Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

รถหรือเรือ? ‘รังสิต’อ่วมอรทัย น้ำท่วมสูงไหลเข้ามาในรถเมล์ชานต่ำ

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678897

รถหรือเรือ? ‘รังสิต’อ่วมอรทัย น้ำท่วมสูงไหลเข้ามาในรถเมล์ชานต่ำ

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.04 น.

 ถือว่าหนักจริงๆ สำหรับพื้นที่เขตรังสิต จ.ปทุมธานี เป็นอีกหนึ่งจุดที่เผชิญปัญหา “น้ำรอการระบาย” ถึงขั้นขึ้น “ธงแดง” เตือนให้ประชาชนอพบพและยกของขึ้นที่สูง เพราะระน้ำมีปริมาณสูงเสี่ยงอันตราย เนื่องจากน้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เอ่อท่วมบนพื้นจราจรหลายพื้นที่ ทำให้ต้องปิดถนนหลายเส้นทาง 


ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai ได้โพสต์คลิปน้ำได้ท่วมสูงไหลเข้ามาในรถเมล์ชานต่ำ และคลิปดังกล่าวถูกแชร์ๆออกไปจำนวนมาก โดยข้อความระบุว่า “น้ำท่วมสูงไหลเข้ามาในรถเมล์ชานต่ำน้ำท่วมสูงไหลเข้ามาในรถเมล์ชานต่ำ มีคลิปส่งต่อๆ กันมาในไลน์กลุ่ม เมื่อฝนตก น้ำท่วมสูง ส่งผลให้น้ำไหลเข้ามาในรถเมล์ชานต่ำ สาย ปอ.29 ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต – หัวลำโพง” 

ซึ่งภายในคลิปดังกล่าวไม่มีผู้โดยสารในรถ มีแค่คนขับกับกระเป๋ารถเมล์ ซึ่งขับไปบางช่วงก็เป็นรถ บางช่วงก็เป็นเรือ สลับไปเป็นช่วงๆ หลังจากที่น้ำจากคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เอ่อท่วมบนพื้นจราจรหลายพื้นที่เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ทำให้เทศบาลนครรังสิตทำคันกั้นน้ำและวางกระสอบทรายไว้ตลอดแนวเพื่อป้องกัน.-008 

ขอบคุณคลิปและภาพจาก : รถเมล์ไทยแฟนคลับ Rotmaethai 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ลูกเทวดา’เมายา! อาละวาดคว่ำหม้อต้มไก่-ของหวานทำบุญ แม่สุดทนส่งถ้ำกระบอกทันที

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678891

'ลูกเทวดา'เมายา! อาละวาดคว่ำหม้อต้มไก่-ของหวานทำบุญ แม่สุดทนส่งถ้ำกระบอกทันที

‘ลูกเทวดา’เมายา! อาละวาดคว่ำหม้อต้มไก่-ของหวานทำบุญ แม่สุดทนส่งถ้ำกระบอกทันที

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 07.39 น.

ลูกเทวดาเมายาบ้า อาละวาดขอเงินแม่ไม่ได้ ทุบทำลายข้าวของสิ่งของภายในบ้านพัง คว่ำหม้อต้มไก่-ของหวานทำบุญ ตำรวจบ้านดุงรวบตัวไว้ แม่สุดทนส่งรักษาถ้ำกระบอกทันที 

9 กันยายน 2565 เมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมา นายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุงและแอดมินเพจบ้านดุงอัพเดท รับแจ้งจากแฟนเพจมีชายเมายาอาละวาด พังข้าวของภายในบ้านและมีแก๊สรั่ว กลิ่นเหม็ดตลบอบอวลไปทั่วบ้านหวั่นเกิดอันตราย เหตุเกิดที่บ้านฝาง พื้นที่หมู่ 9 ต.โพนสูง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยชุดผจญเพลิง วีอาร์กู้ภัย อ.บ้านดุง และนายธนทัต หมั่นเสมอ ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านฝาง

เมื่อไปถึงพบบ้านหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้านตรงข้ามร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเป็นบ้านของนางลุนนี เกศคำขวา อายุ 49 ปี ยังมีอาการตกใจหลังลูกชายอาละวาดพังข้าวของภายในบ้านไม่มีอะไรเหลือเป็นชิ้นดี โดยลูกชายเทวดาหลอนยารายนี้ ตำรวจ สภ.บ้านดุง ได้ควบคุมไปที่ สภ.บ้านดุง แล้วก่อนเจ้าหน้าที่ฯกู้ภัยจะมาถึง

นางลุนนี แม่ของหนุ่มหลอนยารายนี้ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายจะเข้ามาพังข้าวของภายในบ้าน ได้ขี่รถจยย.มาในบ้านและบอกว่า แม่ขอ 200 บาท แม่เลยบอกว่าใจเย็นลูกให้ไปอาบน้ำก่อน แต่ลูกชายคือนายสมมาตร อายุ 24 ปี หรือนายมาตร เกิดไม่พอใจแม่ที่ขอเงินแล้วไม่ได้ทันที ร้องตะโกนโวยวายอาละวาด คว้าได้มีดพังสิ่งของภายในบ้าน ทั้งทีวี ตู้เย็น ใช้มีดฟันจนพังเละ

จากนั้นลากเตียงและเสื้อผ้าพ่อแม่จะไปจุดเผาหลังบ้าน พ่อและแม่ห้ามเท่าไรก็ไม่ฟัง ลูกเทวดาก็เหลือบไปเห็นหม้อต้มไก่ในเตาแก๊ส ก็ใช้มีดฟังเตาแก๊สและหม้อต้มไก่ทันทีจนหม้อต้มไก่คว่ำ แล้วใช้มีดฟันจนหัวแก๊สหลุด

จากนั้นก็เกิดแก๊สรั่ว จนมีกลิ่นเหม็นของแก๊สรั่วไปทั่วบ้าน ยังไม่หนำใจลูกชายเทวดาเมายา เจอหม้อวุ้นที่แม่กำลังทำไปโรงทาน ที่วัดงานทอดเทียนพรรษาในวันพรุ่งนี้ ลูกชายก็อาละวาด เดินเหยียบหม้อคว่ำวุ้นของแม่ ทั้งพ่อและแม่เห็นลูกชายอาละวาดแบบนี้ ก็ต่างหนีตายสุดชีวิต

ลูกชายคนนี้เคยพาไปรักษาที่ รพ.ธัญญารักษ์ อุดรธานี แต่เจ้าตัวไม่อยู่รักษาจึงเอาตัวมาอยู่บ้าน กลับมาเล่นยาหนักมากกว่าเดิมตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว ลูกชายเมายาแล้วอาละวาดหนัก แต่ก่อนไม่เคยทำร้ายแม่ แต่วันนี้พอขอเงินแม่ไม่ได้ ก็ใช้มีดฟันข้าวของภายในบ้านจนพังหมด ทีวี ตู้เย็น 

