Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘สมาธิ’และ’อานิสงส์ของการเดินจงกรม’ พระธรรมเทศนา ‘หลวงปู่คำดี ปภาโส’

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670488

'สมาธิ'และ'อานิสงส์ของการเดินจงกรม' พระธรรมเทศนา 'หลวงปู่คำดี ปภาโส'

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 19.12 น.

“…ผู้ปฏิบัติไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา สามารถรักษาศีลให้สำรวมดีแล้ว การทำสมาธิภาวนาก็เป็นไปได้ง่าย แต่ถ้าผู้ปฏิบัติไม่สำรวมรักษาศีลให้บริสุทธิ์แล้ว การทำสมาธิภาวนาก็จะเป็นไปได้ยาก ทำไมท่านจึงพูดไว้เช่นนั้น ? ก็เพราะว่าเรารักษาศีลให้บริสุทธิ์แล้ว ก็เท่ากับว่าเป็นการปราบกิเลสอย่างหยาบได้แล้ว ดังนั้น เมื่อเราทำสมาธิควบคู่กันไป ก็สามารถเป็นไปได้ง่าย

สำหรับการทำสมาธินั้น เราจะกำหนด “พุทโธ” เป็นอารมณ์ หรือเรียกว่าเอา “พุทโธ” เป็นเป้าหมายก็ได้ หรือว่าจะกำหนดลมหายใจเข้า-ออกเป็นอารมณ์หรือเป้าหมายก็ได้ เป็นต้น อันนี้แล้วแต่ว่าเราจะชอบอย่างไหนหรือถูกจริตกับสิ่งใด เมื่อเรากำหนดสติของเราตั้งมั่นอยู่ที่ไหน จิตของเราก็ให้อยู่ที่นั่น เพราะสติเป็นเครื่องผูกเป็นเครื่องครอบงำเป็นเครื่องบังคับ นอกจากสติและความรู้แล้วไม่มีสิ่งไหนในโลกที่จะสามารถบังคับจิตให้สงบลงได้ เมื่อเราต้องการบำเพ็ญสมถะเราต้องเจริญสติให้มากๆ

การฝึกหัดทำสมาธิภาวนานี้ ในตอนแรกๆ จะทำได้ยาก มักจะมีอาการปวดเมื่อยตามแข้งตามขาหรือตามเอวตามหลัง ในตอนแรกๆ นี้จะต้องอาศัยความอดทนและต้องอาศัยความฝืนอยู่มากพอสมควร แต่เมื่อกระทำไปประมาณ ๒-๓ อาทิตย์ ก็จะรู้สึกเคยชิน อาการปวดเมื่อยต่างๆ ก็จะค่อยๆ หายไป เมื่อเรารู้สึกปวดเมื่อยแล้ว ท่านจึงแนะนำให้เปลี่ยนอิริยาบถ จากนั่งสมาธิไปเป็นการเดินจงกรม ซึ่งการกำหนดใจในขณะเดินจงกรมนั้นก็เหมือนกับเรากำหนดเวลาที่เรานั่งสมาธินั่นเอง เพียงแต่ต่างจากการนั่งเป็นการเดินเท่านั้น

อานิสงส์ของการเดินจงกรม ๕ อย่าง

๑. ทนต่อการเดินทาง คือเดินทางได้ไกล

๒. ทนต่อการทำความเพียร คือทำความเพียรได้มาก

๓. อาหารที่บริโภคเข้าไปแล้วย่อมจะย่อยได้ง่าย

๔. อุคคหนิมิตที่เกิดขึ้นเวลาเดินจงกรมจะไม่เสื่อมง่าย

๕. การเดินจงกรมนั้นจิตก็สามารถที่จะรวมได้ และเป็นการบริหารร่างกายให้แข็งแรง โรคที่จะมาเบียดเบียนก็น้อยลง

ในบางครั้งเมื่อเราทำสมาธิได้แล้ว เมื่อจิตเริ่มรวมจะเกิดอาการต่างๆ เช่น มีความรู้สึกว่าเบามือทั้งสองข้าง ซาบซ่านตามร่างกาย ขนลุกขนพองคล้ายกับพบสิ่งที่น่ากลัว มีอาการตัวเบาหวิว เป็นต้น บางคนเมื่อรู้ว่าจิตเริ่มจะรวมจึงคอยดูว่าจิตจะรวมอย่างไร จิตก็รวมไม่ได้ สมาธิก็ไม่เกิด อันนี้เป็นการกระทำที่ผิด

เมื่อเรารู้ว่าจิตของเรากำลังจะรวม ให้เรากำหนดผู้รู้นิ่งอยู่ สติกับใจอย่าให้เคลื่อนจากกัน อย่าให้สติเคลื่อนไหวไปกับอาการใดๆ เมื่อสติไม่เคลื่อนไหวไปกับอาการใดๆ แล้วจิตก็รวมเอง บางครั้งก็รวมสนิทเลย เปรียบเหมือนเอาไม้ปักลงไปในน้ำที่ไหลเชี่ยว ปักให้นิ่งไว้อย่าให้เคลื่อนไปตามน้ำ อย่าให้จิตเคลื่อนจากผู้รู้

ผู้ที่สามารถทำจิตรวมได้แล้วก็ให้กำหนดจิตตามเดิม กำหนดอย่างไรที่ให้จิตรวมกันได้ก็กำหนดอย่างนั้น ถ้าจิตรวมสนิทก็อย่าเพิ่งออกจากสมาธิเสียทีเดียว ก่อนออกจากสมาธิก็ให้พิจารณาเสียก่อน เราจะได้ทราบว่าเราบริกรรมอย่างใด ตั้งสติอย่างใด ละวางอารมณ์สัญญาอย่างใด จิตของเราจึงรวมได้เช่นนี้ ถ้าเราสามารถพิจารณาถึงกรรมวิธีต่างๆ ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติในครั้งต่อไป

ขอย้ำอีกครั้ง กำหนดให้แน่วแน่นิ่งอยู่กับผู้รู้ สติกับผู้รู้อย่าให้เคลื่อนไปตามอาการใดๆ จิตก็จะรวมได้เพราะสติอย่างเดียวเท่านั้น (ถ้าขาดสติก็นั่งหลับ, เกิดอาการฟุ้งซ่าน, จิตไม่รวม เป็นต้น)

พูดตามปริยัติ “สติ” แปลว่า ความระลึกได้ในกิจที่ได้กระทำ แม้คำพูดทั้งในอดีตและปัจจุบัน ในทางปฏิบัติ “สติ” แปลว่า ระลึกอยู่ที่ใจ ไม่ให้รู้ไปตามสิ่งอื่น ถึงจะมีสัญญาอะไรก็ไม่ให้เคลื่อนไหวไปตามอาการนั้น กำหนดรู้นิ่งไว้อย่างนั้น ระลึกอยู่ที่ใจ

