Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

เชียงรายพบ ‘เต่าปูลู’ สัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลังติดตามสำรวจมานานกว่า 7 เดือน

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665148

เชียงรายพบ 'เต่าปูลู' สัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลังติดตามสำรวจมานานกว่า 7 เดือน

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 10.07 น.

“สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต” พบเต่าปูลู ลำห้วยป่าแดง 1 ใน 86 ลำห้วยสาขาแม่น้ำอิงตอนปลาย หลังติดตามสำรวจมานานกว่า 7 เดือน เพื่อศึกษาแหล่งที่อยู่ และวิจัย ระบบนิเวศ ลักษณะทางกายภาพ องค์ความรู้ท้องถิ่นเกี่ยวกับปูลู และแนวทางการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยเต่าปูโดยชุมชน

“เต่าปูลู” หรือเต่าปากนกแก้ว เป็นสัตว์ที่มีสถานภาพความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ทีมสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิตได้สำรวจเต่าปูลู ภายใต้โครงการศึกษาแนวทางการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยเต่าปูลู โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนลุ่มน้ำอิงตอนปลาย พื้นที่เป้าหมายปีแรก 10 ชุมชน เพื่อสำรวจพิกัดแหล่งที่อยู่อาศัย ระบบนิเวศลักษณะทางกายภาพ องค์ความรู้ท้องถิ่นเกี่ยวกับปูลูและแนวทางการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยเต่าปูโดยชุมชน โดยการสำรวจพื้นที่ชุมชนโดยนำกระบวนการวิจัยชาวบ้านหรืองานวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมมาใช้ร่วมกับเชิงวิทยาศาสตร์โดยการตรวจหา EDNA จากตัวอย่างน้ำ  

จากการสำรวจของทีมงานสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ทั้ง 10 ชุมชนได้แก่บ้านม่วงชุม คะแนง บุญเรือง ห้วยซ้อ งามเมือง ป่าบง ห้วยสัก ทุ่งศรีเกิด ชมภู และบ้านห้วยไคร้ ทั้ง 10 ลำห้วย พบว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยเต่าปูลู เคยมีชุกชุมในอดีต 

แต่ในปัจจุบันนั้นพบว่าลดลง และค่อนข้างหายาก ภัยคุกคามเกิดจากการบุกรุกพื้นที่ต้นน้ำ เพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ สารเคมีการเกษตร ป่าต้นน้ำแห้งขอด ปูปลาสัตว์น้ำขนาดเล็กหายไปจากห่วงโซ่อาหาร ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ การล่าส่งขายเป็นยาบำรุง 

ชาวบ้านต่างให้ข้อมูลเป็นเสียงเดียวกันว่า มีชาวบ้านกลุ่มคนชาติพันธุ์จะมาล่าเป็นทีมโดยใช้ตะขอเหล็กขูดตามท้องห้วย จับช่วงน้ำหลากเพื่อนำไปขายได้ทีละเป็นกระสอบ แต่คนท้องถิ่นไม่นิยมจับกินเพราะตัวเล็ก เจอไม่บ่อย และยังมีความเชื่อเรื่องเต่าที่อายุยืนเลยไม่ค่อยกล้ากิน

“เต่าปูลู” อาศัยอยู่ต้นธารน้ำสาขา หรือป่าต้นน้ำ ที่มีหิน ผา น้ำตก กิน ปลา กุ้ง หอยเป็นอาหาร มีความเชื่องช้า การพบเจอตัวเต่าปูลูค่อนข้างยาก มักเจอตอนออกล่ากลางคืน นับว่าเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นั้นๆ ที่ยังอุดมสมบูรณ์อยู่เมื่อเจอเต่าปูลู

โดยนายอินทร์คำ สอนแก้ว ชาวบ้านป่าบงน้ำล้อม ต.ยางฮอม อ.ขุนตาล จ.เชียงราย เผิดเผยว่า การจะหาเต่าปูลูพบเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะเป็นสัตว์ที่หากินในเวลากลางคืน และอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำในป่าลึก เมื่อหลายปีก่อนพบเห็นได้ง่าย แต่ปัจจุบันยากมาก เพราะเหลือน้อยและเป็นสัตว์อนุรักษ์ สาเหตุที่เหลือน้อยเพราะส่วนหนึ่งเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวช้า ทำให้หนีศัตรูไม่ทัน ส่วนมากจะอาศัยการพรางตัวกับก้อนหินปัจจุบันชาวบ้านไม่จับแล้วเพราะต้องการอนุรักษ์เอาไว้ 

ด้านนายเกรียงไกร แจ้งสว่าง เจ้าหน้าที่สมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต เล่าว่า การพบเต่าปูลูเป็นครั้งแรกหลังจากสำรวจมา 7 เดือน ภายใต้โครงการศึกษาแนวทางการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยเต่าปูลูโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนลุ่มน้ำอิงตอนปลาย โดยพบที่ละห้วยป่าแดง 1 ใน 86 ลำห้วยสาขาแม่น้ำอิงตอนปลาย น้ำหนักชั่งได้ 0.95 กิโลกรัม ลำตัวกว้าง 13 ซม. ยาว 17 ซม. หัวรูปสามเหลี่ยม กว้าง 6 ซม. ยาว 7 ซม. หนา4.5 ซม. หางยาว 20 ซม. รวมความยาวจากหัวถึงปลายหาง 44 ซม. เท้าหน้ามี 5เล็บ เท้าหลังมี 4 เล็บท้ายโคนหางกับขาหลังมีปุ่มคล้ายหนาม ปากมีจงอยคล้ายปากนกแก้ว ไม่สามารถหดหัว หาง และเท้าเข้ากระดองได้  ปีที่2 จะสำรวจให้ครบทั้ง 86 ลำห้วย และหาทางการอนุรักษ์แหล่งที่อยู่อาศัยเต่าปูลูโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อไป 

“นอกจากเต่าปูลู ทีมเรายังสำรวจพบ เต่าเหลือง เต่านา เต่าบัว เต่าจัก ตะพาบ ตะพาบใต้หวัน เต่าบกอีก6ชนิด ซึ่งการพบเต่าปูลูในครั้งนี้เป็นตัวชี้วัดว่าระบบนเวศของป่ามีความอุดมสมบูรณ์ เพราะเต่าชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีน้ำสะอาด และมีสัตว์น้ำที่เป็นอาหารจำนวนมาก” นายเกรียงไกร กล่าว – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สาวงามจากรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ‘มิ้ว-สุจารี กาญจนกฤต’คว้ามงกุฏนางสาวถิ่นไทยงาม 2565

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665146

สาวงามจากรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 'มิ้ว-สุจารี กาญจนกฤต'คว้ามงกุฏนางสาวถิ่นไทยงาม 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.37 น.

