Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แม็กมาทำเ_ี้ยไรก็ไม่รู้? จ่อฟันโทษพนักงานธนาคารไลฟ์สด-พูดคำหยาบขณะทำงาน

Posted on September 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681921

แม็กมาทำเ_ี้ยไรก็ไม่รู้? จ่อฟันโทษพนักงานธนาคารไลฟ์สด-พูดคำหยาบขณะทำงาน

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.56 น.

22 ก.ย.65 จากกรณีทวิตเตอร์ Red skull โพสต์คลิปวิดีโอขณะที่สาวแบงก์รายหนึ่ง กำลังนั่งทำงานอยู่ และได้ไลฟ์สดในแอปพลิเคชันติ๊กต็อก พูดคุยกับคนในแอปฯ ที่เข้าดูไลฟ์ ปรากฎว่ามีช่วงหนึ่งที่เธอกำลังจะนำธนบัตรเข้าเครื่องนับ เธอได้พบกับธนบัตรที่ลูกค้าเย็บแม็กติดมาด้วย เธอพูดคำหยาบใส่ลูกค้า ว่า “แม็กมาทำเ_ี้ยไรก็ไม่รู้”

ล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารต้นสังกัดของสาวในคลิป ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า “ตามที่ปรากฏมีคลิปพนักงานธนาคาร live สด และใช้ถ้อยคำไม่สุภาพขณะปฏิบัติงาน

ธนาคารได้ตรวจสอบ และพบว่าเป็นพนักงานของธนาคารจริง ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสม และไม่เป็นไปตามคำนิยมหลักที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการ ตามกระบวนการของธนาคารโดยเร็ว ธนาคารขอเรียนว่า ธนาคารยังคงยึดมั่นและมุ่งมั่นให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าเสมอมา ธนาคารกสิกรไทย 22 กันยายน 2565″.-008

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Red skull

แม็กทำเหี้ยไรค่ะคุณลูกค้า กล้าไลฟ์ตอนทำงานแถมแสดงพฤติกรรมแบบนี้ คนที่นั่งดูไลฟ์หลายคนเป็นลูกค้าทั้งนั้น เห็นพฤติกรรมแบบนี้ละขอให้เจริญก้าวหน้าในการงานนะจ้ะ ถ้าตั้งใจทำงานไม่ห่วงไลฟ์คงเห็นแม็กที่เย็บอยู่ไม่ต้องสถบเงินของลูกค้าแบบนี้ #ธนาคารสีเขียว pic.twitter.com/49RiHJa4JL— Red Skull (@RedSkullxxx) September 22, 2022

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ภาวะโลกร้อน’ กับ ‘เกษตรคนเมือง’

Posted on September 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681914

'ภาวะโลกร้อน' กับ 'เกษตรคนเมือง'

‘ภาวะโลกร้อน’ กับ ‘เกษตรคนเมือง’

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.34 น.

“ภาวะโลกร้อน” นั้น เป็นสิ่งที่คนเมืองได้ตระหนักมาตลอด และ พยายามที่จะเรียนรู้การปลูกผักอินทรีย์เพื่อลดสารเคมี รวมไปถึงการลดการใช้ขยะ และ การนำขยะไปรีไซเคิล เพื่อให้เกิดการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ 

“ภาวะโลกร้อน”ยังได้ก่อแรงกระเพื่อมและสร้างความตื่นตัวอย่างหนักในภาคเอกชนไทย ล่าสุดภาคเอกชนโหมโรมทุ่มงบจัด ESG ซึ่งย่อมาจากสิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social) และ Governance ซึ่งเป็นทิศทางในการดำเนินธุรกิจแห่งโลกปัจจุบันและอนาคตเพื่อเดินร่วมทางกับภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน โดยมีความหวังและเป้าหมายร่วมกันที่จะทำทุกอย่างเพื่อลดภาวะโลกร้อน ด้วยเป้าหมายให้เกิดความเป็นกลางทางคาร์บอนจนถึงขั้นเป็นเน็ต ซีโร่ คาร์บอน (NET ZERO CARBON)  

“ESG FORUM” งานสัมมนาใหญ่ที่ทาง “ประชาชาติธุรกิจ” ในเครือมติชน จัดเวทีสัมมนาครั้งนี้ โดยมีพลังดึงภาคเอกชนรายใหญ่มาขึ้นเวที ได้แก่นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย, ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทพีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC), นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน), มิสเตอร์เจมส์ ทีก ประธาน บริษัทแอสต้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด, นายธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และปิดท้ายเวทีด้วยอาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

สิ่งที่ท้าทายภาคธุรกิจทั้งหมด คือ จะทำอย่างไรให้พนักงานในองค์กรตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ระเบิดจากภายในองค์กรไปสู่สังคมซึ่งเป็น “เอส” ตัวกลางโดยประเด็นนี้บริษัทแอสต้าเซนเนก้าฯของประเทศอังกฤษกล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า การทำให้พนักงานในองค์กรตระหนักถึงการรักษาซึ่งทรัพยากรธรรมชาตินั้นเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ขณะที่นายธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เฟรเซอร์สฯ ก็ให้ความเห็นในทิศทางเดียวกันว่า การทำ ESG นั้นเชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ทำให้พนักงานในองค์กรมีความสุขมากขึ้นและส่งผลต่อศักยภาพการทำงานในองค์กร 

ขณะที่นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ บมจ.เบทาโกรฯบอกว่า การทำ ESG ส่งผลต่อนโยบายการผลิตโปรดักส์ที่มีนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะในเรื่องโปรตีนเพื่อสุขภาพ และ อาหารเนื้อสัตว์ที่ปลอดภัยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 

ส่วนอาจารย์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.บอกว่า การทำ ESG เป็นส่วนสำคัญในการบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งทำให้คนเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งสำหรับเขาเองนั้น เน้นเรื่องเส้นเรื่องฝอย และ การใช้แพลตฟอร์มเข้ามาแก้ปัญหาให้กับคนเมืองมีชีวิตดีขึ้น  

ขณะที่ธนาคารกสิกรไทยนั้นเป็นหนึ่งในแม่ทัพของการทำ “ESG” ในประเทศไทย โดยนางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ซีอีโอหญิงของกสิกรไทยกล่าวบนเวทีเนื้อหาส่วนหนึ่งว่า กสิกรไทยรุกทำ ESG ภายใต้โครงการ GO GREEN Together และทุ่มงบประมาณถึง 2 แสนล้านบาทในการเดินหน้าสู่ Net Zero ภายในปี 2573 จึงเท่ากับว่า นับจากนี้เพียง 8 ปี เท่านั้น ที่กสิกรไทยจะต้อง go to green และ go to net zero นับเป็นการทุ่มสรรพกำลังและตั้งเป้าลดภาวะโลกร้อน โดยเปิดศึกแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน ซึ่งกสิกรไทยนั้นทุ่มงบหนักเพื่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว 

“ESG” คำสามคำ จึงเป็นความหวังที่ท้าทายว่า จะเป็นทิศทางระยะยาวในทุกองคาพยพ เพราะประเด็นหลักคือ ลดภาวะโลกร้อน และ เป้าหมายที่แตกต่างจากการทำ “CSR” ที่เคยโหมโรมกันเมื่อปี 2552-2553 ซึ่งซีเอสอาร์นั้นก็ได้ส่งผลให้สื่อแต่ละค่ายเปิดหน้าซีเอสอาร์ และเปิดโต๊ะข่าวใหม่เพื่อทำข่าวซีเอสอาร์โดยเฉพาะ แต่ปัจจุบันก็พบว่า การทำซีเอสอาร์ก็เงียบไป นี่คือภาวะการณ์ในอดีตที่ต้องเรียนรู้เป็นประวัติศาสตร์ของสังคมไทย 