‘พ่อต้มไก่จะกินข้าวเย็นให้อร่อยเจอลูกพันเตาแก๊สจนรั่ว ส่วนหม้อวุ้นที่แม่จะทำไปโรงทานที่วัดงานทอดเทียน ลูกชายก็คว่ำหม้อ ไม่ได้ไปทำโรงทานที่วัดแล้ว ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว คงต้องเอาไปรักษาให้หายเด็ดขาด ไม่งั้นกลับมาฆ่าพ่อและแม่แน่ น.ส.ลุนนี กล่าวด้วยความละเหี่ยใจตอนท้าย’

ทางด้าน นายธนทัต หมั่นเสมอ ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า บ้านฝางเป็นหมู่บ้านใหญ่ใน อ.บ้านดุง ปัญหาสังคมเมายาอาละวาดเกิดขึ้น อย่างนายมาตรแม่ไปขอช่วยเหลือจากผู้ใหญ่บ้านบ่อยมาก ส่วนปัญหาเมายาอาละวาดมีแทบทุกวัน รวมทั้งคนลักเล็กขโมยน้อยด้วย พร้อมโชว์ภาพหนุ่มหลอนยาให้ผู้สื่อข่าวดูยังมีอาการดีดยา กลัวเป็นอันตรายต่อชาวบ้าน ยิ่งต่อไปปลายปีจะมีคนจากต่างถิ่นเข้ามาอยู่จำนวนมาก เพราะเป็นช่วงทำนาเกลือ ก็ห่วงความปลอดภัยคนในหมู่บ้าน

ตนเองได้ทำหนังสือไปยังท่านนายอำเภอบ้านดุงไปนานแล้ว ขอให้ท่านเซ็นอนุมัติให้คณะกรรมการหมู่บ้านร่วมตรวจความปลอดภัยเป็นเวรยามภายในหมู่บ้านเพิ่มมากขึ้น

‘ลำพังผู้ใหญ่บ้าน ผู้ชายมีเพียง 3-4 คน ออกตรวจคงไม่เพียงพอ เพราะเคยถูกทำร้ายมาแล้ว ทางคณะกรรมการหมู่บ้านมีความเป็นห่วงว่า เมื่อออกตรวจแล้วหากเกิดทำร้ายร่างกายไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบ คณะกรรมการเขาห่วงตรงนี้ อยากให้นายอำเภอเซ็นหนังสืออนุญาตให้คณะกรรมการหมู่บ้านและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมออกตรวจกับผู้นำชุมชนในหมู่บ้านได้’ 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮือฮา!! ชาวบ้านจับปลาน้ำจืดในทะเล หลังฝนถล่มหลุดมาจากบ่อเลี้ยง

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678890

ฮือฮา!! ชาวบ้านจับปลาน้ำจืดในทะเล หลังฝนถล่มหลุดมาจากบ่อเลี้ยง

ฮือฮา!! ชาวบ้านจับปลาน้ำจืดในทะเล หลังฝนถล่มหลุดมาจากบ่อเลี้ยง

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 07.29 น.

สุดคึกคักทั่วชายหาด !! ชาวบ้านพากันนำอุปกรณ์ดักจับปลาน้ำจืด ที่ลอยมาเต็มชายหาดแม่รำพึง หลังฝนตกหนักทำบ่อปลาหลายแห่งพัง ปลาลอยตามน้ำลงคลอง ออกสู่ทะเล ปลาเกิดน๊อกน้ำ จับได้ง่ายดาย

ที่บริเวณ ชายหาดแม่รำพึง หน้าหมู่บ้านสบ๊ายสบาย ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง ชาวบ้านต่างพากัน นำอุปกรณ์ ที่ใช้จับปลาได้ มาดักจับปลาที่ลอยมากับสายน้ำบริเวณปากคลองป่าคั่น ซึ่งปลาที่ลอยมาทั้งหมด ล้วนเป็นปลาน้ำจืด เช่น ปลาสลิด ปลานิล ปลาช่อน ปลาดุก โดยอุปกรณ์ ที่นำมาจับ มีทั้ง แห อวน ลอบ และตะแกรงฝาพัดลม ก็กลายมาเป็นอุปกรณ์จับปลาได้ไม่ยาก  

นายภัทรานิษฐ์  เจริญพานิชย์ ชาวบ้าน บอกว่า ฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้บ่อปลาที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ ในพื้นที่ หมู่ 7 หมู่8 หมู่9 ตำบลตะพง แตก ปลาที่เลี้ยงไว้ไหลตามน้ำที่หลากรุนแรง มาตามคลอง ออกสู่ทะเล ซึ่งปลาที่ไหลมาเป็นปลาน้ำจืด เมื่อมาอยู่ในน้ำทะเลก็ทำให้ปลาน๊อกทันที ชาวบ้านจึงพากันมาจับ และใช้อุปกรณ์ที่หาได้ แม้แต่ตะแกรงฝาครอบพัดลมก็นำมาใช้จับปลาได้ เพราะปลาแต่ละตัวไม่มีแรงแหวกว่าย ซึ่งถ้าชาวบ้านไม่พากันมาจับไป ปลาเหล่านี้ก็ไม่รอดอยู่ดี เพราะเป็นปลาน้ำจืดไม่ใช่ปลาทะเล 

ฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน ทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดระยอง ได้รับผลกระทบชาวบ้านเดือดร้อนจากน้ำท่วม บ้านเรือน พืชผลการเกษตร และบ่อปลาจำนวนมากถูกน้ำท่วม ปลาในบ่อก็ลอยตามกระแสน้ำ ไหลลงคูคลองและแม่น้ำ ออกสู่ทะเลที่บริเวณปากคลอง ซึ่งชายหาดแม่รำพึง มีปากคลองหลายจุด ชาวบ้านจำนวนมากจึงพากันมาดักจับปลาในช่วงที่มีน้ำหลากลงสู่ทะเล.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรมทางหลวงฯ อัพเดทสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคตะวันออก 3 สายทาง

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678844

กรมทางหลวงฯ อัพเดทสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคตะวันออก 3 สายทาง

กรมทางหลวงฯ อัพเดทสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคตะวันออก 3 สายทาง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.44 น.

