Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

มุกดาหารบวงสรวง’พญาศรีภุชงมุกดานาคราช’เปิดงานมหัศจรรย์มุกดาหาร 3 พิภพ

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/670002

มุกดาหารบวงสรวง'พญาศรีภุชงมุกดานาคราช'เปิดงานมหัศจรรย์มุกดาหาร 3 พิภพ

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.16 น.

ที่บริเวณแก่งกะเบา จังหวัดมุกดาหาร เมื่อวันที่ 29 ก.ค.65 เวลา 17.00 น.ที่ผ่านมานายเฉลิมพล มั่งคั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยนางอิสรีย์ มั่งคั่ง นายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหาร เป็นประธานในพิธีบวงสรวงพญาศรีภุชงมุกดานาคราช (พญานาคดิน : ปฐพีพิภพ) เปิดงานมหัศจรรย์ มุกดาหาร 3 พิภพเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร ซึ่ง ททท.ได้คัดเลือกให้ “พญานาค 3 พิภพ” จังหวัดมุกดาหาร เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันชีนไทยแลนด์เวอร์ชั่นใหม่ในโครงการ 25 Unseen New Series 

สำหรับองค์พญาศรีภุชงค์มุดานาคราช พญานาคปฐพีพิภพ เป็นประติมากรรมพญานาคเกล็ดหินอ่อนสีขาวหมอกมัวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่ริมฝั่งโขง บริเวณแก่งกะเบา อำเภอหว้านใหญ่จังหวัดมุกดาหาร (มีความสูง 11.11 เมตร ความยาว 51.40 เมตรตลอดลำตัวเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.50 เมตร )เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวสักการะขอพรลอดใต้ท้องพญานาค เพื่อความเป็นศิริมงคล ความสำเร็จ ร่ำรวย และแข็งแรง

ภายในงานประกอบด้วยการแสดง รำบวงสรวงตำนานเมืองมุกดาหารโดยนายกเหล่ากาชาดจังหวัดมุกดาหารพร้อมคณะ และชาวอำเภอหว้านใหญ่กว่า 200 คน เสร็จแล้วประกอบพิธีวางผ้ากฐิน ประกอบพิธีบวงสรวง พญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช การแสดงรำถวายเทพไท้ เทวา นาคา 3 พิภพ โดยชมรมแก่นศิลป์ราชพฤกษ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

งานมหัศจรรย์มุกดาหาร 3 พิภพ Miracle Mukdahan เป็นงานประเพณีบูชาพญานาคลุ่มล้ำโขง โดยจังหวัดมุกดาหารกำหนดจัดพิธีบูชาพญาค ทั้ง 3 องค์ ซึ่งปีนี้กำหนดจัดพิธีบวงสรวง บูชาพญาค ทั้ง 3 องค์ระหว่างเดือน กรกฎาคม – กันยายน 2565 ไว้ดังนี้

29 กรกฎาคม 2565   พิธีบวงสรวง พญาศรีภุชงมุกดานาคราช (พญานาคดิน) ณ ลานกิจกรรมแก่งกะเบา 

29 สิงหาคม  2565    พิธีบวงสรวงพญาอนันตนาคราช (พญานาคน้ำ)  ณ ลานกิจกรรมสะพานมิตรภาพไทยลาว

10 กันยายน  2565    พิธีบวงสรวงพญาศรีมุกดามหามุณีนิลปานนาคราช(พญานาคฟ้า) ณ วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ 

งานมหัศจรรย์มุกดาหาร “พญานาค 3 พิภพ” จะเป็นจุดขายใหม่ทางการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร เพื่อให้นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปที่มีความเชื่อศรัทธาพญานาคในลุ่มแม่น้ำโขง ได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของพญานาค 3 พิภพ ที่ตั้งอยู่บนแนวเส้นลองจิจูดเดียวกันที่ตำแหน่ง 104 องศา 43 ลิปดา  นับเป็นตัวแทนแห่งพญานาคซึ่งปกปักคุ้มครองเมืองลุ่มน้ำโขงและมุกดาหารยังเป็นจังหวัดชายแดน เมืองปลายทางแห่งความสุขที่เชื่อมต่อไปยัง เมืองสะหวันเขตสปป.ลาว ผ่านสะพานมิตรภาพ 2 (มุกดาหาร-สะหวันเขต) และผ่านด่านลาวบาว ไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อีกด้วย – 003 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไม่พลาดแน่นอน! ฮือฮากบ5ขาโผล่มาอีก8นิ้ว เลขเด็ดต้องมา

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669992

ไม่พลาดแน่นอน! ฮือฮากบ5ขาโผล่มาอีก8นิ้ว เลขเด็ดต้องมา

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.36 น.

สุดฮือฮา!! กบ 5 ขา โผล่มาอีก 8 นิ้ว ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เจ้าของเผยกบประหลาดเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวยังเล็ก แข็งแรงเหมือนเพื่อนๆ ทำนักเสี่ยงโชคพากันตีเป็นเลขเด็ด

30 ก.ค.65 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่บ้านเลขที่ 69 หมู่ 1 บ้านโนนกกบาก ต.บ้านดุง อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีกบประหลาด 5 ขา จึงเดินทางไปพิสูจน์ โดยที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านเดียวพื้นที่ประมาณ 1 งาน มีการแบ่งสัดส่วนเป็นที่อยู่อาศัยและทำเกษตรหลังจากที่เจ้าของบ้านเดินทางกลับมาจากทำงานที่ประเทศเกาหลี

นายพัฒนา บัวเปื่อย อายุ 30 ปี เจ้าของกบประหลาด เปิดเผยว่า หลังไปทำงานที่ต่างประเทศกลับมาก็ได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ก็นำมาลงทุนทำเกษตร ซึ่งเลี้ยงไก่ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาและปลูกผัก ในพื้นที่บ้านภรรยา สำหรับกบประหลาดตัวนี้ตอนต้นปีตนเองสั่งซื้อลูกพันธุ์กบมาเพราะเลี้ยงเพื่อจำหน่ายพร้อมๆกับกบตัวอื่นๆจำนวน 200 ตัว ราคาตัวละ 1 บาท กระทั่งกบใหญ่สามารถขายได้ แต่ตอนกำลังคัดกบออกจำหน่ายสังเกตเห็นกบที่เลี้ยงไว้ 1 ตัวมีลักษณะแปลกคือมีขา 5 ขา จึงบอกให้ภรรยาฟังแต่ภรรยาก็ไม่เชื่อจึงเก็บเอาไว้