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2565 เวลา 18.30 น. กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม 2565 นำโดย สินีนารถ เองตระกูล ประธานกรรมการบริหารกองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม ได้จัดการประกวดรอบตัดสิน ณ ห้องเลคฮอลล์ โรงแรม เอส พาร์ค รังสิต โดยสาวงามที่ชนะใจคณะกรรมการ คือ หมายเลข 1 นางสาวสุจารี กาญจนกฤต (น้องมิ้ว) อายุ 22 ปี สาวงามจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้ามงกุฎพร้อมกับเงินสดและของรางวัล รวมกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งนางสาวถิ่นไทยงามจะได้เป็นตัวแทนไปประกวดนางงามระดับนานาชาติต่อไปในเวที Miss Tourism World 2022

เวที “นางสาวถิ่นไทยงาม” ที่สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการนางงามไทยมาอย่างยาวนานถึง 72 ปี นับเป็นเวทีระดับประเทศเวทีแรกที่พร้อมนำเสนอและถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลในยุค New Normal อย่างเต็มภาคภูมิ ภายใต้แนวคิด “พลังแห่งความงาม สะท้อนคุณค่าในตัวคุณ ทั่วถิ่นไทยงาม” (Power of Beauty) ด้วยรูปแบบการประกวดในปีนี้ที่เรียบหรู สง่างาม ทันสมัย แต่ยังคงอัตลักษณ์ความเป็นไทยไว้เช่นเดิม

เริ่มการประกวดด้วยการแสดงเปิดตัว 30 สาวงามในชุดว่ายน้ำย้อนยุคที่ตัดเย็บจากผ้าไหมไทยอย่างปราณีต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเวทีการประกวดนี้ จากนั้นจึงประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายซึ่งปรากฏโฉมในชุดว่ายน้ำสากลแบบทูพีซ ตามด้วยการประกวดในชุดธีม “เสน่ห์ผ้าไทย” โดยบริษัท ประชารัฐรักสามัคคี วิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด

จากนั้นศิลปินชื่อดัง กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรีออกมาขับกล่อมบทเพลงก่อนการปรากฏตัวของสาวงามทั้ง 10 คนในชุดราตรีเพื่อให้สาวงามได้อวดโฉมอย่างสง่างามแก่คณะกรรมการอีกครั้ง

จากนั้นเป็นการประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 5 คนก่อนเข้าสู่ช่วงตอบคำถามเป็นลำดับ และก่อนที่จะมีการประกาศรางวัลในปีนี้ก็มีการเปิดตัว น้องมิ้นท์ – ลพัฎร์ฐิดา คงกระพันธ์  นางสาวถิ่นไทยงามปี 2563 ที่มาอำลาตำแหน่งบนเวที จากนั้นจึงเป็นการประกาศผลรางวัล

รองชนะเลิศอันดับ 2 (ได้รับตำแหน่งเท่ากันทั้ง 3 คน) ได้แก่ หมายเลข 2 นางสาวปฏิมาภรณ์ ขยันชม (น้องมีน) อายุ 24 ปี สาวงามจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

หมายเลข 23 นางสาวโศภิษชา อภิชนสันทัด (น้องอาย) อายุ 24 ปี สาวงามจากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม

หมายเลข 25 นางสาวศรินธรณ์ แบรนสตัน (น้องลาร่า) อายุ 18 ปี สาวงามจาก NIST International School

ได้รับรางวัล เงินสดมูลค่า 100,000 บาท พร้อมสายสะพาย และมาถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยคือการประกาศ

รางวัลชนะเลิศ นางสาวถิ่นไทยงาม 2565 ในค่ำคืนนี้ ได้แก่หมายเลข 1 นางสาวสุจารี กาญจนกฤต (น้องมิ้ว) อายุ 22 ปี สาวงามจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ผู้ครองมงกุฎ “นางสาวถิ่นไทยงาม 2565″ จะได้รับรางวัล เงินสด 500,000 บาท มงกุฎเพชร มูลค่า 200,000 บาท พร้อมสายสะพาย และของรางวัลอีกมากมาย รวมถึงจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าประกวดเวทีระดับนานาชาติอย่าง Miss Tourism World 2022 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงปลายปีนี้อีกด้วย

สำหรับรองชนะเลิศ อันดับที่1 ได้แก่ หมายเลข 17 นางสาวพริมา บุณยะเวศ (น้องพริ้ม) อายุ 19 ปี สาวงามจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รับรางวัลเงินสดมูลค่า 200,000 บาท พร้อมสายสะพาย 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ผลสำรวจ! ปชช.เกินครึ่ง เล่นทั้งบนดิน-ใต้ดิน หนุนออกหวย3ตัวเลือกได้เอง

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665143

ผลสำรวจ! ปชช.เกินครึ่ง เล่นทั้งบนดิน-ใต้ดิน หนุนออกหวย3ตัวเลือกได้เอง

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 09.18 น.

นิด้าโพลเผยปชช.เกินครึ่งเล่นทั้งสลากกินแบ่งฯ-ใต้ดิน หนุนออกหวยเลข 3 ตัวเลือกได้เอง

7 ก.ค. 2565 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้าโพล) เผยแพร่ผลการสำรวจ เรื่อง “สลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวเลข 3 หลัก” สอบถามความคิดเห็นจากประชาชนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,310 คน ระหว่างวันที่ 4-6 ก.ค. 2565 พบว่า

1.กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.05 เคยซื้อทั้งสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดิน รองลงมา ร้อยละ 24.51  เคยซื้อเฉพาะสลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้น ในขณะที่ ร้อยละ 21.45 ไม่เคยซื้อทั้งสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดิน และร้อยละ 0.99 เคยซื้อเฉพาะหวยใต้ดินเท่านั้น 

2.กรณีสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวเลข 3 หลัก ที่ประชาชนสามารถเลือกตัวเลขได้เอง กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.43 ระบุว่า เห็นด้วยมาก เพราะ ประชาชนสามารถเลือกตัวเลขที่ตนเองต้องการได้ ช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องหวยใต้ดิน เป็นการหารายได้เข้ารัฐเพื่อนำมาพัฒนาประเทศต่อไป รองลงมา ร้อยละ 26.26 ค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ จะได้ซื้อในราคาที่ถูกลง ได้ตัวเลขตรงตามที่ต้องการ ซื้อง่ายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

อันดับ 3 ร้อยละ 14.50 ไม่เห็นด้วยเลย เพราะ จะทำให้เกิดความวุ่นวาย กลัวประชาชนจะหมกมุ่นมากเกินไป ขณะที่บางส่วนระบุว่า จะทำให้ประชาชนบางกลุ่มขาดรายได้ อันดับ 4 ร้อยละ 5.73 ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะ เป็นการพนัน มอมเมาประชาชน อาจทำให้เกิดความยุ่งยากในการขึ้นเงินรางวัล และอันดับ 5 ร้อยละ 0.08 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

3.ต่อคำถามที่ว่า การออกสลากกินแบ่งรัฐบาล ตัวเลข 3 หลัก ที่ประชาชนสามารถเลือกตัวเลขได้เอง จะสามารถช่วยลดปัญหาการซื้อ-ขายหวยใต้ดิน ได้แค่ไหน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.06 ระบุว่า จะสามารถช่วยลดปัญหาการซื้อ-ขายหวยใต้ดินได้พอสมควร รองลงมา ร้อยละ 26.03 จะสามารถช่วยลดปัญหาการซื้อ-ขายหวยใต้ดินได้มาก อันดับ 3 ร้อยละ 23.21 จะไม่สามารถช่วยลดปัญหาการซื้อ-ขายหวยใต้ดินได้เลย อันดับ 4 ร้อยละ 18.47 จะสามารถช่วยลดปัญหาการซื้อ-ขายหวยใต้ดินได้เล็กน้อยเท่านั้น และอันดับ 5 ร้อยละ 0.23 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
 

009

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เรื่องใหม่-เข้าใจยาก’พางง มองไทยยุคแรกเริ่มใช้‘PDPA’

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665038

สกู๊ปแนวหน้า : ‘เรื่องใหม่-เข้าใจยาก’พางง  มองไทยยุคแรกเริ่มใช้‘PDPA’

วันพฤหัสบดี ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 02.00 น.

