Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Category Archives: ข่าว Like สาระ

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

แพงไปไหม? ชาวเน็ตถกสนั่นควรยกเลิก ‘ชุดลูกเสือ-เนตรนารี’หรือไม่?

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658267

แพงไปไหม? ชาวเน็ตถกสนั่นควรยกเลิก 'ชุดลูกเสือ-เนตรนารี'หรือไม่?

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.13 น.

5 มิ.ย.65 เพจเฟซบุ๊ก “ครูแว่นดำ” ได้โพสต์ ขอเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับชุดลูกเสือ เนตรนารีที่มีราคาแพง ซึ่งสวนทางกับยุคนี้ที่เศรษฐกิจไม่ดี และเห็นใจผู้ปกครอง จนทำให้ชาวเน็ตเข้ามาถกเถียงเรื่องนี้กันเป็นจำนวนมาก

โดยระบุว่า “ยกเลิกเรียนลูกเสือเนตรนารีเพราะชุดแพง?!?!

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าวิชาลูกเสือ-เนตรนารีนั้นถ้าไม่นับรวมเรื่องชุดเครื่องแบบที่หลายฝ่ายโอดครวญกันเยอะว่ามีราคาแพง(ในยุคข้าวยากหมายแพง) และเรื่องพิธีการที่ค่อนข้างมาก วิชานี้ก็นับว่ามีประโยชน์มาก ๆ เพราะเป็นวิชาที่สอนทักษะชีวิตให้แก่เด็ก ๆ ทั้งทักษะชีวิตในระดับพื้นฐาน เช่น เรื่องระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ สามัคคี เสียสละ จิตอาสา การทำงานเป็นทีม ความรักชาติรักสถาบัน ศาสนพิธี การพูดหรือภาวะผู้นำ ไปจนถึงทักษะชีวิตในระดับ Advance หรือ Adventure แบบที่สามารถเอาชีวิตรอดในป่าในเขาหรือในภาวะฉุกเเฉินกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้เชือกเงื่อน การก่อไฟ การปรุงอาหาร การปฐมพยาบาล การห้ามเลือด การขนย้ายผู้ประสบเหตุ การช่วยเหลือคนตกน้ำ การเข้าเฝือกเบื้องต้น การเอาตัวรอดในภาวะวิกฤต การเดินป่า การใช้เข็มทิศ การใช้แผนที่ กานหนีไฟ การดับเพลิง การทำหรือการสังเกตเครื่องหมาย การใช้รหัส ความรู้เรื่องสมุนไพร ไปจนถึงการสร้างที่พักชั่วคราว การสร้างสะพานไม้สะพานเชือก การช่วยชีวิตคน การทำภารกิจเฉพาะ การประดิษฐ์ของใช้จากวัสดุเท่าที่มี และอีกสารพัดทักษะชีวิต

ปัญหาที่เกิดขึ้นจนเป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องค่าใช้จ่ายในการซื้อชุดเครื่องแบบ แล้วก็มีหลายคนนำมาเป็นข้ออ้างพร้อมทั้งเสนอแนะว่า “ควรยกเลิกเรียนวิชาลูกเสือเนตรนารี เพราะชุดแพง”

เอาจริง ๆ ถ้าถามว่าแพงไหม ก็ยอมรับว่าแพงในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะกับครอบครัวที่มีรายได้น้อยนั้นเป็นปัญหาจริง ๆ แต่ถ้าจะแก้ด้วยการยกเลิกเรียนไปเลยมันจะใช่หรือครับ
ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงจริง ๆ เรามาแก้ให้ตรงจุดดีไหม ปัญหาอยู่ที่ชุดเครื่องแบบ เราก็แก้ที่ชุดเครื่องแบบ ผมนึกไปถึงลูกเสือชาวบ้านที่ไม่ต้องมีเครื่องแบบ มีแค่ผ้าผูกคอกับวอกเกิ้ลที่ใส่กับชุดอะไรก็ได้ ถ้าให้นักเรียนใส่ชุดนักเรียนหรือชุดพละ(ซึ่งทุกคนมีอยู่แล้ว) แล้วซื้อแค่ผ้าผูกคอกับวอกเกิ้ลมาใส่ แบบนี้จะดีไหม ส่วนตัวคิดว่าเข้าท่าดีเหมือนกัน หมดปัญหาเรื่องชุดเครื่องแบบแพง แล้วก็ยังได้เรียนวิชาดี ๆ มีประโยชน์เหมือนเดิม มีแต่ได้กับได้

ทั้งหมดนี้ก็เป็นแค่แนวคิดเล็ก ๆ ครับ อ่านข่าวเจอเลยอยากมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทุกท่านเท่านั้นเองครับ เท่านั้นจริง ๆ”.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เด็กชายวัย9ขวบ เล่น’กีฬาเรือใบ’ เผยแรงบันดาลใจคือ..ในหลวงรัชกาลที่ 9

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658260

เด็กชายวัย9ขวบ เล่น'กีฬาเรือใบ' เผยแรงบันดาลใจคือ..ในหลวงรัชกาลที่ 9

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 16.00 น.

5 มิถุนายน 2565 ที่ชายหาดชลาทัศน์ ใกล้ลานดนตรี ถนนชลาทัศน์ เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา การแข่งขันกีฬาเรือใบสงขลารีกัตต้า ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 3-5 มิถุนายน นี้ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาร่วมกับฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ 2จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของภาคใต้ตอนล่าง หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมเยาวชนหันมาเล่นกีฬาทางน้ำ พร้อมผลักดันให้เป็นสนามแข่งเรือใบระดับชาติในอนาคต 

ในวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขันฯ นักกีฬาเรือใบทั้ง 77 ลำ จาก 6 สโมสรเรือใบในพื้นที่ภาคใต้ ที่เดินทางมาร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ก็ได้เตรียมความพร้อมของเรือทั้งแบบเรือใบ Optimist และเรือใบ Laser สำหรับนักกีฬาส่วนใหญ่ที่มาแข่งขันเรือใบ Optimist จะเป็นเด็กและเยาวชนตั้งแต่อายุ 8 ปีขึ้นไป ส่วนเรือใบแบบเลเซอร์จะเป็นผู้ใหญ่เป็นส่วนใหญ่ 

โดยมีทีมสโมสรเรือใบจากจังหวัดภูเก็ตเดินทางเข้ามาร่วมแข่งขันในครั้งนี้ ทั้งแบบเรือใบ optimus จำนวน 18 ลำและเรือใบเลเซอร์จำนวน 5 ลำ และ 1 ใน 18 ลำ เรือใบ optimus ก็มีเด็กชายธนวิชญ์ กลิ่นษร หรือน้องธีร์ อายุ 9 ปี เข้าร่วมแข่งขันด้วย โดยมีเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกันจากจังหวัดภูเก็ตหลายคนที่เดินทางมาร่วมแข่งขันด้วย 

จากการพูดคุยกับครอบครัวของเด็กชายธนวิชญ์ กลิ่นษร หรือน้องธีร์ และคุณแม่สุขแสนถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้น้องธีร์สนใจมาเล่นเรือใบ เนื่องจากได้เห็นรูปของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงเล่นเรือใบทำให้น้องธีร์รู้สึกชอบและอยากจะลองเล่นบ้างเมื่อเล่นแล้วชอบก็เล่นมาตลอด อีกทั้งทางครอบครัวก็ให้การส่งเสริมและสนับสนุนโดยพาน้องไปแข่งขันทุกแห่งที่มีการแข่งขันเรือใบตลอดมาเพื่อส่งเสริมให้ลูกได้เล่นเรือใบตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 

เด็กชายธนวิชญ์ กลิ่นษร หรือน้องธีร์ อายุ 9 ปี มาจากจังหวัดภูเก็ต ยอมรับว่า การฝึกเรือใบตอนแรกยากหน่อย แต่ตอนหลัง ก็ไม่ยากแล้ว ตอนนี้เริ่มคล่องแล้วสำหรับการมาแข่งในครั้งนี้ ก็มีความหวังว่า ให้ติด 1 ใน 20 อันดับก็พอ 