กรมทางหลวงชนบท รายงานสถานการณ์สายทางที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยพื้นที่ภาคตะวันออก 3 สายทาง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

8 ก.ย.65 กรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยสำนักบำรุงทาง รายงานถึงสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้ (8 ก.ย. 65 เวลา 17.30 น.) ว่ามีถนนทางหลวงชนบทที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี สามารถสัญจรผ่านได้ 3 สายทาง ดังนี้

1. ทางหลวงชนบทสาย รย.2061 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 – บ้านหนองมะหาด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระดับน้ำสูง 9 เซนติเมตร (ช่วง กม.ที่ 0+100 ถึง 3+000)

2. ทางหลวงชนบทสาย รย.1041 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 – เทศบาลตำบลแกลงกะเฉด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ระดับน้ำสูง 10-15 เซนติเมตร (ช่วง กม.ที่ 1+200 ถึง 1+500)

3. ทางหลวงชนบทสาย จบ.3010 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 317 – บ้านทุ่งตาอิน อำเภอมะขาม, เขาคิชฌกูฏ ระดับน้ำสูง 10-35 เซนติเมตร (ช่วง กม.ที่ 17+950 ถึง 18+200, 24+100 ถึง 24+400 และ 24+700 ถึง 24+900)

กรมทางหลวงชนบท ได้ติดตั้งป้ายเตือน และจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานให้ทราบเป็นระยะ ๆ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุอุทกภัยหรือสอบถามเส้นทางได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

-001

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FDRRTH1146%2Fposts%2Fpfbid0Tfki6TKJVqB6FWnaX6vWbQbKuh8DWhonToapKCs5y6dzYeVus64wUu6kEyqPZXNdl&show_text=true&width=500

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กสม.’ขอสังคมไทยเปลี่ยนทัศนคติ ‘เรื่องในครอบครัวเขาเรายุ่งได้’ถ้าพบเห็นใช้‘ความรุนแรง’

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678842

‘กสม.’ขอสังคมไทยเปลี่ยนทัศนคติ ‘เรื่องในครอบครัวเขาเรายุ่งได้’ถ้าพบเห็นใช้‘ความรุนแรง’

‘กสม.’ขอสังคมไทยเปลี่ยนทัศนคติ ‘เรื่องในครอบครัวเขาเรายุ่งได้’ถ้าพบเห็นใช้‘ความรุนแรง’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 20.29 น.

‘กสม.’ขอสังคมไทยเปลี่ยนทัศนคติ ‘เรื่องในครอบครัวเขาเรายุ่งได้’ถ้าพบเห็นใช้‘ความรุนแรง’

8 ก.ย. 2565 ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้องรายหนึ่งเมื่อเดือน ธ.ค. 2564 โดยร้องเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้เสียหาย ทราบว่า ผู้เสียหายซึ่งอาศัยอยู่กับบิดามารดาในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ถูกบิดา-มารดาทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการต่างๆ จนเกิดรอยฟกช้ำและบาดแผลตามร่างกาย รวมทั้งถูกบังคับให้กู้ยืมเงินผู้อื่นมาใช้จ่ายในครอบครัว ผู้ร้องมีความกังวลว่าผู้เสียหายจะไม่ได้รับความปลอดภัย จึงขอความช่วยเหลือ

กสม. พิจารณาเห็นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นกรณีเกี่ยวกับสิทธิเด็ก ซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 แต่เนื่องจากการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าวสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วด้วยวิธีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จึงรับไว้เป็นคำร้องและประสานเรื่องไปยังกรมกิจการเด็กและเยาวชน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงราย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ และมูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือ

ต่อมา เมื่อเดือน มี.ค. 2565 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแจ้งว่า ได้ส่งนักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงรายและเครือข่ายชุมชน ประกอบด้วย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนันตำบล ฝ่ายรักษาความสงบในหมู่บ้าน ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านบิดามารดาของผู้เสียหายที่ จ.เชียงใหม่ และบ้านยายของผู้เสียหายที่ จ.เชียงราย โดยได้ทราบข้อเท็จจริงว่า บิดาและมารดาของผู้เสียหายประกอบอาชีพขับรถรับจ้างและค้าขาย มีบุตรร่วมกัน 3 คน ผู้เสียหายเป็นบุตรสาวคนโต อายุ 15 ปี ทางครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและหนี้สินนอกระบบที่ค้างชำระจำนวนมาก 

“จากการเจรจา บิดามารดาได้ตกลงให้ผู้เสียหายอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของยายและให้คำมั่นว่าจะเลิกแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับผู้เสียหาย ทั้งนี้ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงรายได้มีมติให้ผู้นำชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมเฝ้าระวังเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต หากได้รับแจ้งว่าบิดามารดามารับผู้เสียหายไปดูแล ให้ตาและยายสามารถแจ้งไปยังผู้นำชุมชนเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน รวมทั้งจะประสานขอรับการช่วยเหลือจากเงินกองทุนคุ้มครองเด็กจังหวัดเชียงรายเพื่อให้ความช่วยเหลือเรื่องค่าอุปการะเลี้ยงดูต่อไป” น.ส.สุภัทรา กล่าว

น.ส.สุภัทรา กล่าวต่อไปว่า ล่าสุดจากการติดตามของเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. เมื่อเดือน พ.ค. และเดือน ส.ค. 2565 ได้ความว่า ปัจจุบันผู้เสียหายยังคงอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของยาย ซึ่งบิดาเคยติดต่อยายของผู้เสียหายเพื่อขอรับผู้เสียหายไปอุปการะเลี้ยงดูอีกครั้ง แต่ยายของผู้เสียหายไม่ให้ความยินยอม ปัจจุบันจึงไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นกับผู้เสียหายแล้ว 

ดังนั้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2565 จึงมีมติเห็นชอบผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนดังกล่าว และมอบหมายเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสม. ให้คำแนะนำแก่ผู้ร้องว่าหากเกิดเหตุการณ์ตามคำร้องเรียนอีก ผู้ร้องสามารถขอความช่วยเหลือจากสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนและการบังคับคดีประจำจังหวัดของสำนักงานอัยการสูงสุดหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

ทั้งนี้ กรณีข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งในอีกหลายกรณีที่เด็กถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งกรณีนี้ยังดีที่ญาติไม่เพิกเฉยและร้องเรียนมายัง กสม. กระทั่งได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามยังมีเด็กและผู้หญิงจำนวนมากที่ถูกกระทำความรุนแรงในที่ที่ควรจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยโดยเพื่อนบ้าน ญาติ ชุมชน หรือเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องไม่สนใจหรือเพิกเฉยเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวภายในครอบครัวของผู้อื่น 

ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติกันและหันมายื่นมือให้ความช่วยเหลือเหยื่อของความรุนแรง ซึ่งสอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 มาตรา 5 ที่กำหนดให้ผู้พบเห็นหรือทราบการกระทำความรุนแรงในครอบครัว มีหน้าที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย โดย กสม. อยู่ระหว่างการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนอีกหลายกรณีที่เด็กและเยาวชนได้รับผลกระทบจากการถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว 

“ในเบื้องต้น กสม. มีความเห็นว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวควรดำเนินการในเชิงระบบด้วยการเชื่อมโยงการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่นและชุมชน โดยอาจให้ศูนย์ช่วยเหลือสังคม (OSCC) สายด่วน 1300 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงหรือประสานกับกลไกอื่น ๆ ในพื้นที่ เช่น บ้านพักเด็กและครอบครัว อสม. คณะกรรมการระดับชุมชน เพื่อให้เหยื่อได้รับความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที” น.ส.สุภัทรา กล่าวในตอนท้าย -009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘เรื่องเล่าเกี่ยวกับเนื้อคู่’ของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678815

'เรื่องเล่าเกี่ยวกับเนื้อคู่'ของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง

‘เรื่องเล่าเกี่ยวกับเนื้อคู่’ของหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ วัดดอยแม่ปั๋ง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 19.21 น.

หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ พระอริยะแห่งวัดดอยแม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ในสายหลวงปู่มั่น ภูริทฺตโต เดิมประวัติของท่านได้รับการรวมรวม-เรียบเรียงโดย พระนาค อตฺถวโร วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ แต่บทความนี้ได้คัดมาจาก หนังสือธรรมโอวาทหลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ซึ่งคุณแจ่ม เจิดจรัส ได้นำมารวบรวมเรียบเรียงไว้

เคยมีคำทำนายเกี่ยวกับเนื้อคู่ของหลวงปู่แหวน เมื่อสมัยที่เรียนมูลกัจจายน์ที่จังหวัดอุบลราชธานี ได้มีหมอดูทำนายว่า เนื้อคู่ของท่านจะมีรูปร่างสันทัด ผิวเนื้อขาวเหลือง ใบหน้ารูปใบโพธิ์ แต่ท่านก็ไม่ได้สนใจอะไร ด้วยชีวิตนี้ท่านได้อุทิศทั้งชีวิตเพื่อพระศาสนาแล้ว จึงขอกล่าวถึงข้อความตอนหนึ่งในหนังสืออนุสรณ์หลวงปู่แหวน เกี่ยวกับในช่วงที่จิตของท่านนึกเห็นแต่หน้าของหญิงนางนั้น ที่สุดท่านก็ได้บังคับจิตของท่านให้หลุดออกจากห้วงนั้น โดยใช้อุบายธรรมพิจารณาเหตุผลในทีละอย่าง จนท่านก็ประสบความสำเร็จ เนื้อความในหนังสือที่ยกมากล่าวอ้างนี้ความว่า

วันหนึ่ง หลวงปู่แหวนได้มาพักบำเพ็ญอยู่ที่บ้านนาสอง เป็นหมู่บ้านที่ใหญ่พอสมควร พวกชาวบ้านถิ่นนั้นมีแปลกอยู่อย่างคือ เวลาเห็นพระไปบิณฑบาต พวกเขาจะป่าวร้องกันมาใส่บาตรว่า “มาเน้อมาใส่บาตร ญาธรรมมาแล้ว หาน้ำอ้อยน้ำตาลมาใส่บาตร ญาธรรมมาแล้ว ท่านชอบของหวาน” เมื่อได้ยินคนร้องประกาศเช่นนั้น ต่างก็เอาของมาใส่บาตรจนเต็ม พวกนี้เหมือนกับพวกไทยใหญ่ ไทยใหญ่ถ้าเห็นพระไปบิณฑบาต เขาจะใส่บาตรด้วยน้ำอ้อยน้ำตาลกับข้าวเช่นกัน พวกเขาถือว่าเจ้บุ๊นไม่กินเนื้อสัตว์ กินแต่ของหวาน แต่อย่างไรก็ตาม การฉันข้าวกับน้ำอ้อยน้ำตาลนั้นวันสองวันแรกก็ฉันได้ดี แต่วันที่สามที่สี่รู้สึกเบื่อ

วันหนึ่งใกล้ค่ำได้ไปสรงน้ำที่แม่น้ำงึม มีหญิงสองคนแม่ลูกถ่อเรือมาตามลำน้ำงึม ถึงที่พระกำลังสรงน้ำอยู่ ก็ชำเรืองตามาทางพระหนุ่ม เมื่อสายตาของทั้งฝ่ายประสานกันเข้า ก็มีอานุภาพลึกลับและรุนแรงพอที่จะตรึงคนทั้งสองฝ่ายให้ตะลึงไปได้ ระหว่างทางที่เดินกลับที่พักในใจยังคิดถึงหญิงงามนั้นอยู่

เมื่อมาถึงที่พัก จึงกลับได้สติหวนระลึกถึงคำนายของหมอดูเมื่อครั้งเรียนมูลกัจจายน์อยู่เมืองอุบล ที่ทำนายว่า “เนื้อคู่ของท่านอยู่ทางทิศนี้ รูปร่างสันทัด ผิวเนื้อขาวเหลือง ใบหน้าเหมือนใบโพธิ์” หญิงที่เราพบเห็นเมื่อตอนเย็นก็มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับคำทำนายของหมอดู เห็นจะเป็นหญิงคนนี้แน่ เพราะเมื่อเราเห็นเป็นครั้งแรกก็ทำให้เรามีจิตแปรปรวนแล้ว จึงตัดสินใจเดินทางกลับไทย เมื่อข้ามมายังฝั่งไทยได้ขึ้นไปทางอำเภอศรีเชียงใหม่ ไปพักอบรมตนอยู่ที่พระบาทเนินกุ่มใหม่ ไปพักอยู่ที่พระบาทเนินกุ่มหมากเป้ง

ณ ที่นั้นได้พบกับหลวงปู่มั่น ภูริทฺตโต ซึ่งท่านได้ปลีกตัวออกจากหมู่คณะ มาภาวนาอยู่บริเวณนั้น เมื่อได้พบกับอาจารย์อีก จึงดีใจมาก การพักอบรมตนอยู่กับหลวงปู่มั่น ก่อนเข้าพรรษาทำให้จิตสงบลง ไม่ฟุ้งซ่านเหมือนก่อน แต่ภาพของหญิงงามนั้นยังปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว แต่เมื่อเร่งภาวนาเข้าภาพนั้นก็สงบลง

หลังจากเข้าพรรษาแล้ว ตั้งใจปรารถความเพียรอย่างเต็มที่ การเร่งความเพียรในระยะแรก จิตที่ยังไม่มีอะไรมาวุ่นวายคงสงบตัวได้ง่าย มีอุบายทางปัญญาพอสมควรเมื่อเร่งความเพียรหนักเข้าเอาจริงเอาจังเข้า กิเลสก็เอาจริงเอาจังกับเราเหมือนกัน คือแทนที่จิตจะดำเนินไปตามที่เราต้องการ กลับพลิกไปหานางงามที่บ้านนาสอง ฝั่งแม่น้ำงึมนั้นอีก ทีแรกได้พยายามปราบด้วยอุบายต่างๆ แต่ไม่สำเร็จ ยิ่งเร่งความเพียรดูเหมือนเอาเชื้อไปใส่ไฟ ยิ่งกำเริบหนักเข้าไปอีก เผลอไม่ได้เป็นต้องหาหญิงนั้นทันที บางครั้งมันหนีออกไปซึ่งๆ หน้า คือขณะที่คิดอุบายการพิจารณาอยู่นั่นเอง มันก็วิ่งไปหาหญิงนั้นเอาซึ่งๆ หน้ากันทีเดียว

