Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ผู้ว่าฯหมูป่า’เข้าผ่าตัดใหญ่ นอนรักษาตัว 3 สัปดาห์แล้ว ลั่นหายเมื่อไหร่พร้อมลุย

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679217

'ผู้ว่าฯหมูป่า'เข้าผ่าตัดใหญ่ นอนรักษาตัว 3 สัปดาห์แล้ว ลั่นหายเมื่อไหร่พร้อมลุย

‘ผู้ว่าฯหมูป่า’เข้าผ่าตัดใหญ่ นอนรักษาตัว 3 สัปดาห์แล้ว ลั่นหายเมื่อไหร่พร้อมลุย

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.49 น.

วันที่ 10 กันยายน 2565 เพจเฟซบุ๊ก PR.Thailand โพสต์ภาพนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมข้อความระบุว่า ขอส่งกำลังใจให้ผู้ว่าฯหมูป่าหายป่วยไวๆ น้ำท่วมปทุมฯรอบนี้มีหลายคนถามหาผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ว่าหายไปไหน ติดถ้ำอยู่หรือเปล่าถึงไม่ออกมาช่วยชาวบ้าน บางคนก็บอกว่าสงสัยยังไม่ตื่น

ซึ่งที่จริงแล้วขณะนี้ท่านผู้ว่าฯนอนรักษาตัวหลังการผ่าตัดใหญ่อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช 3 สัปดาห์แล้ว และระหว่างที่รักษาตัวก็ยังได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ประสานสั่งการท่านรองผู้ว่าอยู่เป็นระยะ

ผู้ว่าฯหมูป่ายังฝากแอดมินมาบอกทุกคนว่าถ้าหายเมื่อไหร่พร้อมลุยเหมือนเดิม และฝากความห่วงใยถึงพี่น้องชาวปทุมฯ และขอบคุณแฟนเพจที่ร่วมส่งกำลังใจให้ด้วยจ้า ดูน้อยลง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันหยุด! ผู้ปกครองพาบุตรหลานเที่ยวเล่นน้ำตกหลังทำบุญข้าวสาร์ทคึกคัก

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679198

วันหยุด! ผู้ปกครองพาบุตรหลานเที่ยวเล่นน้ำตกหลังทำบุญข้าวสาร์ทคึกคัก

วันหยุด! ผู้ปกครองพาบุตรหลานเที่ยวเล่นน้ำตกหลังทำบุญข้าวสาร์ทคึกคัก

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.00 น.

วันหยุดฝนงดตก! ผู้ปกครองพาบุตรหลานเที่ยวเล่นน้ำตกห้วยจันทร์ ตำบลห้วยจันทร์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ คลายร้อนหลังทำบุญข้าวสาร์ทคึกคัก

วันที่ 10 ก.ย.65 วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวอีสานทำบุญใหญ่กันเรียกว่าบุญข้าวสาร์ท หลังจากเข้าวัดทำบุญกันเสร็จเรียบร้อยแล้วประกอบกับเป็นวันหยุดราชการ พ่อแม่ผู้ปกครองพาบุตรหลานออกท่องเที่ยวพักผ่อน ซึ่งวันนี้ฝนไม่ตกอากาศร้อนอบอ้าว จึงพาเด็กที่เป็นบุตรหลานไปเที่ยวเล่นน้ำคลายร้อนกัน ทำให้บรรยากาศที่น้ำตกห้วยจันทร์ ต.ห้วยจันทร์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ มีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวอำเภอขุนหาญ อำเภอใกล้เคียง และจากต่างอำเภอต่างจังหวัดมาเที่ยวเล่นน้ำกันคึกคัก 

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด รัฐบาลได้ประกาศปิดสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด ทำให้พ่อค้าแม่ค้าท่าค้าขายอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวได้รับกระทบเป็นอย่างมาก ผู้ประกอบการร้านค้าที่น้ำตกห้วยจันทร์ซึ่งมีกว่า 35 รายต่างก็ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่ได้ค้าขายทำให้ขาดรายได้ พอมาเปิดการท่องเที่ยว ทำให้ได้กลับมาค้าขายมีรายได้โดยเฉพาะวันหยุดมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวกันจำนวนมาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แปลกแต่จริง!ญาติจัดรำวงย้อนยุคต่อหน้าเมรุฌาปนกิจตามคำสั่งเสียของอดีตนางรำ

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679174

แปลกแต่จริง!ญาติจัดรำวงย้อนยุคต่อหน้าเมรุฌาปนกิจตามคำสั่งเสียของอดีตนางรำ

แปลกแต่จริง!ญาติจัดรำวงย้อนยุคต่อหน้าเมรุฌาปนกิจตามคำสั่งเสียของอดีตนางรำ

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.53 น.

นางรำกว่า 20 ชีวิตร่วมรำรวงย้อนยุคต่อหน้าเมรุ ก่อนฌาปนกิจศพ ตามคำสั่งเสียของอดีตนางรำรุ่นบุกเบิกของวงรำวงย้อนยุคชื่อวง “รวมพลัง” เนื่องจากผู้เสียชีวิตชื่นชอบการรำวงย้อนยุคอย่างมาก สร้างความแปลก และแตกต่างจากงานศพทั่วไป

วันนี้ (10 ก.ย.65) ที่บริเวณเมรุ วัดทองหลาง ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้มีพิธีฌาปนกิจศพของนางลำพูน แสงเถื่อน อายุ 77 ปี ชาว ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก ที่เสียชีวิตจากด้วยโรคประจำตัว ที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เมื่อวันที่ 5 ก.ย.65 ที่ผ่านมา ทางญาติได้บำเพ็ญกุศลตั้งศพไว้ 3 วัน จนกระทั่งวันนี้ได้มีพิธีฌาปนกิจศพ ก่อนมีพิธีทอดผ้าบังสุกุล นั้นทางญาติ ได้จัดให้มีการรำวงย้อนยุคให้กับผู้ที่มาร่วมพิธีฌาปนกิจศพ นานเกือบ 1 ชั่วโมง โดยบรรยากาศในการรำย้อนยุคหน้าเมรุ ครั้งนี้มีทั้งเครื่องเสียงดนตรี และนางรำสวมชุดสวยงามพร้อมเพียงทำให้ผู้ที่มาร่วมรำวงย้อนยุคได้สัมผัสกับบรรยากาศครื้นเครง ไม่แตกต่างกับเวทีรำวงตามงานวัดต่างๆ ทีเดียว

นางบัวขาว ช้างรบ อายุ 74 ปี น้องสาวคนเล็กของผู้วายชนม์ กล่าวว่า นางลำพูนพี่สาวได้สั่งเสียก่อนเสียชีวิตว่าหากได้จากโลกนี้ไปแล้วก็ให้จัดรำวงย้อนยุค ต่อหน้าเมรุ ก่อนฌาปนกิจศพ เนื่องจากพี่สาวเป็นคนชื่นชอบรำวง ถึงแม้ว่าเดิมที จะมีอาชีพเกษตรกรรม แต่ยามว่าง ก็จะไปร่วมรำวงย้อนยุค กับวงรำวงย้อนยุคชื่อวง “รวมพลัง “ มักจะเล่นที่เทศบาลนครพิษณุโลกเป็นประจำ ทำให้เมื่อจะฌาปนกิจศพนางลำพูน ทางคณะรำวงย้อนยุค ก็มาทำการแสดงรำวงให้กับผู้วายชนม์ ตามคำสั่งเสีย

