Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

ธรรมะวันอาทิตย์! ‘หลวงปู่แสง ญาณวโร’ เทศนา ‘ธรรมนำ พ้นทุกข์’

Posted on June 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659736

ธรรมะวันอาทิตย์! 'หลวงปู่แสง ญาณวโร' เทศนา 'ธรรมนำ พ้นทุกข์'

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.53 น.

 ธรรมะวันอาทิตย์ หลวงปู่แสง ญาณวโร เทศนา อบรม พระสงฆ์ – ฆราวาส เรื่อง ธรรมนำพ้นทุกข์  

ธรรมะวันอาทิตย์ ขอนำพระธรรมเทศนาของ หลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 105 ปี ต่อจาก อาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งเป็นตอนสุดท้าย ในโอกาสเทศนา อบรมพระสงฆ์ และ ฆราวาส เรื่อง ธรรมนำพ้นทุกข์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 ที่วัดป่าอิสิปตนมฤคทายวัน บ้านไก่คำ ตำบลไก่คำ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ จากหนังสือ “ แสงธรรม ส่องใจ“ 

โดย หลวงปู่แสง ญาณวโร เทศนาว่า บางครั้งก็รื่นเริงบันเทิงกับโภคทรัพย์ บางทีก็โมหะ สมาธินิดหน่อย ไม่รู้จะเอาอะไร มันหลายสิ่งหลายอย่างเกินไป โภคทรัพย์ก็เป็นของดีอยู่ อริยทรัพย์ก็เป็นของดีอยู่  แต่ดีต่างกัน  อริยทรัพย์ดีจะพาพ้นทุกข์ พ้นอยาก ไม่มา เกิด แก่ เจ็บ ตาย ในวัฏฎะสงสารอีกต่อไป เป็นงานที่สิ้นสุดแล้วไม่ยุ่งเหยิง ไม่มาเข้าท้องเข้าไส้ของใคร ไปเอือบน้ำพริก น้ำเกลืออยู่ในท้อง กว่าจะคลอดออกมา แสนทุกข์ทรมานจริงๆ ใครๆก็ออกมาจากท้องแม่ กว่าจะคลอดออกมาได้ ทั้งเลือดทั้งยางอะไร เหม็นสาบ เหม็นโขง เหม็นกุย ทางข้างบนฝากพรหมโลก ทางข้างล่างฝากอเวจีมหานรกโน่น มันหอมเกินไปนะ ก้อนของเรานั่งอยู่นี้ ก้อนของธาตุขันธุ์ บิดา มารดา ผสมกัน ไม่ใช่ของเรามีแต่นามธรรม จิตใจมาเทียวเกิดเทียวตาย มีแต่เข้าปฏิสนธิ ถ้ามีกิเลสเข้าปฏิสนธิ ในภาพนั้นภพนี้ต่อไป

ถ้ามันหมดกิเลสแล้วก็ไม่ได้เข้าอีก ล่ำลาพาจาก ปลอดเกษียณไปเลย ไม่ต้องมาเกี่ยวข้อง ถ้ามีอาสวะอยู่ มีกิเลสพัวพันอยู่ในหัวใจ ไปเข้าท้องคนโน้นคนนี้ บางทีทำความชั่วช้า ลามก ไปเข้าเป็นวัตว์เดรัจฉาน เข้าเป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน นรกโน้นละมันไกล ทางต่ำ ทางสูง ก็มาเป็นมนุษย์ ออกจากมนุษย์มาเป็นเทพบุตรบ้าง ผู้ชายก็เป็นเทวบุตร ผู้หญิงเป็นเทวดาเป็นอินทร์ เป็นพรหมไป ฟากอินทร์ ฟากพรหม จะไปไหนก็ไปเถอะ หมดทางจะไปมันหมดละ ทำให้มันจบก็ได้  ถ้าต้องการนำไปเกิด  ก็ได้ให้มันหมดมันสิ้นไป จะไปเรียนต่อปริญญาตรี โทร เอกอีกต่อไป

มันเอกอยู่พอแรงแล้ว ถ้าจัดเป็นหนึ่งมันเป็นเอกอยู่แล้ว ถ้าจิตไม่เป็นหนึ่ง มันว่าเอกอยู่วันยังค่ำคืนยังรุ่ง มันก็ไม่เป็นไป ถ้าจิตเป็นหนึ่งมันไมวุ่นวาย เอกแปลว่าหนึ่ง ถ้าจิตหลายความคิด ความปรุง ความแต่งทุกสิ่งทุกอย่างมันสับสนวุ่นวาย มันไม่เป็นหนึ่งเราพากันภาวนาไม่ก็ไม่ภาวนา มีแต่เอาความปรุงความแต่งมานึกมาคิด มาสับสนปนเปกัน ผลสุดท้ายเลยไม่รู้ชนรสชาติอะไร รสชาติของธรรมเอาชนะรสชาติทั้งปวง “สัมโมหเวรักขะติ ธัมมะจาริง สุขัง เสติ “ ถ้าได้ดื่มรสรสของธรรมเป็นของล้ำเลิศที่สุด ดื่มน้อยมีความสุขน้อย ดื่มมากมีความสุขมาก มหเธรรมไหลเข้าไปในดวงจิต สะสาง ล้าง ขัดสี เจียรนัยให้เกลี้ยงเกลา เหลาแหลม เอาสติขัด ได้เอาหินขัด เอายากันบูตกันเน่าอะไร เอายาขัดหาสีอะไรหรอกเอาสติเอาปัญญาขัดหัวใจเจ้าของปัญญาก็อยู่ที่หัวใจ สติก็อยู่ที่หัวใจ ศรัทธาก็อยู่ที่หัวใจ สติ สมาธิกอยู่ที่หัวใจ ถ้าไล่กิเลสออกถ้าไม่ไล่กิเลสออก มีแต่กิเลสเต็มหัวใจ กิเลสกับธรรมะจะเอาอะไรละ พระพุทธเจ้าสอนให้ พ้นทุกข์ พ้นยากในวัฏฏะสงสาร ใครเอาไปได้ก็เอาไป ใครเอาไปไม่ได้ก็ปล่อยวาง ตามยถากรรม  กรรมมมุนียา ยถาโลเก สัตว์โลกต้องเป็นตามกรรม กรรมดี กรรมชั่ว ใครทำอย่างไรก็รับไปอย่างนั้น มันแบ่งกันไม่ได้ ป้องกันได้ แต่ของภายนอก ข้าวของ เงินทอง ไร่นาสาโท ปันกันได้อยู่

สมบัติพัสถานทุกชิ้น ทุกส่วนปันกันได้อยู่ แต่คุณงามความดี เราสร้างเอาใครเอามัน ลูกจะสร้างให้แม่ก็ไม่ได้ สร้างให้พ่อก็ไม่ได้ มันจิตใจคนละดวง ถ้าทำให้กันได้ พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้องค์เดียวเท่านั้นแหละ ตรัสให้มันหมดเลย ความเมตตาของพระพุทธเจ้าหาประมาณไม่มิได้ อัปมาโนพุทโธ อุปมาโนธัมโม อัปมาโนสังโฆ หาประมาณไม่มีได้ มากกว่าพื้นปฐพิ มากกว่าดินฟ้าอากาศโน่น ภูเขาเลากออะไรมากกว่า กันหลายเท่า ถ้าทำให้กันได้ พระพุทธเจ้าทำให้แล้ว ไม่ต้องมาทำให้ยุ่งยากอะไรหรอก ไม่ต้องมานั่งปวดแข้งปวดขา ปวดหู ปวดตา ปวดตีน ปวดมือ อดหลับอดนอนอะไรหรอก  นี่ของใครของมัน ใครกินใครก็อิ่ม ใครเห็นใครก็รู้ ใครไม่เห็นก็เชื่อตามเขา เขาว่าผิดก็ผิดตามเขาเรื่อยไป คนไม่เชื่อตนมันเป็นอย่างนั้น ถ้าคนเชื่อตนเห็นด้วยตนเอง ปัจจัคคัง รู้เอง เห็นเอง ไม่ต้องไปเชื่ออะไรอีกต่อไปมันหมด ถ้าเป็นักปราชญ์บรรฑิต พูดขึ้นมามันถูกอยู่แล้ว ถ้าเราทำให้มันก็ถูกอยู่แล้ว จะไปศึกษาอะไรอีกต่อไป

