Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ททท.เชียงรายหนุนเที่ยวชุมชนดอยสะเก็นสัมผัสชีวิตคนเมือง บูชาพระธาตุ ผ้าบาติก วิถีล้านนา

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693063

ททท.เชียงรายหนุนเที่ยวชุมชนดอยสะเก็นสัมผัสชีวิตคนเมือง บูชาพระธาตุ ผ้าบาติก วิถีล้านนา

ททท.เชียงรายหนุนเที่ยวชุมชนดอยสะเก็นสัมผัสชีวิตคนเมือง บูชาพระธาตุ ผ้าบาติก วิถีล้านนา

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.54 น.

จากกรรณีที่กระแสการท่องเที่ยวชุมชนกำลังมาแรงและเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ประกอบการสถานการณ์โควิด 19 เริ่มคลี่คลาย ประเทศไทยมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้ล่าสุด ทางเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งมีนายวันชัย จงสุทธาณามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้ร่วมคณะวิจัยมหาวิทยาลัยศิลปากร และ สมาคมสมาพันธ์การท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.เชียงราย ได้เปิดการท่องเที่ยวชุมชนดอยสะเก็น ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ขึ้นภายใต้โครงการวิจัย การพัฒนาย่านวัฒนธรรมชุมชนและพื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีและสร้างวัฒนธรรมใหม่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ด้วยบริบทการพัฒนาชุมชนเมืองด้วยทุนทางวัฒนธรรมชุมชน เพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเมือง

โดยโปรแกรมการท่องเที่ยวนั้น นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถกอล์ฟ ซึ่งทางเทศบาลนครเชียงราย ได้จัดให้บริการฟรีจำนวน  3 คัน ตระเวนชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชุมชนเมือง  สภาพบ้านเรือนและอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่จะยึดอาชีพเกษตกรรมและการค้าขาย ก่อนจะแวะเข้าชมความสวยงามของวัดคีรีชัย วัดเก่าแก่ประจำหมู่บ้าน ซึ่ง อุโบสถ เป็นแบบศิลปะล้านนาประยุกต์ คล้ายอุโบสถวัดร่องขุ่น แต่สีจะเป็นโทนสีเขียว  พระพุทธรูปในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2.7 เมตร สูง 2.93 เมตร นามว่า “พระพุทธสิริมงคล”

จากนั้นเดินทางต่อไปดูผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน การประดิษฐ์ผ้าบาติก ที่ร้านปิ่นทองบาติก ซึ่งนายนพชเลศ รอดสุวรรณ อายุ 61 ปี อดีตข้าราชการครูเกษียณและกลุ่มชาวบ้านยึดเป็นอาชีพเลี้ยงครอบ ครัวและสร้างรายได้แก่ชุมชนมานานกว่า 30 ปี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถเรียนรู้และชมฝีมือการวาดลวดลายบนผืนผ้า และขั้นตอนการทำผ้าบาติก  พร้อมกันนี้ยังได้ทดลองระบายสีบนผ้าเพื่อทำเป็นผลงานทางศิลปะชั้นเดียวในโลกของตนเอง โดยมีทางชุมชน จะคอยสอนและให้คำแนะนำ

โดย นายนพชเลศ กล่าวว่า ผ้าบาติกปกติเราจะได้พบเห็นทำกันมากพื้นที่จังหวัดทางภาคใต้ แต่ที่ทางชุมชนทำเป็นผ้าบาติกเหมือนกัน แต่นำมาประยุกต์ให้เข้ากับทางภาคเหนือ ทั้งลวดลายที่อาจเป็นลายดอกหรือลวดลายล้านนา รวมไปถึงวัสดุผ้าที่ใช้ก็จะใช้ผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมที่มีอยู่ในท้องถิ่น รวมทั้งโทนสีที่ใช้ทางใต้จะใช้สีฉูดฉาด แต่ที่นี่จะเป็นสีตุ่นๆ โทนสีกลางให้เหมาะกับการใช้งานในพื้นที่ ตลอดจนเส้นเทียนที่เขียนก็จะใช้เส้นเทียนให้เล็กที่สุด ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาจะได้เรียนประวัติความเป็นมาของผ้าบาติก ว่ามาอยู่ทางภาคเหนือได้อย่างไร และลงมือทำอย่างน้อยก็ได้ผ้าเช็คหน้าเป้นของที่ระลึกกลับไปด้วย

ต่อมาก็เดินทางต่อขึ้นไปพื้นที่ป่าดอยสะเก็น ซึ่งถือเป็นป่าแห่งเดียวที่มีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ จึงถูกเรียกว่า “ป่าใจกลางเมือง” ซึ่งที่นี่นอกจากสามารถสักการะองค์พระธาตุดอยสะเก็น พระธาตุเก่าแก่ประจำชุมชนแล้ว ยังสามารถชมความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ไม้ และพันธุ์นกนานาชนิด  รวมไปถึงมีต้นผึ้ง ซึ่งมีผึ้งมาทำรังเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันบริเวณด้านหน้า  เทศบาลนครเชียงรายได้มีการจัดทำสกายวอล์ค  สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวของชุมชนดอยสะเก็นและทัศนียภาพของตัวเมืองเชียงรายจากมุมสูง ซึ่งมีความสวยงามน่าชม โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ตกจะงดงามยิ่ง

ปิดทริปที่ช่วงเย็นในทุกค่ำคืนของวันศุกร์ของทุกสัปดาห์ ที่กาดนัดดอยสะเก็น ในพื้นที่สาธารณะใจกลางหมู่บ้าน ซึ่งที่นี่ทางชุมชนจะมีการนำผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน สินค้าโอท็อป อาหารพื้นถิ่นและพืชผักสวนครัวปลอดสารพิษ นำมาวางจำหน่ายบริการให้กับนักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ เลือกชิมกันอย่างเต็มอิ่ม โดยมีลานกิจกรรมรำวงย้อนยุคให้ร่วมชมและร่วมเต้น โดยมีโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูงไว้บริการอีกด้วย

นายธีรวุฒิ  สุวรรณ์  คณะกรรมการชุมชนดอยสะเก็น กล่าวว่า ทางชุมชนจัดกิจกรรมท่องเที่ยวภายใต้แนวคิดกาดดอยสะเก็น  ถนนวัฒนธรรม วีถีล้านนา บูชาพระธาตุ ขึ้นเพื่อหวังสร้างความสามัคคีในชุมชนมีเวทีสำหรับคนในชุมชนทำกิจกรรมร่วมกัน  และสร้างอาชีพตลอดจนรายได้แก่ชุมชนที่ยั่งยืน ซึ่งชุมชนมีป่าใจกลางเมือง ซึ่งเรียกว่าปอดของเมืองเชียงรายก็ว่าได้ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่จะได้สัมผัสอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของชุมชน มีพระธาตุดอยสะเก็นที่เก่าแก่อายุ 400 กว่าปี  มีจุดชมวิวสกายวอล์คชมวิวได้แบบ 180 องศา 

“นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังจะสัมผัสวิถีเกษตรซึ่งชุมชนเป็นชุมชนต้นแบบของเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีพืชผักปลอดสารพิษให้นักท่องเที่ยวได้รับประทานและซื้อไปเป็นของฝากของที่ระลึกได้ด้วย  มีกาดแลงที่มีอาหารพื้นเมืองให้เลือกชิม  ซึ่งชุมชนดอยสะเก็นถือเป็นชุมชนเก่าแก่ตามตำนานเล่าว่าเคยเป็นชุมชนของคนลั๊วะ มาก่อน จึงทำให้มีร่องรอยวัฒนธรรมที่เก่าแก่อยู่ แต่ปัจจุบันก็มีการปรับตัวมาตามยุคสมัย แต่ก็ยังเหลือร่องรอยให้น่าติตดาม ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมาท่องเที่ยวได้ทุกวัน” นายธีรวุฒิ กล่าว

ทางด้านนางธนัญญา เชิดโฉม  รองผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงราย กล่าวว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวชุมชนกำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่ง จ.เชียงราย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่มีอยู่มาก ทั้งในตัวเมืองเชียงรายและต่างอำเภอ และมีชื่อเสียง อาทิ ชุมชนปางห้า  อ.แม่สาย ขึ้นชื่อในการประดิษฐ์กระดาษสาและการเพาะเลี้ยงไหม  ชุมชนบ้านท่าขันทอง  อ.เชียงแสน ติดริมแม่น้ำโขง ที่ดำเนินวิถีชีวติของชาวอีสานพลัดถิ่น แต่ยังคงอนุรักษณ์ประเพณีและวัฒนธรรมไว้อย่างแข้มแข็ง ซึ่งช่วงนี้สถานการณ์โควิด 19 คลี่คลาย ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่จำนวนมาก 

“ชุมชนดอยสะเก็น เป็นอีกชุมชนที่น่าท่องเที่ยว เพราะสามารถท่องเที่ยวทั้งด้านวัฒนธรรม ที่มีวัดและพระธาตุอันเก่าแก่ ซึ่งเชียงรายมีทั้งวัดขาว คือ “วัดร่องขุ่น”  วัดสีน้ำเงิน คือ “วัดร่องเสือเต้น” และวัดห้วยปลากั้ง ที่มีชื่อเสียง และที่ชุมชนดอยสะเก็น จะมีวัดเขียว “วัดคีรีชัย” ให้ได้เยี่ยมชมและสักากระของพร มีสกายวอล์คที่ตั้งอยู่ไกลจากตัวเมืองเชียงราย สามารถแวะชมได้ง่าย มีตลาดชุมชนที่เลือกช้อปเลือกชิมและเลือกซื้อได้ โดยอนาคตเชื่อชุมชนแห่งนี้จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวและสร้างรายได้ ทางด้านการท่องเที่ยวแก่ จ.เชียงราย ได้อีกพื้นที่หนึ่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ยังไม่มีโปรแกรมเที่ยวไหน ก็สามารถแวะเวียนมาท่องเที่ยวที่นี่ได้” นางธนัญญา กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

RAAS ฉลองครบ 5 ปี จัดขบวนกลองอินเดียสร้างสีสันวอล์กกิ้ง

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693047

RAAS ฉลองครบ 5 ปี จัดขบวนกลองอินเดียสร้างสีสันวอล์กกิ้ง

RAAS ฉลองครบ 5 ปี จัดขบวนกลองอินเดียสร้างสีสันวอล์กกิ้ง

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.37 น.

เมื่อช่วงค่ำวันที่ 18 พ.ย.65 ที่ผ่านมา ทางผู้บริหาร ร้าน RAAS ตั้งอยู่ช่วงซอยทัพยา 16 ภายในถนนคนเดินวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 5 ปี โดยมีตัวแทนจากกลุ่มนักธุรกิจในเมืองพัทยา เดินทางเข้าร่วมแสดงความยินดีเป็นจำนวนมาก โดยผู้ประกอบการสถานประกอบการเมืองพัทยา รวมถึงชาวอินเดียต่างมาร่วมเดินขบวนพาเหรด บนถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ ซึ่งขบวนพาเหรด มีมีการแสดงตีกลองอินเดีย เป็นการแสดงที่หาชมยาก เพื่อสร้างสีสันให้กับวอคกิ้งสตรีทในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พร้อมทั้งเป็นการต้อนรับการประชุม APEC 2022 นอกจากนี้ ยังมีการแต่งกายแบบชาวอินเดียว ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจ เป็นจำนวนมาก สร้างสีสันต์ความคึกคักในค่ำคืนนี้เป็นอย่างมาก

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกจระเข้โผล่คลองภาษีเจริญจับได้ 1 ตัว นอภ.กระทุ่มแบนสั่งไล่ล่าที่เหลือ

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693020

ลูกจระเข้โผล่คลองภาษีเจริญจับได้ 1 ตัว นอภ.กระทุ่มแบนสั่งไล่ล่าที่เหลือ

ลูกจระเข้โผล่คลองภาษีเจริญจับได้ 1 ตัว นอภ.กระทุ่มแบนสั่งไล่ล่าที่เหลือ

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.43 น.

เมื่อคืนวันที่ 18 พ.ย.65 ที่ผ่านมา นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายจตุนันท์ จอมทัน ปลัดอำเภอฯ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ลงเรือค้นหาจระเข้ในคลองภาษีเจริญ หลังชาวบ้านที่มีอาชึพหาปลาพบเห็นจระเข้หลายตัวลอยคออยู่ในคลอง และสามารถจับจระเข้มาได้ 1 ตัว ซึ่งจระเข้ที่จับได้มีความยาวจากหัวถึงหางประมาณ 60 เซนติเมตร เป็นลูกจระเข้อายุประมาณ 1 เดือน แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นจระเข้สายพันธุ์ใด

นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน และทีมงานได้ลงเรือค้นหาจระข้โดยรอบแนวคลองภาษีเจริญ เป็นเวลานานอยู่หลายรอบ แต่ก็ยังไม่พบจระเข้ตัวที่เหลือเพราะตลอดแนวคลองค่อนข้างจะมืด คงต้องรอให้เช้าก่อนค่อยมาเร่งค้นหาอีกครั้ง

จากการสอบถามลุงบุญเกื้อ ผู้ที่เห็นจระเข้และสามารถจับลูกจระเข้ได้ เล่าให้ฟังว่า ขณะที่กำลังหาปลาอยู่ในคลองภาษีเจริญได้เห็นดวงตาสีแดงอยู่บริเวณผิวน้ำ จึงเข้าใจว่าเป็นปลาจึงได้ใช้ฉมวกแทงลงไปในน้ำแต่ไม่โดน และเมื่อเห็นว่าไม่ใช่ปลาแต่เป็นลูกจระเข้ จึงได้ใช้สวิงช้อนจับตัวขึ้นมาได้และได้แจ้งให้กับทางเจ้าหน้าที่ทราบ

