Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ภูมิปัญญาชาวบ้าน แปรรูป’ปลาส้ม’เพิ่มมูลค่า แก้ปัญหาปลากระชังน้ำโขงราคาตกต่ำ

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671770

ภูมิปัญญาชาวบ้าน แปรรูป'ปลาส้ม'เพิ่มมูลค่า แก้ปัญหาปลากระชังน้ำโขงราคาตกต่ำ

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.07 น.

ทต.ธาตุพนมใต้ หนุนชุมชนนำภูมิปัญญาชาวบ้านแปรรูปปลาส้ม เพิ่มมูลค่าแก้ปัญหาปลาในกระชัง ปลาน้ำโขงราคาตกต่ำ โกยเงินสู้ภัยโควิด สร้างรายได้ชุมชนยั่งยืน ขยายผลต่อยอดขายผ่านตลาดออนไลน์ครบวงจร 

7 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก เทศบาลตำบลธาตุพนมใต้ (ทต.ฯ) อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดย จ.ส.อ.เสน่ คำมุงคุณ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธาตุพนมใต้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเกี่ยวข้อง ผู้นำชุมชน เปิดโครงการฝึกอบรมการประกอบอาชีพเสริมรายได้ในครัวเรือน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับกลุ่มแม่บ้านและผู้ที่มีความสนใจ เกี่ยวกับการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาพัฒนาแปรรูป

อาทิ ปลาปาก (ปลาตะเพียน),ปลานิล ฯลฯ ที่เลี้ยงในกระชัง รวมถึงปลาที่หาได้ตามแม่น้ำโขง หรือ ลำน้ำก่ำ ซึ่งเป็นลำน้ำสาขามาแปรรูปเพิ่มมูลค่า ตามแบบฉบับภูมิปัญญาชาวบ้านในการถนอมอาหารไว้รับประทานได้นานวัน ด้วยการแปรรูปทำเป็นปลาส้มตัว กับปลาส้มห่อใบตอง แก้ไขปัญหาราคาตกต่ำ อีกทั้งยังเป็นการถนอมอาหารเก็บไว้ได้นานหลายเดือน และสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว

ทั้งนี้ ทต.ธาตุพนมใต้ ได้มีการวางแผนพัฒนา ส่งเสริมให้ชาวบ้าน มีการเลี้ยงปลากระชัง เพื่อผลิตปลาส้มแบบครบวงจร เพื่อสร้างรายได้ สู้วิกฤตโควิด อีกทั้งเป็นการแก้ปัญหาราคาปลากระชังตกต่ำในระยะยาว โดยสามารถเพิ่มมูลค่า จากราคาปลาสด ปกติกิโลกรัมละ 50-60 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมละ 150 -200 บาท พร้อมเตรียมขยายส่งเสริมให้กลุ่มอาชีพทุกชุมชน หันมาแปรรูปทำปลาส้มส่งป้อนตลาดทั่วไทย ควบคู่ส่งเสริมการตลาดออนไลน์ กระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และใช้เวลาว่างจากงานประจำสร้างรายได้ยั่งยืน

ด้าน จ.ส.อ.เสน่ คำมุงคุณ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลธาตุพนมใต้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันต้องยอมรับว่าสถานการณ์โควิดระบาด ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการค้า รวมถึงอาชีพการเกษตร ผลผลิตราคาตกต่ำ โดยเฉพาะชาวบ้านชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมถึงลำน้ำก่ำ ที่มีอาชีพประมงหาปลา ไปจนถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง ตนจึงได้หารือวางแนวทางกับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ในการนำภูมิปัญญาชาวบ้าน มาแก้ไขปัญหา ด้วยการส่งเสริมอาชีพให้กับชุมชนกลุ่มแม่บ้านที่มีความสนใจ เกี่ยวกับการแปรรูปทำปลาส้ม นอกจากเป็นการถนอมอาหารแล้ว ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตร จากการเลี้ยงปลากระชังเพิ่มขึ้นเท่าตัว

เบื้องต้นได้นำร่อง นำกลุ่มอาชีพในชุมชนหมู่บ้านต่างๆ มารับการฝึกอบรม จากผู้ที่มีความชำนาญ ในการทำปลาส้มตามแบบภูมิปัญญาชาวบ้านท้องถิ่น ด้วยการนำปลาตะเพียนมาแปรรูป ผสมกับข้าวเหนียวนึ่ง เกลือ กระเทียม เป็นการปรุงให้มีรสชาติดีขึ้น และเป็นการหมักให้เป็นปลาส้มแบบไร้สารปนเปื้อน ด้วยวิธีการถนอมอาหารแบบพื้นบ้าน สามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือน

รวมถึงนำตัวปลาไปขูดเฉพาะเนื้อทำปลาส้มห่อใบตอง  เป็นการเพิ่มมูลค่าได้อีกเท่าตัว สร้างรายได้จากกิโลกรัมละ 50-60 บาท เพิ่มเป็นราคากิโลกรัมละ 150-200 บาท ซึ่งสามารถนำปลาทุกชนิดมาเป็นวัตถุดิบ เช่น ปลาชะโด ปลากราย เป็นต้น แทนที่จะนำไปขายปลาสดอย่างเดียว แต่สามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า เป็นทางเลือกให้ชุมชนมีอาชีพมีรายได้มากขึ้น อีกทั้งยังได้วางแผนส่งเสริมให้ชุมชน มีการเพิ่มปริมาณการเลี้ยงปลากระชัง และนำมาทำปลาส้มแปรรูปครบวงจร ส่งออกขายสู่ตลาดทั่วประเทศ รวมถึงตลาดออนไลน์ เพื่อนำไปปรุงเป็นเมนูเด็ดขึ้นชื่อตามร้านอาหารอย่างปลาส้มทอด เชื่อว่าจะเป็นอีกทางเลือกที่สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจสู้ภัยโควิด ได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านความเป็นอยู่ของชุมชน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

โพสต์อุทาหรณ์! ร้านต่อขนตามักง่าย ใช้’เทปใส’ติดตาแทนอายแพด ทำลูกค้าตาอักเสบ

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671752

โพสต์อุทาหรณ์! ร้านต่อขนตามักง่าย ใช้'เทปใส'ติดตาแทนอายแพด ทำลูกค้าตาอักเสบ

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.29 น.

7 สิงหาคม 2565 จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “ไม่บอกแล้วกันว่าร้านไหน (ดวงตาคือสิ่งสำคัญ ยังต้องใช้งานไปตลอดชีวิต) เรียนต่อยังใง ใช้เทปใสในการต่อขนตา กาวเป็นก้อนขนาดนี้ ไม่นึกถึงลูกค้าจะเจ็บบ้างเลย เคสนี้ลูกค้ามาถอดขนตา 2 คน ต่อได้ 2 วัน เสียเงินต่อแล้วมาเสียเงินถอด ต่อใหม่อีก และส่งรูปให้ดูว่าใช้เทปใสในการต่อ ลูกค้ามีอาการเปลืองตาแดง ถ้าช้ากว่านี้เปลือกตาอาจอักเสบได้ เสียเวลาถอด 2 ชม. แล้วต่อใหม่อีก ทุกคนมีสิทธิ์เลือกร้านที่มีคุณภาพ ใส่ใจลูกค้า และช่างต้องมีจรรยาบรรณ ลงทุนสักนิด เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า #ตามแก้งานร้านนี้บ่อยมากๆควรศึกษาให้ดีปรับปรุงแก้ไข”

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.30 น. ของวันที่ 6 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ร้านเสริมความงามแห่งหนึ่ง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี  พบ น.ส.พรสวรรค์ (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี เจ้าของร้านต่อขนตา เป็นผู้โพสต์รูปภาพดังกล่าวเพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิงหลายคน ที่อยากจะต่อขนตาให้ระวังร้านที่ใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐานในการต่อขนตา

