Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ภัยเงียบ!! มารู้จัก ‘โรคพังผืดในปอด’ ทำไมต้องรีบรักษา?

Posted on September 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681464

ภัยเงียบ!! มารู้จัก 'โรคพังผืดในปอด' ทำไมต้องรีบรักษา?

ภัยเงียบ!! มารู้จัก ‘โรคพังผืดในปอด’ ทำไมต้องรีบรักษา?

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.35 น.

โรคพังผืดในปอด จัดเป็นโรคหายากและมีความรุนแรง อัตราการเสียชีวิตสูงหากไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แพทย์และผู้ป่วย จำเป็นต้องมีความเข้าใจในการสังเกตสัญญาณโรค เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็วถูกต้อง และรักษาที่ทันท่วงทีก่อนโรคลุกลาม

สำหรับโรคพังผืดในปอด หรือ โรคปอดอินเตอร์สติเชียล (Interstitial Lung Disease) เป็นกลุ่มโรคที่เกิดการอักเสบตรงเนื้อเยื่อในปอด จึงไปรบกวนการทำงานของระบบทางเดินหายใจ โดยส่งผลให้ถุงลมปอดทำหน้าที่แลกเปลี่ยนออกซิเจนเข้ากระแสเลือดได้ยากขึ้น ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกหายใจไม่อิ่ม จัดเป็นโรคหายากที่มีความซับซ้อน และยากต่อการวินิจฉัย เนื่องจากอาการคล้ายโรคปอดอื่นๆ ต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการรักษา โรคพังผืดในปอดมีความรุนแรงเทียบเท่ากับโรคมะเร็ง ในผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยหรือรักษา มักเสียชีวิตภายใน 3-4 ปี แต่หากได้รับการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะสามารถชะลอการดำเนินของโรคและมีชีวิตได้นานขึ้น โดยอาการโรคที่บ่งชี้ว่าอาจเข้าข่ายเป็นโรคพังผืดในปอด ได้แก่ มีอาการไอเรื้อรัง หรือ หอบเหนื่อยมานานกว่า 2 เดือน โดยหาสาเหตุอื่นไม่พบ และไม่เคยสูบบุหรี่ สำหรับแพทย์ หากสงสัยควรส่งวินิจฉัยเพิ่มเติม และถ้ามีผลเอกซเรย์ปอดที่ผิดปกติ ฟังเสียงหายใจผิดปกติที่ชายปอดทั้ง 2 ข้าง คล้ายเสียงลอกแถบตีนตุ๊กแก และออกซิเจนปลายนิ้วต่ำเมื่อออกกำลัง อาการดังกล่าวถือว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ได้

ในเดือนกันยายนของทุกปี ถือเป็นวาระสำคัญในการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคพังผืดในปอดให้กับแพทย์และผู้ป่วย รวมถึงภาคประชาชน เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถคัดกรองโรคนี้ได้อย่างรวดเร็ว และผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที

สมาคมอุรเวชช์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เล็งเห็นความสำคัญนี้ จึงร่วมกับ คณะทำงานโรคปอดอินเตอร์สติเชียลและโรคปอดจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม (ILD assembly), มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก และ บริษัท เบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ ประเทศไทย จัดกิจกรรม Pulmonary Fibrosis Awareness Month โดยในงานมีการจัดเสวนาเรื่อง Freshen Up Your Life “สูดลมหายใจให้เต็มปอด เพื่อผู้ป่วยโรคพังผืดในปอด” ในวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 14.00 – 15.30 น. ทาง Live ผ่าน Facebook page: “รู้ไวไอแอลดี”, “สมาคมอุรเวชช์ แห่งประเทศไทย (Thaithoracic)”, “มูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายาก” หรือ รับชมผ่านทาง Zoom ได้ โดยสแกน QR Code ในรูป หรือ รับชมผ่าน Link https://us06web.zoom.us/webinar/register/WN_bInrOJs_R36PNuBknJNiVA   

ภายในงานเสวนามีอาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญถึง 3 ท่านมาร่วมให้ความรู้และคำตอบ เรื่องโรคพังผืดในปอดแบบเอ็กซ์คลูซีฟเป็นครั้งแรก ประกอบด้วย รศ.นพ.แจ่มศักดิ์ ไชยคุนา นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ รศ.นพ.ศุภฤกษ์ ดิษยบุตร ประธานคณะอนุกรรมการโรคปอดอินเตอร์สติเชียลและโรคปอดจากการทำงานและสิ่งแวดล้อม ศ.พญ.ดวงฤดี วัฒนศิริชัยกุล หัวหน้าสาขาเวชพันธุศาสตร์ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหายาก และรองประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อผู้ป่วยโรคหายากประเทศไทย รวมถึงคุณมนฤทัย เด่นดวง พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลศิริราช และผู้ป่วยโรคพังผืดในปอดมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์

ดังนั้น การเสวนาเรื่อง Freshen Up Your Life “สูดลมหายใจให้เต็มปอด เพื่อผู้ป่วยโรคพังผืดในปอด” ในวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2565 เวลา 14.00 – 15.30 น. จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้บุคลากรการแพทย์ ผู้ป่วย และประชาชนทั่วไปมีองค์ความรู้เกี่ยวกับโรค และเข้าถึงการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผบ.ทบ.ยกย่อง ‘น้องบอส’ เป็นแบบอย่างในสังคม ชวนเข้า รร.เตรียมทหารสังกัด ทบ.

Posted on September 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681455

ผบ.ทบ.ยกย่อง 'น้องบอส' เป็นแบบอย่างในสังคม ชวนเข้า รร.เตรียมทหารสังกัด ทบ.

ผบ.ทบ.ยกย่อง ‘น้องบอส’ เป็นแบบอย่างในสังคม ชวนเข้า รร.เตรียมทหารสังกัด ทบ.

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.30 น.

ผบ.ทบ.มอบ โล่-ใบประกาศเกียรติคุณ “น้องบอส” นศท. ยกย่องเป็นแบบอย่างในสังคม ช่วยชีวิตคน ชวนเข้า รร.เตรียมทหารสังกัด ทบ. ย้ำกองทัพ อยากได้เด็กดี เผย รมว.กลาโหม ฝากชื่นชม 

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.3565 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. มอบโล่ ใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ 
นายปรัชญา ใจบุญ หรือ น้องบอส นักศึกษาวิชาทหาร (นศท.) ชั้นปีที่ 2 ช่วยปฐมพยาบาลขั้นำนฐานให้กับนักเรียนหญิงที่ปรพสบอุบัติเหตุไฟดูดจนหมดสติ

โดย พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวว่า ตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  รมว.กลาโหม  ให้เชิดชูคนดี น้องบอสถือเป็นตัวอย่างให้กองทัพบก และตัวแทนนักศึกษาวิชาทหาร  ที่นำความรู้ที่ได้รับไปช่วยเหลือสังคม เรียกว่าวิชาการช่วยชีวิต ที่เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรพระราชทานของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราโชบาย ให้ทหารฝึกจิตอาสาร่วมกับส่วนราชการ วิชาช่วยเหลือประชาชน เพราะทหารออกไปทำงานก็ช่วย ประชาชนเป็นหลัก และทุกหน่วยจะสอนวิชานี้ให้ทหารเมื่อเจอเหตุการณ์ เช่นเดียวกับ น้องบอส ที่ได้รับการถ่ายทอดจากศูนฝึกนักศึกษาวิชาทหาร สามารถช่วยได้ สิ่งสำคัญคือ จิตใจในขณะนั้น เขาช่วยชีวิตคนหนึ่งที่อยู่บนความเป็นความตาย ขณะที่คนช่วยชีวิตก็อยู่บนความเสี่ยงเช่นกัน อยากฝากไว้ว่าเราต้องสนับสนุนคนดี ส่งเสริมเขาให้เดินไปสู่ความฝันหรือแรงบันดาลใจ เพราะหากได้ศึกษาแมหลังน้องบอส จะรู้ว่าเขาสามารถทำได้จริง ในขณะเด็กทั่วไปหากไม่ได้ศึกษาจะทำไม่ได้ จะเห็นอยู่แล้วว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แตาน้องบอสมีแรงบันดาลใจเพราะเคยประสบเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตัวเขาเอง เขาถึงอยากช่วยชีวิตคนให้ได้