ส่วนทางด้านคุณแม่ สุขแสน กลิ่นษร คุณแม่ของน้องธีร์ กล่าวว่า น้องเขามีความสนใจ พอดีเขาไปเห็นรูปในหลวงรัชกาลที่ 9 เล่นเรือใบ ก็อยากจะลองมาเล่น ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 ตอนนี้ฝึกมาได้ 1 ปี การฝึกตอนแรกก็กลัวๆหน่อยนิดนึง พอได้ลองครั้งหนึ่งก็ชอบและเล่นมาตลอด ส่วนทางด้านการส่งเสริม หากมีการแข่งที่ไหน ก็จะพาเขาไปตลอด ก็ช่วยๆดันกันไป น้องธีร์ อายุ 9 ปี เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่จังหวัดภูเก็ต โดยมีทีมเรือใบจากจังหวัดภูเก็ตเดินทางเข้ามาร่วมแข่งขันแบบเรือใบ optimus จำนวน 18 ลำและเรือใบเลเซอร์จำนวน 5 ลำ 

เนื่องจากจังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ติดทะเลที่มีความสวยงามของธรรมชาติ มีชายหาดและพื้นที่เหมาะแก่การเล่นกีฬาเรือใบ อีกทั้งภาพการเล่นเรือใบเป็นการเสริมทัศนียภาพในทะเลให้สวยงาม ซึ่งถือได้ว่าเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกาย และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลา เกิดการสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น  

สำหรับการแข่งขันกีฬาทางน้ำซึ่งการแข่งขันมีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นปัจจัยส่งเสริมให้เด็กเยาวชน และประชาชนได้ตระหนักถึงการสร้างเสริมสุขภาพร่างกาย รู้จักใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี และสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้น และมีการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม ตลอดจนพัฒนาทักษะ และประสบการณ์ด้านกีฬาเรือใบอย่างต่อเนื่อง

โดยสอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้เด็กเยาวชน และประชาชน มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ตลอดจนดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ทั้งนี้เพื่อยกระดับจังหวัดสงขลาให้เป็นเมืองกีฬา Songkhla Sports City. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

จัดยิ่งใหญ่! ชาวบ้านโคกสมบูรณ์จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ สักการะ ‘หลวงปู่บุญธรรม’

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658239

จัดยิ่งใหญ่! ชาวบ้านโคกสมบูรณ์จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ สักการะ 'หลวงปู่บุญธรรม'

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 15.00 น.

ชาว ต.โคกสมบูรณ์ จัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2565 สืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีชีวิตชาวอีสานบุญเดือนหก จุดบั้งไฟบูชาพญาแถน พร้อมกราบสักการะขอพรหลวงปู่บุญธรรม สิ่งศักดิ์คู่บ้าน คู่เมือง เพื่อความเป็นสิริมงคล และขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลก่อนจะลงทำนาปี

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มิ.ย.65 ที่วัดสระแคนนามล บ้านนามล ต.โคกสมบูรณ์ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานเปิดการแสดงดนตรี ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมงานประเพณีบุญบั้งไฟ ประจำปี 2565 ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลโคกสมบูรณ์ ร่วมผู้นำชุมชน และประชาชนทั้ง 9 หมู่บ้านจัดขึ้น เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีบุญเดือนหก หรือบุญบั้งไฟ บูชาพญาแถน พร้อมทั้งนำพุทธศาสนิกชนและประชาชนเข้ากราบสักการะหลวงปู่บุญธรรม สิ่งศักดิ์คู่บ้าน คู่เมืองของชาวตำบลโคกสมบูรณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลก่อนจะลงทำนาปี โดยมีนายสุวรรณ ระวิชัย นายก อบต.โคกสมบูรณ์ นายคงเดช เฉิดสถิต สจ.อำเภอกมลาไสย พร้อมด้วยผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง และประชาชนเข้าร่วม

นายสุวรรณ ระวิชัย นายก อบต.โคกสมบูรณ์ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า  งานประเพณีบุญบั้งไฟของตำบลโคกสมบูรณ์เป็นการร่วมกันสืบสานประเพณีบุญเดือนหกตามฮีต 12 ของชาวอีสาน ที่มีการจุดบั้งไฟขึ้นไปบูชาพญาแถนเป็นความเชื่อของชาวอีสาน ซึ่งพื้นที่ตำบลโคกสมบูรณ์เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานต้องรอให้ฝนตกลงมาชาวบ้านถึงจะทำนาได้ การจัดงานบุญบั้งไฟ จึงเป็นกิจกรรมที่ชาวตำบลโคกสมบูรณ์ยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาทุกปี เพื่อเป็นการส่งสัญญาณขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ให้มีน้ำใช้ในการอุปโภค บริโภค และการเกษตร โดยในปีนี้จัดขึ้นในรอบเกือบ 3 ปี เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีสถานการณ์โรคโควิด-19 จึงไม่สามารถจัดได้ และในปีนี้นอกจากจะมีขบวนฟ้อนรำ ขบวนแห่บั้งไฟ และการรำบวงสรวงแล้ว ยังมีประชาชนเข้ากราบสักการะหลวงปู่บุญธรรม สิ่งศักดิ์คู่บ้าน คู่เมืองของชาวตำบลโคกสมบูรณ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลก่อนจะลงทำนาปีอีกด้วย ในส่วนของบั้งไฟที่เป็นไฮไลต์ของงานปีนี้มีบั้งเข้ามาร่วมจุดบูชาทั้งบั้งไฟหมื่น บั้งไฟแสน และบั้งไฟล้านรวมแล้วมากว่า 100 บั้ง

ด้านนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับประเพณีบุญบั้งไฟนอกจากจะเป็นส่งเสริมสนับสนุนและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความรักความสามัคคีของคนในชุมชน รวมทั้งเป็นการสร้างความสนุกสนานรื่นเริงของคนในชุมชนให้เกิดความผ่อนคลายก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงการทำนา โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีสถานการณ์โรคโควิด-19 แพร่ระบาดเกิดขึ้น หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบไม่สามารถจัดงานได้ ซึ่งในปีนี้กลับมาจัดงานได้อีกครั้ง ถือเป็นการเตรียมความพร้อมจากโรคโควิด-19 เข้าสู่โรคประจำถิ่น และทำให้ประชาชนได้เรียนรู้ปรับตัวในการดำเนินชีวิตอย่างปกติให้ได้.-008 

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ธรรมะวันอาทิตย์ : ‘หลวงปู่แสง’เทศนาอบรม ‘จิตสะอาด ธรรมเข้าถึงง่าย’ (ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658238

ธรรมะวันอาทิตย์ : 'หลวงปู่แสง'เทศนาอบรม 'จิตสะอาด ธรรมเข้าถึงง่าย' (ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว)

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.51 น.

