และแมลงรบกวน รวมทั้งเป็นการควบคุมอุณหภูมิ เพื่อรักษาคุณภาพรสชาติพุทราหวานอีกด้วย และนอกจากนี้ที่ริมถนนเยื้องศูนย์ศิลปวัฒนธรรมผู้ไทยบ้านโพน ยังมีบรรดาพ่อค้า แม่ค้า หลายรายตั้งแผงเพื่อเป็นจุดจำหน่ายพุทรา ซึ่งบรรยากาศเริ่มคึกคัก เงินสะพัดวันละหลายหมื่นบาท

นายนิพนธ์ อิงภู นายกเทศมนตรีตำบลโพน กล่าวว่าพุทราหวานบ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมานานกว่า 30 ปี โดยมีการพัฒนาสายพันธุ์และรูปแบบการเพาะปลูก การดูแล เช่น กางมุ้ง ผสมน้ำกับนมหมักรดต้นพุทรา จึงเป็นที่มาของพุทราสายพันธุ์นมสด ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนเป็นชื่อใหม่ว่า “พุทรานมบ้านโพน” อีกหนึ่งอัตลักษณ์ของบ้านโพนควบคู่กับไหมแพรวาบ้านโพน สร้างรายได้มวลรวมให้เกษตรไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีการรวมกลุ่มเป็นแปลงใหญ่ ในรูปแบบสหกรณ์ ชื่อกลุ่มแปลงใหญ่พุทรานมบ้านโพนสหกรณ์การเกษตรคำม่วง จำกัด เพื่อมีอำนาจต่อรองราคา และเป็นหลักประกันที่มั่นคง คุณภาพปลอดภัย ตลาดกว้างไกล ปัจจุบันมีสมาชิก 403 ราย พื้นที่เพาะปลูก 1,832 ไร่ ผลผลิตปี 2565 เฉลี่ย 3-5 ตันต่อไร่ หักค่าใช้จ่ายเหลือประมาณ 6 หมื่นบาทต่อไร่ มูลค่ารวมเฉลี่ยปีละกว่า 100 ล้านบาท

ด้านนางยัน พันธะลี อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ 4 บ้านโพน เกษตรกรและแม่ค้าจำหน่ายพุทรา กล่าวว่า พุทราหวานบ้านโพนผลผลิตประจำปี 2565-66 เริ่มออกสู่ตลาดแล้ว โดยพุทราที่เกษตรกรชาวบ้านโพนปลูกมี 3 สายพันธุ์ คือ พันธุ์พุทรานมบ้านโพน พันธุ์สายน้ำผึ้ง และพันธุ์สามรส ที่เห็นนำมาจำหน่ายในช่วงนี้ถือเป็นพุทราผลหัวปี ที่เริ่มได้ขนาดเก็บมาจำหน่าย ส่วนผลผลิตพุทราที่จะออกสู่ตลาดจำนวนมาก จะเริ่มประมาณกลางเดือนธันวาคมเป็นต้นไปถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ทั้งนี้ ครอบครัวตนปลูกพุทราหวาน 3 ไร่ จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง กิโลกรัมละ 40 บาท ต้นทุนปีนี้ค่อนข้างสูงเฉลี่ยไร่ละ 6 หมื่นบาท เนื่องจากปุ๋ยแพง แต่ก็คาดหวังว่าปีนี้จะได้ผลผลิตสูง และขายได้กำไรไม่น้อยกว่า 1 แสนบาท

ขณะที่นางบังอร มะลามุล อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10 หมู่ 2 บ้านโป่งเปลือย อ.เมือง จ.บึงกาฬ กล่าวว่า ในช่วงพุทราหวานบ้านโพนออกสู่ตลาด ตนก็จะมาซื้อไปรับประทานและเป็นของฝากญาติพี่น้อง ส่วนตัวรู้สึกชื่นชอบรสชาติพุทราหวานบ้านโพนทุกสายพันธุ์ เพราะให้รสชาติที่หวานฉ่ำ หอม กรอบ อร่อยและราคาไม่แพง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 27-29 มกราคม 2566 เทศบาลตำบลโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ จะได้ร่วมกับทุกภาคส่วนจัดงาน “มหัศจรรย์ถิ่นผู้ไท ราชินีไหมแพรวา พุทราหวานของดีกาฬสินธุ์” ซึ่งถือเป็นงานประจำปีระดับจังหวัด เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวา และเปิดตลาดพุทราหวานบ้านโพน จึงขอเชิญชวนประชาชน นักท่องเที่ยว มาร่วม “มุดมุ้ง บายนม ชมสวน” ร่วมกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชม ‘น้องพะยูน’ โชว์ตัวจุดชมวิวเขาแบนะ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695531

ชม 'น้องพะยูน' โชว์ตัวจุดชมวิวเขาแบนะ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง

ชม ‘น้องพะยูน’ โชว์ตัวจุดชมวิวเขาแบนะ อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.33 น.

