Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ปรัชญา’เศรษฐกิจพอเพียง’ฐานรากอันมั่นคงของประเทศไทย

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678992

ปรัชญา'เศรษฐกิจพอเพียง'ฐานรากอันมั่นคงของประเทศไทย

ปรัชญา’เศรษฐกิจพอเพียง’ฐานรากอันมั่นคงของประเทศไทย

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 16.03 น.

รายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agriculture) ตอน 5 

ปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นหนึ่งในความรู้อันมีค่าดั่งเพชร ที่ทำให้คนเมืองมีโอกาสใช้ชีวิตตามความเป็นจริง และ มองเห็นโอกาสในการทำเกษตรในเมือง และยังเป็นปรัชญาที่สำคัญในการเป็นฐานรากที่มั่นคงของประเทศไทย ผ่านเรื่องราวของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้ศึกษาและเรียนรู้ เพื่อต่อยอดไปใช้ในทางปฏิบัติ 

อาจารย์พงษ์พิสิฏฐ์ วิเศษกุล เขียนไว้ในหนังสือ “เศรษฐกิจเขียวและใส” เศรษฐกิจพอเพียงสำหรับประเทศไทยในเรือนกระจกว่า ปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร : รัชกาลที่ 9) ทรงยึดเป็นแนวทางในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจ พระองค์ท่านจะไม่ทรงอธิบายปรัชญาเหล่านี้มาก แต่จะทรงปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง และ ผลสำเร็จของการนำปรัชญาเหล่านี้มาปฏิบัติให้ดูได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนเกิดผลอเนกอนันต์กับทุกองค์กรที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นองค์กรของรัฐและเอกชน 

อาจารย์พงษ์พิสิฏฐ์ยกตัวอย่าง “โครงการบำบัดน้ำเสียแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเพชรบุรี” ซึ่งทำหน้าที่บำบัดน้ำเสียจากบ้านเรือนในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรีทั้งหมด และมีการแยกวัสดุที่ไม่ใช่สารอินทรีย์ เช่น ถุงพลาสติก ขวดแก้ว กระป๋องโลหะ ออกไปตั้งแต่ต้นทาง จากนั้นจึงส่งนำ้เสียที่เหลือมาบำบัดในบ่อที่หนึ่ง ซึ่งเป็นบ่อที่สกปรกที่สุดภายในโครงการ แต่ด้วยจุลินทรีย์ชนิดแอโรบิก (Aerobic) ที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติและแสงแดด ทำให้สิ่งสกปรกต่างๆกลายเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และ ตกตะกอนสู่ก้นบ่อ โดยจะถูกจุลินทรีย์ที่ก้นบ่อกินเป็นอาหารต่อไป หลังจากนั้นน้ำบนผิวบ่อที่หนึ่งที่มีความสะอาดกว่าน้ำที่ส่งมาจากตัวเมืองเพชรบุรี จะไหลเอ่อล้นไปบ่อที่สองโดยแรงโน้มถ่วงโลก จุลินทรีย์บ่อที่สองก็ทำหน้าที่กินเป็นอาหาร และน้ำบนผิวบ่อก็ไหลไปยังบ่อที่สาม จนถึงบ่อสุดท้าย เพื่อปล่อยน้ำลงสู่ป่าชายเลน

นอกจากนี้ อาจารย์พงษ์พิสิฏฐ์ยังตั้งข้อสังเกตุจากเอกสารเผยแพร่ของธนาคารโลกใน ค.ศ.1992 ว่า เมื่อนำคนจนที่มีรายได้ 100 ดอลล่าร์สหรัฐต่อปี มาเปรียบเทียบกับคนรวยที่มีรายได้ 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐต่อปี แต่กลับพบว่าทั้งคนรวยและคนจนต้องเผชิญอยู่กับสภาพอากาศที่มีแต่ฝุ่นและควันพิษ นอกจากนี้ยังพบว่า คนรวยผลิตขยะและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้น้ำมันมากกว่าคนจน รวมไปถึงยังสะท้อนการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งคนรวยมีกำลังซื้อมากกว่าก็ได้ครอบครองทรัพยากรไปก่อน 

สิ่งที่น่าใจอีกประการหนึ่ง ภายใต้ภาวะก่อนการตื่นรู้ ธรรมชาติของมนุษย์มักจะต้องอยากรู้ และ เรียนรู้ แต่โดยธรรมชาติที่ฝังแน่นเข้าไปใจของแต่ละบุคคลก็คือ ความต้องการรับข้อมูลที่สามารถพยากรณ์ (predict) อนาคตได้ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เชื่อมโยงกับการเมืองและการปกครอง เพราะฉะนั้น การทำเกษตรของคนเมืองก็เช่นกัน จำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลเหล่านี้ซึ่งมีการพยากรณ์ไว้ล่วงหน้าแล้วในระดับหนึ่ง เพื่อวางแผนการทำเกษตรได้อย่างถูกต้องแม่นยำ นอกเหนือไปจากการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อทำนายสภาพอากาศ 

อาจารย์พงษ์พิสิฏฐ์ยกตัวอย่างหนังสือ “World Out of  Balances” เขียนโดย Paul Laudicina ซึ่งเป็นหนังสือที่สภาพัฒน์ใช้หนังสือเล่มนี้เป็นคัมภีร์ในการทำ “แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10” โดยมี 5 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 

1.โลกาภิวัฒน์ ที่มาจากการติดต่อสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตที่ทำได้ง่ายขึ้นและราคาถูกลง ทำให้การค้าสินค้าและการลงทุนระหว่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น แต่ก็จะเกิดกระแสต่อต้านทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมากขึ้น โดยผู้คนในที่ประเทศที่เจริญแล้วกลัวจะเสียตำแหน่งงานให้คนในประเทศที่กำลังพัฒนา และ คนในประเทศที่พัฒนาแล้วก็กลัวการเอารัดเอาเปรียบจากประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยวิธีใช้ช่องว่างทางกฎหมาย รวมทั้งยังทำให้เกิดการทำลายทรัยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศที่กำลังพัฒนา

2.โครงสร้างของประชากร จะมีคนแก่มากขึ้น มีการออมมากขึ้น และ ดอกเบี้ยจะถูกลง เกิดการลงทุนด้านการออม แต่จะเกิดในประเทศจีน , อินเดีย และ เวียดนาม โดยถึงกับมีการย้ายทุนของกองทุนบำเหน็จบำนานมายังประเทศที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ส่วนข้อเสียของการมีคนแก่มากขึ้น จะทำให้มีคนที่มีกำลังที่จะมีรายได้เลี้ยงคนทั้งประเทศน้อยลง

3.พฤติกรรมผู้บริโภค เมื่อมีคนแก่มากขึ้น สินค้าเกี่ยวกับคนแก่ก็มีความต้องการมากขึ้น รวมทั้งสินค้าเพื่อสุขภาพ งานอดิเรก บันเทิง และ ท่องเที่ยว ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเช่นกัน 

4.ทรัพยากรธรรมชาติ มีการคาดการณ์ว่า ภายใน พ.ศ.2595 จะไม่มีธารน้ำแข็ง (Glacier) เหลืออยู่บนโลก ซึ่งหมายความว่า ร้อยละ 50 ของโลกที่อาศัยน้ำที่ละลายจากธารน้ำแข็งใช้ในฤดูร้อนจะไม่มีน้ำใช้ ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่จีน , อินเดีย , บังคลาเทศ และ ประเทศที่มีแม่น้ำโขงไหลมาจากที่ราบสูงทิเบต ซึ่งรวมถึงประเทศไทยด้วย 

