Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ปรับกลยุทธใหม่ ‘น้ำมันเถื่อน’ วางขายริมถนน ‘เบนซิน’ ลิตรละ 28 บ.

Posted on September 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677755

ปรับกลยุทธใหม่ 'น้ำมันเถื่อน' วางขายริมถนน 'เบนซิน' ลิตรละ 28 บ.

ปรับกลยุทธใหม่ ‘น้ำมันเถื่อน’ วางขายริมถนน ‘เบนซิน’ ลิตรละ 28 บ.

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.12 น.

“น้ำมันเถื่อน” ปรับกลยุทธไม่ตั้งแกลลอน เบนซิน 97 ลิตรละ 28 บ.โซล่า 29 บ. ในขณะที่น้ำมันมาเลเซียขายเพียง ลิตรละ 17 บาทเท่านั้น 

4 ก.ย.65 ที่บ้านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา มีนายทุนน้ำมันเถื่อนมาวางขายกันริมถนนห่างจากสถานีตำรวจภูธรปาดังเบซาร์เพียง 500 เมตร โดยมีการตั้งน้ำมันขวดบังหน้า พร้อมวางกรวยให้ลูกค้ารู้ว่ามีจำหน่ายน้ำมันชนิดแกลลอนๆละ 10 ลิตร ขายเบนซิน 97 ในราคาลิตรละ 28 บาท ส่วนน้ำมันโซล่า(ดีเซล)ขายลิตรละ 29 บาท ส่วนที่บริเวณถนนรอบเมือง จะมีการเขียนป้ายบอกราคา น้ำมันเบนซิน 97 ลิตรละ 29 บาท ขวด ละ 30 บาท ส่วนน้ำมันโซล่า ลิตรละ 29 บาท วางขายริมถนนสายดังกล่าว ส่วนนายทุนขายน้ำมันเถื่อนบางแห่งจะวางเฉพาะกรวยที่หน้าร้านเพื่อให้ลูกค้าทราบว่า ที่นี่มีน้ำมันเถื่อนขาย บรรจุเป็นแกลลอน 

ในขณะที่ ตรงข้ามโรงเรียนบ้านควนกบ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา นายทุนจะน้ำมันโซล่ามาวางขายในราคาลิตรละ 34 บาท ซึ่งก็ยังถูกกว่าราคาในปั้มที่ขายน้ำมันถูกต้องเสียภาษีให้รัฐ 

โดยราคาน้ำมันในปั้มที่เสียภาษีให้รัฐ จะขายน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ 95 อยู่ที่ราคาลิตรละ 36.90 บาท และ ดีเซล อยู่ที่ราคาลิตรละ 35.50 บาท ในขณะที่น้ำมันที่จำหน่ายในประเทศมาเลเซีย ทั้งน้ำมันเบนซิน 97 และ น้ำมันโซล่า (ดีเซล) อยู่ที่ราคาลิตรละ 17 บาท เท่านั้น

.-008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อพยพ’โค-กระบือ’ขึ้นที่สูง! ‘ลำน้ำอูน-ลำน้ำสงคราม’ล้นตลิ่ง สต๊อกหญ้าอาหารสัตว์

Posted on September 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677750

อพยพ'โค-กระบือ'ขึ้นที่สูง! 'ลำน้ำอูน-ลำน้ำสงคราม'ล้นตลิ่ง สต๊อกหญ้าอาหารสัตว์

อพยพ’โค-กระบือ’ขึ้นที่สูง! ‘ลำน้ำอูน-ลำน้ำสงคราม’ล้นตลิ่ง สต๊อกหญ้าอาหารสัตว์

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.43 น.

เกษตรกรอพยพสัตว์เลี้ยงโค กระบือขึ้นที่สูง หลังลำน้ำอูน ลำน้ำสงครามล้นตลิ่ง สต๊อกหญ้ากันขาดแคลนอาหาร ทุกข์ซ้ำโขกราคาเพิ่มแบกภาระหลังแอ่น

4 กันยายน 2565 แม้ปริมาณน้ำโขงบริเวณสถานีวัดระดับน้ำ ชุมชนหนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม ได้ลดระดับลงอยู่ที่ 7.97 เมตร ลดลงจากวานนี้ 10 เซนติเมตร ห่างจากจุดวิกฤตที่ 12 เมตร ประมาณ 4 เมตร ถึงกระนั้นยังส่งผลกระทบต่อลำน้ำสาขาสายหลัก ในเขตโซนเหนือของจังหวัด คือลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม ยังมีปริมาณเกินความจุ ประมาณ 20 -30 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากไหลระบายลงน้ำโขงช้า เพราะลำน้ำอูนไหลมาบรรจบกับลำน้ำสงครามที่บ้านปากอูน อ.ศรีสงคราม ทำให้มีมวลน้ำล้นตลิ่ง เอ่อท่วมพื้นที่ลุ่มกว่า 4,000-5,000 ไร่ แต่ไม่น่าเป็นห่วงเพราะเป็นพื้นที่ทำนาปรัง ตอนนี้จึงไม่มีการทำเกษตรแต่อย่างใด โดยน้ำไหลท่วมข้าวนาปีได้รับความเสียหายกว่า 300-400 ไร่ เนื่องจากมีมวลน้ำต้องรอระบาย

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะ ต.ท่าบ่อสงคราม ถือเป็นพื้นที่สำคัญที่เกษตรกร มีการเลี้ยง โค กระบือจำนวนมาก ประมาณ 3-400 ตัว ชาวบ้านซึ่งมีประสบการณ์จากน้ำท่วมเมื่อหลายปีก่อน ต้องเร่งอพยพสัตว์เลี้ยงโคกระบือขึ้นพื้นที่สูง หวั่นมีฝนตกลงมาซ้ำอีก จะส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมพื้นที่ลุ่ม และชุมชนหมู่บ้าน ทำให้มีระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สถานการณ์ยังไม่น่าไว้วางใจจึงเก็บสิ่งของขึ้นที่สูง เพราะเป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม

ทั้งเคยได้รับผลกระทบจากลำน้ำอูนและลำน้ำสงคราม เอ่อล้นตลิ่งท่วม บ้านเรือนกว่า 300 ครัวเรือน เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาที่มีระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร ชาวบ้านจึงต้องฝ้าระวังเตรียมพร้อมทุกปี อีกทั้งขณะนี้ยังได้รับผลกระทบจากอาหารสัตว์เลี้ยงการเกษตรเริ่มขาดแคลน จำเป็นต้องสต็อกหญ้าสด และ หญ้าแห้งฟางอัดแท่ง แถมมีราคาสูงขึ้นจากมัดละ 20 บาท เพิ่มเป็น 30-40 บาท ทั้งนี้ชาวบ้านไม่มีพื้นที่เลี้ยงสัตว์จากกรณีเกิดน้ำท่วม จึงต้องสต็อกหญ้าไว้ให้สัตว์เลี้ยงกินเอง