ใจก็หมายถึงผู้รู้ เมื่อสติกับใจบังคับกันแนบนิ่งดีแล้วจิตก็จะรวมสนิท เมื่อเรานั่งกำหนดแล้ว ขณะที่เราเบาเนื้อเบากาย ก็ให้เรานิ่งไว้อยู่กับผู้รู้ คำบริกรรมต่างๆ ก็ให้เลิกบริกรรม ให้เอาแต่สตินิ่งไว้ ให้ระลึกแต่ผู้รู้เท่านั้น ตามธรรมดาสติมักจะส่งไปภายนอก ชอบเล่นอารมณ์ สังขารที่ปรุงแต่งไม่ว่าจะคิดดี คิดร้าย คิดไม่ดี ไม่ร้าย เราจะต้องพยายามฝึกหัดละวางอารมณ์เหล่านี้ อย่าให้จิตส่งออกไปภายนอก ให้สติอยู่ที่ผู้รู้เท่านั้น เมื่อเรานั่งสมาธิภาวนาเรากำหนดคำบริกรรมใดๆ ก็ตาม ถ้าเราเผลอจากคำบริกรรมนั้น เมื่อเรารู้สึกว่าเราเผลอไปรับรู้อารมณ์ภายนอก ก็ให้รีบกลับมาบริกรรมอย่างเดิมตามที่เราเคยปฏิบัติมา

ถ้าในขณะทำสมาธิแล้วจิตรวมวูบลงไป เกิดเห็นร่างกายเป็นซากศพที่มีสภาพที่เหมือนกับว่าเพิ่งขุดขึ้นมาจากหลุมศพ แต่จริงๆ แล้วร่างกายเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น เมื่อเราถอนจิตออกมาก็จะเห็นเป็นตัวตนธรรมดา อาการที่เราเห็นเป็นซากศพเช่นนี้ ท่านเรียกว่า “อสุภนิมิต” ถ้าเราเคยได้ยินครูบาอาจารย์แนะนำสั่งสอนในเรื่องของอสุภนิมิตแล้ว เราก็ทำความรู้เท่าทัน

อสุภนิมิตนี้ถ้าเกิดบ่อยๆ จะเป็นการดีมาก ท่านอาจารย์ใหญ่ (หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต) ท่านนิยมมาก ถ้าพระเณรองค์ใดได้อสุภนิมิต เห็นร่างกายเน่าเปื่อยเป็นซากศพแล้ว ท่านว่าผู้นั้นจะสามารถที่จะบรรลุธรรมได้ง่าย

อสุภนิมิตนี้ไม่ใช่เป็นของร้าย เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วเราอดกลัวไม่ได้ ก็ให้เราลืมตาเสียตั้งสติให้มั่น ขออย่างเดียวอย่าลุกขึ้นวิ่งหนี ถ้าเราเคยได้ยินได้ฟังคำแนะนำอย่างนี้แล้ว เมื่อเวลาที่เกิดอสุภนิมิตก็จะระลึกได้อยู่หรอก แต่ถ้าเราไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน เมื่อเวลาที่เกิดอสุภนิมิตขึ้นก็จะเกิดความกลัว ถ้าเราลุกวิ่งหนีก็จะทำให้เราเสียสติได้ การลุกขึ้นวิ่งหนีนี้ขอห้ามโดยเด็ดขาด

การที่เกิดอสุภนิมิตนี้เรียกว่า “มีพระธรรมมาแสดงให้เราได้รู้ได้เห็น ว่าร่างกายของเราเป็นอย่างนี้ ย่อมมีความเจริญในเบื้องต้น มีความชราในเบื้องกลาง และมีการแตกสลายไปในที่สุด”

เมื่อเวลาเกิดอสุภนิมิตขึ้น ถ้าเราสามารถทนได้นับว่าเป็นการดีมาก เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามาก สิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นนิมิตในตัวเรา แต่บางครั้งก็เป็นนิมิตภายนอก เช่น บางครั้งเกิดเห็นพระพุทธเจ้าหรือบรรดาครูบาอาจารย์มาปรากฏให้เห็น หรือเห็นพวกวัตถุ เช่น โบสถ์ วิหาร หรือสิ่งต่างๆ นิมิตภายนอกนี้เรียกว่า “อุคคหนิมิต”

เรื่องของนิมิตเป็นเรื่องที่สำคัญ ในบางครั้งก็มาทำท่าแลบลิ้นปลิ้นตา ก็อย่าไปเข้าใจว่าเป็นเปรตเป็นผี ที่จริงแล้วเป็นเพราะว่าสังขารภายในมันฉายออกไปเพื่อหลอกใจของเราเอง มันฉายออกไปจากใจนี่แหละ อันนี้พูดเตือนสติไว้

การทำสมาธิภาวนานี้ ถ้าบุคคลใดเกิดนิมิตมาก ก็อย่าได้ไปเกิดความกลัวจนกระทั่งเลิกปฏิบัติ ขอให้ปฏิบัติต่อไปโดยให้สติตั้งมั่นกำหนดรู้ อย่างที่แนะนำมาแล้ว เมื่อเราทำต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดอานิสงส์ คือ ถ้าเป็นคนนิสัยดุร้ายก็จะเป็นคนใจดี ถ้าเป็นคนโกรธง่ายก็จะค่อยๆ เบาบางลง ถ้าเป็นคนปัญญาทึบเมื่อทำจิตสงบได้แล้วก็จะเป็นคนที่ฟังอะไรรู้เรื่องเข้าใจในเหตุผล ถ้าเป็นคนที่ฉลาดอยู่แล้วก็จะเพิ่มพูนปัญญาให้มากขึ้นไปอีก ท่านจึงว่ามีอานิสงส์มาก ขณะที่เราเกิดเห็นนิมิตขึ้นมา ถ้าเราแก้ความกลัวในนิมิตได้ต่อไปก็จะสบาย เมื่อเราเกิดความกลัวขึ้น เราอย่าไปยึดถือสิ่งที่เราเห็นในนิมิตเป็นตัวเป็นตน เป็นเราเป็นเขา ให้กำหนดรู้ว่าเป็นมาร ซึ่งพระพุทธเจ้าเรียกว่า “ขันธมาร” หรือ “กิเลสมาร”

เรื่องของนิมิตนี้จะเกิดหรือไม่เกิดไม่สำคัญ เพราะว่าที่เราทำสมาธิภาวนาก็เพื่อมุ่งให้เกิดความสงบภายในจิตใจเท่านั้น ถ้าผู้ปฏิบัติสามารถทำจิตใจของตนให้สงบเป็นอารมณ์เดียวได้พอเท่านั้น ไม่มีนิมิตเกิดขึ้นไม่เป็นไร