อุบายการปฏิบัติวิชาต่างๆ ที่นำมาใช้ในการทรมานจิตในครั้งนั้น เช่น เว้นการนอนเสีย มีเฉพาะเวลานั่ง ยืน เดิน ทำอยู่เช่นนั้นหลายวันหลายคืน คอยจับดูจิตว่ามันคลายความรักในหญิงนั้นแล้วหรือยัง ปรากฏว่าไม่ได้ผล จิตยังคงวิ่งออกไปหาหญิงงามอยู่เช่นเคย เผลอสติไม่ได้ ต่อมาเพิ่มไม่นั่งไม่นอน มีแต่ยืนกับเดิน ทำความเพียรอยู่อย่างนี้จิตมันก็ไม่ยอม มันคงไปตามเรื่องตามราวของมันเช่นเคย

คราวนี้เปลี่ยนวิธีใหม่เปลี่ยนเป็นอดอาหาร ไม่ฉันอาหารเลยเว้นไว้แต่น้ำ อุบายการพิจารณาก็เปลี่ยนใหม่ คราวนี้เพ่งเอากายของหญิงนั้น เป็นเป้าหมายในการพิจารณาหายคลายสติ โดยแยกยกพิจารณาทีละอย่างในอาการ ๓๒ ขึ้นโดยอนุโลมปฏิโลม พิจารณาเทียบเข้ามาหากายของตน พิจารณาให้เห็นถึงความเป็นจริงว่าอวัยวะอย่างนั้นๆ ของตนก็มี ของหญิงก็มี ทำไมจะต้องไปรักไปหลง ไปคิดถึง เพ่งพิจารณาทีละส่วนๆ พิจารณาอยู่อย่างนั้นทั้งกลางวันกลางคืนทุกอริยาบท การพิจารณาจนละเอียดอย่างไรขึ้นอยู่กับอุบายความแยบคายของปัญญาที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

ตอนหนึ่งพิจารณามาถึงหนังได้ความว่า คนเราหลงอยู่ที่หนัง หนังเป็นเครื่องปกปิดสิ่งที่ไม่น่าดูไว้ ถ้าถลกหนังออก อวัยวะทุกส่วนก็หาส่วนที่น่าดูไม่ได้เลย เพ่งพินิจอยู่จนเห็นความเปื่อยเน่าผุพังสลายไป ไม่มีส่วนไหนที่จะถือว่าเป็นของมั่นคง ในขณะนั้นจิตซึ่งเคยโลดโผน โลดแล่นไปอย่างไม่มีจุดหมายมาก่อน พลันก็ยอมรับตามความจริง ตามเหตุผลของปัญญา ยอมตัวอย่างนักโทษผู้สำนึกผิด ยอมสารภาพถึงการทำตนแต่โดยดี ฉะนั้น นับแต่วินาทีการพิจารณาได้ยุติลง จิตยอมรับเหตุผลของปัญญาแล้ว

เพื่อเป็นการทดสอบว่า “จิตยอมแล้ว” จึงได้ส่งจิตออกไปหาหญิงนั้นหลายครั้ง จิตคงสงบตัวไม่ยอมออกไป ความกำเริบความทรนงตัว ความโลดโผนของจิต จึงถึงความสงบลงตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ไม่กำเริบอีกต่อไป จิตคงทรงเห็นตามสภาพความเป็นจริงของธรรมอยู่ทุกเมื่อ

ขอบคุณข้อมูลจากลานธรรมจักร http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=7&t=27076

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พบคนไทยมีแนวโน้มฆ่าตัวตายมากขึ้น บุคลากรสุขภาพจิตมีไม่พอ แนะท้องถิ่น-ชุมชนร่วมป้องกัน

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678796

พบคนไทยมีแนวโน้มฆ่าตัวตายมากขึ้น บุคลากรสุขภาพจิตมีไม่พอ แนะท้องถิ่น-ชุมชนร่วมป้องกัน

พบคนไทยมีแนวโน้มฆ่าตัวตายมากขึ้น บุคลากรสุขภาพจิตมีไม่พอ แนะท้องถิ่น-ชุมชนร่วมป้องกัน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 18.09 น.

8 ก.ย. 2565 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) จัดเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “พลังชุมชนท้องถิ่นร่วมส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตคนไทย” โดย นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ โฆษกกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า สถานการณ์การฆ่าตัวตายทั่วโลกมีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากปัญหาสุขภาพจิตมีปริมาณมากขึ้น และคาดการณ์ว่า 10 ปีข้างหน้า สุขภาพจิตจะกลายเป็นปัญหาด้านสุขภาพที่ทำให้เกิดการสูญเสียเป็นอันดับ 1 ของโรคไม่ติดต่อทั้งหมด 

ขณะที่ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้น 500-1,000 คนต่อปี ในปี 2564 มีคนฆ่าตัวตายถึง 5,000 ราย และพบว่าอันดับ 1 หรือร้อยละ 50  ที่ทำให้คนฆ่าตัวตายคือปัญหาด้านความสัมพันธ์ ปัญหาในเรื่องสุขภาพกายมาเป็นอันดับ 2 หรือร้อยละ 20-30  อันดับ 3 คือปัญหาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันดับ 4 คือปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งอันดับ 3 และ 4 จะสลับกันขึ้นลง ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้คนฆ่าตัวตายไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่ร้อยละ 90 มี 2 สาเหตุร่วม โดยมีปัญหาด้านความสัมพันธ์เป็นปัจจัยหลักเสมอ

โฆษกกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อไปว่า ปัญหาสุขภาพจิตมีแนวโน้มมากขึ้น แต่บุคลากรด้านสุขภาพจิตกลับเป็นสาขาที่มีจำนวนจำกัด จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นในประเทศไทยมีไม่ถึง 200 คน จิตแพทย์มี 1,000 กว่าคน นักจิตวิทยาอีก 1,000 กว่าคน ซึ่งการจะเพิ่มจำนวนบุคลากรด้านสุขภาพจิตให้เพียงพอต้องใช้เวลาถึง 5-10 ปี ซึ่งการทำงานแบบดั้งเดิมที่รักษาอยู่ในโรงพยาบาลอาจไม่ตอบโจทย์ ปัญหาสุขภาพจิตจึงเป็นเรื่องของทุกคน 