สำหรับกบที่แปลกประหลาดนั้น ขาที่แปลกโผล่ออกมาที่บริเวณหน้าอก โดยมีนิ้วงอกออกมานับได้ 8 นิ้ว ส่วนขาทั้ง 4 ข้างก็เป็นปกติ ขาหน้ามี 4 นิ้ว ขาหลัง 5 นิ้ว ดูแล้วกบแข็งแรงเหมือนตัวอื่นๆ และเชื่องจับง่ายด้วย ตอนแรกเห็นก็รู้สึกแปลกใจเพราะเกิดมาไม่เคยเห็นมาก่อน ซึ่งกบตัวนี้ตนก็จะเลี้ยงไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะตาย แต่หากใครอยากได้ตนก็จะขายเพราะตนขายกบอยู่แล้ว

อย่างไรก็ดี คิดว่าการมีกบ 5 ขานั้นคิดว่าเราจะได้โชคและจะลองเลี่ยงโชคงวดนี้ 1 ส.ค. โดยคอหวยก็ไม่พลาดตีเป็นเลขเด็ด กบ 9 5 ขาที่ 5 มี 8 นิ้ว

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หยุดยาววันที่ 2 อุบัติเหตุดับ27ศพ เจ็บอีกกว่า 2 พัน

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669987

หยุดยาววันที่ 2 อุบัติเหตุดับ27ศพ เจ็บอีกกว่า 2 พัน

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 08.45 น.

หยุดยาววันที่ 2 อุบัติเหตุบนถนนดับ 27 ศพ เจ็บอีกกว่า 2 พัน มีต่างชาติสังเวย 1 ราย

30 ก.ค. 2565 เฟซบุ๊ก “สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.)” รายงานสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน อ้างอิงข้อมูลจาก บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และ ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ (Thai RSC) พบว่า ในวันที่ 29 ก.ค. 2565 มีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บ 2,283 คน สำหรับผู้เสียชีวิตทั้ง 27 ราย แบ่งเป็น ใช้จักรยานยนต์ 25 ราย รถยนต์ 2 ราย เป็นผู้ขับขี่ 23 ราย ผู้โดยสาร 4 ราย เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 2 ราย อายุ 15 ปีขึ้นไป 25 ราย เป็นชาวไทย 26 ราย ต่างชาติ 1 ราย

สรุปยอดผู้เสียชีวิตในช่วง 2 วันแรก (28-29 ก.ค. 2565) ของช่วงหยุดยาว (28-31 ก.ค. 2565) สะสมอยู่ที่ 55 ราย บาดเจ็บสะสมรวม 4,594 คน อนึ่ง สถิติความสูญเสียบนท้องถนนในไทยประจำปี 2565 (นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-29 ก.ค. 2565) มีผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 8,486 ราย บาดเจ็บสะสม 515,638 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

– อย่าประมาท!วันแรกหยุดยาว ดับเซ่นอุบุติเหตุ 28 ศพ เจ็บกว่า 2 พัน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ความรุนแรง’เรื่องไม่เล็ก แผลวัยเด็กฝังลึกแม้เป็นผู้ใหญ่

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669906

สกู๊ปแนวหน้า : ‘ความรุนแรง’เรื่องไม่เล็ก  แผลวัยเด็กฝังลึกแม้เป็นผู้ใหญ่

วันเสาร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับคนที่มีปัญหาทางจิตใจ มากกว่าร้อยละ 99 เคยประสบกับความเจ็บปวดในวัยเด็กมาเกือบทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่การตีมือหรือก้นเท่านั้น แต่เด็กหลายคนโดนตบตีด้วยไม้กวาด สายไฟ หมวกนิรภัย และถูกกระทืบ ซึ่งถูกกระทำโดยคนในครอบครัว ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปจนโตเป็นผู้ใหญ่ และความรู้สึกหวาดกลัวอาจจะลดน้อยลง แต่ทุกครั้งที่เห็นอุปกรณ์หรือบุคคลที่เคยทำร้าย มักเหมือนมีมีดที่กรีดแผลในใจและทำให้ภาพเหตุการณ์เหล่านั้นวนเวียนอยู่ในหัวอีกครั้ง”

ปราชญา ศิริ์มหาอาริยะโพธิ์ญา ผู้ก่อตั้ง “Mental Me” องค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน กล่าวในวงเสวนา
(ออนไลน์) หัวข้อ “เด็กที่เจ็บปวดคือผู้ใหญ่ที่เจ็บป่วย”จัดโดย bookscape ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อช่วงต้นเดือนก.ค. 2565 ชี้ถึงผลกระทบจากความรุนแรงที่ได้รับในวัยเด็ก อาจไม่จบแม้โตเป็นผู้ใหญ่ แต่จะฝังลึกอยู่ในจิตใจไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม ทั้งนี้ การรับมือที่ผู้โดนกระทำใช้จะมีหลากหลายวิธี

เช่น “บางคนเลือกส่งต่อการกระทำที่รุนแรงไปสู่คนอื่นด้วยการทำร้ายเพื่อน จึงทำให้อยู่ในวงจรความรุนแรงซ้ำๆ” ซึ่งผู้ใหญ่ที่เห็นเด็กใช้ความรุนแรงอาจไม่ได้มองถึงปัญหาที่เด็กพบเจอ แต่มองแค่ว่าเด็กคนนี้ใช้ความรุนแรง เด็กคนนี้ก้าวร้าวไม่ควรให้อภัย สุดท้ายเด็กก็ต้องถูกทำโทษและถูกไล่ออกจากสถานศึกษา หรือ “บางคนเลือกที่จะเก็บไว้กับตัวเอง ทำให้วันหนึ่งความเจ็บปวดทับถมจนเกิดเป็นปัญหาทางสุขภาพ” รวมถึงวิธีอื่นๆ เช่น การพบจิตแพทย์ การเลือกที่จะออกมาอยู่อาศัยคนเดียว โดยอดทนเพื่อให้ตนเองพ้นจากความเป็นผู้เยาว์และพอที่จะหาเลี้ยงตนเองได้

รศ.พญ.วนิดา เปาอินทร์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก และหัวหน้าหน่วยคุ้มครองเด็กรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อธิบายในมุมมองทางการแพทย์ ว่า “ประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็ก (Adverse Childhood Experiences” จะส่งผลต่อสุขภาพกายโดยตรงด้านการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความเครียด โดยแบ่งเป็น 2 ชนิด ได้แก่ 1.ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) และ 2.อะดรีนาลีน (Adrenaline)

“เมื่อเกิดความเครียด กลัวหรือวิตกกังวล ฮอร์โมน เหล่านี้จะถูกหลั่งออกมาจากร่างกาย ซึ่งจะไปกระตุ้นส่วนต่างๆ ในร่างกาย และทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น โดยเป็นกลไกของร่างกายที่จะหนีรอดจากภัยอันตราย ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในวัยเด็กและภายในบ้านของตนเอง จะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาในสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ (Amygdala) ซึ่งเป็นส่วนที่จะตอบสนองต่อความกลัว โดยจะทำให้สมองของเด็กมีขนาดใหญ่ขึ้นและทำงานมากกว่าปกติ” รศ.พญ.วนิดา ระบุ