นายเชาวฤทธิ์ แจ้งแก้ว ผู้ดูแลวงรวมพลัง กล่าวว่า นางลำพูน ผู้วายชนม์เป็นคนชื่นชอบรำวงย้อนยุคมากและเป็นคนบุกเบิกรำวงย้อนยุคคณะรวมพลัง หมู่ 2 บ้านทองหลาง ต.มะขามสูง ตั้งแต่ปี 2552 เริ่มเล่นภายในหมู่บ้านก่อน จากนั้นก็ไปเล่นในงานวัดใหญ่และที่ถนนคนเดิน จะมีนางรำทั้งหมด 50 คน อยู่บนเวที 25 คน อยู่ข้างล่างหน้าเวที 25 คน นางรำของคณะมีอายุมากและหลายคนเจ็บป่วยปวดขาปวดเข่ารำไม่ไหวแล้ว 

สำหรับป้าลำพูนเป็นคนสู้จริงๆ จะชอบรำวงมากจริง ๆ ซึ่งในการรำวงย้อนยุค ต่อหน้าพิธีศพ ถึงแม้ว่าจะเป็นการสั่งเสียของนางลำพูน ก็ตาม แต่นางรำทุกท่าน ต่างรู้สึกเสียใจ และเสียดาย ของการจากไปของผู้ชื่นชอบรำวงย้อนยุคอีกท่านหนึ่ง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ข้าวเม่าพอกเงินล้าน’วัดหาดมูลกระบือเปิดขายหน้า’วัดใหญ่’พิษณุโลกวันแรก

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679164

'ข้าวเม่าพอกเงินล้าน'วัดหาดมูลกระบือเปิดขายหน้า'วัดใหญ่'พิษณุโลกวันแรก

‘ข้าวเม่าพอกเงินล้าน’วัดหาดมูลกระบือเปิดขายหน้า’วัดใหญ่’พิษณุโลกวันแรก

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.26 น.

คณะกรรมการวัดหาดมูลกระบือ จังหวัดพิจิตร นำข้าวเม่าพอกมาขายด้านหน้าวัดใหญ่ เมืองพิษณุโลก ช่วงแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน เผยปีนี้ตั้งเป้าขายไว้ 500,000 บาทเนื่องจากปีนี้วัตถุดิบแพงขึ้น

วันที่ 10 ก.ย.65 ที่บริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่) จังหวัดพิษณุโลก คณะกรรมการวัดหาดมูลกระบือ จังหวัดพิจิตร ได้ออกร้านตั้งเต้นท์จำหน่ายข้าวเม่าพอกในช่วงที่การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานจังหวัดพิษณุโลกประจำปี 2565 เป็นวันแรก โดยมีประชาชนที่สนใจเข้าแถวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากข้าวเม่าพอกของวัดหาดมูลกระบือ มีรสชาติอร่อย และจำหน่ายปีละ 1 ครั้ง ซึ่งในปีนี้ได้เตรียมกล้วยไข่ที่เป็นวัตถุดิบมากกว่า 1 ตัน เพื่อนำมาทอดจำหน่ายให้แก่ผู้สนใจในราคาแพละ 45 บาท โดยจะจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 10-18 กันยายน 2565

นายสงกรานต์ มากยิ้ม คณะกรรทการวัดหาดมูลกระบือ กล่าวว่า หลังจากโควิดระบาด 2 ปี ทางวัดฯ ก็ไม่ได้ออกทอดข้าวเม่าพอก ตามงานแข่งเรืออีกเลย จนมาปีนี้ ทางคณะกรรมการวัดได้ร่วมแรงร่วมใจอีกครั้ง กลับมาขายข้าวเม่าพอก เพียงแค่งานแข่งเรือในจ.พิจิตรและพิษณุโลก นั้น เพื่อหารายได้นำไปพัฒนาวัดหาดมูลกระบือ โดยแต่ละปีในงานแข่งจะมีรายได้จากการทอดข้าวเม่าพอกแห่งละประมาณ 1 ล้านบาท แต่ในปีนี้วัตถุดิบก็เริ่มแพงขึ้น ทำให้ในงานแข่งเรือที่พิจิตรที่ผ่านมามีรายได้ประมาณ 5 แสนบาทส่วนที่จังหวัดพิษณุโลก ปีนี้ ตั้งเป้าไว้ประมาณ 5 แสนบาทเช่นกัน

นอกจากนี้ที่ จ.พิษณุโลกปีนี้ ไม่ได้นำอุปกรณ์ และวัตถุดิบ มาทอดข้าวเม่าพอกกันสดๆ เนื่องจากสถานที่ไม่เอื้ออำนวยมากนัก ทางคณะกรรมการวัดฯ ได้พร้อมใจกันทอด กันที่วัดหาดมูลกระบือ จ.พิษณุโลก จากนั้นก็ขนมาขายที่พิษณุโลก วันหนึ่งประมาณ 1,000 แพ หากประชาชนท่านใด ที่เคยชิม และอยากชิมข้าวเม่าพอก ของวัดหาดมูลกระบือ ก็สามารถมาซื้อกันที่ได้ที่หน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่กันได้ ไปจนถึงงานแข่งเรือชิงถ้วยพระราชทาน ของ จ.พิษณุโลก เสร็จสิ้น – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จากสวนผักบ้านคุณตา ‘ต่อยอด’ สู่ชุมชนนิเวศสันติวนา

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679159

จากสวนผักบ้านคุณตา 'ต่อยอด' สู่ชุมชนนิเวศสันติวนา

จากสวนผักบ้านคุณตา ‘ต่อยอด’ สู่ชุมชนนิเวศสันติวนา

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.22 น.

“นางสาวกรชชนก หุตะแพทย์” หรือ “ฝ้าย” ซึ่งคลุกคลีกับวิถีชีวิตความพอเพียงตั้งแต่วัยเยาว์ จนมาถึงวัย 35 ปี ที่เปรียบชีวิตของเธอได้กับเป็น “ต้นไม้” ที่เติบโตด้วยการมีต้นแบบที่ดีให้เรียนรู้ถึงความพอเพียง ต้นแบบนั้น คือ คุณพ่อคมสัน หุตะแพทย์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา (Media Center for Development Foundation : MCDF) ซึ่งมีบทบาทขับเคลื่อนงานด้านเกษตรกรรมธรรมชาติมาไม่ต่ำกว่า 30 ปี โดยเน้นงานด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการอบรม เพื่อส่งเสริมด้านเกษตรอินทรีย์ และ เกษตรยั่งยืน 

การซึมซับต้นแบบที่ดี ทำให้นางสาวกรชชนก เรียนต่อในปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ไปต่อยอดเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ สาขาสิ่งแวดล้อม โดยตรง เรียกว่า เอาจริงเอาจังกับงานด้านสิ่งแวดล้อมก่อนที่จะมีกระแสบนโลกโซเชียลอย่างในทุกวันนี้ 