มันไม่ใช่อยู่อื่นอยู่ไกล พูดของที่มันมีอยู่แล้ว กายก็มีอยู่ วาจาก็มีอยู่ ใจก็มีอยู่ เอานี้ประกอบความพากความเพียรให้มันเกิดให้มันมี สิ่งไม่มีให้มันเกิด สิ่งมีแล้วให้มันเจริญ ให้สมความมุ่งมาดปรารถนา อยากพ้นทุกข์ พ้นภัยไม่ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย อีกต่อไป สร้างไปเถอะ ไม่ขาดทุนสูญดอกหรอก พระพุทธเจ้า ไม่เคยโกหกพกลมเหมือนชาวโลก ชาวโลก มีแต่โกหกกัน บางคนก็ไม่โกหก แต่มันน้อยคน ที่สุดหาเป็นยาหยอดตาทั้งยาก ไม่โกหกมาก ก็โกหกน้อย คนอีสานโกหก แปลว่า “ ตั๋ว” ไทยเขาว่า โกหก พกลม ต้มตุ่นกัน ผลสุดท้าย ตั๋ว ต้ม ตัวก็มี… -008

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชวนชิม! ‘ซี่โครงบาบีคิวบิ๊กไซส์’ ซอสฉ่ำนุ่มละลายในปากที่ร้านตัวต่อคาเฟ่

Posted on June 14, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659731

https://www.naewna.com/likesara/659731

ชวนชิม! 'ซี่โครงบาบีคิวบิ๊กไซส์' ซอสฉ่ำนุ่มละลายในปากที่ร้านตัวต่อคาเฟ่

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.15 น.

วันนี้ “ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์” พาไปชิม “ซี่โครงบาบีคิวบิ๊กไซส์” ใหญ่เว่อร์วังอลังการ ราดด้วยซอสบาบีคิวสูตรเด็ดของทางร้าน พิถีพิถันทุกขั้นตอนปรุง อร่อย นุ่ม ละมุน ละลายในปาก เสิร์ฟพร้อมเมนูเสริมทัพอีกหลายราคาจับต้องได้ จะมาเดี่ยว มาคู่ หรือมาเป็นครอบครัวก็มีหลากหลายเมนูให้เลือกสรร ที่ร้านตัวต่อคาเฟ่ จุดเช็คอินแห่งใหม่ของ จ.พิษณุโลก

ทั้งนี้ ร้านตัวต่อ คาเฟ่ ตั้งอยู่เลขที่ 505/103 ถนนสนามบินเก่า ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก คาเฟ่น้องใหม่มาแรงแซงทางโค้งที่ใครผ่านมา จ.พิษณุโลก ต้องพลาดไม่ได้ที่จะมาลิ้มลอง ซี่โครงหมูบาบีคิวบิ๊กไซส์ ใหญ่เว่อร์วังอลังการ ราดฉ่ำๆ ด้วยซอสบาบีคิวสูตรเด็ดเฉพาะของทางร้าน อย่างเมนู “ซี่โครงหมูต่อใหญ่ต่อยหนักจัดเต็ม” ที่เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน กับอีกหลากหลายเมนูเสริมทัพ ที่จะมาคนเดียว มาเป็นคู่ หรือมาทั้งครอบครัว ก็มีให้เลือกสรร

นายธันยา ต่างพันธ์ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่าแต่เดิมตนยึดอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวแต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จนมาคิดว่าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไรดี ก็เลยคิดว่าเริ่มที่ของที่เราขอบทานจะดีกว่า ก็เลยคิดว่าเราชอบทานพวกเมนู ซี่โครงหมู สเต็ก บาบีคิว ไปทานร้านไหนก็ยังไม่ถูกใจ เลยคุยกันในครอบครัวว่าเรามาทำสิ่งที่เราชอบทานกับสูตรที่เราคิดค้นเองกันเถอะ ก็ใช้เวลาลองเทส ลองทำ ลองชิม ลองผิด ลองถูกอยู่ได้ประมาณ 1 เดือน ก็ลงตัวก็เลยเปิดร้านอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2565 ที่ผ่านมา ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก ลูกค้าให้ความสนใจมาชิมเมนูของทางร้านกันคึกคัก

นายธันยา ต่างพันธ์ บอกต่ออีกว่าเมนูอาหารที่เป็นซิกเนเจอร์ของทางร้านเป็นเมนูซี่โครงหมู ต่อใหญ่ต่อยหนัก เริ่มที่ไซส์ S ราคา 690 /M ราคา 790 /L ราคา 890 และสำหรับมาเป็นครอบครัวต้องเป็นเมนู “ต่อใหญ่ต่อยหนักจัดเต็ม” ราคา 1299 บาท ชุดนี้เป็นชุดพิเศษรวมเอาทุกอย่างมาไว้ในถาดยักษ์ ทั้งซี่โครง แซลม่อนสเต็ก ปีกไก่ ไส้กรอก หอยแมลงภู่ชีส และเครื่องเคียงต่างๆอีกเพียบ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารจานเดียว อย่างเมนูสเต็ก สลัด หอยแมลงภู่อบชีส บาบีคิว และอีกหลากหลายเมนู เสริมทัพด้วยเครื่องดื่ม ชา กาแฟ อิตาเลี่ยนโซดา ราคาเริ่มต้นที่ 40 บาทเท่านั้น

ทุกเมนูของทางร้านพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกวัตถุดิบต้องใหม่ สด สะอาด วันต่อวัน  นำมาทำความสะอาด แต่ง หมักด้วยเครื่องเทศสูตรพิเศษ จากนั้นนำไปอบประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ซี่โครงสุก ล่อน จากนั้นนำมาหมักกับน้ำซอสบาบีคิวสูตรเด็ดของทางร้านแล้วนะไปย่างต่ออีกประมาณ 20 นาที เพื่อให้ซอสซึมเข้าถึงเนื้อด้านในของซี่โครง จากนั้นก็ราดด้วยซอสฉ่ำๆอีกรอบก่อนยกเสิร์ฟบนถาดไม้ เสริมทัพด้วยออเดิร์ฟและเครื่องเคียงอย่าง แซลม่อนสเต็ก ปีกไก่ ไส้กรอก หอยแมลงภู่ชีส และเครื่องเคียงต่างๆอีกเพียบ เวลาทานแนะนำว่าต้องสวมถุงมือที่ทางร้านแจกให้แล้วสามารถแยกชิ้นซี่โครงใส่ปากทานได้เลย รับรอง นุ่ม ไม่เหนียว เนื้อล่อนจากกระดูก อร่อยละลายในปาก นอกจานี้เมนูอาหารจานเดียวก็มีให้เลือกมากมายอยากให้ได้ลองมาชิมกัน ส่วนบรรยากาศร้านก็เป็นแนวคาเฟ่ ห้องแอร์ มีที่จอดรถสะดวกสบาย รับออกงาน จัดเลี้ยงต่างๆ และสำหรับใครที่สนใจอยากติดต่อซื้อแฟรนไชส์ ทางร้านก็มีราคาพิเศษให้อีกด้วย

สำหรับใครที่อยากจะมาชิมซี่โครงหมูบาบีคิว แบบจัดหนัก จัดเต็ม บิ๊กไซส์ บึ้มๆ ของทางร้านก็สามารถแวะเวียนมาอุดหนุนได้ที่ร้าน “ตัวต่อ คาเฟ่” ร้านตั้งอยู่เส้นถนนสนามบินเก่า ก่อนถึงซอยเข้าโรงเรียนมาลาเบี่ยง 500 เมตร ร้านเปิดทุกวันไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00น. มาเป็นหมู่คณะ หรือสั่งชุด“ต่อใหญ่ต่อยหนักจัดเต็ม”สามารถโทรสั่ง หรือสำรองเมนูอาหารได้ก่อนเพื่อจะได้ไม่ต้องรอนาน ทางเพจ : ตัวต่อ คาเฟ่ หรือโทร 0958181229

.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม!‘หอยแมลงภู่’ริมชายหาดสมิหลา เก็บได้แล้ว

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659712

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม!‘หอยแมลงภู่’ริมชายหาดสมิหลา เก็บได้แล้ว

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 10.01 น.

เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม!‘หอยแมลงภู่’ริมชายหาดสมิหลา เก็บได้แล้ว

12 มิถุนายน 2565 ที่บริเวณชายหาดสมิหลา เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.สงขลา และเมื่อปลายเดือนมกราคม 2565 มีข่าวฮือฮาเกี่ยวกับหอยแมลงภู่บริเวณชายหาดสมิหลาที่ขึ้นตามโขดหินริมชายหาด ระหว่างศาลาไทยกับเสาหลักศุลกากร หลังโรงแรมบีพีสมิหลา ซึ่งเกาะตามโขดหินบริเวณที่น้ำทะเลท่วมถึง ทั้งนี้หอยแมลงภู่บริเวณนี้มีการวางไข่ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน และตุลาคม-ธันวาคมในขณะนี้หอยแมลงภู่เจริญเติบโตสามารถที่จะเก็บผลผลิตได้แล้ว

ในวันนี้จึงมีประชาชนที่ติดตามความเคลื่อนไหวของหอยแมลงภู่ มาทำการเก็บหอยแมลงภู่บริเวณโขดหินโดยใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง สามารถเก็บได้หลายกิโลกรัม (กก.) บางคนนำไปเป็นอาหาร แจกจ่ายเพื่อนบ้าน และหากเหลือมากก็จะนำไปขายในละแวกหมู่บ้าน

ทั้งนี้ ในช่วงนี้สามารถเก็บหอยแมลงภู่ได้ทุกวัน แม้ขนาดของหอยแมลงภู่จะยังไม่โตเต็มที่ก็ตาม แต่สามารถนำไปเป็นอาหารได้ หากผู้ที่มาเที่ยวชายหาดสมิหลาต้องการเก็บหอยแมลงภู่ ก็ต้องเตรียมชุดมาลงทะเลด้วย พร้อมมีดและตะกร้าใส่หอยแมลงภู่ ถุงมือด้วย เพราะจะต้องลงน้ำไปในทะเลริมชายหาดบริเวณโขดหิน ซึ่งจะมีประชาชนมาเก็บหอยแมลงภู่ทุกวันอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียเงินซื้อแต่อย่างใดเป็นหอยตามธรรมชาติ

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า หอยแมลงภู่ ที่พบเป็นการขยายพันธุ์ตามฤดูกาล เป็นการแพร่กระจายของหอยแมลงภู่ชนิด Perna viridis (Linnaeus, 1758) ขนาดเล็ก ความยาวเปลือก 2.2 ซม. ความกว้างเปลือก 1.3 ซม. อายุเฉลี่ยประมาณ 2 เดือน ยึดเกาะตามแนวโขดหินในบริเวณที่น้ำทะเลท่วมถึงช่วงระหว่างศาลาไทยกับเสาหลักศุลกากร คิดเป็นพื้นที่การแพร่กระจายประมาณ 2,217 ตารางเมตร เป็นการแพร่กระจายปกติตามฤดูกาลของหอยแมลงภู่ในพื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง

ทั้งนี้หอยแมลงภู่บริเวณนี้มีการวางไข่ได้ตลอดปี แต่มีช่วงฤดูวางไข่ที่หนาแน่นอยู่ 2 ช่วง คือ เดือนมีนาคม-เมษายน และตุลาคม-ธันวาคม และหากพื้นที่นั้นมีแหล่งอาหารพวกแพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ที่สมบูรณ์ คุณภาพน้ำและปัจจัยสิ่งแวดล้อมมีความเหมาะสม รวมถึงมีวัตถุที่เหมาะต่อการลงเกาะของตัวอ่อน ก็มีโอกาสพบการแพร่กระจายของหอยแมลงภู่ได้ ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเลอยู่ในเกณฑ์ปกติ

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปพิเศษ : สร้างสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย ความหวังหยุดยั้งวิกฤต Learning Loss

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659654

สกู๊ปพิเศษ : สร้างสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย  ความหวังหยุดยั้งวิกฤต Learning Loss

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“การอ่าน” คือรากฐานของชีวิต แต่ในประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่มาก หลายครอบครัวไม่มีหนังสือในบ้าน เข้าไม่ถึงหนังสือที่มีคุณภาพ ดังนั้นแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดเวทีพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย “สานพลังร่วมหยุดวิกฤต Learning Loss จากปฏิบัติการทางสังคมสู่ข้อเสนอนโยบาย”

ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอาฟีฟี อัซซอลีฮีย์ รองคณบดีคณะวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี และประธานเครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้ ระบุว่า การขับเคลื่อนการสร้างเสริมพลังการอ่าน เป็นอีกหนึ่งสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นและประสบผลสำเร็จในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วย 5 หลักการ คือ

1.การมีเครือข่ายที่เข้มแข็ง หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการในพื้นที่ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสานการทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน เพื่อขับเคลื่อนส่งเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ก่อนจะมีการรวมตัวเป็น “เครือข่ายพลังอ่านชายแดนใต้” ครบ 4 ปี

2.มีการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีคุณภาพ และพัฒนาต่อเนื่อง มุ่งไปที่การพัฒนาทรัพยากรบุคคล โดยใช้“การอ่าน” เป็นสื่อในการพัฒนา เริ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย ตลอดจนพ่อ แม่ ผู้ปกครอง

3.มีการใช้ความรู้ งานวิจัยขับเคลื่อนหรือชี้เป้าให้การทำงานง่ายขึ้น หารูปแบบหนังสือที่เหมาะสมเพื่อนำมาใช้พัฒนาคนในพื้นที่ ตัวอย่างงานวิจัยสำคัญคือการแจกหนังสือนิทานชื่อ “จ๊ะเอ๋” ให้พ่อแม่นำไปอ่านให้ลูกฟัง พบข้อมูลสำคัญ คือ 1.ผู้ปกครองจะเลือกอ่านหนังสือให้ลูกฟังเพราะหนังสือสวยงามน่าอ่าน 2.มีการแปลเป็นภาษามลายูรูปเขียน 3.สอนวิธีเล่นวิธีดูแลลูก 4.ชอบอ่านหนังสือเป็นทุนเดิม

ขณะที่ อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ปกครองไม่อ่านหนังสือให้เด็กฟังคือ 1.ไม่มีเวลา 2.ไม่มีหนังสือให้อ่าน 3.มีกิจกรรมอื่นน่าสนใจกว่า 4.ไม่รู้วิธีอ่าน และ 5.ผู้ปกครองบางส่วนอ่านหนังสือไม่ออก

4.ภาครัฐให้การสนับสนุน ล่าสุดศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้รับเอาข้อเสนอต่างๆ ไปขับเคลื่อนต่อ อีกทั้ง เลขาธิการ ศอ.บต. ยังประกาศว่า จะมีการจัดสรรหนังสือ 5 เล่ม ให้ครอบครัว การพัฒนาบุคลากร การจัดทำระเบียบต่างๆ ประสานภาคีต่างๆ เป็นต้น

5.ศรัทธา ซึ่งในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิมเรามีศรัทธาร่วมกัน เชื่อว่า การอ่านคือสิ่งสำคัญที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อขับเคลื่อนการอ่านเชื่อมโยงศรัทธาของศาสนา อิกเราะห์จงอ่าน มีการจัดมุมหนังสือตามมัสยิดในเดือนรอมฎอนและมีบริบทพื้นที่ทางวัฒนธรรม วัด โบสถ์ โดยเน้นหนังสือที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ เช่น หนังสือที่เชื่อมศรัทธาส่งเสริมให้คนไปฉีดวัคซีน เป็นต้น

นางสาวทัทยา อนุสสรราชกิจ เครือข่ายเชียงใหม่อ่าน กล่าวว่า การอ่านจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก ให้มีรากฐานแข็งแรง ซึ่งในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ใช้กระบวนการ “อ่านทั้งเมืองเรื่องเดียวกัน” พัฒนาคุณครูให้รู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมือง การสร้างเมืองที่มีประชากรรักท้องถิ่น เข้าใจท้องถิ่น และขยับไปสู่การทำ“นิทานสร้างเมือง” จากนั้นก็จัดหาหนังสือให้พอกับคุณครูในพื้นที่กว่า 800 คน เพื่อใช้เป็นสื่อในการส่งเสริมการอ่าน

นอกจากนี้ยังทำงานร่วมกับชนเผ่า กลุ่มชาติพันธุ์ เครือข่ายกลุ่มคนวัยใส หรือพ่อแม่วัยรุ่นที่ออกจากโรงเรียนก่อนเวลาอันควร เป็นคนไม่รักเรียน ไม่รักการอ่าน พอส่งเสริมให้อ่านหนังสือให้ลูกฟังแล้วพบว่าพ่อแม่ มีความภูมิใจในตัวเอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมวางโทรศัพท์เพื่อมาอ่านหนังสือให้ลูกฟัง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงการกินอาหารของลูก ทำให้มีโภชนาการที่ดีขึ้น สิ่งดีๆ เกิดขึ้นโดยไม่ต้องบีบบังคับ แต่เกิดจากพลังอันอ่อนโยนของหนังสือนิทาน