จากการสอบถามน.ส.พรสวรรค์ เจ้าของร้าน เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 5 ส.ค. 65 เวลาประมาณ 13.00 น. มีลูกค้าทักมาหาว่า จะขอให้ช่วยถอดขนตาประมาณ 2 คน ลักษณะขนตาที่ต่อมีปมใหญ่มาก ซึ่งลูกค้ารู้สึกมีอาการบาดเจ็บ แสบบริเวณรอบดวงตา เกิดการอักเสบ จนทนไม่ไหว ตนจึงได้ทำการถอดให้ลูกค้า ทางลูกค้าบอกว่าตอนที่ไปต่อที่ร้านแห่งหนึ่ง รู้สึกแสบมากๆ ตนคิดว่าขึ้นอยู่ที่กาว แต่พอตนลองดูแล้วขั้นตอนการต่อขนตาที่ลูกค้าต่อมาจากที่อื่นลักษณะน่ากลัวมากๆ เพราะเป็นการใช้สก๊อตเทปใสในการติดที่ตาลูกค้าแทนอายแพด ตนรู้สึกตกใจมากเพราะตอนแรกคิดว่าอุปกรณ์ที่ร้านนั้นหมด 

แต่ลูกค้าบอกว่าที่ร้านนั้นใช้สก๊อตเทปใสติดใต้ตาให้ลูกค้าแบบนี้ทุกๆคน ตนจึงขออนุญาตดูรูปตาของลูกค้าระหว่างต่อขนตาที่ร้านนั้น หลังจากที่ตนดูก็ไม่เคยเห็นร้านไหนทำแบบนี้มาก่อน ตนจึงตัดสินใจโพสต์ในกลุ่มอุปกรณ์ต่อขนตา ช่างหลายคนที่อยู่ในกลุ่มก็ไม่โอเค เพราะไม่เคยเจอ ตนจึงตัดสินใจโพสต์ในกลุ่ม “ข่าวสาร-คนไทรน้อย-นนทบุรี” อีกครั้ง ตามที่โพสต์ไป แต่ทางร้านที่ต่อขนตามาให้ลูกค้าเหมือนไม่พอใจที่ตนได้โพสต์ออกไป 

ซึ่งตนก็ไม่ได้เอ่ยถึงชื่อร้านหรือตำแหน่งร้าน ที่ตนโพสต์ไปเพื่อเป็นการเตือนช่างให้ควรใช้เครื่องมือที่ถูกต้อง เพราะเป็นเรื่องไม่สมควร ถ้าร้านไหนมีการโปรโมทว่าใช้สก๊อตเทปใส ในการติดขนตาแทนอายแพด คงไม่มีลูกค้าเข้าไปใช้บริการ นอกจากจะมีลูกค้าที่พึงพอใจที่อยากจะใช้ของแบบนี้ ส่วนมีกระแสกล่าวหาว่าตนจะไปดิสเครดิตคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องจริง เพราะตนไม่รู้จักร้านนั้นที่ต่อขนตาให้ลูกค้า และไม่รู้จักกับร้านดังกล่าว ตนจึงอยากฝากถึงลูกค้าในการเลือกร้านให้ดูหน้าร้าน และวัสดุอุปกรณ์ในร้าน ความสะอาด ก่อนที่จะตัดสินใจต่อขนตา 

หลังจากที่โพสต์ไปมีลูกค้าทักเข้ามาหาตนประมาณ 4 คน ที่ถูกร้านแห่งหนึ่งติดสก๊อตเทปใสในการต่อขนตาแทนอายแพด จะเข้ามาให้ที่ร้านช่วยเอาขนตาออกให้ และมีอีกประมาณเกือบ 10 คน รู้ว่าเป็นร้านไหนเพราะคนโดนกันเยอะ ตอนที่ลูกค้าต่อขนตาอยู่อาจจะไม่กล้าพูดว่าเจ็บ คงอยากจะให้ช่างทำให้เสร็จเพราะคิวเยอะ ส่วนใหญ่ช่างที่ใช้อายแพดติดใต้ตาจะไม่มีปัญหา จะมีปัญหาก็ต่อเมื่อใช้สก๊อตเทปใสติดใต้ตาแทน

น.ส.พรสวรรค์ กล่าวต่ออีกว่า ทางร้านได้ทักเข้ามาหาตน ซึ่งตนไม่เคยกล่าวอ้างว่าเป็นร้านไหน และไม่ได้เอ่ยถึงชื่อร้าน ทางร้านบอกกับตนว่าสะดวกที่จะใช้อุปกรณ์แบบนี้ หลังจากนั้นเขาไลฟ์สดว่าตนส่งคนไปร้านเขา ถ้าตนส่งไปจริง ถึงส่งไป 100 คน ถ้าไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่ผิดอยู่ดี เพราะไม่เคยมีเรื่องกันมาก่อน ก่อนหน้านี้ตนถูกเขาบล็อคเฟซบุ๊ก การที่เขาไลฟ์สดตนก็เสียหายเพราะหาว่าตนอิจฉา และอิจฉาที่ร้านเขาต่อขนตาราคาถูกกว่า ซึ่งถ้าลูกค้าเจอประสบการณ์ที่แย่ครั้งแรกก็คงจะไม่มีใครไปอีกเป็นครั้งที่ 2

ทางด้านน.ส.พัชญามณฑ์  อายุ 29 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว ผู้ที่ใช้บริการในโพสต์ วีดีโอคอลเล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า  ตนหาร้านต่อขนตาแล้วเห็นรีวิวร้านดังกล่าวในกลุ่มหนึ่งเลยชวนเพื่อนไปต่อ ตอนที่ต่อขนตาแล้วมีการติดใต้ตา ตนไม่แน่ใจว่าร้านนั้นใช้อะไรติด แต่ได้ยินเสียงลอกเทป ระหว่างที่นอนอยู่รู้สึกตึงเพราะเขาติดไปทั้งหน้า เลยถ่ายรูปหน้าตัวเองเก็บไว้ดู พอต่อเสร็จขนตาที่ต่อมันเป็นปม ที่เคยต่อมันไม่ได้เป็นปมใหญ่แบบนี้ ตนต่อแบบแกน Y ซึ่งไม่แน่ใจว่าทางร้านไม่มีหรือป่าวเพราะเขาบอกจะต่ออีกแบบให้ ตนก็โอเคและขอสวยๆ 

หลังจากต่อเสร็จตนรู้สึกเคืองตามาก เจ็บแปลบๆ มีอะไรแทงตลอดเวลา รู้สึกยิบๆ แต่เพื่อนตนน้ำตาไหลและตาแดงตลอดเวลา ตอนที่ตนรู้ว่าร้านนั้นใช้สก๊อตเทปใสติดแทนอายแพดก็รู้สึกตกใจเพราะไม่เคยเจอ ร้านนี้เพิ่งเคยต่อเป็นครั้งแรก ตนเห็นว่าใกล้บ้านและมีรีวิวเยอะจึงเลือกไปทำ ผ่านไปประมาณ 2 วัน ก็เลือกมาถอดขนตาอีกร้าน พอมาแก้ใหม่ที่ร้านนี้ก็หายเคืองตา 

