Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ชูวิทย์’ไม่พลาด!ยกเคส‘แอ๊ด-โน้ส’สะท้อน‘ราชการเป็นใหญ่’ พูดความจริงแล้วอึดอัด

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686778

‘ชูวิทย์’ไม่พลาด!ยกเคส‘แอ๊ด-โน้ส’สะท้อน‘ราชการเป็นใหญ่’ พูดความจริงแล้วอึดอัด

‘ชูวิทย์’ไม่พลาด!ยกเคส‘แอ๊ด-โน้ส’สะท้อน‘ราชการเป็นใหญ่’ พูดความจริงแล้วอึดอัด

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.07 น.

‘ชูวิทย์’ไม่พลาด!ยกเคส‘แอ๊ด-โน้ส’สะท้อน‘ราชการเป็นใหญ่’ พูดความจริงแล้วอึดอัด

16 ตุลาคม 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ดังนี้…

‘แอ๊ด’ ขอโทษผู้ว่าฯแล้ว รับอารมณ์ชั่ววูบ-ขาดสติ พร้อมอ้าแขนรับความผิด

พี่แอ๊ดน่าจะทราบ ประเทศไทยเป็นระบบ “ราชการเป็นใหญ่”

ศิลปินอย่างพี่แอ๊ดหากวิพากษ์วิจารณ์บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ก็ไม่ต้องมานั่งขอโทษขอโพย สำนึกผิด

ดูอย่าง โน๊ส อุดม หากไปอยู่เมืองนอกเมืองนา เขายกย่อง เพราะกล้าพูดอย่างตรงไปตรงมา แต่พออยู่เมืองไทย ทั้งรัฐบาล ทั้งกองเชียร์ ออกมาดิ้นพล่านปกป้อง

ไม่ได้ชื่นชมว่าเมืองนอกดีกว่าเรา เพียงแต่อยู่เมืองไทยพูดความจริงแล้วมันอึดอัด ต้องเกรงใจเจ้าที่เจ้าทาง

อิสรภาพของการพูดด้วยความจริง ควรน่าได้รับความนับถือ ยิ่งพูดออกมาจากปากของศิลปินที่คนติดตามจำนวนมาก

มันเป็นการสะท้อนถึงสังคมที่บิดเบี้ยว

ดีกว่าไปดูจำอวดลิ่วล้อการเมือง มันน่าเบื่อจะตายไป

อย่างน้อยยังให้ชาวบ้านได้หัวเราะออกมาบ้างในภาวะน้ำท่วมบ้านนอกอย่างนี้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อ่างทองน้ำทะลักท่วม! ย้ายฝูงวัวกว่า100ตัวจ้าละหวั่น การไฟฟ้าเร่งตัดไฟด่วน

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686777

อ่างทองน้ำทะลักท่วม! ย้ายฝูงวัวกว่า100ตัวจ้าละหวั่น การไฟฟ้าเร่งตัดไฟด่วน

อ่างทองน้ำทะลักท่วม! ย้ายฝูงวัวกว่า100ตัวจ้าละหวั่น การไฟฟ้าเร่งตัดไฟด่วน

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 11.00 น.

16 ตุลาคม 2565 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่บริเวณถนนหมู่ 6 หลังวัดโพธิ์หอม ตำบลราชสถิตย์ อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง น้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่และไหลเอ่อเข้าท่วมถนนไปยังบ้านเรือนประชาชน สูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต่างเร่งเก็บข้าวของกันอย่างจ้าละหวั่น

ด้าน นายยนต์ วัย 46 ปี ชาวบ้านที่เลี้ยงวัวกว่า 100 ตัว เล่าให้ฟังว่า น้ำไหลเข้ามายังคอกวัวในช่วง 05.00 น.ของวันนี้และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้เร่งทำการย้ายวัวและหญ้าฟ้าอาหารสัตว์ไปไว้ที่ปลอดอย่างเร่งด่วน ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าไชโย ได้เร่งออกช่วยเหลือตัดไปเพื่อป้องกันอันตราย

ส่วนเส้นทางสัญจรบริเวณด้านหลังวัดโพธิ์หอม น้ำท่วมสูงประมาณ 50-60 เชนติเมตร รถใหญ่ผ่านได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง รถเล็กไม่สารถผ่านได้ และกระแสน้ำกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและไลเข้าทุ่งเทวราชอย่างต่อเนื่อง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หมาคาบมาให้! ถุงยาบ้า138,000เม็ด ตำรวจฝากบอกของใครมารับด้วย

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686774

หมาคาบมาให้! ถุงยาบ้า138,000เม็ด ตำรวจฝากบอกของใครมารับด้วย

หมาคาบมาให้! ถุงยาบ้า138,000เม็ด ตำรวจฝากบอกของใครมารับด้วย

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 10.37 น.

16 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่สถานีตำราจภูธรดงเย็น ต.ดงเย็น อ.บ้านคุง จ.อุดรธานี พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยนายสามารถ หมั่นนอก นายอำเภอบ้านดุง จ.อุดรธานี ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 138,000 เม็ด หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านขณะออกไปกรีดยางเจอหมาคาบถุงยาบ้ามาให้

พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 ต.ค.65 เวลาประมาณ 05.00 น. ตำรวจ สภ.ดงเย็น ได้รับแจ้งจากนายณรงค์ สีเอก อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้าน ว่ามีชาวบ้านพบสิ่งของต้องสงสัยและคาดว่าจะเป็นยาบ้าจำนวนมาก ลักษณะเป็นถุงดำคล้ายถุงขยะจำนวน 2 ถุง วางอยู่ที่ข้างถนนสายสมวิไล-โนนหอม ฝั่งทิศเหนือของถนน บริเวณบ้านสมวิไล หมู่ 5 ต.บ้านตาด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ห่างจากบ้านสมวิไลประมาณ 1 กิโลเมตร 

เจ้าหน้าที่ชุดตราจยึดจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงพบถุงดำคล้ายถุงขยะจำนวน 2 ถุง วางอยู่ข้างถนน ลักษณะถุงดำขาดรุ่งสิ่งเหมือนรอยฉีก ข้างในถุงดำมีห่อกระดาษไขสีน้ำตาล บรรจุยาบ้าถุงละ 10 ห่อ และ 11 ห่อ รวม ยาบ้า 21 ห่อ รวมมียาบ้าประมาณ 126,000 เม็ด เมื่อเปิดดูในห่อกระดาษไขพบว่าเป็นยาบ้า จึงได้ร่วมกันตรวจยึดและนำไปตรวจสอบที่ สภ.ดงเย็น เพื่อสีบสวนหาผู้กระทำความผิด มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นางนวลละออ อันแสง อายุ 48 ปี เจ้าของสวนยาง เปิดเผยว่า ขณะที่ออกไปกรีดยาง หมาที่เลี้ยงไปคาบถุงกระดาษมาวางไว้ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าอะไร เปิดดูจึงพบว่าเป็นยาบ้านจึงรีบแจ้งนายณรงค์ ซึ่งเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้าน ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า 

อย่างไรก็ดีหากใครรู้ตัวว่าเป็นเจ้าของยาเสพติดจำนวนนี้ สามารถแสดงตนได้ที่ สภ.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หรือโทรประสารได้ที่ 191 ได้ 24 ชั่วโมง.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลยอุณหภูมิลด! ‘ภูกระดึง’13องศา อากาศเริ่มหนาวพร้อมรับนักท่องเที่ยว

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686769

เลยอุณหภูมิลด! 'ภูกระดึง'13องศา อากาศเริ่มหนาวพร้อมรับนักท่องเที่ยว

เลยอุณหภูมิลด! ‘ภูกระดึง’13องศา อากาศเริ่มหนาวพร้อมรับนักท่องเที่ยว

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 09.38 น.

16 ตุลาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่ภาคอีสานตอนบน ซึ่งคาดว่าจะเป็นฝนทิ้งท้ายแต่ปริมาณฝนไม่ได้ตกลงมามาก ทำให้มีฝนตกบ้างบางพื้นที่ แต่เป็นผลดีทำให้แหล่งท่องเที่ยว ต่างๆ อย่าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงที่หลังฝนนั้น ทำให้มีหมอกสวยที่ผานกแอน ในอุทยานแห่งชาติภูกระดึงซึ่งเป็นภาพความสวยงามแบบ ฟ้าหลังฝน ช่วงสุดท้ายสำหรับภาพที่เห็น ที่ผานกแอ่นในช่วงเช้าจะมีแสงอาทิตย์ผสมกับสายหมอกหลังฝนที่สวยงามฟ้าหลังฝน ทะเลหมอกผานกแอ่นซึ่งช่วงนี้นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะมากเท่าไรวันหนึ่ง 300-500 คน

ด้านนายอดิสร เหมทานนท์หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวว่า ช่วงนี้นักท่องเที่ยวยังไม่มากเท่าไรความสวยของธรรมชาติที่สวยงามบนยอดภูกระดึงยังรอรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปขึ้นภูกระดึงอยู่ ช่วงนี้เป็นช่วงท้ายฝนหากเดินทางขึ้นเขาก็ต้องใช้ความระมัดระวัง

อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 2 ของประเทศไทย เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2505 ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.13 ตารางกิโลเมตร (217,576.25 ไร่) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึงประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร (37,500 ไร่) ภูกระดึงมีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร

สภาพทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดพันธุ์ สัตว์ป่านานาพันธุ์ หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพองซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนา ที่หวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต

นักท่องเที่ยวที่ประสงค์จะเข้าไปท่องเที่ยวและพักแรมบนยอดภูกระดึง ขอให้ติดต่อสอบถามหรือสำรองการเข้าไปใช้บริการล่วงหน้า ทั้งที่พักประเภทเต็นท์ของอุทยานแห่งชาติและพื้นที่กางเต็นท์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเองตามแผนผังจุดพักแรม ก่อนเดินทางได้โดยตรง ณ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง โทรศัพท์หมายเลข 0-42810-833 และหมายเลข 0-42810-834 ในเวลาราชการ (08.00 น.-16.30 น.) ในกรณีที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาท่องเที่ยวพักแรมบนยอดเขาที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงนั้น ให้มาติดต่อซื้อค่าบริการบุคคลก่อนเวลา 13.30น. และในเวลา 14.00 น.ของทุกวัน จะทำการปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินขึ้นเขาและลงเขาในแต่ละวัน

รายงานอุณหภูมิต่ำสุดตามอำเภอต่างๆดังนี้ อ.เมืองเลย 19.8 องศาเซลเซียส , อ.วังสะพุง 22.4 องศาเซลเซียส , อ.ด่านซ้าย 19.0 องศาเซลเซียส , อ.เชียงคาน 20.0 องศาเซลเซียส , อ.ท่าลี่ 20.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูกระดึง 17.0 องศาเซลเซียส , อ.ภูเรือ 20.0 องศาเซลเซียส , อ.นาแห้ว17.0 องศาเซลเซียส , อ.ปากชม 22.0 องศาเซลเซียส ,อ.นาด้วง 21.0 องศาเซลเซียส, อ.ภูหลวง 18.0 องศาเซลเซียส, อ.ผาขาว 19.0 องศาเซลเซียส, อ.เอราวัณ 20.0 องศาเซลเซียส ,อ.หนองหิน 22.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูกระดึง 13.0 องศาเซลเซียส , อุทยานแห่งชาติภูเรือ 13.0 องศาเซลเซียส ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง(ภูเรือ) 12.0 องศาเซลเซียส ,ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรที่สูงเลย (อ.ภูเรือ) 16.0 องศาเซลเซียส ,อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย(อ.นาแห้ว) 16.0 องศาเซลเซียส, อุณหภูมิต่ำสุดยอดหญ้าที่ อ.เมืองเลย 19.0 องศาเซลเซียส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แลโลก-มองไทยกับ3ตัวแปร

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686732

รายงานพิเศษ : อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์  แลโลก-มองไทยกับ3ตัวแปร

รายงานพิเศษ : อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ แลโลก-มองไทยกับ3ตัวแปร

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 07.00 น.

มาถึงตอนสุดท้ายแล้วสำหรับเรื่องเล่าจากงานวิจัยชุดอุตสาหกรรม S Curve โดยอาจารย์หลายท่านจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ซึ่งเผยแพร่ในงานสัมมนาวิชาการประจำปี 2565 (EconTU Symposium)ครั้งที่ 44 ภายใต้หัวข้อ “ความท้าทายของการยกระดับ S-Curve ในยุค Next Normal” จัดโดยคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. เมื่อเร็วๆนี้ โดยไล่ตั้งแต่ ยานยนต์ไฟฟ้า (หน้า 5 ฉบับวันที่ 22 ก.ย. 2565), ยาและเครื่องมือแพทย์ (หน้า 17 ฉบับวันที่ 5 ต.ค. 2565), อาหารแปรรูป (หน้า 3 ฉบับวันที่ 15 ต.ค. 2565)

จนมาถึงฉบับนี้จะว่าด้วยเรื่องของ “เครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์” โดยมี ผศ.ดร.อลงกรณ์ ธนศรีธัญญากุล เป็นผู้บรรยาย ซึ่งอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย เผชิญความท้าทาย 3 ประการ 1.ความขัดแย้งระหว่าง 2 มหาอำนาจ “สหรัฐอเมริกา-จีน” ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ “ปัญหาการขาดแคลนชิพในฐานการผลิตต่างๆ ทั่วโลก” อีกทั้งเป็นการขาดแคลนอย่างยาวนานแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

โดยสัญญาณการขาดแคลนเริ่มมาตั้งแต่สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ในปี 2562 จากนั้นเมื่อเข้าสู่ปี 2563 ทั่วโลกยังต้องเผชิญสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งจีนเลือกใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมโรค ยังไม่นับเหตุการณ์อื่นๆ เช่น ไฟไหม้โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใหญ่ระดับโลก
3 แห่ง และภัยธรรมชาติต่างๆ อาทิ ภัยแล้งในไต้หวัน รวมถึงการสู้รบระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังใช้นโยบายการผลิตแบบชาตินิยม กล่าวคือ หากไม่ผลิตบนแผ่นดินสหรัฐฯ ก็ต้องผลิตในชาติที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ

นอกจากนี้ การย้ายการลงทุนจากประเทศพัฒนาแล้วไปสู่ประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย ยังทำให้บางแห่งยกระดับขึ้นมาเป็นแหล่งผลิตชิพชั้นนำของโลก เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ซึ่งมีเทคโนโลยีชั้นสูงเป็นของตนเอง หรือกรณีของ แอปเปิล แบรนด์สินค้าไอทีเจ้าดัง ก็ยังพึ่งพาซัพพลายเออร์จากจีนอย่างมากเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับการพึ่งพาซัพพลายเออร์ในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)

อีกด้านหนึ่ง ห่วงโซ่อุปทานการผลิตยังมีการแข่งขันที่สูงมากและเชื่อมโยงไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์มีวงจรชีวิตสั้นมาก เฉลี่ยอายุไม่เกิน 1 ปี เพราะบริษัทต่างๆ พากันเร่งแข่งขันผลิตสินค้า ในขณะที่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์แต่ละประเภทก็มีผู้เล่นหลักที่เป็นผู้ชนะเพียงรายเดียว รวมถึงมีความต้องการใช้อย่างก้าวกระโดดในสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

อนึ่ง มาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ยังเป็นข้อจำกัดในการที่ผู้ประกอบการจะย้ายโรงงานออกจากจีน เช่น มีแผนย้ายไปเวียดนามแต่ไม่สามารถส่งผู้เชี่ยวชาญไปอบรมแรงงานในเวียดนามได้ โดยสรุปแล้ว “ภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในระดับโลกคงไม่เปลี่ยนแปลงในระยะสั้น แต่นโยบายของสหรัฐฯ จะกลายเป็นการเล่นเกมยาวเหมือนกับการวิ่งมาราธอน” ดังนั้น ในระยะสั้นไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบแต่ไทยก็ควรสงวนท่าทีไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และพยายามใช้โอกาสนี้ดึงดูดนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งสหรัฐฯ-จีน

2.ความยืดหยุ่นของไทยในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของโลก แหล่งนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในภูมิถาคเอเชียตะวันออก (จีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น) และชาติร่วมอาเซียนด้วยกัน (สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย) โดย 2 ส่วนนี้รวมกันได้ราวร้อยละ 80 อย่างไรก็ตาม หากดูทั้งหมดจะพบว่าไทยนำเข้าจากแหล่งที่หลากหลายมาก โดยเฉลี่ย 22 ประเทศต่อรายการสินค้า อีกทั้งไทยยังนำเข้าชิ้นส่วนจากประเทศคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง สะท้อนภาพความแนบแน่นอย่างสูงระหว่างไทยกับเครือข่ายการผลิตระหว่างประเทศ

ถึงกระนั้น ดัชนีการกระจุกตัวก็เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว คาดว่ามาจากบริษัทข้ามชาติที่มีบทบาทสูง จึงเปลี่ยนแปลงแหล่งนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างรวดเร็ว “โดยสรุปแล้ว ไทยมีความยืดหยุ่นค่อนข้างดีในการเข้าถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากห่วงโซ่อุปทาน” ซึ่งก็มาจากหลายสาเหตุ อาทิ แหล่งนำเข้าที่มีการกระจายค่อนข้างสูง มีความแนบแน่นกับเครือข่ายการผลิต บวกกับความได้เปรียบทั้งทำเลที่ตั้งของประเทศซึ่งอยู่ใกล้ฐานการผลิตสำคัญ (เช่น เอเชียตะวันออก) และภูมิรัฐศาสตร์ที่มหาอำนาจทั้งสหรัฐฯ จีนและญี่ปุ่น ต้องการให้ไทยเป็นพื้นที่ปลอดภัย

และ 3.การปรับตัวของผู้ประกอบการในประเทศ ห่วงโซ่อุปทานสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องและเกือบครบวงจร แต่สิ่งที่ขาดคือความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างเซมิคอนดักเตอร์ และปลายน้ำอย่างสินค้าสำเร็จรูป การไม่เชื่อมโยงนี้ทำให้ผู้ประกอบการไทยบางรายเข้าถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญได้ยาก ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการยกระดับนวัตกรรมสินค้าในประเทศ

ที่ผ่านมาแม้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยพยายามเชื่อมโยงตนเองเข้ากับบริษัทข้ามชาติทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าและอื่นๆ (เช่น ยานยนต์) แต่ทำไม่สำเร็จ สะท้อนความยากที่ผู้ประกอบการไทยจะไปเชื่อมต่อโดยตรง เนื่องจากผู้ประกอบการข้ามชาติอาจไม่มั่นใจในการใช้ชิพที่ผลิตโดยผู้ประกอบการไทย ส่วนโควิด-19 ก็ไม่ได้ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตในอุตสาหกรรมนี้ บริษัทข้ามชาติยังคงใช้ฐานการผลิตเดิม โดยผลักดันให้สาขาในไทยยกระดับไปผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความยากมากขึ้นเพื่อกระจายความเสี่ยง

ยังมีข้อค้นพบอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ผู้ประกอบการในประเทศกระจายการลงทุนไปที่อุตสาหกรรมกลุ่ม S Curve ที่หลากหลาย แต่เป็นการกระจายที่ไม่เกื้อหนุนกัน จึงไม่กล้าลงทุนเต็มที่ งบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนา (R&D) จึงเกิดขึ้นไม่มาก อีกทั้งยังมีข้อจำกัดทั้งเรื่องการเงินและห้องทดสอบ อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการไทยแม้จะเป็นกลุ่มรับจ้างผลิต(OEM) แต่ก็พบการปรับตัวหันไปใช้เทคโนโลยีจักรกลอัตโนมัติ (Automation)มากขึ้น เพราะมนุษย์ไม่สามารถประกอบชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กได้

สำหรับ “อุปสรรคสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัจฉริยะ 3 อันดับแรกที่ผู้ประกอบการให้ความเห็น” อันดับ 1 ขาดข้อมูลและองค์ความรู้ของงานวิจัย อันดับ 2 ขาดผู้เชี่ยวชาญ และอันดับ 3 ความยากในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์(Commercial Product) จึงนำมาซึ่งข้อเสนอแนะ 1.ภาครัฐต้องส่งเสริมให้เกิดตลาดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เพื่อจูงใจผู้ประกอบการให้ลงทุนวิจัยและพัฒนา

2.ส่งเสริมกลไกเชื่อมต่อองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การเข้าถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเงินทุน แก่ห่วงโซ่อุปทานในการผลิตทั้งหมดทั้งผู้ประกอบการรายเดิมและรายใหม่ 3.มีมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ผลิตในประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงชิ้นส่วนได้มากขึ้น และ 4.ศึกษาจากตัวอย่างของผู้ประสบความสำเร็จ เพื่อถอดต้นแบบและประสบการณ์สู่ภาครัฐและผู้ประกอบการ!!!