“ภาวะโลกร้อน” ยังทำให้ล่าสุด นายโจน จันใด หรือ อาจารย์โจน ซึ่งมาคู่กับนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ อาจารย์ยักษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง นั้น ประกาศสงครามกับ “ภาวะโลกร้อน” โดยวันที่ 28 กันยายนนี้ เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป “อาจารย์ยักษ์กับหัวหน้าโจน” จะขึ้นบรรยายเรื่อง “ลดโลกร้อนด้วยการกิน” ในงาน “มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน” หรือ “Sustainability Expo SX2022” ซึ่งงานเอ็กซ์โปนี้จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2565 เรียกว่า เป็นงานใหญ่เรียกน้ำย่อยประเดิมไตรมาส 4 ของปี 2565 ซึ่งถึงเวลาที่จะต้องตระหนักถึงการลดการใช้ทรัพยากรที่สิ้นเปลืองพลังงาน เพื่อเดินหน้าสู่การเป็นสังคม ZERO CARBON ภายในงานนี้ยังมี 4 โซนหลัก ได้แก่ SEP INSPIRATION, BETTER ME, BETTER LIVING และ BETTER COMMUNITY โดยโซนแรก คือ SEP INSPIRATION เป็นโซนที่ให้เรียนรู้เรื่องเกษตรคนเมือง และ เกษตรพอเพียงเพื่อน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหัวใจของการจัดงานนี้อย่างเต็มอิ่ม

แต่ถึงกระนั้น ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนด้วยรูปแบบใดก็ตาม การเลือกที่จะไม่หนี และ ไม่สู้กับ “ภาวะโลกร้อน” ซึ่งกำลังบันดาลให้เกิดภัยธรรมชาติอยู่นั้น ก็ยังเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะการตั้งเป้าสู้กับภาวะโลกร้อนมากไป มนุษย์อาจจะแพ้ได้ เพราะจะทำให้เกิดภาวะตึงเกิดไป จึงควรใช้วิธีรักษาใจ อยู่กับสภาวะธรรมชาติที่มันเปลี่ยนแปลงไปด้วยหัวใจที่ร่มเย็นเป็นสุขและมีเมตตาต่อกัน ตรงนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ลดภาวะโลกร้อนได้โดยไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เดือดกลางดึก!แอดมินเพจ@กรุงเทพมหานคร ไฝว้คนวิจารณ์‘ชัชชาติ’

Posted on September 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681912

เดือดกลางดึก!แอดมินเพจ@กรุงเทพมหานคร ไฝว้คนวิจารณ์‘ชัชชาติ’

เดือดกลางดึก!แอดมินเพจ@กรุงเทพมหานคร ไฝว้คนวิจารณ์‘ชัชชาติ’

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.15 น.

เดือดกลางดึก!แอดมินเพจ@กรุงเทพมหานคร ไฝว้คนวิจารณ์‘ชัชชาติ’

23 กันยายน 2565 นายกนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรายการข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Kanok Ratwongsakul Fan Page มีรายละเอียดดังนี้…

“แอดมินเพจ @กรุงเทพมหานคร ฮึด! โต้เดือดกลางดึก คนวิจารณ์ “ชัชชาติ”

โดยเพจเฟซบุ๊ก “ซึ่งต้องพิสูจน์” ได้แชร์โพสต์ของเพจเฟซบุ๊กกรุงเทพมหานคร ซึ่งทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์การทำงานของ กทม. แต่แอดมินเพจได้พิมพ์ข้อความตอบโต้กับชาวเน็ตที่เข้ามาแสดงความเห็นและวิจารณ์การเตรียมรับมือน้ำท่วมของ ผู้ว่าฯกทม.อย่างดุเดือด

เริ่มจากเพจกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ภาพปริมาณฝนสะสม ระหว่างวันที่ 1-21 กันยายน สูงสุด 5 อันดับ พร้อมข้อความแบบขำขันว่า “โอ้โห นี่น้องฝนแย่งกันทำยอดเปล่าคะ? ตกเก่ง ตกอลังการมากกกกก

ปริมาณฝนสะสมในพื้นที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 1-21 ก.ย. 65 สูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

//แทม แทแดแด๊ม แทมแถ่ม แถ่มแทมแท้ม~~

1. เขตพญาไท 603.5 มม.

2. เขตราชเทวี 569 มม.

3. เขตปทุมวัน 553 มม.

4. เขตวัฒนา 547.5 มม.

5. เขตบางเขน 542.5 มม.

ชาวเน็ตมีการตำหนินายชัชชาติ และถูกแอดมินเพจโต้กลับ จนนึกว่าเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของแอดมิน เช่น ..

– ชัชชาติเตรียมจัดแข่งเรือแล้ว ส่วนน้ำเข้าบ้านก็วิดเอานะ ซึ่งแอดมินก็ตอบกลับว่า ขยันแซะดีค่ะ สู้ๆน้า

– จับฉลากมาเป็นแอดมินเหรอ ถึงได้โต้ตอบประชาชนด้วยความไร้วุฒิภาวะ และการอบรมสั่งสอนที่ดีแบบนี้ ไม่ทราบว่าคุณชัชชาติสอนมาแบบนี้ หรือเป็นอัตลักษณ์ของทีมงาน นี่ไม่ใช่เฟซส่วนตัว แต่เป็นเพจหน่วยงาน ไปหาอ่านเรื่องมารยาทและจริยธรรมข้าราชการ พร้อมขอให้นายชัชชาติช่วยมาดูแลพฤติกรรมทีมงาน

ซึ่งแอดมินก็เข้ามาตอบว่า ในขณะที่แอดมินหรือแม้แต่พี่ๆหน่วยงานอื่น ทุกคนล้วนตั้งใจทำงานเต็มที่ วันๆก็จะมีคนจำนวนหนึ่งแบบพี่ต้นเม้นนี้ หรือแม้แต่พี่เองคอยบั่นทอนกำลังใจเจ้าหน้าที่อย่างพวกเรา อยากได้สิ่งดีๆ แต่ไม่หยิบยื่นสิ่งดีๆให้คนอื่นก่อน อยากให้เข้าใจใจเขาใจเรา แอดก็มีความรู้สึก

นอกจากนี้แอดมินยังชี้แจงว่า ตนเองได้เข้ามาทำงานเพราะการสอบ ไม่ใช่จับสลากมา ทั้งสอบ ก.พ.ให้ผ่าน สอบของกทม.ให้ผ่าน

ขณะที่บางคนเข้ามาถามว่า แอดมินเป็นข้าราชการหรือเอาท์ซอส ซึ่งแอดมินได้ชี้แจงว่า เป็นข้าราชการบรรจุมา 3 ปีกว่าแล้ว ยังมีพี่ๆอีกหลายคนเป็นแอดมิน สไตล์จะไม่เหมือนกันแต่ละคนค่า

อย่างไรก็ตามปรากฎว่า ต่อมาแอดมินได้ไล่ลบข้อความที่โต้เถียงกับชาวเน็ตดังกล่าวจนเกลี้ยง เหลือไว้เพียงข้อความที่ชื่นชม และข้อความทั่วๆไปบางส่วนเท่านั้น

ดราม่ากลางดึกนี้ ชาวเน็ตได้แสดงความเห็น ตำหนิแอดมินเพจกรุงเทพมหานคร ..