นายบรรพต จันทรวงษ์ นายอำเภอกระทุ่มแบน กล่าวว่าเบื้องต้นยังค้นหาไม่พบจระเข้ตัวที่ยังหลงเหลือและยังไม่แน่ใจว่านอกจากจระเข้ตัวเล็กที่เห็นแล้วจะมีจระเข้ตัวใหญ่ด้วยหรือไม่ สันนิษฐานว่าจระเข้ที่พบเห็นและจับได้นั้นอาจเป็นจระเข้ที่มีผู้เลี้ยงไว้แต่ได้หลุดออกมา และจะเร่งประสานหน่วยงานประมงอย่างเร่งด่วนเพื่อนำเครื่องไม้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็นมาสำหรับใช้จับจระเข้ให้ได้โดยเร็ววันนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ที่ทำการค้นหาจับจระข้ และประชาชนตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมคลองภาษีเจริญ ส่วนจระเข้ที่จับมาได้จะนำไปมอบให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อุดรธานีจัดยิ่งใหญ่’ประกวดควายไทย’ชิงถ้วยพระราชทาน

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693018

อุดรธานีจัดยิ่งใหญ่'ประกวดควายไทย'ชิงถ้วยพระราชทาน

อุดรธานีจัดยิ่งใหญ่’ประกวดควายไทย’ชิงถ้วยพระราชทาน

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.41 น.

จังหวัดอุดรธานี จัดยิ่งใหญ่ประกวดควายไทย มาตรฐานระดับโลก ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก”  18-19 พฤศจิกายน ตระการตามีควายงามร่วมงานกว่า 530 ตัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณพื้นที่สาธารณประโยชน์ห้วยโป่งวัว (โคกหนองโกสาธารณะ) ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี นายวันชัย จันทร์พร รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดการประกวดควายสวยงาม ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี  “อุดรธานี วิถีคน วิถีควาย มรดกไทย มรดกโลก”  ซึ่งจังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี กรมปศุสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี  กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงควายในจังหวัดอุดรธานี สมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย จัดขึ้นด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ที่ทรงประทานถ้วยรางวัลพระราชทาน และกำหนดเสด็จ (เป็นการส่วนพระองค์) เพื่อประทานถ้วยรางวัลแก่เกษตรกรเจ้าของควายที่ชนะเลิศ  ในรุ่นควายยอดเยี่ยม (Grand champion) เพศผู้ เพศเมีย และรุ่นรองควายยอดเยี่ยม (Reserve champion) เพศผู้ เพศเมีย รวม 4 รางวัล สร้างความปลาบปลื้มเป็นล้นพ้นแก่เกษตรกรผู้เลี้ยงควายที่ร่วมประกวด ซึ่งในการประกวดครั้งนี้มีเกษตรกรนำควายมาร่วมกิจกรรมมากถึง  530 ตัว แบ่งเป็น ควายในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี 246 ตัว ต่างจังหวัด 284 ตัว

ทั้งนี้ จากการขุดค้นทางโบราณคดีที่วัดโพธิ์ศรีในระหว่าง พ.ศ. 2546-2548 ได้พบโครงกระดูกที่มีความสมบูรณ์เช่น กระดูกควาย กระดูกปลาและกระดูกสุนัข ส่วนของโครงกระดูกควายนั้นไม่พบส่วนหัว ซึ่ง ดร.อำพัน กิจงาม นักโบราณคดีผู้เชี่ยวชาญเรื่องกระดูกสัตว์ได้ให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นควายที่ถูกเลี้ยงไว้ใช้งาน เนื่องจากกระดูกกีบเท้ามีร่องรอยการลากไถเหมือนกับกระดูกของควายในปัจจุบัน และจากการศึกษาวิเคราะห์หลักฐานประเภทกระดูกสัตว์ที่พบจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงพบว่ามนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์รู้จักเลี้ยงควายสำหรับไถนาและมีการใช้เครื่องมือที่ทำจากเหล็กตั้งแต่ประมาณ 2,500-3,000 ปีมาแล้วและจากข้อมูลปี 2565  จังหวัดอุดรธานีมีผู้เลี้ยงควายทั้งจังหวัดรวม 13,287 ราย ควาย 69,571 ตัว (อันดับ 10 ของประเทศ) จังหวัดอุดรธานี มีการส่งเสริม อนุรักษ์และพัฒนาควายไทย สืบสานวัฒนธรรมวิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ของพื้นถิ่นอีสาน การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนด้านการท่องเที่ยวที่เป็นกลไกการขับเคลื่อนของจังหวัดรองในทุกมิติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นการเสริมสร้างจุดแข็งของการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุดรธานีได้รับการยอมรับว่าสามารถรองรับการท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นฐานด้านวัฒนธรรม นวัตวิถี กระตุ้นให้เกษตรกรและผู้สนใจหันกลับมาเลี้ยงควายเพิ่มมากขึ้น เป็นการสืบสาน รักษา ต่อยอดตำนาน ควายโบราณบ้านเชียง สืบสานตำนานวิถีคนวิถีควาย ส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมประเพณีไทย เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา วิถีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์พื้นถิ่นอีสาน และเพื่ออนุรักษ์ควายไทยให้เป็นมรดกของคนไทย และอยู่คู่วิถีสังคมไทยอย่างยั่งยืน  สำหรับกิจกรรมในงานจัดให้มีนิทรรศการมีชีวิต “วิถีวัฒนธรรมคนอีสาน”  การแสดงนิทรรศการสินค้าโอทอปและผลิตภัณฑ์ชุมชนในจังหวัดอุดรธานี  ชมและเชียร์ควายในการประกวดควายสวยงามชิงถ้วยพระราชทาน ประจำปี 2565 ระหว่างวันที่ 18-19 พ.ย.65 นี้

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยกับกำลังแรงงาน(1) มองการเปลี่ยนผ่านแต่ละยุค

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692943

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยกับกำลังแรงงาน(1)  มองการเปลี่ยนผ่านแต่ละยุค

สกู๊ปแนวหน้า : ไทยกับกำลังแรงงาน(1) มองการเปลี่ยนผ่านแต่ละยุค

วันเสาร์ ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์วิจัย ดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “ทรัพยากร (มนุษย์) กับการเมือง : การเมืองว่าด้วยการจ้างงาน การจัดการกำลังคน และเจเนอเรชั่น” เมื่อเร็วๆ นี้ โดย รศ.ดร.สุนิสา ช่อแก้ว อาจารย์สาขาวิชาบริหารรัฐกิจ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หากพูดถึงมุมมองในการบริหารคน จะมีคำศัพท์ที่พบได้บ่อยๆ คือ

