Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ถล่มยับทำงานมักง่าย ยางมะตอยเลอะรถ ผู้รับเหมายอมรับเหตุสุดวิสัย

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692381

ถล่มยับทำงานมักง่าย ยางมะตอยเลอะรถ ผู้รับเหมายอมรับเหตุสุดวิสัย

ถล่มยับทำงานมักง่าย ยางมะตอยเลอะรถ ผู้รับเหมายอมรับเหตุสุดวิสัย

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 22.18 น.

เจ้าของรถเซ็ง เจอค่าบริการล้างยางมะตอยที่ทางผู้รับเหมาลาดไว้แล้วไม่ติดป้ายแจ้งเตือน คันละเกือบ 1 หมื่น ร้องหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลค่าใช้จ่าย ขณะที่ผู้รับเหมาแจ้งติดป้าย-กั้นทาง หลังถูกถล่มในโซเชียล

15 พ.ย.65 จากกรณีเพจดัง ‘หมอแล็บแพนด้า’ ได้โพสต์ภาพรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีสภาพยางมะตอยติดกระจายทั่วบริเวณรถ พร้อมระบุว่า “แฟนเพจร้องเรียนมาว่าถนนหนองเสือ จังหวัดกาญจนบุรี ผู้รับเหมาลาดยางมะตอยไม่มีป้ายเตือนหรือที่กั้นใดๆรถที่ผ่านไปแถวนั้นถูกยางมะตอยกระเด็นใส่ เดือนร้อนกันมากครับ แต่ละคันจะ ล้างยังไงล่ะนี่”

เมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุเป็นถนนแสงชูโต (สายนอก) ทางหลวงหมายเลข 323 ช่วง กม.37+400-38 ขาออกจากกาญจนบุรีไปกรุงเทพฯ เป็นถนนสองฝั่ง ฝั่งละสองเลน บางช่วงจะมีสะพาน ถนนช่วงนี้อยู่พื้นที่ตำบลท่าเรือ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี พบว่ามีป้ายเตือนตั้งอยู่ต้นโครงการฯ มีกรวยซึ่งมีล้อรถถ่วงไว้ตั้งเป็นแนวแบ่งเส้นถนน บนถนนยังอยู่ในสภาพที่เปียกเลอะเทอะ น้ำขัง มีร่องรอยรถวิ่งทั้งสองเลน มียางมะตอยกระเด็นติดตามรั้วกั้นเกาะกลาง ที่ไหล่ทางพบน้ำยางมะตอยไหลลงไปกองอยู่ พื้นถนนบริเวณนี้ได้ถูกปรับสภาพให้เป็นพื้นผิวที่ขรุขระ เพื่อเตรียมการลาดยางมะตอย ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร มีการกั้นกรวยสีส้มเพื่อปิดเส้นทางฝั่งขวาและมีป้ายสีส้มแจ้งเตือนระบุข้อความว่า จุดเริ่มต้นโครงการก่อสร้าง และมีป้ายบอกว่าเครื่องจักรกำลังทำงาน พร้อมมีสัญลักษณ์ลูกศรชี้ให้รถที่วิ่งมาให้ใช้ถนนด้านฝั่งซ้ายเป็นไฟ LED เพื่อให้ ผู้คนที่ใช้รถใช้ถนนมองเห็นได้อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน พบว่าพื้นถนนฝั่งซ้ายที่เปิดให้ใช้มีร่องรอยของยางมะตอยกระจายไปทั่วพื้นถนนประกอบกับช่วงเย็นของวานนี้มีฝนตกลงมาทำให้รถที่วิ่งผ่านถนนเส้นนี้เหยียบพื้นถนนที่มีน้ำขังตามรอยแตกของถนนยางมะตอยทำให้ยางมะตอยกระจายกระเด็นไปติดราวกั้นถนนและติดรถที่วิ่งมาด้วยความเร็ว

ภายหลังกลุ่มผู้เสียหายจากการใช้ถนนเส้นนี้ (บ้านหนองเสือ) จำนวนหลายรายได้โพสต์ภาพรถของตัวเองที่มีสภาพถูกยางมะตอยติดด้านข้างประตูรถยนต์ ติดในซุ้มล้อ ทั่วบริเวณตัวรถ โดยมีผู้ที่ขับผ่านถนนเส้นดังกล่าวเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยเนื้อหาส่วนใหญ่กล่าวตำหนิการทำงานของผู้รับเหมา พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบการปรับปรุงถนนดังกล่าวออกมารับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น อาทิเช่น “แจ้งหน่วยงานไหนได้บ้าง” “ก่อนจะราดยางมะตอย ก็ลอกผิวไว้ไม่มีป้ายบอก ตี 4 ขับรถเข้า กทม. รถผมนี่บินเป็นดอมมินิกเลย ดีนะแม็กไม่ดุ้งยางไม่แตก” “ทำงานกันชุ่ยมาก ป้ายบอกก็ไม่มี บางทีมีก็เหมือนกลัวคนเห็นอ่ะ ปิดป้ายแบบใกล้จะถึงตรงจุดที่ทำ เคยขับผ่านทางนั้นรถเกือบล้ม ลอกหน้าถนนออกก็ไม่มีป้ายบอก ขับมาทางเรียบๆ อยู่ดีๆ เจอถนนขรุขระแบบไม่ทันตั้งตัว รถเกือบล้ม” ต่อมาผู้ได้มีผู้ที่มีความรู้ได้แนะนำแนวทางสำหรับรถที่ถูกยางมะตอยติด ให้รีบใช้น้ำมันก๊าดไปถูบริเวณจุดที่โดนยางมะตอยจะสามารถเช็ดออกได้ ขณะที่ผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวได้เข้ามาแสดงความเห็นทำนองว่า เราไม่ควรต้องมาเสียค่าใช้จ่ายกับกรณีนี้ ซึ่งการทำความสะอาดมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก คือ ตั้งแต่ 1,500-6,000 บาท แล้วแต่ขนาดของรถแต่ละคันและสภาพที่ถูกยางมะตอย

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปที่แขวงทางหลวงกาญจนบุรี เพื่อสอบถามกรณีที่เกิดขึ้นว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงได้รับแจ้งเรื่องร้องเรียนจากประชาชนกรณีนี้แล้วได้รายงานให้กับผู้บริหารทราบแล้ว

ขณะที่ นายแสงทอง พาแก้ว ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกาญจนบุรี ได้ให้ข้อมูลว่า เมื่อได้รับรายงานเข้ามาก็ดำเนินการประสานกับผู้รับเหมาให้ดำเนินการแก้ไขทันที สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้เตรียมวางแผนไว้ เนื่องจากเมื่อวานนี้ถึงกลางคืนฝนได้ตกหนัก ทำให้น้ำยางที่ปูไว้หนึ่งช่องจราจรไหลไปอีกช่องจราจรหนึ่งที่เปิดให้รถสัญจรได้ทำให้น้ำยางมีทั้ง 2 ฝั่ง โดยในวันนี้ (15 พ.ย.65) จะให้ผู้รับเหมาดำเนินการแก้ไขทำให้สามารถใช้การจราจรได้ปกติ เบื้องต้นผู้รับเหมายอมรับเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ สำหรับผู้สัญจรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้สามารถติดต่อเข้ามาเจราจาให้ดูแลความเสียหายต่อไป