หากนับจากวันที่ 1 มิ.ย. 2565 ปัจจุบันก็ผ่านมาแล้ว 1 เดือนเศษกับการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “กฎหมาย PDPA” ซึ่งต้องบอกว่านี่คือ “เรื่องใหม่” ของสังคมไทย แม้จะเป็นสังคมที่ผู้คนใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะ “สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media)” กันอย่างแพร่หลายก็ตาม ทำให้ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มบังคับใช้ เกิดความสับสนและข้อกังวลขึ้นเป็นจำนวนมาก

ในงานเสวนา (ออนไลน์) หัวข้อ “สิทธิดิจิทัล กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว ภายใต้ PDPA” ซึ่งจัดโดย โคแฟค (ประเทศไทย) ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และอีกหลายองค์กร ช่วงปลายเดือน มิ.ย.2565 ที่ผ่านมา กล้า ตั้งสุวรรณ ซีอีโอ Wisesight บริษัทด้านวิเคราะห์ข้อมูลความเคลื่อนไหวบนสื่อสังคมออนไลน์ เผยผลการวิเคราะห์สื่อสังคมออนไลน์ ประเด็น พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

โดยเป็นการเก็บข้อมูลข้อความที่มีการพูดถึงหรือกฎหมาย PDPA ประมาณ 14,000 ข้อความ ระหว่างวันที่ 1 พ.ค.-20 มิ.ย. 2565 บนสื่อสังคมออนไลน์ พบ “7 ประเด็นที่มักเข้าใจผิด” เรื่องกฎหมายฉบับนี้ ได้แก่ 1.ถ่ายภาพหรือคลิปวีดีโอ ติดภาพบุคคลอื่นโดยที่เจ้าตัวไม่ยินยอม 2.นำภาพหรือคลิปวีดีโอที่ถ่ายติดบุคคลอื่นไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ 3.ติดกล้องวงจรปิด (CCTV) แล้วไม่มีป้ายแจ้งเตือน 4.ถ่ายภาพหรือคลิปวีดีโอคนร้ายหรือผู้ถูกทำร้าย 5.ถ่ายรูปนักแสดง ศิลปิน ดารา ไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์

6.โพสต์เรื่องส่วนตัว-กิจกรรมในครอบครัว และ 7.เจ้าของข้อมูลต้องให้ความยินยอมทุกครั้งก่อนนำข้อมูลไปใช้ นอกจากนั้นยังพบว่า แม้ประชาชนจะตื่นตัวเรื่องกฎหมาย PDPA แต่อาจขาดความรู้ที่ถูกต้อง บางส่วนก็เข้าใจผิด อีกทั้งข้อสงสัยบางเรื่องก็ไม่ได้รับคำตอบที่ถูกต้องด้วย ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถสร้างความตระหนักรู้ในกฎหมายฉบับนี้ได้ แต่ยังทำกันค่อนข้างน้อยเรื่องการชี้แจงประเด็นที่ประชาชนสงสัย สุดท้ายสื่อมวลชนยังถูกคาดหวังในการนำเสนอเนื้อหาที่เป็นให้ความรู้ โดยเฉพาะในการคลายข้อสงสัยหรือแก้ไขเรื่องที่เกิดความเข้าใจผิดขึ้น

“ผมมองว่าเรื่องนี้ภาครัฐเองและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น Stakeholder (ผู้มีส่วนได้-เสีย) หลายๆ ส่วนผมเชื่อว่ามีคำตอบดีๆ อยู่แล้วที่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือประชาชนอยู่บน Social Media (สื่อสังคมออนไลน์) ยังไม่เกิดความเข้าใจเรื่องนี้อย่างกระจ่างชัดมากนัก ก็จะเกิดเหตุการณ์คนไม่รู้คุยกับคนไม่รู้ไปเรื่อยๆ ซึ่งผมเล่าไปหลายที่ว่า เหตุการณ์พวกนี้เราจำเป็นที่ต้องหยุดอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้ความเข้าใจผิดมันถูกแพร่กระจายออกไปเรื่อยๆ แล้วความเข้าใจผิดส่วนใหญ่มันไม่ค่อยเกิดผลดีในเรื่องการผลักดันนโยบายอะไรบางอย่าง ในเรื่องที่เป็นประโยชน์”ซีอีโอ Wisesight กล่าว

ขณะที่ ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ความสับสนและข้อกังวลที่เกิดขึ้นจำนวนมากในสังคมไทย เมื่อ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มีผลบังคับใช้มาจากหลายสาเหตุ ทั้งความซับซ้อนของกฎหมายฉบับนี้ที่มากกว่ากฎหมายอื่นๆ อีกหลายฉบับ อีกทั้งยังบังคับใช้กับทุกกิจกรรมหรือกิจการที่มีการเก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในมาตรฐานเดียวกัน ทั้งที่สายงานแต่ละประเภท มีรูปแบบการเก็บและใช้ข้อมูลต่างกัน เช่น โทรคมนาคม การตลาด ห้องปฏิบัติการ(ห้องทดลอง-ห้องแล็บ)

ขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าสังคมไทยแต่เดิมก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy) อยู่แล้ว กล่าวคือ ไม่คุ้นเคยกับวิถีชีวิตที่เคารพความเป็นส่วนตัวของกันและกัน แต่กฎหมาย PDPA ที่ออกมานั้นคาดหวังให้คนในสังคมต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต อีกทั้งประชาชนยังขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย เพราะที่ผ่านมาถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่เนืองๆ ทั้งการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกัน หรือการลงโทษที่ไม่ได้สัดส่วน ในหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมาดังนั้นแม้จะเข้าใจว่ากฎหมายที่ออกมานั้นมีประโยชน์ แต่ก็กังวลในด้านการบังคับใช้

“การอธิบายกฎหมายนี้ในช่วงแรกๆ มันจะออกไปในมุมที่มีคนพยายามจะอธิบายในเชิงขู่กัน ว่าถ้าไม่ทำอย่างนี้แล้วเดี๋ยวจะโดนจับ เดี๋ยวจะโดนฟ้องร้อง เดี๋ยวจะต้องสูญเสียกิจการ เดี๋ยวจะต้องไปปรับมหาศาล คือการอธิบายกฎหมายแบบที่ Focus (เน้น) ผลทางร้าย ผลโทษ มันก็สะท้อนเหมือนกันนะว่าเราเติบโตกันมา เลี้ยงกันมาด้วยไม้เรียวมาทั้งชีวิต อันนี้ก็ต้องยอมรับว่าสังคมเราเป็นแบบนั้น มันเป็นสังคมที่ชินกับการถูกใช้อำนาจ

ดังนั้นพอมันมีกฎใหม่ มี Standard (มาตรฐาน) ใหม่ออกมา สิ่งแรกที่ทุกคนจะคิดก็คือว่าทำอย่างไรจะไม่โดนตีคือมันอยู่อย่างนี้ แทนที่จะคิดว่า Standard นี้ มันจะพาให้เรามีโอกาสใหม่ๆ อะไร มันจะทำให้เราเคารพกันและกันมากขึ้นได้อย่างไร คือมันไม่คิดในเชิงบวก แล้วไปคิดในเชิงลบ” อาจารย์ฐิติรัตน์ ระบุถึงอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยกังวลกับกฎหมาย PDPA ในช่วงที่ผ่านมา