นางสาวกรชชนกจบปริญญาโทด้านสิ่งแวดล้อมที่ประเทศเนเธอร์แลนด์มาเมื่อ 10 ปีกว่าแล้วและนำความรู้และพื้นฐานที่ได้รับจากพ่อ มาคลุกฝุ่นอยู่บนพื้นที่ 100 ตารางเมตร บนพื้นที่ซอยสุขุมวิท 62 ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านของคุณตาที่ชื่อ คุณตาสุทธิ โอมุเณ เป็นพี่ชายของคุณตาของเธออีกที

“การที่ไปเรียนต่อที่เนเธอร์แลนด์ ทำให้สร้างความมั่นใจในสิ่งที่ที่บ้านทำ  จริงๆฝ้ายจบมา 10 กว่าปีแล้ว แต่ตอนนั้นเรื่องสิ่งแวดล้อมยังไม่ได้เป็นประเด็นในโซเชียลที่ถูกพูดถึง เราก็ทำสวนผักบ้านคุณตา หลายๆคนก็ไม่เข้าใจ หรือ สิ่งที่เราพูดกับเพื่อนๆหลายคนก็อาจไม่เข้าใจแต่ที่เนเธอร์แลนด์ ก็เป็นเรื่องปกติของทุกคน เพราะชีวิตประจำวันของเขา เช่น เอาถุงผ้าไปช๊อปปิ๊ง และ ขี่จักรยานไปทำงาน เราก็เลยรู้สึกว่า เข้าใจ และ มั่นใจว่า เราต้องไปในแนวทางนี้ถูกต้องแล้ว

เรื่องนวัตกรรมต่างๆ เนเธอร์แลนด์เขาก็ส่งเสริม หรือ ผลักดันให้เป็นจริง เทศบาลต่างๆให้พื้นที่คนรุ่นใหม่มาสร้างโปรเจกต์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และ ให้เราได้ดูงานเยอะ ซึ่งบ้านเราตามเนเธอร์แลนด์ประมาณสิบปี 

ส่วนสวนผักบ้านคุณตาเป็นอีกศูนย์อบรม ซึ่งเราทำมาก่อน เพราะคุณพ่อเป็นผู้อำนวยการศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนาฯ ก็อยากจะเอาความรู้ที่เคยเผยแพร่ไป มาทำให้เป็นจริง โดยนำบ้านส่วนตัวของครอบครัวมาทำก่อน เราเริ่มมาจากตรงนั้น เป็นพื้นที่เล็กๆ 100 กว่าตารางวา แต่ก็จะมีปัญหาเรื่องการขยายของเมือง เพราะบ้านเป็นของคุณตา ตัวบ้านอายุ 50-60 ปี ก็จะเห็นความเป็นจริงของสภาพแวดล้อม ตั้งแต่ไม่มีทางด่วน ไม่มีตึกใหญ่ พอวันนี้เราก็ถือว่าเป็นบ้านเล็กๆกลางเมือง ที่สุขุมวิท 62 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส บางจาก ซึ่งบ้านสวนคุณตาทำเรื่องการพึ่งพาตนเองให้ได้มากที่สุด มีเรื่องผัก ข้าว เห็ด เลี้ยงไก่ และ ติดตั้งโซล่าร์เซลล์ รวมทั้งการพึ่งพาตนเองเรื่องการใช้น้ำหมุนเวียนภายในบ้าน ทำให้เห็นว่า 100 ตารางวา ก็สามารถพึ่งพาตนเองได้ ” นางสาวกรชชนก เล่าให้ฟังอย่างเป็นกันเอง

วันนี้นางสาวกรชชนกนำความรู้ทั้งจากการศึกษาที่เนเธอร์แลนด์ และ จากการสั่งสมด้วยประสบการณ์ที่ได้รับการปลูกฝังจากคุณพ่อมาตั้งแต่วัยเยาว์ มาเนรมิต “ชุมชนนิเวศสันติวนา” บนพื้นที่ 33 ไร่ บนถนนสรงประภา เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้การทำเกษตรในเมือง เพื่อสร้างเป็น “แหล่งอาหาร” สำหรับคนเมือ’

“พื้นที่ตรงนี้ ทำโครงการขึ้นมาในนาม 2 มูลนิธิ ร่วมมือกัน คือ มูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อการพัฒนา ซึ่งทำมากว่า 30 ปี ทำงานด้านการอบรมและเผยแพร่ความรู้ ได้มารู้จักกับเจ้าของพื้นที่ ชื่อว่า มูลนิธิครูสุรินทร์เพื่อการศึกษา เขาจะเป็นมูลนิธิด้านโรงเรียนและการศึกษาต่างๆ เดิมเป็นพื้นที่เข้าเงียบของศาสนาคริสต์ คนที่ดูพื้นที่ตรงนี้ คือ บาทหลวงวิชัย โภคทวี ไม่มีคนมาดูแลต่อ ทางมูลนิธิศูนย์สื่อพัฒนาก็ได้มาทำตรงนี้ พื้นที่มีทั้งหมด 33 ไร่ โดยเจ้าของเป็นของมูลนิธิครูสุรินทร์ฯ ทางมูลนิธิศูนย์สื่อมาสร้างพื้นที่่เพื่อกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เราต้องการรักษาพื้นที่ป่า และ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ ในหน้าฝนใช้ในการรองรับน้ำเยอะมาก ในทุ่งสีกัน เป็นพื้นที่รับปริมาณน้ำ ช่วงหน้าฝนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ แต่ช่วงหน้าแล้ง เป็นพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งก็ทำที่สันติวนาเข้ามาปีที่ 4 ปีแรกเป็นช่วงของการบุกเบิก ปีที่ 2-3 ก็มาเจอสถานการณ์โควิด และเนื่องจากทีมงานของเราน้อย ก็ทำเรื่องอาสาสมัคร ซึ่งทำมา 3 รุ่นแล้ว อย่างหลายๆคนที่มาใช้ชีวิตอยู่กับเราก็ได้ความรู้ และ ทางเราก็ได้แรงงานมาเกื้อกูล โดยอาสาสมัครก็มีหลายๆรูปแบบ บางคนก็อาจเช้าไปเย็นกลับ หรือ บางคนก็มาสัปดาห์ละ 2-3 วัน ซึ่งก็มีจะมีตารางการทำงานในแต่ละวัน และมีมาสรุปกันว่าใครทำอะไรไป” นางสาวกรชชนก เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของการทำชุมชนนิเวศสันติวนา เพื่อคนเมืองได้เรียนรู้การทำเกษตร จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต 

