Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เก็บ’พุทรา3รส’บนเกาะกลางน้ำโขง ชาวบ้านยิ้มแป้นขายราคาดี รับซื้อไม่อั้น

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692211

เก็บ'พุทรา3รส'บนเกาะกลางน้ำโขง ชาวบ้านยิ้มแป้นขายราคาดี รับซื้อไม่อั้น

เก็บ’พุทรา3รส’บนเกาะกลางน้ำโขง ชาวบ้านยิ้มแป้นขายราคาดี รับซื้อไม่อั้น

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.25 น.

เกษตรกรชาวบ้านท่ามะเฟืองยิ้มแป้น เก็บพุทรา3รส บนเกาะดอนกลางน้ำโขง แม่ค้ารับซื้อหน้าสวนไม่อั้น ราคาดีกว่าปีก่อนเท่าตัว

15 พฤศจิกายน 2565 บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านท่ามะเฟือง ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย เกษตรกรชาวสวนได้นำผลผลิตพุทรา ที่เก็บมาจากเกาะดอนต่ำ ดอนแตง เกาะดอนกลางแม่น้ำโขง มาช่วยกันคัดแยก

โดยมีแม่ค้ามารอรับซื้อถึงที่ ซึ่งพุทราที่เกษตรกรปลูกไว้บนดอนต่ำ ดอนแตง พื้นที่กว่าพันไร่นั้น เป็นพุทราพันธุ์ 3 รส มีรสชาติเปรี้ยว หวาน กรอบ อร่อย ผลโต ลูกดก

นางสาวสุชาดา โคติเวช ผู้ใหญ่บ้านท่ามะเฟือง กล่าวว่า บริเวณดอนต่ำดอนแตง ซึ่งเป็นเขตแดนของประเทศไทยนั้น เกษตรกรชาวบ้านท่ามะเฟือง ได้ปลูกพืชผลไว้หลายอย่าง เช่น พริก มะเขือ ข้าวโพด ส่วนในช่วงนี้จะเป็นพุทรา3 รส ที่กำลังให้ผลผลิต โดยพบว่าปีนี้พุทราให้ผลผลิตดีค่อนข้างเยอะ เกษตรกรสามารถเก็บพุทธาได้วันละ 4-5 ตัน

เมื่อเก็บมาแล้วก็จะช่วยกันคัดแยกขนาดและคุณภาพของพุทรา ก่อนส่งขายให้พ่อค้าแม่ค้าที่จะมารับซื้อถึงหน้าสวน ซึ่งปีนี้สามารถขายได้ราคาดีกว่าปีที่แล้ว โดยปีที่แล้วขายได้ กก.ละ 6 บาท 1 ถุง 60 บาท แต่ปีนี้ขายได้ กก.ละ 10-12 บาท ถุงละ 100-120 บาท เป็นราคาที่เกษตรกรพอใจ และเป็นที่ต้องการของตลาดด้วย พ่อค้าแม่ค้ารับซื้อไม่อั้น.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โผล่อีกตัว! กบสีทองสุดเชื่องในคลองหลัง’วัดหนองกรับ’คอหวยลูบขอเลขเด็ด

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692205

โผล่อีกตัว! กบสีทองสุดเชื่องในคลองหลัง'วัดหนองกรับ'คอหวยลูบขอเลขเด็ด

โผล่อีกตัว! กบสีทองสุดเชื่องในคลองหลัง’วัดหนองกรับ’คอหวยลูบขอเลขเด็ด

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.09 น.

โผล่อีกตัว! กบสีทองในคลองหลังวัดหนองกรับ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง สุดเชื่องเผยตัวที่พบล่าสุดเป็นกับตัวผู้ พร้อมตั้งชื่อ “เจ้าเงิน” ทางวัดเตรียมจัดพิธีแต่งงานให้ ขณะที่ชาวบ้านแห่ชมพร้อมลูบขอเลขเด็ด ส่วนบรรดาเซียนหวยไม่พลาดส่องเลขธูปตีเลขจากกบทั้ง 2 ตัวเป็น “929 29”

จากกรณีที่ทางวัดหนองกรับ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ได้ปรับภูมิทัศน์ริมคลองหลังวัดเป็นพื้นที่เขตอภัยทาน จนพบกบสีทองตัวใหญ่ที่สุดแสนเชื่องให้คนลูบคลำตัวโดยไม่หนี แถมเรียกชื่อเจ้าทองโผล่มาหาทันที จนเป็นที่ฮือฮาของชาวบ้านที่แห่มาชมกันเพียบ และไม่พลาดส่องเลขเด็ดตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่วัดหนองกรับ ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังมีการโพสต์คลิปว่าพบกบเชื่องอีกหนึ่งตัวเป็นกบสีทองเพศผู้ หลังจากที่พบ “เจ้าทอง” กบสุดเชื่องที่ขึ้นมาโชว์ตัวให้คนลูบคลำจนเป็นที่ฮือฮา โดยกบตัวที่พบใหม่นี้มีความเชื่องเช่นกัน

เมื่อเดินทางไปถึงวัดหนองกรับ บริเวณหลังวัด ซึ่งเป็นเขตอภัยทาน ริมคลอง พบมีคนแห่ลงไปริมคลองจำนวนมาก จึงเข้าไปตรวจสอบ พบว่ากำลังมุงดูกบสีทองที่โผล่ขึ้นมาให้ลูบคลำจับตัวด้วยความเชื่อง ซึ่งนับว่าเป็นความแปลก แต่จะให้จับเฉพาะผู้หญิง แต่ถ้าเป็นผู้ชายให้จับแล้วก็มุดลงน้ำ จนเป็นที่ฮือฮาสำหรับผู้ที่มาดู ต่างก็ชื่นชอบในความเชื่องของเจ้าทอง

นายจรัญ จันทร์มณี ฝ่ายประชาสัมพันธ์วัดหนองกรับ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ได้พบกบเพศผู้อีก 1 ตัวที่มาโผล่ริมตลิ่งและก็มีความเชื่องเหมือนกับเจ้าทอง จึงเชื่อว่าคงจะเป็นคู่ของเจ้าทอง เพราะเจ้าทองเป็นกบเพศเมีย จึงได้ตั้งชื่อให้กับตัวใหม่นี้ว่า “เจ้าเงิน” คาดว่าคงจะอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ยังไม่โผล่คงจะยังหลบซ่อนตัวเพราะเมื่อคืนฝนตกลงมาอย่างหนัก จนทำให้น้ำไหลแรง แต่คงจะยังอยู่ในพื้นที่นี้ 

นอกจากนี้นายจรัญ ได้โชว์คลิปกบตัวใหม่ซึ่งมีสีทองแต่จะมีสีดำขลิบ รูปร่างจะเล็กกว่าเจ้าทอง แต่ก็มีความเชื่องและยอมให้จับตัวได้ ซึ่งในอนาคตหากกบอีกตัวยังอยู่ก็เตรียมจะจัดพิธีแต่งงานให้ทั้งคู่ สำหรับท่านใดที่ต้องการมาดูเจ้าทอง และเจ้าเงิน กบแสนเชื่อง ก็มาดูได้ ซึ่งตามความเชื่อว่าจะเป็นสิริมงคลสำหรับผู้ได้สัมผัสตัวเจ้าทอง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละบุคคล

ด้าน น.ส.ฐิติพร อ่อนพันธ์ อายุ 48 ปี ชาวบ้านที่มาชมความเจ้าทอง เปิดเผยว่า ตนมาเห็นและสัมผัสกับตัวเองรู้สึกทึ่งมากกับความเชื่องของกบเพราะเกิดมาเพิ่มเคยเห็น นับเป็นความแปลกกับความเชื่อง และเชื่อว่ามาให้โชค

ส่วนเจ้าหน้าที่ดูแลธูปเทียนของวัดหนองกรับที่อยู่ตรงศาลพระพี่นาง ทางลงคลอง เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีข่าวเจ้าทองออกไปมีคนเดินทางมาดูเจ้าทองกันจำนวนมาก แต่ก็สมหวังทุกคน เพราะเจ้าทองจะโผล่ให้เห็นและให้ลูบคลำกันทุกคน นอกจากนี้ทางวัดยังจัดโบว์สีตามวันเกิดให้ผูกกับราวสะพานเพื่อให้สมปราถนาตามคำขอในโบว์ด้วย

ส่วนบรรดาเซียนหวย ไม่พลาดส่องเลขธูป และ ตีเลขจากกบทั้งสองตัว โดยตีเป็นเลข 929 29

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดบทวิเคราะห์ ‘10 คำถามน่ารู้ APEC’ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692189

เปิดบทวิเคราะห์ ‘10 คำถามน่ารู้ APEC’ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล

เปิดบทวิเคราะห์ ‘10 คำถามน่ารู้ APEC’ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.36 น.