1.การบริหารงานบุคคล (Personnel Management) คำนี้มีรากศัพท์มาจากด้านวิศวกรรม ให้น้ำหนักเน้นไปที่การควบคุมกำกับ กำหนดลำดับชั้นการบังคับบัญชา และทำให้เกิดมาตรฐาน หรือมีลักษณะเป็นทางการ 2.การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) คำนี้มีรากศัพท์มาจากด้านจิตวิทยา มองคนเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เหมือนทรัพย์สิน (Asset) ที่ต้องเก็บรักษาไว้ให้ดี จึงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระยะยาว เช่น ตั้งแต่เริ่มเข้าทำงานจนถึงเกษียณ หรือแม้แต่เกษียณแล้วก็ยังมีสวัสดิการ

และ 3.การบริหารทุนมนุษย์ (Human Capital Management) คำนี้มีรากศัพท์มาจากด้านเศรษฐศาสตร์ มองว่าการลงทุนในมนุษย์ทำให้ได้รับประโยชน์ตามมา ไม่ใช่ของคนคนนั้นอย่างเดียวแต่รวมถึงหน่วยงานด้วย แต่การใช้คำว่า “ทุน” จึงไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับการสนับสนุน แต่หน่วยงานจะมองหาคนที่ดูแล้วว่าหากลงทุนกับคนคนนั้นจะเกิดความคุ้มค่า ซึ่งทั้ง 3 คำนี้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารแต่ละองค์กรจะเลือกให้น้ำหนักคำใด อันจะส่งผลต่อการกำหนดนโยบายในองค์กรด้วย

เมื่อมองย้อนไปในประวัติศาสตร์การจ้างงานของไทย สามารถแบ่งได้ 1.ยุคปี 2418-2434 ซึ่งปี 2418 เป็นปีที่เริ่มมีระบบ “เงินเดือน” ใช้เป็นครั้งแรก จากเดิมบุคลากรที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ (ข้าราชการ-ขุนนาง) เคยมีรายได้จากระบบ “กินเมือง” หมายถึงส่วยหรือภาษีจากพื้นที่ต่างๆ ที่ต้องนำส่งส่วนกลาง ผู้มีอำนาจในพื้นที่นั้นสามารถแบ่งส่วนหนึ่งออกมาเป็นรายได้ของตนได้ ซึ่งการเปลี่ยนจากระบบกินเมืองเป็นระบบเงินเดือน ทำให้รัฐส่วนกลางมีอำนาจมากขึ้นผ่านกลไกที่ภาษีทั้งหมดถูกรวมเข้าส่วนกลางก่อนจัดสรรเป็นเงินเดือนให้กับเจ้าหน้าที่รัฐทั่วประเทศ

2.ยุคปี 2435-2474 หลังเปลี่ยนผ่านจากระบบกินเมืองมาเป็นระบบเงินเดือนสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐได้ระยะหนึ่ง “การค้าขาย” พลอยได้รับอานิสงส์จากความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย โดยประชาชนสามารถซื้อ-ขายสินค้าได้เองไม่จำเป็นต้องผ่านรัฐอีกต่อไป ซึ่งหากนับจากปี 2435 ไปจนถึงปี 2474 สยามหรือไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายด้าน ไล่ตั้งแต่การเลิกระบบไพร่-ทาส (แต่สังคมไทยก็ยังคงนับถือคนมียศถาบรรดาศักดิ์อยู่) การก่อตั้งกระทรวงขึ้นเพื่อรับผิดชอบงานด้านต่างๆ ในภาครัฐ

เริ่มมีการสรรหาคนทำงานตามความชำนาญเฉพาะด้าน โดยกระทรวงยุติธรรมเป็นกระทรวงแรกที่มีการสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ เนื่องจากยุคนั้นมีการส่งคนไปศึกษาวิทยาการหลายด้านในทวีปยุโรป อีกทั้งมีการก่อตั้งโรงเรียนสำหรับฝึกอบรมบุคคลเพื่อรับราชการโดยเฉพาะ (ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) รวมถึงในปี 2471 มีการออก พ.ร.บ.ระเบียบราชการพลเรือน มาบังคับใช้

3.ยุคปี 2475-2529 ด้านการเมืองหันมาใช้ระบบเลือกตั้งผู้ปกครอง ขณะที่ด้านเศรษฐกิจและการศึกษามีการขยายตัวอย่างกว้างขวาง ประชากรเพิ่มจำนวนมากขึ้น ยุคนี้มีลักษณะของ “สามเหลี่ยมแห่งอำนาจ” หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง ข้าราชการและนักธุรกิจ ขณะเดียวกัน ปัญหาในภาครัฐเริ่มซับซ้อนขึ้น จนเป็นที่มาของการตั้งคณะกรรมการปฏิรูประบบราชการ อีกทั้งมีการขยายตัวของโครงสร้างระบบราชการ เช่น ตั้งหน่วยงานใหม่ๆ ระดับกรมขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาที่เปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม ในยุคนี้การสอบเข้ารับราชการใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด (ภาค ก, ข และ ค) รวมถึงเรื่องเงินเดือนเจ้าหน้าที่ก็เช่นกัน 4.ยุคปี 2530-2539 ยุคนี้ประเทศไทยเศรษฐกิจเติบโตสูงมาก นำมาซึ่งการขยายตัวของภาคเอกชน เกิดภาวะ “สมองไหล” หมายถึงคนเก่งๆ เริ่มหันไปหางานทำในบริษัทเอกชนมากขึ้น เพราะมีแรงจูงใจจากการจ่ายเงินเดือนมากกว่าเมื่อเทียบกับการรับราชการ แต่ภาครัฐก็ยังขยายระบบราชการต่อไปผ่านการตั้งกระทรวง กรม กองใหม่ๆ โดยหวังให้ตอบโจทย์สภาพปัญหาที่เพิ่มมากขึ้น

และ 5.ยุคตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา โครงสร้างระบบราชการมีการปรับเปลี่ยน เช่น มีการเกิดขึ้นขององค์การมหาชน หน่วยงานภาครัฐต้องหารายได้มากขึ้น มีการปะทะกันระหว่าง 2 แนวคิด คือผู้บริหารหน่วยงานของรัฐควรมาจากระบบอาวุโส (ไต่เต้าจากการเริ่มทำงานในหน่วยงานนั้นตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนก้าวหน้าขึ้นมาเป็นระดับบริหาร) หรือเปิดทางให้คนนอกเข้ามาได้ (ไม่ว่าจากการเลือกตั้งหรือสรรหา) ขณะที่ฝ่ายการเมืองก็มีอิทธิพลมากขึ้นในการแต่งตั้งโยกย้าย มีการเกิดขึ้นของระบบการจ้างงานภาครัฐที่ไม่ใช่ข้าราชการ อาทิ พนักงานราชการ

“ยุคที่ 5 เป็นเหมือน GMO ตัดแต่งพันธุกรรม ต้องบอกว่ายุคที่ 5 เริ่มมีการจ้างงานประเภทที่เป็นตามสัญญามากขึ้น เป็นระบบพนักงานราชการ แต่ในขณะเดียวกันกลิ่นอายของกฎระเบียบไม่ได้หายไป ความสัมพันธ์ระยะยาวก็ไม่ได้หายไป ขณะเดียวกันก็เจอสัญญาที่บีบรัดมากขึ้นด้วยในยุคที่ 5” อาจารย์สุนิสา ระบุ