หลังจากเกิดเหตุตนไม่ได้ติดต่อร้านที่ต่อขนตาตอนแรกมาเพราะรู้สึกไม่ดีแล้ว ยิ่งเห็นกาวที่ถอดมาปมใหญ่มาก ซึ่งร้านก็ไม่ได้มารับผิดชอบอะไร ตนไม่ได้คิดอยากเอาเรื่อง แต่อยากฝากสาวๆที่จะต่อขนตาให้เลือกร้านให้ดีเพราะมันอยู่ที่ดวงตา ถ้าบางคนแพ้กาวอาจจะแดงได้ โชคดีที่ตนแค่รู้สึกระคายเคืองและไม่สบายตา อยากฝากร้านต่อขนตาที่ใช้สก๊อตเทปใสว่าอยากให้ปรับปรุงเน้นเรื่องอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน และความสะอาด ราคาไม่เกี่ยวว่าจะถูกหรือแพงมันอยู่ที่ความพอใจของลูกค้าที่ยินดีจะจ่าย 

‘ตอนที่ร้านเขาใช้อายแพดมาติดใต้ตาตนก็ไม่รู้ และเหมือนจะติดสก๊อตเทปใสที่หน้าผากและเทกาวด้วย หลังจากต่อเสร็จก็ไม่ได้ติดต่อร้านนั้นไป มันไม่โอเคไปแล้ว เลือกที่จะเปลี่ยนร้านดีกว่า ดวงตาของตนไม่มีแผล พอถอดออกก็หายเพราะส่วนที่มันแทงมันถอดออกไปแล้ว ตนเคยต่อมาหลายร้านไม่เคยเป็นแบบนี้ รูปที่แปะสก๊อตเทปใสนั้นเป็นรูปของตน ตนถ่ายเอาไว้เพราะรู้สึกว่าตึงหน้ามากไม่ได้ต้องการจะถ่ายมาเพื่อดิสเครดิตร้านใคร แค่อยากรู้ว่าบนหน้ามีอะไร ตนยืนยันว่าไม่ได้รู้จักร้านที่มาแก้ เพราะตอนแรกตนจะไปแก้ร้านอื่นแต่อีกร้านคิวไม่ว่าง ตนเลยเลือกมาร้านนี้ ตนจ่ายเงินเอง เจ็บเอง ตนไม่ใช่หน้าม้าสามารถเช็คได้’ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ติดต่อร้านที่ต่อขนตาที่ใช้สก็อตเทปใสเป็นอุปกรณ์ในการต่อขนตาแล้ว แต่ทางร้านไม่ขอให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ต่อมาได้มีการไลฟ์สดชี้แจงเหตุการณ์ แต่ไม่อนุญาตให้ใช้คลิป ก่อนที่จะลบคลิปดังกล่าวออกไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ปมสอบคุณสมบัติร้อน! ‘ไวยาวัจกร’วัดธาตุทองฟ้องหมิ่น’พระราชบัณฑิต’เรียกค่าเสียหาย 3 ล้าน

Posted on August 8, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671749

ปมสอบคุณสมบัติร้อน! 'ไวยาวัจกร'วัดธาตุทองฟ้องหมิ่น'พระราชบัณฑิต'เรียกค่าเสียหาย 3 ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.24 น.

“ไวยาวัจกร”ที่ถูก”พระราชวรญาณโสภณเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง” มีคำสั่ง “แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ปมขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินหรือไม่? และ “ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่” ให้ทนายความซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าอาวาสเป็น”คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” ฟ้อง “พระราชบัณฑิต” รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ข้อหาหมิ่นประมาทด้วยโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 3,000,000 บาทหลังมีหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดธาตุทองให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปมคุณสมบัติร้อน

ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ในวัดและญาติโยมที่มาทำบุญที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใส่ในการบริหารรายได้และเงินภายในวัดธาตุทองพร้อมกับมีการกล่าวหาไวยาวัจกรคนหนึ่งว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ กระทั่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือที่ รค.02/2565 ถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ให้ทำการถอดไวยาวัจกรคนดังกล่าวออกจากตำแหน่งหลังจากมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่าไวยาวัจกรคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินภายใน 15 วัน ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 7 ส.ค.65 ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ภายในวัดธาตุทอง พร้อมกับเอกสารคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง หลายฉบับว่า จากกรณีพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 มีหนังสือพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ให้ทำการถอดไวยาวัจกรออกจากตำแหน่งหลังจากมีการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วพบว่าขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคมและมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงินนั้น เมื่อวันที่ 21 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 06/2565 เรื่อง “ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่” ไปแล้ว โดยมีเนื้อหาดังนี้ สืบเนื่องจากการที่นาย…(ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ถูกขอให้ตรวจสอบว่าขาดคุณสมบัติของไวยาวัจกรตามความในข้อ 6 (9) แห่งกฎุมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร 

ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายอันอาจจะเกิดขึ้นแก่การคณะสงฆ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงให้ไวยาวัจกรวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร พักจากตำแหน่งหน้าที่ไวยาวัจกร และห้ามมิให้ทำนิติกรรมต่างๆ ของวัด จนกว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 09/2565 เรื่อง “แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง” โดยมีเนื้อหาดังนี้ ตามที่วัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ได้รับหนังสือเลขที่ รค. 02/2565 เรื่อง “ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกร” ลงวันที่ 20 กรกฎาคม 2565

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จึงแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงนาย… (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ไวยาวัจกร ตามหนังสือที่ได้รับเรื่องมา มีรายนามดังต่อไปนี้ 1.พระวินัยสุธี ประธานกรรมการ 2.พระครูวินัยวรวัฒน์ กรรมการ 3.พระครูวิจิตรวีรญาณ กรรมการ 4.รศ.พิเศษ ดร.อำนาจ บัวศิริ กรรมการ 5.นายสุชาติ มากมี กรรมการ 6.พันตำรวจเอก เจริญ ปานคล้าย กรรมการและเลขานุการ

ขอให้ทุกท่านที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าว จงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใส และยุติธรรมและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นประการใดให้รายงานผลให้เจ้าอาวาสทราบภายใน 15 วัน เพื่อรายงานผลดำเนินการแก่เจ้าคณะผู้ปกครองและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

ในวันที่ 24 ก.ค.65 วันเดียวกัน พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้ลงนามในคำสั่งอีกฉบับ เป็นคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 10/2565 เรื่อง “ให้คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งหน้าที่”

โดยมีเนื้อหาดังนี้ สืบเนื่องจากคำสั่งที่ 06/2565 เรื่อง “ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่” ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 เพื่อให้การบริหารงานต่าง ๆ ภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เป็นไปด้วยความต่อเนื่อง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 จึงให้นาย… (ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ ตามคำสั่งของวัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร ที่เคยได้รับแต่งตั้ง ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 24 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565 (พระราชวรญาณโสภณ) เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง

เจ้าหน้าที่ของวัดธาตุทอง เปิดเเผยว่า หลังจากเจ้าอาวาสลงนามในคำสั่งวัดธาตุทอง เมื่อวันที่ 24 ก.ค.65 ที่ผ่านมาทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว ปรากฎยังไม่มีการนำเอาคำสั่งดังกล่าวของเจ้าอาวาสไปติดประกาศตามบอร์ดต่างๆ ภายในวัดเพื่อให้เจ้าหน้าที่วัด ประชาชนและญาติโยมที่มาทำบุญในวัดได้รับทราบ แต่เพิ่งนำคำสั่งของเจ้าอาวาสไปติดตามบอร์ด เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.30 น.วันที่ 5 ส.ค.65 ที่ผ่านมานี่เอง 

เจ้าหน้าที่วัดธาตุทอง เปิดเผยด้วยว่า กรณีไวยาวัจกรซึ่งขาดคุณสมบัติดังกล่าว ที่ทางเจ้าอาวาสวัดธาตุทองได้มีคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 09/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าไวยาวัจกรคนดังกล่าวขาดคุณสมบัติเป็นไวยาวัจกรหรือไม่นั้น ขณะนี้นอกจากคณะกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจะยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังมีอดีตอัยการที่เกษียณอายุราชการแล้วเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จ ซึ่งในขณะที่ยังไม่ได้มีการตรวจสอบในเรื่องของไวยาวัจกรคนที่ถูกเจ้าอาวาสสั่งพักหน้าที่แล้วกลับไปเป็นทนายร่างคำฟ้องให้เขาเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ที่มีหนังสือถึงเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีของไวยาวัจกรคนดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 3,000,000 บาทด้วย โดยฟ้องศาลอาญากรุงเทพใต้ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.65 ที่ผ่านมา คดีหมายเลขดำที่ อ 1102/2565

