Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ราคาพุ่งแรง!! ‘ดอกมะลิ’ วันแม่ 12 สิงหา จากโลละ 200 เป็น 1,000 บาท

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672678

ราคาพุ่งแรง!! 'ดอกมะลิ' วันแม่ 12 สิงหา จากโลละ 200 เป็น 1,000 บาท

ราคาพุ่งแรง!! ‘ดอกมะลิ’ วันแม่ 12 สิงหา จากโลละ 200 เป็น 1,000 บาท

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 09.02 น.

สำรวจตลาดราคาดอกมะลิวันแม่ 12 สิงหา แพง 5 เท่า โลละ 200 พุ่งไป 1,000 ดอกดาวเรืองขึ้นไปดอกละ 2 บาท

11 ส.ค.65  ผู้สื่อข่าวสำรวจ ตลาดตรวจสอบราคาดอกมะลิในวันแม่ที่ใกล้จะถึงนี้ บรรดาลูกหลาน จะพากันนำพวงมาลัยกรไปกราบแม่ แสดงความกตัญญู และความรักที่มีต่อแม่ ซึ่งถือได้ว่าดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนในวันแม่ และในช่วงวันแม่แห่งชาติของทุกปี ในช่วงนี้ทั่วประเทศเกิดฝนตกชุกหนัก รวมทั้งในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจราคาดอกมะลิในตลาดสดเทศบาลเมืองชัยภูมิ ได้พบกับบรรดาแม่ค้า พ่อค้าขายดอกไม้สดชนิดต่าง ๆ บอกว่าช่วงนี้ฝนตกหนักและชุกในทุกพื้นที่ ทำให้ดอกมะลิที่ปลูกขายตามส่วนต่าง ๆ แทบไม่ออกดอก ที่ออกดอกเป็นส่วนน้อย ช่วงนี้ดอกมะลิมีการขยับแพงขึ้น จากกิโลกรัมละ 200 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 900-1,000 บาท คาดว่าจะสูงขึ้นในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ อาจขยับราคาไปที่กิโลกรัมละ 1,200 บาทสำหรับดอกพุดปรับราคาขึ้นเล็กน้อย คาดว่าวันแม่แห่งชาติ ดอกมะลิ จะแพงกว่านี้ แถมช่วงนี้ดอกดาวเรืองถูกน้ำฝน ทำให้ดอกเน่าง่าย ทำให้แพงขึ้นจากดอกละ 1 บาท เป็นดอกละ 2 บาทด้วย

นายวิชิต กลิ่นนอก อายุ 51 ปี พ่อค้าขายดอกไม้ในตลาดสดเมืองชัยภูมิ เล่าให้ฟังว่าตนเองพร้อมครอบครัว ได้เปิดแพงขายดอกไม้สด รวมทั้งขายดอกมะลิ และดอกบัวด้วยทำเป็นช่อสำหรับนำไปไหว้พระ ใส่บาตร รวมทั้งดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ด้วย ปีนี้หลังเกิดฝนตกหนักชุกกระจายทั่วประเทศ ทำให้ดอกดาวเรืองถูกน้ำฝนเกิดเน่าเสียหายจำนวนมาก มีน้อยได้ขยับราคาจากดอกละ 1 บาท ขึ้นเป็นดอกละ 2 บาท ส่วนราคาดอกมะลิที่จะนำไปทำร้อยเป็นมาลัยกร นำไปไหว้แม่ที่บ้าน ในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมปีนี้ ตรงกับ 3 เทศกาล ทั้งวันแม่แห่งชาติ วันพระ และวันสารทไทย คนใช้ดอกมะลิ ดอกไม้ต่าง ๆ กันมาก ทำให้ดอกมะลิช่วงนี้ มีราคาแพงขึ้นจากช่วงปกติถึง 5 เท่าตัวจากกิโลกรัมละ 200 บาท ขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 1,000 บาท อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนแทบขาดแคลนหายากอีกด้วย ต้องสั่งซื้อมาจากกรุงเทพฯ ทำให้ดอกพุดมีการปรับราคาขึ้นตามด้วยอีกเท่าตัว  ที่แพงขายดอกไม้ตนเอง นำดอกมะลิร้อยเป็นมาลัยกรพวงเล็กจากพวงเล็ก 50 บาท ปรับเป็น 200 บาท

นอกจากนั้นดอกพุด ได้ขยับราคาขึ้นเช่นกัน แต่ยังถูกกว่าดอกมะลิมาก ทางร้านนำดอกพุดมาร้อยเป็นมาลัยกรมากขึ้น จากพวงละ 20 บาท ขึ้นเป็น 50 บาท ขนาด 50บาท ขึ้นเป็น 100 บาท ขนาดมาลัยกรดอกพุดใหญ่สุดแค่ 200 บาท ไม่แพงเหมือนมาลัยกรดอกมะลิ  ขนาดเล็กสุด 200 บาท ไปจนถึง 1,000 บาท รวมถึงชาวบ้านหลายคนที่ได้เดินตลาดออกมาหาซื้อดอกไม้ มาลัยกรไปไหว้แม่ วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมนี้ ได้เปลี่ยนมาลัยดอกมะลิ มาเป็นมาลัยกรดอกพุด เพราะได้มาลัยกรพวงขนาดใหญ่กว่า แถมถูกกว่ามาลับกร ดอกมะลิ  

นายวิชิต กลิ่นนอก อายุ 51 ปี พ่อค้าขายดอกไม้ในตลาดสดเมืองชัยภูมิ และชาวบ้านมาหาซื้อมาลัยกร เตรียมไปไหว้แม่.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เพลิงไหม้สถานบันเทิง’ เข้ม‘กฎปลอดภัย’ลดสูญเสีย

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672585

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เพลิงไหม้สถานบันเทิง’  เข้ม‘กฎปลอดภัย’ลดสูญเสีย

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เพลิงไหม้สถานบันเทิง’ เข้ม‘กฎปลอดภัย’ลดสูญเสีย

วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

เป็นเหตุสลดที่ไม่มีใครอยากให้เกิด กับกรณีเพลิงไหม้สถานบันเทิง “เมาน์เท่น บี” อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่5 ส.ค. 2565 เบื้องต้นรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ถูกเปรียบเทียบกับ “ซานติก้าผับ” เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากเช่นเดียวกัน ในคืนส่งท้ายปีเก่า 2551-ต้อนรับปีใหม่ 2552 จนดูเหมือนว่า “ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย” ความสูญเสียในอดีตไม่ได้ถูกถอดบทเรียนเพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

บทความ “ถอดรหัสร้อน…ไฟไหม้ผับชลบุรี และ 10 เสนอแนะแก้ปัญหา-ป้องกันเกิดซ้ำรอย” ซึ่งเขียนโดย สุพรรณ ทิพย์ทิพากร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุความเสี่ยงของสถานบันเทิง เมาน์เท่น บี ไว้ดังนี้ 1.ด้านหน้ามีทางออกทางเดียว ซึ่งตามกฎหมายสำหรับสถานบริการที่จุคนได้สูงสุด 400 คนจะต้องมีทางหนีไฟ (Fire Exit) ไม่น้อยกว่า 3 แห่ง

ซึ่งหากมีเวทีแสดงก็จะต้องมีประตูหนีไฟเพิ่มอีก 1 จุด ด้านหลังเวทีโดยผลักออกได้ทางเดียว แต่ในที่เกิดเหตุมีประตูหลักด้านหน้าเป็นบานกระจกคู่ ด้านข้างมีอีก 1 ประตู แต่ตกแต่งสีกลมกลืนกับผนังในอาคาร มีเพียงพนักงานที่ทราบ ส่วนด้านหลังเป็นประตูธรรมดาบานเดียว 2.มีถังดับเพลิงเพียง 2 ชุดเท่านั้น สถานบริการประเภท ค ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า 500 ตารางเมตร จะต้องมีระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพ เพียงพอและเหมาะสม

3.การบุผนังและเพดานด้วยแผ่นซับเสียงซึ่งทำมาจากโพลีสไตรีน หรือโพลียูรีเทน หรือ โพลีโพรพิลีน ทนไฟได้เพียง 200 กว่าองศาเซลเซียส สามารถลุกติดไฟได้ ซึ่งขัดกับกฎกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการก่อสร้างโรงมหรสพ ที่ระบุให้ต้องใช้แผ่นซับเสียงหรืออุปกรณ์ที่ทนไฟได้เกิน 750 องศาเซลเซียส แม้ราคาจะสูงกว่าแต่มีความปลอดภัย และ 4.การขาดระบบไฟฉุกเฉินหรือจ่ายไฟฟ้าสำรอง เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้หรือไฟฟ้าดับ ภายในสถานบริการต้องมีเครื่องหมายแสดงเส้นทางฉุกเฉิน ระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้และไฟส่องสว่าง

เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในครั้งต่อๆ ไปอีก อาจารย์สุพรรณ เสนอแนะข้อควรปฏิบัติไว้ 10 ประการ 1.การออกแบบอาคารและก่อสร้างต้องคำนึงถึงมาตรฐานทางวิศวกรรมความปลอดภัย รวมทั้งการระบายควันจากอัคคีภัย และปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมอาคาร “ราชกิจจานุเบกษา กฎกระทรวง กำหนดประเภทและระบบความปลอดภัยของอาคารที่ใช้เพื่อประกอบกิจการเป็นสถานบริการ พ.ศ. 2555” เช่น มีจำนวนทางหนีไฟ (Fire Exit) ตามที่กำหนด มีระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพ เพียงพอและเหมาะสมกับจำนวนพื้นที่และผู้มาใช้บริการ