การเรียนบำเพ็ญสมถะจึงจำเป็นต้องมีครูบาอาจารย์ เราจึงต้องรู้ไว้ว่าที่แห่งไหนมีครูบาอาจารย์อยู่บ้าง เพื่อว่าในอนาคตเราจะออกปฏิบัติเราจะได้รู้ไว้ ถ้าเป็นวิปลาสแล้วจะไม่ยอมแก้ไขอะไรง่ายๆ กลับมาหาครูบาอาจารย์ที่เคยทรมานกันนั่นแหละ ถึงว่าจะอยู่ห่างไกลก็จำเป็นต้องไปเพราะเป็นเรื่องของการปฏิบัติ เมื่อจิตใจเป็นอย่างใดมีข้อสงสัยอย่างใดจะได้ไปศึกษากับท่านเสียก่อนที่จะผิด

เมื่อทำสมาธิจนถึงขั้นได้ฌานแล้ว บางครั้งก็จะได้ถึงขั้นอภิญญาซึ่งเป็นความรู้พิเศษ ผู้ที่ปฏิบัติเกิดนิมิตมากๆ มักจะได้อภิญญา เมื่อเหตุการณ์ใดๆ ที่จะเกิดขึ้น ท่านมักจะรู้ล่วงหน้าก่อนเสมอ เช่น จะรู้ล่วงหน้าว่าวันนี้จะมีผู้มาหา เป็นต้น อภิญญาเกิดจากฌานสมาธิ อภิญญานี้ไม่แน่นอนมักจะเสื่อมได้ หรืออาจจะเป็นวิปลาสจะพูดไม่ตรงต่อธรรมวินัย เมื่อผู้ได้อภิญญาแล้วถ้าไม่รู้ทันก็จะเกิดความหลงได้

หลวงปู่มั่นท่านจะหลบหลีกหมู่ (เพื่อน) ไปธุดงค์องค์เดียว หรือสองสามองค์เป็นอย่างมาก บรรดาหมู่คณะหรือผู้ปฏิบัติเกิดความรู้ต่างๆ หรือมีปัญหาที่จะต้องกราบเรียนถาม ก็จะต้องออกตามหาท่านเอง ซึ่งมิใช่เรื่องง่ายที่จะตามท่านพบเสียด้วย

บุคคลที่มีปัญญาแก่กล้า ไตรลักษณ์จะเกิดในปฐมฌานหรือทุติยฌาน ส่วนบุคคลที่มีปัญญาขนาดกลางไตรลักษณ์จะเกิดเมื่อสำเร็จฌาน ๔ แล้ว บุคคลใดที่สำเร็จฌาน ๔ ก็มักจะไม่เกิดความกำหนัด หรือที่เรียกว่า “จิตตกกระแสธรรม” มันจะเป็นของมันเอง เรียกว่าเป็นผลของฌานสมาธิก็ได้

ถึงแม้ว่าบุคคลใดจะทำสมาธิได้ดี จะได้รับความสุขขนาดไหนก็ตาม หรือจะได้อภิญญาเพียงใดก็ตาม ถ้าไตรลักษณญาณไม่เกิดขึ้นแล้ว ก็ยังนับว่าเป็นมิจฉาสมาธิเป็นสมาธิที่ยังผิด ยังอยู่ในวงเขตที่ผิด ไตรลักษณ์ (อนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา) นี้จะเป็นเครื่องตัดสินถูกหรือผิด จะเป็นสัมมาสมาธิหรือมิจฉาสมาธิ

เมื่อพิจารณาขันธ์ ๕ (รูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร, วิญญาณ) ธาตุ ๔ (ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ) เห็นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาแล้ว จนเกิดญาณความรู้พิเศษ เมื่อเกิดความรู้พิเศษแล้ว วิปัสนูปกิเลสหรือวิปลาสก็เกิดขึ้นไม่ได้ เมื่อสิ่งใดหรือความรู้ใดเกิดขึ้นก็จะเอาไตรลักษณ์ (อนิจจัง, ทุกขัง, อนัตตา) เป็นเครื่องตัดสิน

การพิจารณาให้ถือเอารู้รูปกายตามความเป็นจริง รู้เวทนาตามความเป็นจริง รู้จิตตามความเป็นจริง ให้ยึดถือความรู้นี้เป็นหลัก ความรู้อย่างอื่นไม่สำคัญ ถึงจะเกิดอภิญญารู้ในเหตุผลต่างๆ ครั้งแรกๆ ก็อาจเป็นจริง แต่ถ้าเรายึดถือในสิ่งเหล่านี้ต่อไป ก็จะกลายเป็นเรื่องหลอกลวงเรา ท่านจึงห้ามไม่ให้เอาสิ่งนิมิตเป็นเรื่องสำคัญ

ขอให้พวกท่านจงทำกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถปฏิบัติได้เหมือนกัน เมื่อตั้งใจทำแล้ว จะไร้ผลเสียเลยก็ไม่มี อย่างต่ำก็เป็นการเพิ่มบุญวาสนาบารมีของเราให้แก่กล้าขึ้น

………………………………

พระครูญาณทัสสี (พระปภาโส คำดี) วัดถ้ำผาปู่ อำเภอเมือง จังหวัดเลย เทศน์เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๕ (ขอบคุณลานธรรมจักร และคุณ poivang) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มเชียงใหม่คว้าแชมป์โลก! กิน’ลูกชิ้นยืนกิน’47ไม้ใน5นาที ทำลายสถิติแชมป์เก่า

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670473

หนุ่มเชียงใหม่คว้าแชมป์โลก! กิน'ลูกชิ้นยืนกิน'47ไม้ใน5นาที ทำลายสถิติแชมป์เก่า

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.34 น.

หนุ่มเชียงใหม่ คว้าแชมป์โลก ยืนกินลูกชิ้นบุรีรัมย์ 47 ไม้ ในเวลา 5 นาที ทำลายสถิติแชมป์เก่า 38 ไม้ ส่วนแชมป์โลกหญิง สาวเมืองโคราช กินลูกชิ้นได้ 23 ไม้ ขณะ ทีม Exter CNX คว้า แชมป์โลกประเภททีม กินลูกชิ้นได้ 95 ไม้

1 สิงหาคม 2565 นายบดินทร์ เรืองสุขศรีวงศ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า การจัดงาน “เทศกาลลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 5 ” ประจำปี 2565 ระว่างวันที่ 30-31 ก.ค.2565 ที่ผ่านมา ซึ่งทางจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดบุรีรัมย์ และอีกหลายหน่วยงาน จัดขึ้นที่บริเวณโครงการบุรีรัมย์คาสเซิล หลังสนามช้างอารีน่า ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดบุรีรัมย์ อนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมการกินลูกชิ้นของชาวบุรีรัมย์ที่มีมานานกว่า 50 ปี ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครคือการยืนกินที่หน้าร้าน และสร้างสรรค์กิจกรรมลูกชิ้นยืนกินให้เป็นจุดเด่น ที่สำคัญยังเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์ และการกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าขายลูกชิ้นยืนกิน และประชาชนในพื้นที่มีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย  