“แต่ทางพระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ท่านก็ไม่ได้ติดใจอะไรและพร้อมที่จะให้ข้อมูลความเป้นจริงในเรื่องนี้” เจ้าหน้าที่วัดธาตุทอง คนนี้เผย

มีรายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค.65 ที่ผ่านมา กลุ่มคนจัดดอกไม้งานฌาปนกิจวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้รวมตัวกว่า 20 คนเข้าไปทวงถามค่าเปอร์เซ็นต์ค่าจัดดอกไม้งานศพรวมทั้งหมดคนละประมาณ 3,000-5,000 บาทในงวดของเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาจากพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ซึ่งปกติทางวัดจะต้องจ่ายให้กับคนจัดดอกไม้ในวันที่ 5 ของแต่ละเดือน แต่ปรากฎว่ายังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าว ทั้งนี้ ทราบว่าได้มีไวยาวัจกรคนหนึ่งได้เบิกเงินไปแล้ว

ทีมข่าวเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์ ได้สอบถามปัญหาดังกล่าวจากพนักงานคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เล่าว่า ร้านดอกไม้ที่มาประมูลจัดงานเฉพาะของวัดธาตุทองจะแบ่งเงินเข้าวัด 30 เปอร์เซ็นต์ โดยวัดจะแบ่งให้พนักงาน 10 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่ไม่มีรายได้ ซึ่งจะมีคนเซ็นต์รับเบิกเงินทุกเดือน 

แต่หลังจากไวยาวัจกรคนดังกล่าวที่เจ้าอาวาสมีคำสั่งให้พักจากตำแหน่งหน้าที่เข้ามาเป็นไวยาวัจกรทุกอย่างในวัดก็เริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเงินเปอร์เซ็นต์ที่พนักงานต้องได้จากวัด 10 เปอร์เซ็นต์ก็เหลือเพียง 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะไวยาวัจกรคนดังกล่าวหักเงินไป 5 เปอร์เซ็นต์ โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งของเจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ซึ่งเราในฐานะพนักงานตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ก็ไม่มีปากเสียงอะไรจะไปคัดค้านได้ เพราะเขามีตำแหน่งที่ใหญ่กว่า แล้วเข้าหาหลวงพ่อได้ตลอด 

พนักงานซึ่งเป็นผู้เสียหายกล่าวต่อว่า การที่มารวมตัวกันในวันนี้ เพื่อจะมาทวงถามว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นคำสั่งของเจ้าอาวาสจริงๆ หรือไม่ รวมทั้งเงินที่จะออกรอบวันที่ 5 ส.ค.นี้จะเลื่อนออกเป็นวันที่ 5 ก.ย.จริงหรือไม่ เมื่อสอบถามเจ้าอาวาสก็ได้คำตอบว่า ท่านไม่รู้เรื่องดังกล่าวโดยทุกคำสั่งที่ออกมาจากไวยาวัจกรคนดังกล่าว เป็นการแอบอ้างโดยใช้ชื่อท่านมาหลอกลวงพวกเราจนทำให้เข้าใจผิดว่าท่านเจ้าอาวาสเป็นเหตุให้วัดธาตุทองเสื่อมเสียชื่อเสียง

“นอกจากนี้ พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ยังบอกอีกว่า ต่อไปนี้การบริหารภายในวัด ณ ปัจจุบัน คำสั่งของไวยาวัจกรคนดังกล่าว ถือเป็นโมฆะไม่เคยเกิดขึ้น หากมีข้อสงสัยให้คุยกับคณะกรรมการวัดคนอื่นๆ แทน และต่อไปนี้คำสั่งของไวยาวัจกรคนนี้จะไม่มีผลใดๆ ในวัดอีกต่อไป เพราะได้สั่งพักงานจนกว่าจะสอบสวนเรื่องราวให้กระจ่าง ที่ผ่านมาไม่มีใครทำอะไรกับไวยาวัจกรคนนี้ได้เลย แม้ทางเจ้าอาวาสจะบอกว่าตอนนี้คำสั่งของไวยาวัจกรคนดังกล่าวถือเป็นโมฆะไปแล้วก็ตาม แต่ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเขายังมีอำนาจอยู่และเขายังกดดันพวกเราอยู่ตลอดเวลา” พนักงานจัดดอกไม้คนดังกล่าวเผย – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ญาติพากลับบ้าน! เรียกวิญญาณเหยื่อผับมรณะเมาท์เทนบี หมาหอนระงม

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671737

ญาติพากลับบ้าน! เรียกวิญญาณเหยื่อผับมรณะเมาท์เทนบี หมาหอนระงม

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.55 น.

7 สิงหาคม 2565 จากกรณีเหตุการณ์เพลิงไหม้ผับ เมาท์เทนบี ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 37 ราย ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น  

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 7 สิงหาคม 2565 ที่บริเวณด้านหน้า ผับ เมาท์เทนบี ยังคงมีกลุ่มญาติ ทยอยเดินทางมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิต หลังเดินทางไปรับศพ เพื่อเคลื่อนย้ายไปประกอบพิธีทางศาสนา

โดยมารดาของนายสุรกานต์ เรืองฤทธิ อายุ 35 ปี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ญาติได้โทรบอกว่า กลางดึกมีสุนัขเห่าหอนระงมตลอดทั้งคืน เชื่อว่าวิญญาณของลูกชาย มาหาแต่เข้าบ้านไม่ได้ จึงแนะนำให้เดินทางมาจุดธูป อันเชิญดวงวิญญาณกลับ  

ส่วนญาติและกลุ่มเพื่อนของ น.ส.พรหมพร พูลสวัสดิ์ อายุ 18 ปี ได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์ พร้อมถือรูป มาทำพิธีสวดมนต์ อันเชิญวิญญาณของผู้เสียชีวิต เพื่อกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัด รังศรีสุนทร กม.5 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชมความงาม! ‘ดอกลิ้นมังกร’ สีชมพูสด เพชรเม็ดงามใจกลาง อช.ภูหินร่องกล้า

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671728

ชมความงาม! 'ดอกลิ้นมังกร' สีชมพูสด เพชรเม็ดงามใจกลาง อช.ภูหินร่องกล้า

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.19 น.