นางสุชาดา โพธิ์สุ อายุ 49 ปี ชาวบ้านท่าบ่อ ต.ท่าบ่อสงคราม เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ต้องมีการเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง หลังจากลำน้ำอูน ลำน้ำสงคราม ที่ไหลผ่านใกล้พื้นที่ชุมชนหมู่บ้าน เนื่องจากมีปัญหาน้ำเอ่อล้นทะลักท่วมพื้นที่การเกษตร รวมถึงพื้นที่ลุ่ม ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้เลี้ยงสัตว์การเกษตร กังวลว่าจะมีฝนตกมาซ้ำอีก เพราะเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก โดยอดีตเมื่อหลายปีก่อน เคยได้รับผลกระทบน้ำท่วมขังหมู่บ้านสูงกว่า 2-3 เมตร 

ดังนั้นพอถึงช่วงฤดูเสี่ยงต่อถูกน้ำท่วม ชาวบ้านต้องเตรียมพร้อมอพยพ โค กระบือขึ้นไปไว้ที่สูง โดยนำไปเลี้ยงไว้ตามเกาะ หรือตามดอนที่สูงใกล้หมู่บ้าน ไม่เว้นแม้แต่ถนนทางหลวงชนบท เพื่อป้องกันน้ำท่วมฉับพลัน สิ่งที่ได้รับผลกระทบในช่วงนี้ คือเรื่องพื้นที่เลี้ยงสัตว์เพราะถูกน้ำเอ่อล้นท่วม ต้องต้อนโคกระบือไว้พื้นที่สูง และนำอาหารสัตว์ หญ้าสด หญ้าแห้งมาสต็อกไว้

บางรายต้องแบกต้นทุนสูง ซื้อหญ้าแห้ง ฟางอัดแท่งมาเลี้ยงโคกระบือ ทำให้ช่วงนี้มีราคาเพิ่มขึ้น จากแท่งละ 20 บาท กลายเป็น 30-40 บาท บางรายต้องแบกภาระค่าอาหารสัตว์ถึงวันละประมาณ 400 บาท และต้องแบกภาระนี้ไว้จนกว่าระดับน้ำจะเข้าสู่ปกติ จึงสามารถปล่อยเลี้ยงตามพื้นที่ลุ่มได้ ฝากหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือในระยะยาว.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ทำบุญสร้างกุศล เหตุทุเลาเบาลง…โดยพระครู โพธิ์ชัย สาระวิมล

Posted on September 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677744

ธรรมะวันอาทิตย์ :  ทำบุญสร้างกุศล เหตุทุเลาเบาลง...โดยพระครู โพธิ์ชัย สาระวิมล

ธรรมะวันอาทิตย์ : ทำบุญสร้างกุศล เหตุทุเลาเบาลง…โดยพระครู โพธิ์ชัย สาระวิมล

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.29 น.

4 กันยายน 2565 วัดศรีโพธิ์ชัย ต.ปลาค้าว อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ห่างจากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 20 กิโลเมตร ด้านทิศตะวันตก เป็นวัดสังกัดมหานิกาย โดยมี พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เจ้าอาวาสวัดศรีโพธิ์ชัยและเจ้าคณะตำบลปลาค้าว ปกครองพระสงฆ์ จำนวน 6 รูป สามเณรและแม่ชีไม่มี บนเนื้อที่ 16 ไร่ เป็นที่ตั้งของศาลาการเปรียญ อุโบสถ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่ผ่านมาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรรมแก่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นวัดต้นแบบแห่งความสำเร็จ สู่รับรางวัลเสาเสมาธรรมจักร ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมือปี 2553 

สำหรับวัดศรีโพธิ์ชัย เป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ทุกวันจึงมีพุทธศาสนิกชนญาติโยม เดินทางเข้ามาวัด เพื่อฟังธรรม ทำบุญ ทำทานและนมัสการพระเจ้าใหญ่โพธิ์ชัย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบปูนปั้นฉาบสีทอง ลักษณะปางมารวิชัย สูง 1.50 เมตร หน้าตักกว้าง 1.20 เมตร ประดิษฐานภายในวิหารญวน ช่างญวนเป็นผู้สร้างทั้งพระพุทธรูปและวิหาร เมื่อปี พ.ศ.2430 อายุ 135 ปี ซึ่งก่อนนั้นเป็นวิหารไม้ และไม้ผุพัง ก็เลยทำการบูรณะขึ้นใหม่ กลายมาเป็นวิหารปูนซีเมนต์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งภายในวิหาร เป็นที่เก็บสิ่งของโบราณ เช่น เสลี่ยงช้าง ใบลานเทศนาเป็นภาษาขอมและไหโบราณ ฯลฯ 

นอกจากนี้ ภายในหอระฆัง ทำเป็นที่เก็บกองเพล ซึ่งสมัยก่อนศิษย์วัดจะตีกองเพล บอกเวลา ให้ญาติโยม นำอาหาร คาวหวาน มาถวายเพล พระภิกษุ –สามเณร และมีกระติ๊บข้าวเหนียวโบราณเก่าแก่อายุ 100 ปี โดยเฉพาะด้านหน้าอุโบสถ จะเป็นที่ตั้งของป้ายประกาศโบราณ อายุกว่า 100 ปี เช่นกัน โดยครอบด้วยเพิงสังกะสี เพื่อบังแดดและกันฝน ซึ่งป้ายประกาศอันนี้ มีลักษณะแบบปูนซีเมนต์ ขนาดกว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร สำหรับเขียนประกาศกฎระเบียบต่างๆ ของหมู่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้และปฏิบัติตาม 

ส่วนโรงเรียนพระปริยัติธรรมเริ่มแรกเปิดเรียนเปิดสอนพระสงฆ์และสามเณรเมื่อปี พ.ศ.2488 จนกระทั่งปัจจุบัน และในปี 2558 ได้มีการสอนอักษรธรรมใบลาน ซึ่งคณะครูอาจารย์จังหวัดอำนาจเจริญมาสอนถึงที่นี่ แก่ผู้สนใจอีกด้วย 

นอกจากนี้ ยังใช้พื้นที่ว่างประมาณ 3 งาน เพื่อปลูกสมุนไพรเกือบ 100 ชนิด โดยผลิตเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคหลากหลายชนิด และที่โดดเด่นฮิตยอดนิยม ก็คือ เสลดพังพอนตัวผู้ตัวเมีย ทุกวันจะมีชาวบ้านเข้ามาขอไปทำยาแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อยต่างๆ โดยมีวิธีทำ คือเริ่มแรก ให้นำเอาใบเสลดพังพอนไปตำจนละเอียดเสร็จแล้วเอาไปคลุกกับปูน (สำหรับเคี้ยวกับหมาก) หรือเหล้าขาวก็ได้ จากนั้นให้ใส่น้ำมะนาว เพื่อเป็นน้ำกระสาย และทำการแปะปิดบริเวณปากแผลที่ถูกแมลงสัตว์มีพิษต่อย หรือผู้ที่เป็นงูสวัด พอก 1 -2 วัน จะหายทันที 

สำหรับสมุนไพร บำบัดผู้ติดยาเสพติดหรือติดสุรา ก็มีชาวบ้านขอไปทำยากันมาก ด้วยการใช้รากไม้นางแช่ง ต้มกับน้ำให้เดือดแล้วดื่มกิน จะอาเจียนพิษสุราหรือยาเสพติดออกมา จะทำให้ไม่อยากเสพยาหรือดื่มสุรา หากได้กลิ่นยาเสพติดหรือกลิ่นสุราก็จะอาเจียนออกมาทุกครั้ง ซึ่งได้ผลดีมาก 

พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เจ้าอาวาสวัดปลาค้าวและเจ้าคณะตำบลปลาค้าว ที่ผ่านมาเดินทางไปเทศนาสั่งสอนญาติโยมอย่างต่อเนื่องทั้งภาคเหนือและอีสาน เป็นเพราะสุขภาพร่างกายเริ่มถดถอย เดินทางไกลลำบาก จึงได้จัดตั้งคณะเทศน์ขึ้นมา 1 คณะ มีพระ 3 รูป ตระเวนเทศนาไปตามภาคเหนือและอีสานเป็นเวลากว่า 10 ปี ด้วยการเทศนาสั่งสอนพุทธศาสกนิชน ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก โดยเฉพาะการทำบุญทำทาน การทำความดี ละความชั่ว รักแผ่นดิน รักพระมหากษัตริย์ พระราชินีและพระราชวงศ์ทุกพระองค์  

คณะเทศวัดศรีโพธิ์ชัย สร้างชื่อเสียง โด่งดังมาก จึงถูกเรียกว่า “คณะเทศเสียงทอง” ถูกนิมนต์ไปเทศตลอดเวลา รวมถึง คณะสวดสรภัญญะ อีกหนึ่งความสำเร็จ  ที่ทางวัดศรีโพธิ์ชัย ให้การสนับสนุน เพื่อไปร่วมงานทางศาสนาและส่งเข้าประกวดการแข่งขันสวดสรภัญญะในวันสำคัญทางศาสนาทั้งระดับอำเภอ จังหวัด เป็นประจำ จนได้รับรางวัลระดับจังหวัดและระดับภาคอย่างต่อเนื่องและคว้ารางวัลมากหมาย และที่ภาคภูมิใจ ดีใจที่สุดก็คือ รางวัลเสาเสมาธรรมจักร สาขาผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพุทธศาสนา จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 23 พ.ค.53 ในวันวิสาขะบูชาโลกอีกด้วย 

พระครูโพธิ์ชัย สาระวิมล เทศนาตอนหนึ่งว่า ชีวิตของมนุษย์และสัตว์ ทั้งในโลกนี้และโลกทิพย์มีส่วนสัมพันธ์กัน เข้าไปอยู่ที่กฎแห่งกรรม ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนในการเวียนว่ายตายเกิดไปๆมาๆ  ที่จะไม่เคยเป็นญาติ ไม่เคยเป็นเพื่อน ไม่เคยเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันไม่มี ชีวิตของทุกผู้ทุกคนจึงมีส่วนสัมพันธ์กันไม่มากก็น้อย ทั้งส่วนดีมากและส่วนดีน้อย ทั้งส่วนเลวมากเลวน้อย ทั้งในส่วนที่ทำให้เกิด ความเครียดแค้น ชิงมากชิงน้อย ทั้งในส่วนที่รักและอุปการะมากและน้อย นี่เป็นกรณีหนึ่ง การได้ดีตกยาก เจ็บไข้ได้ป่วยของมนุษย์และสัตว์ ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกรรม ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ อีกส่วนหนึ่งได้รับเหตุปัจจัยกระทบจากสิ่งรอบข้าง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกระทำของสิ่งลี้ลับที่เรามองไม่เห็น เช่น เทวดาช่วยเหลือ เทวดาให้โทษ ผีให้โทษ เจ้ากรรมนายเวรที่เคียดแค้นชิงชังให้โทษเป็นต้น เพราะฉะนั้นจงทำบุญสร้างกุศลให้มากๆ ผลบุญจะส่งให้เหตุทุเลาเบาบางลง จากที่เจ็บมาก ก็จะเจ็บน้อยหรือไม่เจ็บเลย

ส่วนกามกิเลส มันเป็นเจ้าโลก ที่ทำให้เกิดสงคราม ต่อสู้กัน เกิดก็เพราะกาม ตายก็เพราะกาม รักก็เพราะกาม ชั่วก็เพราะกาม กามตัณหา ความอยากในกาม เปรียบเหมือนแม่น้ำไหลสงสู่ทะเล ไม่รู้จักเต็มสักที ความอยากของตัณหามันไม่รู้จักพอ เราต้องรู้จักพอจึงจะดี ภวตัณหา วิภวตัณหา เป็นแหล่งก่อทุกข์ ก่อความเดือนร้อนไม่มีที่สิ้นสุด ทั้งหมดอยู่ที่ใจ สุขก็อยู่ที่ใจ ทุกข์ก็อยู่ที่ใจ ใจเป็นต้นเหตุ ฉะนั้น จึงมีการรักษาศีล สำรวมอินทรีย์ รักษาธาตุ 4 ชันธ์ 5 ภาวนาให้เข้าใจจนเกิดสมาธิ แล้วสติก็ส่งเข้าไปแล้วก็จะทำจิตใจของตนให้บริสุทธิ์ พระธรรมแปดหนึ่งสี่พันพระธรรมขันธ์ ท่านชี้ให้เข้าหาใจนี่แหละ

ถ้ามีสติแล้วก็จะนำความผิดออกจากกายจากใจของตนอย่าหลงสมมติทั้งหลาย มีรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส อย่าเอามาหมักไว้ในใจ เราต้องทำใจให้ผ่องใส ตั้งอยู่ในศีล ตั้งอยู่ในทาน ตั้งอยู่ในธรรม ตั้งอยู่ในสมาธิ ทุกอย่างเราทำความพอดี ความพอใจก็นำออกเสีย ความไม่พอใจก็นำออกเสีย เวลานี้เราจะพักจิต ทำกายชองเรา ทำใจของเรา ให้รู้แจ้งในกายในใจของเรา รู้ความเป็นมา วางให้หมด วางอารมณ์ วางอดีต อนาคตทั้งปวง ที่ใจนี่แหละ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

อ่านโดยพลัน!10ขั้นตอน‘ปฏิบัติการตบทรัพย์’เกรียนคีย์บอร์ด ‘งานอดิเรกลาภ’ถูกกฎหมาย

Posted on September 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677743

อ่านโดยพลัน!10ขั้นตอน‘ปฏิบัติการตบทรัพย์’เกรียนคีย์บอร์ด ‘งานอดิเรกลาภ’ถูกกฎหมาย

อ่านโดยพลัน!10ขั้นตอน‘ปฏิบัติการตบทรัพย์’เกรียนคีย์บอร์ด ‘งานอดิเรกลาภ’ถูกกฎหมาย

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 13.01 น.