พล.อ.ณรงค์พันธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งเหล่านี้เราพยายามปลูกฝังกำลังพลในกองทัพบก ซึ่งเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของทหาร เพื่อให้รู้วิธีการช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น ในส่วนของน้องบอส ได้ทำบุญอันสูงสุดช่วยชีวิตคน และขอชื่นชม 

“รมว.กลาโหม ฝากมาชื่นชม ให้เกียรติ ยกย่องน้องบอส เป็นตัวอย่างในสังคมปัจจุบัน ชื่นชมคุณพ่อคุณแม่ที่ได้เลี้ยงดูอบรม สั่งสอนน้องบอส ให้มีจิตอาสาช่วยเหลือประชาชน และทราบว่า น้องบอส อยาดสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร  อยากฝากบอกว่าหากสนใจ อยากให้เข้ากองทัพบก  เราต้องการกำลังพลแบบน้องบอส ซึ่งกองทัพบกมีโควต้าในส่วนของจังหวัด ถ้าสนใจกองทัพบกยินดี เราอยากได้เด็กดีมาร่วมงาน เพราะทหารมีหน้าที่ป้องกันประเทศ ช่วยเหลือประชาชน และครอบครัวน้องบอส คุณพ่อคุณแม่ สนใจอาชีพตำรวจ ทหาร ที่ดูแลเรื่องความมั่นคง เจาก็ส่งเสริมลูกชาย”

ด้าน นายปรัชญา ระบุว่า ภูมิใจครั้งหนึ่งได้ช่วยชีวิตคน ส่วนที่ ผบ.ทบ.ชวนมามาเป็นทหารบกนั้น ตนตอบรับ เพราะในใจอยากเป็นอยู่แล้ว เป็นความฝันตอนเด็ก และ ผบ.ทบ.ให้คำแนะนให้ตน อ่านหนังสือ เตรียมร่างกายให้พร้อม  สำหรับเงินที่ได้รับมาเอามาติวสอบเข้า โรงเรียนเตรียมทหาร

อย่างไรก็ตาม วิชาการช่วยชีวิตคน เราสามารถนำมาในใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงปรับปรุงวินัยของตัวเอง อยากฝากไปถึงเพื่อนๆนักศึกษาวิชาทหาร ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอุบัติเหตุเกิดได้ทุกเมื่อ. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หัวจะปวด!! ครูแขวะ นร. แก่แดด อยากได้ iPhone 14 ลั่น’ซื้อกะเพราได้1,122จาน -มาม่า6,414 ซอง’

Posted on September 22, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681449

หัวจะปวด!! ครูแขวะ นร. แก่แดด อยากได้ iPhone 14 ลั่น'ซื้อกะเพราได้1,122จาน -มาม่า6,414 ซอง'

หัวจะปวด!! ครูแขวะ นร. แก่แดด อยากได้ iPhone 14 ลั่น’ซื้อกะเพราได้1,122จาน -มาม่า6,414 ซอง’

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.52 น.

หัวจะปวด!! ทัวร์ลงยับครูแขวะ นร. แก่แดด อยากได้ iPhone 14 ลั่น ซื้อกะเพราได้พันจาน-มาม่าได้6พันซอง

21 ก.ย. 65 เพจเฟซบุ๊ก สมัครงาน สอบราชการ โพสต์ข้อความที่แคปหน้าจอมา จากเฟซบุ๊กของคนหนึ่ง โพสต์ว่า “เมื่อวันก่อนฉันมีคาบสอนวิชาคณิตฯ เด็กนักเรียน ม.6/3 ตอนใกล้หมดคาบได้ยินนักเรียนหญิง 2 คน คุยกันว่าอยากได้ iPhone 14 Pro Max ราคาเริ่มต้น 44,900 บาท พอได้ยินว่าราคา 4 หมื่นกว่า ตกใจเลย

เป็นครูมาจนอายุ 58 ปีแล้ว ยังไม่เคยเจอว่าทำไมเด็กสมัยนี้แก่แดดเร็วจัง อยากได้โทรศัพท์ราคาแพง ๆ มาแข่งกัน พอมาคิด ๆ ดู เลยอยากเปรียบเทียบให้คิด iPhone 14 Pro Max ราคาเริ่มต้น 44,900 บาท ถ้าซื้อข้าวผัดกะเพรา จานละ 40 บาท จะได้ 1,122 จาน ถ้าซื้อมาม่า ซองละ 7 บาท จะได้ 6,414 ซอง คิดเยอะ ๆ นะลูกเอ้ย ครูเป็นห่วง”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ ครูครับ #ผัดกะเพรา สะกดงี้ครับ , เงินเดือนครูอายุ 58 เอามาเฉลี่ยซื้ออาหารเลี้ยงนกพิราบได้กี่กระสอบฝากคำนวณทีครับ , ก็อยากซื้อ iPhone ไม่ได้อยากกินกะเพรา และ พ่อแม่ เขามีศักยภาพ เรื่องความคุ้มค่าเหมาะสมมันส่วนบุคคลไปตัดสินกันไม่ได้ , ใบกะเพรา​มันโทรออกไม่ได้ , มาม่า 6พันกว่าห่อ ฟอกไตแพงกว่าไอโฟนไปอีก , ผมอยากได้ iPhoneครับ ไม่ได้อยากกินกะเพรา ปล.ครูครับ “กะเพรา” เขียนแบบนี้ครับ เป็นต้น. -008 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : สมัครงาน สอบราชการ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พิจิตรแม่น้ำยมล้นตลิ่ง ท่วมสถานที่ผลิตกระปุกออมสิน เร่งย้ายขึ้นมาทำบนถนน

Posted on September 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681437

พิจิตรแม่น้ำยมล้นตลิ่ง ท่วมสถานที่ผลิตกระปุกออมสิน เร่งย้ายขึ้นมาทำบนถนน

พิจิตรแม่น้ำยมล้นตลิ่ง ท่วมสถานที่ผลิตกระปุกออมสิน เร่งย้ายขึ้นมาทำบนถนน

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.44 น.