รศ.พญ.วนิดา กล่าวต่อไปว่า “เรื่องราวที่คนอื่นว่าเป็นเรื่องปกติ เด็กจะคิดว่าเป็นเรื่องที่อันตราย และเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้ แม้จะผ่านพ้นเหตุการณ์นั้นมาแล้วก็ตาม โดยเด็กที่มีภาวะดังกล่าว อาจตอบโต้ด้วยท่าทีที่รุนแรง” นอกจากนี้ ยังมีสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกในแง่ของความทรงจำ หรือส่วน Hippocampusซึ่งเป็นส่วนเมื่อพบเรื่องราวที่ดี ส่วนนี้จะกระตุ้นให้มีความทรงจำร่วมอยู่ด้วย แต่ถ้าถูกทำร้ายเรื้อรังจะทำให้สมองเด็กมีขนาดเล็กลง ซึ่งจะทำให้มีปัญหาเรื่องความทรงจำ

รวมถึงสมองส่วนควบคุมความหุนหันพลันแล่น หรือ ส่วน Cerebral cortex เมื่อถูกกระตุ้นบ่อยครั้งสมองส่วนนี้จะทำงานลดลง โดยเป็นคำตอบว่าทำไมเด็กถึงแสดงออกอย่างก้าวร้าวในบางครั้ง ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน หรือ Emo Systems ซึ่งเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อการอักเสบในร่างกาย โดยอาจทำให้เกิดโรคบางโรคที่เกี่ยวกับภูมิคุ้มกันของร่างกายได้

เชษฐา มั่นคง ผู้อำนวยการมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าวว่า สถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ยังทำให้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่ส่งผลกับเด็กรุนแรงขึ้น โดยสาเหตุที่พบเจอจากการสำรวจ ได้แก่ ความเครียดด้านเศรษฐกิจจากการขาดรายได้ เนื่องจากมีการล็อกดาวน์ ทำให้หลายโรงงานปิดตัวลง ซึ่งเมื่อเกิดความรุนแรงในครอบครัว ไม่ว่าจากการทะเลาะระหว่างพ่อแม่หรือผู้ใหญ่เอาความไม่พอใจแสดงออกต่อเด็ก

ความรุนแรงเหล่านี้เด็กจะอยู่ในเหตุการณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้จิตใจเด็กซึมซับความรุนแรงจนเกิดความเครียด ซึ่งความรุนแรงออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่ 1.ชั้นบุคคล ซึ่งเป็นชั้นที่ได้รับผลกระทบทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ 2.ชั้นโครงสร้าง ซึ่งเป็นชั้นที่น่ากลัวในสังคมไทย เพราะมีการใช้อำนาจที่เหนือกว่าเด็ก และ 3.ชั้นวัฒนธรรม ซึ่งเป็นชั้นที่ถูกปลูกฝังในจิตใจและในสังคม

“สถานการณ์ที่เห็นได้ชัดอย่างกรณีของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นความรุนแรงที่กระทบต่อจิตใจเด็กในพื้นที่เช่นกัน เนื่องจากเด็กได้ยินเสียงปืนทุกวัน การเห็นเลือด และคนเสียชีวิตตั้งแต่เกิด รวมถึงความรุนแรงที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ หรือความรุนแรงจากภัยพิบัติธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น เหตุการณ์สึนามิ ซึ่งจะฝังลึกภายในจิตใจเด็กเนื่องจากสูญเสียพ่อแม่ จึงเห็นได้ว่าเด็กที่ได้รับผลกระทบจะซึมซับพฤติกรรมความรุนแรงอย่างแน่นอนในอนาคต” ผอ.มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก กล่าว

บุษยาภา ศรีสมพงษ์ ผู้ก่อตั้ง “SHero Thailand” องค์กรภาคประชาสังคมที่มุ่งสร้างนักกฎหมายรุ่นใหม่เพื่อขับเคลื่อนประเด็นความรุนแรงในครอบครัว กล่าวว่า ความรุนแรงมีหลายรูปแบบทั้งที่“ความรุนแรงที่มองเห็นได้ชัด” และ “ความรุนแรงที่มองไม่เห็น” ถ้าหากเป็นความรุนแรงที่มองไม่เห็น และมีบาดแผลที่มองไม่เห็น จะทำให้ผู้โดนกระทำไม่สามารถบ่งบอกหรือสัมผัสแผลนั้นได้ชัดเจน ซึ่งอาจทำให้เป็นบาดแผลที่ใช้เวลาทั้งชีวิตในการรักษา

โดยบาดแผลที่มองไม่เห็นเกิดจากการใช้ความรุนแรงทางอารมณ์ การใช้ความรุนแรงทางคำพูด การเพิกเฉย และการตัดทรัพยากรพื้นฐาน “เมื่อเกิดความไม่เข้าใจหรือความไม่ตระหนักรู้ประเภทของความรุนแรง จะเกิดมายาคติตามมาในเรื่องของการช่วยเหลือและให้ความสำคัญผู้ถูกกระทำต่อเมื่อรุนแรงแล้ว” เช่น ในขณะที่เหตุการณ์เด็กถูกทำร้ายจนเสียชีวิต เมื่อเป็นข่าวมีหลายหน่วยงานให้ความสนใจ แต่เมื่อเด็กถูกกระทำโดยใช้ความรุนแรงทางคำพูดจากคนในครอบครัวหรือครู เรื่องเหล่านี้กลับถูกไม่ให้ความสำคัญ จนทำให้เกิดบาดแผลทางจิตใจเพิ่มขึ้น

“เมื่อย้อนกลับไปดูจะเห็นได้ว่า ผู้ปกครองที่เป็นผู้ใช้ความรุนแรง จะเลือกใช้กับคนที่ทำได้ภายในบ้านและไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้อื่นนอกบ้าน เมื่อความรุนแรงเกิดขึ้นแล้วจะมีข้ออ้างต่างๆ เช่น เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ไม่ตั้งใจที่จะทำ เป็นต้น ซึ่งสังคมไทยมองว่าเป็นเรื่องปกติและเป็นเรื่องส่วนตัว จึงทำให้ผู้ถูกกระทำหลายคน
รู้สึกโดดเดี่ยว สิ่งเหล่านี้จะเกิดบาดแผลซ้อนขึ้นมาเรื่อยๆและก็ถูกสะท้อนมาทางพฤติกรรม ทางอารมณ์

เกิดเป็น Reflect (ปฏิกิริยาสะทือน) ของ Trauma (ความเจ็บปวด) แล้วผู้ปกครองเห็นก็จะตัดสินไปว่าเด็กพวกนี้มันดื้อ จะไม่ให้ตีได้ยังไง โดยบางทีเจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็กหรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ ยังไม่มีความเข้าใจเรื่องความรุนแรงมากนัก ซึ่งปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่ผู้ปกครองของเด็ก แต่ปัญหาอยู่ที่สังคมไทย” บุษยาภา กล่าว

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

หนุ่มพิการเจอโควิด 2 ปี บ้าน-รถถูกยึดหมด กำเงินยืม 3 พันกลับไปตั้งหลักอุดรฯ

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669973

หนุ่มพิการเจอโควิด 2 ปี บ้าน-รถถูกยึดหมด กำเงินยืม 3 พันกลับไปตั้งหลักอุดรฯ

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 23.02 น.