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ภาพกล้องวงจรปิดหน้ารถของผู้เสียหายจากยางมะตอย พบว่า บริเวณจุดที่ผู้รับเหมาทำการลาดยางมะตอยนั้นไม่มีป้ายหรือสิ่งบอกให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทราบว่าข้างหน้ามีสิ่งกีดขวางใดๆ รถทุกคันแล่นปกติได้ทั้งช่องทาง จึงไม่ทราบว่ามีการลาดยางมะตอยบนผิวการจารจร ประกอบกับในช่วงดังกล่าวเกิดฝนตกมาต่อเนื่อง

และหลังจากได้ไปถึงบ้านจึงทราบว่ารถถูกยางมะตอย ผู้เสียหายเหล่านี้ได้นำรถเข้าไปยังร้านล้างอัดฉีด โดยพบว่า ร้านล้างรถดังกล่าวมีรถที่มียางมะตอยกระเด็นติดรถมาจากจุดเดียวกันกว่า 10 คันแล้ว ยังไม่ทราบว่าอีกจำนวนเท่าใดที่ไปใช้บริการที่อื่นๆ อีก ขอฝากไปถึงหน่วยงานเกี่ยวข้องให้ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้ให้ด้วย เนื่องจากรถบางคันต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงเกือบ 1 หมื่นบาท ที่ต้องใช้น้ำยาอย่างดีล้างเอายางมะตอยออก บางคันไปล้างราคาถูกเกิดความเสียหายกับสีรถ ทำให้เกิดปัญหามากจากกรณีที่ผู้รับเหมาไม่รอบครอบรายนี้ ย้ำฝากไปยังหน่วยงานกรมทางหลวงเข้ามาดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวนับพันคัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมเที่ยวงาน ‘สัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว’ แหล่งเที่ยวชื่อดังเมืองกาญจน์

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692356

เตรียมเที่ยวงาน 'สัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว' แหล่งเที่ยวชื่อดังเมืองกาญจน์

เตรียมเที่ยวงาน ‘สัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว’ แหล่งเที่ยวชื่อดังเมืองกาญจน์

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.08 น.

จังหวัดกาญจนบุรี ตั้งโต๊ะแถลงจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาด ประจำปี 2565 ระหว่าง 26 พ.ย.-5 ธ.ค.65 รวม 10 วัน พร้อมร่วมลุ่นรางวัลใหญ่สลากกาชาด เก๋ง ยาริส ป้ายแดง ค่ากว่า 5 แสน 1 รางวัล หาซื้อได้ที่หน้างาน

เมื่อเวลา 17.00 น.วันนี้ (15 พ.ย.65) ที่ลานอเนกประสงค์สะพานข้ามแม่น้ำแคว ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานการแถลงข่าวการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2565 โดยมีนายชำนาญ ชื่นตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รศ.ดร.พญ.เรวิกา ไชยโกมินทร์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี  ดร.กิรดา ลำโครัตน์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี นายพิสิษฐ์ กาญจนภิญพงศ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี ร่วมแถลง มี หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ และ สื่อมวลชน เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก                  

สำหรับสถานที่การจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ประจำปี 2565 ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม พ.ศ.2565 คือที่ บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำแควและลานข้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควและงานกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2523 ปัจจุบันปี 2565 รวมระยะเวลาของการจัดงานเข้าสู่ปีที่ 42 พอดี

วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เกิดขึ้นในจังหวัดกาญจนบุรี อีกทั้งยังเป็นการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมากขึ้น  ซึ่งจะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีได้เป็นอย่างดี

โดยกิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจนั้นมีทั้ง การออกร้านกาชาดเพื่อการกุศล เพื่อนำรายได้ไปใช้ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และกิจกรรมสาธารณกุศลในพื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีกิจกรรมจับรางวัล “มัจฉากาชาด” จำหน่ายใบละ 20 บาท ให้ตักมัจฉากาชาด ลุ้นรับของรางวัลได้ทุกวัน และ“การจำหน่ายสลากกาชาดการกุศล หาซื้อได้ที่หน้างาน ” ในราคาใบละ 100 บาท ร่วมลุ้นรางวัลใหญ่ ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 รถยนต์เก๋ง โตโยต้า ยาริส มูลค่ากว่า 5 แสนบาท  จำนวน  1 รางวัล รางวัลที่ 2 รถจักรยานยนต์  จำนวน  3 รางวัล รางวัลที่ 3 ทีวีสี ขนาดจอ 55 นิ้ว จำนวน   5 รางวัลรางวัลที่ 4 ตู้เย็นขนาด 6.8 คิว จำนวน 10 รางวัล และรางวัลที่ 5 ไมโครเวฟ จำนวน 20 รางวัล 

ส่วนการออกรางวัลใหญ่เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า ยาริส จะจับสลากหาผู้โชคดีในวันจันทร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2565 เวลา 21.00 น.ที่บริเวณเวทีร้านกาชาดจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่มาจะได้ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรีจากอำเภอทั้ง 13 อำเภอ และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในทุกวัน

ส่วน ไฮไลต์ของงานฯ ในการแสดง แสง เสียง (Light and Sound) ย้อนรอยประระวัติศาสตร์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ในปีนี้มาในรูปแบบการแสดงจินตภาพประกอบ แสง เสียง และสื่อผสมอิงประวัติศาสตร์ ใช้ชื่อชุดว่า “บันทึกมิตรภาพ ทางรถไฟสายมรณะ” มีการแสดงทั้งหมด 4 องค์ ประกอบด้วย องค์ที่ 1 สงครามมหาเอเชียบูรพา องค์ที่ 2 เส้นทางรถไฟสายมรณะ องค์ที่ 3 ความเมตตาไร้พรมแดน และองค์ที่ 4 รอยจารึกสู่สันติภาพ

โดยได้มีการออกแบบและจัดสร้างฉากต่างๆ อาทิ ค่ายกักกัน ฉากค่ายเชลย หรือฉากอื่นๆ พร้อมจอ LED ประกอบฉากบทเวที ทั้งด้านซ้ายและขวา จำนวน 2 จอ ที่สำคัญจะมาพร้อมกับเทคนิคพิเศษประกอบการแสดงที่ทันสมัย ได้รับมาตรฐานและมีความปลอดภัย อาทิ ม่านน้ำฉากหลัง เอฟเฟค ที่ตื่นตาตื่นใจ พลุเฉลิมฉลอง ซึ่งปีนี้จะมีความอลังการกว่าทุกปี เนื่องจากจะมีขบวนรถไฟหัวจักรไอน้ำ สีดำ-เขียว มาพ่นไอน้ำสีขาว และเสียงหวูด อันเป็นเอกลักษณ์ที่หาชมได้ยากมาประกอบฉากการแสดง โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ต่อ 1 รอบการแสดง

สำหรับรอบการแสดง มีทั้งหมดจำนวน 11 รอบ ได้แก่ วันศุกร์ ที่ 25 พฤศจิกายน 2565 เวลา 19.00 น. รอบสื่อมวลชน  วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน 2565 มีการแสดง 2 รอบ เวลา 19.00 น. เป็นพิธีเปิด และเวลา 20.30 น. วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2565 มีการแสดง 1 รอบ รอบเวลา 19.00 น.