พิจิตร แม่น้ำยมที่เพิ่มระดับสูงขึ้นล้นตลิ่งท่วม  ส่งผลกระทบผู้ผลิตกระปุกออมสิน ต้องย้ายสถานที่ผลิตขึ้นมาอาศัยริมถนน เป็นที่ผลิตงานชั่วคราวเพื่อส่งให้ทันตามความต้องการของลูกค้า

21 กันยายน 2565 สถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดพิจิตรที่ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง ส่งผลกระทบกับชาวบ้านผู้ผลิตออมสินปูนปลาสเตอร์ ในพื้นที่หมูที่ 1 ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร หลังน้ำในแม่น้ำยมยมล้นไหลท่วมบริเวณชั้นล่างของบ้าน ที่เป็นสถานที่สำหรับผลิตออมสิน ถูกน้ำท่วมระดับสูง 50-60 เซนติเมตร จนไม่สามารถใช้เป็นสถานที่ผลิตออมสินได้ ส่งผลให้ประชาชนผู้ผลิตออมสินจึงแก้ปัญหาด้วยการย้ายสถานที่ผลิตออมสินขึ้นไปอาศัยถนน ซึ่งเป็นพนังกั้นน้ำเป็นการชั่วคราว รวมถึงบางส่วนที่ย้ายไม่ทัน จะต้องทำการผลิตในขั้นตอนพ่นสี ในน้ำที่ท่วมขัง เพื่อผลิตให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าที่มียอดสั่งซื้ออย่างต่อเนื่อง 

นายปัญญา ผาสุก ชาวบ้านที่ผลิตกระปุกออมสิน กล่าวว่า ปีน้ำในแม่น้ำยมมีปริมาณมาก เอ่อเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ซึ่งรวมไปถึงสถานที่สำหรับผลิตออมสิน ส่งผลกระทบกับพื้นที่การทำกระปุกออมสิน ที่ถูกน้ำท่วม บางส่วนที่ย้ายไม่ทัน ต้องทำการผลิตในที่น้ำท่วมขัง และต้องคอยระวัง ปลิง ที่มากับน้ำท่วม ซึ่งระดับน้ำที่ท่วมเพิ่มขึ้น จะต้องย้ายกระปุกออมสินบางส่วนต้องย้ายที่ต้องมาอาศัยไหล่ทางถนน เพื่อเป็นสถานที่ผลิตเป็นการชั่วคราว เพื่อไม่ให้การผลิตขาดตอนเนื่องจากมียอดสั่งซื้อจากผู้ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อยที่ซึ่งซื้อเพื่อไปจำหน่ายให้กับผู้ที่ต้องการทั่วประเทศ

สำหรับ ตำบลบางลาย อำเภอบึงนาราง จังหวัดพิจิตร นับได้ว่าเป็นแหล่งผลิตออมสินรายใหญ่ที่ผลิตเพื่อส่งจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายใหญ่และรายย่อยทั่วประเทศ ในแต่ละปีจะสร้างรายได้นับแสนบาทให้กับประชาชนในชุมชน นับว่าเป็นรายได้งามทั้งในช่วงปกติและช่วงที่เกิดอุกภัยได้เป็นอย่างดี.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กะเพราถาดพลิกชีวิต!! อดีตพ่อค้าข้าวแกง ผันชีวิตลูกค้าติดตรึม สร้างรายได้งาม

Posted on September 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681429

กะเพราถาดพลิกชีวิต!! อดีตพ่อค้าข้าวแกง ผันชีวิตลูกค้าติดตรึม สร้างรายได้งาม

กะเพราถาดพลิกชีวิต!! อดีตพ่อค้าข้าวแกง ผันชีวิตลูกค้าติดตรึม สร้างรายได้งาม

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.46 น.

อดีตพ่อค้าขายข้าวแกง ชื่นชอบการกินมาก ลองผิดลองถูกกับการทำอาหารมานับไม่ถ้วน ขายข้าวแกงไปไม่รุ่งเนื่องจากเป็นอาหารเฉพาะกลุ่มเกินไป สุดท้ายพบแสงสว่างใกล้ตัว กับเมนูสุดแสนจะง่าย ที่ทุกคนรู้จักกันดีในนามเมนูกะเพรา พลิกชีวิตขายดิบขายดี จนลูกค้าแน่นร้าน ทะลุไปยังยอดขายออนไลน์ ขวัญใจฟู๊ดเดลิเวอรี่ 

ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้าน “กะเพราถาด มตพ.”  ปัจจุบันร้านตั้งอยู่เลขที่ 170 ถนน หัวน้ำตก ต.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง จ.ระยอง เป็นบ้านพัก 2 ชั้น ที่ชั้นล่างเป็นปูน และชั้นบนเป็นไม้เก่า เปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งตั้งอยู่ในเขตชุมชนมาบตาพุด ซึ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบรับประทานเมนูหลากหลายไม่ว่าจะเป็น กะเพราหมูกรอบ, กะเพราเนื้อ, กะเพราหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์,กะเพราหอยเชลล์, ราดหน้า, ไส้อ่อนผัดกระเทียมพริกไทและเมนูอื่นๆอีกมากมาย ทำให้เป็นร้านที่ลูกค้าขาประจำพากันมาฝากท้อง ตั้งแต่มื้อเช้า จนถึงมื้อเที่ยง ส่วนออเดอร์ที่มาจากแอฟสั่งอาหาร ไม่ต้องพูดถึง สั่งกัน รัวๆไม่มีหยุด  

“กะเพราถาด มตพ.”  เป็นร้านอาหารตามสั่ง ที่มีหลากหลายเมนู ให้ลูกค้าเลือกสั่งมารับประทาน เมนูเด็ดของร้านคือ  “กะเพราหมูกรอบ” เพราะหมูกรอบเป็นสูตรของทางร้านที่คิดค้นการทำขึ้นมาเองจากการลองผิดลองถูกจนได้สูตรเด็ด จึงได้หมูกรอบที่เป็นหมูกรอบจริงๆ หนังกรอบพอดีไม่เหนียวและแข็งจนเกินยไป เนื้อหมูนุ่มนิ่ม นำมาผัดเป็นกะเพรา โดยใช้น้ำซอสปรุงรสที่ทางร้านคิดสูตรขึ้นมา ทำให้ได้กะเพราหมูกรอบ ที่ยังมีความกรอบของหนังหมูและส่วนเนื้อหมูนุ่มนิ่ม ราดบนข้าวสวยร้อนๆ ให้ลูกค้าได้ทานกัน ทางร้านจะทำหมูกรอบวันต่อวันประมาณ 10-12 กิโลกรัม หมูกรอบขายหมดทุกวัน 

อีก 1 เมนูของร้านที่เป็นคู่แข่งของกะเพราหมูกรอบคือเมนู “ราดหน้า” ราดหน้าหมู หรือทะเล ซึ่งทางร้านใช้ซอสเอนกประสงค์สูตรเด็ดตัวเดียวกันกับผัดกะเพรา รังสรรค์ความอร่อยให้ราดหน้าได้อย่างลงตัว น้ำราดหน้าไม่เหนียวเกินไป เนื้อหมูนุ่มและเด้งเพราะเลือกใช้เนื้อหมูที่ดีนำมาเข้าสูตรหมักจนได้ที่ ก่อนที่จะนำมาผสมกับน้ำราดหน้าจนได้ราดหน้ารสชาติกลมกล่อม ใครมาก็ต้องสั่ง 

นายสาธิต คำสอน อายุ 34 ปี เจ้าของร้าน “กะเพราถาด มตพ.” ได้เล่าว่าเมื่อก่อนตนขายข้าวแกงมาก่อน พอขายได้สักพัก ก็เริ่มขายไม่ค่อยดีเพราะว่าข้าวแกง คนกินเฉพาะกลุ่มเกินไปและเมนูไม่หลากหลาย ก็เลยคิดว่าจะขายอะไรดี นึกได้ว่าตนชอบกินผัดกะเพรามาก และจะกินกะเพราที่ไม่ใส่ผักจะใส่แค่ใบกะเพรากับเนื้อสัตว์เท่านั้น ก็เลยให้แฟนลองผัดกะเพราดูและให้เพื่อนช่วยชิม เห็นว่ารสชาติใช้ได้จึงให้แฟนเริ่มทำขาย ตอนนี้ก็เปิดขายได้ 4 ปีแล้ว ส่วนชื่อร้าน กะเพราถาด มตพ. นั้นเกิดจากตนเป็นคนชอบกินอาหารในปริมาณเยอะๆ เลยเกิดเป็นไอเดียนำอาหารที่ทำเสร็จนำมาใส่ถาดและเสิร์ฟให้ลูกค้า ส่วน มตพ. ก็ย่อมาจาก มาบตาพุด เพราะร้านตั้งอยู่ใน ต.มาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง ส่วนเคล็ดลับความอร่อย อยู่ที่วัตถุดิบที่ได้มาจากต้นน้ำจริงๆ ราคาต้นทุนจึงไม่แพง มีความสด ไม่ค้างคืน จึงอร่อยและให้เยอะทุกจาน  