– เอาโลโก้กรุงเทพมหานครลงก่อน แล้วค่อยตอบแบบนี้ เสื่อมมากก

– ผู้ว่าขยันไลฟ์ แอดมินเพจขยันไฟท์กับประชาชน

– ไม่ลืมสลับนะ ตั้งใจเลยแหล่ะ ตอบแบบมั่นมากว่าไม่ผิด ผิดที่คนแซะ สามกีบ 100%

– เมื่อก่อนแอดมินไม่เห็นปากดีแบบนี้ แถมลบเม้นที่คนแคปไปแปะด้วย ลบเม้นตำหนิเกือบหมดเหลือแต่เม้นชมไปดูสิ ปลอมมาก ตอนนี้เพจกทม.มีแต่เม้นให้กำลังใจเพราะลบเม้นตำหนิออกเกือบหมด

– เป็นแอดมินหน่วยงานควรตอบหลักการ อย่าเอาอารมณ์มาปนกัน เช่น ควรให้เกียรติคนอื่น ควรอดทน เพราะคนเข้ามา comment มีหลากหลาย ทางที่ดีที่สุดไม่ควรจะมาโต้ตอบอะไรเลย ถ้าไม่ได้เกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ หรือหลักการต่างๆ หรือการแก้ไขปัญหาต่างๆ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ช่วยแมวเหมียว! น่าสงสารโดดลงหลังคาพลาด เหล็กเสียบขาหลังติดบนกำแพง

Posted on September 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681902

ช่วยแมวเหมียว! น่าสงสารโดดลงหลังคาพลาด เหล็กเสียบขาหลังติดบนกำแพง

ช่วยแมวเหมียว! น่าสงสารโดดลงหลังคาพลาด เหล็กเสียบขาหลังติดบนกำแพง

วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.02 น.

23 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เข้าช่วยเหลือแมวตกหลังคา ถูกเหล็กรั้วบ้านเสียบขาหลังบาดเจ็บ ห้อยคาติดอยู่บนกำแพง ภายในซอยเขามะกอกซอย 9 บ้านเลขที่ 26/14 ม.9 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี  

เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เดินทางพร้อมนำอุปกรณ์เข้าช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านหรูสองชั้น บริเวณกำแพงบ้านพบแมวสีเทาดำ เพศผู้ สายพันธุ์ไทย อายุประมาณ 2 ปี ถูกเสียบเข้าที่สีข้างและขาหลังทะลุ ติดอยู่บนกำแพงเจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำตัวออกมา 

โดยใช้อุปกรณ์ตัดเหล็ก เจ้าหน้าที่ได้ตัดเหล็กและนำแมวลงมาได้สำเร็จ ในขณะที่เหล็กยังคงเสียบคาอยู่ที่หลังของแมว ก่อนที่เจ้าของบ้านจะนำแมวส่งรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์ด้วยตนเองต่อไป.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตรึงไม่ไหว! กองสลากพลัส แจ้งปรับราคา เผย’ลอตเตอรี่’ราคาส่งปรับตัวขึ้นสูง

Posted on September 24, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681884

ตรึงไม่ไหว! กองสลากพลัส แจ้งปรับราคา เผย'ลอตเตอรี่'ราคาส่งปรับตัวขึ้นสูง

ตรึงไม่ไหว! กองสลากพลัส แจ้งปรับราคา เผย’ลอตเตอรี่’ราคาส่งปรับตัวขึ้นสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565, 21.17 น.

วันที่ 22 กันยายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก “กองสลากพลัส” ได้โพสต์ข้อความ ประกาศการปรับราคาขายสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 ตุลาคม 2565

โดยมีรายละเอียดดังนี้ เนื่องด้วยงวดนี้ลอตเตอรี่ราคาส่งปรับตัวขึ้นสูงมาก (ณ ปัจจุบัน ราคาส่งอยู่ที่ 98.5) ซึ่งปัญหานี้เกิดจากหลายปัจจัย ยกตัวอย่างเช่น

1. มีผู้ค้ารายใหม่เข้าตลาด ซึ่งผู้ค้าเหล่านี้สามารถซื้อสู้ได้ทุกราคา เนื่องจากสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่ 110 บาทขึ้นไป

2. จำนวนสลากในตลาดลดลง เนื่องจากมีสลากการกุศลเข้ามาแบ่งสลากออกไป

3. โควต้ากดได้ยากเพราะมีผู้ได้โควต้ารายใหม่ปี 2565 เข้าตลาดมาเพิ่มอีกประมาณ 70,000 ราย

4. มีการปั่นราคาจากผู้ค้าสลาก (ยี่ปั๊ว)

ทางกองสลากพลัสเองนั้นพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะตรึงราคาตลาดไว้ (เราตรึงมา 3 งวดแล้ว) และในขณะนี้เราไม่อาจตรึงราคาไหวอีกต่อไป

เราจึงจำเป็นต้องปรับราคาค่าสนับสนุนเว็บไซต์เป็น 23 บาท แต่เราจะหยุดรับลอตเตอรี่ทั้งหมดในงวดนี้ และจำหน่ายเท่าที่เราหามาได้ เพื่อดูสถานการณ์ตลาดอีกครั้ง
ดังนั้น เราจะปล่อยลอตเตอรี่รอบเดียวทั้งหมด จะไม่ปล่อยเป็นรอบๆ เหมือนทุกครั้ง

สำหรับท่านที่ไม่สะดวกสนับสนุนราคาที่ท่านพอใจ สามารถเลือกหาซื้อในที่อื่น เช่น คนเดินขายข้างถนน (ซึ่งผมสนับสนุนเป็นอย่างมาก) เราอยากได้คนที่พร้อมสนับสนุน และเข้าใจเราเท่านั้น ไม่อยากให้มีใครลำบากใจ ขออภัยอย่างสูงสำหรับงวดนี้ด้วยครับ

กองสลากพลัสจะหาทางแก้ปัญหาต่อไป

ขอบคุณครับ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ปลูกผักอินทรีย์’ ในเมือง สู่ธุรกิจอาหารครบวงจร

Posted on September 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681853

'ปลูกผักอินทรีย์' ในเมือง สู่ธุรกิจอาหารครบวงจร

‘ปลูกผักอินทรีย์’ ในเมือง สู่ธุรกิจอาหารครบวงจร

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.05 น.

ถ้าพูดถึงความเป็นเจ้าพ่อในวงการการปลูกผักอินทรีย์และปลอดสารพิษ ในสังคมไทยต้องนึกถึง “ยักษ์กะโจน” 2 กูรูผู้เปิดโลกผักอินทรีย์ และ นำมาสู่ธุรกิจอาหารปลอดสารพิษที่มีหน้าตาดี และ นำผักพื้นเมืองของไทยมาขึ้นโต๊ะอาหารได้อย่างลงตัว โดยปัจจุบันมีร้านอาหารยักษ์กะโจนอยู่ในกรุงเทพมหานครหลายสาขา และ สาขาที่โดดเด่นนั้นอยู่ที่ถนนบรรทัดทอง ซึ่งทั้งอาจารย์ยักษ์และอาจารย์โจนมีลูกศิษย์ที่ปลูกผักอินทรีย์อยู่ทั่วประเทศ และ ขยายไปยังอาชีพวิทยากรด้านเกษตรอินทรีย์รวมถึงร้านอาหารก็มีมาก เรียกว่า เป็น “โมเดล” สูตรสำเร็จ ที่อาจารย์ยักษ์และอาจารย์โจนวางไว้ให้เดิน ด้วยการปลูกผักอินทรีย์ ปลอดสารพิษ นำไปสู่การต่อยอดเป็นธุรกิจอีกมากมายที่ตอบโจทย์คนเมือง เรียกว่า ทำให้คนเมืองที่สนใจทำเกษตร มีอาชีพใหม่ๆ เข้ามา และ ทำให้คนที่กำลังเรียนรู้มีกำลังใจในการทำเกษตรในเมืองได้อีก  

เพราะฉะนั้น วันนี้ “แนวหน้า ออนไลน์” พาไปชมอีกแหล่งปลูกผักอินทรีย์ จนนำมาสู่ไอเดียการเปิดธุรกิจร้านอาหารแบบครบวงจร ที่บางปู จ.สมุทรปราการ 