ส่วนพื้นอื่นๆ เช่น จังหวัดพะเยา ใช้พลังพระสงฆ์สร้างความเข้าใจกับเด็กและผู้ปกครอง, จังหวัดลำปางแจกหนังสือ 3 เล่ม พร้อมส่งเสริมให้พ่อแม่เข้าใจการใช้หนังสือ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) เห็นพลังนิทานสร้างการเปลี่ยนแปลง และนำไปสู่การสนับสนุนการแจกหนังสือให้เด็ก

“หนังสือนิทานเล่มเล็กๆ ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงทั้งสังคม เกิดความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ สร้างพลังการอ่านหนังสือ แก้ปัญหาการอ่านหนังสือไม่ออก การมีโภชนาการที่ดีขึ้น โดยเกิดการขยับทั้งในและนอกโรงเรียนมี “ห้องสมุดรังไหม” นำหนังสือออกไปหาคนด้อยโอกาสตามพื้นที่ห่างไกล แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ในประเทศไทยที่ยังเข้าไม่ถึงหนังสือ จึงอยากเห็นนโยบายภาครัฐที่ส่งเสริมให้มีหนังสือในทุกบ้าน นโยบายทำให้พื้นที่ชุมชน พื้นที่สาธารณะมีหนังสือให้คนเข้าถึง และนโยบายสนับสนุนคนทำงานด้านการอ่านให้ทำงานเจาะลึกถึงฐานราก”

ดร.ทินสิริ ศิริโพธิ์ เจ้าหน้าที่ด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัยองค์การยูนิเซฟประเทศไทย กล่าวว่า ข้อมูลที่องค์การยูนิเซฟร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ศึกษาว่าเด็กต่ำกว่า 5 ปี มีหนังสือสำหรับเด็กอย่างน้อย 3 เล่มมีจำนวนมากน้อยแค่ไหน พบว่ามีน้อยมากโดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 23% ภาคใต้ 29% ภาคเหนือ 36% ภาคกลาง 42% และกรุงเทพฯ 56% แม้กรุงเทพฯ จะพบว่า เด็กมีหนังสือในบ้านมากที่สุด แต่ก็ถือว่าสัดส่วนน้อยมาก อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง

และเมื่อดูถึงผลกระทบที่ให้เด็กอยู่กับมือถือ ซึ่งมีอัตราเฉลี่ยการใช้ในประเทศภาพรวมอยู่ที่ 53% พบว่ามีผลกระทบทำให้เด็กพูดไม่รู้เรื่องสื่อสารไม่เข้าใจ แต่เมื่อให้เด็กลดการใช้มือถือ หรือไม่มีมือถือเลยก็พบว่าเด็กสามารถมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น จึงมีข้อแนะนำว่าให้เด็กเล่นมือถือได้เพียง 1 ชั่วโมงต่อวัน แต่เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบไม่ควรอยู่กับจอ และต้องมีผู้ปกครองอยู่ด้วย

“ที่เราต้องส่งเสริมการอ่านมากขึ้นเพราะจากการเก็บพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ภาพรวม 93% แยกเป็นพัฒนาการทางด้านกายภาพได้ 99% สังคมอารมณ์ 85% การเรียนรู้ 99% แต่ที่ด้อยที่สุดคือพัฒนาการด้านการอ่านออกคือการรู้จักตัวเลขหรือรู้จักตัวอักษร มีเพียง 61% ดังนั้นต้องมีนโยบายในด้านนี้มากขึ้น”

จากการที่ยูนิเซฟร่วมกับมูลนิธิสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านและสพฐ.ในโครงการ Every child can Read นำร่องพัฒนา
เด็กเล็กต้นแบบ 14 แห่งใน กทม. พบว่าเด็กมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นมีจินตนาการมากขึ้น รู้จักคำศัพท์มากขึ้น มีสมาธิมากขึ้น เห็นภาพพัฒนาการดีขึ้นชัดเจน

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย มีหน้าที่ในการสนับสนุนให้องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บริการสาธารณะแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและตรงตามความต้องการ โดยงบประมาณด้านการอุดหนุนด้านการศึกษาโดยเฉพาะการจัดซื้อหนังสือให้เด็กปฐมวัยจะได้รับการจัดสรรทุกปี จำนวน 200 บาท/คน/ปี ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมในพื้นที่ สิ่งสำคัญคือ การส่งเสริมผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง

“หากอยากให้ อปท.ส่งเสริมการอ่าน สร้างห้องสมุด หรือซื้อหนังสือให้เด็กได้อ่าน เวลาไปประชุมประชาคมก็ขอให้แจ้งความต้องการได้เลย เท่าที่ทราบเวลาประชุมประชาคมเพื่อรับฟังปัญหาความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ต้องการถนน ประปา ไฟฟ้า แทบไม่ได้ยินเลยว่าผู้ปกครองต้องการหนังสือต้องการห้องสมุด
ดังนั้นส่วนสำคัญต่อไปก็คือการสร้างการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ผู้ปกครอง ให้ความสนใจกับการอ่านหนังสือให้เด็กฟัง”

นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน สสส. กล่าวว่า เป็นเวลา 2 ปีกว่าที่ตนรู้สึกหดหู่ เพราะเด็กไทยพัฒนาการถดถอยอย่างมาก งานวิจัยต่างๆ ทั่วโลกบอกว่าเด็กเราถดถอยทั้งทักษะทางสังคมทักษะชีวิตรวมถึงพัฒนาการทางด้านสมองไปไม่น้อยกว่า 2-4 ปี เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก

ในขณะที่ PISA ที่ตรวจวัดเกณฑ์ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศต่างๆ พบว่าประเทศไทยมีคะแนนรั้งท้าย พร้อมเฉลยว่า เหตุที่เด็กในหลายประเทศทั่วโลกมีขีดความสามารถ มีคะแนนสูงมาก เพราะพ่อแม่อ่านหนังสือให้ฟังตั้งแต่เด็กมีหนังสือที่บ้านจำนวนมาก แต่ประเทศไทยจะไม่สามารถทำอย่างนี้ได้เลยถ้าไม่ประกาศนโยบายเร่งด่วนว่าจะหยุดวิกฤตภาวะ“การเรียนรู้ถดถอย” หรือ Learning Lost ของเด็กด้วย “นโยบายสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย” สร้างความรู้ความเข้าใจทุกๆครอบครัวจูงใจให้เข้ามาทำงานร่วมกัน

“วันนี้เครือข่ายเราเริ่มมีความหวังมากขึ้น เพราะหลายองค์กรพร้อมขยับให้ร่วมมือทั้งการประกาศนโยบายการสานพลังเปิดพื้นที่รับนโยบายนี้และดำเนินการทันที โดยที่เราอาจจะไม่ต้องร้องขอในรอบที่ 2 ดังนั้นนี่จึงถือเป็นความหวังใหม่ สิ่งที่ร่วมกันทำทั้งประเทศถูกทิศถูกทาง แต่จะยั่งยืน สร้างการเปลี่ยนแปลงได้ต้องสร้างมาจากพื้นที่มาจากฐานราก ซึ่งคือความต้องการของประชาชน”

ที่ผ่านมารัฐบาลเคยมีนโยบาย Book Start ในขณะที่ยังเตรียมคนไม่พร้อมแต่ตอนนี้คนพร้อมแล้ว ภาคีมีความพร้อมและรู้ถึงกลยุทธ์ที่จะทำให้ทุกคนทุกครอบครัวลุกขึ้นพร้อมกันทั้งแผ่นดินขอเพียงรัฐบาลประกาศนโยบาย ทุกจังหวัดประกาศนโยบายร่วมกัน พร้อมทั้งให้การสนับสนุนงบประมาณ พัฒนาบุคลากร เชื่อว่าเด็กไทยจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้นหยุดพัฒนาการที่ล่าช้ามาตลอด 10 กว่าปีด้วยวิธีการง่ายๆ คือ “สวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย”

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

พ่อแม่เตรียมตัวอย่างไร เมื่อลูกต้องกลับสู่โรงเรียน

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659660

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กว่า 2 ปี กับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ เศรษฐกิจ รวมถึง“การศึกษา” เนื่องจากต้องปรับเปลี่ยนการเรียนการสอนไปเป็นระบบออนไลน์ ที่พบปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยครัวเรือนที่ฐานะไม่ดีนักหรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลเข้าไม่ถึงเครื่องมือ เช่น มือถือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ แท็บเลต ตลอดจนสัญญาณอินเตอร์เนตความเร็วสูง ขณะเดียวกัน การเรียนออนไลน์อย่างไรเสียก็ไม่สามารถทดแทนประสบการณ์ของการไปเรียนที่โรงเรียน ที่มีบรรยากาศของการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันระหว่างครูและเพื่อนนักเรียน