การเดินสายไฟฟ้า ระบบเสียงและระบบสัญญาณต่างๆ ให้เดินในรางหรือร้อยท่อสายไฟซึ่งทำด้วยโลหะ ต้องฝึกซ้อมแผนฉุกเฉิน เป็นต้น 2.ต้องมีระบบสายไฟฟ้าที่มีมาตรฐานที่ออกแบบวางแผนตามหลักวิศวกรรม พร้อมอุปกรณ์ตัดไฟและติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญทางวิชาชีพ 3.ควรติดตั้งแบบแปลนแผนผังอาคาร ซึ่งแสดงตำแหน่งที่ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง ทางหนีไฟ ทางออก และประตูทางออก ไว้ในตำแหน่งที่ผู้มาใช้บริการเห็นได้ชัดเจน 4.จัดให้มีระบบไฟฟ้าสำรอง สำหรับระบบสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ ไฟฉุกเฉิน ป้ายบอกทางหนีไฟชนิดเรืองแสง

5.ควบคุมความจุคนของผู้ใช้บริการหรือผู้ที่เข้าร่วมงานที่มีความเหมาะสม เพื่อความปลอดภัย ในการใช้อาคาร 6.ควรฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินแก่พนักงาน เพื่อเป็นผู้นำแก่ลูกค้าในยามเกิดเหตุ โดยกำหนดบุคคลและบทบาทหน้าที่ชัดเจนในระบบดูแลความปลอดภัยและการป้องกันอันตรายจากอัคคีภัยตลอดเวลาที่เปิดบริการ และเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ใครต้องทำอะไร 7.ก่อนเปิดบริการหรือจัดงานอีเว้นท์ ควรจัดให้มีการตรวจสอบเครื่องดับเพลิง หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการดับเพลิงให้มีความพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาที่มีการเปิดบริการ

8.ระหว่างจัดงานหรือเปิดบริการ ควรประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้บริการและผู้เข้าร่วมงานทราบ ถึงทางเข้าออกและทางหนีไฟรวมทั้งข้อควรปฏิบัติกรณีเหตุฉุกเฉิน 9.วัสดุโฟมซับเสียงหลีกเลี่ยงการตกแต่งอาคารสถานที่ด้วยวัสดุตกแต่งที่ติดไฟง่ายหรือลามไฟเร็ว และงดการใช้อุปกรณ์เอฟเฟกท์ ของเล่น ที่ทำให้เกิดประกายไฟในสถานที่จัดงานหรือสถานบริการโดยเด็ดขาด และ 10.ควรพิจารณาทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองเหตุที่อาจเกิดโดยไม่คาดคิด

อาจารย์สุพรรณ ยังให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมใน 3 เรื่อง 1.ประตูหนีไฟที่ไม่ควรถูกล็อกหรือปิดกั้น โดยกรณีของ เมาน์เท่น บี ที่พนักงานอ้างว่าต้องล็อกไว้เพราะเคยมีนักดนตรีแอบพาเพื่อน แฟน หรือเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้ามาจริงๆ แล้วสามารถติดตั้งระบบสัญญาณเตือนกับประตูหนีไฟได้ โดยหากมีผู้ไปเปิดประตูก็จะมีเสียงเตือน ไม่จำเป็นต้องปิดล็อกหรือหาอะไรไปกั้นไว้ และหากจะใช้ประตูเพื่อขนย้ายสิ่งของก็สามารถปิดสัญญาณเตือนเฉพาะเวลานั้นก็ได้ อีกทั้งยังสามารถติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบได้ด้วยหากมีผู้แอบเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต

2.เรื่องของสายไฟและปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร จากกรณีที่มีผู้ให้ข้อมูลว่า วันก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ เมาน์เท่น บี
พบปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ จึงมีการเรียกช่างไปซ่อมแซม ประเด็นนี้ตนมองว่าอาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้นจริงๆ ก็ได้ หากการคำนวณการติดตั้งสายไฟกับเบรกเกอร์ไม่สอดคล้องกัน เช่น สมมุติสายไฟทนกระแสไฟฟ้าได้ 20 แอมป์ แต่เบรกเกอร์จะตัดกระแสไฟฟ้าที่ 50 แอมป์ เมื่อมีการใช้กระแสไฟฟ้าระดับ 30 แอมป์
ซึ่งเกินความทนทานของสายไฟ แม้สายไฟจะเริ่มค่อยๆ หลอมละลาย แต่เบรกเกอร์ก็จะยังไม่ตัดไฟ ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร

โดยเมื่อพบปัญหาไฟฟ้าติดๆ ดับๆ ช่างบางรายอาจแก้ปัญหาแบบเอาง่ายเข้าว่า ด้วยการไปเปลี่ยนเบรกเกอร์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นโดยไม่ได้ตรวจสอบว่าสายไฟที่ใช้รองรับการใช้กระแสไฟฟ้าในสถานที่นั้นได้หรือไม่ ทั้งนี้ โคมไฟโดยเฉพาะสปอตไลท์นั้นใช้กระแสไฟฟ้ามาก เมื่อกระแสไฟฟ้ามีมากกว่าที่สายไฟทนได้
กระแสไฟฟ้ายังไหลอยู่ แต่ก็จะเกิดอาการร้อนจนสังเกตเห็นการปะทุซึ่งอาจลุกลามไปยังวัสดุอื่นๆ ที่เป็นเชื้อเพลิงได้

สุดท้ายคือ 3.แผ่นกันเสียง แม้ตามข่าวจะเห็นเจ้าของบริษัทที่รับฉีดพ่นน้ำยาโฟมซับเสียง ได้ทดลองจุดไฟให้สื่อมวลชนดูซึ่งพบว่าไฟไม่ลุกลาม เรื่องนี้เป็นด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งภายในร้านก็พบการใช้ฟองน้ำรังไข่สำหรับป้องกันเสียงซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ทนความร้อน ทำให้เมื่อเกิดเพลิงไหม้จึงลุกลามอย่างรวดเร็ว ดังนั้นในเมื่อกฎหมายกำหนดให้สถานที่ใดต้องใช้วัสดุทนความร้อนสูง ก็ควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะดีกว่า

“ถ้าผู้ประกอบการนึกสักหน่อยว่าคนที่มาเที่ยว ถ้าเป็นคนที่เขารักเขาจะทำอย่างนี้หรือเปล่า ลูกหลานเขามาเที่ยวมาเล่นต้องมาเสี่ยง แล้วประวัติศาสตร์มันไม่ใช่ไม่เคยมีนะซานติก้าที่ไหม้เมื่อปี 2551 ก่อนหน้านี้ที่อเมริกามันมีที่โรดไอส์แลนด์ มีนักดนตรี เอาไฟไปเล่นที่เวที มันเคยเกิดขึ้นมาแล้วก็ตายกันมาตั้งเยอะแล้ว เมืองไทยทำไมไม่เอาบทเรียนตรงนี้มาเรียนรู้” อาจารย์สุพรรณ ฝากทิ้งท้าย


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘กินพยาธิลดอ้วน’ความเชื่อสยองเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้อันตรายแต่ยังลักลอบทำจนถึงปัจจุบัน

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672663

‘กินพยาธิลดอ้วน’ความเชื่อสยองเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้อันตรายแต่ยังลักลอบทำจนถึงปัจจุบัน

‘กินพยาธิลดอ้วน’ความเชื่อสยองเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้อันตรายแต่ยังลักลอบทำจนถึงปัจจุบัน

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 23.10 น.

‘กินพยาธิลดอ้วน’ความเชื่อสยองเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แม้อันตรายแต่ยังลักลอบทำจนถึงปัจจุบัน

ต้องบอกว่าแทบอาเจียนกันทีเดียว กับการออกมาเปิดเผยของ ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดังที่ผันตัวมาทำเพจ “หมอแล็บแพนด้า” ว่าด้วยผู้ป่วยรายหนึ่งที่ต้องเข้ารักษาตัวเนื่องจากบริโภค “ไข่พยาธิตืดวัว (Taenia Saginata)” เข้าไปโดยหวังว่ามันจะช่วยลดความอ้วน ให้ร่างกายดูผอมสวยงาม พร้อมกับเตือนว่า “อย่าหาทำเด็ดขาด” เพราะเป็นอันตรายถึงชีวิต

“ถ้าเรากินไข่พยาธิตัวตืด ไข่พยาธิมันจะค่อยๆโตเป็นระยะตัวอ่อนเม็ดสาคูแทรกอยู่ในร่างกายคนตามอวัยวะต่างๆ เช่น สมอง ตา หัวใจ ปอด และกล้ามเนื้อ ซึ่งตัวอ่อนเม็ดสาคูในร่างกายเราจะเรียกว่า ซิสติเซอร์โคซิส (Cysticercosis) ถ้ามันไปอยู่ในอวัยวะที่สำคัญๆ เช่น ในสมองและไขสันหลัง จะเรียกว่า (Neurocysticercosis) หรือถ้าเข้าตาก็อาจตาบอดได้ (Ocular Cysticercosis) บางรายก็ถึงตายได้เลยนะครับ” หมอแล็บแพนด้า โพสต์เตือน