เปิดบทวิเคราะห์ ‘10 คำถามน่ารู้ APEC’ เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล

15 พฤศจิกายน 2565 ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย นำเสนอบทวิเคราะห์เรื่อง “10 คำถามน่ารู้เกี่ยวกับ APEC” ระบุว่า APEC มีความสำคัญต่อไทยอย่างมาก โดยการส่งออกสินค้าของไทยมากกว่า 70% ถูกส่งออกไปยังกลุ่ม APEC และนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม APEC ซึ่งสร้างรายได้ประมาณ 2 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

สำหรับการประชุม APEC ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open Connect Balance)” Krungthai COMPASS มองว่าควรจับตาการผลักดันการขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก FTAAP ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ และหนุนการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในหมู่สมาชิก อีกทั้ง คาดว่าการประชุมในครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้ดีขึ้นในหลายมิติซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาวได้

1. APEC คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไร

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) เป็นการรวมกลุ่มแบบพหุภาคี 21 เขตเศรษฐกิจ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตมหาสมุทรแปซิฟิก ประกอบด้วย รัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีนไทเป(ไต้หวัน) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง เวียดนาม ไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย บรูไน ปาปัวนิวกินี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา สหรัฐอเมริกา เม็กซิโก เปรู และ ชิลี โดยไทยเป็นหนึ่งใน 12 เขตเศรษฐกิจผู้ร่วมก่อตั้ง และประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเมื่อปี 2535 และปี 2546 APEC ถูกจัดตั้งเมื่อปี 2532 เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นทางเศรษฐกิจ ให้สมาชิกที่มีแนวนโยบายที่แตกต่างกันหาแนวทางร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมาย โดยเน้นประเด็นด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความร่วมมือในเศรษฐกิจของทุกภาคส่วน พลังงาน สาธารณสุข E-commerce และสิ่งแวดล้อม เพื่อลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้า (สินค้าและบริการ) การลงทุน และการเดินทางระหว่างประเทศ

2. APEC แตกต่างจากข้อตกลงพหุภาคีอื่น ๆ อย่างไร

APEC คือ การรวมกลุ่มเพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ครอบคลุมหลายมิติในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ต่างจากข้อตกลงในพหุภาคีอื่น ๆ ที่เน้นเจรจาเพื่อการค้า การดำเนินความร่วมมืออยู่บนพื้นฐานของฉันทามติ ความสมัครใจ และความยืดหยุ่น รวมถึงไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย สมาชิกสามารถดำเนินการเพื่อนำไปสู่การเปิดเสรีทางการค้า การลงทุนตามความพร้อมของแต่ละสมาชิก การประชุม APEC ไม่ใช่ความร่วมมือเฉพาะของภาครัฐเท่านั้น แต่เป็นความร่วมมือจากภาคเอกชนด้วย ซึ่งก็คือ APEC Business Advisory Council (ABAC) หรือสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจของ APEC ซึ่งทุกปีจะมีการรวมตัวกัน เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนมุมมองด้านธุรกิจและความท้าทายทางเศรษฐกิจที่สำคัญ เพื่อสรุปคำแนะนำประจำปีต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจ APEC

3. APEC สำคัญอย่างไรต่อเศรษฐกิจโลก

APEC ถือเป็นความร่วมมือพหุภาคีที่สำคัญของโลกทั้งในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งมูลค่า GDP รวมกันประมาณ 61% ของทั้งโลก และจำนวนประชากรที่คิดเป็นสัดส่วนถึงกว่า 1 ใน 3 ของพลเมืองทั้งโลก จึงมีอิทธิพลต่อการกำหนดทิศทางการค้า การลงทุน ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากข้อมูลของ World Bank ในปี 2564 พบว่า มูลค่า GDP ของสมาชิก APEC เท่ากับ 59.4 ล้านล้านดอลลาร์ รวมกันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 61% ของ GDP ในจำนวนนี้ 3 ชาติสมาชิกหลักของ APEC ถือเป็นประเทศที่มีขนาดทางเศรษฐกิจใหญ่ 3 ลำดับแรกของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น ส่วนไทยมีขนาดทางเศรษฐกิจอยู่ในลำดับที่ 11 (GDP เท่ากับ 0.5 ล้านล้านดอลลาร์) รองจากไต้หวัน (0.7 ล้านล้านดอลลาร์) และเมื่อเทียบในกลุ่มอาเซียนถือเป็นลำดับที่ 2 รองจากอินโดนีเซีย (1.2 ล้านล้านดอลลาร์) ทางด้านประชากร APEC มีพลเมืองในปี 2564 รวมกันทั้งสิ้น 2.9 พันล้านคน คิดเป็นสัดส่วน 37% ของทั้งโลก ซึ่งในจำนวนนี้มี 3 ชาติสมาชิกสำคัญที่จำนวนพลเมืองอยู่ใน 5 ลำดับแรกของโลก ได้แก่ จีน (อันดับ 1) สหรัฐฯ (อันดับ 3) และอินโดนีเซีย (อันดับ 4) ส่วนไทยอยู่ในลำดับที่ 9 ของกลุ่ม APEC และถือเป็นลำดับที่ 4 ของกลุ่มอาเซียนที่เป็นสมาขิก APEC

นอกจากจะเป็นการรวมกลุ่มที่มีขนาดใหญ่แล้ว APEC ยังเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากสัดส่วนกำลังแรงงานต่อจำนวนประชากรทั้งหมดของสมาชิก APEC ในปี 2564 สูงถึง 63.6% สะท้อนว่าโครงสร้างทางประชากรกว่า 2 ใน 3 ยังอยู่ในวัยทำงาน ซึ่งสูงกว่าสัดส่วนของทั้งโลก (59%) บ่งชี้โอกาสในการลงทุน และการเข้าถึงตลาดที่มีแนวโน้มเติบโต นอกจากนี้ APEC ยังเป็นตลาดที่มีพลวัตสูง เนื่องจากหลายประเทศอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นเมือง จากข้อมูลของ United Nations พบว่า APEC มีประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองสูงถึง 73% มากกว่าสัดส่วนของโลก (56.6%) การเคลื่อนย้ายถิ่นฐานมาสู่เมืองของประชากรใน APEC จึงเป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญต่อไปในอนาคต โดยภาพรวม Krungthai COMPASS ประเมินว่าความร่วมมือของกลุ่ม APEC จะเป็นพลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

4. ความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับ APEC เป็นอย่างไร

เศรษฐกิจไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศค่อนข้างสูง โดยในปี 2564 มูลค่าการค้าระหว่างประเทศ (ทั้งสินค้าและบริการ) มากถึง 116.7% ของ GDP สะท้อนถึงความสำคัญของการเปิดประเทศเพื่อส่งเสริมภาคต่างประเทศให้เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะด้านการส่งออกและการนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าสูงถึง 53.4% และ 45.4% ของ GDP ไทยพึ่งพาด้านการค้ากับกลุ่ม APEC ทั้งการส่งออกสินค้าที่มากถึง 72.1% ของการส่งออกสินค้าทั้งหมด ขณะที่การนำเข้าสินค้าจากกลุ่ม APEC คิดเป็น 71.9% ของการนำเข้าจากทั่วโลก ตลาดการส่งออกและนำเข้าสินค้าที่สำคัญ คือ สหรัฐฯ จีน และญี่ปุ่น นอกจากนี้ ไทยยังมีการเชื่อมโยงทางด้านการลงทุนกับกลุ่มสมาชิก APEC อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนโดยตรงจากประเทศสมาชิก APEC ที่ไหลเข้าต่อเนื่อง และการลงทุนของไทยในประเทศสมาชิก APEC เพิ่มขึ้นเช่นกัน สำหรับด้านการท่องเที่ยว ก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจากกลุ่มประเทศ APEC สูงถึง 28.1 ล้านคน คิดเป็น 70.4% ของจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาไทยทั้งหมดในปี 2562 โดยสัญชาติที่เดินทางมามากที่สุดคือ จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น