นางวิไล ชวพงศ์ อายุ  65 ปี หรือ “อ้อ” เจ้าของกิจการสวนผักอินทรีย์ และ ร้านอาหารครบวงจรที่บางปู จ.สมุทรปราการ เล่าให้ฟังว่า มีความชอบในการปลูกผักอินทรีย์ และ เริ่มปลูกโดยการเรียนรู้ในยูทูบมาเป็นเวลา 10 กว่าปี จึงนำมาสู่พื้นที่แปลงปลูกผักจำนวน 3 โรงเรือน และ แปลงปลูกผักอีกส่วนหนึ่ง เพื่อปลูกผักสลัด ต้นอ่อนผักบุ้ง ผักกวางตุ้ง ถั่วฝักยาว แตงกวา พริก มะเขือ เป็นต้น โดยแปลงปลูกผักอินทรีย์และปลอดสารเคมีตั้งอยู่บนเนื้อที่ 6 ไร่ ซึ่งบริเวณรอบๆแปลงปลูกผักรายล้อมไปด้วยธุรกิจอาหาร 3 ร้าน ได้แก่ ร้านส้มตำ , ร้านกาแฟ และ ร้านหมูกะทะ โดยเน้นอาหารทะเล  

“ปกติก็เป็นคนชอบทานผักอยู่แล้ว คือ ดูจากข่าวสารพิษในอาหารมันเยอะ เราก็อยากกินของที่ปลอดสาร และให้ลูกค้าทานอาหารที่ปลอดสารด้วย ทีแรกปลูกเป็นต้นอ่อนก่อน ปลูกขาย ปลูกผักไฮโดรบ้าง ผักในดินบ้าง ทั้งต้นอ่อน ในช่วงเริ่มแรกยังไม่ได้เปิดร้านอาหารที่นี่ แต่ก็มีอาชีพเปิดร้านอาหารเล็กๆมาตลอด ไม่ได้ใช้พื้นที่เยอะถึง 6 ไร่ อย่างในปัจจุบัน ก็ใช้เวลาส่วนหนึ่งปลูกผักอินทรีย์ทำอาหารทานเองที่บ้าน ปลูกเล่นๆ เป็นเวลา 10 ปี และ ฝึกหมักสารชีวภาพ ส่วนปุ๋ยยังไงก็ต้องเป็นปุ๋ยเคมีที่อยู่ในดิน พอมาเช่าพื้นที่ 6 ไร่ ทำร้านอาหารที่นี่ เราก็เอาผักปลอดสารมาลง ลูกค้าก็แฮปปี้ ถ้าผักที่สวนเราไม่พอขายก็ต้องซื้อ และ นำมาล้างเบกกิ้งโซดา ล้างด่างทับทิม เพราะต้องให้ปลอดภัยที่สุด เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้ที่มาทาอาหารเป็นลูกค้าประจำ” นางวิไลเล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง 

นางวิไลเล่าให้ฟังอีกว่า ปัจจุบันนำขยะในร้านอาหารมารีไซเคิล เช่น เศษผัก และ กากกาแฟ โดยนำมาทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในแปลงผักได้อีก ซึ่งทั้งการปลูกผัก และ นำเศษอาหารมารีไซเคิล ยังได้มีโอกาสปลูกฝังลูกๆอีก 2 คนด้วยแนวคิดที่ว่า “รักลูก ชวนปลูกผัก” เพราะการปลูกผักอินทรีย์นั้นมีผลดีต่อด้านจิตใจและร่างกายของคนปลูก รวมทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะเศษอาหารต่างๆก็นำมาทำปุ๋ยหมักใช้รดแปลงผักได้อีก

ด้วยความรักและชอบในการปลูกผักอินทรีย์ ทำให้นางวิไลดูแลแปลงผักเองตั้งแต่เช้าจนค่ำของแต่ละวัน และ นำมาสู่การนำผักไปเป็นส่วนประกอบของการปรุงอาหารในกิจการร้านอาหาร จนเป็นหนึ่งในจุดขายของร้าน ทำให้ร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งเปิดมาได้ 3 ปี ได้รับการตอบรับที่ดี นำมาสู่การขยายกิจการมายังร้านส้มตำ และ ร้านกาแฟ ที่เพิ่งเปิดบริการได้เพียง 3 เดือน 

สำหรับท่านใดที่ชอบปลูกผักอินทรีย์และผักปลอดสารพิษ รวมไปถึงการต่อยอดไปยังธุรกิจร้านอาหารครบวงจรโดยอาศัยฐานความชอบในการปลูกผักอินทรีย์ ก็สามารถแวะไปชมไอเดียได้ที่ “เพลินคาเฟ่ บางปู” ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับวัดอโศการาม และ เมืองโบราณ ต.บางปู จ.สมุทรปราการ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ช้างปาลิไลยกะ’มีความรักในพระพุทธเจ้า : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

Posted on September 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681839

'ช้างปาลิไลยกะ'มีความรักในพระพุทธเจ้า : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

‘ช้างปาลิไลยกะ’มีความรักในพระพุทธเจ้า : หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.24 น.

ด้วยอำนาจพุทธบารมีและพระเมตตาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า…. สมัยหนึ่งที่วัดโฆสิตาราม ใกล้เมืองโกสัมพี “…พระภิกษุชาวเมืองโกสัมพี ๒ รูป ต่างองค์มีบริวารกันองค์ละ ๕๐๐ รูป ได้เกิดทะเลาะวิวาทกันแบ่งเป็น ๒ พวก องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงมาห้ามปรามให้ภิกษุทั้ง ๒ ฝ่ายสามัคคีกัน ทรงห้ามถึงวาระที่ ๓ พวกเขาก็ไม่ยอมเลิกทะเลาะกัน พระองค์ก็ทรงระอา มีความรังเกียจ ทรงหลีกออกจากหมู่พวกนี้ไปอยู่แต่ผู้เดียว ได้เสด็จไปบิณฑบาตในเมืองโกสัมพีโดยไม่ตรัสบอกภิกษุทั้งหลาย ทรงถือบาตรจีวรของพระองค์เสด็จไปแต่พระองค์เดียว ไปจำพรรษาอยู่ที่โคนต้นไม้สาละใหญ่ในป่าชื่อ “รักขิตวันสัณฑะ” ซึ่งมีช้างมีนามว่า “ปาลิไลยกะ” เป็นอุปัฏฐาก

ช้างตัวนี้ละจากฝูงช้างมาจากป่า เข้ามาปฏิบัติองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าคือทำทุกอย่าง น้ำใช้ นํ้าฉันก็ดี ช้างก็ใช้งวงจับกระบอกตักเอานํ้ามาถวาย ปรากฏว่าในป่านั้นมีอากาศหนาวมาก นํ้าสรงของพระพุทธเจ้า เวลาช้างจะทำนํ้าร้อนก็เอางวงจับไม้สีกันให้เป็นไฟ เมื่อไฟติดแล้วก็กลิ้งหินเข้าไปในกองไฟ แล้วก็เอาไม้เข้ามาใส่ พอเห็นว่าหินร้อนดีแล้วก็เอางวงจับไม้มางัดหินนั้นไปแช่ไว้ในนํ้า ซึ่งเป็นอ่างน้ำไม่ใหญ่โตนัก หลังจากนั้นก็เอางวงจุ่มนํ้าดู เมื่อนํ้าร้อนแล้วก็เข้ามาเฝ้าพระพุทธเจ้า

พระองค์จึงตรัสถามว่า “ปาลิไลยกะ เจ้าต้มน้ำแล้วหรือ” ช้างก็แสดงให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าก็เสด็จไปที่นั้น ในเวลานั้นพญาช้างก็ได้นำผลไม้ต่างๆ มาถวายแด่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าจะเสด็จเข้าไปบิณฑบาต พญาช้างก็ถือบาตรจีวรไว้บนตระพองตามเสด็จพระพุทธเจ้าไป เมื่อพระองค์เสด็จถึงแดนบ้านแล้วจึงรับสั่งว่า “ปาลิไลยกะ ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปเจ้าไม่อาจจะไปได้ เจ้าจงเอาบาตรจีวรของเรามา”