ซึ่งก็ต้องบอกว่า การบริโภคไข่พยาธิเข้าไปในร่างกายโดยหวังว่าจะช่วยลดน้ำหนักได้ เป็นความเชื่อที่มีมานานแล้ว อาทิ สำนักข่าว BBC ของอังกฤษ เผยแพร่บทความ History’s weirdest fad diets ในปี 2556 ตอนหนึ่งกล่าวถึง “Tapeworm Diet” หรือการกินพยาธิตัวตืดเพื่อลดน้ำหนัก ความเชื่อนี้เคยปรากฏในศตวรรษที่ 19 (ปี 2343-2442) มาจนถึงช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 หรือทศวรรษที่ 1900s (ปี 2443-2452) แถมยังมีการโฆษณากันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

วิธีการนี้ ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักจะกินไข่พยาธิตัวตืดที่บรรจุอยู่ในรูปแบบเม็ดยาเข้าไป โดยมีอคำอธิบายว่า พยาธิจะเติบโตในลำไส้และดูดซับสารอาหาร ซึ่งจะทำให้น้ำหนักของคนคนนั้นลดลง โดยต้องทนกับผลข้างเคียงอย่างอาการท้องร่วงและอาเจียน กระทั่งเมื่อได้น้ำหนักตามต้องการก็ให้กินยาถ่ายเพื่อขับเอาพยาธิออกจากร่างกาย แต่ขั้นตอนนีก็เสี่ยงกับผลแทรกซ้อนกับช่องท้องและทวารหนัก นอกจากนั้นยังมีความเสี่ยงอีกมากมาย ทั้งผลกระทบต่อสายตา โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคลมบ้าหมู ภาวะสมองเสื่อม

เว็บไซต์ นสพ.The Washington Post สหรัฐอเมริกา เสนอรายงานพิเศษ From Lucky Strikes to tapeworms: 7 of the oddest weight-loss schemes of the past were also unhealthy ในปี 2562 ระบุว่า สตรีในยุควิคตอเรีย (ยุคสมัยของอังกฤษ ระหว่างปี 2380-2444) เชื่อเรื่องการกินพยาธิตัวจืดเพื่อลดน้ำหนักอย่างจริงจัง โดยแนวคิดคือให้พยาธิเข้าไปอาศัยในลำไส้เพื่อกินแคลอรีแทนมนุษย์

MedicineNet เว็บไซต์ฐานข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพในสหรัฐฯ เผยแพร่บทความ Eating Tapeworms for Weight Loss  เขียนโดย สตีฟ โดร์ (Steve Doerr) แพทย์ผุ้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน และผ่านกระบวนการตรวจทานบรรณาธิการโดย เมลิสซา คอนราด สตอปเปลอร์ (Melissa Conrad Stoppler) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพยาธิวิทยา ระบุว่า แม้ปัจจุบันการบริโภคพยาธิตัวตืดเพื่อลดน้ำหนักจะผิดกฎหมายสหรัฐฯ แต่ก็ยังมีการลักลอบซื้อ-ขายกันทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งตัวอ่อนพยาธิสามารถแพร่กระจายได้ทั่วร่างกายผ่านระบบเลือด บางครั้งอาจไปถึงสมอง หรือ Neurocysticercosis ทำให้มีอาการปวดศีรษะ สับสน ชักและอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ (ข่าวที่เกี่ยวข้อง : อย่าหาทำ!! เพจดังยกเคส ‘คลั่งผอม’ ยอมกินไข่พยาธิตืดวัวลดน้ำหนัก)

อ้างอิง

https://www.bbc.com/news/magazine-20695743 (History’s weirdest fad diets)
https://www.washingtonpost.com/national/health-science/from-lucky-strikes-to-tapeworms-7-of-the-oddest-weight-loss-schemes-of-the-past-were-also-unhealthy/2019/01/25/5e8fa6ae-19c2-11e9-88fe-f9f77a3bcb6c_story.html (From Lucky Strikes to tapeworms: 7 of the oddest weight-loss schemes of the past were also unhealthy)
https://www.medicinenet.com/eating_tapeworms_for_weight_loss/views.htm (Eating Tapeworms for Weight Loss)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ส่งแรงเชียร์’ครูกี้’อดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ว่ายน้ำข้ามจังหวัดวันแม่แห่งชาติ

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672650

ส่งแรงเชียร์'ครูกี้'อดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ว่ายน้ำข้ามจังหวัดวันแม่แห่งชาติ

ส่งแรงเชียร์’ครูกี้’อดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ว่ายน้ำข้ามจังหวัดวันแม่แห่งชาติ

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.57 น.

ผู้ว่าแม่กลองชวนเป็นกำลังใจ”ครูกี้”อดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ว่ายน้ำมาราธอนข้ามจังหวัด ระยะทาง 20 กม.จากราชบุรีมาสมุทรสงคราม เทิดไท้”พระพันปีหลวง”สร้างแรงบันดาลใจผู้ป่วยมะเร็งทั่วประเทศ

10 ส.ค.65 นายขจร ศรีชวโนทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ขอเชิญชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมส่งกำลังใจให้ครูกี้ ในกิจกรรมว่ายน้ำมาราธอนเดี่ยวระยะไกลจากจังหวัดราชบุรีเข้าสู่จังหวัดสมุทรสงครามเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม  2565 ขอเชิญชาวจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมเป็นส่งกำลังใจให้นางสาววิศรุตา ฟอร์ซอง หรือ ครูกี้ กิจกรรม “ว่ายน้ำเดี่ยวข้ามจังหวัด” ในแม่น้ำแม่กลอง ระยะทาง 20 กิโลเมตรเพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมสร้างแรงบันดาลใจแด่ผู้ป่วยมะเร็งทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ครูกี้ จะเริ่มต้นการว่ายน้ำที่ท่าน้ำหน้า”วัดพเนินพลู” อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ในเวลา 06.00 น. ว่ายน้ำตามแม่น้ำแม่กลอง และสิ้นสุดการว่ายน้ำบริเวณท่าน้ำ หน้าที่ว่าการอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เวลาประมาณ 15.00 น.  เป็นการว่ายน้ำแสดงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อันหาที่สุดมิได้ ในวันแม่แห่งชาติ   12 สิงหาคม 2565 

อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ป่วยมะเร็งทั้งประเทศไทยได้รู้จักเข้าใจการอยู่กับมะเร็งด้วยความเข้าใจ ผาสุกด้วยหลักสาม อ.  ด้วยหลักธรรมชาติบำบัด โดยอดีตผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ที่รอดตายมาได้ 12 ปีแล้ว จากหมอบอกจะมีชีวิตได้เพียง 8 เดือนเท่านั้นพร้อมทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวเส้นทางประวัติศาสตร์ทางชลมาร์คอันยาวนาน และสำคัญมากของชาติไทยในปัจจุบัน เส้นทางรบตลอดเส้นทางน้ำจากราชบุรี – สมุทรสงคราม ค่ายบางกุ้ง 

นอกจากนี้ยังมีนักกีฬาเรือพายทีมชาติไทย ประเภทเรือมังกรอาวุโส ชุดเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ ยกทีมมาร่วมพายเพื่อแสดงเจตจำนงค์เดียวกัน และนักพายเรือจิตอาสา รวมทั้งกู้ภัยทางน้ำ และเอกชนมาร่วมขบวนกิจกรรมว่ายน้ำเทิดพระเกียรติในครั้งนี้ด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

รำลึก 47 ปีพระธาตุพนมล้มสาธุชนร่วมจัดงานปั่นจักรยานสมทบทุนถวายเป็นพุทธบูชา

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672626

รำลึก 47 ปีพระธาตุพนมล้มสาธุชนร่วมจัดงานปั่นจักรยานสมทบทุนถวายเป็นพุทธบูชา

รำลึก 47 ปีพระธาตุพนมล้มสาธุชนร่วมจัดงานปั่นจักรยานสมทบทุนถวายเป็นพุทธบูชา

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.09 น.