5. กลุ่ม APEC มีบทบาทอย่างไรต่อภาคอุตสาหกรรมของไทย

ในกลุ่ม APEC มีหลายชาติในภูมิภาคเอเชียที่พึ่งพาการผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะจีน ไทย และเกาหลีใต้ ที่อัตราส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Share of Manufacturing to GDP) คิดเป็นสัดส่วนสูงประมาณเกือบ 30% ของ GDP ล่าสุดในปี 2564 สัดส่วนการผลิตภาคอุตสาหกรรมต่อ GDP ของชาติข้างต้น ถือเป็น 3 ลำดับแรกของ APEC ที่ระดับ 27.4% 27.0% และ 25.4% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าอัตราส่วนของ APEC (15.4%) และของโลก (17.0%) บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมเป็นกลไกขันเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยและหลายชาติในเอเชียซึ่งได้ชื่อว่าเป็นโรงงานของโลก กรณีของไทยนั้น Krungthai COMPASS พบว่า สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย 4 อันดับแรกในปี 2564 เป็นผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (คิดเป็น 26.2% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด) ยานยนต์และชิ้นส่วน (14.2%) ผลิตภัณฑ์ยาง (5.8%) และพลาสติก (5.3%) ซึ่งสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกส่งออกไปยัง APEC ทั้งผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ฯ ที่ผลิตป้อนตลาด APEC ถึง 77.3% ยานยนต์ฯ (57.5%) ผลิตภัณฑ์ยาง (72.5%) และพลาสติก (72.8%) แสดงถึงบทบาทของการค้าระหว่างกันในกลุ่มสมาชิก (Intra-trade) ที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างสูง ซึ่งต่างฝ่ายต่างได้รับประโยชน์ร่วมกันจากเงื่อนไขทางการค้าและการลงทุนที่เอื้อแก่สมาชิกในกลุ่มภายใต้กรอบ APEC รวมถึงความพยายามในการลดอุปสรรคทางการค้าและปรับกฎเกณฑ์ที่ช่วยให้ตลาด APEC เปิดกว้างแก่ชาติสมาชิกให้สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดจะช่วยหนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจของบรรดาสมาชิกอย่างต่อเนื่อง

6. นักท่องเที่ยวต่างชาติจาก APEC มีความสำคัญต่อไทยอย่างไร

นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทยเมื่อเปรียบเทียบกับสมาชิกอื่นในกลุ่ม APEC สะท้อนจากที่ไทยเป็นประเทศพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติมากที่สุดในกลุ่ม APEC ซึ่งคิดเป็น 11.8% ของ GDP ในปี 2562 (หรือคิดเป็นมูลค่า 1.9 ล้านล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวในกลุ่ม APEC คิดเป็น 66.2% ของรายได้ทั้งหมด โดยสัญชาติที่สำคัญ คือ จีน คิดเป็นร้อยละ 1 ใน 4 ของรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด รองลงมาคือ มาเลเซีย (5.6%) รัสเซีย (5.4%) และญี่ปุ่น (4.9%) 

7. ความสามารถในการแข่งขันของไทยอยู่ระดับไหน หากเทียบกับสมาชิก APEC

หากพิจารณาถึงขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยในโลก จากการจัดอันดับของ International Institute for Management Development หรือ IMD ปี 2565 เผยว่าไทยมีความสามารถทางการแข่งขัน 63.7 คะแนน จาก 100 คะแนน และอยู่อันดับที่ 33 จาก 63 ประเทศทั่วโลก โดยไทยถูกจัดอันดับลดลง 5 อันดับ จากทั้ง 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ด้านสภาวะเศรษฐกิจ อยู่อันดับที่ 34 (ลดลง 13 อันดับ) ลดลงจากด้านเศรษฐกิจภายในประเทศและการค้าระหว่างประเทศ ขณะที่ด้านราคาปรับดีขึ้น ด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ อยู่อันดับที่ 31 (ลดลง 11 อันดับ) โดยปัจจัยสำคัญที่ลดลงคือด้านการคลังและกฎหมายทางธุรกิจ ด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ อยู่อันดับที่ 30 (ลดลง 9 อันดับ) โดยปัจจัยสำคัญที่ปรับลดลงคือผลิตภาพและประสิทธิภาพ ขณะที่การบริหารจัดการยังคงอันดับเดิม และด้านโครงสร้างพื้นฐาน อยู่อันดับที่ 44 (ลดลง 1 อันดับ) ลดลงจากด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานทั่วไปและการศึกษาปรับดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้อันดับความสามารถทางการแข่งขันลดลงมากที่สุด คือ ด้านสภาวะเศรษฐกิจเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้ากว่าหลายประเทศเนื่องจากไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศและการท่องเที่ยวสูง จึงทำให้อันดับของไทยอยู่ในอันดับต่ำเมื่อเทียบกับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด ซึ่งในปี 2562 ความสามารถทางการแข่งขันของไทยอยู่ในอันดับที่ 25 จาก 63 ประเทศ นอกจากนี้หากเปรียบเทียบในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิก จะเห็นว่าความสามารถทางการแข่งขันของไทยในปี 2565 อยู่อันดับที่ 9 จาก 14 ประเทศ ซึ่งคงอันดับเดิมจากปีก่อน และอยู่สูงกว่า ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่เป็นสมาชิกใน APEC ทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัวโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญจะสนับสนุนให้อันดับขีดความสามารถของไทยปรับดีขึ้นได้ในระยะข้างหน้า แม้ว่า ไทยยังมีความเปราะบางในหลายด้านโดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยังอยู่ในอันดับที่ต่ำ

8. APEC มีความสำคัญเพียงใดต่อภาคการเงินและการขับเคลื่อน Digital economy 

ศักยภาพของ APEC สามารถสะท้อนได้จากแนวโน้มการเติบโตของระบบการเงินและเศรษฐกิจดิจิทัลที่ช่วยให้เขตเศรษฐกิจกลุ่มนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนและเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการกระจายธุรกิจและขยายตลาดออกไปในภูมิภาค การระดมทุนของสมาชิก APEC มีแนวโน้มเติบโตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดต่อ GDP ล่าสุดในช่วงปี 2559 ถึงปี 2563 ของหลายประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Emerging Markets ในเอเชีย เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย จีน ฟิลิปปินส์ รวมถึงไทยที่ตัวเลขดังกล่าวแตะระดับ 107% ต่อ GDP และถือเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 3 ของชาติอาเซียนที่เป็นสมาชิก APEC การเติบโตของตลาดทุนดังกล่าวถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในแสวงหาผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยง นอกจากนี้ ระบบการเงินของ APEC ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยผลักดันการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังได้รับปัจจัยหนุนจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล Deloitte  คาดว่า เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ในทิศทางที่เติบโตอย่างรวมเร็ว จากการค้าผ่านระบบ E-commerce และ Digital Banking ที่ช่วยกระตุ้นธุรกรรมข้ามพรมแดนระหว่างสมาชิก APEC สอดคล้องกับตัวเลขสัดส่วนการเข้าถึง Internet ต่อประชากร ซึ่งเป็นดัชนีหนึ่งที่บ่งชี้ถึงความพร้อมของระบบนิเวศน์ทางดิจิทัล โดยอัตราการเข้าถึง Internet ของสมาชิกกลุ่ม APEC ในปี 2564 เท่ากับ 81.1% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่ 59.9% ขณะที่ตัวเลขของหลายชาติในเอเชียและไทยต่างมีสัดส่วนที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของโลก นวัตกรรมล่าสุดจากการพัฒนาระบบข้อมูลเปิดที่เชื่อมโยงกัน (Interoperable Open Data) ซึ่งธนาคารกลางในกลุ่มอาเซียนรวมถึงไทยได้ร่วมกันผลักดันเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินระหว่างประเทศผ่าน QR Payment ถือเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค Krungthai COMPASS คาดว่า ตลาด APEC ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าไปไกลกว่าหลายส่วนของโลกดังกล่าวข้างต้น จะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการขยายช่องทางการค้าและการลงทุนจากตลาดที่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องแห่งนี้

9. การเข้าร่วม APEC ของไทย ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอย่างไร 

นับตั้งแต่ไทยได้เข้าเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง APEC กับอีก 11 เขตเศรษฐกิจเมื่อปี 2532 นั้น ความร่วมมือที่ไทยได้ดำเนินการร่วมกับ APEC ในการสนับสนุนการค้าเสรีและลดอุปสรรคด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ได้มีส่วนช่วยให้การค้าระหว่างไทยกับสมาชิกในกลุ่มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยตลอดช่วงกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ไทยร่วมกับชาติสมาชิกได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการเพื่อลดอัตราภาษีศุลกากรและข้อจำกัดทางการค้าระหว่างกัน ตลอดจนแสวงหาแนวทางอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุนและปรับปรุงกฎระเบียบให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน เช่น พิธีการศุลกากร มาตรฐานสินค้า ผลจากการดำเนินการดังกล่าว ช่วยให้ไทยกับสมาชิกกลุ่ม APEC มีความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกันมากขึ้น Krungthai COMPASS พบว่า สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยัง APEC เพิ่มจาก 63.8% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดในปี 2533 เป็น 72.1% ในปี 2564 โดยมูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2533 เป็น 192.1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2564 หรือเพิ่มขึ้นถึง 13.1  เท่าตัว ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา การส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาด APEC เติบโตโดยเฉลี่ย (CAGR) ถึงประมาณปีละ 9.6%  แม้จะมีความล่าช้าในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีของกลุ่ม APEC ซึ่งเป็นความริเริ่มตามปฏิญญาโบกอร์เมื่อปี 2553 ขณะที่การเจรจาการค้าพหุภาคีรอบโดฮาภายใต้กรอบขององค์การการค้าโลก (WTO) ยังไม่สามารถบรรลุข้อสรุปได้ แต่ความพยายามผลักดันการลดอัตราภาษีศุลกากรและอุปสรรคทางการค้าระหว่างสมาชิก APEC ที่ดำเนินมาโดยตลอด 3 ทศวรรษ ถือเป็นความคืบหน้าที่สำคัญและเอื้อต่อการค้าระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ซึ่งส่งผลดีต่อการส่งออกของไทยอีกด้วย