ช้างก็ส่งบาตรจีวรถวาย แล้วพระพุทธเจ้าก็เสด็จเข้าไปบิณฑบาต ส่วนพญาช้างก็ยืนคอยอยู่ตรงนั้นจนกว่าพระพุทธเจ้าจะเสด็จออกมา ในเวลาที่พระองค์เสด็จมา ช้างก็ทำการต้อนรับถือบาตรจีวรนำไปวางไว้ ณ ที่ประทับก่อน แล้วถวายงานพัดด้วยกิ่งไม้ เป็นอันว่าช้างแสดงอาจริยวัตร ปฏิบัติอยู่ตลอดในเวลากลางวัน

สำหรับในเวลากลางคืนช้างก็นำท่อนไม้มาท่อนหนึ่งเป็นท่อนใหญ่ใช้งวงจับไว้ เที่ยวเดินไปรอบๆ ในราวป่าจนกว่าอรุณจะขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่จะพึงมีแก่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นอันว่าช้างตัวนี้ตั้งใจไว้ว่า เราจะรักษาพระพุทธเจ้าอย่างนี้ตลอดไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต แสดงถึงน้ำใจของช้างซึ่งมีความจงรักภักดีในพระพุทธเจ้า จริยาอย่างนี้ถือว่าเหมือนกับ เราสมาทานพระกรรมฐานด้วยการใช้คำว่า ข้าพเจ้าขอมอบกายถวายชีวิตแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง

ช้างปาลิไลยกะเชือกนี้เป็นพระโพธิสัตว์ ในกัปนี้จะมีพระพุทธเจ้า ๑๐ องค์ หลังจากพระศรีอาริยเมตไตรย เป็นองค์ที่ ๕ จัดว่าเป็นชุดที่ ๑ ส่วนชุดที่ ๒ คือ ๑. พระราม ๒. พระเจ้าปเสนทิโกศล ๓. ช้างปาริไลยกะ เป็นต้น

ในขณะที่พระพุทธเจ้าจำพรรษาอยู่ที่โคนต้นไม้สาละใหญ่ในป่า เวลานั้นก็ยังมี วานรอีกตัวหนึ่ง ลิงตัวนี้เห็นช้างนั้นทำการปฏิบัติในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คิดว่าช้างทำได้ เราก็จักทำอย่างนั้นได้ เมื่อช้างถวายผลไม้พระพุทธเจ้าได้ ช้างทำวัตรปฏิบัติพระพุทธเจ้าได้ ช้างไม่มีมือมีแต่งวง เรามีมือสองมือ มีเท้าสองเท้า มือของเราจะใช้เป็นมือก็ได้ จะใช้เป็นเท้าก็ได้ เป็นอันว่าเราได้เปรียบช้างแต่ตัวเราเล็กกว่าช้าง แม้เราจะเล็กเราก็มีความสามารถ ฉะนั้น เมื่อคิดดังนั้นแล้ว ลิงมีความเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระบรมโลกนาถ จึงเที่ยวไป

วันหนึ่งไปเห็น รวงผึ้งที่กิ่งไม้ หาตัวผึ้งไม่มีแล้ว จึงได้หักกิ่งไม้นั้นมาแล้วก็นำรวงผึ้งนั้นมาพร้อมทั้งกิ่งไม้เข้าไปถวายพระพุทธเจ้า ได้เด็ดใบตองรองถวาย พระพุทธเจ้าทรงรับ ลิงมองดูเห็นพระพุทธเจ้าทรงนิ่งเฉยอยู่ไม่เสวย จึงคิดว่าพระพุทธเจ้าเห็นว่าเราเป็นลิงเล็กมีค่าไม่เท่าช้าง ความจริงน้ำผึ้งก็หวานดี จึงย่องเข้าไปดูใกล้ๆ เอามือจับปลายกิ่งไม้ที่พระพุทธเจ้าทรงถือ แล้วก็พิจารณาดู ก็เห็นผึ้งตัวอ่อนๆ มีอยู่ ๒-๓ ตัว จึงค่อยๆ นำเอาผึ้งตัวอ่อนนั้นออก แล้วจึงเข้าไปถวายใหม่ ตอนนี้พระพุทธเจ้าทรงรับแล้วก็เสวย

เมื่อพระองค์เสวยน้ำผึ้ง ลิงก็ดีใจ คิดว่าช้างตัวใหญ่ทำการปฏิบัติพระพุทธเจ้าได้ เราเป็นลิงตัวเล็ก เราก็ทำได้ เราไม่แพ้ช้าง ก็ดีใจกระโดดโลดเต้นไปตามเพลงของลิง เวลานั้น กิ่งไม้ที่ลิงโดดไปจับและกิ่งไม้ที่ลิงไปเหยียบมันหักขึ้นมาพร้อมกัน ลิงตัวนั้นก็เลยตกลงมา โดนที่ปลายตอๆ หนึ่ง ตัวลิงถูกปลายตอแทงเข้าไป เพราะอาศัยที่จิตเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อตายจากความเป็นลิง ก็ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก มีวิมานทองคำสูง ๓๐ โยชน์ มีนางเทพอัปสรหนึ่งพันเป็นบริวาร

ในกาลต่อมาเมื่อออกพรรษาแล้ว มีภิกษุมาจากในทิศทั้งหลายรวมกัน ๕๐๐ รูป ได้เข้าไปหาพระอานนท์ อ้อนวอนบอกว่า “จงช่วยอาราธนาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือว่าพาข้าพเจ้าทั้งหลายไปเฝ้าเพื่อฟังธรรมกับพระพุทธเจ้าเถิด”

พระอานนท์จึงได้พาพระภิกษุทั้งหลายไป ณ ที่นั้นแล้ว จึงสั่งให้พระ ๕๐๐ รูป พักอยู่ข้างนอกก่อน ท่านเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแต่ผู้เดียวก่อน เวลานั้นช้างปาริไลยกะเห็นพระอานนท์เถระเข้ามา จึงเอางวงถือท่อนไม้แล้วก็วิ่งไปจะทำร้ายพระอานนท์คิดว่าเป็นศัตรู

สมเด็จพระบรมครูทอดพระเนตรเห็นแล้วจึงได้ตรัสว่า “ปาลิไลยกะ หลีกไปเสีย อย่าห้ามเธอเลย ภิกษุองค์นั้นเป็นผู้ปฏิบัติเราคืออุปัฏฐากของเรา”

พญาช้างปาลิไลยกะก็ทิ้งท่อนไม้เสียในที่นั้นเอง แสดงความเอื้อเฟื้อจะเข้าไปรับบาตร และจีวร พระเถระก็มิได้ให้ พญาช้างก็คิดว่า ถ้าภิกษุรูปนี้จะมีวัตรอันตนได้เรียนแล้ว ท่านคงจะไม่วางบริขารของตนไว้บนแผ่นหินที่ประทับของพระพุทธเจ้า พระอานนท์เมื่อเข้าไปก็ไม่ยอมวางบาตรบนที่นั้นเพราะท่านมีความเคารพในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า “อานนท์ เวลานี้เธอมาคนเดียวหรือ”

พระอานนท์ก็ได้กราบทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้ามากับพระ ๕๐๐ รูปด้วยกันพระพุทธเจ้าข้า เพราะว่าเธอได้มาจากทิศต่างๆ ปรารถนาจะนมัสการสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงขอร้องให้ข้าพระพุทธเจ้าพามานมัสการ”

พระพุทธเจ้าจึงได้มีพระพุทธฎีกาตรัสถามว่า “พระพวกนั้นเวลานี้อยู่ที่ไหน”