แต่ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนได้กลับมาเปิดสอนอีกครั้ง ด้วยสถานการณ์โรคระบาดที่เริ่มคลี่คลาย โควิด-19 เตรียมกลายเป็นเพียงโรคประจำถิ่น จึงต้องมีการช่วยให้เด็กๆ ได้ปรับตัวหลังจากที่อยู่แต่บ้านกันมานานโดยเมื่อเร็วๆ นี้ เฟซบุ๊คแฟนเพจ “Net PAMA: เน็ตป๊าม้า”ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดบรรยาย (ออนไลน์) หัวข้อ “ดูแลใจลูก เมื่อต้องเรียน onsite” โดยมี พญ.วิมลรัตน์ วันเพ็ญ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 มาเป็นผู้ให้ความรู้พ่อแม่ผู้ปกครอง

พญ.วิมลรัตน์ กล่าวว่า ผู้ปกครองจะต้องรู้นิสัยของเด็กก่อน พอเปิดเรียนจะมีทั้งเด็กที่อยากไปเรียนและไม่อยากไปเรียน และจะต้องดูพื้นฐานอารมณ์ของเด็กว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเด็กแต่ละคนมีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งเด็กบางคนมีนิสัยที่ไม่เหมือนพ่อแม่ แต่เหมือนญาติพี่น้อง และเด็กบางคนมีนิสัยที่ปรับตัวง่าย ซึ่งกลุ่มนี้ไม่ค่อยมีปัญหา แต่กลุ่มที่มีปัญหาเมื่ออยู่นอกบ้านคือ “เด็กที่ปรับตัวช้า” ซึ่งเป็นเด็กที่ปรับตัวได้แต่จะต้องใช้เวลา

“พื้นฐานของเด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่ชอบกังวล จึงทำให้เวลาเด็กอยู่บ้านแล้วสบายใจ นอกจากนี้จะต้องแยกเด็กเล็กกับเด็กโตด้วย เพราะว่าถ้าเด็กไม่เคยไปโรงเรียน เช่น เด็กเพิ่งเข้าอนุบาลครั้งแรก หรือเปิดเรียนแล้วเรียนออนไลน์เลย ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องให้เวลาปรับตัว แต่สำหรับอีกกลุ่มที่เป็นเด็กโตแต่ปรับตัวยาก นอกจากที่ผู้ปกครองมีความกังวลแล้วจะมีเกิดอารมณ์หงุดหงิดด้วย จึงทำให้ผู้ปกครองควรใช้ความอดทนเพิ่มขึ้นด้วย” พญ.วิมลรัตน์ ระบุ

สำหรับวิธีแก้ปัญหาของเด็กที่กังวลกับการไปโรงเรียน มีดังนี้ 1.อย่าขู่เด็กซ้ำ ซึ่งพื้นฐานของเด็กกลุ่มนี้คือความกังวลไม่ใช่ความขี้เกียจ 2.ไม่โกหก ถ้าหากเด็กเจอความจริงที่ไม่ตรงกับที่ผู้ปกครองบอก ยิ่งทำให้เด็กเพิ่มความกังวลมากขึ้น และ 3.อย่าติดสินบน การพูดความจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด บอกให้เด็กรับรู้ว่าไปโรงเรียนจะพบเจอสิ่งใดบ้าง ผู้ปกครองต้องรับฟังเด็กก่อนว่ากังวลสิ่งใด และผู้ปกครองจะต้องไม่หงุดหงิดกับเด็ก

นอกจากนั้น “ผู้ปกครองควรลดความกังวล (ไม่ว่าตัวผู้ปกครองเองหรือบุตรหลาน)” เพราะว่าการที่ผู้ปกครองแอบไปส่องเด็กในโรงเรียนแล้วเด็กเห็นผู้ปกครอง จะทำให้เด็กปรับตัวยากขึ้นมากว่าปล่อยให้เด็กอยู่ที่โรงเรียน การที่ผู้ปกครองแอบไปดูเด็ก จะทำให้เด็กที่กำลังฝึกปรับตัวขาดสมาธิ และการที่ผู้ปกครองลดความกังวลของตนเองลง จะทำให้เด็กรับรู้ได้ว่าการไปโรงเรียนเป็นสิ่งที่ปลอดภัย และทำให้เด็กไปโรงเรียนอย่างสบายใจขึ้น

ขณะที่หลังเวลาเลิกเรียน ผู้ปกครองควรพูดคุยกับเด็ก เช่น เรื่องจิปาถะ โดยใช้คำถามที่ลงท้ายว่า “เป็นอย่างไรบ้าง”เพื่อให้เด็กได้เล่าโดยที่ไม่ต้องกังวล แต่เมื่อเด็กเจอกับปัญหาที่โรงเรียนเด็กแล้วผู้ปกครองรับฟัง เด็กจะสามารถผ่านพ้นกับปัญหาไปได้ ถ้าปัญหาที่ทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียนโดยเกิดจากโดนกลั่นแกล้ง ผู้ปกครองจะต้องหาสาเหตุและหาวิธีเพื่อแก้ปัญหา แต่ถ้าเป็นปัญหาการปรับตัวของเด็ก จะต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวต่อไป

“การคุยกับลูกหลังเลิกเรียนไม่จำเป็นต้องพูดคุยทุกวันแต่ให้มีช่วงเวลาที่ผู้ปกครองพร้อมและไม่จำเป็นต้องใช้เวลาเยอะ แต่จะเป็นเวลาที่มีคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ปกครองจะรู้นิสัยของเด็ก แต่สิ่งที่สำคัญคือเวลาพูดคุยเสร็จ ให้คุยด้วยความพร้อมของผู้ปกครอง พอพูดคุยแล้วมีปัญหาผู้ปกครองจะต้องพร้อมที่จะอดทน เพราะเป็นการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้กับเด็ก แล้วเด็กจะมองว่าผู้ปกครองมีความเข้าใจในตัวเขา” พญ.วิมลรัตน์ กล่าว

พญ.วิมลรัตน์ยังกล่าวถึงประเด็น “เด็กถูกกลั่นแกล้งรังแก” ไว้ด้วยว่า โดยมีวิธีที่ดีที่สุด คือ “การอยู่เฉยๆ” เพราะความเมินเฉยจะทำให้ผู้กลั่นแกล้งเกิดความเบื่อหน่าย แต่ถ้าเด็กอยากพูดคุยกับอีกฝ่ายก็แนะนำว่าอย่าด่าทอกันซึ่งหน้าที่หลักของผู้ปกครองคือประคองให้เด็กผ่านพ้นช่วงเวลาถึงวัยรุ่นตอนต้นไปให้ได้ เพราะเด็กช่วงนี้จะสนใจเรื่องของการเรียนมากกว่ากลั่นแกล้งกัน เมื่อลูกถูกกลั่นแกล้งผู้ปกครองต้องใจเย็น โดยเด็กส่วนใหญ่จะปรับตัวได้เพราะมีเพื่อนกลุ่มเล็กๆ เป็นของตัวเอง

แต่ถ้าหากเด็กไม่สามารถเข้าสังคมในโรงเรียนได้จริงๆ สามารถปรึกษาจิตแพทย์และครูก่อนได้ ซึ่งบางทีเด็กที่ปรับตัวเข้าสังคมไม่ค่อยได้ก็ยังไปโรงเรียน แต่เด็กบางคนกีดกันทุกอย่างเพื่อไม่ไปโรงเรียน จึงจำเป็นต้องพบจิตแพทย์เพื่อรักษา ซึ่งผู้ปกครองสามารถสังเกตพฤติกรรมของเด็กได้เช่น แยกตัวออกห่าง โศกเศร้า หรือพฤติกรรมที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเด็ก แต่สุดท้ายเด็กทุกคนจะปรับตัวกับการไปโรงเรียนได้

ถ้าเป็นไปได้ช่วงแรกที่เด็กไปโรงเรียน ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กเผชิญปัญหาครั้งหนึ่งเป็นเวลานานจนเกินไป ต้องค่อยๆ ปรับตัวและเปลี่ยนวิถีชีวิต!!!