ราคาอาหาร เริ่มต้นที่ 50 บาท ส่วนเมนูที่แพงสุดเช่นกะเพราปู ราคา 80 บาท ที่ร้านยังเปิดร้านขายน้ำให้ลูกค้าสั่งดื่ม ระหว่างรออาหาร ไม่ว่าจะเป็น น้ำกระเจี๊ยบ, น้ำบ๊วย, น้ำฝรั่ง, โอเลี้ยง และกาแฟโบราณ พร้อมเสิร์ฟอาหารให้ลูกค้าทั้งหน้าร้านและออเดอร์จากแอพสั่งอาหาร ซึ่งบรรดาพนักงานรับส่งอาหารหลายคน จะเวียนรับออเดอร์ร้าน กะเพราถาด มตพ. วันละ 20-30 รอบ.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แอดมินเพจดังอุดรฯ แจงหมดเปลือกถูกกล่าวหาอมเงินบริจาคให้ ‘น้องบาส-น้องเรดิโอ’

Posted on September 21, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681426

แอดมินเพจดังอุดรฯ แจงหมดเปลือกถูกกล่าวหาอมเงินบริจาคให้ 'น้องบาส-น้องเรดิโอ'

แอดมินเพจดังอุดรฯ แจงหมดเปลือกถูกกล่าวหาอมเงินบริจาคให้ ‘น้องบาส-น้องเรดิโอ’

วันพุธ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.06 น.

แอดมินเพจดังฯ ออกมาแจงแล้วที่มาที่ไปของเงินบริจาคช่วยน้องบาสและน้องที่ถูกไฟดูด ยันไม่ได้อมเงินน้องๆ ทุกคน เราเป็นสะพานบุญ หากคิดว่าจิตใจไม่ดีคิดว่าอมเงินแจ้งความเลยพร้อมสู้ทุกกรณี

21 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายอรรคชัย อาจอุดม หรือน้องบาส อายุ 19 ปี ฮีโร่ช่วยเด็กจมน้ำถูกไฟดูด และนางสมถวิล เมืองณศรี อายุ 64 ปี คุณยายของน้องเรดิโอ เด็ก นร.ชั้น ม.3 ที่ถูกไฟดูด เดินทางไปแจ้งความและบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับ ร.ต.ท.แทน นุ่มเจริญ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี กรณีเพจดังฯ รับเงินบริจาคจากผู้ใจดีไปส่งถึงน้องฮีโร่และผู้ได้รับบาดเจ็บยอดเงินไม่ตรงกับแจ้งในเพจ โดยมีทนายโนบิตะ พร้อมเผยเคลือบแคลงสงสัยกับแอ้ดมินเพจฯ อาจจะมีการอมเงินบริจาคหรือไม่

ล่าสุด วันนี้ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ น.ส.เอ (นามสกุลสมมุติ) แอดมินเพจดังที่ตกเป็นข่าว ที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.เมือง จ.อุดรธานี โดย น.ส.เอ เปิดเผยว่า ที่มีข่าวว่าหนูเอาเงินบริจาคไปให้ฮีโร่และน้องๆ ที่โดนไฟดูดไม่ครบ ขอชี้แจงดังนี้ พูดถึงเรื่องน้องบาสก่อน วันนั้นตนเองเอาเงินไปมอบให้ที่บ้านน้องบาสตอนเช้าโทรหาน้องบาส น้องก็บอกว่าขอตอนเย็นๆ นะครับ หนูก็บอกว่า พี่รอได้ ตอนที่หนูขับรถกลับบ้าน รถน้ำมันจะหมด หนูก็เลยดึงเอาเงินในซองที่คนจะไปมอบให้น้องบาสเติมน้ำมันจำนวน 1,000 บาท เพราะน้ำมันสแกนจ่ายไม่ได้ พอเติมน้ำมันเงินทอนก็เก็บไว้ สักพักน้องบาสโทรบอกว่าผมถึงบ้านแล้ว หนูก็ถือซอง และบอกให้น้องมาถ่ายรูปกัน พอถ่ายรูปเสร็จน้องบาสก็ถือซองไปนั่งคุยกัน หนูเป็นคนชอบคุยก็คุยกับน้องบาสนานมาก

ต่อมาแฟนโทรมาหนูก็รีบกลับ หนูก็บอกน้องบาสบอกว่าพี่กลับนะ หนูก็เก็บของรวบขึ้นรถไปเลย รวมทั้งซองด้วย พอไปถึงบ้านหนูก็โพสต์ว่ามีคนมอบเงินให้น้องบาสฮีโร่ 5,000 บาท พอไปถึงบ้านคุณป้าของน้องบาสก็โทรหาบอกว่า ทำไมมอบเงิน 5,000 บาท แต่น้องบาส 1,000 บาท หนูก็บอกว่า คุณป้าโอน 1,000 บาท แล้วในซอง 4,000 บาทไง สักพักหนูก็โทรหาบาสบอกว่า น้องบาสในซองมอบให้ 4,000 บาทไง ให้บาสหาดูก่อน น้องบาสก็บอกว่าหาไม่เจอพี่ ตนเองก็หาในกระเป๋าปรากฏว่าซองอยู่กับตนเอง ก็เลยถ่ายรูปส่งให้น้องบาสดู และบอกว่าน้องบาสมาเอาได้ไหม น้องบาสบอกว่าไม่สะดวก หนูก็เลยโอนให้ 4,000 บาท เงินจำนวนนี้เป็นเงิน 5,000 บาท ผู้ใจบุญจะมอบให้น้องบาสผ่านตนเองมา

ในวันนั้นที่ไป รพ.น้องเรดิโอ ผู้ใจบุญไม่มีผู้ใจบุญมอบเงินให้ หนูเลยเอาเงินส่วนตัวมอบให้ 1,000 บาท และถ่ายรูปกับคุณยายน้องเรดิโอ มีถ่ายภาพซองชัดเจน และก็มีผุ้ใจบุญมอบเอง หนูก็ถ่ายรูปแต่ไม่ได้ออกข่าว หนูก็บอกจะเอามาลงเพจให้ ทุกการมอบจะมีการถ่ายรูปหมด ที่ผ่านมาหนูดูแลเพจนี้ช่วยเหลือคนมาพอสมควร หนูทำมานานจิตอาสาช่วยงานศพ กฎเหล็กของตนคือจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับกับเงินทำศพและจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวเงิน เพราะผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ถ้าคิดว่าหนูจะโกงน้อง หนูจะถ่ายรูปเอาหน้าตนลงไปแจ้งยอดทำไม หนูรู้สึกเสียใจเพราะเราเจตนาดี ถ้าคนคิดว่าเราจะไปยักยอกไปโกงเงินน้อง ข่าวนี้ดังมากนะ ตนก็เป็นสื่อคนหนึ่งคงไม่ทำแบบนั้นแน่ ความดีหนูทำตลอด หากคนที่รู้จักลึกๆ จะรู้ว่าตนเป็นคนยังไง หนูจะเป็นคนพูดไม่เพราะและเป็นขวานผ่าซาก