แต่การทำศูนย์เรียนรู้ที่ชุมชนนิเวศสันติวนาก็ต้องหยุดไปในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเธอเล่าว่า  ช่วงโควิดทำให้หยุดการจัดกิจกรรมอบรมหลักๆ และ โครงการระดมทุน และ นำผลผลิตที่ได้มาจากไปแจกจ่ายให่กับมูลนิธิต่างๆ โดยตอนนั้นก็มี 2 โครงการหลัก คือ โครงการฟู๊ด แชร์ริ่ง ปลูกผัก และ นำไปแจกจ่ายให้องค์กรที่ประสบปัญหา เช่น ฟู้ดไฟว์เตอร์ และ เอสโอเอส ใครที่จะมาเป็นอาสาสมัครก็มาได้ และ มีโครงการฝึกอาชีพ ก็ประสานกับมูลนิธิ โฮมเน็ต  มีการนำหมอนวดมาฝึกงานเรื่องของเกษตร และ การทำของใช้ในครัวเรือน เช่น ทำแชมพู ยาสีฟัน พอสถานการณ์ดีขึ้น ก็มีความรู้ติดตัว

ส่วนช่วงสถานการณ์ปกติ “ชุมชนนิเวศสันติวนา” เปิดฝึกอบรมตามปกติ โดยนางกรชชนกเล่าว่า คนที่มาเรียนรู้ทำเกษตในเมืองกับชุมชนนิเวศสันติวนาเน้นคนที่มีพื้นที่อยู่แล้ว และ จะไปต่อยอดทำเกษตรขนาดใหญ่ เช่น การทำเกษตรในโรงเรือน ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับการต่อยอดจาก สวทช. (NSTDA) เช่น การปลูกผักในโรงเรือนอัจฉริยะ เพื่อให้คนที่สนใจเข้ามาเรียนรู้การปลูกผักที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาผสมผสานด้วย และ การปลูกผักที่ใช้ในครัวเรือน และ การเกษตร 

“เราพยายามเอาความหลากหลายเข้ามาเพื่อให้คนมาเรียนรู้ได้ประโยชน์ แต่เราไม่ได้เน้นปลูกผักขาย เพราะเน้นให้ความรู้ ส่วนผลผลิตเราก็แบ่งปันให้คนในชุมชน คนรอบข้าง และ อาสาสมัคร ส่วนหนึ่งก็ขายออนไลน์บ้าง แต่ถ้ามีเยอะ เราก็นำไปบริจาคให้กับองค์กรต่างๆ” นางสาวกรชชนกเล่าให้ฟังถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการทำชุมชนนิเวศสันติวนาเป็นแหล่งเรียนรู้การทำเกษตรคนเมือง

เธอทิ้งท้ายได้อย่างน่าสนใจว่า การทำสวนผักบ้านคุณตาเป็นไปในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร  ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นคุณพ่อทำมากว่า 30 กว่าปี และเห็นการเติบโตของผู้คน โดยนับเป็นเรื่องที่ดี แต่ปัจจุบันก็ต้องทำความเข้าใจกับคนส่วนใหญ่ เพื่อให้ความรู้ในเรื่องเกษตรเมือง และ เกษตรอินทรีย์ เพราะมีอีกหลายมิติที่ต้องให้ความรู้ เนื่องจากคนสนใจกินผักมากขึ้นก็จริง แต่ยังไม่เข้าใจเรื่องการปลอดสารเคมี 

ส่วนการทำชุมชนนิเวศสันติวนาที่ถนนสรงประภานั้น เธอบอกว่า มีเป้าหมายให้คนเมืองมาเรียนรู้การทำเกษตร เพื่อการพออยู่พอกิน “อยู่ในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก” ทำหลักการของผสมผสาน ทำสลับสับเปลี่ยนกันไปในฤดูกาลต่างๆ พยายามอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมให้ได้ อย่างเช่น ในช่วงหน้าฝน ปลูกผักไม่ได้ ก็ปล่อยให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และ ไม่ค่อยทำเรื่องเพาะปลูกผักมาก แต่อาจทำเรื่องปลูกพืชที่ทนน้ำ ทนฝน ได้ดี ซึ่งพื้นที่เพาะปลูกก็ต้องทำใจว่า ให้เป็นพื้นที่รับน้ำไป พอน้ำลดก็ค่อยมาเป็นแปลงปลูกผักใหม่ ซึ่งก็ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับพื้นที่ โดยที่ผ่านมาผลตอบรับ เราเองยังไม่ค่อยได้ทำการประชาสัมพันธ์ ให้เป็นที่รับรูเ้มาก แต่คนที่อยู่ในละแวกนนทบุรี ปทุมธานี และ ดอนเมือง ก็รับรู้ว่า เป็นพื้นที่ที่เป็นแหล่งอาหารให้กับคนในชุมชน ก็ตรงกับเป้าหมายในช่วง 2-3 ปีแรกที่ทำ 


ขอบคุณข้อมูลและภาพ 
https://www.greenery.org/articles/people-business-kotchanok-hutapat/
https://www.facebook.com/grandpaurbanfarmTH/

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผู้ใหญ่บ้านหญิงเล่านาทียิง 3 นัดสกัดหนุ่มคลั่งถือมีดยาวคมกริบอาละวาดไล่ทำร้าย

Posted on September 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679141

ผู้ใหญ่บ้านหญิงเล่านาทียิง 3 นัดสกัดหนุ่มคลั่งถือมีดยาวคมกริบอาละวาดไล่ทำร้าย

ผู้ใหญ่บ้านหญิงเล่านาทียิง 3 นัดสกัดหนุ่มคลั่งถือมีดยาวคมกริบอาละวาดไล่ทำร้าย

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.23 น.

ผู้ใหญ่บ้านหญิงบ้านเม็ก เมืองอุดรธานี เปิดใจเล่านาทีชีวิตยิง 3 นัดสกัดหนุ่มคลั่งถือมีดอาละวาดจะเข้ามาทำร้าย เผยถ้าไม่ยิงขู่ตนเองก็อาจต้องตาย สงสัยเจตนาหนุ่มคลั่งต้องการมาชิงเงินสด 200,000 บาทที่นำมาแจกเบี้ยผู้สูงอายุ 

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีนายจันทกาน หรืออาวุธ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ชาวบ้านบ้านหนองเม็ก หมู่ 15 ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี เกิดอาการเมายาแล้วคลั่งอาละวาดถือมีดบางระจันด้ามยาวคมกริบ ยาวประมาณ 50 ซม.บุกเข้ามาบริเวณศาลากลางบ้านหมู่ที่ 1 เหตุเกิดเมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 9 ก.ย.65 ในขณะที่นางจริยา สัจจะมณี อายุ 57 ปีผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 กำลังหอบเงินสด 200,000 บาทมาจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุ โดยนายจันทกาน ได้ร้องตะโกนโวยวายด่าผู้ใหญ่บ้าหญิงและถือมีดจะเข้ามาทำร้ายผู้ใหญ่บ้านด้วย 