5 มิถุนายน 2565 โดยหลวงปู่แสง ญาณวโร อายุ 105 ปี พระนักปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แห่งวัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ ได้แสดงพระธรรมเทศนา อบรม พระสงฆ์ ฆราวาส เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2554 ณ วัดป่าอรัญญาวิเวก บ้านไก่คำ ต.ไก่คำ อ.เมืองอำนาจเจริญ จ.อำนาจเจริญ 

จากหนังสือ แสงธรรมส่องใจ ต่อจากอาทิตย์ที่แล้วว่า ทำอะไรๆก็ให้มันจริงใจลงไป อย่าทำเหลาะๆแหละๆ ถ้ากัมมัฎฐานไม่ถูกกับจริตนิสัยก็หาใหม่ เพิ่มใหม่ ให้เข้าใจได้เร็ว ยาไม่ถูกกับโรคก็กินอยู่อย่างนั้น ผลสุดท้ายก็เป็นโรคเรื้อรัง ไปเข้าโรงยาบาลไหน ก็แค่นั้นเอง เสียเงินเปล่าๆ เมื่อธรรมไม่ถูกกับจริตนิสัย ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร คำบริกรรมถูกจิต ผูกใจ ไม่ถูกกับจริตนิสัย จิตใจก็ไม่รวม ไม่ลง ไม่เป็นสมาทอกสมาธิกับเขาสักที แต่เพียงแค่สงบก็ยังยากอยู่ ของมันไม่รวมไม่ลงมีแต่ฟุ้งซ่าน รำคาญ คิดโน่น คิดนี่ คิดเรื่องโลก เรื่องสงสาร คิดการร่ำ การรวย การมั่ง การมี การดี การเด่น แข่งกันอยู่อย่างนั้น 

โลกอันนี้ เป็นอย่างนั้น เพราะก่อภพก่อชาติมาหลายกัปหลายกัลป์ ไม่นึกว่า จะออกจากนั้นไปเลย ไม่เห็นโทษภัยในวัฏสงสาร คิดว่าโลกนี้ เป็นของดับของดี ของวิเศษวิโส ไม่อยากออก เพราะหลายสิ่งหลายอย่าง เต็มไปด้วยรูป ด้วยเสียง ด้วยกลิ่น ด้วยรส โผฎฐัพพะธัมมารมณ์ กล่อมจิต กล่อมใจอยู่นั่นแหละ จิตใจเลยติด ไม่เข้าสักที จะหาธรรมก็ไม่ได้ จิตใจสกปรก จิตใจไม่สะอาด ถ้าจิตใจสะอาด ธรรมเข้าง่าย

พระธรรมชอบเกิดในที่สะอาด สะอ้าน ไม่ชอบเกิดในที่สกปรก รกรุงรัง ถ้าจะต้องธรรมะ ธรรมโม เข้าสู่จิตใจ ชำระจิตใจให้สะอาดอยู่เป็นนิจ นั่นแหละเชื่อว่า ทำตามคำสอนชองพระศาสนา ถ้าจิตใจผ่องใสอยู่เป็นนิจ อย่าให้จิตใจเศร้าหมอง ให้จิตผ่องใสอยู่เป็นนิจ “สัพพะปาปัสสะ อะกะระนัง กุสะลัสสูปะสัมปะทา สะจิตตะปะริโยทะปะนัง” คนไหนหมั่นชำระจิตใจของเจ้าของอยู่เป็นนิจ ชำระกาย ชำระใจ ชำระใจตัวเดียว  

ถ้าจิตสะอาดมันสะอาดไปหมด  มันสำคัญ นโนปุพคามา ธัมมา มโนเสฏฐา มโนมยา มันประชุมใจแห่งเดียวเท่า ดี ชั่ว  ผิด ถูก ฉลาด หรือโง่เขลา เบาปัญญา ประชุมใจ ฉลาดหรือความสามารถอาจหาญก็ประชุมใจ ความหมั่น ความขยัน ก็จะประชุมใจ เราชำลอกจิตใจมันก็แล้วไปหมด เราไม่ต้องไปรุงรังสิ่งอื่นถ้ารู้ใจ ถ้าไม่รู้ใจมันสำคัญอะไร 

เป็นใจมากเกินไป เดี๋ยวก็เรื่องโน่น เรื่องนี้ มาปรุงแต่ง มาคิดมาชวนไปโน่น มานี่ นั่งแป๊บเดียวก็ไปแล้ว ผลสุดท้ายนั่งปวดขาเปล่า ลุกปุบปั๊บไปแล้ว ไปตามกิเลส กิเลสดึงจมูกไปแล้ว ตกแห่งหนตำบลใดไม่รู้เรื่อง เพราะเอากิเลสเป็นศาสดาสอนหัวใจ ถ้าเอาธรรมะสอนหัวใจ ต้องตั้งสัจจะอธิษฐานลงไป ถ้าเราไม่ลง ไม่รวม หรือ ไม่เป็น ไม่ไป ไม่ลุกไปจากที่นี่ จะตายก็ช่างมัน พระพุทธเจ้า วันจะตรัสรู้ อยู่โพธิมลฑลอะไร ก็พร้อมเพรียงสมบูรณ์ บริบูรณ์แล้ว บัลลังก์ก็พร้อมพูลบริบูรณ์

เลยนั่งอธิฐานสาธุ ข้าพเจ้าจะนั่งสมาธิปฏิบัติ บูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ถ้าจิตใจข้าพเจ้าไม่เป็นไป ข้าพเจ้าจะไม่ลุกจากที่นี่ เลือดเนื้อข้าพเจ้าจะเหือดแห้งก็ตามที จะเอาอยู่ที่นี่ พอตั้งสัจจะก็เอาจริงเอาจัง ผลสุดท้ายปฐมยามก็ได้บรรลุ บุพเพสานุสติญาณระลึกชาติ หนหลังได้ ชาติก่อนหนหลัง เป็นสัตว์น้อย สัตว์ใหญ่ในน้ำ บนบก สามารถรู้เท่าทันหมด 

ภพไหน ชาติไหน ตายเกิดอยู่ที่ไหนก็รู้จัก มารดาเกิดอยู่ที่ไหนก็รู้จัก แต่ไม่ใช่ทางเข้าวาระที่สามปัจฉิมยาม ยามกลางมรู้การเกิดการดับของตนเองและบุคคลอื่น  นี้ยังไม่ใช่ทางมัชฉิมยาม ยามใกล้รุ่ง ยามตะวันจะโผล่ขึ้นมา เลยอาสวะญาณ ทำอาสวะให้สิ้นจากหัวใจ ให้เหมือนเมฆหมอก เหมือนพระอาทิตย์ พระจันทร์พ้นจากเมฆจากหมอก สว่างจ้าขึ้นมา จิตใจก็ลงถึงพักถึงฐาน รู้การเกิด การดับ การดี การชั่ว การผิด การถูก

ใครจะโปรดได้ก็รู้จัก ใครโปรดไม่ได้ก็รู้จัก คนไหนควรจะให้ธรรมะ คนไหนไม่ควรให้ คนไหนไม่ควรคบค้าสมาคมก็รู้ไปหมด ไม่มีอะไรปิดบังลี้ลับ นิดเดียวก็ไม่มี เท่าเม็ดหินเม็ดทรายก็ไม่มี ความรู้มันก็เต็มดวงมันเป็นอย่างนั้น ความรู้ไม่เต็มดวง มันก็ยากอยู่.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, ธรรมะวันอาทิตย์, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สภาเอสเอ็มอี-GrabFood-กลุ่มบีทีเอส จัดงาน GrabFood Thai Touch Market กินอยู่อย่างไทย

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658233

สภาเอสเอ็มอี-GrabFood-กลุ่มบีทีเอส จัดงาน GrabFood Thai Touch Market กินอยู่อย่างไทย

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 14.35 น.