วันอังคาร ที่ 29 พฤศจิกายน 2565 มีการแสดง 1 รอบ เวลา 19.00 น. วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 2565 มีการแสดง 1 รอบ เวลา 19.00 น. วันศุกร์ ที่ 2 ธันวาคม 2565 มีการแสดง 2 รอบ เวลา 19.00 น. และ เวลา 20.30 น. วันเสาร์ ที่ 3 ธันวาคม 2565 มีการแสดง 2 รอบ เวลา 19.00 น. และ  เวลา 20.30 น. วันอาทิตย์ ที่ 4 ธันวาคม 2565 มีการแสดง 1 รอบ เวลา 19.00 น. ส่วนวันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2565 และวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ไม่มีการแสดง ทั้งหมดเปิดให้เข้าชมฟรีทุกรอบ โดยไม่ต้องใช้บัตรใดๆทั้งสิ้น

แต่ผู้ที่มาจะต้องปฏิบัติตามระเบียบที่ได้กำหนดเอาไว้ คือ 1.ผู้ที่ต้องการมาชมการแสดงในรอบเวลา 19.00 น.ให้ไปยืนต่อแถวรอเข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 17.30 น. จากนั้นจะอนุญาตให้เข้าไปภายในเพื่อเลือกหาที่นั่งพร้อมกันในเวลา 18.30 น.

ส่วนผู้ที่ต้องการเข้าชมการแสดงในรอบเวลา 20.30 น.ให้ไปต่อแถวที่หน้าประตูทางเข้าตั้งแต่เวลา 20.00 น.หรือหากใครรีบสามารถไปต่อแถวรอได้หลังจากจบการแสดงในรอบแรก โดยเจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้เข้าไปจับจองเก้าอี้นั่ง ในเวลา 20.15 น. 

สำหรับเก้าอี้ที่จัดเตรียมเอาไว้มีทั้งหมดจำนวน 1,200 ที่นั่งและอีก 40 ที่นั่งได้จัดเตรียมเอาไว้สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีหูฟังสำหรับแปลภาษาเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจในภาษาคำแปล ส่วนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปภายในไม่ได้ สามารถรับชมผ่านระบบการสแกน QR Code ได้หรือสามารถนั่งรับชมผ่านจอ LCD ที่ติดตั้งเอาไว้ด้านหน้า โดยจะมีเก้าอี้เอาไว้รองรับมากถึง 400 ที่นั่ง

แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นักท่องเที่ยวทุกคนจะต้องผ่านจุดคัดกรองและสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าขณะนั่งชม ทุกครั้ง รวมทั้งขอความร่วมมือห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไปบริเวณโซนด้านในการแสดง หากอาหารหรือน้ำดื่มยังมีเหลือแล้วเกิดเสียดาย ให้นำไปวางฝากเอาไว้ที่โต๊ะ ที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่เอาไว้ด้านหน้าทางเข้า 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การดูแลดินของ ‘เกษตรคนเมือง’ (URBAN AGRICULTURE)

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692347

การดูแลดินของ 'เกษตรคนเมือง' (URBAN AGRICULTURE)

การดูแลดินของ ‘เกษตรคนเมือง’ (URBAN AGRICULTURE)

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 19.34 น.

“เกษตรคนเมือง” เป็นกระแสของการหันมาสนใจรักสุขภาพ และ สิ่งแวดล้อม ที่เรียกว่า “สายกรีน” โดยปัจจุบันมีเครือข่ายขับเคลื่อนงานเกษตรคนเมืองที่ทำงานกันอย่างจริงจัง หนึ่งในนั้นก็คือ “มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน” ซึ่งมีการทำงานร่วมกับ “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ” (สสส.) โดยพบว่าการทำเกษตรในเมืองนั้นยังมี “หัวใจ” สำคัญอยู่ที่คุณภาพของดินในเมือง

นางสาวเกศศิรินทร์ แสงมณี อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และ ที่ปรึกษา มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน หรือ อาจารย์เกศศิรินทร์แนะการดูแลดินอย่างยั่งยืนให้กับการทำ “เกษตรในเมือง” ว่า  ด้วยสภาพดินในเขตเมืองโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร จะเป็นดินเปรี้ยว มีลักษณะความเป็นกรดสูง จึงต้องใช้วิธีปรับสภาพดินด้วยอินทรีย์ และ ไม่ใช้สารเคมีแม้แต่ตัวเดียว เพื่อทำให้ดินมีสภาพเหมาะแก่การเพาะปลูก  

“ดินในกรุงเทพฯ เป็นดินกรดถึงเปรี้ยว เพราะเวลาเขาถมที่เขาใช้ดินนา เขาใช้ดินเหนียวมาผสม ดินเหนียวโครงสร้างแข็งแรง แต่มีความเป็นกรดถึงเปรี้ยว มันก็เลยทำให้ลักษณะดินในเมืองไม่ดี เวลาที่เขาจะทำสวน ปรับภูมิทัศน์ ทำสวนในหมู่บ้าน เขาจะเอาทราย  หรือ หน้าดินมาถม เพื่อใช้ในการปลูก นี่คือข้อไม่ดี แต่ถ้าหากเราจะทำเกษตรในเมืองจริงๆ ชุมชนต่างๆ ก็ไม่มานั่งซื้อดิน เพราะเป็นการลงทุนที่สูง เมื่อเทียบกับหมู่บ้านจัดสรร เราก็ต้องหาวิธีปรุบปรุงดินตรงนี้ให้มันดีขึ้น  แต่ด้วยความที่เราอยู่กรมพัฒนาที่ดินมา ก็จะสังเกตุรู้ว่า พื้นที่ตรงนี้เป็นดินแบบไหนๆ ประสบการณ์การทำงาน อยู่ในสำนักงานวิจัยและการจัดการที่ดิน ของกรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงมหาดไทย” อาจารย์เกศศิรินทร์เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง 

ก่อนที่อาจารย์เกศศิรินทร์จะมานั่งเก้าอี้อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร ได้รับราชการอยู่ที่กระทรวงมหาดไทย ในส่วนของกรมพัฒนาที่ดิน และ ทำงานด้านวิชาการในส่วนงานวิจัยและจัดการที่ดินโดยเฉพาะ จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับสภาพที่ดินของเมือง