การแข่งขันกินลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ครั้งนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันจำนวนทั้งสิ้นกว่า 100 คน จากทั่วประเทศ แยกเป็น “รุ่นแชมป์โลก” ไม่จำกัดเพศ และอายุ , “รุ่นแชมป์โลกหญิง” ไม่จำกัดอายุ และ “รุ่นแชมป์โลกทีม” ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดอายุ ทีมละ 3 คน และการค้นหาแชมป์สุดยอด “ร้านลูกชิ้นและร้านน้ำจิ้มลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ยอดเยี่ยมประจำปี 2565

ผลปรากฏว่า การแข่งขันกินลูกชิ้นยืนกินชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 5 ประจำปี 2565 “รุ่นแชมป์โลก” ชนะเลิศ ได้แก่ นายวงศกร ทักษาติพงษ์ เป็นชาวจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสามารถยืนกินลูกชิ้น ไม้ละ 5 ลูก ไปได้จำนวน 47 ไม้ ในเวลา 5 นาที ทำลายสถิตแชมป์เก่า ที่กินลูกชิ้นได้ 38 ไม้  ส่วน “รุ่นแชมป์โลกหญิง” ชนะเลิศ ได้แก่ น.ส. ทัศนีย์  ฉิมสูงเนิน เป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา สามารถยืนกินลูกชิ้น ไม้ละ 5 ลูก ไปได้จำนวน 23 ไม้ ในเวลา 5 นาที   

“รุ่นแชมป์โลกทีม” ชนะเลิศ ได้แก่ ทีม Exter CNX ซึ่งเป็นการรวมทีมนักกิน 3 คน จาก จ.นครราชสีมา จ.เชียงใหม่ และ จ.นนทบุรี สามารถยืนกินลูกชิ้น ไม้ละ 5 ลูก ไปได้จำนวน 95 ไม้ ในเวลา 5 นาที   

ส่วนแชมป์สุดยอดร้านลูกชิ้น และร้านน้ำจิ้มลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์ ยอดเยี่ยมประจำปี 2565 จากร้านลูกชิ้นยืนกินบุรีรัมย์จากทั่วทุกสารทิศ ผลปรากฏว่า ร้านลูกชิ้นหมูทองดี  เป็นสุดยอดร้านลูกชิ้นยืนกินยอดเยี่ยมประจำปี 2565 และร้านป้าณี ลูกชิ้นยืนกิน เป็นสุดยอดน้ำจิ้มยอดเยี่ยมประจำปี 2565

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดเศร้า! ‘แม็กกี้’ สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลช่วยฝังศพลูกตัวเองหลังคลอดตายหมดทั้ง 5 ตัว

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670471

สุดเศร้า! 'แม็กกี้' สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลช่วยฝังศพลูกตัวเองหลังคลอดตายหมดทั้ง 5 ตัว

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 18.14 น.

วันที่ 1 ส.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของผู้ใช้เฟสบุ๊ก “ซุ้มอินหงสาไก่ชนพะเยา” ได้มีการเผยแพร่คลิป แม่หมา พุดเดิ้ล หรือเจ้าแม็กกี้ อายุ 2 ปี ที่ฝังศพลูกตัวเอง ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจสำหรับคนรักสัตว์ หรือทาสสุนัข ซึ่งเจ้าของเจ้าแม็กกี้ บอกว่าเมื่อคืนวันที่ 31 ก.ค.65 เกิดฝนตกหนัก เจ้าแม็กกี้ สุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลที่ตัวเองเลี้ยงไว้อายุ 2 ปีได้วิ่งเข้าไปหลบใต้ถุนบ้าน ตอนเช้าตนไปเรียกให้ออกมากินข้าว แต่เจ้าแม็กกี้ ไม่ยอมออก ตนจึงก้มเข้าไปดู พบว่าเจ้าแม็กกี้ ได้นอนเฝ้าลูก 5 ตัวซึ่งได้เสียชีวิตแล้วหลังจากคลอด

ต่อมาตนได้ทำการขุดหลุมที่บริเวณใกล้รั้วนอกบ้านเพื่อที่จะฝังลูกของเจ้าแม็กกี้ที่เสียชีวิตทั้งหมด 5 ตัว หลังขุดเสร็จตนได้นำลูกของเจ้าแม็กกี้ทั้ง 5 ตัวออกมาเพื่อทำการฝัง โดยที่เจ้าแม็กกี้เดินตามมาดูด้วย โดยเจ้าแม็กกี้เฝ้าดูหลุมฝังลูกและแสดงอาการซึมเศร้าและร้องไห้มีน้ำตาไหลออกมา

เมื่อตนเอาลูกเจ้าแม็กกี้ลงหลุมและเอาดินกลบ แม่สุนัขเจ้าแม็กกี้ก็ได้มาช่วยเอาเท้าเกลี่ยดินฝังกลบลูกตัวเองด้วย โดยตนหรือผู้ที่เป็นพ่อของเจ้าแม็กกี้ได้แผ่เมตตาให้กับลูกของเจ้าแม็กกี้ที่เสียชีวิตทั้ง 5 ตัว โดยเจ้าแม็กกี้ยืนนิ่งฟังเสียงตนแผ่เมตตาตรงบริเวณใกล้ปากหลุมฝังลูกตัวเอง

หลังจากฝังกลบลูกแล้วตนได้พาเจ้าแม็กกี้เดินไปในบ้าน แต่ปรากฎว่าเจ้าแม็กกี้ ไม่ยอมเข้าไปที่ใต้ถุนที่คลอดลูกอีก แต่ได้เดินเข้ามาขอนอนด้วยกับตนผู้เป็นพ่อในบริเวณบ้าน เหมือนกับเจ้าแม็กกี้บอกว่า ขออยู่กับพ่อ เพราะไม่มีลูกแล้ว ซึ่งผู้เป็นตนก็ได้ให้อยู่บริเวณบนบ้านด้วยเพราะสงสาร เจ้าแม็กกี้ที่สูญเสียลูกไปหมด 

สำหรับสาเหตุที่ลูกของเจ้าแม็กกี้เสียชีวิตทั้งหมด 5 ตัวครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าแม็กกี้ได้คลอดลูกที่บริเวณใต้ถุนบ้านช่วงฝนตกหนักทั้งวันทั้งคืน อากาศเย็นเป็นเหตุให้ลูกของเจ้าแม็กกี้สุนัขที่คลอดใหม่ทนสภาพอากาศไม่ไหวจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตหมด 5 ตัว 

