Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘อดีตที่ฝังรอยมาจากบุพชาติ’ ของ ‘หลวงปู่หลุย จันทสาโร’ วัดถ้ำผาบิ้ง

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/674030

'อดีตที่ฝังรอยมาจากบุพชาติ' ของ 'หลวงปู่หลุย จันทสาโร' วัดถ้ำผาบิ้ง

‘อดีตที่ฝังรอยมาจากบุพชาติ’ ของ ‘หลวงปู่หลุย จันทสาโร’ วัดถ้ำผาบิ้ง

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.23 น.

หลังจากที่เสร็จงานพิธีบรรจุอัฐิธาตุท่านพระอาจารย์บุญ ปัญญาวุโธ (พระอาจารย์องค์แรกของหลวงปู่หลุย จันทสาโร) ในเจดีย์ที่ก่อขึ้นมา ณ บริเวณวัดพระบาทบัวบกแล้ว หลวงปู่หลุย จันทสาโร สมัยเมื่อท่านได้ ๕ พรรษา ท่านก็ออกธุดงค์วิเวกมาทางจังหวัดเลยและจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางสายนั้น ขณะนั้นยังเป็นป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์มากที่สุด มีภูเขาใหญ่น้อยเรียงรายกันเป็นดุจทะเลภูเขา เวลาเย็นเห็นแสงพระอาทิตย์ส่องผ่านไปให้สีสันต่างๆ กัน เหมือนคลื่นภูเขาเหล่านั้นกำลังตีฟองคะนองอยู่ในอากาศ อากาศวิเวก ชวนให้ภาวนา

ท่านเล่าว่า การเดินแบบนั้นได้ประสบรสแห่งความวิเวกอย่างดีที่สุด ซึ่งในปัจจุบันนี้แทบจะหาความสงบสงัดวิเวกทำนองนั้นไม่ได้อีกแล้ว เพราะได้มีรถยนต์เป็นยานพาหนะ จะไปไหนมาไหนก็รวดเร็ว การสงบจิตติดตามไปมิได้วังเวงวิเวกเช่นการเดินด้วยเท้าดังครั้งก่อน

ท่านแวะมาที่หล่มสักด้วยโยมมารดาของท่าน (เจ้าแม่นางกวย) มีพื้นเพภูมิลำเนาอยู่ที่นั้น จึงยังมีบ้านญาติบ้านพี่บ้านน้อง คนคุ้นเคยอยู่มาก ท่านมาถึงได้ทราบว่า บ้านญาติคนหนึ่งมีงานศพ นิมนต์พระไปสวดมนต์ ท่านก็ได้รับนิมนต์ไปในงานสวดมนต์นั้นด้วย

หลวงปู่หลุยเล่าให้ฟังว่า ท่านไม่เคยคิดเลยว่า การแวะไปเยี่ยมญาติและสวดมนต์ในครั้งนั้น จะทำให้ท่านถึงกับซวดเซลงแทบจะล้มลงทั้งยืน

ล้ม…ล้มอย่างไม่มีสติสตังเลยทีเดียว ท่านเล่าให้เฉพาะผู้ใกล้ชิดฟังว่า วันนั้นท่านกำลังสวดมนต์เพลินอยู่ ระหว่างหยุดพักการสวด เจ้าบ้านก็นำน้ำปานะมาถวายพระแก้คอแห้ง บังเอิญตาท่านชำเลืองมองไปในหมู่แขกที่กำลังนั่งฟังสวดมนต์อยู่ เพียงตาสบตา ท่านก็รู้สึกแปล๊บเข้าไปในหัวใจ

หมือนสายฟ้าฟาด แทบจะไม่เป็นสติสมประดี ท่านกล่าวว่า เพียงตาพบแว้บเดียว ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ท่านก็เซแทบจะล้ม เผอิญขณะนั้น ท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ได้รับนิมนต์ไปด้วย ท่านคงสังเกตถึงอาการ หรือว่าท่านอาจจะกำหนดจิตทราบเหตุการณ์ก็ได้ ท่านจึงเข้ามาประคองไว้ เพราะมิฉะนั้นหลวงปู่หลุยคงจะล้มลงจริงๆ

ฝ่ายหญิงที่นั่งอยู่ทางด้านโน้นก็เป็นลมไปเช่นกัน คงจะเป็นอำนาจความเกี่ยวข้องแต่บุพชาติมา ที่มาบังคับให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้น

ท่านบอกว่าในหัวอกเหมือนจะมีอะไร แต่ภายหลังได้พิจารณากลับมา และเมื่อท่านพระอาจารย์สิงห์ได้อธิบายให้ท่านทราบในภายหลังว่า การครั้งนี้เป็นนิมิต เนื่องจากบุพเพสันนิวาสท่านและสุภาพสตรีผู้นั้น เคยเป็นเนื้อคู่เกี่ยวข้องกันต่อมาช้านาน เคยบำเพ็ญบารมีคู่กันมา โดยเฉพาะเมื่อภายหลังหลวงปู่หลุยได้สารภาพถึงความในใจที่ตั้งปรารถนาพุทธภูมิ ท่านพระอาจารย์สิงห์ก็อธิบายว่า เธอผู้นั้นก็คงได้ปรารถนาบำเพ็ญบารมีคู่กันมาเช่นกัน

ท่านก็เลยเล่าว่า ครั้งหนึ่งหลวงปู่อีกองค์หนึ่งก็เช่นกัน ระหว่างที่มากรุงเทพฯ เดินบิณฑบาตอยู่แถววัดสระปทุม ได้พบสตรีคนหนึ่งนั่งรถสามล้อผ่านไป (สมัยนั้นในกรุงเทพฯ มีรถสามล้อเป็นยานพาหนะด้วย – คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียน) ท่านบอก เพียงตาสบตาเท่านั้น ความรู้สึกมันปล๊าบไปทั้งตัว แทบจะวิ่งตามเขาไป คราวนั้นพระเถระผู้ใหญ่ต้องให้สติและขังท่านไว้ในโบสถ์ พิจารณาดับความรู้สึกกันอยู่นาน ด้วยการเจริญอสุภะจึงสำเร็จ คราวนั้นหลวงปู่องค์นั้นท่านก็เล่าว่า ไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้นมาก่อน แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนด้วยซ้ำ เขาจะไปที่ไหน อย่างไร ก็ไม่ทราบ แต่ใจมันวิ่งเตลิดตามเขาไป พิจารณาแล้วก็ได้ความเช่นกัน ว่าเป็นคู่ที่เคยมีบุพเพสันนิวาสกันมาแต่ชาติก่อน อำนาจกรรมนั้นจึงมาประจักษ์ แต่หากว่าบุญบารมียังมีในเพศพรหมจรรย์ ท่านจึงปลอดภัยไปจากกรรมนี้ได้

(เรื่องหลวงปู่อีกองค์หนึ่งที่หลวงปู่หลุยท่านเอ่ยถึงนี้ ภายหลังเมื่อหนังสือ “จันทสาโรบูชา” พิมพ์แพร่หลายไป ท่านพระอาจารย์สุวัจน์ สุวโจ ได้กล่าวยืนยันกับผู้เขียนว่า เป็นเรื่องจริงที่บังเกิดขึ้นกับหลวงปู่ฝั้น อาจาโร แห่งวัดป่าอุดมสมพร หลวงปู่ฝั้นท่านจะเล่าให้ศิษย์ใกล้ชิดฟังเป็นอุทาหรณ์ ให้สำรวมระวังภัยแบบนี้ องค์หลวงปู่ฝั้นท่านต้องถูกขังไว้ในโบสถ์วัดสระปทุมถึงเจ็ดวัน – คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียน พ.ศ. ๒๕๕๓)

สำหรับกรณีของหลวงปู่หลุยก็เช่นกัน แต่ของท่านนั้นเนื่องจากเป็นการปรารถนาพุทธภูมิเคียงคู่กันมา จึงมีอำนาจรุนแรงมาก และเนื่องจากว่า ฝ่ายหญิงมิได้พบกันแล้วก็ห่างกันไปแบบในกรณีของหลวงปู่องค์นั้น ต้องพบประจันหน้ากันอีกหลายครั้ง เนื่องด้วยผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเป็นผู้คุ้นเคยกันประหนึ่งญาติ และมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมาหลายชั้น ตั้งแต่ครั้งบิดามารดา ต้องพบเห็นกัน ไม่ใช่ว่าเป็นการพบกันแล้วก็ผ่านจากไป เช่นนั้นอาจจะเป็นกรณีที่ง่ายหน่อย แต่การนี้หลังจากพบครั้งแรกแล้วนั้น ก็ยังต้องเห็นกันอีก กรณีจึงแตกต่างจากพระเถระครูบาอาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานองค์อื่น ในชาตินี้