ส่วนกรณีเงินจำนวน 15,000 บาท เป็นเงินที่ผู้ใจบุญอยากจะมอบให้น้องฮีโร่ทั้ง 3 คน คือ น้องบาส 5,000 น้องบอส 5,000 เป็นการโอนให้มีหลักฐานการโอนเพราะน้องไม่มาและน้องเอ๋  5,000 และน้องเอ๋ยังมีน้ำใจอยากจะมอบเงินให้เด็ก 2 คนด้วยนะ เขาบอกไม่อยากรับเต็ม คือเขาขอรับแค่ 2,000 บาทส่วน 3,000 มอบให้น้องๆ อันนี้ชัดเจนหมดแล้ว

ส่วนเรื่องกรณีว่าเพจฯ เปิดรับบริจาคหนูขอยืนยันทางเพจฯ เรา ไม่ได้เปิดรับบริจาค เขาทักมาในเพจฯ เพื่อให้เป็นสะพานบุญไปมอบให้ หนูก็ตอบกลับไปว่า มีเบอร์โทรเลขบัญชีน้องเอาไปคุย แต่เขาประสงค์ให้พวกเราไปมอบให้ ส่วนกรณียายน้องเรดิโอนั้น เงินบริจาคผู้ใจบุญไม่ได้มอบให้น้อง แต่หนูเห็นแล้วสงสาร หนูเลยควักเงินส่วนตัวให้ 1,000 บาท

หนูอยากฝากถึงน้องบาสว่า ถ้าคิดว่าได้เงินไม่ครบ ทำไมไม่คุยและโทรหาพี่ แล้วที่พี่โอนเงินให้น้องบาส 5,000 คืออะไร วันนี้จู่ๆ ก็มีข่าวออกไปว่าเพจฯนั้นเพจนี้ มันเสียหาย ถ้าคิดว่าผิด แจ้งความเพจฯ ได้เลย พี่พร้อมก็จะสู้ และพร้อมดำเนินการตามหลักฐานต่างๆ อย่างหนึ่งเราก็เสียหาย เพจก็เสีย เราแค่เป็นสะพานบุญเพื่อช่วยเหลือคน ยอมรับหนูเรียนน้อย ความรู้อาจจะไม่เยอะ อาจจะโพสต์กำกวม แต่ความจริงคือความจริง ความดีอยู่กับตัวเรา คนอื่นจะว่าเราไม่ดีก็ช่าง แต่เรารู้อยู่แก่ใจ ขอฝากแค่นี้ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งล่าสุดจากฮีโร่ช่วยเด็กถูกไฟดูด 1 ใน  3 คนแจ้งว่า แอดมินเพจฯ คนนี้ได้ไปมอบเงินแก่ฮีโร่ โดยบอกว่ามีผู้ใจบุญมามอบให้ 5,000 บาท แต่ในซองมี 2,000 บาท โดยแอดมินเพจฯ รายนี้แจ้งกับฮีโร่ว่า ให้บอกว่ามอบเงินให้ 5,000 บาท แต่ทางฮีโร่รายนี้สงสัยทำไมต้องให้พูดแบบนี้ และในวันพรุ่งนี้ทางเพจฯดังจะมีการแถลงข่าวอีกครั้ง.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘หลวงพ่อปาน’ วัดบางนมโคบอกว่า ‘หลวงพ่อจง’ วัดหน้าต่างนอกเป็น ‘พระทองคำ’

Posted on September 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681358

'หลวงพ่อปาน' วัดบางนมโคบอกว่า 'หลวงพ่อจง' วัดหน้าต่างนอกเป็น 'พระทองคำ'

‘หลวงพ่อปาน’ วัดบางนมโคบอกว่า ‘หลวงพ่อจง’ วัดหน้าต่างนอกเป็น ‘พระทองคำ’

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.27 น.

พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือ “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี เล่าเรื่อง “หลวงพ่อจง พุทฺธสโร หรือพระอธิการจง พุทฺธสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก ให้หวยแม่น วันนี้มาถึงตอน “หลวงพ่อจงนั่งเฝ้าเรือ…หลวงพ่อปานวัดบางนมโคท่านบอกว่าหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกน่ะ เป็นพระทองคำแล้ว ก็เป็นพระประเภทที่เข้าไปแตะต้องไม่ได้ กิเลสหายาก” โดยมีเนื้อหาดังนี้  

วันหนึ่งหลวงพ่อจงท่านเดินอยู่บริเวณท่าน้ำหน้าวัด แล้วก็มีกระทาชายนายหนึ่งไม่ทราบว่าเป็นใคร เอาเรือไปจอด แกไปด้วยกัน 2 คน แกไปธุระหาเพื่อนใกล้ๆ วัด พอแกไปถึงแกก็ยกมือไหว้ บอกว่าหลวงพ่อขอรับ นี่ผมจะไปธุระบ้านโน้นสักครู่หนึ่ง เรือจะต้องจอดที่นี่ เพราะบ้านนั้นเขาอยู่หลังวัดออกไปอยู่กลางทุ่ง กระผมขอฝากเรือหลวงพ่อด้วยนะ ขอรับ ท่านก็รับคำ รับเฝ้าเรือให้เขา แต่ว่าพ่อกระทาชาย 2 นายนั้นแกไปเวลาเท่าไรก็ไม่ทราบ แกจะคิดหรือเปล่าก็ไม่ทราบว่าเวลานี้แกใช้พระอริยเจ้าเฝ้าเรือ ก็ดีเหมือนกัน ที่พูดอย่างนี้นะ อาตมาแปลกใจหลวงพ่อจงมานานว่าเป็นพระประเภทไม่ค่อยจะเหมือนพระอื่นเขา เรื่องลาภสักการะอะไรต่ออะไรท่านไม่ค่อยสนใจ ได้มาเท่าไรก็ส่งให้น้องชายสร้างวัด ใช้บ้างกินบ้าง เป็นของธรรมดา ที่เหลือก็สร้างวัดสร้างวาทำเป็นสาธารณประโยชน์หมด

ขณะที่เฝ้าเรืออยู่นั้นปรากฏว่าฝนตกพรำๆ หลวงพ่อจงก็เลยนั่งตากฝนอยู่ที่ม้า ไอ้ม้าไม้กระดานเขาต่อไว้ นั่งตากฝนอยู่อย่างนั้นก็พอดีชาวบ้านเขาไปพบเข้า เขาถามว่า หลวงพ่อขอรับ ทำไมไม่เข้าไปในร่มในกุฏิ ฝนมันตก ท่านก็บอกว่าไปไม่ได้หรอก ใครก็ไม่รู้ 2 คน เขาวานเฝ้าเรือไว้ ถ้าหากว่าฉันขึ้นไป เรือเขาหายจะต้องใช้หนี้เขา ไม่ได้หรอกต้องเฝ้าอยู่แบบนี้ คนที่มาพบท่านเข้าจะไปธุระก็เลยไปไม่ได้ เลยรับอาสาว่า เอายังงี้ก็แล้วกันขอรับ นิมนต์หลวงพ่อขึ้นไปบนกุฏิ กระผมขออาสาเฝ้าแทน ถ้าเรือนี้เขาหายไปกระผมขอรับใช้ขอรับ ผมรับภาระเอง เมื่อเป็นอย่างนั้นท่านจึงได้ขึ้นไปบนกุฏิ