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เทศบาลตำบลหัวเวียง-อยุธยา’ ใช้งบ‘กปท.’ดูแลผู้ป่วยในพื้นที่น้ำท่วม

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686714

‘เทศบาลตำบลหัวเวียง-อยุธยา’  ใช้งบ‘กปท.’ดูแลผู้ป่วยในพื้นที่น้ำท่วม

‘เทศบาลตำบลหัวเวียง-อยุธยา’ ใช้งบ‘กปท.’ดูแลผู้ป่วยในพื้นที่น้ำท่วม

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“โดยหลักของ กปท. แล้วเป็นงบประมาณส่วนหนึ่งของ สปสช.ที่สมทบร่วมกับงบประมาณของท้องถิ่นในการแก้ปัญหาหรือส่งเสริมดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างอุทกภัย เพราะบางพื้นที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้งบประมาณสำหรับเดินทาง หรือนำผู้ป่วยมารักษา ตลอดจนยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ดังนั้นในพื้นที่ ต.หัวเวียง นี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้กับท้องถิ่นอื่นๆในการใช้งบ กปท. เพื่อดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน”

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวในระหว่างลงพื้นที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเยี่ยมชม “โครงการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมกรณีโรคระบาดและภัยพิบัติพื้นที่” ที่ดำเนินการโดยเทศบาลตำบลหัวเวียง ผ่านงบกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น (กปท.) เพื่อจัดระบบบริการสุขภาพ รวมถึงส่งยาและเวชภัณฑ์ ให้กับผู้ป่วยในพื้นที่อุทกภัย และยังได้เยี่ยมชมการจัดส่งน้ำยาล้างไตให้กับผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในต.หัวเวียง จากความร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย

นพ.จเด็จกล่าวว่า โดยหลักของ กปท. แล้วเป็นงบประมาณส่วนหนึ่งของ สปสช. ที่สมทบร่วมกับงบประมาณของท้องถิ่นในการแก้ปัญหาหรือส่งเสริมดูแลสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ รวมถึงในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างอุทกภัย เพราะบางพื้นที่มีความจำเป็นที่ต้องใช้งบประมาณสำหรับเดินทาง หรือนำผู้ป่วยมารักษา ตลอดจน
ยาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ดังนั้นในพื้นที่ ต.หัวเวียง นี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้กับท้องถิ่นอื่นๆ ในการใช้งบ กปท. เพื่อดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน

นอกจากนี้ ในวิกฤตน้ำท่วม ส่วนหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้ป่วยที่ต้องล้างไตที่บ้าน และผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ต้องเรียนว่าประชาชนในบางพื้นที่น้ำยาล้างไตที่ได้รับไปก่อนน้ำท่วมอาจได้รับความเสียหายจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งหากไม่ได้ล้างไตเพียง 2-3 วัน จะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้ ทาง สปสช. จึงได้ร่วมกับไปรษณีย์ไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในจัดส่งน้ำยาล้างไตให้กับผู้ป่วยที่บ้าน เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับบริการอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงช่วงภาวะน้ำท่วมหากพี่น้องประชาชนจะต้องไปรับบริการรักษาพยาบาล และพบว่าโรงพยาบาลหรือหน่วยบริการใกล้บ้านน้ำท่วม ขอให้ไม่ต้องกังวล ท่านสามารถไปรับบริการที่ไหนก็ได้ โดยค่ารักษาพยาบาลต่างๆ ทาง สปสช. จะเป็นผู้ดูแลให้จึงอยากขอประชาสัมพันธ์หน่วยบริการต่างๆ ด้วยว่า ภาวะน้ำท่วมถือเป็นภาวะฉุกเฉิน สามารถเบิกเงินเพิ่มเติมจากกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้เลย

นายธเนศ สนธิ นายกเทศมนตรีตำบลหัวเวียง กล่าวว่า เทศบาลตำบลหัวเวียงมีพื้นที่อยู่ในความดูแลจำนวน 22.24 ตร.กม. ประกอบด้วย 2 ตำบล คือ ต.หัวเวียง และ ต.บ้านกระทุ่มมีประชากรทั้งหมด 5,889 คน มีผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 24 ราย และผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 2 ราย นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่ประสบภัยน้ำท่วมอยู่ทุกปี เนื่องจากพื้นที่มีความลุ่มต่ำ เมื่อมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเพียง 800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ใน ต.หัวเวียงน้ำจะเริ่มท่วมบ้านเรือนแล้ว ซึ่งขณะนี้มีการระบายอยู่ที่ 1,359 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ระดับน้ำตอนนี้จึงเทียบเท่าได้กับเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปี 2554 ทางเทศบาลจึงได้มีการเตรียมแผนรับมือในทุกปี และหนึ่งในนั้นคือด้านสาธารณสุข ซึ่งได้ใช้ กปท. เพื่อเสริมในการจัดบริการ โดยในปีนี้ได้รับการจัดสรรจากงบ กปท. จำนวน 5 แสนบาทซึ่งได้ร่วมกับหน่วยบริการสาธารณสุขในพื้นที่จำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.ศูนย์บริการสาธารณสุขเทศบาลตำบลหัวเวียง 2.รพ.สต.หัวเวียง และ 3.รพ.สต.บ้านกระทุ่ม

ตลอดจนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ทั้ง 23 หมู่บ้าน ในการเข้าไปดูแลและให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนที่ประสบภัย ซึ่งนอกจากการจัดบริการ ส่งเวชภัณฑ์ น้ำยาล้างไต และอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับดูแลผู้ป่วยแล้ว เวลาเราลงพื้นที่ยังมีการเข้าไปพูดคุยสร้างขวัญกำลังใจ รวมถึงจัดส่งสิ่งอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ เพื่อลดความเครียดให้กับพี่น้องประชาชน

ด้าน นายพีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด (ปณท. ดบ.) กล่าวว่า การจัดส่งน้ำยาล้างไตในช่วงน้ำท่วม ทางไปรษณีย์ไทยได้มีการประสานกับ สปสช. องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และโรงพยาบาลที่ทำการดูแลผู้ป่วย เพื่อทำการประเมินตั้งแต่ต้นว่าหากพื้นที่ไหนมีความสุ่มเสี่ยงจะเร่งการจัดส่งน้ำยาล้างไตไปให้ผู้ป่วยโดยเร็วที่สุด ส่วนในกรณีที่พื้นที่อยู่ในภาวะน้ำท่วมแล้วเช่นที่ ต.หัวเวียง จะมีการใช้ฟิล์มยืดห่อกล่องน้ำยาล้างไตเพื่อป้องกันความเสียหายจากการโดนน้ำซึมเข้า

จากนั้นจะจัดหาเรือเพื่อส่งไปให้ผู้ป่วยถึงที่อยู่อาศัยของประชาชน สำหรับโครงการจัดส่งน้ำยาล้างไตให้กับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง เป็นอีกหนึ่งในบริการด้าน healthcare solution ของไปรษณีย์ไทย ในการดูแลผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังในสิทธิบัตรทองทั่วประเทศ ซึ่งได้ร่วมกับ สปสช. และ อภ. มาตั้งแต่ปี 2558 ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่รับบริการแล้วกว่า 3 หมื่นรายต่อเดือน และทางไปรษณีย์ไทยได้ดำเนินการจัดส่งน้ำยาล้างไตและอุปกรณ์แล้วประมาณ 3 ล้านถุงต่อเดือน หรือกว่า 36 ล้านถุงต่อปี

สอบถามรายละเอียดได้ที่ 1.สายด่วน สปสช.1330 2.ช่องทางออนไลน์ ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : นครศรีธรรมราชจัดใหญ่ ‘สารทเดือนสิบ’ งานบุญ ‘ปลอดเหล้า-บุหรี่ 100%’

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686717

สกู๊ปพิเศษ : นครศรีธรรมราชจัดใหญ่ ‘สารทเดือนสิบ’  งานบุญ ‘ปลอดเหล้า-บุหรี่ 100%’

สกู๊ปพิเศษ : นครศรีธรรมราชจัดใหญ่ ‘สารทเดือนสิบ’ งานบุญ ‘ปลอดเหล้า-บุหรี่ 100%’