ทำให้กรมสุขภาพจิตหันมาร่วมมือกับองค์กรภายนอก เช่น ทำงานสุขภาพจิตร่วมกับ อสม.ที่มีอยู่ 1 ล้านคนทั่วประเทศ ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ การทำงานร่วมกับ สสส. มสช. และภาคีเครือข่าย ในการฝึกให้ทุกคนในชุมชนเป็นบุคลากรด้านสุขภาพจิต และเริ่มทำงานตั้งแต่ระดับครอบครัวให้สามารถสังเกตอาการโรคพื้นฐาน เช่น โรคซึมเศร้า สัญญาณการฆ่าตัวตาย มีทักษะการรับฟัง การให้กำลังเชิงบวก 

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โครงการ HOPE Task Force หรือทีมปฏิบัติการพิเศษป้องกันการฆ่าตัวตาย ที่กรมสุขภาพจิตร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้ช่วยชีวิตผู้ที่ต้องการฆ่าตัวตายให้รอดชีวิตได้กว่า 400 คน ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการวัดการช่วยเหลือให้คนไม่ฆ่าตัวตาย แต่เมื่อเทียบกับอัตราการฆ่าตัวตายที่ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ การส่งเสริมและป้องกันเป็นหน้าที่ทุกคน ดังนั้นการสร้างความร่วมมือในระดับชุมชนจึงเป็นสิ่งสำคัญเร่งด่วน” นพ.วรตม์ กล่าว
.
นางอรพิน วิมลภูษิต เลขาธิการสมาคมวิถีทางเลือกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน แสดงความเป็นห่วงประชากรวัยแรงงาน โดยระบุว่า ตัวเลขจากกรมสุขภาพจิตระบุว่าช่วงวัยที่ฆ่าตัวตายสำเร็จมากที่สุดร้อยละ 74 คือวัยแรงงานอายุ 25-59 ปี ขณะที่สถานการณ์โควิดทำให้แรงงานกลุ่มเปราะบางที่มีรายได้ปานกลางถูกเลิกจ้างถึง 1.4-1.7 ล้านคน หรือร้อยละ 62 ของแรงงานทั้งประเทศ 
.
“กลุ่มวัยแรงงานจึงกลายเป็นกลุ่มเสี่ยงฆ่าตัวตายขนาดใหญ่ที่รัฐและสังคมควรจับตามองและให้ความสำคัญ และผลักดันเพิ่มองค์ความรู้หรือระบบปฏิบัติการที่ช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิตและสุขภาพการเงินให้กับกลุ่มแรงงานในประเทศไทย ในรูปแบบนโยบายหรือยุทธศาสตร์ระดับประเทศที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมมือกัน โดยอาจผนวกไปกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ทุกวันนี้รักษาแค่เพียงสุขภาพกาย” นางอรพิน กล่าว

นายชาติวุฒิ วังวล ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงสุขภาพ สสส. กล่าวว่า สสส. ได้เร่งเสริมความพร้อมและขับเคลื่อนการทำงานด้านการพัฒนาสุขภาพจิตในระดับพื้นที่กับหลายหน่วยงาน เช่น กับ มสช.ภายใต้ โครงการพัฒนาความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของชุมชนท้องถิ่นในสถานการณ์วิกฤตและตลอดช่วงชีวิต 

โดนนำร่องใน 10 พื้นที่ทั่วประเทศ และผ่านนวัตกรรมแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Dmind ระบบปัญญาประดิษฐ์คัดกรองภาวะซึมเศร้า ที่คนในชุมชนสามารถคลิกเข้าไปประเมินตัวเองได้ง่าย ๆ ได้ผลแม่นยำ เพื่อทดแทนความต้องการการช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตในกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยรวมถึงกลุ่มเปราะบาง เมื่อจำนวนบุคลากรด้านสุขภาพจิตที่มีอยู่ไม่สมดุลกัน

“การใช้เซฟการ์ดฝั่งชุมชนในการช่วยมอนิเตอร์ผู้ป่วยจิตเวชเป็นเรื่องที่น่าสนใจ เพราะทุกชุมชนที่ได้เข้าไปสนับสนุนเขามีต้นทุนในการจัดการปัญหาด้านสุขภาพจิตในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งวงเสวนาครั้งนี้ได้นำตัวอย่างบทเรียนส่งเสริมสุขภาพจิตระดับชุมชนที่ สามารถบริหารจัดการปัญหาได้อย่างความเข้มแข็ง ส่วนตัวมองว่าปัญหาสุขภาพจิตในพื้นที่ไม่ใช่เรื่องยาก ทุกคนสามารถทำได้ เพราะสุดท้ายแล้วพลังชุมชนท้องถิ่นคือการดูแลจัดการกันเอง” นายชาติวุฒิ กล่าว

นางจันทรา หาญสุทธิชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ  กล่าวว่า แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยจิตเวชใน ต.ผักไหม จะมีไม่มากประมาณ 20 กว่าคน ต่อประชากร 7,160 คน โดยแบ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชที่แพทย์วินิจฉัยและญาติเห็นด้วย 7-8 คน และที่แพทย์วินิจฉัยแต่ตัวผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยไม่ยอมรับ 10 กว่าคน แต่ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีชาวบ้านฆ่าตัวตายในปี 2562 และ 2564 รวม 2 คน ซึ่งแพทย์วินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคจิตเวชแต่ไม่แสดงอาการ จึงเป็นจุดที่ทาง อบต.ผักไหม ให้ความสำคัญและทำงานเชิงรุกมากขึ้น ผ่านการร่วมมือกับทุกภาคส่วนในตำบล

โดยดึงเรื่องเข้าเวทีประชาคมตำบลกับคณะกรรมการ สปสช.ระดับตำบล ให้เพิ่มเรื่องจิตเวชเข้าไปแม้จะไม่มีค่าตอบแทนให้ และเรียกทีม Long Term Care อสม. สภาผู้นำชุมชน รพ.สต.ในพื้นที่ กระทั่งเจ้าหน้าที่ อบต.ทุกคนที่ส่วนมากเป็นคนในพื้นที่ เข้ามาสแกน เสริมกำลัง ดูแลคนและพื้นที่ที่มีความเสี่ยงทั้งหมดในแบบรายหมู่บ้าน มีการเก็บฐานข้อมูลที่ละเอียดแม่นยำ รวมถึงเชิญวิทยากรมาให้ความรู้เพิ่มเติม ยิ่งได้ มสช. และ สสส. เข้ามาช่วยกระตุ้นเมื่อปี 2564 จนถึงปี 2565 ก็ยิ่งทำให้ชุมชนหันมาใส่ใจเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง 