5.การก่อการร้าย ทำให้รัฐของแต่ละประเทศต้องวางกฎเกณฑ์ต่างๆมากขึ้น ทำให้การค้าระหว่างประเทศมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และ ไม่สะดวกรวดเร็วเหมือนสมัยก่อน 

ทั้ง 5 ข้อนี้ เมื่อเวลาเดินทางมาถึง พ.ศ.2565 จำเป็นที่จะต้องใส่ข้อ 6 เข้าไปคือ เรื่องโรคระบาดทั้งในคน , สัตว์ และ พืช ซึ่งในอดีตเคยมี ตอนนี้ก็ยังมี และ อนาคตก็จะยังมีโรคระบาดเกิดขึ้น อยู่ที่ว่าจะเป็นโรคอะไรเท่านั้นเอง ทำให้รัฐของแต่ละประเทศต้องวางงบประมาณครอบคลุมถึงเรื่องเหล่านี้ ซึ่งโรคระบาดจะส่งผลต่อวงจรของแหล่งอาหาร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ อย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วกรณีการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อคนเมืองอย่างหนัก บางชีวิตในเมืองหลวงถูกปลดจากงานกระทันหัน และไม่เคยแต่ทำงานออฟฟิศ ไม่เคยอยู่กับเกษตรกรรม ต้องพลิกชีวิตทันทีในการไปเรียนรู้การทำเกษตร 

บางชีวิตอาจยังมีงานประจำ แต่วิถีชีวิตการซื้ออาหารต้องซื้อผ่านคนกลาง เช่น ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆ และ ต้องมีระบบขนส่งอาหารเข้ามาอีกขั้นตอนหนึ่ง ทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ เรียกว่า ต้องมีเงินตลอดเวลา ถ้าขาดเงินก็อดตายในสภาวะที่เกิดโรคระบาด

กรณีดังกล่าว หากนำแนวทางพระราชดำริ “เศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้ในทุกวัน ก็จะสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน อันมีสาเหตุมาจากโรคระบาดได้ โดยไม่ต้องใช้เงินมากในแต่ละวัน  เพราะหากสามารถปลูกผักในพื้นที่พักอาศัยได้ แม้เพียงไม่กี่ตางรางวาก็จะกลายเป็นแหล่งอาหารขนาดย่อมได้ ซึ่งจะเพียงพอต่อช่วงเวลาที่เกิดวิกฤต ส่วนในต่างจังหวัด จะพบว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ในชนบท มีอาชีพเกษตรกรจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคระบาดน้อยมาก เพราะเกษตรกรในชนบทสามารถผลิตแหล่งอาหารได้ครบวงจรมาตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตโรคระบาด 

สำหรับในประเทศไทยนั้นการรู้ถึงเหตุการณ์ล่วงหน้า จะต้องเพิ่มตัวแปรสำคัญเป็นข้อ 7 เข้าไป คือ ความผันผวนทางการเมือง เช่น การเกิดม๊อบ หรือ การเกิดความขัดแย้งทางการเมือง โดยเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างฉับพลัน และ จะส่งผลต่อภาคเกษตรโดยรวม ทั้งการทำเกษตรในเมืองและในชนบท เพราะภาคเกษตรกรรมยังต้องอาศัยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการจับจ่ายใช้สอย มาเป็นรายได้ในการตีคืนกลับไปเป็นทุนเพื่อทำเกษตรต่อไป

ถึงกระนั้น ทั้งภาคเกษตร ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม การบริการ และ อื่นๆ ต่างหลอมรวมเป็นหนึ่งซึ่งเปรียบดั่งฐานรากที่มั่นคงด้วย “เศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งเป็นแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และ พระองค์ทรงปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่าง ด้วยการเสด็จประพาสต้นตามดอยต่างๆของภาคเหนือตั้งแต่ปี 2512 ซึ่งการเสด็จประพาสต้นในบางพื้นที่ 

ต่อมาได้รับการยอมรับจากประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นตามดอยที่ขุนวาง จ.เชียงใหม่ ใน พ.ศ.2525 ส่งผลให้มีการลดปลูกฝิ่นอย่างเร่งด่วน ทำให้การดำเนินงานได้รับงบประมาณช่วยเหลือจาก “โครงการเพื่อการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ” (United Nation Development Programme : UNDP) จนกระทั่ง พ.ศ.2531 ได้ดำเนินการสู่รูปแบบ “โครงการหลวง” และ ตั้งชื่อว่า “ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง” ซึ่งเป็นทั้งศูนย์การเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวทางด้านเกษตรจวบจนทุกวันนี้ 

ทั้งหมดคือเนื้อหาที่รายงานพิเศษชุด “ตื่นรู้สู่เกษตรคนเมือง” (Awake to urban agriculture) เพื่อนำไปสู่มิติของเกษตรคนเมืองที่มีความเป็นไทยได้อย่างลงตัว โดยนับจากปีนี้ไปคนเมืองในจุดต่างๆจะหันมาสู่วิธีธรรมชาติมากขึ้น และ หนึ่งในนั้นคือการเรียนรู้การทำเกษตรนั่นเอง


อ้างอิงข้อมูล 
หนังสือเศรษฐกิจเขียวและใส เขียนโดย ดร.พงษ์พิศิฏฐ์ วิเศษกุล 
และ วารสาร อ.ส.ท. เดือนมกราคม พ.ศ.2544 


ขอบคุณภาพ :- 
https://www.thaicityfarm.com/
https://www.busseltonmail.com.au/

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แชมป์โลกเวคสเก็ต ลูกครึ่งไทย-ผู้ดี โชว์ลีลา โต้คลื่นบนถนนน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678981

แชมป์โลกเวคสเก็ต ลูกครึ่งไทย-ผู้ดี โชว์ลีลา โต้คลื่นบนถนนน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

แชมป์โลกเวคสเก็ต ลูกครึ่งไทย-ผู้ดี โชว์ลีลา โต้คลื่นบนถนนน้ำท่วมขังในกรุงเทพฯ

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.35 น.

วันที่ 9 กันยายน 2565 หลายพื้นที่ในประเทศไทยตอนนี้น้ำท่วมขัง และเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ก็เจอกับปัญหานี้เช่นกัน กระทั้งแดเนียล แกรนท์ นักกีฬาเวคสเก็ตดีกรีแชมป์โลก ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ วัย 24 ปี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Daniel Grant เป็นคลิปวิดีโอที่เขาโชว์ลีลาแชมป์โลกเวคสเก็ต โต้คลื่นกลางถนนเมืองไทยที่มีน้ำท่วมขัง หลังจากเผชิญเหตุการณ์ที่มีฝนถล่มอย่างหนักลงมาทั่วกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง

แดเนียล แกรนท์ อัพคลิปวิดีโอลงโซเชียลมีเดียของตัวเอง พร้อมกับข้อความระบุว่า  September Week 1  Bangkok is flooding! #WakeskateWednesday in the streets!  “สัปดาห์แรกของเดือนกันยายน น้ำท่วมกรุงเทพ” 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดใจ CEO อะโกรว์พลัส ดึง ‘วิลลี่&หอย’ ร่วมทุน ต่อยอด ‘เกษตรคนเมือง’

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678959

เปิดใจ CEO อะโกรว์พลัส ดึง 'วิลลี่&หอย' ร่วมทุน ต่อยอด 'เกษตรคนเมือง'

เปิดใจ CEO อะโกรว์พลัส ดึง ‘วิลลี่&หอย’ ร่วมทุน ต่อยอด ‘เกษตรคนเมือง’

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.53 น.