ช่วงต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี และเป็นช่วงฤดูฝน ทำให้ดอกลิ้นมังกร สีชมพู เพชรเม็ดงาม ที่ออกปีที่ละ 1 ครั้ง ที่บริเวณน้ำตกหมันแดง  ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก   โดยดอกลิ้นมังกรจะออกดอกบานพร้อมกันเป็นสีชมพูสด เกาะอยู่บนโขดหินหน้าน้ำตกหมันแดง  โดยเฉพาะชั้นที่  5 นักท่องเที่ยวที่นิยมการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย ชมความงามของธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงาม  โดยในปีนี้ดอกลิ้นมังกร ที่น้ำตกหมันแดง ได้ออกดอกเป็นสีชมพูสวยสดแล้ว  ทำให้เริ่มมีนักท่องเที่ยวต่างเดินทางไปเที่ยวชมและถ่ายรูป  เพราะว่าเป็นช่วงระยะเวลาอันสั้นที่ดอกลิ้นมังกร จะออกดอก และที่สำคัญดอกลิ้นมังกร ที่บริเวณน้ำตกหมันแดงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จะมีสีชมพูสดที่เดียว ซึ่งถือว่าแตกต่างจากที่อื่นจะออกสีส้ม

นายสุธน เวียงดาว หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เปิดเผยว่า ดอกลิ้นมังกรสีชมพูที่น้ำตกหมันแดงจะออกดอกบานหน้าน้ำตกเพียงปีละหนึ่งครั้งเท่านั้น จะบานเต็มที่ในช่วงเดือนสิงหาคมของทุกปี  นักท่องเที่ยวที่สนใจต้องเตรียมตัวมาให้พร้อมสำหรับการเดินทางด้วยเช่นกัน ร่ม เสื้อกันฝน ถุงพลาสติกสำหรับกันกล้องถ่ายรูปเปียกน้ำ รองเท้าผ้าใบ เป็นต้น รวมทั้งถุงกันทากที่จะมีมากในช่วงหน้าฝนในป่าดิบชื้น  และต้องช่วยกันรักษาธรรมชาติ ไม่ขึ้นไปบนโขดหินที่มีดอกลิ้นมังกรขึ้นอยู่ เก็บขยะทุกชิ้นออกมาให้หมด  สำหรับทางเข้าไปเที่ยวชมดอกลิ้นมังกรจะต้องมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯพาไปทุกครั้ง  โดยปีนี้จะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินไปชมน้ำตกหมันแดงทางเดียว คือ เข้าบริเวณหน่วยหมันแดง แล้ว เมื่อชมน้ำตกหมันแดง และดอกลิ้นมังกร แล้ว ก็จะให้เดินทางหมู่บ้านหมันขาว ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย ( เส่ยทางบ้านภูทับเบิก ) โดยจะให้รถไปรอรับ ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ สามารถติดต่อขอคำแนะนำได้ที่   0815965977   ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า. -008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักเรียนหญิงม.5สู้ชีวิต! เสิร์ฟร้านหมูกระทะหาเงินช่วยแม่-พ่อป่วย วอนรัฐช่วยซ่อมบ้าน

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671727

นักเรียนหญิงม.5สู้ชีวิต! เสิร์ฟร้านหมูกระทะหาเงินช่วยแม่-พ่อป่วย วอนรัฐช่วยซ่อมบ้าน

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.00 น.

7 ส.ค. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 35/16 หมู่ 5 ต.ยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย มีเด็กขยัน กตัญญู ผลการเรียนดี ชื่อ น.ส.จันทิมา  บุญเรือง หรือน้องพลอย อายุ 17 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนยางซ้ายพิทยาคม ได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียนและช่วงวันหยุดไปทำงานเสิร์ฟในร้านหมูกระทะ เพื่อหาเงินช่วยลดภาระแม่ และพ่อที่ป่วยหลายโรครุมเร้าจนทำงานหนักไม่ได้

น้องพลอย บอกว่า สงสารพ่อกับแม่ที่ทำงานหนักมาตลอด จึงไปหางานทำระหว่างเรียน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ โดยวันจันทร์-ศุกร์ เลิกเรียนกลับมาบ้านก็จะอาบน้ำเปลี่ยนชุด ไปทำงานเสิร์ฟร้านหมูกระทะ เลิกงานกลับถึงบ้านก็ 5 ทุ่ม แต่ถ้าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ก็จะออกไปทำงานตั้งแต่บ่าย 2 ได้ค่าแรงวันละ 150-200 บาท แบ่งกินใช้แต่ละวันไม่เกิน 40 บาท และเหลือเก็บออม 500-600 บาท

“ถ้าจบ ม.6 จะศึกษาต่อคณะครุศาสตร์ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ เพราะอยากเป็นครูสอนคณิต โดยจะกู้ กยศ. เรียนและทำงานพาร์ทไทม์ไปด้วย เมื่อจบได้งานทำมั่นคง ก็อยากช่วยพ่อแม่ปลดหนี้สิน และสร้างบ้านใหม่ให้ครอบครัวได้อยู่” น้องพลอย กล่าวด้วยความมุ่งมั่น

นายสมชาย บุญอินทร์ ครูที่ปรึกษา บอกว่า น้องพลอยเป็นเด็กดี แต่งตัวเรียบร้อย มีผลการเรียนดี ล่าสุดได้เกรดเฉลี่ย 3.59 แล้วก็เป็นประธานชมรมของโรงเรียน มีน้ำใจช่วยเหลือเข้าร่วมทุกกิจกรรม มีเป้าหมายชีวิตชัดเจนว่าอยากเป็นครูสอนคณิต และเป็นเด็กที่ขยันช่วยงานบ้านทุกอย่าง ซักผ้าให้ทุกคนในบ้าน รวมทั้งยังช่วยแม่หัก-เสียบ-ปีนขึ้นคอนแขวนใบยาสูบในโรงบ่ม หลังได้มาเยี่ยมบ้านเห็นสภาพความเป็นอยู่ ทางโรงเรียนจึงได้มอบทุนการศึกษาช่วยเบื้องต้น

นางอรัญ บุญเรือง อายุ 43 ปี แม่น้องพลอย บอกว่า ในบ้านอาศัยอยู่ด้วยกัน 4 คน มีตนเองกับสามี และน้องพลอย (ลูกสาวคนโต) กับน้องหมีพูล (ลูกชายคนเล็ก) อายุ 7 ขวบ เรียนชั้น ป.1 โรงเรียนวัดวังสวรรค์ ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ยาสูบ ปีละครั้ง และรับจ้างทั่วไป มีรายได้เดือนละ 1,000 บาท แบ่งให้ลูกสาวคนโตไปโรงเรียนวันละ 40 บาท แต่บางวันก็ไม่มีให้ และให้ลูกชายคนเล็กไปโรงเรียนวันละ 20 บาท แล้วสามีก็ป่วยด้วยหลายโรคมา 2 ปีแล้ว ทั้งน้ำท่วมปอด หัวใจโต โรคตับ ความดัน และป่วยโรคไต ระยะที่ 2 ทำงานหนักไม่ได้ เหนื่อยง่าย กลางคืนนอนหายใจไม่ออก ก็ต้องลุกมานอนเปลที่แขวนไว้กลางบ้าน

นางอรัญ บอกว่า จริงๆแล้วไม่อยากให้ลูกสาวไปทำงานกลับดึก เพราะห่วงความปลอดภัย แล้วด้วยความคับแคบของบ้าน ทำให้ตอนนี้ลูกสาวต้องย้ายไปนอนที่บ้านของอาซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน เพราะทำงานดึก กลับมาก็ต้องเปิดไฟทำการบ้านงานกลุ่มต่ออีก ห่วงพ่อที่ป่วยจะนอนไม่หลับเพราะแสงไฟแยงตา ก็เลยต้องไปขออาศัยนอนบ้านอาเป็นการชั่วคราว

ทั้งนี้ ขอวอนหน่วยงานรัฐช่วยซ่อมแซมปรับปรุงบ้านและห้องน้ำ ให้กับครอบครัวนี้ด้วย สำหรับผู้มีจิตเมตตาสามารถแบ่งปันน้ำใจ ส่งเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน และสิ่งของจำเป็นมาได้ที่บ้านเลขที่ 35/16 หมู่ 5 ต.ยางซ้าย อ.เมือง จ.สุโขทัย 64000 หรือโทรสอบถามนางอรัญ เบอร์โทร 082 621 2447

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : การทำบุญ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ โดยพระครูสิริ ธรรมโส

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671726

ธรรมะวันอาทิตย์ : การทำบุญ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ โดยพระครูสิริ ธรรมโส

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.52 น.