1 ธ.ค.65 อุทยานแห่งหาดเจ้าไหม ระบุ “คณะนักเรียน-ครู โรงเรียนสภาราชินีได้พบเจอพะยูน ณ จุดชมวิวที่ 1 เขาแบนะ ซึ่งถือเป็นความโชคดีและสร้างความตื่นเต้นแก่ผู้พบเห็น เนื่องจากการพบเจอพะยูนบริเวณดังกล่าวใช่ว่าทุกคนจะได้เจอกันง่ายๆ

ขอบคุณภาพจาก : อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม – Hat Chao Mai National Park
ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดีเดย์7ม.ค.66!! ย้าย ‘ถนนคนเดินเซราะกราว’ ไปขาย ‘ถนนอนุวรรตน์’ ชั่วคราว

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695530

ดีเดย์7ม.ค.66!! ย้าย 'ถนนคนเดินเซราะกราว' ไปขาย 'ถนนอนุวรรตน์' ชั่วคราว

ดีเดย์7ม.ค.66!! ย้าย ‘ถนนคนเดินเซราะกราว’ ไปขาย ‘ถนนอนุวรรตน์’ ชั่วคราว

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 13.30 น.

ดีเดย์ 7 ม.ค. 66 ย้าย “ถนนคนเดินเซราะกราว” ไปขาย “ถนนอนุวรรตน์” ริมคลองละลมโบราณลูกที่ 4 ชั่วคราว

เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรรมการตลาดถนนคนเดินเซราะกราว เตรียมย้ายถนนคนเดินเซราะกราว ไปขายถนนอนุวรรตน์ ริมคลองละลมโบราณลูกที่ 4 ชั่วคราว เริ่มดีเดย์ 7 ม.ค.66 หลังกรมโยธาฯ จัดงบปรับปรุงสาธารณูปโภคและภูมิทัศน์ชุมชนเมืองบุรีรัมย์ (บริเวณถนคนเดินเซราะกราว) ยึดผู้ขายรายเดิมก่อน ขณะชุมชนขอเพิ่มอีก 20 ราย เพื่อเป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า ท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ  และสร้างรายได้ชุมชน

1 ธ.ค.65 นายสกล ไกรรณภูมิ นายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ มอบหมายให้ นายณัฐฏ์ คงธนัยรุ่งโรจน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารถนนคนเดินเซราะกราว เพื่อร่วมหารือการดำเนินการถนนคนเดินเซราะกราว ซึ่งจำเป็นต้องพิจารณาหาพื้นที่อื่น เพื่อรองรับถนนคนเดินเซราะกราว(ชั่วคราว) โดยมีนายเจษฎากร เขียนนิลศิริ รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ รองปลัดเทศบาล หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง กรรมการบริหารถนนคนเดินเซราะกราว เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และตัวแทนชุมชน เข้าร่วมประชุม ที่ห้องประชุม ชั้น 4 สำนักงานเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์    

ทั้งนี้ ตามที่ถนนคนเดินเซราะกราว ได้เปิดให้บริการถนนคนเดินเซราะกราวอย่างต่อเนื่องมา เข้าสู่ปีที่ 8 ในปัจจุบัน ประกอบกับในสถานการณ์ปัจจุบันถนนคนเดินเซราะกราว อยู่ในพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสาธารณูปโภคและภูมิทัศน์ชุมชนเมืองบุรีรัมย์ (บริเวณถนคนเดินเซราะกราว) ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม 2565 และสิ้นสุดสัญญาวันที่ 31 มกราคม 2567

โดยโครงการก่อสร้างเฟสที่ 1 จะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบคลองละลมลูกที่ 1 (บริเวณเวทีเซราะกราว) ปรับปรุงอาคารโดมสวนรมย์บุรี 200 ปี ปรับปรุงฟุตบาททางเท้า ปรับปรุงซุ้มประตูและปรับปรุงผิวจราจร (ถนนรมย์บุรี) ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว จะกระทบกับถนนคนเดินเซราะกราวโดยตรง เทศบาลเมืองบุรีรัมย์จึง จำเป็นต้องพิจารณาพื้นที่อื่น เพื่อรองรับถนนคนเดินเซราะกราวเป็นการชั่วคราว

ซึ่งในที่ประชุมได้มีมติ เห็นชอบ พิจารณาเลือกพื้นที่ถนนอนุวรรตน์ (ถนนบริเวณคลองละลมลูกที่4) เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าถนนคนเดินเซราะกราว (ชั่วคราว) ซึ่งสภาพพื้นที่ยังคงอัตลักษณ์ ถนนคนเดินเซราะกราว (เดิม) ที่มีสถานที่พบปะสังสรรค์ พักผ่อนหย่อนใจ สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ และคูเมืองโบราณ ระยะทางประมาณ 520 เมตร จากสี่แยกศูนย์แพทย์ 1 (ริมละลมลูกที่ 4) ไปจนถึงสามแยก ศาลเจ้าแม่บัวลอย

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ ได้มีการประชาคมกับประชาชนในชุมชนหลักเมือง ก็เห็นชอบให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวในการเตรียมรองรับถนนคนเดินเซราะกราว (ชั่วคราว) เพื่อเป็นการพัฒนาพื้นที่และสร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมได้มีข้อเสนอแนะ เช่น การเปิดทางเข้า สำหรับร้านค้าในบริเวณดังกล่าว ทางเทศบาล จะเว้นทางเข้าหน้าที่ร้าน ความกว้าง 2 เมตร เพื่อลดผลกระทบการประกอบการและเป็นการกระตุ้นยอดขายให้ผู้ประกอบการ , การจำหน่ายสินค้าหน้าบ้าน สำหรับบ้านเรือนในบริเวณดังกล่าว หากมีความประสงค์จะขายสินค้าหน้าบ้านตนเอง สามารถตั้งวางขายสินค้าได้ เทศบาลจะจัดสรรพื้นที่ เป็นการจุดขายผลิตภัณฑ์และสินค้าของประชาชนในชุมชน โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของพื้นที่ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ส่วนการจราจร รถเข้า-ออก เนื่องจากการจัดถนนคนเดินบนผิวจราจร หากปล่อยมีการสัญจรของยานพาหนะในพื้นที่ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุต่อผู้ประกอบการและผู้รับบริการได้ง่าย จึงปิดการจราจร 100 % โดยขอความร่วมมืองดสัญจรในช่วงเวลาดังกล่าว เทศบาลจะจัดเตรียมจุดจอดยานพาหนะของบ้านเรือนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ทำสติกเกอร์ติดรถ “ชุมชนหลักเมือง” แก่บ้านพักอาศัยที่อยู่ติดบริเวณทางเข้าตลาด ในส่วนพื้นที่จอดยานพาหนะ อาจจะใช้ลานกีฬา ชุมชนฝั่งละลม ที่ว่างศูนย์แพทย์ 1 ริมละลม หน้ามัสยิดกลางอันวารุสสลาม และศูนย์แพทย์ 1 ริมละลม