อาจารย์เกศศิรินทร์เล่าว่า หลักๆดูแลเรื่องการทำเกษตรในเมือง เปลี่ยนพื้นที่รกร้างเป็นพื้นที่อาหาร และ เป็นนักวิชาการเรื่องการขับเคลื่อน ทำอย่างไรให้พื้นดินในเมืองปลูกผักได้ แต่จะเน้นไปที่ผลิตอาหารปลอดภัย ซึ่งยังไม่ได้เป็นอินทรีย์ 100% แต่วิธีการปลูกไม่ใช้ปุ๋ย และ ไม่ใช้ยา ซึ่งตอนที่รับราชการทำหน้าที่เป็นหมอดินมาก่อน เพราะว่ามาจากกรมพัฒนาที่ดิน แล้วลาออกมาเป็นอาจารย์  

อาจารย์เกศศิรินทร์ให้เทคนิคในการทำเกษตรของคนเมืองว่า “หัวใจ” อยู่ที่ดิน ถ้าดินดีจะปลูกอะไรก็ได้หมด “ดังนั้นเวลาปรับปรุงดิน จะทำยังไงให้ดินร่วนซุย ก็ต้องเพิ่มอินทรีย์วัตถุเข้าไป แต่จะเน้นกระบวนการหมักที่นานหน่อย เพราะว่าถ้าเราใส่อินทรีย์และหมักแค่ 7 วัน วัสดุเหล่านี้ เวลาเราหว่านกล้า กระบวนการย่อยสลายยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะดินในเมือง ที่มีความเป็นดินเหนียวมีความเป็นกรด อย่างน้อยต้องหมัก 1 -2 เดือน ใช้แกลบ ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ลงไปผสมใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย และจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง โดยเฉพาะหน่อกล้วย ส่งเสริมการเติบโตระบบรากได้ดีและทุกๆ 7 วัน ต้องรดน้ำหมัก และทุก 15 วันต้องพรวนดิน และหาฟาง หาสแลน หรือผ้าใบมาคลุมหน้าดิน เพื่อให้มีความชื้น เพื่อให้เกิดการย่อยสลายได้ดี 

เพราะการทำเกษตรในเมือง คือ ฉันอยากกินอะไรที่ปลอดภัย เวลาปลูกผัก เน้นการผลิตผัก จะไม่แนะนำใส่ปูน แต่เพิ่มอินทรีย์วัตถุไปแทน ตอนนี้ดินเปรี้ยวอยู่มีค่าพีเอชอยู่ที่ 4-6 เราเน้นกระบวนการหมักที่นานหน่อย แต่ถ้ากระบวนการหมักดินไม่สมบูรณ์ สุดท้ายเวลาย้ายกล้าและว่านเมล็ดมันก็ไม่งอก” อาจารย์เกศศิรินทร์อธิบายเหตุผลที่ต้องปรับดินในเมืองให้สมบูรณ์ด้วยอินทรีย์ 

การปลูกผักในเมืองนั้นปัจจุบันอาจารย์เกศศิรินทร์ทำหน้าที่หมวกอีกใบคือ เป็นที่ปรึกษาให้กับมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน ซึ่งสร้างเครือข่ายการทำเกษตรในเมืองในชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร โดยอาจารย์เกศศิรินทร์บอกว่า มีหมู่บ้านและชุมชนหลายแห่งร่วมกันทำกิจกรรม “สวนผักคนเมือง” อาทิ หมู่บ้านปิ่นเจริญ ดอนเมือง, หมู่บ้านอรุณนิเวศน์ ถนนสายไหม และ หมู่บ้านสินสมบูรณ์ พุทธมณฑล สาย 4 พบว่า ได้ทั้งเรื่องสุขภาพกายและสุขภาพใจที่ดีขึ้น รวมถึงได้ความรักความสามัคคีของคนในชุมชน 

นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างที่สำคัญ เพราะอาจารย์เกศศิรินทร์นั้นเป็นบุคลากรที่ขับเคลื่อนการพัฒนาดินให้เหมาะสมกับการทำเกษตรในเมืองและต่อยอดมาสู่การพัฒนาชุมชนให้มีความรักและความสามัคคีผ่านการปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับการปลูกใน “สวนผักคนเมือง” ของมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มนุษย์นี้เราต้องรักษาศีล ๕ กันให้ได้ ถ้าเราไม่รักษาศีล ๕ แล้วใจมันจะลงต่ำ

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692342

มนุษย์นี้เราต้องรักษาศีล ๕ กันให้ได้ ถ้าเราไม่รักษาศีล ๕ แล้วใจมันจะลงต่ำ

มนุษย์นี้เราต้องรักษาศีล ๕ กันให้ได้ ถ้าเราไม่รักษาศีล ๕ แล้วใจมันจะลงต่ำ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.57 น.

ใจของพวกเราในขณะนี้เป็นมนุษย์กันอยู่ ถ้าอยากจะป้องกันไม่ให้มันลงต่ำกว่ามนุษย์นี้เราต้องรักษาศีล ๕ กันให้ได้ ถ้าเราไม่รักษาศีล ๕ แล้วใจมันจะลงต่ำ มันจะลงไปสู่อบายอีกที ไปเป็นเปรต ไปเป็นเดรัจฉาน ไปเป็นอสูรกาย ไปตกนรก ทำบุญอย่างเดียวไม่รักษาศีลนี้ ป้องกันการไปเกิดในอบายไม่ได้ วิธีป้องกันไม่ให้ไปเกิดในอบายก็คือ ต้องไม่ทำบาป รักษาศีล ๕ ให้เป็นนิสัยให้ได้ หรือทำบาปให้มันน้อยกว่าทำบุญได้ 

ถ้าเราคิดว่าบางทียังพลั้งเผลอ ยังต้องทำบาปอยู่บ้างบางเวลา เพื่อความปลอดภัย เราก็พยายามทำบุญให้มากกว่าทำบาป บุญนี้ถ้ามีกำลังมากกว่าบาป เวลาร่างกายตายไป บุญนี้จะดึงใจให้ไปเป็นเทพไปก่อน ให้ไปสวรรค์ก่อน ยังไม่ต้องไปรับผลของบาป เพราะบาปที่ทำมันน้อยกว่าบุญ กำลังที่จะดึงใจให้ไปอบายมันไม่พอ มันสู้กำลังใจให้ไปสวรรค์ไม่ได้ 

ดังนั้น นอกจากการทำบุญแล้ว เราต้องพยายามรักษาศีล ๕ ให้ได้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ อันนี้จะเป็นการสร้างความสุขและบำบัดความทุกข์ไปในตัว เพราะบาปนี้ การทำบาปนี้มันจะทำให้ใจเราทุกข์ ทำใจให้ต้องไปรับทุกข์ในอบาย ถ้าเราไม่ทำบาปเราก็ไม่ต้องไปรับทุกข์ในอบาย ทุกข์ที่จะเกิดจากการทำบาปมันก็ไม่มี เราก็จะได้รับบุญ ได้ความสุขจากการทำบุญของเรา