รำลึก 47 ปีพระธาตุพนมล้ม สาธุชนชาวพุทธร่วมจัดงานปั่นจักรยาน สมทบทุนถวายเป็นพุทธบูชา จิตอาสาวัย 63 ปีตระเวนรับดอกไม้และปัจจัยจาก ปชช.ส่งสักการะทำมานานกว่า 20 ปี

วันที่ 10 ส.ค.65 เมื่อเวลา 18.00 น.บริเวณตลาดโต้รุ่ง ถนนอภิบาลบัญชา เขตเทศบาลเมืองนครพนม นายณรงค์ชัย เถาว์สี อายุ 63 ปี เจ้าของสถานีวิทยุออนซอนเรดิโอ คลื่น 104.50 MHz ขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวารา ทะเบียน บท 295 นครพนม มาจอดรับดอกไม้จากสาธุชนผู้เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในโอกาสครบรอบ 47 ปีองค์พระธาตุพนมล้มเมื่อปี 2518 ซึ่งมีชาวพุทธได้นำดอกไม้ ธูป เทียน พร้อมปัจจัยมอบให้นายณรงค์ชัยผู้อุทิศเป็นจิตอาสา นำสิ่งของมงคลดังกล่าวไปถวายยังพระธาตุพนมองค์ปัจจุบัน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ซึ่งนายณรงค์ปฏิบัติเช่นนี้มามากกว่า 20 ปี และจะนำไปถึงวัดพระธาตุพนมฯในเวลาไม่เกิน 12.00 น.ของวันที่ 11 ส.ค.65 เพื่อถวายสักการะบูชาตามที่ผู้เลื่อมใสมอบให้มา

ขณะที่ทางด้านวัดพระธาตุพนมฯ มีประชาชน นักท่องเที่ยว เดินทางมากราบไหว้บูชาขอพรไม่ขาดสาย พร้อมน้อมรำลึกถึง 47 ปีที่องค์พระธาตุพนมล้มลงมา โดยหลังสร้างองค์ปัจจุบันเสร็จเรียบร้อย เศษอิฐบางส่วนได้นำไปก่อเป็นสถูปพระธาตุพนมองค์เดิมที่ฝั่งตรงข้ามวัดพระธาตุพนมฯ ก็มีประชาชน นักท่องเที่ยวไปกราบไหว้สักการะไม่ต่างจากองค์ใหม่แต่อย่างใด

นอกจากนี้ก็ยังมีเอกชน ร่วมกันจัดปั่นจักรยานรวม 2 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางแรกออกจากลานพญาศรีสัตตนาคราช ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม ระยะทางไป-กลับ 100 กิโลเมตร และ 2.เส้นทางจาก อ.เรณูนคร ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร (ไป-กลับ) เพื่อหาทุนสมทบเป็นปัจจัยถวายวัดพระธาตุพนมฯ โดยทั้งสองกิจกรรมไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ อาหาร เครื่องดื่ม ได่รับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน

ทางด้านพิธีทางสงฆ์ มีกิจกรรมตั้งแต่ช่วงเช้า เริ่มจากพิธีฉลองปริญญาบัตร-พัดยศและถวายทุนการศึกษา นักธรรมชั้นตรี โท เอก แก่พระภิกษุ-สามเณร วัดพระธาตุพนม ประจำปี 2565 เวลา 18.00 น. เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นพระเทพวรนุมี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10/เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมกล่าวสัมโมทนียกถารำลึกพระธาตุพนมล้ม พร้อมชมวิดีโอประวัติพระธาตุพนม และประกอบพิธีเวียนเทียนรอบพระธาตุพนม

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2518 เวลา 19.38 น.ได้เกิดเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ของชนชาติไทยและชนชาติลาว คือองค์พระธาตุพนมได้ล้มทลายลงมาทั้งองค์ สาเหตุมาจากได้เกิดฝนตกหนักและเกิดพายุพัดแรงติดต่อกันหลายวัน รวมถึงความเก่าแก่ขององค์พระธาตุพนม ซึ่งเหตุการณ์ในขณะนั้นสร้างความโศกเศร้าต่อพุทธศาสนิกชนสองฝั่งโขงเป็นอย่างมาก แต่ด้วยพลังแรงศรัทธาที่มีต่อองค์พระธาตุ ประชาชนได้กันร่วมบริจาคทุนทรัพย์ เพื่อเป็นทุนในการก่อสร้างองค์พระธาตุขึ้นใหม่ตามแบบเดิม โดยมีรัฐบาลไทยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้าง จนแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2522 ลักษณะพระธาตุเป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมสูง งดงามสง่าเหมือนองค์เดิม มีขนาดฐานกว้างด้านละ 12.33 เมตร และสูง 53.60 เมตร

วันที่ 22 มีนาคม 2522 ทางรัฐบาลได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดการพระราชพิธียกฉัตรยอดองค์พระธาตุพนม และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธีเชิญพระบรมสารีริกธาตุ(พระอุรังคธาตุ) ขึ้นบรรจุในองค์พระธาตุพนม เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ปีเดียวกัน ณ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม

พระธาตุพนมที่พังพลายลงตามกาลเวลา ก็กลับมาตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้า ณ ริมฝั่งโขง ให้ประชาชนได้สักการะอีกครั้ง และยังเป็นศูนย์รวมใจยึดมั่นศรัทธาในพระพุทธศาสนา ของพุทธศาสนิกชนสองฝั่งโขงอย่างไม่เสื่อมคลาย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ป่าช้าเราอยู่ที่ไหน’ พระธรรมเทศนา ‘หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร’ วัดถ้ำผาบิ้ง

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672623

'ป่าช้าเราอยู่ที่ไหน' พระธรรมเทศนา 'หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร' วัดถ้ำผาบิ้ง

‘ป่าช้าเราอยู่ที่ไหน’ พระธรรมเทศนา ‘หลวงปู่หลุย จนฺทสาโร’ วัดถ้ำผาบิ้ง

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 20.02 น.

กล่าวคือนะ กายสมบัติ หนึ่ง วาจาสมบัติ หนึ่ง น้ำใจสมบัติ หนึ่ง นี้เป็นลาภอย่างยิ่ง และอีกประการหนึ่งนะ ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนานะ ไม่เป็นศาสนาสูญจากโลกนะ มีพระพุทธเจ้ามาเกิดในโลก ได้นามว่า สมเด็จพระสมณโคดมนี้ทีเดียว ลาภอย่างยิ่งเชียวนะ อีกลาภอย่างยิ่งนั้นก็ พุทธภาษิตท่านว่า คนไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง นะในตอนหนึ่ง

แล้วที่นี้ก็ขอให้ภาวนาอย่าขี้เกียจขี้คร้าน ตั้งอกตั้งใจเทียวนะ ให้ภาวนา พุทโธ พุทโธ พุทโธ ในดวงจิตนะ ให้หัวใจของเราคุ้นเคยใน พุทโธ ให้มาก ให้มาก ทำ พุทโธ ให้ซ้ำๆ ซากๆ ทีเดียวนะ อย่าถอยนะ ทำให้ชำนิชำนาญ คุ้นเคยกับพระพุทธเจ้านะ เพื่อยังไง เพื่อให้จิตสงบนะ แล้วอีกประการหนึ่งนะ พุทโธ พุทโธ ในดวงใจแล้ว จะเกิดมโนภาพเชียว มโนภาพในที่นี้ กล่าวคือนะจิตสงบหนึ่ง จิตไม่ฟุ้งซ่านหนึ่ง นี้ทีเดียว จิตมีอำนาจหนึ่ง จิตมีรัศมีหนึ่ง นี้ทีเดียว พุทโธ พุทโธ ในที่นี้นะ ภาวนาเข้าไปแล้ว ใจนะใสสะอาดดีนะ ไม่ขุ่นมัวนะ นี้

แล้วอีกประการหนึ่ง พุทโธ พุทโธ นี้ นี่ต้องละอดีต อารมณ์อันใดในอดีต อย่าค้นคว้านะมาทับปัจจุบันนะ อย่าค้นคว้าเทียว อารมณ์อันนั้นเป็นอันตราย อันตรายแก่สมาธิ เอาอารมณ์อดีตมาทับปัจจุบัน โง่เง่าเต่าตุ่นนะ และอีกประการหนึ่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค ท่านห้ามอนาคตข้างหน้านะ อย่า สิ่งใดยังมาไม่ถึงเรานะ อย่าค้นคว้ามาทับปัจจุบันนะ เหตุนั้นภาวนาพุทโธ ในที่นี้ ต้องเพิกอดีตหนึ่ง เพิกอนาคตหนึ่ง แล้วก็บริกรรมพุทโธๆ ในดวงจิตนะ นี้ทีเดียว

แล้วอีกประการ จิตสงบแล้วต้องวางพุทโธเสียก่อน และมีสติรักษา มีสติสัมปชัญญะรักษาความสงบไว้ให้มั่น ให้มั่น ให้อยู่คงที่เทียวนะ นี้หากว่าจิตอยู่คงที่ อย่างที่กล่าวมานี้ทีเดียว จะเกิดสิ่งอัศจรรย์ เกิดขึ้นในจิตนะ สิ่งที่ไม่รู้ก็รู้ขึ้นมาในดวงจิตทีเดียวนะ สิ่งที่ไม่เห็นก็เห็นขึ้นมาในดวงจิตทีเดียวนะ นี่ทีเดียว อัศจรรย์ เขาเรียกว่า คัมภีร์ทวง ทวงออกจากหัวใจนะ แนะให้เรียบร้อยในสมถวิธีนี้ แล้วอีกประการหนึ่งนะ เราหอบมาจากอดีตชาตินั่นมากองในปัจจุบันทีเดียว นี้เทียวเป็นอนุสัย มีพิษร้ายที่สุดนะ อนุสัยนะให้เกิดราคะ นะฆ่ากันได้ เกิดโทสะ นะฆ่ากันได้ เกิดโมหะ นะก็ฆ่ากันได้ เหตุนั้น พุทโธๆ ในที่นี้นะ สำคัญมากทีเดียว