นอกจากนี้ ยังมีการประชุมคณะกรรมการกำหนดพื้นที่ผ่อนผัน และคณะกรรมการจัดระเบียบจำหน่ายสินค้าและคัดเลือกผู้จำหน่ายสินค้าเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุม มีมติเห็นชอบ ให้พื้นที่ถนนอนุวรรตน์(ถนนคูเมือง) บริเวณคลองละลมลูกที่ 4 เป็นพื้นที่ผ่อนผันรองรับถนนคนเดินเซราะกราว ชั่วคราว

โดยจะมีการย้ายตลาดถนนคนเดินเซราะกราว ไปยังพื้นที่ถนนอนุวรรตน์ (ถนนบริเวณคลองละลมลูกที่4) เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าถนนคนเดินเซราะกราว (ชั่วคราว) ในวันที่ 7 ม.ค.2566 ซึ่งผู้จำหน่ายสินค้า จะเป็นผู้จำหน่ายสินค้าเดิม จำนวน 430 ราย และผู้จำหน่ายสินค้าชุมชน จำนวน 20 ราย โดยมีสิทธิเฉพาะถนนคนเดินเซราะกราว (ชั่วคราว) เท่านั้น โดยจะเปิดให้บริการทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น. ซึ่งคาดว่าจะสร้างรายได้ ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้า ที่มีพื้นที่ให้ท่องเที่ยว ได้พักผ่อนหย่อนใจ  พบปะสังสรรค์ พร้อมสัมผัสกับธรรมชาติ คูเมืองโบราณ ทั้งยังฟื้นฟูกิจกรรมการละเล่น และประเพณี ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน

นายณัฐฏ์ คงธนัยรุ่งโรจน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า วันนี้ ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารถนนคนเดินเซราะกราว หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ และตัวแทนชุมชน ในการพิจารณาหาพื้นที่อื่น รองรับตลาดถนนคนเดินเซราะกราวชั่วคราว เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้ามีสถานที่ขายสินค้าต่อเนื่อง ซึ่งได้มีมติเห็นชอบ เลือกพื้นที่ถนนอนุวรรตน์ (ถนนบริเวณคลองละลมลูกที่4) เป็นสถานที่จำหน่ายสินค้าถนนคนเดินเซราะกราว (ชั่วคราว)

ส่วนด้านสาธารณูปโภค ก็ได้หารือร่วมกัน และจัดเตรียมทั้งไฟฟ้า ถนน เพื่อให้เกิดความสะดวกทั้งผู้จำหน่ายสินค้า และประชาชนผู้มาใช้บริการ  ในส่วนของผู้จำหน่ายสินค้ายังคงจะยึดพ่อแม่ค้ารายเดิมก่อน และจะมีเพิ่มในส่วนของผู้ค้าในชุมชนบางส่วนที่เสนอมา ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการฯ โดยคาดว่าจะเริ่มเข้าไปขายสินค้าถนนคนเดินเซราะกราว (ชั่วคราว) ได้ในวันที่ 7 ม.ค.2566 เป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับถนนคนเดินเซราะกราว ดังกล่าว จะเปิดทุกวันเสาร์ และวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. – 22.00 น. ปัจจุบันมีพ่อค้าแม่ค้า และผู้ผลิตสินค้าชุมชน นำสินค้า 9 ประเภท ประกอบไปด้วย สินค้าหัตถกรรม , เครื่องประดับ, สิ่งประดิษฐ์ , ของที่ระลึก , อาหารปรุงสำเร็จ , อาหารปรุงแต่ง, เครื่องดื่ม , ตลาดสีเขียว และสินค้าเบ็ดเตล็ด มาจำหน่าย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในระดับพื้นที่ ทั้งเพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชนด้วย

ซึ่งถนนคนเดินเซราะกราวดังกล่าว ถือเป็นถนนของคนบุรีรัมย์ ที่สร้างรายได้ให้กับชุมชน ทั้งเป็นถนนสายวัฒนธรรม ถนนรักษ์สิ่งแวดล้อมปลอดการใช้กล่องโฟมและพลาสติก ทั้งยังเปิดโอกาสเยาวชนหรือวัยรุ่นได้มีเวทีแสดงออกเพื่อห่างไกลยาเสพติด  ผู้มีความสามารถด้านการแสดงดนตรีหรือศิลปะพื้นบ้านได้เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม สู่สายตานักท่องเที่ยวอีกด้วย. -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องทับเสลา’ สอบผ่านกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติพร้อม ‘แม่รับ-วาเลนไทน์’ (มีคลิป)

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695492

'น้องทับเสลา' สอบผ่านกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติพร้อม 'แม่รับ-วาเลนไทน์' (มีคลิป)

‘น้องทับเสลา’ สอบผ่านกลับคืนสู่ป่าธรรมชาติพร้อม ‘แม่รับ-วาเลนไทน์’ (มีคลิป)

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.38 น.