‘หมอเหรียญทอง’แนะ 10 ขั้นตอน ‘ปฏิบัติการตบทรัพย์’ เกรียนคีย์บอร์ด ถูกต้องตามกฎหมาย กลายเป็น ‘งานอดิเรกลาภ’

4 กันยายน 2565 พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก “เหรียญทอง แน่นหนา” มีเนื้อหาดังนี้…

“การตบทรัพย์พวกเกรียนคีย์บอร์ดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย” คือ “งานอดิเรกลาภ” สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ต้องการหารายได้จากผู้แชร์เฟคนิวส์หรือหมิ่นประมาท พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา มีขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติดังนี้

1.ขอให้ท่านเลือกเฉพาะคนที่ปรากฎชื่อ-นามสกุล มีตัวตนชัดเจน พวกอวตารอย่าไปเสียเวลา

2.จากนั้นดูโปรไฟล์ หากเป็นคนที่มีการงาน มีการศึกษา มีอนาคต คนกลุ่มนี้จะสามารถจ่ายเงินเจรจายอมความ ยิ่งถ้ามีวิชาชีพ มีตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือเป็นเจ้าของกิจการด้วยแล้ว ยิ่งดี เพราะจะเจรจายอมความด้วยเงินจำนวนมาก ทีมงานของผมเคยกดหมอ 2 คนจนได้รับเงินเจรจายอมความมากถึง 50,000 บาทต่อคน จากกรณีแพทย์หมิ่นประมาทผม

3.เมื่อดำเนินการตามข้อ 1. และ 2. แล้ว ผมขอให้ท่านไปศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความผิด พ.ร.บ.คอมฯ ว่าบุคคลที่ท่านจะดำเนินการนั้นเข้าข่ายมาตราใดเสียก่อน จากนั้นค่อยดูต่อว่าเข้าข่ายหมิ่นประมาทอีกหรือไม่ หากเข้าข่ายแค่ พ.ร.บ.คอมฯ จากแชร์เฟคนิวส์ ก็ดำเนินการแค่นั้น (แค่นี้ก็หนักหนาต้องติดคุกแล้ว) การที่ผมขอให้ท่านศึกษาข้อกฎหมายจะทำให้ท่านมีความเข้าใจเป็นพื้นฐาน ท่านสามารถศึกษาได้จากกูเกิ้ล ไม่ต้องถึงกับเรียนนิติศาสตร์กันจนจบหรอกครับ หากินง่ายๆอย่างนี้แหละ ลูกน้องผมคนหนึ่งเลิกรับจ้างทวงหนี้ เปลี่ยนมาหารายได้พิเศษจากการไล่ล่าอย่างนี้ดีกว่า ทั้งยังถูกต้องตามกฎหมายด้วย

4.เมื่อชัดเจนตามข้อ 1. 2. และ 3. แล้วให้ติดต่อ 02-574-5000 ต่อ 8800 สนง.ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ

5.ทีมงานของผมจะตรวจสอบความสมบูรณ์ถูกต้องแล้วจะแจ้งให้ทราบภายใน 7 วัน

6.หากตรวจสอบแล้วอยู่ในหลักเกณฑ์แจ้งความดำเนินคดีได้ ทีมงานของผมจะส่ง “หนังสือมอบอำนาจ” ไปให้ท่านทางไปรษณีย์ โดยทีมงานของผมจะระบุวิธีการปฏิบัติ เช่น ให้ใช้การแจ้งความกับ ตร.ที่ สน. หรือหากท่านเป็นทนายความเองก็ให้ฟ้องศาล เป็นต้น ทั้งนี้ทีมงานของผมจะระบุรายละเอียดอื่นๆให้ท่านสามารถปฏิบัติได้

7.เมื่อท่านได้รับ’หนังสือมอบอำนาจ’ จากผมแล้ว ท่านก็ดำเนินการตามข้อ 6.

8.เมื่อตำรวจมีหมายถึงผู้ต้องหาแล้ว หากผู้ต้องหาไม่ไกล่เกลี่ย ก็จะส่งอัยการ ดังนั้นการไกล่เกลี่ยในขั้นตอนนี้ ท่านสามารถรับการเจรจายอมความ อัตราเงินที่ส่วนใหญ่จะยอมไม่ต่ำกว่า 5,000-6,000 บาท หากเลยชั้นตำรวจไปยังอัยการกอัตราเงินยอมความก็จะสูงขึ้น 7,000-8,000 บาท และเมื่อส่งตัวฟ้องศาล ซึ่งผู้ต้องหาหรือ/จำเลยจะต้องประกันตัวโดยใช้เงินมากถึง 10,000 บาท เมื่อถึงขั้นตอนนี้จำเลยก็มักจะยอมจ่ายเงิน 8,000-9,000 บาท เพื่อยอมความ เพราะดีกว่าต้องเสียเงินประกันตัวศาล 10,000 บาทแถมยังต้องจ้างทนายความสู้คดีในชั้นศาลอีก ยังไม่นับรวมหากศาลพิพากษาจำคุกก็ยิ่งลากยาวไปอีกนาน

9.เงินที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยเจรจายอมความ ให้ท่านรับไปทั้งหมด ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ประจำปี

10.ในกรณีที่ท่านเป็นทนายความและต้องการฟ้องตรง ก็ขอให้ดำเนินการตามข้อ 2. ให้เลือกรายที่มีฐานะดีๆ ท่านจะได้ลาภลอยครับ

นี่คือ “การตบทรัพย์พวกเกรียนคีย์บอร์ดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

ที่ผมมอบหมายให้ทีมงานดำเนินการเป็นระยะ จนเป็น “งานอดิเรกลาภ” เป็นรายได้พิเศษของอดีตนักรับจ้างทวงหนี้ไปแล้ว

วันนี้ผมจะสร้างงาน สร้างรายได้พิเศษให้แก่เพื่อนรักน้องเลิฟ FCของผมให้มี “งานอดิเรกลาภ” จากการตบทรัพย์พวกเกรียนคีย์บอร์ดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ผมมีแนวความคิดที่จะขยายฐานลูกค้าผู้ใช้บริการไปถึงบุคคลที่ถูกให้ร้ายด้วยเฟคนิวส์เป็นประจำ เช่น นายกรัฐมนตรี , รองนายกรัฐมนตรี ฯลฯ หากท่านยินดี ผมก็จะทำให้ท่านฟรีๆ เพียงแต่ขอให้ท่านมอบอำนาจให้ทีมงานของผม และยกรายได้จากการเจรจาไกล่เกลี่ยทั้งหมดแก่ทีมงานผมเท่านั้นก็พอ รับรองรายได้พิเศษนี้ดีมากๆครับ

พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา

4 ก.ย.65 เวลา 8.18 น.”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฉ’ลุงวี’หลังโก่ง! ทำงานเป็นแก๊งพาเด็ก10เดือนขอทานด้วย อู้ฟู่รายได้เดือนเป็นแสน

Posted on September 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677742

แฉ'ลุงวี'หลังโก่ง! ทำงานเป็นแก๊งพาเด็ก10เดือนขอทานด้วย อู้ฟู่รายได้เดือนเป็นแสน

แฉ’ลุงวี’หลังโก่ง! ทำงานเป็นแก๊งพาเด็ก10เดือนขอทานด้วย อู้ฟู่รายได้เดือนเป็นแสน

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 12.35 น.