เมื่อเห็นเหตุการณ์ไม่ปกติปรากฏว่าผู้ใหญ่บ้านหญิงได้ตะโกนบอกให้ชาวบ้านที่เป็นผู้สูงอายุให้รีบหนีออกจากที่เกิดเหตุทันที และนายจันทกาน ยังวิ่งถือมีดจะเข้ามาทำร้ายอีก ผู้ใหญ่บ้านหญิงเห็นท่าไม่ดีจึงวิ่งเข้าห้องแล้วปิดประตูศาลาหมู่บ้าน พร้อมประกาศออกเสียงตามสายให้คนมาช่วย แต่ก็ไม่มี โทรศัพท์หาใครก็ไม่มีใครรับสาย ขณะที่ออกมาจากห้อง เดินไปที่รถ ปรากฏว่าเจอนายจันทกาน ร้องตะโกนด่าคำหยาบและถือมีดวิ่งเข้ามาหาอีก จึงตัดสินใจใช้ปืนขนาด 9 มม.ยิงขู่ไป 2 นัดแต่หนุ่มคลั่งก็ยังไม่หยุดจึงยิงลงพื้นคอนกรีต 1 นัดกระสุนนัดสุดท้ายแฉลบไปถูกข้อเท้าด้านซ้ายของคนร้ายล้มฟุบลงทันที ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยจะมาถึงที่เกิดเหตุ

ต่อมาวันนี้ (10 ก.ย.65) เมื่อเวลา 10.00 น.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บริเวณศาลาประจำหมู่บ้าน บ้านหนองเม็กหมู่ 1 โดยนางจริยา ผู้ใหญ่บ้านหญิงใจเด็ดคนนี้พาผู้สื่อข่าวดูที่เกิดเหตุ แต่ก่อนที่พาไปดูผู้ใหญ่บ้านหญิงได้นำข้าวสากไปวางไว้ข้างต้นจามจุรีและบอกกล่าวแม่ย่าซิ่นเหี่ยน ที่ชาวบ้านนับถือให้ช่วยปกปักรักษาลูกชาวบ้านทุกคนให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง จากนั้นได้พาไปดูรอยเลือดอยู่บนพื้นถนนคอนกรีตหน้าศาลาหมู่บ้านและมีร่องรอยกระสุนฝังอยู่โคนต้นจามจุรีจำนวน 2 นัด โดยวันนี้ทาง ร.ต.อ.อภิวุฒิ ลีโพนทอง พนักงานสอบสวน สภ.หนองหานได้มาตรวจที่เกิดเหตุอีกครั้ง

นางจริยา ผู้ใหญ่บ้าน เปิดใจกับผู้สื่อข่าวถึงนาทีชีวิตว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นำเงินจำนวน 200,000 บาทมาจากเทศบาลตำบลหนองเม็ก เพื่อมาจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุให้แก่ผู้เฒ่าผู้แก่ภายในหมู่บ้าน ขณะที่เปิดประตูม้วนศาลาเตรียมประกาศเสียงตามสายและเริ่มมีผู้สูงอายุทยอยมารับเงิน ปรากฏว่า นายจันทกาน หรืออาวุธ ขับรถ จยย.มาจอดริมถนนหน้าศาลาหมู่บ้าน จากนั้นได้ยินเสียงร้องตะโกนโวยวายและด่าตนเองด้วยถ้อยคำที่หยาบคายมาแต่ไกล ตนเห็นท่าไม่ดีจึงบอกให้คนแก่หนีไป จากนั้นตนก็วิ่งเข้าไปในห้องปิดประตูห้องทันที 

แต่นายจันทกาน ยังไม่ยอมหยุด ใช้มีดเคาะประตูเสียงดังเปงปัง ผ่านไปประมาณ 30 นาทีตนคิดว่าหนุ่มคลั่งรายนี้จะหนีไปแล้วจึงแอบเปิดประตูด้านหลังหลบไปที่รถไปเอาอาวุธปืนมาไว้ใกล้มือ จังหวะนั้นนายจันทกานที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม เห็นตนก็วิ่งถือมีดวิ่งเข้ามาหาตนอีก จึงยิงปืนขู่ไปที่ต้นจามจุรี 2 นัดและตะโกนบอกว่าอย่าเข้ามา แต่เขาก็ยังไม่หยุด จึงยิงไปที่พื้นถนนตรงหน้าหนุ่มคลั่งรายนี้ลูกกระสุนจึงแฉลบไปโดนข้อเท้าด้านซ้ายทำให้ล้มลงทันที จากนั้นชาวบ้านจึงวิ่งเข้ามาจับเอา 

ส่วนที่หลายคนสงสัยว่าเป็นผู้หญิงกล้าใช้ปืนและใช้ปืนเป็น เพราะเคยฝึกยิงปืนมาบ้างแล้ว และสามีก็เป็นตำรวจ ตชด. มีการสอนการใช้ปืนและซ้อมประจำ และปืนดังกล่าวเป็นปืนที่ถูกต้องตามกฎหมายซื้อปืนจากสวัสดิการฯ กรมการปกครอง

ตอนที่ตนหนีตายเข้าไปในห้องกระจายเสียง ตอนนั้นคิดตายแน่ๆ มีแต่สากกะเบือถือเอาไว้ หากมันเข้ามาก็ต้องสู้มันหละ ยอมตาย พร้อมสู้มันแล้ว เพราะดูแล้วมันคลั่งไม่หยุด คิดไว้แล้ว ไม่คนคลั่งหรือตนก็จะตาย การยิงครั้งนี้เพื่อป้องกันตัว เพราะดูแล้วมันจะหมายเอาชีวิตตนแน่ ส่วนสาเหตุที่เขาจะเข้ามาทำร้ายเพราะเมายาประการหนึ่งและเขาเคยอาฆาตผู้ใหญ่บ้านมานานแล้วว่าหาว่าเขาขายยาบ้า หรือจะเป็นเขาจะมาปล้นเงินสองแสนบาทที่มาเอาแจกผู้สูงอายุด้วยหรือไม่นั้น ก็ยังไม่รู้ คงให้ตำรวจไปสอบสวนผู้ก่อเหตุอีกครั้ง 

นางน้อย อายุ 48 ปี ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ตนยืนดูเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มตอนนั้นเห็นผู้ก่อเหตุดึงดาบขึ้นมาตะโกนร้องเรียกผู้ใหญ่บ้านให้ออกมาเดี๋ยวนี้ออกมาเดี๋ยวนี้มึงตายแน่วันนี้ จากนั้นผู้ก่อเหตุวิ่งอ้อมศาลาเดินวนรอบศาลาร้องตะโกนบอกว่ามึงตายแน่วันนี้ นานกว่า 30 นาที ไม่นานเห็นผู้ใหญ่บ้านเดินออกมาจากศาลาแล้วบอกคนร้ายว่าอย่าเข้ามา จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ถือมีดวิ่งใส่ผู้ใหญ่บ้าน ตอนแรกผู้ใหญ่บ้านยิงปืนขึ้นฟ้าเตือนแต่เขาไม่ยอมถอยและเสียงปืนดังครั้งที่ 3 ทุกอย่างจึงสงบและรู้ต่อมาว่าเขาถูกยิง 