ราคะ โทสะ โมหะ นี้เป็นพิษร้ายนั้น องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคบอกให้สาวกทั้งหลายภาวนา พิจารณาๆ นะ ให้ของร้ายอัปรีย์จัญไรให้คายออกจากดวงจิตนี้ ตอนนั้นจิตจะตั้งมั่น ตั้งมั่นนะตั้งมั่นเชียว ตั้งมั่นในสมาธินะ ขณิกสมาธิ หนึ่ง อุปจารสมาธิ หนึ่ง อัปปนาสมาธิ หนึ่ง ความตั้งมั่นของจิตแล้วก็ไม่หวั่นไหว ไม่หวั่นไหวนี่อุบายของสมถวิธี เป็นเช่นนั้น แล้วอีกประการหนึ่งนะ หนังสือมุตโตทัย ท่านอาจารย์มั่นว่าให้ม้างกายให้เห็นกระดูกนะ ให้เห็นกระดูกนะ เยื่อในกระดูกยังไง ให้แจ่มแจ้งในกระดูกทีเดียว หากว่าเรากระดูกไม่เห็น เช่นนั้น กะประมาณเสียก่อน กระดูกเป็นเช่นนั้นๆ ไม่อย่างนั้นก็เดาเอาเสียก่อน นี่กะประมาณเอา เดาเอา คาดคะเนเอานะ

อ้าว – – ทำบ่อยๆ ทำบ่อยๆ

พหุลีกโต ทำให้มากทำให้มาก ทำเช่นนั้นจิตกว้างขวางจิตลึกซึ้งทีเดียวนี่ ให้ค้นดูของอวัยวะทุกส่วนนะ มันไม่มั่นไม่เที่ยงของชีวิตนะ ให้เห็นเช่นนี้เทียว มันแปรอยู่เสมอนั่น มันตายอยู่เสมอนะ ร่างกายของเรานะ ตายความเป็นเด็กนะ 

อ้าว – – หายไปเป็นหนุ่มนะ ตายความเป็นหนุ่มเป็นเด็กนะ นั่น 

อ้าว – – ผมหงอกฟันหลุดหนังก็เป็นเกลียวนะ บอกเหตุบอกผลอยู่เช่นนั้นนะ ธรรมนะ แล้วอีกประการหนึ่ง ท่านอาจารย์มั่นพูดหนังสือมุตโตทัยว่า ธรรมแสดงโร่ทั้งกลางวันกลางคืนทีเดียวนะ แสดงคือหมายความว่ายังไง อย่างที่ว่านะ มันแก่ทุกลมหายใจเทียวนะ นี้แหละอย่าประมาท ให้สนใจให้มากในตอนนี้นะ

เรารู้ได้ว่า เกิดปีนั้น เดือนนั้น วันนั้น รู้ได้นะนั่น แล้วทีนี้นะ การตายของเราจะมาวันไหน ทราบไม่ได้ นั่นประการหนึ่ง ป่าช้าเราอยู่ที่ไหน ทราบไม่ได้ และอีกประการหนึ่งนะ จะตายด้วยโรคอันใด ทราบไม่ได้ เหตุนั้นรีบเร่งเทียว รีบเร่งหาที่พึ่งนะหาที่พึ่ง กล่าวคือพุทโธนะ ที่พึ่งคือพุทโธ พุทโธ เป็นของใหญ่ – – เป็นของใหญ่ องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค พุทโธ เป็นของใหญ่มากที่สุดทีเดียว หากว่าใครระลึกถึงเสมอๆ นั้น นี่แหละองค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระองค์ตรัสว่า พุทธํ สรณํ คจฺฉามิ นะ ใครถึงตถาคต นั้นปิดอบายภูมิทั้ง ๔ ได้นะ ไม่เกิดนะ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน ไม่เกิดนะ ยกตนออกจากอบายภูมิทั้ง ๔ ได้นะ เป็น นิยตะ ที่ไปเกิดบนสวรรค์เทวโลกเลยทีเดียว นี้ให้สนใจให้มากทีเดียว และอีกประการหนึ่ง องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาค พระองค์ตรัสว่า ความสะดุ้งกลัวมาถึงแล้วหนึ่ง ขนพองสยองเกล้ามาถึงแล้วหนึ่ง พึงระลึกถึงตถาคตด้วย ความกลัวหาย นี่สำคัญ ให้สนใจนะ ความกลัวหายนะ พึ่งพระพุทธเจ้านะนี่ พระพุทธเจ้าท่านไม่กลัวตายนะ น้ำพระทัยถึงอมตธรรมนะ นี้ทีเดียวนะ ในตอนนี้นะพระองค์ตรัสออกมาจากน้ำพระทัยของพระองค์ เป็นพระมหากรุณาอย่างยิ่งเทียวแก่พุทธบริษัทนะ ให้พิจารณาให้มากๆ ทีเดียวนะ

เรานุ่งขาวแล้วนี่ จิตต้องให้ขาวนะ จิตต้องให้ขาวนะ กุศล ซึ่งแปลว่าขาวนะ กุศล ซึ่งแปลว่าฉลาดนะ ฉลาดหาอุบายให้มีบำเพ็ญทาน ให้มีการรักษาศีล ให้ฉลาดบริกรรมพุทโธๆ เรื่อยๆ นะนั่น นั่นหัวใจจะสว่างเทียวนะนั่น ไม่มืดทึบนะ สว่างแจ้งเชียวนะนั่น นิโรโธ ทำให้แจ้งเชียวนะ ให้เห็นแจ้งนี่ ความเกิดนะ ความดับนะ ของอวัยวะทุกส่วนนี่ ให้เห็นประจักษ์อยู่เช่นนั้น หากว่าใครเห็นธรรม คนนั้นเห็นตถาคตนี่ ที่นี้ทีเดียว ขอให้สนใจในตอนนี้นะ แล้วศาสนาของพระสมณโคดมไม่ใช่ของยืดยาวนะ เป็นของสั้นที่สุดนะ ไม่เหมือนกับศาสดาองค์อื่นนะ ศาสดาองค์อื่น กกุสันโธ ๖๐,๐๐๐ นี่ทีเดียว คนไม่ถึง ๖๐,๐๐๐ ไม่ตาย นี่ทีเดียวนะ ศาสนาโกนาคมน์ ๔๐,๐๐๐ คนนะเกิดมาไม่ถึง ๔๐,๐๐๐ ไม่ตาย พระองค์รับรองร้อยเปอร์เซ็นเทียวนะนั่น ต่อมาศาสนาพระกัสสปพระพุทธเจ้านะ ๒๐,๐๐๐ นะนี่ สมเด็จพระสมณโคดม 

อ้าว – – พระองค์มีชีวิตเพียง ๘๐ ปีนะ และก็วางศาสนา ๕,๐๐๐ นะ เร็วมากที่สุดนะ เกิดเร็วตายเร็วนะ เหตุนั้นให้หมุนตัวเป็นเกลียว เป็นเกลียวนะ ต้องขยันนะ อย่าเกียจอย่าคร้าน ให้ขยันปลูกธรรมให้เกิดขึ้นในดวงจิตนะ เดินจงกรม หนึ่ง นั่งสมาธิ หนึ่ง นั้นนอนสีหไสยาสน์ ยันหลับนะ จิตทำงานอยู่ พุทโธๆ นะ จิตทำงานอยู่ พิจารณาของอวัยวะทุกส่วน มันแปร มันแปร อนิจจัง ไม่เที่ยง สิ่งใดไม่เที่ยงสิ่งนั้นเป็น ทุกข์ นะ สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นไม่เที่ยง 

อ้าว – – สิ่งนั้นเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวใช่ตนเสียแล้วนะ หากว่าตายแล้วไปไหน เอาไปป่าช้า นี่ ไม่เผาก็ฝังกันแล้ว เอาไปแต่บุญแต่บาปนะ นี่ ที่เราให้สนใจ ในตอนนี้ให้มากนะ

วัน เดือน ปี มันล่วงไปนะ ให้คิดให้มากๆ เทียว วันหนึ่งระหว่างที่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคยังมีชีวิตอยู่ ในสมัยนั้นพระอานนท์ติดตามพระองค์นะ ปัจฉาสมณะเดินไป พระองค์เอาพระหัตถ์จิ้มดินแล้วยกขึ้นมานะ บอกอานนท์นะ แผ่นดินมันอยู่ในพื้นดินมากหรือติดนิ้วนี้น้อย น้อยมากเท่าไหร่นะอานนท์นะ พระอานนท์ทูลพระองค์ว่า ติดนิ้วพระหัตถ์นิดหน่อยพระเจ้าข้า แต่อยู่ในแผ่นดินมากเทียวนะ แล้วก็ถามอานนท์นะ เธอนะ ภาวนาวันละกี่ครั้ง

อ้าว – – วันละหลายครั้งพระพุทธเจ้าข้า แสนครั้งบ้าง ๒๐๐-๓๐๐ บ้าง อะไรบ้าง ถึงอย่างนั้น องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคบอกอานนท์นะ อย่าประมาท เธอนะ ให้พิจารณาทุกลมหายใจนะทุกลมหายใจนะ นี่ทีเดียว พระอานนท์เป็นพระโสดาบันนะ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ติเตียนอยู่นะ นี่พวกเรานะยิ่งติเตียนมากทีเดียวนะนั่น ประมาทมากนะนั่น นี้ทีเดียว ให้พิจารณา ทุกขํ อนิจฺจํ อนตฺตา ของอวัยวะนะ ไม่เที่ยงนะ อย่างพูดนะ