แฉ’ลุงวี’ขอทานหลังโก่ง เป็นคนกัมพูชาหนีเข้าเมือง เคยโดนจับมาแล้ว ทำงานเป็นทีมพาเด็ก10เดือนขอทานด้วย รายได้อู้ฟู้เดือนเป็นแสน เตรียมส่งกลับประเทศ

4 กันยายน 2565 หลังจากโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอ ชายหลังโก่งตระเวนขอทานในตลาดวัดศรีอมตะนคร อ.พานทอง จ.ชลบุรี สภาพร่างกายดูน่าสงสารเพราะหลังโก่ง เวลาเดินหัวจะพับมาถึงขา ซึ่งมีผู้แชร์จำนวนมาก ต่อมาเพจ กัน จอมพลัง ได้โพสต์ข้อความด้วยว่า ได้ประสานกับ พม.จ.ชลบุรี เข้าไปช่วยเหลือชายคนดังกล่าว ทราบว่า ชื่อลุงวี และมีการนำสิ่งของเข้าไปช่วยเหลือ 

จากนั้น เพจ กัน จอมพลัง โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “ไอ้ลุงวี สรุปผมถูกหลอก ลุงวี หลังโก่ง คือ แก๊งขอทานข้ามชาติ ที่หนีเข้าประเทศไทยตามตะเข็บชายแดน เคยถูกส่งกลับมา 3 ครั้ง มีรายได้เดือนนึงกว่า 100,000 บาท ในแก๊งมีหลายคนมีพฤติกรรมเข้าข่ายค้ามนุษย์มี การเอาเด็กอายุ 10 เดือนมานั่งขอทานด้วยเรื่องนี้แดงขึ้นมาเพราะผมประสานพัฒนาสังคมเข้าไปช่วยเหลือ แต่เค้าจำได้ว่าเคยส่งแก๊งนี้กลับประเทศหลายครั้ง และด้วยความที่เวรกรรมติดจรวด หลังจากเอาความน่าสงสารมาหลอกผมน้องเอกบางแสน และคนไทยผู้ใจดี ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวแก๊งที่ทุกคน และพาไปควบคุมตัวไว้ที่ ตม. ตอนนี้ผมรู้สึกอิหยังวะ ช่วยคนมาเยอะสุดท้ายตกเป็นเหยื่อเพราะความใจดีของตัวเอง”

หลังจากนั้นเพจ กัน จอมพลัง ยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมถึงกรณีดังกล่าว ระบุว่า มีบางท่านสงสัยว่าอ้าวก็ลุงวีแกเป็นอย่างนี้ผิดยังไงอะ เป็นขอทานรายได้เป็น 100,000 อิจฉาเค้าหรือ  การมีลูกมีเมียไม่ผิดครับ ถ้าทำส่วนตัวผมไม่ว่าเลย แต่ลุงวีและครอบครัวมีการทำเป็นระบบทำอาชีพขอทานทั้งบ้าน มีการเอาเด็กน้อยออกมาอุ้มเพื่อขอทาน ให้คนเกิดความสงสารและเพิ่มรายได้ อันนี้เข้าข่ายค้ามนุษย์ครับ ถ้าอนาคตคนเห็นทำแบบนี้แล้วมีรายได้เป็นแสน โดยไม่ดำเนินการอะไร จนมีคนเห็นช่องว่างนี้แล้วเกิดขบวนการลักเด็กแล้วส่งต่อเพื่อทำแบบนี้ ผมว่าอนาคตจะเป็นเรื่องใหญ่ครับ.012

ขอบคุณ : กันจอมพลัง ,โหนกระแส

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บินตรง’หาดใหญ่-กทม.’ เจ้าของรับเจ้าเหมียว’หมูทะ’ หายตัวจากบ้านนานนับเดือน

Posted on September 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677738

บินตรง'หาดใหญ่-กทม.' เจ้าของรับเจ้าเหมียว'หมูทะ' หายตัวจากบ้านนานนับเดือน

บินตรง’หาดใหญ่-กทม.’ เจ้าของรับเจ้าเหมียว’หมูทะ’ หายตัวจากบ้านนานนับเดือน

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 11.54 น.

4 กันยายน 2565 โลกออนไลน์ เพจ จราจรทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ได้โพสต์ภาพความประทับใจ เจ้าเหมียวแมวลายสลิด หลังหายตัวออกจากบ้านนานนับเดือน พลัดพรากจากเจ้าของมาไกล จากหาดใหญ่สู่เมืองกรุง ระบุข้อความว่า

‘น้องหมูทะ หายจากบ้านนานเกือบ 1 เดือน แม่น้องบินลัดฟ้ามารับน้องกลับบ้านแล้วครับ ขอบคุณทุกๆท่านที่ได้ให้ความช่วยเหลือในทุกๆช่องทางครับ เกิดเหตุฉุกเฉิน ต้องการความช่วยเหลือ บนทางด่วน ติดต่อ exat call center โทร 1543 ครับ’ 

โดยประมาณเมื่อ 2 อาทิยต์ที่ผ่านมา ทางเพจได้เจอแมวตัวนี้บนทางด่วน พบมีปลอกคอคาดว่ามีเจ้าของจึงประกาศตามหา จนเจ้าของตัวจริงพบเห็นจึงติดต่อขอรับตัว เพราะจำได้ว่าเป็นแมวของตนเอง ที่ชื่อหมูทะ หายออกจากบ้านนานนับเดือน จึงขึ้นเครื่องบินตรงจากหาดใหญ่มากรุงเทพฯ เพื่อรับน้องหมูทะกลับบ้าน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ต้อนรับเจ้าตัวจิ๋ว! ‘ลูกนกกระเรียน’พันธุ์ไทย แห่งสวนสัตว์ Mini Zoo ธัญบุรี

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677728

ต้อนรับเจ้าตัวจิ๋ว! 'ลูกนกกระเรียน'พันธุ์ไทย แห่งสวนสัตว์ Mini Zoo ธัญบุรี

ต้อนรับเจ้าตัวจิ๋ว! ‘ลูกนกกระเรียน’พันธุ์ไทย แห่งสวนสัตว์ Mini Zoo ธัญบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.34 น.

4 กันยายน 2565 ที่สวนจัดแสดงทุ่งกระเรียนไทย สวนสัตว์ขนาดเล็ก Mini Zoo ธัญบุรี ตำบลรังสิต อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายอาคม มณีกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากายภาพและจัดการสิ่งแวดล้อม  (ผู้จัดการโครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนจัดแสดงที่ดูแลสัตว์นกกระเรียนแจ้งว่า ได้เกิดสมาชิกใหม่เป็นลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทย ยังไม่ทราบเพศ

โดยเกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นกกระเรียนที่มีเพียง 1 คู่ ที่ทุ่งรังสิต เกิดเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา เป็นลูกนกกระเรียนตัวแรกของทุ่งรังสิต หลังจากที่นกพันธุ์นี้หายสาบสูญจากทุ่งรังสิตไปนานกว่า 100 ปี โดยทางสวนสัตว์พร้อมที่จะโชว์ความน่ารักน่าชังให้กับประชาชน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวภายในสวนสัตว์ Mini Zoo ธัญบุรี ฟรีไม่เสียค่าผ่านประตู

สำหรับนกกระเรียนพันธุ์ไทย ถือว่าเป็นสัตว์ป่าสงวนที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ ลักษณะนกกระเรียนพันธุ์ไทย มีขนที่คอและลำตัวสีเทาเข้มกว่า ไม่มีแถบ ขนสีขาวคั้นระหว่างคอส่วนบน ซึ่งเป็นสีแดงและคอล่างเป็นสีเทา ตัวผู้จะตัวใหญ่กว่าตัวเมีย โดยเมื่อเวลาร้อง ตัวผู้จะกางปีก ตัวเมียจะหุบปีก นกกระเรียนพันธ์ไทยจะอาศัยและหากินบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ

กินอาหารเป็นพวกสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น กุ้ง หอย ปู ฯลฯ ถ้าเป็นพืชจะเป็น หญ้าแห้วทรงกระเทียม หญ้าแห้วหมู การสืบพันธุ์จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน-ปลายเดือนตุลาคม วางไข่ครั่งละ 1-2 ฟอง บริเวณใกล้แหล่งน้ำ นกกระเรียนเป็นสัตว์ป่าที่รักเดียวใจเดียวหากจับคู่แล้วจะไม่แยกจากกัน ถ้าหากคู่ตัวใดตัวหนึ่งตาย ก็อาจจะไม่จับคู่อีกเลยก็เป็นได้

นายอาคม มณีกุล ผู้อำนวยการสำนักพัฒนากายภาพและจัดการสิ่งแวดล้อม (ผู้จัดการโครงการก่อสร้างสวนสัตว์แห่งใหม่) กล่าวว่า สวนสัตว์ขนาดเล็ก Mini Zoo ธัญบุรี เป็นโครงการตามนโยบายของคณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ในระหว่างที่จะรอการดำเนินการก่อสร้างสวนสัตว์ คาดว่าจะเปิดได้ในอีก 3 ปี เบื้องต้นได้มีการสร้างสวนสัตว์ขนาดเล็กขึ้นก่อน หลังจากที่ออกแบบส่วนในการจัดแสดงในเฟสแรก ได้มีนกกระเรียนพันธุ์ไทย โดยทางสวนสัตว์จังหวัดนครราชสีมาสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ มีการนำนกกระเรียน 1 คู่ มาจัดแสดง ซึ่งในธรรมชาติของประเทศไทยนกกระเรียนพันธุ์นี้ได้หายสาบสูญไปแล้ว แต่เราสามารถนำคืนโดยการเพาะขยายพันธุ์แล้วปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ

สำหรับนกกระเรียนคู่นี้ อยู่ในวัยหนุ่มสาวอายุ 5 – 6 ปี เมื่อมาอยู่ด้วยกัน ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่ได้จัดจำลองระบบนิเวศที่มีพืชและอาหารทำให้นกคู่นี้ผสมพันธุ์กัน ได้ออกไข่ออกมา 2 ใบ แต่เมื่อไปดูอีกครั้งพบว่าเหลือแต่เปลือกไข่แล้ว จากนั้นนกกระเรียนได้เลือกทำรังใหม่และออกไข่อีก 2 ใบ จากนั้นวันที่ 24 สิงหาคม ลูกนกกระเรียนได้ฟักออกมาจากไข่เพียง 1 ใบ ส่วนอีกใบ คาดว่าเชื้อไข่ไม่สมบูรณ์เราได้เก็บไว้เป็นตัวอย่าง

ฝากถึงพี่น้องประชาชน เด็กๆและนักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเยี่ยม Mini Zoo ธัญบุรี ถือโอกาสข่าวดีประชาสัมพันธ์ ให้มาดูลูกนกกระเรียนซึ่งเป็น นกกระเรียนตัวแรกที่ทุ่งรังสิต ซึ่งเมื่อก่อนเมื่อ 100 ปี ก่อนนกกระเรียน ละมั่งพันธุ์ไทย สัตว์กีบต่างๆ รวมถึงนกน้ำต่างๆ ทุ่งรังสิตเป็นที่อยู่อาศัยของเขา แต่เมื่อนกกระเรียนได้กลับมาอยู่ตามที่อาศัยของเขา

เราได้จัดระบบนิเวศตรงนี้ให้เป็นธรรมชาติ จึงอยากให้พี่น้องมาดูว่า ลูกนกกระเรียนที่เกิดตามธรรมชาติจริงๆ ได้มีแล้วที่ทุ่งรังสิต เนื่องจากพ่อแม่นกกระเรียนค่อนข้างจะห่วงลูก ขอให้เว้นระยะห่าง และงดส่งเสียงดัง ฝากให้เข้ามาดูการเจริญเติบโต นกกระเรียนนกในทุ่งน้ำตัวแรกของทุ่งรังสิตจะเติบโตอย่างไร.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ตำนานอร่อยกว่า80ปี ร้านดังเมืองสงขลา

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677727

'ขนมไหว้พระจันทร์' ตำนานอร่อยกว่า80ปี ร้านดังเมืองสงขลา

‘ขนมไหว้พระจันทร์’ ตำนานอร่อยกว่า80ปี ร้านดังเมืองสงขลา

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 08.32 น.

4 กันยายน 2565 พูดถึงขนมไหว้พระจันทร์ ในจังหวัดสงขลา ต้องนึกถึงร้านซ้ำโฝ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 172 ถนนกาญขนวนิช บ้านคลองแงะ ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นร้านที่ทำขนมไหว้พระจันทร์ มายาวนานกว่า 80 ปี ตั้งแต่รุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

ร้านซ้ำโฝเป็นร้านทำขนมไหว้พระจันทร์ ที่มีสูตรเด็ดในการทำขนมมานานกว่า 80 ปี ไม่ว่าจะเป็นขนมไหว้พระจันทร์ ไส้ทุเรียนไข่เดียว และไส้อื่นๆ ขนมไหว้พระจันทร์ สีเหลืองและสีขาว ที่นี่รับประกันความอร่อย ขนมไหว้พระจันทร์ร้านนี้ขายดี จนมีชื่อเสียงจากรุ่นคุณพ่อสู่รุ่นลูกเลยทีเดียว 

นางสาววนิดา วิทยมาศ เจ้าของร้านกล่าวว่า ทางร้านมีสูตรทำขนมไหว้พระจันทร์สูตรเด็ดของบรรพบุรุษ พร้อมทั้งคัดสรรวัตถุดิบเกรดเอ วิธีทำถูกหลักอนามัย สะอาด หากใครยังไม่เคยลองชิมขนมไหว้พระจันทร์ ลองแวะซื้อมาทานรับรองว่าอร่อยถูกปาก.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สปสช.’หนุนขยายศูนย์ การดำรงชีวิตอิสระ‘คนพิการ’

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677694

‘สปสช.’หนุนขยายศูนย์  การดำรงชีวิตอิสระ‘คนพิการ’

‘สปสช.’หนุนขยายศูนย์ การดำรงชีวิตอิสระ‘คนพิการ’

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมกับ มูลนิธิสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย และ เครือข่ายคนพิการรักสุขภาพ จัดเวที
ประชาสัมพันธ์รูปแบบการจัดบริการ ของหน่วยบริการรับ-ส่งต่อเฉพาะด้านและการส่งเสริมองค์กรด้านคนพิการเป็นหน่วยบริการรับ-ส่งต่อเฉพาะในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและมอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรบริการการฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการสำหรับคนพิการทางกายและการเคลื่อนไหว เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา

นายอุดมโชค ชูรัตน์ ประธานมูลนิธิสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย กล่าวว่า ตนเคยใช้ชีวิตกับคนพิการรุนแรงขยับได้แค่คอในประเทศญี่ปุ่นแล้วรู้สึกตื่นตาตื่นใจมากที่พบว่าคนกลุ่มนี้สามารถออกมาใช้ชีวิตในสังคม เดินทางไปไหนมาไหนด้วยระบบโดยสารสาธารณะได้ สามารถเป็นถึงผู้บริหารโรงงาน รวมทั้งมีระบบผู้ช่วยมาช่วยในสิ่งที่คนพิการทำไม่ได้ และอยากให้มีระบบที่ช่วยให้คนพิการสามารถดำเนินชีวิตเกิดขึ้นในประเทศไทย

