Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

‘ประเพณีถวายเทียนพรรษา’ และ ‘อานิสงส์การถวายเทียนพรรษา’

Posted on July 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666482

'ประเพณีถวายเทียนพรรษา' และ 'อานิสงส์การถวายเทียนพรรษา'

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.29 น.

ในประเทศไทยมีประเพณีมากมายที่เกี่ยวข้องกับการเข้าจำพรรษาของพระสงฆ์ไทยมาช้านาน ดังปรากฏประเพณีมากมายที่เกี่ยวกับการเข้าจำพรรษา เช่น ประเพณีถวายเทียนพรรษา แก่พระสงฆ์เพื่อจุดบูชาตามอารามและเพื่อถวายให้พระสงฆ์สามเณรนำไปจุดเพื่ออ่านคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาในระหว่างเข้าจำพรรษา ประเพณีการถวายผ้าอาบน้ำฝน หรือผ้าวัสสิกสาฏก แก่พระสงฆ์ก่อนเข้าพรรษา เพื่อให้พระสงฆ์นำไปใช้สรงน้ำฝนในพรรษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานที่พุทธศาสนิกชนไทยถือว่าเป็นงานบุญใหญ่ประจำปีคือ ประเพณีถวายผ้ากฐิน ที่จัดหลังพระสงฆ์ปวารณาออกพรรษา เพื่อถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์ที่จำครบพรรษาจะได้กรานและได้รับอานิสงส์กฐิน เป็นต้น

มีประเพณีหนึ่งที่เนื่องด้วยวันเข้าพรรษาและจัดเป็นประเพณีที่สำคัญและสืบทอดกันเรื่อยมา ก็คือประเพณีหล่อเทียนพรรษา สำหรับให้พระภิกษุและพุทธศาสนิกชนทั่วไปได้จุดบูชาพระประธานในโบสถ์ซึ่งเทียนพรรษาสามารถอยู่ได้ตลอด 3 เดือน และเป็นกุศลทานอย่างหนึ่งในการให้ทานด้วยแสงสว่าง ซึ่งในปัจจุบันได้พัฒนามาเป็นงานประเพณี “ประกวดเทียนพรรษา” ของแต่ละจังหวัดโดยจัดเป็นขบวนแห่ทั้งทางบกและทางน้ำ

การถวายเทียนเพื่อจุดตามประทีปเป็นพุทธบูชานั้น มาจากอานิสงส์การถวายเทียนเพื่อจุดเป็นพุทธบูชา ที่ปรากฏความในพระไตรปิฎก และในคัมภีร์อรรถกถา ว่าพระอนุรุทธะเถระ เคยถวายเทียนบูชาทำให้ได้รับอานิสงส์มากมาย รวมถึงได้เป็นผู้มีจักษุทิพย์ (ตาทิพย์) ด้วย ด้วยการพรรณาอานิสงส์ดังกล่าว อาจทำให้ชาวพุทธนิยมจุดประทีปเป็นพุทธบูชามานานแล้ว แต่ไม่ปรากฏหลักฐานว่าการทำเทียนพรรษาในประเทศไทยถวายเริ่มมีมาแต่สมัยใด แต่ปรากฏความในตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ที่พรรณาการบำเพ็ญกุศลในช่วงเข้าพรรษาว่ามีการถวายเทียนพรรษาด้วย

ในประเทศไทย การถวายเทียนเข้าพรรษาจัดเป็นพิธีใหญ่มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ในสมัยรัตนโกสินทร์การถวายเทียนเข้าพรรษาถือเป็นพระราชกรณียกิจสำคัญ โดยจะเรียกว่าพุ่มเทียน มีการพระราชทานถวายพุ่มเทียนรวมพึงโคมเพื่อจุดบูชาตามอารามต่าง ๆ ทั้งในพระนครและหัวเมือง ซึ่งพิธีนี้ยังคงมีมาจนปัจจุบัน

การถวายเทียนพรรษาโดยแกะสลักเป็นลวดลายต่าง ๆ นั้น มีมาแต่โบราณ เดิมเป็นประเพณีราชสำนักดังที่ปรากฏในเทียนรุ่งเทียนหลวงตามพระอารามต่าง ๆ สำหรับเทียนแกะสลักที่ปรากฏว่ามีการจัดทำประกวดกันเป็นเรื่องราวใหญ่โตในปัจจุบันนั้น พึ่งเริ่มมีเมื่อปี พ.ศ. 2483 ในจังหวัดอุบลราชธานี โดยนายโพธิ์ ส่งศรี ได้เริ่มทำแม่พิมพ์ปูนซีเมนต์เพื่อหล่อขี้ผึ้งเป็นทำลวดลายไทยไปประดับติดพิมพ์บนเทียนพรรษา นับเป็นการจัดทำเทียนพรรษาแกะสลักของช่างราษฏร์เป็นครั้งแรก และนายสวน คูณผล ได้ทำลวดลายนูนสลับสีต่าง ๆ เข้าประกวดจนชนะเลิศ 

ต่อมาในปี พ.ศ. 2497 จึงเริ่มมีการทำเทียนพรรษาติดพิมพ์ประกวดแบบพิสดารโดยนายประดับ ก้อนแก้ว คือทำเป็นรูปพุทธประวัติติดพิมพ์จนได้รับรางวัลชนะเลิศติดต่อกันมาหลายปี จนปี พ.ศ. 2502 นายคำหมา แสงงาม ช่างแกะสลัก ได้ทำเทียนพรรษาแบบแกะสลักมาประกวดเป็นครั้งแรกจนได้รับรางวัลชนะเลิศ จากนั้นจึงได้มีการแยกประเภทการประกวดต้นเทียนเป็นสองแบบคือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก จนในช่วงหลังปี พ.ศ. 2511 นายอุตสาห์ และนายสมัย แสงวิจิตร ได้เริ่มมีการจัดทำเทียนพรรษาขนาดใหญ่โต ทำเป็นหุ่นและเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งเป็นลักษณะของเทียนพรรษาขนาดใหญ่ที่ปรากฏในปัจจุบัน