ดันสู้ต่อไม่ไหว หาเงินมาทั้งชีวิตกว่าจะได้บ้านหลังแรก หนุ่มพิการอุดรฯสู้ชีวิตสุดท้ายเจอวิกฤตโควิด 2 ปีบ้านและรถถูกยึด ขอจิตอาสาช่วยขนของกลับไปตั้งหลักที่บ้านดุงเพื่อกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง!!!

วันนี้ (29 ก.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเพจบ้านดุงอัพเดท โดยนายวีระพล รักเสมอวงศ์ รองประธานสภาเทศบาลเมืองบ้านดุงและแอดมินเพจ เดินทางไปที่จ.นครราชสีมา เพื่อเดินทางไปส่งแฟนเพจขอความช่วยเหลือไปส่งที่อ.บัวลาย จากนั้นได้มีชาวบ้านทักขอความช่วยเหลือขนของออกจากบ้าน เพราะบ้านจะถูกยึด เพราะค้างจ่ายติดต่อมาหลายเดือนจนมีหมายศาลมาติดไว้หน้าบ้าน

ต่อมาวันนี้นายวีระพล เดินทางไปที่บ้านเอื้ออาทรสูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พบกับเจ้าของบ้านคือนายปอ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 42 ปีชาวบ้านกดดู่ ต.นาไหม จ.อุดรธานี และเป็นคนพิการขาขวา โดยนายปอ บอกว่า ผมขอความช่วยเหลือจากเพจฯ เพื่อขนของภายในบ้าน ทั้งตู้เสื้อผ้า สิ่งของภายในบ้านอีกหลายอย่าง เพื่อขนไปกลับบ้านภรรยาที่อ.บ้านดุง เพื่อจะไปตั้งหลักฮึดสู้อีกครั้ง หลังจากบ้านจะถูกยึด และขอขอบคุณน้ำใจคนไทยด้วยกันที่ไม่ทิ้งกัน

นายปอ เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้เก็บเงินมาทั้งชีวิตซื้อบ้านเอาไว้เมื่อหลายปีก่อนเป็นบ้านเอื้ออาทร ดีใจมากทั้งชีวิตจะมีบ้านสักหลัง ผ่อนเดือนละ 5,000 บาท โดยตนเองทำงานโรงงานและหารายได้พิเศษขายดอกไม้สดด้วย แต่เจอวิกฤตโควิด เมื่อ 2 ปีก่อนทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลง ทั้งบ้านและรถยนต์ถูกธนาคารและไฟแนนซ์ทวงถามมาตลอด สุดท้ายส่งต่อไปไม่ไหวเขาจึงติดตามยึด ล่าสุดมีเอกสารทางศาลฯ มาติดหน้าบ้าน ทำให้รู้ว่าบ้านถูกยึดแน่แล้ว จึงต้องปล่อยวาง

นายปอ กล่าวอีกว่า จากนี้ก็จะลาออกจากพนักงานโรงงานเพื่อกลับไปอยู่บ้านกับลูกและภรรยา ที่ผ่านมาทุกอย่างเหมือนทางตันหาเงินไม่ทัน วันนี้บ้านจะถูกยึดแล้วคงไม่มีที่อยู่ จึงขอความช่วยเหลือ เพราะไม่มีเงินเหมารถขนของกลับบ้านเขาจะเอา 8,000 บาทแต่ตนเองหยิบยืมมาได้ 3,000 บาทเท่านั้นเอง

“ผมพร้อมภรรยาทำงานเก็บเงินมาทั้งชีวิตซื้อบ้านหลังนี้ ดีใจที่มีบ้านเป็นของตนเอง แต่ไม่คิดว่าวิกฤติโควิดจะหนักถึงเพียงนี้  แต่ก็ยังดีมีภรรยาและลูกน้อยอีก 2 คนให้กำลังใจตลอด แม้บ้านและรถยนต์ผมจะถูกยึดแต่ผมจะไม่ท้อ ผมจะเดินทางกลับบ้านที่จ.อุดรธานี ฮึดสู้ไปค้าขายอีกครั้ง “นายปอ พูดไปน้ำตาคลอไป

ขณะที่นายวีระพล บอกว่า เข้าใจความรู้สึกความลำบาก ตนมาช่วยด้วยใจ เพื่อให้เขาเก็บเงิน 3,000 บาทเอาไว้ลูกและภรรยาไปตั้งหลักที่บ้าน

-001

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เพจดังโพสต์เรื่องราวหดหู่ใจของ 2 พี่น้อง’ร่างที่ไร้วิญญาณ’และ’ร่างที่ไร้เรี่ยวแรง’

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669965

เพจดังโพสต์เรื่องราวหดหู่ใจของ 2 พี่น้อง'ร่างที่ไร้วิญญาณ'และ'ร่างที่ไร้เรี่ยวแรง'

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 21.18 น.

29 ก.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก เส้นด้าย – Zendai ได้โพสต์เรื่องราวหดหู่ใจในชะตากรรมของลุงไพวัลย์และลุงไพรัช สองพี่น้องฐานะยากจน แถมยังมาล้มป่วยสิ้นเรี่ยวแรงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จนต้องนอนดูอีกฝ่านสิ้นลมหายใจไปต่อหน้าต่อหน้า โดยมีรายละเอียดดังนี้

“ตอนเป็นต้องรอสาย ตอนตายต้องรอเผา”

บ้านที่ไร้หลังคา ไม่มีน้ำประปาหรือไฟฟ้าเข้าถึง

พื้นไม้ผุพังราวกับเหยียบไปตรงไหนก็พร้อมหักได้ทุกเมื่อ เป็นที่พักของคุณไพรวัลย์วัย 52 ปี และพี่ชายคุณไพรัชวัย 56 ปี ที่บัดนี้ร่างของคุณไพรัช…ไม่มีลมหายใจอีกแล้ว