7 สิงหาคม 2565 ธรรมะวันอาทิตย์ ไปเข้าวัดฟังธรรม ที่วัดป่านาล้อม ตั้งอยู่พื้นที่ จ.อำนาจเจริญ เมื่อเดินทางไปทิศเหนือตามถนนชยางกูร จากตัวเมืองอำนาจเจริญ ประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงสามแยกไฟแดง อ.ลืออำนาจ เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ถนนสายรองก่อนถึง อ.พนา 12 กิโลเมตร จะพบเห็นพระพุทธรูป นามว่า พระศรีมงคลพุทธโคตม ลักษณะปางมารวิชัย สูง 7 เมตร หน้าตักกว้าง 4  เมตร สีทอง ประดิษฐานอยู่หน้าวัดป่านาล้อม  ซึ่งตั้งอยู่ ต.ไร่ขี อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ มองเห็นเด่นชัด เป็นที่สะดุดตา แก่บรรดาพุทธศาสนิกชน จะต้องจอดรถ แวะกราบนมัสการและเข้าวัด เพื่อความเป็นสิมงคล เป็นมงคลชีวิต ทุกคน 

วัดป่านาล้อม ต.ไร่ขี อ.ลืออำนาจ จ.อำนาจเจริญ เป็นวัดขนาดเล็ก สังกัด มหานิกาย พระครูสิริ ธรรมโส อายุ 73 ปี เป็นเจ้าอาวาสวัดป่านาล้อม และเจ้าคณะตำบลอำนาจ พระสงฆ์ จำพรรษาอยู่จำนวน 11 รูป ไม่มีสามเณร มรรคนายก 1 คน บนเนื้อที่ 15 ไร่ เป็นที่ตั้งกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ แต่อุโบสถยังสร้างไม่แล้วเสร็จ เพราะขาดทุนทรัพย์ ยังรอรับการบริจาคทุนทรัพย์จากผู้ใจบุญอยู่เสมอ  

ก่อนนั้น พุทธศาสนิกชน ญาติโยมทั้งหลาย ที่เดินทางไปยัง อ.พนา เพื่อไปกราบนมัสการพระเหลาเทพนิมิต เมื่อผ่านวัดป่านาล้อม ก็จะผ่านไปเลย ไม่เป็นที่สนใจของญาติโยม อยู่มาวันหนึ่งเกิดนิมิต ว่าภูมิเจ้าที่ รุกเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกป้องรักษา อยู่บริเวณนี้มาหลายร้อยปี และมีพ่อเฒ่าที่ชาวบ้านนับถือ ฝันว่าบริเวณวัดป่านาล้อม เป็นทางเดินของพญานาค ที่สำคัญช่างศีลปะกรรมฝีมือดี อยู่กรุงเทพมหานคร เหมือนมีจิตพิเศษสัมผัสที่ 6 ดลใจให้มาปั้นพระพุทธรูปที่วัดป่านาล้อม จึงเดินทางมาปรึกษากับเจ้าอาวาสวัดป่านาล้อม ตกลงจะปั้นพุทธรูปขึ้นที่นี่ เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางใจ ศูนย์รวมความสามัคคีในชุมชน จรรโลง พุทธศาสนาด้วย 

จากนั้น จึงเดินทางมาพร้อมพระสงฆ์ 3 รูป เพื่อมาก่อสร้างปั้นพระพุทธรูป ระหว่างที่พระสงฆ์ปักกรดพักอยู่ รอการก่อสร้างพระพุทธรูป จะพบเห็นปรากฏการประหลาดๆเกิดขึ้นเสมอ เช่น กลางคืนได้ยินเสียงคนกวาด เศษใบไม้ เมื่อออกจากกรดไปดู ก็ไม่พบอะไร เป็นอยู่อย่างนี้ จนกว่าสร้างพระพุทธรูปแล้วเสร็จ ปรากฏการณ์ต่างๆก็หายไป จึงเข้าใจว่า เจ้าภูมิ เทวดา คงกลับสวรรค์แล้ว เพราะมีพระพุทธรูป นามว่า พระศรีมงคลพุทธโคตม อยู่แทน  

ที่น่าอัศจรรย์ที่สุด ก็คือเมื่อสร้างแล้วเสร็จ มีการสมโภชพระศรีมงคลพุทธโคตม บวชชี พรามณ์ ทำพิธีทางศาสนาครบสมบูรณ์ ซึ่งพุทธศาสนิกชน ญาติโยม นุ่งขาว ห่มขาว ปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ตลอดทั้งคืน ซึ่งระหว่างทำพิธี กลางดึกมีแสงสีรุ้งพาดผ่านบริเวณงานพิธี ผู้มาร่วมงานหลายร้อยคนมองเห็นเหมือนกัน และต่างเข้าใจว่า รุกเทวดา พระภูมิเจ้าที่ คงมาร่วมอนุโมทนาบุญด้วย  

นับตั้งแต่ก่อสร้างพระพุทธรูป พระศรีมงคลพุทธโคตม แล้วเสร็จ ทำพิธีทางศาสนาครบถ้วนสมบูรณ์ พุทธศาสนิกชน ญาติโยม ซึ่งเดินทาไป อ.พนา มองเห็น พระพุทธรูป สีทอง ตั้งตระหง่านอยู่ทางเข้าวัด ต่างแวะกราบนมัสการ ขอพรพระ จากนั้นก็จะเข้าไปในวัด ทำบุญทำทาน ปล่อยสัตว์น้ำ ที่สระน้ำหลังวัด ซึ่งกำหนดเป็นเขตอภัยทาน มีสัตว์น้ำหลายชนิดอยู่จำนวนมาก 

ก่อนกลับ ญาติโยม พุทธศาสนิกชน จะเข้าไปฟังธรรมเทศนากับเจ้าอาวาสวัดป่านาล้อม ที่กุฏิ ซึ่งส่วนใหญ่ จะเทศนาให้ทุกคนรักษาศีล 5 ข้อ คือ ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามพูดเท็จ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามดื่มสุรา ห้ามทำผิดในกาม และทำบุญสร้างกุศลให้มากๆ ผลบุญก็จะส่งให้มีความเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน การทำบุญ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ ผู้เดือดร้อน ให้เขาพ้นทุกข์ ไม่เดือดร้อน นั่นคือผลบุญซึ่งทำให้เราสบายใจ เราทำดี ทำไม่ดี อยู่ที่ใจเรา ใจรู้ดี ถึงแม้จะโกหกคนอื่นได้ แต่โกหกตัวเองไม่ได้  ถ้าทำผิดศีลธรรมข้อใดข้อหนึ่ง ก็รู้อยู่แก่ใจว่าผิดศีล จะทำให้ไม่สบายใจ แม้แต่ฆ่ามดตัวเดียว  ทำให้ไม่สบายใจ หากทำแล้วสบายใจ นั่นแหละ สวรรค์ หากทำแล้วไม่สบายใจ นั่นแหละ นรก เหมือนกับคำที่ว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ 

พระครูสิริ ธรรมโส เจ้าอาวาสวัดป่านาล้อมและเจ้าคณะตำบลอำนาจ เทศนาให้ญาติโยมตั้งสติว่า อันการสดับฟังธรรมเทศนานี้ ทุกท่านทุกคนก็เคยได้สดับมาแล้วด้วยกันทั้งนั้น ตลอดการประพฤติปฏิบัติมานานแล้ว บางท่าน บางคน ประพฤติปฏิบัติใหม่ๆ แต่ก็ไม่พ้นจากทุกข์ในวัฏสงสารได้สักที ทั้งนี้ เป็นเพราะอะไร เพราะการฟังเป็นเพียงการฟัง สักว่าตามโวหารอรรถาธิบายที่ท่านยกขึ้นมาแสดงให้ฟังเท่านั้น ไม่ได้ตรวจค้นเหตุผลแห่งความจริงอันมีอยู่ ที่กาย ที่วาจา ทีจิต ให้เห็นจริงแจ้งประจักษ์ และชำระจิตให้หลุดพ้นพิเศษจากกิเลสหรืออาสวะเสียเมื่อไร ก็ไม่พ้นจากความทุกข์ วัฏสงสารเมื่อนั้น ครั้งเมื่อพวกเราท่านทั้งหลาย ไม่พ้นจากทุกข์ ภัยในวัฏสงสาร เช่นนี้ ก็จะถือว่าตนเป็นผู้รู้แล้ว เห็นแล้ว เข้าใจแล้วในคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้าทุกประการ ไม่ได้เป็นอันชาด เพราะความยึดถือและสำคัญ มั่นหมายไปตามความรู้ความเห็น อันนี้เองเรียกว่า อุปาทานขันธ์ จัดว่าเป็นอุปสรรคความขัดข้องแก่ทางมรรค ทางผล ทางสวรรค์ นฤพานยิ่งนัก 