หลังจากมีข่าวการร่วมลงทุนของนายวิลลี่ แมคอินทอช และ นายเกียรติศักดิ์ อุดมนาค หรือ เสนาหอย ในธุรกิจภาคเกษตรของไทยที่ชื่อว่า “อะโกรว์พลัส” (Agrowplus) นั้นทาง “แนวหน้า ออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “นายตะวัน น้อยมีธนสาร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (GROUP CEO) ซึ่งเป็นหัวเรือใหญ่ในการดำเนินธุรกิจการเกษตร ภายใต้แบรนด์ “อะโกรว์พลัส” (Agrowplus)และ ประสบความสำเร็จในเส้นทางเกษตรกรรมด้วยวัยเพียง 40 ปี และกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน “เกษตรคนเมือง” ให้ทำเกษตรได้ง่ายขึ้น ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งบริษัทอะโกรว์พลัสทุ่มสรรพกำลังลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D)ไปกว่า 50 ล้านบาท 

– ทำไมถึงมาสนใจลุยธุรกิจด้านการเกษตร?

“นายตะวัน” :- ส่วนตัวผมชอบทำเกษตร และ พื้นฐานเป็นวิศวกร มีบริษัททำวิศวกรรมของตัวเองอยู่ก่อนแล้ว และ ด้วยความสนใจเรื่องเกษตร เพราะมองว่า “เมกกะ เทรนด์” ของโลกต่อไป คือ เรื่องเกษตร ตามมาด้วยเรื่องสุขภาพ (Health Care)  เป็นอีกเมกกะเทรนด์หนึ่ง จากเดิมที่ผมเคยทำมาทั้งจากวงการยานยนต์ เคมีคอล หรือ วงการอาหาร เทคโนโลยีเขาไปไกลๆ ไกลมาก

ตรงนี้่ก็เป็นจุดแข็ง และ เราพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว อย่างตัวผมเองก็เคยทำด้านออโต้เมชั่นมานาน แล้วทำเกษตรเรื่องนี้ หลักๆ คือ ทำเรื่องเทคโนโลยีขั้นสูง โดยใช้พื้นฐานยานยนต์ ซึ่งเคยทำเรื่องโรบอท(ROBOT) มาก่อน พอไปทำด้านเคมีคอล ก็มีโอกาสทำเรื่องดาต้า อะนาลิซิส เพราะฉะนั้น ผมจะมีแบคกราวน์อยู่แล้ว แค่มาจับใส่กับการเกษตร มันก็ไปได้เร็ว

จุดแรกเริ่ม อย่างที่บอกผมเห็นช่องว่างมันพัฒนาได้อีกก็เริ่มเรียนรู้การเกษตร ก็พยายามไปหาพันธมิตรในหน่วยงานราชการ เช่น มหาวิทยาลัย และ อย่าง สวทช. (สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ : สวทช. : NSTDA)อย่างนี้ ก็เป็นจุดเริ่มแรกที่ทำให้่เรียนรู้ เกษตรมันยาก ผมก็เลยหาความรู้เพิ่มเติมจากหน่วยงานราชการ 

เรื่องมหาวิทยาลัยเราก็มีพาร์ทเนอร์ เซ็นเอ็มโอยู (MOU) ก็มาผนวกกับวิศวกรรม พอผมรู้ปัจจัยแวดล้อมที่พืชต้องการทั้งหมด ทั้งอาหารพืช ดินน้ำลมไฟ อะไรพวกนี้ พอรู้ว่าพืชหลักๆ ชอบอะไร เราก็แค่เอาสภาวะนั้นมาควบคุมให้ได้ โดยทางวิศวกรรมทำได้หมด 

พอทำได้ปุ๊ป ผมก็มาเรื่องตัวเลข ซึ่งในส่วนของนวัตกรรม ทางวิศวกรรมทำได้หมด เช่น เรื่องอุณหภูมิ , ปล่อยค่าร์บอนไดออกไซต์ก็มีตัวควบคุม ทำได้ ไฟก็ทำได้ จะเอาความเข้มเท่าไหร่ ก็ทำได้หมด ระบายอากาศก็ทำได้ ก็ควบคุมได้ พอต่อมา ทำแล้วมันคุ้มทุนไหม สิ่งที่ผมบอก วงการอื่นยากกว่านี้เยอะ ถ้าบัดเจด (Budget) ไม่อั้น ทำได้เยอะกว่านี้อีก 

ผมก็มาเน้นว่าในเชิงลูกค้า ซื้อระบบเราไป คุ้มทุนไหม อย่างที่เห็นเราก็ต้องดูแลลูกค้าให้ทำธุรกิจได้ ในมุมของเราในการขายชุดกลุ่มย่อย เราคุ้มทุนหรือเปล่า มันก็เป็นข้อจำกัดที่ผมจะต้องดูว่า ชุดปลูกได้มากกว่านี้ แต่ไม่มีตลาด ทำได้ดีกว่านี้ แต่ต้องดูในหลายมิติ 

– ทำไมถึงทุ่มงบประมาณกับด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ?

“นายตะวัน” :- เรื่องเกษตรผมมองว่า ยังไม่มีเครื่องมืออะไร ทำให้มันมีช่องว่างที่ให้พัฒนาอีกเยอะมาก และพอดีผมมีแบลกกราวนด์ จบคณะวิศวกรรมศาสตร์ ด้านไฟฟ้า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ปริญญาโท เยอรมัน “RWTH Aachen University” (RWTH Aachen University :- มหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี มี 9 คณะ 260 สถาบัน และ ศูนย์วิจัยอีก 9 แห่ง )ซึ่งเกษตรมีคนทำเยอะ แต่ในเมืองไทยยังไม่มีเจ้าไหนทำอย่างชัดเจน และ อีกตัวคือ โอนเนอร์เองก็มีแบคเป็นวิศวกรอยู่แล้วทุกคน เพราะฉะนั้น เราเป็นโอนเนอร์กัน เพราะฉะนั้นความใส่ใจหรือการพัฒนามันดี ก็ให้พนักงาน 

งานวิจัย มันเป็นช่องว่าง เกษตรกรบ้านเราเป็นหนี้กันเยอะ ถ้าดูจากอิสราเอล เนเธอร์แลนด์ ผมก็อยากให้เกษตรกรเมืองไทยพัฒนาเป็นแบบนั้น คือ ต้องลดหนี้ก่อน ซึ่งก็ต้องมีความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งธนาคาร ซึ่งเป็นแหล่งเงินทุน, หน่วยงานราชการ และ ภาคเอกชน อันนี้ผมทำได้ คือ ทำอุปกรณ์ที่ดีๆ ในราคาที่จับต้องได้ ให้ทุกๆคนได้ใช้ นี่เป็นสิ่งที่ผมทำได้เอง ผมก็พยายามทำราคาถูก ดูดี และ เข้าถึงได้ง่าย ตอนที่เราไปเรียนหนังสือที่เยอรมัน เกษตรกรมีไม่กี่คน จัดการฟาร์มได้เยอะมาก และ ใช้เครื่องมือ และ อย่างอิสราเอง เขาแห้งแล้งกว่าเราอีก แต่ปลูกด้วยเทคโนโลยี