พระอานนท์จึงได้กราบทูลว่า “ข้าพระพุทธเจ้าไม่ทราบว่า เวลานี้พระองค์ต้องการจะให้เธอทั้งหลายเหล่านั้นเข้ามานมัสการหรือไม่ จึงให้พักอยู่ภายนอก”

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “เธอจงเรียกพระทั้งหลายนี้เข้ามาเถิด ตถาคตอนุญาต”

ภิกษุทั้ง ๕๐๐ รูปเข้ามาถวายบังคมองค์สมเด็จพระจอมไตรแล้ว พระพุทธเจ้าก็ทรงทำปฏิสันถารกับเธอทั้งหลาย

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์เสด็จประทับพระองค์เดียวตลอดไตรมาส ผู้ปฏิบัติถวายนํ้าสรงพระพักตร์ก็คงจะไม่มี พระองค์คงจะลำบากมาก พระพุทธเจ้าข้า”

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กิจทั้งปวงของเรา อันพญาช้างมีนามว่า ปาลิไลยกะ ทำแล้ว อันบุคคลผู้ได้สหายเห็นปานนี้อยู่ด้วยกัน เป็นการสมควร เมื่อไม่ได้สหายเห็นปานนี้ ความเป็นอยู่ผู้เดียวประเสริฐกว่า”

ความจริงขึ้นชื่อว่าพระโพธิสัตว์เมื่อถึงโอกาสพบพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าตั้งใจไปโปรดช้างปาริไลยกะซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์มากกว่า เพราะว่าเมื่อท่านเห็นว่าพระเมืองโกสัมพีปฏิบัติไม่ดี พระองค์จะเสด็จไปกรุงราชคฤห์หรือกรุงสาวัตถีก็ไปได้ วิหารก็มีอยู่ พระก็มีมาก

เป็นอันว่าองค์สมเด็จพระชินสีห์ตรัสนี้มีประโยชน์มาก ท่านทั้งหลายควรจะยึดถือถ้อยคำของพระองค์ไว้ว่า “ถ้าเราได้เพื่อนที่ดีเราควรอยู่กับเพื่อน ถ้าเพื่อนเลวเราก็ไม่ควรอยู่ เพราะจะพาเราเลวไปด้วย เราอยู่สำหรับตนคนเดียวดีกว่า” เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสคาถานี้จบ ภิกษุทั้ง ๕๐๐ รูปก็ได้สำเร็จอรหัตผล

หลังจากนั้นพระอานนท์ก็กราบทูลพระพุทธเจ้าว่า “เวลานี้มีพระอริยสาวกอีกประมาณ ๕ โกฏซึ่งมีท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี และพระนางวิสาขาเป็นหัวหน้า หวังในการเสด็จไปโปรดขององค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า”

พระพุทธเจ้าจึงได้มีพระพุทธดำรัสว่า “ถ้าอย่างนั้นเธอจงรับบาตรจีวร” พระอานนท์รับบาตรจีวรแล้ว พระพุทธเจ้าจึงเสด็จออกไป พญาช้างได้ไปยืนขวางทางไว้ บรรดาภิกษุทั้งหลายเห็นดังนั้นจึงได้ทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ช้างทำอะไรพระเจ้าข้า” จึงทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ช้างหวังจะถวายอาหารแก่เธอทั้งหลาย และช้างเชือกนี้แหละที่ให้อุปการะแก่เราตลอดราตรีนาน ๓ เดือน การทำให้ช้างนี้ขัดเคือง ไม่เป็นการสมควร ฉะนั้นขอพวกเธอทั้งหลายจงพากันกลับเถิด เพื่อเป็นการสนองความดีที่ช้างตั้งใจไว้แล้ว”

พระพุทธเจ้าก็ทรงพาภิกษุทั้งหลายเสด็จกลับ ฝ่ายช้างเข้าสู่ป่าแล้วรวบรวมผลไม้ มีผลขนุนและกล้วย เป็นต้น นำมาไว้เป็นกองๆ แล้ว ในวันรุ่งขึ้นได้ถวายแก่พระภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ภิกษุ ๕๐๐ รูปฉันไม่หมดเพราะช้างนำมามาก เมื่อฉันอาหารเสร็จแล้ว พระพุทธเจ้าทรงถือบาตรจีวรเสด็จออกไป พญาช้างก็เดินตามไปคือ พระพุทธเจ้าเดินหน้า บรรดาพระเดินตามหลัง ช้างเดินคั่นกลางระหว่างพระพุทธเจ้ากับบรรดาพระ

ต่อมาช้างก็มายืนขวางหน้าพระพุทธเจ้าไว้ บรรดาภิกษุทั้งหลายเห็นจึงกราบทูลถามว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ช้างทำอะไรพระเจ้าข้า”

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ช้างนี้จะส่งพวกเธอไป แล้วก็ชวนให้เรากลับ”

องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงตรัสกับช้างว่า “ปาลิไลยกะ การไปคราวนี้ของเรา เราไปไม่กลับเพราะว่าถ้าเราจะอยู่ฌานก็ดี วิปัสสนาก็ดี มรรคผลก็ดี ย่อมไม่มีแก่เจ้าด้วยอัตภาพนี้ เจ้าจงหยุดเถิด”

พญาช้างได้ฟังคำสั่งดังนั้นแล้ว ได้สอดงวงเข้าปาก ร้องไห้เดินไปข้างหลัง พญาช้างคิดว่าถ้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงกลับมา เราจะปฏิบัติเช่นนี้แด่องค์พระพุทธเจ้าตลอดชีวิต ฝ่ายพระพุทธเจ้าเสด็จมาถึงแดนบ้านแล้วตรัสว่า “ปาลิไลยกะ แต่นี้ไปมิใช่ที่ของเจ้า มันเป็นที่อยู่ของบรรดาหมู่มนุษย์ทั้งหลาย อันตรายที่จะเบียดเบียนเจ้ามีอยู่รอบข้าง เจ้าจงหยุดอยู่เถิด”

ช้างเมื่อได้ฟังพระพุทธดำรัสแล้วก็ยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้นไม่กล้าตามไป ครั้นเมื่อสมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาเสด็จไปกับหมู่พระสงฆ์ มองจนกระทั่งลับตาไปแล้ว ช้างก็มีหัวใจแตกตายและไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก มีวิมานสูง ๓๐ โยชน์และมีนางเทพอัปสรหนึ่งพัน เพราะมีความเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ช้างตัวนั้นมีนามว่า “ปาลิไลยกเทพบุตร”

รวมความว่า ช้างปาลิไลยกะ มีความรักในพระพุทธเจ้า ลิงมีความรักในพระพุทธเจ้า ตายแล้วก็เป็นเทวดา การที่มีบางคนพูดว่า สัตว์ทำบุญไม่ได้ สัตว์ไม่มีโอกาสได้บำเพ็ญกุศล นั้นไม่จริง อย่างในเรื่องนี้ช้างและลิงก็ปฏิบัติรับใช้พระพุทธเจ้าได้ และที่ว่าเทวดาทำบุญไม่ได้ต้องทำบุญในขณะที่เป็นมนุษย์เท่านั้นก็ไม่จริง อย่างท่านมัฏฐกุณฑลีเทพบุตร ก่อนจะเป็นเทวดาก็อาศัยก่อนตายมีจิตนึกถึงพระพุทธเจ้า เมื่อเป็นเทวดาแล้วฟังเทศน์พระพุทธเจ้าจบเดียวเป็นพระโสดาบัน บรรดาสัตว์ทั้งหลายที่เราเลี้ยงก็เหมือนกัน เราก็เลี้ยงตามที่เราจะพึงทำได้ สัตว์ก็มีความรักในเรา จิตก็เป็นกุศล สัตว์ทุกตัวที่เราเลี้ยงเมื่อตายแล้วเป็นเทวดาหมด…”

…………………………………..