ในอดีต การหล่อเทียนเข้าพรรษาถือเป็นพิธีสำคัญที่ชาวพุทธจะมารวมตัวกันนำขี้ผึ้งมาหลอมรวมเป็นแท่งเทียนเพื่อถวายแก่พระสงฆ์ แต่ในปัจจุบันชาวพุทธส่วนใหญ่จะนิยมการซื้อหาเทียนพรรษาจากร้านสังฆภัณฑ์ โดยบางส่วนมีการปรับเปลี่ยนไปซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ให้แสงสว่างถวายแก่พระสงฆ์แทนด้วย ซึ่งนับเป็นการปรับเปลี่ยนที่ได้ประโยชน์แก่พระสงฆ์โดยตรง เพราะปัจจุบันไม่ได้มีการนำเทียนมาจุดเพื่ออ่านหนังสืออีกแล้ว พระสงฆ์คงนำเทียนไปจุดบูชาตามอุโบสถวิหารเท่านั้น

อานิสงส์การถวายเทียนพรรษา

การถวายเทียนพรรษานี้เป็นโบราณประเพณีที่ทำสืบๆ มาเป็นเวลาช้านาน เมื่อถึงฤดูเข้าพรรษา ภิกษุทั้งปวงต้องจำพรรษาในอาวาสของตน 3 เดือน พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จึงได้จัดทำให้เป็นกุศลพิธีขึ้น เมื่อได้นำเทียนไปถวายพระสงฆ์แล้ว ท่านก็จะได้จุดบูชาต่อหน้าพระประธานในพระอุโบสถ ผู้ถวายย่อมได้รับอานิสงค์ คือ

1. ทำให้เกิดปัญญา ทั้งชาตินี้และชาติหน้า เปรียบเหมือนแสงสว่างแห่งเทียน

2. ทำให้สว่างไสวรุ่งเรือง ผู้ถวายย่อมทำให้มีความรุ่งเรืองด้วย ลาภ ยศ สรรเสริญ

3. ทำให้คลี่คลายเรื่องราวต่างๆ ที่มีปัญหาให้ร้ายกลายเป็นดี

4. เจริญไปด้วยมิตรบริวาร

5. ย่อมเป็นที่รักของมนุษย์ และเทวดาทั้งหลาย

6. เมื่อจากโลกนี้ไปย่อมมีกายทิพย์อันสว่างไสว

7. เมื่อลาลับโลกนี้ไปย่อมไปสู่สุคติสวรรค์

8. หากบารมีมากพอ ย่อมทำให้เกิดดวงตาจักษุ คือปัญญารู้แจ้งเข้าสู่พระนิพพาน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันหยุดยาว! คนไทยแห่ข้ามไปเที่ยว ใน สปป.ลาว

Posted on July 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666478

วันหยุดยาว! คนไทยแห่ข้ามไปเที่ยว ใน สปป.ลาว

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 12.10 น.

13 ก.ค.65 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย พบว่าบรรยากาศการเดินทางเข้าออกประเทศ คึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว เทศกาลวันสำคัญทางศาสนา หยุดยาว 5 วัน คนไทย จำนวนมาก พากันเดินทางออกไปท่องเที่ยวใน ประเทศลาว จำนวนมาก โดยจะเดินทางในลักษณะเป็นกรุ๊ปทัวร์ และครอบครัว ซึ่งเจ้าหน้าที่ศุลกากรหนองคาย และตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ได้ปฏิบัติหน้าที่ในการ ให้บริการและตรวจสอบบุคคล พร้อมรถยนต์ ที่เดินทางเข้าออก ให้ได้รับความสะดวกรวดเร็ว

ด้านนายภาคิน เทียบคำ หัวหน้าฝ่ายบริการศุลกากร 1 สำนักงานศุลกากรหนองคาย ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าด่านพรมแดนหนองคาย กล่าวว่า ช่วงวันหยุดยาว เทศกาลเข้าพรรษานี้ มีประชาชนและนักท่องเที่ยว เดินทางเข้าออกประเทศ จำนวนมาก ซึ่งตนได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่บริการ อำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเต็มที่และด้วยความสุภาพ ทั้งการเดินทางด้วยรถยนต์โดยสารหรือรถยนต์ส่วนบุคคล และขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางเข้าออกประเทศ ห้ามนำสิ่งของผิดกฎหมายเข้าออกประเทศโดยเด็ดขาด หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนการนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ บุหรี่ สามารถนำเข้าได้ตามปริมาณที่กำหนดเท่านั้น กล่าวคือ เหล้าสามารถนำติดมือมาได้ในปริมาตร 1 ลิตร บุหรี่ 200 มวน หรือไม่เกิน 200 กรัม แต่ต้องเป็นผู้ที่แจ้งเดินทางเข้าออกประเทศด้วยพาสปอร์ต ตามหลักสากลเท่านั้น ผู้ที่เดินทางด้วยบอร์เดอร์พาส จะไม่ได้รับอนุญาตให้นำเหล้าบุหรี่เข้าประเทศ.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘วันอาสาฬหบูชา’วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา’ที่บังเกิดมีพระสงฆ์ครบเป็นองค์พระรัตนตรัยครั้งแรกในโลก’

Posted on July 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666474

'วันอาสาฬหบูชา'วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา'ที่บังเกิดมีพระสงฆ์ครบเป็นองค์พระรัตนตรัยครั้งแรกในโลก'

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.57 น.