สภาเอสเอ็มอีไทย ร่วมกับ GrabFood-กลุ่มรถไฟฟ้าบีทีเอส เปิดลานปทุมวัน BTS สนามกีฬาแห่งชาติจัดงาน ‘GrabFood Thai Touch Market กินอยู่อย่างไทย’ รับการเปิดประเทศ เชิญคนกรุงและนักท่องเที่ยวชิม ช้อป 40 เมนูอาหารเด่นท้องถิ่นไทยจากทั่วประเทศหนุนประกอบการรายย่อย

5 มิถุนายน 2565 นายศุภชัย แก้วศิริ ประธานสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (sme) เปิดเผยว่า สภาเอสเอ็มอีฯร่วมกับ GrabFood กลุ่มรถไฟฟ้าบีทีเอส จัดงาน “GrabFood Thai Touch Market กินอยู่อย่างไทย” ที่ลานปทุมวันรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติระหว่างวันที่ 4-12 มิถุนายน 2565 นี้ โดยมีการคัดสรร 20 ร้านอาหารและร้านค้าเด็ดประจำจังหวัด ซึ่งเป็นอาหารไทยกว่า 40 เมนูจากทั่วประเทศมาให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายใช้สอยภายในงาน

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งในระบบและนอกระบบ ให้กับ SME ที่มีมากถึง 3.2 ล้านราย ในจำนวนนี้มีผู้ประกอบการมากกว่ากึ่งหนึ่งที่ต้องประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และภาวะความผันผวนของโลกที่เป็นความปกติใหม่ ทำให้ SME ต้องรับมือกับการปรับกระบวนทัศน์ในการทำธุรกิจอย่างหนัก โดยในระยะสั้นนี้ สภาเอสเอ็มอีไทย ได้เร่งให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย ในการเข้าถึงตลาดใหม่ๆ ด้วยการบูรณาการช่องทางทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน ควบคู่กับการบ่มเพาะทักษะและแนวคิดทางธุรกิจในเชิงนวัตกรรมเพื่อประคับประคองและผลักดันผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถก้าวผ่านภาวะวิกฤติและมีกำลังใจที่เข้มแข็งพร้อมสำหรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกครั้ง

ทั้งนี้ สภาเอสเอ็มอีไทย จึงบูรณาการความร่วมมือและสร้างเครือข่ายพันธมิตรสร้างช่องทางและเปิดมิติใหม่ทางการตลาดให้แก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยร่วมกับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , กรุงเทพมหานคร และบริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมส่งเสริม สนับสนุน และอำนวยความสะดวกการจัดโครงการผ่านกิจกรรม “GrabFood Thai Touch Market กินอยู่อย่างไทย” เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้ออาหารคุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยมพร้อมเมนูพิเศษที่หาทานได้

ขณะที่นายจิรกิตต์ กว้างสุขสถิตย์ ผู้อำนวยการธุรกิจแกร็บฟู้ด แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับสภา เอสเอ็มอี ไทยผ่านกิจกรรม “GrabFood Thai Touch Market กินอยู่อย่างไทย ” ในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของแกร็บในการสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อย ภายใต้แคมเปญ แกร็บเคียงข้างร้านค้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่า เพื่อช่วยให้ร้านค้าสามารถสร้างยอดขายผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีและกิจกรรมทางการตลาดผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง สำหรับแคมเปญนี้ สภาเอสเอ็มอีไทยได้ร่วมมือกับแกร็บในการคัดสรร 20 ร้านอาหารและร้านค้าเด็ดประจำจังหวัดที่ไม่เคยอยู่บนแพลตฟอร์มมาก่อน มาให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายใช้สอยภายในงาน โดยสามารถเลือกวิธีสั่งอาหารได้ทั้งแบบเดลิเวอรี หรือรับอาหารที่หน้าร้านด้วยตนเอง พร้อมรับส่วนลด 20% สูงสุดไม่เกิน 100 บาท เมื่อใส่รหัส “THAI” เมื่อสั่งอาหารแบบรับหน้าร้านด้วยตนเอง (Self Pick-up) ตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน จนถึง 12 มิถุนายน 2565 นี้

ด้านนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส กล่าวว่าความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นโครงการที่ดีเพื่อช่วยเหลือสังคม ซึ่งตรงกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นช่วยเหลือสังคมให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยโครงการฯ นี้เป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการรายย่อยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น สอดรับกับแผนการเปิดประเทศของภาครัฐบาล และเพื่อเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้ลิ้มรสกับอาหารหลากหลายรสชาติประจำท้องถิ่นของประเทศไทย อีกด้วย

-005

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดชื่นมื่น! ‘หนึ่ง บางปู’แต่งงานอดีตสามี สินสอด’ควาย-รถมินิ’ มูลค่า30ล้าน

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658229

สุดชื่นมื่น! 'หนึ่ง บางปู'แต่งงานอดีตสามี สินสอด'ควาย-รถมินิ' มูลค่า30ล้าน

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 13.58 น.

5 มิถุนายน 2565 เมื่อเวลา 09.00น. นายปวิช ฉิมพาลี เจ้าบ่าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังการกองปราบปราม อุปนายก สมาคมพัฒนาควายไทย ฝ่ายผู้ใหญ่ฝ่ายชาย เจ้าบ่าว  พร้อมด้วยขบวนขันหมาก ด้วยควายเจ้ามังกรฟ้า เสี่ยเจ้าทองคำ มูลค่าตัวละกว่า 10 ล้าน รถยนต์มินิคูเปอร์ มูลค่า 5 ล้าน รวมมูลกว่า 30 ล้าน ยกขบวนขันหมากไปสู่ขอ น.ส.วรัชญากร อ่อนธรรมหรือหนึ่ง บางปู  

โดยนายปวิช ฉิมพาลี เจ้าบ่าว ได้นั่งเกวียนโดยมีเจ้าควายแคะเผือกเพศผู้ ชื่อน้องกับตัน เป็นควายลากเกวียน ของใจแสวงฟาร์ม หนองบัวลำภู จ.ชัยภูมิ ไปยังสถานควายนาคาเฟ่ ต.บ่อยาง อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี โดยมฝ่ายเพื่อนเจ้าบ่าวและประชาชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยช่วงเช้าได้มีพิธีสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ หลังจากนั้นได้มีการแห่ขบวนขันมาก ต่างกันได้สวมแหวนต่อหน้าลูกสาว ‘น้องมะนาว’ และต่อหน้าฝ่ายผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่าย หลังจากนั้นได้มีพิธีรดน้ำสังข์ให้คู่บ่าวสาว ท่ามกลางบรรยากาศสุดชื่นมื่น. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

แฟนคลับทำบุญ 100 วัน อาลัยการจากไปของ’แตงโม นิดา’

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658224

แฟนคลับทำบุญ 100 วัน อาลัยการจากไปของ'แตงโม นิดา'

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.48 น.

5 มิถุนายน 2565 เมื่อเวลา 09.00 น.  ที่ท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี กลุ่มแฟนคลับมี น.ส.มาดี ภัทรนนทนันท์ ประธานชมรมริบบิ้นขาว และชาวชุมชนพิบูลสงคราม 1 ร่วมจัดงานครบรอบ 100 วัน การเสียชีวิตของแตงโม นิดา ดาราสาวที่พลัดตกเรือเสียชีวิต

โดยมีนายดายศ เดชจบ หรือต่อย พี่ชายของแตงโม เป็นตัวแทนของครอบครัวมาเป็นประธานในพิธีและมีการนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 5 รูป จากวัดปากน้ำนนทบุรี และวัดพลับพลาศิริวิทยา มาสวดมนต์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับแตงโม 


     
น.ส.มาดี ภัทรนนทนันท์ ประธานชมรมริบบิ้นขาว กล่าวว่า หลังจัดงานครบรอบ 100 วันเรียบร้อยแล้ว ทางชมรมจะจัดกิจกรรมต่อเนื่องร่วมกันทำบุญให้เด็กพิการที่น้องแตงโมเคยไปทำบุญครั้งยังมีชีวิต ส่วนเรื่องคดีความนั้นอยากให้เรื่องจบเร็วๆถึงแม้ว่าทางกลุ่มจะไม่เชื่อเรื่องอุบัติเหตุ แต่ก็ต้องยอมรับผลการตัดสินของศาลและการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนที่ศาลาท่าเรือแห่งนี้ทางกลุ่มจะขออนุญาตใช้สถานที่กับทางเทศบาลนครนนทบุรี เพื่อขอให้ตั้งรูปของแตงโม จนครบวันที่น้องตกเรือเสียชีวิตไปจนถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 66 ปีหน้า