อาจารย์สุนิสา กล่าวต่อไปถึงหลายปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในงานด้านทรัพยากรมนุษย์ เช่น 1.สังคมสูงวัย (Aged Society) ซึ่งต้องเตรียมพร้อมรับมือไม่ว่าหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน เพราะคนที่เกษียณอายุออกไปแล้วความรู้ความชำนาญก็จะออกไปด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหลายคนแม้อายุ 60-70 ปี ก็ยังดูไม่แก่ ดังนั้น นโยบายการจ้างงานจึงควรมีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น

2.ช่องว่างระหว่างวัย (Generation Gap) ปัจจุบันคนที่ยังทำงานอยู่อาจแบ่งได้ 3 รุ่น คือ เจนเอ็กซ์ (อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป) เจนวาย (อายุประมาณ 20 ปลายๆ-40 ต้นๆ) และเจนแซด (อายุ 20 ต้นๆ) ส่วนเบบี้บูมเมอร์เกษียณไปแล้ว (เว้นแต่บางคนที่ยังทำงานแบบตามสัญญาจ้าง-Contract Base) โดยคน 3 รุ่นข้างต้นมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างมาก กล่าวคือ เจนเอ็กซ์มีนิสัยอดทนสูงและหากจะทำอะไรต้องมีกฎระเบียบที่ชัดเจน ส่วนเจนวายจะชอบความท้าทายและการได้ลองนำเสนอสิ่งใหม่ๆ แต่ถึงกระนั้นเจนวายก็ทำเรื่องดังกล่าวได้ไม่รวดเร็วว่องไวเท่าเจนแซด

3.คนโตไม่ทันตำแหน่งงาน (Manpower) เมื่อมีคนเกษียณอายุจำนวนมาก คนรุ่นถัดไปก็ต้องเลื่อนขึ้นสู่
ตำแหน่งบริหาร เช่น เจนเอ็กซ์อาจต้องนั่งตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน เจนวายก็ต้องขึ้นเป็นผู้บริหารระดับกลาง หรือแม้กระทั่งบางหน่วยงานเจนแซดเพิ่งทำงานได้ไม่นานก็ต้องขึ้นเป็นหัวหน้าฝ่ายแล้ว ซึ่งงานบางอย่างไม่ได้รับผิดชอบแต่คน แต่ยังรวมถึงรับผิดชอบงานและผลกระทบต่อประชาชนด้วย

4.ภาวะ “หมดไฟในการทำงาน (Burnout)”, “เบื่องาน (Bore Out)”, “ทำงานแบบอยู่ไปวันๆ หนึ่ง (Quiet quitting)” ในองค์กรจะพบคนที่เจอภาระงานหนักมากจนรู้สึกทนไม่ไหวและหมดไฟในการทำงาน หรือคนที่ทำงานซ้ำๆ เดิมๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนรู้สึกเบื่อหน่าย หรือคนที่ทำงานเฉพาะในขอบเขตหน้าที่ จะไม่ทุ่มเททำอะไรไปมากกว่านั้น ซึ่งเปรียบเหมือนการลาออกแบบเงียบๆ

นอกจากนั้นยังมีคำอื่นๆ เช่น Great Resignation (การลาออกครั้งใหญ่), Boomerang Employee (ลาออกไปแล้วยังขอกลับมาทำงานที่เดิม) ซึ่งพบแม้กระทั่งในหน่วยงานภาครัฐเนื่องจากกำลังคนไม่พอ จึงเปิดช่องให้คนที่ออกไปแล้วกลับเข้าทำงานได้, Talent War (การแย่งชิงคนเก่ง) ซึ่งในภาคเอกชนจะมีสภาวะนี้รุนแรงมาก มีการเฝ้ามองผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แม้กระทั่งบางคนที่กำลังเรียนอยู่ยังไม่จบแต่มีประวัติโดดเด่นก็จะมีบริษัทต่างๆ ส่งเทียบเชิญให้ไปทำงานด้วย

“Human Capital (ทุนมนุษย์) อย่าเพิ่งมองแต่ในส่วนความสามารถ แต่มันจะมีอีก 2 ส่วนที่สำคัญคือ Social Capital (ทุนทางสังคม) กับ Psychological Capital (ทุนทางจิตใจ) ตอนนี้ถ้าเราไปดูทั้ง 2 ตัวมันน่าห่วงมากกว่าเรื่องของทุนทางปัญญาเสียอีก โดยเฉพาะของเจเนอเรชั่นใหม่นี่คือเปราะบางมาก ดังนั้นเรื่อง Mental health at Work (สุขภาพจิตในการทำงาน) ควรต้องกลายเป็นเรื่องที่เป็นวาระแห่งชาติ ไม่อยากให้เป็นแค่วาระขององค์กรด้วยซ้ำ

หลายที่เริ่มมี อย่างที่ไปดูงานหน่วยงานที่ได้รางวัลนายจ้างเมื่อหลายปีก่อนของคนเจนวาย เขาก็ต้องมีเหมือน Mental Health Service (บริการด้านสุขภาพจิต) เชิญผู้บำบัดด้านสุขภาพจิตมาที่หน่วยงานทุกสัปดาห์ แล้วมันก็ช่วยให้คนสภาพจิตใจดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้น ความสัมพันธ์ในที่ทำงานดีขึ้น” อาจารย์สุนิสา กล่าว

(อ่านต่อฉบับวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย. 2565)

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จบดราม่า! ลูกเสือโคร่งทั้ง 4 มีชื่อใหม่แล้ว พฤติกรรมร่าเริงกินเก่ง เลี้ยงง่าย

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693007

จบดราม่า! ลูกเสือโคร่งทั้ง 4 มีชื่อใหม่แล้ว พฤติกรรมร่าเริงกินเก่ง เลี้ยงง่าย

จบดราม่า! ลูกเสือโคร่งทั้ง 4 มีชื่อใหม่แล้ว พฤติกรรมร่าเริงกินเก่ง เลี้ยงง่าย

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.19 น.