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘หวานน้อยสั่งได้’ทำให้ชิน ปรับพฤติกรรมลดเสี่ยง‘NCDs’

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659666

สกู๊ปแนวหน้า : ‘หวานน้อยสั่งได้’ทำให้ชิน  ปรับพฤติกรรมลดเสี่ยง‘NCDs’

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เคยแถลงยอดผู้ป่วย “เบาหวาน” เนื่องในโอกาสวันเบาหวานโลก ประจำปี 2564 ที่ผ่านมา ว่าประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 3 แสนคนต่อปี และมีผู้ป่วยโรคเบาหวานอยู่ในระบบทะเบียนของกระทรวงสาธารณสุข 3.2 ล้านคน โดย สหพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติ (International DiabetesFederation, IDF) กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี เป็นวันเบาหวานโลก (World Diabetes Day) มาตั้งแต่ปี 2534

ทั้งนี้ เบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอหรือร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้อวัยวะเสื่อมสมรรถภาพ และทำงานล้มเหลว เป็นเหตุให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตา ไต หลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง รวมถึงเป็นแผลง่ายหายยาก ชาปลายมือปลายเท้า

สำหรับการป้องกันโรคเบาหวานควรปฏิบัติดังนี้ 1.เลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เน้นผักผลไม้ และธัญพืชต่างๆ ลดอาหารประเภทหวาน มัน เค็ม 2.ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อย30 นาที สัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง 3.ทำจิตใจให้แจ่มใส นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมงต่อวัน 4.ไม่สูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และ 5.ตรวจสุขภาพประจำปี หากอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพทุกปี

ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ยังระบุ“ค่าใช้จ่ายในการรักษาเบาหวานของประเทศไทย เฉลี่ยสูงถึง 47,596 ล้านบาทต่อปี และหากรวมโรคอื่นๆ ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) อาทิ โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ภาครัฐสูญเสียงบประมาณในการรักษารวมกันสูงถึง 302,367 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งเบาหวานยังก่อให้เกิดโรคข้างต้นตามมาด้วย” ซึ่ง “การบริโภคความหวานมากเกินไป” เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่กระตุ้นให้ป่วยด้วยกลุ่มโรค NCDs

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ออกคำแนะนำว่า “มนุษย์ไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกิน 25 กรัม หรือ 4-6 ช้อนชาต่อวัน” แต่น่าตกใจว่า“คนไทยบริโภคน้ำตาลถึง 21 ช้อนชาต่อวัน”ในจำนวนนี้อยู่ใน “เครื่องดื่ม” เสียครึ่งหนึ่ง ซึ่ง ทพญ.ปิยะดา ประเสริฐสม ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวกับสื่อเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เครื่องดื่มเย็นโดยเฉพาะ “กาแฟเย็น” เป็นที่นิยมตั้งแต่นักศึกษาไปจนถึงวัยทำงาน

“จริงๆ แล้วคนไทยไม่ได้ติดกาแฟ แต่คนไทยติดความหวานในกาแฟ ทั้งนี้ กลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งต่อไปจะเป็นคนที่อยู่ในวัยทำงานเป็นที่พึ่งของประเทศ ถ้าปล่อยให้การปล่อยบริโภคแบบนี้จะเป็นสังคมที่อุดมน้ำตาล สังคมไทยจะเป็นสังคมเอ็นซีดีจากภาพเหล่านี้จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน มีแคมเปญรณรงค์ให้มีร้านกาแฟอ่อนหวาน ทำกิจกรรมรณรงค์ขอความร่วมมือจากร้านกาแฟทั้งหลาย ทำให้มีสูตรของกาแฟที่ลดปริมาณน้ำตาลลง” ทพญ.ปิยะดา ระบุ

ที่มาที่ไปของการดำเนินโครงการ มาจากการสำรวจย่านเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ พบว่า ร้านขายเครื่องดื่มในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถนนราชวิถี พบน้ำตาลในเครื่องดื่ม 1 แก้วมากกว่า 10 ช้อนชาไปถึง 20 ช้อนชา ขณะที่ร้านในย่านสีลมจะใส่น้ำตาลน้อยกว่านั้น ซึ่งเหตุผลอาจเป็นไปได้ว่า ย่านสีลมเป็นย่านของชาวออฟฟิศที่ค่อนข้างจะใส่ใจดูแลสุขภาพ มากกว่าย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิที่เป็นแหล่งรวมของผู้คนทุกระดับ

จากการทำงานของเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน จนถึงปัจจุบันครบ 1 ทศวรรษ หรือ 10 ปีพอดี มีความก้าวหน้าไปตามลำดับ อาทิ ศูนย์เด็กเล็กอ่อนหวาน โครงการโรงเรียนปลอดน้ำอัดลมเป็นต้น จนเป็นแรงกระเพื่อมให้มีภาษีความหวานขึ้นเพื่อกระตุ้นเตือนคนไทยลดบริโภคลดหวาน รวมถึงการสั่งซื้อเครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์ม ที่มีไรเดอร์เป็นคนนำส่ง ทางเครือข่ายได้ทำงานกับแพลตฟอร์มให้มีตัวเลือกในเมนูให้เลือกหวานมากหวานน้อยด้วย

“ก้าวต่อไปในปีที่ 11 ของเครือข่าย ยังทำงานรณรงค์สร้างกระแสให้ผู้บริโภคสั่งเครื่องดื่มหวานน้อย ภายใต้สโลแกนที่ว่า หวานน้อยสั่งได้อย่างน้อยลดความหวานลง 25% และ 50% ของความหวานปกติ ทั้งนี้การแบ่งความหวาน 25% และ 50%เกิดจากประสบการณ์ของเครือข่าย โดยหมอทำงานลดน้ำหนักให้คนไข้ที่ต้องการลดน้ำหนัก แต่ติดกาแฟให้ทดลองดื่มเครื่องดื่มจนปริมาณลดความหวานลงได้ เนื่องจากในผู้ใหญ่ลิ้นรับรสชาติความหวานมานาน ถ้าให้เลิกกินหวาน โดยทันทีจะทำได้ยาก จึงต้องค่อยๆ ลดปริมาณความหวานลงในที่สุดจะลดการกินหวานได้

เชื่อได้ว่าเมื่อผู้คนเกิดความตระหนักในการดื่มเครื่องดื่มรสหวานน้อยลง จะทำให้คนที่มีภาวะน้ำหนักตัวเกินมีน้ำหนักตัวลดลง สำหรับคนที่ยังติดหวานอยู่และลดไม่ได้ ควรสั่งแก้วเล็ก ขณะนี้มีหลายร้านค้ามีขนาดแก้วของเครื่องดื่มให้เลือก แม้ว่าร้านค้าจะมีแคมเปญซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง ก็ต้องตัดใจ เพราะส่วนที่แถมจะแถมโรคมาให้ด้วย” ทพญ.ปิยะดา กล่าว

อนึ่ง “ปัจจุบันมีการนำสารอื่นมาใช้ให้ความหวานทดแทนน้ำตาล” ซึ่ง ทพญ.ปิยะดา ให้ความเห็นว่า“ไม่แนะนำ” ให้ใช้สารดังกล่าว เนื่องจากการใช้สารอื่นก็เท่ากับยังเคยชิน “ติดหวาน” อยู่ โดยมีผลการศึกษาพบว่า การบริโภคสารทดแทนความหวาน ระดับการเกิดความอ้วนไม่ต่างกับการบริโภคน้ำตาล ที่สำคัญคือคนเราจะมีจุดรับรสทั่วร่างกาย เมื่อกินสารให้ความหวานร่างกายยังรับได้อยู่ว่ากินหวานเข้ามา แม้จะเป็นสารทดแทนความหวานก็ตาม

“สารทดแทนความหวานเอาไว้ช่วยให้สำหรับแรกๆ ของคนที่ยังไม่สามารถลดได้จริงๆ ในระยะหนึ่ง ถ้าเรายังสบายใจกับสารทดแทนความหวาน นั่นคือคุณเป็นมนุษย์ติดหวาน ไม่แน่ใจว่าในระยะยาวจะมีผลต่อร่างกายหรือไม่ แม้จะเคลมว่าเป็นสมุนไพรก็ตาม อย.มีการควบคุมปริมาณ หากทานมากไปอาจมีพิษต่อร่างกายเช่นเดียวกับคนที่รับประทานอาหารคาวแล้วต้องกินหวานแสดงว่าติดหวาน” ผู้จัดการเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวาน กล่าวทิ้งท้าย

SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เจ้าของเรือประมงจัดใหญ่! ใช้เรือ 13 ลำแห่นาคกลางปากน้ำระยอง

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659698

เจ้าของเรือประมงจัดใหญ่! ใช้เรือ 13 ลำแห่นาคกลางปากน้ำระยอง

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 21.53 น.