อาจารย์ฐิติรัตน์ เสนอแนะว่า การทำให้คนในสังคมมองกฎหมายในแง่ดีมากกว่าแง่ร้าย ด้านหนึ่งหน่วยงานหรือผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องต้องสื่อสารให้เข้าใจ ส่วนอีกด้านหนึ่งบทลงโทษไม่ควรเป็นทางเลือกตั้งแต่แรก แต่ควรเป็นการตักเตือนและแนะนำให้ผู้ทำผิดพลาดแก้ไขให้ถูกต้องก่อน ซึ่งก็จะกลายเป็นตัวอย่างให้บุคคลหรือองค์กรอื่นๆ ที่ทำผิดพลาดแบบเดียวกันได้ลงมือแก้ไขไปด้วยพร้อมกัน แต่ก็เบาใจได้บ้าง เพราะได้ทราบว่าในช่วงแรกๆ ของการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 จะเน้นการเตือนให้แก้ไขมากกว่าลงโทษอย่างรุนแรง

อีกด้านหนึ่ง อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต แสดงความกังวลในประเด็น พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ในมาตรา 4 กฎหมายนั้นระบุเหตุแห่งการยกเว้นในการบังคับใช้ไว้ 6 ประการ แต่ยังให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)ออก พ.ร.ฎ. มาเพิ่มประเภทของกิจการหรือกิจกรรมที่ยกเว้นการบังคับใช้ โดยไม่ต้องฟังคำปรึกษาจากคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ว่า ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นการจำกัดอำนาจของ คกก.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือไม่ เป็นการทำให้กฎหมายไม่เหลือสภาพที่ใช้งานได้จริงหรือไม่ และจะกลายเป็นบรรทัดฐานให้กฎหมายอื่นๆ ออกมาแบบเดียวกันหรือเปล่าในอนาคต ซึ่งเท่ากับทำลายหลักการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ เพราะกฎหมายที่เป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ออกมาโดยสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้แทนปวงชนจากการเลือกตั้ง เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่รัฐมนตรีที่เป็นฝ่ายบริหารสามารถใช้การออกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) มาเพื่อทำให้กฎหมายใช้การไม่ได้

“ถ้าคุณยอมให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจกฎหมายแบบนี้ ผมคิดว่าคุณไม่ต้องพูดถึงแล้ว Rule of Law (นิติรัฐ) การแบ่งแยกอำนาจต่างๆ มันควรจะต้องมีหลักเกณฑ์บางอย่างหรือเปล่าว่าเมื่อใดที่สามารถตราพระราชกฤษฎีกาได้ เช่น อาจจะกำหนดเป็นเงื่อนไข ต้องไม่ทำให้เสียหลักใหญ่ใจความของเจตนารมณ์ตัวหลักของกฎหมาย ไม่เช่นนั้นฝ่ายบริหารก็จะทำให้อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติไม่มีความหมายไปเลย” นายอาทิตย์ ฝากทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ขนมจีน-กระเพาะปลา’ 10 บาท ‘ร้านป้าแหม่ม’ หลังวัดโขด ยันไม่ขึ้นราคา

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665113

'ขนมจีน-กระเพาะปลา' 10 บาท 'ร้านป้าแหม่ม' หลังวัดโขด ยันไม่ขึ้นราคา

วันพุธ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 20.09 น.

ร้านป้าแหม่มหลังวัดโขด ตั้งอยู่หลังวัดโขดทิมทาราม ถนนพจนกร ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นร้านแบบรถเข็น ของนางอาธร  รวงผึ้ง อายุ 67 ปี ตั้งขายอยู่หน้าบ้านพักตนเอง เล่าให้ฟังว่า ตนขายอาหารอยู่ตรงนี้มา 10 กว่าปีแล้ว ในราคา 10 บาท ถึง 20 บาท ตั้งแต่เริ่มแรกราคา หมู ไก่ ยังไม่แพง จนขณะนี้มีราคาแพงแทบทุกอย่าง อกไก่ กิโลละ 100 บาท ขาไก่ กิโลกรัมละ 110 บาท ยอดมะพร้าว กิโลกรัมละ 80 บาท ไข่ไก่ลูกละ 4 บาท กะทิกิโลกรัมละ 80 บาท โดยทางร้านจะหมุนเวียนการทำอาหารไปทุกวัน ทำขายวันละ 3 อย่าง ของคาว 2 อย่าง ขนมหวาน 1 อย่าง วันนี้ขายกระเพาะปลา กับ ขนมจีนน้ำยากะทิตีนไก่ ชามเล็ก ราคา 10 บาท ชามใหญ่ 20 บาท ขนมจีนทุกชามไม่ว่าจะเป็นชามเล็กหรือชามใหญ่ จะใส่ตีนไก่กับเลือดให้ทุกชาม ส่วนกระเพาะปลา ตอนนี้กระเพาะปลาราคากิโลกรัมละ 450 บาท จากเดิมราคา 300 กว่าบาท ทางร้านจะใส่เส้นหมี่ทุกชาม และใส่ยอดมะพร้าว จะไม่ใช้หน่อไม้ 

แล้วใส่อกไก่ฉีก ชามใหญ่ 20 บาท จะใส่ไข่ต้มครึ่งฟอง ถ้าชามเล็ก 10 บาท จะใส่ไข่ต้ม 1 ชิ้น (ครึ่งของครึ่งใบ) ถ้าใส่ถุงจะขายราคาถุงละ 20 บาททุกถุง ส่วนใหญ่ลูกค้าจะโทรมาสั่งไว้ที่ละหลายถุงแล้วมาเอา ส่วนข้าวเหนียวน้ำกะทิทุเรียนขายถ้วยละ 20 บาท ใส่ถุงก็ 20 บาท มีทุเรียนหมอนทอง กับชะนี ถึงแม้ช่วงนี้ทุเรียนเริ่มจะวายแล้วก็ตามราคากิโลกรัมละ 130-140 บาท เราก็ยังขาย 20 บาทเหมือนเดิม แต่ถ้าเด็กมาซื้อเราก็ขายให้ราคา 10 บาท เพราะสวนทุเรียนของญาติ จะซื้อได้ราคาถูกลงมาหน่อย ที่เรายังขายราคานี้อยู่ไม่อยากขึ้นราคาเพราะสงสารลูกค้า แม้จะได้กำไรลดน้อยลงไป แต่ก็ยังพออยู่ได้   

ส่วนลูกค้าที่มาซื้อ บอกว่า ตนเดินทางมาไกลกว่า 30 กิโล เข้ามาทำธุระในตัวเมืองระยอง ทุกครั้งต้องแวะมาซื้อกลับไปทุกครั้ง ครั้งละหลายสิบถุง ตนกินอาหารร้านนี้มานานนับสิบปีเหมือนกัน ตั้งแต่ลูกยังเล็กเรียนอยู่ที่วัดโขด ราคาไม่เคยเปลี่ยน 10 บาท ถึง 20 บาท จนถึงปัจจุบัน และชอบกระเพาะปลาที่เขาใช้ยอดมะพร้าว  

สำหรับร้านป้าแหม่มหลังวัดโขด จะขายอาหารวันละ 3 อย่างหมุนเวียนกันไป เช่น ก๋วยจั๊บน้ำข้น ลาดหน้า ขนมจีนแกงเขียวหวาน น้ำยาป่า ก๋วยเตี๋ยวน้ำใส แต่ละวันก็จะมีขนมหวาน 1 อย่าง เช่น ข้าวเหนียวถั่วดำ แกงบวชฝักทอง- เผือกสาคูเปียก กล้วยบวชชี  ทุกถ้วยราคา 10 บาท  และบัวลอยไข่หวาน ถ้าใส่ไข่ก็ 15 บาท จะหมุนเวียนกันไป ขายวันละ 3-4 ชั่วโมง ตั้งแต่ 14.00 น.ไปถึง 17.00 น.จะหยุดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ถ้าใครสนใจโทรมาสั่งได้ที่ เบอร์ 089-9336000  

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

การยกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณานี้เป็นอุบายของการภาวนาโดยแท้

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665102

การยกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณานี้เป็นอุบายของการภาวนาโดยแท้

วันพุธ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.34 น.