สำหรับพฤติกรรมของคนนี้ใครพูดไม่ค่อยฟังไม่ค่อยเชื่อ เท่าที่รู้จากญาติพี่น้องของเขาบอกว่าเคยเตือนแล้วแต่ไม่เชื่อฟัง ส่วนตนมองว่าการที่ผู้ใหญ่บ้านทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว หากเรื่องนี้เกิดกับตัวเองและตัวเองมีปืนก็จะทำแบบเดียวกัน เพราะหากผู้ใหญ่บ้านไม่ทำแบบนี้อาจจะได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภาพกล้องวงจรปิดที่ศาลาหมู่บ้านจากการเปิดย้อนหลังไปดูปรากฏว่า คนร้ายได้นำหน้ากากอนามัยปิดปากสีดำมาปิดเอาไว้เมื่อเวลา 02.14 น.ของวันที่ 7 ก.ย.65 ก่อนที่จะมีเหตุการณ์ถือมีดเข้าไปอาละวาดในงานแจกเบี้ยสูงอายุเพียง 2 วัน โดยชาวบ้านมองว่า หนุ่มคลั่งรายนี้ตั้งใจจะมาชิงเงินสดในวันแจกเบี้ยผู้สูงอายุด้วยก็เป็นได้ หรือจะมีใครต้องการมาปิดกล้องเพื่อไม่ให้มองเห็น คงต้องให้ตำรวจสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป โดยอาการล่าสุดหนุ่มคลั่งรายนี้เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี เนื่องจากกระสุนฝังในที่ข้อเท้า – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่จัดแข่งเรือยาวใต้สะพานมิตรภาพแม่น้ำโขง

Posted on September 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679135

เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่จัดแข่งเรือยาวใต้สะพานมิตรภาพแม่น้ำโขง

เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่จัดแข่งเรือยาวใต้สะพานมิตรภาพแม่น้ำโขง

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.09 น.

วันที่ 10 ก.ย.65 นายบุญเรือง เมฆฉิม รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายพรชัย พุดซ้อน นายอำเภอเมืองมุกดาหาร นายประจวบ สุริยะวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลบางทรายใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่ ข้าราชการเทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ และประชาชน ร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันเรือยาว ประจำปี 2565 ณ บริเวณเขื่อนแม่น้ำโขงใต้สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 2 ต.บางทรายใหญ่ อ.เมือง จ.มุกดาหาร 

นายประจวบ สุริยะวรรณ กล่าวว่า การแข่งเรือยาว เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ ประจำปี 2565 เพื่อเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมงานประเพณีการแข่งขันเรือยาวพื้นบ้านให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย เป็นการรักษาเอกลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของชุมชนลุ่มน้ำโขง ให้คงอยู่สืบไป ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวของตำบลบางทรายใหญ่  ในการแข่งขันครั้งนี้มีทีมเรือเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 2 รุ่น คือ รุ่นเรือชายใหญ่ ไม่เกิน 55 ฝีพาย จำนวน 6 ทีม รุ่นเรือชายกลาง ไม่เกิน 40 ฝีพาย จำนวน 10 ทีม รวมทีมเรือที่เข้าร่วมการแข่งขันเรือยาวครั้งนี้ 16 ทีมเรือ  ประกอบด้วยทีมเรือที่มาจากท้องถิ่นในจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดใกล้เคียง และทีมเรือจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการจัดงานครั้งนี้เทศบาลตำบลบางทรายใหญ่ ร่วมกับส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน ให้ความสนใจในกิจกรรมนี้เป็นอย่างดี – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รีสอร์ทฮึดสู้! เปลี่ยนอ่างใหม่ยกชุด นิมนต์พระทำบุญใหญ่ หลังเหตุยิงสลด

Posted on September 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679134

รีสอร์ทฮึดสู้! เปลี่ยนอ่างใหม่ยกชุด นิมนต์พระทำบุญใหญ่ หลังเหตุยิงสลด

รีสอร์ทฮึดสู้! เปลี่ยนอ่างใหม่ยกชุด นิมนต์พระทำบุญใหญ่ หลังเหตุยิงสลด

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.04 น.

รีสอร์ทฮึดสู้! เปลี่ยนอ่างใหม่ยกชุด นิมนต์พระทำบุญใหญ่ เหตุสลดยิงกิ๊กดับคาอ่าง ลูกค้าแห่ให้กำลังใจเพียบ

10 ก.ย.65 จากกรณี “เสี่ยอั๋น” นายรุ่งโรจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี เสี่ยหึงโหด แอบสะกดรอย ยิงหนุ่มหล่อ กิ๊กแฟนสาว ดับคาอ่างรีสอร์ตดัง จ.ขอนแก่น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายรุ่งโรจน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชุมแพ ที่ จ 90/2565 ลง 8 ก.ย. 2565 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กของรีสอร์ทที่เกิดเหตุ ได้โพสต์ภาพนิมนต์พระสงฆ์มาทำบุญครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุร้ายในที่พัก โดยทางเจ้าของที่พักยังได้โพสต์ข้อความระบุว่า

” ผ่านเรื่องร้ายๆ ไปแล้ว วันนี้แอดมามอบภาพสวยๆ วิวดีๆ ในเช้านี้ค่ะ 10 ก.ย.65 เวลา 07:00 น. ขอบคุณทุกๆกำลังใจที่ส่งมอบให้  แอดและทีมงานฮีลใจคืนมาได้ 100% เต็มแล้วค่ะ

ขอบคุณความเมตตาจากทั่วทุกสารทิศที่ทักเพจเข้ามาจองที่พัก จนแอดตอบไม่ทัน ขอบพระคุณมากๆค่ะ

ขอบพระคุณหลายๆท่าน หลายๆเพจที่เมตตาจะมานอนห้อง 3 เพื่อรีวิวให้ว่ามันไม่มีอะไร เพราะเราเปลี่ยนออกทุกชิ้น

(ทุกชิ้นจริงๆ ของตกแต่ง ชุดหวาย ตะกร้า ชุดดริปกาแฟ

เหลือไว้แค่ห้องเปล่าๆจริงๆค่ะ) 2 วันที่ผ่านมาก็เริ่มทยอยของใหม่เข้าเกือบครบ เหลือแค่อ่างที่ต้องรอจัดส่ง)

แรกๆแอดและทีมงานทำใจไม่ได้ 

ที่ข่าวเผยแพร่ออกไป นักข่าวถ่ายวิวทุกหลังแล้วนำภาพสะเทือนใจออกไป บอกตำแหน่งที่ตั้งของที่พัก แล้วเผยแพร่เร็วมาก ทุกคนทราบว่าภาพเกิดเหตุคือที่ไหน เห็นรู้เลย ทำให้เราเสียหายมากๆ ๆ

แต่ก็คิดอีกครั้ง เราสูญเสียไม่เท่าครอบครัวผู้ที่สูญเสีย

เรายังดีที่ยังมีชีวิตและลมหายใจ ตื่นมาชมอะไรสวยๆงามๆ

ในทุกๆ เช้า มันคือสิ่งที่มีค่าที่สุดแล้ว 

อยากจะเล่าเมื่อคืนแอดกับแฟน นอนที่ห้อง 3 ห้องเกิดเหตุเป็นคืนที่ 2 ค่ะ เหตุการณ์ปกติ นอนหลับฝันดีค่ะ 

ไม่ได้เลขเลย เรื่องของเขาค่ะ ไม่ใช่เรื่องของเรา

ไม่มีอะไรแล้วววว ขอให้จากนี้ พบเจอแต่เรื่องราวดีๆ 

ฟ้าหลังฝน มักงดงามเสมอ สู้ต่อไป 

ตราบใดที่ยังมีลมหายใจ

ขอบพระคุณคนไทยทุกคน ทั่วสารทิศจริงๆ ที่เข้ามาติดตามและให้กำลังใจที่พักใหม่ของเรา ” 