ลูกเสือโคร่งทั้ง 4 มีชื่อใหม่แล้ว “มุกดา – สะหวัน – ข้ามโขง -ข้ามแดน” พฤติกรรมร่าเริงกินเก่ง เลี้ยงง่าย

18 พ.ย.65 หลังจากเกิดประเด็นดราม่ากรณีตั้งชื่อลูกเสือโคร่งทั้ง 4 ตัวเป็น“หุง, อุ่น, ตุ๋น, ต้ม”แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เหมาะสมชื่อเหมือนวิธีการประกอบอาหาร ล่าสุดมีการตั้งชื่อใหม่แล้ว โดยนายชัยวัฒน์​ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการ​สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี กล่าวว่า จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทลายขบวนการค้าลูกเสือโคร่งผิดกฎหมายข้ามชาติ ได้ช่วยเหลือลูกเสือโคร่ง จำนวน 4 ตัว และได้มีการตั้งชื่อว่า “หุง อุ่น ตุ๋น ต้ม” นั้น

ล่าสุด ได้มีจากกระแสเรียกร้องให้เปลี่ยนชื่อลูกเสือโคร่งของกลาง ทั้ง 4 จากกลุ่มผู้ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ทางหน่วยงานจึงได้พิจารณาร่วมกับคณะทำงาน ที่ให้ความช่วยเหลือน้องเสือได้สำเร็จ จึงได้เปลี่ยนชื่อให้เสือโคร่ง ทั้ง 4 ดังนี้
ตัวที่ 1 เพศเมีย (หุง) น้องมุกดา
ตัวที่ 2 เพศเมีย (อุ่น) น้องสะหวัน
ตัวที่ 3 เพศผู้ (ตุ่น) น้องข้ามโขง
ตัวที่ 4 เพศผู้ (ต้ม) น้องข้ามแดน

โดยที่มาของชื่อน้องเสือ แต่ละตัวมีความหมายและที่มา คือ “มุกดา” และ “สะหวัน” เป็นชื่อจังหวัดของประเทศไทย และจังหวัดของประเทศลาวที่อยู่ตรงข้ามกัน ส่วน “ข้ามแดน” และ”ข้ามโขง” เป็นชื่อของการที่น้องเสือเดินทางไปมาระหว่างประเทศ

ขณะนี้ ลูกเสือทั้ง 4 ตัว อยู่ในการดูแลของ คลินิกสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จนกว่าลูกเสือจะมีเขี้ยวและสามารถกินเนื้อสัตว์ได้จากนั้นจะถูกส่งไปอยู่ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าจุฬาภรณ์ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ ต่อไป

นายธีระยุทธ วงศ์ไพเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กล่าวว่า เบื้องต้นลูกเสือยังปกติ ปัจจุบันต้องอยู่ในการดูแลของสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด จากการรายงานของ สพ.ญ.คชรินทร์ ราชสินธุ์ นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ พบว่า ลูกเสือมีพฤติกรรมร่าเริง การตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพบว่า ปกติ ปัสสาวะปกติ อุจจาระเหลว ลูกเสือกินนมผงชนิด KMR ทุก 2-3 ชั่วโมง ทำการเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้ลูกเสือทั้ง 4 ตัว

สำหรับผู้ที่ต้องการสนับสนุนนมและของใช้ของสัตว์สามารถแจ้งความประสงค์หรือส่งมาได้ที่ ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี ถนนแจ้งสนิท ตำบลแจระแม อำเภอเมืองอุบลราชธานี 34000 หมายเลขโทรศัพท์ 045-311-677 ต่อ 553 ซึ่งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆนี้ หากลูกเสือโตก็ยังสามารถนำไปช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ป่วยหรือบาดเจ็บที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าได้รับมาจากพื้นที่ต่างๆในอีสานตอนล่างด้วย

ที่มา : สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กู้ภัยช่วยระทึก หนูน้อย2ขวบติดอยู่ในรถเก๋ง นานเกือบชั่วโมง

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/693006

กู้ภัยช่วยระทึก หนูน้อย2ขวบติดอยู่ในรถเก๋ง นานเกือบชั่วโมง

กู้ภัยช่วยระทึก หนูน้อย2ขวบติดอยู่ในรถเก๋ง นานเกือบชั่วโมง

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.17 น.

พ่อจอดรถไว้ลงไปดูงาน ไม่ถึง 5 นาที ประตูรถล็อค ลูกชายวัย 2 ขวบติดอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง เรียกกู้ภัยช่วยสุดระทึก 

18 พ.ย.2565 เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ จาก นายอมรินท์ อายุ 41 ปี ว่าลูกชายของตนเองติดอยู่ภายในรถ ภายใน ซ.หนองบอน 4 ต. หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงพร้อมกำลังออกไปช่วยเหลือ

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ เก๋งยี่ห้อโตโยต้า สีเทา-ดำ โดยมี นายอมรินท์ และ ญาติพี่น้องต่างตื่นตระหนกที่เห็นสภาพของลูกชายร้องไห้ติดอยู่ภายในรถ โดยพยายามพูดคุยปลอบขวัญและให้เด็กที่อยู่ในรถเปิดประตู แต่ด้วยที่เด็กยังอ่อนวัยจึงไม่เข้าใจความหมาย ทำให้ไม่สามารถช่วยออกมาได้จึงได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ใช้ อุปกรณ์เฉพาะทางสะเดาะกลอนประตู จนสามารถนำเด็กออกมาได้ภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที ผู้เป็นพ่อจึงเข้าไปอุ้มลูกชายนำตัวออกจากรถ  

นายอมรินท์ กล่าวว่า เพิ่งไปรับลูกชายวัย 2 ขวบ กลับมาจากศูนย์เด็กเล็ก หลังจากนั้นได้แวะเข้ามาดูงานที่ไซด์งานก่อสร้างสะพานของเทศบาลหนองปลาไหล  ภายใน ซ.หนองบอน 4 ก่อนจะลงไปดูงานได้ให้ลูกชาย อยู่ภายในรถตามลำพัง ก่อนที่จะกลับมารู้ภายหลังว่ารถได้ถูกล็อคประตู ไม่สามารถเปิดได้ คาดว่าลูกชายน่าจะไปโดนปุ่มล็อคประตู ตนจึงโทรตามช่างทำกุญแจ มาช่วยเปิด ประตูรถให้แต่ไม่สำเร็จ จากนั้น นายธนกฤต จริงร้องขอความช่วยเหลือไปทางกู้ภัยให้เข้ามาช่วยเหลือเนื่องจากลูกชายได้ติดภายในรถนาน เกือบ 1 ชั่วโมง เมื่อเจ้าหน้าที่กูภัยมาถึงใช้เวลา ไม่ถึง 5 นาทีสามารถเปิดประตูและนำเด็กออกมาจากรถได้

ทั้งนี้ นายวัชรินทร์ สายกระสุน เจ้าหน้าที่ดับเพลิง-อุปกรณ์ตัดถ่าง มูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า อยากฝากทิ้งผู้ปกครองที่ปล่อยให้เด็กอยู่ภายในรถ เพียงลำพัง ก่อนลงจากรถควรเปิดกระจกไว้ให้มีอากาศถ่ายเทและคอยมองดูบุตรหลานของท่านเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว 

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมีหื่น! ขอมีเพศสัมพันธ์กับเมียชาวบ้านไม่ได้ชกหน้าปูดเตะซี่โครงร้าวซิ่งรถหนี

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692976

สมีหื่น! ขอมีเพศสัมพันธ์กับเมียชาวบ้านไม่ได้ชกหน้าปูดเตะซี่โครงร้าวซิ่งรถหนี

สมีหื่น! ขอมีเพศสัมพันธ์กับเมียชาวบ้านไม่ได้ชกหน้าปูดเตะซี่โครงร้าวซิ่งรถหนี

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.05 น.