อีตาคนที่เฝ้าเรือบอกว่านั่งเฝ้าอีกพักใหญ่เจ้าสองคนถึงได้มา จึงได้ถามว่านี่ทำไมถึงได้ใช้หลวงพ่อเฝ้าเรือฮึ นี่หลวงพ่อนั่งเฝ้าเรืออยู่ฝนตกก็ไม่กล้าขึ้นไปเพราะกลัวเรือของแกหาย ตาสองคนบอก เอไม่รู้จักว่าเป็นหลวงพ่อ นึกว่าเป็นพระหลวงตา คนนั้นก็บอกว่าพระหลวงตากับหลวงพ่อก็มีลักษณะเหมือนกันแหละ แก่เหมือนกัน ทีหน้าทีหลังละอย่าทำอย่างนี้นะ จะไปธุระปะปังที่ไหนก็เอาเรือไปฝากชาวบ้านชาวช่องเขาไว้ซี นี่มาใช้พระเฝ้าเรือแบบนี้มันไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระอย่างหลวงพ่อนี่เป็นพระไม่มีอะไรแล้วนา แกใช้พระที่ไม่มีอะไรหมายความว่ายังไง คนที่พูดก็บอกว่า เห็นหลวงพ่อปานวัดบางนมโคท่านพูดนะ ฉันไม่ได้รู้เองหรอก หลวงพ่อปานวัดบางนมโคท่านบอกว่าหลวงพ่อจงวัดหน้าต่างนอกน่ะ เป็นพระทองคำแล้ว ก็เป็นพระประเภทที่เข้าไปแตะต้องไม่ได้ กิเลสหายาก หลวงพ่อปานท่านว่ายังงั้น ตาคนนั้น ตกใจ ต้องขึ้นไปขมาโทษหลวงพ่อจง

พอเวลาขึ้นไปขมาหลวงพ่อจงท่านว่ายังไง ท่านว่าเอ๊ะ ก็ไม่มีโทษอะไรนี่ แกวานฉันเฝ้าเรือ มันจะมีโทษอะไร เขาก็บอกว่าการวานพระเฝ้าเรือเป็นโทษขอรับ เพราะว่าพระเป็นสรณะ เป็นที่เคารพ ท่านก็เลยถามว่าถ้ารู้อย่างนั้นแล้วใช้ฉันเฝ้าเรือทำไมล่ะ ถ้ารู้แล้วก็ไม่น่าใช้ เขาบอกว่าเขาเผลอไป ท่านบอกว่าไม่เป็นไรหรอก ถ้าแกเผลอได้ ไอ้โทษมันก็เผลอได้เหมือนกัน ก็เป็นอโหสิกรรมกันไปก็แล้วกัน ไม่มีโทษนะเลิกกัน

เอาละท่านผู้ฟัง ถึงเวลาชั่วโมงหนึ่งพอดี เห็นจะต้องขอลาท่านไปก่อน ขอความสุขสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผลจงมีแด่ท่านทุกคนที่นั่งรับฟัง สวัสดี

……………………………

โดยพระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” วัดท่าซุง (วัดจันทาราม) บ้านท่าซุง ต.น้ำซึม อ.เมือง จ.อุทัยธานี คัดลอกจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=39746

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘น้องโซดา’เด็ก ม.1 ถูกไฟดูดแอดมิทอีกครั้งหลังมีอาการจำเพื่อนในห้องเรียนบางคนไม่ได้

Posted on September 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681332

'น้องโซดา'เด็ก ม.1 ถูกไฟดูดแอดมิทอีกครั้งหลังมีอาการจำเพื่อนในห้องเรียนบางคนไม่ได้

‘น้องโซดา’เด็ก ม.1 ถูกไฟดูดแอดมิทอีกครั้งหลังมีอาการจำเพื่อนในห้องเรียนบางคนไม่ได้

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.22 น.

“น้องโซดา” นักเรียน ม.1 ถูกไฟดูดจากเสาไฟฟ้าส่องสว่างกลับเข้า รพ.แอดมิทอีกครั้ง หลังมีอาการจำเพื่อนในห้องเรียนไม่ได้บางคน แม่เผยเป็นห่วงลูกระยะยาว ไม่ได้เรียกร้องการเยียวยา ลูกประสบเหตุไม่ใช่ฟ้าผ่า แต่อยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยที่เราไม่ต้องไปถามและแก้ไขอย่าให้เกิดอีก

วันที่ 20 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี ด.ช.ชยุต เลยชัยภูมิ หรือ น้องโซดา อายุ 12 ขวบนักเรียนชายโรงเรียนอุดรพิทยานุกูล ชั้น ม.1/5 ที่ถูกไฟดูดขณะน้ำท่วมถนนศรีชมชื่น ด้านหลังโรงเรียนสตรีราชินูทิศ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.65 ที่ผ่านมา โดยน้องโซดาได้เข้ารับการรักษาตัวที่ รพ.อุดรธานี ออกจากโรงพยาบาลเมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ย.65 แต่ต้องกลับเข้าโรงพยาบาลอีกครั้ง เมื่อวันจันทร์ที่ 19 ก.ย.65 เวลา 15.30 น.เพื่อทำการรักษาและสังเกตอาการจากภาวะช็อคและได้รับผลกระทบจากการไฟฟ้าดูดและจมน้ำ เนื่องจากน้องโซดา มีอาการสับสนจำเพื่อนในห้องเรียนบางคนไม่ได้

นางกนกรัตน์ เลยชัยภูมิ อายุ 45 ปี แม่ของน้องโซดา เปิดเผยว่า หลังจากพาลูกชายออกจากโรงพยาบาลเมื่อเย็นวันอาทิตย์ จนมาถึงวันจันทร์ หมอก็รับน้องโซดา เข้าโรงพยาบาลอีกครั้งเพื่อมาเช็คระบบสมองใหม่ เพราะน้องมีอาการเบลอ หมอรับมาสแกนสมองครั้งหนึ่ง โดยจะสแกนซ้ำอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ย.65) เบื้องต้นยังไม่พบอาการผิดปกติ ไม่พบเลือดคลั่งในสมอง ภาพรวมปกติดี 

ส่วนความทรงจำที่ขาดหายไปที่ขาดระยะอาจจะเกิดขึ้นได้ แต่ต้องค่อยๆ ฟื้นฟู ส่วนเพื่อนในห้องเรียนที่เขาจำไม่ได้บางคน เพราะอาจจะเป็นเพราะเขาไม่สนิทก็ได้ ปกติตอนที่เขาถูกไฟดูด เขาก็เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่ไม่หมกมุ่น แม่พยายามไม่ให้ดูโทรศัพท์มาก ส่วนกับแม่และพี่น้องก็คุยสนุกสนาน สาเหตุที่แม่ให้ไปเรียนเลยวันจันทร์ เพราะน้องอยากไปโรงเรียนเพราะน้องใกล้สอบแล้ว และแม่ก็โทรไปฝากคุณครูและเพื่อนๆ จนครูโทรมาบอกแม่ให้ไปรับเพราะดูอาการน้องเขาจำเพื่อนบางคนไม่ได้