นอกจากที่ว่าชั้นบิดามารดารู้จักคุ้นเคยกันประหนึ่งญาติพี่น้อง อาจจะเคยเห็นกันในสมัยวัยเด็ก แต่อย่างไรก็ตาม ฝ่ายหญิงได้ถูกส่งตัวเข้ามารับการศึกษาในพระนครเสียตั้งแต่ยังเด็ก ได้รับการศึกษาชั้นสูง จึงแทบมิได้พบหน้ากันอีก เมื่อมาพบฝ่ายหญิงนั้น ท่านอยู่ในเพศบรรพชิตแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งเป็นกุลสตรีแสนสวย เป็นรอยแห่งอดีตที่มาพบพานกัน

ความจริงท่านไม่เคยเล่าถึงรูปลักษณ์ของ “รอยอดีต” ของท่าน แต่บังเอิญผู้เขียนเกิดทราบขึ้นมาเอง วันนั้นเป็นเวลาที่มีการสนทนาธรรมกัน และหลวงปู่หลุยกำลังเทศนาอธิบายถึงแรงกรรม โดยเฉพาะกรรมเกี่ยวกับบุพเพสันนิวาส ที่พระเณรจะต้องประสบและจะต้องมีกำลังใจอย่างมากที่จะเอาชนะให้ได้ในที่สุด สุดท้ายวันนั้นท่านได้ยกกรณีของท่านขึ้นมาว่า องค์ท่านเองยังแทบเป็นลม ฝ่ายท่านนั้นพระเถระต้องเข้าประคอง ฝ่ายหญิงเป็นลมญาติผู้ใหญ่และมารดาต้องเข้าประคอง ขณะฟังไม่ทราบว่าเพราะอะไรผู้เขียนรู้สึกสว่างวาบขึ้นในใจ เข้าใจนึกถึงชื่อเธอขึ้นมา กราบเรียนท่านโดยเอ่ยชื่อเธอ…ว่าใช่ไหมสุภาพสตรีท่านนั้น หลวงปู่หลุยค่อนข้างจะตกใจที่ทำไมศิษย์เกิดรู้จักขึ้นมาได้แต่ท่านก็อึ้งและยอมรับว่าเข้าใจถูกแล้ว

ฉะนั้น การพรรณนารูปร่างลักษณะของเธอ ซึ่งผู้เขียนเผอิญรู้จัก และมีความเคารพนับถือ…นับถือในอัจฉริยะของเธอ จึงเป็นการบรรยายจากผู้เขียนฝ่ายเดียว หลวงปู่หลุยท่านมิได้เล่ารายละเอียดเหล่านั้น ผู้เขียนเพียงแต่ช่วยวาดภาพให้ท่านผู้อ่านได้นึกถึงเรื่องและเข้าใจตามไปด้วยเท่านั้น ว่าเป็นการยากลำบากและต้องการพลังใจอันเด็ดเดี่ยวเพียงใด ที่หลวงปู่หลุยท่านจะสามารถตัดกระแสความผูกพันจากรอยอดีต โดยเฉพาะผู้ที่เป็นคู่บารมีมาสำหรับการปรารถนาพุทธภูมิ

“รอยอดีต” ของท่านเป็นกุลสตรีที่ได้รับการศึกษามาอย่างดี จบการศึกษาชั้นมัธยมบริบูรณ์จากโรงเรียนสตรีที่มีชื่อทางภาษาต่างประเทศ นานๆ เมื่อกลับไปเยี่ยมบ้าน ก็กลับไปแบบหญิงสาวสมัยใหม่ รูปสวย นัยน์ตาโตงาม มีคนหลายคนที่เล่าว่า เวลาที่เห็นเธอกลับไปเยี่ยมบ้านนั้น เสมือนหนึ่งเห็นเทพธิดาล่องลอยอยู่ในฟ้า ขี่ม้าเก่ง แต่งตัวสวย แบบสาวชาวกรุงแท้ ผมสวย หน้าสวย

ความจริงแล้ว เจ้าแม่นางกวย โยมมารดาของหลวงปู่หลุย จันทสาโรนั้น ก็เป็นผู้ที่มีชื่ออยู่มากในเรื่องแต่งตัวงาม ผมของท่านจะจับหย่ง ใช้ขี้ผึ้งจับจอนให้งดงาม เป็นที่เลื่องลือกันทั้งหมู่บ้าน และมีชาวบ้าน มีเพื่อนบ้านใกล้เคียง ผู้ที่เป็นหญิงสาวมักจะมาขอเรียนการทำผมที่ทำไมจึงจะสวยได้อย่างเจ้าแม่นางกวย กลายเป็นที่พูดกันว่า ท่านเป็นประหนึ่งผู้ทำผมให้กับหญิงสาวทั้งหมู่บ้าน แต่นั้นก็เป็นแบบผมในสมัยของท่าน

กุลสตรีท่านนี้เป็นแบบสาวสมัยใหม่ ผมงามแบบผมท่าน ขี่ม้าเก่ง และไม่ได้แต่งตัวแบบหญิงสาวชนบท สวมกางเกงขี่ม้าใส่รองเท้าท็อปบู๊ต ต่อมาภายหลัง หลังจากที่ต้องจากกันแล้ว เมื่อเธอกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพมหานคร เธอก็ได้มามีชื่อเสียงอย่างมาก และเป็นที่รู้จักกันดีสำหรับผู้ที่รักหนังสือทั้งหลาย เข้าใจว่า ผู้ที่มีอายุประมาณ ๕๐ ปีขึ้นไปนั้นจะต้องเคยได้ยินชื่อของเธอมามาก

หลวงปู่หลุยจึงเล่าภายหลังว่า ท่านรู้สึกเหมือนกับว่าหัวอกแทบจะระเบิด อกกลัดเป็นหนอง แต่ใจหนึ่งก็คิดมุ่งมั่นว่า จะต้องบำเพ็ญเพศพรหมจรรย์ต่อไป

ท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม เข้าใจในความรู้สึกของหลวงปู่หลุยผู้เป็นศิษย์ใหม่ได้ดี ท่านจึงจัดการพาตัวหลวงปู่หลุยรีบจากหล่มสักมาโดยเร็วที่สุด หลวงปู่หลุยกล่าวว่า ไม่ใช่เป็นการพาตัวมาอย่างธรรมดา แต่เป็นการควบคุมนักโทษ ผู้นี้ให้หนีออกมาจากมารที่รบกวนหัวใจแต่โดยเร็ว

หลวงปู่หลุยกล่าวว่า เป็นการเคราะห์ดีอย่างยิ่งที่บังเอิญเจ้าภาพที่หล่มสักนั้น ได้นิมนต์ท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ไปร่วมในงานศพในครั้งนั้นด้วย หากไม่มีพระเถระช่วยให้สติปรับปรุงแถมยังคอยควบคุมตัว ท่านว่า ไม่ทราบว่าจะรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกามาได้หรือไม่ ท่านได้เห็นจริงในตอนนั้นว่า มาตุคามเป็นภัยแก่ตนอย่างยิ่ง เมื่อพระอานนท์กราบทูลถามสมเด็จพระพุทธองค์ว่า ควรปฏิบัติต่อมาตุคามเช่นใด พระพุทธเจ้าได้ตรัสว่า “ไม่ควรมอง ถ้าจำเป็นจะต้องมอง ก็ไม่ควรพูดด้วย ถ้าจำเป็นจะต้องพูดด้วย ก็ให้ตั้งสติ” ท่านตรัสบอกขั้นตอนปฏิบัติต่อมาตุคามเป็นลำดับๆ ไป แต่นี่หลวงปู่เพียงโดนขั้นแรก มองก็ถูกเปรี้ยงเสียแล้ว ถ้าเป็นนักมวยก็ขึ้นเวทียังไม่ทันจะเริ่มต่อย ก็ถูกน็อค

ท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม นี้เป็นศิษย์รุ่นใหญ่ของท่านพระอาจารย์มั่น ต่อมาได้รับสมณศักดิ์เป็นที่ พระญาณวิศิษฏ์สมิทธิวีราจารย์ ท่านได้เห็นพระรุ่นน้องแสดงกิริยาดูน่ากลัวว่าจะพ่ายแพ้อำนาจของกิเลส ถ้าเป็นนักสู้ ก็เป็นนักสู้ที่ยินยอมจะให้เขายกกรีธาพาเข้าสู่ที่ประหารชีวิตแต่โดยดี ไม่พยายามฝืนต่อสู้แต่อย่างใด