คัดลอกมาจากหนังสือตายแล้วไม่สูญ…แล้วไปไหน คำสอนพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี (ขอบคุณลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=26&t=48392) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวนาบุรีรัมย์ระทม! ใช้กะละมังลอยคอเกี่ยวข้าวจมน้ำกว่า 1 เมตร

Posted on September 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681825

ชาวนาบุรีรัมย์ระทม! ใช้กะละมังลอยคอเกี่ยวข้าวจมน้ำกว่า 1 เมตร

ชาวนาบุรีรัมย์ระทม! ใช้กะละมังลอยคอเกี่ยวข้าวจมน้ำกว่า 1 เมตร

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.52 น.

น้ำมูลเอ่อท่วมนาข้าวเกษตรกร อำเภอคูเมือง บุรีรัมย์ เจ้าของนาต้องลงทุนจ้างชาวบ้านใช้กะละมังลอยคอเกี่ยวข้าวที่ออกรวงแต่ยังไม่สุกแก่เต็มที่หลังถูกน้ำเอ่อท่วมสูงกว่า 1 เมตร หวังนำไปตากเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน แต่หากปล่อยไว้จะเน่าเสียหายหมด ล่าสุดน้ำมูลเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องหลากท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง

วันที่ 22 ก.ย.65 ชาวนาบ้านวังปลัด ต.บ้านแพ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนหนักจากน้ำมูลที่เอ่อท่วมนาข้าว บางรายต้องยอมควักเงินจ้างชาวบ้านในหมู่บ้านรายละ 300 บาทต่อวัน นำกะละมังลอยคอเกี่ยวข้าวในนาที่ออกรวงแล้ว ถูกน้ำเอ่อท่วมสูงกว่า 1 เมตรถึงแม้ข้าวจะยังไม่สุกเต็มที่ แต่ก็จำเป็นต้องเกี่ยวหนีน้ำเพราะหากปล่อยไว้เกรงว่าจะจมน้ำเน่าเสียหาย เนื่องจากขณะนี้น้ำมูลหนุนสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจากมวลน้ำเหนือที่ไหลมาจากจังหวัดนครราชสีมา ได้หลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรเป็นวงกว้าง จากผลกระทบดังกล่าวชาวนาก็ได้เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเข้ามาสำรวจและให้ความช่วยเหลือด้วย

นายพิรัช นพพิบูลย์ อายุ 40 ปีชาวนาบ้านวังปลัด ต.บ้านแพ อ.คูเมือง บอกว่า ตนทำนาอยู่บริเวณนี้ 2 ไร่ แค่เพียง 2 วันถูกน้ำมูลเอ่อเข้าท่วมสูงกว่า 1 เมตรจึงจำเป็นต้องจ้างชาวบ้านในหมู่บ้านมาช่วยเก็บเกี่ยวข้าวแม้จะยังไม่สุกเต็มที่ก็ตาม โดยต้องจ่ายค่าจ้างคนละ 300 บาทต่อวัน เนื้อที่ 2 ไร่ต้องใช้แรงงานคนรวม 9 คนตอนนี้จ่ายค่าจ้างไปแล้วกว่า 5,000 บาท แต่หากน้ำไม่ท่วมเนื้อที่ 2 ไร่จ้างรถเกี่ยวเพียง 1,000 บาทเท่านั้นแต่จำเป็นต้องจ้างเกี่ยวเพราะลงทุนลงแรงไปแล้วหากปล่อยไว้คงถูกน้ำท่วมเน่าเสียหายทั้งหมด เพราะปีที่ผ่านมาเกี่ยวหนีน้ำไม่ทันได้ถูกน้ำท่วมเสียหายจนหมด

ส่วนข้าวที่เกี่ยวหนีน้ำครั้งนี้ก็ต้องนำไปตากให้แห้งก่อน แล้วลองสีดูว่าจะพอนำไปหุงบริโภคได้หรือไม่ หากบริโภคไม่ได้ก็คงต้องทำเป็นอาหารสัตว์แทน จากผลกระทบดังกล่าวก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือเยียวยาด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา! พบเห็ดประหลาด คล้ายเห็ดดาวดิน หายาก 1 ใน 10 ของโลก ชาวบ้านแห่ขอโชค

Posted on September 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681793

ฮือฮา! พบเห็ดประหลาด คล้ายเห็ดดาวดิน หายาก 1 ใน 10 ของโลก ชาวบ้านแห่ขอโชค

ฮือฮา! พบเห็ดประหลาด คล้ายเห็ดดาวดิน หายาก 1 ใน 10 ของโลก ชาวบ้านแห่ขอโชค

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.37 น.

วันที่  22 กันยายน 2565 เวลา 14.30. น. ผู้สื่อข่าวรายงานที่บ้านเลขที่ 89 บ้านเนินมะค่า หมู่ 8 ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้พบกับนางสริตา แก้วกัณหา อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่ไปเจอเห็ดลักษณะประหลาดแปลก คล้ายดาวอยู่บนดินจำนวนหลายสิบดอก  ขึ้นอยู่ในป่าเนื้อที่หลังบ้านของตนเอง ได้เปิดเผยว่าช่วงหกโมงเย็นของวันที่ 21 ก.ย.65 ตนเองได้เดินมาหาหน่อไม้ หาเห็ด ที่เกิดขึ้นในทุกๆปี ที่หลังบ้านของตนเอง

ล่าสุดได้เดินไปเห็น เห็ดโผล่ขึ้นมาบนดินคล้ายรูปดาว หรือรูปดอกไม้ ซึ่งแปลก และไม่เคยเห็นมาก่อน จึงได้ไปเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยดู เพื่อนบ้านนั้นก็แปลก ไม่เคยเห็นเช่นกัน เนื่องจากตนเองนั้นอยู่ที่นี้มานานหลายสิบปี แล้วพ่อแม่ที่อยู่มาก่อนหน้านี้ ก็ไม่เคยพบเห็นว่ามันขึ้นที่ป่าหลังบ้านของตนเอง

ทั้งนี้ตนเองและเพื่อนบ้าน เชื่อว่าเห็ดที่แปลกขึ้นมานั้น คาดว่าจะมาให้โชคให้ลาภตนเอง นำสิ่งดีๆมาให้กับตนเองและครอบครัว ซึ่งมหัศจรรย์มาก และได้สังเกตเห็นเห็ดบานออกเป็นแฉกรูปดาว จึงสอบถามเพื่อนและหาข้อมูลในเว็บไซต์ กูเกิ้ล ก็คล้ายว่าเป็น เห็ดดาวดิน ที่หาดูได้ยาก 1 ใน 10 ของโลก 

พร้อมกับมีชาวบ้านทราบข่าว ต่างก็เดินทางไปดูบ้านที่พบเจอเห็ดประหลาดและนำธูปมาจุดกราบไหว้เห็ดแปลก เพื่อนำเลขที่บ้านไปเสี่ยงโชคซื้อลอตเตอรี่ดังกล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจาะแนวคิด ‘ดร.สมคิด’ ปฎิรูปเกษตร-ท่องเที่ยว

Posted on September 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681670

เจาะแนวคิด 'ดร.สมคิด' ปฎิรูปเกษตร-ท่องเที่ยว

เจาะแนวคิด ‘ดร.สมคิด’ ปฎิรูปเกษตร-ท่องเที่ยว

วันพฤหัสบดี ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.19 น.