วันอาสาฬหบูชา ปีนี้ตรงกับวันที่ 13 กรกฎาคม 2565 เป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธนิกายเถรวาทและวันหยุดราชการในประเทศไทย คำว่า อาสาฬหบูชา ย่อมาจาก “อาสาฬหปูรณมีบูชา” แปลว่า “การบูชาในวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ” อันเป็นเดือนที่สี่ตามปฏิทินของประเทศอินเดีย ตรงกับวันเพ็ญ เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติของไทย ซึ่งมักจะตรงกับเดือนกรกฎาคมหรือเดือนสิงหาคม แต่ถ้าในปีใดมีเดือน 8 สองหน ก็ให้เลื่อนไปทำในวันเพ็ญเดือน 8 หลังแทน

วันอาสาฬหบูชาได้รับการยกย่องเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องจากเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อ 45 ปี ก่อนพุทธศักราช ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี หรือวันเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองพาราณสี แคว้นกาสี อันเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรแก่ปัญจวัคคีย์

การแสดงธรรมครั้งนั้นทำให้พราหมณ์โกณฑัญญะ 1 ในปัญจวัคคีย์ ประกอบด้วย โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสสชิ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรมของพระพุทธเจ้า จนได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระอัญญาโกณฑัญญะจึงกลายเป็นพระสาวกและภิกษุองค์แรกในโลก และทำให้ในวันนั้นมีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือ มีทั้งพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้วันนี้ถูกเรียกว่า “วันพระธรรม” หรือ วันพระธรรมจักร อันได้แก่วันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าได้หมุนไปเป็นครั้งแรก และ “วันพระสงฆ์” คือวันที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และจัดว่าเป็น”วันพระรัตนตรัย” อีกด้วย

เดิมนั้นไม่มีการประกอบพิธีการบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาในประเทศพุทธเถรวาทมาก่อน จนมาในปี พ.ศ. 2501 การบูชาในเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาจึงได้เริ่มมีขึ้นในประเทศไทย ตามที่คณะสังฆมนตรี ได้กำหนดให้วันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อ พ.ศ. 2501 โดยคณะสังฆมนตรีได้มีมติให้เพิ่มวันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาพุทธในประเทศไทย ตามคำแนะนำของ พระธรรมโกศาจารย์ (ชอบ อนุจารี) โดยคณะสังฆมนตรีได้ออกเป็นประกาศสำนักสังฆนายกเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2501 กำหนดให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาพร้อมทั้งกำหนดพิธีอาสาฬหบูชาขึ้นอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีพิธีปฏิบัติเทียบเท่ากับวันวิสาขบูชาอันเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาสากล

อย่างไรก็ตาม วันอาสาฬหบูชาถือเป็นวันสำคัญที่กำหนดให้กับวันหยุดของรัฐเพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ส่วนในต่างประเทศที่นับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาทอื่น ๆ ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับวันอาสาฬหบูชาเทียบเท่ากับวันวิสาขบูชา

สำหรับความสำคัญ “วันอาสาฬหบูชา” ถือเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาประกาศพระธรรมจักร (ฟัง) เป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์และ “เป็นวันที่บังเกิดมีพระสงฆ์ครบเป็นองค์พระรัตนตรัยครั้งแรกในโลก”

วันอาสาฬหบูชา หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมที่ตรัสรู้เป็นครั้งแรก จึงถือได้ว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนาแก่ชาวโลก และด้วยการที่พระพุทธเจ้าทรงสามารถ แสดง เปิดเผย ทำให้แจ้ง แก่ชาวโลก ซึ่งพระธรรมที่ตรัสรู้ได้ จึงถือได้ว่าพระองค์ได้ทรงกลายเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยสมบูรณ์ คือทรงสำเร็จภารกิจแห่งการเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็น “สัมมาสัมพุทธะ” คือเป็นพระพุทธเจ้าผู้สามารถแสดงสิ่งที่ตรัสรู้ให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ซึ่งแตกต่างจาก “พระปัจเจกพุทธเจ้า” ที่แม้จะตรัสรู้เองได้โดยชอบ แต่ทว่าไม่สามารถสอนหรือเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีชื่อเรียกว่า “วันพระธรรม”

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่ท่านโกณฑัญญะ ได้บรรลุธรรมสำเร็จพระโสดาบันเป็นพระอริยบุคคลคนแรก และได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสมบทเป็นภิกษุองค์แรกในพระศาสนา และด้วยการที่ท่านเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกในโลกดังกล่าว พระรัตนตรัยจึงครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีชื่อเรียกว่า “วันพระสงฆ์”

ดังนั้น วันอาสาฬหบูชา จึงถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงวันคล้ายวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญของพระพุทธศาสนาดังกล่าว ซึ่งควรพิจารณาเหตุผลโดยสรุปจากประกาศสำนักสังฆนายกเรื่องกำหนดพิธีอาสาฬหบูชา ที่ได้สรุปเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวันอาสาฬหบูชาไว้โดยย่อ ดังนี้

1.เป็นวันแรกที่พระโคตมพุทธเจ้าทรงประกาศศาสนาพุทธ

2.เป็นวันแรกที่พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมจักร ประกาศสัจธรรม อันเป็นองค์แห่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ

3.เป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทา ในวันนั้น

4.เป็นวันแรกที่บังเกิดสังฆรัตนะ สมบูรณ์เป็นพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แม่ค้าหวยเสียเงิน400รายเดือน เผยขายเกินราคาได้ แผงไหนไม่มีสติ๊กเกอร์แดงโดนจับ

Posted on July 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666471

แม่ค้าหวยเสียเงิน400รายเดือน เผยขายเกินราคาได้ แผงไหนไม่มีสติ๊กเกอร์แดงโดนจับ

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.43 น.