#เส้นด้าย ได้รับแจ้งเคสของสองพี่น้องนี้จากอาสา มูลนิธิร่วมกตัญญู และพอจะทำใจไว้แล้วว่านี่เป็นอีกหนึ่งเคสที่ความสูญเสียจะกัดกินหัวใจของเราอย่างแน่นอน แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง

เราได้ทำการตรวจ ATK ให้คุณไพรวัลย์ ที่นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่ข้างๆร่างของพี่ชายที่ไร้วิญญาณ

เขาเห็นทุกเหตุการณ์ที่พี่ชายตัวเองสิ้นลม

‘ร่างที่ไร้วิญญาณ’ และ ‘ร่างที่ไร้เรี่ยวแรง’

ทั้งสองกำลังนอนรอความหวังและยิ่งทำให้เราเร่งมือในการตรวจร่างกายพื้นฐาน รวมถึงโทร 1669

แน่ล่ะ ไม่สำเร็จ

ทีมเส้นด้ายจึงได้โทรไปที่ 1646 (ศูนย์เอราวัณ) เพื่อทำการประสานรพ.และส่งตัวผู้ป่วย ปลายทางได้ รพ.แห่งหนึ่งแถวถนนแจ้งวัฒนะ แต่อุปสรรคต่อมาก็คือคุณไพรวัลย์นั้น ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตน โชคดีที่ด้วยการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน จึงหาทางจัดการเรื่องนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

แก้ไปได้ปัญหาหนึ่งก็เจออีกเรื่อง เมื่อปลายทางเมื่อปฏิเสธการรักษาโดยบอกว่าคนไข้ยังอาการดี ไม่สามารถรับตัวไว้ในการรักษาได้

ทีมเส้นด้ายหน้างานจึงอธิบายว่าขอให้วัดค่าต่างๆก่อน ที่ดูอาการดีขึ้นเพราะทางเราได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นมา

แต่ประโยคต่อไปที่เราได้ยิน กลับทำให้ความเหน็ดเหนื่อยของวันถาโถม

“ถ้าคนไข้ดีขึ้นแล้วก็ให้นำกลับบ้าน หรือไม่อย่างนั้นก็ปล่อยให้นอนตรงนี้แหละ”

และที่ว่านอนตรงนี้ที่ว่าคือหน้าโรงพยาบาล!

ไม่รู้ว่าว่าเป็นโชคหรือเคราะห์ของคุณไพรวัลย์ ที่อาการค่อยๆแย่ลง จนต้องได้รับการรักษาจากทางโรงพยาบาลในคืนวันนั้น

ส่วนร่างของคุณไพรัช ก็ได้ทำพิธีทางศาสนาไปเมื่อเวลาบ่ายโมงของวันที่ 29 ก.ค.นี้เอง เป็นงานที่ผู้คนในชุมชนร่วมกันจัดให้ เพราะทั้งสองมีกันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้น

#เส้นด้าย ได้แต่ส่งกำลังใจให้คุณพี่ไพรวัลย์และขอแสดงความเสียใจอีกครั้งกับการสูญเสียนี้ เคสนี้เป็นเคสที่ทีมอาสาหน้างานทั้งเครียดและหดหู่ใจ พวกเราก็ได้แต่คอยให้กำลังใจกันและกันว่าอย่าเหนื่อย อย่าท้อ ยังมีอีกหลายชีวิตที่ในขณะที่เราถอดถอนใจนี้ ก็กำลังรอการช่วยเหลือจากเราอยู่…ต้องสู้ต่อ…

ขอบคุณข้อมูล เพจเฟซบุ๊ก เส้นด้าย – Zendai 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮาลั่น! ‘แจ็คสัน หวัง’เป็นเหตุ! ลูกสาวเรียงความถึงแม่ กรี๊ดผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อ

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669962

ฮาลั่น! 'แจ็คสัน หวัง'เป็นเหตุ! ลูกสาวเรียงความถึงแม่ กรี๊ดผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อ

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.24 น.

เอ็นดูจังเลยลูก! แจ็คสัน หวัง เป็นเหตุ ลูกสาวเรียงความถึงคุณแม่ ..แม่ต้องตกนรกแน่เพราะผิดศีลข้อ 3 กรี๊ดผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อ

จากกรณีที่ แจ็คสัน หวัง ศิลปินชาวฮ่องกง หนึ่งในสมาชิก GOT7 ได้ถูกเชิญให้มาเป็นนักร้องหลังกำแพง ในรายการ นักร้องข้ามกำแพง ที่ออกอากาศทางช่องเวิร์คพอยท์ ก็ทำเอาเรตติ้งพุ่งกระฉูด จนทำให้แฮชแท็ก #TheWallSong100EPCelebrationParty ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ ที่ทำให้ให้เหล่า ‘อากาเซ่’ หรือแฟนคลับเป็นปลื้มกันค่อนประเทศ

ล่าสุด ในเฟซบุ๊ก #บันทึกของวันใหม่ คุณแม่อลิซเผย เผยเรียงความชวนฮาของ ลูกสาวอายุ 7 ขวบ เรียนอยู่ชั้น ป.2 โดยมีการเขียนบันทึกประจำวันศุกร์ 29 ก.ค.65 ที่มีใจความเกี่ยวกับประเด็นนี้ไว้ว่า “แม่เป็นอะไรไม่รู้ ดูนักร้องข้ามกำแพงไปกรี๊ดไปเพราะแม่แอบชอบผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พ่อ แม่จะน่าเกรงใจพ่อบ้าง แม่ต้องตกนรกแน่เพราะผิดศีลข้อ3 รักเดียวใจเดียว แจ็คสันหวังไม่ผิดอะไร แต่แม่ผิดเองเพราะแม่แอบรักเขา.. จบ..” จนโพสต์นี้ถูกแชร์ในโลกโซเชียล ก็สร้างเสียงหัวเราะไปไม่น้อย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พฐ.-สัตวแพทย์พิสูจน์ซากช้างป่าสลักพระพบหัวตะกั่วปืนลูกซองเบอร์ 12 ฝังใต้ผิวหนัง 5 หัว

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669937

พฐ.-สัตวแพทย์พิสูจน์ซากช้างป่าสลักพระพบหัวตะกั่วปืนลูกซองเบอร์ 12 ฝังใต้ผิวหนัง 5 หัว

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.03 น.