ชื่อเสียงของดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หรือที่คนสนิทสนมจะเรียก “เฮียกวง”นั้นเป็นที่ยอมรับว่าเป็นทั้งนักวิชาการ นักคิด นักการตลาด จอมยุทธ์  และบางคนยกย่องว่าเป็น “ซาร์เศรษฐกิจ” ที่หาผู้เปรียบเทียบยาก 

ความที่ถือนโยบายไม่เป็นศัตรูกับใคร ดร.สมคิดจึงมีแต่มิตรทั่วบ้านเมือง  จึงถูกเชิญให้เป็นที่ปรึกษา เป็นกรรมการ องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันอุดมศึกษา มูลนิธิ ฯลฯมากมายนับไม่ถ้วน

ส่วนในด้านการเมืองเป็นที่รู้กันดีว่า ดร.สมคิด คือ “กระบี่มือหนึ่ง” ที่ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีใช้งานตั้งแต่สมัยพรรคไทยรักไทยได้จัดตั้งรัฐบาลครั้งแรก  และแม้จะถอยจากการเมืองไปพักใหญ่กระทั่งเกิดการรัฐประหารในปี 2557  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ที่รู้แต่เรื่องการทหารได้เชิญดร.สมคิด มาช่วยแบกรับภาระหนักในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำ

เกือบ 5 ปีที่ช่วยประคองเศรษฐกิจ จากยุค คสช.จนถึงรัฐบาลผสมสารพัดพรรค  กระทั่งถูกนักการเมืองเขี่ยออกจากรัฐบาลพร้อมทีม “4 กุมาร” ที่ดร.สมคิดดึงเข้าไปช่วยงานเศรษฐกิจ

หลายคนคิดว่าดร.สมคิด คงถอยห่างการเมืองเพื่อไปพักผ่อนกับลูกหลาน  หรือไปนั่งเป็นที่ปรึกษาให้องค์กรภาคเอกชนที่ส่งเทียบเชิญไปช่วยงานมากมาย

แต่วันนี้ ดร.สมคิด กลับมาอีกครั้ง ในช่วงเวลาที่ปี่กลองการเมืองการเลือกตั้งเริ่มโหมประโคม  พรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลเริ่มลงพื้นที่หาเสียง   แต่ “พรรคสร้างอนาคตไทย”ที่เป็นน้องใหม่แต่ไม่ไร้ประสบการณ์ได้ชูจุดแข็งด้วยการเสนอชื่อ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็น “คู่ชิงนายกรัฐมนตรี”คนใหม่

8 กันยายน ที่ผ่านมา วันที่ดร.สมคิด ประกาศรับตำแหน่งประธานพรรคสร้างอนาคตไทยอย่างเป็นทางการ  ได้กล่าวถึงปัญหาเศรษฐกิจของไทย  แนวความคิดและเป้าหมายของการอาสาจะกลับมาทำงานการเมืองอีกครั้งอย่างน่าสนใจ

“เศรษฐกิจไทยไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว  สถานการณ์ตอนนี้หนักกว่าที่คิด  ตัวเองอ่อนเปลี้ยเพลียแรง  แถมยังเจอมรสุมโลก  วันนี้ส่งออกเริ่มชะลอตัว  พลังงานแพง  ท่องเที่ยวลำบาก  ดัชนีความสามารถในการแข่งขันลดฮวบ”          

ดร.สมคิด เคยกล่าวถึงปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจไทยมาหลายครั้งหลายเวที และวันนี้ก็ยังกล่าวย้ำอีกว่า คนกว่า 60% ของประเทศ หรือประมาณ 30 ล้านคนอยู่ในภาคการเกษตร แต่เกษตรกรรมมีสัดส่วนใน GDP ไม่ถึง 10%  จึงไม่มีอำนาจซื้อ แต่มีหนี้สินเยอะ การจะแก้ไขให้เห็นผลจำเป็นต้องปฏิรูปภาคการเกษตรและท่องเที่ยวอย่างถึงรากถึงโคน  หากไม่เปลี่ยนแปลงสินค้าก็ยังด้อยค่า ขณะที่ต่างประเทศซื้อเอาไปแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม

จุดอ่อนสินค้าเกษตรไทยคือเป็นเกษตรดิบๆ ไม่เคยยกระดับ ไม่เคยพัฒนาด้านเทคโนโลยีในขณะที่เกษตรกรจีนที่เคยยากจนกว่าไทยมากวันนี้ค้าขายผลผลิตด้วยระบบออนไลน์  

“ถ้าเราไม่ไปสู่ดิจิทัล ไม่แก้ตอนนี้  ความเหลื่อมล้ำจะยิ่งกว่านี้อีก”

ดร.สมคิดมองอนาคตและความคิดในการปูรากฐานใหม่ของไทยว่า  ด้านการส่งออก  สินค้าต้องแข่งขันได้  ไม่ใช่สินค้าอุตสาหกรรมเดิมๆแค่ไม่กี่กลุ่ม  สินค้าเกษตรแปรรูปเพื่อยกระดับมูลค่าคือ “หัวใจ” สำคัญ

และที่เชื่อมโยงกันคือต้องเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองเพื่อกระจายรายได้การท่องเที่ยวไม่กระจุกแค่เมืองหลักเดิมไม่กี่จังหวัด

การพัฒนาระบบการขนส่งทางรางเพื่อสนับสนุนภาคการเกษตร  คมนาคม และการท่องเที่ยว ก็เป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง

“ต้องสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้แข็งแรงถึงจะสู้วิกฤติได้ภายใต้มรสุมโลก” นี่คือแนวคิดของดร.สมคิด

การจัดสัมมนา “อันดามันรอด ประเทศไทยรุ่ง” ของพรรคสร้างอนาคตไทย เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่โรงแรมรามาดา พลาซ่า เจ้าฟ้าภูเก็ต  คือเวทีแรกของดร.สมคิด หลังเปิดตัวเป็นทางการ

เขากล่าวถึงจุดแข็งของอันดามันว่า เรามีไข่มุกเม็ดงามอยู่ 3 เม็ด ได้แก่ภูเก็ต กระบี่และพังงา ถ้ารู้จักร้อยไข่มุกเป็นสายสร้อยมุก จะได้สายสร้อยที่สวยงามมาก นำจุดเด่นของ 3 จังหวัดนี้รวบรวมกันเข้าเป็นแพคเกจ ประสานความร่วมมือกัน ส่งเสริมที่ยิ่งใหญ่และไม่มีใครเหมือน และสามารถเชื่อมโยงได้อีก 3 เม็ด คือระนอง ตรังและสตูล โดยเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับภาคเกษตรเข้าด้วยกัน

การเกษตรสมัยใหม่ที่มีมูลค่าที่ต้องทำให้เป็น “อาหารแห่งอนาคต” และมีคุณภาพโดยเน้นเรื่องสุขภาพ มีมาตรฐาน เป็นเสาหลัก 1 ใน 3 ที่จำเป็นในการพัฒนาพื้นที่อันดามัน

ส่วนอีก 2 เสาหลักคือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการดูแลสุขภาพ และ 3 การทำให้ภูเก็ตเป็นดิจิตัล ฮับ             

เมื่อดร.สมคิด ผู้เป็นแม่ทัพใหญ่พรรคสร้างอนาคตไทยขยับตัว นำเสนอยุทธศาสตร์และนโยบายการแก้ปัญหาต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม ย่อมสั่นสะเทือนวงการเมือง  ส่งผลให้เกิดการปรับตัวเกี่ยวกับรูปแบบ วิธีการหาเสียง หาคะแนนนิยมแบบเดิมๆของพรรคการเมืองต่างๆ 

ความคมชัดของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชน ประกอบกับความโดดเด่นของผู้นำที่ผ่านประสบการณ์การบริหารประเทศมาอย่างโชกโชน   คือสิ่งที่พรรคการเมืองต้องแข่งขันกันนำเสนอต่อประชาชนในปัจจุบัน           

“คนไทยมองหารัฐบาล มองหาความหวัง แต่เมืองไทยรอไม่ได้ รอมานานแล้ว เมืองไทยจะไปไม่ไหว จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้” คือคำกล่าวของดร.สมคิด ที่บอกว่าเป็นแรงบัลดาลใจให้คืนสู่การเมือง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,372 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d