ท่านจึงควบคุมนักโทษ “ซึ่งเป็นนักโทษหัวใจ” ผู้นั้น รีบหนีออกจากหล่มสักโดยเร็ว ออกมาจากสถานที่เกิดเหตุคือเมืองหล่มสักโดยเร็วที่สุด เที่ยววิเวกลงมาตามป่าตามเขา และเร่งทำตบะความเพียรอย่างหนัก

ท่านพระอาจารย์สิงห์สนับสนุนให้หลวงปู่หลุยอดนอน อดอาหาร เพื่อผ่อนคลายความนึกคิดถึงมาตุคาม ให้เร่งภาวนาพุทโธ…พุทโธถี่ยิบ และนั่งข่มขันธ์ แต่ความกลับกลายเป็นโทษ เคราะห์ดีท่านไม่ตามนิมิต ซึ่งแทนที่จะยอมสิโรราบตามเคราะห์กรรมที่มีอยู่เช่นนั้น เพราะเคยมีกรรมต่อกันมาเช่นนั้น ทำให้พอเห็นก็มืออ่อนเท้าอ่อน ยอมตายง่ายๆ ท่านกลับเข้าหาครู เชื่อครู เล่านิมิตถวาย ท่านพระอาจารย์สิงห์ท่านได้โอกาส จึงได้อบรมกระหน่ำเฆี่ยนตีทันควัน

ท่านกล่าวว่า ตัวท่านผ่านเหตุการณ์อันน่าสยดสยองมาได้แล้ว ท่านหลวงปู่หลุยมองย้อนกลับไปจึงได้คิดว่า ผู้ที่มีญาณซึ่งสามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ในอดีตก็ดี หรือภาพอนาคตก็ดี หากผู้ล่วงรู้อดีต อนาคตนั้น ไม่มีคุณธรรมมั่นคงแข็งแรงก็อาจจะเป็นผลเสียได้ อยู่ดีๆ เกิดไปรู้ว่าเคยชอบเคยรักกับใครก็จะลำเอียงไปตามนั้น ถ้าไปพบว่ามีเรื่องผูกพันกัน โกรธกัน ไปรู้เข้า ก็จะยุ่งแน่ ดังเช่นเกิดญาณรู้อยู่คนนั้นเคยมาข่มเหงเรา ฆ่าเรา พอรู้เข้าในชาตินี้ กลับอยากจะอาฆาตเตรียมตัวที่จะไปข่มเหงเขา ฆ่าเขาตอบแทนเรื่อยๆ นี่แหละท่านถึงไม่ให้ปุถุชนคนกิเลสหนาปัญญาหยาบได้ล่วงรู้ถึงอดีต รู้ถึงอนาคต ด้วยจิตยังมีริษยาอาฆาตโกรธแค้นต่อกันอยู่

………………………

คัดลอกเนื้อหามาจากหน้า ๓๐-๓๓ หนังสือ จันทสาโรบูชา ชีวประวัติ ปฏิปทา และพระธรรมเทศนา พระคุณเจ้าหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง อ.วังสะพุง จ.เลย คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ผู้เขียนและเรียบเรียง (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนึ่งเดียวในไทย 3 ปีมี 1 ครั้ง ‘วัดแหลมทอง’ เตรียมจัดพิธี ‘มหากระทิงวัน’แก้ดวงชะตา

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673994

หนึ่งเดียวในไทย 3 ปีมี 1 ครั้ง 'วัดแหลมทอง' เตรียมจัดพิธี 'มหากระทิงวัน'แก้ดวงชะตา

หนึ่งเดียวในไทย 3 ปีมี 1 ครั้ง ‘วัดแหลมทอง’ เตรียมจัดพิธี ‘มหากระทิงวัน’แก้ดวงชะตา

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.02 น.

วันที่ 17 ส.ค.65 ที่วัดแหลมทอง ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พระครูธรรมปรีชากร (หลวงพ่อธีระเวทย์) เจ้าอาวาสวัดแหลมทอง เปิดเผยว่า ทางวัดแหลมทอง จะจัดพิธีมหากระทิงวันครั้งที่ 7 เป็นพิธีสวดมหาพุทธาภิเษก และพิธีสวดปริตตะมังคลาภิเษกดวง โดยจะนำแผ่นดวงที่เขียนวันเดือนปีเกิดของผู้ที่เข้าร่วมในพิธีมหากระทิงวัน นำไปเก็บไว้ในพระอุโบสถนานถึง 3 ปี ซึ่งทางวัดแหลมทองจะมีการทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิทุกวัน เช้า-เย็น จะแผ่เมตตา บารมี พลังอำนาจแห่งจิตไปสู่แผ่นดวงของผู้เขียนไว้ในพิธีมหากระทิงวันเพื่อให้มีความเจริญผาสุกสืบต่อไป 

สำหรับวันมหากระทิงวัน ตามหลักโหราศาสตร์ถือเป็นวันที่เข้มแข็ง เป็นวันที่อดทน มีชัยชนะ ปราดเปรียว สมดั่งชื่อกระทิงวัน โดยทางวัดแหลมทองจัดทำพิธีนี้ 3 ปีต่อ 1 ครั้ง 

พระครูธรรมปรีชากร กล่าวอีกว่า พิธีมหากระทิงวันครั้งที่ 7 นี้เป็นปีที่ครบ 3 ปีต่อหนึ่งครั้ง ซึ่งเป็นพิธีที่มีความเข้มขลังเข้มข้นมากและเป็นพิธีที่เป็นที่คนที่เคยได้เข้าร่วมแล้วยอมรับ โดยแผ่นทองที่เขียนดวงของผู้ที่เข้าร่วมแต่ละคนจะถูกนำเข้าร่วมในพิธีและมีการเก็บรักษาไว้เพื่อแผ่เมตตาจิตอีก 3 ปีจึงอยากเชิญชวนท่านทั้งหลายทั้งผู้หญิง ผู้ชายคนเฒ่า คนแก่ รวมทั้งเด็ก นักเรียน นักศึกษาได้เข้ามาร่วมพิธีในครั้งนี้ เพราะเป็นที่รู้ดีอยู่แล้วว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีอุปสรรคขวากหนามมากมายเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บและธุรกิจการค้าต่างๆ 

เพราะฉะนั้นตัวเราเองหรือคนที่มาร่วมงานได้มีโอกาสนำดวงของท่านมาฝากไว้เพื่อร่วมในพิธี ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม 2565 ในครั้งนี้จะเป็นพิธีใหญ่และจะมีพระมหาเถระมาร่วมทำพิธีโดยในครั้งนี้ด้วย และมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) วัดไตรมิตร เมตตามาเป็นประธานจุดเทียนชัยและทางวัดแหลมทองเองจะมีพิธีพุทธาภิเษกปลุกเสก 2 ชั้น ปลุกเสกแปดทิศ ยืน เดิน นั่ง นอน ตามแบบฉบับพระพุทธเจ้าที่มีสี่อิริยาบถ

การจัดพิธีในครั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นให้ญาติโยมทั้งหลายเพราะคนเรามีเคราะห์บาปเคราะห์กรรมมากมาย และในการจัดทำพิธีไม่ใช่เพื่อการค้าเราทำเพื่อให้ญาติโยมได้รับในสิ่งที่ดีโดยเฉพาะการแผ่พลังจิตในครั้งนี้ เริ่มทำตั้งแต่เวลา 18.00 น.ไปจนถึง 21.00 น. ซึ่งในระหว่างนั้นจะมีการเจริญพุทธมนต์เจริญพระธรรมจักรก่อนเป็นปฐมและจะจุดเทียนชัยในช่วงเวลา 18.00 น. เรื่อยไปจนจบพิธีต่างๆ ซึ่งคนที่สนใจแต่ไม่สามารถเดินทางมาได้ก็สามารถค้นหาในสื่อออนไลท์แสกนคิวอาร์โค้ดส่งดวงของท่านมาที่ทางวัด ซึ่งทางวัดจะทำการรวบรวมดวงของทุกท่านเข้าร่วมในพิธีในครั้งนี้อย่างครบถ้วนทุกคน 

“ปีนี้ถือว่าเป็นปีพิเศษ ซึ่งหลายปีมากกว่าจะเวียนมาบรรจบ ที่เรียกได้ว่าเป็นปีเสือเดือนสิงห์กระทิงวัน ปีเสือก็คือปีขาล เดือนสิงห์ คือเดือนสิงหาคม กระทิงวันก็คือที่โหราจารย์โหราศาสตร์ได้ตั้งไว้ว่าวันกระทิงวันคือวันแข็งกล้า วันอดทนเด็ดเดี่ย วมั่นคงมีชัยชนะ ซึ่งปีนี้ก็คือวันที่ 21 สิงหาคม 2565 ตรงกับแรม 9 ค่ำ เดือน 9 จะมีพิธีเริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น.ไปจนถึงเวลา 21.00 น.” – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เหมือนบ้านหลังที่2! ‘แพร์รี่ ไพรวัลย์’ถอยรถหรู โอนสดไปเลยสิคะ

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673963

เหมือนบ้านหลังที่2! 'แพร์รี่ ไพรวัลย์'ถอยรถหรู โอนสดไปเลยสิคะ

เหมือนบ้านหลังที่2! ‘แพร์รี่ ไพรวัลย์’ถอยรถหรู โอนสดไปเลยสิคะ

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.01 น.