เพราะฉะนั้น จงตั้งตน ตั้งตัวตั้งกายตั้งจิตให้ดี เมื่อมีกังวลอันเนื่องมาแต่กาลก่อน หรือกังวลอันจะบังเกิดมีขึ้น ในอนาคตเบื้องหน้าก็ดี พึงตั้งสติกระทำความกังวลทั้งปวงนั้นให้เป็นที่ตั้งของสติ ยกจิตขึ้นตั้งไว้เหนือความกังวลทั้งปวง แล้วตั้งสติความรู้เท่าจิตและความกังวลทั้งปวงนั้นอยู่จนความกังวลเหล่านั้นสงบระงับไป จึงให้กำลังของสติและความรู้พิเศษว่าจิตทำความรู้สงบเท่าจิตของตนอยู่จนกว่าจิตของตนจะใสบริสุทธิ์ แจ้งประจักษ์อยู่กับจิต จึงเอาดวงจิตที่ใสบริสุทธิ์นี้เองขึ้นตั้งไว้เฉพาะหน้า ให้เป็นภาชนะทองคำสำหรับที่รองรับเอาซึ่ง อมฤตยรสวารี.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พักผ่อนสุดชิว! เผยภาพอัพเดท’มหาเศรษฐีรัสเซีย’ ล่องเรือซุปเปอร์ยอร์ชหรู เที่ยวรอบเกาะสมุย

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671718

พักผ่อนสุดชิว! เผยภาพอัพเดท'มหาเศรษฐีรัสเซีย' ล่องเรือซุปเปอร์ยอร์ชหรู เที่ยวรอบเกาะสมุย

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.07 น.

7 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณอาวบ้านบางปอ ตำบลแม่น้ำ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เรือซุปเปอร์ยอร์ชหรูชื่อคลาวด์เบรค “Cloud break ” ของนายอเล็กซ์ซานเดอร์ อเล็กซานโดรวิช สเวทาคอฟ ( Mr.Alexander Alexandrovich Svetakov) มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ได้ล่องเรือท่องเที่ยวพักผ่อนทะเลรอบเกาะสมุย 

โดยได้ล่องเรือยอร์ชหรู่มูลค่า 3,900 ล้านบาท เพื่อสัมผัสธรรมชาติบริเวณอ่าวบ้านใต้ ตำบลแม่น้ำ อ่าวบางขาม ตำบลอ่างทอง ของอำเภอเกาะสมุย ทำให้เป็นที่สนใจแก่ชาวเกาะสมุยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะเรือซุปเปอร์ยอร์ชลำดังกล่าวมีขนาดที่ใหญ่ 

นอกจากนี้เรือซุปเปอร์ยอร์ชยังได้ไปท่องเที่ยวยังเกาะพะงัน เกาะเต่า โดยเรือซุปเปอร์ยอร์ชคลาวด์เบรคได้บรรทุกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมาด้วย โดยบางช่วงได้นำเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขึ้นบินชมทิวทัศน์รอบหมู่เกาในทะเลอ่าวไทยด้วย โดยเรือซุปเปอร์ยอร์ชลำนี้ เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา

สำหรับเรือซุปเปอร์ยอร์ชหรูลำนี้ ชื่อคลาวด์เบรค “Cloud break ” เป็นเรือซูเปอร์ยอทช์ที่โดดเด่นที่สุดลำหนึ่ง ต่อโดยอู่ต่อเรือเมืองเบรเมิน ประเทศเยอรมนี ตัวเรือมีขนาด 2,293 ตัน มีความยาว 235 ฟุต หรือ 72 เมตร ความเร็วสูงสุด 15 น็อต (17 ไมล์ต่อชั่วโมง) ภายในเรือตกแต่งอย่างสุดหรูมีห้องนอน 6 ห้องรองรับแขกได้ 12 คน รวมห้องมาสเตอร์สวีท ห้องโดยสารคู่ 3 ห้อง และห้องโดยสารเตียงแฝด 2 ห้อง พร้อมพื้นที่เพิ่มเติมสำหรับลูกเรือ 22 คน ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และสระว่ายน้ำกลางแจ้ง โดยมีเฮลิคอปเตอร์ยี่ห้อเบลล์ รุ่น 429 ส่วนตัวของนายอเล็กซ์ซานเดอร์ อเล็กซานโดรวิช สเวทาคอฟ จอดประจำการถาวรอยู่บนดาดฟ้าเรือ

ส่วนเจ้าของเรือลำนี้ชื่อนายอเล็กซ์ซานเดอร์ อเล็กซานโดรวิช สเวทาคอฟ ( Mr.Alexander Alexandrovich Svetakov) อายุ 54 ปี สัญชาติรัสเซีย เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ประธานกลุ่ม แอบโซรูท (Absolut) ผู้ก่อตั้ง แอบโซรูท อินเวสท์เม้นท์ กรุ๊ป (Absolut Investment Group) และแอบโซรูท แบงค์ (Absolut Bank) ซึ่งเป็นนายธนาคารใหญ่ในเมืองฟาลมัลท์ (Falmouth) ชายฝั่งทางใต้ของคอร์นวอลล์ (Cornwall) สหราชอาณาจักรอังกฤษ เจ้าของเรือซุปเปอร์ยอร์ชสุดหรูชื่อคลาวด์เบรค ( Cloudbreak ) สัญชาติสหราชอาณาจักร เรือลำนี้มีมูลค่ามูลค่า 90 ล้านปอนด์หรือ 3,900 ล้านบาท

นอกจากเรือซุปเปอร์ยอร์ชคลาวด์เบรคที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่เกาะสมุยแล้ว ยังมีเรือซุปเปอร์ยอร์ชเข้ามาท่องเที่ยวอีกโดยเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้มีเรือยอร์ชชื่อแบล็คเพิร์ล “BLACK PEARL ” สัญชาติสัญชาติสหราชอาณาจักร ตัวเรือมีขนาด 4 ชั้น ความยาว 31.5 เมตร มีลูกเรือ 3 คน เดินทางมาจากเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ขออนุญาตเข้าราชอาณาจักรไทยโดยเดินทางมายังเกาะสมุย 

โดยเจ้าของเรือเป็นนักธุรกิจชาวยุโรป เดินทางตามมาภายหลังเข้าร่วมแข่งขันเรือใบสมุยรีกัตตา เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และแข่งขันเสร็จได้เดินทางนำเรือออกราชอาณาจักรไทยแล้ว นับเป็นเรือยอร์ชลำที่ 3 ที่เข้ามาท่องเที่ยวหลังจากมีมาตรการเปิดประเทศ โดยเรือซุปเปอร์ยอร์ชลำแรกเป็นของนายโจ ลูวิส (Jo Lewis) นักธุรกิจชาวอังกฤษ เจ้าของทีมท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ทีมฟุตบอลชั้นนำพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ได้นำเรือยอร์ชเข้ามาเกาะสมุยเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ชายผ้าถุงแม่’ ตชด.พกติดตัวยามลาดตระเวน แคล้วคลาดปลอดภัย พุทธคุณที่ไม่ต้องปลุกเสก

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671714

'ชายผ้าถุงแม่' ตชด.พกติดตัวยามลาดตระเวน แคล้วคลาดปลอดภัย พุทธคุณที่ไม่ต้องปลุกเสก

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 11.10 น.