วันอาทิตย์ ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เพิ่งผ่านพ้นเทศกาล “สารทเดือนสิบ” ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และภาคใต้ ซึ่งเป็นการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ที่สืบต่อกันมานานนับพันปี โดยมีการทำบุญ การจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะสอนให้คนรู้สึกเกรงกลัวต่อการกระทำผิด ละอายต่อบาป ได้อย่างแยบยล และเทศกาลนี้ยังเป็นเสมือน “สัญญาเดือนสิบ” ที่ลูกหลานนครศรีธรรมราชไม่ว่าจะไปเรียนหนังสือ หรือทำงานที่ไหนก็จะกลับมาเพื่อร่วมงานประเพณีดังกล่าว เรียกได้ว่าเป็นการรวมญาติครั้งใหญ่ในรอบปี

โดยเฉพาะในปีนี้หลังจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 เข้าสู่ระยะหลังการระบาดใหญ่ (Post Pandemic) การใช้ชีวิตของประชาชนเริ่มกลับมาเป็นปกติมากขึ้น งานบุญสารทเดือนสิบปีนี้จึงจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ถึง 10 วัน 10 คืน และเพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงาม ผู้เกี่ยวข้องจึงมีนโยบายให้การจัดงานปลอดจากปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่” เพื่อให้คนที่มาร่วมทำบุญ หรือท่องเที่ยวเทศกาลได้รับความสุขทั้ง
ทางกาย และทางใจกลับไปอย่างแท้จริง

“การจัดงานสารทเดือนสิบ พื้นที่จัดงานทุกตารางนิ้วถือเป็นพื้นที่ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 100% ปลอดบุหรี่ 100% เพราะฉะนั้นในช่วง 10 วันที่มีการจัดงานจึงมีการรณรงค์ห้ามดื่ม ห้ามสูบในพื้นที่อย่างเข้มข้น” นายวรวุฒิ  ประสารพจน์  ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมปัจจัยเสี่ยงจังหวัดนครศรีธรรมราชและผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุ

นายวรวุฒิ เล่าว่า การรณรงค์ให้คนลด ละ เลิก เหล้า บุหรี่ ตลอดจนยาเสพติด ถือเป็นนโยบายสำคัญของทางจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ผู้นำทุกระดับตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภาคีเครือข่ายงดเหล้า สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมกันต่างก็ขานรับนโยบายและลงมือทำงานกันอย่างเข้มข้น เมื่อมีนโยบายชัดเจนในทางปฏิบัติ ทุกๆ ภาคส่วนก็เดินหน้ากันอย่างเต็มที่ โดยมีการขยายกิจกรรมต่างๆ ในงานชักพระอำเภอสิชล ก็ประกาศเป็นนโยบายงานบุญปลอดแอลกอฮอล์ 100% รวมถึงงานบุญชักพระในอีกหลายพื้นที่ที่เราไปร่วมรณรงค์สร้างกระแสกับเจ้าภาพ ไม่ว่าจะเป็น อำเภอทุ่งสง อำเภอชะอวด และอำเภออื่นๆ

สำหรับงานสารทเดือนสิบที่เพิ่งผ่านพ้นมาหมาดๆ นั้น ในช่วง 5 คืนแรกจะมีการรณรงค์ สื่อสาร ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มาร่วมงานได้รู้ว่า ปลอดเหล้า บุหรี่ 100% ตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการติดป้ายประกาศตามจุดต่างๆ การเดินเท้าแจกเอกสารสร้างความเข้าใจ และประชาสัมพันธ์บนเวทีต่างๆ โดยทีมประชาคมกับเหล่ากาชาดร่วมกันรับผิดชอบงานประชาสัมพันธ์เหล่านี้

จากนั้น พอคืนที่ 6 เป็นต้นไปก็จะเอาจริง มีชุดเคลื่อนที่ ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง และเครือข่ายเยาวชน ลงพื้นที่ตรวจ เตือน ตรวจจับ และปรับเงินกรณีละ 300 บาท สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืน

ทั้งนี้ นายวรวุฒิ บอกว่า ผลจากการทำงานพบว่า ในส่วนของการปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นน่าพอใจมาก ตลอด 10 วันมีคนฝ่าฝืนจับปรับไป 1 ราย ซึ่งเป็นการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาจากภายนอกงานแล้วนำมาดื่มในนี้ ส่วนผลการควบคุมไม่ให้สูบบุหรี่นั้นยังมีการจับปรับถึงคืนละ 20-30 รายถือว่ายังสูงอยู่ ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น และคนต่างถิ่นที่เพิ่งมาเที่ยวงาน แต่ภายในงาน ร้านรวงต่างๆ ที่มาออกร้านนั้นไม่มีการนำเอาสินค้าพวกนี้เข้ามาขายแต่อย่างใด

“ถ้าให้ประเมินผลงานส่วนตัวคิดว่าน่าพอใจ แต่ทางคณะผู้จัดงานต้องมาหารือร่วมกันว่าจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้การจัดงานสารทเดือนสิบในปีถัดไป ให้ปลอดปัจจัยเสี่ยงให้ได้อย่างแท้จริง ซึ่งส่วนตัวมองว่าสิ่งที่น่าจะปรับปรุงคือเรื่องการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ป้ายโฆษณาต่างๆ จะต้องทำให้ชัดเจน รวมถึงเรื่องของการสื่อสารการแจ้งคำเตือนและการปรับ”นายวรวุฒิ กล่าว

ด้าน นายพิสันต์ เพชราภรณ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่า เหล้า บุหรี่ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทั้งผู้ดื่ม ผู้สูบและคนรอบข้างได้ ก่อโรคหลายๆ อย่าง ตลอดจนทำให้พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงเป็นปัจจัยตัวกระตุ้นให้เกิดการทะเลาะวิวาท และอุบัติเหตุได้ ดังนั้น สสจ. นครศรีธรรมราช จึงร่วมกับภาคีเครือข่ายงดเหล้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทุ่มสุดตัวในการรณรงค์ ป้องกัน ออกตรวจไม่ให้มีการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ภายในงานอย่างแข็งขัน ตลอด 10 วัน 10 คืน ที่ผ่านมา แม้ว่าบางช่วงอาจจะมีฝนตกลงมา

ซึ่งทุกๆ คืนก็ยังพบว่ามีคนกระทำผิดเหมือนเดิม คือการสูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ได้ส่งปรับตามกฎหมายคืนละประมาณ 20 ราย ที่เป็นเช่นนี้เพราะถึงแม้ภายในงานไม่มีการจำหน่ายแน่นอน แต่คนที่เข้ามา และสูบบุหรี่นั้นสามารถทำได้ง่าย แค่ไปแอบสูบตามรั้ว ตามที่ไกลๆ ไม่ค่อยพบกรณีเดินสูบทั่วงาน โดยคนที่ยังมีการฝ่าฝืนสูบบุหรี่อยู่นั้น ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ก็จะตามตัวค่อนข้างจะยาก เพราะบุหรี่สูบแล้วทิ้งง่าย กว่าทีมจะเข้าไปถึงตัว เขาก็หนีไปแล้ว ดังนั้นคิดว่า การจะทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ก็ต้องอยู่ที่สำนึกส่วนตัวของแต่ละคนด้วยเจ้าหน้าที่มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปหมดแล้ว จับจริง ปรับจริงก็ยังมีคนฝ่าฝืน

อย่างไรก็ตาม ถ้าประเมินตามจำนวนคนที่มาท่องเที่ยวคืนละหลายพันคน กับพื้นที่ในการจัดงานค่อนข้างกว้าง มีหลายเวที อาจจะค่อนข้างควบคุมยาก แต่ในจำนวนที่จับปรับได้ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ก่อนหน้านี้ ถือว่าไม่ได้มากเหมือนกับการจัดกิจกรรมเมื่อก่อน

“กว่าจะทำให้มีงานหรือกิจกรรมต่างๆ ปลอดเหล้าได้ 100% นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ต้องมีกระบวนการรณรงค์ ให้ความรู้ถึงพิษภัยของอบายมุข กันมานาน และสม่ำเสมอ โดยภาครัฐ ร่วมกับภาคประชาสังคม ภาคเอกชน ทุกฝ่ายที่ต้องเห็นความสำคัญร่วมกัน และร่วมมือดำเนินการ แล้วใช้กิจกรรมงานบุญประเพณี หรือกิจกรรมต่างๆ ของคนในพื้นที่เป็นตัวกลางในการสื่อสาร ตั้งแต่ประเพณีสารทเดือนสิบ งานชักพระ ลอยกระทง และกิจกรรมอื่นๆ อย่างปีใหม่ สงกรานต์ ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง ก็ยังสามารถใช้เป็นกิจกรรมในการสื่อสารได้ แน่นอนว่า งานสารทเดือนสิบครั้งนี้ ทางเครือข่ายองค์กรงดเหล้า สรรพสามิต ตำรวจ พนักงานควบคุมความประพฤตินักเรียนนักศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมาคุยถอดบทเรียนกันดูว่ากิจกรรมต่อไปจะเอายังไงกันดี” นายพิสันต์ กล่าวทิ้งท้าย

การรณรงค์ ลด ละ เลิก ปัจจัยเสี่ยง “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” และ “บุหรี่” เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ก้าวทันกับยุคโซเชียลมีเดียที่ทำให้การสื่อสารง่ายเพียงปลายนิ้ว นั่นหมายความว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำให้สามารถเข้าถึงตัวเด็ก และเยาวชนได้ง่าย และเร็วมาก หากฝ่ายปฏิบัติงานแผ่ว หรือตามไม่ทัน จะมีลูกหลานตกเป็นเหยื่อของอบายมุขได้ง่าย และง่ายมากที่จะนำไปสู่การใช้สารเสพติดชนิดที่รุนแรงกว่านี้ และเสี่ยงก็เกิดภัยสุขภาพ ภัยทางสังคมดังที่ได้เห็นในปัจจุบัน

“การทำบุญเดือนสิบ ชาวบ้านจะมีการจัดสำรับไปทำบุญที่วัดเรียกว่า “จัดหฺมฺรับ” โดยต้องมีขนม5 อย่างเป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ คือ 1.ขนมพองเป็นสัญลักษณ์แทนแพสำหรับผู้ล่วงลับใช้ล่องข้ามห้วงมหรรณพ 2.ขนมลา แทนเครื่องนุ่งห่มแพรพรรณ 3.ขนมกง หรือ ขนมไข่ปลา แทนเครื่องประดับ 4.ขนมดีซำ แทนเงินเบี้ยสำหรับใช้สอย 5.ขนมบ้า แทนสะบ้าใช้เล่นในงานเทศกาลสงกรานต์ ส่วนขนมชนิดที่ 6 ซึ่งคนเฒ่าคนแก่บางคนบอกว่าจำเป็นต้องมีคือ ขนมลาลอยมัน ใช้แทนฟูกหมอน”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โซเซียลเสียงแตก? หลังรองผู้ว่าฯตอบปม’แอ๊ด คาราบาว’โพสต์ขอโทษพ่อเมืองสุพรรณ

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686753

โซเซียลเสียงแตก? หลังรองผู้ว่าฯตอบปม'แอ๊ด คาราบาว'โพสต์ขอโทษพ่อเมืองสุพรรณ

โซเซียลเสียงแตก? หลังรองผู้ว่าฯตอบปม’แอ๊ด คาราบาว’โพสต์ขอโทษพ่อเมืองสุพรรณ

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 22.11 น.