เวลา 10.00 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เป็นตัวแทนนางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม ร่วมพิธีทำบุญ 100 วัน หลังเสร็จพิธีได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้มาเป็นตัวแทนแม่น้องแตงโม และสส.เต้ ร่วมงานทำบุญครบ 100 วัน ผู้สื่อข่าวถามว่ามีความคืบหน้าเรื่องรวบรวมพยานหลักฐานเป็นอย่างไรบ้าง นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตอนนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนวันอังคารที่ 7 มิ.ย.65 จะพาแม่ของแตงโม ไปพบพล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และในวันพุธ พร้อมแม่น้องแตงโม จะเดินทางไปติดตามความคืบหน้าในการร้องขอความเป็นธรรมที่ สำนังงานอธิบดีอัยการภาค 1 พระนครศรีอยุธยา สำนักอัยการสูงสุด และสำนักงานอัยการนนทบุรี จะมีการร้องขอความเป็นธรรม จำนวน 8 ข้อ เพื่อดูว่าดำเนินการให้เราอย่างไร ส่วนวันพฤหัสบดี ตนจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทเอกชนรายหนึ่งที่ร่วมกันให้การเท็จและร่วมกันทำลายพยานหลักฐาน ที่มีการล้างคราบเลือดบนเรือลำเกิดเหตุ

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า การต่อสู้จะเป็นการฟ้องศาลโดยตรง อะไรก็ตามที่ไปยื่นไว้ที่ DSI จะมีการยกเลิกทั้งหมด เพราะว่าเป็นหน่วยงานที่พึ่งไม่ได้และเอาข้อมูลของเราทั้งหมดไปใช้อย่างอื่นแทน ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคดีนี้ จะยกเลิกทั้งหมดไม่ให้พยานทุกคนไปที่ DSI ส่วนจะฟ้องโดยตรงวันไหนจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขอยืนยันว่าสำนวนที่เตรียมจะยื่นฟ้องตรงเสร็จสมบูรณ์ ทั้งพยานหลักฐานและพยานบุคคล

ส่วนจะมีการตรวจคราบเลือดใหม่เพราะเราพบว่า มีคราบเลือดอยู่ที่เบาะด้านขวาบนเรือลำเกิดเหตุ และจะนำหลักฐานไปให้อธิบดีอัยการภาค 1 ดูในวันที่ไปพบ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า สภาพจิตใจแม่น้องแตงโมเป็นอย่างไรบ้าง นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตอนนี้แม่แตงโมมีความสุขดี โดยมี สส.เต้ กับภรรยาช่วยดูแล ทั้งเรื่องความปลอดภัยให้ทุกอย่าง 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่ทนายเดชา ไปยื่นถอดถอน สส.เต้ และแจ้งความดำเนินคดีนายอัจฉริยะ โดยนายอัจฉริยะ กล่าวว่า ไม่ต้องห่วงตนห่วงตัวเขาเอง ว่าจะโดนกี่คดีและเรื่องที่จะไปถอดถอน สส.เต้ คุณฝันไว้เลยไม่มีการเปลี่ยนไปได้ เพราะอีกไม่กี่เดือนรัฐบาลก็ยุบสภาแล้ว เพราะถือว่าการร้องเรียนเป็นอันสิ้นสุดเพราะยุบสภาแล้ว ต่อให้คุณเสรี ทำยังไงก็ไม่มีความหมาย เพราะการร้องเรียนต้องใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีกว่าจะเข้าขั้นตอนต่างๆ มันเป็นไปไม่ได้หรอก ไม่ใช่ว่าจะถอดถอนกันง่ายๆตอนนี้ก็แค่ออกมาเรียกเรตติ้ง   

ดูตัวอย่างคดีคุณปวีณา ขั้นตอนตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันนี้ใช้เวลาปีกว่า ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้อีกไม่นานก็ยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่ เรื่องของ สส.เต้ ยังอีกนาน. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ม็อบโคราช3ตำบล! ’ฮือเผาโลงค้านคันดิน จี้ปรับแบบ‘รถไฟความเร็วสูง-รางคู่’เป็นตอม่อ

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658221

ม็อบโคราช3ตำบล! ’ฮือเผาโลงค้านคันดิน จี้ปรับแบบ‘รถไฟความเร็วสูง-รางคู่'เป็นตอม่อ

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 12.41 น.

โคราชม็อบชาวบ้าน 3 ตำบลชุมนุมเรียกกร้องการก่อสร้างรถไฟรางคู่ จุดตัดทางรถไฟแบบคันดิน วิงวอนขอให้เป็นตอม่อ ยกระดับ แกนนำขนมวลชนปิดทางรถไป จนขบวนรถไฟต้องจอดหยุด 10 นาที ก่อนเผาโลงไอ้คันดิน แล้วปล่อยขบวนไปยังจุดหมายปลายทางก่อนสลายตัวอย่างสงบ

5 มิถุนายน 2565 ที่บริเวรทางกั้นรถไฟ ชุมชนบ้านเดื่อ หน้าที่ทำการผู้ใหญ่บ้านบ้านเดื่อ ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย ตำบลโคกกรวด , ตำบลบ้านใหม่ , ตำบลในเมือง อ.เมือง โดยมีนายประพจน์ ธรรมประทีป ส.จ.อำเภอเมือง เป็นแกนนำ , นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา อดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านจ.นครราชสีมา และนางสาวกัญจนา กาญจนวัฒนา กำนัน ต.โคกกรวด เป็นแกนนำ โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้านผู้สูงอายุผู้เฒ่าผู้แก่กลุ่มสตรีเด็กเยาวชนประชาชนทั่วไปชุมนุมรวมมกว่า 1,000 คน พร้อมยืนถือป้ายบริเวณทางตัดทางรถไฟยาวกว่า 100 เมตร อีกส่วนหนึ่งไปยืนบนกลางรางรถไฟ เขียนข้อความจำนวนมาก 

อาทิ ฉันไม่เอาคันดิน ฉันจะเอาต่อม่อ , ตำบลโคกกรวดต้องการยกระดับเป็นตอม่อ ไม่ใช่คันดิน , ต้องการตอม่อ เท่านั้น เป็นต้น และมีป้ายผ้ามีความยาว 50 เมตร เขียน ขอบคุณลุงตู่ที่นำรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูงมาให้ แต่พวกเราไม่เอาคันดิน และไม่เอาทางรรอด ขอแก้เป็นตอม่อยกระดับเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีการนำโลงศพสีขาว เขียวข้อความข้างโลงว่า งานฌาปนกิจศพ ไอ้คันดิน วันที่ 5 มิ.ย. 2565  โดยมีพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ 6 รูปมาประกอบพิธีกรรม

โดยขณะมีขบวนรถไฟทั้งขาขึ้นลาล่องวิ่งผ่านมีการตะโกนโห่ร้องว่า พวกเราไม่เอาคันดิน พวกเราจะเอาตอม่อ ซึ่งขบวนรถไฟต้องชะลอความเร็ว เพื่อป้องกันอันตราย โดยมี พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ ผกก.สภ.โพธิ์กลางฯ นำกำลังตำรวจกว่า 10 นายไปคอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยและให้ปลอดภัยกรณีมีขบวนรถไฟวิ่งผ่าน เกรงว่าเด็กเยาวชนพี่น้องประชาชนจะได้รับอันตราย โดยการชุมนุมประท้วงใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนสายตัวไปเปิดการประชุมเรียกร้องในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ฯ ต่อไป