7 สิงหาคม 2565 โลกออนไลน์เพจเฟสบุ๊ค วิถี ตชด. ได้แชร์ภาพและข้อความเกี่ยวกับสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ของเหล่าผู้กล้า ตชด. เมื่อยามเดินเท้าลาดตระเวนในป่า คือชายถุงผ้าของแม่ ที่ฉีกแล้วนำมามัดติดไว้กับตัว เชื่อว่าทำให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากภัยอันตรายใดๆทั้งปวง

โดยเพจเฟสบุ๊ค วิถี ตชด. โพตส์ข้อความระบุว่า

“เกราะที่ดีที่สุดในโลก” #ชายผ้าถุงแม่ เครื่องรางของขลัง พุทธคุณที่ไม่ต้องปลุกเสก

เชื่อกันว่า “ผ้าถุง” ของแม่สามารถแก้อาถรรพ์คุณไสยได้อย่างชะงัก โดยในสมัยโบราณผู้ชายจะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารนักรบ วัตถุมงคลที่ใช้เรียกขวัญและกำลังใจ ทำให้แคล้วคลาดปลอดภัย ก็คือ “ชายผ้าถุงแม่” ที่ฉีกไปมัดแขน หรือพกติดตัว

ส่วนในยุคปัจจุบันถึงแม้คนส่วนใหญ่จะไม่เชื่อเรื่องคุณไสย แต่ก็ยังมีคนส่วนหนึ่งที่เชื่อว่ามีจริง อย่างผู้ชายที่มีภรรยาแล้ว ทิ้งลูกทิ้งเมียไปหลงเมียน้อย เราก็คงเคยเห็นและเคยได้ยินว่าผู้ชายคนนั้นโดนของ โดนคุณไสย ซึ่งจะโดนหรือไม่นั้น เราไม่อาจจะตอบได้ แต่การแก้อาถรรพ์นั้นคนโบราณนิยมใช้ “ผ้าถุงแม่” ให้ผู้ชายคนนั้นลอด เพื่อถอนอาถรรพ์ แก้คุณไสยที่อาจจะโดนกระทำมา

วิธีลอด “ผ้าถุงแม่” ก็เพียงให้ชายคนนั้นถอดพระที่ห้อยคอไว้ออกก่อน แล้วสวมผ้าถุงแม่จากด้านบนศีรษะ แล้วถอดออกทางปลายเท้า วิธีการนี้เท่าที่เห็นมาจากประสบการณ์ สามารถแก้ไขได้อย่างดี ในยุคปัจจุบันคุณแม่อาจจะไม่ได้นุ่ง “ผ้าถุง” กันแล้ว ยังสามารถแก้ได้ด้วยการนำน้ำจากชายกางเกงแม่มาหยดในน้ำดื่มให้ลูกชายของแม่ที่หลงเมียน้อยได้ดื่มกิน เชื่อว่าสามารถแก้อาถรรพ์ได้เช่นกัน

วิธีการแก้อาถรรพ์นี้ หากจะแนะนำใคร เพื่อไม่ให้เจ้ากรรมนายเวรก็ดี หรืออาถรรพ์นั้นก็ดีย้อนมาสู่ตัวเรา แนะนำให้ท่านนำบทความนี้ไปให้ผู้หญิงที่สามีหลงเมียน้อยอ่านด้วยตัวเอง เขาจะเชื่อและทำตามหรือไม่ก็สุดแท้แก่ตัวเขาเอง…

เห็นไหมว่า…ความเชื่อคนสมัยโบราณก็ยังมุ่งมั่นถึงพระคุณแม่อันยิ่งใหญ่ ที่ไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร แค่ได้พก “ชายผ้าถุงแม่” ออกศึกก็แคล้วคลาด หรือ “ลอดผ้าถุงแม่” เพื่อแก้ไขสิ่งชั่วร้ายให้ออกจากตัวลูก ซึ่งล้วนแล้วแต่สอดแทรกคำสอนให้ลูกมี “ความกตัญญูกตเวที” ต่อบิดา-มารดาทั้งสิ้น

เหนือสิ่งอื่นใดคือ “การรู้คุณบิดามารดา” ส่วนประกอบอื่นๆ ที่แนะนำไป ไม่ว่าจะเป็น “บทสวด” หรือวิธีใช้ “ผ้าถุงแม่” ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายก็อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคนครับ…#วิถีตชด. #ขอบคุณบทความดีๆ จากเพจ หุ่นพยนต์ สายเทพ

ขอบคุณเพจ : วิถี ตชด. /เพจ หุ่นพยนต์ สายเทพ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจออีกแล้ว! ‘ถนนโลกพระจันทร์’เมืองอุบลฯ ชาวบ้านงงมาก ซ่อมยังไงก็พังเหมือนเดิม

Posted on August 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/671709

เจออีกแล้ว! 'ถนนโลกพระจันทร์'เมืองอุบลฯ ชาวบ้านงงมาก ซ่อมยังไงก็พังเหมือนเดิม

วันอาทิตย์ ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 10.33 น.

7 สิงหาคม 2565 ชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลขามใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ร้องเรียนมาว่า ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กและถนนลาดยาง ระหว่างบ้านนาดูนน้อยกับบ้านหนองเค็ง  ระยะทางประมาณ 3  กิโลเมตร ผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อมานานหลายปี 

ชาวบ้านบอกว่า ซ่อมแล้วซ่อมอีกก็ยังพังเหมือนเดิม เพราะสร้างไม่ได้มาตรฐาน อุบัติเหตุก็เกิดบ่อยครั้ง มีผู้บาดเจ็บล้มตายมาแล้วหลายราย ชาวบ้านผู้สัญจรผ่านไปมาเดือดร้อนอย่างหนัก ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบเป็นจริงตามที่ชาวบ้านแจ้งมา

ชาวบ้านจึงร้องเรียนผู้สื่อข่าวผ่านไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยสั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ออกมาปรับปรุงแก้ไขให้ด้วย เพราะชาวบ้านผู้ใช้รถใช้ถนนเขาเดือดร้อนจริงๆ.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,060 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
ครม. มีมติแต่งตั้ง วีระพงษ์ นั่งที่ปรึกษานายกฯ เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ปมซื้อเครื่องบินแพงเกินไปหรือไม่
Rihanna สะกดทุกสายตาในลุค ชุดหอยมุก บนพรมแดง Met Gala 2026

Recent Posts

  • ระเบิดโรงงานดอกไม้ไฟจีน ดับ 21 ศพ บาดเจ็บ 61 ราย สั่งอพยพประชาชนในรัศมี 3 กม.
  • สั่งกักเรือสำราญดัตช์ลอยลำนอกชายฝั่งเคปเวิร์ด หลังไวรัสระบาดบนเรือผู้โดยสารดับ 3 ศพป่วยหนักหลายราย
  • พรรคของนายกฯ โมดี คว้าชัยเลือกตั้งรัฐเบงกอลตะวันตก โค่นฐานเสียงฝ่ายค้านสำเร็จเป็นครั้งแรก
  • บริทนีย์ สเปียร์ส รับผิดข้อหาขับรถประมาทในคดีเมาแล้วขับ
  • รัสเซีย-ยูเครน ประกาศหยุดยิง 2 วัน แต่คนละช่วงเวลา

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d