“เราไม่เคยคาดคิดว่าคนปกติธรรมดาอยู่ ๆ จะลุกขึ้นมาฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นวัยแรงงานในชุมชน และภายนอกดูเป็นคนอัธยาศัยดีมีน้ำใจ แต่พอทราบสาเหตุการฆ่าตัวตายว่ามาจากความน้อยเนื้อต่ำใจในครอบครัว ก็ทำให้เราคิดว่าการบวกปัญหาจิตเวชเข้าไปในกลุ่มเปราะบางที่ต้องดูแลตั้งแต่ปี 2560 นั้นไม่เพียงพอ ทำให้การทำงานของเราและชุมชนเปลี่ยนเป็นเชิงรุกและอาศัยความร่วมมือสูง” นายก อบต.ผักไหม ระบุ

นายพงศ์ธร จันทรัศมี ผู้จัดการโครงการฯ มสช. ในฐานะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของชุมชนท้องถิ่นในสถานการณ์วิกฤตและตลอดช่วงชีวิต กล่าวว่า ทางโครงการฯ เน้นพัฒนากลไกการเฝ้าระวังและกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพจิต เพื่อลดและป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายในวัยแรงงานในชุมชน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ รวมถึงผู้สูงวัย ผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบางอื่นๆ 
.
“มุ่งเป้าสร้างแกนนำการส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชนท้องถิ่น เสริมองค์ความรู้ไปปรับประยุกต์เพื่อผลิตเป็นเครื่องมือเสริมการทำงานให้แข็งแกร่ง เข้าถึงได้ง่าย เกิดพื้นที่ต้นแบบนำไปสู่การขับเคลื่อนงานเชิงนโยบายสาธารณะ เพื่อส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินงาน แล้วในหลายพื้นที่ ได้แก่ อบต.วังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย อบต.วังกรด อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร รพ.สต.บ้านคลองเหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม” นายพงศ์ธร กล่าว

สำหรับงานเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “พลังชุมชนท้องถิ่นร่วมส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตคนไทย” จัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันป้องกันวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก (World Suicide Prevention Day) ซึ่งตรงกับวันที่ 10 กันยายน ของทุกปี โดย องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดวันดังกล่าวขึ้นมาตั้งแต่ปี 2546 เพื่อสร้างความตระหนักให้กับสังคมโลกในการเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตาย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปลัดอำเภอครบุรีเปิดปฏิบัติการพา ‘โขลงข้างป่า’ นับร้อยตัวกลับทับลาน

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678790

ปลัดอำเภอครบุรีเปิดปฏิบัติการพา 'โขลงข้างป่า' นับร้อยตัวกลับทับลาน

ปลัดอำเภอครบุรีเปิดปฏิบัติการพา ‘โขลงข้างป่า’ นับร้อยตัวกลับทับลาน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 17.27 น.

วันที่ 8 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมาว่า ตลอดช่วงเช้าวันที่ 8 ก.ย.65 ที่ผ่านมา นายสิทธิกร หาญละคร ปลัดอำเภอครบุรี ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ ซึ่งสนธิกำลังของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 50 นายเข้าปฎิบัติภารกิจพาโขลงช้างป่ากลับเข้าสู่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน ภายหลังมีการสำรวจพบโขลงช้างป่านับร้อยตัวมารวมโขลงอยู่บริเวณป่าชุมชนเขาประดู่ ต.จระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ก.ย.65 ที่ผ่านมา พร้อมประสานขอโดรนจับภาพความร้อนและโดรนใช้เสียง เข้าร่วมปฏิบัติการ เพื่อต้อนโขลงข้างป่ากลุ่มนี้ให้กลับเข้าสู่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลานให้ได้โดยเร็วที่สุด 

โดยตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมามีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ชุด วางกำลังล้อมโขลงช้างป่าและเดินหน้ากระดานต้อนช้างให้เดินกลับเข้าอุทยาน โดยการใช้เสียงโห่ และหลีกเลี่ยงการให้อุปกรณ์ทุกอย่างที่อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อช้าง พร้อมกับใช้โดรนจับภาพและโดรนใช้เสียง ตามประกบไปด้วยเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ และเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.วันนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบโขลงช้างจำนวนมากอยู่บริเวณใกล้เคียงจุดที่พบเมื่อวานนี้ 

จึงเริ่มปฏิบัติการใช้เสียงโห่ร้องติดตามทำให้ช้างแตกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับรายงานจากชาวบ้าน ซึ่งอยู่ก่อนถึงเขตอุทยานแห่งชาติทับลานว่ามีช้างโขลงใหญ่ประมาณ 50 ตัวได้มุ่งหน้ากลับเข้าสู่อุทยานแห่งชาติทับลาน แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีจำนวนมากน้อยขนาดไหนยังคงหลบซ่อนอยู่ภายในป่าบริเวณเดิม จึงต้องทำภารกิจกันอย่างต่อเนื่องท่ามกลางฝนที่ตกลงมาด้วยความยากลำบาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ประวัติศาสตร์เกษตรของสหรัฐฯ’ สู่การตื่นรู้เกษตรคนเมืองในไทย

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678773

'ประวัติศาสตร์เกษตรของสหรัฐฯ' สู่การตื่นรู้เกษตรคนเมืองในไทย

‘ประวัติศาสตร์เกษตรของสหรัฐฯ’ สู่การตื่นรู้เกษตรคนเมืองในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.34 น.

รายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” Awake to urban agriculture ตอน 4 

ในยุคนี้เราพูดถึงทฤษฎีโลกร้อน ที่ “อัล กอร์” อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จับเรื่องนี้มาตลอด และ คงยังเป็นประเด็นร้อนแรงต่อไปนับแต่ พ.ศ.2565 แต่ในประวัติศาสตร์ของประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ในภาคเกษตรกรรมก็เคยเกิดความล่มสลายอย่างหนัก เพราะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

ใน พ.ศ.2472-2476 เกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจ (Great Depression) ในสหรัฐอเมริกาครั้งใหญ่ อันมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยเกิดความแห้งแล้งและการสูญเสียหน้าดินที่เกิดในช่วงนั้น ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหายติดต่อกันหลายปี เกษตรกรในสหรัฐฯ เป็นหนี้สินจนล้นพ้นตัว เกิดขีดความสามารถในการจ่ายคืน เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อธนาคาร ตลาดหุ้น และ ภาคการผลิตอื่นๆ ซึ่งเป็นกลางน้ำและปลายน้ำ และ ส่งผลให้จีดีพีของสหรัฐฯลดลงกว่าร้อยละ 16 ใน พ.ศ. 2476 เมื่อนำไปเทียบกับจีดีพีใน พ.ศ.2473 ซึ่งในปี 2473 นั้น สหรัฐอเมริกาเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดและแล้งติดต่อกัน 3 ปี ไร่ที่ไถไว้ปลูกอะไรก็ตายหมด และ ในปีถัดไปเผชิญกับสภาพน้ำมาก น้ำจำนวนมากหอบเอาหน้าดินไปลับไม่กลับมาจุดเดิมอีก 