วันนี้ (1 ธ.ค.65) เพจ “ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช” ได้โพสต์ภาพบรรยากาศการส่ง “น้องทับเสลา” ลูกช้างป่าหลงโขลงที่นำมาอนุบาลไว้ กลับคืนสู่ป่าอย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 30 พ.ย.65 ที่ผ่านมา พร้อมข้อความระบุว่า #รู้จากข่าว…”ทับเสลา” สอบผ่านก่อนปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติพร้อมแม่รับ “วาเลนไทน์” 

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 นายศุภกิจ วินิตพรสวรรค์ พร้อมด้วยสัตวแพทย์หญิงกิตติยาภรณ์ เอี่ยมสะอาด ในฐานะคณะทำงานกำกับ ดูแล และช่วยเหลือลูกช้างป่าพลัดหลง (ทับเสลา) ร่วมกับ นายสักรินทร์ ปัญญาใจ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (สาขาลำปาง) เจ้าหน้าที่สัตวแพทย์และสัตวบาลจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่) เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง เจ้าหน้าที่มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ เจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย คณาจารย์ศูนย์สุขภาพช้างและสัตว์ป่า โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และเครือข่ายรักช้าง รักษ์ป่า ดอยผาเมือง ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจปล่อยลูกช้างป่า (ทับเสลา) พร้อมแม่รับ (พังวาเลนไทน์) คืนสู่ธรรมชาติ ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จังหวัดลำปาง 

โดยเมื่อปี 2563 “ทับเสลา” ได้รับการเคลื่อนย้ายมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เพื่อมาดูแล ฝึก และปรับพฤติกรรมให้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้ติดอุปกรณ์ติดตามตัวช้างป่า (GPS Collar) ให้แก่ช้างแม่รับ และกำหนดแผนติดตามการดำรงชีวิต การเคลื่อนที่ และประเมินพฤติกรรมการปรับตัวให้เข้ากับสภาพธรรมชาติมาอย่างต่อเนื่อง 

สำหรับ “ทับเสลา” ได้พลัดหลงจากโขลงเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง​ พบกับลูกช้างป่า​ (อายุประมาณ 2-3 เดือน​) พลัดหลงแม่ เดินเข้ามาในหมู่บ้านไผ่งาม ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ โดยได้นำมาอนุบาลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จนกระทั่งวันที่ 13 พฤศจิกายน 2563 จึงเคลื่อนย้ายมาดูแลและปรับพฤติกรรมเพื่อจะได้นำไปปล่อยคืนสู่ป่าตามธรรมชาติในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยผาเมือง จังหวัดลำปาง 

ทั้งนี้ “ทับเสลา”  มีช้างแม่รับ คือ “พังวาเลนไทน์” เป็นช้างจากมูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่มาคอยดูแล และสอนลูกช้างป่าเรียนรู้และซึมชับพฤติกรรมการดำรงชีวิตตามธรรมชาติมาโดยตลอด ซึ่งลูกช้างป่าก็สามารถเลียนแบบพฤติกรรมช้างแม่รับในการดำรงชีวิตในป่าธรรมชาติได้ดี จึงได้มีการปล่อยช้างป่าคืนสู่ธรรมชาติในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือสัตว์ป่าอย่างแท้จริง

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fprhotnews02%2Fposts%2Fpfbid02futFUr4qgC5CVJJF92kf5heDPMa9NfdhMkaTaRBae4WrtH9jmwGXaaDYLTMfJksQl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รู้จัก ‘มะเร็งโคนลิ้น’ โรคร้ายที่พบได้ไม่บ่อยในคนไทย

Posted on December 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695472

รู้จัก 'มะเร็งโคนลิ้น' โรคร้ายที่พบได้ไม่บ่อยในคนไทย

รู้จัก ‘มะเร็งโคนลิ้น’ โรคร้ายที่พบได้ไม่บ่อยในคนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 09.54 น.

“มะเร็งโคนลิ้น” พบได้น้อยในไทยแต่มีแนวโน้มที่มากขึ้น แนะอย่าปล่อยลุกลาม สังเกตอาการกลืนลำบากเจ็บคอเวลากลืนอาหาร เลือดออกทางช่องปาก ปวดหู พูดเสียงเปลี่ยน มีก้อนที่คอ ควรรีบพบแพทย์