10. ประเด็นสำคัญของการประชุม APEC ครั้งนี้คืออะไร และจะส่งผลอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทยและโลก   

สำหรับการประชุม APEC ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจะได้พบปะเยี่ยมเยือนกันภายหลังจากการแพร่ระบาด ประกอบกับสมาชิก APEC ต่างอยู่ในช่วงปรับเศรษฐกิจเพื่อรองรับความท้าทายใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น การประชุมครั้งนี้จึงถูกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open Connect Balance)” ภายใต้ประเด็นหลักที่ไทยมุ่งผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมจากครั้งนี้ ได้แก่ (1) การเปิดโอกาสด้านการการค้าเสรีและการลงทุนผ่านเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of Asia-Pacific: FTAAP) ซึ่งไทยจะนำเสนอแผนงานการขับเคลื่อน FTAAP โดยมีเป้าหมายให้สามารถจัดตั้งขึ้นได้ภายในปี 2583 โดยจะผลักดันให้ผู้นำ APEC ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อรับรองแผนงานดังกล่าว (2) การจัดตั้งกลไก APEC Safe Passage เพื่อส่งเสริมการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัยระหว่างกลุ่มสมาชิก ซึ่งจะช่วยผลักดันการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว และ (3) การส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน โดยสนับสนุนภาคธุรกิจและยกระดับวิสาหกิจ MSME เพื่อดำเนินกิจการอย่างสมดุลและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการขับเคลื่อนการเงินที่ยั่งยืนและเศรษฐกิจดิจิทัล โดยไทยได้เสนอโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG) เป็นแนวคิดหลักในการประชุมครั้งนี้

ในบรรดาความริเริ่มของไทยดังกล่าว การขับเคลื่อน FTAAP ถือเป็นประเด็นหลักที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ซึ่งหากไทยสามารถผลักดันประเด็นนี้ให้มีความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมได้ จะส่งผลให้เกิดเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้สำเร็จ ความคืบหน้าดังกล่าวจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองกับประเทศนอกกลุ่ม APEC ทั้งยังจะช่วยกดดันให้การเจรจาเปิดเสรีทางการค้าในกรอบของ WTO ที่ชะงักงันให้เดินหน้าต่อไป จากการศึกษาของ World Bank  ประเมินว่า FTAAP จะช่วยให้การส่งออกและ GDP ของไทยเติบโตสะสมในช่วง 10 ปีภายหลังการจัดตั้งประมาณ 4.1% และ 0.8% ตามลำดับ

นอกจากนี้ World Bank ยังพบว่า หากเปรียบเทียบผลได้จากการเปิดเสรีทางการค้าในกรอบ FTAAP เทียบกับกรอบอื่น ๆ แล้ว FTAAP จะช่วยให้ GDP ของโลกเพิ่มขึ้นได้มากกว่ากรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership: CPTPP) และกรอบความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 0.1% และ 0.6% ตามลำดับ ซึ่ง Krungthai COMPASS คาดว่า FTAAP จะเป็นกลไกสำคัญในการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ และหนุนการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในหมู่สมาชิก ประกอบกับความพยายามจัดตั้ง FTAAP ในกรอบพหุภาคึจะช่วยลดการเผชิญหน้าและช่วยผ่อนคลายข้อขัดแย้งของชาติมหาอำนาจได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในระยะยาว

Implication:

APEC ถือเป็นการรวมกลุ่มเพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ครอบคลุมหลากหลายมิติในความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยสมาชิกของ APEC คือเขตเศรษฐกิจ 21 เขตที่มีพื้นที่ติดกับน่านน้ำมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและประชากร การรวมกลุ่ม APEC มีความสำคัญกับเศรษฐกิจไทยอย่างมากเนื่องจากไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศสูง โดยเฉพาะด้านการส่งออกสินค้าและด้านการท่องเที่ยวซึ่งคู่ค้าส่วนใหญ่ (ประมาณ 2 ใน 3 ของมูลค่าการส่งออกและรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ) เป็นสมาชิกในกลุ่ม APEC

สำหรับการประชุม APEC ครั้งที่ 29 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพได้ถูกจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล (Open Connect Balance)” โดยไทยมุ่งผลักดันประเด็นด้านการส่งเสริมการค้าการลงทุนเสรี การเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย และการส่งเสริมการเจริญเติบโตที่ยั่งยืน เพื่อสอดรับกับการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งนี้ ความริเริ่มที่สำคัญของไทยในการประชุมคือการขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก FTAAP ซึ่งจะเป็นเขตการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จะส่งผลดีต่อการส่งออกและ GDP ของไทย  Krungthai COMPASS คาดว่า FTAAP จะเป็นกลไกสำคัญในการขจัดอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ และหนุนการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานในหมู่สมาชิก ประกอบกับการดำเนินการจัดตั้ง FTAAP ในกรอบพหุภาคีจะลดการเผชิญหน้าและช่วยผ่อนคลายข้อขัดแย้งของชาติมหาอำนาจได้ในอนาคต อีกทั้ง การที่ไทยเป็นเจ้าภาพในช่วงที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงฟื้นตัวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ดีขึ้นในหลายมิติโดยเฉพาะภาคบริการและการท่องเที่ยว และคาดว่าจะมีส่วนช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาวได้

Krungthai COMPASS มีข้อเสนอต่อผู้ประกอบการว่า APEC ถือเป็นโอกาสของภาคธุรกิจไทยจากความพยายามของชาติสมาชิกในการลดอุปสรรคทางการค้า การอำนวยความสะดวกด้านลงทุนและการเดินทางระหว่างประเทศเพื่อเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบ สินค้าขั้นกลาง และตลาดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการขยายการค้าและการลงทุน ทั้งยังจะช่วยการกระจายความเสี่ยงและช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน เนื่องจากสมาชิก APEC มีความหลากหลาย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคตอีกด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไทย-จีนจับมือหนุนประชุม APEC เปิดเวทีเสวนา ‘พลังงานอัจฉริยะ’

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692181

ไทย-จีนจับมือหนุนประชุม APEC เปิดเวทีเสวนา 'พลังงานอัจฉริยะ'

ไทย-จีนจับมือหนุนประชุม APEC เปิดเวทีเสวนา ‘พลังงานอัจฉริยะ’

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.50 น.

ภาคการศึกษาไทย-จีนร่วมจัดเสวนาออนไลน์ “APEC Energy Forum 2022” จับประเด็นปัญหาพลังงานที่กำลังรุกรานโลก  2 อดีตรัฐมนตรีพลังงานของไทยร่วมแสดงวิสัยทัศน์ ชี้ทางออกพลังงานทดแทน-พลังงานสีเขียว   ประธานGWMมองเป็นยุคทองของไทยสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2565ศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน มหาวิทยาลัยประชาชนแห่งประเทศจีน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฮ่องกง ได้ร่วมกันจัดการเสวนาออนไลน์เรื่อง “APEC Energy Forum 2022 : APEC คลังสมองพลังงานอัจฉริยะ” โดยฝ่ายไทย จัดที่ห้องประชุม จันทร์ประภัสสร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม งานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือ APEC 2022 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 ที่กรุงเทพมหานคร 

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ร่วมกล่าวเปิดการเสวนาว่า ปัญหาพลังงานเป็นปัญหาที่กำลังเกิดในปัจจุบันและอนาคต  ราคาพลังงานที่สูงขึ้นมากในขณะนี้ได้ส่งผลต่อประชาชนทั่วโลกทั้งในประเทศที่กำลังพัฒนาและที่พัฒนาแล้ว ทางออกของปัญหาคือการมุ่งสู่พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสีเขียว ซึ่งเป็นทิศทางของโลกที่จะช่วยแก้ปัญหาโลกร้อนด้วย

“วันที่ 18-19 พฤศจิกายนที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม APEC 2022 ก็หวังว่าประเทศต่างๆที่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้จะร่วมกันหาทางออกในการแก้ไขความยากลำบากทางเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญอยู่ได้” นายพิชัยกล่าว    