เด็กตายไป อ้าว – – เป็นหนุ่มนะนี่ หนุ่ม เด็กตายไป

แก่นะ อ้าว – – ผมหงอก ฟันหลุด หนังก็เป็นเกลียว

นั่น มันหันไปหาไอ้ความตายนะนี่ นี้ทีเดียว ระหว่างนี้นะ มัจจุราชนายโคบาลนะ จูงโคเข้าไปหาหลัก ที่ต้องลงไม้ลงมือฆ่านะ ธรรมดาฝีเท้าของโคนะ เข้าไปถึงหลักบ่อยๆ นะ ใกล้หลักบ่อยๆ นะ แม้ไอ้ความตายของเรานะมันจะมาถึงวันไหน ทราบไม่ได้นะ นี้ทีเดียว อย่าให้ทำเหมือนสุกร หมูนะ หมูนะ มัวนอนเกลือกมูตรเกลือกคูถอยู่นะ ให้ทำเหมือนกับนกกระทา นกกระทานั้นนะ เจ้าของฝึกปรือดี ให้กินดีให้อวบเชียวนะ ถึงกระนั้นนะ ไอ้นกกระทาไม่ยอมอยู่ในกรงนะ หาป่องออกอยู่เรื่อยนะ นี้ขอให้สนใจให้มาก ให้มากเชียวนะ เราอวดขาวๆ ข้างนอกนะ ข้างในเคยขาวด้วยไหม กุศล ซึ่งแปลว่าขาวนี่ กุศล ซึ่งแปลว่าฉลาด ฉลาดนะ ฉลาดปลดเปลื้องตนออกจากอบายภูมิทั้ง ๔ นะ นั่น แล้วอีกประการหนึ่ง หนังสือมุตโตทัย ท่านอาจารย์มั่น อคฺคํ มนุสฺเสสุ มนุษย์มันเลิศที่สุดนะ เลิศที่สุดมนุษย์นะ มันเลิศกว่าพระอินทร์ เลิศกว่าพระพรหม มันเลิศกว่าอบายภูมิทั้ง ๔ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน นะ ชาติมนุษย์นะนั่น

เหตุนั้น พระพุทธเจ้าก็เกิดเป็นมนุษย์ พระปัจเจกพระอรหันต์ขีณาสพทั้งหลายก็เกิดเป็นชาติมนุษย์นี้นี่แหละ ไม่ใช่เป็นอินทร์เป็นพรหมนะนั่น มนุษย์นี่สำคัญมากที่สุดทีเดียวนะนั่น มนุษย์ มนุษย์นะ หนังสือพิมพ์เขาพูดว่าประเทศไทย ๗๒ จังหวัดนะ ธรรมดารถไฟ รถไฟนะ ประชุมแต่หัวลำโพงแห่งเดียว นอกนั้นไปต่างจังหวัด เหตุนั้นความดีก็เกิดในมนุษย์ ความชั่วร้ายก็เกิดในมนุษย์เทียว เหตุนั้น มนุสฺสนิรยิโก หนึ่ง มนุสฺสเปโต หนึ่ง มนุสฺสติรจฺฉาโน นั้น มันออกมาจากมนุษย์นะ ออกมาจากมิจฉาทิฐิเทียวนะ พวกนี้ไม่มีการบำเพ็ญทาน มีมัจฉริยะ ตระหนี่ แล้วก็ทุศีล ด้วยนะนั่น แล้วทีนี้หัวใจว่างด้วยนะ ไม่ภาวนาพุทโธนะนั่น นี่ทีเดียวขาดทุนใหญ่ ไอ้พวกนี้นะ คนไหนนะมีการบำเพ็ญทาน ทานในทีนี้นะ ทาน อวัยวะทุกส่วนไม่ใช่ทานภายนอกนะ ทาน สมมติว่าเราเกียจคร้านหาวนอนนะ 

อ้าว – – ทานมันในตอนนี้ ให้ขยันเดินจงกรมนั่งภาวนานะ นี่ทานในตอนนี้เทียวนะนี่ ไม่เอาทานภายนอกนะนั่น รักษาศีลอยู่ดีนะนั่นแล้วก็ภาวนานะนั่น

เหตุนั้น คนที่กล่าวมานี้นะ เขาเรียกว่าคนไม่ประมาทนะนี่ คนไม่ประมาทเช่นนั้นอยู่ในโลกราตรีเดียวนะนั่น ดีกว่าคนที่ประมาทมีอายุตั้ง ๑๐๐ ปี นี้ทีเดียว ให้สนใจ เพราะยังไงนะ เพราะค้าขายรวยใหญ่ ท่านพวกนี้รวยใหญ่ มีศีล มีกัลยาณธรรม มีภาวนาพุทโธนะนี่ รวยใหญ่เลย พวกนี้นะ ระลึกถึงธรรมอยู่บ่อยๆ ในระหว่างที่มีชีวิตอยู่นะ ไม่ประมาทนะ มีชีวิตไป วันหนึ่งคืนหนึ่งก็นับว่าเป็นฐานดีที่สุดนะ ตายไปแล้วก็ไปเกิดในสวรรค์เทวโลกนะ คนไม่ประมาทนะนั่น

นี้ล่ะขอให้ตั้งอกตั้งใจให้มาก โอกาสดีแล้วเรา ได้บวชเป็นนางชีทรงขาวนะนั่น เพราะยังไง เพราะในศาสนาเสื่อม นางภิกษุณีนะ นางไปแล้วนะจากโลกนะ แล้วก็สามเณรีก็หายแล้วนะ เณรผู้หญิงนะ พระผู้หญิงนะ นางสิกขมานาก็หายไปจากโลกแล้ว ทีนี้ก็ผู้หญิงนะ เป็นชีนะ ชีรักษาศีล ๘ นะ ศีล ๘ นี้ มีเดชานุภาพมากที่สุด มากที่สุดนะ เนกขัม นะ ให้ถึงอนาคานะ ครั้งพุทธกาลนะ ศีล ๕ สำเร็จโสดาบัน สกทาคานะ ศีล ๘ สำเร็จอนาคานะ ศีล ๑๐ ของเณร ศีล ๒๒๗ ของพระนี่ นี้สำเร็จพระอรหันต์โดยมากนะ เพราะยังไงท่านเหล่านี้นะทรงไว้ซึ่งอุตมเพศ อุตมเพศ นี้เป็นเพศใหญ่ เป็นเพศที่สมควรจะได้มรรคได้ผล กล่าวคืออรหันต์นะ โลกุตรธรรมนะ

นี้ล่ะฉันใด ขอให้ตั้งอกตั้งใจ อย่าประมาทนะ เราทำการงานอันใดนะ อย่าไปทิ้งพุทโธ อย่าไปทิ้งพิจารณาอวัยวะทุกส่วนนะ บอกว่ามันเป็น ทุกขํ อนิจฺจํ อนตฺตา ไม่มั่นไม่เที่ยงนะ เพื่อยังไง เพื่อบำรุงจิตของเราให้เป็น สัมมาทิฐิ ให้คล่องแท้เทียวนะ อย่าสงสัยพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่าสงสัยการบำเพ็ญรักษาศีล ภาวนานะ อย่าสงสัย ให้มี อจลศรัทธา เชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัยนะ จิตให้ขาว จิตให้สะอาดนะนั่น ควรแก่สวรรค์นิพพานนะ

การทำวัตร ในที่นี้คือ หมายความว่า เราประมาทพลาดพลั้งพระเถระ ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี น้ำใจก็ดี แม้ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี เช่นนี้ทีเดียว นั่นขอขมาโทษจากพระเถระ พระเถระนะให้อโหสิกรรมทุกอย่าง อย่าให้เป็นบาป เป็นกรรม นี้ประการหนึ่ง แล้วอีกประการหนึ่ง พระเถระอาจจะเพ่งที่ไม่ดี พวกท่านทั้งหลายนะ ประมาทพวกท่าน ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ต่อหน้าก็ดี ลับหลังก็ดี เช่นนี้นะ พระเถระจะไม่เป็นบาปเป็นกรรมต่อไปข้างหน้านั้นประการหนึ่ง แล้วอีกประการหนึ่งให้พรนะ ให้พรนะ ที่นี้คือหมายความว่า เราจะได้อยู่ดีมีแฮง หนึ่งจะได้เจริญสมณธรรม ให้ผูกมัดให้จิตสะดวกหนึ่ง นี้ทีเดียวนะ

พรนี้นะ เพื่ออายุยืนหนึ่ง เพื่อวรรณะอันงามหนึ่ง เพื่อความสุขพร้อมในอิริยาบถทั้ง ๔ หนึ่ง แล้วก็เพื่อความมีกำลังกาย กำลังวาจา กำลังใจ กำลังอโหสิ สติปัญญาเชียวนะนี่ ขอขมาโทษพระ ทำวัตร ให้พร อย่างครั้งพุทธกาลนั้นนะ อย่างครั้งพุทธกาลนั้นนะนั่น ให้พรใดนะ พรนั้นเป็นปุถุชนอยู่นะนั่น เจริญสมณธรรมให้สำเร็จนะ เมื่อสำเร็จ มาหาพระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์นะนี่ ให้พรนะสำคัญมากเหลือเกินนะ พระเถระนะ วาจาที่ศักดิ์สิทธิ์ แม้องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคก็มีวาจาที่ศักดิ์สิทธิ์ ให้พรนะเอาทีนี้ตั้งใจ

……………………..