โผล่มาอีกแล้ว! พระมาปักกลดใต้ก่อไผ่ในที่ดินสาธารณะ เมืองอุดรธานีขอร่วมวงดื่มเหล้ากับชาวบ้าน พอเมาได้ที่เกิดมีอารมณ์ขอมีเพศสัมพันธ์กับเมียชาวบ้านกลางวงเหล้า หลังจากสามีขอตัวเข้านอน ถูกด่ากลับทนไม่ไหวรัวทั้งหมัดทั้งเท้าใส่เมียชาวบ้านจนหน้าบวม ตาปูด ซี่โครงร้าว ถูกหามส่งโรงพยาบาลอาการสาหัส หมอบอกอาจต้องผ่าตัด สามีและลูกสาวไม่ทนเตรียมแจ้งความดำเนินคดีล่าตัวมาลงโทษ ขณะที่พระที่ก่อเหตุทิ้งกลดซิ่ง จยย.หนีหายเข้ากลีบเมฆ ชาวบ้านแฉมาปักกลดได้ 4 วัน ไม่บิณฑบาตร มนต์ไม่สวด เอาแต่ดื่มเหล้า

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 18 พ.ย.65 น.ส.น้ำ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 17 ปี เข้าร้องเรียนกับนายภานุมาศ จิตรวศินกุล หรือ เฮียเปี๊ยก เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ว่า น.ส.ดี (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 49 ปี แม่ของตนถูกพระเมาขอมีเพศสัมพันธ์ในวงเหล้าแต่ไม่ได้ จึงต่อยและเตะแม่จนน่วมเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หมอบอกว่า อาจจะต้องผ่าตัดตา เนื่องจากพบชายโครงร้าว ตนในฐานะลูกสาวอยากเอาเรื่องพระรูปนี้ให้ถึงที่สุด 

น.ส.น้ำ บอกว่า เมื่อคืนวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา พ่อของตนได้นั่งดื่มเหล้าขาวที่ทุ่งนาในหมู่บ้านสามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมีพ่อแม่และญาติอีก 2 คน จากนั้นก็มีพระทราบเพียงชื่อเล่นว่า พระหนุ่ม มาปักกลดในที่ดินสาธารณะใกล้กับที่บ้านของพ่อและแม่ จากนั้นพระหนุ่มได้ออกมาขอร่วมวงนั่งดื่มด้วย ตอนแรกพ่อและแม่ก็ตกใจว่าเป็นพระทำไมจะมาดื่มเหล้ากับฆราวาส แต่ก็ไม่เป็นไรเมื่อพระอยากดื่มก็ให้นั่งวงด้วย จากนั้นจึงพากันนั่งดื่มถึงเที่ยงคืนญาติและพ่อได้ขอไปนอนก่อน เหลือแต่แม่ตนเองและพระที่นั่งในวงเหล้า 

ปรากฏว่า จู่ๆ พระหนุ่มก็เอ่ยปากพูดกับแม่ตนขึ้นมาว่า “ขอ…แหน่” แม่ก็ตกใจจึงด่ากลับไปว่า “เจ้าเป็นพระทำไมมาทำแบบนี้อยาก…ก็ไป…หมาพุ่น!!!” หลังจากแม่ด่าอาจจะทำให้พระหนุ่มโมโหที่โดนด่า จึงใช้กำปั้นชกที่เบ้าตาแม่ จากนั้นก็รัวมือรัวเท้าใส่ที่แม่ตนเองไม่ยั้ง จนแม่ร้องขอความช่วยเหลือให้พ่อออกมาช่วย ส่วนพระหนุ่มหลังจากลงมือเสร็จก็หลบหนีไปทันที ตนและพ่อจึงรีบนำแม่ส่งโรงพยาบาลอุดรธานี เพราะแม่ถูกตีจนน่วม อาการของแม่ตอนนี้หมอให้รอดูว่าจะได้ผ่าตัดตาหรือเปล่าเพราะถูกตีจนตาบวมหนักและซี่โครงร้าว ตอนนี้ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี แต่ได้แจ้งไปยังตำรวจชุมชนสามพร้าวแล้ว ก็อยากจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดและอยากให้พ่อและแม่ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับพระรูปนี้

ขณะที่ เฮียเปี๊ยก บอกว่า จากนี้ไปหลังจากแม่ออกจากโรงพยาบาลจะพาไปแจ้งความเอาเรื่องพระให้ถึงที่สุด เท่าที่ทราบพระรูปนี้ชื่อพระหนุ่ม อายุประมาณ 47 ปีเดินทางมาจากจังหวัดจันทบุรีและมาเยี่ยมโยมพ่อในหมู่บ้านสามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี มาปักกลดในที่ดินสาธารณะใกล้กับบ้านของ น.ส.ดี จากนั้นขอร่วมวงเหล้าด้วยก่อนจะขอมีเพศสัมพันธ์กับ น.ส.ดี เมื่อทำไม่ได้จึงทำร้ายร่างกายแล้วหลบหนีไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บริเวณที่เกิดเหตุที่บ้านหลังหนึ่งที่บ้านสามพร้าว พบเป็นที่ดินสาธารณะเหลือแต่เพียงกลดของพระอยู่ใต้กอไผ่ในที่ดินสาธารณะ ส่วนพระหนุ่มไม่เห็นแล้ว ล่าสุดมีรายงานว่า พระรูปได้ซิ่งรถ จยย.ออกจากหมู่บ้านไปแล้วเมื่อเช้าวันนี้ 

ด้านนายวันเพ็ญ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปีสามีของ น.ส.ดี เปิดเผยว่า พระมาปักกลดในที่ดินสาธาณะมาได้ 4 วันแล้ว แต่ละวันที่มาปักกลด กิจสงฆ์ไม่ทำ มนต์ไม่สวด บิณฑบาตรก็ไม่ออกไป กินแต่เหล้าทุกวัน พระรูปนี้ก็เดินเข้ามาขอกินเหล้าขาวด้วย พอดึกตนเองจึงได้ขอตัวเข้าไปนอน ไม่นานภรรยาก็ร้องบอกมีคนทำร้ายร่างกาย และไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นพระที่มาปักกลดอยู่ใต้ที่ก่อไผ่ สาเหตุที่ทำร้ายร่างกายเพราะขอมีอะไรกับภรรยาตนไม่ได้และโดนภรรยาตนด่า จึงทำให้พระโกรธและทำร้ายร่างกายเรื่องนี้ตนเองไม่ยอมแน่ที่พระรูปนี้ทำร้ายร่างกายภรรยาและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ถ้าปฏิบัติตามสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว ภพชาติของเราก็จะเป็นภพชาติที่ดี เป็นสุคติ

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692968

ถ้าปฏิบัติตามสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว ภพชาติของเราก็จะเป็นภพชาติที่ดี เป็นสุคติ

ถ้าปฏิบัติตามสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว ภพชาติของเราก็จะเป็นภพชาติที่ดี เป็นสุคติ

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.24 น.