“…ที่ให้หยิบยกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณานี้เป็นการหัดสมถะและวิปัสสนาไปในตัว ถ้าผู้ที่มีนิสัยวาสนาแล้วเป็นไปได้รวดเร็ว ถ้านิสัยพอประมาณได้ปานกลาง บางทีก็จะหนักไปทางสมถะ จิตเข้าหาความสงบ มีอาการสองหย่างดังแสดงมาแล้ว ถึงอย่างไรการพิจารณาอย่างนี้ย่อมมีอานิสงส์มาก เพราะพิจารณาให้เห็นสภาวะเป็นจริง ถึงไม่ได้ปัญญาขั้นละเอียด แต่ก็ยังรู้เท่าเข้าใจตามความเป็นจริงแล้วค่อยๆ ถอนวางจากอุปทานลงได้โดยลำดับ

การยกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณานี้ เป็นอุบายของการภาวนาโดยแท้ อย่าได้สงสัยว่าเราไม่ได้ภาวนา อุบายภาวนา คือการที่หยิบยกเอากัมมัฏฐานบทใดบทหนึ่งขึ้นมาพิจารณาเมื่อจิตแน่วแน่ลงสู่อารมณ์อันเดียวจนเข้าเป็นภวังค์ เรียกว่าจิตเข้าถึงภาวนาแล้ว ฉะนั้นการที่เรายกเอาความเกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณาจิตของเราจะจดจ่ออยู่ในเรื่องนั้นอย่างเดียว เรียกว่าเรากำลังเจริญภาวนาอยู่แล้ว ขอให้ยินดีพอใจในจิตของตนที่เป็นอยู่นั้นเถิด จิตก็จะได้แน่วแน่และเกิดปีติปราโมทย์จนละเอียดลงไปโดยลำดับ ผู้ไม่เข้าใจภาวนามักจะสงสัยไปต่างๆนาๆ แล้วก็ปรุงแต่งไปว่า ภาวนาจะต้องเป็นอย่างนั้น เห็นอย่างนี้ แล้วจัดระดับชั้นภูมิของตนๆ ไว้ก่อนภาวนาเมื่อจิตไม่เป็นไปตามสังขาร ก็เลยฟุ้งซ่านเกิดความรำคาญ สังขารเป็นผู้ลวง จะไปแต่งภาวนาไม่ได้ โดยเฉพาะแล้วสังขารเป็นอุปสรรคแก่การภาวนาอย่างยิ่ง 

ฉะนั้น เมื่อยังละสังขารไม่ได้ตราบใดแล้ว ไม่มีหวังจะได้ประสบรสชาติของการภาวนาเลย ที่สุดการฟังเทศน์หรือยกอุบายใจขึ้นมาพิจารณาก็ไม่เป็นผล มีแต่ความลังเลใจ ธรรมทั้งหลาย ๘๔,๐๐๐พระธรรมขันธ์ก็จะไม่มีคุณค่าแก่เขา แม้เท่าที่เขาได้ส่ายตาไปมองดูรูปที่สวยๆ ขณะแวบเดียว ผู้ที่ท่านช่างคิดค้นหาข้อเท็จจริงทั้งหลาย ท่านไม่ใช้สัญญาออกหน้า แต่ท่านใช้เหตุผลและปรากฏการณ์เฉพาะเพาะหน้าเข้าค้นคว้าพิจารณา จึงได้ผลสมประสงค์ ธรรมหรือวิธีเจริญกัมมัฏฐานมิใช่ของมีโครงการอะไร ขอแต่ให้หยิบยกเอาเหตุผลหรือสิ่งปรากฏการณ์นั้นๆ มาพิจารณาให้เข้าถึงหลักของจริงก็เป็นอันใช้ได้ ที่มีพิธีรีตองและโครงการมากๆ นั้น ล้วนแล้วแต่ว่าตามความจริงจากท่านที่ท่านได้ทำสำเร็จมาแล้วทั้งนั้น

ฉะนั้น ยิ่งนานและมีผู้ค้นพบของจริงมากเข้าเท่าไร วิธีและโครงการหรือตำราก็ยิ่งมากขึ้น จนผู้ศึกษาภายหลังทำตามไม่ถูก ก็เลยชักให้สงสัย บางคนพาลหาว่าตำราไม่ได้เรื่องอย่างนี้ก็มี ถ้าหากทำตามดังแสดงมาแล้ว คือยกเอาของจริง เช่น เกิด-แก่-เจ็บ-ตายขึ้นมาพิจารณาให้เห็นตามเป็นจริง จนเกิดเป็นภาวนาสมาธิขึ้นมาแล้ว โครงการหรือวิธีทั้งหลายแหล่จะมากสักเท่าไรก็เป็นแต่เพียงกระจกเงาเท่านั้น หาใช่ตัวจริงไม่ ด้วยเหตุนี้สาวกของพระพุทธองค์จึงได้สำเร็จมรรคด้วยอุบายแปลกๆ ไม่เหมือนกัน 

ขนาดแสงไฟในดวงเทียนจะมีธรรมอะไร ใครๆ เขาก็ใช้กันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง ก็ไม่เห็นจะวิเศษวิโสได้สำเร็จมรรคผลอะไร แต่ภิกษุณีชื่อ ปฏาจารา จุดเทียนบูชาในวิหาร แล้วเพ่งดูแสงเทียน ยึดเอาอาการแสงเทียนพลุ่งขึ้นด้วยกำลังแรงไฟ แล้วย่อยยับๆ ลงมาด้วยความอ่อนกำลังของมันเอง อยู่อย่างนั้นเป็นอารมณ์ น้อมเข้ามาเทียบกับอายุขัยและวัยในอัตภาพของตน จนเห็นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในสังขารทั้งหลาย ที่สุดจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์เพราะไฟนั้นนี้เป็นตัวอย่าง ท่านยกเอาแสงเทียนขึ้นมาพิจารณา เห็นเป็นของไม่เที่ยงตามลักษณะที่มันพลุ่งขึ้นแล้งย่อยยับหดตัวลงตามเป็นจริง แล้วหมดความลังเลสงสัยในธรรมทั้งปวง ธรรมอื่นๆ ไม่ต้องไปตามพิจารณา แต่มันมาปรากฏชัดในที่แห่งเดียวแล้ว