เหมือนบ้านหลังที่ 2 ‘แพร์รี่ ไพรวัลย์’ถอยรถหรู โอนสดไปเลยสิคะ 3.6 ล้าน

17 สิงหาคม 2565 แฟนคลับแห่ยินดี แพร์รี่ หรือ ไพรวัลย์ วรรณบุตร อดีตพระนักเทศน์ชื่อดังที่ผันตัวมาเป็นพ่อค้าและคนดังแห่งโซเชียล ได้โพสต์ภาพอวดรถยนต์ยี่ห้อ BMW รุ่น X3  มูลค่ากว่า 3.6 ล้านบาท 

โดยเจ้าตัว ระบุข้อความว่า เดินทางทุกวัน ทำงานทุกวัน รถก็เหมือนบ้านหลังที่ 2 ของดิฉัน เอาเถอะ ! ถ้าจะซื้อแล้วก็ไม่ต้องคิดมาก 3,644,800 บาท โอนเลยค่ะ จากนี้ก็ตั้งใจทำงานเก็บเงินใหม่ค่ะ ตราบใดที่ยังไม่ตาย ดิฉันคิดว่าดิฉันมีแรงหาเงินได้ค่ะ

-009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

คนใต้บ่นอุบไข่ไก่ขึ้นราคาอีกแล้ว ผักชีต้นหอมขยับตาม โอดรายได้สวนทางค่าใช้จ่าย

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673953

คนใต้บ่นอุบไข่ไก่ขึ้นราคาอีกแล้ว ผักชีต้นหอมขยับตาม โอดรายได้สวนทางค่าใช้จ่าย

คนใต้บ่นอุบไข่ไก่ขึ้นราคาอีกแล้ว ผักชีต้นหอมขยับตาม โอดรายได้สวนทางค่าใช้จ่าย

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.41 น.

ประชาชนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา บ่นอุบ ไข่ไก่ขึ้นราคาอีกแล้วแผงละ 3 บาท ทำให้ขายปลีกเบอร์ 1 อยู่ที่แผงละ 127 บาท ขณะที่ราคาผักขึ้นตามต้นหอมกิโลกรัมละ 140  ผักชี 180 บาท ขึ้นฉ่าย 230 บาท ประชาชนโอดค่าครองชีพและสินค้าต่างพาเหรดขึ้นราคาแทบทุกอย่างสวนทางกับรายได้ที่แทบไม่พอค่าใช้จ่ายในครอบครัว

วันที่ 17 ส.ค.65 ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง จ.ยะลา จากการสำรวจราคาตามแผงขายไข่ไก่ ที่เป็นวัตถุดิบหลักในการปรุงอาหารของประชาชน พบว่ามีการปรับราคาขึ้นอีกแผงละ 3 บาท โดยราคาไข่ไก่เบอร์ 1 ราคาขายเพิ่มขึ้นเป็นแผงละ 127 บาท จากเดิม 124 บาท, ไข่ไก่เบอร์ 2 ราคาขายเพิ่มขึ้นเป็นแผงละ 122  บาท จากเดิม 119 บาท, ไข่ไก่เบอร์ 3 ราคาขายเพิ่มขึ้นเป็นแผงละ 118 บาท จากเดิม 115 บาท ส่งผลให้ราคาขายปลีกไข่ไก่ตามตลาดสดและร้านค้าทั่วไปเพิ่มขึ้นด้วย โดยที่ร้านไข่ไก่สดใหม่ ถ.สุขยางค์ ในเขตเทศบาลเมืองเบตงซึ่งเป็นร้านขายส่ง พบว่าราคาขายปลีกไข่ไก่เบอร์ 0 และเบอร์ 4 มีจำหน่าย จัม ขณะที่ไข่ไก่เบอร์ 1, เบอร์ 2 และเบอร์ 3 ปรับขึ้นแผงละ 3 บาท

นายนิสิต เปาะเฮาะ เจ้าของร้าไข่ไก่สดใหม่เบตง บอกว่า ในอาทิตย์หน้าจะมีการปรับขึ้นอีกแผงละ 3 บาทซึ่งตอนนี้ไข่ไก่ที่ร้านเป็นของชุดเก่ายังไม่ปรับราคา แต่อาทิตย์จะมีการปรับราคาขึ้นแผงละ 3 บาท

นอกจากนี้ยังพบอีกว่านอกจากไข่ไก่ที่ปรับราคาขึ้นแล้ว ในส่วนของพืชผักต่างๆ อย่างผักชี ต้นหอม และขึ้นฉ่าย มีการปรับราคาขึ้นเช่นกัน  จากเดิม ขึ้นฉ่าย กก.ละ 180 บาท ล่าสุดมีการปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 230 บาทแล้ว โดยแผงขายผักตามตลาดสดทั่วไปที่นำไปแบ่งขายปลีกต้องขึ้นราคาขายตามไปด้วย

ขณะที่หมูเนื้อแดง กก.ละ 230 บาท หมูสามชั้น กก.ละ 230 บาท หมูสองฃชั้น กก.ละ 230 บาท เล้ง กก.ละ 200 บาทกระสันหมู กก.ละ 200 บาท และขาหมู กก.ละ 160 บาท ส่วนแม่ค้าขายข้วขาหมูบอกว่า วัตถุดิบที่นำมาทำอาหารขายต่างก็ขึ้นราคาหมด แต่ที่ร้านยังคงขายจานละ 40 บาท เราะเห็นใจลูกค้า ที่ในยุคนี้มีแต่สินค้าปรับราคา แต่ค่าแรง สินค้าทางการเกษรตร เช่น ยางพารา น้ำยางสดอยู่ที่ กก.ละ51.30 บาท ยางก้อนถ้วย กก.ละ 49 บาท ยางแผ่นดิบคุณภาพดี กก.ละ 52.96 บาท และยางแผ่นรมควันชั้น 3 (ไม่อัดก้อน) กก.ละ 56.30 บาท

จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริโภคที่ต่างต้องปรับตัวในการเลือกซื้อเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายลงให้ได้มากที่สุด ทั้งการลดปริมาณการซื้อแต่หันมา เลือกซื้อ เช่น ไข่ไก่ที่ฟองเล็กลงและราคาถูก และเลือกซื้อผักเฉพาะทำแต่ละมื้อ เป็นต้น

และจากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนต่างมีเสียงสะท้อนไปในทิศทางเดียวกันว่า ปัจจุบันค่าครองชีพและราคาสินค้าต่างปรับราคาขึ้นทุกอย่างและอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับรายได้ที่ประชาชนหามาได้ และจำนำมาใช้จ่ายในครอบครัวแทบไม่พอ ซึ่งอยากให้ทางรัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุดหรือหามาตรการมาช่วยเหลือเพื่อพยุงให้ประชาชนอยู่ได้ต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการคลี่ปม‘ป่วนใต้’ระลอกล่าสุด ใครได้-ใครเสียมวลชน เจรจาสะดุดจุดเชื้อไฟ

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673947

นักวิชาการคลี่ปม‘ป่วนใต้’ระลอกล่าสุด ใครได้-ใครเสียมวลชน เจรจาสะดุดจุดเชื้อไฟ

นักวิชาการคลี่ปม‘ป่วนใต้’ระลอกล่าสุด ใครได้-ใครเสียมวลชน เจรจาสะดุดจุดเชื้อไฟ

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.28 น.