นายแพทย์วีรวุฒิ  อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า มะเร็งโคนลิ้น เป็นส่วนหนึ่งของมะเร็ง  คอหอยส่วนปากหรือที่เรียกว่ามะเร็งคอหอยหลังช่องปาก มีแนวโน้มที่พบมากขึ้นในคนไทย ผู้ป่วยส่วนมากที่เป็น โรคนี้มักจะได้รับการวินิจฉัยในระยะลุกลามแล้ว จากข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ พบว่า “มะเร็งโคนลิ้น” แม้ปัจจุบันจะพบได้น้อยในคนไทย แต่ก็พบว่ามีแนวโน้มที่จะพบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งคอหอยส่วนปากรายใหม่ประมาณ 800 ราย ซึ่งถือว่าน้อยถ้าเทียบกับจำนวนผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ทั้งหมด ประมาณ 140,000 ราย แต่ก็พบว่ามีแนวโน้มจะพบได้มากขึ้นเรื่อยๆ พฤติกรรมความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งโคนลิ้น ได้แก่ การดื่มสุรา การสูบบุหรี่ เคี้ยวหมากร่วมกับใบยาสูบ และการติดเชื้อไวรัส Human papilloma virus (HPV) ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ดังนั้น การมีคู่นอนหลายคนและการมีเพศสัมพันธ์ทางปากจึงอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคนี้ด้วย ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคมะเร็งโคนลิ้นส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ผู้หญิงเองก็สามารถป่วยเป็นโรคนี้ได้เช่นกันหากมีพฤติกรรมเสี่ยงข้างต้น

นายแพทย์สกานต์  บุนนาค ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ  กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งโคนลิ้น หากผู้ป่วยพบว่าตนเองมีอาการกลืนลำบาก เจ็บคอเวลากลืนอาหาร มีเลือดออกทางช่องปาก ปวดหู พูดเสียงเปลี่ยนหรือมีก้อนที่คอ ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย โดยแพทย์จะทำการตรวจร่างกายส่องกล้องทาง หู คอ จมูก เพื่อตรวจในลำคอ หากจำเป็นแพทย์จะสั่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรือตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กเพิ่มเติม การรักษา “มะเร็งโคนลิ้น” หรือมะเร็งคอหอยส่วนปาก อาจสามารถหายได้หากรีบเข้ารับการรักษาตั้งแต่ตอนที่รู้ตัวว่าป่วยในระยะเริ่มต้น เพราะยิ่งรู้ตัวเร็วก็จะรักษาได้อย่างทันท่วงทีและมีโอกาสหายสูง วิธีการรักษามะเร็งโคนลิ้น สามารถทำได้ด้วยการให้รังสีรักษาและการผ่าตัด แต่ในกรณีที่เป็นมะเร็งโคนลิ้นในระยะลุกลามที่ผ่าตัดไม่ได้ จะเป็นการรักษาโดยให้รังสีรักษาควบคู่กับเคมีบำบัดซึ่งทั้งหมดจำเป็นต้องประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย เนื่องจากมีปัจจัยที่ต้องคำนึงหลายประการ สำหรับการป้องกันโรคมะเร็งโคนลิ้นทำได้โดยการงดสูบบุหรี่ งดดื่มสุรา รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย ที่สำคัญหากมีอาการหรือสงสัยว่ามีความเสี่ยงต่อมะเร็งคอหอยส่วนปาก ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย ซึ่งจะช่วยให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงทีและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งคอหอยส่วนปากได้

ข้อมูลความรู้เรื่องโรคมะเร็งเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ส่งเสริมความรอบรู้สู้ภัยมะเร็ง All about Cancer http://allaboutcancer.nci.go.th/ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มรีวิวสั่ง ‘ข้าวผัดกุ้ง’ กล่องละ 340 บาท ได้กุ้ง 9 ตัว บอก ‘ได้อยู่ๆ ที่แปลว่า…’

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695483

หนุ่มรีวิวสั่ง 'ข้าวผัดกุ้ง' กล่องละ 340 บาท ได้กุ้ง 9 ตัว บอก 'ได้อยู่ๆ ที่แปลว่า...'

หนุ่มรีวิวสั่ง ‘ข้าวผัดกุ้ง’ กล่องละ 340 บาท ได้กุ้ง 9 ตัว บอก ‘ได้อยู่ๆ ที่แปลว่า…’

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 10.38 น.

ผู้ใช้ติ๊กต็อกชื่อ @healthyjuice0 โพสต์คลิปรีวิวข้าวผัดกุ้ง ที่สั่งมาจากร้านแห่งหนึ่ง ในราคา 340 บาท เป็นข้าวผัดกุ้งที่ใส่ในกล่อง ก่อนที่ผู้โพสต์จะโชว์บิลให้ดูว่าราคา 340 บาท และนับกุ้งมีทั้งหมด 9 ตัว ซึ่งผู้โพสต์ระบุข้อความประกอบคลิปว่า “ข้าวผัดกุ้งท่องเที่ยว #ข้าวผัด #กุ้ง #ราคาดี”

หลังโพสต์คลิปไปแล้ว มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์จำนวนมาก ถามผู้โพสต์ว่า คุ้มหรือไม่ บางคนก็บอกว่า “เอาเงิน 300 ไปซื้อกุ้ง ละเอาเงิน 40 ไปซื้อข้าวหน้าจะได้กุ้งเเบบเต็มๆ , ได้อยู่ คนขายกำไรเยอะอยู่ , ได้อยู่ที่แปลว่า…… , 340 ต้องกุ้งแม่น้ำแล้วจ้า , มื้อเดียวเท่ากับค่าแรง เป็นต้น”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นึกว่า’ไอ้เข้’!! ลุงวางเบ็ดดักปลาใจหายแว๊บที่แท้เป็นตัวเงินตัวทอง

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695459

นึกว่า'ไอ้เข้'!! ลุงวางเบ็ดดักปลาใจหายแว๊บที่แท้เป็นตัวเงินตัวทอง

นึกว่า’ไอ้เข้’!! ลุงวางเบ็ดดักปลาใจหายแว๊บที่แท้เป็นตัวเงินตัวทอง

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 08.14 น.