จนกระทั่งปี 2545 องค์กรคนพิการของญี่ปุ่นได้เข้ามาช่วยสนับสนุนอุปกรณ์และจัดอบรมคนพิการในไทยให้สามารถออกมาดำเนินชีวิตในสังคมได้ ซึ่งเมื่อดำเนินการไประยะหนึ่งก็พบว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงของวิธีคิดคนพิการ จากเดิมที่เคยคิดว่าต้องใช้ชีวิตอยู่บนเตียงไปตลอดชีวิต เปลี่ยนมาเป็นคิดว่าคนพิการก็สามารถพัฒนาศักยภาพและออกสู่สังคมได้

ซึ่งเมื่อขับเคลื่อนการดำรงชีวิตอิสระคนพิการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งกลายมาเป็นสภาศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการประเทศไทย จากนั้น สปสช. เห็นความสำคัญและได้ผลักดันให้ศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการเป็นหน่วยบริการรับ-ส่งต่อเฉพาะด้านผู้พิการในที่สุด ทั้งนี้ งานขับเคลื่อนการดำรงชีวิตอิสระคนพิการกล่าวได้ว่าเป็นการนำสิทธิและโอกาสไปสู่คนพิการทั้งในการมีชีวิตเป็นตัวของตัวเอง มีโอกาสไปไหนมาไหนเหมือนคนอื่น

“อย่างไรก็ดี ยังมีคนพิการอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถออกมาดำรงชีวิตในสังคมได้ งานของศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการคือการผลักดันให้คนพิการเหล่านี้เปลี่ยนวิธีคิดให้คิดว่ามีศักยภาพในการดำรงชีวิตในสังคมได้ ซึ่งผู้ฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการที่ผ่านการอบรมจะเป็นคนเข้าไปสร้างการเปลี่ยนแปลงให้คนพิการมีทักษะใช้ชีวิตในสังคมได้ต่อไป” นายอุดมโชค กล่าว

ด้าน นพ.จักรกริช โง้วศิริ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การผลักดันศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการนั้นสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) จากเดิมที่รัฐเป็นผู้ให้-ประชาชนเป็นผู้รับมาเป็นการให้ทุกคนมีความเสมอภาคและเข้ามามีส่วนร่วมมีบทบาทในเรื่องนี้ ซึ่งในขณะนี้ยังมีคนพิการอีกหลายคนที่ต้องการแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ตนขอให้กำลังใจแก่การขับเคลื่อนงานด้านการดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ และในอนาคต ตนอยากเห็นศูนย์การดำรงชีวิตอิสระคนพิการเกิดขึ้นในทุกพื้นที่ทุกจังหวัดหรืออย่างน้อยได้ 50% ก็ยังดี

“นอกจากการสร้างแรงผลักดันให้สามารถออกมาใช้ชีวิตในสังคม สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้แล้ว อยากเห็นการทำงานร่วมกับท้องถิ่นในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่คนพิการ มีตัวอย่างดีๆ ที่ จ.สงขลา ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้จัดตั้งศูนย์ซ่อมซ่อมบำรุง ยืม-คืน กายอุปกรณ์ ซึ่งช่างซ่อมในศูนย์นี้มีแต่คนพิการ แสดงให้เห็นว่าถ้าทุกคนช่วยกันเปิดพื้นที่ คนพิการก็สามารถทำงานได้ และการขับเคลื่อนไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจากรัฐอย่างเดียว ยังมีงบประมาณในองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นอีกจำนวนหนึ่งที่สามารถร่วมมือกับเปิดพื้นที่ให้คนพิการได้” รองเลขาธิการ สปสช. กล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน สปสช.1330 หรือช่องทางระบบออนไลน์ทั้งไลน์ สปสช. ไลน์ไอดี@nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6 และ Facebook : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รายงานพิเศษ : ‘แม่วัยใส-จนข้ามรุ่น’ ตัดวงจรไม่ส่งต่อ..ทำได้!

Posted on September 4, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/677682

รายงานพิเศษ : ‘แม่วัยใส-จนข้ามรุ่น’  ตัดวงจรไม่ส่งต่อ..ทำได้!

รายงานพิเศษ : ‘แม่วัยใส-จนข้ามรุ่น’ ตัดวงจรไม่ส่งต่อ..ทำได้!

วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

หมายเหตุ : เรียบเรียงจากการบรรยายหัวข้อ “พ่อแม่วัยรุ่นกับปัญหาความยากจนข้ามรุ่นของสังคมไทย” โดย ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ ประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ และกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และอดีตอาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “สร้างการเรียนรู้ให้พ่อแม่วัยรุ่น เพื่อแก้ปัญหาความยากจนข้ามรุ่น”จัดโดย กสศ. เมื่อเร็วๆ นี้

อาจารย์สมพงษ์ เริ่มด้วยการเล่าย้อนประวัติการทำงานในแวดวงการศึกษา ผ่านเหตุการณ์สำคัญ เช่น ข้อถกเถียงว่าสมควรตั้งตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยในโรงเรียนหรือไม่ โดยในปี 2553-2555 พบข้อมูลที่น่าตกใจคือ ประเทศไทยมี “แม่วัยใส” หรือเด็กสาวที่ตั้งครรภ์ก่อนเวลาอันควร มากกว่า 120,000 คน เป็นที่ฮือฮาในสังคมมาก ณ เวลานั้น จนอาจเป็นประเทศที่พบแม่วัยใสมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้รัฐบาลเริ่มหาทางแก้ปัญหาอย่างจริง

“จะเห็นว่าปี 2563 ตัวเลขลดลงมาตามลำดับจนในที่สุดตอนนี้เหลือ 56,000 คน แต่ตัวเลขด้านเด็กอายุ 10-14 ปี จาก 3,700 คน ก็เหลือ 1,783 คน ฉะนั้นตัวเลขในปี 2569 เราจะตั้งเป้าหมายว่าจะต้องลดลงให้ได้มากที่สุด จนเหลือเด็กอายุ 10-14 ปี ซึ่งไม่น่าจะตั้งครรภ์ในเวลานี้ เหลือ 0.5 ต่อจำนวนประชากร 1,000 คน และในวัยรุ่นแล้ว อายุ 15-19 ปี เป้าหมายคือลดลงมาให้เหลือ 28.7 และเป้าหมายคือ 25 ต่อ 1,000ใกล้เคียงแล้ว” อาจารย์สมพงษ์ ระบุ

เมื่อลงลึกในรายละเอียด พบว่า “พื้นที่ชายแดนหรือพื้นที่อุตสาหกรรม มักพบแม่วัยใสจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ” เช่น จังหวัดในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกอย่าง ฉะเชิงเทรา ระยอง รวมถึงที่ใกล้เคียงอย่าง ปราจีนบุรี หรือจังหวัดที่เป็นท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์ “เคยมีการศึกษาพบว่า..ความเป็นแม่วัยใสสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้” กล่าวคือ หากแม่ตั้งครรภ์ตั้งแต่วัยเรียน ในอนาคตเด็กสาวที่เป็นลูกของแม่ลักษณะนี้จะมีแนวโน้มตั้งครรภ์ในวัยเรียนด้วยเช่นกัน