นักวิชาการคลี่ปม‘ป่วนใต้’ระลอกล่าสุด ใครได้-ใครเสียมวลชน เจรจาสะดุดจุดเชื้อไฟ

17 สิงหาคม 2565 ดร.ตายูดิน อุสมาน อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา กล่าวถึงกรณีเกิดเหตุคนร้ายลอบก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า จากการติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าจะเป็นการตอบโต้ของกลุ่มผู้เห็นต่างกับภาครัฐ เพื่อเรียกความสนใจให้รัฐไทยให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งมีผลต่อเนื่องจากการพูดคุยที่มีการพูดคุยกันหลายครั้ง แต่ผลการพูดคุยยังไม่บรรลุ ไม่ขยับ และเมื่อยังไม่มีการยอมรับ ไม่มีการลงนาม จึงทำให้เกิดปฏิกิริยาออกมา เพื่อให้รัฐไทยรีบพูดคุยจะได้บรรลุเป้าหมายร่วมกัน เมื่อมีข้อเสนอจากผู้เห็นต่างส่วนใดที่จะสามารถรับได้ ก็ต้องยอม เพราะเป้าหมายของทั้ง 2 ฝ่าย คือความสงบสุข และการพูดคุยครั้งล่าสุดไม่ได้มีการลงนามข้อตกลงอะไรกันตามที่ทราบ ทำให้การผลการพูดคุยครั้งนั้น ฝ่ายเห็นต่างที่มีความคาดหวัง แต่ผลที่ออกมายังไม่มีการลงนามอะไร ฝ่ายเห็นต่างจึงต้องแสดงพฤติกรรมออกมา

“ต่างจากการเจรจาช่วงเดือนรอมฎอน คือ ให้มีการหยุดยิงช่วงรอมฎอน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับคนที่จะไปประกอบพิธีทางศาสนาในยามค่ำคืน แต่เป็นช่วงเดือนรอมฎอนเท่านั้น หลังจากนั้นการพูดคุยควรจะขยายออกเป็นวงกว้างขึ้น ในช่วงเดือนรอมฎอนถือว่าประสบความสำเร็จ ไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็ทราบว่าในช่วงเร็วๆนี้จะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งจะต้องพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง คงจะเป็นไปไม่ได้ว่าจะพูดคุยกัน 2-3 ครั้งแล้วปัญหามันจะจบ เพราะปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้สะสมมาอย่างยาวนาน” ดร.ตายูดิน กล่าว

ดร.ตายูดิน กล่าวอีกว่า การก่อเหตุของผู้เห็นต่างเมื่อคืนที่ผ่านมา ที่มุ่งเป้าไปยังด้านเศรษฐกิจในพื้นที่ เนื่องจากว่าเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญ ถ้าทำลายในเรื่องเศรษฐกิจก็จะเกิดความเดือดร้อนกับประชาชนมากมาย ซึ่งต่างจากการก่อเหตุกับสถานที่ธรรมดา อาจจะไม่ตื่นเต้น เท่ากับการทำในแหล่งเศรษฐกิจ ที่ในพื้นที่สามจังหวัดกำลังดีขึ้น เป้าหมายต้องการสร้างให้เป็นข่าวใหญ่โต รัฐบาลไทยก็อยู่ไม่ได้ นิ่งเฉยไม่ได้ ก็ต้องมาพูดคุยเจรจา เพราะถ้าปล่อยเช่นนี้ก็จะเสียมวลชนทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายเห็นต่างในครั้งนี้เสียมวลชนแน่นอน เพราะความเสียหายเกิดกับพี่น้องมุสลิม กว่าที่จะประกอบธุรกิจขึ้นมาก็ต้องเจอกับอุปสรรค ลงทุนมหาศาล แต่กลับไปทำลาย ซึ่งแน่นอนก็ต้องเสียมวลชน แทนที่เขาจะสนับสนุนก็จะกลายเป็นการต่อต้านคนที่เห็นต่างแน่นอน

“ผมอยากให้ทั้ง 2 ฝ่าย พูดคุยกันทำข้อตกลงร่วมกัน ให้เกิดการยอมรับ แล้วชนะกันทั้ง 2 ฝ่าย ผลดีจะตามมา อะไรที่ฝ่ายเห็นต่างขอ ที่สามารถให้ได้ ก็ควรจะให้ จะได้เดินหน้ากันต่อไป รวมทั้งจะขอฝากไปยังกลุ่มที่เห็นต่างด้วยว่าจะทำอะไรก็ให้นึกถึงประชาชนด้วย ความเดือดร้อน ความทุกข์สุขของประชาชน ปัญหาเศรษฐกิจของประชาชน ที่กำลังหนัก แต่มาสร้างสถานการณ์แบบนี้ มันก็ยิ่งหนักขึ้น” ดร.ตายูดิน กล่าว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขนหัวลุกฝันแม่นมาก! เพื่อนบ้านมาทัก ‘ฝันเห็นตาวัย 71 ตาย’ กลับกลายเป็นเรื่องจริง

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673899

ขนหัวลุกฝันแม่นมาก! เพื่อนบ้านมาทัก 'ฝันเห็นตาวัย 71 ตาย' กลับกลายเป็นเรื่องจริง

ขนหัวลุกฝันแม่นมาก! เพื่อนบ้านมาทัก ‘ฝันเห็นตาวัย 71 ตาย’ กลับกลายเป็นเรื่องจริง

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.00 น.

ฝันว่าตายดันตายอีหลี! ตาวัย 71 ปีชาวเมืองนครพนมถูกต้นไม้โค่นทับดับกลางป่าเบญจพรรณ ขณะเข้าไปตัดไม้มาเผาถ่านขาย “ผู้ใหญ่บ้าน”เผยลางสังหรณ์ก่อนที่ลูกบ้านจะเสียชีวิตได้มาเล่าให้ฟัง “มีคนฝันเห็นว่าผู้ตายเสียชีวิต” ก่อนเจ้าตัวจะออกไปซื้อหวย 71 เพราะเชื่อว่า “ฝันร้ายจะหลายเป็นดี” ก่อนเข้าไปตัดไม้เผาถ่าน แต่ยังไม่ทันได้รู้ผลสลากกินแบ่งรัฐบาลกลับมาเสียชีวิตตามความฝัน 

วันที่ 17 ส.ค.65 เมื่อเวลา 09.30 น. ร.ต.อ.สุเมธ ศรีหาวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านกลาง อ.เมือง จ.นครพนม รับแจ้งมีต้นไม้ล้มทับคนเสียชีวิตในป่าพื้นที่บ้านชะโงม หมู่ 5 ต.ขามเฒ่า อ.เมืองนครพนม จึงประสานแพทย์เวร รพ.นครพนม เจ้าหน้าที่กู้ภัยศรีสัตตนครพนม และรถกู้ชีพ อบต.ขามเฒ่า ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอยู่ในป่าสาธารณะดงคำฮี ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณหนาทึบ ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 3 กิโลเมตร

พบศพนายมีโชค สมศรี อายุ 71 ปีชาวบ้านชะโงม หมู่ 6 ต.ขามเฒ่า สภาพศพนอนตะแคงที่ลำตัวถึงศีรษะถูกต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับ เสียชีวิตคาที่ พบมีเลือดออกที่ศีรษะ ใบหน้ามีบาดแผลฉกรรจ์ ตรวจสอบตามร่างกายไม่พบร่องรอยการทำร้าย สันนิษฐานเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโมง คาดว่าน่าจะเป็นอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับจนเสียชีวิต

ตรวจสอบที่เกิดเหตุในป่าสาธารณะดงคำฮี พบต้นสะฝาง สูง 7 เมตร ถูกตัดกิ่งและถูกโค่นลง 2 ท่อนที่เกิดเหตุยังพบอุปกรณ์เลื่อยมือยาว 1 เมตร มีดพร้า ค้อนปอนด์ รองเท้าบู๊ท 1 คู่ ย่ามสีเหลืองห้อยกับกิ่งไม้ และล้อเข็นลาก ซึ่งเป็นของผู้ตายจอดอยู่    