ขณะที่ชาวบ้านผู้ใช้รถใช้รถสัญจรผ่านบริเวณจุดทางตัดรถไฟดังกล่าวสะท้อนว่า จุดดังกล่าวชาวบ้านในพื้นที่ต่างได้รับความเดือดร้อนมาก แต่ละวันมีผู้ขับขี่รถยนต์ รถจักรยายนต์ รถบรรทุก รถพืชผลการเกษตรผ่านไปมาวันละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นเที่ยว ยังมีรถบัสพนักงาน รถพุ่มพวง รถขายสินค้าอีกด้วย โดยเฉพาะนักเรียนต้องใช้เส้นทางนี้ไปโรงเรียนในช่วงเช้า-เย็น บางวันเครื่องกั้นเสียไม่ยกขึ้นยกลงเป็นอันตรายมาก ซึ่งจุดนี้มักเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง โดยทุกคนที่ขับขี่ผ่านบอกว่า ต้องการให้เป็นแบตอม่อ ไม่ใช่คันดินและต้องไม่ใช่ทางลอด พอฝนตกหนักน้ำท่วมทางลอดอีก มันซ้ำซากแทบทุกจุด   

นายประพจน์ ธรรมประทีป แกนนำ กล่าวว่า เรื่องการชุมนุมเรียกร้องครั้งนี้เราไม่ได้มาต่อต้าน หรือคัดค้านการก่อสร้างทางรถไฟรางคู่หรือรถไฟควาเร็วสูง เรามาเพื่อส่งเสียงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อขอให้แก้ไขแบบการก่อสร้างคันดิน เป็นตอม่อ แทน เนื่องจากอาจจะมีการออกแบที่ผิดพลาดเรื่องของคันดิน ให้เป็นแบบยกระดับตอม่อ เพื่อลดปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้กับลูกหลานของเรา เช่น ปัญหาน้ำท่วม , ปัญหาการสัญจรไปมา และสิ่งแวดล้อมต่างๆที่เกิดขึ้นในจ.นครราชสีมา

โดยเฉพาะประชาชน ตำบลบ้านใหม่ , ตำบลโคกกรวด และตำบลในเมืองฯ ซึ่งจุดตัดรถไฟจะถูกปิดไปบางส่วน แล้วจะมาสะพานยูเทิร์นเกือกม้ากลับรถ 3 จุดด้วยกัน ฉะนั้นพวกเราจะเรียกร้องและวิงวอนไปยังรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราอออกมาเรียกร้องเพื่อจุดกระแสไปให้กับผู้บริหารฯได้จัดสรรงบประมาณอย่างรีบเร่งมาแก้ไขปัญหาตรงนี้ เพราะถ้ายิ่งช้าความเดือร้อนของประชาชนก็จะมีมากขึ้น เราอยากจะฝากไปยังพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี , นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ขอให้ท่านได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณลงมาโดยเร่งด่วน เพราะนี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องอย่างแท้จริง เราไม่ได้อุปโลกน์หรือไม่ได้สร้างสถานการณ์ขึ้นมา แต่มันเป็นเหตุการณ์จริงๆ เป็นชีวิตประจำวันจริงของพี่น้อง

ปัญหานี้สะสมมากว่า 3-4 ปีแล้ว ซึ่งเราได้ยื่นความต้องการของพี่น้องประชาชนไปยังนายวิเชียร จัทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา และหน่วยงานราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง การรถไฟแห่งประเทศไทย , รองนายกรัฐมนตรี , รมว.คมนาคม , คณะกรรมาธิการคมนาคมของวุฒิสภา ส.ส.นครราชสีมา ซึ่ง 4 ปีที่เราต่อสู้มาเราไม่เคยได้รับคำตอบจากการถไฟแห่งประเทศไทย ไม่เคยเห็นแบบที่ชัดเจนเลย อยากเรียกร้องวิงวอนและขอฝากตรงนี้ในการพิจารณา

ด้านนางสาวกาญจนา กาญจนวัฒนา กำนันตำบลโคกกรวด กล่าวว่า การชุมนุมก็เป็นชาวบ้าน 3 ตำบลที่เขาเดือดร้อนจริงๆ เดือดร้อนมากว่า 4 ปีแล้ว ความต้องการของชาวบ้านต้องการทางรถไฟที่เป็นแบบยกระดับตอม่อ เพราะถ้าเป็นแบบคันดิจสร้างผลกระทบหลายอย่างมากมายตามมา ไม่ว่วิถีชีวิตดั่งเดิมของชาวบ้านหรือผลกระทบการสัญจรไปมาและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเรื่องน้ำท่วมชาวบ้านเดือนร้อนหลายพันคน โดยเฉพาะ 2-3 ตำบล คือ ต.โคกกรวด , ต.บ้านใหม่ และ ต.ในเมืองบางส่วน ซี่งจริงชาวบ้านทุกคนดีใจและเห็นด้วยที่มีการสร้างรถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง เขาทุกคนอยากให้สร้างเสร็จเร็วๆด้วยซ้ำไปเพราะอยากให้ความเจริญมาอยู่แล้ว

แต่ก่อนหน้าที่ความชัดเจนแบบก่อสร่งไม่มีเลย แต่พอมาทราบว่าเป็นคันดินระยะทาง 7 กม. เรากังวลเรื่องน้ำท่วม โอกาสที่จะเป็นเหมือนเขื่อนดินก็มีสูง เพราะน้ำไหลมาจากตอนบน ต.โคกกรวด ลงมา จุดนี้ก็จะกลายเป็นลำคลองไปเลย อย่างไรก็ตามก็อยากขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่นำความเจริญมาให้ จ.นครราชสีมา ให้ภูมิภาคภาคอีสาน แต่อยากเรียกร้องวิงวอนให้กลับไปพิจารณาสักนิดนึงว่าชาวบ้านได้รับผลกระทบมีมากจริงๆ เราก็ได้ยืนหนังสือไปให้กับหน่วยงานทุกแห่งที่เราสามารถยื่นได้แล้ว ตอนนี้รอผู้ใหญ่จะหันกลับมามองอีกรอบ วันนี้เรามาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

ทั้งนี้ช่วงขณะชุมนุมมีการนำมวลชนขึ้นไปยืนขวางบนรถรถไฟพร้อมถือป้ายเรียกร้อง โดยมีขบวนรถไฟขบวนหนึ่งขบวนเป็นรถโดยสารธรรมดาที่ 234 จากสถานีสุรินทร์-กรุงเทพ ขณะผ่านช่วงจุดตัดต้องชะลอควาเร็วลง และค่อยๆ จอดหยุดบริเวณกลางจุดตัดรถไฟ เป็นเวลาประมาณ 10 นาที โดยชาวบ้านต่างตะโกนคำว่า พวกเราไม่เอาคันดิน พวกเราจะเอาตอม่อ พร้อมกับมีการจุดไฟเผาโลงศพ ฌานปกิจไอ้คันดิน โดยไม่มีเหตุบานปลาย การแสดงออกของมวลชนเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย ก่อนทยอยออกจากรางรถไฟเพื่อให้ขบวนรถไฟเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ก่อนสลายการชุมนุม. 012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เชิดของหนี! ทำทีซื้อกุ้ง3โล ได้ของไม่จ่ายเงินขับหนี เจ้าของร้านเจ็บใจแจ้งความ

Posted on June 6, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658216

เชิดของหนี! ทำทีซื้อกุ้ง3โล ได้ของไม่จ่ายเงินขับหนี เจ้าของร้านเจ็บใจแจ้งความ

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 11.41 น.