15 ต.ค.65 หลังจาก เพจ Carabao Official ได้โพสต์คำขอโทษของ ‘แอ๊ด คาราบาว’ ซึ่งสำนึกผิดจากอารมณ์ชั่ววูบกรณีได้ใช้วาจาลบหลู่ด่ากราดผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรีจากบนเวทีต่อหน้าผู้คนนับพัน เมื่อคืนวันที่ 12 ต.ค.2565 ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ทำให้ผู้ว่าฯ มอบหมายให้ฝ่ายนิติกรแจ้งความดำเนินคดีแอ๊ด คาราบาว นั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘แอ๊ด คาราบาว’กราบขอโทษผู้ว่าฯสุพรรณ รับอารมณ์ชั่ววูบ-ขาดสติ)

ล่าสุดบนหน้านายปรีชา ทองคำ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ได้เข้ามาตอบเรื่องคำขอโทษของแอ๊ด คาราบาว บนหน้าเพจของ Nopadol Prompasit ซึ่งได้ถามว่า ท่านรองผู้ว่าฯ ว่าไง จบนะ 55555 ทางด้านนายปรีชา ได้ตอบว่า “ขึ้นอยู่กับท่านผู้ว่าฯ ครับ แต่ถ้าเป็นผม จะขอรับคำขอโทษเป็นถุงยังชีพสัก 2,000 ถุง เอาไปช่วยชาวสุพรรณที่กำลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม คนสุพรรณด้วยกัน ก็จับมือกันช่วยชาวสุพรรณ น่าจะดี…55555”

ขณะเดียวกัน ได้มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก เสียงแตกกันไปต่างๆนาๆ บางส่วนเห็นว่า ทางผู้ว่าฯควรจะดำเนินคดีกับแอ๊ด คาราบาว จนถึงที่สุด อย่าให้จบง่ายเลย  เอาเป็นตัวอย่างซะที เกรี้ยวกราดเก่ง ทุกคำด่ามีราคา บางคนก็บอกว่าควรจะถอดออกจากศิลปินแห่งชาติไปเลย ส่วนอีกฝั่งเห็นว่า เมื่ออีกฝ่ายสำนึกผิดก็ควรให้อภัยกันได้ คนบ้านเดียวกัน  จบแบบนี้ดีแล้วครับ ท่านนักร้องรู้ตัวว่าตัวเองเป็นใครแล้ว ท่านผู้ว่าก็อย่าถือสาคนขาดสติเลยเนอะ ,เป็นไอเดียที่ดีมากแต่น่าจะ 5,000 ชุดนะ(จะได้จำตัวเองได้)..หายหลงตัวเอง! เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลเฟซบุ๊ก Nopadol Prompasit

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เวลาเขารักเขาชอบใจเสียงมันก็เพราะ เวลาเขาโกรธหรือเขาเกลียดเสียงมันก็ไม่เพราะ

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686733

เวลาเขารักเขาชอบใจเสียงมันก็เพราะ เวลาเขาโกรธหรือเขาเกลียดเสียงมันก็ไม่เพราะ

เวลาเขารักเขาชอบใจเสียงมันก็เพราะ เวลาเขาโกรธหรือเขาเกลียดเสียงมันก็ไม่เพราะ

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.37 น.

คำสอนระหว่างเข้าพรรษาปี ๒๕๒๑ โดย พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี

ตอนที่ ๑๐ พระสกิทาคามีมรรค-ราคะ ๒

ท่านสาธุชนพุทธบริษัททั้งหลายและพระโยคาวจรทั้งหลาย ตลอดจนกระทั่งท่านพระภิกษุสามเณรทั้งหลาย เวลานี้ท่านทั้งหลายได้พากันสมาทานศีล สมาทานพระกรรมฐานแล้ว ก็เป็นวาระที่ท่านทั้งหลาย จะเริ่มใช้อารมณ์จิตของท่านให้เป็นประโยชน์ เพื่อตัดกิเลสให้เป็นสมุจเฉทปหาน

สำหรับเมื่อวันวานนี้ กระผมได้พูดถึงเรื่องของ นิพพิทาญาณ ในหมวดของอานาปานุสสติกรรมฐาน ความจริงก็ยังไม่จบ แต่ทว่าจะขอย้อนรอยถอยหลังสักนิดหนึ่งว่า การเจริญพระกรรมฐานที่จะให้ได้ดี ไม่ใช่ว่าเราจะตั้งหน้าตั้งตาทำแต่สมาธิอย่างเดียว หรือว่าจะทำแต่วิปัสสนาญาณอย่างเดียว ถ้าทำแบบนี้ไม่มีผล

การที่จะปฏิบัติให้มีผลจริงๆ นั่นก็คือ ต้องมีอารมณ์สำรวมอยู่เสมอ คำว่า สำรวม ก็ได้แก่ การระมัดระวัง คือ หนึ่ง ระวังศีล อย่าให้บกพร่อง สอง ระวังสมาธิ อย่าให้เคลื่อน สาม ระวังปัญญา อย่าให้ใช้ไปในด้านของอกุศล ถ้าท่านทั้งหลายระวังอยู่อย่างนี้เป็นปรกติ ผลแห่งการปฏิบัติไม่เป็นของยาก

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อิทธิบาท ๔ ฉันทะ มีความพอใจในอารมณ์กรรมฐานที่เราจะพึงปฏิบัติ วิริยะ มีความขยันหมั่นเพียร รุกไล่กิเลสให้มันพินาศไป จิตตะ สนใจในเรื่องการเจริญกรรมฐานโดยตรง วิมังสา ใช้ปัญญาพิจารณาควบคุมจิต ว่าเวลานี้จิตของเราตกอยู่ในสภาวะอะไร ตกอยู่ในสภาพของกุศลหรืออกุศล เป็นอันว่าถ้าท่านทั้งหลายมีอิทธิบาท ๔ ครบถ้วน การเจริญกรรมฐานเป็นของไม่ยาก

และประการต่อไปก็คือ การเข้าใจ ฟังแล้วคิด คิดแล้วทดลองในการปฏิบัติ การทดลองในการปฏิบัติต้องเป็นการทดลองอย่างจริงจัง ไม่ใช่ทำเล่น หากว่าท่านทั้งหลายทำได้อย่างนี้เป็นปรกติ ก็เป็นอันว่าการเจริญกรรมฐานเป็นเรื่องเล็กไม่ใช่เรื่องใหญ่

ต่อนี้ไปก็จะขอเตือนบรรดาท่านพระโยคาวจรทั้งหลาย ว่าการเจริญกรรมฐานที่ดีจริงๆ เราต้องมีศีลบริสุทธิ์เป็นปรกติ อย่าใช้อารมณ์ที่เป็นอกุศลภายนอก กายวาจาให้อยู่ในธรรม อย่าทำกายวาจาให้เข้าไปถึงด้านอกุศล นั่นแสดงว่าจิตมันเลว ถ้าจิตดี กายวาจามันก็ดี ถ้าจิตเลว กายวาจามันก็เลว เราเกิดมาเวลานี้เราต้องการความดีหรือว่าต้องการความเลว ถ้าเราต้องการความดี ก็พยายามทรงความดีไว้ เอาจิตใจคุมไว้ในด้านของความดี วิธีปฏิบัติพระกรรมฐานให้ใช้อารมณ์พิจารณากับอารมณ์ทรงตัวสลับกันไป

เพราะวันนี้จะพูดถึงสังขารุเปกขาญาณ วิธีทรงตัวก็คือ ควบคุมอารมณ์ใจให้เป็นสมาธิตามที่ท่านปรารถนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทนี้เป็นบทของอานาปานุสสติกรรมฐาน

และก็อานาปานุสสติกรรมฐานนี่ ท่านจะทำกรรมฐานหมวดใดก็ตาม จะต้องใช้อานาปานุสสติกรรมฐานขึ้นต้นไว้เสมอ ถ้าหากว่าท่านทิ้งอานาปานุสสติกรรมฐานเมื่อไร นั่นหมายความว่ากรรมฐานของท่านจะสลายตัว คือ ศีลก็ไม่ทรงตัว ศีลที่ทรงตัวเขาเรียกว่าสีลานุสสติกรรมฐาน สมาธิก็ไม่ทรงตัว สมาธิทรงตัวเขาเรียกจิตตานุปัสสนามหาสติปัฏฐาน วิปัสสนาญาณมันก็ไม่เกิด