เจ้าของเรือประมง สายบุญ บวช 3 ลูกชาย จัดใหญ่ให้โลกจำ ใช้เรือประมง13ลำแห่นาคกลางปากน้ำระยอง ประชาชนแห่ร่วมงาน เจ้าภาพไม่รับซองแต่ให้ทำบุญเข้าวัด 

วันที่ 11 มิถุนายน 2565 เวลา 14.30 น. ที่บริเวณปากแม่น้ำระยอง ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ระยอง ได้จัดให้มีขบวนแห่นาคทางเรือ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกมีเรือประมง13ลำแล่นเรียงรายอยู่บริเวณปากน้ำพร้อมเสียงเพลงดังกึกก้อง สนุกสนาน มีชาวบ้านและนักท่องเที่ยวมายืนรอดูกันแน่นสองฝั่งโดยขบวนเรือแล่นจากทะเลเข้าสู่แม่น้ำระยอง ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อทำพิธีอุปสมบทหมู่ ภายใน พระอุโบสถวัดปากน้ำ 

ซึ่งขบวนเรือทั่งหมด 13 ลำ มีเรือตรวจการณ์แล่นนำหน้า เรือหัวขบวนชื่อเรือ พรปัญญา มีนาคทั้งหมด 3 คน อยู่บนเรือ ประกอบไปด้วย นาคภาณุพงษ์ ทองทราย อายุ 31 ปี  นาค วีรยุทธ ยวดยิ่ง อายุ 26 ปี และ นาคจีรยุทธ ยวดยิ่ง อายุ 24 ปี สามพี่น้อง พร้อมด้วย บิดดา มารดา ญาติสนิทและเพื่อน ที่ร่วมขบวนแห่อยู่บนเรือ มีทีม แดนเซอร์ เต้นสนุกสนานครื้นเครง บางช่วง พ่อนาคก็ลุกขึ้นไปเต้นพร้อมกับบรรดาเพื่อนๆส่วนเรืออีก 12 ลำก็ตกแต่งด้วยธงหลากสี แล่นตามลำแรก เป็นริ้วขบวนที่สวยงามสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่ผ่านไปมา 

เมื่อขบวนเรือมาถึงฝั่ง ขณะเข้าเทียบท่า นาคก็ทำหน้าที่โยนเชือกผูกเพื่อให้เรือเข้าเทียบท่า สมกับที่เป็นกัปตัวเรือ จากนั้นขบวนต้อนรับคือแตรวง ประถมอินดี้ ที่รอพร้อมแขกที่มาร่วมงานบุญ นับร้อยคน ต่างสนุกสนานช่วยกันแห่นาคเข้าภายในบริเวณวัดปากน้ำ มุ่งหน้าสู่พระอุโบสถ เพื่อประกอบพิธีอุปสมบทเป็นพระสงฆ์ 

นางพิศมัย ยวดยิ่ง อายุ 45 ปี มารดาของนาค ได้เปิดเผยว่า สำหรับพิธีการแห่นาคด้วยขบวนเรือ เนื่องมาจากทางครอบครัวมีอาชีพเกี่ยวกับเรือ โดยทำธุรกิจเรือส่งเสบียงให้กับเรือสินค้า จึงมีแนวคิดว่าจะใช้เรือแห่นาค เพราะในพื้นที่ยังไม่เคยมีใครทำ อีกทั้งต้องการสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดระยองเป็นที่รู้จัก   

นายประยุทธ ยวดยิ่ง อายุ 46 ปี  บิดาของนาค บอกว่า ต้องการให้ลูกบวชเข้าสู่ร่มกาสาวพัต ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ เพราะต้องการให้มีประชาชนได้เข้ามาทำบุญที่วัดเนื่องจากที่ผ่านมา เป็นช่วงสถานการณ์โควิดระบาด ไม่ค่อยมีคนเข้ามาทำบุญ จึงจัดงานใหญ่แต่ไม่รับซอง ขอให้ช่วยทำบุญด้วยการติดเงินที่พุ่มผ้าป่าเพื่อนำเงินทั้งหมดทำนุบำรุงวัด อยากฝากคนที่ไม่เดือดร้อนให้มาจัดงานมาทำบุญที่วัด ส่วนขบวนเรือแห่นาคที่จัดขึ้นเพราะเคยไปต่างจังหวัดเห็นมีงานแห่เรือ แต่ระยองยังไม่มี จึงคิดใช้เรือของตัวเองและเรือของญาติทั้ง13ลำมาร่วมในขบวนแห่ 

ด้านนาควีรยุทธ ยวดยิ่ง กล่าวว่า การบวชในครั้งนี้ เพื่อต้องการทดแทนบุญคุณพ่อแม่ การแห่ทางเรือมีความหมาย มีความสำคัญเพราะตนเองเป็นกับตันเป็นคนขับเรือ และรู้สึกตื้นตันที่พ่อแม่จัดงานยิ่งใหญ่ ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงาน ส่วนที่เต้นสนุกสนานช่วงอยู่บนเรือ เพราะถ้าเป็นพระนุ่งห่มจีวรแล้วต้องสำรวม พร้อมตั้งใจศึกษาพระธรรม ในช่วงที่ได้บวชเรียน 1พรรษา 

การแห่นาคทางเรือ โดยใช้เรือประมงพานิชย์ ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ จำนวน มากถึง 13ลำ ตกแต่งขบวนสวยงามแล่นกลางแม่น้ำระยอง ปากทางออกสู่ท้องทะเล สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับประชาชนเพราะยังไม่เคยมีการจัดพิธีแห่นาคโดยใช้เรือประมง ซึ่งถือเป็นอาชีพของชาวปากน้ำระยอง  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ความสุขของคนที่ไม่เข้าวัด’ ในที่สุดก็จะต้องพบกับความทุกข์ในบั้นปลายของชีวิต

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659677

'ความสุขของคนที่ไม่เข้าวัด' ในที่สุดก็จะต้องพบกับความทุกข์ในบั้นปลายของชีวิต

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 18.41 น.

ความสุขต่างๆ ที่เราได้จากทางโลกทางร่างกายนี้เวลาใดที่เราไม่ได้เวลานั้นเราจะรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ ไม่ค่อยมีความสุขใจ เพราะว่าความสุขที่เราเคยได้แล้วมันหมดเราต้องหาใหม่อยู่เรื่อยๆ เช่นการไปเที่ยวเพื่อหาความสุข เวลาเราไปเที่ยวเราก็มีความสุขกัน แต่พอเรากลับบ้านความสุขที่ได้จากการไปเที่ยวก็จะจางหายไป อยู่บ้านได้ไม่นานก็เบื่อหงุดหงิดรำคาญใจ ต้องอยากออกจากบ้านไปเที่ยวอีกถึงจะมีความสุข

นี่แหละคือความสุขแบบยาเสพติด ยาเสพติดเวลาเสพกันก็มีความสุขกัน พอเวลาไม่ได้เสพเวลาไม่มียาให้เสพ เวลานั้นก็จะเป็นเวลาที่ทุกข์ทรมานใจ นี่คือความสุขที่ญาติโยมที่ไม่ได้รู้จักคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าจะมัวเสพกันจะมัวหากัน จะมัวหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกายโดยที่ไม่รู้ว่ามันเป็นการเสพยาเสพติด เพราะเวลาที่ไม่ได้เสพเวลานั้นถึงจะรู้สึกตัวว่าไม่สบายใจเลย เศร้าใจเสียใจ เช่น คนที่มีแฟน เวลามีแฟนอยู่กับแฟนนี้มีความสุขเหลือเกิน แต่พอเวลาใดที่ไม่ได้อยู่กับแฟน เวลานั้นความสุขมันก็จะหายไป แล้วความว้าเหว่ความเหงาความทุกข์ก็จะเข้ามาแทนที่ 