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ (เพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนสุรินทร์แห่ซื้อหวยตัวเดิม ‘106’ จนเกลี้ยงแผง เชื่องวด 16 พ.ย.ออกซ้ำ

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692322

คนสุรินทร์แห่ซื้อหวยตัวเดิม '106' จนเกลี้ยงแผง เชื่องวด 16 พ.ย.ออกซ้ำ

คนสุรินทร์แห่ซื้อหวยตัวเดิม ‘106’ จนเกลี้ยงแผง เชื่องวด 16 พ.ย.ออกซ้ำ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 17.12 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันนี้ (15 พ.ย.65) ผู้สื่อข่าวแนวหน้าออนไลน์ได้รับแจ้งจากแหล่งขาวว่าที่บ้านหาญฮี ม.5 ต.ดอนแรด อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ได้มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนมากสามัคคีช่วยกันสร้างศาลเจ้าพ่อขุนเพียรหลังใหม่แทนศาลเจ้าหลังเก่า สถานที่ตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของหมู่บ้านติดกับถนนใหญ่สายดอนแรด-บึงบูรพ์ หลังรับแจ้งจึงลงพื้นที่พบกับชาวบ้านทั้งหญิงและชายกว่า 20 คนกำลังช่วยกันทำงานทั้งปรับพื้นที่ ผสมปูน เทปูน บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน 

นายนิพนธ์ บุญประสิทธิ์ อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 101 ม.3 กล่าวว่า วันนี้ชาวบ้านหาญฮีได้ออกมาช่วยกันก่อสร้างศาลเจ้าพ่อขุนเพียร ซึ่งเป็นศาลเจ้าพ่อที่ชาวบ้านหาญฮีให้ความเคารพและเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ คอยช่วยเหลือปกป้องพี่น้องลูกหลานให้อยู่เย็นเป็นสุขมาตลอด เมื่อเดินทางไกลชาวบ้านจะมาบอกกล่าวให้ท่านได้ตามปกป้องลูกหลาน เช่น ที่บริเวณสะพานเจ้าพ่อขุนเพียรแห่งนี้จะมีรถวิ่งมาประสบอุบัติเหตุหลายครั้ง บางรายรถตกสะพานแต่ก็รอดชีวิตปลอดภัยทุกราย ส่วนตนเพิ่งประสบอุบัติเหตุรถตกถนนพลิกคว่ำหลายตลบเมื่อไม่นานมานี้ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้นจึงเป็นแรงบันดาลใจที่ตนและชาวบ้านได้ช่วยกันรวบรวมปัจจัยตามกำลังศรัทธาทำการก่อสร้างศาลหลังใหม่ให้เจ้าพ่อ โดยชาวบ้านจะจัดพิธีแห่เจ้าพ่อรอบหมู่บ้านก่อนขึ้นศาลหลังช่วงปีใหม่ 2566 นี้

ขณะที่บรรยากาศบริเวณศาลเจ้าพ่อ ชาวบ้านและนักเสี่ยงโชคที่มาร่วมกันสร้างศาลต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงเลขท้ายรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 ว่า “จะมาตัวเดิม” เหมือน 2 งวดที่ผ่านมา 106 ทำให้ลอตเตอรี่ที่ลงท้ายด้วยเลข 61 60 16 06 ขายจนเกลี้ยงแผง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นทท.ทะลักตราดช่วงเอเปคห้องพักเกาะช้างเหลือ 10% ส่วนเกาะกูดปกติ

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692289

นทท.ทะลักตราดช่วงเอเปคห้องพักเกาะช้างเหลือ 10% ส่วนเกาะกูดปกติ

นทท.ทะลักตราดช่วงเอเปคห้องพักเกาะช้างเหลือ 10% ส่วนเกาะกูดปกติ

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.10 น.

นักท่องเที่ยวต่างชาติทะลักเข้าตราดช่วงเอเปคห้องพักเกาะช้างเหลือ 10% ส่วนเกาะกูดปกติ ด้านนักท่องเที่ยวกัมพูชาแห่เที่ยวตราดคึกคัก

จากการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคในระหว่างวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวันหยุดนั้นทำให้มีวันหยุดยาวถึง 5 วันส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังจังหวัดตราดเพิ่มขึ้น

นายสารพล ประศาสน์ศิลป์ นายกสมาคมโรงแรมรีสอร์ท จ.ตราด เปิดเผยว่า วันนี้นักท่องเที่ยวต่างประเทศได้ทางเข้ามายังจังหวัดตราดและเข้ามาท่องเที่ยวที่อำเภอเกาะช้างจำนวนมาก ทำให้ในเดือนพฤศจิกายน 2565 จำนวนห้องพักถูกจองเพิ่มขึ้น 50% ซึ่งคาดว่าจะต่อเนื่องไปถึงปลายปี ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยจำนวนหนึ่งจะเดินทางไปท่องเที่ยวทางภาคเหนือ แต่เป็นเรื่องปกติ เพราะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักของอำเภอเกาะช้างอยู่แล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจะยังเติบโตต่อไปถึงช่วงปลายปี 2565 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่จองนานเหมือนเก่าที่จองระยะยาว แต่วันนี้จะจองห่างกันเพียง 1-2 สัปดาห์เท่านั้นขณะที่การจัดกิจกรรมเสริมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดก็มีผลอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เป็นหลักเพราะมีการประชาสัมพันธ์ในระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากกว่าทุกปีหลังเกิดโควิด 19 ระบาด 

ขณะที่นายสัคศิษฐ์ มุ่งการ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรปที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของอำเภอเกาะช้างเดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงหยุดยาวการประชุมเอเปคที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุด 3 วัน และต่อเนื่องในวันเสาร์ อาทิตย์ทำให้มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง 5 วัน ซึ่งจะเห็นความคึกคักจากการที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไปเช่ารถจักรยานยนต์ขับท่องเที่ยวไปรอบเกาะช้างทั้งด้านเกาะช้างใต้และเกาะช้าง และยังจะส่งผลต่อเนื่องไปถึงปลายปี 2565 และครึ่งเดือนแรกของปี 2566 ซึ่งหากรวมจำนวนนักท่องเที่ยวแล้วจะเกินกว่า 30,000 คนเป็นอย่างน้อย ไม่ต้องไปไกลแค่ช่วงเดือนพฤศจิกายนจำนวนห้องพักบนเกาะช้างเหลือไม่เกิน 10% จากทั้งหมดหมื่นกว่าห้อง 

ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด กล่าวด้วยว่า อีกส่วนหนี่งที่นักท่องเที่ยวเดินทางมา จ.ตราด และเข้าไปเกาะช้างเนื่องจากภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของเกาะช้างมีความปลอดภัยทั้งในเรื่องการแพร่ระบาดของโรค หรือความปลอดภัยด้านอื่นๆ รวมทั้งความเป็นธรรมชาติของเกาะช้าง ที่ช่วงนี้ท้องฟ้าสดใสทะเลสวยงาม และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อยู่แล้ว ทั้งนี้ ที่อำเภอเกาะช้าง ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งการจัดกิจกรรมกีฬาในการวิ่งบิกินีรัน 2565 และการจัดเทศกาลอาหารทะเลขึ้น ซึ่ง 2 ช่วงเป็นการจัดในเดือนพฤศจิกายน 2565 และใกล้เคียงกัน ซึ่งห้องพักส่วนใหญ่จะเต็มเกือบทั้งหมด 

“แต่สิ่งที่ดึงดูดได้อีกระดีบหนึ่งก็คือการจัดประกวดมิสแกรนด์ตราด ปี 2565 ขึ้นที่จังหวัดตราดและมีการทำกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่บนฝั่งและพื้นที่บนเกาะโดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราดก็สนับสนุนการจัดกิจกรรมนี้อย่างเต็มที และพาสาวงามทั้งหมดทำกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวขึ้นครบทั้ง 7 อำเภอ ซึ่งจะเกิดผลต่อการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวระดับหนึ่งด้วย อีกทั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราดก็เข้ามาสนับสนุนกิจกรรมนี้อย่างเต็มรูปแบบเพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตราดผ่านทางเวทีประกวดซึ่งส่งผลดีต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดให้เป็รที่รู้จักกว้างขวางมากยิ่งขึ้น”

นายสัคศิษฐ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ตามแนวชายแดนจังหวัดตราด ด้านจังหวัดเกาะกง นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาก็เดินทาบเข้ามาซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้าของจังหวัดตราดจำนวนมาก หลังมีการเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็กอย่างเป็นปกติ ทำให้นักท่องเที่ยวนี้ ที่มีเงินเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดจตราดเพิ่มมากขึ้น และเข้าจับจ่ายซื้อขายสินค้าเพิ่มรายได้เข้าจังหวัดตราดมากยิ่งด้วย

ขณะที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปอำเภอเกาะกูดผ่านทางท่าเทียบเรือบ้านแหลมศอก ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด แม้จำนวนจะยังเป็นปกติแต่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปมีจำนวนเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จับสึกหลวงตา! นั่งก๊งพญานาคจนตาฉ่ำ ต่อปากต่อกลอน ท้าชกล็อคคอนักข่าว

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692267

จับสึกหลวงตา! นั่งก๊งพญานาคจนตาฉ่ำ ต่อปากต่อกลอน ท้าชกล็อคคอนักข่าว

จับสึกหลวงตา! นั่งก๊งพญานาคจนตาฉ่ำ ต่อปากต่อกลอน ท้าชกล็อคคอนักข่าว

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.05 น.

ถอดสบงแล้วทรงอยากเป็นนักมวยเก่า หลวงตาวัย 65 นั่งก๊งพญานาค ตาฉ่ำอยู่หน้าร้านชาวบ้าน ผู้สื่อข่าวไปเจอสอบถาม บอกว่ามาจากหนองบัวลำภู กลับมาเยี่ยมบ้านที่อุดรฯ หลังจากจัดงานกฐินประสบความสำเร็จ อ้างกินพญานาคไม่ผิด สุดท้ายท้าชกนักข่าว นักข่าวอาวุโสโดนล็อคคอ ไม่พอใจที่ถูกทักว่าเดินเซ

15 พฤศจิกายน 2565 เมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวีระพล รักเสมอวงศ์ แอ้ดมินเพจบ้านดุงอัพเดท รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านบ่อศิลา ต.บ้านจันทน์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ว่ามีพระเมาอาละวาดท้าต่อยเจ้าของร้านขายของชำ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับผู้สื่อข่าว

เมื่อไปถึงพบบริเวณเตียงนั่งเล่นหน้าร้านค้าในหมู่บ้าน โดยมีผู้ใหญ่บ้านบ้านบ่อศิลากำลังพูดคุยด้วย เมื่อไปถึงผู้สื่อข่าวถาม ‘หลวงตาเป็นพระมาจากไหน’ หลวงตาก็บอกว่า ‘เป็นพระจริงทำไมถามนักเลงจัง’ อาตมาก็เป็นพระจริงก็ต้องพูดนักเลงเหมือนกัน

บอกสั้นๆว่าชื่อพระน้อย อายุ 60 กว่าปี มาจากวัดศรีสว่าง อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ‘ผมรับกฐินแล้วก็มาเยี่ยมญาติที่บ้านแห่งนี้ ผมพักที่วัดดงหวาย’

โดยลักษณะท่าทางพระรูปนี้พูดลิ้นรัวอยู่ตลอดเวลา ผู้สื่อข่าวถามว่า ‘ได้ท้าต่อยเจ้าของร้านมั้ย และดื่มพญานาคใช่ไหม’

หลวงตาน้อยก็บอกว่า ‘ผมกินพญานาคจริง แต่ยาบ้าผมไม่ได้เล่น  ผมกินไม่ได้กินสะเปะสะปะ ผมกินไม่ได้ไปหาเรื่องใคร แต่ผมกินแล้วจะมีแต่คนหาเรื่องอาตมา ใส่ร้ายป้ายสีอาตมา’

ผู้สื่อข่าวถามว่า มันผิดศีลนะหลวงตา? หลวงตาตอบกลับมาว่า ‘อ้าวเล่นบั้งไฟและกินพญานาคทำได้ อาตมายอมรับกินพญานาคจริงๆ’ แต่จังหวะนั้นเองหลวงตาน้อยเดือดขึ้นหน้า อาตมากินเพื่อเป็นยา อย่ามาถ่ายรูปกัน อย่ามาหาเรื่องหาราวกัน พร้อมไล่ส่งผู้สื่อข่าว ‘หนีๆๆ อย่ามาหาเรื่องหาราวกู เดินเซได้อย่างไร กูเดินดีๆ’  

จากนั้นก็เดินไปหยิบสบงแล้วขว้างขวดกาแฟใส่ผู้สื่อข่าวทันที ‘ผมท้านักข่าวมึงหาเรื่องของกูหรือ กูไม่ยอม พร้อมยกแขนตั้งการ์ด’

‘เอากับกูไหม กูเป็นนักมวยเก่า ศิลาน้อย เมืองน้ำโสม นักมวยเก่งๆ กูสู้มาหมดแล้ว มึงจะเอากับกูไหม’

จากนั้นหลวงตาเดือดขึ้นอีกครั้ง ถอดสบงถอดแว่นตาทิ้งเดินดุ่มๆ เข้าหาผู้สื่อข่าวทันทีและด่ากราดนักข่าว หลวงตายังร้องตะโกนท้าชกตลอดเวลา และหลวงตาเหลือบไปเห็นนายชัยยุทธ์ หลักทอง นักข่าวอาวุโสก็เดินเซเข้าไปล็อคคอ กำหมัดจะชกที่ใบหน้า แต่ผู้ใหญ่บ้านได้ร้องห้ามเอาไว้ทันที แต่หลวงตาไม่ยอมหยุดยังเดินเซท้าชกนักข่าวตลอดเวลา จนผู้ใหญ่บ้านต้องดึงตัวออก 