ในโอกาสเดียวกันนี้นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอีกท่านหนึ่ง ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “การใช้พลังงานสีเขียวและแนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย” มีข้อความตอนหนึ่งว่า นโยบายการส่งเสริมการใช้รถไฟฟ้าในไทยประเทศไทยถือว่ายังอยู่ในระยะเริ่มต้น มีการจัดซื้อและใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าขนส่งสาธารณะเพื่อเป็นตัวอย่างนำร่องเพื่อทดลองตลาด  ส่วนมาตรการทางด้านภาษีได้กำหนดไว้ในอัตราที่ต่ำกว่ารถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิง  มีการส่งเสริมการลงทุนในรถยนต์ไฟฟ้าให้แก่ผู้ผลิต ทั้งการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ยกเว้นอากรการนำเข้าชิ้นส่วนและอุปกรณ์ รวมถึงมาตรการในการลดภาษีสรรพาสามิต 

ข้อมูลจากกรมขนส่งทางบก ระบุยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าในช่วงเดือนมกราคม-กันยายน 2565 ว่ามีการจดทะเบียนไปแล้วถึง 12,690 คัน แบ่งออกเป็น รถจักรยานยนต์ 6,647 คัน รถยนต์ 5,625 คัน รถโดยสารและรถบรรทุกอีก 292 คัน ถือเป็นความสนใจและแนวโน้มธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศและคาดว่าแนวโน้มข้างหน้าอาจมีมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มีการแห่จองรถยนต์ไฟฟ้า BYD เป็นจำนวนมาก  ถือเป็นการตอบรับที่ดีของคนไทยและยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน

“พลังงานไฟฟ้าในอนาคตที่จะมีความต้องการมากขึ้น โครงสร้างพลังงานต้องปรับให้สอดคล้องกับพื้นฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด   เรื่องของต้นทุนในการผลิต วิจัย พัฒนาทรัพยากรที่เกิด โดยเฉพาะแบตเตอรี่ไฟฟ้าซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ  จำเป็นต้องตระหนักและมาพร้อมๆกันกับการเป็นฐานอุตสาหกรรมที่ครบวงจรและมีความพร้อม” นายสนธิรัตน์กล่าว

นายจาง เจียหมิง ประธานบริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง เขตอาเซียนกล่าวว่า การพัฒนาอย่างยั่งยืนกลายเป็นฉันทามติของทั่วโลก อุตสาหกรรมยานยนต์จะอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พลังงานใหม่อัจฉริยะจะเป็นแนวทางการพัฒนาของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกที่ไม่ใช่เพียงวิวัฒนาการจากพลังงานเชื้อเพลิงสู่พลังงานใหม่แต่ยังเป็นการพัฒนาที่บูรณาการกับอินเตอร์เน็ต  

ประเทศไทยเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ อุตสาหกรรมรถยนต์ พลังงานใหม่ และอุตสาหกรรมรถยนต์อัจฉริยะของประเทศไทย อยู่ในช่วงเวลาการเติบโตซึ่งเป็นยุคทองที่ไม่เพียงเป็นการตอบสนองยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 แต่ยังสามารถส่งเสริม ความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วย 

นอกจากนี้ยังมีการเสวนาหัวข้อ “การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานใหม่สำหรับการขนส่งที่กำลังเป็นที่นิยม” วิทยากรประกอบด้วย ดร.วิรุฬห์ พิชัยวงศ์ภักดี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน  นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานกิจการภายนอกองค์กรและส่วนราชการสาขาประเทศไทย บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง  ประเทศไทย จำกัด  นางสาววรรณา ลอลือเลิศ  กรรมการผู้จัดการ นิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง 33 รศ.ดร.จรัล รัตนโชตินันท์ ประธานหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธาและการบริหารงานก่อสร้าง มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และ พลอากาศตรี ดร.ณัฐพัชร์ เรืองมณีญาต์ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม  เป็นผู้ดำเนินรายการ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส!! ชาวนาเก็บ’ผักบุ้ง’ขาย สร้างรายได้งาม

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692172

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส!! ชาวนาเก็บ'ผักบุ้ง'ขาย สร้างรายได้งาม

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส!! ชาวนาเก็บ’ผักบุ้ง’ขาย สร้างรายได้งาม

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.14 น.

พลิกวิกฤตเป็นโอกาส!! ชาวนาเก็บ’ผักบุ้ง’ขาย สร้างรายได้งาม  หลังจากที่เกิดเหตุอุทกภัยน้ำท่วม แต่มีผักบุ้ง ขึ้นอยู่ในแปลงนาจำนวนมาก

วันที่ 15 พ.ย.65 ที่บริเวณแปลงนาข้าวที่ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองแม่ไก่ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง พบว่ามีชาวบ้านกำลังเดินลุยน้ำท่วมถึงครึ่งเอวอยู่ในแปลงนาที่เต็มไปด้วยน้ำ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ สามารถทำนาข้าวได้  หลังจากที่เกิดเหตุอุทกภัยน้ำท่วมที่ผ่านมา ขณะนี้เริ่มคลี่คลายลงแล้วในหลายพื้นที่ แต่ยังคงมีบางพื้นที่บางส่วนที่น้ำยังคงท่วมขังอยู่  แต่มีผักบุ้งนาที่กำลังเจริญเติบโต ทอดยอดสวยงามอยู่บนผิวน้ำ  พบว่าชาวบ้าน กำลังทำการเก็บยอดผักบุ้ง ล้างน้ำทำความสะอาด มัดใส่ลงในกะละมัง ที่มีเชือกผูกติดกับตัวไว้ และทำการเดินเก็บผักบุ้งอย่างขะมักเขม้น 

ด้านนางสมพร แก้วสีงาม อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ 6 ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอแสวงหา เล่าให้ฟังว่าตนเอง และเพื่อนบ้านซึ่งปกติประกอบอาชีพทำนาทำสวน เดินทางมาจากตำบลวังน้ำเย็น ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถทำนาข้าวได้ จึงได้ชวนกันมาหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ ด้วยการออกหาเก็บยอดผักบุ้งขาย ให้กับแม่ค้าที่จะมารับซื้อ และไปขายต่อที่ตลาดไท โดยจะขายได้ในราคากำละ 5 บาท ซึ่งวันนี้ตนเองและเพื่อนบ้านช่วยกันเก็บได้แล้ว ทั้งหมดจำนวน 160 กำ คิดเป็นเงินรายของวันนี้  800 บาท ซึ่งเป็นอาชีพเสริม ที่สร้างรายได้อย่างงาม โดยเงินที่ได้มาจะนำไปซื้อกับข้าวเข้าบ้าน ใช้จ่ายในบ้าน ซึ่งสามารถนำไปจุนเจือครอบครัวได้เป็นอย่างดี.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เอามาคืนด่วน! ‘ประตูไม้สักทองโบราณ’ศาลเจ้าหาย ใครขโมยไปเจอดีแน่

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692170

เอามาคืนด่วน! 'ประตูไม้สักทองโบราณ'ศาลเจ้าหาย ใครขโมยไปเจอดีแน่

เอามาคืนด่วน! ‘ประตูไม้สักทองโบราณ’ศาลเจ้าหาย ใครขโมยไปเจอดีแน่

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 11.01 น.

15 พฤศจิกายน 2565 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบ เกิดเหตุบริเวณศาลเจ้าตั้งอยู่ภายในซอยเทศบาล 1 ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าลักษณะของประตูเป็นไม้สักทอง มีขนาดหนา 3 นิ้ว กว้าง 60 เซนติเมตร สูง 2 เมตร น้ำหนักกว่า 80 กิโลกรัม หน้าบานประตูแกะสลักเป็นรูปเทพทวารบาลเฝ้าประตู บานประตูติดตั้งแบบสลักยึดกับพื้นและวงกบด้านบน หายไป 1 บาน เหลือทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า 1 บาน

สอบถาม นายณัฐไวทย์ อายุ 44 ปี คณะกรรมการศาลเจ้า บอกว่า ศาลเจ้าถูกน้ำท่วมจึงได้เก็บพระพุทธรูป เจ้าพ่อ โต๊ะเครื่องตั้งไปไว้บนที่สูงพ้นน้ำและเปิดประตูศาลเจ้าทั้งสองบานทิ้งไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดดันของน้ำ เมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมาน้ำได้แห้งลง สำนักงานเทศบาลตำบลท่าเรือ ได้นำคนงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเข้ามาฉีดน้ำล้างทำความสะอาดรอบบริเวณศาลเจ้า ยังพบว่าบานประตูศาลเจ้าทั้งสองบานยังอยู่ โดยเปิดทิ้งไว้