สอบถามนายวิทวัฒน์ สินเทา อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านชะโงม หมู่ 6 กล่าวว่า พบเห็นนายมีโชคผู้ตายครั้งสุดท้ายเมื่อเวลา 10.30 น.เมื่อวันที่ 16 ส.ค.65 ขณะนำเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปสำรวจป่าดังกล่าว จึงสอบถามผู้ตายขณะสวนทางกัน ซึ่งนายมีโชค ตอบว่าจะเข้าไปตัดไม้ฟืนที่ยืนต้นตายไปเผาถ่านขาย จากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย กระทั่งมาทราบว่าเสียชีวิตจากการถูกต้นไม้โค่นทับ

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่า ผู้เฒ่าวัย 71 ปีรายนี้ก่อนกลายเป็นศพได้มาเล่าให้ตนฟังว่า มีชาวบ้านคนหนึ่งฝันเห็นนายมีโชคเสียชีวิต ผู้ตายจึงบอกว่าฝันร้ายอาจจะกลายเป็นดีเพราะตนชื่อมีโชค หวังจะได้โชคจึงย้อนกลับเข้าหมู่บ้านช่วงเวลา 11.00 น.เพื่อไปซื้อเลขอายุ 71 และปี พ.ศ.เกิดคือ 2494 แล้วกลับเข้าป่ามาตัดไม้ต่อยังไม่ทันรู้ว่าหวยออกอะไรด้วยซ้ำ วันนี้พบกลายศพนอนอยู่ในป่า

ด้านนายสุดชีพ สมศรี อายุ 46 ปี ลูกชายของผู้ตาย เล่าขณะจุดธูปเชิญวิญญาณกลับบ้านว่า พ่อมีอาชีพตัดไม้เผาถ่านขายมานานกว่า 10 ปี ก่อนจะจบชีวิตบอกว่าจะไปตัดไม้ แล้วย้อนกลับมาเอาจักรยาน ไม่รู้ปั่นเข้าในหมู่บ้านไปทำอะไร ช่วงเช้าวันนี้ยังไม่เห็นพ่อกลับบ้าน เอะใจจึงออกตามหา กระทั่งพบศพถูกต้นไม้ทับเสียชีวิต จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่มาตรวสอบ

เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ผู้ตายนำมีดตัดกิ่งก้านออกหมด ระหว่างที่เลื่อยตัดโคนต้นขาด จึงหยิบมีดพร้าเอื้อมตัดกิ่งเถาวัลย์เพื่อให้ต้นไม้ล้ม อาจไม่ทันระวัง กระทั่งโค่นทับใส่ร่างเสียชีวิต หลังชันสูตรพลิกศพเสร็จ ญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย จึงมอบร่างให้ไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี หลังชาวบ้านและญาติทราบข่าว ได้มาที่หน้าบ้านของผู้เสียชีวิตท่ามกลางความเศร้าสลด – 00

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เลยปัดฝุ่นกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงอีกครั้ง ชาวบ้านกลัวกระทบเรื่องขยะ

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673840

เลยปัดฝุ่นกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงอีกครั้ง ชาวบ้านกลัวกระทบเรื่องขยะ

เลยปัดฝุ่นกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงอีกครั้ง ชาวบ้านกลัวกระทบเรื่องขยะ

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.37 น.

จังหวัดเลยปัดฝุ่นกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงอีกครั้ง อพท.เปิดเวทีรับฟัง มีทั้งเสียงค้าน สนับสนุน ขณะที่ชาวบ้านกลัวกระทบเรื่องขยะ 

วันที่ 17 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จังหวัดเลย ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท.ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมการประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทบทวนความเหมาะสมด้านวิศวกรรม ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เศรษฐศาสตร์ และดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จังหวัดเลย พ.ศ. 2565 ที่โรงแรมเลยพาเลซ โดยมีนายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เป็นประธานเปิดการประชุม ร่วมกับ นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท.เป็นประธานเปิด

สำหรับการประชุมรับฟังครั้งนี้เพื่อให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับรู้ข้อมูลของโครงการฯตั้งแต่ต้นและเพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานศึกษาของโครงการฯ จากภาคีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการพัฒนาโครงการฯมีผู้สนใจเข้าร่วมการประชุมทั้งที่โรงแรมเลยพาเลซและผ่านระบบออนไลน์มากกว่า 300 คน

นายธรรมนูญ ภาคธูป ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 5 (อพท.5) ได้กล่าวถึงโครงการการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง จังหวัดเลย พ.ศ.2565 ว่า อพท.ได้สนับสนุนงบประมาณตามที่จังหวัดเลยประสานมา โดยได้มอบหมายให้มหาวิทยาลัยบูรพาร่วมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้ดำเนินงานในการทบทวนข้อมูลตามผลการศึกษาโครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงที่ อพท. ดำเนินการในช่วงปี 2557-2558 และคณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบผลการศึกษาที่ อพท. เสนอไว้แล้ว เมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2559 ในมติครั้งนั้น ได้ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการ 

ต่อมาในขั้นตอนการพิจารณาได้มีผลสรุปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลยพิจารณามอบหมายหน่วยงานภายในจังหวัดเลยเป็นเจ้าภาพในการดำเนินโครงการฯ และนำเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อพิจารณาและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ เมื่อมีการยื่นเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม เห็นควรให้มีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เนื่องจากสภาพแวดล้อมอาจเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมขณะที่ศึกษา และให้มีกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนตามระเบียบที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

นาวาอากาศเอก อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การดำเนินโครงการในครั้งนี้ อพท. เห็นถึงความสำคัญของโครงการและความต้องการของจังหวัดเลย จึงจัดงบประมาณสนับสนุนเพื่อให้หน่วยงานรับผิดชอบของจังหวัดเลยดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปในการยื่นเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และดำเนินงานการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งจะเป็นการศึกษาทบทวนความเหมาะสม (Feasibility Study) ด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ รูปแบบโครงการ พร้อมกำหนดแนวทางในการพัฒนาโครงการของรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้สามารถหาข้อสรุปในการดำเนินโครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึง ในสภาพปัจจุบัน 

ทั้งนี้ อพท. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและคุณค่าความเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ให้น้อยที่สุด หลีกเลี่ยงผลกระทบต่อป่าไม้ สัตว์ป่า และทัศนียภาพ ให้มีน้อยที่สุด กระเช้าไฟฟ้าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีการออกแบบใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน เสริมสร้างการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และจะมีการจัดทำแผนการบริหารจัดการการท่องเที่ยว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ นำไปสู่การลดจำนวนการค้างแรมในพื้นที่ยอดภูกระดึง ให้เป็นไปตามความสามารถในการรองรับ ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีการใช้จัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ธรรมชาติหลายแห่งในระดับสากล 

กระเช้าไฟฟ้าจะเป็นทางเลือกในการเดินทางขนส่งนักท่องเที่ยว แต่ยังคงสร้างรายได้ให้แก่ลูกหาบในการขนสัมภาระผ่านระบบกระเช้าแทนการแบกสัมภาระตามทางเดิน รวมทั้งเปิดโอกาสการท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มผุ้สูงอายุ และนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ที่มีข้อจำกัดในการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูกระดึง ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการพัฒนาการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งมวล โดยมีลูกหาบที่ปรับเปลี่ยนจากการหาบสัมภาระเป็นผู้บริการการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามแม้จะมีการพัฒนากระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง แต่ยังคงให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของการเดินเท้า โดยแนวกระเช้าและแนวทางเดินจะแยกออกจากกัน ไม่รบกวนกัน 

นายชัยธวัช เนียมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กล่าวว่า โครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง เกิดขึ้นจากแนวคิดการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเลยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 ต่อมาได้มีการศึกษามาแล้ว 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2527, 2541 และโดย อพท.เมื่อปี พ.ศ.2557 เป็นโครงการหนึ่งที่เป็นที่สนใจและชาวจังหวัดเลยจำนวนมากมีความต้องการและสนับสนุนเนื่องจากจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และสร้างรายได้ให้กับจังหวัดเลยและจังหวัดข้างเคียงโดยรอบ 

จังหวัดเลยมีหนังสือถึง อพท.เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการศึกษาครั้งนี้ จึงถือว่าจังหวัดเลยและ อพท.จะเป็นเจ้าภาพร่วมกันในงานดำเนินการศึกษา โดยขอให้หน่วยงาน องค์กร ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงกลุ่มภาคีต่าง ๆ ได้ให้ความร่วมมือ และสนับสนุนการศึกษาดำเนินงานศึกษา โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงในครั้งนี้ ให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อสรุปถึงการที่จะดำเนินการ หรือไม่ดำเนินการ โครงการกระเช้าไฟฟ้าภูกระดึงและเพื่อจังหวัดเลยจะสามารถดำเนินการในการยื่นเสนอรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบก็จะเข้าสู่การพัฒนาโครงการที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมต่อไป