5 มิถุนายน 2565 วงจรปิดจับภาพชายขับรถมอเตอร์ไซด์ไปจอดรถซื้อกุ้ง หลังจากได้ของแล้ว ก็ขับรถหลบหนีไปอย่างหน้าตาเฉย

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปที่จุดเกิดเหตุ ที่บริเวณถนนชุมค้า ทางเข้าตัวอำเภอสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้พบกับเจ้าของร้านกุ้ง เผยเจ็บใจโดนหลอกให้เอากุ้งให้ 3 กิโลกรัม อ้างเอาไปให้ลูกค้าบนรถตู้ ก่อนรถหลบหนีไปอย่างตาเฉย ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.สีคิ้ว วอนนำเงินกลับมาจ่ายหรือให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวกุมตัว

โดยนายชัยวัฒน์ มีไผ่ อายุ 48 ปี ลูกจ้างในร้าน เปิดเผยว่า ตนได้ขับรถมาจากอำเภอโชคชัยเพื่อจะมาขายกุ้งสดที่สีคิ้วเป็นประจำ ซึ่งได้มีชายหนุ่มไม่ทราบชื่อขับรถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทำท่าทีมาสั่งกุ้งว่ามีลูกค้าบนรถตู้จะสั่งกุ้งของตนจำนวน 3 กิโลกรัม ราคาประมาน 810 บาท ตนเองได้จับกุ้งใส่ถุงพลาสติกให้กับขายดังกล่าว

ก่อนที่ชายดังกล่าวจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทันทีและไม่ได้จ่ายเงินให้กับตนเองด้วย ส่วนที่จะเอาไปให้ลูกค้าบนรถตนก็เห็นจังหวะที่มอเตอร์ไซด์ของโจรขับออกไปรถตู้ก็ขับสวนออกมาพอดี ทั้งนี้ตนจึงไปแจ้งความที่ สภ.สีคิ้ว วอนอยากให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัวให้โดยเร็ว เพราะตนก็ไม่ใช่เจ้าของร้าน ตนเองเป็นลูกจ้าง ต้องโดนเจ้าของร้านหักเงินไปเหมือนกัน.012

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สกู๊ปแนวหน้า : ‘สุขภาพดี’ใครก็อยากมี ‘สตรีทฟู้ด’ถึงเวลาปรับรับ

Posted on June 5, 2022 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/658167

สกู๊ปแนวหน้า : ‘สุขภาพดี’ใครก็อยากมี  ‘สตรีทฟู้ด’ถึงเวลาปรับรับ

วันอาทิตย์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.05 น.

“สตรีทฟู้ด (Street Food)” หรืออาหารริมทาง-ริมบาทวิถี เป็นทั้งที่พึ่งพิงของประชากรระดับฐานรากในเขตเมือง เป็นอาชีพรองรับผู้ที่หลุดออกจากการเป็นแรงงานในระบบสถานประกอบการขณะเดียวกัน ยังเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวนานาชาติ มีสื่อต่างประเทศจัดอันดับว่าอาหารริมทางในไทยอร่อยที่สุดในโลก ถึงกระนั้น ในมุมของผู้เห็นต่าง มองสตรีทฟู้ดว่าเป็นปัญหาสังคมอย่างหนึ่ง นอกจากเรื่องกีดขวางทางเท้าที่ถูกพูดถึงกันมากแล้ว ความสะอาดก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง รวมถึงในระยะหลังๆ ยังมี “คุณค่าทางโภชนาการ” ถูกคาดหวังเพิ่มเข้ามาด้วย

ที่งานเสวนา “การจัดการด้านโภชนาการและสิ่งแวดล้อมของอาหารริมบาทวิถี” ที่คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (ถ.ราชวิถีกรุงเทพฯ) เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา นพ.ไพโรจน์เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)เผยแพร่เอกสารประกอบการเสวนา อ้างอิง โครงการการพัฒนารูปแบบการจัดการอาหารริมบาทวิถีเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ, สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทยฯ พบว่า

“เหตุผลในการเลือกซื้ออาหารริมบาทวิถี” 3 อันดับแรก อันดับ 1 สะดวกเข้าถึงง่าย ร้อยละ 83.2 อันดับ 2 ราคาถูก ร้อยละ 39.4 อันดับ 3 น่ารับประทาน ร้อยละ 26.4 “ประเภทอาหารริมบาทวิถีที่ผู้บริโภครับประทานบ่อยที่สุด” 3 อันดับแรก คือ อันดับ 1 ปิ้ง/ย่าง/เผา ร้อยละ 34 อันดับ 2 อาหารตามสั่ง ร้อยละ 22 อันดับ 3 ต้ม ร้อยละ 19

“สสส. ร่วมกับ กรมอนามัย ไปทำวิจัยเก็บข้อมูลแล้วเขียนเป็นคู่มือ ซึ่งอันนี้ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการมีทักษะ แต่แค่นี้ยังไม่พอ ภาครัฐต้องมาช่วยอีกเยอะ ต้องช่วยกันส่งเสียง คำว่าส่งเสียงไม่ได้ไปประท้วง หมายถึงว่าผลักดันนโยบายอะไรต่างๆ ผู้ว่าฯ เดินผ่านมาต้องรีบบอกว่าอยากเห็นอะไร อยากได้อะไร บางทีเสียงเล็กๆ เขาสามารถไปกำหนดเป็นนโยบาย” นพ.ไพโรจน์ กล่าว

ขณะที่ รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์ อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง โครงการการพัฒนารูปแบบการจัดการอาหารริมบาทวิถีเพื่อเสริมสร้างสุขภาพ เมื่อปี 2561 พบมากกว่า 1 ใน 3 ของอาหารริมบาทวิถีที่สุ่มเก็บตัวอย่าง มีปริมาณพลังงาน ไขมันและโซเดียม สูงกว่า 1 ใน 3 ของปริมาณที่แนะนำให้บริโภคต่อวันและพบว่าร้อยละ 42 ของอาหารที่สุ่มเก็บตัวอย่าง มีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรค สูงเกินกว่าค่ามาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้ประกอบการยังมีความรู้ความเข้าใจไม่ชัดเจนในการปฏิบัติตามหลักโภชนาการและสุขาภิบาลอาหาร

ดังนั้นในปี 2563 สมาคมโภชนาการแห่งประเทศไทย จึงมีโครงการต่อเนื่อง คือการจัดการด้านโภชนาการและสิ่งแวดล้อมของอาหารริมบาทวิถี เพื่อพัฒนาเกณฑ์และระบบควบคุมติดตามคุณภาพ และพัฒนาคุณค่าเชิงโภชนาการและความปลอดภัย รวมถึงพัฒนาศักยภาพผู้จำหน่ายอาหารกลุ่มนี้ในการจัดการอาหารที่ส่งเสริมสุขภาพ ใน 3 พื้นที่นำร่องคือฟู้ดทรัค กรุงเทพมหานคร (กทม.) ย่านซอยอารีย์เขตพญาไท กรุงเทพฯ และตลาดราชบุตร จ.อุบลราชธานี

โครงการนี้เป็นการให้ความรู้ในการปรับสูตรอาหารแก่ผู้ค้า ทำอย่างไรเมนูที่ขายกันอยู่จะได้มาตรฐานด้านโภชนาการ ลดไขมัน ความหวานและโซเดียม เพิ่มใยอาหาร ขณะเดียวกัน ยังตรวจสอบและปรับเปลี่ยนกระบวนการประกอบอาหารที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ก่อโรคด้วย อาทิ ผู้ค้ารายหนึ่งขายทั้งก๋วยจั๊บญวนและหมูสะเต๊ะ ก่อนเข้าร่วมโครงการพบเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนในกะทิ ซึ่งเมื่อตรวจสอบก็พบสาเหตุมาจากกระบวนการปิ้งหมูสะเต๊ะ ที่มีการนำน้ำกะทิมาป้ายขณะปิ้ง จากนั้นเมื่อสุกแล้วก็ยังนำหมูไปจุ่มในกะทิถ้วยเดิมก่อนใส่ถุงให้ลูกค้า