พระธรรมเทศนาโดยหลวงปู่หลุย จนฺทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย เทศนาในการอบรมเนกขัม ณ วัดถ้ำมโหฬาร อ.ภูกระดึง จ.เลย ก่อนเข้าพรรษา พุทธศักราช ๒๕๒๔ คัดมาจากหนังสือ จันทสาโรวาท หลวงปู่หลุย จันทสาโร วัดถ้ำผาบิ้ง ตำบลผาบิ้ง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทึ่งหมู่บ้านเลี้ยงควายมากสุดในสุโขทัย ให้น้ำคลายร้อนด้วยแอพบนสมาร์ทโฟน

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672587

ทึ่งหมู่บ้านเลี้ยงควายมากสุดในสุโขทัย ให้น้ำคลายร้อนด้วยแอพบนสมาร์ทโฟน

ทึ่งหมู่บ้านเลี้ยงควายมากสุดในสุโขทัย ให้น้ำคลายร้อนด้วยแอพบนสมาร์ทโฟน

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.59 น.

พาชมหมู่บ้านเลี้ยงควายเยอะสุดในสุโขทัย ทึ่งเกษตรกรให้น้ำคลายร้อนควาย ด้วยแอพบนสมาร์ทโฟน

ที่ตำบลบ้านน้ำพุ อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย นอกจากเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิ 105 อินทรีย์ และข้าวไรซ์เบอร์รี่อินทรีย์มาตรฐาน Organic Thailand คุณภาพยอดเยี่ยม จนสามารถส่งออกไปยังประเทศฝรั่งเศสได้ปีละ 30-60 ตันแล้ว ที่นี่ยังอาจเรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงควายเยอะที่สุดในสุโขทัยอีกด้วย แถมเกษตรกรยังทันสมัยใช้เทคโนโลยี ระบบควบคุมการให้น้ำคลายร้อนควายแบบอัตโนมัติ สั่งการด้วยแอพพลิเคชั่นบนมือถือสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลกก็สั่งระบบทำงานได้

นางสายฝน ช่างเขียน ประธานวิสาหกิจชุมชนตามรอยพ่อ ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงตำบลบ้านน้ำพุ บอกว่า ที่นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นหมู่บ้านที่มีการเลี้ยงควายเยอะที่สุดในสุโขทัย มีมากถึง 2,000 ตัว เฉพาะของตัวเองมี 23 ตัว ส่วนคนที่เลี้ยงไว้เยอะสุดมี 100 ตัว เลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริม และใช้ขี้ควายเป็นปุ๋ยทำนาข้าวอินทรีย์ส่งออกต่างประเทศ

สำหรับเทคโนโลยีที่นำมาใช้ควบคุมการให้น้ำคลายร้อนควายแบบอัตโนมัติ สั่งการด้วยแอพพลิเคชั่น Smart Life บนมือถือสมาร์ทโฟน ไม่ว่าตัวเราจะอยู่ที่ไหนก็สั่งระบบทำงานได้นั้น ทางสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดสุโขทัย และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ depa เป็นผู้สนับสนุนให้มา เพื่อช่วยทุ่นแรงเกษตรกร จะได้ไม่ต้องเสียเวลาคอยต้อนควายออกไปแช่น้ำบ่อยๆ วันละ 3-4 ครั้ง

โดยติดตั้งระบบน้ำละอองฝอยไว้ในคอก ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ แล้วยังมีตัววัดอุณหภูมิ ถ้าร้อนมากไประบบก็จะทำงานเอง หรือถ้าความชื้นในดินไม่มี ระบบนี้ก็จะทำงานเองอัตโนมัติ อยู่ที่เราจะตั้งค่าไว้อย่างไรก็ได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ดันสร้างสกายวอล์คอุทยานแห่งชาติภูผายลเสริมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672552

ดันสร้างสกายวอล์คอุทยานแห่งชาติภูผายลเสริมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก

ดันสร้างสกายวอล์คอุทยานแห่งชาติภูผายลเสริมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดสนุก

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.55 น.

อุทยานแห่งชาติภูผายล ประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาวาระสำคัญ โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างสกายวอล์ค เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กลุ่มจังหวัดสนุก ประกอบด้วย สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ใช้งบ 100 ล้าน

วันที่ 10 ส.ค.65 ที่อาคารรวมใจ อุทยานแห่งชาติภูผายล ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร นายจำรัส นาแฉล้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาของอุทยานฯ ประจำปีงบประมาณ 2565 ครั้งที่ 2/2565 โดยนายสมชาย หนูคง หน.อุทยานแห่งชาติภูผายล ได้นำเสนอวาระสำคัญ เช่น การปฏิบัติหน้าที่ด้านการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป่าไม้ เนื่องจากการลักลอบตัดไม้พะยูง เกือบจะหมดไปแต่คนร้ายได้หันมาลักลอบตัดไม้เนื้องแข็งแทน เช่น ไม้ปนะดู่ ไม้ชิงชัน เป็นต้น โดยสามารถจับกุมได้ 12 คดี ผู้ต้องหา 6 คน ปริมาตร 9.94 ลบ.ม. นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างถนนในเขตอุทยานอีก 2 แห่ง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวก และโครงการก่อสร้างสกายวอล์ค ที่จะดำเนินการบนอ่างเก็บน้ำห้วยหวด เป็นต้น

นายจำรัส นาแฉล้ม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า สำหรับโครงการก่อสร้างสกายวอล์ค ทางอุทยานแห่งชาติภูผายล ได้เสนอโครงการไปที่กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยเขียนแบบแปลนเสร็จสรรพ ใช้งบประมารณประมาณ 100 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าไม่ได้รับการอนุมัติ โดยหลายภาคส่วนเห็นว่าหากการก่อสร้างสกายวอล์คเป็นผลสำเร็จ กลุ่มจังหวัดสนุก ซึ่งมีสกลนคร นครพนม มุกดาหาร ก็จะมีศักยภาพทางด้านการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกัน ดังนั่น 3 จังหวัดจะต้องพูดคุยกันเพื่อนำงบปนะมาณแจ่ละจังหวัดมาร่วมกัน อาจจะทำในรูปแบบใหม่ คือทำ 3 เฟส ๆ ละ 30 ล้าน ใช้เวลา 3 ปี ด็จะไม่กระทบกับการพัฒนาด่านอื่น ซึ่ง น.ส.วารุณี งอยผาลา ส.อบจ.เต่สงอย รับปากต่อที่ประชุม จะนำเรื่องนี้ไปหารือต่อ ดร.ชูพงษ์ คำจวง นายก อบจ.สกลนคร เพื่อนำเข้าแผนพัฒนาจังหวัดต่อไป  – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดหดหู่​!พ่อเฒ่า 82 ปี​​ถูกปล่อยทิ้งนอนจมกองฮึ​อดข้าว 3 วัน​ลูก 7 คนตายหายสาบสูญ​

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672532

สุดหดหู่​!พ่อเฒ่า 82 ปี​​ถูกปล่อยทิ้งนอนจมกองฮึ​อดข้าว 3 วัน​ลูก 7 คนตายหายสาบสูญ​

สุดหดหู่​!พ่อเฒ่า 82 ปี​​ถูกปล่อยทิ้งนอนจมกองฮึ​อดข้าว 3 วัน​ลูก 7 คนตายหายสาบสูญ​

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.08 น.

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร! พ่อเฒ่าวัย 82 ปีชาวอำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ช่วยตัวเองไม่ได้ ถูกปล่อยนอนจมปัสสาวะ อุจจาระ อดข้าว 3 วัน เผยมีลูก 7 คนเสียชีวิตไปแล้ว 2 ส่วนที่เหลือแยกย้ายไปมีครอบ และหายสาบสูญไปเลย ขณะที่บางคนพิการ ทิ้งพ่อไว้บ้านคนเดียว พ่อเฒ่าเผยลูกชายและลูกสาวที่เสียชีวิตไป 2 คน เพราะลูกชายคนที่ 2 ติด HIV ไปข่มขืนน้องสาวคนสุดท้องตอนอายุ 9 ขวบจนเสียชีวิตไปทั้งคู่ ตัดพ้อไม่อยากมีชีวิตอยู่ 

วันที่ 10 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านใน ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ว่า​ มีคุณตาวัย 82 ปีคนหนึ่ง​มีชีวิตที่น่าเวทนาสงสาร เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้  ล่าสุดถูกปล่อยให้อดข้าวและนอนจมปัสสาวะ อุจจาระของตัวเองถึง 3 วันจนเป็นแผลกดทับ เนื่องจากลูกชายคนที่ 5 ซึ่งอาศัยอยู่กับพ่อปัจจุบันจากจำนวนลูกทั้งหมด 7 คน  ไม่อยู่บ้านไม่รู้ว่าหายไปไหน จนชาวบ้านและ อสม.ต้องช่วยกันพาคุณตาส่งโรงพยาบาลและซื้อข้าวอาหารให้กิน