นายวันชัย พลซา ชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วย กล่าวว่า จริงๆ แล้ววันนี้ยังไม่ควรสร้าง ด้วยว่าจังหวัดเลยนั้นระบบการขนส่งมวลชนและการจัดการขยะยังไม่ดีพอและการศึกษาผลกระทบยังไม่มีอะไรชัดเจนออกมาเลย อีกทั้งเรื่องปัญหาขยะที่โคกช้างไห้ (หลุมขยะเทศบาลเมืองเลย) ที่จะมีผลกระทบระยะยาวยังไม่สามารถจัดการได้ ยังกองและยังไม่ได้กำจัดเป็นจำนวนมาก เมื่อมีกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึงและมีคนขึ้นไปคงไม่มีใครไปนอนภูกระดึง หรือถ้ามีก็น้อย แต่ก็จะเดินทางมาเชียงคาน นั่นก็หมายความว่าขยะก็จะทะลักเข้ามาเชียงคานและอำเภอเมือง และอำเภออื่นๆ ซึ่งจังหวัดเลยเองยังไม่มีศักยภาพเพียงพอและการจัดการเรื่องขยะเหล่านี้

นายอดิสร เหมทานนท์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องตอบเป็นกลางๆ ว่า มีข้อดีและข้อเสียในด้านการท่องเที่ยวที่จะให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว การสร้างกระเช้าก็เป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว มีการท่องเที่ยวมากขึ้นในอุทยานฯ มีโอกาสในการเพิ่มรายได้ในการท่องเที่ยวและไม่ถึงกับเห็นด้วย เพราะต้องใช้เวลาอีกยาว ในการศึกษาเรื่องนี้ เพราะเป็นคนกลาง เจ้าของพื้นที่ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวอุดรโอดไข่ยิ่งแพงมาเจอไข่เป็ดราคาถูกสงสัยเป็นของปลอมพบเหมือนเจาะรูผสมแป้ง

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673822

สาวอุดรโอดไข่ยิ่งแพงมาเจอไข่เป็ดราคาถูกสงสัยเป็นของปลอมพบเหมือนเจาะรูผสมแป้ง

สาวอุดรโอดไข่ยิ่งแพงมาเจอไข่เป็ดราคาถูกสงสัยเป็นของปลอมพบเหมือนเจาะรูผสมแป้ง

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.13 น.

ไขไก่ยิ่งแพงชาวบ้านที่อุดรธานีหาเลือกซื้อไข่เป็ดเป็นทางเลือก แต่ต้องช็อกเมื่อเจอไข่เป็ดคล้ายเป็นของปลอมหลังไปซื้อจากพ่อค้าตลาดคลองถมราคาถูกแผงละ 120 บาท ไข่ฟองโต แต่พอแกะออกมามีน้ำเหลวเหนียวเหมือนผสมแป้ง แถมไข่แดงเป็นสีเหลืองอ่อน ทั้งที่ควรจะเป็นสีแดงเข้ม ร้องสื่อเข้าตรวจสอบ

วันที่ 17 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก น.ส.จิ๋ว (ขอสงวนนามสกลุ) อายุ 41 ปีชาวบ้านบ้านอ้อมกอ ต.อ้อมกอ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานีว่า ไปซื้อไข่เป็ดลูกโตแถมราคาถูกจากพ่อค้าตลาดนัดคลองถม แต่สงสัยจะเป็นไข่เป็ดปลอมเพราะมีผิดสังเกตหลายอย่างอยากให้ไปตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ 

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบพบไข่เป็ดจำนวน 30 ฟองที่ น.ส.จิ๋วซื้อมาจากพ่อค้ามาโชว์ให้ดูโดยชาวบ้านรายนี้สงสัยเป็นอย่างมากว่าจะเป็นไข่เป็ดจริงหรือไม่ และสงสัยอาจจะเป็นไข่ปลอม มีที่สังเกตหลายอย่าง เช่น ไข่เป็ดฟองใหญ่มาก ผิวเปลือกไข่มีหนามีบางสลับกัน มีรอยเจาะก้นไข่และเอากาวมาติด เหมือนเจาะเอาอะไรเข้าไปในเนื้อไข่เป็ด พอกะเทาะไข่ออก ไข่ขาวมีเนื้อเป็นวุ้นๆ เหนียวเหมือนผสมแป้ง และสังเกตได้ชัดคือปกติไข่แดงของไข่เป็ดจะสีแดงเข้ม แต่กลับเป็นสีเหลืองอ่อน พอเอาไปทอดไข่ดาวปรากฏว่าเนื้อไข่ขาวและไข่แดงผสมเป็นเนื้อเดียวกัน 

ต่อมาผู้สื่อข่าวจึงลองนำไข่เป็ดมาทอดไข่เจียวและไข่ดาว ปรากฏว่าทั้งเนื้อไข่แดงและไข่ขาวผสมเป็นเนื้อเดียวกันจริง พอทอดเสร็จนำมาลองรับประทานดูก็อร่อยอยู่แต่เหมือนมียางเหนียวๆ อยู่ในไข และเมื่อจับไข่เจียวมายืดออกพบว่าไข่ไม่ฉีกออกแต่กลับยืดยาวออกไป

น.ส.จิ๋ว เปิดเผยว่า ตนไปซื้อไข่เป็ดจากพ่อค้าที่ตลาดนัดคลองถมในหมู่บ้านมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เห็นคนมุงซื้อกันมาและดูราคาก็ถูกคือแผง 30 ฟองขาย 120 บาทจึงซื้อมา 1 แผง บางคนซื้อไปมากหิ้วไปเต็มทั้ง 2 มือ พอตนซื้อมาถึงบ้านกำลังจะทอดกินเพราะปกติชอบกินไข่เป็ดอยู่แล้ว แต่พอกระเทาะไข่ออกปรากฎว่าผิดสังเกตเพราะไข่ขาวและไข่แดงเหลวเป็นเนื้อเดียวกัน 

“เมื่อเอาช้อนกวนดูเหมือนผสมแป้งมา เลยไม่กล้าทอดกิน จากนั้นได้หยิบไข่เป็ดออกมาสังเกตดูก็ผิดปกติ บริเวณก้นไข่เปลือกไข่สีบางกว่า และมีคล้ายรอยเจาะรู ไข่บางลูกก็มีเอาสีเมจิกจุดเอาไว้ นึกในใจมันไม่ใช่ไข่เป็ดแล้ว จากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่กล้ากินเลย จึงแจ้งนักข่าวมาดูช ตอนนี้เราไม่ได้ปรักปรำว่าเป็นไข่ปลอมหรือไม่ แต่หากเป็นไข่ปลอมจริงก็จะเตือนชาวบ้านเอาไว้ ยิ่งไข่ช่วงนี้ยิ่งแพงอยู่ ตั้งใจว่าจะหาไข่เป็ดกินแทนไข่ไก่บ้างก็มาเจอเหมือนไข่ปลอมอีก อยากให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบว่าเป็นไข่เป็ดจริงหรือปลอม หากปลอมจะได้เตือนชาวบ้านต่อไป” น.ส.จิ๋ว กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มอิสลามเป็นงง เจ้าไซโดดขึ้นรถนั่งหน้าตาเฉย สุดท้ายทำเจ้าของน้ำตาแตก

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673820

หนุ่มอิสลามเป็นงง เจ้าไซโดดขึ้นรถนั่งหน้าตาเฉย สุดท้ายทำเจ้าของน้ำตาแตก

หนุ่มอิสลามเป็นงง เจ้าไซโดดขึ้นรถนั่งหน้าตาเฉย สุดท้ายทำเจ้าของน้ำตาแตก

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.02 น.