นี่แหละความสุขต่างๆ ที่เสพกันในโลกนี้ คนที่ไม่รู้จักคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าก็จะมัว แต่หาความสุขจากการเสพยาเสพติดนั่นเอง ยาเสพติดที่พูดนี้ก็คือ ลาภ ยศ สรรเสริญ รูป เสียง กลิ่น รส ต่างๆ ที่เสพกันอยู่เป็นประจำทุกวัน ที่ไปทำมาหากินก็เพื่อที่จะไปหาลาภยศสรรเสริญ หาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ เพราะการจะมีความสุขจากสิ่งต่างๆได้ จำเป็นจะต้องมีเงินทอง จึงต้องไปหาเงินหาทองทำงานกันตัวเป็นเกลียว พอได้เงินมาก็ดีใจได้ไปซื้อข้าวของที่อยากจะซื้อ ได้ไปเที่ยวตามสถานที่ที่อยากจะไป ได้ไปดูมหรสพบันเทิงอะไรต่างๆ ไปช้อปปิ้งตามศูนย์การค้าต่างๆ

นี่แหละคือการหาความสุขของผู้ที่ไม่ได้เข้าวัดกันจะหาความสุขแบบยาเสพติด แล้วหามาได้เท่าไรก็ไม่อิ่มไม่พอ ต้องหาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ แล้วเวลาที่ไม่สามารถที่จะหาได้ก็จะมีแต่ความทุกข์ มีแต่ความหงุดหงิดรำคาญใจ การหาความสุขแบบนี้ต่อไปจะทำให้ทุกข์มากขึ้น หงุดหงิดมากขึ้นเพราะว่าความสามารถของร่างกายที่จะหาความสุขต่างๆนี้จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ ร่างกายจะแก่ขึ้นจะมีอายุมากขึ้น จะมีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนมากขึ้น จะทำให้การที่จะไปหาลาภยศสรรเสริญ หารูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ มาเสพมาสัมผัสนี้จะยากขึ้นจะลำบากขึ้น หรือถ้าเกิดมีอุบัติเหตุพิกลพิการไป

อันนี้ก็จะยิ่งทำให้มีความทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้นไป ถ้าเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตไม่สามารถที่จะไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง จะไปไหนมาไหนก็ต้องคอยรอให้คนเขามาช่วยพาไป แล้วจะไปหาความสุขแบบตอนที่แข็งแรงก็ไม่สามารถทำได้ นี่แหละคือความสุขของคนที่ไม่เข้าวัดกัน ในที่สุดก็จะต้องพบกับความทุกข์ต่างๆ ในบั้นปลายของชีวิต 

โอวาทธรรมพระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี วันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๒ (คัดลอกจากเพจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต) – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ไปเที่ยวอุตรดิตถ์! กิน’ทุเรียนหลง-หลินเมืองลับแล’ ในงานเทศกาลทุเรียนผลไม้ฯ

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659649

ไปเที่ยวอุตรดิตถ์! กิน'ทุเรียนหลง-หลินเมืองลับแล' ในงานเทศกาลทุเรียนผลไม้ฯ

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.36 น.

ที่หอประชุมตลาดกลางผลไม้ อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ นายสหวิช อภิชัยวิศรุตกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดงานเทศกาลทุเรียนและผลไม้เมืองลับแล มหัศจรรย์ทุเรียนหลง-หลินเมืองลับแล ประจำปี 2565 ซึ่งจัดระหว่าง 9-12 มิ.ย.65 โดยมีนายวิรุจ สุกสา นายกเทศมนตรีตำบลหัวดง จ่าสิบเอกธวัชชัย กาวีละ รองนายกเทศมนตรีตำบลหัวดง ตลอดจนคณะผู้บริหาร ฯ และ ประชาชนชาวลับแล ร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมเผยแพร่ชื่อเสียงทุเรียนของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล เป็นที่นิยมของผู้บริโภคในลำดับต้นๆของประเทศ ให้คงอยู่และสร้างความนิยมให้เพิ่มสูงขึ้น และเพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรปรับปรุงคุณภาพผลผลิตทุเรียนให้ดีขึ้นตรงความต้องการของตลาดและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ เป็นการสร้างรายได้ให้กับประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังจัดให้มีการประกวดผลผลิตทุเรียน, การแข่งขันกินทุเรียน, การแข่งขันตำส้มตำทุเรียน, การประกวดธิดาทุเรียน, เดินแบบแฟชั่นเด็ก ๆ พร้อมจัดเตรียมสถานที่ให้ชาวสวนนำผลไม้มาจำหน่าย อาทิ ทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล หมอนทอง และ ทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ที่ส่งตรงจากสวนในราคาไม่ผ่านผู้ค้าคนกลางตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น.

จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเมืองมหัศจรรย์แห่งผลไม้ เพราะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้หลากหลายชนิด ทั้งทุเรียน ลางสาด สับปะรดห้วยมุ่น ฯลฯ โดยผลไม้ที่สร้างชื่อเสียงมากที่สุดคือ ทุเรียนพันธุ์หลงลับแล และหลินลับแล ซึ่งมีแหล่งผลิตสำคัญอยู่ที่อำเภอลับแลและอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดประมาณเดือนเมษายน-สิงหาคม ของทุกปี

“ทุเรียนพันธุ์หลินลับแล” เป็นสายพันธุ์ทุเรียนพื้นเมืองของอำเภอลับแล มีขนาดเล็กถึงปานกลาง ทรงกระบอก ฐานผลเว้าลึก น้ำหนักเฉลี่ย 1-2.5 ก้านผลขนาดเล็ก เปลือกบาง เนื้อสีเหลืองเข้ม เนื้อละเอียดเหนียวแห้ง เมล็ดลีบเล็ก รสชาติหวานมัน กลิ่นอ่อน รับประทานแล้วไม่ทำให้เกิดอาการร้อนใน

ทุเรียนหลงลับแล” เป็นทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมืองของอำเภอลับแล มีเอกลักษณ์ประจำพันธุ์ คือ เนื้อสีเหลืองอ่อนนุ่ม ไม่มีเสี้ยน กลิ่นอ่อน รสชาติหวาน มีผลขนาดเล็ก 1-2 กิโลกรัม เมล็ดลีบ เนื้อแห้ง เจริญเติบโตได้ดีบนที่เชิงเขา ทนทานต่อโรครากเน่าโคนเน่า แม้ว่าจะนำไปปลูกในแหล่งปลูกทุเรียนอื่นๆ ก็ไม่มีรสชาติดีเท่าที่อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

มาอีกตัว! เร่งช่วยโลมาลายแถบเพศผู้ มีแผลบริเวณปลายปากกำลังจะเกยตื้นที่ตะกั่วป่า

Posted on June 12, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/659646

มาอีกตัว! เร่งช่วยโลมาลายแถบเพศผู้ มีแผลบริเวณปลายปากกำลังจะเกยตื้นที่ตะกั่วป่า

วันเสาร์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 17.16 น.

วันนี้ (11 มิ.ย.65) นายสุรชัย ท่าเทศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ จังหวัดพังงา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565 เวลาประมาณ 17.00 น.มีผู้แจ้งพบโลมากำลังจะเกยตื้นจำนวน 1 ตัว บริเวณหน้าหาดของโรงแรม Moracea By Khao Lak Resort ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา จึงมอบหมายให้ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลัก-ลำรู่ พร้อมเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ช่วยเหลือ และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน (ศวอบ.)

จากการตรวจสอบพบเป็นโลมาลายแถบ เพศผู้ วัยเด็ก-หนุ่ม ความยาวประมาณ 165 ซม.มีแผลบริเวณปลายปาก แข็งแรงดี จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (ตะกั่วป่า) นำส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยชีวิตสัตว์ทะเลหายากสิริธาร ศวอบ.เพื่อทำการดูแลรักษาอาการก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป – 003

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,257,409 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ช่อแกล้งลืม 'ไมค์' ระยอง เด็กก้าวหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
SEC issues debt crowdfunding regulations to ease funding access for startups
สาวเทรนเนอร์มวยเปิดร้าน ‘ผัดไทย’ ทีเด็ดชูสูตรต้นตำรับจาก ‘อาม่า’ #SootinClaimon.Com
หนังสือเด่น : เหตุจูงใจของคนต้องหยิบหนังสือมาอ่าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ผักลิ้นห่าน ตำนานผักพื้นบ้านอันดามัน
'จีดีเอช'ดันผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง'พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์'นำทัพนักแสดงพิสูจน์ฝีมือใน'ฉลาดเกมส์โกง' #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
บุคคลในข่าว 26 มกราคม 2568
ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา
50 เสน่ห์แห่งรสชาติแปลกใหม่เคล้ากลิ่นอายตะวันตก ผสานรสชาติตะวันออก สองความต่างที่ลงตัว
โรงเรียนนานาชาติคิงส์คอลเลจ กรุงเทพ พร้อมเปิดการเรียนการสอน สิงหาคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d