ประเทศเรายังขอฟ้าขอฝนอยู่เลย มันต้องพัฒนา มันเป็นเรื่ององค์ความรู้ ก็มาทำตรงนี้ พอทำไปทำมา ก็เน้นเรื่องระบบ และ ต่อยอดด้วยธุรกิจ ซึ่งต่อมาผมก็ได้เจอพี่วิลลี่ (นายวิลลี่ แมคอินทอช)  และพี่หอย (นายเกียรติศักดิ์ อุดมนาค)  ก็ได้บูรณาการ จนมาเป็นต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ คือจริงๆก็รู้จักมาสักระยะแล้ว แกก็ทำวิน ฟาร์ม นั่นแหล ผมก็ไปช่วยแกด้วย และ พัฒนา วิน ฟาร์ม ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างพี่หอยแกก็คลุกฝุ่นกับ “วิน ฟาร์ม” มา 3-4 ปี ซึ่งช่วงแรกๆ แกก็เจ๊งกะบ๋งเหมือนกัน มันยาก คนเริ่มทำ อะไรก็เยอะแยะไปหมด ตอนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว หมดเงินไม่เยอะ แต่เสียเวลา กว่าผักจะออกก็เดือนหนึ่ง รู้ผลก็เดือนหนึ่ง มันมีโน ฮาว(know how)  แต่โนฮาวพวกนี้ไม่ได้แพร่หลาย แก่ก็ทำผิดๆถูกๆมาเป็นปีเหมือนกัน มันไม่ได้ง่ายเกษตร พอทำเห็นผลก็เริ่มรอบใหม่ๆ 

พอไปทำที่วิน ฟาร์ม ก็เห็นตรงกันว่า เมืองไทยยังไม่มีเทคโนโลยีอะไรบ้าง หรือ มีก็น้อย เรามาร่วมมือกันดีกว่า ก็เลยเป็นอะโกรว์พลัส และ บริษัทอื่นๆ อีก

– คุณวิลลี่และคุณหอยถือหุ้นในสัดส่วนอย่างไร?  

“นายตะวัน” :-  พี่วิลลี่กับพี่หอยถือหุ้นในอะโกรว์พลัส สัดส่วนหนึ่งในสาม และ อะโกรว์พลัสเข้าไปถือหุ้นในอีก 4 บริษัท ในสัดส่วนหนึ่งในสาม เป็น “หุ้นส่วน” ซึ่งเงินลงทุนไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะทำธุรกิจมันมีกำไรอยู่แล้ว เราก็เอากำไรมาลงทุนต่อ 

“ผมเห็นช่องว่ามันเยอะ มันเป็นบลู โอเชี่ยน ที่เราฉกฉวยได้ สร้างโอกาสได้ เรามีองค์ความรู้น้อย มาแปรผันได้กับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ ส่วนผักปลอดสาร เป็นเพนพอยท์ และ มีเซ็นทรัล แล็บ เราก็มีที่ยืนในตลาด เฉพาะเงินวิจัยและพัฒนารวมๆแล้วก็ 50 กว่าล้าน เป็นเงินของผู้ถือหุ้นอย่างเดียว พอจับจุดได้ สิ่งที่เราทำ เราไม่ได้ copy ใคร ซึ่ง 50 กว่าล้านก็มีทั้งลองผิดลองถูก ที่แพงก็คือ ค่าแม่พิมพ์และค่าเซ็ตอัพต่างๆ”

ตอนนี้ก็มีการทำงานวิจัยโดยร่วมวิจัยกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยมหิดล และ ในส่วนมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ในส่วนนี้เรารวมทำวิจัยกับบริษัทมหาชนเจ้าหนึ่ง ทำให้เรามีจุดแข็งในภาคอุตสาหกรรมเกษตรที่เป็นต้นน้ำ เช่น อุปกรณ์ควบคุมอาหารพืช เซ็นเซอร์,หลอดไฟ ส่วนปลายน้ำ ก็มีเดลิเวอร์รี่ เช่น น้ำชา และปุ๋ย

เราอยากจะเป็นแพลทฟอร์ม (Platform) การเกษตร เชื่อมต่อธุรกิจและประสานผลประโยชน์ ในมุมผู้บริหาร เราไม่ได้ทำคนเดียวร้อยเปอร์เซนต์ เราต้องซินเนอร์จี้ ทั้งตัวเราเอง และ ตัวพาร์ทเนอร์ ที่เราไปจับมือกัน เช่น มีที่ มาคุยกับอะโกรว์ พลัส ถ้าไม่มีทุน ผมหาทุนให้ มีเทคโนโลยีไหม ผมหาพาร์ทเนอร์ไหม หรือ อยากแปรรูปไหม ผมพาไปคุยกับ ม.เกษตร เราอยากซินเนอร์จี้ บิสซิเนส เพื่อต่อยอด เรามีความพร้อม ประสานผลประโยชน์ บิสซิเนส แมทช์ชิ่ง เรามีทั้งหมด จุดแข็งเรามีต้นน้ำ แต่ปลายน้ำเราไม่อาจหาญกล้าไปแข่ง เช่น บริษัทเครื่องดื่ม แต่เราทำได้ในส่วนเป็นพาร์ทเนอร์กันได้ ต่อยอดกันได้ และ อุตสาหกรรมไทยโตขึ้น ผลก็ออกมาที่เกษตรกร 

– มองเกษตรคนเมืองในวันนี้และอนาคตอย่างไร?

“นายตะวัน” :-  เกษตรบนดิน ก็เป็นเกษตรกรรมของโลกไปอีกนานแสนนาน แต่สังคมเมืองเติบโตขึ้น นวัตกรรมการปลูกก็เติบโตขึ้นมา อย่างที่ผมทำในคอนโดมิเนียม ที่ผมทำเป็นระบบน้ำ ไฮโดรโปนิกส์ แต่ถ้าชอบดิน และ ออร์แกนิกส์ เราก็มีให้เลือก ถ้าเรื่องความปลอดภัยมีมาตรฐานจีเอ็มพี และ เป็นผักปลอดสารเหมือนกัน แล้วแต่ลูกค้าชอบ 

ณ วันนี้ เกษตรมีความสมัยใหม่ขึ้น ซึ่งยุคเก่าการทำเกษตรก็ยาก เหนื่อย แต่การทำเกษตรสมัยใหม่ มันดีขึ้น ไม่ต้องหลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน และ ที่แน่ๆ สังคมเมืองเริ่มมา เป็นสิ่งที่เป็นอนาคตจริงๆ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทางหลวงแจ้ง จอดรถบน‘โทลเวย์’ หนี‘รังสิต’ท่วมหนัก ข่าวปลอม อย่าแชร์!

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678950

ทางหลวงแจ้ง จอดรถบน‘โทลเวย์’ หนี‘รังสิต’ท่วมหนัก ข่าวปลอม อย่าแชร์!

ทางหลวงแจ้ง จอดรถบน‘โทลเวย์’ หนี‘รังสิต’ท่วมหนัก ข่าวปลอม อย่าแชร์!