“ตอนนี้ไม่มีหน่วยงานไหนออกมาว่าตัวเองบกพร่อง เหตุที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ฟ้าผ่า อยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจากนี้ไปต้องแก้ไขจุดอื่นๆ อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกได้ไหม ทุกคนไม่ต้องการคำขอโทษ ไม่ต้องการเงินเยียวยา ถ้าเลือกได้กลับไปไม่อยากให้เกิดจะดีกว่า นี่คือความรู้สึกจริงๆ ของแม่ ไม่ใช่ว่าวันนี้จะให้เกิดจะให้คนที่ประสบออกมาเรียกร้อง แล้วจะออกมารับผิดชอบ เมื่อมันเกิดแล้วทำยังไงไม่ให้เกิดกับคนอื่นอีก คนอื่นจะโชคดีแบบนี้ไหม หน่วยงานที่รับผิดชอบน่าจะคิดได้ ไม่ใช่รอให้ใครไปฟ้องหรอก ฝนจะตกอีกแน่นอนรีบเช็ครีบซ่อมจุดอื่นไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก มันเป็นสิ่งที่รุนแรง ถ้าไม่มีหน่วยงานไหนออกมารับผิดชอบจริงๆ ก็มีหน่วยงานด้านกฎหมาย เขาก็มาหาคุณแม่แจ้งสิทธิบอกว่าคุณแม่เรียกสิทธิได้ตามกฎหมาย ตอนนี้คุณแม่ไม่คิดอะไรมากกว่าขอให้ลูกแข็งแรง ลูกปกติจะดีกว่า เรื่องอื่นๆ เขาไว้ทีหลัง 

ส่วนจะฟ้องหรือไม่จะปรึกษากับญาติพี่น้อง และคนที่เขาประสบเหตุไปด้วยกันและคณะกฎหมายว่าเราเรียกร้องได้แค่ไหน และที่เราเรียกร้องจะมีอะไรเกิดขึ้น ไม่ใช่ต้องการแค่เงิน แต่อยากจะให้เขารับผิดชอบในส่วนไหนบ้าง ศาลไม่จ่ายแค่เงินให้เราได้ไหม ศาลสั่งให้เขาทำประโยชน์ให้เกิดกับคนอื่นด้วยได้ไหม ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ตอนนี้หัวอกคนเป็นแม่ห่วงอาการลูกระยะยาวว่าจะกลับมาเป็นปกติไหม” นางกนกรัตน์ กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ZERO CARBON’ ปฐมเหตุแห่งการลดโลกร้อน’คนเมือง’นำกระแสปลูกผักลดขยะได้จริง!

Posted on September 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681324

'ZERO CARBON' ปฐมเหตุแห่งการลดโลกร้อน'คนเมือง'นำกระแสปลูกผักลดขยะได้จริง!

‘ZERO CARBON’ ปฐมเหตุแห่งการลดโลกร้อน’คนเมือง’นำกระแสปลูกผักลดขยะได้จริง!

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.38 น.

“ซีโร่ คาร์บอน” (ZERO CARBON) กระแสที่กำลังบูมในไทย ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 นโยบายของการเดินสู่ซีโร่ คาร์บอน ในภาคเอกชนของไทยเรียกว่า เกิดการตื่นตัวจนเป็นกระแส และ กระเพื่อมในหลายองคาพยพ โดยบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทด้านพลังงานอันดับหนึ่งของไทย นำทัพตั้งเป้าเน็ต ซีโร่ ภายในปี 2603 โดยเรียกยุทธศาสตร์นี้ว่า  “สังคมคาร์บอนต่ำ “Powering Life with future energy and beyond” ซึ่งโมเดลการพัฒนายั่งยืน สู่สังคมคาร์บอนต่ำนั้น ต่อยอดไปถึงการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต 

รวมไปถึง บริษัทที่เรียกว่าขึ้นแท่น “บมจ.” ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมมือกันเดินหน้าสู่กลยุทธ์การบริหารธุรกิจแบบยั่งยืน หรือ “sustainable” แม้กระทั่งวงจรการผลิตอาหาร พบว่า หากมีความร่วมมือกันใช้พลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์  จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 4,000 ตัน โดยกรุงไทย คอมพาส (Krungthai compass) ให้ข้อมูลว่าสินค้าปศุสัตว์และอาหารเป็นสินค้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด เมื่อนำไปเทียบกับสินค้าเกษตรอื่นๆ ขณะเดียวกันการส่งออกเพื่อไปสหภาพยุโรป และ สหรัฐอเมริการ มีปริมาณสูง จนทำให้ต้องมีแผนลดการปล่อนก๊าซเรือนกระจก 

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ ภาคีเครือข่ายมีการลงนามความร่วมมือโครงการลดก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทย โดยถึงกับตั้งเป้าว่าจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือศูนย์ในปี 2583 หรือ อีก 18 ปีข้างหน้า 

ประเด็นอยู่ที่ว่า ปี 2565 กระแส “ซีโร่ คาร์บอน” เป็นกระแสที่องคาพยพในไทยตื่นตัว แต่กระแสเหล่านี้จะดำเนินไปอย่างถาวรตามเป้าหมายหรือไม่ ตรงนี้เป็นประเด็นที่ต้องจับตามองกันในระยะยาว เพราะปัจจุบัน ในส่วนของ “คนเมือง” ก็ตอบรับและเป็นผู้นำกระแสในการสร้างพื้นที่สีเขียว และลดปริมาณขยะที่ใช้ในเมือง โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่บทเรียนของสังคมไทย คือ กระแสในบ้านเรามักเป็นแค่ชั่ววูบชั่ววาบ เมื่อมีผู้จุดพลุก็ดัง แต่เมื่อพลุดับลงก็กลายเป็นกระแสในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น 

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวปาฐกถาบนเวทีสัมมนา “NEW ENERGY : แผนพลังงานชาติ สู่ความยั่งยืน” ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮเอท เอราวัณฯ ซึ่งจัดโดยเครือเนชั่น ว่า ขณะนี้ กระทรวงพลังงานกำลังออกแบบหลักการประหยัดพลังงาน 3 ข้อใหญ่ ได้แก่ 1.ความมั่นคงของระบบไฟฟ้า 2.ต้นทุนค่าไฟฟ้าให้อยู่ในระดับเหมาะสมและแข่งขันกันได้ และ 3.การบริหารทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้อยู่ในระดับที่สมดุล โดยเชื่อมโยงและต่อยอดไปยัง “ระบบไฟฟ้าในอนาคต” (Grid Modernization) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยอย่างน้อย 3-4 ราย และ อนาคตไทยก็ตั้งเป้าว่าจะเป็นศูนย์กลาง หรือ ฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในไทย รวมทั้งนโยบายเหล่านี้จะมีผลต่อการส่งเสริมภาคการเกษตรให้มีรายได้ และ ส่งเสริมความเป็นกลางทางคาร์บอน 

เพราะฉะนั้น การเดินหน้าเรื่อง “สิ่งแวดล้อม” จึงจำเป็นต้องใช้ “ความจริงใจ” จึงจะไม่เป็นเพียงกระแส หรือเพียงแค่ต้องการได้การลดภาษีในการทำการค้าเท่านั้น แต่จะต้องเชื่อมโยงกับ “เศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” โดย “ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล” ผู้เขียนหนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” ระบุว่า จากข้อมูล “50 ความจริงที่น่าจะเปลี่ยนโลก” ของเจสสิก้า วิลเลี่ยมส์ (Jessica Williams) ซึ่งรวบรวมความจริงที่เหลือเชื่อระหว่างปี 2545-2546 ดังนี้ 