สุดเอ็นดู! หนุ่มอิสลามเป็นงง เจ้าไซโดดขึ้นรถ นั่งหน้าตาเฉย สุดท้ายทำเจ้าของน้ำตาแตก

ความฮาบังเกิด! เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก Dee Kridsana โพสต์เรื่องราวสุดเอ็นดูกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ กระโดขึ้นรถ เมื่อเขาเผลอเปิดประตูทิ้งไว้ 

เรื่องมีอยู่ว่า กำลังจะกลับเข้าบ้านจอดรถทิ้งขยะในซอยบ้านแล้วก็ไม่ได้ปิดประตูรถใว้ กลับเข้ามาขึ้นรถก็ตามที่เห็นในรูปเลย….มึงใครเนี่ยย!! ในหัวตอนนั้นคือกูควรทำไงวะเนี่ย จะเปิดประตูไล่มันลงก็ไม่ทำแบบนั้นอยู่แล้ว แล้วประเด็นคือเลี้ยงหมาไม่ได้อยู่แล้วด้วยเพราะเป็นอิสลาม เลยตัดสินใจขับรถพามันไปถามทุกหมู่บ้านในซอยถาม

รปภ.ว่ามีใครทำหมาหายไหม เอาจริงๆคือแม่งยังกับละครคือไม่มีหมู่บ้านไหนที่หมาหายเลย จนหมู่บ้านสุดท้าย สุดท้ายจริงๆ ถ้าหมู่บ้านนี้ไม่มีอีกคงต้องปล่อยมันไปจริงๆ

เราลงไปถาม รปภ.เหมือนเดิมว่ามีลูกบ้านทำหมาหายบ้างไหมลุงยามบอกมีๆมันหลุดออกไป 4 วันแล้ว เจ้าของมันออกตามหาทุกวันเลย ลุงยามเลยพาไปหาเจ้าของมันในหมู่บ้าน

ความรู้สึกแรกที่พี่เจ้าของเจอมันคือร้องไห้หนักมาก กอดหอมมันเหมือนลูกคนนึงเข้าใจความรู้สึกพี่เขาเลยจริงๆคนเลี้ยงสัตว์เหมือนกัน พี่เจ้าของจะไปหยิบเงินมาให้แต่เราขอที่จะไม่รับไว้

#โชคดีเจ้าหมูปิ้ง 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มารู้จักการ’สวดพระมาลัย’สอนคนเป็นในงานศพ หนึ่งเดียวที่ชาวบ้านในลพบุรีอนุรักษ์ไว้

Posted on August 18, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/673813

มารู้จักการ'สวดพระมาลัย'สอนคนเป็นในงานศพ หนึ่งเดียวที่ชาวบ้านในลพบุรีอนุรักษ์ไว้

มารู้จักการ’สวดพระมาลัย’สอนคนเป็นในงานศพ หนึ่งเดียวที่ชาวบ้านในลพบุรีอนุรักษ์ไว้

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.05 น.

ประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่เมื่อครั้งบรรพบุรุษ ปู่ย่า ตายาย ส่วนใหญ่มักตกล่นสูญหายไปก็มาก แต่ก็ยังดีที่มีผู้อนุรักษ์ให้หลงเหลืออยู่ที่หมู่บ้านบัวชุม ตำบลบัวชุม อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี นั่นคือ “ประเพณีสวดพระมาลัยงานศพ” ที่ชาวบ้านบัวชุมปฎิบัติสืบทอดกันมายาวนานประมาณเกือบ 200 ปีจนถึงปัจจุบัน ซึ่งคาดว่ายังคงมีเหลืออีกเพียงไม่กี่หมู่บ้านที่ยังอนุรักษ์เอาไว้ได้ 

นายกลั่น โม่งแสวง อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นหัวหน้าและต้นเสียงทีมงานสวดพระมาลัยประจำหมู่บ้านกล่าวว่า บัวชุมเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ขนาดใหญ่มีประวัติมายาวนานเมื่อครั้งในอดีตปู่ย่าตายายบอกเล่าต่อๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่นว่า เดิมทีนั้นการสวดชนิดนี้มักจัดขึ้นในงานแต่งงาน ซึ่งแต่เดิมเรียกว่าการอ่านพระมาลัยมีผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านเป็นคนอ่าน เพื่อให้คู่บ่าวสาวและชาวบ้านแขกเหรื่อที่มาร่วมงานฟัง 

โดยเนื้อหาของพระมาลัยนั้นจะเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าให้รู้ถึงผลของบาป ของบุญ ว่าช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ใครทำบุญด้วยอะไร วิธีไหน เมื่อตายไปจะได้รับผลบุญอย่างไรขึ้นสวรรค์ชั้นไหน แต่ในทางกลับกันผู้ที่ทำบาปเมื่อตายไปแล้วจะต้องได้รับผลกรรมตกนรกขุมไหน ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างใด ซึ่งในบทสวดพระมาลัยจะอธิบายถึงผลของบุญและบาปแต่ละชนิดโดยละเอียดจนผู้ที่ได้รับฟังสามารถมองเห็นภาพเลยที่เดียว 

แต่ในชั้นหลังๆ การอ่านพระมาลัยในงานแต่งงานไม่ค่อยเป็นผลมากนัก เนื่องจากเจ้าภาพและชาวบ้านที่มาร่วมงานส่วนใหญ่มักตั้งวงดื่มเหล้าเมายาสนุกสนานเฮฮากันมากกว่าจึงไม่มีผู้สนใจฟังการอ่านพระมาลัยเท่าที่ควร ผู้อาวุโสและนักปราชญ์ชาวบ้านในยุคนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการนำพระมาลัยมาอ่านในงานศพแทน เพื่อให้เจ้าภาพ ญาติพี่น้อง ชาวบ้านที่มาร่วมงาน ซึ่งทุกคนต่างอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจได้รับฟัง ซึ่งพบว่าทุกคนที่มาร่วมงานต่างสนใจรับฟังการอ่านพระมาลัยดีกว่างานแต่งงาน 

จากนั้นผู้อาวุโสและนักปราชญ์หมู่บ้านจึงได้คิดค้นดัดแปลงการอ่านพระมาลัยให้มาเป็นการ “สวดพระมาลัย” และเพื่อให้เป็นที่หน้าสนใจฟังยิ่งๆ ขึ้น โดยจัดให้มีชาวบ้านร่วมเป็นผู้สวดที่เป็นต้นเสียงกับลูกคู่ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยมีการประยุกต์บทสวดให้มีการประสานเสียง สวดตามช่วงทำนองที่มีอยู่หลายบทหลายตอน ซึ่งมีเสียงดังโหยหวน อ่อนโยน นิ่งเรียบ และดุดัน ตามแต่และบทของตัวอักษร เช่น บทฉัน ร่าย เอกบท และราบ ซึ่งเป็นที่น่าสนใจแก่ผู้ที่ได้รับฟังมากยิ่งขึ้น 

สำหรับการสวดพระมาลัยในการสวดนั้นจะเริ่มขึ้นหลังจากพระสงฆ์สวดพระอภิธรรมเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงจะเริ่มลงมือสวด และเนื่องจากหนังสือบทสวดพระมาลัย มีความยาวมากผู้สวดทุกคนจึงจำเป็นต้องนั่งสวดจนถึงรุ่งเช้า ซึ่งถือว่าได้กุศลทั้งผู้ที่สวดและผู้ที่ได้รับฟัง พร้อมทั้งยังอยู่เป็นเพื่อนเจ้าภาพงานศพจนถึงรุ่งแจ้งอีกด้วย จึงนับได้ว่าเป็นการ “สวดพระมาลัยสั่งสอนคนเป็น ในงานศพของคนตาย”

ดังนั้น ชาวบ้านจึงช่วยกันอนุรักษ์ปฎิบัติสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น อย่างที่หมู่บ้านบัวชุม จังหวัดลพบุรีแห่งนี้ เพราะไม่ใช่เป็นการสวดเพื่ออุทิศให้กับผู้เสียชีวิตเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการสั่งสอนคนเป็นๆ ที่ยังมีชีวิตให้เกรงกลัวต่อบาป ซึ่งในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมีจิตใจที่โหดร้าย มุ่งหวังชิงดีชิงเด่น ทำร้ายเข่นฆ่ากันไม่เว้นแต่ละวันไม่ได้เกรงกลัวต่อบาป ดังนั้นจึงน่าอนุรักษ์ไว้ไม่ให้สูญหาย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,938,649 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ศึกนี้ยังไม่จบ ปู มัณฑนา โพสต์ฟาดแรงถึง ลูกหมี รัศมี ลั่นเลิกเกาะชื่อเสียงขายของ หยุดมโนเรื่องแย่งสามี
เทพไท เฉลย ทำไมผลโพล 67% คนใต้เอาแลนด์บริดจ์ เหตุไม่รู้ข้อมูล จี้รัฐทำประชามติ 3 ระดับ
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ปมซื้อเครื่องบินแพงเกินไปหรือไม่

Recent Posts

  • ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.
  • สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย
  • พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก
  • บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ
  • รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d