หลวงตาตะโกน ‘จะเอาตำรวจมาจับอาตมาผิดอะไรหรือ’

จากนั้นเห็นท่าไม่ดีนักข่าวจึงถอยออกมา ต่อมานายสามารถ หมั่นนอก นายอำเภอบ้านดุงหลังทราบเรื่อง ได้สั่งให้ป้องกันอำเภอนำเจ้าหน้าที่ อส.ปกครองอ.บ้านดุง เข้าตรวจสอบนำตัวไปจับสึกทันที.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รวบตัวตึงระยอง! ‘พี่นกน้อย’ก่อเหตุเผาขยะบ้านร้าง แท็กทีมส่งรักษาด่วน

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692263

รวบตัวตึงระยอง! 'พี่นกน้อย'ก่อเหตุเผาขยะบ้านร้าง แท็กทีมส่งรักษาด่วน

รวบตัวตึงระยอง! ‘พี่นกน้อย’ก่อเหตุเผาขยะบ้านร้าง แท็กทีมส่งรักษาด่วน

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.00 น.

เจ้าหน้าที่พม. ประสานตำรวจรวบตัวตึงระยอง หลังก่อเหตุเผาขยะในบ้านร้างที่ระยอง เจอตัวอยู่กับชาวบ้านที่นับถือ ยันไม่ยอมไป เลี้ยงตัวเองได้ ก่อนจะถูกจับตัวส่ง รักษาที่ รพ.ระยอง ชาวบ้านเผยเห็นด้วยส่งไปรักษา ขืนปล่อยไว้ไม่พ้นยาเสพติด

15 พฤศจิกายน 2565 เมื่อเวลา 13.00 น. นางสาวเรวดี จันทเปรมจิตต์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดระยอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน หมู่บ้านเก้ายอด ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง ว่าพบ ‘นกน้อย ตัวตึงระยอง’ ได้มาอาศัยอยู่บ้านคนรู้จัก หลังก่อเหตุเผาขยะที่บ้านร้างจนลามไหม้สิ่งของภายในบ้าน จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมือง ระยอง และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างพรกุศล เดินทางไปตรวจสอบ เพื่อนำตัวไปรักษาที่ รพ.ระยอง

เมื่อเดินทางไปถึงบ้านที่ “ตัวตึงระยอง” อาศัยอยู่ ซึ่งเป็นบ้านของชาวบ้านที่ “ตัวตึงระยอง” รู้จัก จึงเข้าไปตรวจสอบ พบกับ น.ส.นกน้อย(ตัวตึงระยอง) อยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปพูดคุยและแจ้งว่าจะพาตัวไปส่งบ้านแม่ที่ เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี แต่ตัวตึงระยองกลับไม่ยอม วิ่งเข้าไปแอบในบ้าน

โดย น.ส.นกน้อย ตัวตึงระยอง ได้โต้ตอบกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองไม่ได้เป็นอะไร ไม่อยากกับไปอยู่กับแม่แล้ว เพราะแม่ไล่ออกจากบ้าน เพราะ แม่ว่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาบ้า ซึ่งไม่ได้ยุ่งเกี่ยวเลย อยากอยู่ที่ตรงนี้ เพราะที่ตรงนี้มีคนเข้าใจและดูแลและอยู่มานานแล้ว

นอกจากนี้ตนเองก็สามารถดูแลตัวเองได้ละหาเงินได้อีกด้วย จะไม่ไปไหนเด็ดขาด ต่อมาก็ได้มีเจ้าของบ้านผู้หญิงสูงอายุ ได้บอกว่าอยู่ก็ให้อยู่แต่ดูแลไม่ได้เพราะเดินไม่สะดวก แล้วก็มีผู้ชายที่อ้างว่า นกน้อยหายป่วยแล้ว คนไม่อยากไปจะไปบังคับเขาได้อย่างไร และมีสิทธิ์อะไรมาบังคับเขา ก่อนจะพานกน้อยเข้าไปในห้องหลังบ้าน

ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงวางแผนและเข้าควบคุมตัวนกน้อย โดยที่ตัวตึงระยองพยายามขัดขืน แต่สุดท้ายก็ถูกจับขึ้นเปลแล้วมัดตัวส่ง รพ.ระยอง เพื่อรักษาต่อไป

ด้านชาวบ้านในพื้นที่ต่างก็ต้องการให้พาตัวตึงระยองไปรักษา ไม่อยากให้อยู่ในหมู่บ้านเก้ายอดแห่งนี้ เพราะทุกคนต่างก็ทราบดีว่ามักจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนการเผาบ้านร้าง คาดว่าเป็นฝีมือของตัวตึงระยอง เพราะมีคนเห็นว่าเผาขยะแล้วลามไปลุกไหม้ในบ้าน แต่ก็มีเพียงสิ่งของภายในบ้านที่ถูกไหม้ แต่ตัวบ้านไม่ถูกไหม้ สำหรับบ้านร้างดังกล่าวมีเจ้าของ แต่ไม่มีใครอยู่อาศัยมานานแล้ว โดยตัวตึงระยองได้เข้าไปอาศัยอยู่นานแล้ว

ด้าน น.ส.เรวดี จันทร์เปรมจิตร ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ระยอง ได้กล่าวว่า สำหรับกรณีของ น.ส.นกน้อย ไม่สามารถปล่อยให้อยู่ในพื้นที่ดังกล่าวได้ เพราะบ้านที่มาอาศัยก็ไม่ใช่ญาติ และไม่พร้อมจะดูแล

นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด จึงจำเป็นต้องพาตัวไปรักษา และแจ้งให้ทางครอบครัวทราบต่อไป ซึ่งเบื้องต้นทางมารดาก็พร้อมจะดูแล แต่ น.ส.นกน้อยได้หนีออกมาเอง ก็คงต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อนถึงจะส่งกลับไปอยู่กับครอบครัวต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อเมืองพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 8 เดือนปลูกผักในครัวเรือนส่งเสริมเด็กกินผักสร้างภูมิสีเขียว

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692223

พ่อเมืองพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 8 เดือนปลูกผักในครัวเรือนส่งเสริมเด็กกินผักสร้างภูมิสีเขียว

พ่อเมืองพ่อลูกอ่อนอุ้มลูก 8 เดือนปลูกผักในครัวเรือนส่งเสริมเด็กกินผักสร้างภูมิสีเขียว

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.49 น.