นายอดิศร อุบลกาญจน์ อายุ 52 ปี ชาว อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนนำคันเบ็ดตกปลาไปวางดักปลาบริเวณหนองน้ำในสวนปาล์มน้ำมัน กระทั้งช่วงเช้าตนเดินทางไปตรวจสอบคันเบ็ดที่วางไว้ประมาณ 10 คัน อย่างไรก็ตามระหว่างตรวจสอบคันเบ็ด 1 คัน พบว่ามีสัตว์เลื้อยคล้ายจระเข้ ยาวเกือบ 1 เมตร กินเหยื่อคันเบ็ดดังกล่าว ยอมรับว่าตอนแรกตกใจกลัว ถึงกับวิ่งออกมาตั้งหลัก เพราะกลัวว่าจะถูกจระเข้กัดได้รับบาดเจ็บ หลังตั้งสติได้ จึงเข้าไปตรวจสอบคันเบ็ดดังกล่าว พบว่าสัตว์เลื้อยคลานที่กินเหยื่อคันเบ็ดดังกล่าวไม่ใช่จระเข้ แต่เป็นตัวเงินตัวทอง อย่างไรก็ตามตัวเงินตัวทองดังกล่าว มีลักษณะคล้ายกับจระเข้มาก คาดว่าเพราะลำตัวของตัวเงินตัวทองจมน้ำโผล่เพียงหัว หากมองผิวเผินจะเหมือนจระเข้มาก ๆ สุดท้ายตนมั่นใจว่าไม่ใช่จระเข้ แต่เป็นตัวเงินตัวทอง จึงตัดสินใจช่วยตัวเงินตัวทอง ให้หลุดจากคันเบ็ดตกปลาของตน ก่อนที่ตัวเงินตัวทองจะดำน้ำในหนองหายไป อย่างไรก็ตามแม้ว่าคันเบ็ดดังกล่าวจะติดตัวเงินตัวทอง แต่ยังโชคดีที่คันเบ็ดอีกจำนวนหนึ่งติดปลาช่อน ได้เป็นอาหารมื้อเย็น.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดตำนาน ‘เจ้าพ่อหมื่น’ ชาวไทย-จีน จัดงานสมโภชทุกปี ตามควมเชื่อชาวนครพนม

Posted on December 1, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/695456

เปิดตำนาน 'เจ้าพ่อหมื่น' ชาวไทย-จีน จัดงานสมโภชทุกปี ตามควมเชื่อชาวนครพนม

เปิดตำนาน ‘เจ้าพ่อหมื่น’ ชาวไทย-จีน จัดงานสมโภชทุกปี ตามควมเชื่อชาวนครพนม

วันพฤหัสบดี ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 07.37 น.

เปิดตำนาน”เจ้าพ่อหมื่น” ชาวไทย-จีนจัดงานสมโภชทุกปี พร้อมรำลึก 67 ปี ในหลวง ร.9 เสด็จพระราชทานเครื่องสักการะ เคยถูกสายมูฉกไปทำพิธีความเชื่อ ร้อนรนจนต้องนำส่งคืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช ที่ตั้งประดิษฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ถือเป็นพญานาคศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพสักการะของชาวนครพนม รวมถึงประชาชน นักท่องเที่ยว และยังมีอีกสถานที่สำคัญอีกแห่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากองค์พญาศรีสัตตนาคราช ถือเป็นมเหศักดิ์หลักเมือง ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นสถานที่สำคัญ อีกทั้งเป็นความเชื่อความศรัทธาของชาวไทยเชื้อสายจีน โดยสิ่งที่กล่าวถึงนี้คือ ศาลเจ้าพ่อหมื่น ตั้งอยู่ในพื้นที่ธรณีสงฆ์วัดโอกาส(ศรีบัวบาน) ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ภายในเป็นที่ประดิษฐาน รูปปั้นคู่องค์เทพเจ้าจีน ปุงเถ่ากง-ม่า ถือเป็นบรรพบุรุษชาวจีน ที่ชาวไทยเชื้อสายจีน รวมถึงชาวนครพนมเคารพศรัทธา มายาวนานกว่า 70 ปี

โดยทุกปีในช่วงก่อนเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หรือช่วงเดือน พฤศจิกายน จะมีการจัดงานสมโภชเฉลิมฉลองขึ้น เพื่อเป็นสิริมงคล เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อกิจการ ค้าขายเจริญรุ่งเรือง รวมถึงเป็นการสืบสานประเพณีอันดีงาม สนับสนุนการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ในปีนี้จัดระหว่างวันที่ 25-29 พฤศจิกายน 2565 โดยจะมีการจัดกิจกรรม สร้างสีสันสมโภช ยิ่งใหญ่อลังการ อาทิ ขบวนแห่มังกร สิงโต ตามประเพณีความเชื่อ

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมกราคม 2565 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด รูปปั้นคู่องค์เทพเจ้าจีน ปุงเถ่ากง-ม่า ได้ถูกโจรกรรมไปจากศาลเจ้าพ่อหมื่น โดยทางตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้ระดมทีมสืบสวนติดตาม จนกระทั่งคนร้ายจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน เป็นชาวจังหวัดอุบลฯ ได้นำกลับมาคืน โดยวางรูปปั้นไว้ที่ข้างกำแพงศาลด้านทิศเหนือ หลังจากขโมยไปได้ไม่ถึง 2 วัน เนื่องจากถูกกดดันจากตำรวจ อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่อหมื่น ใครคิดไม่ดีไม่สามารถจะนำไปครอบครองได้ ทำให้คนร้ายกลัวความผิดนำกลับมาส่งคืน โดยคนร้ายทั้ง 2 คน ภายหลังถูกจับกุมดำเนินคดี พร้อมสารภาพว่าเป็นกลุ่มมูเตลูหรือสายมู ก่อเหตุจากความเชื่อความศรัทธาต้องการนำไปทำพิธีความเชื่อ เพราะเชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภ ด้วยการนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนกราบไหว้ไปประกอบพิธี