บัณฑิตสามเณรลูกศิษย์ของท่านพระสารีบุตร เห็นเขาไขน้ำให้มันไหลไปตามนา ท่านนำมาพิจารณาว่า น้ำเป็นของไม่มีจิตใจ แต่ก็ไหลไปตามนาได้ตามประสงค์ จิตของเราเมื่อทรมาณให้อยู่ในอำนาจก็จะทำได้ เห็นเขาถากไม้ดัดลูกศร เขาหลิ่วตาข้างเดียวดูที่คดที่ตรง ท่านก็นำมาพิจารณาว่า ผู้ฝึกจิตถ้าทำจิตให้มีอารมณ์หลายอย่าง ก็จะสงบไม่ได้และไม่เห็นสภาพของจิตตามเป็นจริง ถ้าทำจิตให้ดิ่งแน่วแน่อยู่ในอารมณ์อันเดียวแล้ว จิตก็มีกำลังเบ่งรัศมีแห่งความสว่างออกมาเต็มที่ มองสภาพของจิตตามเป็นจริงได้ ว่าอะไรเป็นจิต อะไรเป็นกิเลส อะไรเป็นของควรละ ผลที่สุดท่านก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์เพราะอุบายอันนั้น นี่แหละความละเอียดและเป็นธรรมมิใช่อยูที่อุบาย แต่อยูที่จิต อบรมถูกจนจิตเป็นภาวนาสัมมาสมาธิแล้ว อุบายทั้งหลายที่หยิบยกขึ้นมาพิจารณานั้น ไม่ว่าหยาบและละเอียดก็จะได้ปัญญามีคุณค่าให้สำเร็จมรรคผลเป็นที่สุดเช่นเดียวกัน

ฉะนั้นทุกๆ คนเมื่อเราหยิบยกเอาอุบายอันใดขึ้นมาพิจารณา เห็นชัดจนแจ่มแจ้งแล้ว แม้แต่ครั้งเดียวก็ตามขออย่าได้ทอดทิ้งให้นำเอาอุบายนั้นแหละมาพิจารณาอีก จิตจะเป็นอย่างที่เคยเป็นมาแล้วหรือไม่ก็ตาม ขอให้ทำเรื่อยไปจนชำนาญ

ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือการเจริญสมาธิควรกระทำจนเกิดความชำนิชำนาญ แคล่วคล่องว่องไวจะยกอุบายอะไรขึ้นมาพิจารณาก็ยกมาได้ทันทีจะเข้าออกสมาธิก็ง่าย ทำให้สมาธิตั้งอยู่นานก็ได้ และเชี่ยวชาญในการกำหนดรู้อารมณ์ของสมาธิเป็นอย่างดี…”

โอวาทธรรม หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย (ขอบคุณลานธรรมจักร) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

วอนช่วยยาย-หลาน 9 ชีวิตถูกฟ้องยึดบ้านที่ดินต้องย้ายออกไร้ที่อยู่สิ้นเดือน ก.ค.นี้

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665101

วอนช่วยยาย-หลาน 9 ชีวิตถูกฟ้องยึดบ้านที่ดินต้องย้ายออกไร้ที่อยู่สิ้นเดือน ก.ค.นี้

วันพุธ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 19.30 น.

วันนี้ (6 ก.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 83/1 หมู่ 5 ต.ไกรใน อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย มียายอายุ 72 ปี ชื่อนางฉลอง จันทร์หอม อาศัยอยู่กับลูกสาว ลูกเขย และหลานๆอีก 5 คน รวมทั้งหมด 9 ชีวิตกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักหลังถูกเจ้าหนี้ฟ้องยึดบ้านและที่ดินจำนวน 3 งาน 6 ตารางวา ประกาศขายทอดตลาด และเจ้าของคนใหม่แจ้งขอให้ย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าว ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2565 นี้ ซึ่งทั้งหมดก็ยังไม่รู้ว่าจะย้ายไปอาศัยอยู่ที่ไหน

น.ส.ศิวภร จันทร์หอม อายุ 41 ปี ลูกสาวของยายฉลอง เปิดเผยว่า ในบ้านหลังนี้มีอาศัยอยู่ร่วมกันทั้งหมด 9 คน คือ แม่และตนกับสามี, ลูกชายที่เป็นทหารเกณฑ์เพิ่งปลดประจำการ, ลูกสาวเรียนชั้น ม.3 และน้องสาวตนเองกับลูกๆของเขาอีก 3 คน (ชายเรียนชั้น ม.2-หญิงเรียนชั้น ป.3 และชั้นอนุบาล) ตนเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไปและเก็บดอกอัญชันขาย ส่วนสามีรับจ้างก่อสร้าง ทำงานหาเลี้ยงคนในครอบครัวทั้งหมด

กรณีถูกเจ้าหนี้ฟ้องยึดบ้านที่ดิน และประกาศขายทอดตลาด เหตุเกิดเมื่อปี 2562 เนื่องจากพ่อ (เสียชีวิตแล้ว) ได้นำโฉนดที่ดินไปจำนอง ซึ่งตนกับแม่ก็เพิ่งทราบตอนมีหมายศาลมาถึงที่บ้านแล้ว และก็จนปัญญาที่จะหาเงินมาใช้หนี้แทน ทำให้ตอนนี้ทุกคนในบ้านเครียดมาก ทั้งลูกทั้งหลานและแม่ก็ได้แต่ร้องไห้เสียใจ พยายามดิ้นรนทุกอย่างเพื่อหาเงินจำนวน 120,000 บาท มาซื้อคืนที่ดิน ซึ่งเจ้าของคนใหม่เขาขอแค่ทุนคืน ไม่ได้ค้ากำไร แต่ก็ยังหาเงินไม่ได้ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหนด้วย คิดอะไรไม่ออก ชีวิตมันมืดตันไปหมด

ทั้งนี้ ผู้ใจบุญที่ต้องการช่วยเหลือยายกับหลานๆ และคนในครอบครัวทั้ง 9 ชีวิต ร่วมกันคนละเล็กน้อยช่วยซื้อที่ดินคืนได้ที่ ธ.ก.ส. ชื่อเพื่อนางฉลอง  จันทร์หอม บัญชีเลขที่ 020104777953 หรือโทรสอบถาม น.ส.ศิวภร (ลูกสาวยายฉลอง) เบอร์ 080-1007727

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นศ.มทส.เรียนจบแล้ว ที่บ้านจัดหนักมอบโฉนดที่ดินให้ 1 พวงใหญ่ไปเลยจ้า

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665064

นศ.มทส.เรียนจบแล้ว ที่บ้านจัดหนักมอบโฉนดที่ดินให้ 1 พวงใหญ่ไปเลยจ้า

วันพุธ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 18.16 น.

6 ก.ค.65 เพจเฟซบุ๊ก Suranaree University of Technology ได้โพสต์ภาพนักศึกษาซ้อมใหญ่วันรับปริญญาบัตร ซึ่งที่บ้านจัดหนักๆให้เลยโดยการนำโฉนดมาให้ 1 พวงใหญ่แบบจุกๆ ถือเป็นการสร้างสีสันให้กับคนที่พบเห็น 

โดยข้อความระบุว่า “จบแล้ว!! ก็รับโฉนดที่ดินไปเลยซิจ้ะ  สีสันวันซ้อมใหญ่ พิธีพระราชทานปริญญาบัตร มทส. ขอแสดงความยินดียินดีกับบัณฑิตทุกท่านนะคะ”

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Suranaree University of Technology

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชำแหละครบรอบ 1 ปี’หมิงตี้เคมิคอล’หลังเพลิงสงบ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665043

ชำแหละครบรอบ 1 ปี'หมิงตี้เคมิคอล'หลังเพลิงสงบ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

วันพุธ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 17.15 น.