แม่ค้าหวยอุทัยธานี ร้องเจอสติ๊กเกอร์โดนเก็บเงินรายเดือนๆละ 400 บาท เพราะขายลอตเตอรี่เกินราคาใบละ 100 บาท วอนผู้เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขที

13 กรกฎาคม 2565 เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากกลุ่มแม่ค้าขายหวยหลายพื้นที่ในเขตจังหวัดอุทัยธานี ว่าพวกตนเองหลายสิบคนทั้ง 8 อำเภอ ของจังหวัดอุทัยธานี ได้รับหวยมาจากยี่ปั๊วลอตเตอรี่ มาในราคาใบละ 90-95 บาท แล้วมาขายใบละ 100 บาท ซึ่งขอกำไรใบละ 10 บาท ซึ่งตนเองก็ทราบว่ามันผิดกฎหมายที่ขายเกินราคาให้กับลูกค้า

เนื่องจากพวกตนเองหลายสิบคนทั่วทั้งจังหวัดอุทัยธานี ก็ได้ไปลงทะเบียนขอโควตาหวยรัฐบาลไว้มานานนับปี แต่ก็ไม่ได้โควตาจากรัฐบาล จึงจำเป็นต้องรับหวยจากยี่ปั๊วมา ใบละ 90-95 บาท มาขายใบละ 100 บาท โดยต้อลงทุนขับ จยย. ออกตระเวนขายตามงานและสถานที่ต่างๆทีลงทุนมาแล้ว

หลังจากนั้นในช่วงเดือนที่ผ่าน ได้มีพ่อค้าหวยด้วยกันมาบอกว่า ทุกคนที่ขายหวยใบละ 100 บาท ที่เกินราคาผิดกฎหมาย ต้องมีสติ๊กเกอร์สีแดงในแต่ละอำเภอ เช่น อำเภอสว่างอารมณ์ ก็ต้องติดไว้ที่แผงหวย ส. 13 ส.18 หรือพ่อแม่ค้าหวยเขตตลุกดู่ ก. ติดคำว่า ต. เวลาเจ้าหน้าที่มาตรวจก็ทราบว่า แผงหวยรายนี้ได้เสียรายเดือนให้แล้ว 400 บาท แต่ถ้าแผงไหนไม่มีสติ๊กเกอร์สีแดงติด ก็จะถูกจับไปปรับรายละ 2-3 พันบาท ซึ่งก่อหน้านั้นก็โดนกันจับไปแล้วกันหลายสิบคน รายละ 2-3 พันบาท

บางรายไม่ยอมเสียเงินติดสติ๊กเกอร์รายเดือน ก็ต้องขี่จยย.ตระเวนขายตามงานต่างๆเพื่อหลบหนีการจับกุม แม่ค้าหวยจึงอ้อนวอนเจ้าหน้าที่ ทุกวันนี้มีอาชีพขายหวย ที่ต้องมาต่อสู้กับกับหวยสลากดิจิทัล ขายใบละ 80 บาทของรัฐบาล พวกตนเองต้องมาต่อสู้กับสติ๊กเกอร์โดนเก็บเงินรายเดือน กว่าจะขายได้แต่ละใบ กำไรก็ไม่เกินใบ 10 บาท แถบจะไม่เหลืออะไรเลย จึงขอวอนให้รัฐบาลให้แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด พวกตนเองก็อยากขายหวยสลากดิจิทัล 80 บาท ถูกต้องตามกฏหมายเช่นกัน โดยที่ไม่ต้องไปเสียค่าสติ๊กเกอร์รายเดือนให้กับเจ้าหน้าที่. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ทำความรู้จัก! ‘โรคลืมใบหน้า’ อาการป่วยล่าสุด ‘แบรด พิตต์’ คืออะไร?

Posted on July 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666467

ทำความรู้จัก! 'โรคลืมใบหน้า' อาการป่วยล่าสุด 'แบรด พิตต์' คืออะไร?

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 11.16 น.

ภายหลังจากที่ สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN)เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 56 ได้นำเสนอว่า “แบรด พิตต์” นักแสดงรุ่นใหญ่ของฮอลลีวูดชื่อดังวัย 58 ปี ได้เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์นิตยสาร GQ ว่า ตนเองนั้น กำลังป่วยด้วยโรค “โพรโซแพ็กโนเซีย” (Prosopagnosia) หรือ “โรคลืมใบหน้า” อาการทางสมองที่ทำให้เขาไม่สามารถจดจำใบหน้าของผู้คนได้ และบางครั้งก็ลืมแม้กระทั่งใบหน้าตัวเอง

แม้ว่า”แบรด พิตต์”ยังไม่เคยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างเป็นทางการ แต่เจ้าตัวก็เชื่อว่าตัวเองกำลังป่วยด้วยโรคนี้ เนื่องจากเขาไม่สามารถจำหน้าบุคคลที่เจอกันอีกเป็นครั้งที่ 2 ได้ แม้จะเล่าให้ใครฟังถึงอาการป่วยนี้ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อเขา ขณะเดียวกัน อาการป่วยนี้ทำให้เขามักจะอยู่บ้านไม่ออกไปเจอผู้คน 

ล่าสุด นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยกี่ยวกับถาวะของผู้ที่ป่วยโรคลืมใบหน้า ว่า เป็นเพราะสมองเป็นอวัยวะที่มีสมรรถภาพหลากหลาย โดยเฉพาะด้านการรับสัมผัสสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูป เสียง กลิ่น รส และการรับรู้ นอกจากนั้นสมองยังมีหน้าที่ในการประมวลผลเพื่อแปลสิ่งที่สัมผัสให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ดังนั้นหากเกิดรอยโรคที่ทำให้เสียการทำงานของสมอง นอกจากเราอาจจะเสียความสามารถในการรับรู้สิ่งต่างๆ เช่น การมองเห็นแล้ว เราอาจจะสูญเสียความสามารถในการรับรู้สิ่งที่ซับซ้อนเฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น เสียการรับรู้สี เสียการรับรู้ทิศทางรอบตัว หรือแม้กระทั่งเสียการรับรู้หรือจดจำใบหน้าคนไม่ได้ ภาวะเสียการรับรู้หรือจดจำใบหน้าคนไม่ได้ เป็นภาวะที่ผู้ป่วยจะมีปัญหาด้านการรับรู้หรือจดจำใบหน้าผู้คนผู้ที่ป่วยเป็นภาวะนี้อาจเกิดจากการเสียหายของสมองได้สองส่วน คือ สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้ภาพใบหน้าผู้คนโดยตรง หรือสมองส่วนที่เป็นคลังความจำภาพใบหน้าที่เคยเห็นมาในอดีต โดยสมองทั้งสองส่วนจะทำงานโดดเด่นในสมองซีกขวาในคนส่วนใหญ่ที่ถนัดขวา (แตกต่างจากการใช้ภาษาที่อยู่ซีกซ้าย) ทำให้เมื่อเกิดการบาดเจ็บใดๆในสมองซีกขวา ไม่ว่าจะเป็นการเกิดหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก การติดเชื้อ การอักเสบจากภาวะแพ้ภูมิตนเอง เนื้องอกสมอง อุบัติเหตุทางสมอง หรือแม้กระทั่งสมองเสื่อมบางชนิด ก็มีโอกาสทำให้เกิดภาวะนี้ได้ทั้งสิ้น          