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.12 น.

ข่าวปลอม อย่าแชร์!  “กรมทางหลวงเตรียมพื้นที่จอดรถยนต์ชั่วคราวบนทางด่วนโทลเวย์ เนื่องจาก รังสิต น้ำท่วมหนัก”

หมวดทางหลวงรังสิตได้รับแจ้งจากประชาชนจำนวนมากที่โทรสอบถามถึงเรื่อง อนุญาตให้นำรถยนต์ขึ้นมาจอดชั่วคราวบนทางด่วนโทลเวย์เนื่องจากน้ำท่วมรังสิตได้นั้น

แขวงทางหลวงปทุมธานีขอชี้แจงว่าเป็น “ข่าวปลอม” อย่าหลงเชื่อและแชร์ เพราะจะทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดและอาจนำรถขึ้นไปจอด อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้เส้นทาง – เกิดอุบัติเหตุ – ถูกโจรกรรม

หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 1586 สายด่วนกรมทางหลวงตลอด24ชม. 

.-008

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : แขวงทางหลวงปทุมธานี กรมทางหลวง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ตาวัย 81 ชาวโพธารามพาย้อนยุคเมื่อวันวานฟื้นของเล่นอดีตในวัยเด็กจากไม้

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678948

ตาวัย 81 ชาวโพธารามพาย้อนยุคเมื่อวันวานฟื้นของเล่นอดีตในวัยเด็กจากไม้

ตาวัย 81 ชาวโพธารามพาย้อนยุคเมื่อวันวานฟื้นของเล่นอดีตในวัยเด็กจากไม้

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.02 น.

คุณตาวัย 81 ปีในตำบลธรรมเสน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ประดิษฐ์เครื่องของเล่นอดีตในวัยเด็กจากไม้ ทั้งเครื่องดนตรี ซออู้ ซอด้วง แคน กังหัน เบ็ดตกปลา ลูกข่าง และของเล่นอีกหลายอย่างที่นับวันจะเลือนหายไป

วันนี้ (9 ก.ย.65) ไปย้อยอดีตเมื่อวันวานกับของเล่นในวัยเด็กที่นับวันจะหาดูได้ยากแล้ว ด้วยฝีมือของคุณตารุ่ง มีทรง อายุ 81 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/2 บ้านเขาน้อย หมู่ 6 ต.ธรรมเสน อ.โพธราม จ.ราชบุรี ที่มีพรสวรรค์ผู้สืบทอดตำนานแห่งกังหันลมบ้านเขาน้อย และใจรักเสียงดนตรีมาแต่วัยเด็กและเติบโตในวัยหนุ่ม อาศัยครูพักลักจำดูญาติ และเพื่อนเล่นดนตรีตามวงมโหรีที่มีการจ้างไปแสดงตามงานมงคลต่าง ๆ จึงได้คิดลองหาอุปกรณ์มาลองประดิษฐ์ทำดูด้วยตัวเองหลายอย่าง

เช่น ซออู้ ซอด้วง รูปทรงลักษณะที่คล้าย ๆ กัน แต่เมื่อทดลองใช้มือจับคันชักเป็นเชือกแล้วสีซอจะมีเสียงดังที่แหลมกังวานไม่เหมือนกัน โดยซออู้จะใช้กะลาลูกค่อนข้างใหญ่ได้รูปขัดเกลาให้เกลี้ยงและไม้ไผ่ เวลาสีซอจะมีเสียงดังอู้ไม่แหลมคม โดยใช้ไม้ในท้องถิ่นนำมาเหลาให้เข้ารูปทรง มีเชือกผูกมัดด้านข้าง จึงได้เครื่องเล่นดนตรีโบราณสมใจ เกิดเสียงไพเราะ แต่จะต้องอาศัยการฝึกฝนการสีซอที่ยาวนานเป็นปีกว่าจะสีซอให้เป็นจังหวะเสียงเพลงที่ไพเราะได้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายกับการเล่นเครื่องดนตรีโบราณจำเป็นต้องอาศัยทักษะความชำนาญเฉพาะ

นอกจากนี้ ยังมีการทำกระสุนลักษณะคล้ายคันธนูจากไม้ไผ่ โดยผ่าไม้แล้วใช้มีดเหลาให้เข้ารูปทรง ตรงกลางมีไม้อีกชิ้นคล้ายรูปนกอยู่ตรงกลาง มีผ้าสีแดงผูกยึดไว้ มีไม้ชิ้นเล็กผูกหัวท้ายกระสุน ตรงกลางได้ถักเชือกเป็นตาข่ายไว้ใส่ลูกกระสุน ซึ่งจะทำด้วยดินเหนียวนำตากแดดให้แห้งแล้วนำมายิงเล่น ส่วนกังหันไม้ไผ่ใช้ไม้ไผ่ยาวเหลาให้เข้ารูป แล้วเจาะรูตรงกลางเพื่อนำท่อนไม้เล็กๆฝังไว้ตรงกลางเมื่อเหลาเสร็จแล้วก็นำขึ้นไปไว้บนเสาสูง พอเวลาลมพัดแรงๆ จะเกิดเสียงดัง 

นอกจากนี้ ยังมีลูกเจ๊วหรือลูกข่างที่จะใช้ไม้คาง ซึ่งเป็นไม้ค่อนข้างเนื้อนิ่มสีขาวนวล มาตัดเป็นท่อนใช้มีค่อย ๆ เหลาให้เป็นรูปร่างกลม มีหัวจุกอยู่ด้านบน เสร็จแล้วจึงใช้ตะปูตัวใหญ่ตอกลงไปที่ตรงกลางแล้วใช้เลื่อยตัดหัวตะปูออก จากนั้นใช้มือทดลองปั่นหมุนดูก่อน เมื่อได้แล้วจึงใช้เชือกผูกวนหมุนให้รอบตัวตะปูจนหมด โดยมีเชือกผูกปรายติดกับฝาขวดน้ำอัดลมยึดติดไว้ โดยสอดเข้าระหว่างนิ้วขวาหรือซ้ายพร้อมปล่อยเชือกหมุนรอบลูกข่างแล้วขว้างไปข้างหน้าก็จะทำให้ลูกข่างหมุนติ้วปักลงไปที่ผืนดิน ถือเป็นของเล่นที่สนุกสนานยามวัยเด็กสมัยก่อนที่ทำเองได้

นายเชาว์ มีทรง ลูกชายตารุ่ง เปิดเผยว่า ตอนนี้ที่บ้านไม่ได้ทำนาไร่แล้ว พ่อได้หันมาทำงานไม้ ทำซอ ของเล่น เกี่ยวกับไม้มาหลายปี สมัยก่อนมีวงมโหรีรับงานเล่นในพิธีและงานทั่วไป แต่พอช่วงปัญหาสถานการณ์โควิดระบาดก็ไม่ได้รับงานอีกเลย และตัวพ่ออายุมากเดินไม่ค่อยไหว ที่หมู่บ้านเขาน้อยนี้ เดิมเป็นวงดนตรีสมัยเก่า มีวงกลองยาว สืบทอนเล่นกันมาสมัยรุ่นปู่ ย่า มาก่อน ต่อมาได้เสียชีวิตไปบ้าง ทำให้หลงเหลืออยู่ไม่มากนัก 