นี่เราจะต้องคุมอารมณ์สมาธิ วิธีการคุมอารมณ์สมาธิก็มีทั้งสองแบบ แบบที่หนึ่งคือ ทรงอารมณ์จิตให้หยุด คำว่าหยุดหมายความว่า ใช้คำภาวนาหรือกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกไว้เป็นปรกติ โดยไม่คิดถึงอารมณ์อื่นใด อย่างนี้เรียกว่าทรงให้หยุด และสมาธิในด้านของการหยุด คือ จิตมันหยุดคิดเรื่องอื่น คิดเฉพาะกิจที่เราจะพึงกระทำ คือคิดถึงคำภาวนา คิดถึงลมหายใจเข้าออกโดยเฉพาะ คำว่าหยุดนี่ไม่ใช่หยุดเลย หยุดอารมณ์อื่น คือทรงอารมณ์ไว้โดยเฉพาะ นี่เป็นแบบหนึ่ง

อีกแบบหนึ่ง ก็ใช้การพิจารณาในด้านกรรมฐานที่จะพึงมีสำหรับการภาวนา หรือว่าด้านวิปัสสนาญาณ คือพิจารณานะครับ ไม่ใช่ภาวนา พิจารณาใคร่ครวญหาเหตุหาผล หาผลเพื่อการละ เมื่อการพิจารณามันเฟื่องเกินไป จิตจะฟู จะออกนอกลู่นอกทาง ก็ทิ้งการพิจารณาเสีย หันเข้ามาจับอารมณ์หยุด คือ อานาปานุสสติควบกับคำภาวนา ว่ายังไงก็ได้ตามใจท่าน จนกระทั่งจิตทรงอารมณ์ตัวดีแล้ว ก็มีความเยือกเย็นดี คลายอารมณ์มาใช้การพิจารณา ถ้าทำสลับกันไปสลับกันมาอย่างนี้ ความเป็นพระโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์เป็นของไม่ยาก อย่าลืมว่าทุกท่านต้องมีอิทธิบาท ๔ ครบถ้วน

วันนี้ขอย้อนรอยถอยหลังไปหานิพพิทาญาณสักนิดนึง ความจริงวิปัสสนาญาณนี่มี ๙ แต่ผมนำมาพูดกับพวกท่านเพียง ๒ ก็เพราะว่าเห็นว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านั้นไม่หนัก และก็มีความสำคัญน้อย ความสำคัญใหญ่ในด้านการปฏิบัติ เราก็จับนิพพิทาญาณให้ได้

วันนี้พูดกันถึงว่าสกิทาคามีมรรค ในด้านของกามฉันทะ เราหาทางตัดกามคุณ โดยอารมณ์ที่เห็นว่ารูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศ เป็นของดี เรามานั่งพิจารณากันดูว่ามันดีจริงๆ หรือว่ามันเลว สิ่งที่เราปรารถนานั่นคืออะไร สิ่งที่เราปรารถนาจริงๆ คือความผ่องใสของรูป เสียง กลิ่น รสและสัมผัส

รูปสวย เราชอบ เสียงเพราะ เสียงที่ไพเราะเป็นประโยคจับใจ เราชอบ กลิ่นหอม เราชอบ รสอร่อย เราชอบ สัมผัสเป็นที่ถูกใจ เราชอบ แต่ว่าสิ่งที่เราชอบนั้น มันทรงตัวหรือเปล่า มันจะทรงตัวสวยสดงดงามอยู่ตามนั้น มันจะหอมหวลยวนใจอยู่ตามนั้น มันจะมีรสอร่อยในการสัมผัสอยู่ตามนั้น มันมีมั้ย มีอะไรบ้างในการทรงตัวแบบนี้

ในที่สุดเราก็มองเห็นว่ามันไม่มี ไม่มีอะไรทรงตัวเป็นปรกติ มันมีการเคลื่อนไปเพื่อสลายตัว รูปสวยเดี๋ยวก็เศร้าหมอง เสียงเพราะผ่านไป เสียงของบุคคลคนเดียวกัน เดี๋ยวก็เพราะ เดี๋ยวก็ไม่เพราะ เวลาเขารักเขาชอบใจ เสียงมันก็เพราะ เวลาเขาโกรธหรือเขาเกลียด เสียงมันก็ไม่เพราะ กลิ่นก็เช่นเดียวกัน มันจะหอมตลอดกาลตลอดสมัยได้ไหม มันก็หอมไม่ได้ หอมผ่านจมูกไปแล้วก็หายไป ดีไม่ดีเก็บไว้นานๆ กลายเป็นกลิ่นเหม็น รสที่สัมผัสปลายลิ้นกับกลางลิ้น พอถึงโคนลิ้นมันก็หายไป

การสัมผัสระหว่างเพศ เราปรารถนากันมากว่ามันเป็นสุขแต่ดูคนที่เขามีคู่ครอง เขาสร้างสุขหรือเขาสร้างทุกข์ ความเป็นอิสระของเราไม่มี ถ้าเรามีคู่ครอง เพราะว่าจะต้องมีความห่วงใยในคู่ครองเป็นปรกติ ถ้ามีลูกหลานเหลนขึ้นมาเป็นยังไง ถ้าสภาพของบุคคลที่เป็นคู่ครองของเรา เขาจะสาว เขาจะหนุ่ม สวยสดงดงามตลอดเวลาหรือเปล่า อย่าลืมมองดูคนแก่บ้าง คนที่แก่น่ะเขาหนุ่มเขาสาวกันมาแล้วทั้งนั้น แต่ในที่สุดเมื่อสภาพความแก่เกิดขึ้น มันมีสภาวะเป็นอย่างไร

นั่งมองโลกนี้ว่ามันเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ การมีคู่ครองเป็นสุขหรือเป็นทุกข์ นึกเอาเอง เพราะว่าทุกคนมีปัญญา ว่ากันโดยนัยแล้ว ไม่มีอะไรทรงตัว มันมีสภาพนำมาซึ่งความทุกข์ แล้วมันน่ารักน่าปรารถนา แล้วก็น่าเบื่อ ใช้ปัญญาพิจารณาดูให้ดี เป็นอันว่าเบื่อ ท่านจะเบื่อหรือไม่เบื่อ แต่ผมเบื่อ ผมถือว่าผมเบื่อแล้ว และก็เบื่อถึงที่สุดของจิต ไม่เคยคิดไม่เคยปรารถนา เพราะว่าเห็นคนก็เหมือนเห็นซากศพ เห็นวัตถุที่มีอาการผ่องใส ก็สลดใจว่ามันผ่องใสไม่นาน เพราะว่าเห็นมันมามาก ผ่านชีวิตมาหลายสิบปี มีความเข้าใจดีในเรื่องนี้

นี้สำหรับท่านจะเบื่อหรือไม่เบื่อ เมื่อนิพพิทาญาณเกิดขึ้น ก็มีหลายคนอยากจะตาย หากว่าท่านจะถามผมว่าอยากตายมั้ย เวลานั้นมันอยากตายจริงๆ เห็นคนเลวเบื่อ เห็นสัตว์เลวเบื่อ เห็นวัตถุธาตุทั้งหลายเบื่อ เห็นบริวารเลวก็สะอิดสะเอียน เห็นเพื่อนเลวก็รังเกียจ รวมความว่าเราหาคนดีกันไม่ได้

คำว่าหาคนดีกันไม่ได้ บางทีเขามีนิสัยดี มีจริยาดี มีจิตซื่อตรง แต่ร่างกายของเขามันไม่ดี ร่างกายของเขามันเดินเข้าไปหาความผุความพัง เดี๋ยวก็เป็นโรคอย่างนั้น เดี๋ยวก็มีอาการอย่างนี้ ความแปรปรวนมันเกิด เลยพบความไม่ดี ก็เลยเบื่อ

บริษัทบริวารก็เหมือนกัน ทุกคนเขาอาจจะเป็นคนดี แต่เขาเป็นที่พึ่งของเราไม่ได้จริงจัง ไม่ได้ตลอดกาลตลอดสมัย เพราะว่าเขาต้องตกอยู่ในสภาพของ อนิจจัง-หาความเที่ยงไม่ได้ ทุกขัง-ความทุกข์มันยุ่งกับเขา อนัตตา-ในที่สุดเขาก็ตาย เป็นอันว่าที่พึ่งของเรา จะพึ่งใครก็ตาม เขาก็แก่ลงไปทุกวัน เขาก็ป่วยทุกวัน เขาก็ตายทุกวัน เป็นอันว่าเราก็จำจะต้องเบื่อ เพราะสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เรารัก มันมีสภาพเป็นอย่างนั้น เขาเองเขาก็ไม่อยากจะเป็นอย่างนั้น แต่ว่ากฎธรรมดามันบังคับ

ในเมื่อความเบื่อเกิดขึ้นมากๆ ก็อยากจะตาย ในสมัยพระพุทธเจ้า พระจ้างปริพาชกฆ่าเสียหลายสิบองค์ ให้ฆ่าตนและก็ให้เครื่องบริขารเป็นเครื่องรางวัล ฉะนั้นองค์สมเด็จพระพิชิตมารจึงได้ทรงแนะนำว่า ท่านทั้งหลายเมื่อพิจารณากายแยกออกเป็นชิ้นเป็นส่วนแล้ว จงรวมเข้าไว้ก่อน คำว่ารวมเข้าไว้ก่อนก็หมายความว่า อย่าเพิ่งทิ้งมัน ถ้าถึงเวลา มันพังของมันเอง ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา นั่นก็คือใช้สังขารุเปกขาญาณ

ถ้าเป็นญาณในโลกียฌาน เราเรียกว่า อุเบกขา แปลว่าวางเฉยในอารมณ์ แต่ว่าในด้านวิปัสสนาญาณ เรียกว่า สังขารุเปกขาญาณ คือ ใช้ปัญญารู้ตามความจริง แล้วก็มีความวางเฉยในเรื่องของขันธ์ ๕ ขันธ์ ๕ ของเรา ขันธ์ ๕ ของเขา เราก็เฉยหมด เฉยเพราะว่าอะไร