6 กรกฎาคม 2565 ในงานเสวนา “ครบรอบ 1 ปี หมิงตี้เคมิคอล หลังเพลิงสงบ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน” สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 มิ.ย. 2565 ที่ผ่านมา

รศ.ดร.พนิต ภู่จินดา นายกสมาคมนักผังเมืองไทย กล่าวถึงข้อถกเถียงกรณีโรงงานที่ประกอบกิจการเสี่ยงอันตรายซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่มาก่อนชุมชน ในเวลาต่อมาเมื่อเมืองหรือชุมชนขยายเข้ามาประชิดติดใกล้โรงงาน แล้วได้รับความเดือดร้อนจากโรงงาน ใครเป็นฝ่ายผิด-ฝ่ายถูกว่า ตาม พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562 มาตรา 37 หรือในกฎหมายเดิมฉบับปี 2518 อยู่ในมาตรา 27 สาระสำคัญคือกำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามกรอบผังเมืองเท่านั้น จะใช้ขัดกับผังเมืองไม่ได้ แต่ก็ยกเว้นให้สำหรับการใช้ประโยชน์ที่ดำเนินการก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้ หรือก็คือก่อนมีผังเมือง ซึ่งกรณีของ บ.หมิงตี้ฯ หากไปดูภาพถ่ายในปี 2532 ที่เริ่มตั้งโรงงาน พื้นที่โดยรอบมีแต่บึง บ่อปลาและทุ่งนาข้าว เท่ากับโรงงานตั้งใจอยู่นอกเมืองอยู่แล้ว

กระทั่งในเวลาต่อมา หากมีความเปลี่ยนแปลงที่ขัดกับสาระสำคัญของการวางผังเมือง ซึ่งประกอบด้วย 3 เรื่อง คือ 1.ความปลอดภัยสาธารณะ 2.ความเป็นอยู่ที่ดีสาธารณะ และ 3.สุขอนามัยสาธารณะ คณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดมีอำนาจกำหนดให้แก้ไขเ ปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่ระงับการใช้ประโยชน์นั้นได้ ซึ่งกรณีของ บ.หมิงตี้ฯ ขัดชัดเจน เพราะในปี 2537 ผังเมืองบริเวณที่ตั้งโรงงานกลายเป็นเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (สีส้ม) และปี 2544 ผังเมืองกลายเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) แต่ก็ต้องมีมาตรการชดเชยผลกระทบกับโรงงานด้วย

“วรรคสาม (พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562 มาตรา 37) บอกให้กำหนดค่าทดแทน หมิงตี้บอกผมอยู่มาก่อน วันที่ผมอยู่ถูกต้องไม่ผิด เมืองขยายมาแล้วผมผิดหรือ? สมมติโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งตั้งถูกต้องส่งเสียงดัง ชุมชนมาอยู่โดยรอบโวยวายว่าส่งเสียงดัง ต้องสร้างกำแพงกันเสียง ใครจ่าย? วันที่ผมอยู่ผมถูก ดังนั้นค่าตอบแทนคือยาขม คนมาอยู่ทีหลังต้องจ่ายตามหลักการ แล้วใครจ่าย? คนรอบๆ จ่ายไหม? นั่นคือต้นเหตุของปัญหา” รศ.ดร.พนิต กล่าว

รศ.ดร.พนิต กล่าวต่อไปว่า กลไกทางกฎหมายมีอยู่ วันที่ บ.หมิงตี้ฯ มาอยู่ไม่ผิด ถ้าจะต้องทำอะไรสักอย่าง กฎหมายกำหนดให้คนที่มาอยู่ทีหลังต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการผังเมือง แต่เป็นกฎหมายที่ใช้จริงไม่ได้ในทางปฏิบัติเพราะไม่มีใครอยากจ่าย แต่พอมีปัญหาก็มาโทษผังเมือง

ทั้งนี้ ทุกเมืองใหญ่ของโลกล้วนมีพลวัติ แต่ละเมืองไม่ได้กระพริบตาแล้วเกิดขึ้นมาทันที แต่มีช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป ก่อนหน้านี้เมืองอาจมีขนาดเล็กและโรงงานอุตสาหกรรมก็อยู่นอกเมืองเพราะโรงงานก็ไม่อยากมีปัญหา แต่วันหนึ่งเมืองขยายตัวออกไป จึงเกิด 2 ปัญหา ด้านหนึ่งคือโรงงานไม่ได้ถูกย้ายออกไป อย่างเมื่อสมัยที่ตนเป็นเด็ก จะคุ้นชินกับภาพโรงงานสิ่งทอตามแนวถนนเพชรเกษม

เช่น บริเวณใกล้วงเวียนอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปัจจุบันโรงงานย้ายออกไปเกือบหมดแล้ว มีเพียงไม่ที่โรงที่ยังอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เมืองต้องวิเคราะห์เพื่อหาทางให้โรงงานย้ายออกไป โดยหากดูจากกรณีของกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงประเทศจีน ที่เกิดปัญหาฝุ่น 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ทางการจีนหามาตรการสนับสนุนให้กิจการที่ไม่จำเป็นย้ายออกไปอยู่นอกเมือง อย่างไรก็ตาม ต้นเหตุอีกด้านของปัญหาคือทุกคนอยากให้ที่ดินของตนเองมีการพัฒนา

“ในหลักการวางผังเมืองของพวกผม วันนี้ต้องสร้าง Compact City เมืองที่กะทัดรัดเหมาะสม กรุงเทพฯ 1,500 ตารางกิโลเมตร ประชากรที่อยู่ในทะเบียน 5.9 ล้านคน ผมแถมประชากรแฝงให้เป็น 10 ล้านเลยนะ แม้ว่าสภาพัฒน์ คุณมาดี จะสำรวจมาแล้ว 8 ล้าน ผมแถมให้เป็น 10 ล้าน แปลว่าอะไร แปลว่า 10 คนต่อไร่ 1 ไร่ มีแค่ 10 คนเอง เป็นมหานครที่มีความหนาแน่นน้อยที่สุดในโลกมหานครหนึ่ง แต่เราแผ่ขยายเมืองออกไปมากๆ จนไปชนกับอุตสาหกรรมและพื้นที่เกษตรชั้นดีที่อยู่นอกเมือง” รศ.ดร.พนิต ระบุ

รศ.ดร.พนิต ยังกล่าวอีกว่า ในขณะที่บอกว่าโรงงานเป็นฝ่ายผิด ก็ต้องย้อนมองกลับมาเช่นกันว่า มหานครในโลกนี้ไม่มีที่ใดความหนาแน่นต่ำขนาดนี้ 10 คนต่อไร่ เท่ากับ 1 ไร่ หรือ 400 ตารางวา มีบ้าน 4 หลัง หากหักถนนและสวนสาธารณะออก จะได้บ้านหลังละ 75 ตารางวา กรุงเทพฯ รองรับได้ แต่สิ่งที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้เพราะทุกคนบอกว่าที่ดินของตนต้องได้รับการพัฒนา

อย่างกรณี บ.หมิงตี้ฯ ที่ตั้งมาก่อนการจัดทำผังเมือง เมื่อเริ่มจัดทำผังเมืองครั้งแรกก็กลายเป็นเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะเจ้าของที่ดินบริเวณดังกล่าวเรียกร้อง และผู้วางผังเมืองก็ย้ำแล้วว่าหากจะไปอยู่อาศัยกันจริงๆ ก็ต้องทำตามกฎหมายผังเมืองด้วย นั่นคือต้องจ่ายเงินให้โรงงานอุตสาหกรรมจัดทำระบบป้องกัน หรือให้โรงงานย้ายออกไป ซึ่งตอนจะเอาก็บอกว่าได้ ถึงเวลาต้องเก็บเงินจ่ายจริงๆ เพื่อป้องกันผลกระทบกับตนเองกลับไม่มีใครยอมจ่าย สรุปได้ว่าประเทศไทยเป็นดังนี้ก็เพราะคนไทยเป็นดังนี้