ส่วนพื้นที่ทางเข้าหมู่บ้านจะมีสัญลักษณ์รูปปั้นกลองยาวขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งหมู่บ้านมีคำขวัญว่า “หมู่บ้านสมภาร ตำนานเพลงเก่า เร่งเร้ากลองยาว สาวงามนางรำ เลิศล้ำงานฝีมือ ขึ้นชื่อเห็ดโคน” ก่อนช่วงสถานการณ์โควิด เคยมีการรวมตัวมาเล่นวงดนตรีกันสมัยโบราณทุกปี เช่น งานวันเด็ก สงกรานต์ ปีใหม่ ชาวบ้านจะมารวมตัวจัดกิจกรรมตลอดสร้างแรงสามัคคีในหมู่บ้าน โดยมีพ่อจะเป็นเสาร์หลัก ที่คอยส่งเสริมด้านดนตรีไปเล่นในงานพิธี รู้สึกดี และมีความสุขที่พ่อชอบ ยังช่วยทำให้ไม่เครียด มีแต่ความสุข สนุกสนาน ก่อนหน้านี้เคยมีคนมาติดต่อให้ไปเล่นดนตรีอีก แต่พ่ออายุมากไม่ค่อยไหวเลยไม่ค่อยอยากให้ไปรับงานอีก

ตารุ่ง มีทรง อายุ 81 ปี ผู้สืบทอดตำนานแห่งกังหันลมบ้านเขาน้อย กล่าวว่า ชอบทำเครื่องเล่นดนตรีและของเล่นมานานแล้ว สมัยช่วงเรียนชั้นประถมศึกษาชอบยิงยางหนังสติ๊ก ทำง่าม ส่วนกังหันใช้ไม้ไผ่ทำ ถ้ามีลมพัดแรงจะมีเสียงดังดี จะเหลาให้แบนแล้วเจาะรูตรงกลางตามรูปแบบความคิด บางทีหลาน ๆ มาเที่ยวอยากได้แคนก็ให้ไปเอาดอกไม้ ธูป เทียนมายกครูจะได้บอกครูอาจารย์สอนให้ แต่ไม่กี่วันก็ไม่มีใครมากัน อย่างของที่ทำนี้สมัยก่อนจะมีตัวอย่างให้ดูจากของผู้เป็นอา จึงลองดูตัวอย่างก็เลยทำเองได้ มันก็มีเสียงดังเหมือนกัน ตอนนั้นอาไปรับงานได้มีโอกาสไปเล่นกับเขาด้วย หัดไปเรื่อย ๆ จนเป็น 

ต่อมาได้ทดลองทำแคนเป็นอีกอย่างหนึ่ง โดยที่นี่เป็นหมู่บ้านกลองยาวตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว มีชื่อเสียงโด่งดังมาก สมัยนั้นรับงานมโหรีได้เงินค่าตัวประมาณครั้งละ 6 สลึง หรือ 1 บาท 50 สตางค์ สมัยเป็นหนุ่ม ๆ ต่อมาก็ขึ้นมาเป็นครั้งละราคา 3 บาท ส่วนการเล่นแคนที่รับเริ่มแรกได้ค่าแรงครั้งละ 300 บาทสมัยปัจจุบันช่วงที่ยังเล่นไหวจะได้เงินค่าตัวครั้งละ 600 บาท หากมีการว่างจ้างช่วงนี้อีกอาจจะเดินไม่ไหวแล้ว แต่ถ้านั่งอยู่บนรถแล้วเป่าแคนก็ยังพอรับไหว

“ตอนนี้อายุมากแล้ว แต่ถ้าใครสนใจอยากเรียนก็ยินดีสอนให้ อย่างกังหันเราจะได้รู้ทิศทางของลมในช่วงหน้าเล่นว่าว ลมแรง ลมอ่อนอย่างไรก็ดูที่กังหัน และกระสุนยิงที่ใช้ดินปั้น มีไม้ไผ่ยาวคล้ายคันธนู คงแทบไม่มีให้พบเห็นแล้วในปัจจุบัน เพราะจะมีวิธีการทำ การเหลาไม้ที่ค่อนข้างยาก คงมีแต่ตาที่ยังชอบสิ่งเหล่านี้อยู่ ด้วยความที่ไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ อยู่กับของเล่นที่ชอบแล้วรู้สึกมีความสุขมาก” ตารุ่ง กล่าว

ผู้สนใจอยากเรียนรู้ หรือเยี่ยมชมเครื่องดนตรีโบราณและของเล่นโบราณสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์นายเชาว์ มีทรง บุตรชาย เบอร์  062 – 6828393

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วัดใหญ่’ เปิดนิทรรศการ ‘ภาพวาดพุทธศิลป์’ วาระพระพุทธชินราช 666 ปี

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678939

'วัดใหญ่' เปิดนิทรรศการ 'ภาพวาดพุทธศิลป์' วาระพระพุทธชินราช 666 ปี

‘วัดใหญ่’ เปิดนิทรรศการ ‘ภาพวาดพุทธศิลป์’ วาระพระพุทธชินราช 666 ปี

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.57 น.

เปิดนิทรรศการประกวดภาพวาดพุทธศิลป์ วาระพระพุทธชินราช 666 ปี  “พระพุทธชินราช พุทธศิลป์แห่งสยาม พลังแห่งศรัทธา”  open out door ให้นักท่องเที่ยวชมกันอย่างใกล้ชิด ก่อนจะมีการเปิดประมูลเพื่อนำรายได้มาทำการกุศลที่กรุงเทพฯ

วันที่ 9 ก.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หน้าพระวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก พล.อ.ดร.ศิริ ทิวะพันธุ์ ประธานสถาบันพัฒนาสี่แยกอินโดจีน เป็นประธานในพิธีเปิดนิทรรศการ 12 ผลงานพุทธศิลป์มหามงคล จากโครงงานประกวดภาพวาดพุทธศิลป์ วาระพระพุทธชินราช 666 ปี “พระพุทธชินราช พุทธศิลป์แห่งสยาม พลังแห่งศรัทธา” 

โดยทางวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ร่วมกับบริษัท เอ็นฟอร์ช ซีเคียว จำกัด (มหาชน) ได้จัดการประกวดขึ้นเพื่อร่วมฉลองและส่งเสริมพลังศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มีต่อพระพุทธชินราช วาระครบ 666 ปีในปี 2566 ซึ่งเป็นสืบสารศรัทธา ในพระพุทธศาสนาต่อไป โดยผู้วาดภาพประกวดนั้น หากชนะเลิศจะได้รับถ้วยและเงินรางวัล 99,999 บาท รองชนะเลิศ ได้รับถ้วยและเงินรางวัล 29,999 บาท ส่วนภาพวาด ทางผู้จัดจะนำไปประมูลเพื่อหารายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะไปบริจาคเป็นสาธารณะกุศล และบำรุงศาสนา ต่อไป

ทั้งนี้ ทั้ง 12 ผลงานที่ผ่านมาเข้ารอบสุดท้ายได้นำมาจัดแสดงล้วนแล้วผลงาน ความคิดสร้างสรรค์ผ่านสีและปลายพู่กันออกมาเป็นภาพวาดตามจินตนาการอย่างวิจิตรตระการตาและมีมนต์ขลังพลังแห่งพุทธศาสนา มีศิลปินเจ้าของภาพ ที่เป็นศิลปินร่วมสมัย คอยบรรยายแนวคิด อารมณ์ที่ปรากฏออกมาเป็นชิ้นงานให้ผู้ชมได้ทราบ ซึ่งแต่ละภาพมีแนววาดภาพที่แตกต่างกันไปและที่สำคัญแต่ละภาพมีความหมาย และงดงามทุกภาพจริง ๆ หาชมได้ยากยิ่ง