ขณะที่ นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาวะจดจำใบหน้าไม่ได้ แบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภท คือ 1. ภาวะจดจำใบหน้าไม่ได้ ที่เป็นมาแต่กำเนิด ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีอาการตั้งแต่เด็ก ทำให้จดจำใบหน้าคนได้ล่าช้าแต่พัฒนาการส่วนอื่นมักจะปกติ และ 2.ภาวะจดจำใบหน้าไม่ได้ที่เป็นภายหลัง ซึ่งเกิดจากการบาดเจ็บของสมองที่มักเป็นซีกขวา เกิดในวัยผู้ใหญ่ อาการหลักคือ ผู้ป่วยจะจดจำใบหน้าคนไม่ได้ แม้เป็นคนที่ผู้ป่วยรู้จักมักคุ้นมาก่อน เช่น ญาติพี่น้องที่ใกล้ชิด โดยมักจะยังจำเกี่ยวกับตัวตนบุคคลนั้นได้โดยการเล่าจากลักษณะต่างๆให้ฟัง หรืออาจคาดเดาจากเสียง ท่าเดิน หรือลักษณะการแต่งตัวได้ หากสงสัยว่ามีคนใกล้ชิดมีภาวะจดจำใบหน้าไม่ได้ หรือมีความผิดปกติด้านการมองเห็นอื่นๆร่วมด้วย ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที เพื่อประเมินอาการ ตรวจวัดระดับสายตา ลานสายตา ตรวจวัดการมองเห็น ทำแบบทดสอบสมรรถภาพสมอง และตรวจภาพถ่ายรังสีสมอง เพื่อวินิจฉัยสาเหตุ และอาจพิจารณาส่งปรึกษาแพทย์ประสาทวิทยาเพื่อให้การประเมินเพิ่มเติม สำหรับการรักษาจะเน้นการรักษาตามสาเหตุเป็นหลัก เช่น การผ่าตัดเลือดออกในสมองหรือเนื้องอก การให้ยาต้านอักเสบหรือฆ่าเชื้อ ในกรณีเกิดจากสาเหตุแต่กำเนิดหรือสมองเสื่อม    จะเน้นรักษาตามอาการโดยการฝึกจดจำใบหน้าโดยนักกิจกรรมบำบัด เป็นต้น.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เสรีของจริง! ร้านขายของชำนำ ‘กัญชาอัดแท่ง-พันลำ’ แขวนโจ่งครึ่ม

Posted on July 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666457

เสรีของจริง! ร้านขายของชำนำ 'กัญชาอัดแท่ง-พันลำ' แขวนโจ่งครึ่ม

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.43 น.

13 ก.ค.65 ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์เฟซบุ๊กโพสต์ภาพ กัญชาอัดแท่ง และกัญชาพันลำ คัดแยกบรรจุซองขายเป็นแผงภายในร้านของชำแห่งหนึ่ง

โดยข้อความในโพสต์ ระบุว่า “ของจริง ประเทศไทยดินแดนเสรีกัญชา กัญชาอัดแท่งยังมีขาย แขวนโจ่งแจ้งราวกับขนมถุงร้านชำ เห็นเขาเล่าว่า ในโลกออนไลน์ยิ่งไปกันใหญ่ โจ๋งครึ่มยิ่งกว่าโลกออฟไลน์ ไม่เถียงว่ากัญชามีประโยชน์ แต่ก็ไม่ควรจะเสรีไร้ระเบียบกฏเกณฑ์และการควบคุมเช่นนี้

ชมรมแพทย์ชนบทและบุคลากรวิชาชีพสุขภาพส่วนใหญ่ รู้ถึงคุณประโยชน์ของกัญชา ทั้งมิติทางการแพทย์และเศรษฐกิจ แต่เราก็ทราบถึงผลเสียต่อร่างกายและสังคม สมดุลที่เหมาะสมจึงสำคัญ

การปล่อยผีกัญชาเสรีโดยมีช่วงสูญญากาศที่ไม่มีกฏหมายใหม่มาควบคุม คือความผิดพลาดทางนโยบาย ที่รัฐบาลควรหาทางแก้ไขด่วน ไม่ใช่เอาแต่รอ พรบ.กัญชากัญชงที่อีกนานกว่าจะคลอด”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พุทธศาสนิกชนทั่วไทย! ร่วมใจเข้าวัดทำบุญตักบาตร’วันอาสาฬหบูชา’เพื่อความสิริมงคล

Posted on July 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666455

พุทธศาสนิกชนทั่วไทย! ร่วมใจเข้าวัดทำบุญตักบาตร'วันอาสาฬหบูชา'เพื่อความสิริมงคล

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.41 น.