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจกาญจนบุรี-สัวแพทย์ฯ ร่วมพิสูจน์ซากช้างป่าสลักพระพบหัวตะกั่วปืนลูกซองเบอร์ 12 ฝังใต้ผิวหนัง 5 หัว แต่ไม่ใช่สาเหตุการตายต้องรอผลพิสูจน์ คาดคนยิงเป็นคนในพื้นที่ 

จากกรณีพบพบช้างป่าเพศผู้อายุประมาณ 30 ปี เสียชีวิตอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ท้องที่ป่าบ้านโป่งปัด หมู่ 3 ต.ช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยช้างป่าตัวดังกล่าวถูกของมีคมเฉือนเปิดและทุบกรามแล้วนำเอางาไป ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น.วันนี้ (29 ก.ค.65) นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พร้อมด้วย พ.ต.ท.มณิภัทร์ เพ็งเกร็ด สว.(สอบสวน) สภ.ลาดหญ้า นายสัตวแพทย์อนุรักษ์ สกุลพงษ์ สัตว์แพทย์ประจำศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่ ตร.กก.5บก.ปทส.เจ้าหน้าที่สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) รวมทั้งนายวสันต์ สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เดินทางลงพื้นที่เพื่อพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตของช้างป่าตัวดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง

โดยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจกาญจนบุรี ได้นำเครื่องตรวจจับโลหะ ไปตรวจตามร่างกายของช้างป่า ผลการตรวจปรากฏมีสัญญาณโลหะดังขึ้นจำนวน 5 จุด จุดแรกคือที่บริเวณโหนกขาหน้าด้านขวา จุดที่สองและสามบริเวณชายโครงด้านขวา จุดที่สี่บริเวณต้นขาขวาด้านหลังและจุดที่ห้าบริเวณเหนือเข่าหลังด้านขวา เจ้าหน้าที่จึงได้นำปากกามาวงบริเวณที่มีสัญญาณโลหะดังขึ้นทั้ง 5 จุด

จากนั้นคณะสัตวแพทย์จึงลงมือใช้อุปกรณ์ทำการผ่าพิสูจน์ ผลการผ่าพิสูจน์พบว่ามีหัวตะกั่วอาวุธปืนลูกซอง เบอร์ 12 ฝังอยู่ใต้ผิวหนังลึกประมาณ 1-2 เซนติเมตรทั้ง 5 จุด โดยจุดที่หัวตะกั่วฝังอยู่นั้นไม่มีบาดแผลที่เน่าเปื่อยแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจกาญจนบุรี จึงรวบรวมเก็บเอาไว้เป็นหลักฐานและนอกจากนี้นายสัตวแพทย์ฯยังได้เก็บกระดูกและเนื้อเยื่อของช้างป่าไปทำการตรวจ DNA เพื่อหาสาเหตุการตายของช้างป่าตัวดังกล่าวอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าหัวกระสุนที่ถูกยิงฝังอยู่ใต้ผิวหนังของช้างป่าที่บาดแผลหายแล้วนั้น ไม่ใช่สาเหตุการเสียชีวิตของช้างป่า

นายไพฑูรย์ อินทรบุตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ เปิดเผยภายหลังว่า วันนี้ พ.ต.ท.มณิภัทร์ เพ็งเกร็ด สว.(สอบสวน) สภ.ลาดหญ้า ร้อยเวรเจ้าของคดีได้นำเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกาญจนบุรี ร่วมกับคณะสัตวแพทย์ประจำศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า มาทำการพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตของช้างป่าตัวดังกล่าวที่ถูกนำงาช้างไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานฯได้นำเครื่องตรวจจับโลหะมาตรวจตามลำตัวของช้างป่า ปรากฏพบสัญญาณโลหะดังขึ้นจำนวน 5 จุด ผลการผ่าพิสูจน์ปรากฏพบหัวตะกั่วอาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ฝังอยู่ใต้ผิวหนังของช้างทั้ง 5 จุดดังนั้นทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระจะดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้าให้สืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำหรับลักษณะการยิงจะต้องมาวิเคราะห์ว่าการยิงมีประสงค์ต้องการงาตั้งแต่ครั้งแรกเลยหรือไม่ส่วนตัวมองว่าหากยิงช้างป่าเพื่อประสงค์เอางานั้นจะต้องใช้อาวุธปืนที่มีอานุภาพรุนแรงกว่านี้และต้องยิงเข้าจุดสำคัญเพื่อใช้ช้างตายในทันที ซึ่งอาวุธปืนที่ยิงเข้าตามร่างกายของช้างป่าที่พบตนเชื่อว่าไม่สามารถทำให้ช้างป่าตายได้ในทันที เนื่องจากหัวกระสุนที่ฝังอยู่ไม่ถูกอวัยวะสำคัญที่จะทำให้ช้างตายได้ – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เปิดภาพหาดูยาก’ม้าเทวดา’โชว์ตัว ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669925

เปิดภาพหาดูยาก'ม้าเทวดา'โชว์ตัว ต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.32 น.

19 ก.ค.65 เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park ได้โพสต์น้องกวางผา (ม้าเทวดา) 1 ใน 19 ชนิดสัตว์ป่าสงวนแห่งชาติ โชว์ตัวต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว บริเวณจุดชมวิว

ทั้งนี้ ภาพกวางผา ที่บันทึกไว้ได้ดังกล่าว ขณะออกมาบริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ซึ่งขณะนี้อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์อยู่ระหว่างปิดการท่องเที่ยวและพักแรมประจำปี โดยเริ่มปิดตั้งแต่ 1 พ.ค. – 31 ก.ค. 64 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : 053-286729 (ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว) หรือ Line ID : @Doilnthanon

สำหรับ“ม้าเทวดา” หรือ “กวางผา” สัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย หนึ่งในสายพันธุ์หิมาลัย ที่แพร่กระจายมาถึงบ้านเรา อาศัยอยู่บนดอยสูง ซึ่งที่ “กิ่วแม่ปาน” เป็นหนึ่งในไม่กี่ดอยที่พบกวางผาอาศัยอยู่ โดยกวางผาเป็นสัตว์ตระกูลแพะเช่นเดียวกับเลียงผา รูปร่างทั่วไปคล้ายเลียงผา แต่กวางผามีขนาดเล็กกว่าราวครึ่งหนึ่ง มีคอเล็กกว่า หางยาวกว่า และขาสั้นกว่า มีแถบสีดำพาดอยู่กลางหลัง โดยกวางผาตัวเมียจะมีสีขนอ่อนกว่าตัวผู้

ขอบคุณเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ – Doi Inthanon National Park

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘สันต์ ศรุตานนท์’ปฏิเสธรับตำแหน่ง ปธ.คกก.บริหารสำนักงานฌาปนสถานวัดธาตุทอง

Posted on July 31, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/669924

'สันต์ ศรุตานนท์'ปฏิเสธรับตำแหน่ง ปธ.คกก.บริหารสำนักงานฌาปนสถานวัดธาตุทอง

วันศุกร์ ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.26 น.

“พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์” ยื่นหนังสือขอปฏิเสธการรับตำแหน่งวัดธาตุทอง หลังมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการบริหารสำนักงานฌาปนสถาน วัดธาตุทอง ให้เหตุวัดไม่ได้แจ้งหรือทาบทามให้รับทราบตำแหน่งและหน้าที่ก่อนที่จะมีการออกคำสั่ง ประกอบกับเกษียณอายุราชการมากว่า 18 ปีแล้วไม่สามารถรับใช้วัดธาตุทองในฐานะประธานคณะกรรมการส่วนใดๆ ที่มีรายได้และผลประโยชน์ ซึ่งต่อไปอาจทำให้เกิดความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการเงินและชื่อเสียงได้ 

จากกรณีข่าวญาติโยมที่มาทำบุญภายในวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เขตวัฒนา กทม.และเจ้าหน้าที่วัดได้วิพาษณ์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารเงินบริจาคของวัดตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานฌาปนสถาน กระทั่งวันที่ 20 ก.ค.65 พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกรคนหนึ่งออกจากตำแหน่งภายใน 15 วัน หลังจากตรวจคุณสมบัติแล้วพบว่าเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ. 2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งพบว่าถอดถอนไวยาวัจกร หมวด 1 ข้อ 6 (9) ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หรือองค์การขอรัฐบาลหรือบริษัทห้างร้านเอกชนในความผิดหรือมีมลหินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงิน จึงมีคำถามมากมายถึงการเข้ารับตำแหน่งของไวยาวัจกรคนดังกล่าวว่าบุคคลคนนี้เข้ามาอยู่ในวัดธาตุทองได้อย่างไร

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากก่อนที่ พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกรคนหนึ่งออกจากตำแหน่งภายใน 15 วัน เมื่อวันที่ 20 ก.ค.65 ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 8 ก.ค.65 พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ได้มีหนังสือคำสั่งที่ 08/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหารสำนักงานฌาปนสถาน วัดธาตุทอง พระอารามหลวง โดยมีเนื้อหาดังนี้ 

เนื่องด้วยในสถานการณ์ปัจจุบัน วัดธาตุทอง พระอารามหลวง (ฝ่ายธรรมยุต) มีภารกิจงานด้านฌาปนสถานเมรุ และศาลาบำเพ็ญกุศลอยู่ในการรับผิดชอบจำนวนมาก เพื่อให้การบำรุงวัด จัดกิจการ บริหาร สำนักงานฌาปนสถาน วัดธาตุทอง พระอารามหลวง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามนโยบาย เป้าหมาย และภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จตามวัตถุประสงค์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 37 และ 38 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงค์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ.2535 จึงแต่งตั้ง คณะที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหารสำนักงานฌาปนสถาน วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ขึ้นใหม่ มีรายนาม ดังต่อไปนีี

คณะที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์ 1.พระราชวรญาณโสภณ ประธานคณะที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์, 2.พระครูวินัยวรวัฒน์ รองประธานคณะที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์, 3.พระครูสีลคุณสโมทาน ที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์, 4.พระครูสุนทรชัยสิทธิ ที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์, 5.พระครูวิจิตรวีรญาณ ที่ปรึกษาฝ่ายสงฆ์ โดยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานฌาปนสถานตามที่คณะกรรมการบริหารสำนักงานฌาปนสถาน วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ขอคำแนะนำ

คณะกรรมการบริหารสำนักงานฌาปนสถาน วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ฝ่ายฆราวาส 1.พลตำรวจเอกสันต์ ศรุตานนท์ ประธานกรรมการ, 2.นายธนศักดิ์ ชูศรี รองประธานกรรมการ, 3.พันตำรวจเอก (พิเศษ) เจริญ ปานคล้าย รองประธานกรรมการ, 4.รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) อำนาจ บัวศิริ กรรมการ, 5.นายสุชาติ มากมี กรรมการ 6.พันตำรวจโทวุฒิพงษ์ ตั้งมหากิจศิริ กรรมการ, 7.ร้อยตำรวจเอกธเดช ศรีสวัสดิ์ กรรมการ, 8.นายธนัช ชูศรี กรรมการและเลขานุการ, 9.ร้อยตำรวจเอกเพลิน นพโสภณ ผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายความสงบเรียบร้อย,10.นายสมเกียรติ แก้วธรรม ผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายบัญชีและการเงิน, 11.นายสุกิต หัทยาสมบูรณ์ ผู้ช่วยเลขานุการฝ่ายบัญชีและการเงิน, 

โดยให้คณะกรรมการบริหารสำนักงานฌาปนสถาน วัดธาตุทองฯ มีอำนาจหน้าที่บริหารงาน ณาปนสถาน วัดธาตุทอง ดังนี้

1.การควบคุมกำกับดูแลงานฌาปนสถาน วัดธาตุทองฯ การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ณาปนสถาน วัดธาตุทองฯ ให้เป็นไปตามนโยบาย ระเบียบ ข้อสั่งการ ของคณะกรรมการบริหารฯ 

2.การดำเนินการตรวจสอบติดตามการจัดทำเอกสารบัญชีเงิน รายรับ รายจ่าย งบประมาณการเงิน การจัดซื้อจัดจ้าง การประมูลงาน การบริหารงานบุคคล การจ้างงานเจ้าหน้าที่ ณาปนสถาน งานด้านวินัย งานด้านกฎหมาย ของฌาปนสถาน วัดธาตุทองฯ ให้ดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตามหลักธรรมาภิบาล ด้วยความสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ ถูกต้องตามระเบียบการทำบัญชีมาตรฐานสำหรับวัดที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำหนดไว้

3.การบริหารงานฌาปนสถาน วัดธาตุทองฯ อื่นๆ ตามนโยบายข้อสั่งการคณะกรรมการบริหารฯ

ในการนี้ให้เจ้าหน้าที่ฌาปนสถาน วัดธาตุทองฯ ยึดถือปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการบริหารฯอย่างเคร่งครัด โดยให้คณะกรรมการบริหารฯ ดำเนินการตาม ข้อ 1-3 แล้วให้รายงานผลการดำเนินงานของฌาปนสถาน การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ฌาปนสถานวัดธาตุทองฯ ให้เจ้าอาวาส วัดธาตุทองฯทราบทุกเดือน และยกเลิกคำสั่งที่ 06/2563 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารฌาปนสถานวัดธาตุทองฯ และคำสั่งที่ 04/2565 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสำรวจดูแล เมรุ และศาลาบำเพ็ญกุศล หรือประกาศอื่นใดที่ขัดต่อคำสั่งนี้ โดยให้ยึดถือคำสั่งนี้เป็นที่สุด สั่ง ณ วันที่ 8 กรกฎาคม พุทธศักราช 2565

หลังจากคำสั่งดังกล่าวออกมาได้ไม่นาน ต่อมาวันที่ 22 ก.ค.65 พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ได้ส่งหนังสือมายังวัดธาตุทองฯ เรื่อง ขอพ้นจากตำแหน่งตามคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 8/2565 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 โดยมีใจความดังนี้ 