เพราะว่ามันจะพังก็ช่างมัน มันไม่พังก็ช่างมันมันจะหนุ่มก็ช่างมัน มันจะสาวก็ช่างมัน มันจะป่วยก็ช่างมัน มันจะแก่ก็ช่างมัน มันจะตายก็ช่างมัน ทำไมจึงช่าง ก็เพราะธรรมดาเขาเป็นอย่างนั้น ทำจิตของเราให้สบาย ยอมรับนับถือกฎของธรรมดา ถือว่าธรรมดามันเป็นอย่างนี้ เราไม่มีทางจะเลี่ยง อาการมันเกิดขึ้น จิตเราไม่วุ่นวาย จะเกิดยังไงก็ช่าง ถือว่าขันธ์ ๕ อันนี้ไม่ช้ามันก็พัง พังเมื่อไหร่เราไปนิพพานเมื่อนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราก็หันเข้ามาถึงเรื่องกามฉันทะ ในสกิทาคามีมรรคและสกิทาคามีผล เรายังตัดกันไม่ได้เด็ดขาด ในเรื่องกามฉันทะ หรือโลภะ หรือโทสะ หรือโมหะ แต่ก็บรรเทาลงมาก คล้ายๆ กับจะได้อานาคามีผล

ที่นี้วิธีที่เราจะระงับมันได้จริงๆ อย่าลืมว่า ต้องใช้กรรมฐาน หนึ่ง กายคตานุสสติ และอสุภกรรมฐาน ประจำใจไว้เสมอ ให้มีความรู้สึกทรงตัว เรื่องความรักในเพศหยุดที เรียกว่าหยุดกันเสียที เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นปัจจัยของความทุกข์ สิ่งที่เรารักมันสกปรก ตามที่พูดมาแล้วอย่าย้ำให้มากเลย ในเมื่อมันสกปรกโสโครกอย่างนั้น จะเอาอะไรมาดี

แล้วก็นำมรณานุสสติกรรมฐานเข้ามาว่าคนที่เรารักนี่ไม่ช้าก็ตาย ตายแล้วมันน่ารักตรงไหน เป็นอันว่าคนที่เรารัก ก็คือเรารักส้วมเคลื่อนที่นั่นเอง มันเต็มไปด้วยความสกปรก เต็มไปด้วยความโสโครก และในที่สุดก็ต้องมาเป็นผีตาย และร่างกายของเราก็มีสภาพอย่างนั้น ในเมื่อเรากับเขามีสภาพเสมอกัน ต่างคนต่างสกปรก ต่างคนต่างไม่ทรงตัว ต่างคนต่างตาย จะมานั่งรำพึงรำพันด้วยความรักมันด้วยประโยชน์อะไร ใจก็วางเฉย

จะมายังไงก็ช่าง เห็นคน ทำจิตให้สภาพเหมือนเห็นศพ เห็นผิวพรรณก็ดูภายใน แม้แต่ผิวพรรณเขาก็สกปรก มันไม่ได้สะอาด ที่นี้สภาวะของจิตมีความเบื่อหน่าย เบื่อหน่ายนี่มันท้อแท้ใจ เราก็ทำใจวางเฉยในสังขารุเปกขาญาณ ว่าสภาพความสกปรกอย่างนี้ สภาพวุ่นวายของความรักอย่างนี้ มันไม่มีสำหรับเราแล้ว เราจะไปยุ่งอะไร ใครจะมา ใครจะไปยังไง เราก็เฉย

อันดับแรกอยู่ลืมว่า มึงมากูมุด คำว่ามึงมากูมุด มึงหยุดกูแหย่ มึงแย่ก็ตี มึงหนีกูตาม มึงมากูมุดนั่น หมายถึงว่า ถ้าเห็นว่าสภาวะที่เราจะพึงรับเป็นกามฉันทะ เราก็มุดเข้าไปหา อสุภกรรมฐานกับกายคตานุสสติ แล้วจับสักกายทิฏฐิ เห็นว่าร่างกายมันไม่ใช่ใคร ไม่ใช่ของใคร เป็นธาตุ ๔ ที่ตัณหาสร้างขึ้น ใช้เป็นเรือนร่างชั่วคราว ใจก็มีอารมณ์สบาย เมื่อจิตมีอารมณ์สบาย ใจมันเฉย อารมณ์มันเบา

อย่าลืมนะครับ อารมณ์ของสมถะที่เป็นฌาน มันก็มีสภาพคล้ายๆ ความเป็นอรหันต์เหมือนกัน แต่อารมณ์หนัก แนบแน่น หนักหน่วง แต่อารมณ์ตัดจริงๆ เป็นอารมณ์เบา มีความสบายๆ เฉยๆ เหมือนกับไม่มีอะไรมาถ่วงใจ ใจเบา ใจสบาย ความรักในระหว่างเพศมันไม่มี

อาการอย่างนี้เรียกว่าสังขารุเปกขาญาณ ในเฉพาะกามฉันทะที่เราจะพึงตัด แต่อย่าลืมว่าอารมณ์ของพระสกิทาคามี ยังตัดกามฉันทะไม่ได้เด็ดขาด แต่ทว่าก็สามารถที่จะระงับอารมณ์ไว้ได้มาก นานๆ จะมีอารมณ์เกิดสักครั้งหนึ่ง ในเรื่องของการมีความรู้สึกในกามารมณ์

นี้เป็นอันว่าเราเข้าถึงสังขารุเปกขาญาณ อารมณ์ใจสบาย สบายในตอนนี้เรียกว่าเบาลงไปมาก ความรู้สึกในระหว่างเพศ มันจะมีขึ้นมาบ้างสำหรับพระสกิทาคามี แต่ว่ามีแล้วมันถอยหลังเร็ว ถอยไปไหน มันหลบเข้าไปหาอสุภสัญญา อย่าลืมนะขอรับ อันนี้ต้องทำกันให้ชิน จะว่าเห็นหรือไม่เห็น มีความรู้สึกเท่ากัน ถ้าอารมณ์รักเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็ผลักให้มันล้มไปเมื่อนั้น

ใจเรา ผมอยากจะพูดว่า คำว่า มึงมากูมุด เราควรจะพูดใหม่ว่า กูมุดตั้งแต่มึงยังไม่มา มุดตรงไหน มุดเข้าไปอยู่ในอสุภสัญญา คือ ในอสุภกรรมฐานกับกายคตานุสสติ จิตจับอารมณ์ให้ทรงตัวไว้ นั่งนึก นอนนึก จิตพิจารณาอยู่ว่า ใครหนอในโลกนี้ที่จะมีร่างกายสะอาด ร่างกายของบุคคลใดที่เป็นปัจจัยของความสุข มันไม่เป็นปัจจัยของความทุกข์

สมมติว่าเราจะมีคู่ครองสักคน ปรกติในยามเช้าตื่นขึ้นมา เราเข้าห้องน้ำห้องส้วม ไม่เข้าไม่ได้ เสร็จแล้วล้างปากล้างหน้า ต่อมาก็รับประทานอาหาร ทำกิจการงานทุกอย่างก็จะหมดวัน เมื่อสิ้นวันสิ้นเวลาแล้ว เราก็นอนพัก สิ้นงาน ตื่นมาก็ทำงานใหม่ ที่นี้เราจะหาคู่ครองสักคน ที่ได้มาครองแล้วงานทุกอย่างไม่ต้องทำ หน้าไม่ต้องล้าง ปากไม่ต้องล้าง ข้าวไม่ต้องกิน มันสะอาดผ่องใส มันอิ่มอยู่ตลอดเวลา เรามีคู่ครองแล้ว เราจะต้องไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตาย ถ้าหาได้อย่างนี้แล้วก็ควรจะหา

ถ้าบังเอิญหาไม่ได้อย่างนี้ เราก็มุดอยู่ในอสุภสัญญากับกายคตานุสสติกรรมฐาน บวกกับสักกายทิฏฐิ เห็นว่าร่างกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่เขา ไม่ใช่ของเขา ไม่ช้ามันก็พัง เราติดอยู่ในร่างกาย ในรูปสวย เสียงเพราะ กลิ่นหอม รสอร่อย สัมผัสระหว่างเพศ ก็ชื่อว่าเราติดอยู่ในทุกข์ เราหาความสุขไม่ได้ จนกระทั่งมีอารมณ์ใจเย็น เย็นสบาย ไม่วิตกไม่กังวลเรื่องความรักในระหว่างเพศ ไม่วิตกไม่กังวลในเมื่อพบรูปสวย เราก็เห็นว่ามันไม่สวย ฟังเสียงไพเราะ เราเห็นว่ามันเป็นอนัตตา มันหายไป กระทบกลิ่นที่หอมหวานหอมหวลยวนใจ เราก็ถือว่ากลิ่นเดี๋ยวก็หายไปด้วยอำนาจของลม

แล้วหากว่าจะมีการสัมผัส ก็ถือว่านี่เรากระทบซากของผี แต่จิตใจของเรายิ้มอยู่เสมอ ว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้จะเป็นมาร ที่เราเรียกกันว่ากิเลสมาร จนกระทั่งจิตใจของบรรดาพวกท่านทั้งหลาย นานๆ จะมีอารมณ์ราคะเกิดสักครั้งหนึ่ง เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วมีความรู้สึกตัว จิตบอกว่านี่มึงมาอีกแล้วหรือ เจ้าภัยใหญ่ เจ้าตัวร้าย มาอีกแล้วหรือ จิตมีความรู้สึกอย่างนี้ ในที่สุดอารมณ์ก็สิ้นไป