นายสุเทพ อติวรรณกุล นายกสมาคมพ่อค้าจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า สำหรับศาลเจ้าพ่อหมื่น ถือเป็นมเหศักดิ์หลักเมืองที่มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีความสำคัญกับชาว จ.นครพนมมาแต่อดีต เดิมเป็นศาลเพียงตาที่อยู่ติดกับแม่น้ำโขง และมีการเคลื่อนย้ายพัฒนาก่อสร้างเป็นศาลเจ้าพ่อหมื่น เมื่อปี 2501 พร้อมมีการอัญเชิญรูปปั้นคู่องค์เทพเจ้าจีน ปุงเถ่ากง-ม่า ถือเป็นบรรพบุรุษชาวจีน ที่ชาวไทยเชื้อสายจีน รวมถึงชาวนครพนม เคารพศรัทธา หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าเจ้าพ่อหมื่น ประดิษฐานไว้ภายใน อายุเก่าแก่ กว่า 70 ปี เชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่หลายคนศรัทธามาขอโชคลาภได้สมหวังทุกราย โดยเฉพาะเรื่องการค้าขาย แต่หากใครคิดไม่ดีเชื่อว่าจะเกิดอาเพศแน่นอน เช่นเดียวกับโจรที่ลักขโมยไป ถึงแม้จะนำมาคืนเชื่อว่าจะเกิดอาเพศภายหลัง ที่สำคัญสถานที่แห่งนี้ถือเป็นสถานที่สำคัญของชาวนครพนม มีจารึกไว้ว่า ในหลวงรัชการที่ 9  พระราชทานถวายเครื่องสักการะบูชา ครั้งเมื่อเสด็จเยือนนครพนม เมื่อปี 2498  ใครได้มีโอกาสมากราบไหว้ขอพรจะมีแต่ความสุขความเจริญ ค้าขายร่ำรวย มีโชคลาภ

สำหรับเจ้าพ่อหมื่น ตามตำนานเล่าว่า จมื่นรักษาราษฏร์ สมัยก่อนเป็นนายกองเมือง ต่างพระเนตรพระกรรณแทนเจ้าพระยาศรีโคตรบูรหลวง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่รักใครของประชาชนและลูกหลาน เข้าวัดปฏิบัติธรรมมิได้ขาด ทั้งยังเป็นแพทย์รักษาโรคแผนโบราณโดยไม่คิดมูลค่า จมื่นผู้นี้ยังมีวิชาอาคมอยู่ยงคงกระพันชาตรี ใส่หุ่นหนัง บังฟัน งัวธนู บังตัวหายตัว และเป็นต้นศรัทธาให้ชาวบ้าน บ.โพธิ์ค้ำในอดีต สร้างวัด “ศรีบัวบาน” หรือวัดโอกาสในปัจจุบัน

ครั้นจมื่นอายุย่างเข้าวัยชรา มีอายุได้ 90 ปีเศษ วันหนึ่งท่านอยากกินหมกกุ้งหมกซิว (ห่อหมก) จึงให้ลูกหลานไปช้อนกุ้งช้อนซิว(จับโดยใช้สวิง)ในแม่น้ำโขง ได้แต่ไข่ลูกโตๆเท่าไข่ห่าน แม้จะเอาโยนทิ้งน้ำ ยังมาถูกสวิงเช่นเดิม จมื่นจึงบอกลูกหลานให้นำไข่ดังกล่าวมาหมกให้กิน เมื่อกินไข่แล้วเกิดร้อนรนกระวนกระวาย กระหายน้ำ จึงรีบนำจมื่นไปอาบน้ำโขง ดำผุดดำว่ายนาน ลูกหลานบอกให้ขึ้น แต่จมื่นกับร้องขอผ้าแดง 1 ผืนมาโพกศีรษะ แล้วดำหายไปในน้ำโขง จึงงมหาแต่ไม่พบ ขณะนั้นปรากฏมีเงือกงูใหญ่ตัวหนึ่งผุดขึ้นดำลงลอยในแม่น้ำโขง จึงให้คนขี่ม้าเร็วไปกราบทูลพระเจ้าศรีโคตรบูรหลวงทรงทราบ พระองค์รีบเสด็จลงเรือตรัสกับเงือกงูใหญ่ตัวนั้นว่า “จมื่นฯเอ๋ยแกเป็นคนดี เมื่อแกมรณกรรมแล้วยังห่วงประชาชนอยู่ ขอให้แกรักษาทางน้ำทางบกตลอดใต้สุดและเหนือสุด ตั้งแต่ผาใด ผาด่าง ถ้ำใต้ถึงแก่งหลี่ผีสีพันดอนเป็นเขตบก ทิศตะวันออกจรดภูเขาไม้ล้มแบ่ง ทิศตะวันตกถึงภูเขาดงพญาไฟ ให้แกไปอยู่ที่หางดอนโดน จะปลูกศาลให้เดือน 6 ปีใหม่ทุกปีจะเซ่นไหว้ดวงวิญญาณ”