ขณะที่โพสต์ดังกล่าวได้มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจทางรีสอร์ทเป็นจำนวนมาก ต่างบอกว่ามีโอกาสจะแวะพัก เพราะที่พักสวยมากๆ ขอให้เรื่องร้ายๆผ่านไปและต่อไปให้ให้มีแต่สิ่งดีๆเข้ามา ทางด้านแอดมินยังอัพเดทด้วยว่า อ่างน้ำที่เกิดเหตุได้ยกให้ทางวัดไปใช้เลี้ยงกบแล้วอีกด้วย  -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบุรีรัมย์บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาพนมรุ้ง ‘งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’

Posted on September 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679128

ชาวบุรีรัมย์บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาพนมรุ้ง 'งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง'

ชาวบุรีรัมย์บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาพนมรุ้ง ‘งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง’

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.43 น.

ผู้ว่าฯบุรีรัมย์นำส่วนราชการ พ่อค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยวประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาพนมรุ้ง เพื่อความเป็นสิริมงคล งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ชมริ้วขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี แสดงโดย “กวาง-กมลชนก เขมะโยธิน” นางรำ ทั้ง 23 อำเภอกว่า 2,000 คน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองประจำถิ่นของแต่ละอำเภอ มาฟ้อนรำถวาย “น้อมจิตบังคม พนมรุ้งนาฏการ” และเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน ลิ้มรสอาหารพื้นเมือง ใน“ตลาดอารยธรรมวนัมรุง”

วันที่ 10 เม.ย.64 ที่บริเวณด้านหน้าปราสาทหินพนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อม รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นางธันย์ภัคนันท์ หัตถาธยากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์ นำหัวหน้าส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ พ่อค้า ประชาชน และนักท่องเที่ยวอีกจำนวนมาก ประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บนยอดเขาพนมรุ้ง เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ประจำปี 2565 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และสวยงาม เพื่อเป็นสืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ในระหว่างวันที่ 9-11 กันยายน 2565 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อ.เฉลิมพระเกียรติ โดยจังหวัดบุรีรัมย์เปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวชมเข้าฟรีตลอดการจัดงาน

สำหรับการจัดงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งในปีนี้ ย้ายมาจัดในช่วงเดือน ก.ย.จากเดิมจัดในช่วงเดือน เม.ย.โดยจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา โดยภายในงานจะมีกิจกรรมการแสดงมากหมาย ทั้งพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งเป็นศาสนสถานที่สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ชมริ้วขบวนเสด็จของพระนางภูปตินทรลักษมีเทวี แสดงโดย “กวาง-กมลชนก เขมะโยธิน” ดารานักแสดงชื่อดัง และนางจริยา นำเครื่องบวงสรวงประกอบด้วย เทพพาหนะทั้ง 10 นางสนมกำนัล เหล่าทหาร ข้าทาสบริวาร ดำเนินผ่านเสานางเรียงประดับด้วยธงทิวยิ่งใหญ่อลังการ

“รวมทั้งชมการแสดงแสงแห่งศรัทธาปราสาทพนมรุ้ง และชมขบวนแห่สักการะ “น้อมจิตบังคม พนมรุ้งนาฏการ” จากนางรำ ทั้ง 23 อำเภอ กว่า 2,000 คน แต่งกายด้วยชุดพื้นเมืองประจำถิ่นของแต่ละอำเภอ มาฟ้อนรำถวาย อย่างงดงามอลังการ ซึ่งคาดว่าจะสร้างความตื่นตาและประทับใจแก่ผู้ร่วมชมงานอย่างแน่นอน” 

พร้อมกันนี้ ตลอดการจัดงานยังได้เที่ยวชมตลาดอารยธรรมวนัมรุง ให้ผู้ที่มาเที่ยวงานจะได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นผ้าไหม ผ้าฝ้ายที่มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ทั้งผ้าซิ่นตีนแดง ผ้าหางกระรอกคู่ตีนแดง ผ้าภูอัคนี(ผ้าฝ้ายย้อมดินภูเขาไฟ) รวมถึงผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร เครื่องใช้ และของที่ระลึกอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ ยังได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองโบราณหายากเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น จาก 23 อำเภอในจังหวัดบุรีรัมย์ มาให้ให้เลือกซื้อ เลือกชม เลือกชิม และชมการแสดงดนตรีและนาฏศิลป์พื้นบ้านได้ตลอดทั้งงาน – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชาวมอญชุมชนบ้านวังกะ’ สวมใส่ชุดพื้นเมืองร่วมงานบุญลอยเรือสะเดาะเคราะห์คึกคัก

Posted on September 10, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/679112

'ชาวมอญชุมชนบ้านวังกะ' สวมใส่ชุดพื้นเมืองร่วมงานบุญลอยเรือสะเดาะเคราะห์คึกคัก

‘ชาวมอญชุมชนบ้านวังกะ’ สวมใส่ชุดพื้นเมืองร่วมงานบุญลอยเรือสะเดาะเคราะห์คึกคัก

วันเสาร์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.37 น.

ชาวมอญชุมชนบ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี กาญจนบุรี พร้อมใจสวมใส่ชุดพื้นเมืองจูงลูกหลานร่วมงานบุญลอยเรือสะเดาะเคราะห์อย่างล้นหลาม เชื่อปล่อยโคมลอยจะหมดทุกข์ หมดโศก หมดโรค หมดภัย

เมื่อเวลา 05.00 น วันที่ 10 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนจากชุมชนชาวมอญบ้านวังกะ หมู่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นจำนวนมากพร้อมใจกันสวมใส่ชุดพื้นเมืองที่มีสีสันอันสดสวย นำบุตรหลาน เดินทางไปร่วมพิธีทำบุญลอยเรือสะเดาะเคราะห์ ด้วยการนำอาหารทั้งคาวหวาน รวมทั้งน้ำดื่ม ผลไม้ และธงตุงกระดาษมาใส่ไว้ในเรือจำลองขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นจากไม้ไผ่ ก่อนจะนำมาตั้งไว้บริเวณหน้าเจดีย์พุทธคยา วัดวังก์วิเวการาม หรือวัดหลวงพ่ออุตตมะ สถานที่สำคัญในการจัดประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ของชาวมอญ อีกทั้งยังมีการนำโคมลอยมาปล่อยให้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งการปล่อยโคมลอย ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ ลอยความทุกข์ ความโศก รวมทั้งสิ่งไม่ดีให้หายไปจากครอบครับและตัวของเราเอง