ทั้งนี้ พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2562 มาตรา 37 ระบุว่า ในเขตที่ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว ห้ามบุคคลใดใช้ประโยชน์ที่ดินผิดไปจากที่ได้ กำหนดไว้ในผังเมืองรวม หรือปฏิบัติการใดๆ ซึ่งขัดกับข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินของผังเมืองรวมนั้น ,

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินได้ใช้ประโยชน์ที่ดินมาก่อนที่ผังเมืองรวมจะใช้บังคับในพื้นที่นั้น และจะใช้ประโยชน์ที่ดินเช่นนั้นต่อไป แต่ถ้าคณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดเห็นว่าการใช้ประโยชน์ที่ดินเช่นนั้นต่อไปเป็นการขัดต่อนโยบายของผังเมืองรวม ในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะ ความปลอดภัยของประชาชน สวัสดิภาพของสังคม หรือประโยชน์สาธารณะ

คณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดมีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือระงับการใช้ประโยชน์ที่ดินเช่นนั้นต่อไป การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขดังกล่าว ให้คำนึงถึงกิจการที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน สภาพของที่ดินและทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน การลงทุน ประโยชน์ หรือความเดือดร้อนรำคาญที่ประชาชนได้รับจากกิจการนั้น ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัด เชิญเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินมาแสดงข้อเท็จจริงและความคิดเห็นประกอบด้วย ,

การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามวรรคสอง หากเกิดความเสียหายหรือเสื่อมสิทธิที่ได้รับอยู่เดิมของเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน ให้กำหนดค่าทดแทนอันเกิดแต่การนั้น ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดโดยคำแนะนำของคณะกรรมการผังเมือง ,

เมื่อได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามวรรคสองและก าหนดค่าทดแทนตามวรรคสามแล้ว ให้คณะกรรมการผังเมืองหรือคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายทราบ เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งไม่เห็นด้วยมีสิทธิอุทธรณ์ได้ ตามมาตรา 90

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สมาชิกใหม่! ‘สวนสัตว์โคราช’ เปิดภาพ ‘ลูกค่างห้าสี’ ในอ้อมกอดแม่น่ารักน่าเอ็นดู

Posted on July 7, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/665016

สมาชิกใหม่! 'สวนสัตว์โคราช' เปิดภาพ 'ลูกค่างห้าสี' ในอ้อมกอดแม่น่ารักน่าเอ็นดู

วันพุธ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 16.20 น.

6 ก.ค.65 ที่สวนสัตว์นครราชสีมา ต.ไชยมงคล อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายธนชน เคนสิงห์ ผู้อำนวยการสวนสัตว์นครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ส่วนจัดแสดงจัดกิจกรรมต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกค่างห้าสี เพื่อส่งเสริมการตลาด สร้างภาพลักษณ์ และสร้างกิจกรรมให้เด็ก เยาวชน และครอบครัวได้มีส่วนในการทำกิจกรรมร่วมกันในกระบวนการขั้นตอนการเลี้ยงลูกค่างห้าสี สำหรับค่าห้าสีจัดเป็นค่างที่สวยงามที่สุดในโลก ตามตัวมีสีตัดกันถึง 5 สี ตัวและหัวมีสีเทา หน้าผากสีเทาดำออกแดง หนวดเคราและหางสีขาว ผิวหน้าสีเหลือง เป็นสัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์ ห้ามซื้อขาย

ขณะที่สวนสัตว์โคราช มีประชากรค่างห้าสีจำนวน 7 ตัว ล่าสุดแม่ค่างห้าสีชื่อ “สายน้ำ” กับพ่อชื่อว่า “สายชล” ได้ให้กำเนิดลูกน้อย 1 ตัว เป็นสมาชิกใหม่ตัวที่ 7 ในครอบครัว เพิ่งลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ตอนนี้อยู่ในความดูแลของแม่อย่างใกล้ชิด อุ้มลูกน้อยแนบอก ให้ลูกกินนมอยู่ตลอดเวลา มีพ่อค่างคอยดูแลระวังภัยอยู่ห่าง ๆ สภาพสมบูรณ์แข็งแรง เป็นภาพน่ารัก น่าชัง น่าเอ็นดูที่หาชมได้ยาก พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสวยงามของค่าห้าสีผ่านกรงลวดตาข่าย

อย่างไรก็ตาม สวนสัตว์โคราชเตรียมจัดกิจกรรมต้อนรับสมาชิกใหม่ ประกวดตั้งชื่อลูกค่างห้าสี ในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคมนี้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,943,592 hits

Join 4,116 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

สส.ส้มโยง'หลานทักษิณ' พันบริษัทฉาวที่ถูกสื่อนอกแฉ เป็นทางผ่านขายชิปให้จีน หลบเลี่ยงการแบนของสหรัฐ
“คิม จองอึน” ตรวจโรงงานผลิตปืนใหญ่รุ่นใหม่ เตรียมติดตั้งประจำการชายแดนเกาหลีใต้ภายในปีนี้
ระวังไทยประสบวินาศกรรม อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือน รัฐบาล ฟรีวีซ่า ทำเหตุ ปล่อยจีนซุกคลังแสง
เหมือนหลุดจากซีรีส์! นุ่น วรนุช แปลงโฉมเป็นสาวเกาหลีในชุดฮันบก
เปิดตัว16พ.ค. ปชป.สู้ศึกผู้ว่าฯกทม. ‘กรกสิวัฒน์’ลงอิสระ
พบแพทย์ปีละครั้งทำบ้านเกือบแตก เป๊ก สัณชัย ทำชาวเน็ตตาค้างทั้งโซเชียล..
นายกฯ ไม่ขอยุ่งปม บิ๊ก มท. ซัดนัว หลัง ฟ้อง 'ปลัด มท.' โยกย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย
กรมการข้าว เดินหน้า ปุ๋ย 70:30 นำร่อง 22 จังหวัด สู่เป้าหมาย นาข้าวคาร์บอนต่ำ 1 ล้านไร่
อ่านแล้วจุก! 'แม่หมู'เคลื่อนไหว เริ่มไม่ไหว4ปีแล้ว ปล่อยเค้าไปมีชีวิต ไม่รู้จะแทงพี่ซ้ำถึงไหน
'พร้อมพงศ์' วอนหยุดจองเวร 'ทักษิณ' เผยอายุ76 อยากเลี้ยงหลาน ไม่คิดเอาคืนใคร

Recent Posts

  • เกาหลีเหนือเตรียมติดตั้งปืนใหญ่อัตตาจรใหม่ใกล้ชายแดน กรุงโซลเสี่ยงอยู่ในรัศมีโจมตี
  • ศรีลังกากวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จับต่างชาติกว่า 260 คน ส่วนใหญ่เป็นจีนและเวียดนาม
  • “เคียร์ สตาร์เมอร์” เจอแรงกดดันหนัก หลังพรรคแรงงานพ่ายเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งใหญ่ทั่วสหราชอาณาจักร
  • WHO ยืนยันพบผู้ติดเชื้อ “ไวรัสฮันตา” แล้ว 6 ราย เสียชีวิต 3 ศพบนเรือสำราญ
  • ชาวเกาะเตเนริเฟไม่พอใจ เรือสำราญฮันตาไวรัสเตรียมเทียบท่าสเปน หวั่นเชื้อระบาด

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d