จนกระทั้งเมื่อวาน(14 พ.ย.) คณะกรรมการศาลเจ้าจะอัญเชิญเจ้าพ่อปุงเถ่ากง ปุงเถ่าม่า มาตั้งประดิษฐ์ยังที่เดิมภายในศาลเจ้า ได้เข้ามาเก็บทำความสะอาดภายในศาลเจ้า ไปพบประตูศาลเจ้าบานด้านซ้ายหายไป

สอบถามทุกคนแล้วยืนยันว่า ช่วงศาลเจ้าถูกน้ำท่วม คณะกรรมการโรงเจได้พายเรือเข้ามาตรวจสอบศาลเจ้าพบว่า ประตูยังอยู่ทั้งสองบานแต่เปิดทิ้งไว้ และตอนน้ำแห้งเมื่อสองอาทิตย์ก่อนก็พบว่าประตูยังอยู่ น่าจะหายช่วงวันลอยกระทง

เชื่อว่าคนร้ายต้องมีความชำนาญในการถอดและติดตั้งประตูไม้สักแบบโบราณบานขนาดใหญ่น้ำหนักมาก เนื่องจากในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยของการงัดแงะแต่อย่างไร คนที่จะถอดต้องมีความชำนาญสูง และตนเองเชื่อว่าหากใครขโมยไปก็จะเจอสิ่งไม่ดีในชีวิต.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ‘อดีตขี้ยา’ ยก‘กัญชา’ต้นไม้สวรรค์ ไม่หลอน-หยุดยาบ้าได้ ค้านคว่ำ พ.ร.บ.

Posted on November 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692161

เปิดใจ‘อดีตขี้ยา’ ยก‘กัญชา’ต้นไม้สวรรค์ ไม่หลอน-หยุดยาบ้าได้ ค้านคว่ำ พ.ร.บ.

เปิดใจ‘อดีตขี้ยา’ ยก‘กัญชา’ต้นไม้สวรรค์ ไม่หลอน-หยุดยาบ้าได้ ค้านคว่ำ พ.ร.บ.

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.12 น.

‘อดีตขี้ยา’ 15 ปี ยก ‘กัญชา’ เป็นต้นไม้สวรรค์ ยันใช้แล้วไม่มีหลอน หยุดยาบ้าได้ใน 7 วัน ช่วยลืมสารเสพติดทุกอย่างได้ภายใน 3 เดือน แนะรัฐ ให้ความรู้กับประชาชนอย่างถูกต้อง ค้านคว่ำ พ.ร.บ.กัญชา

15 พฤศจิกายน 2565 นายพงษ์พัฒน์ นามมูลน้อย หรือ “ไก่” วัย 33 ปี อดีตขี้ยา ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าสามารถใช้คำนี้ได้เลย เปิดใจว่า เขาใช้สารเสพมาทุกชนิด ทั้งเหล้า บุหรี่ ยาอี ยาบ้า ฯลฯ มาตั้งแต่อายุ 14 ปี เป็นทั้งผู้เสพและผู้ค้า ยาเสพติดลองมาทุกชนิด ไม่รู้ผิดรู้ถูก คิดไม่ได้ ใช้ชีวิตไม่เป็น ไม่เห็นความสำคัญของพ่อแม่และครอบครัว หมกมุ่นกับยานรกมาถึง 15 ปี ช่วงแรกตอบสนองความต้องการ จนกลายเป็นสนุก และสุดท้ายกลายเป็นขี้ยา หาความสุขไม่ได้ ร่างกายทรุดโทรม จุดเปลี่ยนของชีวิต คือ มีการปราบปรามยาเสพติดหนักมาก ทั้งฆ่าตัดตอน และจับขังคุก

นายพงษ์พัฒน์ กล่าวว่า แต่เหตุผลที่เข้ามาในวังวนยาเสพติดไม่ได้เกิดจาการอยากลอง แต่เกิดจากการการตอบโจทย์ความต้องการของชีวิต ณ เวลานั้น ด้วยความที่เจ้าตัวเป็นทำงานเป็นม้าเร็ว ส่งอาหาร ในช่วงกลางคืน กลางวันก็ต้องเรียน จึงทำให้ร่างกายอ่อนล้า และหมดพลังที่จะทำงานให้ได้ดี มีเพื่อนแนะนำให้ใช้ยาบ้า เพื่อให้ร่างกายตื่นและมีพลัง พอได้ลอง ก็พบว่ามันตื่นและทำให้ไม่ง่วงจริง จึงได้เริ่มใช้ แรก ๆ ลองแค่วันละ 1 ขา คือ ยาบ้า 1 เม็ดมี 4 ขา พอหมดฤทธิ์ยาก็ง่วงอีก เลยต้องเพิ่มปริมาณจนเพิ่มเป็น 1 เม็ด และมากขึ้นเรื่อย ๆ จากเสพ เป็นขายเพราะเห็นช่องทางในการนำรายได้มาซื้อยามาเสพ

นายพงษ์พัฒน์ กล่าวว่า เมื่อเริ่มจากยาบ้า ก็เชื่อมโยงไปใช้สิ่งเสพติดชนิดอื่นเกือบทุกชนิด ยาอี ยาไอซ์ เหล้า บุหรี่ ฯลฯ ร่างกายทรุดโทรม สมองสั่งการช้า เบลอ พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะไม่ใช่การใช้แบบธรรมดา แต่ใช้ต่อเนื่องมาถึง 15 ปี  จนกระทั่งเจอกัญชา จึงได้ทดลองใช้ ตั้งแต่ยังผิดกฎหมาย เพราะโดยส่วนตัวเองก็รู้ว่า กัญชามีสรรพคุณในการบรรเทาโรคบางอย่างได้ จึงได้ปลูกไว้หลายต้น และได้ลองเสพต่อเนื่อง 7 วัน ปรากฏว่าเราหยุดยาบ้าได้ และลืมสิ่งเสพติดชนิดอื่นไปเลย จึงได้ใช้ต่อเนื่องมากอีก 3 เดือน ทำให้ร่างกายจำ และปรับตัวจนคุ้นชิน ไม่รู้สึกว่าเราต้องการจะไปเสพอะไรอีก และผลพวงที่ได้จากกัญชาคือ ความนิ่ง สงบ ไม่ทำร้ายใคร ไม่ฉุนเฉียว คงไม่เกินไปนักถ้า เปรียบเป็นต้นไม้สวรรค์ รักษาได้หลายอย่าง หนุนเสรี แต่ต้องมีให้ความรู้วิธีใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม และโดยส่วนตัวปัจจุบันก็เลิกใช้กัญชาแล้ว เนื่องจากได้ในสิ่งที่ชีวิตต้องการแล้ว จึงหยุดและพอ

“ใครที่บอกว่า ใช้กัญชา แล้วไปทำร้ายคนอื่น ไปปีนเสาไฟ ผมยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นไปไม่ได้ เขาต้องเสพกัญชา ร่วมกับยาเสพติอื่นแน่นอน ผมอยู่ตรงนี้มานาน เพื่อนผมแก๊งเดียวกัน ตีรันฟันแทง ใครมองหน้าไม่ได้ มีเจ็บมีตายแน่ มันเจอกัญชาเข้าไป ยังยืนยิ้มให้เขา กินข้าวได้มากขึ้น ใจเย็น เล่นกีตาร์ได้เพราะนิ่งขึ้น มีเวลาใช้สมอง ใช้ความคิด ผมพูดได้เลยว่า ผมยกความดีให้กัญชา  ใครที่บอกใช้กัญชาแล้วหลอน เรียกมาหาผมเลย พวกนี้มั่วมาก ทำวงการกัญชาเสียหมด กัญชาไม่เคยทำให้คนประสาทหลอน มากสุดก็แค่ ไม่ออกจากบ้าน เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง เพื่อนผมคนหนึ่ง เคยเรียกว่าสารพัดความเลวอยู่กับมันทั้งหมด นักเลงสุด ๆ ขับรถซิ่งมาหาผม เบรกทีได้ยินกันไปหลายบ้าน ผมให้กัญชาไป ขากลับมันจูงรถมอเตอร์ไซค์กลับผมก็เจอมาแล้ว” ไก่ เล่า

อดีตขี้ยา กล่าวด้วยว่า มีหลายคนที่ตนดึงมาใช้กัญชา ก็เปลี่ยนชีวิตแทบทุกคน จากที่เคยไม่ทำงาน วัน ๆ เอาแต่เสพยา ก็กลับไปทำงาน บางคนไปวาดการ์ตูน บางคนไปเป็นผู้จัดการบริษัท มีหลายคนเป็นนักดนตรี ทำงานศิลปะ บางคนยังใช้กัญชาอยู่ บางคนเลิก อย่างตนนี่คือเลิก เพราะได้ชีวิตที่ต้องการแล้ว และก็เลิกมาตั้งแต่ยังไม่มีเรื่องกัญชาเสรี เรามีครอบครัว ถ้าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ถูกจับไป ลูกเมียก็จะเสียใจ แต่ตนก็ไม่เคยเสียงาน คนใช้กัญชาไม่เสียงาน แต่ยาเสพติดอย่างอื่นเสียงาน