จากนั้นพระองค์จึงนำข้าวสุก 1 ปั้น ไข่ต้ม 1 ฟองที่เตรียมมาให้เงือกงูตัวนั้นกิน ก่อนเงือกงูตัวใหญ่ดำจมหายไป กลายเป็นผีมเหศักดิ์หลักเมืองของนครศรีโคตรบูร นับแต่นั้นมา

ย้อนไปใน พ.ศ.2501 พ่อค้าเชื้อสายจีนที่พำนักอยู่ในจังหวัดนครพนมได้ร่วมกันก่อสร้างศาลเจ้าพ่อหมื่น เป็นศาลจีนเพื่อเป็นมงคลแก่ชาวนครพนม ให้เจ้าพ่อหมื่นสถิตเป็นหลักเมืองนครพนม แต่ทว่าเจ้าหมื่นอยากอยู่เป็นเอกเทศ ไม่อยากอยู่ศาลจีน พระครูวิชิตพัฒนคุณจึงสร้างศาลใหม่ครอบศาลเก่าดังกล่าว ทั้งสองศาลเจ้าที่อยู่คู่กัน จึงเรียกร่วมกันว่า “ศาลเจ้าพ่อหมื่น”

วันแรม 6 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ชาวบ้านคุ้มวัดโอกาสจะจัดงานเซ่นไหว้ดวงวิญญาณเจ้าพ่อหมื่นสืบเนื่องมาแต่โบราณ โดยจะมีร่างทรงฟ้อนรำดาบ รำง้าว ชาวนครพนมเชื่อว่าศาลเจ้าพ่อหมื่นศักดิ์สิทธิ์ ดลบันดาลให้ผู้ทำผิดเกิดอาเพศต่างๆ และจะอำนวยโชคให้ผู้เคารพนับถือเป็นนิจกาล

พอถึง 3 ค่ำเดือน 11 งานออกพรรษาแข่งเรือยาว จะมีฝีพายเรือนับสิบลำมาบนบานเพื่อขอให้เรือแข่งชนะเลิศ และได้รับกรรมสิทธิ์ครองถ้วยพระราชทาน และในเดือนดังกล่าวสมาคมพ่อค้าฯ จะจัดงานงิ้วเฉลิมฉลอง 6 วัน 6 คืนเป็นประเพณี ดังนั้นงานสมโภชเจ้าพ่อหมื่นจึงมีการจัดปีละ 2 ครั้ง โดยครั้งที่หนึ่งจัดตามประเพณีของชาวอีสาน และครั้งที่สองจัดตามความเชื่อของคนไทยเชื้อสายจีน ด้วยเหตุนี้จึงมีชื่อเรียกนามท่าน 2 นาม คือ 1.เจ้าพ่อหมื่น (อีสาน) และ 2.ปุ่งเถ่ากงฯ (จีน)

ด้านผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ที่เดินทางมารับราชการที่ จ.นครพนม จะมาคารวะที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ส่วนผู้ที่มาบนบานทั่วๆไปจะบนบานแล้วเชื่อว่า จะประสบผลสำเร็จในธุรกิจค้าขายรุ่งเรือง และหน้าที่การงานมั่นคง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,931,391 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เปิดชื่อ 5 ประธาน-5 รองประธาน กมธ.สัดส่วนเพื่อไทย
ศรีลังกาจับพระ 22 รูป คาสนามบิน ฐานซุกกัญชา 110 กก.
พริษฐ์ ชวนเพื่อนฝ่ายค้าน ลงชื่อสอบ ป.ป.ช.ปมยกคำร้องคดี ศักดิ์สยาม ซุกหุ้น
สรุปมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประจำวันที่ 28 เมษายน 2569
‘เลขา สมช.’ เชื่อตร.มีมาตรการดูแลบุคคลสำคัญของประเทศ หลัง ทรัมป์ ถูกลอบยิง
กรมฝนหลวงฯ เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง
ภูเก็ตเดินหน้าขับเคลื่อน 'ทุนวัฒนธรรม' รวมพลังศิลปินภูเก็ต สะท้อนอัตลักษณ์ศิลป์ร่วมสมัย เปิดแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยว และบ้านศิลปิน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
โปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชฯ รวมทั้งสิ้น 313,602 ราย
เอ-แป้ง บุกอุทัยธานี ดูขั้นตอนทำน้ำพริกปลาแรดของดีลุ่มน้ำสะแกกรัง
อ. วิเชียร เถาว์มูล ขึ้นรับตำแหน่ง นายกสมาคมนักแต่งเพลงลูกทุ่งแห่งประเทศไทย

Recent Posts

  • ญี่ปุ่นทดลองใช้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ช่วยงานเคลื่อนย้ายสัมภาระที่สนามบินฮาเนดะ
  • ออสเตรียเริ่มพิจารณาคดี ชายวางแผนโจมตีคอนเสิร์ต “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ปี 2024
  • “จิมมี คิมเมล” โต้ปมมุกล้อ “เมลาเนีย ทรัมป์” เป็น”ว่าที่แม่ม่าย” ก่อนเหตุยิงงานเลี้ยงสื่อ
  • ซูเปอร์ยอชต์มหาเศรษฐีรัสเซียพันธมิตร “ปูติน” แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซฉลุย
  • อินโดนีเซียรวบ 13 ผู้ต้องสงสัย ทารุณกรรมเด็กในสถานรับเลี้ยง มัดมือเท้า-ขังห้องแคบ จ่อคุก 5 ปี

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d