โดยภาพดังกล่าวนี้ได้เปิดให้ชมฟรีแบบ open out door ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2565 โดยประชาชนนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวมากราบพระพุทธชินราช สามารถเข้าชมฟรี ถ่ายรูปได้และจะได้นำภาพไปแสดงอีกครั้งที่เซนทรัลเวิลล์ กรุงเทพฯในวันที่ 15 – 21 ตุลาคม 2565 พร้อมมีการประมูลภาพในวันที่ 21 ตุลาคม 2565 นำเงินรายได้เพื่อทำการกุศล ต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวเบตงออกจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบเตรียมทำบุญส่งตายายพรุ่งนี้

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678913

ชาวเบตงออกจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบเตรียมทำบุญส่งตายายพรุ่งนี้

ชาวเบตงออกจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบเตรียมทำบุญส่งตายายพรุ่งนี้

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.28 น.

ชาวอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ออกจับจ่ายซื้อขนมเดือนสิบที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตงปีนี้ไม่คึกคัก แต่ประชาชนยังคงสืบสานประเพณี เตรียมจับจ่ายซื้อของไปวัดทำบุญส่งตายาย “วันสารทเดือนสิบ” ที่เป็นประเพณีชาวใต้ในวันที่ 10 กันยายนนี้

วันที่ 9 ก.ย.65 ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ประชาชนชาวเบตงได้ทยอยเออกมาเลือกซื้อขนมเดือนสิบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ปีนี้ไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา ก่อนการระบาดโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามชาวใต้ยังคงสืบสานประเพณีออกมาเลือกซื้อขนมเดือนสิบ เพื่อเตรียมไว้สำหรับนำไปทำบุญที่วัดใกล้บ้าน เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว และเพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัวในช่วงประเพณีวันสารทเดือนสิบ ในวันที่ 10 กันยายน ที่จะถึงนี้

ด้านแม่ค้าขายขนมเดือนสิบที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง กล่าวว่า ปีนี้มีชาวเบตงออกมาซื้อขนมเดือนสิบเพื่อเตรียมไว้ก่อนที่จะทำบุญในวันที่ 10 กันยาน ที่จะถึงในปีนี้ ไม่มากนัก เพราะประชาชนต่าง อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว และต่างประสบปัญหาเศรษฐกิจ สินค้าอุปโภค บริโภค ขึ้นราคา   ส่วนแม่ค้าปีนี้เหลือ 3 เจ้าเพราะกลัวขายไม่ได้  ตั้งแต่แก๊สขนาด 15 กก. ปรับขึ้นเป็น 480 บาทและวัตถุดิบที่นำมาทำขนมเดือนสิบปรับขึ้นราคาเกือบทุกอย่างปีนี้จึงเหลือแม่ค้าไม่มากเหมือนปีที่ปีที่ผ่านมา โดยปกติในวันนี้ที่หน้าตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง ทั้งแม่ค้า พ่อค้าและ คนซื้อ เต็มไปหมดแต่ปีนี้ลดลงน่าใจหาย

สำหรับราคาของขนมเดือนสิบปีนี้ ยังไม่ปรับราคา ยังขายในราคาเดิมของปีที่แล้ว แม้ปีนี้ราคาวัตถุดิบในการทำขนมขยับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งขนมเดือนสิบส่วนใหญ่ทำมาจากแป้งข้าวเหนียว และวัตถุดิบอื่นก็ปรับราคาเช่นกัน ขนมที่จะต้องใช้ในเดือนสิบ แม่ค้าก็จะจัดแบ่งขายเป็นถุงๆ ไว้ด้วย รวมทั้งขนมพอง ขนมลา ซึ่งจะทำแบบรวมขนมเดือนสิบเป็นถุงถุงละ 20- 30-40 และ 50 บาท เพื่อให้ประชาชนได้เลือกซื้อตามความต้องการ

ขณะที่ความหมายของขนมเดือนสิบ “ขนมลา” มีความหมายใช้แทนเสื้อผ้าที่อุทิศให้เปรตชน หรือบางคนเชื่อว่าเส้นของลาเล็กๆ ทำเปรตกินได้ เพราะเชื่อว่าเปรตมีปากเล็กเท่ารูเข็ม “ขนมพอง” มีความหมายใช้แทนเป็นเครื่องประดับมีสีสันสวยงาม “ขนมดีซำ” หรือขนมเจาะหู มีความหมายใช้แทนเงินทอง เพราะมีลักษณะกลมเจาะรูตรงลางคล้ายกับเงินสตางค์ที่มีรูตรงกลาง ซึ่งใช้กันในสมัยก่อน “ขนมบ้า” มีความหมายใช้แทนเงินเหรียญเพราะมีลักษณะเป็นแผ่นกลมคล้ายเหรียญ และ “ขนมเทียน” มีความหมายใช้แทนหมอน   

ส่วนประเพณีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บุคคลที่ล่วงลับไปแล้ว ในเดือน 10 เป็นสองวาระคือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 ครั้งหนึ่ง และวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 อีกครั้งหนึ่ง โดยถือคติว่า พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตายาย และญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องตกนรก หรือเรียกว่าเปรตนั้น จะได้รับอนุญาตให้มาพบกับญาติของตนในเมืองมนุษย์ได้ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 และกลับไปสู่นรกดังเดิม ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ดังนั้น จึงมีการทำบุญในสองวาระ ดังกล่าวนี้ แต่ส่วนใหญ่ทำวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เพราะมีความสำคัญ มากกว่า

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘10ชัชชาติ’ก็เอาไม่อยู่! ‘น้าหงา’ปล่อยมุก ฝนตกขนาดนี้ มีคนเดียวช่วยได้

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678910

‘10ชัชชาติ’ก็เอาไม่อยู่! ‘น้าหงา’ปล่อยมุก ฝนตกขนาดนี้ มีคนเดียวช่วยได้

‘10ชัชชาติ’ก็เอาไม่อยู่! ‘น้าหงา’ปล่อยมุก ฝนตกขนาดนี้ มีคนเดียวช่วยได้

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 10.03 น.

‘10ชัชชาติ’ก็เอาไม่อยู่! ‘น้าหงา’ปล่อยมุก ฝนตกขนาดนี้ มีคนเดียวช่วยได้

9 กันยายน 2565 “น้าหงา” สุรชัย จันทิมาธร ศิลปินแห่งชาติ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “สุรชัย จันทิมาธร” ระบุว่า…

“ตกลงมาขนาดนี้ 10 ชัชชาติก็เอาไม่อยู่ดอกครับ”

“ผมก็ว่างั้น”

“เห็นอยู่คนเดียวที่พอจะช่วยได้ สมัยหน้านะ”

“ใคร”

“บัวขาว บั ญ ช า เ ม ฆ”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘โขลงช้าง’นับร้อยยังดื้อ! จนท.ผลักดันแล้ว ไม่ยอมกลับเข้าป่าอุทยานฯทับลาน

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678908

'โขลงช้าง'นับร้อยยังดื้อ! จนท.ผลักดันแล้ว ไม่ยอมกลับเข้าป่าอุทยานฯทับลาน

‘โขลงช้าง’นับร้อยยังดื้อ! จนท.ผลักดันแล้ว ไม่ยอมกลับเข้าป่าอุทยานฯทับลาน

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.51 น.