ผู้ว่าฯ นำพุทธศาสนิกชนชาวบุรีรัมย์ ร่วมใจเข้าวัด ทำบุญตักบาตร “วันอาสาฬหบูชา”

13 กรกฎาคม 2565 ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นำข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ที่วัดกลางพระอารามหลวง เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว เนื่องในวันอาสาฬหบูชา พร้อมรับฟังธรรมเทศนา เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำรงชีวิต

13 กรกฎาคม 2565 นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วย นางธันย์ภัคนันท์ หัตถาธยากูล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดบุรีรัมย์  นำหัวหน้าส่วนราชการ พ่อค้าประชาชน พุทธศาสนิกชน และนักเรียน นักศึกษา ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร จำนวน 99 รูปที่หอพระไตรปิฎก วัดกลาง พระอารามหลวง ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ทั้งนี้ พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมทำบุญตักบาตร ยังได้รับฟังธรรมเทศนาจาก พระเทพปริยัติยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อจะได้นำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิต และการทำงานอย่างมีสติรอบคอบอีกด้วย

เช่นเดียวกับบรรยากาศการทำบุญตักบาตรภายในวัดต่างๆ ที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นไปอย่างคึกคัก พุทธศาสนิกชนต่างพาบุตรหลานและสมาชิกในครอบครัว ทั้งเด็ก เยาวชน วัยรุ่นหนุ่มสาวหันหน้าเข้าวัด ร่วมทำบุญนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมจนแน่นศาลาการเปรียญเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และครอบครัว พร้อมร่วมใจกันตั้งจิตอธิษฐานจะตั้งมั่นอยู่ในความดี ละเว้นความชั่วทุกชนิด และทำจิตใจให้ผ่องใส       

ส่วนในช่วงเย็นพระสงฆ์ ข้าราชการ และพุทธศาสนิกชน ร่วมสวดสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย และร่วมกันประกอบพิธีเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ เพื่อสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามของชาวพุทธ เนื่องในวันอาสาฬหบูชาด้วย 

สำหรับวันอาสาฬหบูชา นั้น เป็นอีกวันที่มีสำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนาด้วย เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาที่ทรงตรัสรู้ คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 จนพระอัญญาโกณฑัญญะ บังเกิดดวงตาเห็นธรรม และทูลขอบวชเป็นภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา ทำให้พระรัตนตรัยครบบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์

ชาวกรุงเทพฯคึกคัก ทำบุญไหว้พระวันอาสาฬหบูชา ภายในวัดพระยาสุเรนทร์ 

บรรยากาศการทำบุญ ฟังธรรมเทศนา ของพุทธศาสนิกชน เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ภายในวัดพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา ทั้งนี้ เนื่องจาก เป็นหยุดยาว 5  วัน ตั้งแต่วันที่ 13 – 17 กรกฎาคม จึงทำให้มีประชาชนจำนวนมากได้พาบุตรหลาน มาเข้าวัดฟังธรรม เพื่อการปลูกฝังนิสัยเพื่อนำธรรมะ มากล่อมเกลาจิตใจในการดำเนินชีวิตตั้งแต่เยาว์วัย 

โดยมีการปฏิบัติตามมาตรการในป้องกันการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ตามสถานการณ์ที่ปัจจุบัน ความรุนแรงของโรคมีแนวโน้มที่ลดลง ซึ่งภาครัฐได้ผ่อนปรนหลายมาตรการเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงสถานการณ์ปกติมากที่สุด


พุทธศาสนิกชนชาวฉะเชิงเทรา ทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2565 เพื่อความเป็นสิริมงคล

ที่พระอุโบสถวัดโสธรวราราม วรวิหาร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส และพระราชภาวนาพิธาน เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร และเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ประกอบพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประจำปี 2565  พร้อมด้วย นางจันทรรัตน์ ไตรติลานันท์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทรา นายณัฐพงษ์  สงวนจิตร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ข้าราชการ ศาลอัยการทหาร ตำรวจ สมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัด พ่อค้า และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมพิธี

ภายในพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล จากนั้นประธานสงฆ์ให้ศีล และเจ้าหน้าที่นำกล่าวคำถวายเทียนพรรษา และประธานฝ่ายฆราวาส ถวายเทียนพรรษาแด่ประธานสงฆ์ จากนั้นเจ้าหน้าที่นำกล่าวคำถวายสังฆทาน และประธานฝ่ายฆราวาสถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา และกรวดน้ำรับพร 

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด นำข้าราชการ และพุทธศาสนิกชนชาวฉะเชิงเทราร่วมทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร  จำนวน 30 รูป เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเองและครอบครัว ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย เข้าวัดปฏิบัติธรรม บำเพ็ญศาสนกิจ รักษาศีล ลด ละ เลิกอบายมุข สืบสานพระพุทธศาสนา

พุทธศาสนิกชนในจังหวัดสงขลา ทำบุญตักบาตรเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

เวลา 06.30 น.บรรยากาศวันอาสาฬหบูชา ที่ จ.สงขลา ประชาชนต่างออกมาทำบุญตักบาตรกันตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะที่วัดเลียบ ถนนไทรบุรี อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา มีพุทธศาสนิกชนในจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นพุทธมามกะ ได้นำอาหารหวานคาว ข้าวสารอาหารแห้ง ดอกไม้ธูปเทียนมาร่วมในพิธีทำบุญตักบาตรพระภิกษุสงฆ์ภายในวัดเป็นจำนวนมาก โดย พระครูนพกิจโกศล เจ้าอาวาสวัดเลียบ นำพระสงฆ์ จำนวน 18 รูป ออกเดินบิณฑบาตรับภัตตาหารจากพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมทำบุญตักบาตรกันในวันนี้.012


ผู้ว่าฯระยอง นำพุทธศาสนิกชนทำบุญตักบาตร ถวายเทียนพรรษา เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี พ.ศ.2565

ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นำพุทธศาสนิกชนทำบุญตักบาตร ถวายเทียนพรรษา อุปกรณ์ให้แสงสว่าง และผ้าอาบน้ำฝน เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา พ.ศ. 2565 ที่วัดเนินพระ ต.เนินพระ อ.เมืองระยอง จ.ระยอง

โดยพระเทพสิทธิเวที เจ้าอาวาสวัดเนินพระ เจ้าคณะจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีนางนิลวรรณ เหมะรักษ์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดระยอง ว่าที่ ร.ต.หญิง สิรภัทร อาวอร่ามรัศมิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดระยอง นายวรวุฒิ ด่านสมพงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดระยอง หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนทุกภาคส่วนร่วมกิจกรรม และในช่วงค่ำวันนี้ จังหวัดระยองมีกำหนดจัดกิจกรรมเวียนเทียนเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา เวลา 19.30 น. เป็นต้นไป ณ อุโบสถวัดเนินพระ ร่วมกับวัดอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดระยอง

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แผ่นดินไหวเขย่า! บ้านตาขุน สุราษฎร์ฯ ขนาด 3.2 เร่งตรวจสอบโครงสร้างเขื่อนรัชชประภา

Posted on July 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666436

แผ่นดินไหวเขย่า! บ้านตาขุน สุราษฎร์ฯ ขนาด 3.2 เร่งตรวจสอบโครงสร้างเขื่อนรัชชประภา

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.12 น.