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งพบคุณตานพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 82 ปีนั่งอยู่บนที่นอนภายในบ้านที่คล้ายกับกระต๊อบสภาพทรุดโทรมและมีกลิ่นเหม็นของอุจจาระและปัสสาวะคละคลุ้งไปทั่ว โดยสภาพของคุณตา คือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เนื่องจากแขนขาอ่อนแรง หากจะเข้าห้องน้ำต้องมีคนช่วยพยุง หากไม่มีคนดูก็ต้องขี่ เยี่ยวใส่ที่นอน เพราะไม่สามารถเดินไปมาเองได้

คุณตานพ เล่าให้ฟังว่า ภรรยาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว มีลูกด้วยกันทั้งหมด 7 คน คนโตเป็นผู้หญิงหายสาบสูญไปเลยไม่ติดต่อกลับมา คนที่สองเป็นผู้ชายเสียชีวิตไปแล้ว คนที่สามเป็นผู้หญิงมีครอบครัวแล้วก็ไม่เคยกลับมาหา คนที่สี่เป็นผู้ชายมีครอบครัวแล้วแต่ต้องตระเวนรับจ้างไปเรื่อย คนที่ห้าเป็นผู้ชายสภาพร่างกายพิการ ปัจจุบันคนนี้อยู่กับพ่อด้วยแต่ไม่ค่อยจะอยู่บ้าน คนที่หกเป็นผู้หญิงสมองไม่ปกติปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ จ.สุรินทร์ ไม่ได้มาเหลียวแล คนที่เจ็ดเป็นผู้หญิงเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ตอน 9 ขวบเพราะถูกพี่ชายคนสองข่มขืน จนติดเชื้อ เอชไอวี เสียชีวิตทั้ง 2 คน

คุณตา เล่าด้วยความหดหู่ใจว่า มีลูกก็เหมือนไม่มีเพราะตอนแก่เฒ่าช่วยตัวเองไม่ได้ แต่กลับไม่มีลูกหลายคอยดูแล ปล่อยให้นอนจมปัสสาวะอุจจาระและอดข้าวถึง 3 วันถ้าเพื่อนบ้านไม่มาเห็นก็ไม่รู้จะเป็นยังไง รู้สึกท้อใจถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ไม่อยากได้อะไรแค่อยากให้ลูกหลานมาดูแลเอาใจใส่บ้าง แต่หากจะมีคนมาช่วยเหลือก็อยากจะได้สิ่งของอุปโภคบริโภคเพราะตนเองหากินไม่ได้แล้ว

สอบถามนางคิมมั่น ส้างชาติ อายุ 64 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน เล่าให้ฟังว่า ชีวิตคุณตาน่าสงสารมาก เพราะมีลูกถึง 7 คนแต่พอบั้นปลายชีวิตที่คุณตาไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ก็ไม่มีคนดูแล เพราะลูกบางคนก็ไปมีครอบครัวไม่ติดต่อมาเลย ส่วนลูกชายที่อยู่ด้วยปัจจุบันก็ไม่ค่อยอยู่บ้านชอบดื่มเหล้าไปเรื่อย

ล่าสุดถึงขั้นปล่อยตานอนจมปัสสาวะอุจจาระและอดข้าวถึง 3 วัน จนตาเป็นแผลกดทับ อสม.และชาวบ้านต้องพากันส่งโรงพยาบาลหาข้าวหาน้ำให้กิน และที่น่าหดหู่ใจคือตอนที่ลูกสาวคนเล็กอายุ 9 ขวบได้ถูกพี่ชายคนที่สองขืนใจจนติดเชื้อเอชไอวี เสียชีวิต ส่วนพี่ชายคนที่ก่อเหตุหนีไปและมีคนส่งข่าวมาทีหลังว่าเสียชีวิตแล้วก็คิดว่าน่าจะติดเชื้อเอชไอวี เหมือนกัน

ที่ผ่านมาตนเองซึ่งอยู่ใกล้ก็คอยสอดส่องดูแลช่วยเหลือเรื่องอาหารการกินมาตลอด แต่ก็ช่วยได้ตามกำลังเท่านั้นก็อยากให้ทางหน่วยงานนำของอุปโภคบริโภคมาช่วยเหลือตา และอยากให้ทำบัตรคนพิการให้กับตาด้วย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ยายสุดช้ำใจหูเพี้ยนหลาน 5 ขวบตะโกนบอก ‘โจรลักข้าว​’ กลับได้ยินเป็น ‘ไก่กินข้าว’​

Posted on August 11, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/672519

ยายสุดช้ำใจหูเพี้ยนหลาน 5 ขวบตะโกนบอก 'โจรลักข้าว​' กลับได้ยินเป็น 'ไก่กินข้าว'​

ยายสุดช้ำใจหูเพี้ยนหลาน 5 ขวบตะโกนบอก ‘โจรลักข้าว​’ กลับได้ยินเป็น ‘ไก่กินข้าว’​

วันพุธ ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.34 น.

แก๊งมิจฉาชีพทำทีมาตระเวนขายยาดม ยาหม่อง พอยายเจ้าของบ้านเผลอย่องเข้าไปขโมยข้าวเปลือกในบ้านใส่กระบะ หลาย 5 ขวบเห็นตะโกนบอก “ยายๆ มีคนมาขนข้าว” แต่ยายหูเพี้ยนได้ยินว่า “ไก่เข้าไปกินข้าว” จึงบอกให้หลานปิดประตู รู้ตัวอีกทีโดนขโมยข้าวเปลือกหายไป 7 กระสอบโร่แจ้งตำรวจช่วยล่าตัว 

วันที่ 10 ส.ค.65 นางทองคำ วงศ์ศรีนวล อายุ 64 ปี ชาวบ้าน ต.สำโรง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อนุสรณ์ ศรีพรหม รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ละหานทรายว่า มีแก๊งคนร้าย 3 คนเป็นผู้หญิง 1 คน ชาย 2 คน ขับรถกระบะเข้าไปทำทีตระเวนขายยาดม ยาหม่อง ในหมู่บ้าน ก่อนอาศัยช่วงที่ยายเผลอไปดายหญ้าแอบเข้าขโมยข้าวเปลือกภายในบ้านหายไป 7 กระสอบ เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (9 ส.ค.65)  

โดยยายทองคำ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนถางหญ้าอยู่บริเวณหน้าบ้าน จากนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 40-45 ปี ทำทีเดินเข้าไปถามขายยาดม ยาหม่อง ตนก็ตะโกนบอกไปว่ามีแล้วไม่เอา จากนั้นผู้หญิงคนดังกล่าวก็ตะโกนบอกยายกลับคืนว่างั้นขอนั่งรอรถสักพัก ก่อนที่จะเดินไปนั่งบริเวณแคร่หน้าบ้าน ระหว่างนั้นมีผู้ชายอีก 2 คน ขับรถกระบะมาจอดแล้วลงมาจากรถ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไรคิดว่าขับรถมารับผู้หญิงที่มาเดินขายยาดม ยาหม่อง ก็หันไปดายหญ้าต่อ

ผ่านไปสักพักหลานอายุ 5 ขวบก็ตะโกนบอกตนเองว่า “ยายๆ มีคนมาขนข้าว” แต่หูกลับได้ยินว่าไก่จะเข้าไปกินข้าว จึงตะโกนบอกหลานไปว่า “ปิดประตูไว้สิ” โดยที่ไม่ได้หันไปดู กระทั่งดายหญ้าเสร็จ ช่วงเย็นก็เดินเข้าไปในบ้านก็พบถุงที่ใส่ข้าวเปลือกกระจัดกระจายอยู่ก็ตกใจพอนับดูพบว่าข้าวเปลือกที่มีอยู่ 20 กระสอบ เหลือเพียง 13 กระสอบ หายไป 7 กระสอบ หากคิดเป็นยอดเงินก็ประมาณ 4,500 บาท   

ยายมั่นว่าข้าวเปลือกที่หายไปเป็นฝีมือของแก๊งคนร้าย 3 คนที่มาทำทีตระเวนขายยาดม ยาหม่องแน่นอน เพราะหลานพยายามตะโกนบอกแล้ว แต่ตนกลับได้ยินผิดว่าไก่เข้าไปกินข้าว ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมแก๊งคนร้ายดังกล่าว มาดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะหากปล่อยไว้ต้องไปก่อเหตุลักษณะนี้กับชาวบ้านคนอื่นอีกแน่นอน และเชื่อว่าน่าจะก่อเหตุแบบนี้มาแล้วหลายพื้นที่

ขณะที่พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ละหานทราย ก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านที่เกิดเหตุ เพื่อหาข้อมูลหลักฐาน และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อเป็นการเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบริเวณใกล้เคียงไม่มีกล้องวงจรปิด ซึ่งก็จะได้ไล่ดูกล้องตามเส้นทางต่างๆ  และสอบถามพยานที่เห็นเพื่อติดตามตัวคนร้าย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,938,886 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026
เทพไท เฉลย ทำไมผลโพล 67% คนใต้เอาแลนด์บริดจ์ เหตุไม่รู้ข้อมูล จี้รัฐทำประชามติ 3 ระดับ
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ปมซื้อเครื่องบินแพงเกินไปหรือไม่

Recent Posts

  • ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.
  • สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย
  • พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก
  • บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ
  • รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d