เจ้าของสุนัข เผยด้วยว่า ตนได้เห็นภาพเจ้าแม็กกี้ที่ตั้งหน้าตั้งตาค่อยๆ ใช้จมูกและเท้าตัวเองช่วยดันดุนดินจากรอบๆ ปากหลุมลงไปเพื่อจะฝังร่างของลูกตัวเองทั้ง 5 ตัวที่นอนแน่นิ่งบนกล่องกระดาษ โดยมีตนคอยคุยเป็นเพื่อนอยู่พร้อมลูบขนเจ้าแม็กกี้เป็นการปลอบใจ และสวดแผ่เมตตาให้กับลูกสุนัขด้วยแล้วรู้สึกสงสารเจ้าแม็กกี้มาก – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ขาดส่งเงินใช้หนี้! ‘แก๊งเงินกู้อ่างทอง’หยอดกาวประตู ขังสองแม่ลูกไว้ในบ้าน 4 วัน

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670428

ขาดส่งเงินใช้หนี้! 'แก๊งเงินกู้อ่างทอง'หยอดกาวประตู ขังสองแม่ลูกไว้ในบ้าน 4 วัน

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.02 น.

สามีวัย 25 ปีเล่าเหตุการณ์ ภรรยาวัย 39 ปี ถูกแก๊งเงินกู้หยอดกาวประตูเหล็กหน้าบ้าน ขังภรรยาและลูกวัย 4 ขวบนาน 4 วัน ตนเองทำงานอยู่กรุงเทพฯ โทรบอกญาติส่งข้าวให้ทางหลังบ้าน ล่าสุด ผกก.สภ.บางจักร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ แต่ยังไม่พบตัวผู้เสียหาย

1 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.วีระวุฒิ  ดำสุวรรณ ผกก สภ.บางจักร ได้เข้าตรวจบ้านหลังเกิดเหตุ ริมถนนบางจักร-วัดนางชำ ตำบลบางจักร อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง หลังมีข่าวแก๊งเงินกู้ได้หยอดกาวประตูขังสองแม่ลูกอยู่ภายในบ้านนาน 4 วัน แถมยังพ่นสีสเปรย์ข้อความว่า ‘หลบได้หลบไป ขี้โกง’ ไว้บริเวณทางเดินหน้าบ้าน และยังพบว่ามีกล้องวงจรปิดจับภาพ ในวันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีรถเก๋งสีขาวมาจอดบริเวณหน้าบ้าน มีผู้ชายลงจากรถยนต์มาจำนวน 3 คน คล้ายกับเดินมายกลังโซดาและนำอัดลม ไปที่บริเวณท้ายรถเก๋ง และมีท่าทีคล้ายกับทำการพ่นสีสเปรย์ ที่บริเวณพื้นหน้าบ้าน ก่อนขับรถเก๋งออกไป

ทางด้าน สามีผู้เสียหายวัย 25ปี เล่าให้ฟังว่า ตนเองไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพ ส่วนภรรยาวัย 39 ปี ขายของอยู่ที่บ้านเป็นห้องแถวอยู่ติดริมถนน และได้ไปกู้เงินนอกระบบมาในจำนวน 6,000 บาท ส่งวันละ 500 บาท ภรรยาขาดส่งจำนวน 2 วัน จึงมีเหตุการณ์เซลเงินกู้มาทำการหยอดกาวที่ประตูเหล็กหน้าบ้าน ทำให้ภรรยาและลูกสาววัย 4 ขวบ ต้องอยู่ภายในบ้านเป็นเวลา 4 วัน เนื่องจากกลัวไม่กล้าที่ออกมาจากบ้าน  ซึ่งตนเองอยู่กรุงเทพ ก็ได้โทรศัพท์บอกให้ญาติได้ซื้อข้าวปลาอาหารมาส่งให้ภรรยาที่บริเวณด้านหลังบ้าน และเมื่อตนเองกลับมาบ้านก็ได้ทำการพังประตูเข้าไปช่วยภรรยาออกมา

เบื้องต้น ทางผู้กำกับ สภ.บางจักร ได้ทำการเข้าไปตรวจสอบ บริเวณบ้านหลังที่เกิดเหตุ แต่ไม่พบหญิงสาววัย 39 ปี ที่เป็นข่าว พบเพียงสามีวัย 25 ปี ที่มาเล่าเรื่องเหตุการณ์ให้ฟัง  จึงแนะนำให้เดินทางไปทำการแจ้งความ ที่สภ.บางจักร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มขับเบนซ์สุดซวย! ทหารขับกระบะแต่งซิ่งชนพังยับ ทิ้งรถหนีก่อนดอดมอบตัว

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670408

หนุ่มขับเบนซ์สุดซวย! ทหารขับกระบะแต่งซิ่งชนพังยับ ทิ้งรถหนีก่อนดอดมอบตัว

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 16.14 น.

หนุ่มขับเบนซ์สุดซวย ทหารขับกระบะแต่งซิ่งชนท้ายกระเด็นกระแทกกำแพง หลังเกิดเหตุหนีไปตั้งหลัก ก่อนกลับมามอบตัว เผยรถคู่กรณีไม่มีประกัน กังวลหวั่นจ่ายค่าเสียหายไม่ไหว

1 สิงหาคม 2565 จากกรณีคลิปภาพเหตุการณ์ขณะรถเบนซ์ขับอยู่เลนซ้าย มีรถกระบะวิ่งตามมาด้านหลัง เฉี่ยวชนท้าย ก่อนกระเด็นลงข้างทางและชนกำแพงศูนย์ตรวจสภาพรถยนต์พังเสียหาย ส่วนรถเบนซ์และรถกระบะสภาพพังยับเยินทั้งคู่ โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. คืนวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บริเวณถนนสุรนารายณ์ ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา โชคดีที่หนุ่มเจ้าของเบนซ์ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

หลังเกิดเหตุ นายวีรศรุต กิ่งเกษ อายุ 36 ปี เจ้าของรถเบนซ์ รุ่น GLA 250 แสดงความกังวลใจ หวั่นคู่กรณีไม่ยอมชดใช้ค่าเสียหาย เพราะหลังเกิดเหตุคู่กรณีทราบว่าเป็นทหารยศจ่าสิบเอก ทิ้งรถหลบหนีหาย ก่อนโผล่มามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.จอหอ ตอนเวลาประมาณ 14.00 น. ของวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ที่น่ากังวลยิ่งไปอีก คือรถกระบะคู่กรณี ไม่มีแม้ พ.ร.บ.หรือประกันภัยใดๆ เกรงว่าหากมีการประเมินความเสียหาย เฉพาะรถเบนซ์น่าจะถึงหลักล้านบาท รวมทั้งค่าเสียหายของศูนย์ตรวจสภาพรถยนต์ ที่เจ้าของร้านเรียกอีก 140,000 บาท คู่กรณีอาจจะรับผิดชอบไม่ไหว