แผ่นดินไหวเขย่า! บ้านตาขุน สุราษฎร์ฯ ขนาด 3.2 เร่งตรวจสอบโครงสร้างเขื่อนรัชชประภา

13 ก.ค.65 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 06.17 น.ที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวขนาด 3.2 ที่ ต.เขาพัง อ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ความลึก 2 กิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่มีประชาชนรายงานรับรู้แรงสั่นสะเทือน หรือความเสียหาย

สำหรับความรุนแรงของการเกิดแผ่นดินไหวตามมาตราริกเตอร์นั้น กรมอุตุนิยมวิทยา ให้ข้อมูลว่า แผ่นดินไหว ขนาด 1-2.9 : เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมีความรู้สึกถึงการสั่นไหว บางครั้งรู้สึกเวียนศีรษะ

ขนาด 3-3.9 : เกิดการสั่นไหวเล็กน้อย ผู้คนที่อยู่ในอาคารรู้สึกเหมือนรถไฟวิ่งผ่าน

ขนาด 4-4.9 : เกิดการสั่นไหวปานกลาง ผู้ที่อาศัยอยู่ทั้งภายในอาคารและนอกอาคารรู้สึกถึงการสั่นสะเทือน วัตถุห้อยแขวนแกว่งไกว

ขนาด 5-5.9 : เกิดการสั่นไหวรุนแรงเป็นบริเวณกว้าง เครื่องเรือนและวัตถุมีการเคลื่อนที่

ขนาด 6-6.9 : เกิดการสั่นไหวรุนแรงมาก อาคารเริ่มเสียหาย พังทลาย

ขนาด 7.0 ขึ้นไป : เกิดการสั่นไหวร้ายแรง อาคาร สิ่งก่อสร้างมีความเสียหายอย่างมาก แผ่นดินแยก วัตถุที่อยู่บนพื้นถูกเหวี่ยงกระเด็น

ทั้งนี้เขื่อนรัชชประภากำลังอยู่ระหว่างดำเนินตรวจสอบโครงสร้างเขื่อนอย่างละเอียดอีกครั้งผลเป็นประการใดจะรายงานให้ทราบต่อไป

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้ง เตรียมความพร้อมรับ สถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมาชิกใหม่! ‘สวนสัตว์โคราช’ ลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทยลืมตาดูโลก

Posted on July 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666432

สมาชิกใหม่! 'สวนสัตว์โคราช' ลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทยลืมตาดูโลก

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 08.38 น.

สมาชิกใหม่! ‘สวนสัตว์โคราช’ ลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทยลืมตาดูโลก ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมาติ

13 ก.ค.65 ที่สวนจัดแสดงนกกระเรียนพันธุ์ไทย สวนสัตว์นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าห้าที่ส่วนจัดแสดงที่ดูแลสัตว์นกกระเรียนแจ้งว่า ได้เกิดสมาชิกใหม่เป็นลูกนกกระเรียนพันธุ์ไทย ยังไม่ทราบเพศ ซึ่งเกิดจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นกกระเรียน ที่ทางสวนสัตว์นครราชสีมา ได้เพาะพันธุ์ขึ้น เกิดเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.65 ที่ผ่านมา และพร้อมที่จะโชว์ความน่ารักน่าชังให้กับประชาชนที่เดินทางมาท่องเที่ยวภายในสวนสัตว์นครราชสีมาในช่วงวันหยุดยาวนี้ได้ชม

นายธนชน  เปิดเผยว่า สวนสัตว์นครราชสีมาขอแจ้งข่าวดีให้นักท่องเที่ยว เยาวชน นักเรียน นักศึกษา เด็กๆทราบว่า มีนกกระเรียนพันธุ์ไทยให้กำเนิดลูกนกกระเรียน เป็นตัวที่ 3 ในปี 2565 ซึ่งขณะนี้มีนกกระเรียน ภายในสวนสัตว์ที่ดูแล จำนวน ทั้งหมด 86 ตัว ซึ่งทางสวนสัตว์นครราชสีมา เป็นหน่วยงานแห่งแรกในประเทศไทย ที่ทำการเพาะพันธุ์นกกระเรียนพันธุ์ไทย เพื่อขยายพันธุ์และปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้สำเร็จ โดยปล่อยในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าอ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ไปแล้วจำนวน 144 ตัว

ทั้งนี้นกกระเรียนพันธุ์ไทย ถือว่าเป็นสัตว์ป่าสงวนที่ใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ ลักษณะนกกระเรียนพันธุ์ไทย มีขนที่คอและลำตัวสีเทาเข้มกว่า ไม่มีแถบ ขนสีขาวคั้นระหว่างคอส่วนบน ซึ่งเป็นสีแดงและคอล่างเป็นสีเทา ตัวผู้จะตัวใหญ่กว่าตัวเมีย โดยเมื่อเวลาร้อง ตัวผู้จะกางปีก ตัวเมียจะหุบปีก นกกระเรียนพันธ์ไทยจะอาศัยและหากินบริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยกินอาหารเป็นพวกสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น กุ้ง หอย ปู ฯลฯ ถ้าเป็นพืชจะเป็น หญ้าแห้วทรงกระเทียม หญ้าแห้วหมู การสืบพันธุ์จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายน-ปลายเดือนตุลาคม วางไข่ครั่งละ 1-2 ฟอง บริเวณใกล้แหล่งน้ำ นกกระเรียนเป็นสัตว์ป่าที่รักเดียวใจเดียวหากจับคู่แล้วจะไม่แยกจากกัน ถ้าหากคู่ตัวใดตัวหนึ่งตายก็อาจจะไม่จับคู่อีกเลยก็เป็นได้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วันนี้วันพระ!‘ว.วชิรเมธี’แนะพุทธศาสนิกชนใช้ทางสายกลางในชีวิตประจำวัน

Posted on July 13, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/666430

วันนี้วันพระ!‘ว.วชิรเมธี’แนะพุทธศาสนิกชนใช้ทางสายกลางในชีวิตประจำวัน

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 08.36 น.