“…ถึงแม้ในชาตินี้จะไม่สามารถปฏิบัติจนบรรลุถึงพระอริยผลก็ตาม ถ้าพยายามทำไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็จะได้ฝึกนิสัยที่ดีไว้ เพื่อเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ได้ก้าวขึ้นสู่ธรรมขั้นสูงในลำดับต่อไป ในแต่ละภพแต่ละชาติ เพราะถ้าปฏิบัติตามสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแล้ว ภพชาติของเราก็จะเป็นภพชาติที่ดี เป็นสุคติ ผู้ที่ไปสู่สุคติคือผู้มีศีลมีธรรม ผู้ที่จะไปเกิดในสุคติต้องเป็นผู้มีศีลมีธรรม ดังนั้น เวลาปฏิบัติไปแล้วเกิดมีความรู้สึกว่ามันยาก ก็ขอให้ฝืนทำไป เพราะกำลังปลูกฝังนิสัยใหม่ นิสัยของพระโพธิสัตว์ นิสัยของพระอริยเจ้า ไม่ใช่นิสัยของปุถุชนที่มีแต่ความโลภโมโทสัน เราเป็นปุถุชนเพราะเรามีความโลภ ความโกรธ มีความหลง…”

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ท่องเที่ยวเมืองสามหมอกวูบกระทบหนักหลัง ‘นกแอร์’ ยกเลิกสายการบิน

Posted on November 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692963

ท่องเที่ยวเมืองสามหมอกวูบกระทบหนักหลัง 'นกแอร์' ยกเลิกสายการบิน

ท่องเที่ยวเมืองสามหมอกวูบกระทบหนักหลัง ‘นกแอร์’ ยกเลิกสายการบิน

วันศุกร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.00 น.

ท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอนฝันสลายหลังสายการบินนกแอร์ยกเลิกเที่ยวบินเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.นี้เป็นต้นไป ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวโดยรวม

วันที่ 18 พ.ย.65 นายภานุเดช ไชยสกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า การที่สายการบินนกแอร์ยกเลิกเที่ยวบิน เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.65 ถึง 15 มี.ค.66 นั้นได้ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอนเนื่องจากทำให้นักท่องเที่ยวที่ได้จองตั๋วที่จะเดินทางเข้าออกแม่ฮ่องสอนจะต้องเปลี่ยนการเดินทางโดยทางรถยนต์แทนสำหรับบางท่านอาจจะไม่มีเวลาเนื่องจากเดินทางมาทางรถยนต์ตามถนนสาย 108 แม่สะเรียง-แม่ฮ่องสอน หรือสาย 1095 ปาย-แม่ฮ่องสอน ต้องใช้เวลามากกว่าเดินทางโดยสายการบิน ซึ่งแม่ฮ่องสอน เลยขาดโอกาศที่จะได้รับนักท่องเที่ยว ที่มีเวลาน้อย

แต่อย่างไรก็ตาม ก็เห็นใจทางสายการบินที่ มีเครื่องบิน ชนิดดังกล่าวจำนวนไม่กี่ลำซึ่งไม่เพียงพอต้องรอไฟล์การเซอร์วิทให้ได้เต็ม100% ถึงจะสามารถนำมาใช้บริการให้กับผู้โดยสารได้ จึงอยากฝากสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวในช่วงนี้ซึ่งเป็นฤดูการท่องเที่ยว ให้เตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องที่พักและรถบริการนำเที่ยวให้เรียบร้อยเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา ในการเดินทางมาเที่ยวเนื่องจากช่วงนี้จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก

ในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม เกสเฮ้าท์ และที่พักอื่น ๆ ที่นักท่องเที่ยวได้จองไฟล์เที่ยวบินไว้ล่วงหน้า ต่างประสบปัญหากับการยกเลิกที่พัก และต้องเสียค่าจองล่วงหน้า กระทบต่อนักท่องเที่ยว รวมไปถึงร้านอาหารที่มีการจองไว้รับแขกนักท่องเที่ยวก็ถูกยกเลิกไปด้วยเช่นกัน

สำหรับสายการบินนกแอร์ ได้เปิดเส้นทางการบินระหว่างเชียงใหม่ – แม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมกับภาคธุรกิจท่องเที่ยว เปิดต้อนรับเที่ยวบินปฐมฤกษ์อย่างใหญ่โต – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,932,369 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
ฝ่ายค้าน ปลุกจับตาเย็นนี้ ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุม อัด ศุภจี เกาไม่ถูกที่คัน
เปิดรายชื่อ 9 ประธาน กมธ. สัดส่วน พรรคประชาชน ‘วีระยุทธ’นั่งพัฒนาเศรษฐกิจ ‘ไอซ์’ นั่งติดตามงบ
หวานเจี๊ยบ เป้ย ปานวาด ปล่อยภาพคู่ หมอต้น ดาเมจแรงทำโซเชียลร้อนฉ่า กลิ่นความรักอบอวลกลางญี่ปุ่น
สุริยะ เคลียร์ปมย้ายอธิบดีฝนหลวง ยันไม่เกี่ยวสายคนใกล้ชิด อ้างความเหมาะสม
เพราะทุกวันคือรันเวย์! ‘Lady Gaga x Doechii’ ประชันลุคแฟชั่นแบบไม่มีใครยอมใคร
สหรัฐฯ ตั้งข้อหา "เจมส์ โคมีย์" อดีต ผอ. FBI ขู่เอาชีวิต "ทรัมป์" ในอินสตาแกรม
ลัช ประเทศไทย จับมือ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดตัวแคมเปญ Asian Elephant Shower Jelly
แสวง ย้ำ กกต.พร้อมจัดเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.-นายกพัทยา 28 มิ.ย.นี้
สาทิตย์ ยอมรับ ประชาธิปัตย์ ยังหาตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้ เหตุ ชัชชาติ ฐานเสียงแน่นปึ้ก

Recent Posts

  • ศาลเกาหลีใต้สั่งเพิ่มโทษจำคุก “ยุน ซอกยอล” เป็น 7 ปี คดีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
  • ศาลทหารอินโดฯ สั่งฟ้อง 4 ทหาร คดีสาดน้ำกรดใส่ “นักสิทธิมนุษยชน”
  • “กูเกิล” ทำข้อตกลงลับ “เพนตากอน” ส่งโมเดล AI หนุนภารกิจความมั่นคงสหรัฐฯ
  • ทำเนียบขาวขึ้นแคปชัน “สองกษัตริย์” หลังทรัมป์รับเสด็จ “คิงชาร์ลส์”
  • “อีลอน มัสก์” ขึ้นศาลซัด OpenAI คือไอเดียของตน ก่อนถูกผู้บริหาร “ปล้น” ไปทำกำไร

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d