กราบนมัสการพระเดชพระคุณ พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง เนื่องจากกระผม พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ได้ทราบว่าวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้มีคำสั่งที่ 8/2565 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษา คณะกรรมการบริหารสำนักงานฌาปนสถาน วัดธาตุทอง พระอารามหลวง โดยได้แต่งตั้งให้กระผมเป็นประธานกรรมการ คณะกรรมการบริหารสำนักงานฌาปนสถาน วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ฝ่ายฆราวาส นั้น

กระผมขอปฏิเสธการรับตำแหน่งตามคำสั่งดังกล่าว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 

1.คำสั่งดังกล่าวนั้นไม่ได้แจ้งหรือทาบทามให้กระผมได้รับทราบตำแหน่ง และหน้าที่ดังกล่าวก่อนที่จะมีการออกคำสั่ง และหลังจากออกคำสั่งดังกล่าวแล้วก็ไม่ได้มีการแจ้งให้กระผมทราบอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

2.กระผมได้พ้นจากหน้าที่ราชการ (เกษียณอายุราชการ) มาเป็นเวลากว่า 18 ปีแล้ว ไม่สามารถรับใช้วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการส่วนใดๆ ที่มีรายได้และผลประโยชน์ และไม่มีผู้ตรวจสอบด้านการเงินของฝ่ายกระผมคอยตรวจสอบได้ ซึ่งต่อไปอาจจะทำให้เกิดความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการเงินและชื่อเสียงของกระผมได้

ด้วยเหตุผลทั้งสองประการนี้ กระผมจึงไม่อาจรับตำแหน่งตามคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 8/2565 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2565 ดังกล่าวได้ และขอพ้นจากตำแหน่งดังกล่าว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จึงกราบนมัสการมาเพื่อกรุณาทราบ และอนุญาตตามขอ 

ต่อมาวันที่ 18 ก.ค.65 ทางวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้มีหนังสือรายงานเกี่ยวกับคุณสมบัติของไวยาวัจกรวัดคนดังกล่าวหนึ่งที่ดูแลการเงินของวัดไปยังสำนักงานเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) วัดตรีทศเทพวรวิหาร กทม. พร้อมกับขอให้ทางเจ้าคณะภาค 1-2-3 มีคำสั่งทางปกครองให้เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ทำการถอดไวยาวัจกรคนดังกล่าวออกจากตำแหน่งไวยาวัจกรวัดธาตุทอง เนื่องจากได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติของไวยาวัจกรคนดังกล่าวแล้วพบว่าเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 18 (พ.ศ.2536) ว่า ด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร หมวด 1 ข้อ 6 (9) ไม่เป็นผู้ที่เคยถูกลงโทษให้ออกจากราชการ หรือองค์การของรัฐบาลหรือบริษัทห้างร้านเอกชนในความผิดหรือมีมลทินมัวหมองในความผิดเกี่ยวกับการเงิน

ทั้งนี้ จากตรวจสอบพบว่าไวยาวัจกรคนดังกล่าวเคยถูกศาลแขวงธนบุรีพิพากษาในคดีแพ่งมาแล้วเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2552 ในความผิดสัญญาค่ำประกัน ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาให้จำเลยและพรรคพวกชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 80,000 บาท

จากนั้นวันที่ 20 ก.ค.65 พระราชบัณฑิต รองเจ้าคณะภาค 1-2-3 (ธรรมยุต) ได้มีหนังสือถึงพระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง ขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติไวยาวัจกรและหรือถอดถอนไวยาวัจกรคนหนึ่งออกจากตำแหน่งภายใน 15 วัน

กระทั่งวันที่ 21 ก.ค.65 ที่ผ่านมา พระราชวรญาณโสภณ เจ้าอาวาสวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ได้มีคำสั่งวัดธาตุทอง พระอารามหลวง ที่ 06/2565 เรื่อง ให้ไวยาวัจกรพักจากตำแหน่งหน้าที่และห้ามมิให้ทำนิติกรรมต่างๆ ของวัดจนกว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเสร็จสิ้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่ง ณ วันที่ 21 ก.ค.65 ที่ผ่านมา – 003
 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,939,831 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

เผยโฉมหน้าเยาวชนต้นแบบเก่งและดี ‘TO BE NUMBER ONE IDOL’ รุ่น 16
คุณแหน : 5 พฤษภาคม 2569
ประสิทธิ์ชัย ชี้ แลนด์บริดจ์แค่บังหน้า เป้าหมายคือสร้าง รัฐอิสระต่างชาติ ผ่าน พ.ร.บ. SEC
สุนัขทรงเลี้ยง ‘ย่าเหล’ ‘มิตรแท้’ ในพระราชหฤทัย ร.6
ตาค้างทั้งโซเชียล แน๊ต เกศริน อวดหุ่นสุดสะบึ้มในชุดว่ายน้ำ พร้อมเผยที่มา ความอึ๋ม
Lisa ป่าน ณิชาภัทร ใส่ Robert Wun ดันชื่อเสียงไทยพุ่งไกลระดับโลกใน Met Gala 2026
ครม.ฉีกMOU44 ลั่นไทยแลนด์เฟิร์ส กัมพูชาแถลงเสียใจ
อดีตผู้พิพากษา ชี้ การอ้างศักดิ์ศรีมนุษย์เลี่ยงติดกำไล EM ระวังทำลายระบบยุติธรรมทั้งประเทศ
บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ พระพุทธเจ้ากับความตาย
ครม. มีมติแต่งตั้ง วีระพงษ์ นั่งที่ปรึกษานายกฯ เพื่อทำหน้าที่ผู้แทนการค้าไทย

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือแก้รธน. ตัดทิ้ง “การรวมชาติ” ตอกย้ำสถานะแยกเกาหลีใต้
  • ไฟไหม้ศูนย์การค้าใกล้กรุงเตหะราน ดับ 8 ชีวิต เจ็บ 36 ราย เร่งสอบสาเหตุ
  • ลูกชาย “ออง ซาน ซู จี” เรียกร้องทางการเมียนมาพิสูจน์ว่าแม่ยังมีชีวิต วอนฝรั่งเศสช่วยกดดัน
  • ญาติ “ฮุน มาเนต” ออกแถลงการณ์ยอมรับถือหุ้น 30% ในกลุ่มบริษัท “ฮวยวัน” เชื่อมโยงเครือข่ายสแกมเมอร์
  • อิหร่านปาดหน้า พบหารือรัฐมนตรีจีน ถกประเด็นสงคราม-ช่องแคบฮอร์มุซ ก่อนการเยือนของทรัมป์

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d