อาจารย์สมพงษ์ ยกตัวอย่างหนึ่งที่ จ.ปราจีนบุรี เด็กสาวตั้งครรภ์และต้องออกจากโรงเรียนระหว่างที่ยังเรียนอยู่ชั้น ม.2 เด็กสาวรายนี้พบว่าลูกเกิดมาเป็นเพศหญิง
เมื่อไม่ได้เรียนก็เข้าสู่ชีวิตการทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งชีวิตแต่ละวันอยู่กับการทำงานตั้งเวลาปกติ 8 ชั่วโมงพ่วงด้วยล่วงเวลา (OT) กว่าจะกลับบ้านก็มืดค่ำ ในเวลานั้น เด็กหญิงที่เกิดจากแม่วัยใส ค่อยๆ เติบโตเป็นสาว ซึ่งเมื่อไม่ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่เพราะแม่ต้องทำงานจนไม่มีเวลา ประกอบกับสภาพแวดล้อมรอบข้างก็ไม่ดีนัก บทสรุปคือ “ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”ตั้งครรภ์ในวัยเรียนไม่ต่างจากแม่ตนเอง

จากข้อค้นพบนี้ “การแทรกแซงเพื่อตัดวงจรจึงมีความจำเป็น” โดยมีตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง เด็กสาวชั้น ม.ปลาย ในจังหวัดทางภาคเหนือ ปกติแล้วตั้งใจเรียน แต่วันหนึ่งก็ก้าวพลาดตั้งครรภ์ ต้องออกจากโรงเรียนไปทำงานร้านสะดวกซื้อ อย่างไรก็ตาม เด็กสาวรายนี้ได้รับความช่วยเหลือที่จำเป็น ทำให้สามารถกลับมาเรียนจนจบ ม.ปลาย และเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยได้ พร้อมๆ กับเลี้ยงลูกไปด้วย

“เรื่องแม่วัยใสมันมีทั้งด้านซ้าย ถ้าเราไม่ช่วยเหลือ เด็กก็จะส่งต่อ ในขณะที่ถ้ามีการช่วยเหลือจากภาครัฐ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ช่วยจากภาค NGO (องค์กรพัฒนาเอกชน) ภาคประชาสังคมที่เข้าไปช่วยออกแบบการเรียนรู้ให้กับเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นลักษณะของการออกแบบที่เราเรียกว่า Family Center (ครอบครัวเป็นศูนย์กลาง) เด็กก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น” อาจารย์สมพงษ์ กล่าว

ในปี 2563 กสศ. พบเด็กที่ตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม 899 คน จากเด็กทั้งหมดราว 36,000 คน ที่ กสศ. ให้ความช่วยเหลือขณะเดียวกัน มีเยาวชนอายุ 15-24 ปี ที่ต้องออกจากระบบการศึกษาไปประมาณ 9 แสนคน ดังนั้นแล้วความคาดหวังเรื่องเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของประเทศก็ดี หรือการเตรียมพร้อมเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ก็ตาม คงเป็นไปได้อยาก หากยังมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากขนาดนี้ที่จบเพียงชั้นประถมหรือมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นได้เพียงแรงงานไร้ฝีมือ(Unskilled Labour) สุ่มเสี่ยงเป็นผู้มีรายได้น้อยไปตลอดชีวิต และมีความจนเป็นมรดกให้คนรุ่นถัดไป

อาจารย์สมพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ในการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ ต้องเริ่มจาก “เยียวยาจิตใจ” เด็กคนหนึ่งต้องออกจากระบบการศึกษา ซ้ำร้ายครอบครัวและสังคมรอบข้างยังมองในแง่ลบ อีกทั้งต้องมีภาระในการเลี้ยงดูชีวิตใหม่ที่เกิดมาอีก จึงต้องเข้าใจพื้นฐานจิตใจ ให้ความรักและรับฟังปัญหาก่อน ขณะที่การออกแบบการศึกษาที่เรียกว่า Family Center นั้น หมายถึงการที่พ่อและแม่วัยรุ่น จะต้องไปด้วยกันได้ทั้งด้านการเลี้ยงลูก การทำงานและการศึกษา การฟื้นฟูคนกลุ่มนี้จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน รวมถึงครอบครัวของพ่อแม่กลุ่มนี้ก็จะต้องมาช่วยเลี้ยงลูกด้วย

ดังนั้นการจัดการชีวิตครอบครัว จึงมาจากการทำงานร่วมกันระหว่างครอบครัวของพ่อแม่วัยรุ่นที่พลาดพลั้งกับภาคประชาสังคม ส่วนด้านอาชีพนั้น เป็นการสนับสนุนให้ฝึกวิชาชีพระยะสั้น สามารถนำไปใช้ทำงานได้เร็ว โดย กสศ. จะมีทุนตั้งต้นให้ สุดท้ายเมื่อพ่อแม่วัยใสเริ่มมีอาชีพเลี้ยงตนเองและลูกที่เกิดมาได้ ไม่เป็นภาระใคร ทัศนคติจากสังคมรอบข้างก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้ มันจะทำให้เกิดการนำพาครอบครัวไปสู่อนาคตที่ดี มีอาชีพ มีรายได้ มีเรื่องอะไรต่างๆ แล้วสุดท้ายมันจะตัดวงจรเรื่องความยากจนข้ามรุ่น การส่งต่อเรื่องแม่วัยใสไปสู่รุ่นลูกเขาได้” อาจารย์สมพงษ์ ฝากทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, รายงานพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,937,409 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
คนไทยร่อแร่! ไอเอฟดีโพล เผย 88% ปากท้องตึง-หมดหวัง ขยันแค่ไหนชีวิตก็ไม่ดีขึ้น
เพิ่มทางเลือกการรักษา ยาต้านไวรัสตับอักเสบซี ‘ราวิดาสเวียร์ ขึ้นทะเบียนแล้วในไทย
ฉัตรมงคลรำลึก 4 พฤษภาคม 2569 ‘เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎรตลอดไป’
กางโรดแมพ ‘EV–SAF’ ครบวงจร พลิกโครงสร้างพลังงาน ดับวิกฤต PM 2.5
ก.เกษตรฯเตรียมชง ครม. ขยายเพดานโควต้านมโรงเรียน ถึง ม.3 แก้ปัญหานมค้างสต๊อก
พิพัฒน์ ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นทุกด้าน 8 พ.ค.นี้ หลัง ปชช.จ่อยื่นคัดค้านแลนด์บริดจ์
OPEC ประกาศเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันดิบ ไม่พูดถึงปม UAE ถอนตัว
อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
ณัฏฐ์ชนน เผยมือลั่นไลน์ออกจากกลุ่ม ยันไร้ปัญหาน้อยใจ เดินหน้าทำงานต่อ

Recent Posts

  • อิหร่านประกาศพร้อมตอบโต้ หากกองทัพสหรัฐฯ เข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ หลังทรัมป์สั่งช่วยเรือ
  • นายกฯ ญี่ปุ่นเตือนวิกฤตน้ำมันกระทบหนักภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  • ผู้นำไต้หวันเยือนประเทศเอสวาตินี ลงนามความร่วมมือ ท้าทายแรงกดดันจีน
  • ทหารสหรัฐฯ 2 นายสูญหาย ขณะร่วมซ้อมรบในโมร็อกโก
  • ทรัมป์ประกาศ เริ่ม “Project Freedom” พาเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d