นั่นหมายถึงเป็นกะทิถ้วยเดียวกับที่ใช้ขณะที่หมูยังดิบอยู่ ข้อค้นพบดังกล่าวจึงเกิดเป็นข้อแนะนำกับผู้ประกอบการว่าควรมีกะทิ 2 ถ้วย ซึ่งผู้ค้าก็ปรับเปลี่ยนในทันที แล้วเมื่อตรวจซ้ำหลังจากการปรับเปลี่ยนก็ไม่พบการปนเปื้อนเชื้อตัวเดิมอีก ส่วนกรณีของก๋วยจั๊บญวน ไม่พบการปนเปื้อนเชื้อในส่วนของก๋วยจั๊บ แต่ไปพบที่ผักโรย ซึ่งสาเหตุอาจมาจากการล้างไม่สะอาด เมื่อจะโรยในอาหารก็โรยแบบดิบๆ เรื่องนี้ต่อไปจะกลายเป็นคู่มือสำหรับนำไปใช้กับอาหารที่ใช้วัตถุดิบแบบเดียวกัน เช่น ก๋วยเตี๋ยว ลาบ ที่มีการใช้ผักโรยเหมือนกัน

“ต้องเรียนว่าสตรีทฟู้ดตอนที่ทำระยะที่ 1 เนื่องมาจากว่าเราจะเป็นครัวโลก แล้วเราก็ส่งเสริมเศรษฐกิจให้ต่างชาติมาเที่ยว เข้ามากินสตรีทฟู้ด แต่จริงๆ แล้วข้อมูลจากระยะที่ 1 ที่กินคือนักศึกษา นักเรียน พนักงานทำงานระยะเงินเดือนต้นๆ อายุ 20 ต้นๆ ไปจนถึง 30 ต้นๆ ฉะนั้นชื่อเราบอกว่าจะเป็นแบบนั้น แต่จริงๆ แล้วเราต้องมา Concern (ให้ความสำคัญ) กับคนไทยเราที่ต้องกินสตรีทฟู้ดเพราะเข้าถึงง่าย เช้าๆ ถามกินข้าวหรือยัง บอกยังเดี๋ยวแวะซื้อข้าวเหนียวหมูทอด ก็อยากให้เราช่วยกัน ในฐานะผู้ขาย สุขภาพคนไทยอยู่ในมือท่าน” รศ.ดร.เรวดี กล่าว

เสียงสะท้อนจากผู้เข้าร่วมโครงการวลัยพันธ์ ออกกิจวัตร เจ้าของร้านฟู้ดทรัค สเต็กคนกลางแจ้ง ซึ่งหลังอบรมก็ได้ทราบว่า ชิ้นเนื้อสเต็กที่ได้มาตรฐานโภชนาการ อยู่ที่ขนาด 80 กรัม/จาน น้อยกว่าที่ใช้อยู่เดิมซึ่งอยู่ที่ 100-120 กรัม/จาน และการลดเนื้อสัตว์จาก 100-120 กรัมเหลือ 80 กรัม มองด้วยสายตาก็ไม่แตกต่างมากนัก โดยทางร้านได้เพิ่มผัก 3 สี บวกกับผสมเห็ดลงในซอส ตกแต่งให้น่ารับประทาน ผลตอบรับคือขายดีขึ้น และต้นทุนเนื้อสัตว์ลดลง

เข็มพร โนนอินทร์ ร้านเข็มพรขนมจีน ซอยอารีย์ เขตพญาไท กรุงเทพฯ กล่าวว่า ที่ร้านมีการปรับสูตรขนมจีนด้วยการผสมน้ำแครอทปั่นลงไปในน้ำยา เพื่อให้ลูกค้าที่ไม่รับประทานผักได้รับประทานด้วย ผลตอบรับนั้นค่อนข้างดี ลูกค้าไม่ได้บ่นอะไร รสชาติก็ไม่เปลี่ยนไปจากเดิม และยังได้ความหวานจากแครอทเพิ่ม ในขณะที่
ลดเครื่องปรุงต่างๆ ลง เช่น น้ำปลา

อมรรัตน์ มุทาวัน ร้านเคบับตลาดราชบุตร อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เล่าว่า ในช่วงแรกๆ ที่คณะทำงานภาควิชาการไปชักชวนผู้ค้ามาเข้าโครงการ ยอมรับมีความรู้สึกต่อต้าน เพราะการอบรมหมายถึงการต้องเสียเวลาปิดร้านซึ่งหมายถึงขาดรายได้ แต่เมื่อมาอบรมก็ได้รับความรู้ว่าที่ทำกันมานั้นน้ำมันเยอะเกินไปบ้าง โซเดียมมากเกินไปบ้าง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง และได้ผลดีจากการเปลี่ยนแปลงนั้น จากลูกค้าที่ตอบรับมากขึ้น

ทั้งนี้ ผลการดำเนินโครงการปรับสูตรอาหารริมบาทวิถีเพื่อสุขภาพใน 3 พื้นที่ รวม59 รายการ พบมีการพัฒนาด้านโภชนาการจำนวน36 รายการ คิดเป็นร้อยละ 61 การปนเปื้อนจุลินทรีย์ก่อโรคอยู่ที่ 19 รายการ จากเดิม20 รายการ ที่ยังพบส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ผ่านความร้อนบางส่วนหรือไม่ผ่านความร้อนก่อนเสิร์ฟอนึ่ง ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดคู่มือของ สสส. และกรมอนามัย ได้ที่ link https://dol.thaihealth.or.th/Media/Index/ce2e08c7-e750-eb11-80ec-00155d09b41f


SCOOP@NAEWNA.COM

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า | Tagged 2565(2022), ข่าว Like สาระ, สกู๊ปแนวหน้า, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 3,258,376 hits

Join 4,134 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

SEC issues debt crowdfunding regulations to ease funding access for startups
สาวเทรนเนอร์มวยเปิดร้าน ‘ผัดไทย’ ทีเด็ดชูสูตรต้นตำรับจาก ‘อาม่า’ #SootinClaimon.Com
ช่อแกล้งลืม 'ไมค์' ระยอง เด็กก้าวหน้า #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
หนังสือเด่น : เหตุจูงใจของคนต้องหยิบหนังสือมาอ่าน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
'จีดีเอช'ดันผู้กำกับรุ่นใหม่ไฟแรง'พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์'นำทัพนักแสดงพิสูจน์ฝีมือใน'ฉลาดเกมส์โกง' #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย
ผักลิ้นห่าน ตำนานผักพื้นบ้านอันดามัน
บุคคลในข่าว 26 มกราคม 2568
ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา
ผบ.ทบ. เซ็นคำสั่งโยกย้าย ทหารระดับพันเอก 174 นาย จัดแถว ‘ทหารราบ-ม้า-รบพิเศษ’
Star Retro : ย้อนเบื้องลึก ขุนพลเพลงพื้นบ้านจากปักษ์ใต้ ‘เอกชัย ศรีวิชัย’

Recent Posts

  • นายกฯ เนปาลกล่าวต่อที่ประชุมยูเอ็น น้ำท่วมครั้งใหญ่เป็น “สัญญาณเตือนโลก” ถึงภัยจากโลกร้อน
  • Amazon ลุยส่งพัสดุด้วยโดรน เร็วสุด 30 นาที แต่ชาวบ้านโอดเสียงดังรบกวน
  • นักวิจัยสงสัยการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นสาเหตุลูกวาฬหลายร้อยตัวตายเกยตื้นในอาร์เจนตินา
  • ปธน.อิหร่าน เปิดใจกับสื่อเผย สหรัฐฯ ต้องเลือกเองว่าจะยุติสงครามหรือไม่ ลั่นพร้อมเจรจา
  • ส่อง 5 ประเด็น “ทรัมป์-สี จิ้นผิง” พบกันที่วอชิงตัน พักศึกการค้า แต่ปมใหญ่ยังไม่จบ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • entertain
  • lady
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    SootinClaimon.Com
    Join 1,688 other subscribers

    Have a WordPress.com account? Log in now.

  • SootinClaimon.Com
    View site in Reader
    Manage subscriptionsSign upLog in
    Report this content
    Collapse this bar
Loading Comments...
%d