เจ้าของรถเบนซ์ เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุพาภรรยากลับจากรับประทานอาหารจะกลับบ้าน มีรถกระบะ 4 ประตู สีขาว ลักษณะแต่งซิ่ง ขับมาด้วยความเร็วตามมาด้านหลัง ก่อนพุ่งชนท้ายอย่างจัง กระเด็นไปชนกับป้ายและกำแพงร้านตรวจสภาพรถยนต์ข้างทาง คาดว่าคู่กรณีคนขับรถกระบะ อาจมีอาการเมาสุราหรือไม่ เพราะรถขับเร็วมากและควบคุมรถไม่อยู่ หลังเกิดเหตุก็หนีหน้า เบื้องต้นมีการเจรจาในรายละเอียดค่าเสียกายยังไม่ชัดเจนนัก คู่กรณีรับปากว่าจะรับผิดชอบ แต่พอถึงเวลาเกรงว่า คู่กรณีอาจจะบิดพลิ้ว. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วัดฝีมือกันไปเลย! จัดประชัน’แกงแพะ’คนละตัวในกระทะใบบัวสองเชฟประจำหมู่บ้าน

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670403

วัดฝีมือกันไปเลย! จัดประชัน'แกงแพะ'คนละตัวในกระทะใบบัวสองเชฟประจำหมู่บ้าน

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.58 น.

วิถีชีวิตชาวบ้านจัดประชันแกงแพะกระทะใบบัว เชิญเชฟประจำหมู่บ้านสองคนมาแกงแพะกันคนละตัว วัดฝีมือกันไปเลยในระหว่างการจัดพิธีขึ้นเปลเด็กของพี่น้องชาวไทยมุสลิม  งานนี้ทั้งคู่งัดเคล็ดลับแกงแพะออกมาประชันความอร่อย ได้แกงแพะที่รสชาติอร่อยทั้งคู่กินกันไม่ลง

วันนี้ (1 ส.ค.65) ผู้สื่อข่าวพาไปดูสีสันวิถีชีวิตของชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน โดยเฉพาะแกงแพะของพี่น้องชาวไทยมุสลิมที่มักจะนิยมแกงแพะในการจัดงานบุญต่างๆ แต่มีงานบุญอยู่งานหนึ่งในพื้นที่บ้านโคกขี้เหล็ก หมู่ 1 ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งไม่ธรรมดาเพราะเป็นการประชันแกงแพะกระทะใบบัวของสองเชฟประจำหมู่บ้าน ที่มีฝีมือในการแกงแพะหาตัวจับยากและมักจะถูกเรียกไปแกงแพะเป็นประจำ นั่นคือเชฟเล้ง นายมานิตย์ สกุลหลง กับเชฟแมว นายรอศักดิ์ เบ็ญสลามัน

งานนี้เป็นการประชันฝีมือแกงแพะในกะทะใบบัวคนละตัววัดกันไปเลยสูตรใครสูตรมัน เพื่อนำไปเลี้ยงในงานบุญขึ้นเปลหลานชายของเจ้าของบ้าน เพราะถ้าเรียกคนใดคนหนึ่งมาแกงเดี่ยวกลัวว่าอีกฝ่ายจะน้อยใจเพราะเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ก็เลยเชิญมาแพงแพะทั้งคู่ แกงกันคนละตัวในกระทะใบบัว

งานนี้ทั้งเชฟแมวและเชฟเล้ง จัดเต็มทั้งคู่โดยเคล็ดลับของเชฟแมวจะใช้ไม้พายที่ทำจากทางมะพร้าวในการกวน ส่วนเชฟเล้งจะใช้ไม้พายจริงๆของตัวเองในการกวนและมีส่วนผสมแกงแพะหลักๆที่ใกล้เคียงกัน ทั้งน้ำกะทิ เครื่องแกงแพะ กะปิ หัวมันหลา ส่วนเทคนิคและเคล็ดลับอื่นเป็นสูตรเฉพาะตัวของใครของมัน 

หลังจากที่ทั้งคู่ใช้เวลาแกงและเคี่ยวจนข้นกว่า 2 ชั่วโมง ก็ได้แกงแพะที่รสชาติอร่อยทั้งสองกะทะเรียกว่ากินกันไม่ลง อร่อยทั้งคู่ – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลูกศิษย์-ปชช.แห่รับ’ครูบาบุญชุ่ม’ออกจากถ้ำหลวงเมืองแก๊ดหลังครบ ‘3 ปี 3 เดือน 3 วัน’

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670380

ลูกศิษย์-ปชช.แห่รับ'ครูบาบุญชุ่ม'ออกจากถ้ำหลวงเมืองแก๊ดหลังครบ '3 ปี 3 เดือน 3 วัน'

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 15.17 น.

วันที่ 1 ส.ค.65 ที่เมืองแก๊ด เมืองสาด ทางทิศตะวันตกของจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ได้มีลูกศิษย์ ผู้ศรัทธา และประชาชนจำนวนมากมารอรับ ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร ที่ออกมาจากถ้ำหลวงเมืองแก๊ด หลังจากได้ออกจากกรรมฐาน ปิดวาจา และปฏิบัติธรรมอยู่ภายในถ้ำเป็นเวลา 3 ปี 3 เดือน 3 วัน โดยลูกศิษย์ ผู้ศรัทธา และประชาชนได้มีการเคลื่อนราชรถไปใกล้กับบริเวณหน้าถ้ำเพื่อรอรับครูบาบุญชุ่ม ออกจากถ้ำในช่วงเช้า 

สำหรับ “ครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร” เป็นพระภิกษุฝ่ายอรัญวาสีชาวไทย ผู้ได้รับความเคารพศรัทธาอย่างสูงจากชาวยวน ไทใหญ่ ชาวลาว และชาวภูฏาน

“ครูบาบุญชุ่ม” เกิดเมื่อวันอังคารที่ 5 มกราคม 2508 เวลา 09.00 น.ที่หมู่บ้านแม่คำหนองบัว ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย เป็นบุตรคนโตของนายคำหล้าและนางแสงหล้า ทาแกง แม้ครอบครัวจะยากจนใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แต่โยมมารดาก็ปลูกฝังท่านให้ทำบุญ สวดมนต์ ทำสมาธิอยู่เสมอ ทำให้ท่านสนใจออกบวช

หลังจากเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จึงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2519 ขณะอายุได้ 11 ปีศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นตรีในปี 2526 ต่อมาได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2529 เวลา 9.19 น. ณ อุโบสถวัดพระเจ้าเก้าตื้อ (ปัจจุบันรวมกับวัดสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่) โดยมีพระราชพรหมาจารย์ (ดวงคำ ธมฺมทินฺโน) เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูเวฬุวันพิทักษ์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และพระครูศรีปริยัตินุรักษ์เป็นพระกรรมวาจาจารย์

นับแต่ออกบวช ครูบาบุญชุ่มมุ่งเน้นเรียนกรรมฐานจากครูบาอาจารย์หลายองค์ ได้จาริกไปหลายท้องที่ทั้งภาคเหนือของไทย พม่า เนปาล อินเดีย ภูฏาน ฯลฯ เมื่อพบเห็นวัดใดทรุดโทรมก็เป็นผู้นำในการบูรณะและได้สร้างพระธาตุเจดีย์ วิหาร พระพุทธรูป ไว้หลายแห่งในภาคเหนือ รัฐชาน สิบสองปันนา และประเทศลาว

ขอบคุณ : ธีรปญฺโญ ภิขุ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชาวบ้านฮือค้าน! สำรวจขุดเจาะหาแร่เขตป่าสงวนฯเขาคอก แหล่งภูเขาไฟบุรีรัมย์

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670371

ชาวบ้านฮือค้าน! สำรวจขุดเจาะหาแร่เขตป่าสงวนฯเขาคอก แหล่งภูเขาไฟบุรีรัมย์

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.48 น.

ชาวบ้าน 2 หมู่บ้าน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ รวมตัวแสดงพลังถือป้ายประท้วงคัดค้าน 2 บริษัทเอกชน ไม่ให้เข้าไปสำรวจขุดเจาะหาแร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก ซึ่งเป็นแหล่งภูเขาไฟ 1 ใน 6 ลูกของจังหวัด หวั่นสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ  กระทบโบราณสถานและวิถีชีวิตของชาวบ้าน  

1 สิงหาคม 2565  ตัวแทนชาวบ้าน หมู่ 1 และหมู่ 15  ต.เขาคอก อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์  ได้รวมตัวกันออกมาแสดงพลังถือป้ายประท้วงคัดค้านไม่ให้ 2 บริษัทเอกชน เข้าไปสำรวจขุดเจาะหาแร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก ต.เขาคอก อ.ประโคนชัย ซึ่งเป็นแหล่งภูเขาไฟ 1 ใน 6 ลูกของจังหวัด หลังทราบว่า 2 บริษัทเอกชนดังกล่าว ได้ทำเรื่องขออนุญาตทางเทศบาลตำบลเขาคอก เพื่อจะนำเครื่องจักรเข้าไปดำเนินการขุดเจาะสำรวจหาแร่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนเขาคอกดังกล่าว  เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านไม่มีใครรู้มาก่อนว่าจะมีการสำรวจแร่ในพื้นที่ และต่อมาเมื่อวันที่ 27 ก.ค.65 ทางอุตสาหกรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ได้ลงพื้นที่เข้ามาชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน กรณีที่ 2 บริษัท ซึ่งเป็นผู้รับอนุญาตอาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ที่ 18/2564 และ 21/2564 ขอเข้าสำรวจพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก โดยมี ผอ.ศูนย์ป่าไม้บุรีรัมย์ ปลัดอำเภอประโคนชัย กำนันตำบลเขาคอก และผู้แทนบริษัททั้ง 2 บริษัทเข้าร่วมด้วย  

ซึ่งในการประชุมชี้แจง ชาวบ้านก็ไม่ได้เห็นด้วยและคัดค้านไม่ให้มีการสำรวจแร่ แต่ก็กังวลว่าอาจจะมีการล็อบบี้กันแล้วเข้ามาขุดเจาะสำรวจโดยไม่ฟังเสียงชาวบ้าน จึงได้พากันออกมาแสดงพลังคัดค้าน เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้มีการขุดเจาะสำรวจหาแร่ในพื้นที่ป่าสงวนเขาคอก จะสร้างความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ กระทบแหล่งโบราณสถาน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน จึงอยากให้ยุติโครงการสำรวจหาแร่ดังกล่าว

นางอำไพ อินยุง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลเขาคอก  บอกว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านในพื้นที่ไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนว่าจะมีการเข้ามาสำรวจหาแร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาคอก  กระทั่งทางบริษัทได้ทำเรื่องขออนุญาตเทศบาล เพื่อจะนำเครื่องจักรเข้ามาดำเนินการขุดเจาะสำรวจ จึงมีการนำเรื่องเข้าที่ประชุมสภาเทศบาลตำบลเขาคอก เมื่อวันที่ 11 ก.ค.65 แต่มติเสียงส่วนใหญ่ในสภาก็ไม่ได้เห็นชอบอนุญาตให้ขุดเจาะสำรวจ เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ 

พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งภูเขาไฟ 1 ใน 6 ลูกของจังหวัดที่มอดดับสนิทมาแล้วนับแสนปี และปัจจุบันก็ยังคงมีร่องรอยของปากปล่องภูเขาไฟที่ยังคงสมบูรณ์อยู่ ทั้งยังเป็นแหล่งโบราณสถาน  เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือ และป่าเขาคอกก็เป็นเหมือนชีวิตลมหายใจของชาวบ้าน เพราะมีทั้งแหล่งอาหาร พืชสมุนไพร จึงไม่ต้องการให้มีการขุดเจาะสำรวจ แต่หากบริษัทยังจะเดินหน้าหาทางสำรวจเขาเจาะ ชาวบ้านก็ยืนยันว่าจะเคลื่อนไหวคัดค้านจนถึงที่สุดเช่นกัน

ด้านนายประสิทธิ์ ประเมินชัย ตัวแทนชาวบ้าน บอกว่า หากมีการสำรวจขุดเจาะหาแร่ในป่าสงวนแหล่งชาติเขาคอก ก็จะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ แหล่งน้ำที่สะอาดก็จะไม่มี และกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านอย่างแน่นอน ชาวบ้านในพื้นที่ต่างอยากให้คงสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ไว้เหมือนเดิม ซึ่งป่าเขาคอกเป็นแหล่งอาหารที่ชาวบ้านทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่สามารถเข้าไปหากินได้ทั้งปีโดยไม่ต้องทำลายป่า ก็อยากฝากให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้เล็งเห็นความสำคัญของป่าเขา ไม่อนุญาตให้มีการเจาะสำรวจ

เช่นเดียวกับ คุณตาสมพงษ์  มิตรชอบ อายุ 78 ปี บอกว่า ไม่อยากให้มีการขุดเจาะสำรวจหรือทำเหมืองแร่อะไรเลย อยากให้ชาวบ้านอยู่แบบมีความสุข เพราะป่าเขาคอกถือเป็นแหล่งทำมาหากินของชาวบ้าน ทั้งเห็ด ดอกกระเจียว และพืชสมุนไพรหลายชนิด ที่ชาวบ้านเข้าไปเก็บประกอบอาหารบริโภคได้ตลอดทั้งปี แต่ถ้าปล่อยให้สำรวจขุดเจาะทุกอย่างที่เคยมีตามธรรมชาติก็จะหายไปอย่างแน่นอน จึงไม่อยากให้มีการสำรวจขุดเจาะใดๆทั้งสิ้น.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘อ.เฉลิมชัย’ตรวจผลงานผู้เรียนพุทธศิลปกรรม มฟล.รุ่น 2 มุ่งสร้างศิลปินมืออาชีพ

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670335

'อ.เฉลิมชัย'ตรวจผลงานผู้เรียนพุทธศิลปกรรม มฟล.รุ่น 2 มุ่งสร้างศิลปินมืออาชีพ

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.38 น.

“อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” ตรวจผลงานผู้เรียนพุทธศิลปกรรม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) รุ่น 2 มุ่งสร้างศิลปินมืออาชีพ

สถาบันพุทธศิลปกรรมแห่งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ ได้รับเกียรติจาก ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) บรรยายให้ความรู้ในรายวิชาการบริหารจัดการศิลปะ ให้แก่ผู้เรียนหลักสูตรระยะสั้น สาขาวิชาพุทธศิลปกรรม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) รุ่นที่ 2 ทั้ง 3 ระดับ ณ อาคารพลเอกสำเภา ชูศรี มฟล. และอีกส่วนเข้าเรียนผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting

ทั้งนี้ ศาสตรเมธี ดร.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ให้เกียรติวิพากย์ผลงานสร้างสรรค์ศิลปกรรมของผู้เรียนระดับที่ 2-3 โดยร่วมกับอาจารย์ประจำหลักสูตรฯ ได้แก่ อาจารย์ทรงเดช  ทิพย์ทอง อาจารย์มานิตย์ กันทะสัก อาจารย์วัชระ กว้างไชย์ อาจารย์กาญจนา ชลศิริ อาจารย์ขจรเดช หนิ้วหยิ่น และอาจารย์วาทิตย์  เสมบุตร ในการตรวจประเมินความคืบหน้าร่างผลงานสร้างสรรค์ครั้งที่ 1 (Sketch) ในรายวิชาสร้างสรรค์พุทธศิลปกรรม 1 ของผู้เรียนระดับที่ 2 (พุทธศิลป์สร้างสรรค์) และรายวิชาการสร้างสรรค์ศิลปกรรมขั้นสูง ของผู้เรียนระดับที่ 3 (พุทธศิลป์สร้างสรรค์ขั้นสูง) ณ Studio 4 ห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียน พิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

หลักสูตรพุทธศิลปกรรมนี้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มุ่งสร้างศิลปินมืออาชีพสู่วงการศิลปะสู่วงการในระดับประเทศ รวมทั้งระดับนานาชาติต่อไป โดยผู้เรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจทั้งภาคทฤษฎี การสร้างสรรคชิ้นงาน รวมทั้งการบริหารจัดการศิลปะเพื่อให้สามารถเผยแพร่ออกไปสู่วงกว้างซึ่งนับเป็นจุดอ่อนของศิลปินไทยได้อีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เซียนนกกรงหัวจุกควัก 3 แสนทดลองเพาะไม้ด่างเจอช่วงกระแสตกแบ่งขายราคาเบา

Posted on August 2, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670317

เซียนนกกรงหัวจุกควัก 3 แสนทดลองเพาะไม้ด่างเจอช่วงกระแสตกแบ่งขายราคาเบา

วันจันทร์ ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 12.58 น.

เซียนนกกรงหัวจุกชื่อดังสุโขทัยควัก 3 แสนบาททดลองเพาะไม้ด่างสำเร็จปุ๊บ เจอช่วงราคาตกต่ำทันที แต่ก็โนสนโนแคร์ เก็บไว้ดูเล่น ทำเป็นงานอดิเรก แต่ถ้าใครสนใจก็แบ่งปันให้ในราคาเบาๆ 500-2,000 บาท พร้อมแชร์ความรู้ให้หมดเปลือก

วันที่ 1 ส.ค.65 นายเสกสรรค์ ไทยรุ่งโรจน์ หรือเฮียปิก อายุ 68 ปี เจ้าของ “ฮั้วการไฟฟ้า” ร้านประดับยนต์ชื่อดังใน อ.เมืองสุโขทัย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นอกจากชอบเลี้ยงนกกรงปรอดหัวจุกจนสามารถเพาะผสมพันธุ์นกหัวจุกแฟนซี “เผือกตาแดง” ที่เคยซื้อขายกันตัวละ 150,000 บาทได้สำเร็จ โดยลองผิดลองถูกนาน 8 ปี หมดเงินเกือบ 2 ล้านบาท แล้วเผยเคล็ดลับการเพาะนกให้คนที่อยากรู้แบบฟรีๆ ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้เองแล้ว

ล่าสุดยังได้ลงทุนอีก 300,000 บาทเพื่อทดลองเพาะเลี้ยงต้นไม้ด่าง โดยซื้อเมล็ดไข่มาเพาะใช้เวลาลองผิดลองถูก 3 เดือน พอสำเร็จก็มาเจอช่วงราคาตกต่ำทันที แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะจะเก็บไว้ดูเล่นและทำเป็นงานอดิเรกอยู่แล้ว แต่ถ้าใครสนใจอยากได้ก็จะขายให้ในราคาไม่แพงแค่ต้นละ 500-2,000 บาท พร้อมแนะนำให้ความรู้ทั้งหมดด้วย

“เฮียปิก” บอกว่า ตอนนี้เน้นเพาะพันธุ์ “อโลคาเซีย” หรือต้นบอนหูช้างด่างเหลือง กับหูช้างด่างขาว ซึ่งเมื่อปีที่แล้วราคาอยู่ที่หลักหมื่นบาท แต่ปัจจุบันเหลือต้นละไม่เกิน 2,000 บาท และจากประสบการณ์พบว่า ข้อดีของต้นที่เพาะจากไข่ สามารถให้ไข่ให้หน่อไวกว่าไม้ที่แยกหน่อจากต้นแม่ แต่ไม้เพาะไข่ก็มีความเสี่ยง คือ ซื้อมา 10 ใบ ก็อาจจะมีหลุด 2-3 ใบเป็นเขียว ไม่ใช่ด่างทุกใบ อันนี้ก็ต้องทำใจ อย่างไรก็ตาม สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร 055-611627

– 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,707 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ร้องสอบอดีตอธิบดีกรมฝนหลวง ปมซื้อเครื่องบินแพงเกินไปหรือไม่

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d