ผู้ว่าฯโคราชอุ้มลูกน้อย “น้องตะวัน” วัย 8 เดือนกะเตงเชิญชวนร่วมปลูกผักในครัวเรือน ส่งเสริมเด็กกินผักสร้างภูมิสีเขียว น้อมนำแนวพระราชดำริของ “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” สร้างความมั่นคงทางอาหาร สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว

วันที่ 15 พ.ย.65 ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยคุณนาย “นางอรจิรา ศิริมงคล” นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เปิดจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สร้างคลังอาหารโดยให้หัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดนครราชสีมาร่วมกิจกรรมสร้างกระแสรณรงค์ปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยได้ใช้พื้นที่ว่างภายในจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ทำเป็นแปลงปลูกผักสวนครัวจำนวน 12 แปลง เพื่อปลูกผักสวนครัวจำนวน 12 ชนิด ได้แก่ ผักบุ้ง พริก คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดเขียว กระเพรา แมงลัก โหระพา มะเขือเปราะ ถั่วฝักยาว กวางตุ้ง และผักชี และเมื่อผักสวนครัวพร้อมเก็บผลผลิตจะได้เก็บผักสวนครัวที่ปลูกแบ่งปันให้กับประชาชน ได้นำไปประกอบอาหารบริโภคในครัวเรือนเป็นการลดรายจ่ายในครัวเรือนของประชาชนฃน

ทั้งนี้ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และนางอรจิรา ศิริมงคล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา ได้อุ้ม “น้องตะวัน” วัย 8-9 เดือนบุตรชายมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย เพื่อเชิญชวนให้ทุกครัวเรือนใช้บริเวณพื้นที่ว่างของบ้านพัก สถานที่ราชการ ปลูกผักสวนครัว และรณรงค์ประชาชนทุกครัวเรือน สร้างแหล่งอาหารในครัวเรือน โดยปลูกผักสวนครัวอย่างน้อยครัวเรือนละ 10 ชนิดเพื่อไว้รับประทานในครัวเรือน โดยเฉพาะเด็กเล็กควรที่จะเริ่มรับประทานผักตั้งแต่อายุยังเล็ก เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ตั้งแต่อายุยังน้อย

ด้านนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา ได้น้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่ปฏิบัติการปลูกผักสวนครัว เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ภายใต้แนวคิดจะพัฒนาใครเขาต้องพัฒนาเราก่อน สร้างกระแสรณรงค์ปลูกผักสวนครัวผ่านผู้นำต้นแบบตัวอย่างที่เห็นจริง ดำเนินการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ รวมถึงพืชสมุนไพร จัดทำถังขยะเปียกลดโลกร้อน จัดตั้งศูนย์แบ่งปันเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า ส่งเสริมกิจกรรมพื้นที่ว่าง สร้างอาหาร เพื่อสานพลังความต่อเนื่องในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและยา สู่ทุกครัวเรือนคือคลังอาหาร ทุกหมู่บ้านคือศูนย์แบ่งปัน เกิดชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเองในการสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน ปัจจุบันจังหวัดนครราชสีมามีการดำเนินการแล้ว 289 ตำบล 38 หมู่บ้านต้นแบบ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จะฮาขนาดไหน ไปดูลูกชายพารีวิวบ้าน เมื่อคุณแม่ชอบสีเขียว

Posted on November 16, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/692214

จะฮาขนาดไหน ไปดูลูกชายพารีวิวบ้าน เมื่อคุณแม่ชอบสีเขียว

วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.30 น.

จะฮาขนาดไหน ไปดูลูกชายพารีวิวบ้าน เมื่อคุณแม่ชอบสีเขียว 

ผู้ใช้ติ๊กต๊อก @joshbch เผยคลิปสุดฮาระบุว่า เหตุเกิดจากแม่ชอบสีเขียว จากนั้นจึงพาเดินชมภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สีผนังบ้านยันเพดาน , ผ้าปูที่นอน , ชั้นวางของ , ผ้าม่าน , ราวตากผ้า , ไม้แขวนเสื้อ , ตะกร้าผ้า , หมอนพิงหลัง , ฟุตบอลของหลาน , แก้วน้ำ , กล่องยา , ผ้าเช็ดตัว , เก้าอี้นั่ง , กระติ๊บข้าว , เสื่อโยคะ กระโปรงหรือผ้าถุงโทนสีเขียว , ผ้าเช็ดเท้า , อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน , แม้กระทั่งขนมปังก็ยังต้องเป็นห่อสีเขียว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,932,526 hits

Join 4,118 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

LIFE & HEALTH : สมาคมการตลาดฯ ชวนเตรียมพร้อมสู่การตลาดอนาคต: เทคโนโลยีและมนุษย์ผสานสมบูรณ์
เปิดรายชื่อ 9 ประธาน กมธ. สัดส่วน พรรคประชาชน ‘วีระยุทธ’นั่งพัฒนาเศรษฐกิจ ‘ไอซ์’ นั่งติดตามงบ
หวานเจี๊ยบ เป้ย ปานวาด ปล่อยภาพคู่ หมอต้น ดาเมจแรงทำโซเชียลร้อนฉ่า กลิ่นความรักอบอวลกลางญี่ปุ่น
สุริยะ เคลียร์ปมย้ายอธิบดีฝนหลวง ยันไม่เกี่ยวสายคนใกล้ชิด อ้างความเหมาะสม
ฝ่ายค้าน ปลุกจับตาเย็นนี้ ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุม อัด ศุภจี เกาไม่ถูกที่คัน
ลัช ประเทศไทย จับมือ องค์กรพิทักษ์สัตว์แห่งโลก เปิดตัวแคมเปญ Asian Elephant Shower Jelly
สหรัฐฯ ตั้งข้อหา "เจมส์ โคมีย์" อดีต ผอ. FBI ขู่เอาชีวิต "ทรัมป์" ในอินสตาแกรม
เพราะทุกวันคือรันเวย์! ‘Lady Gaga x Doechii’ ประชันลุคแฟชั่นแบบไม่มีใครยอมใคร
"กูเกิล" ทำข้อตกลงลับ "เพนตากอน" ส่งโมเดล AI หนุนภารกิจความมั่นคงสหรัฐฯ
ทายาทมหาเศรษฐีอินเดียยื่นมือช่วยฮิปโปโคเคน 80 ตัว หลังโคลอมเบียจ่อกำจัดทิ้ง

Recent Posts

  • ศาลเกาหลีใต้สั่งเพิ่มโทษจำคุก “ยุน ซอกยอล” เป็น 7 ปี คดีขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
  • ศาลทหารอินโดฯ สั่งฟ้อง 4 ทหาร คดีสาดน้ำกรดใส่ “นักสิทธิมนุษยชน”
  • “กูเกิล” ทำข้อตกลงลับ “เพนตากอน” ส่งโมเดล AI หนุนภารกิจความมั่นคงสหรัฐฯ
  • ทำเนียบขาวขึ้นแคปชัน “สองกษัตริย์” หลังทรัมป์รับเสด็จ “คิงชาร์ลส์”
  • “อีลอน มัสก์” ขึ้นศาลซัด OpenAI คือไอเดียของตน ก่อนถูกผู้บริหาร “ปล้น” ไปทำกำไร

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d