สำหรับความเป็นมาของประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ของคนมอญ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ว่ากันว่าเกิดขึ้นเมื่อครั้งพระเจ้าธรรมเจดีย์ขึ้นครองราชย์ปกครองอาณาจักรมอญ เมืองหงสาวดี พระองค์ทรงเห็นพระภิกษุสามเณรในเมืองมอญหงสาวดี มีความประพฤติย่อหย่อนต่อพระธรรมวินัย พระพุทธศาสนาในเมืองมอญเกิดมลทินด่างพร้อยมากมาย จึงมีพระราชประสงค์จะสังคายนาพระพุทธศาสนาในเมืองมอญเสียใหม่ เพื่อชำระหมู่พระภิกษุสงฆ์ให้มีความบริสุทธิ์

พระเจ้าธรรมเจดีย์มีพระราชโองการรับสั่งให้พระภิกษุสามเณรในเมืองมอญลาสิกขาเสียทั้งหมดทั้งประเทศ แล้วทรงส่งปะขาวถือศีล 8 คณะหนึ่ง ซึ่งก็คืออดีตพระเถระผู้ทรงพระไตรปิฎก ทรงความรู้ ตั้งมั่นในศีล ที่พระองค์มีคำสั่งให้ลาสิกขามาถือศีล 8 เป็นปะขาวนั่นเอง ออกเดินทางไปยังประเทศศรีลังกา เพื่อให้ไปถือการอุปสมบทเป็นพระภิกษุมาใหม่จากคณะสงฆ์ในประเทศศรีลังกา เสร็จแล้วให้เดินทางกลับมาเป็นอุปัชฌาย์อาจารย์ บวชให้แก่คนมอญในเมืองมอญเสียใหม่

คณะของปะขาวนี้ เมื่อเดินทางถึงประเทศศรีลังกาได้รับการอุปสมบทแล้วก็เดินทางกลับ ในระหว่างทางที่เดินทางกลับนั้น เรือสำเภาลำหนึ่งในจำนวนสองลำโดนพายุพัดให้หลงทิศไป ส่วนอีกลำหนึ่งเดินทางมาถึงเมืองหงสาวดีโดยปลอดภัย เมื่อทราบถึงพระกรรณของพระเจ้าธรรมเจดีย์ พระองค์จึงมีรับสั่งให้ทำเรือจำลองขึ้นมา ข้างในบรรจุด้วยของเซ่นไหว้บูชาเหล่าเทวดาทุกหมู่เหล่า ด้วยเครื่องเซ่นไหว้นั้น ให้เหล่าเทวดาทั้งหลาย ที่ดูแลพื้นดินก็ดี ที่ดูแลพื้นน้ำก็ดี ที่ดูแลพื้นอากาศก็ดี ได้มาช่วยปัดเป่าให้เรือสำเภาที่หลงทิศไปนั้น ได้เดินทางกลับมาโดยปลอดภัย หลังจากที่พระองค์ทรงทำพิธีสะเดาะเคราะห์แล้วไม่กี่วัน เรือที่หลงทิศนั้นก็เดินทางกลับมาถึงเมืองหงสาวดีโดยปลอดภัย ชาวมอญจึงถือเอาเหตุการณ์นี้ทำพิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ในช่วงกลางเดือน 10 ของทุก ๆ ปี สืบต่อกันมาจนปัจจุบัน

สำหรับประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ จัดขึ้นในช่วงวันขึ้น 14-15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบูชาเทวดาที่อยู่ในน้ำ ในป่า และบนบก อีกทั้งเพื่อสืบสานประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มชน ตลอดทั้งเป็นการเผยแพร่ประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ให้แก่ชุมชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้

กิจกรรมในงาน ได้แก่ การเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์, การบูชาเรือ โดยนำธงกระดาษ และอาหารคาวหวาน 9 อย่าง ไปบูชาเรือ, การสะเดาะเคราะห์ต่ออายุ โดยการนำธูปเทียน ตามวันเกิด ไปไหว้ และสะเดาะเคราะห์เพื่อจะมีการเผาธูปเทียนในวันสุดท้ายของงาน, การเล่นโคม ปล่อยโคม, การตักบาตรน้ำตาลทราย น้ำผึ้ง, การเลี้ยงอาหารคาวหวานแก่ผู้มาร่วมงาน และการนำเรือไปลอยที่แม่น้ำสามประสบ

พิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ของชาวมอญที่ทำกันอยู่จะมีการเตรียมงานดังนี้ ก่อนถึงวันพิธี ชาวบ้านจะร่วมกันเตรียมทำธง ร่ม และจัดเครื่องบูชาต่างๆ เพื่อถวายวัด โดยมีการแบ่งงานให้หัวหน้าคุ้มต่างๆ ในหมู่บ้าน รับไปให้ลูกบ้านช่วยกันทำแล้วนำมาส่งที่วัด ผู้ชายส่วนหนึ่งจะมารวมกันที่วัดวังก์วิเวการามเพื่อสร้างเรือจากลำไม้ไผ่ประดับตกแต่งด้วยกระดาษหลากสี 

ในยามหัวค่ำจนถึงเช้ามืดของวันขึ้น 15 ค่ำ ชาวบ้านจะทยอยพากันนำธง ตุง ร่มกระดาษ มาประดับตกแต่งเรือและบริเวณปะรำพิธีอย่างเนืองแน่น พร้อมนำเครื่องเซ่น เช่น กล้วย อ้อย ขนม ข้าว ดอกไม้ ไปวางไว้ในลำเรือ จุดเทียนอธิษฐานให้สิ่งไม่ดีและเคราะห์ร้ายต่างๆ ไปให้พ้นจากชีวิตตน และรับฟังบทสวดอิติปิโส 108 จบ และบทสวดสะเดาะเคราะห์จากภิกษุสงฆ์

เมื่อถึงเช้าวันแรม 1 ค่ำ ซึ่งปีนี่ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน 2565 ชาวบ้านก็มารวมตัวกันตั้งเป็นขบวนแห่ มีการเล่นโคม ปล่อยโคมลอยขนาดใหญ่ ประกอบการร้องรำทำเพลงอย่างสนุกสนาน จากนั้นชาวบ้านทั้งหมดจะช่วยกันลากเรือไปปล่อยกลางน้ำบริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำสามสาย ได้แก่ ซองกาเลีย รันตี และบิคลี่ ที่เรียกกันว่า “สามสบ” หรือ “สามประสบ” นั่นเอง – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,936,792 hits

Join 4,115 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
รัฐบาลตีปี๊บ ไทยช่วยไทย กระแสแรงทั่วประเทศ วันแรกเงินสะพัด 33.7 ล้านบาท

Recent Posts

  • ออสเตรเลียแจ้งข้อหาชายวัย 47 ฆาตกรรม-ล่วงละเมิด ด.ญ. พื้นเมือง 5 ขวบ
  • เยอรมนีชี้ สหรัฐฯ ถอนทหารเป็นสิ่งที่ “คาดการณ์ได้” ขณะนาโตขอคำชี้แจง
  • “ภูเขาไฟมายอน” ปะทุหนัก ฟิลิปปินส์สั่งอพยพด่วน-ยกระดับเตือนภัยระดับ 3
  • “ทรัมป์” ขู่อาจกลับไปถล่มอิหร่านอีก หาก “ประพฤติตัวไม่ดี'”
  • จับชายในออสเตรีย หลังพบยาเบื่อหนูปนเปื้อน ในขวดสินค้าอาหารเด็ก

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d