“ความเป็นกัญชา มันเคลิ้ม ไม่มีความกดดันตัวเอง ไม่ร้อนใจ เวลาสูบ ความร้อนใจ กระหายต้องการอย่างอื่น มันลดลงไป จากมือสั่น ลงแดง ไม่ทำงาน อ้อนวอนใครก็ได้ไปซื้อยาบ้ามาให้หน่อยเม็ดละพันก็ยอม มันทรมานแต่กัญชาไม่เป็น ถึงแม้จะรู้ว่ากัญชาดี แต่สำหรับผมแล้ว ดึงเพื่อนมาได้ไม่ทั้งหมด หลายคนยังไม่พร้อม เพราะยังต้องการอารมณ์ดุดัน ฉูดฉาด เพราะกัญชามันนิ่งสงบ แต่ชีวิตของพวกที่ใช้ยาเสพติดชนิดอื่น คนกลุ่มนี้ยัง ส่งเสียงร้องคลุ้มคลั่งกลางดึก ชีวิตเสียหายมาก สภาพ พฤติกรรม หน้าตา เสียคนไปเลย สายตาเหมือนคนบ้าไปแล้ว สมองโดนทำลายไปเยอะ บุคลิกเสียไป เดินมาผมดูรู้เลยว่าเสพ เพราะเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ถ้ามีคนมาหาผม แล้วยังเสพอยู่ ผมไม่เอาเลย” อดีตขี้ยา กล่าว

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้เสนอแนะต่อรัฐบาล แต่สิ่งที่อยากเห็นคือ อยากให้ควบคุมในระดับการใช้กัญชาอย่างถูกต้อง ทั้งปริมาณการใช้ รวมถึงแนะนำสรรพคุณในกรณีที่ใช้ในทางการแพทย์ โดยส่วนตัวเชื่อว่า แม้ว่ากัญชาจะดี แต่ถ้าใช้มากเกินไปก็ไม่ได้ สมุนไพรที่ว่าดีที่สุดในโลก ใช้เกินขนาดก็เป็นโทษได้เช่นเดียวกัน ตนปลูกกัญชามานาน ตั้งแต่ยังไม่ถูกกฎหมาย เวลาใครเจ็บไข้ได้ป่วย ก็เอาไปให้ ผมบอกเลยว่า กัญชาเปรียบเสมือนต้นไม้สวรรค์ ผมช่วยคนเมาเยอะ คนแก่ป่วยก็เอาไปให้เขาต้มเป็นสมุนไพรกิน ใช้ใบในปริมาณน้อย แต่ก็ไม่รู้ว่าแค่ไหนถึงพอเหมาะ การสื่อสารกับชาวบ้านเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะคนสูงอายุ ที่เข้าไม่ถึงสื่อโซเชียล และข้อมูลที่ถูกต้อง  ใครมีวิชาการ งานวิจัย มีความรู้ด้านนี้ ก็ควรจะสกัดมาเป็นยาทางเลือกให้ได้ จะให้ตนไปพูดคนก็คงไม่เชื่อ ต้องเป็นหมอ นักวิชาการ นักวิจัยช่วยพูด

“ผมไม่เห็นด้วยหากจะคว่ำ พ.ร.บ.กัญชา แต่ควรเน้นเรื่องการให้ความรู้และคุมการใช้ โดยเฉพาะเรื่องของอายุ เด็กก็ไม่สมควรใช้ เพราะจะทำให้อยากนอน ไม่เรียน และเขาก็ไม่สามารถแยกแยะได้เหมือนในวัยที่ตนเคยลอง อย่างไรก็ตาม ในมุมของตนแล้ว อยากให้เปิดเสรี ไม่ว่าจะเป็นการเสพ หรือ การทางการแพทย์ ให้ความรู้ในชุมชน กำหนดให้เป็นมาตรฐาน คนจะไม่หลงทาง การรักษาก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้น เพราะข้อดีของกัญชา มีมากกว่าโทษอย่างแน่นอน” นายไก่ กล่าว

ปัจจุบัน ไก่ เป็นเจ้าของฟาร์ม “เดินวนฟาร์ม” เขาและครอบครัวปลูกผักออกานิกส์ ส่งขาย เป็นวิทยากรการปลูกผักให้กับโรงเรียนต่าง ๆ และยังหารายได้เสริมจากการเป็นสารพัดช่าง ทั้ง ช่างซ่อมคอมพิวเตอร์และปรินท์เตอร์ ช่างไฟ ช่างเชื่อม ช่างเฟอร์นิเจอร์ ช่างฝ้า ช่างก่อสร้าง ซึ่งแม้ว่าเขาจบแค่ชั้น ม.3 จากการเรียน กศน. แต่วิชาช่างเขาเรียนรู้นอกห้องเรียนและฝึกฝนจนชำนาญ ซึ่งไก่บอกว่า เขามีวันนี้ได้ เพราะการได้ใช้กัญชาในการบำบัดรักษา จึงอยากให้รัฐบาลหาทางออกในเรื่องนี้ ไม่ได้ควรมองว่ากัญชาเป็นผู้ร้ายทำลายชีวิตคน เพราะคนในแวดวงเองจะรู้มันไม่จริง แต่ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ต้องควบคุม ซึ่งต้องหาทางออกร่วมกัน

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เลย’รายได้ทะลุ ททท. แห่สัมผัสหนาว คาดเงินสะพัดกว่า 1,700 ล้านบาท

Posted on November 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692159

'เลย'รายได้ทะลุ ททท. แห่สัมผัสหนาว คาดเงินสะพัดกว่า 1,700 ล้านบาท

‘เลย’รายได้ทะลุ ททท. แห่สัมผัสหนาว คาดเงินสะพัดกว่า 1,700 ล้านบาท

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.04 น.

ตามรายงานอุตุนิยมวิทยาสภาพทั่วในจังหวัดเลย มีอากาศเย็นในช่วงเช้า กับมีหมอกหนาปกคลุมในหลายพื้นที่ สำหรับบริเวณเทือกเขาและยอดภูจะมีอากาศหนาวโดยเฉพาะบริเวณยอดภู หรือตามอุทยานต่างๆ อุณหภูมิลดต่ำสุดประมาณ 9.5-14 องศาเซลเซียส อุทยานแห่งชาติภูกระดึงต่ำสุด 8.5 เซลเซียส รองลงมาอุทยานแห่งชาติภูเรือ 11.0 องศาเซลเซียส ส่วน ททท.สำนักงานจังหวัดเลย ชี้นักท่องเที่ยวนิยมการเที่ยวแบบแคมป์ปิ้ง แห่ดูทะเลหมอก สัมผัสหนาวตามภูต่างๆรวมทั้งอุทยาน ทำให้ช่วงฤดูหนาวในช่วงพฤศจิกายน 2565 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2566 คาดว่าจะทำเงินสะพัดในจังหวัดเลยไม่น้อยกว่า 1,700 บาท

นายจริยาทร สูหู่  ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานเลย กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดเลย ในช่วงเดือนแรกสำหรับงบประมาณปี 2566 จะเห็นได้ว่าบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง อ.เชียงคาน อ.ภูกระดึง อ.ภูเรือ และ อ.ด่านซ้าย ตลอดจนพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และวนอุทยานต่างๆ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวกลุ่มแค้มปิ้งจำนวนมาก ที่จะมาสัมผัสหนาว ดูแสงแรงของวันใหม่ ตามกลุ่มวิสาหกิจ หมู่บ้านต่างๆในเขตอำเภอนาแห้ว อำเภอด่านซ้าย ที่ได้รวมกลุ่มรับนักท่องเที่ยว เที่ยวตามภูต่างๆ ดูทะเลหมอกที่เกิดขึ้นเกือบตลอดทั้งปี เช่นภูค้อ ภูหมอก ภูทอก อำเภอนาแห้ว และที่กำลังได้รับความสนใจกับนักท่องเที่ยว โป่งพาน อำเภอด่านซ้าย ที่มีทะเลหมอกสวยสุดอลังการ

พร้อมกับรับแสงแรกของวันใหม่ โป่งฟาน จะมีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปีและโดยเฉพาะรัฐบาลประกาศให้เพิ่มวันหยุดยาวในเดือนตุลาคม 65 ซึ่งส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดเลย โดยคาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวตลอดทั้งเดือนตุลาคม ประมาณ 290,000 คน มีรายได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ส่วนอัตราการเข้าพักเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 80% สำหรับในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2565 ไปจนถึงเดือนมกราคม 2566 เป็นช่วง High Season คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 950,000 คน จะมีรายได้หมุนเวียนกว่า 1700 ล้านบาท รายได้เหล่านั้นจะกระจายลงไปสู่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว อันได้แก่ ที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้าของที่ระลึก ชุมชนที่นักท่องเที่ยวไปเยือน รวมทั้งการใช้พาหนะ น้ำมัน และร้านกาแฟ.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชม’ทุ่งบัวตอง’ดอยแม่อูคอ สัมผัสอากาศหนาว บานสะพรั่ง 100 เปอร์เซ็นต์

Posted on November 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692157

ชม'ทุ่งบัวตอง'ดอยแม่อูคอ สัมผัสอากาศหนาว บานสะพรั่ง 100 เปอร์เซ็นต์

ชม’ทุ่งบัวตอง’ดอยแม่อูคอ สัมผัสอากาศหนาว บานสะพรั่ง 100 เปอร์เซ็นต์

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 10.00 น.