ด้านเศรษฐกิจพบว่า มีธุรกิจยาทั่วโลกมีมูลค่าทางธุรกิจสูงถึง 4,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าพอๆกับยาเสพติด , ค่าใช้จ่ายในการป้องกันประเทศของทุกประเทศ รวมกันเท่ากับ 794,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ มีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำจ่ายเงิน และ มีมูลค่าสูงเป็นเม็ดเงิน 6 เท่า ของประเทศรัสเซีย และ ประเทศรัสเซียก็จ่ายเงินส่วนนี้สูงเป็นอันดับสอง , คนอเมริกันใช้จ่ายค่าสื่อทางเพศประมาณปีละ 4,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งเท่ากับเงินที่บริจาคให้ประเทศที่กำลังพัฒนา และ ยังค้างจ่ายให้สหประชาชาติอีก 1,000 ล้านดอลล่าร์ และ สหภาพยุโรปใช้เงินสนับสนุนการเลี้ยงวัววันละ 2.50 ดอลล่าร์สหรัฐต่อตัว ขณะที่คนในแอฟฟริกาสัดส่วนร้อยละ 75 มีรายได้ 2.50 ดอลล่าร์สหรัฐ 

ด้านสังคม มีข้อมูลว่า ผู้หญิงญี่ปุ่นมีอายุเฉลี่ย 84 ปี ขณะที่ผู้หญิงของประเทศบอสวานาในทวีปแอฟฟริกามีอายุเฉลี่ยเพียง 39 ปี , มากกว่าร้อยละ 70 ของประชากรโลก ไม่เคยใช้โทรศัพท์แม้แต่ครั้งเดียว , ทั่วโลกมีการตายด้วยกับระเบิดชั่วโมงละ 1 คน ส่วนรถยนต์ฆ่าคน 2 คนทุกๆนาที และประชากรหนึ่งในสามของโลกกำลังทำสงครามกลางเมือง แต่จำนวนผู้เสียชีวิตจากสงครามมีน้อยกว่าการฆ่าตัวตาย 

ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีข้อมูลว่า ผู้บริโภคในสหรัฐอเมริกาทิ้งขวดน้ำพลาสติกชั่วโมงละ 2.5 ล้านขวด ซึ่งหากนำขวดเหล่านี้มาต่อกัน ภายในสามอาทิตย์จะได้ระยะทางจากโลกถึงดวงจันทร์ , การขนส่งลูกกีวีจากประเทศนิวซีแลนด์ไปยังประเทศอังกฤษต้องใช้เชื้อเพลิงการขนส่งหนักเป็นสามเท่าของน้ำหนักลูกกีวี  และ หนึ่งในสี่ของการสู้รบบนโลก เกิดการแย่งชิงทรัพยากร โดยเฉพาะ “น้ำ” 

ไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 จึงต้องจับตามองว่า ระยะยาวของการเดินทางในนโยบาย “ซีโร่ คาร์บอน” จะเป็นเพียงกระแสทางธุรกิจ หรือ เป็นความจริงใจที่มีต่อสิ่งแวดล้อมโลกในระยะยาวในทิศทางใดต่อไป ขณะที่ “คนเมือง” ในกรุงเทพมหานครนั้นก็เป็นผู้นำกระแสเหล่านี้มาได้ 2-3 ปี โดยเฉพาะช่วงที่มีภัยโรคระบาดเกิดขึ้น ทำให้คนเมืองหันมาสนใจการปลูกผักอินทรีย์ในเมืองมากขึ้น และ การลดขยะที่ใช้ และ นำขยะมาใช้อย่างมีคุณค่าด้วยการรีไซเคิล ซึ่งกระแสของคนเมืองเหล่านี้ก็เชื่อมโยงกับนโยบายทางธุรกิจของทุกองคาพยพในไทยบนทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมาย “ZERO CARBON” 
 
แต่หากกระแสเหล่านี้ ขาดความจริงใจ จะทำให้ปีหน้า 2566 เกิดการผ่อนแรง และ ภาคเอกชนก็ต้องอัดงบประมาณในการโฆษณาและประชาสัมพันธ์เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างน้ำหนักในเรื่องนี้ แต่หากมีความจริงใจเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง กลยุทธ์การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนก็จะเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร และ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของพนักงานและการบริหารองค์กรนั้นๆโดยอัตโนมัติ  

ดั่งเช่นประโยคภาษาบาลีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า “ชีวัง ปฐมัง กะลัง” ปฐมแห่งชีวิตเกิดจากเซลล์ ฉันใดก็ตาม การเกิดขึ้นของคาร์บอนไดออกไซด์ จนทำให้มีก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก และเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะโลกร้อนนั้น เกิดจากการใช้ทรัพยากรอย่างไม่ประหยัด การแก้ปัญหาเหล่านี้จึงต้องไปที่ “ต้นเหตุ” หรือ ปฐมแห่งเหตุที่เกิดขึ้น    

ขณะที่ “ZERO CARBON” ก็เป็นภาวะแห่งปฐมเหตุที่ทำให้ทั่วโลกขยับตัว และ ต้องการทำเหตุนี้ให้เกิดขึ้นเพื่อลดผลวิกฤตของภาวะโลกร้อน อันเป็นส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดภัยธรรมชาติ ซึ่งเป็นไปตามสัจธรรมขององค์สมณโคดมบรมครูที่กล่าวไว้ใน “อริยสัจสี่” โดยหากมีการเดินหน้าปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อลดคาร์บอนไดออกไซด์ และ มีความจริงใจในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ก็จะเห็นผลในการกระทำของตนเองนั่นเอง 


ขอบคุณข้อมูล 
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับพิเศษ 
หนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับประเทศไทยในเรือนกระจก เขียนโดย ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านปักป้ายห้ามลงเล่นน้ำหลังเจอจระเข้ในขุมเหมืองบ้านเขากล้วย

Posted on September 20, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/681316

ชาวบ้านปักป้ายห้ามลงเล่นน้ำหลังเจอจระเข้ในขุมเหมืองบ้านเขากล้วย

ชาวบ้านปักป้ายห้ามลงเล่นน้ำหลังเจอจระเข้ในขุมเหมืองบ้านเขากล้วย

วันอังคาร ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.58 น.

วันที่ 20 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายชนาธิป จันทร์ทอง สารวัตรกำนันตำบลทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงาว่า ชาวบ้านได้พบจระเข้ตัวขนาดประมาณ 1.5 เมตร บริเวณขุมเหมืองเก่า ในหมู่ที่ 5 ต.ทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เบื้องต้นได้แจ้งประชาสัมพันธ์และติดป้ายเตือนประชาชนห้ามลงเล่นน้ำในบริเวณดังกล่าวแล้ว และได้เฝ้าระวังในพื้นที่จนกว่าจะจับจระเข้ได้ 

เบื้องต้นได้แจ้งให้ทางประมงอำเภอท้ายเหมืองและประมงจังหวัดพังงารับทราบแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงและค้นหาเพื่อป้องกันความปลอดภัยให้แก่ชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่ต่อไป

นายชนาธิป จันทร์ทอง สารวัตรกำนันตำบลทุ่งมะพร้าว อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา กล่าวว่า หลังจากตนได้รับแจ้งจากชาวบ้านช่วงกลางวันว่าเจอจระเข้จึงได้ติดตามพร้อมผู้ช่วยกำนันและชาวบ้านกว่า 10 คน จนเจอจระเข้ในช่วงกลางคืนลอยตัวผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ภายในขุมเหมืองซึ่งเป็นขุมน้ำเอกชนในพื้นที่ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,439 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
รัฐบาลตีปี๊บ ไทยช่วยไทย กระแสแรงทั่วประเทศ วันแรกเงินสะพัด 33.7 ล้านบาท

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d