เมื่อความรักในเพศ หรือความรักในรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ เกิดขึ้นเมื่อใด อารมณ์ใจคือปัญญา โผล่ขึ้นมาตัดทันทีทันใด อย่างนี้เราเรียกกันว่าสกิทาคามีผลในด้านของราคะจริต จิตที่มีความรักสวยรักงาม แต่ยังนะขอรับ ยัง ยังไม่เต็มสกิทาคามีดี เพราะเราเริ่มตัดกันเพียงแค่ราคะ แต่ก็อย่าลืมว่าถ้าเราจะตัดกิเลสตัวใดตัวหนึ่ง ที่มันเป็นตัวนำ ในราคะก็ดี ในโลภะก็ดี ในโทสะก็ดี ในโมหะก็ดี ถ้าตัวใดตัวหนึ่งมันพังลงไปแล้ว ทุกตัวมันก็พลอยพังด้วย เพราะมันไม่สามารถจะช่วยกันพยุงได้

รากเหง้าของกิเลสทั้งหลาย องค์สมเด็จพระจอมไตร กล่าวว่า มีอยู่ ๓ คือ ราคะ โทสะ โมหะ หรือว่าโลภะ โทสะ โมหะ มันเป็นโต๊ะ ๓ ขา ในเมื่อมันหักไปสักขา อีก ๒ ขาก็ไม่สามารถจะยันได้ฉันใด รากเหง้าของกิเลสทั้ง ๓ ประการนี่ก็เช่นเดียวกัน หากว่าท่านทั้งหลายทำลายราคะเฉพาะตัวนี้ให้พินาศไป จนกระทั่งกำลังใจทรงเป็นอุเบกขาญาณ ไม่หวั่นไหวในรูปเสียงกลิ่นรสและสัมผัส อย่างนี้ธรรมะขององค์สมเด็จพระสวัสดิโสภาค ระวังให้ดีนะครับ บางทีท่านไม่อยู่แค่สกิทาคามี และบางทีท่านก็ไม่อยู่ในเขตพระอนาคามี ดีไม่ดีปุบปับเป็นอรหันต์ทันที

เอาละสำหรับวันนี้ มองดูเวลาก็หมดแล้ว ขอบรรดาสาวกขององค์สมเด็จพระประทีปแก้ว จงพากันตั้งกายให้ตรง ดำรงจิตให้มั่น กำหนดรู้ลมหายใจเข้าหายใจออก ใช้คำภาวนาและพิจารณาตามที่ท่านเห็นว่าสมควรแก่เวลา ถ้าชอบใจอย่างไหน ทำอย่างนั้น ชอบใจอิริยาบถอย่างไหน ทำอย่างนั้น เรื่องอิริยาบถนี่บอกกันมาเป็นปรกติ ว่าจะนั่งก็ได้ จะนอนก็ได้ จะยืนก็ได้ จะเดินก็ได้ แต่ก็ยังมีหลายรายไม่มีความพอใจ เป็นที่น่าเสียดาย เอาละเวลาหมดแล้ว สำหรับวันนี้ก็ขอยุติไว้แต่เพียงเท่านี้.

จบ ตอนที่ ๑๐ พระสกิทาคามีมรรค-ราคะ ๒ คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=2&t=45258

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!​ตาวัย 78 แต่งยาย 68 คู่แรกของหมู่บ้าน​ลูกหลานไม่ขัดให้มีความสุขบั้นปลาย​

Posted on October 19, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/686724

ฮือฮา!​ตาวัย 78 แต่งยาย 68 คู่แรกของหมู่บ้าน​ลูกหลานไม่ขัดให้มีความสุขบั้นปลาย​

ฮือฮา!​ตาวัย 78 แต่งยาย 68 คู่แรกของหมู่บ้าน​ลูกหลานไม่ขัดให้มีความสุขบั้นปลาย​

วันเสาร์ ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 19.14 น.

ฮือฮา! เลขานายกเทศมนตรีตำบลหนองแวง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์​ วัย 78 แต่งงานกับยายวัย 68 ถือเป็นผู้สูงอายุคู่แรกของหมู่บ้านที่แต่งงานกัน ลูกหลานไม่ขัดเพราะอยากให้ทั้งคู่มีความสุขในบั้นปลายชีวิต หลังต่างฝ่ายต่างเป็นหม้ายและคบหาเป็นเพื่อนกันมานาน 36 ปีเพื่อนบ้านลูกหลานแห่แสดงความยินดีชื่นมื่น   

วันที่ 15 ต.ค.65 บรรยากาศที่บ้านเลขที่ 1 บ้านราษฎร์รักแดน หมู่ 9 ต.หนองแวง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้มีการจัดงานแต่งงานแบบเรียบง่ายตามประเพณี แต่ที่สร้างความฮือฮาคือคู่บ่าวสาวเป็นผู้สูงอายุ ระหว่างนายทิน ยงอาหาร อายุ 78 ปี เจ้าบ่าว​ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นเลขานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลหนองแวง กับนางวิเชียร ลีลาน้อย อายุ 68 ปี เจ้าสาวซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ถือเป็นการแต่งงานคู่แรกที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นผู้สูงอายุทั้งคู่ ซึ่งก็มีบรรดาลูกหลานเพื่อนบ้านต่างมาผูกข้อไม้ข้อมือให้กับบ่าวสาว พร้อมอวยพรและแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่น ซึ่งทั้งคู่ต่างก็เคยมีครอบครัวแต่ต่างฝ่ายต่างเป็นหม้ายและคบกันเป็นเพื่อนมานาน 36 ปีแล้ว ก่อนจะตัดสินใจแต่งงานกันซึ่งลูกหลานของทั้งตายาย ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรเพราะอยากให้มีความสุขในบั้นปลายชีวิตและจะได้ดูแลกันและกันยามแก่เฒ่า      

จากการสอบถามยายวิเชียร เจ้าสาว บอกว่า ที่ตัดสินใจแต่งงานกับตาทิน เพราะตาเป็นคนนิสัยดีไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ และยายกับตาก็เป็นเพื่อนกันมานานกว่า 30 ปีแล้ว​ หลังต่างฝ่ายต่างเป็นหม้าย แต่ก็จัดงานแต่งแบบเรียบง่ายให้ถูกต้องตามประเพณีเท่านั้น ทั้งดีใจและเขินที่มาแต่งงานกันตอนอายุมาก

ด้านตาทิน บอกว่า ตนเคยมีครอบครัวมีลูก 3 คน แต่ลูกๆ ก็แต่งงานไปอยู่กับครอบครัวหมดแล้ว ส่วนภรรยาก็เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว ตนอยู่เป็นพ่อหม้ายมากว่า 30 ปีแล้ว  ส่วนสามีของยายก็เสียชีวิตไปแล้ว อยู่เป็นหม้ายมากว่า 30 ปี ส่วนลูกๆ ก็แต่งงานไปอยู่กับครอบครัวเหมือนกัน ส่วนสินสอดก็เป็นเงิน 20,000 บาท ที่ผ่านมาก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันมาตลอด  ก็เห็นว่าต่างคนต่างอายุมากแล้วลูกหลานก็มีครอบครัวกันหมดแล้ว จึงตัดสินใจมาขอยายแต่งงานผูกข้อไม้ข้อมือตามประเพณีก่อนจะใช้ชีวิตร่วมกัน เพื่อจะได้ดูแลกันยามแก่เฒ่า   

ด้านนายประพจน์ โสดก ผู้ใหญ่บ้านราษฎร์รักแดน บอกว่า ก็ถือเป็นผู้สูงอายุคู่แรกของหมู่บ้านที่แต่งงานกัน ก่อนหน้านี้ตาเคยพูดว่าอยากจะจัดงานแต่งก็คิดว่าแค่พูดแล่น   พอวันนี้มีการจัดงานแต่งกับยายในหมู่บ้านจริงๆ ก็รู้สึกเซอร์ไพรส์มาก แต่ก็ดีใจกับตา ยาย ทั้งสองคนด้วยจะได้มีคนดูแลกันและกันในยามแก่เฒ่า ก็ขออวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข เหมือนคำสุภาษิตถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรดั่งคำโบราณที่ว่าไว้ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,934,724 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
นายกฯ อวยพรวันแรงงานสากล ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคงในชีวิต
ค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ นายกฯ บอก อนาคตโซลาร์รูฟจะไม่แพง
ศาลสิงคโปร์สั่งปรับนักกิจกรรมหญิง 3 คน เดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
รมว.พม. ผนึกกำลัง 20 กระทรวง ขับเคลื่อนกลไกพัฒนาสตรี ลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ สร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่าเทียมกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ พูดติดตลกไม่อยากใส่เสื้อกันกระสุน เพราะกลัวดูอ้วนขึ้นอีก
สยามดนตรียามาฮ่า ฉลอง 60 ปี ลงนาม MOU ปั้นโมเดล ‘ดนตรีบำบัด’ ไทย-ญี่ปุ่น
ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ
เปาบุ้นจิ้นไทยภักดี หมอวรงค์ อาสาตีแผ่ความจริงกลางสภา หลังอธิบดีฝนหลวงร่อนจดหมายลาออก ชมคลิป
รถบัสฝึกขับพุ่งตกแม่น้ำแซน ใกล้กรุงปารีส ผู้โดยสาร 4 ชีวิตรอด

Recent Posts

  • อาสาสมัครรวมพลัง พา “นกกีวี” กลับคืนเมืองหลวงนิวซีแลนด์ หลังหายไปกว่า 100 ปี
  • อังกฤษตั้งข้อหาพยายามฆ่า “เอสซา สุไลมาน” หลังแทงชาวยิว 2 รายในลอนดอน
  • ทีมกฎหมายเตรียมเข้าพบ “อองซาน ซูจี” สุดสัปดาห์นี้ หลังเมียนมาย้ายกักตัวในบ้านพัก
  • “ทรัมป์” ประกาศยกเว้นภาษี “สกอตช์วิสกี้” ให้สหราชอาณาจักร เพื่อเป็นเกียรติแก่ “คิงชาร์ลส์”
  • ออสเตรเลียเดือด มวลชนบุกล้อม รพ. หวังล้างแค้นผู้ต้องหาฆ่า ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d