‘ทุ่งบัวตอง’ ดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน บานสะพรั่งเต็มท้องทุ่งแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นักท่องเที่ยวยังคงหลั่งไหลไปเยือนทุ่งบัวตองและเลยไปเที่ยวร้านกาแฟระดับล้านวิว โพซาโฮ Posaho  cafe’ รวมไปถึงน้ำตกแม่สุรินที่เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 นายภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ดอกบัวตองที่ดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ได้บานสะพรั่งเต็มท้องทุ่งแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์  และคาดว่าจะบานไปจนถึงปลายเดือนธันวาคม 2565 นี้ ก่อนที่จะร่วงโรยไปตามธรรมชาติ ทั้งนี้ ดอกบัวตองจะมีดอกออกมาเป็นรุ่น ๆ ประมาณ 3-5 รุ่น แต่ละรุ่นจะอยู่ได้นานประมาณ 10 กว่าวัน

ทั้งนี้ เมื่อวานที่ผ่านมา14 พ.ค.2565 มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปเที่ยวชมทุ่งบัวตองบานกว่า 2,602 คน ชาวต่างชาติ 47 คนและยานพาหนะ 1,129 คัน และเมื่อเช้าที่ผ่านมาอุณหภูมิเพียงแค่ 10 องศา จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกท่านได้สัมผัสทุ่งบัวตองบานบนดอยแม่อูคอซึ่งบานเต็มแล้ว100%และจะอยู่ ไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม

อย่างไรก็ตามสำหรับ ช่วงฤดูการดอกบัวตองบานบนดอยแม่อูคอ ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมเป็นจำนวนมากและนักท่องเที่ยวบางส่วนก็จะเดินทางไปเที่ยวยังน้ำตกแม่สุรินที่มีความสูงและสวยงามจะผ่านจุดกาแฟเด็กดอยที่เป็นนักเรียนจากโรงเรียนหัวบ้านแม่สุริน คอยมาให้บริการกาแฟแก่นักท่องเที่ยวคือร้าน โพซาโฮ Posaho  cafe’ เพื่อหารายได้พิเศษ โดยมีคุณครูคอยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด ถือว่าเป็นการหารายได้ช่วยเหลือเด็กนักเรียนในช่วงฤดูการท่องเที่ยว และเด็กๆต่างก็ชื่นชอบที่ตัวเองได้มีรายได้พิเศษเพื่อช่วยเหลือพ่อแม่ครอบครัวตัวเองนอกจากมีกาแฟแล้วยังมีของที่ระลึกอย่างอื่นอีกเช่นเสื้อเด็กดอยและแก้วกาแฟจากไม้ไผ่เป็นต้น. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นี่’เสือ’นะไม่ใช่’แมว’!! ชมสัตว์ป่าหายาก ‘เสือไฟ’ ออกหากินตอนกลางคืน

Posted on November 15, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692154

นี่'เสือ'นะไม่ใช่'แมว'!! ชมสัตว์ป่าหายาก 'เสือไฟ' ออกหากินตอนกลางคืน

นี่’เสือ’นะไม่ใช่’แมว’!! ชมสัตว์ป่าหายาก ‘เสือไฟ’ ออกหากินตอนกลางคืน

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 09.35 น.

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว เผยแพร่ภาพเสือไฟ สัตว์ป่าหายาก หลังมีผู้บันทึกภาพไว้ได้เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เสือไฟ (Asiatic Golden Cat) อยู่ในอันดับ (Order): Carnivora วงศ์ (Family) : Felidae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า (Scientific name) : Catopuma temminckii สถานภาพด้านการอนุรักษ์(IUCN) จัดอยู่ในหมวด NT หรือ ใกล้ถูกคุกคาม

เสือไฟเป็นเสือที่มีขนาดกลาง รูปร่างบึกบึนขาค่อนข้างยาว ลำตัวสีเรียบ มีลวดลายน้อย มีสีพื้นน้ำตาลแดงจนถึงแดงคล้ายเก้ง มองผ่านๆอาจจะนึกว่าเก้งก็ได้นะคะ บางตัวอาจจะมีสีดำ/น้ำตาล/เทา มีลักษณะเด่นบริเวณใบหน้าที่มีแถบสีขาวเหนือตาและแก้ม หางยาวปลายหางด้านล่างมีสีขาวตลอด ท้องและใต้หางมีสีขาว

มักหากินในเวลากลางคืนและล่าเหยื่อตามลำพังบนพื้นดิน มีอาหารที่ชอบกินคือหนู กระต่าย ลูกเก้ง และนกเล็กๆ พบอาศัยอยู่ตามป่าดิบและป่าเบญจพรรณ มีระยะเวลาในการตั้งท้องประมาณ 100 วัน ออกลูกครั้งละ 1 – 2 ตัวเพียงเท่านั้น (เราจึงพบน้องไม่บ่อยนัก) น้ำหนักตัวประมาณ 12-15 กิโลกรัม


ขอบคุณภาพถ่ายจาก : คุณจิราวรรณ คล้ายทอง
ที่มา : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว Phu Khieo Wildlife Sanctuary

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,932,568 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
สุริยะ เคลียร์ปมย้ายอธิบดีฝนหลวง ยันไม่เกี่ยวสายคนใกล้ชิด อ้างความเหมาะสม
ฝ่ายค้าน ปลุกจับตาเย็นนี้ ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุม อัด ศุภจี เกาไม่ถูกที่คัน
เปิดรายชื่อ 9 ประธาน กมธ. สัดส่วน พรรคประชาชน ‘วีระยุทธ’นั่งพัฒนาเศรษฐกิจ ‘ไอซ์’ นั่งติดตามงบ
หวานเจี๊ยบ เป้ย ปานวาด ปล่อยภาพคู่ หมอต้น ดาเมจแรงทำโซเชียลร้อนฉ่า กลิ่นความรักอบอวลกลางญี่ปุ่น
ลัช ประเทศไทย จับมือ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดตัวแคมเปญ Asian Elephant Shower Jelly
สหรัฐฯ ตั้งข้อหา "เจมส์ โคมีย์" อดีต ผอ. FBI ขู่เอาชีวิต "ทรัมป์" ในอินสตาแกรม
เพราะทุกวันคือรันเวย์! ‘Lady Gaga x Doechii’ ประชันลุคแฟชั่นแบบไม่มีใครยอมใคร
ทายาทมหาเศรษฐีอินเดียยื่นมือช่วยฮิปโปโคเคน 80 ตัว หลังโคลอมเบียจ่อกำจัดทิ้ง
"กูเกิล" ทำข้อตกลงลับ "เพนตากอน" ส่งโมเดล AI หนุนภารกิจความมั่นคงสหรัฐฯ

Recent Posts

  • ​สพฐ. เปิดโลกเรียนรู้นอกห้องเรียน ผ่านโครงการปลูกพลังฝันฯ เสริมโอกาสนักเรียนพื้นที่ห่างไกล
  • ศธ.ขับเคลื่อนโครงการทุน ‘ODOS – Thailand Zero Dropout’ เพิ่มโอกาส – ลดความเหลื่อมล้ำ
  • รายงานพิเศษ : อว.ลุยแก้ ‘วิกฤติประเทศ’ มอบนโยบาย สวทช. เป็น ‘เครื่องยนต์วิจัยของประเทศ’ ตอบโจทย์ประเทศรายได้สูง ด้วยวิทย์และเทคโนโลยี
  • สพฐ.พร้อมเปิดเทอม 15 พ.ค.นี้ ลุยทันทีสถานศึกษาปลอดภัย
  • ประเสริฐ พลิกโฉมอาชีวะไทย ชูโมเดลเยอรมัน ได้งาน-เงิน-วุฒิ ตั้งเป้าเป็นกระดูกสันหลังเศรษฐกิจ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d