เหตุการณ์ที่เกษตรกรในสหรัฐอเมริกาเผชิญในช่วงนั้นส่งผลกระทบมายังเศรษฐกิจของไทยอย่างเต็มแรง โดยเป็นจังหวะสมัยปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 7   

เรื่องของสินค้าเกษตรนั้นในสหรัฐอเมริกา ยังมีอีกตัวอย่างที่เห็นชัดและส่งผลกระทบด้านการเมือง คือ กรณีความเสียหายที่ยูไนเต็ด ฟรุ๊ต สร้างขึ้นในละตินอเมริกา บดขยี้ความรู้สึกของครอบครัวเกษตรกรในท้องถิ่นจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือ “จาโคโบ อาร์เบนซ์” ที่พยายามนำความยุติธรรมกลับคืนมาสู่ดินแดนกล้วยของประเทศ ซึ่งในยุคนั้นชนพื้นเมืองชาวมายากว่า 1 แสนคน ตายไปด้วยน้ำมือของทหารกัวเตมาลา อีกหลายหมื่นคนลี้ภัยไปอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างนั้น ธุรกิจกล้วยก็รุ่งเรืองจนถึงขั้นยกฐานะเข้าไปอยู่ในส่วนผสมของซีเรียลและนม 

แต่สุดท้ายเรื่องกล้วยกลับเป็นเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตา เพราะสิ่งที่ยูไนเต็ด ฟรุต ต้องเผชิญ คือ เรื่องภัยธรรมชาติ ที่ไม่สามารถควบคุมได้ โดยหนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์กไทมส์ ระบุว่า “โรคกล้วยทำสวนกล้วยพินาศ ไม่มีวิธีเยียวยา ทั้งภูมิภาคเหลือแต่เศษซาก ผู้ปลูกยอมแพ้” เหตุการณ์นี้ยังส่งผลให้รถไฟส่งสินค้าและตู้ขนสินค้าถูกทิ้งไว้จนรกร้างว่างเปล่า รวมไปถึงบ้านพักของผู้บริหารกล้วยก็ถูกทิ้งร้างด้วยเช่นกัน ซึ่ง เดอะ นิวยอร์กไทมส์ เปรียบเทียบเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเสมือนอาณานิคมโรคเรื้อน 

เพราะฉะนั้นประวัติศาสตร์เกษตรของสหรัฐอเมริกานั้นสะท้อนให้เห็นว่า แม้วันนี้สหรัฐฯจะเป็นประเทศผู้นำของโลก แต่ก็มีพื้นฐานการเติบโตมาจากสินค้าเกษตรกรรม และ ยังคงแสวงหาพื้นที่ทำเกษตร ซึ่งเป็น “แหล่งอาหาร” อย่างไม่หยุดยั้งมาตลอดในทุกยุคทุกสมัย โดยภาคเกษตรกรรมเป็นฐานกำลังสำคัญในการส่งไม้ต่อมายังการเติบโตในภาคอุตสาหกรรมและสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีที่ชื่อว่า “ซิลิคอนวัลเล่ย์” ซึ่งการเปลี่ยนทิศในแต่ละภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐอเมริกา จากเกษตรกรรมมาสู่อุตสาหกรรมการผลิต และ จากอุตสาหกรรมการผลิตมาสู่เมืองแห่งเทคโนโลยี ต้องอาศัยความกล้าอย่างยิ่ง  

การทำเกษตรในเมืองในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยนั้น ยังสะท้อนนัยยะอันสำคัญในอดีต ปัจจุบัน และ อนาคต ว่า ไทยจะยังคงรักษาพื้นที่และดำรงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ในการเป็น “แหล่งอาหาร” ที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว การบริการ อุตสาหกรรมอาหาร และ อีกหลายภาคธุรกิจอีกจำนวนมากได้ต่อไปในรูปแบบใด 

ปิดท้ายรายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agriculture) ตอนท 4 ด้วยพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2543 เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ดังนี้ 

“…ให้พอเพียงนี้ก็หมายความว่ามีกินมีอยู่ไม่ฟุ่มเฟือย แต่ถ้าทำให้มีความสุข ถ้าทำได้ก็สมควรจะทำ สมควรที่จะปฏิบัติ อันนี้ก็มีความหมายอีกอย่างหนึ่งของเศรษฐกิจพอเพียงหรือระบบพอเพียง…” 

“…แต่ความจริงแล้วเศรษฐกิจพอเพียงนี้กว้างขวางกว่า Self-Sufficiency คือ Self-Sufficiency นั่นหมายความว่า ผลิตอะไรที่พอมีที่จะใช้ไม่ต้องไปขอซื้อจากคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง…” 


อ้างอิงข้อมูล  
หนังสือ THE LEAN STARTUP เขียนโดย ERIC RIES, วิญญู กิ่งหิรัญวัฒนา แปล 
หนังสือ กล้วย ไม่ใช่เรื่องกล้วย…กล้วย (BANANA : The Fate of the Fruit That Changed the World เขียนโดย DAN KOEPPEL , ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ แปล
หนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับประเทศไทยในเรือนกระจก 
เขียนโดย ดร.พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล


ขอบคุณภาพประกอบ 
Facebook : U.S. Embassy Bangkok 
(https://www.facebook.com/photo?fbid=429606945872024&set=pcb.429607092538676)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เช็คด่วน!!! เทศบาลนครรังสิตประกาศสถานที่ 3 จุด ให้เตรียมย้ายรถมาจอดที่สูง

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678772

เช็คด่วน!!! เทศบาลนครรังสิตประกาศสถานที่ 3 จุด ให้เตรียมย้ายรถมาจอดที่สูง

เช็คด่วน!!! เทศบาลนครรังสิตประกาศสถานที่ 3 จุด ให้เตรียมย้ายรถมาจอดที่สูง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.33 น.

8 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลนครรังสิต ได้ออกมาประกาศเตือนเพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม โดยล่าสุดเทศบาลเตรียมสถานที่จอดรถ 3 จุด ดังนี้
1. โดมซอยรังสิต-นครนายก 30
2. อาคาร 100 ปี เมืองธัญญูบูรี
3. ทางขึ้นโทลเวย์

นอกจากนี้ ยังรายงานสถานการณ์ระดับน้ำ ในเขตพื้นที่เทศบาลนครรังสิต ข้อมูลเมื่อเวลา 15.35 น. ระดับน้ำคลองรังสิตประยูรศักดิ์ เขื่อนสะพานแดง ระดับน้ำ : 1.85 เมตร (ธงแดง) สภาวะระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ที่มีความเสี่ยงอันตรายสูงสุด ให้อาศัยอยู่ในสถานที่ปลอดภัย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,143 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d