วันนี้วันพระ!‘ว.วชิรเมธี’แนะพุทธศาสนิกชนใช้ทางสายกลางในชีวิตประจำวัน

13 กรกฎาคม 2565 เพจพระเมธีวชิโรดม-ว.วชิรเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง) จ.เชียงราย โพสต์ข้อความมีเนื้อหา ดังนี้…

#วันนี้วันพระ #วันอาสาฬหบูชา

คือ วันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมจักกัปปวัตนสูตร

ซึ่งเป็นพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกหลังจากตรัสรู้ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

เมืองพาราณสี ตรงกับวันเพ็ญ เดือนอาสาฬหะ

ธรรมจักกัปปวัตนสูตร แปลว่า

“พระสูตรที่ว่าด้วยการหมุนกงล้อแห่งพระธรรม”

พระธรรมที่ทรงประกาศครั้งแรก

คือ ใจความทั้งหมดของพระพุทธศาสนา หรือ

อริยสัจ 4 เหตุการณ์สำคัญในวันนั้นมีดังนี้

ทรงแสดงธรรมโดยทรงเริ่มจาก…

1.การปฏิเสธทางสองสายที่ไม่ควรดำเนิน

เพราะไม่นำไปสู่การดับทุกข์ ได้แก่

(1) อัตตกิลมถานุโยค การทรมานตน

(2) กามสุขัลลิกานุโยค การปรนเปรอตน

ด้วยกามารมณ์อันน่าปรารถนา

2.ทรงนำเสนอมัชฌิมาปฏิปทาหรือทางสายกลาง ว่าเป็นหนทางที่ถูกต้อง นำไปสู่การดับทุกข์ได้จริง

3.ทรงแสดงอริยสัจ 4 ซึ่งเป็นระบบจริยธรรมที่นำไปสู่การดับทุกข์ได้อย่างเป็นระบบ

แบบแผน มีความเป็นสากล ปฏิบัติได้ ให้ผลได้แน่นอน อย่างไม่จำกัดกาล

4.ผลจากการแสดงธรรม ทำให้โกณฑัญญพราหมณ์ ได้ดวงตาเห็นธรรม รู้แจ้งตาม

ธรรมที่ทรงแสดง ทำให้เกิดมีปฐมสาวกเป็นครั้งแรก

5.พระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ครบบริบูรณ์ในวันนี้

พุทธศาสนิกชนควรนำหลักมัชฌิมาปฏิปทา

หรือ ทางสายกลาง มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ด้วยการดำรงชีวิตอย่างมีสติ มีปัญญา พิจารณา สิ่งต่างๆ อย่างรอบคอบ ไม่ประมาทในทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด และทุกอิริยาบถที่เคลื่อนไหว

(พระเมธีวชิโรดม/ว.วชิรเมธี)

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,943,356 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สส.ส้มโยง'หลานทักษิณ' พันบริษัทฉาวที่ถูกสื่อนอกแฉ เป็นทางผ่านขายชิปให้จีน หลบเลี่ยงการแบนของสหรัฐ
“คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่ เตรียมติดตั้งประจำการชายแดนเกาหลีใต้ภายในปีนี้
เปิดตัว16พ.ค. ปชป.สู้ศึกผู้ว่าฯกทม. ‘กรกสิวัฒน์’ลงอิสระ
พบแพทย์ปีละครั้งทำบ้านเกือบแตก เป๊ก สัณชัย ทำชาวเน็ตตาค้างทั้งโซเชียล..
ระวังไทยประสบวินาศกรรม อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือน รัฐบาล ฟรีวีซ่า ทำเหตุ ปล่อยจีนซุกคลังแสง
เหมือนหลุดจากซีรีส์! นุ่น วรนุช แปลงโฉมเป็นสาวเกาหลีในชุดฮันบก
นายกฯ ไม่ขอยุ่งปม บิ๊ก มท. ซัดนัว หลัง ฟ้อง 'ปลัด มท.' โยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรมการข้าว เดินหน้า ปุ๋ย 70:30 นำร่อง 22 จังหวัด สู่เป้าหมาย นาข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่
ศูนย์การค้าแพลทินัม รับ MEA ENERGY AWARDS 2025 อาคารที่บริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
รัฐบาลชูระบบสุขภาพ One Health เฝ้าระวังภาวะดื้อยาทั้งระบบ หลังพบเชื้อดื้อยาพุ่งเกิน 70%

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือเตรียมติดตั้งปืนใหญ่อัตตาจรใหม่ใกล้ชายแดน กรุงโซลเสี่ยงอยู่ในรัศมีโจมตี
  • ศรีลังกากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับต่างชาติกว่า 260 คน ส่วนใหญ่เป็นจีนและเวียดนาม
  • “เคียร์ สตาร์เมอร์” เจอแรงกดดันหนัก หลังพรรคแรงงานพ่ายเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่ทั่วสหราชอาณาจักร
  • WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ
  • ชาวเกาะเตเนริเฟไม่พอใจ เรือสำราญฮันตาไวรัสเตรียมเทียบท่าสเปน หวั่นเชื้อระบาด

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d