คืบหน้าโขลงช้างนับร้อยบุกป่าชุมชนโคราช เจ้าหน้าที่ระดมผลักดันช้างป่ากลับอุทยานฯทับลาน แต่ไม่สำเร็จ อีกทั้งฝนตกหนักเป็นอุปสรรคสุดหิน

9 กันยายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปฏิบัติการพาโขลงช้างป่านับร้อยตัว ที่พากันมาอาศัยอยู่ภายในบริเวณป่าชุมชนเขาประดู่ ที่ตำบลจระเข้หิน อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา  ห่างจากแหล่งชุมชนประมาณ 4 กิโลเมตร เพื่อให้กลับเข้าสู่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุดเป็นเวลากว่า 4 วันแล้ว ก็ยังไม่สามารถที่จะพาช้างทั้งหมดที่มีนับร้อยตัวกลับเข้าสู่ป่าได้  

โดยเมื่อวานนี้ ( 8 ก.ย.65 ) ทางทีมเจ้าหน้าที่ประสานกำลังร่วมกันระหว่างฝ่ายปกครองอำเภอครบุรี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นม.6 (ป่าครบุรี) , เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยพุทธธรรม ฮุก 31 , ทีมอาสาสมัครสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติประเทศไทย ประจำจุดเขาใหญ่ และผู้นำชุมชนในพื้นที่  กว่า 50 นาย ช่วยกันเดินหน้ากระดานใช้เสียงโห่ต้อนช้างให้กลับเข้าสู่ป่าอุทยานแห่งชาติ  แต่ก็ยังไม่สามารถต้อนช้างกลับเข้าป่าได้  และช้างยังคงวนเวียนอยู่บริเวณใกล้เคียงและไม่ยอมกลับเข้าสู่ป่า ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดทั้งช่วงบ่าย

จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 16.00 น.เมื่อวานนี้(8 ก.ย.) เกิดฝนตกอย่างหนักทำให้ปฏิบัติการต้องหยุดชะงักลง เพราะไม่สามารถปฏิบัติภารกิจต่อได้ ทางนายสิทธิกร หาญละคร ผู้บัญชาการเหตุการณ์ต้องสั่งยกเลิกภารกิจ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน อีกทั้งบรรยากาศฝนที่ตกหนักทำให้กำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างยากลำบาก

ขณะเดียวกันเมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.30 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาฝนเริ่มซา  ทีมอาสาสมัครสมาคมตอบโต้ภัยพิบัติประเทศไทย ประจำจุดเขาใหญ่ ได้นำโดรนจับภาพความร้อนขึ้นบินสังเกตการณ์ติดตามดูโขลงช้างป่าในพื้นที่โดยรอบ แต่ก็ยังไม่เห็นตัวหรือร่องรอยของช้างป่าว่าจะออกจากพื้นที่ที่เคยอยู่แต่อย่างใด  

ทั้งนี้คาดว่าช้างป่าน่าจะพากันกระจายไปหลบอยู่ในส่วนต่างๆของป่า จึงยุติการค้นหาและได้มีการวางแผนที่จะเริ่มปฏิบัติภารกิจใหม่ในเช้าวันนี้ ( 9 ก.ย.65) โดยจะมีทางนายอำเภอครบุรีและหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน มาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง ขณะเดียวกันก็ได้มอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ไปตั้งจุดสังเกตการณ์และเฝ้าระวังบริเวณจุดที่มีการพบเห็นช้างตลอด 24 ชั่วโมงด้วย.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ฝนตก รถติด’มหากาพย์เมืองหลวง เทวดาก็แก้ไม่ได้ ตัวใครตัวมัน

Posted on September 9, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/678903

‘ฝนตก รถติด’มหากาพย์เมืองหลวง เทวดาก็แก้ไม่ได้ ตัวใครตัวมัน

‘ฝนตก รถติด’มหากาพย์เมืองหลวง เทวดาก็แก้ไม่ได้ ตัวใครตัวมัน

วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2565, 09.29 น.

‘ฝนตก รถติด’มหากาพย์เมืองหลวง เทวดาก็แก้ไม่ได้ ตัวใครตัวมัน

9 กันยายน 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” มีเนื้อหาดังนี้…

“ฝนตก รถติด มหากาพย์เมืองหลวง ความเป็นจริงของทุกคน เทวดาก็แก้ไม่ได้ จะขับรถซุปเปอร์คาร์ ไปยันรถซาเล้ง ล้วนไปไม่ถึงไหน

สุขุมวิท ขยับไม่ได้

รัชดา ติดแง็ก

พหลโยธิน สาหัส

บางนา จอดสนิท

สภาพจราจรแบบนี้ กว่าจะถึงบ้าน 4 ทุ่ม เช้า 6 โมงต้องออกไปทำงานแล้ว

เห็นใจมนุษย์เดินดิน นั่งรอรถเมล์ รถตู้ เข้าแถวยาวเหยียด ทุกคนต้องอดทนกับชีวิตในกรุงเทพฯ  ตากฝนรอรถ ลูกติดอยู่ที่โรงเรียน เมียรออยู่ที่บ้าน ทำใจครับพี่น้องประชาชนคนกรุงเทพฯ

คงต้องตัวใครตัวมัน

ยุคนี้อย่าคิดไปพึ่งใคร

ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,009 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ
จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
สว.นรเศรษฐ์ จี้รัฐบาล ทบทวนแลนด์บริดจ์ ชี้เสียงวิจารณ์เยอะ-เสี่ยงไม่คุ้มค่า
UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม
ราชการแนวหน้า : สิทธิประโยชน์และสวัสดิการของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ
คนใต้ หนุน แลนด์บริดจ์ แต่ห่วงสิ่งแวดล้อม-ทุจริต-ไม่โปร่งใส
บรรจง นะแส เบรก นิกร ปมแลนด์บริดจ์ ไล่ให้ไปอ่าน พ.ร.บ. SEC ก่อนออกตัวแรง!
ยกเลิก MOU44 กต.แจงทูต/เข้าครม.5พ.ค.
โบว์ ณัฏฐา ชมภาวะผู้นำอนุทิน ออกตัวป้อง ศุภจี กลางสมรภูมิการเมือง Toxic

Recent Posts

  • สาธิต จี้ ปชน.รับผิดชอบ หลัง ส.ส. พาดพิงกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เอี่ยวยาเสพติด
  • โฆษกรัฐบาลน้อมรับ นิด้าโพลแลนด์บริดจ์ เร่งสื่อสารข้อมูลมากยิ่งขึ้น นายกฯ ย้ำทำความเข้าใจ-รับฟังทุกมิติ
  • คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
  • ระวังซ้ำรอยอดีต! ดร.ดิเรกฤทธิ์ มอง สุริยะ ย้าย ราเชน หากมีเจตนาแฝง เสี่ยงผิดกฎหมาย
  • คำขอโทษซ้ำซากพรรคส้ม ความรับผิดชอบสูง หรือไร้วุฒิภาวะ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d